ชวนชมอัญมณีฝีมือคนไทย ในคอลเลคชั่น‘เดอะ ฟิฟธ์ แอนนิเวอร์ซารี่’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/280952

ชวนชมอัญมณีฝีมือคนไทย ในคอลเลคชั่น‘เดอะ ฟิฟธ์ แอนนิเวอร์ซารี่’

ชวนชมอัญมณีฝีมือคนไทย ในคอลเลคชั่น‘เดอะ ฟิฟธ์ แอนนิเวอร์ซารี่’

วันจันทร์ ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

มนต์เสน่ห์แห่งเครื่องประดับเผยความงดงามแห่งอิสตรีให้ประจักษ์ ศูนย์การค้าสยามพารากอน ร่วมกับ บริษัท ไซรัส ธัญญ่า จำกัด มอบอภิสิทธิ์เหนือระดับแก่ลูกค้าผู้ทรงเกียรติเพื่อให้สมการเป็นผู้นำด้านการบริการที่ตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์ของนักช็อประดับเวิลด์คลาส จัดงาน “ไซรัส ธัญญ่าไพรเวท พรีวิว 2017” ชวนสมาชิกบัตรแพลตตินั่มเอ็ม การ์ด สยามพารากอน กับสุดยอดพลอยหายากและเพชรน้ำงามในคอลเลคชั่น “เดอะ ฟิฟธ์ แอนนิเวอร์ซารี่”มูลค่ากว่า 50 ล้านบาท และร่วมทำกิจกรรมเอ็กซ์คลูซีฟเวิร์คช็อปอัพเดตตัวเลขแห่งโชคชะตาจากนักออกแบบตัวเลขชื่อดัง แมน-การิน เพื่อรังสรรค์เครื่องประดับสุดพิเศษที่จะมีเพียงชิ้นเดียวในโลก พร้อมเก็บภาพความประทับใจโดยช่างภาพชื่อดังด้วยกิจกรรมถ่ายภาพบุคคล โดยภายในงานมี ธณพร ตันติยานนท์ผู้บริหารศูนย์การค้าสยามพารากอน และ ศิรัส ธัญญวัฒนกุลกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไซรัส ธัญญ่า จำกัด ร่วมต้อนรับบรรดาลูกค้าคนสำคัญ และเหล่าแฟนพันธุ์แท้ที่ตั้งใจมาร่วมชมความงดงามแห่งอัญมณี อาทิ ม.ร.ว.จันทรลัดดา ยุคล, ธาวิน พี.เซียวตง, ธวัลรัตน์หอสัจจกุล, ภาดาภัสสรณ์ ภาดาพิลาสธานันทร์ณ ร้านไซรัส ธัญญ่า ชั้น 1 โซนจิวเวลรี่ สยามพารากอนเมื่อเร็ว ๆ นี้

งานนี้นำเครื่องประดับจิวเวลรี่พลอยหายากและเพชรน้ำงามผลงานมาสเตอร์พีซของไซรัส ธัญญ่า อย่าง เข็มกลัด Bird of Paradise ที่บรรจงคัดสรรเพชรเม็ดงามมากถึง 30 กระรัต และเลือกใช้ทีมงานมากประสบการณ์เพื่อสร้างเอกลักษณ์ในผลงานด้วยการเลือกใช้เทคนิคการฝังอัญมณีในรูปแบบต่างๆ ทั้งการฝังหนามเตย, ฝังหุ้ม, ฝังล็อก, ฝังจิกไข่ปลา, ฝังจม และฝังไร้หนาม ที่ให้ความแปลกใหม่และโก้หรู นอกจากนั้นแล้วยังมี สร้อยมุกยาว, แหวน5th anniversary และกำไล Cobra จากคอลเลคชั่น เดอะ ฟิฟธ์ แอนนิเวอร์ซารี่ มาโชว์ให้เหล่าจิวเวลรี่เลิฟเวอร์ได้ยลโฉมความวิจิตรตระการตาของอัญมณีอย่างใกล้ชิดอีกด้วย

ผู้เชี่ยวชาญแนะเทคนิคเลี้ยงลูกวัย 8-13 ปี พ่อแม่ควรเปิดใจและส่งเสริมความถนัดของลูก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/280977

ผู้เชี่ยวชาญแนะเทคนิคเลี้ยงลูกวัย 8-13 ปี พ่อแม่ควรเปิดใจและส่งเสริมความถนัดของลูก

ผู้เชี่ยวชาญแนะเทคนิคเลี้ยงลูกวัย 8-13 ปี พ่อแม่ควรเปิดใจและส่งเสริมความถนัดของลูก

วันจันทร์ ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ยุคสมัยเปลี่ยนไป แนวทางการเลี้ยงลูกก็แปรไปตามสภาพสังคมเช่นกัน หากจะบอกว่าการเลี้ยงลูกสมัยนี้ยากกว่าสมัยก่อนมากก็คงไม่ใช่เรื่องแปลกด้วยสาเหตุของสื่อและสิ่งเร้าต่างๆ ที่มากระตุ้นให้เด็กมีพฤติกรรมเบี่ยงแบนไปจากที่ควรจะเป็น รวมไปถึงวิธีการเลี้ยงลูกของเด็กแต่ละช่วงวัยก็แตกต่างกันไปจนอาจทำให้คุณพ่อคุณแม่เองก็อาจรับมือไม่ทัน

นานมีบุ๊คส์ ในฐานะผู้ผลิตหนังสือสำหรับคนทุกเพศทุกวัย เข้าใจดีว่าเด็กจะเติบโตเป็นคนที่มีคุณภาพของสังคมได้นั้น ความสำคัญอยู่ที่ความแข็งแรงของสถาบันครอบครัว โดยเฉพาะพ่อแม่ที่เป็นผู้บ่มเพาะเลี้ยงดูลูกตั้งแต่เล็กจนโต จึงใช้โอกาสครบรอบ 25 ปี ทำงานร่วมมือกับเครือข่ายครอบครัว โดยจัดกิจกรรม Workshop พร้อมเชิญผู้เชี่ยวชาญร่วมให้ความรู้กับคุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกในช่วงวัยตั้งแต่ 0-7 ปี และ 8-13 ปี เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมให้พ่อแม่ มีวิธีการเลี้ยงลูกแบบของ positiveparenting หรือการเลี้ยงลูกเชิงบวก เพื่อให้เด็กมีบุคลิกภาพที่พึงประสงค์และใช้ชีวิตอย่างมีความสุข

