‘โรงแรมแมริออท’สร้างแรงบันดาลใจแห่งความคิดสร้างสรรค์ร่วมกับ’เทด ซาลอน เวิลด์ไวด์’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/280076

'โรงแรมแมริออท'สร้างแรงบันดาลใจแห่งความคิดสร้างสรรค์ร่วมกับ'เทด ซาลอน เวิลด์ไวด์'

‘โรงแรมแมริออท’สร้างแรงบันดาลใจแห่งความคิดสร้างสรรค์ร่วมกับ’เทด ซาลอน เวิลด์ไวด์’

วันอังคาร ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 13.38 น.

โรงแรมแมริออท (Marriott Hotels) เดินทางสู่เอเชีย พร้อมเปิดตัวสามนักคิดสหายของเทด (TED fellows) เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนถึงมุมมองต่างๆ ที่พวกเขามีต่อการท่องเที่ยวและนวัตกรรม (Travel and Innovation) โดยได้จัดขึ้น ณ โรงแรมเปิดใหม่ แบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค (Bangkok Marriott Marquis Queen’s Park) ซึ่งการพูดคุยในวันนี้ นับเป็นการจัดงานครั้งที่สี่ในซีรีย์ เทด ซาลอน (TED Salons) ที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วก่อนหน้านี้ ณ โรงแรมแมริออท ทั้งในซีแอตเทิล ลอนดอน และอาบูดาบี นับตั้งแต่การจับมือร่วมกันที่เริ่มต้นขึ้นเมื่อเดือนกันยายน ปี 2016

สามสหายของ เทด (TED fellows) ได้ขึ้นบนเวทีพูดคุยในกรุงเทพฯ เพื่อแลกเปลี่ยนถึงวิธีการเดินทางอย่างไรที่จะจุดประกายแนวคิดใหม่ๆ โดยศิลปินแนวสื่อผสมผสานชาวอินเดีย อาพาร์นา ราโอ (Aparna Rao) ได้เน้นย้ำถึงการเดินทางที่มีอิทธิพลทำให้เธอมีอารมณ์ขัน แต่ก็ยังสะท้อนถึงความขมขื่นทางสังคมผ่านงานศิลปะ ขณะที่ มาทิลดา โฮ (Matilda Ho) เจ้าของ ยิมิชิจิ (Yimishiji) ตลาดเกษตรกรรมออนไลน์ที่มีฐานอยู่ในเซี่ยงไฮ้ ได้มอบการพูดคุยอันเปี่ยมไปด้วยแรงบันดาลใจเกี่ยวกับการสนับสนุนชุมชนเกษตรกรรมท้องถิ่นทั่วโลก และการเดินทางยังมีส่วนผลักดันให้สหายของ เทด ลูกครึ่งฝรั่งเศส-ญี่ปุ่นจากฮ่องกง ซีซาร์ จัง-ฮาราดะ (Cesar Jung-Harada) ริเริ่มก่อตั้งเมกเกอร์เบย์ (MakerBay) และสเคาท์บอตส์ (Scoutbots) ซึ่งเขาได้มาร่วมแลกเปลี่ยนถึงวิธีการนำความก้าวล้ำในศาสตร์แห่งหุ่นยนต์มาช่วยในการดูแลรักษามหาสมุทรให้สะอาดยิ่งขึ้นเพื่อคนเจเนอเรชั่นต่อไป

โดยเหล่านักเดินทางที่เข้าพัก ณ โรงแรมแบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค ในวันนี้จะสามารถเข้าถึงเนื้อหาที่ผ่านการคัดสรรอย่างพิถีพิถันเพื่อจุดประกายความคิดสร้างสรรค์และเปี่ยมด้วยแรงบันดาลใจอย่างแท้จริงของพวกเขา ด้วยช่องโทรทัศน์รายการ เทด ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความบันเทิงภายในห้องพักไปจนถึงสิ้นสุดเดือนกรกฎาคม ศกนี้ และ ณ ปัจจุบัน เนื้อหาของ เทด ยังสามารถพบได้ในฐานะส่วนหนึ่งของความบันเทิงภายในห้องพักของโรงแรมแมริออททั่วโลก พร้อมด้วยแผนการเปิดตัวแนะนำช่องโทรทัศน์รายการ เทด ไว้ภายในรายการความบันเทิงภายในห้องพัก ณ โรงแรมต่างๆ ทั่วเอเชียในอนาคตอันใกล้นี้เช่นกัน

SOOK Activity กิจกรรมสร้างแรงบันดาลใจ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/279930

SOOK Activity กิจกรรมสร้างแรงบันดาลใจ

SOOK Activity กิจกรรมสร้างแรงบันดาลใจ

วันอังคาร ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ชวนผู้สนใจร่วมปลุกพลัง ค้นหาและพัฒนาศักยภาพของตนเอง ผ่านกิจกรรม SOOK Activity ตลอดเดือนกรกฎาคมนี้ ภายใต้แนวคิด “พลัง/ศักยภาพ” พบกับหลากหลายกิจกรรมที่จะปลุกพลังให้ได้ทดลองทำสิ่งใหม่ๆ เพื่อเสริมสร้างและพัฒนาศักยภาพในด้านต่างๆ ด้วยตัวคุณเอง เน้นสร้างประสบการณ์ตรงให้ทุกคนได้ปฏิบัติจริง พร้อมวิธีง่ายๆ ที่จะนำไปสู่การมีสุขภาวะที่ดีอย่างต่อเนื่อง

วันเสาร์ที่ 15 กรกฎาคม มาพัฒนาศักยภาพของสมองด้วยกิจกรรม “เทคนิคง่ายๆ ที่ทำให้จำได้ ไม่มีวันลืม” เรียนรู้เทคนิคการจำอย่างหมดเปลือกกับ ลัดดาวัลย์ชูช่วย แชมป์สุดยอดอัจฉริยะนักจำระดับประเทศ 2 สมัย ที่จะมาแนะนำเทคนิคที่ใช้ในการจดจำสิ่งต่างๆไม่ว่าจะเป็นวิธีการจดจำแบบเชื่อมโยงความคิด การจัดระบบทางความคิดเพื่อเพิ่มศักยภาพของสมองด้านการจำ เรียนรู้และทำความเข้าใจศักยภาพและความมหัศจรรย์ของสมองมนุษย์ ที่สามารถนำไปปรับใช้ได้ทั้งเรื่องเรียน การทำงาน และชีวิตประจำวันได้

