คุณแหน : 20 กรกฎาคม 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/281582

คุณแหน : 20 กรกฎาคม 2560

คุณแหน : 20 กรกฎาคม 2560

วันพฤหัสบดี ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

●● เป็นสิริมงคลยิ่งนัก ที่ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ  สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงรับคำกราบทูลเชิญเป็นองค์ประธานที่ปรึกษาฝ่ายสงฆ์คณะกรรมการจัดสร้างพระสมเด็จองค์ปฐม พระพุทธเจ้าพระองค์แรก “พระพุทธเมตตา” ณ วัดเทพประทาน อ.สอยดาว จ.จันทบุรี  ซึ่งมี พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษ เป็นประธานที่ปรึกษา และ พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี เป็นประธานจัดสร้างขณะนี้มีความคืบหน้ามาก  สามารถเยี่ยมชมภาพการก่อสร้างได้ที่ เฟซบุ๊ค-สร้างพระสมเด็จองค์ปฐม..

 

●● ศ.คุณหญิงนงเยาว์ ชัยเสรี ฝากบอกต่อว่า สถาบันเสริมศึกษาและทรัพยากรมนุษย์ มธ.ร่วมกับมูลนิธิเพื่อ รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ จัดโครงการสวดมนต์สาธยายธรรม (หนึ่งในวิมุตติ 5) ครั้งที่ 51 บรรยายโดย พระครูอาทรประสิทธิโสภณ วัดยานนาวา 20 ก.ค. บ่ายครึ่ง ห้องประชุม 2 อาคารมูลนิธิเพื่อ รพ.ธรรมศาสตร์ฯ ถ.ศรีอยุธยา..

●● ครั้งแรกในเมืองไทยกับ Gucci Pop-up Storeเตย มหาดำรงค์กุล แห่ง โทรคาเดโร กรุ๊ป เตรียมสร้างสีสันและแรงบันดาลใจให้กับเหล่าแฟชั่นนิสต้า และสาวกกุชชี่ ได้สนุกกับการ Dress up ในงานเปิดตัวนาฬิกาและเครื่องประดับกุชชี่ คอลเลคชั่นใหม่ 2017 ในงาน Siam Paragon Watch Expo 2017 ณ ฮอลล์ ออฟ เฟม  24 ก.ค.15.00 น…

●● หายเงียบไปเป็นสิบปีแต่คนเก่งมีฝีมือแห่งวงการนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์โรงแรม 4-5 ดาว พงษ์พันธ์ สัมภวคุปต์ กำลังมาพร้อมกับผลงานเด่นๆ อีกหลายๆ โครงการใครที่เคยทำ หรือ คิดมิดีมิร้ายกันไว้…ฟ้ามีตาเทวดามีหู คอยดูกันไป..

●● อีกหนุ่มใหญ่นักสถาปนิกใจวัยรุ่น นักบริหารมือทอง  มองโลกได้ทะลุปรุโปร่ง วิวัฒน์ สุทธิพงษ์ชัย เพื่อนสนิททั้งหลายถามหา บอกว่าติดปีกบินหลาอยู่เรื่อย  แต่ไหงมีคนแอบเห็นหลังไวๆ อยู่ในห้างดังแถวสุขุมวิทนี่เอง..

●● ผู้ที่รักงานศิลปะอยากพบศิลปินดัง อย่าพลาดงาน “ลมหายใจแห่งเขาค้อ” ศุกร์-เสาร์นี้ 21-22 ก.ค. ที่  บลู สกาย @ เขาค้อ  ข่าวล่ามาเร็วแจ้งว่าคณะวีไอพีจะไปกระทบไหล่กันคึกคัก…

●● พ่อแม่ผู้ปกครองเด็กนักเรียนไทยในอังกฤษ ตามไปชื่นชมบุตรธิดาที่เรียนจบแล้วแน่นเครื่องบินจัมโบ้…
แต่ ชาญ  ฉันท์วิภว พาศรีภรรยาไปรับขวัญลูกหรือให้เป็นของขวัญภรรยา ยังไม่ออกหัวออกก้อย..

●● อริสรา บุญยนิตย์ เฟาว์เดอร์  ใส่รองเท้าสูงปรี๊ดวิ่งขึ้นวิ่งลงดูงานพิพิธภัณฑ์ในกรุงลอนดอน เสพความสุนทรีย์เข้าคลังสมองอย่างมีความสุข..●●

 
น้อง

เที่ยวฟรีตลาดนัดตลาดบก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/281579

เที่ยวฟรีตลาดนัดตลาดบก

เที่ยวฟรีตลาดนัดตลาดบก

วันพฤหัสบดี ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เมืองโบราณ สมุทรปราการ เปิดตลาดนัด ตลาดบก ทุกวันเสาร์และวันอาทิตย์ต้นเดือน โดยครั้งแรกเปิดตลาด ต้อนรับวันแม่แห่งชาติ วันที่ 12-13 สิงหาคม 2560 เวลา 10.00-22.00 น. บริเวณพื้นที่ฟรีโซน (ไม่เสียค่าบัตรผ่านประตู)

ภายในตลาดบก มีสินค้าหลากหลายประเภท ทั้งงานแฮนด์เมด งานประดิษฐ์ หัตถกรรม ของเล่นโบราณ ของใช้ ของฝาก อาหาร เครื่องดื่ม ที่ได้คัดสรรมาให้ท่านได้เลือกซื้อ เลือกรับประทานหลากหลายมากมาย ในบรรยากาศ ตลาดนัดโบราณ วันวานที่ยังมีชีวิต และพลาดไม่ได้สำหรับคนรักสุนัข มีการสาธิตการฝึกสุนัข ทำตามคำสั่งโชว์ความสามารถพิเศษของสุนัขแสนรู้

พิเศษสุด เฉพาะวันแม่ 12 สิงหาคมนี้  ชวนคุณลูกร่วมกิจกรรม LIKE – SHARE – SHOW ผ่านทางเฟซบุ๊ค “เมืองโบราณ สมุทรปราการ” เพื่อรับสิทธิ์พาคุณแม่ได้เข้าเที่ยวเมืองโบราณฟรี 1 ท่านต่อ 1 ครอบครัว (สงวนสิทธิ์เฉพาะคนไทย) ชวนคุณแม่นั่งรถราง ย้อนวันวาน บนพื้นที่กว่า 800 ไร่ ที่ทุกคนในครอบครัวสามารถใช้เวลาร่วมกันในวันหยุดอย่างมีความสุขตลอดทริปนี้ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม 02-3234094-9 หรือ  Facebook : เมืองโบราณ สมุทรปราการ

ออมตามรอยพ่อ เพื่อการให้ สร้างอาคารนวมินทรบพิตร 84 พรรษา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/281584

ออมตามรอยพ่อ เพื่อการให้ สร้างอาคารนวมินทรบพิตร 84 พรรษา

ออมตามรอยพ่อ เพื่อการให้ สร้างอาคารนวมินทรบพิตร 84 พรรษา

วันพฤหัสบดี ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ศ.นพ.ประดิษฐ์ ปัญจวีณิน

โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ (SiPH) จัดกิจกรรมเพื่อสังคม “ออมเพื่อให้ตามรอยพ่อ” รณรงค์ส่งเสริมและปลูกฝังนิสัย
การออมและการแบ่งปันแก่สังคมไทยด้วยการออมเงินในกระปุกส่วนตัวและนำมาแลกรับกระปุกที่ระลึกสัญลักษณ์อุปกรณ์ทรงงานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยจะนำเงินออมร่วมสมทบทุนสร้าง “อาคารนวมินทรบพิตร 84 พรรษา” อาคารศูนย์การแพทย์ของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