เมื่อเร็วๆ นี้ นานมีบุ๊คส์ ได้จัด Workshop “Positive Parenting ความสำคัญของการเลี้ยงดูสู่การเรียนรู้ของลูกวัย 8-13 ปี” โดยมี ผศ.นพ.พนม เกตุมานประธานชมรมจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น ร่วมให้ความรู้และแนะนำแนวทาง โดยกล่าวว่า “เด็กวัย 8-13 ปี เป็นวัยที่กำลังเปลี่ยนแปลงจากวัยเด็กสู่วัยรุ่น เด็กในวัยนี้จึงมีการปรับตัวค่อนข้างเยอะ ที่เห็นเด่นชัดคือ เรื่องอารมณ์ และการค้นหาตัวตนของตัวเอง ในด้านอารมณ์ เด็กจะเริ่มแสดงอารมณ์ ความรู้สึกนึกคิดของตัวเอง เริ่มเถียง ไม่ฟังมีคิดต่างจากพ่อแม่บ้าง ไม่ชอบถูกสั่งให้ทำ เพราะรู้สึกเสียความเป็นตัวเอง ฉะนั้นแนวทางการเลี้ยงลูกวัยนี้คือ พ่อแม่จะพูดอยู่ฝ่ายเดียวไม่ได้ แต่ต้องเปิดใจฟังลูกเยอะๆ เพื่อให้รู้จักตัวตนเขามากๆ โดยใช้การตั้งคำถาม ว่าลูกคิด รู้สึกอย่างไร เช่น เรื่องที่เราจะสอนเขา ลองใช้คำถามให้เขาคิดเองก่อน หาคำตอบด้วยตัวเอง การที่ลูกคิดเองได้ ก็มีแนวโน้มที่เขาจะทำตามนั้นสิ่งนั้นได้ดี พ่อแม่แค่คอยชมเมื่อเขาคิดหรือทำได้ถูก เด็กก็จะค่อยๆ เติบโต จากภายในพัฒนาไปเป็นวัยรุ่นที่สมบูรณ์ ทำให้ชีวิตวัยรุ่นมีความ
เสี่ยงน้อย”

อีกด้านเด็กจะเริ่มมีความชอบความถนัด เริ่มค้นหาตัวตนของตัวเอง การปรับตัวให้เข้ากับเพื่อน การทำตามกฎระเบียบของโรงเรียน เรียนรู้การใช้ชีวิตทางสังคมมากขึ้น คุณพ่อคุณแม่ควรหาให้ได้ว่าลูกจะมีจุดเด่นอะไร และหาทางส่งเสริมให้ถูกทาง ให้ตัวตนของเขาแสดงออกมาชัดเจน โดยไม่เน้นเรื่องเรียนอย่างเดียว แต่ควรเปิดโอกาสให้เด็กได้ทดลอง สัมผัสกับการเรียนรู้รูปแบบต่างๆ สิ่งไหนที่เขาทำได้ดี ก็ส่งเสริมให้เป็นจุดเด่น รวมถึงฝึกความกล้าแสดงออก และกล้าเปิดเผยเรื่องของตัวเองกับพ่อแม่

การ Work shop จึงเน้นเรื่องการสะท้อนความคิดความรู้สึกของเด็กให้พ่อแม่เข้าใจ โดยพ่อแม่ก็ต้องรู้จักสะท้อนความรู้สึกของตัวเองก่อนเช่นกัน เราจะได้เข้าใจเด็กมากขึ้น และไม่เอาตัวเองเป็นตัวตั้ง ไม่เอาความคาดหวังของตัวเองมากดดันกับลูก การสะท้อนคิดจะทำให้เรารู้จักตัวตนของตัวเองและของลูกมากขึ้น เตรียมที่จะพัฒนาไปเป็นบุคลิกภาพของเขา เมื่อเข้าสู่วัยรุ่นต่อไป”

ภายในการ Work shop คุณหมอ ให้คุณพ่อคุณแม่สะท้อนสิ่งที่ตนเองคาดหวังให้ลูกเป็นเมื่อโตเป็นผู้ใหญ่ หลังจากนั้นจับกลุ่มแบ่งปันสิ่งที่คิดกับพ่อแม่ท่านอื่นๆ พร้อมแชร์ปัญหาที่พบ และแนวทางแก้ไขซึ่งกันและกัน โดยมีคุณหมอคอยให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด

ภัทริยา สุพรหมจักร อายุ 42 ปี ประกอบอาชีพธุรกิจส่วนตัว เปิดเผยว่า ตนเองมีลูกสาว 11 ขวบ และ ลูกชาย 8 ขวบ อยากได้แนวทางเลี้ยงลูกในวัยที่กำลังมีการเปลี่ยนแปลงให้ถูกต้องและเหมาะสม ด้วยวิธีที่นุ่มนวลหลังจากได้ฟังคุณหมอ พฤติกรรมของลูกเป็นไปตามที่คุณหมอบอก คือเดิมลูกจะเชื่อฟัง แต่ช่วงนี้เขามีความคิดของตัวเองและคิดต่างจากเรา เราอยากให้เขาทำในสิ่งที่เราคิดว่าเหมาะสม แต่ก็ไม่อยากบังคับจนเกินไป อย่างเช่นเรื่องเล่น iPad เคยตกลงกันว่าจะเล่นได้เมื่อทำการบ้านเสร็จ แต่หลังๆ มา การบ้านยังไม่เสร็จ ก็ไปเล่นแล้วคงต้องเปิดใจพูดคุยตกลงร่วมกันอีกครั้ง และดูว่าลูกทำได้ไหม ถ้าทำได้ก็ให้รางวัล แต่ถ้าทำไม่ได้ต้องมีวิธีที่ทำให้เขาไม่รู้สึกเสียใจมากนักและยอมรับกับผลตรงนั้น คุณหมอแนะนำว่าให้เป็นวิธีตัดรางวัลที่เขา ควรจะได้ ถือเป็นการทำโทษ แต่ไม่ใช่ไปทำโทษด้วยการลงไม้ลงมือ ว่ากล่าวรุนแรง ดุด่า เป็นวิธีที่ไม่แนะนำให้ใช้ รวมไปถึงจะลองหากิจกรรมทำร่วมกับลูก ใช้เวลาช่วงนั้นในการพูดคุยกับลูก ให้เขาได้เล่าในสิ่งที่เขาไม่กล้าเล่า เราก็ใช้ช่วงนี้คอยสอนไปด้วย จะนำแนวทางไปปรับใช้กับลูก และสังเกตุดูผลว่าจะเป็นไปทิศทางใด และนำกลับมาแชร์ต่อในครั้งต่อไป”

ด้าน ปาริชาต แสงคำ อายุ 46 ปี ประกอบอาชีพแม่บ้าน กล่าวว่า ตนเองมีลูกสาวอายุ 9 ขวบ เห็นว่าการเลี้ยงลูกในปัจจุบันมีอุปสรรคและปัจจัยเสี่ยงเยอะ จะเอาวิธีการเลี้ยงแบบสมัยก่อนมาใช้คงไม่ได้ ฉะนั้นจึงต้องการความรู้เพิ่มเติม แต่สิ่งแรกที่ต้องปรับคือตัวเราก่อนว่าเรามีมุมมองที่มองด้านเดียวหรือไม่ สิ่งที่คุณหมอแนะนำเป็นแนวทางเดียวกับที่เรากำลังตั้งใจจะทำ จะลองไปปรับใช้ เริ่มต้นที่ปรับตัวเองก่อน ว่าจะสามารถเอาแนวความคิดไปใช้ให้เกิดประโยชน์ได้มากแค่ไหน ถ้าเราปรับได้เยอะ ก็จะส่งผลต่อลูกเยอะเช่นกัน เพราะสิ่งที่ลูกแสดงออกมาคือมีผลมาจากตัวเราทั้งนั้น ฉะนั้นอยากให้ลูกเป็นอย่างไร พ่อแม่ก็ต้องเป็นแบบนั้นก่อน ถ้าภูมิคุ้มกันในบ้านแข็งแรง ปัญหานอกบ้านก็จะน้อยมาก