พลาดไม่ได้ใน วันเสาร์ที่ 22 กรกฎาคม สำหรับผู้ที่กำลังค้นหาเป้าหมายชีวิตของตนเอง ในกิจกรรม “Discovery You” พบกับกิจกรรมสนุกๆ ที่ช่วยค้นหาแรงบันดาลใจ เพื่อนำมากระตุ้นพลัง สร้างแรงปรารถนา ในการไปสู่เป้าหมายของชีวิต ด้วยการใช้กระบวนการแบบโค้ชชิ่งที่จะช่วยให้เกิดการคิดทบทวน รู้จักศักยภาพและความต้องการของตัวเอง แล้วกระตุ้นให้สร้างแนวทางที่จะนำไปสู่เป้าหมายได้ เหมาะสำหรับคนหลากหลายวัย
ทั้งวัยรุ่นที่ต้องการค้นหาว่าอยากเรียนหรือทำงานอะไร และผู้ใหญ่ที่ต้องการปลุกไฟในตัวเอง ร่วมแนะนำการค้นหาตัวตนโดย โค้ชวา-จิตตพัฒน์ โห่กุศลสินธุ์

ผู้สนใจสามารถสมัครเป็นสมาชิกเพื่อเข้าร่วมกิจกรรมได้ฟรี โดยสามารถสมัครผ่านช่องทาง http://www.thaihealth.or.th/sook หรือมาสมัครที่ศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)ซอยงามดูพลี กรุงเทพฯ และสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรมด้วยการส่งชื่อ นามสกุล อายุที่อยู่ และหมายเลขโทรศัพท์ ระบุกิจกรรมที่สนใจ มาที่ activity.thc@thaihealth.or.th หรือ Line ID : thaihealth_center สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 081-7318270 เวลา 09.00-17.00 น.วันจันทร์-เสาร์ เว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ รวมทั้งติดตามรายละเอียดกิจกรรม และข้อมูลองค์ความรู้จากกิจกรรมที่ผ่านมาได้ทาง http://www.thaihealth.or.th/sook, http://www.facebook.com/sookcenter

มูลนิธิรามาธิบดีฯ จับมือ 11 ไทยดีไซเนอร์ ออกแบบคอลเลคชั่นกระเป๋าสุดเก๋

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/279934

มูลนิธิรามาธิบดีฯ จับมือ 11 ไทยดีไซเนอร์ ออกแบบคอลเลคชั่นกระเป๋าสุดเก๋

มูลนิธิรามาธิบดีฯ จับมือ 11 ไทยดีไซเนอร์ ออกแบบคอลเลคชั่นกระเป๋าสุดเก๋

วันอังคาร ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ด้วยเชื่อว่าจุดเริ่มต้นเล็กๆ ของ “การให้”จะกลายเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่ หากทุกหัวใจหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว ด้วยเหตุนี้มูลนิธิรามาธิบดี ในพระบรมราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีจึงยังคงมุ่งมั่นสานต่อสร้างสรรค์พลังแห่งการให้…ไม่สิ้นสุด ผ่านหลากหลายกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม หนึ่งในนั้นคือการเดินหน้าโครงการพาวเวอร์ ออฟ กิฟวิ่ง (Powerof Giving) ซึ่งจัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 แล้ว

ครั้งนี้ มูลนิธิรามาธิบดีฯ เพิ่มความน่าสนใจให้ผลงานออกแบบกระเป๋าคอลเลคชั่น สุดพิเศษให้ควรค่าแก่การจับจอง สะท้อนคาแร็กเตอร์ของผู้ใช้ที่หัวใจเปี่ยมด้วยการให้อย่างมีรสนิยม เอาใจกลุ่มเจนวายผู้หลงใหลในโลกของแฟชั่น ด้วยการจับมือกับ 11 ท็อปไทยดีไซเนอร์ของเมืองไทย นำทีมโดย ASAVA (อาซาว่า) Greyhound Original (เกรย์ฮาวด์ ออริจินัล) Issue (อิชชู่) PAINKILLER (เพนคิลเลอร์) Playhound by Greyhound (เพลย์ฮาวด์ บาย เกรย์ฮาวด์) Senada (ซีนาด้า)Vickteerut (วิคธีร์รัฐ) Kloset (คลอเส็ท) Mimi by Millin (มิมิ บาย มิลิน) Vatanika (วทานิกา) และ Patinya (ปฏิญญา) เพื่อร่วมรังสรรค์ผลงานคอลเลคชั่นพิเศษ เปี่ยมไปด้วยกลิ่นอายของแฟชั่นร่วมสมัย โดยรายได้จากการจำหน่ายจะนำไปสมทบทุนโครงการสถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

พรรณสิรี คุณากรไพบูลย์ศิริผู้จัดการมูลนิธิรามาธิบดีฯ กล่าวว่า การร่วมมือกับดีไซเนอร์ระดับแนวหน้าของประเทศ ทำให้ผลงานคอลเลคชั่นกระเป๋าที่ระลึกของมูลนิธิรามาธิบดีฯ ในปีนี้น่าสนใจมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ ที่ไม่เพียงมองหาแต่สินค้าที่ตอบโจทย์แค่ความสวยงาม แต่ต้องสะท้อนตัวตนของผู้ใช้ ซึ่งกระเป๋า พาวเวอร์ ออฟ กิฟวิ่งนี้ คือ อีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะนอกจากจะออกแบบอย่างสวยงามและประณีตโดยดีไซเนอร์มากฝีมือแล้ว ยังเปี่ยมไปด้วยคุณค่าทางจิตใจ ไม่ว่าจะซื้อไว้ใช้เอง หรือจะมอบเป็นของขวัญ ก็ถูกใจและสุขใจทั้งผู้ให้และผู้รับ เพราะความสุขไม่ได้จำกัดอยู่แค่คนสองคน แต่ยังส่งต่อไปถึงเพื่อนมนุษย์อีกจำนวนมากสอดคล้องกับที่มาของชื่อคอลเลคชั่นที่ว่า พาวเวอร์ ออฟ กิฟวิ่ง หรือพลังแห่งการให้

