สวารอฟสกี้จับมือกับนักออกแบบอีกครั้ง เพื่อสร้างคอลเลคชั่นชิ้นงานคริสตัลร่วมสมัย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/281383

สวารอฟสกี้จับมือกับนักออกแบบอีกครั้ง เพื่อสร้างคอลเลคชั่นชิ้นงานคริสตัลร่วมสมัย

สวารอฟสกี้จับมือกับนักออกแบบอีกครั้ง เพื่อสร้างคอลเลคชั่นชิ้นงานคริสตัลร่วมสมัย

วันพุธ ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

สวารอฟสกี้จับมือกับ Arran Gregory ศิลปินชาวอังกฤษผู้มีแนวคิดลํ้าสมัย และ Hiroshi Yoshiiศิลปินดิจิทัลชื่อก้องของญี่ปุ่น เพื่อสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์สองคอลเลคชั่นใหม่นี่คือการออกแบบชิ้นงานอันทันสมัยซึ่งต่อยอดมาจากชิ้นงานตั้งโชว์ที่สวารอฟสกี้ผลิตขึ้นครั้งแรกในปี 1976 การจับมือกันสร้างสรรค์ผลงานกับ Yoshii Hiroshiและ Arran Gregory ของบริษัทในครั้งนี้จะเผยเอกลักษณ์ในการออกแบบของศิลปินแต่ละคน โดยใช้ส่วนผสมของคริสตัลที่หลากหลาย

Arran Gregory ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสายใยระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ และความแข็งแกร่งอันน่าพิศวงของสัตว์ป่า การออกแบบกราฟิกของเขาจําลองจิตวิญญาณดิบๆ ของสัตว์ ต้นแบบโดยการลดทอนรูปลักษณ์ลงและเน้นเส้นสายที่ชัดเจนแทนการใส่รายละเอียด เช่น อุ้งเท้าและดวงตา แล้วเชิญชวนให้ผู้ชมเติมเต็มช่องว่างเหล่านั้นด้วยตัวเอง

ในคอลเลคชั่นภาพสะท้อนธรรมชาติ เขาได้สร้างสรรค์ผลงานขึ้นมาสามแบบโดยย่อส่วนมาจากงานประติมากรรมชิ้นเอกของตัวเอง ได้แก่ สุนัขป่า เสือดาว และหมี นอกจากนี้แล้ว ในการร่วมมือกันตลอดระยะเวลาสองปี สวารอฟสกี้ได้พัฒนาโครเมียมเคลือบผิวแบบพิเศษขึ้นเพื่อนํามาใช้กับคริสตัลที่ได้รับการเจียระไนอย่างแม่นยํา

Arran กล่าวว่า “การทํางานกับสวารอฟสกี้สร้างแรงบันดาลใจได้เป็นอย่างดี พวกเขาไว้ใจผมในฐานะศิลปินและสนับสนุนการทํางานของผม โดยไม่ตัดทอนความคิดของผมออกไปเลย คริสตัลเป็นวัสดุที่น่ามหัศจรรย์มาก ผมคิดว่าคงเป็นเพราะการทําปฏิกิริยากับแสงนั่นแหละครับที่ดึงดูดให้คุณหลงใหล”

ดาวเด่นในคอลเลคชั่นของ Hiroshi Yoshii คือนกฮูกคริสตัลแสนน่ารักน่าเอ็นดู พวกมันมีบุคลิกเฉพาะตัวและเป็นสัญลักษณ์นําโชค นี่คือผลงานการออกแบบชิ้นแรกของ Yoshii ที่ผลิตจากคริสตัล ชิ้นงาน “นกฮูก Hoot” ของเขาเปล่งประกายงดงาม สร้างความรู้สึกดีๆ ได้หลายอารมณ์ ไม่ว่าจะเป็น “Hoot ตกหลุมรัก” ที่โอบกอดหัวใจคริสตัลสี Light Siam ทั้งสามดวงไว้อย่างน่ารัก, “Hoot มาฉลองกันเถอะ” ซึ่งแกว่งลูกโป่งสี Fuchsia อย่างร่าเริง ส่วน “Hoot ฉันโชคดีจังเลย” ก็กําลังถือใบโคลเวอร์สี่แฉกที่ทําจากคริสตัลสี Fern Green แสนสดใส

Hiroshi ให้ความเห็นว่า “ตัวละครสามมิติของผมสร้างสรรค์ขึ้นโดยผสมผสานความงดงาม ความเปิ่น และอารมณ์ขันไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ดังนั้นพอผมทราบว่าสวารอฟสกี้มีชิ้นงานที่เป็นตัวละครด้วย ผมก็คิดว่าคงจะดีถ้าผมได้ทําอะไรแบบนั้นบ้าง ผมมักจะออกแบบโดยใช้วัสดุที่มีพื้นผิวทึบแสง ตอนแรกการทํางานกับคริสตัลจึงเป็นเรื่องที่ท้าทายมาก แต่ในที่สุดผมก็คุ้นเคยและสนุกกับมันมากครับ”

นับเป็นอีกหนึ่งคอลเลคชั่นที่น่าติดตาม สำหรับผู้หลงใหลในความเป็นสวารอฟสกี้

เซเลบฯชวน‘ว้าว’ตลอด 7 เดือนเต็มฉลอง 7 ปีเซ็นทรัล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/281169

เซเลบฯชวน‘ว้าว’ตลอด 7 เดือนเต็มฉลอง 7 ปีเซ็นทรัล

เซเลบฯชวน‘ว้าว’ตลอด 7 เดือนเต็มฉลอง 7 ปีเซ็นทรัล

วันอังคาร ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

นิตย์สินี จิราธิวัฒน์

นับเป็นห้างสรรพสินค้าที่ผูกพันกับชีวิตคนไทยมานานกว่า 7 ทศวรรษ ห้างเซ็นทรัล จัดงานฉลองอย่างยิ่งใหญ่ “70 ปี ห้างเซ็นทรัล” ตลอด 7 เดือนเต็ม ชวนสัมผัสประสบการณ์อบอุ่นดุจครอบครัว และไลฟ์สไตล์สุดเอ็กคลูซีฟ พร้อมเปิดตัวเว็บไซต์และแอพพลิเคชั่นใหม่ล่าสุด เพื่อมอบประสบการณ์การช็อปปิ้งเหนือระดับ ทั้งจองโรงแรม เลือกร้าน ซื้อสินค้าชิ้นพิเศษ และข้อมูลท่องเที่ยวของเมืองที่มีห้างในเครือ ท่ามกลางเซเลบริตี้แฟนพันธุ์แท้ร่วมงานคับคั่ง ณ ห้องบอลรูม ชั้น B1 โรงแรม พาร์ค ไฮแอท กรุงเทพฯ