ทั้งนี้ การเลี้ยงลูกแต่ละวัยมีความแตกต่างกันรวมถึงปัจจัยและความเสี่ยงที่จะต้องพบเจอ หากคุณพ่อคุณแม่ มีความรู้และประสบการณ์ก็จะสามารถรับมือและแก้ปัญหาได้ทันท่วงที เสมือนเป็นเกาะป้องกันให้ลูกเติบโตอย่างเหมาะสมและสมวัยได้ไม่ยาก สำหรับ Work shop “Positive Parenting ความสำคัญของการเลี้ยงดูสู่การเรียนรู้ของลูกวัย 8-13 ปี” นี้ เป็นหลักสูตรต่อเนื่องจำนวน 2 ครั้ง ระยะห่างกัน 4 เดือน โดยคุณพ่อคุณแม่ที่มาเข้าร่วมครั้งนี้จะนำคำแนะนำไปปรับใช้ และนำกลับมาแชร์ร่วมกันในครั้งต่อไปในวันเสาร์ที่28 ตุลาคม 2560 ขณะที่ Work shop “Positive Parenting ความสำคัญของการเลี้ยงดูสู่การเรียนรู้
ของลูกวัย 0-7 ปี” จะจัดขึ้นอีกครั้งในวันเสาร์ที่ 19 สิงหาคมคม 2560 คุณพ่อคุณแม่ที่สนใจยังสามารถสมัครเข้าร่วมได้ที่ โทร.02-6623000 ต่อ 5226, 4425, 4441 หรือ 085-0909162

คุณแหน : 16 กรกฎาคม 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/280861

คุณแหน : 16 กรกฎาคม 2560

คุณแหน : 16 กรกฎาคม 2560

วันอาทิตย์ ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ll สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงประพรมน้ำมนต์พร้อมประทานพรแก่นายกรัฐมนตรีและคณะ เข้าเฝ้าเพื่อถวายเครื่องสักการะ ในเทศกาลเข้าพรรษา สิ่งหนึ่งสิ่งใดที่นายกฯมุ่งหวังและปรารถนาอันเป็นไปโดยชอบธรรม เพื่อชาติบ้านเมืองขอให้สิ่งนั้นจงประสบความสำเร็จด้วยเทอญพร้อมหากทำดีย่อมได้ดี ซื่อกินไม่หมด คดกินไม่นาน…

 

ll วาทะของนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. พล.อ.ประยุทธ์จันทร์โอชา “หลักการของผม ทุกคนต้องโตภายในแท่งหน่วยงานของตัวเองเว้นแต่มีปัญหาค่อยแก้ไขกัน ถ้ามัวแต่ไปคิดว่าจะข้ามห้วยได้ อีกหน่อยไม่มีคนอยากทำงาน คิดแต่จะข้ามห้วยกันไปหมด คนในห้วยไม่ต้องไปไหนกันจมน้ำตายกันอยู่ตรงนั้นหรือ”…

ll๑ ตุลาคมนี้ จะมีประธานศาลฎีกาท่านใหม่นาม ชีพ จุลมนต์ ท่านจะอยู่ในตำแหน่งนานถึงสองปี จนกว่าจะเกษียณอายุ เนื่องจากเป็นผู้มีความรู้ความสามารถ ซื่อสัตย์สุจริต มีความรู้วิชาการคดี เป็นแบบอย่างที่ดีของข้าราชการ ตุลาการ และอาวุโส …

ll มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ ต่างๆนานาเรื่องการปฏิรูปตำรวจโดยมี อดีต ผบ.สส.พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ เป็นประธานและคณะอีก ๓๕ ท่านทั้งๆ ที่เป็นการเริ่มต้น รอให้มีบทสรุปไม่ดีกว่าหรือ ทุกอย่างคงไม่สมใจคนไทยทั้ง ๖๕ ล้านคน…

ll ให้ชื่นชม โปรเม-เอรียา จุฑานุกาล โปรมือหนึ่งของโลก ได้รับคะแนนโหวตผ่านเว็บไซต์ESPN เป็นอันดับหนึ่งในรายการนักกีฬากอล์ฟหญิงของโลก PSPY…

ll ส่วนนักกอล์ฟหญิงอนาคตไกลอีกหนึ่งอาฒยา ฐิติกุล วัยเพียง ๑๔ ปี๔ เดือน ๑๙ วัน อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ ที่ชนะเลิศ รายการเลดี้ส์ยูโรเปี้ยนส์ ไทยแลนด์แชมเปี้ยนชิพที่ทำสกอร์รวม ๕ อันเดอร์พาร์ ๒๘๓…

ll อย่าลืม ท่านที่ชอบกีฬาเทนนิสคอร์ตหญ้า ณ สนามวิมเบิลดันกรุงลอนดอน ช่วยเชียร์เจ้าของแชมป์แกรนด์สแลมสิบแปดสมัยที่จะคว้าวิมเบิลดัน ในเย็นวันอาทิตย์นี้ เฟเดอร์เรอในวัย ๓๖ ในวิมเบิลดันครั้งที่ร้อย จะได้สมใจหรือไม่…ll

น้องโน้ต

ภูมิบ้านภูมิเมือง : ‘ฉากบังเพลิง’ จิตรกรรมชั้นสูงพระนารายณ์อวตาร 9 ปาง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/280833

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘ฉากบังเพลิง’ จิตรกรรมชั้นสูงพระนารายณ์อวตาร 9 ปาง

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘ฉากบังเพลิง’ จิตรกรรมชั้นสูงพระนารายณ์อวตาร 9 ปาง