ASAVA (อาซาว่า) นำเส้นคลื่นของหัวใจมาตีความเป็นริบบิ้นสีน้ำเงินเข้ม เป็นสีประจำแบรนด์ บนพื้นสีม่วงอ่อน เพื่อลดทอนความเคร่งขรึม และยังคงสวยโก้ Greyhound Original (เกรย์ฮาวด์ ออริจินัล) ได้แรงบันดาลใจจากภาพจิตรกรรมฝาผนังระดับตำนาน โดยศิลปินเอกของโลก ไมเคิลแองเจโล พร้อมหัวใจสีแดงด้วยลายเส้นไม่สิ้นสุดIssue (อิชชู่) สื่อถึงการให้ที่ไม่สิ้นสุดด้วยลวดลายกราฟิกในโทนสีชมพู ซึ่งเป็นตัวแทนของความรักที่มีต่อเพื่อนมนุษย์ กับโทนสีชมพู ซึ่งเป็นสีแห่งตัวแทนของความรัก

PAINKILLER (เพนคิลเลอร์) ใช้คำ 3 คำGive, Love และ Hope สอดประสานเป็นเส้นสายคล้ายการสานตะกร้าหวาย พร้อมออกแบบเส้นสีเหลืองและขาวแทนสายคาดกระเป๋าแบบโบราณ คลาสิกตลอดกาล

Playhound by Greyhound (เพลย์ฮาวด์ บาย เกรย์ฮาวด์) นำฟอนต์อักษรต่างๆ ที่ปรากฏบนเสื้อยืดวงร็อกมาเล่นสนุกกับคำต่างๆ ที่สื่อถึงการให้ ก่อนเติมหวานพื้นหลังสีชมพู เสน่ห์ของการ “ให้” ก็ไม่มีวันตายเหมือนเพลงร็อกนั่นเอง Senada (ซีนาด้า) ลายโทนสีมิดไนท์ บลู ที่แทรกด้วยสีขาว แทนความหมายของดวงดาวซึ่งส่องประกายระยิบระยับนำทางในความมืด ซึ่งเปรียบเสมือนการให้ที่ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดก็จะส่องแสงสว่างนำทางให้กับทุกคน

Vickteerut (วิคธีร์รัฐ) นอกจากตัวอักษร GIVE ที่สะท้อนถึงการให้อย่างตรงไปตรงมาแล้ว ยังเน้นสีฟ้าซึ่งสื่อถึงน้ำที่มีอยู่มากมายบนโลกนี้ เปรียบได้กับน้ำใจแห่งการให้ที่ไม่มีวันเหือดแห้ง Kloset (คลอเส็ท) ส่งความสุขด้วยสารพันของหวานอย่าง อมยิ้ม แคนดี้ เพรสเซล ที่กินแล้วอารมณ์ดี ให้ความสดใส สดชื่นไม่ต่างจากการให้ Mimi byMillin (มิมิ บาย มิลิน) สะท้อนความเป็นผู้หญิงที่น่าค้นหา ด้วยรูปริมฝีปากสีชมพู สอดแทรกด้วยลายเส้นที่เป็นคำพูดต่างๆ เช่น Love, Give และ Share ส่วน Vatanika(วทานิกา) เรียบง่ายคลาสสิกด้วยโทนสีเทาดำ และส้ม ในคอนเซ็ปต์ GIVE IS LIMITLESS Patinya (ปฏิญญา) สวยหวานด้วยลวดลายของผ้าลูกไม้ ฉลุลายโปร่ง เพื่อสื่อความหมายถึงการให้ที่เปิดเผย ให้อย่างจริงใจ

กระเป๋าที่ระลึกคอลเลคชั่นพิเศษ “พาวเวอร์ ออฟ กิฟวิ่ง” (Power of Giving) ราคาชุดละ 999 บาท ประกอบด้วย กระเป๋าสะพายใบใหญ่ ใช้ง่าย กระเป๋าอเนกประสงค์ใบเล็ก เหมาะกับทุกโอกาส และกระเป๋าลูกใบย่อมอเนกประสงค์ พร้อมให้จับจองเป็นเจ้าของแล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ณ จุดจำหน่ายของที่ระลึกของมูลนิธิรามาธิบดีฯ หรือสั่งซื้อออนไลน์ผ่าน http://www.ramafoundation.or.th รายได้จากการจำหน่ายสมทบทุนสร้าง สถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร.02-2012222

เคล็ด(ไม่)ลับ เปลี่ยนเซลล์เสื่อมให้เป็นเซลล์สด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/279927

เคล็ด(ไม่)ลับ เปลี่ยนเซลล์เสื่อมให้เป็นเซลล์สด

เคล็ด(ไม่)ลับ เปลี่ยนเซลล์เสื่อมให้เป็นเซลล์สด

วันอังคาร ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ผู้หญิงยุคนี้มีหน้าที่การงานที่ต้องรับผิดชอบและเผชิญความเครียดในชีวิตประจำวันไม่แพ้ผู้ชาย ยิ่งมีลูกเล็กๆที่ต้องดูแลแล้วละก็จะพบปัญหาสุขภาพที่เกิดจากความเหนื่อยล้าในการเลี้ยงลูกและการพักผ่อนไม่เพียงพอ ส่งผลเสียต่อสุขภาพภายในจนทำให้เกิดปัญหาภายนอก แก่ก่อนวัยอันควร เกิดริ้วรอยเหี่ยวย่น ฝ้า กระ จุดด่างดำตามมา ซึ่งมีผลจากการที่เซลล์ผิวหนังบริเวณใบหน้าเสื่อมลง เราเรียกสภาวะที่เกิดขึ้นนี้ว่า “ภาวะเซลล์เสื่อม”

นายแพทย์สิทธวีร์ เกียรติชวนันต์แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ชะลอวัย เผยว่า “ภาวะเซลล์เสื่อม” เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ อาทิ การอดนอน เพราะการอดนอนไม่เพียงแต่ทำให้รู้สึกเหนื่อยล้า แต่ยังส่งผลให้ร่างกายเสื่อมสภาพ แก่ก่อนวัย เพราะเมื่อร่างกายเข้าสู่ช่วงที่หลับลึก ร่างกายจะหลั่งโกรทฮอร์โมน (Growth hormone) เพื่อฟื้นฟูและคงความสมดุลให้กับเซลล์ในร่างกาย หากร่างกายพักผ่อนน้อย โกรทฮอร์โมนก็จะหลั่งน้อย ร่างกายก็จะเสื่อมสภาพและไม่แข็งแรง โดยเฉพาะผู้หญิงที่มักจะมีปัญหาการนอนไม่หลับมากกว่าผู้ชาย ซึ่งมีแนวโน้มที่จะมีความผิดปกติของร่างกายและจิตใจ เช่น อาการเครียด หวาดระแวง เกรี้ยวกราด หรือเป็นโรคซึมเศร้า

