ร่วมค้นหาหนุ่มสุดคูลครั้งแรกในเมืองไทย ในรูปแบบเรียลิตี้ ออนไลน์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/281359

ร่วมค้นหาหนุ่มสุดคูลครั้งแรกในเมืองไทย ในรูปแบบเรียลิตี้ ออนไลน์

ร่วมค้นหาหนุ่มสุดคูลครั้งแรกในเมืองไทย ในรูปแบบเรียลิตี้ ออนไลน์

วันพุธ ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เพื่อเฟ้นหาชายหนุ่มสุดคูล ที่ดูดีทั้งบุคลิก รูปร่าง และสติปัญญา นิตยสาร Men’s Fitness Thailand นิตยสารสุขภาพไฮเอนด์ สำหรับผู้ชาย ชื่อดังจากอเมริกา โดย กุสุมา ไชยพร และ อาลี ซีอานี จึงร่วมกับ กลุ่มบริษัทแปซิฟิกา (แบรนด์ อเมริกัน อีเกิ้ล เอ้าท์ฟิตเตอร์) โดย โศภนา  เลวิจันทร์ จัดแคมเปญ “Men’s Fitness Cool Guy Search 2017 by AMERICAN EAGLE OUTFITTERS”  ในรูปแบบเรียลิตี้ ออนไลน์ ครั้งแรกในเมืองไทย เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้หนุ่มๆ หันมาใส่ใจดูแลตัวเอง ล่าสุด ได้เปิดตัวแคมเปญ เมื่อเร็วๆ นี้ ณ ห้องแกรนด์ บอลรูม ชั้น 3 โรงแรมดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ

อาลี ซีอานี ประธานกรรมการบริหาร บริษัท แมส กรุ๊ป จำกัด เปิดเผยว่า “ตั้งแต่เปิดรับสมัคร ก็มีหนุ่มๆ วัย 18-40 ปี สนใจเข้าร่วมแคมเปญนี้กว่า 200 คน จึงนับว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดี ที่มีคนที่มีความพร้อมในบุคลิก รูปร่าง หน้าตา และความคิด มาเป็นต้นแบบในการดูแลตัวเอง ให้หนุ่มๆ หันมาดูแลตัวเองกันมากขึ้นซึ่งหลังจากผู้เข้าแข่งขันทั้งหมดได้ผ่านการคัดกรองจากกรรมการ ที่ล้วนแต่เป็นผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายวงการ ก็ได้หนุ่มๆ ที่พร้อมเข้ารอบสุดท้ายมา 20 คน ไปฝ่าด่านภารกิจต่างๆ เพื่อพิสูจน์ความคูล ในการก้าวเป็น คูล กาย (Cool Guy) คนแรกของเมืองไทย พร้อมเงินรางวัลมูลค่า 100,000 บาท จากนิตยสาร Men’s Fitness และบัตรกำนัลจากแบรนด์ American Eagle Outfitters มูลค่า 50,000 บาท รวมถึงโอกาสอีกมากมายในวงการบันเทิง”

สำหรับบรรยากาศในงานเปิดตัวแคมเปญ “Men’s Fitness Cool Guy Search 2017 by AMERICAN EAGLE
OUTFITTERS” ได้มีการเปิดตัวเหล่าคณะกรรมการ ได้แก่ นพ.พุฒิพงศ์ ภูมิสุวรรณ ผู้อำนวยการ เอไอซี คลินิก, ณัฐวุฒิ ตรีวิศวเวทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แบงคอก เมโทร เน็ทเวิร์คส์ จำกัด, อารยา อินทรา สไตลิสต์ และดีไซเนอร์แถวหน้าของเมืองไทย และภูมิวรินทร์ ชุณหะวงษ์วริศ ประธานสหพันธ์กีฬาเพราะกายและฟิตเนสเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรืออาเซียน พร้อมทั้งการเปิดตัวพิธีกรประจำแคมเปญ วราวุธ เลาหพงศ์ชนะและหัวหน้าทีม มาร์ค แอ็บบอตต์ ครูสอน ฟิตเนสชื่อดัง อดีตทหารหน่วยคอมมานโดอังกฤษ, ชยุต ชูมาลัย นายแบบและนักกีฬาชื่อดัง และ อนัส ภู่มีสุข นักกีฬาเพาะกายที่ติดอันดับ 1 ใน 5 ของโลก ปิดท้ายด้วยไฮไลท์การเปิดตัวผู้ เข้ารอบ 20 คนสุดท้าย ที่มาในลุคของหนุ่มๆ ที่มีแว่นตาดำปิดบังใบหน้า แต่ก็เรียกเสียงฮือฮาได้ไม่น้อย กับรูปร่าง และบุคลิก ที่เรียกว่าเป๊ะสุดๆ แบบไม่มีใครน้อยหน้าใคร

ร่วมให้กำลังใจผู้เข้าแข่งขันทั้ง 20 คน พร้อมติดตามความสนุกสนาน ในแคมเปญ “Men’s Fitness Cool Guy Search 2017 by AMERICAN EAGLE OUTFITTERS” เรียลิตี้ ออนไลน์ ค้นหาหนุ่มเพอร์เฟกท์สุดคูล ครั้งแรก
ในเมืองไทย ทาง Line TV สถานี Mass TV ช่อง Men’s Fitness ตั้งแต่วันพุธที่ 5 กรกฎาคม 2560 เวลา 20.00 น. หรือติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง Facebook : MensFitnessTH, IG : @mensfitnessth

ลุ้นเป็นนักผจญภัย เพื่อพิชิตขั้วโลกใต้ ในโครงการ TJ’s True South

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/281384

ลุ้นเป็นนักผจญภัย เพื่อพิชิตขั้วโลกใต้ ในโครงการ TJ’s True South

ลุ้นเป็นนักผจญภัย เพื่อพิชิตขั้วโลกใต้ ในโครงการ TJ’s True South

วันพุธ ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

โครงการ TJ’s True South เพื่อพิชิตขั้วโลกใต้ปลายปี’61 เดินหน้า วางแผนกลยุทธ์การฝึกทักษะรอบด้านเพื่อหล่อหลอมผู้เข้าโครงการทั้ง 45 ท่าน ครอบคลุมทุกอาชีพ รวย-จนไม่สำคัญ มุ่งเน้นการฝึกทักษะแต่ละด้านจากพันธมิตรที่มีประสบการณ์ให้ผู้เข้าโครงการเกิดความชำนาญแข็งแกร่งของร่างกายและทักษะด้านอารมณ์ ก่อนจะเดินเท้า 1,200 กม. ในอากาศและสถานที่จริง ณ ขั้วโลกใต้ อาทิ บูธแคมป์จาก Unit 27 ,การปีนผา ณ urban playground Climbing, สนามไอซ์สเก็ต The Rink Arena และการตั้งแคมป์เดินป่า ในอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา จาก Thailand outdoor เป็นต้น

หนึ่งในตัวแทนผู้เข้าโครงการ นักธุรกิจหลงใหลกิจกรรมท้าทาย ฟราน ศรีไตรรัตน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เรือด่วนเจ้าพระยา จำกัด เปิดเผยว่า “ผมรู้จักกิจกรรมนี้จากสื่อสังคมออนไลน์ โครงการ TJ’s True South นับเป็นประสบการณ์ที่หาอีกไม่ได้ในประเทศไทย ด้านการวางแผนสำหรับการปูพื้นความรู้และฝึกทักษะเตรียมตัวและการฝึกร่างกายให้แก่ผู้เข้าโครงการ แม้ผมจะเป็นนักธุรกิจแต่สิ่งหนึ่งคือได้เจอเพื่อนใหม่ๆ ที่มี Passion เหมือนกัน สิ่งที่ได้รับจากโครงการตั้งแต่เริ่มต้นคือความรู้เกี่ยวกับการเตรียมพร้อมที่จะทำสิ่งที่ไม่เคยคิดว่าจะทำได้ ถ้าเรามีความมุ่งมั่นและความพยายามที่จะเตรียมพร้อมและได้มีทีมที่จะช่วยสนับสนุนเราสามารถที่จะทำทุกสิ่งทุกอย่างที่เราต้องการได้ ทั้งนี้สิ่งที่ตัวผมเองได้รับประสบการณ์หลังจากที่ได้ร่วมกิจกรรม วิ่ง 100 กิโล 24 ชั่วโมง ณ แก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรีฝึกทักษะไอซ์สเก็ตน้ำแข็ง ฝึกทักษะการปีนเขาการผจญภัยเข้าป่าและการบูธแคมป์จากครูฝึก Unit27 ผมยังรู้สึกว่ายังมีอีกหลายอย่างที่ต้องเรียนรู้เพิ่มเติมและเตรียมร่างกายเพื่อให้พร้อม 100 % ในการเดินเท้าเพื่อพิชิตขั้วโลกใต้