ยุวดี จิราธิวัฒน์

ยุวดี จิราธิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธุรกิจห้างสรรพสินค้า บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด กล่าวว่า ตลอด 70 ปี ที่ผ่านมา ห้างเซ็นทรัล ถือเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวคนไทยที่มีความผูกพันกันมาตลอด ปัจจุบันพฤติกรรมการช็อปปิ้ง เปลี่ยนเป็นไร้พรมแดน เซ็นทรัลเลยเปิดตัวเว็บไซต์ AuxVillesDuMonde.com (AVDM) และแอพพลิเคชั่นภายใต้ชื่อเดียวกันบนสมาร์ทโฟน มอบประสบการณ์การช็อปปิ้งของลูกค้าห้างเซ็นทรัล และห้างสรรพสินค้าหรูในเครือเซ็นทรัล ได้รับการเชื่อมโยงถึงกันโดยสมบูรณ์ โดยร่วมกับ Conde Nast (กองเด นาสต์) ประเทศอิตาลี สำนักพิมพ์ชั้นนำของโลกผู้เชี่ยวชาญการท่องเที่ยว และเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวระดับพรีเมียมทั่วโลกพัฒนาแอพพลิเคชั่นนี้ ที่จะทำให้ลูกค้าสามารถเข้ามาค้นหาข้อมูลท่องเที่ยวของเมืองที่มีห้างในเครือ และยังสามารถติดต่อกับห้างเหล่านี้เพื่อใช้บริการต่างๆ เช่น จองโรงแรม ร้านอาหาร หรือเลือกซื้อสินค้าชิ้นพิเศษ เพียงนัดหมายกับเจ้าหน้าที่ผู้อำนวยความสะดวก (Concierge) ของห้างในเมืองนั้นๆ เพื่ออำนวยความสะดวก โดยเปิดให้ดาวน์โหลดใช้งานได้แล้วตั้งแต่วันนี้ทั้งระบบไอโอเอส (iOS) และเอนดรอยด์ (Android)”

ด้าน นิตย์สินี จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ร่วม บริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัด กล่าวถึงความพิเศษในโอกาส ครบ 70 ปีห้างเซ็นทรัล ว่า จะมีการเปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์ใหม่ในหลายๆ มิติ เพื่อให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของโลกยุคปัจจุบัน ตั้งแต่เปลี่ยนโลโก้ ที่สื่อถึงความหนักแน่น ตั้งใจ และมุ่งมั่นของห้างเซ็นทรัลในการบริการลูกค้า อีกทั้งยังสอดรับกับทิศทางความเป็นห้างสรรพสินค้าระดับโลก ตอกย้ำวิสัยทัศน์ “A second home that transcends generations.” (อะ เซคเคิน โฮม แดท แทรนสเซนด์ เจเนอเรชั่น) ให้ห้างเซ็นทรัล เป็นดั่งบ้านหลังที่สองของคนทุกกลุ่ม ทุกเพศ ทุกวัย มอบประสบการณ์ให้ลูกค้าในแบบ “Everyone” of a kind (เอฟรี่วัน ออฟ อะ คายด์) คือดูแลลูกค้าทุกคนเสมือนคนพิเศษด้วยสินค้าและบริการที่ดีที่สุด ดั่งเพื่อนผู้รู้ใจ รวมถึงกิจกรรมการตลาดที่น่าตื่นตาตลอดทั้งปีพร้อมกันนี้ยังได้เปิดตัว แอพพลิเคชั่น Centralโฉมใหม่ ที่จะทำให้การช็อปปิ้งทั้งออนไลน์และออฟไลน์เป็นเรื่องที่ง่ายยิ่งขึ้น เข้าถึงความต้องการเฉพาะบุคคลมากขึ้น เพียงคอนเนคไปที่Central.co.th ภายในแอพฯและยังสามารถดาวน์โหลด E-coupon (อี-คูปอง) คูปองอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อรับสิทธิพิเศษในห้างได้ด้วย

ญาณินท์ วีระไวทยะ, ปาวา นาคาศัย, ญาดา รุ่งวัฒนภักดิ์

ภายในงานยังมีคนดังมาร่วมแชร์ไลฟ์สไตล์การช็อปปิ้ง เริ่มที่ ญาณินท์ วีระไวทยะบอกว่า “ไลฟ์สไตล์ของผู้หญิงยุคนี้ให้ความสำคัญกับการดูแลตัวเองมากๆ การเดินห้างจึงเหมือนได้มาอัพเดตมาแชร์ประสบการณ์ของผู้หญิงยุคใหม่ร่วมกัน ซึ่งนอกจากมาช็อปปิ้งสินค้ายังได้รับบริการพิเศษ เช่น Personal Shopper (เพอร์ซันนัล ช็อปเปอร์) มีคนให้คำแนะนำเรื่องการช็อปปิ้ง หรือบริการBeautiful Friday (บิวตี้ฟูล ฟรายเดย์) บริการทัชอัพฟรี ทุกวันศุกร์ ก่อนไปปาร์ตี้กับเพื่อนๆ ต่อหลังเลยงาน ชอบมากๆ ค่ะ”

ด้าน ปาวา นาคาศัย บอกว่า “ผูกพันกับห้างเซ็นทรัลมาก เพราะตามคุณแม่มาช็อปปิ้ง ตั้งแต่เด็กๆ จนปัจจุบันก็ยังมาเดินเป็นประจำที่นี่เปรียบเสมือนบ้านหลังที่สองก็ว่าได้ มีโมเม้นต์ต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย ที่สำคัญช็อปปิ้งได้ทุกที่ทุกเวลา เพราะมี Application(แอพพลิเคชั่น) ที่มีคอนเทนต์สนุกๆ ให้ได้อัพเดทเทรนด์ความงามและแฟชั่นสะดวกสบายมากๆ ค่ะ”

ขณะที่เซเลบริตี้คู่รัก แทนธวัช-จุฬาลักษณ์ เรืองศร โดย แทนธวัช บอกว่า“ช่วงนี้กำลังอินกับแผนกโฮม เพราะส่วนตัวชอบทำอาหาร ดีใจมากที่แผนกโฮมของห้างเซ็นทรัลสามารถทดลองทำอาหารได้ และมีผู้เชี่ยวชาญคอยแนะนำสินค้าใหม่ๆ ให้เสมอทำให้รู้สึกง่ายขึ้นกับการตัดสินใจเลือกสินค้าและรู้สึกประทับใจ บางวันงานยุ่งมากก็สามารถสั่งซื้อผ่านช่องทางออนไลน์และมีบริการจัดส่งให้ถึงบ้านด้วย” ด้าน จุฬาลักษณ์ คุณแม่มือใหม่ บอกว่า “เซ็นทรัลเป็นห้างที่ตอบโจทย์คุณแม่ยุคใหม่ สนุกมากกับการเลือกสินค้าให้ลูกสาว มีพนักงานที่มีประสบการณ์ มีความรู้คอยให้คำแนะนำเรื่องการเลือกซื้อสินค้าที่เหมาะกับลูกน้อย และยังมีกิจกรรมสำหรับเด็กๆ ให้ตื่นตาตื่นใจตลอด กลายเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขของครอบครัวเลยค่ะ

แทนธวัช – จุฬาลักษณ์ เรืองศร

ปิดท้ายกับเซเลบฯ หนุ่ม ฐณส หงสนันทน์เล่าว่า “ผมเป็นคนสนใจเรื่องเทคโนโลยีล้ำๆสนุกๆ ทุกครั้งที่มาห้างเซ็นทรัลจะตรงไปแผนก Men’s Gadget (เมนส์ แกดเจ็ต) ทันที เพราะมีอะไรใหม่ๆ ให้ทดลองเสมอ ไม่ว่าจะเป็นลำโพง หูฟัง กล้องโกโปร โดรนที่ผมชอบมาก นอกจากนี้ ผมยังติดใจบริการกรูมมิ่งของที่นี่มากครับ ช่วยดูแลผมตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้นเลยทีเดียวครับ”

ร่วมฉลองความผูกพันที่มีให้กันมายาวนานครบ “70 ปี ห้างเซ็นทรัล” กับแคมเปญพิเศษ “ว้าว!” ตลอด 7 เดือนเต็ม ที่จะออกมาให้นักช็อปสาวกห้างเซ็นทรัลได้เซอร์ไพรส์ทุกวันที่ 17 เริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 17 กรกฎาคมนี้ด้วยโปรโมชั่นว้าว! อาทิ ซื้อสินค้าครบทุก 2,000 บาท จะได้รับคูปองเงินสด 700 บาท WOW Collection (ว้าว คอลเลคชั่น) สินค้าสุดพิเศษ, WOW Activity (ว้าว แอคทีวิตี้) กิจกรรมสุดเริ่ดมอบเป็นของขวัญให้มากมาย