ดังนั้น การนอนหลับอย่างเพียงพอจะช่วยซ่อมแซมเซลล์ภายในร่างกายให้แข็งแรง การหลับลึกที่เป็นช่วงหลับสนิทที่สุดของการนอน จะกินเวลาประมาณ 30-50 นาที และโกรทฮอร์โมนจะหลั่งออกมาในช่วงนี้ซึ่งจะเป็นช่วงที่ร่างกายทำการฟื้นฟู ซ่อมแซมเซลล์ในอวัยวะต่างๆ รวมถึงการซ่อมแซมเซลล์ผิวให้คงความสดใสไม่แลดูแก่เกินวัย ก็จะเกิดประโยชน์สูงสุดกับผิวพรรณ โดยช่วงเวลาที่ดีที่สุดของการนอนหลับ คือให้ร่างกายได้หลับลึกในช่วงก่อนเที่ยงคืน

อีกสาเหตุที่ทำให้เกิด “ภาวะเซลล์เสื่อมคือ “อนุมูลอิสระ” ซึ่งอนุมูลอิสระสามารถเกิดขึ้นได้จากปัจจัยภายนอกร่างกาย เช่น มลภาวะเป็นพิษที่อยู่รอบตัวเรา รังสียูวีจากแสงแดด ยาบางชนิด การทานอาหารที่ผ่านการปรุงด้วยการทอด ปิ้ง ย่าง และสารปรุงแต่งในอาหารบางชนิด เป็นต้น นอกจากนี้ยังเกิดจากปัจจัยภายในร่างกายของเราเอง เช่น การขาดวิตามิน เกลือแร่บางชนิด ความเครียด การพักผ่อนไม่เพียงพอ โดยอนุมูลอิสระทั้งหมดนี้เป็นสาเหตุที่ทำให้เซลล์ในร่างกายของเราเสื่อมลง จนเกิดเป็นโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ ตลอดจนโรคมะเร็ง เป็นต้น และมีผลถึงภายนอกร่างกายเช่นผิวหนัง เกิดริ้วรอยเหี่ยวย่น เกิดฝ้า กระ จุดด่างดำ แลดูสูงกว่าวัยอีกด้วย

แล้วเราจะมีวิธี เปลี่ยนเซลล์เสื่อมให้เป็นเซลล์สด ได้อย่างไร นายแพทย์สิทธวีร์ อธิบายเพิ่มเติมว่าในร่างกายของเราทุกคนจะมีเอนไซม์ชนิดหนึ่งที่มีชื่อเรียกว่าเอสโอดี (SOD) หรือ ซุปเปอร์ออกไซด์ ดิสมิวเทส (Superoxide Dismutase) โดยเอนไซม์ชนิดนี้อยู่ในร่างกายของเราตั้งแต่แรกเกิด แต่จะมีปริมาณลดน้อยลงเรื่อยๆ เมื่อเรามีอายุ 25 ปีขึ้นไป

เอนไซม์ เอสโอดี (SOD) นี้มีประสิทธิภาพสูงที่สุดในการต่อต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งสามารถต้านอนุมูลอิสระได้ลึกถึงระดับ DNA ภายในเซลล์ โดยปัจจุบัน นักวิทยาศาสตร์สามารถสกัดเอนไซม์นี้ได้จากผักและผลไม้จากธรรมชาติ ร่วมกับการใช้โปรไบโอติกส์ (แบคทีเรีย) บ่มร่วมกันเป็นเวลา 180 วัน (Biosymbiotic Culture Technology) จนได้เอนไซม์ เอสโอดี (SOD) สารสกัดจากธรรมชาติที่มีฤทธิ์ต่อต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุดในปัจจุบัน นับว่าเอนไซม์นี้เป็นการย้อนวัยเซลล์เปลี่ยนเซลล์เสื่อมให้เป็นเซลล์สดทำให้ร่างกายมีสุขภาพแข็งแรงอย่างสมวัย

ทั้งนี้ การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ควบคู่ไปกับการรับประทานอาหารดีมีประโยชน์ จะทำให้เซลล์ในร่างกายทำงานได้อย่างปกติและห่างไกลจากโรคได้ การดูแลสุขภาพในระดับเซลล์ เป็นสิ่งที่ทุกคนควรใส่ใจ เพราะการมีสุขภาพที่แข็งแรงนั้นเป็นสิ่งที่ทุกคนปรารถนา

โรงพยาบาลจุฬาภรณ์มุ่งมั่นผลิตสารเภสัชรังสี ตรวจมะเร็งต่อมลูกหมากสำเร็จครั้งแรกในไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/279929

โรงพยาบาลจุฬาภรณ์มุ่งมั่นผลิตสารเภสัชรังสี  ตรวจมะเร็งต่อมลูกหมากสำเร็จครั้งแรกในไทย

โรงพยาบาลจุฬาภรณ์มุ่งมั่นผลิตสารเภสัชรังสี ตรวจมะเร็งต่อมลูกหมากสำเร็จครั้งแรกในไทย

วันอังคาร ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

สืบสานการดำเนินงานตามพระปณิธานใน ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ศูนย์ไซโคลตรอนและเพทสแกนแห่งชาติ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ได้มุ่งมั่นพัฒนางานด้านการตรวจวินิจฉัยด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง กับความสำเร็จเป็นครั้งแรกในประเทศไทยของการผลิตสารเภสัชรังสี 68Ga-PSMA เพื่อใช้ตรวจในผู้ป่วยมะเร็งต่อมลูกหมาก ด้วยเครื่องเพทซีที-สแกน เพื่อประโยชน์ในการตรวจวินิจฉัยระยะของโรค การกลับเป็นซ้ำ และการติดตามการรักษาสำหรับผู้ป่วยมะเร็งต่อมลูกหมากเจาะลึกครอบคลุมด้วยประสิทธิภาพความไว และความแม่นยำที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะช่วยให้แพทย์ผู้ทำการรักษาสามารถวางแผนการรักษาได้อย่างตรงจุดเพื่อผลการรักษาที่ดีที่สุด โดยมี รองศาสตราจารย์ แพทย์หญิงนิสา โชติพานิช ผู้อำนวยการศูนย์ไซโคลตรอนและเพทสแกนแห่งชาติ และผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ฝ่ายเวชศาสตร์นิวเคลียร์และเพทซีที พร้อมด้วยนายแพทย์วิสุทธิ์ ล้าเลิศธน แพทย์อายุรศาสตร์มะเร็งวิทยาหัวหน้างานอายุรกรรม โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ให้รายละเอียด ณ ห้องประชุม ชั้น 2 อาคารศูนย์ไซโคลตรอนและเพทสแกนแห่งชาติ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์