“สำหรับตัวผมถ้าได้เป็นนักผจญภัย1 ใน 10 ตัวแทนประเทศไทยจากโครงการ TJ’s True South เงินบริจาคผมจะมอบให้มูลนิธิสุภัทราที่คุณยายผมได้ก่อตั้งมูลนิธินี้ขึ้นมาเพื่อนำไปเป็นทุนการศึกษาให้เด็กนักเรียนได้มีโอกาสพัฒนาให้เขามีโอกาสทำสิ่งต่างๆ ที่เขาอยากทำเหมือนที่ผมได้รับโอกาสมาเหมือนกันครับ เทคนิคส่วนตัวถ้าผมรู้สึกท้อ ผมจะหยุดพักหายใจลึกๆ ตั้งสติและอยู่กับปัจจุบันรวบรวมแรงในร่างกาย และจิตใจเพื่อที่จะเดินหน้าต่อไปทีละก้าว”

และอีกหนึ่งตัวแทนผู้เข้าร่วม มณฑา สุนทรวิทย์ มีอาชีพธุรกิจส่วนตัว ผู้หญิงตรองไม่สนอายุ เฟ้นหาประสบการณ์ใหม่ๆ ท้าทายให้แก่ชีวิต กล่าวปิดท้ายว่า “ส่วนตัวรู้สึกตื่นเต้นที่ได้เข้ารอบ 45 ท่าน นับเป็นประสบการณ์ใหม่และท้าทายขีดความสามารถของตนเอง พอมาสัมผัสโครงการ การเตรียมงาน ความพร้อม และการทุ่มเทของทีมงาน ทำให้รู้สึกเลยว่า สิ่งที่เรามองเห็นภายนอกเป็นเพียงเศษเสี้ยวของความทุ่มเทของทีมงาน ต้องขอบคุณคณะกรรมการทุกท่านจากทุกๆ ระยะ ที่ทำให้มีโอกาสได้มาถึงระยะที่ 4 กรณีถ้าได้เข้ารอบตัวแทนประเทศไทยเดินเท้า ปักธงไตรรงค์ของไทย ตั้งใจบริจาคเงิน 1 ล้านบาท ให้แก่มูลนิธิไทยซัมมิทพัฒนา นำไปใช้ประโยชน์สูงสุดแก่น้องๆ ที่ไม่มีเงินเรียนหนังสือ ส่วนตัวหลายๆ ครั้งที่รู้สึกท้อจะกลับไปนึกถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้นึกถึงเสมอสิ่งที่รักและมุ่งมั่นด้านการพยายามความสำเร็จนั้นต้องตามมาเสมอ มันทำให้เรายิ้มได้เสมอจริงๆ ค่ะ

โดยโครงการ TJ’s True South เป็นกิจกรรมที่จุดประกายความฝันคนธรรมดาที่ทำเพื่อประเทศไทยและสังคมทุกคนที่ปักธงชาติไทยในขั้วโลกใต้ได้จะได้รับ เงินบริจาค 1 ล้านบาท แก่มูลนิธิใดก็ได้นับเป็นการทำตามฝัน ทั้งนี้การสร้างประวัติศาสตร์ให้แก่ประเทศไทยครั้งแรก และเป็น 1 ใน 19 ประเทศไทยจากทั่วโลก ภารกิจที่ยิ่งใหญ่ไม่ใช่เรื่องง่ายและไม่ได้เกิดขึ้นมาง่ายๆ มาร่วมให้กำลังใจทุกท่านในการเตรียมตัวฝึกทักษะเพื่อคัดตัวจริงนักผจญภัย ผ่านทางออนไลน์ อาทิ FACEBOOK/IG/TrueSouthThailand /www.truesouth.org

สเนลไวท์ ชวนเซเลบริตี้ อัพเดทเคล็ดลับดูแลผิวพรรณ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/281361

สเนลไวท์ ชวนเซเลบริตี้ อัพเดทเคล็ดลับดูแลผิวพรรณ

สเนลไวท์ ชวนเซเลบริตี้ อัพเดทเคล็ดลับดูแลผิวพรรณ

วันพุธ ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เป็นเทรนด์ฮิตของสาวๆ ยุคใหม่ ที่หันมาใส่ใจดูแลสุขภาพผิวพรรณกันมากขึ้นในทุกๆ ขั้นตอน งานนี้ผู้บริหารสาวเก่ง เสาวคนธ์ พรพัฒนารักษ์ ผู้ผลิตสินค้า นามุไลฟ์ สเนลไวท์ เลยส่งผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุด Snailwhite Crème Body Wash (สเนลไวท์ ครีม บอดี้ วอช) มาให้สาวๆ ได้ทั้งอาบและบำรุง บำรุงผิวในขณะเดียวกัน โดยจัดงานเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ณ ควอเทีย แกลเลอรี่ ชั้น M ศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทียร์ เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ท่ามกลางบรรยากาศคึกคักของเหล่าเซเลบริตี้ อาทิ นวลพรรณ ล่ำซำ, กรกนก ยงสกุล, กัลยพัชร ภักดีผดุงแดน, กรุณา วัจนะพุกกะ, ภูษิต-เคธี่ พัฒนปราการ, จงกล-วีกฤษฏิ์ พลาฤทธิ์ ฯลฯ ที่ต่างพร้อมใจกันมาร่วมงาน และไม่พลาดอัพเดทเทรนด์ใหม่ พร้อมแชร์ทริคการดูแลผิวสวยในแบบฉบับของตัวเอง

เสาวคนธ์ พรพัฒนารักษ์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ ปิยวัชร ราชพลสิทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่สายงานบัญชี และการเงิน บริษัท ดู เดย์ ดรีม จำกัด (มหาชน) ได้เนรมิตงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ “Snailwhite Crème Body Wash” ผ่านบรรยากาศที่ถูกตกแต่งด้วยโทนสีขาวและชมพู เสมือนจำลองห้องอาบน้ำสุดเก๋ ภายใต้คอนเซ็ปต์ผลิตภัณฑ์ หนึ่งเดียว…ทั้งอาบและช่วยบำรุง ตอบโจทย์สาวๆ ที่ต้องการมีผิวสวยสุขภาพดี ที่สามารถบำรุงได้ตั้งแต่ ในระหว่างขั้นตอนการอาบน้ำอันเป็นกิจวัตรประจำวัน ด้วยคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ที่ นอกจากจะมีเนื้อครีมให้ฟองเนื้อละเอียดนุ่ม เข้าบำรุงผิวอย่างล้ำลึก ล้างออกง่ายแล้ว ยังเหมาะกับทุกสภาพผิว ด้วยพลังการฟื้นบำรุงจากสารสกัดธรรมชาติ อันได้แก่ 1.เมือกหอยทาก ที่มีคุณสมบัติช่วยฟื้นฟูและซ่อมแซมเซลล์ผิว ให้ผิวกลับมาแข็งแรงกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในผิวทำให้ผิวยกกระชับและมีสุขภาพดี 2.เพนตะไวติน เป็นอนุพันธ์ของพืชที่โครงสร้างเป็นธรรมชาติ ทำหน้าที่จับกับเคราตินในชั้นผิว ทำให้ความชุ่มชื้นจะถูกกักเก็บไม่ให้ถูกล้างออกไปกับน้ำ สามารถรักษาความชุ่มชื้น กับผิวได้ยาวนาน และ 3.แอปเปิ้ล เอสเซนเชียลอะมิโน เอซิด  มีคุณสมบัติอ่อนโยนไม่ทำลายชั้นผิวภายนอกที่เป็นเกราะป้องกันผิวชั้นใน ทำหน้าที่ให้ฟองเนื้อละเอียดนุ่ม แต่สามารถล้างทำความสะอาดง่าย ซึ่งผลิตภัณฑ์ Snailwhite Crème Body Wash  มีให้เลือก 3 สูตร เหมาะกับทุกสภาพผิว ได้แก่ สูตรNatural White ช่วยบำรุงผิวหมองคล้ำให้แลดู ขาวกระจ่างใสเปล่งประกาย สูตรAnti-Aging อุดมด้วยสารต่อต้านอนุมูลอิสระเข้มข้น ช่วยบำรุงให้ผิวแลดูอ่อนเยาว์ชุ่มชื้น และสูตร Deep Moisture ช่วยบำรุงให้ผิวคงความชุ่มชื้นยาวนาน เนียนนุ่มไม่แห้งกร้าน