วันอาทิตย์ ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

พระเมรุมาศในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 นั้น กรมศิลปากรโดยสำนักช่างสิบหมู่ได้ร่วมกันสร้างศิลปกรรมชั้นสูงหนึ่งเดียวในแผ่นดิน โดยเฉพาะงานจิตรกรรมฉากบังเพลิงขนาดสูง 4.4 เมตร กว้าง 5.35 เมตร สำหรับประกอบบนพระเมรุมาศทรงบุษบก 9 ยอดนั้นมีความน่าสนใจมาก กล่าวคือ ฉากบังเพลิงด้านหน้าและด้านหลังแต่ละด้านเขียนภาพในฉากบังเพลิง 4 ช่อง ช่องละ 2 ส่วนนั้นเขียนเป็นภาพพระผู้เป็นเจ้าของพราหมณ์จากพระราชนิพนธ์ รัชกาลที่ 6 เรื่อง พระนารายณ์สิบปาง ที่คัดเลือกมา 8 ปาง ยกเว้นปางที่ 5 และปางที่ 9 สำหรับปางที่ 9 นั้นได้ถือเอาพระบรมโกศทองใหญ่ในหลวง รัชกาลที่ 9 เป็นพระนารายณ์อวตารอีกปางหนึ่ง ซึ่งได้อัญเชิญพระบรมโกศตั้งอยู่ในพระเมรุมาศทรงบุษบก9 ยอดอยู่แล้ว

นอกจากภาพพระนารายณ์อวตารแล้วฉากบังเพลิง นั้นยังคัดเลือกเอาโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริสำคัญจาก 4,000 โครงการ โดยแยกงานตามหมวด ดิน น้ำ ลม ไฟ  เป็น 24 โครงการ ประกอบช่องล่างของพระนารายณ์อวตารที่ภาพขนาบซ้ายขวาของฉากนั้นเป็นภาพกลุ่มเทวดาที่ลงมาแสดงความสักการะแด่ในหลวง รัชกาลที่ 9และรับกลับขึ้นสู่สรวงสวรรค์ ส่วนช่องล่างของฉาก 4 ช่องรวมถึงบริเวณทางขึ้นบันไดสองด้านนั้นเป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ 6 โครง โดยกำหนดให้ด้านทิศเหนือเป็นหมวดน้ำ ด้านบนเป็นพระนารายณ์อวตารปางที่ 1 มัสยาอวตาร ทรงอวตารเป็นปลากรายทอง และปางที่ 2 กูรมาวตาร ทรงอวตารเป็นเต่า โครงการได้แก่ ฝนหลวง แก้ปัญหาความแห้งแล้ง ภาคอีสานอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ฝายต้นน้ำ เพื่อชะลอน้ำศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ เชียงใหม่ อ่างเก็บน้ำเขาเต่า ประจวบคีรีขันธ์ เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เพื่อเก็บกักน้ำไว้ยามขาดแคลนน้ำ ประตูน้ำ โครงการพัฒนาพื้นที่ ลุ่มน้ำปากพนัง กังหันน้ำชัยพัฒนา เครื่องกลเติมอากาศ บำบัดน้ำเสีย ด้านทิศตะวันออก เป็นหมวดดิน ด้านบนเป็นพระนารายณ์อวตาร ปางที่ 3 วราหาวตาร ทรงอวตารเป็นหมูป่าและปางที่ 4 สิงหาวตาร ทรงอวตารเป็นนรสิงห์  โครงการได้แก่ ดินกรวด ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ ดินเค็ม ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน ดินทราย ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อน และโครงการหุบกะพง-ดอนห้วยขุน ดินดานลูกรัง ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทราย ดินพรุ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทอง และ ดินเปรี้ยว ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองทิศตะวันตก เป็นหมวดลม ช่องด้านบนเป็นพระนารายณ์อวตารปางที่ 9 กฤษณาวตาร ทรงอวตารเป็นพระกฤษณะและปางที่ 10 กัลกยาวตาร ทรงอวตารเป็นมนุษย์ขี่ม้าขาว โครงการ ได้แก่ กังหันลม โครงการชั่งหัวมันตามพระราชดำริ บ้านหนองคอไก่ จ.เพชรบุรี โครงการสถานีพัฒนาเกษตรที่สูงตามพระราชดำริดอยม่อนล้าน จ.เชียงใหม่ กังหันลม โครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา ผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานลมและ กังหันลมสูบน้ำ ศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบวาตภัยแหลมตะลุมพุก จ.นครศรีธรรมราช และบางกระเจ้า

พระราชดำริพื้นที่บางกระเจ้า อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ พื้นที่สีเขียวและเป็นปอดของกรุงเทพฯ ด้วยลมมรสุมจากอ่าวไทยนั้นได้พัดเอาอากาศบริสุทธิ์จากพื้นที่แห่งนี้เข้ามาฟอกอากาศเสียในกรุงเทพฯ ตลอดเวลามากกว่าปีละ 9 เดือน ด้านทิศใต้เป็นหมวดไฟ ช่องด้านบนเป็นภาพพระนารายณ์อวตาร ปางที่ 6 ปรศุรามาวตารทรงอวตารเป็นพราหมณ์ปรศุราม ผู้ใช้ขวานเป็นอาวุธและปางที่ 7 รามาวตาร ทรงอวตารเป็นพระรามในรามเกียรติ์ โครงการได้แก่ สบู่ดำ ปลูกเพื่อสกัดน้ำมัน สามารถใช้แทนน้ำมันดีเซล ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพาน โรงงานผลิตไบโอดีเซล ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองเชื้อเพลิงอัดแท่ง แกลบอัดแท่ง โครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา ก๊าซชีวภาพ โครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา พลังงานเซลล์แสงอาทิตย์ ผลิตกระแสไฟฟ้าใช้ไฟฟ้าสำหรับอุปกรณ์รับส่งสัญญาณดาวเทียม ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ และกังหันน้ำผลิตไฟฟ้า ที่ประตูน้ำคลองลัดโพธิ์ ด้านหลังฉากบังเพลิงทั้งสี่ด้านนั้น เป็นภาพพระปรมาภิไธยย่อ “ภปร” ลอยบนพื้นดอกดาวเรืองสีเหลืองสีประจำวันพระราชสมภพของพระองค์และรอบข้างเป็นดอกไม้มณฑาทิพย์ที่ร้อยเป็นลายเฟื่องอุบะห้อยอยู่ถือเป็นดอกไม้แห่งสวรรค์ที่ร่วงหล่นแสดงการเสด็จสวรรคตของในหลวง รัชกาลที่ 9 พระเจ้าแผ่นดินของโลก


ภาพหมู่เทวดา


ภาพวราหาวตาร


สิงหาวตาร


ฉากบังเพลิงด้านหลัง


เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์

ตะลอนเที่ยว : คเณศจตุรถี วันประสูติพระพิฆเณศวร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/280866

ตะลอนเที่ยว : คเณศจตุรถี วันประสูติพระพิฆเณศวร

ตะลอนเที่ยว : คเณศจตุรถี วันประสูติพระพิฆเณศวร

วันอาทิตย์ ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เทศกาลบูชาพระพิฆเณศวรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกคือเทศกาลคเณศจตุรถี เชื่อกันว่าเป็นวันประสูติของพระพิฆเณศวร เทพแห่งความรู้และความสำเร็จ เทศกาลนี้จะกระทำในวันแรม 4 ค่ำ เดือน 9 และวันแรม 4 ค่ำ เดือน 10 โดยจะมีการจัดงานนี้ตามเมืองต่างๆ ในประเทศอินเดีย รวมถึงในประเทศต่างๆ ทั่วโลกซึ่งมีผู้นับถือพระพิฆเณศวร