รองศาสตราจารย์ แพทย์หญิงนิสา โชติพานิช ผู้อำนวยการศูนย์ไซโคลตรอนและเพทสแกนแห่งชาติ และผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ฝ่ายเวชศาสตร์นิวเคลียร์และเพทซีที ให้ข้อมูลว่า การผลิตสารเภสัชรังสี 68Ga-PSMA (Gallium-68 Prostate Specific Membrane
Antigen) เป็นการพัฒนาเทคโนโลยีการตรวจวินิจฉัยทางด้านเวชศาสตร์นิวเคลียร์ในผู้ป่วยมะเร็งต่อมลูกหมากด้วยเครื่องเพทซีที-สแกน ด้วยสารชนิดใหม่ล่าสุดที่ทางศูนย์ฯ สามารถผลิตขึ้นใช้เองได้เป็นครั้งแรกในประเทศไทย เพื่อประโยชน์ในการตรวจวินิจฉัยระยะของโรค การกลับเป็นซ้ำๆ และการติดตามการรักษาสำหรับผู้ป่วยมะเร็งต่อมลูกหมากเจาะลึกครอบคลุมด้วยประสิทธิภาพความไว และความแม่นยำที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะช่วยให้แพทย์ผู้ทำการรักษาสามารถวางแผนการรักษาได้อย่างตรงจุดเพื่อผลการรักษาที่ดีที่สุด

“สำหรับการผลิตสารเภสัชรังสี 68Ga-PSMA เป็นสาร PSMA คือโปรตีน Transmembrane ที่มีอยู่ในเนื้อเยื่อต่อมลูกหมาก ซึ่งมีการวิจัยอย่างแพร่หลายว่า มักพบในเซลล์มะเร็งต่อมลูกหมาก เมื่อเปรียบเทียบกับโรคต่อมลูกหมากโต จากผลงานวิจัยทางคลินิกในต่างประเทศได้แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของการใช้เทคโนโลยีเพท-ซีทีสแกนด้วยสาร 68Ga-PSMA เมื่อเทียบกับการตรวจวินิจฉัยภาพทั่วไป หรือเมื่อเทียบกับสารเภสัชรังสีตัวอื่นๆ ว่ามีประสิทธิภาพอย่างชัดเจนใการตรวจสำหรับผู้ป่วยมะเร็งต่อมลูกหมาก โดย 68Ga-PSMA มีประสิทธิภาพความไวในการบอกระยะของโรคมะเร็งต่อมลูกหมากที่ถูกต้องแม่นยำ ช่วยให้แพทย์สามารถวางแผนการรักษาทั้งก่อนและหลังการผ่าตัด หรือการฉายแสง ประเมินการกลับมาเป็นซ้ำของมะเร็งต่อมลูกหมาก ใช้เพื่อติดตามการรักษา รวมทั้งสามารถใช้กำหนดตำแหน่งในการเจาะชิ้นเนื้อในกลุ่มที่สงสัยว่าเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก”

นอกจากนี้ ศูนย์ไซโคลตรอนและเพทสแกนแห่งชาติยังได้จัด “โครงการตรวจวินิจฉัยด้วยเทคโนโลยีเพท-ซีที สแกน”ในอัตราพิเศษตลอดปี พ.ศ. 2560 เพื่อทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเป็นพระกุศลแด่ ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ในโอกาสทรงเจริญพระชนมายุครบ 5 รอบ ด้วยศักยภาพและความพร้อมในทุกๆ ด้านเพื่อส่งมอบมาตรฐานการเป็นศูนย์กลางการให้บริการตรวจวินิจฉัยด้วยเทคโนโลยีระดับสูงที่คนไทยทุกระดับสามารถเข้าถึงได้

นายแพทย์วิสุทธิ์ ล้าเลิศธน แพทย์อายุรศาสตร์มะเร็งวิทยา หัวหน้างานอายุรกรรม โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ เผยว่า มะเร็งต่อมลูกหมากในประเทศไทย เป็นมะเร็งที่พบมากเป็นอันดับ 4 ในเพศชายรองจากมะเร็งตับ มะเร็งปอด และมะเร็งลำไส้ใหญ่ โดยจะพบในผู้ชายที่มีอายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไป และหากบุคคลในครอบครัวหรือมีญาติสายตรงมีประวัติเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก ทายาทก็มีโอกาสที่จะเป็นโรคนี้สูงกว่าคนทั่วไป 2-3 เท่า ทั้งนี้ ปริมาณฮอร์โมนเพศชายหรือ ฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนที่สูงขึ้น ก็มีส่วนในการเพิ่มอัตราเร็วของการเจริญของมะเร็งต่อมลูกหมากเช่นกัน

“โดยปกติโรคมะเร็งต่อมลูกหมากจัดเป็นโรคเงียบ ที่แม้แต่ตัวผู้ป่วยเองก็ไม่มีสิทธิ์ล่วงรู้ก่อน แต่ก็พอมีข้อสังเกตให้เห็นเบื้องต้นได้เช่นกัน เช่น การถ่ายปัสสาวะกะปริดกะปรอย แสบ หรือเจ็บปวดเวลาถ่ายปัสสาวะ ปัสสาวะไม่พุ่ง ถ่ายปัสสาวะมีเลือดปน และปวดปัสสาวะบ่อยตอนกลางคืน ส่วนในรายที่มะเร็งลุกลามออกไปนอกต่อมลูกหมาก ผู้ป่วยอาจมีอาการปวดหลัง ปวดสะโพกหรือต้นขา ปวดไหล่ หรือปวดกระดูกบริเวณอื่น น้ำหนักลด อ่อนเพลียไม่มีแรง และอาจมีอาการอื่นๆ แล้วแต่ว่ามะเร็งได้ลุกลามไปที่ใด