‘ช้าง’ส่งเสริมอัตลักษณ์ความเป็นไทย โชว์ศิลปะสตรีทอาร์ตบนเวทีระดับโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/281164

‘ช้าง’ส่งเสริมอัตลักษณ์ความเป็นไทย โชว์ศิลปะสตรีทอาร์ตบนเวทีระดับโลก

‘ช้าง’ส่งเสริมอัตลักษณ์ความเป็นไทย โชว์ศิลปะสตรีทอาร์ตบนเวทีระดับโลก

วันอังคาร ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

Chang Urban Pulse (ช้างเออร์เบิร์น พัลส์) ร่วมส่งเสริมอัตลักษณ์ความเป็นไทยสู่สายตาชาวโลก โชว์ศิลปะสตรีทอาร์ตบนเวทีระดับโลก ณ นครโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Discover the Unexpected Experience” นำเสนออัตลักษณ์ไทยในบริบทใหม่ถ่ายทอดความเร้าใจที่เหนือความคาดหมายผ่านการแสดงสตรีทอาร์ต 4 ประเภท ได้แก่ บีบอย บีทบ็อกซ์ แร็พ และมวยไทย ในบริบทใหม่โดยศิลปินคลื่นลูกใหม่จากไทยและเวียดนาม ที่มารวมตัวกันระเบิดความมันให้ต่างชาติได้สัมผัส

ช้าง เออร์เบิร์น พัลส์ ถือเป็นอีกหนึ่งแคมเปญบุกตลาดโลกที่ได้รับเสียงตอบรับดีมากจากกลุ่มเป้าหมายจากครั้งแรกที่ได้เปิดตัว ณ ประเทศสิงคโปร์ ครั้งนี้ถือเป็นการบุกนครโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม ครั้งแรกของ “ช้าง” การนำเสนออัตลักษณ์ไทยในบริบทใหม่ให้ชาวต่างชาติได้สัมผัสภายใต้คอนเซ็ปต์ “Discover the Unexpected Experience” โดยความพิเศษในครั้งนี้ คือการรวมตัวกันแบบเฉพาะกิจของศิลปินคลื่นลูกใหม่จากไทยและเวียดนามใน 4 ประเภท ได้แก่ บีบอยบีทบ็อกซ์ แร็พ และไฮไลท์ด้วยการถ่ายทอดศิลปะ “มวยไทย” ในบริบทใหม่ เป็นประสบการณ์ที่แปลกใหม่ให้กับชาวเวียดนามรวมไปถึงชาวต่างชาติและชาวไทยผ่านเอ็กซ์คลูซีฟอีเว้นท์ สามารถติดตามชมได้ทางหน้าแฟนเพจ facebook และ youtube ของ River Rhyme หรือคลิกhttps://www.youtube.com/watch?v=kj4iFP3zrDA

นิทรรศการเทิดพระเกียรติ หนังสือในหลวงรัชกาลที่ 9

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/281171

นิทรรศการเทิดพระเกียรติ หนังสือในหลวงรัชกาลที่ 9

นิทรรศการเทิดพระเกียรติ หนังสือในหลวงรัชกาลที่ 9

วันอังคาร ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่มีต่อปวงพสกนิกรชาวไทยมายาวนานกว่า 7 ทศวรรษ ศูนย์การค้าแฟชั่น ไอส์แลนด์ เชิญชวนลูกค้าและประชาชนคนไทยร่วมชม นิทรรศการเทิดพระเกียรติในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่จัดขึ้นเพื่อให้ประชาชนไทยได้ซาบซึ้งถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน ในงาน “Book Festival 2017” ระหว่างนี้จนถึงวันที่ 23 กรกฎาคม 2560 ณ เซ็นเตอร์คอร์ท ชั้น 1 ศูนย์การค้าแฟชั่น ไอส์แลนด์

ประเสริฐ ศรีอุฬารพงศ์ กรรมการผู้จัดการ ศูนย์การค้าแฟชั่น ไอส์แลนด์กล่าวว่า “งาน Book Festival 2017 จัดขึ้นเพื่อเอาใจคนรักการอ่าน ซึ่งเราได้จัดเป็นประจำทุกปี และในปีนี้ทางศูนย์การค้าได้จัดนิทรรศการเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยได้รวบรวมหนังสือพระราชประวัติส่วนพระองค์ พระราชนิพนธ์ พระบรมราโชวาท รวมไปถึงหนังสือที่จัดทำพิเศษต่างๆ เพื่อพระองค์ท่าน จากหลายสำนักพิมพ์ รวมกว่า 300 เล่ม อาทิ ปรีดิฉายาลักษณ์ สมุดภาพประมวลพระบรมฉายาลักษณ์ ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในหลวงรัชกาลที่ 9 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 และพระบรมวงศานุวงศ์ จากปกนิตยสารและหนังสือเก่ายุคคลาสสิก, 100 เรื่องในหลวงของฉัน เรื่องราวสำคัญเกี่ยวกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ทำให้พระองค์ท่านทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่อยู่ในหัวใจของประชาชน เป็นเรื่องราวขนาดสั้นจำนวน 100 เรื่อง, หนังสือชุด “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวกับคณะองคมนตรี” 3 ภาษา ไทย จีน และอังกฤษ เป็นบทบันทึกประวัติศาสตร์อันทรงคุณค่า และเหตุการณ์สำคัญแห่งพระราชกรณียกิจเพื่อความสุขของประชาชนในแผ่นดิน ผ่านองคมนตรีที่สนองงานอย่างใกล้ชิด เป็นต้น

นอกจากนี้ ภายในงาน Book Festival 2017 ผู้เข้าชมงานสามารถแลกรับแสตมป์ดวงยาวที่สุดในโลก 170 มม. รุ่นประวัติศาสตร์ 70 ปีครองราชย์ ชุดสุดท้ายแห่งรัชกาลที่ 9 เมื่อแสดงใบเสร็จที่ช็อปภายในศูนย์ฯ มูลค่า 800 บาทขึ้นไป จำกัดจำนวนเพียง 150 ชุด(1ใบเสร็จ/1 สิทธิ์) รวมถึงกิจกรรมพบปะนักเขียนพูดคุยกับนักเขียนชื่อดัง อาทิ นักเขียนผู้จัดและนักแสดงจากละครชุด “บริษัทรักอุตลุด”และบริการพิเศษให้ช็อปและส่งมอบหนังสือถึงคนที่คุณรัก โดยไปรษณีย์ไทย เป็นต้น

ชมนิทรรศการเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช หนังสือจัดทำพิเศษต่างๆ เพื่อพระองค์ท่าน และกิจกรรมดีๆ อีกมากมายที่คนรักการอ่านห้ามพลาดที่งาน “Book Festival 2017” ระหว่างนี้จนถึงวันที่ 23 กรกฎาคม 2560 ณ เซ็นเตอร์คอร์ทชั้น 1 ศูนย์การค้าแฟชั่น ไอส์แลนด์ สอบถามเพิ่มเติมโทร.02-9475000 หรือ www.fashionisland.co.th

ทำงานเกี่ยวกับสารเคมีเสี่ยงมะเร็ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/281172