ศาสตราจารย์คลินิก นายแพทย์ ประดิษฐ์ ปัญจวีณิน ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ กล่าวถึงที่มาของโครงการออมเพื่อให้ตามรอยพ่อว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงให้ความสำคัญต่อการออมเป็นอย่างยิ่ง ดังพระราชดำรัส “การประหยัดอดออมเป็นรากฐานในการสร้างตัว สร้างฐานะของบุคคล ตลอดจนความเจริญมั่นคง ของสังคมและชาติบ้านเมือง” ที่พระราชทานเมื่อวันที่ 5 เมษายน 2559 ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติโรงพยาบาลศิริราช ตลอดจนพระราชจริยวัตรเรื่องการประหยัดออดออมที่ทรงเป็นแบบอย่าง จนได้รับการยกย่องเทิดทูนว่าทรงเป็นพระมหากษัตริย์
“นักออมเงิน” ขณะเดียวกัน พระองค์ยังได้รับการหล่อหลอมให้รู้จัก “การออมเพื่อให้” จากสมเด็จย่าที่ทรงตั้งกระป๋องออมสินที่เรียกว่า “กระป๋องคนจน” หากทรงนำเงินไปทำกิจกรรมแล้วมีกำไรจะต้องถูกเก็บภาษี หยอดใส่กระปุก 10% ทุกสิ้นเดือนมีการประชุมเพื่อถามความเห็นถึงการนำเงินในกระป๋องนี้ไปใช้ให้เป็นประโยชน์หรือทำกิจกรรมเพื่อคนยากจนอย่างไร ซึ่งทรงยึดแนวปฏิบัติครั้งทรงพระเยาว์เรื่อยมา จวบจนตลอดระยะเวลาทรงครองสิริราชสมบัติ 70 ปี จากวิถีปฏิบัติของพระองค์เกิดเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดโครงการเพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเผยแพร่คำพ่อสอนและเป้าหมายหลักคือรณรงค์ให้คนในสังคมเดินตามรอยพ่อด้านการออม เพื่อการแบ่งปัน และทำประโยชน์เพื่อส่วนรวม ในขณะที่การร่วมสมทบทุนเพื่อสร้างอาคารนวมินทรบพิตร 84 พรรษาเป็นเป้าหมายรอง

ทั้งนี้ ผู้ร่วมออมจะได้รับกระปุกออมเงินสัญลักษณ์จำลองอุปกรณ์ทรงงาน 3 แบบ ได้แก่ วิทยุสื่อสาร กล้องถ่ายรูป และพระราชพาหนะทรงงาน ที่แต่ละชิ้นมีเรื่องราวที่น่าประทับใจในความห่วงใยพระอัจฉริยภาพและทรงเป็นผู้เสียสละเพื่อความสุขของประชาชนอย่างแท้จริง

วิทยุสื่อสาร จากความสนพระทัยในเรื่องวิทยุสื่อสารส่วนพระองค์ เกิดเป็นเครือข่ายเพื่อส่วนรวม โดยในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงพยายามหาวิธีพัฒนาเทคโนโลยีให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นเพื่อนำมาใช้ประโยชน์ในการติดต่อสื่อสาร เนื่องจากพระองค์เสด็จฯทรงเยี่ยมชาวบ้านบ่อย แต่การสื่อสารที่มีข้อจำกัดทำให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างยากลำบาก

กล้องถ่ายรูป ถ่ายทอดเรื่องราวของการออมเงินเพื่อให้ได้มาในสิ่งที่สนพระทัยเมื่อครั้งพระชนมายุเพียง 8 พรรษา ทรงซื้อกล้องถ่ายรูป ด้วยเงินสะสมส่วนพระองค์ และทรงสร้างคุณค่าจาก ความสนพระทัยเมื่อครั้งทรงพระเยาว์ได้เป็นอย่างดี และนำมาซึ่งกษัตริย์นักพัฒนาที่ทรงสอนให้ประชาชนใช้ของให้เกิดคุณค่า แก่ส่วนรวม ดังพระราชดำรัส “การถ่ายภาพเป็นงานศิลปะ เป็นของดีมีประโยชน์ ขออย่าได้ถ่ายภาพกันเพื่อความสนุกสนานหรือความสวยงามเท่านั้น จงใช้ภาพให้เกิดคุณค่าแก่สังคมให้เป็นประโยชน์แก่ส่วนรวม งานศิลปะจะได้ช่วยพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้าได้อีกแรงหนึ่ง”

กระปุกที่ระลึกสัญลักษณ์ทรงงาน ทั้ง 3 แบบ

พระราชพาหนะทรงงาน ทรงเลือกใช้รถจี๊ป เพื่อจะได้เข้าไปในถิ่นทุรกันดาร เข้าถึงพสกนิกรของพระองค์มากที่สุด ด้วยพระราชปณิธานในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน ทรงไปในทุกที่ ทรงสอนให้สร้างรายได้ ทรงสร้างอาชีพ พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ จำนวน 32,866.73 บาท เริ่มต้นโครงการส่วน พระองค์สวนจิตรลดา โครงการทดลองเลี้ยงโคนมสวนจิตรลดา จนเติบโตเป็นโครงการหลวง สร้างอาชีพที่มั่นคงให้แก่เกษตรกรอย่างยั่งยืน

“พวกเราคุ้นตากันดีกับภาพที่ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ โดยมี วิทยุสื่อสาร กล้องถ่ายรูป ติดพระองค์เสมอ หรือภาพที่พระองค์เสด็จบุกบั่นไปในพื้นที่ห่างไกลด้วยรถตรวจการณ์ เห็นของ 3 สิ่งนี้ ก็จะนึกพระองค์ท่าน เราจึงได้จำลองอุปกรณ์เหล่านี้มาเพื่อเป็นสัญลักษณ์แทนคุณค่าทางจิตใจ ในการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่ทรงงานหนักเพื่อประโยชน์ของบ้านเมือง พัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน” ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ กล่าวสรุป

ขั้นตอนง่ายๆ ในการร่วมโครงการ “ออมเพื่อให้ตามรอยพ่อ” เพียงออมเงินให้เต็มกระปุกออมสินของท่านเองขนาดใดก็ได้ นำมาแลกรับกระปุกที่ระลึกสัญลักษณ์อุปกรณ์ทรงงาน โดย SiPH ได้กำหนดให้แลกกระปุกวิทยุสื่อสารเป็นแบบแรก
ในวันที่ 28 กรกฎาคม-20 สิงหาคม ตามด้วยกล้องถ่ายรูป ในวันที่ 21 สิงหาคม-20 กันยายน และพระราชพาหนะทรงงานในวันที่ 21 กันยายน-20 ตุลาคม นี้ เพื่อเป็นการกระตุ้นให้เกิดการออม อย่างต่อเนื่อง หากต้องการสะสมกระปุกที่ระลึกครบ ทั้งนี้ ช่องทางในการแลกรับกระปุกมี 3 ช่องทาง ได้แก่ เว็บไซต์www.savingforgiving.com หรือมาแลกรับด้วยตนเองที่โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ และแลกรับในกิจกรรมโรดโชว์ที่ห้างสรรพสินค้าตามวันเวลาที่กำหนด

เงินในกระปุกออมสินที่นำมาแลกรับกระปุกที่ระลึกสัญลักษณ์ทรงงานนั้น จะนำไปสมทบทุนสร้าง “อาคารนวมินทรบพิตร
84 พรรษา” อาคารศูนย์การแพทย์ของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ซึ่งเป็นอาคารหลังสุดท้ายที่ได้รับพระราชทานนามจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร

ลุคสวยง่ายๆ กับบาจา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/281560

ลุคสวยง่ายๆ กับบาจา

ลุคสวยง่ายๆ กับบาจา

วันพฤหัสบดี ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ช่วงหน้าฝนแบบนี้ สาวๆ หลายคนคงรู้สึกหดหู่จากบรรยากาศอันแสนอึมครึมอยู่บ่อยครั้ง หลายคนอาจรู้สึกหมดแรงบันดาลใจที่จะลุกขึ้นมาแต่งตัวสวยๆ เพราะสภาพอากาศที่ไม่เป็นใจและแสนจะหมองหม่นเช่นนี้ มาเปลี่ยนมู้ดของคุณให้สนุกสนานในบรรยากาศวันฝนพรำด้วยการอัพลุคง่ายๆ ในราคาที่จับต้องได้ คอลเลคชั่น แอธลิท ฟลาวเวอร์ (Athlete Flower)จากบาจา ซึ่งเป็นคอลเลคชั่นรองเท้าใหม่ล่าสุดต้อนรับหน้าฝนนี้ ให้ทุกการเคลื่อนไหวของคุณเต็มเปี่ยมไปด้วยความสดใสในธีม “รีแล็กซิ่ง การ์เดน” (Relaxing Garden)ที่ให้ความรู้สึกเปรียบเสมือนเหล่าดอกไม้และธรรมชาติในวันที่มีละอองฝนแรกเริ่มของฤดู สอดแทรกความสนุกสนานในสไตล์เปรี้ยวอมหวานด้วยสนีกเกอร์ลายปักสุดเก๋ โดยแบ่งเป็น 2 คอลเลคชั่นคือคอลเลคชั่นดอกไม้และดวงดาวสุดน่ารัก

บาจา แอธลิท ฟลาวเวอร์ ในคอลเลคชั่นดอกไม้มีทั้งแบบรองเท้าผ้าใบ ผ้าใบเปิดท้าย และรองเท้าแตะให้สาวๆ ได้เลือกตามใจชอบ ส่วนคอลเลคชั่นดาวจะเป็นรองเท้าผ้าใบที่ช่วยให้คุณก้าวเดินได้อย่างกระฉับกระเฉงโดยลักษณะเด่นของ
คอลเลคชั่นนี้คืองานปักและงานเลเซอร์ที่สวยงาม พร้อมตกแต่งด้วยหมุดสุดน่ารัก นอกจากนี้ บาจายังได้เลือกใช้วัสดุที่ทำมาจากพียูคุณภาพชั้นดี ทั้งในแบบหนังเงาและหนังกลับ เพื่อให้คุณก้าวเดินอย่างมั่นใจในลุคที่ใครก็ไม่อยากละสายตา

รองเท้าของบาจาในคอลเลคชั่นนี้มีสีสันมากมายให้ลูกค้าได้เลือกสนุกกับการมิกซ์แอนด์แมทช์ได้อย่างเต็มที่ทั้งสีขาว สีดำ รวมถึงสีเทา สีชมพู สีเงิน และสีทอง ในสไตล์อันหลากหลาย โดยสินค้าในคอลเลคชั่น แอธลิท ฟลาวเวอร์มีทั้งหมด 10 แบบให้คุณได้เลือกเป็นเจ้าของได้แล้ววันนี้

สุดยอดผลงานชิ้นเอก CERAMIC ART สกุลช่างศิลปาชีพบางไทร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/281580

สุดยอดผลงานชิ้นเอก CERAMIC ART สกุลช่างศิลปาชีพบางไทร

สุดยอดผลงานชิ้นเอก CERAMIC ART สกุลช่างศิลปาชีพบางไทร

วันพฤหัสบดี ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และศูนย์การค้าสยามพารากอน ร่วมอนุรักษ์และสืบสานงานหัตถศิลป์อันทรงคุณค่า จัดงาน “CERAMIC ART สกุลช่างศิลปาชีพบางไทร” รวมสุดยอดผลงานชิ้นเอกที่รังสรรค์โดยคณาจารย์และนักเรียนศิลปาชีพบางไทรฯ จากแผนกช่างเครื่องเคลือบดินเผา กว่า 1,000 ชิ้น นำมาจัดแสดงและจำหน่าย รายได้ส่วนหนึ่งทูลเกล้าฯ ถวายสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยเสด็จพระราชกุศลเพื่อสมทบทุนโครงการศูนย์ศิลปาชีพบางไทรฯ พร้อมชมการสาธิตงานศิลปหัตถกรรมต่างๆ ระหว่างวันที่ 25 กรกฎาคม-3 สิงหาคม นี้ ณ ไลฟ์สไตล์ ฮอลล์ ชั้น 2 ศูนย์การค้าสยามพารากอน

ศาสตราจารย์พิเศษ ธานินทร์ กรัยวิเชียร

ศาสตราจารย์พิเศษ ธานินทร์ กรัยวิเชียร รองประธานกรรมการมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ กล่าวถึง การจัดงานในครั้งนี้ว่า“ศูนย์ศิลปาชีพบางไทรฯ ให้ความสำคัญในการรักษาและสืบทอดงานศิลปหัตถกรรมในแบบดั้งเดิมอันเป็นอัตลักษณ์ของศิลปาชีพ พร้อมเดินหน้าสร้างสรรค์ผลงานต่างๆ ให้เข้ากับยุคสมัยมากยิ่งขึ้น ซึ่งปัจจุบันเครื่องปั้นดินเผาไทยถูกขนานนามให้เป็นหนึ่งในของสะสมที่ทรงคุณค่าและมีชื่อเสียงขจรไกลระดับโลก โดยการจัดงาน “CERAMIC ART สกุลช่างศิลปาชีพบางไทร” ครั้งนี้รวบรวมผลงานของเหล่าคณาจารย์และนักเรียนแผนกช่างเครื่องเคลือบดินเผา ซึ่งได้รับการยอมรับในระดับประเทศด้วยรางวัลจากเวทีการประกวดการแสดงศิลปะเครื่องปั้นดินเผาแห่งชาติอย่างต่อเนื่อง แน่นอนว่านับเป็นโอกาสอันดีที่ประชาชนทั่วไป รวมถึงนักท่องเที่ยวต่างชาติ จะได้มีโอกาสสัมผัสและชื่นชมประติมากรรมชิ้นสำคัญที่สื่อถึงรากเหง้าทางวัฒนธรรม โดยสร้างสรรค์จากภูมิปัญญาไทยที่เต็มเปี่ยมไปด้วยผลลัพธ์แห่งความคิดสร้างสรรค์ ความเพียรพยายาม และคุณภาพอันเป็นเลิศ นอกจากนี้ แล้วยังร่วมกันสนับสนุนผลงานหัตถศิลป์ของศูนย์ศิลปาชีพบางไทรฯ ให้ยังอยู่คู่สังคมไทยพร้อมเผยแพร่ให้เป็นที่รู้จักสู่สากล”