ในช่วงเทศกาลนี้จะมีพิธีกรรมเพื่อบวงสรวงและบูชาเทพแห่งความรู้และความสำเร็จองค์นี้ พร้อมกับมีพิธีเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่มโหฬาร โดยจัดสร้างรูปเหมือนของพระพิฆเณศวรขนาดใหญ่เพื่อเป็นประธานในพิธี ซึ่งจะจัดงานกันประมาณ 1 สัปดาห์ แล้วเมื่องานจบลงก็จะแห่องค์พระพิฆเณศวรไปตามถนนสายสำคัญแล้วจบลง ณ ริมฝั่งแม่น้ำสำคัญของเมือง หรือไม่ก็ริมทะเล โดยการอัญเชิญพระพิฆเณศวรลงลอยในแม่น้ำหรือทะเล แล้วให้องค์เทวรูปค่อยๆ จมลง แล้วสลายไปในสายน้ำ ซึ่งพิธีนี้เชื่อกันว่าเป็นการส่งเสด็จกลับขึ้นไปบนสรวงสวรรค์

เทศกาลคเณศจตุรถี จะมีผู้คนจำนวนมากมายซึ่งนับถือพระพิฆเณศวรไปรวมตัวกันเพื่อร่วมทำพิธีศักดิ์สิทธิ์ โดยเกือบทุกคนจะทำองค์พระพิฆเณศวรด้วยวัสดุต่างๆ เช่น ดินเหนียว หรือวัสดุอื่นใดที่สามารถย่อยสลายได้ง่ายในกระแสน้ำ พร้อมทั้งนำเครื่องไหว้บูชา อันประกอบด้วย ดอกไม้ที่มีสีสันสดใสนานาชนิด มะพร้าวอ่อน กล้วย อ้อย นมสดและนมเปรี้ยวที่หมักตามวิธีการของชาวบ้าน และขนมต้ม ไปถวายเทวรูปพระพิฆเณศวร ในขณะที่ทำพิธีนั้นผู้คนก็จะท่องบทสวดไปด้วย หลังจบสิ้นพิธีกรรมก็จะเชิญพราหมณ์ผู้ประกอบพิธีมาเลี้ยงดูและให้การปรนนิบัติเป็นอย่างดี

อย่างไรก็ตามมีข้อห้ามตามความเชื่อของผู้ที่นับถือพระพิฆเณศวรคือ ในเทศกาลดังกล่าวนี้ ห้ามผู้เข้าร่วมพิธีจ้องมองดวงจันทร์เป็นอันขาด เพราะจะไม่เป็นมงคลกับตัวเอง มีเรื่องเล่าว่า สาเหตุที่พระพิฆเณศวรทรงห้ามมองพระจันทร์ในวันพิธีเพราะว่าพระพิฆเณศวรทรงพลัดตกจากหลังหนู เนื่องจากหนูตกใจที่เห็นงูเห่าที่เลื้อยผ่านหน้า เมื่อทรงตกลงมาก็ทำให้ท้องของพระพิฆเณศวรแตก ขนมต้มที่เสวยเข้าไปก็ไหลทะลักออกมา จากนั้นก็ทรงเก็บขนมต้มเหล่านั้นยัดกลับเข้าไปในพุง แล้วใช้งูเห่าตัวนั้นรัดที่พุงไว้ ขณะนั้นพระจันทร์ผ่านมาเห็นเข้าก็หัวเราะด้วยความขัน ทำให้พระพิฆเณศวรอับอายแล้วเกิดความโกรธอย่างมาก จึงใช้งาขว้างไปที่พระจันทร์ งาติดที่องค์พระจันทร์ทำให้พระจันทร์ไม่สามารถเปล่งแสงสว่างได้ ส่งผลให้โลกในยามค่ำมืดสนิท เมื่อเรื่องนี้ทราบถึงพระอินทร์และทวยเทพจึงไปอ้อนวอนขอให้พระพิฆเณศวรทรงยอมถอนงาออกจากพระจันทร์ ซึ่งก็ทรงยอมทำตามคำขอ แต่ก็ทรงสาปแช่งให้พระจันทร์ต้องได้รับโทษคือจะต้องไม่สามารถเป็นพระจันทร์เต็มดวงได้ตลอดเวลา นั่นคือจะต้องมีลักษณะเว้าๆ แหว่งๆ เป็นระยะๆ จนกว่าจะถึงวันขึ้น 15 ค่ำ แล้วก็กลับไปเว้าๆ แหว่งๆ เช่นนี้เรื่อยไป (จึงเกิดเป็นวันข้างขึ้นข้างแรม)

ทัวร์คุณแหนจะนำคุณๆ ไปร่วมเทศกาลคเณศจตุรถี ณ เมืองมุมไบ ประเทศอินเดีย ระหว่างวันที่ 4-7 กันยายน 2560 นำไปกราบนมัสการทักทูเสธ (Dugdusheth) พระพิฆเณศวรประจำเมืองปูเน นครมุมไบ ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นพระพิฆเณศวรที่ร่ำรวยที่สุดในโลก เพราะเครื่องทรงทำด้วยทองคำ (คนไทยหลายคนคงจำได้ว่ามุมไบคือเมืองบอมเบย์นั่นเอง) ในเทศกาลนี้คุณจะได้ชมพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์ อาทิ ปราณประติษฐา คือพิธีที่ทำให้เทวรูปมีความขลังและศักดิ์สิทธิ์ พิธีบูชา 16 ขั้นตอน หรือโษทโศปจาร คือการสรงเทวรูปด้วยน้ำนม น้ำผึ้ง บูชาด้วยเครื่องบูชาต่างๆ และดอกไม้ แล้วตามด้วยการสาธยายมนต์คเณศาถรวศีรษะตามคัมภีร์พระเวท และพิธีบูชาด้วยประทีป หรืออารตี และจะพาคุณไปกราบสักการะพระพิฆเณศวรประจำเมืองมุมไบ ณ วิหารสิทธิวินายัค (Siddhivinayak Temple) ที่เชื่อกันว่าเทวรูปพระพิฆเณศวรในวิหารนี้ คือองค์ประธานของเทวรูปพระพิฆเณศวรทั่วโลก

คุณๆ ที่สนใจไปร่วมพิธีคเณศจตุรถี ณ นครมุมไบ ในปีนี้โปรดติดต่อทัวร์คุณแหน โทรศัพท์หมายเลข 091-7233615

Tech for life : 16 กรกฎาคม 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/280858