โดย กรุณา วัจนะพุกกะ เซเลบริตี้สาวที่รักในการดูแลผิว กล่าวว่า “ส่วนตัวเป็นคนที่ค่อนข้างให้ความสำคัญกับผิวพรรณ โดยจะดูแลตัวเองจากทั้งภายในและภายนอก ภายในจะเน้นที่การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ส่วนภายนอกจะเน้นไปที่ครีม
บำรุงผิว ส่วนตัวเป็นคนผิวตัวแห้ง เพราะต้องอยู่ในห้องแอร์เป็นประจำ จึงทำให้ต้องเน้นไปที่ผลิตภัณฑ์ ที่เติมเต็มความชุ่มชื้นให้กับผิว อาทิเช่น ครีมทาผิว หรือครีมอาบน้ำที่ส่วนผสมของมอยส์เจอร์ไรเซอร์”

ด้าน อัชฌา เจริญรัศมีเกียรติ กล่าวว่า “เน้นในเรื่องของการดูแลจากภายใน โดยจะใส่ใจในเรื่องของอาหารการกินเป็นพิเศษ ช่วงนี้พยายามรับประทานผักและผลไม้เยอะๆ และที่สำคัญจะต้องดื่มน้ำมากๆ นอกจากนี้ ต้องเลือกผลิตภัณฑ์ดูแลผิวและครีมอาบน้ำให้เหมาะกับสภาพผิว ส่วนตัวจะชอบผลิตภัณฑ์ที่มีกลิ่นหอมแบบธรรมชาติ เนื้อสัมผัสให้ความชุ่มชื้น”

พิชามญช์ ชมะนันทน์ ได้แชร์เทคนิคง่ายๆ สำหรับสาวๆ ผิวแห้ง ด้วยการล้างหน้าและอาบน้ำเย็น ตามด้วยครีมบำรุงผิวที่ให้ความชุ่มชื้นเป็นประจำทุกวัน รวมถึงรับประทานอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ลดปริมาณอาหารมันๆ

ด้านแฝดสาว พิมพิศา ชมะนันทน์เผยว่ากำลังเสพติดการออกกำลังกาย เข้ายิม ต่อยมวย และเต้นซุมบ้า เพราะรู้สึกว่า เวลาทำกิจกรรมที่เหงื่อออกเยอะๆ ทำให้จำนวนสิวอักเสบสิวอุดตันที่ชอบผุดขึ้นบนหน้า หายวับทันตาอย่างเห็นได้ชัด ที่สำคัญหลังออกกำลังกาย จะใช้ครีมอาบน้ำสูตร Anti-Aging เพื่อช่วยกระชับผิว

นอกจากนี้เหล่าเซเลบฯสาวยังได้ร่วมลุ้นกับการแข่งขันอาบน้ำของผู้เข้ารอบ3 ท่านสุดท้าย  ในแคมเปญ “NAMU LIFE SNAILWHITE CRÈME BODY WASH #อาบให้สวยกว่าใหม่” ชิงรางวัลเงินสดรวม 200,000 บาท อีกด้วย

พบกับผลิตภัณฑ์ครีมอาบน้ำ NAMU LIFE SNAILWHITE CRÈME BODY WASH ทั้ง 3 สูตร ได้แล้ววันนี้ที่ร้านสะดวกซื้อ และห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วประเทศ ติดต่อสอบถามข้อมูลผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมได้ที่ http://www.facebook.com/ namulifesnailwhite/

แนะการใช้ชีวิตของผู้ป่วยเบาหวานในยุคโซเชียลมีเดีย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/281379

แนะการใช้ชีวิตของผู้ป่วยเบาหวานในยุคโซเชียลมีเดีย

แนะการใช้ชีวิตของผู้ป่วยเบาหวานในยุคโซเชียลมีเดีย

วันพุธ ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

สมาคมเบาหวานแห่งประเทศไทยฯ สร้างเกราะความรู้ให้ผู้เป็นเบาหวานในยุคโซเชียลมีเดียเดินหน้าสร้างเครือข่ายชมรมผู้เป็นเบาหวานให้ครอบคลุมทั่วประเทศ หวังลดการเกิดโรคเบาหวานในคนไทย

ปัจจุบันประเทศไทยมีผู้เป็นเบาหวานเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเกินกว่าที่คาดการณ์ไว้ จากการสำรวจสุขภาพประชากรไทยโดยการตรวจร่างกายปี พ.ศ.2557ในประชากรตั้งแต่อายุ 15 ปีขึ้นไป พบว่าเป็นเบาหวานร้อยละ 8.9 หรือคิดเป็น 4.8 ล้านคน นอกจากนี้ การรักษาเพื่อควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดบรรลุเป้าหมายเพียงร้อยละ 38.2

ท่ามกลางการพัฒนาความรู้และเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ก้าวหน้าอย่างมาก ในสภาพสังคมออนไลน์ในปัจจุบันที่สามารถสื่อสารส่งต่อความรู้ได้อย่างรวดเร็วและกว้างขวาง จึงนำมาสู่การเสวนาทางวิชาการ “การใช้ชีวิตของผู้ป่วยเบาหวานในยุคโซเชียลมีเดีย” ของสมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทยฯ ประจำปีพ.ศ.2560 นี้ เพื่อหาคำตอบและแนวทางในการใช้เทคโนโลยีการสื่อสารและสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อส่งเสริมให้การป้องกันและรักษาโรคเบาหวานในประเทศไทยบรรลุเป้าหมาย เพื่อลดการเกิดโรคเบาหวานในคนไทย และไม่เกิดภาวะแทรกซ้อนในผู้ป่วยเบาหวาน

นพ.เพชร รอดอารีย์ เลขาธิการสมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทยฯ  เปิดเผยว่า “ปัจจุบัน สื่อสังคมออนไลน์และการใช้เทคโนโลยีในการดูแลโรคเบาหวานมีบทบาทมากขึ้นในการรักษาผู้ป่วย โดยสมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทยฯ ได้ตระหนักถึงผลกระทบในส่วนนี้มาโดยตลอด และล่าสุดสมาคมฯ ได้มุ่งสร้างเกราะความรู้ความเข้าใจต่อผู้คนสังคมไทยในรูปแบบ “โครงการสัมมนาเครือข่ายชมรมผู้เป็นเบาหวาน” โดยได้จัดร่วมกับโรงพยาบาลในภูมิภาคต่างๆ เพื่อรวมตัวสร้างเป็นเครือข่ายขึ้นระหว่างบุคลากรทางการแพทย์และผู้เป็นเบาหวาน ซึ่งเป็นการรวมตัวที่ก่อให้เกิดประสิทธิผลมาก เนื่องด้วยแพทย์จะได้มีโอกาสพูดคุยกับผู้เป็นเบาหวานและครอบครัวอย่างใกล้ชิดได้แลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ ทำให้เข้าใจถึงปัญหา และร่วมกันหาทางออกที่ดี นำไปสู่การพัฒนาการดูแลตนเองและการช่วยเหลือระหว่างผู้ป่วยด้วยกัน โดยที่ผ่านมา สมาคมฯ ได้จัดไปแล้ว 6 จังหวัด เริ่มจากกรุงเทพฯ อุบลราชธานี สงขลา เชียงใหม่ ระยอง และพิษณุโลก สามารถเข้าถึงผู้นำกลุ่มผู้ป่วยเบาหวานได้ถึง 400 คน บุคลากรทางการแพทย์ 300 คน จากทั้งหมด 128 โรงพยาบาล และมีแผนดำเนินการขยายสังคมเครือข่ายผู้เป็นเบาหวานให้ครอบคลุมทั่วประเทศ เพื่อให้การรักษาเบาหวานบรรลุเป้าหมาย และลดการเกิดภาวะแทรกซ้อน อันเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ยังเห็นว่า ควรมีการใช้สื่อสังคมออนไลน์สร้างเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และเผยแพร่ความรู้ที่ถูกต้องเหมาะสมแก่ผู้ป่วยและประชาชน”