ทำงานเกี่ยวกับสารเคมีเสี่ยงมะเร็ง

ทำงานเกี่ยวกับสารเคมีเสี่ยงมะเร็ง

วันอังคาร ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

แพทย์ระบุทำงานอุตสาหกรรมารเคมี มีโอกาสสัมผัสสารก่อมะเร็ง ผ่านการสูดดมและสัมผัสทางผิวหนังแนะหลีกเลี่ยงด้วยการสวมชุดป้องกัน หรือปฏิบัติงานในที่อากาศถ่ายเท

เรืออากาศตรีนายแพทย์ วิวัฒน์ เอกบูรณะวัฒน์ ที่ปรึกษาด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย และพิษวิทยา บริษัท เนชั่นแนล เฮลท์แคร์ ซิสเท็มส์ (N Health) เปิดเผยว่า ผู้ที่ทำงานเกี่ยวข้องกับโรงงานอุตสาหกรรมที่มีสารเคมีชนิดต่างๆ มีโอกาสสูงที่จะสัมผัสสารกับสาร เมทธิล ไอโซบิวทิล คีโตน (MIBK) ที่มีลักษณะเป็นของเหลวใส ไม่มีสี มีกลิ่นหอมหวาน ติดไฟและระเหยเป็นไอได้ นิยมใช้เป็นตัวทำละลาย ได้แก่ การผลิตสี น้ำมันเคลือบเงา แลคเกอร์ หมึก สีสเปรย์ กาว ไนโตรเซลลูโลส เทปแม่เหล็ก สารกึ่งตัวนำ และผลิตภัณฑ์อุดรอยรั่ว นอกจากนี้ยังใช้สำหรับการล้างคราบมันบนผิวโลหะ มีโอกาสเสี่ยงโรคมะเร็ง เนื่องจากสถาบันวิจัยมะเร็งนานาชาติ (IARC) ได้บรรจุสาร MIBK อยู่ในกลุ่มของสารที่อาจจะเป็นสารก่อมะเร็งในมนุษย์

เรืออากาศตรี นพ.วิวัฒน์ เอกบูรณะวัฒน์

สำหรับผู้ที่ทำงานตามโรงงานอุตสาหกรรม อาจสัมผัสสาร MIBK ได้ผ่านทางการสูดดมไอระเหย และการสัมผัสกับผิวหนังโดยตรง ในกรณีที่สูดดมไอระเหยของ MIBK เข้าไป อาจทำให้มีอาการระคายเคืองบริเวณทางเดินหายใจ และถ้าสูดดมในปริมาณที่มีความเข้มข้นสูง สารนี้จะไปกดระบบประสาทส่วนกลาง ทำให้เกิดอาการวิงเวียนศีรษะ อาเจียน ท้องเสีย เบื่ออาหาร เซื่องซึม จนกระทั่งนอนไม่หลับ หากสัมผัสโดยตรงทางผิวหนังหรือดวงตา จะทำให้เกิดการระคายเคืองบริเวณที่สัมผัส และเป็นอันตรายต่อระบบประสาทรับความรู้สึกได้เช่นกัน นอกจากนี้ยังทำให้ตับโตได้อีกด้วย

ข้อแนะนำหากหลีกเลี่ยงไม่ได้ควร สวมใส่ชุดป้องกัน และสวมอุปกรณ์ปกป้องดวงตา หลีกเลี่ยงการสูดดมไอระเหย ใช้สารดังกล่าวเฉพาะภายนอกอาคารหรือในพื้นที่ที่มีการระบายอากาศที่ดี ล้างมือทุกครั้งหลังจากปฏิบัติงานกับสารดังกล่าว หากสัมผัสให้รีบล้างออกด้วยน้ำทันที ถ้ารู้สึกผิดปกติให้ปรึกษาแพทย์โดยทันที

สำหรับการตรวจวิเคราะห์การสัมผัส MIBK ทางห้องปฏิบัติการนั้น องค์กรนักสุขศาสตร์อุตสาหกรรมภาครัฐแห่งอเมริกา (ACGIH) ได้กำหนด ดัชนีชี้วัดการสัมผัสทางชีวภาพ (BEI) และค่าอ้างอิงสำหรับการตรวจประเมินการสัมผัส MIBK (ค.ศ.2017) ไว้ดังนี้ Methyl Isobutyl Ketone ในปัสสาวะหลังเลิกกะ (End of Shift) = 1 mg/L โดยห้องปฏิบัติการทางพิษวิทยา (Toxicology) ของ N Health พร้อมให้บริการตรวจวิเคราะห์สาร Methyl Isobutyl Ketone (MIBK) ในปัสสาวะ (BEI of MIBK Exposure) ด้วยเทคนิค Gas Chromatography-Mass Spectrometry with Headspace Sampler (HS-GC-MS) ซึ่งเป็นเทคนิคที่ให้ผลการตรวจวิเคราะห์ที่มีประสิทธิภาพสูงและน่าเชื่อถือ

ฮวงจุ้ยดี นอนสบาย เสริมมงคล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/281167

ฮวงจุ้ยดี นอนสบาย เสริมมงคล

ฮวงจุ้ยดี นอนสบาย เสริมมงคล

วันอังคาร ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ห้องนอน ไม่ได้เป็นแค่เพียงที่พักผ่อน ชาร์ทพลังให้ร่างกายอย่างเดียว แต่ตามศาสตร์ฮวงจุ้ยแล้วห้องนอนยังถือเป็นหัวใจหลักสำคัญของบ้านที่ไม่ควรละเลย เชื่อกันว่าการจัดห้องนอนตามหลักฮวงจุ้ยที่เหมาะสมจะช่วยสร้างสมดุลที่ดีให้กับบ้านและยังส่งผลดีกับผู้อยู่อาศัยทั้งเรื่องสุขภาพ การงาน โชคลาภ เงินทองอีกด้วย อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ (Index Living Mall) ได้เชิญ อาจารย์ช้าง–ทศพร ศรีตุลา นักโหราศาสตร์ชื่อดังของเมืองไทยมาให้ความรู้และข้อแนะนำดีๆ ตามหลักฮวงจุ้ยพร้อมเทคนิคง่ายๆ เพื่อทำให้ห้องนอนเป็นสถานที่เปิดรับความเป็นสิริมงคล ในกิจกรรมเวิร์กช็อปสุดพิเศษ “จัดฮวงจุ้ยห้องนอนอย่างไรให้รวย” ณ อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ สาขาบางนา

อาจารย์ช้าง–ทศพร ศรีตุลา

อาจารย์ช้าง–ทศพร ศรีตุลา เผยว่าห้องนอนถือเป็นหัวใจหลักของฮวงจุ้ยในบ้านเพราะเราใช้เวลาอยู่ในห้องนอนเฉลี่ย 1 ใน 3 ของชีวิต แน่นอนว่าห้องนอนส่งผลกับเรื่องสุขภาพโชคลาภ การเงิน ดังนั้น สิ่งสำคัญสำหรับห้องนอนคือ ตำแหน่งของเตียงนอน ห้ามวางเตียงนอนตรงกับประตูห้องน้ำและตรงกับประตูทางเข้าห้องนอน รวมถึงการหันหัวเตียงพิงกับผนังห้องน้ำ และการนอนใต้เครื่องปรับอากาศ จะทำให้เกิดพลังชี่ที่ไม่ดี (พลังชี่ เสมือนลมหายใจแห่งจักรวาล) จะส่งผลเสียเรื่องสุขภาพ การพักผ่อนไม่เพียงพอ การเจ็บป่วย ทำให้เสียเงินเกี่ยวกับโรคภัยไข้เจ็บโดยไม่จำเป็น เช่นเดียวกันเราไม่ควรนำพลังหยาง (สัญลักษณ์แห่งบุรุษเพศ พลังการเคลื่อนไหว ความกระตือรือร้น การเจริญเติบโต)มาไว้ในห้องนอน อาทิ เครื่องออกกำลังกายโทรศัพท์มือถือ กระถางต้นไม้ ตู้ปลา คอมพิวเตอร์เป็นต้น เพราะจะทำให้ฮวงจุ้ยห้องนอนเสีย

