คุณแหน : 18 กรกฎาคม 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/281179

คุณแหน : 18 กรกฎาคม 2560

คุณแหน : 18 กรกฎาคม 2560

วันอังคาร ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ll ในโอกาสครบรอบการก่อตั้ง โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ ได้มีการจัดกิจกรรมเพื่อสังคม “ออมเพื่อให้ตามรอยพ่อ” ด้วยการให้ออมเงินในกระปุกส่วนตัว แล้วนำมาแลกกระปุกที่ระลึกสัญลักษณ์อุปกรณ์ทรงงาน ในหลวง ร.9 ทั้งหมด 3 แบบได้แก่ วิทยุสื่อสาร กล้องถ่ายรูป และพระราชพาหนะทรงงาน เพื่อสมทบทุนสร้างอาคารนวมินทรบพิตร 84 พรรษา สนใจสอบถามได้ที่โรงพยาบาล…

 

ll งานสังสรรค์ประจำปี 2017 ของสมาคมเพื่อนแคลิฟอร์เนีย เมื่อวันก่อนผ่านพ้นไปแล้ว ด้วยความสำเร็จ ท่ามกลางผู้ร่วมงานกว่า 400 คน ที่ชื่นชมกันคือโชว์ดนตรีเป็นชุด ขนาดชมกันว่าร็อกสุดๆ เด็ดกว่าคอนเสิร์ตที่จัดขายบัตรแพงๆ วีไอพีจากโซนต่างๆ มากันอย่างคึกคัก ที่เด่นมากและอยู่ดึกจนต้องชมว่ามีสปิริตสูงคือ วีไอพีหญิงแถวหน้าอาทิ คุณหญิงโรส บริบาลบุรีภัณฑ์, คุณหญิงเกิดศิริ ศรุตานนท์, สริยา สิวายุ และ อุษา รัตนไตรภพ…และต้องยอมรับว่าผู้เป็นโฟกัสของงานคือ เพอร์ซันนัลลิตี้อันโดดเด่นของ อัมพาพันธ์ธเนศเดชสุนทร ภรรยาของท่านอดีตประธาน รสช.กับ กัญญา ปุณณะหิตานนท์ คนรู้ใจของท่านอดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 17 ของประเทศ…

ll วิไลวรรณ ประกอบสันติสุข แจ้งงานพระราชทานเพลิงศพ เป็นกรณีพิเศษ อาทร บิดา อนงค์ นครวิชัยกุล มารดา ในวันที่ 23 ก.ค.เวลา 14.00 น. ณ เมรุวัดโสมนัสวรวิหาร…

ll ยินดีกับ ชาครีย์ นรทิพย์ เสวิกุล ไปรับตำแหน่ง อัครราชทูตที่ปรึกษาประจำที่สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา ประเทศตุรกีออกเดินทางเร็วๆ นี้…

ll ลานทิพย์ ทวาทศิน สุดแสนดีใจที่จะได้เป็นคุณยาย เพราะ นันธิกา ลูกสาวคนสวยและเก่ง ตั้งครรภ์มาได้ 3 เดือนแล้ว…

ll ทุกครั้งที่ เนาวรัตน์ สมบูรณ์สุข ติดตามสามีไปซ้อมดนตรีจะไปนั่งประดิษฐ์ดอกกุหลาบดอกไม้จันทน์ เพื่อใช้ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพ่อหลวง ร.9โดยตั้งเป้าเอาไว้ 2,000 ดอก…

ll ไอเดียเก๋กู๊ดช่วยลดโลกร้อน ดร.จิรพล สินธุนาวา ขอจักรยานสองล้อมอบอาลัยแทนพวงหรีดในงานศพมารดาที่วัดมกุฏฯ…

ll วันก่อนมีโอกาสคุยกับกูรู ณัชพล สุพัฒนะ ฉายา “มาร์ค พิตบูล” เพราะความเชี่ยวชาญในเรื่องการเลี้ยงหมาอย่างถูกวิธี และคอกหมา Pitbull เพดดีกรีแชมป์ที่โด่งดัง ถึงได้รู้ว่าพวกเรายังเข้าใจในพฤติกรรมของหมาน้อยมาก และความรู้ที่ได้รับไว้มากเกินกว่าจะบรรยายในวันนี้ จึงขอสรุปหนึ่งแง่มุมที่น่าพิศวง…หมาที่อยู่ในบ้านหรือในฝูงมีการจัดลำดับตำแหน่ง (Echelon)ในฝูงค่อนข้างชัดเจน เช่น ฝูงในบ้านจะมีจ่าฝูงที่ลูกทีมต้องให้ความสำคัญ (Priority) ก่อนในการกินอาหารและการสืบพันธ์ุ ยิ่งกว่านั้นถ้าเจ้าของบ้านปล่อยให้คนรับใช้เลี้ยงหมาเอง หมาก็จะยกให้คนรับใช้เป็นจ่าฝูงที่มันต้องให้ความเคารพ โดยไม่สนเจ้าของบ้าน แต่หากเจ้าของบ้านรู้เทคนิค หาโอกาสสร้างความคุ้นเคยและเลี้ยงดูมันบ้าง และบางโอกาสแสดงมาดออกมา “เบรก” คนใช้ต่อหน้าฝูงหมา พวกมันจะจำไว้ว่าท่านนี้คือ“นายตัวจริง” !!…ll

บารอนเนส

แบรนด์เครื่องประดับหรู‘กะรัต ลอนดอน’ อวดโฉมผลงานการดีไซน์ล่าสุด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/281181

แบรนด์เครื่องประดับหรู‘กะรัต ลอนดอน’ อวดโฉมผลงานการดีไซน์ล่าสุด

แบรนด์เครื่องประดับหรู‘กะรัต ลอนดอน’ อวดโฉมผลงานการดีไซน์ล่าสุด

วันอังคาร ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

การแต่งตัวที่ดีย่อมสร้างบุคลิกให้น่าเชื่อถือได้เสมอ โดยล่าสุดแบรนด์อัญมณีชื่อดังจากเกาะอังกฤษ “กะรัต ลอนดอน” (Carat* London) ภายใต้การนำเข้าของนักธุรกิจสาวคนเก่งแพรพรรณ ธรรมวัฒนะ กรรมการบริหารบริษัท รีเทล มี จำกัด ได้อวดโฉมเครื่องประดับดีไซน์โก้หรูคอลเลคชั่นใหม่ที่มีชื่อว่า “มิลเลนเนียม” (Millenium) ตอบโจทย์เหล่า จิวเวลรี่เลิฟเวอร์ที่รักในการสวมใส่อัญมณีน้ำงามในชีวิตประจำวันได้เป็นอย่างดี

แบรนด์อัญมณี“กะรัต ลอนดอน” (Carat* London) ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 2003 โดย สก๊อต ทอมป์สัน (Scott Thompson) โดยยึดหลักการดีไซน์ตามรูปแบบของความสวยงามที่สามารถสวมใส่ได้จริงเหมาะกับผู้หญิงทุกวัย ผ่านขั้นตอนการเจียระไนที่มีความประณีตและพิถีพิถันจากฝีมือของทีมช่างผู้เชี่ยวชาญ ส่งผลให้“กะรัต ลอนดอน” ได้ถูกรับเลือกให้เป็นหนึ่งในแบรนด์เครื่องประดับที่ดีที่สุดจากประเทศอังกฤษ และก้าวขึ้นเป็นแบรนด์จิวเวลรี่ชั้นนำระดับโลก และมีสาขาทั่วโลกในเมืองดังที่เด่นด้านแฟชั่น อาทิ ลอนดอน, สหรัฐอเมริกา, ฮ่องกง, เซี่ยงไฮ้, สิงคโปร์, ดูไบ และประเทศไทย

แพรพรรณ ธรรมวัฒนะ

แพรพรรณ ธรรมวัฒนะ กล่าวถึงจุดเด่นของคอลเลคชั่น “มิลเลนเนียม” (Millenium) “ว่าอยู่ที่การดีไซน์ที่คำนึงถึงความสวยงามอันหรูหราแต่คลาสสิก เพราะเราต้องการให้เป็นคอลเลคชั่นที่สามารถสวมใส่ได้จริงในทุกวัน เหมาะกับผู้หญิงทุกสไตล์ด้วยการดีไซน์ที่หลากหลายรูปแบบ รวมถึงการเลือกใช้โทนสี ไม่ว่าคุณจะไปเที่ยว ไปทำงาน หรือไปปาร์ตี้ คอลเลคชั่นนี้ได้ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตของผู้หญิงยุคใหม่โดยเฉพาะ”