ศ.นพ.ฉัตรเลิศ พงษ์ไชยกุล ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ให้ความเห็นว่า “ยุคโซเชียลทำให้พฤติกรรมคนไทยเปลี่ยนไป ชอบค้นหาข้อมูลจากสื่อออนไลน์ด้วยตนเอง ยกตัวอย่างเช่นเมื่อปี 2555 ที่ผ่านมา อาจารย์ได้เปิดเฟซบุ๊ค ชื่อEndocrinology by Prof. Chatlert Pongchaiyakul เป็นเพจทางวิชาการ เริ่มแรกตั้งใจจะให้ความรู้ทางวิชาการทางด้านระบบต่อมไร้ท่อและเบาหวานแก่แพทย์และบุคลากรทางการแพทย์เป็นหลัก แต่หลังจากเปิดเพจไประยะหนึ่งพบว่ามีผู้ติดตามเพจจำนวนมากที่เป็นประชาชนทั่วไป ทำให้ต้องนำเสนอข้อมูลในวงกว้างสำหรับผู้อ่านทั่วไปให้มีความรู้เกี่ยวกับโรคทางต่อมไร้ท่อและโรคเบาหวานไปด้วย ปัจจุบัน เพจนี้มีผู้ติดตามประมาณเกือบสี่หมื่นคน นอกจากเฟซบุ๊คแล้ว อาจารย์ยังได้ทำการให้คำแนะนำแก่ผู้ป่วยในการรักษาโดยผ่านโปรแกรม LINE โดยส่งข้อมูลเรื่องการควบคุมอาหาร การออกกำลังกาย การปรับยาเพื่อช่วยให้ผู้ป่วยเบาหวานควบคุมได้ดีขึ้นอีกด้วย”

ดร.สุปิยา เจริญศิริวัฒน์ นักวิจัยและหัวหน้าห้องปฏิบัติการวิจัยติดตามสุขภาพและรูปแบบการดำเนินชีวิตศูนย์เทคโนโลยีอีเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) ได้บรรยายเรื่องการใช้งานของแอพพลิเคชั่นได้แสดงให้เห็นผลลัพธ์ทางสุขภาพที่ดีขึ้นในประชากรผู้ใหญ่ที่เป็นเบาหวาน ส่วนใหญ่การออกแบบแอพพลิเคชั่นสำหรับโรคเบาหวานจะมี 3 หมวดหลักๆ ที่สำคัญ คือ บันทึกประวัติ (diary for diabetes tracker) ข้อมูลทางโภชนาการ (nutrition) และการดูแลสุขภาพ (wellness and health management)

ทั้งนี้ ในประเทศไทย มีแอพพลิเคชั่น เช่น “FoodiEat” ถูกออกแบบให้ใช้งานเพื่อช่วยแนะนำการดูแลสุขภาพผู้ใช้งานสามารถบันทึกพฤติกรรมการรับประทานอาหาร คำนวณค่าพลังงานที่เผาผลาญจากการออกกำลังกาย ส่วนแอพพลิเคชั่นอื่นๆ ที่กำลังพัฒนา ได้แก่ แอพพลิเคชั่นจะเป็นผู้ช่วยบันทึกข้อมูลสุขภาพ ให้คำแนะนำผู้ป่วยรวมถึงแจ้งเตือนผู้ป่วยและญาติหากพบภาวะเสี่ยง เช่น เมื่อผู้ป่วยลืมฉีดยา หรือมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงผิดปกติ นอกจากนี้ ยังมีแอพพลิเคชั่นวางแผนการรับประทานอาหาร สำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน ซึ่งจะช่วยในการประมวลผลสัดส่วนรายการอาหารที่เหมาะสมกับค่าน้ำตาลของผู้ป่วยใน
การรับประทานอาหารแต่ละมื้ออีกด้วย

ผศ.สมิทธิ์ บุญชุติมา ภาควิชาการประชาสัมพันธ์ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้คำแนะนำว่า “เพื่อให้การสื่อสารด้วยสื่อสังคมออนไลน์เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ มีคนสนใจ นักสื่อสารจำเป็นต้องมีความรู้และทักษะ 4 ด้าน คือ ความรู้ในเรื่องความเสี่ยงต่อโรคเบาหวาน เทคนิคการสื่อสารผ่านสื่อสังคมออนไลน์การผลิตภาพกราฟิกและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับลิขสิทธิ์ ถึงแม้ว่าเทคโนโลยีจะมีการพัฒนาอย่างก้าวกระโดด สื่อมีทั้งจริงและเท็จปะปนกัน ดังนั้น ประชาชนและผู้ให้บริการทางสาธารณสุขควรใช้วิจารณญาณวิเคราะห์ก่อนจะเชื่อในสื่อใด ควรพิจารณาจากที่มาของข่าวสาร ผู้ให้ข่าวสารและสถาบันที่น่าเชื่อถือ เช่น ข้อมูลมาจากสมาคมวิชาการ หรือสถาบันทางการแพทย์ เป็นต้น”

สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโรคเบาหวาน ได้ที่เว็บไซต์สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทยฯ http://www.DMThai.org หรือ Facebook : สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทยฯ

กลุ่ม รพ.นวมินทร์ จัดกิจกรรม ‘ร่วมร้อยดวงใจ ถวายพ่อหลวง’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/281362

กลุ่ม รพ.นวมินทร์ จัดกิจกรรม ‘ร่วมร้อยดวงใจ ถวายพ่อหลวง’

กลุ่ม รพ.นวมินทร์ จัดกิจกรรม ‘ร่วมร้อยดวงใจ ถวายพ่อหลวง’

วันพุธ ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร กลุ่มโรงพยาบาลนวมินทร์ จัดกิจกรรม “ร่วมร้อยดวงใจ ถวายพ่อหลวง” รวมพลังแห่งความจงรักภักดีและแสดงความอาลัย เชิญชวนประชาชนทั่วไปร่วมเป็นจิตอาสาประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ ดอกรัศมีจันทร์ เพื่อใช้ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป โดยตั้งเป้า 9,999 ดอก

ภายในงานเมื่อวันก่อน ซึ่งจัดขึ้น ณ บริเวณห้องประชุมใหญ่ ชั้น 3 โรงพยาบาลนวมินทร์ 9 ได้รับเกียรติจากคณะผู้บริหาร นำโดย ดร.พิมพ์ขวัญ บุญจิตตพิมล รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลนวมินทร์ ร่วมด้วย เหล่าเซเลบริตี้และดาราชื่อดัง ตลอดจนประชาชนทั่วไป มาร่วมเป็นจิตอาสาทำความดีเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลจำนวนมาก อาทิ สะคราญกมล อุทัยศรี และ ฐิติพงศ์ ล้อประเสริฐ, แพนเค้ก-เขมนิจ จามิกรณ์, เนย เนโกะจั๊ม-วรัฐฐา อิมราพร ฯลฯ

ดร.พิมพ์ขวัญ บุญจิตตพิมล ในฐานะแม่งาน เผยว่า “ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ใน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และเนื่องจากในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ จำเป็นต้องใช้ดอกไม้จันทน์จำนวนมาก กลุ่มโรงพยาบาลนวมินทร์ จึงตั้งใจจัดกิจกรรมครั้งนี้ขึ้น เพื่อเชิญชวนประชาชนจิตอาสามาร่วมร้อยดวงใจกันด้วยความรัก บันทึกความทรงจำที่ดี ครั้งหนึ่งในชีวิต กับการถวายงานพระองค์ท่าน โดยร่วมประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ ดอกรัศมีจันทร์ เพื่อทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย เพื่อใช้ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ โดยตั้งเป้าประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ให้ได้จำนวน 9,999 ดอก