Tech for life : 16 กรกฎาคม 2560

Tech for life : 16 กรกฎาคม 2560

วันอาทิตย์ ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

มัลแวร์

บางท่านอาจจะเคยได้ยินว่า “ประเทศไทยเป็น 1 ใน 10 ประเทศ ในเอเชียที่เสี่ยงภัยจาก Malware (Malicious Software) หรือ มัลแวร์” ขณะที่ โปรแกรม Thai WPS Office ให้ข้อมูล Malware ว่าจากการศึกษาของ มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ ระบุว่า อาชญากรคอมพิวเตอร์จะฝังมัลแวร์เข้าไปในแผ่นซีดี หรือดีวีดี หรือช่องทางออนไลน เช่น โปรแกรมโหลด Bit Torrent นอกจากนี้คอมพิวเตอร์ที่ติดตั้งซอฟท์แวร์เถื่อนมักจะติดมัลแวร์ด้วย

ซอฟท์แวร์ใหม่

นี่คือ Thai WPS Office ซอฟต์แวร์จัดการงานเอกสารตัวใหม่ นวัตกรรมของบริษัทไทย ดับเบิ้ลยูพีเอส

Thai WPS Office ประกอบไปด้วยซอฟต์แวร์หลัก 3 ตัว ได้แก่ Writer ซอฟต์แวร์จัดการงานเอกสารในลักษณะเดียวกับ Microsoft Word ซอฟต์แวร์จัดการตารางคำนวณในลักษณะเดียวกับ Microsoft Excel และซอฟต์แวร์Presentation ลักษณะเดียวกับ Microsoft PowerPoint มีขนาดเล็กเพียง 57MB

เถา คาเฟ่

แจ็ค หม่า ประธานบริหารของ อาลีบาบา กรุ๊ป ร่วมงาน เถาเป่า เมกเกอร์ เฟสติวัล ณ ศูนย์นิทรรศการนานาชาติหังโจว เมื่อเร็วๆ นี้

ไฮไลท์ของงานไอทีนี้ อาทิ เถา คาเฟ่ ร้านค้าแห่งอนาคต ให้ลูกค้าสามารถทดลองเลือกซื้อสินค้าได้ โดยไม่ต้องเข้าคิวชำระเงินเหมือนร้านค้าทั่วไป เป็นเพราะการผสานนวัตกรรมด้านปัญญาประดิษฐ์และการวิเคราะห์ข้อมูลของอาลีบาบาเข้าด้วยกัน

ดินสอมินิ

หุ่นยนต์ดินสอมินิ ผลงานการพัฒนาของ บริษัท ซีที เอเชีย โรติกส์ จำกัด ถูกนำไปแสดงในงาน อินเตอร์แคร์ เอเชีย 2017 (InterCare Asia 2017) ที่ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค

หุ่นยนต์นี้มีความสามารถในการดูแลผู้ป่วยเรื้อรังที่เคลื่อนไหวไม่ สะดวกและต้องนอนบนเตียง โดยจอรับภาพจะเฝ้าดูผู้ป่วยตลอดเวลา หากหกล้มหรือคลาดสายตาของหุ่นยนต์ จะส่งสัญญาณเตือนไปยังแอพพลิเคชั่นในสมาร์ทโฟนของญาติหรือบุคลากรการแพทย์ ซึ่งสามารถใช้ได้ทั้งแอนดรอยด์ และไอโอเอส

หนังสือเด่น : อย่าให้ยาฆ่าคุณ เรื่องที่ควรรู้สำหรับทุกคน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/280859

หนังสือเด่น : อย่าให้ยาฆ่าคุณ เรื่องที่ควรรู้สำหรับทุกคน

หนังสือเด่น : อย่าให้ยาฆ่าคุณ เรื่องที่ควรรู้สำหรับทุกคน

วันอาทิตย์ ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

“KONDO MAKOTO” เป็นนายแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคมะเร็ง และสุขภาพองค์รวมของวงการแพทย์มานานกว่า 40 ปี เขาได้ชื่อว่า เป็นคุณหมอคุณธรรมแห่งยุคปัจจุบัน ที่ให้ความรู้แก่คนรุ่นใหม่ ซึ่งสวนกระแสกับแนวคิดเดิมๆ แต่ทุกความรู้ที่เขาเอ่ยถึง เป็นงานวิจัยที่ได้รับการยอมรับมาแล้วทั้งสิ้น

อย่าให้ยาฆ่าคุณ ชื่อ ก็บอกชัดๆอยู่แล้ว ในทำนองต้องการบอกเล่าให้ผู้ที่ มีความคิดว่า ยา คือ ผลผลิตที่ใช้เพื่อการรักษาโรค และทำให้สุขภาพดีขึ้นได้เข้าใจในทางตรงกันข้าม โดยเขาได้นำเอาความรู้เกี่ยวกับการใช้ยา 47 เรื่องมา บอกให้ทราบถึงผลดี และผลเสีย และความจำเป็นในการใช้ยา ซึ่งผู้เขียน ยืนยันว่า เป็นเรื่องที่ “ไม่จำเป็น” และเป็นความ “เข้าใจผิด” ของคนที่คิดว่ายาคือพระเจ้า

มีหลายบท หลายตอน ที่เขาย้ำว่า ความเชื่อที่เราเคยรับรู้มานั้น เป็นเรื่อง โกหกทั้งเพ และขอให้เลิกล้มความเชื่อเหล่านั้นไปเสีย อย่าใส่ใจว่า มันจะช่วยอะไรคุณได้

นอกจากความเข้าใจในเรื่องของการใช้ยาเพื่อการรักษาโรคแล้ว หนังสือเล่มนี้ยังบอกถึงองค์รวมของการรักษาสุขภาพให้ดี ปราศจากโรค โดยไม่ต้องพึ่งยาที่ทุกคนสามารถนำไปปฏิบัติได้ โดยไม่มีผลข้างเคียงต่อสุขภาพแต่อย่างใด

มีหลายคำพูดที่ หมอคนโด บอกให้คนฟังถึงกับตะลึง ในความเข้าใจเดิมๆ ที่เคยยึดถือมาโดยตลอด ตัวอย่างเช่น…

“เคล็ดลับที่ผมจะบอกไม่มีอะไรหรอกครับ เพียงไม่กินยา ไม่กินอาหารเสริม ไม่ไปหาหมอ และไม่ตรวจสุขภาพ แล้วกินเนื้อสัตว์และผักให้มาก เพลิดเพลินกับแอลกอฮอล์และของหวานตามสบาย หมั่นพูด หมั่นคุย ทำกิจกรรมบ่อยๆ ขอเพียงอย่าสูบบุหรี่ อย่าโหยหาอดีต อย่ากังวลเรื่องอนาคต ให้ความสำคัญกับปัจจุบัน นี่คือสิ่งสำคัญสำหรับการมีสุขภาพดี”

อ่านจบแล้วต้องยอมรับจริงๆ ครับว่า นายแพทย์ท่านนี้ มีความคิดสวนกระแสความเชื่อของคนส่วนใหญ่ในสังคมจริงๆ หากมีการแพร่หลายอออกสู่สังคมมากๆ และมีผลปรากฏออกมาอย่างเป็นรูปธรรม เห็นทีว่าอาชีพหมอ และโรงพยาบาลหรูๆ คงต้องเปลี่ยนไปเป็นอพาร์ทเม้นท์ เสียแล้ว