คอลเลคชั่น “มิลเลนเนียม” (Millenium) ได้รับแรงบันดาลใจหลักมาจากการผสมผสานระหว่างความหรูหราของแฟชั่นและดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ของเครื่องประดับชั้นสูง โดยนำลูกเล่นของเส้นตรงมาผสานเข้ากับรูปทรงเรขาคณิต ถ่ายทอดเป็นเครื่องประดับดีไซน์โมเดิร์น ที่แฝงความทันสมัยด้วยเส้นสายความเป็นกราฟิกอีกทั้งยังสวมใส่ได้ง่ายด้วยเทคนิคข้อปรับระดับเหมาะต่อการสวมใส่ของผู้หญิงทุกวัย และเหมาะกับการสวมใส่ได้ในทุกวัน ตั้งแต่การทำงานในเวลากลางวันจวบจนกระทั่งปาร์ตี้ในยามค่ำคืน

โดยในคอลเลคชั่นนี้มีชิ้นเด่นอยู่ที่แหวนรูปทรงกากบาทที่ประดับอัญมณีเรียงสวยบริเวณด้านบนของตัวแหวน เหมาะสำหรับหญิงสาวที่ชื่นชอบในความเรียบง่ายอันหรูหรา สวมใส่ได้ในทุกวัน หรือหากใครที่ชื่นชอบงานดีไซน์ที่แปลกตา

แหวนเพชรเม็ดเล็กเรียงยาวสองแถวคู่ที่เพิ่มลูกเล่นด้วยการติดประดับอัญมณีรูปทรงสามเหลี่ยมบริเวณตรงกลาง รวมถึงสร้อยข้อมือที่ถูกประดับด้วยอัญมณีรูปทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสเรียงสวย แต่เพิ่มจุดเด่นด้วยการแทรกอัญมณีเม็ดใหญ่เข้าไประหว่างเส้น ก็สามารถดึงความสนใจให้กับหญิงสาวผู้สวมใส่ได้เป็นอย่างดี เพิ่มความโก้ด้วยสร้อยคอยาวที่สามารถปรับระดับได้ และตุ้มหูมุขที่เพิ่มความเก๋ด้วยแป้นทรงสามเหลี่ยมติดประดับอัญมณีเม็ดเล็ก ส่วนโทนสีได้แก่เงินเกลี้ยงเกลา สีโรสโกลด์ รวมถึงสีเงินรมดำ

นอกจากนี้ เธอยังได้แนะนำเคล็ดลับการเลือกใส่เครื่องประดับน้อยให้ดูดี “ในยุคที่สไตล์การแต่งตัวแบบมินิมอลกำลังเป็นที่นิยม หลายคนอาจมองว่าการใส่เครื่องประดับอาจไม่ใช่สิ่งจำเป็น แต่จริงๆ แล้วการเลือกใส่เครื่องประดับให้ถูกวิธีจะสามารถช่วยเติมเต็มลุคและดึงดูดความน่าสนใจให้ผู้สวมใส่ได้เป็นอย่างดี อย่างเช่น สำหรับวันทำงานการสวมแหวนสีเงินสะอาดตาที่มีอัญมณีเม็ดใหญ่ประดับตรงกลางตัวเรือนไว้บนนิ้วชี้และสวมนาฬิกาดีๆ สักหนึ่งเรือน จะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้คุณได้ แต่หากต้องไปออกงานในเวลากลางคืนการเลือกเซตเครื่องประดับเข้าชุดดีไซน์เรียบโก้ในโทนสีโรสโกลด์ ใส่กับชุดเดรสสายเดี่ยวเข้ารูปที่เผยช่วงลำคอและหัวไหล่เพื่อให้เห็นสร้อยคอได้ชัดเจน หรือถ้าเป็นงานปาร์ตี้กับเพื่อนๆ การเลือกเครื่องประดับที่มีลูกเล่นแปลกตา ผสมผสานดีไซน์ที่หลากหลาย จะทำให้การแต่งตัวของคุณดูสนุก โดยไม่จำเป็นที่จะต้องใส่เครื่องประดับครบทุกชิ้น”

สนใจกะรัต ลอนดอน ชมได้ที่แฟล็กชิพสโตร์ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 1 และศูนย์การค้าสินเซ็นทรัลลาดพร้าว ชั้นจี

เปิดตัวนวัตกรรมแผ่นซับสิวจากธรรมชาติ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/280976

เปิดตัวนวัตกรรมแผ่นซับสิวจากธรรมชาติ

เปิดตัวนวัตกรรมแผ่นซับสิวจากธรรมชาติ

วันจันทร์ ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

บริษัท ไบโอบอร์น จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทวิจัยและพัฒนา เกิดจากการรวมกลุ่มของนักวิจัยที่มีชื่อเสียงด้านเภสัชศาสตร์ ได้ฤกษ์เปิดตัวนวัตกรรมจากธรรมชาติ แผ่นซับสิว AcneQ การันตีด้วยรางวัลเหรียญทองจากการประกวด “Economic and Scientific Innovation” ในงาน INTARG 2016 ณ ประเทศโปแลนด์ ตอบโจทย์คนรักความงามในการดูแลปัญหาสิวด้วยนวัตกรรมนาโนเทคโนโลยีที่อิงกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ศ.ดร.ภาวิช ทองโรจน์ ประธานกรรมการ บริษัท ไบโอบอร์น จำกัด กล่าวว่า นับตั้งแต่เริ่มต้นสหัสวรรษใหม่ ประเทศไทยมีการเปลี่ยนแปลงมากมาย ไม่ว่าจะเป็นวิถีการเรียนรู้ การทำงาน สังคม การค้า การสื่อสาร และการรับข้อมูลข่าวสารต่างๆ นำมาซึ่งความเจริญก้าวหน้า การพัฒนาประเทศจากการค้นพบวิทยาการสมัยใหม่ โดยเฉพาะนวัตกรรมนาโนด้านเภสัชศาสตร์ ที่เข้ามามีบทบาทในการพลิกโฉมอุตสาหกรรมดั้งเดิมของคนไทย ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้ยังเกิดขึ้นทั่วโลก ทำให้ต้องเลือกว่าเราจะเป็นเพียงแค่ผู้บริโภค หรือจะเป็นผู้สร้างสรรค์นวัตกรรม ซึ่งเทรนด์ของโลกที่เปลี่ยนไป ทำให้บริษัท ไบโอบอร์น จำกัด เกิดขึ้นด้วยความมุ่งมั่นที่จะสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อเสริมสร้างสุขภาพ และความงามรองรับการพัฒนาประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ (MEDICAL HUB) กลไกหนึ่งของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน

ความมุ่งมั่นของไบโอบอร์น ในการค้นคว้าวิจัย โดยร่วมมือกับนักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญ และนักวิจัยด้านเภสัชศาสตร์ หรือสาขาวิชาที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยเลือกใช้วัสดุที่มีอยู่แล้วในธรรมชาติ ซึ่งมีความอุดมสมบูรณ์ทางทรัพยากรชีวภาพที่หาได้ง่ายในประเทศไทย และหากนำมาแปรรูปอย่างถูกต้องด้วยฝีมือและสมองของนักวิจัยไทย จะทำให้เกิดนวัตกรรมและนำไปสู่การสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ ที่มีคุณค่าต่อมวลมนุษยชาติ นับว่าส่งผลต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศได้อย่างยั่งยืน ลดการนำเข้าจากต่างประเทศ

จากการคิดค้นนวัตกรรมแผ่นซับสิว AcneQ ทำจากยางธรรมชาติโปรตีนต่ำ ที่สามารถดูดซับหนอง หรือของเหลวจากสิวได้ดี มีส่วนผสมของสารสกัดเปลือกมังคุดที่ทำให้อยู่ในรูปของอนุภาคนาโน (Nano-encapsulation) ช่วยเพิ่มความคงตัว และทำให้ซึมผ่านเข้าสู่ผิวหนังได้ดีขึ้น และสารสกัดจากเปลือกมังคุด Nano-encapsulation จะออกฤทธิ์แบบ sustained release ที่ค่อยๆ ปลดปล่อยสารสำคัญออกมา จึงทำให้ออกฤทธิ์อย่างสม่ำเสมอและยาวนานถึง 8 ชั่วโมงมีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อแบคทีเรีย Propionibacterium acnes (P. acnes) ซึ่งก่อให้เกิดสิว จึงแตกต่างจากผลิตภัณฑ์แผ่นซับสิวตัวอื่นที่เป็นเพียงแผ่นปิดป้องกันสิ่งสกปรกเท่านั้น โดยส่วนประกอบผลิตภัณฑ์ทั้งหมดมาจากธรรมชาติ ทั้งยางและสารสกัดจากเปลือกมังคุด จึงมั่นใจได้ถึงความปลอดภัย