ที่เลือกประดิษฐ์ ดอกไม้จันทน์ เป็น ดอกรัศมีจันทร์ เพราะมีความหมายที่ดี “รัศมีจันทร์ คือ รัศมีของดวงจันทร์ที่ส่องแสงสว่างในยามค่ำคืน จากความมืดมิดให้เกิดเป็นความสว่างไสวไปทั่วท้องฟ้า ดั่งพระบุญญาบารมีแห่ง พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่แผ่ไพศาล ชุบชีวิตที่มืดมิดให้พบความสว่าง โดยพระราชทานความช่วยเหลือ บำบัดทุก บำรุงสุข พสกนิกรทุกหมู่เหล่าทุกแห่งหนเสมอมา ซึ่งเราทุกคนที่เกิดภายใต้ร่มพระบารมีต่างน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้”

8 คุณประโยชน์ของกีวี ยิ่งทานยิ่งดีกับร่างกาย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/281376

8 คุณประโยชน์ของกีวี ยิ่งทานยิ่งดีกับร่างกาย

8 คุณประโยชน์ของกีวี ยิ่งทานยิ่งดีกับร่างกาย

วันพุธ ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

กีวี เป็นผลไม้เก่าแก่ที่มีประวัติยาวนานมากว่าร้อยปี โดยถือกำเนิดมาจากประเทศจีนซึ่งมีชื่อเรียกผลไม้ชนิดนี้ว่า “ไชนีส กูสเบอร์รี่ (Chinese gooseberry)” จนได้มีการนำเข้ามาปลูกในประเทศนิวซีแลนด์ เมื่อปี 2407 และพัฒนาเป็นผลไม้เศรษฐกิจของประเทศ รวมทั้งเปลี่ยนชื่อผลไม้ชนิดนี้เป็น “กีวี” ตามชื่อนกกีวีสัญลักษณ์ของประเทศนิวซีแลนด์นั่นเอง

กีวีเป็นผลไม้ลูกเล็กๆ ที่มีหน้าตาแปลกแตกต่างจากผลไม้ชนิดอื่นมีน้ำตาลต่ำและเส้นใยสูง ให้พลังงานเพียง 54 แคลอรี่ต่อ 1 ผลเท่านั้น พร้อมอุดมเป็นด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย

เรามาทำความรู้จักกับ 8 ประโยชน์จากผลไม้ลูกจิ๋วชนิดนี้กันดีกว่า 

1.ช่วยทำให้สุขภาพผิวดีขึ้น วิตามินซีที่อยู่ในกีวี จะช่วยกระตุ้นระบบการสร้างคอลลาเจนทำให้ผิวเรียบเนียนขึ้น รวมถึงมีสารต้านอนุมูลอิสระ เพื่อป้องกันความเสียหายที่เกิดจากมลภาวะเป็นพิษต่างที่เราต้องเจอในชีวิตประจำวัน 

2.ช่วยย่อยอาหารในบางมื้อที่เราทานเนื้อสัตว์เยอะๆ อาจทำให้เรามีภาวะจุกเสียดแน่นท้องเพราะอาหารไม่ย่อย หากเราทานกีวีเข้าไปตามหลังมื้ออาหารมื้อหนัก สาร Actinide ที่อยู่ในกีวีจะเป็นตัวช่วยย่อยโปรตีนได้ดีไม่แพ้ มะละกอ หรือ สับปะรด เลย

3.ช่วยลดความดันโลหิต กีวีมีโพแทสเซียมซึ่งเป็นอิเล็กโทรไลต์ที่ช่วยปรับความสมดุลให้เลือด และช่วยควบคุมระดับน้ำในร่างกายโดยการขับออกมาทางปัสสาวะ การทานผลไม้ที่มีโพแทสเซียมสูงอย่างกีวีจึงช่วยลดอาการบวมน้ำ บวมเค็ม ได้ดีอีกด้วย 4.ช่วยลดน้ำหนัก ผลไม้ชนิดนี้เหมาะมาก สำหรับคนที่กำลังอยากลดน้ำหนัก เนื่องจากเป็นผลไม้ที่มีน้ำตาลต่ำและปริมาณเส้นใยสูงจึงทำให้ไม่เกิดการหลั่งอินซูลินที่รุนแรงเหมือนผลไม้รสหวานอื่นๆ ทั่วไป ดังนั้นจึงทำให้ไม่เกิดการสะสมของไขมันตามมา 5.ช่วยกระตุ้นระบบขับถ่าย กีวีเป็นผลไม้ที่เส้นใยสูง จึงช่วยป้องกันอาการท้องผูกและปัญหาเกี่ยวกับระบบลำไส้ได้ดี อีกทั้งยังช่วยทำความสะอาดสารพิษที่ตกค้างภายในลำไส้ ลดความเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ได้อีกด้วย

6.ช่วยทำให้หัวใจแข็งแรง การรับประทานกีวีอย่างต่อเนื่อง จะทำให้สามารถลดการแข็งตัวของเลือดและลดไตรกลีเซอไรด์ลงได้ หลายคนที่มีภาวะโรคหัวใจ ในผู้ป่วยบางรายแพทย์อาจจ่ายยาที่มีแอสไพรินเพื่อลดการแข็งตัวของเลือด ซึ่งการรับประทานบ่อยเกิดไปอาจมีผลข้างเคียงกับร่างกายหลายอย่าง เพราะฉะนั้นหากรับประทานกีวีอย่างต่อเนื่องก็สามารถต่อต้านการเกิดภาวะดังกล่าวได้ดีต่อสุขภาพเช่นกัน

7.มีประโยชน์ต่อสตรีมีครรภ์ กีวีอุดมไปด้วยโฟเลตเหมาะสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ เพราะจะช่วยสร้างสารพันธุกรรม ที่จำเป็นสำหรับเด็กทารก ที่ต้องการเซลล์ใหม่จำนวนมาก และการรับประทานโฟเลตเป็นประจำทั้งก่อนและระหว่างตั้งครรภ์ จะช่วยทำให้ผิวและเซลล์เม็ดเลือดมีสุขภาพดี ปริมาณโฟเลตในกีวีมีมากกว่ากล้วย 49% และมากกว่ามะม่วงถึง 112.8%

8.ช่วยให้นอนหลับดีขึ้น จากงานวิจัยของ ศาสตราจารย์เจิ้นฟาง หลู มหาวิทยาลัยการแพทย์ไต้หวัน พบว่า การกินกีวีเพียง 2 ผลก่อนเข้านอนสัก 1 ชั่วโมงจะช่วยทำให้นอนหลับง่ายขึ้น และหลับได้ลึกขึ้น หากร่างกายได้รับการพักผ่อนที่เพียงพอ ก็ช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคร้ายได้อีกหลายโรคเช่นกัน

สำหรับวิธีการเลือกซื้อกีวี ต้องเลือกผลที่ไม่มีรอยบุบช้ำ และผลไม่นิ่มจนเกินไป นำมาพักทิ้งไว้ในอุณหภูมิปกติ รอจนสุกแล้วปลอกรับประทาน หรือหากไม่อยากปลอกให้ยุ่งยาก ก็สามารถผ่าครึ่งลูกใช้ช้อนตักรับประทานได้เลย การรอให้กีวีสุกจะทำให้ได้รสหวานอร่อยขึ้นกว่าเดิม สนับสนุนข้อมูลดีๆ จาก บริษัท วัชมนฟู้ด จำกัด ผู้นำเข้ากีวีเซสปรี จากประเทศนิวซีแลนด์ สามารถติดตามกิจกรรมดีๆจากวัชมนฟู้ดได้ที่ Facebook : Vachamon food

สมพล ตรีภพนารถ คิดและบริหารแบบแบ่งปันเพื่อสังคม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/281354