สำหรับนิทรรศการครั้งนี้เป็นการจัดแสดงผลงานชิ้นเอกของแผนกช่างเครื่องเคลือบดินเผา จากเหล่าคณาจารย์และนักเรียน โดยรังสรรค์ผลงานชิ้นพิเศษขึ้นมา อาทิ “ตามรอยพระราชา” ผลงานการรังสรรค์ของ อาจารย์กิตติชัย สุขสุเมฆ แผนกช่างเครื่องเคลือบดินเผา ศูนย์ศิลปาชีพบางไทรฯ ผลงานชิ้นเอกที่สร้างสรรค์ขึ้นมาเพื่อจัดแสดงและจำหน่ายภายในงานโดยเฉพาะ ซึ่งเป็นผลงานการปั้นที่แตกต่างจากงานปั้นทั่วไป เพราะผลงาน “ตามรอยพระราชา” เป็นงานปั้นที่ไม่ใช้ดิน แต่ใช้ซีเมนต์เป็นวัสดุหลักปั้นพระบรมรูปของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยมีรายละเอียดปลีกย่อยที่ได้แรงบันดาลใจมาจากงานในโครงการพระราชดำริต่างๆ ของพระองค์ท่านที่ทรงงานเพื่อพสกนิกรชาวไทยไว้มากมาย อาทิ โครงการเรื่องกังหันลม, หญ้าแฝก, ฝายทดน้ำ, ฝนเทียม ฯลฯ อยู่ตรงส่วนที่ปั้นเป็นฉลองพระองค์ของพระองค์ท่าน ซึ่งการนำซีเมนต์มาเป็นวัสดุหลักนั้นเป็นเทคนิคใหม่ที่นำมาใช้ในงานปั้น ซึ่งช่วยเรื่องความแข็งแรงทนทานมากขึ้น ให้สีสันที่แตกต่าง โดยจำหน่ายในราคา 300,000 บาท

ตามรอยพระราชา ผลงานของ อาจารย์กิตติชัย สุขสุเมฆ

อีกชิ้นงานเด่นได้แก่ รูปประติมากรรมโลหะ “รู้รักสามัคคี” ผลงานของ อาจารย์พนม เสมาทอง หัวหน้าแผนกเครื่องเคลือบดินเผา ศูนย์ศิลปาชีพบางไทรฯ เป็นผลงานที่ตั้งใจสร้างสรรค์ขึ้น โดยนำพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เรื่อง “รู้รักสามัคคี” ที่มีคุณค่าและมีความหมายอย่างลึกซึ้งสามารถนำมาปรับใช้ได้กับทุกเรื่อง ทุกยุคสมัยจึงเป็นที่มาของผลงานประติมากรรมชิ้นนี้โดยเจ้าของผลงานคิดค้นและพัฒนาเทคนิคใหม่ๆ นำเหล็กเป็นวัสดุหลักผสมผสานด้วยเทคนิคการเป่าเชื่อมโลหะเหล็กเป็นเทคนิคของงานเหล็กที่เห็นเทคเจอร์อย่างชัดเจนสามารถเพิ่มลูกเล่นให้กับงานดูน่าสนใจและเคลือบพ่นด้วยสีน้ำมัน นำเสนอในรูปแบบผู้ชื่นชอบแนวคลาสสิก โดยจำหน่ายในราคา 50,000 บาท

ภายในงานยังมีผลงานอื่นๆ เช่น เซรามิกขนาดใหญ่, เซรามิกอาร์ต, จานใบไม้ด่าง, ภาพเขียน และสร้างสรรค์เสื้อยืดเพ้นท์มือสุดเก๋ที่มีเพียงชิ้นเดียวในโลกเท่านั้น ด้วยดีไซน์แปลกใหม่ที่ไม่ซ้ำแบบใคร เหมาะสำหรับผู้ที่มองหาความแตกต่าง สามารถมอบเป็นของฝากหรือของขวัญที่มีคุณค่าทางใจ โดยจัดจำหน่ายในราคาชิ้นละ 250 บาท นอกจากนี้ ยังมีการสาธิตงานหัตถกรรมจากนักเรียนแผนกช่างเครื่องเคลือบดินเผาด้วยเทคนิคที่ไม่ซ้ำกัน อาทิ การขึ้นรูปเซรามิก, การเพ้นท์ และการตกแต่งด้วยสีให้ชมโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น

ผู้ที่สนใจสามารถเข้าชมผลงาน และเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ผลงานของครูและนักเรียนศิลปาชีพบางไทร ในงาน “CERAMICART สกุลช่างศิลปาชีพบางไทร” ซึ่งจะจัดขึ้น ระหว่าง 25 กรกฎาคม-3 สิงหาคม 2560 ณ ไลฟ์สไตล์ ฮอลล์ ชั้น 2 สยาม
พารากอน ตั้งแต่เวลา 10.00-19.00 น. โดยรายได้จากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ส่วนหนึ่งทูลเกล้าฯ ถวาย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยเสด็จพระราชกุศลเพื่อบำรุงโครงการศูนย์ศิลปาชีพบางไทรฯ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โทร.02-6108000

กรมการแพทย์แผนไทยฯ เชิญชวนร่วมประกวดผลิตภัณฑ์ สมุนไพรดีเด่นระดับชาติ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/281563

กรมการแพทย์แผนไทยฯ เชิญชวนร่วมประกวดผลิตภัณฑ์ สมุนไพรดีเด่นระดับชาติ

กรมการแพทย์แผนไทยฯ เชิญชวนร่วมประกวดผลิตภัณฑ์ สมุนไพรดีเด่นระดับชาติ

วันพฤหัสบดี ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เตรียมจัดประกวดผลิตภัณฑ์สมุนไพรดีเด่นระดับชาติ (Prime Minister Herbal Awards (PMHA) ปี 2560 เพื่อพัฒนาผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์สมุนไพรให้มีศักยภาพเข้มแข็งเพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสมุนไพรไทย เป็นที่ยอมรับในระดับประเทศและนานาชาติ ผู้ได้รับคัดเลือกจะได้รับมอบโล่รางวัลและใบประกาศนียบัตรเชิดชูเกียรติ ลงนามโดย พล.อ.ประยุทธ์จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในงานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติครั้งที่ 14 ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 30 สิงหาคม – 3 กันยายน 2560 ณ อิมแพค เมืองทองธานี

นพ.ปราโมทย์ เสถียรรัตน์ รองอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ในฐานะโฆษกกรม นพ.ขวัญชัย
วิศิษฐานนท์ ผู้อำนวยการสถาบันการแพทย์แผนไทย พร้อมด้วยภาคีเครือข่ายผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่ได้รับคัดเลือกให้ได้รับรางวัลผลิตภัณฑ์สมุนไพรดีเด่นระดับชาติ (Prime Minister Herbal Awards (PMHA) เมื่อปี 2559 ที่ผ่านมา
แถลงข่าวการจัดประกวดผลิตภัณฑ์สมุนไพรดีเด่นระดับชาติ (PMHA) ประจำปี 2560

นพ.ปราโมทย์ เถียรรัตน์ กล่าวว่า เพื่อกระตุ้นให้เกิดกระแสความตื่นตัวด้านสมุนไพร กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในด้านการส่งเสริมผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์สมุนไพร เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นในคุณภาพ เนื่องจากในปัจจุบันผลิตภัณฑ์สมุนไพรของไทยยังขาดกลไกการส่งเสริมพัฒนาให้เกิดความเชื่อมั่นในคุณภาพมาตรฐานเป็นที่ยอมรับในระดับประเทศและนานาชาติและผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์สมุนไพรไม่สามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์เข้าสู่ท้องตลาดได้ ด้วยข้อจำกัดทั้งด้านเทคโนโลยี กฎหมาย การบริหารจัดการรวมถึงด้านการขายและการตลาด จึงเป็นที่มาของโครงการคัดเลือกผลิตภัณฑ์สมุนไพรดีเด่นระดับชาติเพื่อพัฒนาผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์สมุนไพรด้านการตลาดผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรป้อนเข้าสู่ตลาดให้ได้ตามเกณฑ์มาตรฐานเป็นที่ยอมรับ ในระดับประเทศและนานาชาติและพัฒนาโครงสร้างอุตสาหกรรมสมุนไพรไทยให้มีศักยภาพที่เข้มแข็งมากพอและเป็นฟันเฟืองหลักเพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสมุนไพรไทย

ทางด้าน นพ.ขวัญชัย วิศิษฐานนท์ กล่าวว่า เมื่อปีที่ผ่านมา มีผู้ประกอบการที่ได้รับคัดเลือกให้ได้รับรางวัลผลิตภัณฑ์สมุนไพรดีเด่นระดับชาติ (Prime Minister Herbal Awards (PMHA) ประจำปี 2559 จำนวน 4 ประเภท ประกอบด้วยผลิตภัณฑ์ยาสมุนไพรดีเด่น ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ KACHANAสารสกัดจากกระชายดำ โดยบริษัท บางกอกแล็ป แอนด์ คอสเมติก จำกัด, ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมสมุนไพรดีเด่น ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ ALLICIA 5000 สารสกัดจากกระเทียมโดยบริษัทขาว ลออเภสัช ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางสมุนไพรดีเด่น  ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ CURMIN Lift Anti-Aging สารสกัดจากขมิ้นชัน โดยองค์การเภสัชกรรมและผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์สมุนไพรดีเด่นได้แก่ มูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร

ในปี 2560 นี้ เพื่อให้การคัดเลือกผลิตภัณฑ์สมุนไพรดีเด่นระดับชาติ ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และสามารถส่งเสริมผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่มีคุณภาพ มาตรฐานเป็นที่ยอมรับได้อย่างต่อเนื่อง ได้มีการเพิ่มประเภทรางวัล จากเดิมจำนวน 4 ประเภท เป็น 9 ประเภท ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ยาสมุนไพรดีเด่นระดับชาติ, ผลิตภัณฑ์ยาเครื่องสำอางสมุนไพรดีเด่นระดับชาติ, ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสมุนไพรดีเด่นระดับชาติผลิตภัณฑ์สปาสมุนไพรดีเด่นระดับชาติ,ผลิตภัณฑ์สมุนไพร OTOP ดีเด่นระดับชาติ, ผู้ประกอบการSME ผลิตภัณฑ์สมุนไพรดีเด่นระดับชาติ, ผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์สมุนไพรดีเด่นระดับชาติ, ผู้ประกอบการผลิตวัตถุดิบสมุนไพรเพื่อสนับสนุนการผลิตยาสมุนไพรดีเด่นระดับชาติ และโรงงานผลิตยาสมุนไพรดีเด่นประเภทโรงพยาบาลโดยมีเงื่อนไขในการส่งผลิตภัณฑ์ เข้ารับการคัดเลือก ประกอบด้วยเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของสมุนไพรไทย,ได้รับการขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์ตามกฎหมาย, มีการผลิตและจำหน่ายในท้องตลาด หรือใช้ในโรงพยาบาล, เป็นผู้ประกอบการ ที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมและสามารถส่งได้มากกว่า 1 ประเภทรางวัล

สำหรับผู้ที่สนใจเข้าร่วมโครงการสามารถสมัครได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 27กรกฎาคม 2560 หรือติดต่อสอบถาม ได้ที่สถาบันการแพทย์แผนไทย โทร.02-5902600และ 02-149564 7 หรือ Email : pp.dtam@gmail.com หรือ line ID : pmha 2560

‘โกรทฮอร์โมน’สารแห่งความเป็นหนุ่ม-สาว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/281564

‘โกรทฮอร์โมน’สารแห่งความเป็นหนุ่ม-สาว

‘โกรทฮอร์โมน’สารแห่งความเป็นหนุ่ม-สาว

วันพฤหัสบดี ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ดร. เชาว์วัจน์  พานิชย์เสรีวิศิษฐ์

เชื่อหรือไม่ว่าการนอนหลับ จะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้คนเรามีสุขภาพดีได้ และเสริมภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายเราได้อย่างดียิ่งการหลับสนิทจะทำให้เรามีสุขภาพดี ถือเป็นเรื่องที่ง่ายๆ และดูสบาย แต่บางครั้งดูจะเป็นเรื่องที่ยากสำหรับบางคน เพราะมีเหตุและปัจจัยที่ทำให้เรามีอาการ “หลับยาก” เกิดขึ้นกับหลายๆ คนจนส่งผลเสียถึงสุขภาพ

เพราะการนอนหลับสนิทนั้นร่างกายจะได้รับสารแห่งความเป็นหนุ่มเป็นสาว หรือที่เรารู้จักกันในนาม “โกรทฮอร์โมน” สารแห่งการเจริญเติบโต ที่สร้างจากต่อมไร้ท่อ “พิทูอิทารี” ภายใต้สมอง เรียกสารชนิดนี้สั้นๆ ว่า “HGH” จะหลั่งออกมาได้ดีในชั่วโมงแรกในขณะที่เราหลับสนิท ซึ่งมีผลดีกับร่างกายเราในหลายๆ ด้าน อาทิ

-ในเด็กจะกระตุ้นการเจริญเติบโตได้ดี

-เรื่องเพศ “โกรทฮอร์โมน” แก้ปัญหาการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ เพราะการหลับสนิทจะช่วยเราได้ดีในรูปแบบการกระตุ้นให้เลือดในร่างกายเราสูบฉีดได้ดี

-ช่วยระบบเผาผลาญร่างกาย การนอนหลับสนิทส่งผลให้ร่างกายสามารถซ่อมแซมตัวเองได้อย่างสมบูรณ์ แต่การที่ต้องตื่นกลางดึกหรือนอนหลับแบบหลับๆ
ตื่นๆ ตลอดคืน ก็จะส่งผลให้ร่างกายผลิตโกรทฮอร์โมนได้น้อยลง

-สร้างกล้ามเนื้อ ในบุคคลที่ออกกำลังกายช่วยให้เราออกกำลังกายได้นานขึ้น และมีประสิทธิภาพ รวมถึงบรรลุถึงผลเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้ดี

-หัวใจ คืออวัยวะที่ได้รับความดีความชอบโดยตรงจากโกรทฮอร์โมน เพราะช่วยกระตุ้นการสูบฉีดเลือดของหัวใจกล้ามเนื้อแข็งแรง ลดสภาวะความดันโลหิตสูง ปรับความสมดุลของคอเลสเตอรอลเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของหัวใจ

-ช่วยชะลอความแก่ เรียกว่าการหลับสนิทนั้นจะมีผลดีกับผิวพรรณ เพราะทำให้เราสดชื่น มีผิวพรรณที่สดใส ร่างกายได้รับโกรทฮอร์โมนที่เต็มที่ ไม่แก่ก่อนวัย

-ด้านจิตใจ สารชนิดนี้จะทำให้จิตใจเราสงบและสมาธิดี บรรเทาความเครียดได้ดี ส่งเสริมความจำ

ในทางตรงกันข้าม หากเราไม่ได้รับสารชนิดนี้ก็จะมีผลเสียกับร่างกายหลายด้านเช่นกัน อาทิ แก่ก่อนวัยสมรรถภาพทางเพศลดลง เหนื่อยง่าย การเคลื่อนไหวขยับร่างกายไม่กระฉับกระเฉง อ้วนไขมันก่อตัวกระดูกพรุน มีโรคต่างๆ เข้ามามาก อาทิ ความดัน หัวใจ หลอดเลือด ฯลฯ