แผ่นซับสิว AcneQ ผ่านการรับรองการวิจัยทางคลินิก โดยทำการเปรียบเทียบประสิทธิภาพของแผ่นซับสิวทั่วไปที่ทำจากสารไฮโดรคอลลอยด์ พบว่า สิวอักเสบที่ได้รับการรักษาด้วยแผ่นซับสิว AcneQ ช่วยให้ขนาดของสิวลดลงมากกว่าการใช้แผ่นซับสิวที่ทำจากสารไฮโดรคอลลอยด์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ นอกจากนี้ยังพบว่าช่วยลดรอยแดงที่เกิดจากสิว และการอักเสบได้ดีกว่าด้วยคุณสมบัติ 4 ประการ คือ ปกป้อง ดูดซับ ฟื้นฟู และลดการอักเสบ โดยตลอดการศึกษาและทดสอบจากอาสาสมัครมีความพึงพอใจไม่พบผลข้างเคียงใดๆ

‘ผ้าขาวม้า ผ้าสารพัน’แฟชั่นผ้าขาวม้าทอมือสู่รันเวย์ระดับโลก ต่อยอดผลิตภัณฑ์แปรรูปจากผ้าขาวม้า สร้างแรงบันดาลใจให้ชุมชนผู้ผลิต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/280954

‘ผ้าขาวม้า ผ้าสารพัน’แฟชั่นผ้าขาวม้าทอมือสู่รันเวย์ระดับโลก ต่อยอดผลิตภัณฑ์แปรรูปจากผ้าขาวม้า สร้างแรงบันดาลใจให้ชุมชนผู้ผลิต

‘ผ้าขาวม้า ผ้าสารพัน’แฟชั่นผ้าขาวม้าทอมือสู่รันเวย์ระดับโลก ต่อยอดผลิตภัณฑ์แปรรูปจากผ้าขาวม้า สร้างแรงบันดาลใจให้ชุมชนผู้ผลิต

วันจันทร์ ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เป็นกิจกรรมดีๆ อีกหนึ่งกิจกรรมสำหรับ “โครงการผ้าขาวม้าท้องถิ่น หัตถศิลป์ไทย” ที่ กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ร่วมกับบริษัท ประชารัฐรักสามัคคี วิสาหกิจเพื่อสังคม (ประเทศไทย) จำกัด จัดงาน “ผ้าขาวม้า ผ้าสารพัน”เพื่อสร้างความตระหนักถึงคุณค่าของผ้าขาวม้าในเชิงศิลปวัฒนธรรมให้เกิดขึ้นในสังคม ส่งเสริมให้แต่ละชุมชนสร้างผ้าขาวม้าที่มีอัตลักษณ์อันโดดเด่นชัดเจนและผลักดันให้เกิดการแปรรูปผ้าขาวม้าเป็นสินค้าที่หลากหลายยิ่งขึ้น ทั้งนี้ เพื่อเป็นการสร้างการรับรู้ในกลุ่มผู้บริโภคในวงกว้าง

ภายในงานจัดพิธีมอบรางวัลให้กับผู้ชนะเลิศการประกวดภาพถ่ายอินสตาแกรมผ้าขาวม้า 3 ประเภทได้แก่ ประเภทผ้าขาวม้าขบขัน, ประเภทผ้าขาวม้าสร้างสรรค์, ประเภทผ้าขาวม้าทั่วไทย แฟชั่นโชว์คอลเลคชั่น Play ออกแบบโดย ลินดา เจริญลาภ ดีไซเนอร์จากแบรนด์ LALALOVE ที่โกอินเตอร์ไปเฉิดฉายบนรันเวย์ระดับโลกอย่างงาน Amazon Fashion Week TOKYO 2017 มาแล้ว ซึ่งแฟชั่นโชว์ชุดนี้โดดเด่นทันสมัย โดยดีไซเนอร์คนเก่งจับเอาเอกลักษณ์ลายตารางของผ้าขาวม้า จับคู่สีตัดกันสวยงามมาดีไซน์ให้มีความทันสมัยและเพิ่มลูกเล่นที่ดูน่ารัก เก๋ไก๋ด้วยฝีมือการเพ้นท์ผ้ารูปสัตว์ และการละเล่นไทย ของ Artist แถวหน้าของเมืองไทยอย่าง หทัยรัตน์ เจริญชัยชนะ (โอ๋ ฟูตอง) โดยมีนางแบบคนสวย ออกแบบ-ชุติมณฑน์ จึงเจริญสุข และ น้องนิริน-ปณิริน ธรรมวัฒนะ ลูกสาว หนิง-ปณิตา ธรรมวัฒนะ มาร่วมสร้างสีนสันบนเวทีแฟชั่นโชว์ พร้อมบูธจำหน่ายผลิตภัณฑ์ผ้าขาวม้าทอมือคุณภาพดีจากชุมชนผู้ผลิตให้ผู้มาร่วมงานได้อุดหนุนสินค้าไทยอีกด้วย

อภิชาติ โตดิลกเวชช์ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ในฐานะเลขานุการร่วมภาครัฐ คณะทำงานการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและประชารัฐ เผยว่า“โครงการผ้าขาวม้าท้องถิ่น หัตถศิลป์ไทย เป็นหนึ่งในหลายโครงการของคณะทำงานการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและประชารัฐ โดยมี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นหัวหน้าทีมภาครัฐ และ ฐาปน สิริวัฒนภักดี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) เป็นหัวหน้าทีมภาคเอกชน ส่วนผมรับหน้าที่เลขาธิการภาครัฐ ซึ่งในส่วนราชการกระทรวงมหาดไทยมอบหมายให้กรมการพัฒนาชุมชนเป็นหน่วยงานขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากและประชารัฐในโครงการนี้ ในประเทศไทยผ้าขาวม้าเปรียบดังผ้าอัศจรรย์ สารพันประโยชน์ ตอนเด็กใช้เป็นเปลนอนโตขึ้นมาเป็นเสื้อผ้านุ่งห่ม โพกศีรษะ บังแดดยามออกไปทำงาน ซึ่งอยู่ในวิถีชีวิตคนไทยมาตลอดทุกช่วงอายุ ชาวบ้านใช้ผ้าขาวม้ามาตั้งแต่สมัยเชียงแสน ปรากฏหลักฐานภาพวาดอยู่ในวัดที่จังหวัดน่าน เป็นภาพคนเชียงแสนไม่ใส่เสื้อ แต่นุ่งผ้าขาวม้า ซึ่งถือเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นที่สื่อถึงวิถีชีวิตของชุมชนมานานกว่า 700 ปี ดังนั้น ทางกรมการพัฒนาชุมชนกับบริษัท ประชารัฐรักสามัคคี วิสาหกิจเพื่อสังคม (ประเทศไทย) จำกัด จึงมีความเห็นร่วมกันว่าควรทำโครงการนี้เพื่อให้ผ้าขาวม้ากลับมาได้รับความสนใจในวงกว้าง เพราะเป็นผ้าที่ชุมชนผลิตได้ง่าย และมีชุมชนผลิตทั่วประเทศ เป็นการส่งเสริมรายได้ให้กับประชาชนระดับฐานราก”

ด้าน ฐาปน สิริวัฒนภักดี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ในฐานะหัวหน้าทีมภาคเอกชน คณะทำงานการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและประชารัฐ เผยว่า“โครงการผ้าขาวม้าท้องถิ่นหัตถศิลป์ไทย เป็นความตั้งใจของทีมงานทุกคนในส่วนของคณะทำงานการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและประชารัฐ ทีมงานมีโอกาสลงพื้นที่ไปศึกษาชุมชน ได้รู้จักคนท้องถิ่นของแต่ละชุมชน และพูดคุยกันว่าอยากทำแผนพัฒนาผ้าขาวม้า เพราะเป็นสิ่งใกล้ตัวและใช้ในชีวิตประจำวันของชาวบ้าน อยากสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้า ให้ชาวบ้านมีรายได้เพิ่มขึ้น เลยมานั่งคิดว่าเดิมในการทอผ้าขาวม้าไม่มีเอกลักษณ์ที่ชัดเจนในแต่ละชุมชน เราจึงอยากให้แต่ละชุมชนมีผ้าขาวม้าที่เป็นเอกลักษณ์ที่ชัดเจน เพราะทุกจังหวัดมีสีประจำจังหวัด รวมทั้งช่วยหาช่องทางในการพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายมากขึ้น รวมทั้งจะมีการเชื่อมโยงคนในชุมชนกับภาคเอกชน เชื่อมโยงกับลูกค้าได้ซึ่งจะทำให้มีโอกาสในการอุดหนุนผ้าพื้นที่เขามากยิ่งขึ้น”