อย่างไรก็ตาม ในโรคบางโรค เช่น โรคต่อมลูกหมากโต โรคติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ อาจมีอาการในลักษณะเดียวกัน ดังนั้นการตรวจวินิจฉัยด้วยการใช้เทคโนโลยีเพท-ซีทีสแกน จึงมีประโยชน์ในแง่ของผู้ป่วยกลุ่มที่สงสัยโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก และสามารถดูการแพร่กระจายของโรค เนื่องจากมีความไวในการบอกระยะของโรค ซึ่งจะช่วยให้แพทย์ผู้ทำการรักษาสามารถวางแผนการรักษาได้ตรงจุดมากยิ่งขึ้น”

ออกแบบผลิตภัณฑ์พลาสติก เพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ปี 3

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/279931

ออกแบบผลิตภัณฑ์พลาสติก  เพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ปี 3

ออกแบบผลิตภัณฑ์พลาสติก เพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ปี 3

วันอังคาร ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด เจ้าของและผู้บริหารศูนย์การค้าสยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ สยามดิสคัฟเวอรี่ พาราไดซ์ พาร์ค และไอคอนสยาม ร่วมกับ กลุ่มอุตสาหกรรมพลาสติกสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สมาคมอุตสาหกรรมพลาสติกไทย สถาบันพลาสติก และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) จัด “การประกวดออกแบบผลิตภัณฑ์พลาสติกอย่างรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ปี 3 (The 3rd Thailand Plastics Awards 2017 by Siam Discovery) ภายใต้แนวคิด “Better is your life” เพื่อส่งเสริมการพัฒนาการออกแบบและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์พลาสติก พร้อมทั้งพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นแนวทางนำไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development) ลดการใช้วัสดุที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

การแข่งขันเป็น 2 ประเภท ได้แก่ ประเภทผู้ประกอบการ และประเภทนักศึกษาและบุคคลทั่วไป ชิงเงินรางวัลมูลค่ารวม 180,000 บาท และโล่รางวัล พร้อมเป็นตัวแทนประเทศไทยในการประกวด “AseanPlastics Awards” โดย ASEAN Federationof Plastic Industries (AFPI) ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ

โดยประเภทผู้ประกอบการ สามารถเลือกส่งผลงานได้ตามหัวข้อดังนี้ 1.ผลิตภัณฑ์ในครัวเรือน 2.บรรจุภัณฑ์สำหรับบรรจุอาหารและผลิตภัณฑ์ใช้ครั้งเดียว 3.บรรจุภัณฑ์ไม่ได้ใช้บรรจุอาหาร 4.ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขอนามัย อุปกรณ์ทางการแพทย์ และผลิตภัณฑ์ที่ใช้ดูแลสุขอนามัยส่วนบุคคล 5.ผลิตภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อม โดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจะทำการคัดสรรชิ้นงานที่ดีที่สุดจากทุกหัวข้อเพื่อให้ได้ผู้ชนะเพียงหนึ่งเดียว ผู้ชนะรางวัล Gold Award จะได้รับโล่รางวัล พร้อมสิทธิในการเป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมประกวด Asean Plastics Awards

สำหรับประเภทนักศึกษาและบุคคลทั่วไปส่งผลงานการออกแบบภายใต้หัวข้อ “นวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน” รางวัล Gold Award จะได้รับเงินรางวัล 80,000 บาท, Silver Award รับเงินรางวัล 50,000 บาท, Bronze Award รับเงินรางวัล 30,000 บาท และรางวัลชมเชย 2 รางวัล รางวัลละ 10,000 บาท

ผู้สนใจสามารถส่งผลงานได้ระหว่างนี้ถึง 25 กันยายน 2560 และประกาศผลรางวัลพร้อมชมนิทรรศการผลงานที่ผ่านเข้ารอบทั้งหมดได้ ในวันที่ 14 พฤศจิกายน 2560 เวลา 14.00 น. ณ ลีฟวิ่ง รูม 2 สยามดิสคัฟเวอรี่ ดิเอ็กซ์พลอราทอเรียม สำหรับผู้ประกอบการสอบถามรายละเอียดได้ที่ http://www.ftiplastic.comโทร.02-3451006 สำหรับประเภทนักศึกษาและบุคคลทั่วไป สอบถามรายละเอียดได้ที่ http://www.siamdiscovery.co.th/happening/ The3rdThailand PlasticsAwards2017 โทร.02-6108493

‘ดิษยา’คว้าหัวใจแฟชั่นนิสต้าเจแปนนิส อวดโฉมห้างดัง 3 แห่งในญี่ปุ่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/279964

‘ดิษยา’คว้าหัวใจแฟชั่นนิสต้าเจแปนนิส อวดโฉมห้างดัง 3 แห่งในญี่ปุ่น

‘ดิษยา’คว้าหัวใจแฟชั่นนิสต้าเจแปนนิส อวดโฉมห้างดัง 3 แห่งในญี่ปุ่น

วันอังคาร ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ออม-ดิษยา สรไกรกิติกูล

“DISAYA” (ดิษยา) แบรนด์สำหรับสาวมั่นยุคใหม่ ฝีมือไทยดีไซเนอร์ ออม-ดิษยา สรไกรกิติกูล เดินทางผ่านวันเวลา จนกลายเป็นแบรนด์ไทยที่ไปโลดแล่นอยู่ในวงการแฟชั่นโลกมายาวนาน ล่าสุดก้าวเข้าสู่ปีที่ 12 อย่างสวยงามและเต็มภาคภูมิ ด้วยการกลายเป็นแบรนด์ขวัญใจผู้นำเทรนด์โลกอย่างแฟชั่นนิสต้าญี่ปุ่น จนได้เป็น แบรนด์ ดีไซเนอร์ไทยที่ได้รับเลือกขึ้นไปวางอวดให้เหล่าแฟชั่นนิสต้าแดนปลาดิบบน 3 ห้างหรูระดับพรีเมียมของประเทศญี่ปุ่น ได้แก่ Mitsukoshi Ginza (มิตซูโกชิ กินซ่า), Isetan (อิเซตัน) และ Hankyu (ฮันคิว) และร้านอื่นๆ ทั่วญี่ปุ่น

ในโอกาสนี้จึงเปิดตัวในญี่ปุ่นคอลเลคชั่นล่าสุด “DISAYA Fall/Winter 2017 Collection” ในงาน “Disaya Exclusive Preview in Japan” (ดิษยา เอ็กซ์คลูซีฟ พรีวิว อิน เจแปน) โดยมีผู้บริหาร-เซเลบริตี้ และสื่อมวลชน ทั้งไทยและญี่ปุ่น อาทิ ซากุระ คารุกาเนะ, จงกล พลาฤทธิ์, มิกะ โอตานิ, มิชา แจเนตต์ ฯลฯ ร่วมชมคอลเลคชั่น พร้อมสัมผัสวัฒนธรรมญี่ปุ่นผ่านเวิร์กช็อปศิลปะการจัดดอกไม้สไตล์ “Ikebana” (อิเคบะนะ) อย่างอบอุ่น ณ โรงแรมโฮชิโนยา (Hoshinoya Tokyo) กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อเร็วๆ นี้