“การจัดฮวงจุ้ยภายในห้องนอนหรือในบ้าน ควรจะเปลี่ยนช่วงครึ่งปีแรกและครึ่งปีหลัง สำคัญจะเปลี่ยนในทางที่ดีหรือไม่ดี ขึ้นกับว่าใครปีชงมากน้อย แต่การแก้ปีชงหรือการเปลี่ยนดวงที่ดีด้วยวิธีง่ายสุดคือ การเปลี่ยนสภาพแวดล้อมใหม่ๆ ในบ้าน โดยเฉพาะห้องนอนเพื่อที่จะตื่นมาพบกับสิ่งใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนทิศเตียงนอนเปลี่ยนผ้าปูที่นอน กรอบรูป หรือโคมไฟ ซึ่งบางครั้งแค่ปรับองศาเอียงทิศของหัวเตียงใหม่ก็เหมือนเราได้เปลี่ยนสิ่งแวดล้อมโดยอัตโนมัติเป็นโอกาสที่เราได้เห็นมุมมองใหม่ๆ ตื่นมารับสิ่งใหม่แล้ว”

นอกจากนี้ นักโหราศาสตร์คนดัง ยังแนะนำการเลือกเฟอร์นิเจอร์สำหรับห้องนอนว่า ตามหลักฮวงจุ้ยที่ถูกต้องเตียงนอนต้องมีความมั่นคงแข็งแรง  ได้มาตรฐาน ทั้งเรื่องวัสดุ และการประกอบที่มีคุณภาพแล้ว การเลือกเตียงตามหลักฮวงจุ้ยก็ควรคำนึงถึงเช่น พนักของหัวเตียงต้องทึบ ดูมั่นคง  ส่วนขาเตียงต้องยกขึ้นด้านล่างโล่งทำให้เกิดการถ่ายเทของพลังชี่ที่ดี ควรมีโต๊ะหรือตู้หัวเตียงพร้อมกับโคมไฟตั้งโต๊ะทั้ง 2 ด้าน เพราะถือว่าเป็นการสร้างสมดุลในชีวิตที่ดี โต๊ะหรือตู้หัวเตียงต้องมีลักษณะโค้งมน  หากมีโต๊ะเหลี่ยมสามารถนำผ้าปูโต๊ะมาปูแก้ฮวงจุ้ยได้ โคมไฟควรเลือกเป็นคริสตัลหรือฐานที่เป็นแก้วด้วยแสงอบอุ่น เพื่อให้เงินทองมีการไหลเวียนที่ดี เลี่ยงการใช้แสงไฟจากหลอดนีออน เนื่องจากจะทำให้สมดุลหรือพลังในฮวงจุ้ยเสีย สำหรับใครที่จำเป็นต้องหันหัวเตียงไปริมหน้าต่างก็สามารถนำม่านมาติดแก้ฮวงจุ้ยได้ ควรเป็นม่านโปร่งและม่านทึบเพื่อสามารถเปิดให้อากาศถ่ายเทได้ด้วย การเลือกชุดเครื่องนอน นอกจากจะเลือกโทนสีที่ตนชอบแล้วยังต้องคำนึงถึงสีที่ให้ความสงบ เย็นสบายผ่อนคลาย เช่น สีครีม สีเบจ สีน้ำตาล หรือโทนพาสเทล

นอกจากที่กล่าวมาแล้ว การทำความสะอาดห้องนอน และการดูแลสภาพชุดเครื่องนอน เฟอร์นิเจอร์ให้สะอาดและอยู่ในสภาพสมบูรณ์ก็เป็นสิ่งที่ต้องใส่ใจเพื่อการพักผ่อนที่ดี ควรเปิดม่านหรือหน้าต่างเพื่อให้แสงและอากาศถ่ายเทบ้าง รวมถึงการจัดห้องนอนให้โปร่งโล่ง ไม่รก ซึ่งก็จะช่วยให้สุขภาพดีและเมื่อสุขภาพดีก็สามารถประกอบกิจการงานที่ดี สร้างเงินทอง ช่วยเสริมให้เกิดพลังใหม่ โอกาสใหม่ มีความโชคดี

กฤษชนก  ปัทมสัตยาสนธิ

กฤษชนก  ปัทมสัตยาสนธิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ จำกัด กล่าวว่า  “เวิร์กช็อปครั้งนี้ ที่อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ จัดขึ้นเพื่อคืนกำไรให้ลูกค้า ได้มาเวิร์กช็อปกับอาจารย์ช้าง ซึ่งทุกท่านจะได้เห็นการจัดวางเฟอร์นิเจอร์และของแต่งบ้านในห้องนอนจริงว่าจัดอย่างไรให้ถูกหลักตามศาสตร์ฮวงจุ้ย ทั้งยังได้พูดคุยปรึกษาและสอบถามอาจารย์ช้างอย่างใกล้ชิดถึงการจัดห้องนอนจัดบ้าน และวิธีแก้ฮวงจุ้ยบ้านอย่างไรให้เป็นสิริมงคล  นอกจากฮวงจุ้ยที่เป็นสิ่งสำคัญสำหรับห้องนอนแล้ว อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ ยังให้ความสำคัญกับเรื่องวัสดุ ขั้นตอนการผลิตที่ได้มาตรฐาน  ฟังก์ชั่นการใช้งานที่ครบครัน และงานดีไซน์ ตลอดจนสไตล์ที่หลากหลาย มีดีไซเนอร์มืออาชีพคอยให้คำแนะนำและบริการจัดวางเฟอร์นิเจอร์ในห้องเสมือนจริง โดยไม่มีค่าใช้จ่าย สำหรับผู้ที่กำลังค้นหาสไตล์การแต่งห้องนอนที่เป็นตัวเอง สามารถมาติดต่อได้ที่อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ทุกสาขาค่ะ”

พร้อมรับวัย 30 อย่างมีความสุข

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/281174

พร้อมรับวัย 30 อย่างมีความสุข

พร้อมรับวัย 30 อย่างมีความสุข

วันอังคาร ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เมื่ออายุมากขึ้น โดยเฉพาะวัยขึ้นเลข 3 หลายคนอาจรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงทีละน้อย เริ่มจากอาการปวดเมื่อยหลังจากนั่งทำงานมาตลอดทั้งวัน น้ำหนักเพิ่มทั้งๆ ที่กินอาหารเท่าเดิม เดินขึ้นบันไดสถานีรถไฟฟ้าแล้วเหนื่อยง่าย สุดสัปดาห์ได้นอนหลายชั่วโมงแล้วแต่ยังรู้สึกอ่อนล้า พักร้อนกลับมายังรู้สึกเพลีย ยากที่จะเติมพลังให้กลับมาใช้ชีวิตได้เต็มศักยภาพเหมือนก่อน

ทนงศักดิ์ วงษาโสม Fitness Training and Development Manager จาก ฟิตเนส เฟิรส์ท ให้ข้อมูลว่า ในช่วงการเจริญเติบโตระบบการทำงานของร่างกาย อวัยวะ กล้ามเนื้อถูกสร้างมาให้มีความสมบูรณ์แข็งแรง ดังนั้นหากใครเล่นกีฬา ท่องเที่ยว หรือแม้กระทั่งทำงาน จะรู้สึกว่ามีพลังและความพร้อมลุยกับกิจกรรมตรงหน้า แถมสัดส่วนรูปร่างก็ดีเสียจนแทบไม่ต้องออกกำลังกาย แต่หากไม่ได้เตรียมพร้อมสำหรับความเปลี่ยนแปลง เมื่ออายุวัยเลข 3 มาถึง จะสัมผัสได้ว่าพลังเหลือเฟือที่เคยใช้ได้นั้นกำลังจะมีขีดจำกัด