ประกวดวงดนตรีบทเพลงพระราชนิพนธ์ โครงการ ‘บทเพลงรักแห่งแผ่นดิน’ ปีที่7

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/281015

ประกวดวงดนตรีบทเพลงพระราชนิพนธ์ โครงการ ‘บทเพลงรักแห่งแผ่นดิน’ ปีที่7

ประกวดวงดนตรีบทเพลงพระราชนิพนธ์ โครงการ ‘บทเพลงรักแห่งแผ่นดิน’ ปีที่7

วันจันทร์ ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

กองทัพบก ร่วมกับ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) จัดงานแถลงข่าวโครงการ “บทเพลงรักแห่งแผ่นดิน” ปีที่7 ภายใต้แนวคิด “สืบสานพระราชปณิธาน บทเพลงพระราชนิพนธ์ น้อมถวายแด่องค์ราชัน” โดยเปิดเวทีให้เยาวชนระดับมัธยมศึกษาที่มีใจรักในด้านดนตรีทั่วประเทศ ได้แสดงออกถึงความจงรักภักดีที่มีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และได้แสดงความสามารถผ่านการประกวดวงดนตรีร่วมสมัย ชิงถ้วยพระราชทานจากสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พร้อมรางวัลรวมมูลค่ากว่า 1 ล้านบาท โดยมี พล.อ.เทพพงศ์ ทิพยจันทร์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก ให้รายละเอียดในการจัดงาน ณ ห้องรับรอง 211 กองบัญชาการกองทัพบก

พล.อ.เทพพงศ์ ทิพยจันทร์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก เผยว่า กองทัพบกนอกจากหน้าที่หลักในการป้องกันประเทศแล้ว ยังเป็นองค์กรที่ให้ความสำคัญกับการธำรงไว้ซึ่งความสงบสุขและความมั่นคงของสถาบันชาติ ศาสนาและพระมหากษัตริย์ตลอดมา ซึ่งโครงการ “บทเพลงรักแห่งแผ่นดิน” ได้จัดขึ้นเป็นปีที่ 7 แล้ว เพื่อสืบสานพระราชปณิธาน บทเพลงพระราชนิพนธ์ น้อมถวายแด่องค์ราชัน ด้วยการเชิญชวนให้ประชาชนชาวไทยทุกหมู่เหล่าโดยเฉพาะกลุ่มเยาวชนคนรุ่นใหม่ ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักได้ร่วมกันแสดงความจงรักภักดีต่อ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ผ่านการประกวดวงดนตรีสากลร่วมสมัยในระดับมัธยมศึกษา ภายใต้แนวคิด “สืบสานพระราชปณิธาน บทเพลงพระราชนิพนธ์ น้อมถวายแด่องค์ราชัน”

“ประโยชน์ที่เยาวชนผู้ร่วมโครงการจะได้รับ คือองค์ความรู้ใหม่ๆ ด้านดนตรีที่จะมีเพิ่มขึ้นจากคณะกรรมการที่เป็นทั้งผู้ตัดสิน และวิทยากร รวมถึงเคล็ดลับด้านดนตรีใหม่ๆ ที่จะนำไปพัฒนาตนเองต่อไปในอนาคตได้อย่างดี และแนวคิดของโครงการ เป็นเรื่องของการแสดงความจงรักภักดี ซึ่งจะทำให้เยาวชนมีความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสถาบันพระมหากษัตริย์ที่มีต่อปวงชนชาวไทยและประเทศชาติ ก่อให้เกิดเป็นความจงรักภักดีที่จะแผ่ขยายไปในกลุ่มเยาวชนในที่สุด นอกจากนี้สิ่งสำคัญคือทุกคนจะได้ฝึกความอดทน การแบ่งเวลาสำหรับฝึกซ้อม ได้ฝึกสมาธิ ได้ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ เพื่อห่างไกลจากยาเสพติด และสิ่งยั่วยุต่างๆ ตลอดจนสามารถจะนำประสบการณ์ไปพัฒนาตนเองให้ก้าวสู่เวทีระดับสากลต่อไปได้ เพราะตระหนักว่าเยาวชนเป็นทรัพยากรที่สำคัญของชาติ จึงพร้อมที่จะให้การสนับสนุนกิจกรรมที่เป็นประโยชน์อย่างเต็มที่ เพื่อปลูกฝังสิ่งดีๆ เหล่านี้ลงไปในจิตใจของเด็กเพื่อมุ่งหวังให้พวกเขาเติบโตเป็นคนรุ่นใหม่ที่มีคุณภาพ และเป็นกำลังสำคัญของประเทศชาติในอนาคตต่อไป”

หลักเกณฑ์การแข่งขันในปีนี้ จะไม่จำกัดประเภทเครื่องดนตรีที่เล่น และเปิดโอกาสให้วงดนตรีเยาวชนระดับมัธยมศึกษาที่มีสมาชิกไม่ต่ำกว่า 5 คน แต่ไม่เกิน 20 คน ได้เข้าร่วมประกวด โดยจะใช้เพลงในการประกวดทั้งหมด 3 เพลง เพื่อแสดงความหลากหลายในความสามารถด้านดนตรี ได้แก่ เพลงพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช 1 เพลง, เพลงช้าตามความถนัด 1 เพลง และเพลงเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช 1 เพลง โดยจะมีกิจกรรมรอบคัดเลือกเพื่อไปคัดเลือกวงดนตรีจากทั่วประเทศตั้งแต่เดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคมนี้ เพื่อเฟ้นหาสุดยอดวงตัวแทนของ 5 ภูมิภาค ได้แก่ ภาคเหนือ, ภาคอีสาน, ภาคใต้, ภาคกลาง และกรุงเทพฯ โดยจะคัดภูมิภาคละ 1 วง เท่านั้น เพื่อเข้ารับการอบรมจากเทรนเนอร์ผู้มีคุณวุฒิของแต่ละภาค อาทิ โอ๋-เจษฎา สุขทรามร, เล็ก-อริญชย์ ปานพุ่ม, ปั๋ง-ประกาศิต โบสุวรรณ เป็นต้น เพื่อมาแข่งขันหาแชมป์ในรอบชิงชนะเลิศ ที่จะมีคณะกรรมการ อย่าง อ้อม-ชุมพล สุปัญโญ, เจี๊ยบ-วรรธนา วีรยวรรธน, หนึ่ง-จักรวาร เสาธงยุติธรรม, ฟอร์ด-สบชัย ไกรยูรเสน และ แมว-จิรศักดิ์ ปานพุ่ม เป็นผู้ตัดสินในช่วงเดือนสิงหาคมนี้”

ด้าน เทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทปตท. จำกัด (มหาชน) เผยว่า “ด้วยเจตนารมณ์ที่มุ่งมั่นสร้างสรรค์ให้ประชาชน โดยเฉพาะเยาวชน ได้มีโอกาสแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ รวมถึงปลูกฝังให้เยาวชนได้รับรู้ สร้างความเข้าใจและซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของสถาบันพระมหากษัตริย์
ที่มีต่อปวงชนชาวไทย ผ่านโครงการพระราชดำริต่างๆ ที่ทรงคิดค้น ทดลองขึ้นเพื่อให้ประชาชนชาวไทยได้อยู่ดีกินดี”

ทั้งนี้ เยาวชนผู้สนใจที่จะเข้าร่วมโครงการ “บทเพลงรักแห่งแผ่นดิน” ปีที่ 7 สามารถเข้าไปดาวน์โหลดใบสมัครและติดตามความเคลื่อนไหวของโครงการ ได้ที่ http://www.thetreeofloves.com โดยผู้ชนะจะได้รับถ้วยพระราชทานจากสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถฯ ซึ่งออกแบบโดย อ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ พร้อมรางวัลสูงสุด รวมมูลค่ากว่า 1 ล้านบาท

คุณแหน : 17 กรกฎาคม 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/281013

คุณแหน : 17 กรกฎาคม 2560

คุณแหน : 17 กรกฎาคม 2560

วันจันทร์ ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

●● ปราศรัย รัชไชยบุญ จะเข้ารับเข็มและโล่เกียรติยศ จากกรมส่งเสริมวัฒนธรรม เป็นปูชนียบุคคลด้านภาษาไทย ผู้ใช้ภาษาไทยดีเด่น ปี 2560 ณ ศูนย์วัฒนธรรมฯ 29 ก.ค. หลังจากได้รับรางวัลนักแปลดีเด่นจาก 2 สถาบัน คือ สุรินทราชา และ นราธิป เมื่อหลายปีก่อน…และทุกครั้งที่ได้รับรางวัลระดับชาติ “คุณปราศรัย” จะได้รับเพชรน้ำงามเป็นของขวัญจากสามี สุวัตถิ์ อย่างรู้ใจ ส่วนลูกๆ ปารเมศร์ และ บุรณี จะตอบแทนพระคุณแม่ด้วยรถยนต์ยี่ห้อ เฟอรารี่ หรือโรลส์-รอยซ์..ทั้งรุ่นพี่ เพื่อน น้อง ราชินี รอลุ้นฟังข่าวด้วยใจระทึกจะเก็งผิดหรือเก็งถูก คงได้รู้ในเร็ววัน..