ออม-ดิษยา สรไกรกิติกูล กล่าวว่า “แบรนด์ดิษยาเกิดจากความรักในงานดีไซน์ของตัวออมเอง เมื่องานดีไซน์ที่เรารักกลายเป็นงานที่สาวๆ แฟชั่นนิสต้าหลายๆ ประเทศหลงรักด้วย ก็รู้สึกดีใจมากค่ะ และที่ภูมิใจมากคือ ล่าสุดแบรนด์ดิษยาสามารถผ่านมาตรฐานการคัดเลือกแบรนด์ของทางห้าง พรีเมียมของญี่ปุ่นทั้ง 3 ห้าง ซึ่งถือเป็นเรื่องยากมากค่ะ เพราะญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ใส่ใจในคุณภาพระดับต้นๆ ของโลก นอกจากเรื่องดีไซน์ เรื่องคุณภาพของเนื้อผ้าแล้ว เขายังดูลึกไปถึงเทคนิคการตัดเย็บขั้นสูงอีกด้วย ซึ่ง 12 ปีที่ผ่านมาออมใส่ใจกับเรื่องดีเทลเล็กๆน้อยๆ มาตลอด วันนี้ภูมิใจมากที่ความทุ่มเทที่ผ่านมาของเรามีคุณค่าจริงๆ และสิ่งที่เราภูมิใจนำเสนอให้แฟนๆ ดิษยาทั่วโลกก็คือ คอลเลคชั่นใหม่ “ดิษยา ฟอลล์/วินเทอร์ 2017 คอลเลคชั่น” ซึ่งออมได้รับแรงบันดาลใจจากภาพวาดดอกไม้แบบ Still Life ของศิลปินดัทช์ในช่วงศตวรรษที่ 17ภายในงานเอ็กซ์คลูซีฟพรีวิวที่จัดขึ้นที่ญี่ปุ่นครั้งนี้จึงจัดขึ้นอย่างพิเศษสุดโดยได้ร่วมรื่นรมย์กับเวิร์กช็อปศิลปะการจัดดอกไม้สไตล์อิเคบะนะ (Ikebana)ที่ไม่ใช่เพียงการจัดดอกไม้ให้งดงามตามแบบฉบับชาวญี่ปุ่น แต่ยังเป็นการฝึกจิตใจให้นิ่ง ฝึกสร้างสรรค์การจัดวางองค์ประกอบให้เหมาะสมและสมดุล โดยผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดดอกไม้อิเคบะนะ คุณมิกะ โอตานิ เพื่อสัมผัสความเป็นสาวดิษยาให้ใกล้ชิดมากยิ่งขึ้นด้วยค่ะ”

ก้าวเข้าสู่ในใจแฟชั่นนิสต้าทั่วโลกระดับนี้แล้ว ต้องปรบมือให้จริงๆ อัพเดทเทรนด์และคอลเลคชั่นล่าสุดจาก DISAYAได้ทาง http://www.disaya.com

คุณแหน : 11 กรกฎาคม 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/279963

คุณแหน : 11 กรกฎาคม 2560

คุณแหน : 11 กรกฎาคม 2560

วันอังคาร ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ll ไทคูน แอล.เอ. สุรพล เมฆพงษ์สาทร บินลัดฟ้ามากรุงเทพฯเพื่อเยี่ยมมหามิตร เกริกชัย ซอโสตถิกุล ที่อยู่ระหว่างพักฟื้นจากการศัลยกรรม และไทคูนคาดว่าจะอยู่ต่อให้ถึง 7 ก.ค. เพื่อร่วมชนแก้วเบียร์งานเลี้ยงสังสรรค์ประจำปี 2017 ของสมาคมเพื่อนแคลิฟอร์เนีย แต่ทีมงานแอล.เอ. ส่งไลน์ด่วนตามตัวบอสใหญ่ให้รีบกลับอเมริกาเพื่อไปตัดสินใจเลือกโลเกชั่นร้านอาหารใหม่แห่งที่ 14 ในเมืองอัลแฮมบราว่าจะเอาโลเกชั่นเป็นร้านสแตนอโลนหรือในมอลล์หรูของเมือง ไทคูนจึงต้องจำใจขึ้นเครื่องกลับกลางดึกวันที่ 4 ก.ค. …

 

ll ผู้คนสงสัยว่าเมืองไทยมีหน่วยงานดูแลความเรียบร้อยของผู้อยู่อาศัยบริเวณแนวริมน้ำเจ้าพระยาหรือไม่ เมื่อได้รับคำตอบว่าสิ่งเหล่านี้อยู่ในข่ายอำนาจของกรมเจ้าท่า ซึ่งมี ศรศักดิ์ แสนสมบัติเป็นอธิบดี จึงขอฝากท่านอธิบดีได้โปรดดูแลผ่านลงมาผู้ใต้บังคับบัญชาปฏิบัติหน้าที่รับผิดชอบความเรียบร้อยย่านเขตยานนาวา พระราม 3 ที่กทม.และเอกชนรายใหญ่มุ่งมั่นพัฒนาเป็นย่านธุรกิจ-ที่อยู่อาศัยชั้นนำลงทุนไปแล้วมหาศาล อาทิ โครงการ PM RIVERSIDE โดย ประยุทธ มหากิจศิริ, ROYAL RIVER PLACE โดย อนุศักดิ์ อินทรภูวศักดิ์, SV CITY โดย ตระกูลวิริยประไพกิจ แต่เจ้าหน้าที่รัฐปล่อยละเลยให้คนนำเรือสินค้า 2 ลำ ลักษณะเป็นโรงงานเถื่อนลอยลำทำงานกลางแม่น้ำเจ้าพระยามาสองปีแล้ว…

ll ในฐานะผู้จัดการ ลานทิพย์ ทวาทศิน ดีใจที่นักเรียนวัฒนาฯม.6 เข้ามหาวิทยาลัยรัฐเกินกว่า 80% แสดงถึงการเรียนการสอนของโรงเรียนนี้เข้าขั้นเยี่ยมยอด…