สมพล ตรีภพนารถ คิดและบริหารแบบแบ่งปันเพื่อสังคม

สมพล ตรีภพนารถ คิดและบริหารแบบแบ่งปันเพื่อสังคม

วันพุธ ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เรื่องของเงินๆ ทองๆ และการค้าการขายนั้น ย่อมอยู่ในความสนใจของทุกคนทุกขณะเวลา สมพล ตรีภพนารถ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แคปปิตอลโอเค จำกัด และกรรมการบริหาร บริษัท เอเชีย แคปปิตอล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงประสบการณ์การทำงานและเรื่องที่อยู่ในความสนใจ ในฐานะผู้คร่ำหวอดกับการทำงานในธุรกิจสายการเงินและการค้ามายาวนาน เริ่มจากผู้จัดการสาขาธนาคารกรุงไทย ก้าวสู่ธุรกิจประกันภัย คือบริษัทกรุงไทยพานิชประกันภัย, ธนาคารอิสลาม และธุรกิจศูนย์การค้า เอ็มบีเค ล่าสุดคือ กลับคืนสู่ธุรกิจการเงินที่เขาเชี่ยวชาญ นั่นคือ บริษัท เอเชีย แคปปิตอล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เป็นธุรกิจที่ให้สินเชื่อแก่นักธุรกิจการค้า เพื่อสนับสนุนการขยายตัวของเศรษฐกิจและให้ธุรกิจสามารถเดินหน้าต่อไปได้อย่างไม่หยุดยั้ง

นอกจากงานบริหารที้ทำอยู่แล้ว สมพล ตรีภพนารถ เขียนบทความส่งให้กับ สวปอ. (สมาคมวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร) เรื่อง “แวตช่วยชาติ” ซึ่งทางอาจารย์ได้อ่านและสัมภาษณ์พร้อมคัดเลือก 1 ใน 4 ของผลงานที่นำส่งเสนอผ่านไปยังเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ซึ่งเรื่องนี้หากภาครัฐสนใจขึ้นมาก็จะทำเพื่อให้ผู้ซื้อหรือผู้บริโภคสามารถสะสมยอดซื้อสินค้าทั้งปีเอาไปเคลมคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) หรือใช้เพื่อการลดหย่อนภาษี มาตรการนี้เชื่อว่าจะช่วยกระตุ้นให้เกิดการใช้จ่ายในระบบมากขึ้น

“สาเหตุที่ทำการศึกษาเรื่องนี้ เพราะมองว่าชาติได้ประโยชน์ ช่วงปลายปีเรากระตุ้นการใช้จ่าย ทั้งการกิน-เที่ยว-ซื้อของช่วยชาติ สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ แต่ผมมองว่าเป็นไปได้หรือไม่ ถ้าเราจะใช้วิธีสะสมยอดด้วยการเก็บบิลภาษีสะสมทั้งปีให้ครบ 100,000 บาท (แต่ต้องจับจ่ายใช้สอยประมาณ1,430,000 บาท) เพื่อนำไปลดหย่อนภาษี เพราะด้วยวิธีนี้ จะช่วยให้เกิดการใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ลูกค้าจะเรียกร้องให้ร้านค้าออกใบเสร็จ ทุกบริษัทหรือกิจการจะขอเข้ามาอยู่ในระบบ เพื่อออกใบเสร็จให้ลูกค้านำไปเคลมแวตอย่างถูกต้อง ซึ่งช่วยป้องกันการออกใบเสร็จปลอม รัฐก็จะมีรายได้จากภาษีการค้า (ที่มีกำไร) และยังช่วยลดการช็อปปิ้งแบรนด์เนมในต่างประเทศ เพราะส่วนต่างของราคาซื้อในต่างประเทศ เขาสามารถนำมาสะสมยอดเพื่อใช้ลดแวตได้”

และแม้งานจะมากมาย สมพล ยังใช้เวลาเข้าไปเรียนหลักสูตรเสริมสร้างสังคมสันติสุข ที่สถาบันพระปกเกล้าว่า หลักสูตรนี้ให้หลักคิดที่ดีมาก เปิดโอกาสให้ผู้เห็นต่างมาเรียนร่วมกัน ทำให้ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ได้รับรู้ทัศนคติและมุมมองที่แตกต่าง การเรียนการสอนมีการลงพื้นที่จริงทั้ง 4 ภาค นักศึกษาที่เรียนมีทั้งผู้บริหารจากองค์กรต่างๆ อัยการ ตำรวจ นักการเมือง นักธุรกิจ เอ็นจีโอ สื่อมวลชน ฯลฯ เป้าหมายคือส่งเสริมให้เกิดความสมานฉันท์ของคนในชาติ ร่วมกันฟื้นฟูประเทศชาติในทุกด้าน และเพื่อให้ทุกคนตระหนักว่าแม้จะเห็นต่างแต่ต้องไม่แตกแยก เกิดการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องราวต่างๆ ได้รับสิ่งที่ดีๆ ความคิดที่ดี ได้สร้างประโยชน์ต่อสังคมส่วนรวมมีเรียนเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง เรื่องไม่ก่อหนี้หรือกู้เงินทั้งในระบบและนอกระบบ และให้มองที่ศักยภาพของตัวเอง พึ่งพิงตัวเองเป็นหลัก ก็รู้สึกภูมิใจมาก

และการที่เข้าทำงานที่ธนาคารอิสลาม ทำให้คุณสมพลมีโอกาสได้ลงพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างเข้าใจเข้าถึงพี่ประชาชนทาง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ทำให้เขาเห็นถึงความสำคัญของโอกาสทางการศึกษาของเด็กใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ล่าสุดจึงหันไปร่วมกับ “มูลนิธิทุนแพทย์เพื่อปวงประชา” มอบทุนการศึกษาแก่นักศึกษาแพทย์ 2 ทุน เพื่อให้เด็กสามารถมีทุนเรียนจนจบแพทย์ที่ ม.สงขลานครินทร์หาดใหญ่ โดยเขาให้เหตุผลว่า

“หมอเป็นอาชีพที่ช่วยชีวิตคน ทุนนี้เป็นทุนที่สร้างอาชีพเพื่อการช่วยชีวิตคน จากการลงไปสัมผัสด้วยตัวเอง ผมรู้สึกประทับใจกับคนภาคใต้ตั้งแต่ทำงานกับธนาคารอิสลามแล้ว เขาน่ารัก ไม่น่ากลัว จริงใจ เราน่าจะให้เขาต่อยอดได้ ทุนนี้เป็นทุนส่วนตัว ผมช่วยเท่าที่จะทำได้”

โลกของความเข้าใจและแบ่งปัน ไม่ว่าจะมากหรือน้อย ล้วนเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่เสมอ

‘มีเทศน์ มีทอล์ค ครั้งที่ 6 ตอน คำพ่อสอน’ สัญจร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/281386

‘มีเทศน์ มีทอล์ค ครั้งที่ 6 ตอน คำพ่อสอน’ สัญจร

‘มีเทศน์ มีทอล์ค ครั้งที่ 6 ตอน คำพ่อสอน’ สัญจร

วันพุธ ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ขอเชิญพุทธศาสนิกชนและประชาชนร่วมฟังธรรมเทศนา “มีเทศน์ มีทอล์ค ครั้งที่ 6 ตอน คำพ่อสอน” สัญจรไปตามภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศ เพื่อเผยแพร่หลักธรรมคำสั่งสอนของศาสนาพุทธเป็นทานให้แก่ผู้สนใจ และร่วมกันสร้างคุณงามความดีในการร่วมกันทำบุญ วันอาทิตย์ที่ 23 กรกฎาคม 2560 ณ หาดใหญ่ ฮอลล์ เซ็นทรัลเฟสติวัล