 

●● ผศ.ดร.พรทิพย์ พุกผาสุข ประธานดำเนินงาน “การประกวดสุนทรพจน์อุดมศึกษา เฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร”เป็น ประธาน เปิดการเสวนา “เคล็ดลับ & การเตรียมตัว” ชิงถ้วยพระราชทานในหลวงรัชกาลที่ 9  ณ สมาคมนิสิตเก่าจุฬาฯ 22 ก.ค. 09.00 น. …

●● ขอแสดงความยินดีแด่  “10 ครูคุณธรรม ดร.เทียม โชควัฒนา” อาทิ ทิชา ณ นคร,รศ.ดร.สมใจ วิชัยดิษฐ,อุมา บุญประกอบ,ศิริวรรณ ศรีเสริมโภค,ผศ.อุบล สมทรง ฯลฯขึ้นรับโล่ประกาศเกียรติคุณ จัดโดย ดร.ศิรินา โชควัฒนา ปวโรฬารวิทยา ประธานโครงการคุณธรรมฯ มูลนิธิ ดร.เทียม โชควัฒนา เพื่อเชิดชูคุณครูที่มีคุณธรรมให้เป็นที่ประจักษ์ เป็นต้นแบบของคุณครู ปลูกฝังความดีแก่เยาวชนของชาติ..

●● ชนินทร์ วรรณดิษฐ์ จูงมือศรีภรรยา จณา พร้อมลูกหลานรวม 5 ชีวิต เตรียมไปท่องเที่ยวกรุงลอนดอน3 อาทิตย์  30 ก.ค.-20 ส.ค…

●● เดือนหน้า คุณหญิงจิตตระการ  ทองใหญ่ ชักชวนภรรยาเพื่อนๆ สามีAC2494 ไปพักผ่อนที่กองบิน จ.ประจวบฯ แล้วรับอาสาเป็นไกด์พาเพื่อนเที่ยวหว้ากอ ด่านสิงขร และพานมัสการหลวงปู่ทวด วัดห้วยมงคล เดือนหน้า  25-27 ส.ค. …

●● ปานพิมพ์ คุณะเกษม แบรนด์เมเนเจอร์ Salvatore Ferragamo เอาใจสาวกรองเท้าหรูสัญชาติอิตาเลียนจัดงานเปิดตัวคอลเลคชั่นรองเท้าสำหรับฤดูใบไม้ร่วง-ฤดูหนาว 2017 ภายใต้การออกแบบของ มร.พอล แอนดรูว์ ในงาน “HIGH TECH | HIGH CRAFT”18 ก.ค.  6 โมงเย็น ณ ฮอลล์ ออฟ เฟม ชั้น M ศูนย์การค้าสยามพารากอน  นิทรรศการจะจัดถึงวันที่ 22 ก.ค….

●● ข่าวฉาวคาวโลกีย์เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กระหึ่มหลังจากดูข่าวที่ “สาวสวยคนดัง” ประกาศผ่านจอแก้วช่องน้อยสีว่าเธอได้หย่าขาดจากสามีหนุ่มรูปหล่อเป็นที่เรียบร้อยแล้ว  หลังจากไปเกาะแกะต่อยอดธุรกิจโซลาร์เซล แล้วแสดงตัวแย่งมหาเศรษฐีหนุ่มที่มีลูกมีเมียโดยไม่เกรงกลัวบาปกรรมที่ทำครอบครัวอื่นแตกแยก แต่เธอเป็นลูกครึ่ง จึงไม่กลัวผิดศีลข้อ 3  ต้นงิ้วก็ไม่กลัว เพราะไปริดหนามมาก่อนหน้านี้แล้ว ส่วนความเคลื่อนไหวของฝ่ายชายที่เป็นที่รู้กันว่ามีเสน่ห์มากมายท่ามกลางทรัพย์สินล้นเหลือนั้น  บอกว่าจะไม่มีผู้หญิงคนไหนทำให้ครอบครัวแตกแยกแน่ ดอกไม้ริมทางจะถอยหรือจะสู้  คงต้องคอยดูต่อไปว่าสถาบันครอบครัวของหนุ่มเจ้าสำราญ จะสั่นคลอนแค่ไหน..●●

คุณแหน

9 เยาวชนมิตรภาพ-วัฒนธรรมไทย ร่วมงานกิโมโน เฟสติวัล ที่เมืองโกเบ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/280983

9 เยาวชนมิตรภาพ-วัฒนธรรมไทย ร่วมงานกิโมโน เฟสติวัล ที่เมืองโกเบ

9 เยาวชนมิตรภาพ-วัฒนธรรมไทย ร่วมงานกิโมโน เฟสติวัล ที่เมืองโกเบ

วันจันทร์ ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

9 เยาวชนมิตรภาพ-วัฒนธรรมไทย จะไปโชว์ศิลปวัฒนธรรมไทยในงาน “กิโมโนเฟสติวัล ครั้งที่ 45 ณ เมืองโกเบ” ในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม 2560 นี้ พร้อมนำการแสดงประยุกต์ เรื่องราวศาสตร์พระราชารำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ ในรัชกาลที่ 9 ไปแสดง ตามคำเชิญของสถาบันนิฮอนวาโสกากุเอน และร่วมงาน 150 ปีครบรอบท่าเรือเมืองโกเบของญี่ปุ่น โดยจะนำเทปบันทึกโทรทัศน์การอบรมเยาวชนก่อนการเดินทาง มาออกอากาศในรายการทราเวิล&เฮลท์วาไรตี้ พร้อมงานแถลงข่าวการประกวดแกะสลักผักผลไม้ ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 และเปิดตัวหนังสือรักษ์ด้วยใจ มีชีวิต เล่มแรกของโลก

นายสมชาย พหุลรัตน์ ประธาน TCN ในฐานะเลขาธิการสมาคมมิตรภาพไทย-ญี่ปุ่น (กิโมโน) เมมเบอร์ของสถาบัน
นิฮอนวาโสกากุเอน และเป็นประธานโครงการแลกเปลี่ยนมิตรภาพ-วัฒนธรรม เผยว่า ปีนี้จะมีเยาวชนที่ได้รับเชิญจากทางประเทศญี่ปุ่นให้เดินทางไปร่วมงานการประกวดกิโมโน เฟสติวัล ครั้งที่ 45 ที่เมืองโกเบ (Kimono Festival 45th Kobe) โดยจะมีเยาวชนทั้งหมด 9 คน และ อาจารย์ผุสดี นาวาวิจิต ผู้เชี่ยวชาญวัฒนธรรม-ภาษาญี่ปุ่นและกรรมการสมาคมนักเรียนเก่าญี่ปุ่นฯ ในฐานะประธานฝ่ายประสานงานต่างประเทศ ได้อบรมให้ความรู้ในเบื้องต้นของงานแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมครั้งนี้ โดยมี
วีเจโด่ง-ธีรศักดิ์ พหุลรัตน์ ประธานเยาวชนมิตรภาพ-วัฒนธรรมไทย-ญี่ปุ่น เป็นผู้สัมภาษณ์ครูและ 9 เยาวชนที่ร่วมเดินทางออกอากาศในรายการทราเวิล&เฮลท์วาไรตี้ ทางช่องบางกอกแชนแนล-ไอเอ็นเอ็น (Bangkok channel) และมี อ.มณทิรา เดชจินดา จากบ้านนาฏศิลป์เป็นผู้ควบคุมฝึกฝนการแสดง ซึ่งการแสดงจะมีหลายชุดด้วยกัน และหนึ่งในชุดนี้ที่ไปโชว์คือ การแสดงศิลปวัฒนธรรมที่น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งงานครั้งนี้นอกจากมีเยาวชนจากประเทศไทยแล้ว ยังมีผู้แทนจากสหรัฐอเมริกาและจีนมาร่วมงาน พร้อมกงสุลไทยในนครโอซากา คือ ชนิดา กมลนาวิน รองกงสุลไทยและรักษาการกงสุลฯ