 

 

เทพยุทธ์ เซียน GLORY

แนวใหม่ของนวนิยายยุคปัจจุบัน

“เทพยุทธ์ เซียน GLORY” เขียนโดย “หูเตียหลาน” แปลเป็นไทยโดย “อนุรักษ์ กิจไพบูลย์ทวี” เป็นนิยายรูปแบบใหม่ที่ผสมกันระหว่าง แนว E-Sport และแนวแฟนตาซี ที่มีเนื้อหาหลายหลากผสมร่วมกัน ซึ่งให้ทั้งความตื่นเต้น ในเชิงกำลังภายใน และแนวการแข่งขันที่ต้องใช้เล่ห์เหลี่ยมแพรวพราว นิยายเรื่องนี้ได้รับความนิยมอย่างสูงในหมู่ชาวจีน ซึ่งขณะนี้กำลังได้รับความนิยมจากนักอ่านชาวไทยด้วยเช่นเดียวกัน ออกวางแผงมาจนถึงเล่มที่ 5 แล้ว ในราคา 375 บาท

หนุ่มยุคใหม่หลงเข้าสู่อดีตยุคหมิง

เรื่องราวกลับไม่เป็นไปอย่างที่คิด

“ย้อนเวลาขึ้นเป็นอ๋อง” เป็นนิยายอิงประวัติศาสตร์ของจีนในยุคสมัยราชวงศ์หมิง เขียนโดย “เยี่ยกวน”แปลเป็นไทยโดย “น.นพรัตน์” เป็นเรื่องร่วมสมัยระหว่างยุคใหม่กับยุคโบราณ เมื่อเซลส์แมนหนุ่ม หลงเข้าไปสู่ในช่วงเวลาของราชวงศ์หมิง ทำให้เขาได้พบกับสิ่งที่คาดไม่ถึง โดยคิดว่า เมื่อมาถึงแล้วก็จะทำตัวให้สุขสบาย สมกับที่ได้เป็นอ๋อง โดยจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับด้านอื่นๆ แต่ทุกอย่างกลับไม่เป็นอย่างที่คิด เมื่อชีวิตของเขาต้องพบกับความแก่งแย่ง และการต่อสู้เพื่อเอาตัวรอด นิยายเรื่องนี้ เป็นเรื่องยาว ที่ผ่านมาถึงเล่มที่ 7 แล้ว จำหน่ายเล่มละ 230 บาท

สารานุกรมภาพของโลกและจักรวาล

สำหรับเด็กเพื่อการเรียนรู้วิทยาศาสตร์

“โลกและอวกาศ” เป็นหนังสือสารานุกรมภาพ ปกแข็งพิมพ์ด้วยการกระดาษอาร์ตอย่างดีสี่สีสวยงาม จำหน่ายเล่มละ 395 บาท เนื้อหาต้องการจะบอกให้เยาวชนได้รับรู้ถึงปรากฏการณ์ต่างๆ บนโลกใบนี้ รวมไปถึงจักรวาลและดวงดาวอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกันอยู่ โดยการนำเสนอจะเรียกร้องความสนใจของเด็กๆ ด้วยการ ตั้งประโยคขึ้นเป็นปริศนาคำทายเพื่อเร้าความสนใจของเด็ก จากนั้นก็จะเฉลยคำตอบพร้อมทั้งตัวอย่างอื่นๆ ที่เชื่อมโยงผูกพันถึงกัน เพื่อให้เด็กได้รับรู้ถึงความเป็นมาของโลก และจักรวาล นอกจากการใช้ภาษาที่เข้าใจง่ายสำหรับเด็กๆ แล้ว ผู้เขียนยังมีกิจกรรม หรือเกมต่างๆ เพื่อให้เด็กใช้สมองในการเข้าร่วมเล่นเกมอีกด้วย

การผูกคำให้เป็นประโยคเพื่องานเขียน

คู่มือสำหรับผู้มีใจรักในการเขียนหนังสือ

“คำ เครื่องมือช่วยการเขียน” เป็นหนังสือคู่มือสำหรับผู้มีใจรักในการเขียนหนังสือ แต่งโดย “รงค์ ประพันธ์พงศ์” ที่ผู้ประพันธ์เปิดใจว่า การใช้คำในภาษาไทยมีรูปแบบ และการใช้ที่เป็นระบบ ซึ่งผู้ที่รักงานเขียนควรจะต้องศึกษา และรับรู้ ในการนำไปใช้ สำหรับผูกคำให้เป็นรูปประโยค ซึ่งเป็นเรื่องที่จะทำความเข้าใจได้ไม่ยากนัก และเมื่อวันใดที่เรารู้จักใช้คำเพื่อนำไปสร้างประโยคแล้ว จะทำให้เกิดคุณค่าต่างๆ ตามมา ในรูปแบบของงานเขียนทุกชนิดไม่ว่าจะเป็นการเขียนบทความการเขียนสารคดี และการเขียนเพื่อการสื่อสารอื่นๆ จำหน่ายเล่มละ 100 บาท

เปิดประตูสู่เวทีการประกวด ‘สุดยอดรางวัลด้านพลังงานไทยระดับสากล’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/280862

เปิดประตูสู่เวทีการประกวด ‘สุดยอดรางวัลด้านพลังงานไทยระดับสากล’

เปิดประตูสู่เวทีการประกวด ‘สุดยอดรางวัลด้านพลังงานไทยระดับสากล’

วันอาทิตย์ ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน(พพ.)ประกาศเปิดเวทีการประกวด Thailand Energy Awards 2018 ที่จัดขึ้นต่อเนื่องยาวนานเป็นปีที่ 19 รับสมัครสถานประกอบการและหน่วยงานร่วมส่งผลงานด้านการอนุรักษ์พลังงานไทยอย่างยั่งยืน เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายการอนุรักษ์พลังงานและการพัฒนาพลังงานทดแทนของภาครัฐ คาดปีนี้สามารถขยายฐานผู้เข้าร่วมการประกวดให้หลากหลาย โดยเฉพาะธุรกิจขนาดย่อมให้เข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น โดยเปิดรับสมัครแล้วตั้งแต่วันนี้-30 กันยายน 2560

พิสมัย เสถียรยานนท์ ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานทดแทน กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) กระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า เปิดรับสมัครการประกวดแล้วตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงสิ้นเดือนกันยายน 2560 โดยเปิดรับผลงานทั้งหมด 5 ด้าน ประกอบด้วย ด้านพลังงานทดแทน ด้านอนุรักษ์พลังงาน ด้านบุคลากร ด้านพลังงานสร้างสรรค์ และด้านผู้ส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทน การประกวดในปีนี้ได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้เชี่ยวชาญ นักวิชาการ จากหน่วยงานด้านพลังงาน มาร่วมเป็นคณะกรรมการตัดสิน ซึ่งปีนี้จะเข้มข้นมากขึ้นกว่าปีที่แล้ว ทั้งในส่วนของคณะกรรมการและหลักเกณฑ์การประกวดที่มีการปรับปรุงให้สอดรับกับสถานการณ์ในปัจจุบันเพิ่มมากขึ้น