พบกับพระนักเทศน์ระดับประเทศ อาทิ พระราชธรรมนิเทศ (เจ้าคุณพยอม กลฺยาโณ)วัดสวนแก้ว จ.นนทบุรี, พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี (ว.วชิรเมธี) ศูนย์วิปัสสนา ไร่เชิญตะวัน จ.เชียงราย,พระมหากิตติศักดิ์ โคตมสิสฺโส (ศ.สียวน)วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามฯ กรุงเทพฯ, พระครูวาทีพัชรโสภณ (พระครูปลัดราชันย์ อริโย) วัดวังศาลจ.เพชรบูรณ์, พระเมธาวินัยรส ผศ.ดร., วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย กรุงเทพฯ,พระราชญาณกวี วัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก กรุงเทพฯ, พระราชวิสุทธิมุนี วิ. (หลวงตาเยื้อน) วัดเขาศาลาอตุลฐานะจาโร จ.สุรินทร์, พระอาจารย์ศักดา สุนฺทโร วัดไร่ป่าธรรมภิมุก จ.ตราด, พระปลัดสุริยเมธี ปิยธมฺโม วัดโคกพะยอมสุการาม จ.สงขลา, พระครูสุธรรมสาธก วัดธรรมาราม จ.ตรัง และพระปลัดพลกฤต กฺลยาณธมฺโม ดร.วัดมหัตตมังคลาราม (วัดหาดใหญ่ใน) จ.สงขลา

นอกจากนี้ ยังเป็นการร่วมน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและน้อมนำพระบรมราโชวาท พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมาเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต โดยรายได้จากการร่วมบริจาคต่างๆ ภายในงานทั้งหมดมอบให้แก่มูลนิธิการกุศลต่างๆ ต่อไป จัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 23 กรกฎาคม 2560 ณ หาดใหญ่ ฮอลล์ เซ็นทรัลเฟสติวัล หาดใหญ่ จ.สงขลา ติดต่อขอรับบัตรเข้าชมได้ฟรีที่เคาน์เตอร์ ประชาสัมพันธ์ชั้น 1 สอบถามเพิ่มเติมโทร.086-9770112

ดื่มนมโค 100% เฮลท์ตี้สปอร์ตดริ้งค์ของคนรุ่นใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/281375

ดื่มนมโค 100% เฮลท์ตี้สปอร์ตดริ้งค์ของคนรุ่นใหม่

ดื่มนมโค 100% เฮลท์ตี้สปอร์ตดริ้งค์ของคนรุ่นใหม่

วันพุธ ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เทรนด์การออกกำลังกาย กำลังเป็นที่นิยม หลายคนเริ่มหันมาให้ความสนใจกับการเล่นกีฬากันมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ถึงแม้คนจะให้ความสำคัญกับการออกกำลังกายกันมากขึ้น แต่หลายๆ คนยังมีความเข้าใจด้านโภชนาการที่ไม่ถูกต้อง จึงทำให้บางครั้งถึงแม้ออกกำลังกายแล้ว แต่สมรรถภาพร่างกายก็ยังไม่ฟิตเต็ม 100% เพื่อให้คนรุ่นใหม่รู้จักเลือกรับประทานอาหารที่ถูกต้อง เหมาะสมกับสภาวะความต้องการของร่างกาย โดยเฉพาะในหมู่คนที่ชื่นชอบการเล่นกีฬาเพื่อทำให้ร่างกายแข็งแรง 100% พร้อมสำหรับการเล่นกีฬาในทุกรูปแบบ โฟร์โมสต์ ร่วมกับ“จูเนียร์ เอ็นบีเอ” พร้อมผู้เชี่ยวชาญทางด้านโภชนาการการกีฬา มาร่วมให้ความรู้และเคล็ดลับการเลือกรับประทานอาหาร โดยเฉพาะการดื่มนมที่เรียกได้ว่าเป็นเครื่องดื่ม “สปอร์ตดริ้งค์” สำหรับคนรุ่นใหม่เพื่อร่างกายแข็งแรงแบบนักกีฬามือโปร

ดร.โอฬาร โชว์วิวัฒนา ผู้อำนวยการฝ่ายองค์กรสัมพันธ์ บริษัท ฟรีสแลนด์คัมพิน่า (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์นมโฟร์โมสต์ ให้ข้อมูลว่า หนึ่งในแนวคิดหลักที่โฟร์โมสต์ให้ความสำคัญมาโดยตลอด คือการรณรงค์ให้คนไทยมีสุขภาพดีโดยการ “ดื่มขยับรับสุขภาพ” ภายใต้แคมเปญ “Drink.Move.BeStrong” โดยเริ่มต้นด้วย “การดื่ม” ซึ่งหมายถึงการบริโภคโดยเฉพาะอย่างยิ่งน้ำนมโคคุณภาพที่อุดมไปด้วยสารอาหารและโภชนาการที่ครบถ้วน อย่างน้อยวันละ 1-2 แก้ว ควบคู่กับ “การออกกำลังกาย” อย่างสม่ำเสมออย่างน้อยวันละ 1 ชั่วโมง พักผ่อนให้เพียงพอ ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโตอย่างเต็มที่โดยเฉพาะเรื่องความสูงในวัยเด็ก และช่วยเสริมสร้างความหนาแน่นของมวลกระดูก เพื่อป้องกันโรคกระดูกพรุนในวัยผู้ใหญ่

ด้าน นวรัตน วิทวัสศุกล ผู้เชี่ยวชาญทางด้านโภชนาการการกีฬา การกีฬาแห่งประเทศไทย กล่าวเสริมว่า อาหาร เป็นสิ่งที่สำคัญมากสำหรับนักกีฬา เพราะถือเป็นแหล่งพลังงานที่จะส่งเสริมให้นักกีฬาสามารถแสดงศักยภาพออกมาได้อย่างเต็มที่ ดังนั้นหลักโภชนาการจึงเป็นสิ่งที่นักกีฬาและผู้ที่ชื่นชอบการออกกำลังกายควรเรียนรู้และไม่ควรมองข้าม เพราะคือความได้เปรียบในเชิงการกีฬาและเป็นประโยชน์กับตัวนักกีฬา โดยปกติแล้วนักกีฬาควรรับประทานอาหารให้ครบถ้วนทั้ง 5 หมู่และเพียงพอกับความต้องการของร่างกาย เพื่อให้ร่างกายสามารถออกกำลังกายได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ

โภชนาการการกีฬา หมวดหมู่ที่ต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษ มีดังต่อไปนี้ หมู่ที่ 1 คือ โปรตีน ได้แก่ เนื้อสัตว์ เต้าหู้ นม ไข่ เป็นต้น สารอาหารประเภทโปรตีนเป็นส่วนสำคัญในการฟื้นฟูร่างกาย เสริมสร้างกล้ามเนื้อและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ซึ่งแหล่งโปรตีนที่เหมาะสมและตอบโจทย์มากที่สุดในช่วงหลังการออกกำลังกาย ก็คือ “นมโค” เพราะเป็นเครื่องดื่มที่มีคุณประโยชน์ด้านโภชนาการอย่างครบถ้วนและร่างกายสามารถดูดซึมไปใช้ได้อย่างรวดเร็ว เพื่อช่วยฟื้นฟูร่างกายและกล้ามเนื้อหลังจากการออกกำลังกายได้เป็นอย่างดี หมู่ที่ 2 คือ คาร์โบไฮเดรตได้แก่ ข้าว แป้ง ขนมปัง เป็นต้น ควรมีการเพิ่มปริมาณตามการใช้พลังงานและออกกำลังกายที่เพิ่มขึ้น เพื่อให้ร่างกายมีพลังงานเพียงพอและสามารถออกกำลังกายได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่เกิดความล้า

ทั้งนี้ การเล่นกีฬาหรือออกกำลังกายเป็นประจำร่างกายควรได้รับโปรตีน คาร์โบไฮเดรต วิตามิน และเกลือแร่ต่างๆ ในปริมาณที่สมดุล ซึ่งแหล่งของสารอาหารที่ตอบโจทย์มากที่สุด ก็คือ “นมโค” เพราะอุดมไปด้วยสารอาหารไม่ว่าจะเป็นโปรตีนที่มี กรด
อะมิโนจำเป็นครบถ้วนทั้ง 9 ชนิด ซึ่งเป็นกรดอะมิโนธรรมชาติที่มีส่วนสำคัญในการช่วยซ่อมแซมและเสริมสร้างกล้ามเนื้อ วิตามินและเกลือแร่ โดยเฉพาะฟอสฟอรัสและแคลเซียมซึ่งถือเป็นจุดเด่นของนมโคและเป็นแร่ธาตุสำคัญที่ช่วยเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรง

นอกจากนี้ ในน้ำนมโคยังมี น้ำตาลแลคโตส น้ำตาลตามธรรมชาติซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้นมโคมีค่า Glycemic Index (Low GI) หรือมีค่าการปลดปล่อยพลังงานที่ต่ำ ซึ่งมีประโยชน์คือร่างกายสามารถย่อยและดูดซึมมาใช้เป็นพลังงานได้อย่างช้าๆ ทำให้ร่างกายของนักกีฬาได้รับพลังงานอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่องยาวนาน

ล่าสุดมีงานวิจัยจากวารสารวิชาการด้านกีฬาและโภชนาการชั้นนำ JISSN (Journal of the International Society of Sport Nutrition) ระบุว่า “นมโค” เป็นเครื่องดื่มที่ช่วยในการฟื้นตัวของกล้ามเนื้อและเพิ่มความอึดให้กับนักกีฬาได้ดีกว่าเครื่องดื่มเกลือแร่ทั่วไป โดยงานวิจัยดังกล่าวให้นักกีฬาที่มีสุขภาพสมบูรณ์โดยให้ออกแรงภายใต้ความสามารถในการออกกำลังสูงสุดจนเหนื่อย หมดแรงและให้นักกีฬาสุ่มเลือกเครื่องดื่ม 1 ชนิด จากเครื่องดื่ม 3 ประเภทระหว่าง น้ำเปล่า นม และเครื่องดื่มเกลือแร่ โดยให้ดื่มในช่วงการหยุดพักเป็นเวลา 2 ชั่วโมงก่อนเริ่มออกกำลังกายอีกครั้ง

ตลอดหนึ่งสัปดาห์ของการเก็บข้อมูลโดยผลสรุปพบว่า นักกีฬาที่ดื่มนมหลังการออกกำลังกายมีอัตราการฟื้นตัวได้เร็วกว่า (Recovery) และมีความอึด (Endurance) ในการใช้แรงออกกำลังกายต่อไปได้นานกว่านักกีฬาที่ดื่มเครื่องดื่มเกลือแร่ถึงร้อยละ 34 และนักกีฬาที่ดื่มน้ำเปล่าถึงร้อยละ 93 ผลการศึกษาชุดนี้แสดงให้เห็นว่า “นมโค” เป็นเครื่องดื่มสปอร์ตดริ้งค์ยุคใหม่ที่เหมาะสำหรับนักกีฬาและผู้ที่ออกกำลังกายเนื่องจากสารอาหารในนมโคช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอและเสริมสร้างกล้ามเนื้อเพื่อให้ร่างกายฟิตแอนด์เฟิร์มและมีความพร้อมในการเล่นกีฬาได้อย่างเต็มที่อย่างแท้จริง

5 ศิลปินอิสระ ฝีแปรงดี จิตใจงาม โชว์ผลงาน ‘วาดด้วยใจรัก ครั้งที่ 3’ สมทบกองทุน ส.ธ. เพื่อผู้สูงวัย รพ.จุฬาฯ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/281444

5 ศิลปินอิสระ ฝีแปรงดี จิตใจงาม โชว์ผลงาน ‘วาดด้วยใจรัก ครั้งที่ 3’ สมทบกองทุน ส.ธ. เพื่อผู้สูงวัย รพ.จุฬาฯ

5 ศิลปินอิสระ ฝีแปรงดี จิตใจงาม โชว์ผลงาน ‘วาดด้วยใจรัก ครั้งที่ 3’ สมทบกองทุน ส.ธ. เพื่อผู้สูงวัย รพ.จุฬาฯ

วันพุธ ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

นิทรรศการจิตรกรรมสีน้ำและสีอะคริลิกเพื่อการกุศล ผลงานฝีแปรงของ 5 ศิลปินอิสระ ประกอบด้วย ม.ร.ว.เทพกมล เทวกุล, คุณหญิงขวัญตา เทวกุล ณ อยุธยา, ทิพวรรณ เตชะวิจิตร์, ขวัญชนก เตชะวิจิตร์, อ.ภัชราวุฒิ พัดสูงเนิน อาจารย์ผู้สอนพร้อมด้วย ศ.วิโชค มุกดามณี ศิลปินแห่งชาติ ร่วมกันอวดโฉมผลงานในพิธีเปิดนิทรรศการ “วาดด้วยใจรัก ครั้งที่ 3” ภายใต้แนวคิด “กิจกรรมศิลปะ” ณ ไลฟ์สไตล์ฮอลล์ ชั้น 2 ศูนย์การค้าสยามพารากอน เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2560 ได้รับพระกรุณาจาก พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ เสด็จทรงเป็นองค์ประธานเปิดนิทรรศการ ที่สร้างความปลาบปลื้มใจอย่างหาที่สุดมิได้ และเป็นพลังผลักดันอันสำคัญยิ่งที่ทำให้กลุ่มศิลปินมีกำลังใจที่จะจัดกิจกรรมเพื่อช่วยเหลือสังคมต่อไป

จุดเริ่มต้นของงานในครั้งนี้ ย้อนไปเมื่อประมาณปี 2552 ได้มีการพบปะรวมตัวกันของกลุ่มเพื่อนวัยเกษียณ ที่ต่างมีปณิธานเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันในการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์และเป็นกิจกรรมเพื่อการกุศลด้วยต้นทุนที่มีเหมือนกัน คือ ความสนใจและชื่นชอบงานด้านศิลปะทำให้เกิดการรวมตัวกันอย่างจริงจัง เพื่อเรียนรู้งานด้านศิลปะเพิ่มเติม โดยมีอ.ภัชราวุฒิ พัดสูงเนิน จากมหาวิทยาลัยศิลปากร เป็นอาจารย์ผู้สอนจนเกิดเป็นศิลปินกลุ่มนี้ขึ้นมา นำโดย คุณหญิงขวัญตา เทวกุล ณ อยุธยา และกลุ่มเพื่อนที่ต่างใช้ความสามารถด้านศิลปะ กับความประทับใจจากการเดินทางมากมายทั้งในและต่างประเทศมาเป็นแรงบันดาลใจอันสำคัญที่ทำให้เกิดจินตนาการ และถ่ายทอดเรื่องราวในผืนผ้า เพื่อเป็นการแบ่งปันความงดงามและความสุขให้กับผู้อื่น เมื่อมีผลงานมากมาย จึงเป็นที่มาของการจัดนิทรรศการเพื่อการกุศล “วาดด้วยใจรัก” ขึ้นมา เพื่อนำรายได้จากการจำหน่ายภาพมอบเป็นการกุศลเพื่อช่วยเหลือสังคม

สำหรับนิทรรศการ “วาดด้วยใจรัก” จัดต่อเนื่องมาเป็นครั้งที่ 3 กลุ่มศิลปินอิสระ ได้รวบรวมผลงานทั้งสีน้ำและสีอะคริลิกกว่า 100 ภาพ กับแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงานจากประสบการณ์การเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ และเหตุการณ์รอบๆ ตัวมาถ่ายทอดด้วยเทคนิคของแต่ละคนที่ถนัดซึ่งการจัดนิทรรศการ 2 ครั้งที่ผ่านมา ผลงานของศิลปินกลุ่มนี้เป็นที่ยอมรับจากผู้ชมว่ามีคุณภาพและความงามที่น่าสนใจ ที่สำคัญ การจัดนิทรรศการ“วาดด้วยใจรัก” ครั้งที่ 3 เป็นการส่งต่อความรักให้แก่ผู้อื่น โดยนำรายได้หลังหักค่าใช้จ่าย สมทบทุนโครงการ “กองทุน ส.ธ.เพื่อผู้สูงวัย” โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย, มูลนิธิโรคอัลไซเมอร์แห่งประเทศไทย, มูลนิธิชัยพัฒนาและมูลนิธิอื่นๆ นิทรรศการเปิดให้ชมได้ ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันอาทิตย์ที่23 กรกฎาคม 2560 ณ ไลฟ์สไตล์ ฮอลล์ ชั้น 2 ศูนย์การค้าสยามพารากอน

 

ท่านผู้หญิงวราพร ปราโมช ณ อยุธยา กับคณะผู้จัดนิทรรศการ อนุทิพย์ ไกรฤกษ์,
คุณหญิงผะอบทิพย์ ศาตะมาน และ ศิลปิน ทิพวรรณ เตชะวิจิตร์