ดร.เชาว์วัจน์ พานิชย์เสรีวิศิษฐ์ เจ้าของผลิตภัณฑ์ “ทาวรัส” อาหารเสริมบำรุงสุขภาพ กล่าวว่า ผมเชื่อในหลักของการนอนหลับที่สนิท เมื่อเรานอนหลับสนิทเราจะค้นพบว่าร่างกายเราจะได้ความสดชื่น หน้าตาสดใส เปล่งปลั่ง ผมเชื่อว่าทุกคนสัมผัสมันได้ เพราะเราได้รับ “โกรทฮอร์โมน” สารที่หลั่งออกมาขณะที่เราหลับ สารนี้ช่วยให้เราไม่แก่ ผิวพรรณดี สมองความจำดี

แต่เชื่อหรือไม่ว่า ปัจจุบันเราค้นพบว่าการที่คนเราจะนอนหลับสนิทนั้นยากมาก เพราะเรามีกิจกรรมต่างๆ มากมาย อาทิ ความเครียดจากการใช้ชีวิตและการทำงาน ใช้เวลาอยู่กับโลกโซเชียล ที่เบียดบังเวลาพักผ่อน การใช้ชีวิตที่ไม่ถูกสุขลักษณะทั้งหลายเหล่านี้ ล้วนเป็นผลให้ เราพักผ่อนไม่เพียงพอ หรือหลับไม่สนิททั้งสิ้น จนก่อให้เกิดโรคภัยต่างๆตามมาในระยะยาว ดังนั้นเราจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง ต้องมีเทคนิคและวิธีการเพื่อให้เรามีช่วงเวลานอนหลับสนิท เพื่อให้ได้มาซึ่งสาร แห่งความหนุ่ม-สาวชนิดนี้ ด้วยการปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ทำให้เกิดผลเสีย

นอกจากนี้อาหารการกินก็สำคัญ ทานอาหารอร่อยแต่ขาดคุณภาพของสารอาหารที่ดี ทานฟ้าดฟู้ด ทานของทอด หมักดอง รสจัด มัน เค็ม อร่อยทุกอย่างแต่ทานแล้วอ้วน ไขมันสะสม ของดีต่อสุขภาพก็ไม่อร่อย แต่ตนเชื่อว่า“อาหารดี น้ำดี ยิ่งนอนดี” ถือเป็นสามสิ่งที่มนุษย์เราควรได้รับโดยเฉพาะการหลับสนิทจะช่วยให้ร่างกายฟื้นฟู ทั้งระบบ ซึ่งสอดคล้องกับ สรรพคุณทั้ง 8 ในคุณค่าของสมุนไพร ทั้ง 6 ชนิดของทาวรัส ด้วยคุณสมบัติโดดเด่นในการช่วยฟื้นฟูสุขภาพ ร่างกายให้ดีได้แบบองค์รวม โดยเฉพาะการหลับสนิท ที่ก่อให้เกิด “โกรทฮอร์โมน ที่สำคัญต้องหมั่นออกกำลังกาย เพียงแค่ใส่ใจ ร่างกายของเราจะดีขึ้นอย่างแน่นอน

เห็นอย่างนี้แล้ว มาลดพฤติกรรมที่เป็นสาเหตุทำให้เราพักผ่อนไม่เพียงพอ และ หาวิธี เพื่อให้เราหลับได้สนิท จะได้มาซึ่ง “โกรทฮอร์โมน” หรือสารแห่งความเป็นหนุ่มเป็นสาวกันดีกว่า

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เดิน-วิ่ง การกุศล ครั้งที่ 1

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/281583

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เดิน-วิ่ง การกุศล ครั้งที่ 1

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เดิน-วิ่ง การกุศล ครั้งที่ 1

วันพฤหัสบดี ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

รองศาสตราจารย์ นายแพทย์องค์การ เรืองรัตนอัมพร ผู้ช่วยเลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ
“ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เดิน-วิ่ง การกุศล ครั้งที่ 1” CRA Charity Run 2017 ที่จะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 26 พฤศจิกายน 2560 โดยจัดกิจกรรมเปิดโครงการและการเปิดรับสมัครรอบ Early Bird ให้กับบุคลากรภายใน และผู้รับบริการของโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ตลอดจนถึงประชาชนผู้ที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรม ณ บริเวณชั้น 1 อาคารโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ โดยรายได้จากการจัดโครงการฯ นำสมทบทุนช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็ง โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ถวายเป็นพระกุศลแด่ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ในโอกาสทรงเจริญพระชนมายุครบ 5 รอบ 4 กรกฎาคม 2560

รองศาสตราจารย์ นายแพทย์องค์การ เรืองรัตนอัมพร ผู้ช่วยเลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ และรองประธานอำนวยการจัดงาน กล่าวว่า “เนื่องในโอกาสที่ ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงเจริญพระชนมายุครบ 5 รอบ 4 กรกฎาคม 2560 ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จึงจัดให้มีโครงการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เดิน-วิ่ง การกุศล ครั้งที่ 1 ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี และน้อมสำนึกพระกรุณาธิคุณใน ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ที่ทรงมีพระปณิธานอันแน่วแน่ที่จะทรงช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้และด้อยโอกาส โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคมะเร็งให้มีโอกาสเข้าถึงบริการทางการแพทย์ที่ได้มาตรฐาน จึงทรงมีพระดำริให้จัดตั้งโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ขึ้น เพื่อช่วยเหลือประชาชนชาวไทยให้ได้มีโอกาสเข้ารับการรักษาอย่างมีคุณภาพและเท่าเทียมกัน โครงการนี้จึงเป็นส่วนหนึ่งของการแสดงเจตนารมณ์ในการร่วมสืบสานพระปณิธาน และร่วมเป็นหนึ่งพลังส่งต่อกำลังใจให้ผู้ป่วยมะเร็ง โดยรายได้จากการจัดโครงการจะนำสมทบทุนช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็งยากไร้และด้อยโอกาสให้ได้เข้าถึงการรักษาพยาบาลที่ได้มาตรฐาน และยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับผู้ป่วยโรคมะเร็ง อีกทั้ง ยังเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างแรงผลักดันในการพัฒนาสุขภาพและคุณภาพชีวิตของประชาชนด้วยการส่งเสริมการออกกำลังกาย ซึ่งกีฬาเดิน-วิ่ง ถือเป็นกิจกรรมที่คนทุกเพศทุกวัยสามารถเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการได้”

สำหรับกิจกรรม “ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เดิน-วิ่ง การกุศล ครั้งที่ 1” CRA Charity Run 2017 ได้กำหนดจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 26 พฤศจิกายน 2560 เวลา 05.00 น. ณ บริเวณอาคารผู้ป่วยทั่วไป ศูนย์การแพทย์ภัยพิบัติและฉุกเฉินเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ซึ่งเป็นอาคารผู้ป่วยที่จัดสร้างขึ้นเพื่อขยายการให้บริการของโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ บนพื้นที่ 17 ไร่ ภายในศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ ถนนแจ้งวัฒนะ ที่จะเปิดให้บริการในเดือนธันวาคม 2560 นี้ แบ่งประเภทการแข่งขันออกเป็น 3 ประเภท คือ 1. ประเภทเดินวิ่งเพื่อสุขภาพ ระยะทาง 5 กิโลเมตร 2. ประเภทมินิมาราธอน ระยะทาง 10.5 กิโลเมตร 3. ประเภทฮาล์ฟมาราธอน ระยะทาง 21 กิโลเมตร นอกจากนี้ ยังเปิดประเภทการเดินวิ่งเพื่อสุขภาพสำหรับผู้ป่วยมะเร็ง ระยะทาง 5 กิโลเมตร