นอกจากนี้ มาดามฮิโรโกะ มัสชึชีม่า (Mrs.Hiroko Matsushima) ประธาน Niho Waso Gakuen Nihon Reibi Association ยังได้นำเยาวชนไปร่วมแสดงในงานครบรอบ 150 ปีของท่าเรือเมืองโกเบอีกด้วย ซึ่งนอกจากจะได้แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมแล้ว ยังช่วยเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวให้กับประเทศไทยไปในตัว ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าประธานฯ ของญี่ปุ่นผู้นี้ เคยได้รับรางวัลเฟรนด์ ออฟ ไทยแลนด์ จากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย มาแล้ว

สำหรับ 9 เยาวชนไทยที่จะเดินทางไปแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม ประกอบด้วย น.ส.ธัญชนก ผลปรีชากุล, นายวัชรินทร์ ศิริเบญจวรรณ (ม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี), ด.ญ.กัญญ์พรภัสร์ ตวงสิทธิสมบัติ (รร.ไตรมิตร), ด.ญ.ณิชชรีย์ ฉัตร์พิริยคุณ
(วิทยาลัยช่างศิลป์), ด.ญ.พนิตนันท์ ตวงสิทธิสมบัติ (รร.สาธิตกรุงเทพธนบุรี), ด.ญ.วรินทร์ทิรา สุขุมเจริญจิต, ด.ช.ภัทรพลสุขุมเจริญจิต (รร.สารสาสน์วิเทศสุวรรณภูมิ), ด.ญ.กวิณตรา วรสุทธิไพบูลย์ (รร.สารสาสน์เอกตร้าธนบุรี), ด.ญ.วชิราภรณ์ กิตติวรคุณ (รร.เซนต์โยเซฟคอนแวนต์) ซึ่งเป็นเยาวชนที่ อ.มณทิรา และอ.ปลา เป็นผู้คัดเลือกฝึกฝนการแสดง

นอกจากนี้ ในรายการทราเวิล&เฮลท์วาไรตี้ ยังนำเสนองานเปิดตัวหนังสือรักษ์ด้วยใจ มีชีวิตเล่มแรกของโลก และงานแถลงข่าวการจัดประกวดแกะสลักผักผลไม้ งานใบตองดอกไม้สด ครั้งที่ 19 หัวข้อ “เฉลิมทศวรรษพระราชปณิธานสานฝันศิลป์นวมินทรามหาราชินีจักรีพิภพ” ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 4 สิงหาคม 2560 ผู้ชนะการประกวดจะได้รับถ้วยรางวัลพระราชทานจาก สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ประธานจัดงานคือ อารยา อรุณานนท์ชัย พร้อมคณะกรรมการผู้ร่วมสนับสนุน อาทิ อภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ ผอ.กองส่งเสริมกิจกรรม การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, ผศ.พิศศรี กมลเวชช จาก ม.ธุรกิจบัณฑิตย์, มร.โบโด คลินเก้นเบิร์ก ผู้จัดการทั่วไป โรงแรมแกรนด์เมอร์เคียวแบงกอกฟอร์จูน, ดร.มนวิภา ประชัญคดี นายกสมาคมส่งเสริมการศึกษาในถิ่นกันดารฯ ในฐานะผู้ร่วมสนับสนุน, ศ.ดร.มณีรัตน์ สวัสดิวัตน์ ณ อยุธยา ประธานคณะกรรมการตัดสิน ที่กำลังจะผลักดันให้งานแกะสลักเป็นมรดกโลกจาก Unessco, นายคฑา ชินบัญชร และ ดร.บุ๋ม-ปนัดดา วงศ์ผู้ดี เป็นต้น โดยสามารถรับชมผ่าน Youtube หรือ Google พิมพ์คำว่า “17 กิจกรรมททท.-ประกวดแกะสลักผลไม้-150 ปีเมืองโกเบ(ท่าเรือ)” และติดตามฟังรายละเอียดทางรายการสนทนาสารพัน/รายการยิ้มกับข่างทาง FM 89.5

ดร.มนวิภา ประชัญคดี หนึ่งผู้ให้การสนับสนุนการประกวดแกะสลักผักผลไม้ฯ กล่าวว่า การประกวดแข่งขันครั้งนี้ ถือเป็นการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมของชาติ เป็นสิ่งสวยงาม บ่งบอกถึงความประณีตความละเอียดอ่อนและความคิดสร้างสรรค์ของบรรพบุรุษของชาติไทย และเป็นการนำศิลปวัฒนธรรมเผยแพร่สู่สายตาประชาชน และยังเป็นการรักษาศิลปวัฒนธรรมอันสวยงามเหล่านี้ให้เป็นที่รู้จักและอยู่ในงานสายตาของประชาชนสืบทอดไปจนถึงรุ่นลูกหลาน

นายอภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ กล่าวว่า ทางททท.โดยกองส่งเสริมกิจกรรม และ ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผอ.ฝ่ายกิจกรรม ได้เห็นความสำคัญของการประกวดแกะสลักผัก-ผลไม้ ผสานงานใบตอง ดอกไม้สด ที่ถือว่าเป็นงานศิลปะอย่างหนึ่งที่ถือว่าเป็นมรดกที่มีค่าที่สืบทอดมาช้านาน ต้องใช้ฝีมือความสามารถเฉพาะตัวและยังเป็นการแสดงออกทางวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ประจำของชาติไทย ซึ่งไม่มีชาติใดเสมอเหมือน ททท.จึงได้ให้การสนับสนุนและร่วมจัดงานมาตลอด เพราะงานนี้ยังถือได้ว่าเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวไปด้วยในตัวและทำให้เยาวชนและนักศึกษาได้มีการฝึกฝนเพื่อเตรียมพร้อมแข่งขันทุกปี

ส่งมอบคอลเลคชั่นพิเศษ ฉลอง 132 ปี อัสสัมชัญ AZIMUTH Round 1 Black in Time

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/281016

ส่งมอบคอลเลคชั่นพิเศษ ฉลอง 132 ปี อัสสัมชัญ AZIMUTH Round 1 Black in Time

ส่งมอบคอลเลคชั่นพิเศษ ฉลอง 132 ปี อัสสัมชัญ AZIMUTH Round 1 Black in Time

วันจันทร์ ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

โฉมหน้า-หลัง AZIMUTH Round 1 Black in Time 132 th  Aniversary Assumption College Limited Edition

ในวาระครบ 132 ปี แห่งการสถาปนาโรงเรียนอัสสัมชัญ สมาคมอัสสัมชัญ เลือกนาฬิกาแบรนด์ดังจากสวิตเซอร์แลนด์ AZIMUTH รุ่น AZIMUTH Round 1 Black in Time จัดทำนาฬิกาข้อมือที่ระลึก ประดับตราสัญลักษณ์ครบรอบ 132 ปี ออกมาเป็น 132th Aniversary Assumption College Limited Edition จำนวน 132 เรือน เพื่อหารายได้สนับสนุนกิจการต่างๆ ของโรงเรียน โดยนาฬิการุ่นพิเศษดังกล่าวได้ผลิตเสร็จเรียบร้อยแล้วและได้รับเกียรติจาก H.E. Ivo Sigber ฯพณฯ เอกอัครราชทูตสมาพันธรัฐสวิตเซอร์แลนด์ เป็นประธานส่งมอบนาฬิกาดังกล่าว เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2560 ณ Duke Contemporary Art Space ศูนย์การค้าเกษรพลาซ่า

นายปิยะบุตร ชลวิจารณ์ นายกสมาคมอัสสัมชัญ กล่าวว่า นับเป็นวาระสำคัญของเราชาวอัสสัมชัญนิกทุกคน ที่ได้ร่วมกันแสดงออกถึงความภาคภูมิใจในสถาบันการศึกษาอันทรงเกียรติตั้งแต่ปี ค.ศ.1885-2017 ที่ทำหน้าที่ผลิตบุคลากรอันเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่ายิ่งให้กับประเทศไทยมาอย่างยาวนาน โดยในปีนี้สมาคมอัสสัมชัญได้เลือกจัดทำนาฬิกาข้อมือรุ่นพิเศษนี้ขึ้น ก็เพื่อเป็นเครื่องเตือนใจพวกเราให้ระลึกถึงสิ่งดีๆ ที่ได้รับจากโรงเรียน ความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นของพวกเรา อีกทั้ง รายได้จากการจำหน่ายก็นำกลับไปสนับสนุนกิจการต่างๆ ของโรงเรียน ในฐานะนายกสมาคมอัสสที่ทำให้เรื่องราวดีๆ นี้เกิดขึ้นในโอกาสครบรอบ 132 ปี โรงเรียนอัสสัมชัญ