แน่นอนว่าวุฒิภาวะและประสบการณ์ที่ผ่านมาส่งผลให้ช่วงวัยนี้มีความมั่นคงในหลายๆ ด้าน หากแต่ร่างกายกลับเล่นตลกให้ชีวิตได้พบกับความเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติเสียอีก ซึ่งความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับร่างกาย 2 ประการหลัก คือ 1.ฮอร์โมน ความเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นทั้งกับผู้ชายและผู้หญิงแบบค่อยเป็นค่อยไป ร่างกายเริ่มผลิต Growth Hormone (ซึ่งเป็นฮอร์โมนสำหรับการเจริญเติบโตของร่างกาย) ลดลง ระบบการทำงานต่างๆ ของอวัยวะในร่างกายจึงไม่มีประสิทธิภาพเหมือนก่อน เป็นจุดเริ่มต้นของการเสื่อมถอยของร่างกาย รวมถึงเทสโทสเตอโรน ซึ่งเป็นฮอร์โมนเพศชาย กับ เอสโทรเจน ซึ่งเป็นฮอร์โมนเพศหญิง ที่ลดลงไปทีละน้อย 2.ประสิทธิภาพในการเผาผลาญ กระบวนสังเคราะห์พลังงานและการสลายโมเลกุลที่เรียกว่า เมตาโบลิซึม ลดการทำงานทำให้การเผาผลาญพลังงานช้าลงไปด้วย หลายๆ คนจึงรู้สึกว่าตามส่วนต่างๆ ของร่างกายมีไขมันสะสม สัดส่วนร่างกายเริ่มเปลี่ยนแปลงง่ายจนต้องหันมาหาคอร์สออกกำลังกายก่อนที่จะเลยเถิดไปกันใหญ่

ปัจจัยหลัก 2 อย่างนี้ส่งผลให้เกิดความเปลี่ยนแปลงต่อระบบการทำงานภายในร่างกาย รวมถึงลักษณะภายนอกที่มองเห็นได้ ดังตัวอย่างคือ ผิวแห้ง เริ่มมีริ้วรอย สัดส่วนเปลี่ยน ไขมันสะสมง่ายขึ้น น้ำหนักขึ้นแล้วลดยาก กล้ามเนื้อลีบเล็กลง ผมร่วง หรือ ผมยาวช้า สายตาแย่ลง กระดูกอ่อนแอลง เห็นได้จากเล็บงอกช้า อาจมีปัญหาฟันผุ สมรรถภาพทางเพศลดลง ผู้หญิงอาจสังเกตว่าจำนวนวันที่มีประจำเดือนลดลง ภูมิต้านทานร่างกายน้อยลง เจ็บป่วยง่ายขึ้น นอนหลับไม่สนิท รู้สึกพักผ่อนไม่เพียงพอ

ถึงแม้ว่าช่วงอายุ 30 จะเป็นจุดเริ่มต้นของความเสื่อมถอย แต่ก็ไม่ใช่เรื่องน่ากังวล เพราะทุกคนสามารถเตรียมพร้อมและชะลอความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นได้ กับ 5 มาตรการเตรียมรับความเปลี่ยนแปลง คือ 1.ออกกำลังกาย 2.รับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ 3.ลดปริมาณการดื่มแอลกอฮอล์ 4.หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ 5.พักผ่อนให้เพียงพอ

อายุเพิ่มขึ้นเป็นเรื่องธรรมชาติ หากเข้าใจสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น และเตรียมพร้อมสำหรับการมาถึง ก็มีความสุขกับการใช้ชีวิตได้ทุกช่วงวัย เพราะการดูแลใส่ใจตัวเองเพียงเท่านี้ก็สามารถเสริมสร้างสุขภาพที่ดีและคงความแข็งแรงของร่างกายให้ใช้งานไปได้นานๆ แล้ว

มะเร็งวิทยาสมาคมแห่งประเทศไทย จัดงานวิ่งการกุศล ‘G RUN ยั่งยืน’ ระดมทุนเพื่อผู้ป่วยมะเร็งจิสต์ โรคหายากที่คนไทยไม่รู้จัก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/281176

มะเร็งวิทยาสมาคมแห่งประเทศไทย จัดงานวิ่งการกุศล ‘G RUN ยั่งยืน’ ระดมทุนเพื่อผู้ป่วยมะเร็งจิสต์ โรคหายากที่คนไทยไม่รู้จัก

มะเร็งวิทยาสมาคมแห่งประเทศไทย จัดงานวิ่งการกุศล ‘G RUN ยั่งยืน’ ระดมทุนเพื่อผู้ป่วยมะเร็งจิสต์ โรคหายากที่คนไทยไม่รู้จัก

วันอังคาร ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เนื่องในวันที่ 13 กรกฎาคม ของทุกปีนับเป็นวันแห่งการรณรงค์มะเร็งจิสต์ (GIST Awareness Day) ทางมะเร็งวิทยาสมาคมแห่งประเทศไทย จึงจัดกิจกรรมวิ่งการกุศล “G Run ยั่งยืน” ขึ้นเพื่อระดมทุนโดยไม่หักค่าใช้จ่ายมอบให้แก่โรงพยาบาลรัฐบาลที่มีผู้ป่วยโรคมะเร็งจิสต์สูงสุด 5 แห่ง พร้อมสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับโรคมะเร็งจิสต์ให้แก่ประชาชนทั่วไป การรักษาและโครงการช่วยเหลือผู้ป่วยโรคมะเร็งจิสต์ในปัจจุบัน โดยมีผู้สนใจเข้าร่วมงานกว่า 1,462 คน และสามารถระดมทุนเพื่อผู้ป่วยช่วยเหลือผู้ป่วยโรคมะเร็งจิสต์ได้กว่า 701,500 บาท

รศ.ดร.นพ.วิโรจน์ ศรีอุฬารพงศ์ นายกมะเร็งวิทยาสมาคมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ด้วยมะเร็งวิทยาสมาคมแห่งประเทศไทย มีพันธกิจสำคัญในการดูแลและให้ความรู้เกี่ยวกับโรคมะเร็งที่ถูกต้อง จึงได้ริเริ่มจัดงานวิ่งการกุศล “G Run ยั่งยืน” ครั้งนี้ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์ในการสร้างความตระหนักให้แก่สังคมไทยเกี่ยวกับโรคมะเร็งหายากชนิดหนึ่งที่ยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จักมากนัก คือ “โรคมะเร็งจิสต์ (GIST)” มะเร็งชนิดหนึ่งภายในระบบทางเดินอาหาร ที่สามารถพบผู้ป่วยได้เพียง 10-15 รายต่อประชากรโลกหนึ่งล้านคนเท่านั้น พร้อมทั้งให้ความรู้เกี่ยวกับการเฝ้าระวังตัวเอง แนวทางการรักษาและโครงการช่วยเหลือผู้ป่วยโรคมะเร็งจิสต์ที่มีในปัจจุบันด้วย