ทั้งนี้ จะมีการเปิดรับสมัครการแข่งขันรอบ Early Bird ทุกประเภทวิ่ง ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 21 กรกฎาคม 2560 ในราคาค่าสมัคร 400 บาท ยกเว้นประเภทฮาล์ฟ มาราธอน ระยะทาง 21 กิโลเมตร ราคาค่าสมัคร 500 บาท ผู้ที่สนใจสามารถสมัครผ่านทาง www.cracharityrun.com หรือสมัครด้วยตนเองได้ที่ ชั้น 1 อาคารโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ หรือสามารถร่วมบริจาคสมทบทุน ผ่านบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ ชื่อบัญชี ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เดิน วิ่ง การกุศล (บริจาค) เลขที่บัญชี 468-0-64276-3 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โทร.02-5766833-36

รับเบอร์แลนด์ค้นหาสุดยอดนักออกแบบ ปั้นยางพาราให้เป็นงานชิงทุนการศึกษา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/281577

รับเบอร์แลนด์ค้นหาสุดยอดนักออกแบบ ปั้นยางพาราให้เป็นงานชิงทุนการศึกษา

รับเบอร์แลนด์ค้นหาสุดยอดนักออกแบบ ปั้นยางพาราให้เป็นงานชิงทุนการศึกษา

วันพฤหัสบดี ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

รับเบอร์แลนด์ อุทยานการเรียนรู้เกี่ยวกับยางพาราของไทย จัดงานแถลงข่าว โครงการประกวด “รับเบอร์แลนด์ ดีไซน์ คอนเทสต์” เพื่อค้นหาสุดยอดนักออกแบบรุ่นใหม่ที่สร้างสรรค์ผลงานจากวัสดุโฟมยางพารา ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Future Living ปั้นยางให้เป็นงาน” โดยให้ออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในห้องนอนหรือห้องนั่งเล่น โดยมี ม.ล.คฑาทอง ทองใหญ่ ผู้อำนวยการสํานักส่งเสริมนวัตกรรมและสร้างมูลค่าเพิ่มเพื่อการค้ากรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานในพิธี ณ ชั้น 4 ศูนย์การค้าสยามดิสคัฟเวอรี่

วันจักร โชติชัยชรินทร์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโสด้านปฏิบัติการและการบริหารสินค้ารับเบอร์แลนด์กล่าวว่า “ประเทศไทยได้ชื่อว่าเป็นแหล่งปลูกยางพาราที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก และเป็นประเทศที่มีการส่งออกน้ำยางพาราสูงสุด ส่งผลให้ยางพาราเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศไทย หากได้รับการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น จะส่งผลดีต่อประเทศ และเกษตรกรชาวสวนยางอย่างมหาศาล”

“ตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 โดยการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ด้วยเทคโนโลยี ความคิดสร้างสรรค์ และนวัตกรรม ซึ่งโมเดลนี้จะสำเร็จได้ต้องอาศัยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน และที่สำคัญคือการเปิดโอกาสให้กลุ่มเยาวชนคนรุ่นใหม่ให้ขับเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกัน จึงเป็นที่มาของการจัดโครงการประกวด “รับเบอร์แลนด์ ดีไซน์ คอนเทสต์” ขึ้น เพื่อเป็นการต่อยอดนวัตกรรมการออกแบบและเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับยางพารา ด้วยการเปิดโอกาสให้นิสิตนักศึกษาได้ส่งผลงานการออกแบบผลิตภัณฑ์แปรรูปจากยางพารา ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Future Living ปั้นยางให้เป็นงาน” สำหรับผลิตภัณฑ์เพื่อวิถีชีวิตแห่งอนาคต ที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์สำหรับห้องนอนหรือห้องนั่งเล่น โดยเน้นความสำคัญของการใช้งาน ดีไซน์ และมีวัสดุโฟมยางพาราเป็นองค์ประกอบสำคัญไม่น้อยกว่า 60% โดยมุ่งเน้นการสนับสนุนและเปิดโอกาสให้กับเยาวชนไทยได้มีโอกาสเป็นนักออกแบบมืออาชีพ อีกทั้ง ผู้ชนะการประกวดยังได้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ผลงานและสามารถต่อยอดผลงานในเชิงพาณิชย์ในการทำตลาด และจำหน่ายจริงในพื้นที่จำหน่ายสินค้าภายในรับเบอร์แลนด์อีกด้วย”

ด้าน รศ.ดร.สิงห์ อินทรชูโต หัวหน้าศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบเพื่อสิ่งแวดล้อม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และหนึ่งในคณะกรรมการโครงการประกวด “รับเบอร์แลนด์ ดีไซน์ คอนเทสต์” เผยว่า “ตนเป็นคนที่ชอบพัฒนาวัสดุให้มีชีวิตขึ้นมาใหม่ ทั้งวัสดุที่เป็นธรรมชาติ และไม่เป็นธรรมชาติ อาทิ กากกาแฟ ไม้ เหล็ก เป็นต้น แต่ยังไม่เคยนำยางพารามาออกแบบเลย การที่จะนำเอายางพาราซึ่งเป็นวัตถุดิบธรรมชาติ และเป็นพืชเศรษฐกิจของประเทศไทยมาต่อยอดให้เกิดประโยชน์และคุณค่ามากขึ้น ด้วยการนำเอาความคิดในเชิงสร้างสรรค์หรือนวัตกรรมใหม่ๆ มาใช้ นอกจากจะเป็นการสร้างความแตกต่างให้กับผลงานสร้างสรรค์แล้ว ยังจะช่วยต่อยอดและเพิ่มมูลค่าทางการเศรษฐกิจได้อีกด้วย”

สำหรับโครงการประกวด “รับเบอร์แลนด์ ดีไซน์ คอนเทสต์” เปิดรับสมัครนิสิต นักศึกษา ที่มีอายุระหว่าง 17-25 ปี ทีมละไม่เกิน 3 คน เพื่อชิงทุนการศึกษา และถ้วยรางวัล โดยสามารถกรอกใบสมัครและส่งผลงานได้แล้วตั้งแต่วันนี้ ไปจนถึง 30 กันยายน 2560 ผ่านทางเว็บไซต์ www.thairubberland.com

เก็บสเต็มเซลล์ผู้ใหญ่อย่างไรใช้รักษาโรคได้จริง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/281566

เก็บสเต็มเซลล์ผู้ใหญ่อย่างไรใช้รักษาโรคได้จริง

เก็บสเต็มเซลล์ผู้ใหญ่อย่างไรใช้รักษาโรคได้จริง

วันพฤหัสบดี ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ในปัจจุบันการเก็บสเต็มเซลล์ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เนื่องจากสเต็มเซลล์ถือเป็นเซลล์ต้นกำเนิดที่พร้อมจะเจริญเติบโต แบ่งตัวเองขึ้นมาใหม่ ต่างไปจากเซลล์ที่โตเต็มที่แล้วซึ่งจะทำหน้าที่เฉพาะของแต่ละอวัยวะนั้น ไม่สามารถเพิ่มจำนวนตัวเอง หรือเปลี่ยนรูปลักษณ์และการทำงานไปเป็นเซลล์ของอวัยวะอื่นได้อีก ด้วยคุณสมบัติพิเศษที่มีเฉพาะในสเต็มเซลล์นี้ ทำให้นักวิทยาศาสตร์และวงการแพทย์ทั่วโลกสนใจการเก็บสเต็มเซลล์เพื่อมาใช้รักษาโรคอีกมากมายแทนการรักษาในปัจจุบันที่ให้ผลไม่น่าพึงพอใจ รวมทั้งให้ความสำคัญกับการเก็บสำรองสเต็มเซลล์ไว้ก่อนการเจ็บป่วยที่อาจทำให้ผู้ป่วยไม่สามารถเก็บสเต็มเซลล์ตนเองได้ โดยส่วนใหญ่คนไทยจะรู้จักแต่การเก็บสเต็มเซลล์จากเลือดในรกและสายสะดือน้อยคนนักที่จะทราบว่าในขณะนี้ในประเทศไทยได้มีวิวัฒนาการด้านการเก็บสเต็มเซลล์จากกระแสโลหิตหรือที่เรียกว่าเก็บสเต็มเซลล์ในผู้ใหญ่ ซึ่งกำลังได้รับความสนใจอย่างแพร่หลายจากทั่วโลก แพทย์บางท่านได้เปรียบเซลล์มหัศจรรย์นี้เสมือน “อวัยวะสำรอง” ซึ่งเป็นการเตรียมพร้อมสำหรับโอกาสในการรักษาโรคที่สามารถใช้สเต็มเซลล์ของตัวเองมาใช้ของแต่ละบุคคล