นายอภิภพ พึ่งชาญชัยกุล ในฐานะผู้จัดการโครงการนาฬิกา AZIMUTH Round 1 Black in Time 132th Aniversary Assumption College Limited Edition กล่าวว่า นาฬิกาถือเป็นเครื่องประดับชิ้นสำคัญที่ผู้ชายทุกคนสวมใส่อยู่เสมอ ในโอกาสครบรอบ 132 ปี โรงเรียนก็คิดว่า เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเวลา อีกทั้ง นาฬิการุ่นนี้มีความพิเศษตรงที่เดินถอยหลัง จึงคิดว่าเหมาะกับวาระนี้อย่างมาก ที่อัสสัมชัญนิกทุกคนจะได้พึงระลึกถึงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ช่วงเวลาที่อยู่ในโรงเรียน และตระหนักถึงความสำคัญของการทำสิ่งที่มีประโยชน์ต่อโรงเรียน สังคม และประเทศของเรา

นายอาณัติ มังกรหงส์ อัสสัมชัญนิก รุ่น 113 ในฐานะผู้บริหารแบรนด์นาฬิกา AZIMUTH Thailand เผยถึงความพิเศษของ AZIMUTH Round 1 Black in Time 132th Aniversary Assumption College Limited Edition ว่า สวิตเซอร์แลนด์ เป็นประเทศที่ผลิตนาฬิการะดับไฮเอนด์ของโลก ซึ่ง AZIMUTH ก็เป็นอีกแบรนด์หนึ่งที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นแบรนด์นาฬิกาแฮนด์เมดที่มีเอกลักษณ์ทั้งในเรื่องการดีไซน์ กลไกของนาฬิกาที่แตกต่างจากแบรนด์อื่นๆ ดังเช่น AZIMUTH Round 1 Black in Time ที่เลือกมาจัดทำเป็นคอลเลคชั่นพิเศษนี้ เป็นนาฬิกาที่มีกลไกบอกเวลาด้วยการเดินถอยหลัง ตัวเลขบอกเวลาก็กลับด้านไม่เหมือนกับนาฬิกาปกติ และเป็นนาฬิกาที่มีเข็มบอกเวลาเพียงแค่เข็มเดียว และเข็มจะเดินทุกๆ 5 นาที ซึ่งต้องอาศัยความชำนาญของวอทช์เมคเกอร์ในการผลิตนาฬิกาแต่ละเรือนเป็นอย่างมาก จึงทำให้ AZIMUTH Round 1 Black in Time เหมาะที่จะเป็นคอลเลคชั่นพิเศษสำหรับการครบรอบ 132 ปี โรงเรียนอัสสัมชัญ

AZIMUTH Round 1 Black in Time 132th Aniversary Assumption College Limited Edition ผลิตขึ้นเพียง 132 ตัวเรือนเป็นสเตนเลส สตีล สายหนังสีดำ บนหน้าปัดประดับตราสัญลักษณ์ครบรอบ 132 ปี ส่วนฝาหลังประดับตราสัญลักษณ์โรงเรียน พร้อมสลักหมายเลขเรือน 000/132 – 132/132 อัสสัมชัญนิกที่สนใจเป็นเจ้าของสามารถสั่งจองได้ที่ สมาคมอัสสัมชัญ โทร.02-3901062-3

แม่ยุคใหม่พาลูกเรียน-เล่น เสริมสร้างทักษะจากธรรมชาติ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/280981

แม่ยุคใหม่พาลูกเรียน-เล่น เสริมสร้างทักษะจากธรรมชาติ

แม่ยุคใหม่พาลูกเรียน-เล่น เสริมสร้างทักษะจากธรรมชาติ

วันจันทร์ ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

คนในสังคมจะอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขได้นั้น ปัจจัยสำคัญคือการสร้างพื้นฐานครอบครัวที่อบอุ่นตั้งแต่วัยเด็ก โดยเฉพาะอย่างยิ่งความสัมพันธ์ระหว่างพ่อ แม่และลูก สถาบันพัฒนาเด็กและครอบครัวซันชายน์ เนรมิตร้านเดอะฮับ คาเฟ่ แอนด์อิทเทอรี่ ย่านพระรามเก้า ให้เป็นแหล่งเรียนรู้และเสริมสร้างพัฒนาการแก่ลูกๆ ของคุณพ่อ-คุณแม่ยุคใหม่ จัดกิจกรรมเสริมสร้างพัฒนาการสำหรับเด็ก“ดิ อาร์ต ออฟ เพลย์อิ้ง วิท เนเชอรัล เอเลเมนต์” (The Art of Playing with Natural Element) เวิร์กช็อปศิลปะจากการย้อมกระดาษพับทำมือ เพื่อฝึกพัฒนาการด้านร่างกายและอารมณ์ของเด็ก พร้อมเสริมสร้างช่วงเวลาคุณภาพเพื่อกระชับความสัมพันธ์ภายในครอบครัวสังคมไทยยุคปัจจุบัน โดยมีคุณแม่เซเลบริตี้จูงมือลูกๆ มาร่วมกิจกรรมคับคั่ง

งามสิริ อาศิรเลิศสิริ หรือคุณครูน้ำหวาน แห่งสถาบันพัฒนาเด็กและครอบครัวซันชายน์ และเจ้าของแฟนเพจ “บันทึกของคุณครูผมเปีย” เล่าว่า “พื้นฐานของครอบครัวที่อบอุ่น ส่งผลถึงพฤติกรรม อารมณ์ และพัฒนาการของเด็กๆ ซึ่งพ่อแม่ควรส่งเสริมให้ลูกเรียนรู้ เล่นเพื่อเสริมทักษะ และจินตนาการตามธรรมชาติ อย่างกิจกรรม ชิโบริ (Shibori) เทคนิคการย้อมผ้าแบบดั้งเดิมของประเทศญี่ปุ่น ที่นำมาดัดแปลงให้เด็กๆ สามารถทำได้เองง่ายๆ ร่วมกับคุณพ่อคุณแม่ โดยนำกระดาษสามาย้อมสีจากผัก ดอกไม้ เปลือกไม้ ทำให้เด็กๆ ได้พัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็กจากการบีบ คั้นสี รวมถึงพัฒนาประสาทสัมผัสต่างๆ ทั้งจากการสังเกต และดมกลิ่น ถือเป็นการใช้เวลาร่วมกับลูกอย่างมีประสิทธิภาพ เกิดความรัก ความเข้าใจ ความอบอุ่นภายในครอบครัวขึ้นอย่างแท้จริง”

หญิงแอร์-ม.ร.ว.จันทรลัดดา ยุคล อุบลเดชประชารักษ์ เผยเทคนิคการเลี้ยงลูกชายทั้งสามว่า “จะเลี้ยงลูกให้มีพัฒนาการและทักษะที่สมวัย อย่างวันหยุดสุดสัปดาห์ก็จะชอบยกครอบครัวพาเด็กๆ ออกไปเที่ยวต่างจังหวัด ทำกิจกรรมร่วมกันภายในครอบครัว และอาศัยการเรียนรู้จากธรรมชาติ ส่วนมากครอบครัวจะชอบจะไปทะเล นอกจากจะลงเล่นน้ำแล้ว ก็จะสอดแทรกศิลปะจากการเล่น อย่างการก่อกองทรายเป็นปราสาท สัตว์ต่างๆ ตามจินตนาการของเขาเอง หรือวาดรูป ระบายสีวิว ทิวทัศน์ต่างๆ ตามธรรมชาติ ซึ่งเด็กๆ จะชอบมาก”

ด้าน จูน-งามจิต อาศิรเลิศสิริ เล่าว่า “เทคนิคการเลี้ยงลูกสาวน้องแอลลี่ วัย 5 ขวบว่า จะชอบพูดคุยกันด้วยเหตุผล ให้เขารู้จักแสดงความคิดเห็น การทำกิจกรรมต่างๆ จะให้เขาเป็นคนเลือกเอง หากเขาอยากว่ายน้ำ เล่นยิมนาสติก ก็จะสนับสนุนตามที่เขาต้องการ จะคอยมองหากิจกรรมต่างๆ ที่ช่วยเสริมทักษะ และพัฒนาการของลูกอยู่เสมอ อย่างวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ จะชอบไปหาสถานที่ทำกิจกรรมร่วมกัน อย่างที่คาเฟ่หรือร้านอาหารสมัยใหม่ที่มีแนวคิดให้ทำกิจกรรมเวิร์กช็อปร่วมกันระหว่างครอบครัว”