ผศ.พญ.เอื้อมแข สุขประเสริฐ

“ภายในงานวิ่งการกุศล “G Run ยั่งยืน” ได้แบ่งระยะการวิ่งออกเป็น 2 ประเภท คือระยะ Fun Run 2.5 กิโลเมตร และระยะ Mini-Marathon 10 กิโลเมตร มีผู้เข้าร่วมงานกว่า 1,462 คน โดยสามารถระดมทุนโดยที่ไม่หักค่าใช้จ่ายใดๆ จำนวนกว่า 701,500 บาท เพื่อมอบให้โรงพยาบาลรัฐบาลที่ดูแลผู้ป่วยโรคมะเร็งจิสต์ในโครงการจีแพปมากที่สุด 5 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลศรีนครินทร์ โรงพยาบาลราชวิถี โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา และโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ นอกจากนี้ยังมีการพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในหัวข้อ “Right Choice for One Chance” เกี่ยวกับการเข้าถึงการรักษาและการอยู่กับโรคมะเร็งจิสต์ รวมถึงบูธกิจกรรมให้ความรู้เกี่ยวกับโรคมะเร็งจิสต์ พร้อมเล่นเกมส์และลุ้นรางวัล”

ผศ.พญ.เอื้อมแข สุขประเสริฐ

ด้าน ผศ.พญ.เอื้อมแข สุขประเสริฐ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านมะเร็งวิทยา โรงพยาบาลศรีนครินทร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เผยว่าโรคมะเร็งจิสต์ (GIST) เป็นมะเร็งเนื้อเยื่ออ่อนชนิดหนึ่งที่เกิดบริเวณระบบทางเดินอาหาร ที่แตกต่างจากมะเร็งระบบทางเดินอาหารชนิดอื่นๆ เนื่องจากเกิดจากเซลล์ที่ควบคุมการบีบตัวของลำไส้ โดยตำแหน่งที่พบบ่อยที่สุด คือกระเพาะอาหาร มะเร็งจิสต์ถือได้ว่าเป็นมะเร็งที่พบได้น้อยมากเมื่อเปรียบเทียบกับมะเร็งของระบบทางเดินอาหารชนิดอื่น โดยผู้ป่วยมักมีอาการที่ความคล้ายคลึงกับมะเร็งทางเดินอาหารชนิดอื่นๆ เช่น อาการปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน อ่อนเพลีย ซีด บางรายอาจคลำพบก้อนในท้อง เลือดออกในกระเพาะอาหารจนปนออกมากับอุจจาระทำให้อุจจาระมีสีดำ ทั้งนี้อาการของมะเร็งทางเดินอาหารชนิดจิสต์จะไม่มีข้อเจาะจง แต่ถ้าหากมีอาการที่ดังที่กล่าวข้างต้นในแบบเรื้อรัง และเมื่อรับการรักษาโรคทั่วไปแล้วไม่ดีขึ้นก็ควรไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจอย่างละเอียดอีกครั้ง

รศ.ดร.นพ.วิโรจน์ ศรีอุฬารพงศ์

คำแนะนำในการดูแลตนเองของผู้ป่วยโรคมะเร็งจิสต์ว่า คือการเพิ่มภูมิต้านทานให้แก่ร่างกายนับเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้ผู้ป่วยมีกำลังกายและกำลังใจในการต่อสู้กับอาการต่างๆ ซึ่งสามารถเริ่มต้นจากเรื่องง่ายๆ ใกล้ตัวผู้ป่วยเอง อาทิ การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์และครบ 5 หมู่ การออกกำลังกาย การนั่งสมาธิ การทำจิตใจให้ผ่องใส ลดความเครียดและความกังวล เป็นต้น

สำหรับการรักษา ผศ.นพ.เอกภพ สิระชัยนันท์ อุปนายกมะเร็งวิทยาสมาคมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ในระยะเริ่มแรกของโรคมะเร็งทางเดินอาหารชนิดจิสต์ จะมีลักษณะเป็นก้อนอยู่บริเวณเดียว ซึ่งสามารถรักษาได้โดยการผ่าตัดและมีโอกาสที่จะหายขาด แต่อย่างไรก็ตามหลังจากการผ่าตัดผู้ป่วยมักมีความเสี่ยงต่อการกำเริบของโรคมะเร็งจิสต์ได้เช่นกัน และหากตัวโรคได้แพร่กระจายไปยังบริเวณอื่นแล้ว ก็จะมีโอกาสน้อยในการรักษาให้หายขาด โดยเฉพาะบริเวณตับ ที่เดิมแพทย์จะใช้วิธีการรักษาด้วยยาเคมีบำบัดแต่เนื่องจากมะเร็งจิสต์เป็นโรคที่ตอบสนองต่อเคมีบำบัดน้อยมาก ในปัจจุบันจึงมีการพัฒนาการรักษาแบบมุ่งเป้า (Targeted Therapy) ที่ทำให้ผู้ป่วยโรคมะเร็งจิสต์มีทางเลือกในการรักษามากขึ้น โดยการรักษารูปแบบมุ่งเป้า ตัวยาจะออกฤทธิ์ที่จำเพาะเจาะจงต่อเซลล์มะเร็งได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงสามารถควบคุมโรคได้ดียิ่งขึ้น จนทำให้ผู้ป่วยโรคมะเร็งจิสต์มีอาการที่ดียิ่งขึ้น สามารถดำเนินชีวิตประจำวันได้อย่างปกติและมีอายุยืนยาวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

“เพื่อให้ผู้ป่วยโรคมะเร็งจิสต์สามารถเข้าถึงการรักษาได้มากยิ่งขึ้น จึงเกิดโครงการช่วยเหลือผู้ป่วยนานาชาติจีแพป (GIPAP) ที่ได้รับความร่วมมือจากภาคเอกชน กับ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ในการจัดหายาที่มีคุณภาพ โดยมีทางสถานพยาบาล บุคลากรทางการแพทย์ และมูลนิธิ เป็นผู้ลงทะเบียนและจัดสรรยาให้แก่ผู้ป่วย ซึ่งได้ดำเนินการมาเป็นระยะเวลากว่า 15 ปี จนสามารถช่วยเหลือผู้ป่วยโรคมะเร็งจิสต์ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีได้มากกว่า 1,800 ราย โดยปัจจุบันมีผู้ป่วยที่กำลังเข้าการรักษาอยู่ในโครงการฯ ประมาณ 800 ราย”

รวมใจถวายภักดี 60 ปีพระชันษา พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/281187

รวมใจถวายภักดี 60 ปีพระชันษา พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ

รวมใจถวายภักดี 60 ปีพระชันษา พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ

วันอังคาร ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ทรงพระกรุณาให้ ม.ร.ว.สมลาภ กิติยากร เป็นผู้แทนพระองค์ เป็นประธานในงาน “รวมใจถวายภักดี 60 ปี พระชันษา” จัดโดยมูลนิธิร่วมน้ำใจต้านภัยเอดส์ ร่วมกับโรงแรมอมารี วอเตอร์เกท

พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลีพระวรราชาทินัดดามาตุ ทรงพระกรุณาให้ ม.ร.ว.สมลาภ กิติยากร เป็นผู้แทนพระองค์ เป็นประธานในงาน “รวมใจถวายภักดี 60 ปีพระชันษา” เนื่องในโอกาสที่ทรงเจริญพระชันษาครบ 60 ปี อีกทั้งเพื่อน้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณที่ทรงมีพระเมตตาต่อประชาชนชาวไทยตลอดมา อาทิ ทรงเป็นองค์อุปถัมภ์โครงการช่วยลดการติดเอดส์จากแม่สู่ลูก สภากาชาดไทย ตั้งแต่ปี 2537 โดยได้ประทานเงินตั้งเป็นกองทุนให้หญิงตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อ HIV ได้รับยา AZT เพื่อให้ลูกที่เกิดมาปลอดเอดส์ ต่อมาประทานเงินตั้งกองทุนยาพระวรราชาทินัดดามาตุ และกองทุนนมสำหรับลูกผู้ติดเชื้อเอดส์ที่ไม่สามารถทานนมมารดาได้ ตลอดจนทรงอุปถัมภ์โครงการคืนชีวิตให้พ่อ-แม่ เพื่อลูกน้อยที่ปลอดเอดส์ โดยการให้ยาแก่พ่อ-แม่ เพื่อที่จะมีชีวิตยืนยาวอยู่เลี้ยงดูลูกได้ต่อไป นอกจากนั้นยังทรงรับอุปการะบุตรผู้ติดเชื้อให้ได้ศึกษาเล่าเรียน และหางานอาชีพให้แก่ผู้ติดเชื้อเอดส์ที่ตกงานและโปรดให้ผู้ติดเชื้อเข้าเฝ้าเพื่อกราบทูลถึงปัญหา และความทุกข์ยากเป็นประจำทุกปี ในด้านการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย พระองค์ท่านทรงดำรงตำแหน่งนายกกิตติมศักดิ์ตลอดชีพของมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยากสภากาชาดไทย โดยทรงริเริ่มการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยตั้งแต่ปี 2538 และได้เสด็จทรงเยี่ยมราษฎรที่เดือดร้อนจากสภาวะน้ำท่วม โดยทรงจัดถุงยังชีพและประทานถุงยังชีพให้แก่ราษฎรในพื้นที่ประสบอุทกภัยทั่วทุกภูมิภาคของประเทศต่อเนื่องมากว่า 20 ปีโดยเฉพาะอย่างยิ่งทรงประกอบอาหารแจกจ่ายให้แก่ประชาชนในพื้นที่ประสบภัยแทบทุกครั้งที่เสด็จทรงเยี่ยม และได้ประทานความช่วยเหลือฟื้นฟูทั้งที่อยู่อาศัยและอาชีพหลังจากน้ำลดด้วยจนทำให้ราษฎรมีชีวิตที่ดีขึ้นและมีขวัญกำลังใจในการดำรงชีพต่อไป นอกจากนี้พระองค์ยังทรงพระกรุณารับอุปถัมภ์มูลนิธิต่างๆ เช่น มูลนิธิเด็กโรคหัวใจ มูลนิธิมะเร็งในเด็ก มูลนิธิสงเคราะห์และพัฒนาเด็กเป็นต้น งานนี้ จัดโดย สายสม วงศาสุลักษณ์ ประธานมูลนิธิร่วมน้ำใจต้ายภัยเอดส์ และโรงแรมอมารี วอเตอร์เกทกรุงเทพฯ ณ ห้องวอเตอร์เกทบอลรูม ของโรงแรมเมื่อเร็วๆ นี้

ภายในงานได้รับเกียรติจากนักแสดงอาวุโสทางไทยทีวีสีช่อง 3 อาทิ พิศมัย วิไลศักดิ์, มยุรฉัตร เหมือนประสิทธิ์เวช, ทาริกา ธิดาทิพย์, ดวงใจ หทัยกาญจน์, โฉมฉาย ฉัตรวิไล, อรสา พรหมประทาน,กอบสุข จารุจินดา, จินตหรา สุขพัฒน์, วรายุฑ มิลินทจินดา,อรุโณชา ภาณุพันธ์,เศรษฐา ศิระฉายา, ทิพวรรณปิ่นภิบาล, จิ๊บ-วสุ แสงสิงแก้ว ร่วมแสดงโชว์ พร้อมรำถวายพระพรโดย น้ำฝน พัชรินทร์ ดารานักแสดง รวมทั้งนางสาวไทย นายแบบ-นางแบบ ร่วมแสดงแบบจาก 10 ห้องเสื้อชั้นนำ 60 ชุด อาทิ แพนเค้ก-เขมนิจ จามิกรณ์, จุ๊บจิ๊บ-ธนพร ศรีวิราช นางสาวไทยปีล่าสุดปรภัสสร ดิศย์ดำรง รองอันหนึ่งมิสแกรนด์ไทยแลนด์ ปี 2014 วรภพ คล้ายสังข์ มิสเตอร์อินเตอร์เนชั่นแนลไทยแลนด์ 2013 อภิวิชญ์ คุณาดิเรก มิสเตอร์โกลเบิ้ลอันดับที่ 3 ประจำปี 2515 นอกจากนี้ ยังมี โดม ปกรณ์ ลัม,ปัทม สุจริตกุล และ จอย-ศิริลักษณ์ ผ่องโชคมาร่วมขับร้องเพลงในงานอีกด้วย รายได้จากการจัดงานทั้งหมดโดยไม่หักค่าใช้จ่ายใดๆสมทบทุนเป็นค่าอาหารค่าชุดนักเรียน ค่าอุปกรณ์กีฬาและการเรียนการสอน แก่เด็กกำพร้าและด้อยโอกาสโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ 48 พรรษา ในพระราชูปถัมภ์ฯ เพื่อถวายเป็นพระกุศลแด่พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ

น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ‘สมเด็จย่า’ 22 ปีที่จากไกล พสกนิกรชาวไทยมิรู้ลืม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/281183

น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ‘สมเด็จย่า’ 22 ปีที่จากไกล พสกนิกรชาวไทยมิรู้ลืม

น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ‘สมเด็จย่า’ 22 ปีที่จากไกล พสกนิกรชาวไทยมิรู้ลืม

วันอังคาร ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี “สมเด็จย่า” เสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2538 ถึงวันนี้ แม้จะเป็นระยะเวลา 22 ปีที่พระองค์เสด็จสู่สวรรคาลัยแล้ว แต่พสกนิกรชาวไทยยังคงสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเสมอมา

และเพื่อเป็นการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ อุทยานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ได้จัดงาน “วันคล้ายวันสวรรคตสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี” ในวันอังคารที่ 18 กรกฎาคม 2560 ตั้งแต่เวลา 09.30 น. เป็นต้นไป ณ อุทยานเฉลิมพระเกียรติฯ ซอยสมเด็จเจ้าพระยา 3 (ซอยวัดอนงคาราม) เขตคลองสาน

สำหรับกิจกรรมภายในงานประกอบด้วยพิธีทำบุญเลี้ยงพระสงฆ์จำนวน 5 รูป เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี การแสดงนิทรรศการเทิดพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี “อ้อมกอดด้วยรักสู่กษัตริย์ผู้ทรงธรรม” กิจกรรมประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์“ดอกไม้จันทน์ล้านดวงใจถวายอาลัยแด่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ด้วยใจภักดี” สอนโดยวิทยาลัยสารพัดช่างธนบุรีเพื่อมอบให้กับสำนักพระราชวัง สำหรับใช้ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช คอนเสิร์ตเฉลิมพระเกียรติฯจากนักร้องวงดุริยางค์สากลกรมศิลปากรโดยวง RBSO Light Orchestra พบกับศิลปินรับเชิญคุณวินัย พันธุรักษ์ และนักร้องคุณภาพจากกรมศิลปากร อิสรพงศ์ ดอกยอ,ถิรวัฒน์ ศรีสุรางค์, ดวงดาว เถาว์หิรัญ, ปกรณ์ พรพิสุทธิ์ สนับสนุนโดยบริษัทบุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด

ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ยังคงตราตรึงอยู่ในใจพสกนิกรชาวไทยผ่านพระราชกรณียกิจนานัปการจนถึงช่วงวาระสุดท้ายแห่งพระชนม์ชีพ ประชาชนท่านใดสนใจสามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้ตามวันและเวลาดังกล่าว