“สำหรับ Thailand Energy Awards พพ. ได้ดำเนินการจัดการประกวดมาอย่างต่อเนื่องยาวนานเป็นปีที่ 19 แล้ว ปีนี้เชื่อมั่นว่าการประกวดจะเข้มข้นขึ้น เนื่องจากปัจจุบันหลายภาคส่วนให้ความสำคัญกับพลังงานเพิ่มมาก อีกทั้งที่ผ่านมา พพ.ได้มีการกระตุ้นและผลักดันในเรื่องนี้มาโดยตลอด เพื่อให้สอดรับกับนโยบายการอนุรักษ์พลังงานและการพัฒนาพลังงานทดแทนของภาครัฐ คาดว่าปีนี้ผู้เข้าร่วมประกวดจะมาจากหลายภาคส่วน โดยเฉพาะธุรกิจขนาด SME ที่ พพ.อยากจะให้เข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น ที่สำคัญหน่วยงานหรือผู้ที่ได้รับรางวัล พพ.จะนำไปเผยแพร่ผ่านสื่อต่างๆ เพื่อเป็นการสร้างคุณค่าให้กับรางวัลและยกย่องเชิดชูเกียรติให้กับหน่วยงานนั้นๆ”

โดยที่ผ่านมา มีผู้ได้รับรางวัลทั้งสิ้น 816 รางวัลและได้คัดเลือกผู้ชนะการประกวดเป็นตัวแทนประเทศไทยไปแข่งขันในระดับ ASEAN ENERGY AWARDS ซึ่งในปีที่ผ่านมาสามารถคว้ารางวัลได้มากถึง 148 รางวัล เป็นอันดับหนึ่งในอาเซียน นอกจากนี้โครงการ Thailand Energy Awards สามารถลดการใช้พลังงานรวมกว่า 7,300 ล้านบาท และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 1.2 ล้านตันต่อปี หน่วยงานหรือผู้ที่สนใจเข้าร่วมประกวด เพราะจะได้มาเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยกันอนุรักษ์พลังงานของชาติและช่วยกันลดการใช้พลังงานตามแนวนโยบายของรัฐบาลร่วมกัน ร่วมรับฟังการชี้แจงการประกวดได้ 2 รอบ คือ วันอังคารที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ.2560 โรงแรมคลาสสิค คามิโอ จ.ระยอง และวันพฤหัสบดีที่20 กรกฎาคม พ.ศ.2560 โรงแรมชลจันทร์ จ.ชลบุรีหรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thailandenergyaward.com โทรศัพท์ 02-184-2728-32,02-223-0021-9

Science Update : โลกร้อนทำเครื่องบินขึ้นบินไม่ได้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/280856

Science Update : โลกร้อนทำเครื่องบินขึ้นบินไม่ได้

Science Update : โลกร้อนทำเครื่องบินขึ้นบินไม่ได้

วันอาทิตย์ ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.
ผลการศึกษาของนักวิจัยอเมริกัน ที่ได้รับการตีพิมพ์ผ่านวารสารการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พบว่า ปรากฏการณ์คลื่นความร้อนที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งและอุณหภูมิที่เพิ่มสูงขึ้นจากภาวะโลกร้อนอาจส่งผลให้ 1 ใน 3 ของจำนวนเครื่องบินทั่วโลกไม่สามารถขึ้นบินได้ในช่วงวันที่มีอากาศร้อนได้ในทศวรรษข้างหน้า อุณหภูมิประจำวันสูงสุดตามสนามบินในแต่ละปีอาจจะเพิ่มสูงขึ้นถึง 4-8 องศาเซลเซียส ภายในปี 2623 ส่งผลให้มีเที่ยวบินต้องล่าช้าหรือถึงขั้นต้องยกเลิกการให้บริการเพิ่มขึ้น อีกทั้งเครื่องบินอาจต้องลดน้ำหนักจากการบรรทุกผู้โดยสารและสิ่งของบนเครื่องลงร้อยละ 10-30 เพื่อให้สามารถทำการบินได้ในช่วงอากาศร้อนที่สุดระหว่างวันได้อย่างปลอดภัย เพราะสภาพอากาศร้อนส่งผลให้ปีกเครื่องบินแบกรับน้ำหนักได้น้อยลง ปรากฏการณ์ดังกล่าวอาจจะส่งผลกระทบด้านผลกำไรและต้นทุนของอุตสาหกรรมการบินทั้งระบบ รวมถึงอาจจะกระทบไปถึงภาคส่วนอื่นๆ ในระบบเศรษฐกิจด้วย

Health News : ดื่มกาแฟวันละ 3 ถ้วยช่วยอายุยืน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/280857

Health News : ดื่มกาแฟวันละ 3 ถ้วยช่วยอายุยืน

Health News : ดื่มกาแฟวันละ 3 ถ้วยช่วยอายุยืน

วันอาทิตย์ ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.
รายงานของทีมงานวิจัยสหรัฐและยุโรป ซึ่งตีพิมพ์ลงในวารสาร Annals of Internal Medicine ฉบับล่าสุด พบว่า การดื่มกาแฟวันละ 3 ถ้วย จะช่วยให้มีอายุยืนยาวกว่า โดยสำนักงานวิจัยโรคมะเร็งระหว่างประเทศ หรือ ไอเออาร์ซี และอิมพีเรียล คอลเลจ ลอนดอน สำรวจประชาชนกว่า 500,000 คน ใน 10 ประเทศทั่วทวีปยุโรป ซึ่งคณะนักวิจัยกล่าวว่านับเป็นการวิเคราะห์ผลกระทบจากการดื่มกาแฟครั้งใหญ่ที่สุดในยุโรปเท่าที่เคยมีมา และพบว่า คนกาแฟที่ดื่มกาแฟวันละประมาณ 3 ถ้วย มีแนวโน้มอายุยืนกว่าผู้ที่ไม่ดื่มกาแฟ ส่วนการศึกษาอีกกลุ่ม ตรวจสอบประชาชนกว่า 180,000 คน จากหลากหลายเชื้อชาติทั่วสหรัฐอเมริกา พบว่า กาแฟช่วยทำให้อายุยืนยาว ไม่ว่าจะเป็นกาแฟที่มีกาเฟอีนหรือสกัดกาเฟอีนออก นอกจากนี้ นักดื่มกาแฟยังมีความเสี่ยงน้อยกว่า ที่จะเสียชีวิตจากโรคหัวใจ โรคมะเร็ง โรคลมปัจจุบัน โรคเบาหวาน โรคระบบทางเดินหายใจ และโรคไต