ปิดท้ายที่ บี-ปุณยภา เภกะนันทน์ เล่าถึงไลฟ์สไตล์การเลี้ยงลูกชาย น้องติโต วัย 4 ขวบ 8 เดือน ให้ฟังว่า “นอกจากเรื่องวิชาการที่ลูกจะได้รับจากที่โรงเรียนแล้ว เวลาที่อยู่กับพ่อแม่จะพาเขาไปท่องเที่ยวตามธรรมชาติ ส่วนมากชอบไปเขาใหญ่ ให้ไปเรียนรู้จากการสัมผัสพื้นหญ้า เล่นน้ำตามธรรมชาติ จะไม่เน้นวิชาการมาก แต่จะเน้นให้เขาเรียนรู้ด้วยตัวเอง อย่างสัตว์ต่างๆ ในนิทาน ก็จะพาเขาไปหาของจริงตามสวนสัตว์ต่างๆ จะไม่เน้นให้ใช้พวกอุปกรณ์ไอทีมากนัก เพราะหากเล่นจนติดจะทำให้เขาสายตาเสีย ขาดวินัย และขาดสมาธิ”

ทำบุญตักบาตรลดเค็ม เพื่อสุขภาพพระสงฆ์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/280975

ทำบุญตักบาตรลดเค็ม เพื่อสุขภาพพระสงฆ์

ทำบุญตักบาตรลดเค็ม เพื่อสุขภาพพระสงฆ์

วันจันทร์ ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เครือข่ายลดบริโภคเค็ม เตือนพุทธศาสนิกชนระมัดระวังเรื่องการจัดอาหารตักบาตรถวายพระสงฆ์หลังพบว่าปัจจุบันมีพระสงฆ์ป่วยเป็นโรค NCDS มากขึ้น

น.ท.พญ.วรวรรณ ชัยลิมปมนตรี เลขาธิการเครือข่ายลดบริโภคเค็ม เปิดเผยว่า เนื่องในโอกาสเทศกาลเข้าพรรษา ทางเครือข่ายลดบริโภคเค็ม จึงขอใช้โอกาสนี้เร่งรณรงค์ให้ประชาชนทั่วไปที่จะทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ช่วงเข้าพรรษา ให้ระมัดระวังเรื่องการใส่บาตรพระ โดยเฉพาะอาหารที่จัดถวาย ควรเป็นอาหารที่ปรุงรสให้พอดี ไม่เค็มจัดหรือหวานจัดจนเกินไป โดยอาหารที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ ประกอบด้วย อาหารแห้ง เช่น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป, แหนมและปลากระป๋อง ส่วนอาหารสำเร็จรูป เช่น แกงเขียวหวานไข่พะโล้ และจำพวกผัดผักทุกประเภท

“ปัจจุบันพบว่าพระสงฆ์ไทยป่วยเป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (Non-communicable disease) หรือโรคเรื้อรังโดยเฉพาะ อาทิ เบาหวาน ความดัน โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง โรคไต โรคมะเร็ง เพิ่มขึ้นมากอย่างมากจึงขอฝากให้ประชาชนทั่วไปที่จัดทำอาหารถวายแด่พระสงฆ์ด้วยตนเอง หรือร้านค้าที่ทำอาหารชุดเพื่อใส่บาตรพระไม่ควรปรุงรสอาหารที่มีรสเค็มมากเกินไป โดยเริ่มตั้งแต่ช่วงเทศกาลวันอาสาฬบูชานี้เป็นจุดเริ่มต้นซึ่งนอกจากจะได้บุญได้กุศลแล้ว พระสงฆ์ก็ยังจะมีสุขภาพที่ดี เจริญกิจของสงฆ์อย่างเป็นปกติสุขปราศจากโรคและภัย”

น.ท.พญ.วรวรรณ กล่าวต่อว่า สังคมไทยในปัจจุบันมีประชาชนป่วยด้วยโรคความดันโลหิตสูงตั้งแต่อายุ 15 ปีขึ้นไปเพิ่มสูงขึ้นในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังพบว่าอัตราการเข้าพักรักษาตัวในโรงพยาบาลด้วยโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง และโรคไตวายเพิ่มขึ้นอย่างมากและพบว่าการสูญเสียปีสุขภาวะจากโรคไม่ติดต่อหรือโรคเรื้อรังคิดเป็น 50% ซึ่งสูงกว่าโรคติดต่อถึง 3 เท่า คนไทยได้รับเกลือเฉลี่ยจากการรับประทานอาหาร 10.8 กรัมต่อวันต่อคน คิดเป็นปริมาณเกลือโซเดียมที่ได้มากถึง 4,351.69 มิลลิกรัมต่อวันต่อคน ซึ่งแสดงให้เห็นว่าคนไทยได้รับเกลือในปริมาณที่มากกว่าปริมาณที่แนะนำต่อวันเกือบ 2 เท่าโดย 8 กรัมของเกลือนั้นมาจากเครื่องปรุงรส 2 กรัมของเกลือมาจากธรรมชาติของอาหาร 0.8 กรัมของเกลือมาจากอาหารข้างทาง/หาบเร่/อาหารกินเล่นซึ่ง“การที่ร่างกายได้รับโซเดียมในปริมาณที่สูงทำให้เกิดภาวะความดันโลหิตสูง นอกจากนั้นยังทำให้เกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจห้องซ้ายหนา (Left ventricular hypertrophy) และเกิดการสะสมของผังพืดในกล้ามเนื้อหัวใจ และหลอดเลือด และยังมีผลกระทบโดยตรงต่อไต ซึ่งไตเป็นอวัยวะหลักที่ทำหน้าที่กำจัดโซเดียม โดยทำให้ไตเสื่อมเร็วขึ้นจากการทำงานหนักและโปรตีนรั่วในปัสสาวะ และความเสื่อมนั้นจะคงอยู่ตลอดไปแม้จะมีการลดปริมาณโซเดียมลงในภายหลัง ซึ่งล้วนแต่มีสาเหตุจากการได้รับเกลือและโซเดียมปริมาณสูง ดังนั้นการลดความดันโลหิตและโปรตีนในปัสสาวะจะช่วยป้องกันลดการสูญเสียการทำงานของไตและภาวะแทรกซ้อนเป็นบ่อเกิดของ โรคหัวใจและหลอดเลือด”

ทั้งนี้ ปัจจุบันค่าใช้จ่ายในการบำบัดทดแทนไตโดยการล้างไตทางช่องท้องหรือการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมเฉลี่ยประมาณ 240,000 บาทต่อคนต่อปี โดยค่าใช้จ่ายนี้ยังไม่รวมถึงค่าใช้จ่ายด้วยยา ค่าใช้จ่ายทางอ้อมอื่นๆ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติต้องใช้งบประมาณในการล้างไตเป็นการเฉพาะแยกจากงบบริการทางการแพทย์เหมาจ่ายรายหัว(Capitation) โดยในปีงบประมาณ 2558 สูงถึง 5,247 ล้านบาท และจะเพิ่มสูงขึ้นเป็น 6,318 ล้านบาท ใน พ.ศ. 2559 ซึ่งถ้ารวมงบประมาณสำหรับบริการผู้ป่วยไตวายเรื้อรังในสิทธิอื่นๆ ได้แก่ สิทธิประกันสังคมและสวัสดิการข้าราชการแล้ว รัฐจำเป็นต้องใช้งบสูงกว่า 10,000 ล้านบาทต่อปี

การบริโภคเกลือและโซเดียมในปริมาณสูง ซึ่งก่อให้เกิดภาวะความดันโลหิตสูง ยังเป็นสาเหตุสำคัญของโรคหัวใจและหลอดเลือดและเพิ่มความรุนแรงของโรคเบาหวานซึ่งจัดเป็นปัญหาโรคโรคไม่ติดต่อ (NCDs) ที่กำลังก่อให้เกิดผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างมาก เนื่องจากเป็นสาเหตุของการสูญเสียชีวิตก่อนวัยอันควร เกิดการขาดงาน ขาดประสิทธิภาพขณะทำงาน เกิดความพิการ สูญเสียโอกาสในการถูกจ้างงานเนื่องจากการเจ็บป่วย และยังรวมถึงภาระค่าใช้จ่ายสำหรับการรักษาพยาบาลอีกด้วยการบริโภคเกลือและโซเดียมในระดับสูงจึงเป็นปัจจัยเสริมความสูญเสียทางเศรษฐกิจ ซึ่งสูงถึงปีละ 78,976 ล้านบาท จากโรคหัวใจและหลอดเลือด และ 24,489 ล้านบาท จากโรคเบาหวาน