แพทย์หญิงวรัชยา ฟองศรัณย์ กุมารแพทย์เฉพาะทางโลหิตวิทยาและมะเร็งในเด็ก ผู้อำนวยการด้านการแพทย์ บริษัท
ไทย สเตมไลฟ์ จำกัด กล่าวว่า การเก็บสเต็มเซลล์จากกระแสเลือดเป็นวิธีการเก็บสเต็มเซลล์แบบหนึ่ง เซลล์ที่ได้มีคุณสมบัติในการเพิ่มจำนวนและเจริญเป็นเซลล์ชนิดต่างๆ ได้เช่นเดียวกับการเก็บสเต็มเซลล์จากเลือดในรกและสายสะดือ การเก็บสเต็มเซลล์เป็นการสำรองเผื่อสำหรับการรักษาโรคที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตที่ไม่สามารถรักษาด้วยการใช้ยาหรือการผ่าตัด ไม่ใช่การป้องกันโรค โดยสเต็มเซลล์ที่ดีที่สุดในการใช้รักษาโรค คือสเต็มเซลล์ของตนเองที่เก็บก่อนการเกิดโรค เพราะโรคบางชนิดเป็นโรคของสเต็มเซลล์โดยตรง สเต็มเซลล์ของคนที่เป็นโรคแล้วนั้นไม่สามารถใช้สเต็มเซลล์ตนเองรักษาโรคได้ โรคที่สามารถรักษาด้วยสเต็มเซลล์มีหลากหลาย เปลี่ยนไปตามความก้าวหน้าทางการแพทย์ อาทิ โรคโลหิตจางชนิดธาลัสซีเมีย โรคไขกระดูกฝ่อ โรคมะเร็งบางชนิด เช่น มะเร็งเม็ดเลือดขาว มะเร็งต่อมน้ำเหลือง ทั้งยังมีวิวัฒนาการทางการแพทย์ทั่วโลกที่ศึกษาการรักษาโรคกลุ่มที่เกิดจากความเสื่อมของร่างกายด้วยสเต็มเซลล์ เช่น โรคของกระดูกอ่อนเสื่อม โรคข้อเสื่อมระยะต้น การบาดเจ็บข้อเข่าจากการเล่นกีฬา แผลเบาหวาน ฯลฯ

“การเก็บสเต็มเซลล์ในกระแสเลือดนั้นก่อนอื่นต้องได้รับการตรวจสุขภาพ ทั้งการตรวจเลือดเพื่อดูการทำงานของอวัยวะภายใน เช่น ตับ ไต ตับอ่อน ความสมบูรณ์ของเลือด การแข็งตัวของเลือด ระดับน้ำตาลและระดับไขมันในเลือด และเกลือแร่ในร่างกาย รวมถึงโรคที่สามารถถ่ายทอดทางการรับโลหิต การตรวจเอกซเรย์ปอด การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจหลังจากตรวจสุขภาพผ่านแล้ว จะเข้าสู่กระบวนการกระตุ้นการสร้างสเต็มเซลล์ให้ออกมาในกระแสเลือดด้วยฉีดยา G-CSF บริเวณต้นแขน (คล้ายการฉีดวัคซีน) วันละครั้งเป็นเวลา 5 วัน จากนั้นทำการเก็บสเต็มเซลล์ด้วยเครื่องแยกชนิดเซลล์จากกระแสโลหิต (ApheresisMachine) ซึ่งทำการคัดแยกชั้นสเต็มเซลล์ออกจากเลือด โดยเครื่องจะคำนวณปริมาณเลือดของผู้เก็บสเต็มเซลล์ จากข้อมูลน้ำหนัก ส่วนสูงและเพศของผู้เก็บ คำนวนเวลาที่ใช้ในการเก็บสเต็มเซลล์ อัตราการปั่นแยกสเต็มเซลล์ที่เหมาะสม ปริมาตรสเต็มเซลล์ที่เก็บได้ ในระหว่างการเก็บสเต็มเซลล์ จะมีทีมแพทย์และพยาบาลคอยดูแลตลอดกระบวนการเก็บ โดยสาย 1 สายจากเครื่องเก็บสเต็มเซลล์จะทำหน้าที่รับเลือดจากเส้นเลือดบริเวณข้อพับของแขนข้างหนึ่ง ซึ่งเลือดที่ถูกดึงออกมาจะถูกนำไปปั่นเพื่อคัดแยกชั้นของสเต็มเซลล์ออกมาเก็บไว้ ส่วนเม็ดเลือดแดงและพลาสม่าจะถูกคืนกลับสู่ร่างกายทางเส้นเลือดดำของแขนอีกข้างหนึ่ง โดยทั่วไปเลือด 1 ลิตร ของเราจะสามารถคัดแยกสเต็มเซลล์เข้มข้นได้ประมาณ 10-20 ซีซีเท่านั้น ดังนั้นการเก็บสเต็มเซลล์ต้องใช้เครื่องดังกล่าวในการปั่นเก็บสเต็มเซลล์ โดยปกติจะปั่นประมาณ 3 เท่าของปริมาณเลือดทั้งหมด เพื่อให้เก็บสเต็มเซลล์ได้มากที่สุดโดยมีผลกระทบต่อผู้เก็บน้อยที่สุด โดยกระบวนการเก็บใช้เวลาทั้งสิ้นประมาณ 3-4 ชั่วโมง การเก็บแต่ละครั้งผู้เก็บจะเสียเลือดไม่เกิน 150 ซีซี ซึ่งที่ผ่านมา ผู้ที่อายุน้อยที่สุดที่บริษัทมีประสบการณ์ในการเก็บสเต็มเซลล์คือ 9 ปี และผู้ที่อายุมากที่สุดคือ 89 ปี” แพทย์หญิงวรัชยากล่าว

แพทย์หญิงวรัชยา ยังกล่าวทิ้งท้ายว่าล่าสุดทางบริษัทถูกคัดเลือกให้เป็นตัวแทนประเทศไทยสำหรับงานวิจัยหัวข้อปัจจัยที่มีผลต่อการเก็บสเต็มเซลล์จากกระแสโลหิต และหัวข้อฟื้นฟูเข่าเสื่อมด้วยสเต็มเซลล์ โดยโชว์ผลงานแนะแนวให้ความรู้ในงานประชุมประจำปีของสมาคมการบำบัดรักษาด้วยเซลล์นานาชาติ International Society for Cellular Therapy (ISCT 2017) ซึ่งนับเป็นความสำเร็จและความภาคภูมิใจของแพทย์ไทยที่สามารถนำงานวิจัยมาต่อยอดการรักษาผู้ป่วยได้จริง