ll อนุชา โมกขะเวส ชวนเพื่อนสิงห์ดำ 21 สังสรรค์ที่ร้านจานโปรด พหลโยธิน 42 มื้อเที่ยง วันที่ 23 ก.ค.เพื่อวางแผนจัดกิจกรรมครบ 50 ปีที่คบกันมาในปีหน้า…

llสมภูมิ บุตรชายคนเก่งของ พงษ์ทอง ตั้งชูพงศ์ เชิญเพื่อนรัฐศาสตร์ จุฬาฯ รุ่น 21 ของแม่ไปเยี่ยมชิงช้าโฮสเทลที่เพิ่งเปิดให้บริการ และขึ้นชั้น 6 ไปจิบเบียร์ชมวิวแสงสีกรุงเทพฯรวมทั้ง 7 วัดดังรอบเสาชิงช้าที่งดงามยามค่ำคืนอีกต่างหาก…

ll ช่วงนี้ ดร.วุฒิชัย ดวงรัตน์ อยู่ระหว่างเที่ยวยุโรป นาน 15 วัน โดยแวะเยี่ยม วิรจิต-ดาวพุธ สุวรรณประดิษฐ์ ที่สำนักงานผู้ช่วยทูตพาณิชย์ ณ กรุงเบอร์ลินด้วย…

ll ตลอดทั้งสัปดาห์ วันที่ 10-14 ก.ค.นี้ เทวี แย้มสรวล คลื่น 93.5 FM ขอลาไปพักผ่อนที่อียิปต์ ปล่อยให้คู่หูดูโอ อนุสรา จิตต์มิตรภาพ จัดในช่วงเวลา 11.00-12.00 น. คนเดียว ส่วนช่วงเช้าเวลา 08.30-11.09 น.มอบ นฤทธิ์ พันธ์ุเมธา หรือ ดีเจเด่น เดนเวอร์จัดแทน ซึ่งดีเจเด่นต้องมาจัดช่วงของตัวเองเวลา 14.00-19.00 น. อีก เหนื่อยอย่างนี้รับไปเลย 2 ขั้น…

llพรทิพย์ สาริกบุตร ฝากเวลคัมนิวโฮม เตือนใจ สินธุวณิก ที่ทำบุญขึ้นบ้านใหม่ ณ หมู่บ้านชวนชื่นกอล์ฟวิลล์ ปทุมธานี เมื่อวันวาน…

ll ดร.มณทิพย์ ศรีรัตนา ทาบูกานอน บินไปร่วมงานแต่งงานหลานชายที่เป็นหมอแต่งกับเจ้าสาวหมออินเดีย ที่เซนต์หลุยส์ มิสซูรี่ แว่วว่างานจัด 5 วัน 5 คืน แขกที่ไปงานแต่งกายทั้งชุดอินเดีย และชุดประจำชาติของแต่ละคน…ต่อไปถึงคิวหลานชายอีกคน จะแต่งกับสาวแอฟริกัน คอสตูมเปลี่ยนแนวอีก !!…ll

บารอนเนส

งานแสดง ‘เพลงพระราชนิพนธ์ถวายความอาลัย’ แด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรรเลงโดย ครอบครัว ‘ศรีกรานนท์’ และ สมาชิกวงดนตรี อ.ส.วันศุกร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/279958

งานแสดง ‘เพลงพระราชนิพนธ์ถวายความอาลัย’  แด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช  บรรเลงโดย ครอบครัว ‘ศรีกรานนท์’ และ สมาชิกวงดนตรี อ.ส.วันศุกร์

งานแสดง ‘เพลงพระราชนิพนธ์ถวายความอาลัย’ แด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรรเลงโดย ครอบครัว ‘ศรีกรานนท์’ และ สมาชิกวงดนตรี อ.ส.วันศุกร์

วันอังคาร ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเครื่องดนตรีไซโลโฟน เบลไลรา ในงานการแสดงเพลงพระราชนิพนธ์ถวายความอาลัยแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร โดยมีสมาชิกวงดนตรี อ.ส. วันศุกร์ ซึ่งเล่นดนตรีถวายรับใช้เบื้องพระยุคลบาทพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พร้อมนักร้องรับเชิญ ร่วมขับร้องและบรรเลง

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรในงานแสดงเพลงพระราชนิพนธ์ถวายความอาลัย แด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ซึ่งครอบครัวศรีกรานนท์ ร่วมกับ “วงดนตรี อ.ส.วันศุกร์” จัดขึ้นเพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และเพื่อสืบสานบทเพลงพระราชนิพนธ์อันทรงคุณค่าให้คงอยู่กับประชาชนและเยาวชนไทย โดยมี ครอบครัวศรีกรานนท์ นำโดย เรืออากาศตรีศ.(พิเศษ) แมนรัตน์ ศรีกรานนท์ พร้อมด้วยภริยา ลออวรรณ ศรีกรานนท์, ดร.อินทุอร-อ.อาร์ตัส-เด็กหญิงอัสตา-เด็กหญิงอินเดร บาลาเคาสคัส,ผศ.ดร.ภาธร-ดร.นันทรัตน์ ศรีกรานนท์,บาทหลวงอภิสิทธิ์ กฤษราลัมณ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนร่วมฤดีวิเทศศึกษา และสมาชิกวง อ.ส.วันศุกร์เฝ้าฯรับเสด็จ ณ โรงเรียนร่วมฤดีวิเทศศึกษารามคำแหง 184 มีนบุรี เมื่อวันพุธที่ 5กรกฎาคม 2560

ภายในงานมีการแสดงดนตรีหลายรูปแบบ โดยหลักๆ มีอยู่ 3 ส่วนด้วยกัน ซึ่งส่วนแรกจะเป็นการแสดงดนตรีของ “ครอบครัวศรีกรานนท์” ส่วนที่สองเป็นการแสดงดนตรี ของ ผศ.ดร.ภาธร ศรีกรานนท์ เดอะแจ๊ส มินเนี่ยน เป็นวงดนตรีที่ตั้งขึ้นมาเพื่อสืบสานพระราชปณิธานบทเพลงพระราชนิพนธ์ของพระองค์ท่าน และส่วนที่สามเป็นการแสดงดนตรีของวงดนตรี อ.ส.วันศุกร์ ซึ่งนับเป็นครั้งแรกหลังจากเสด็จสวรรคต สมาชิกวงดนตรี อ.ส.วันศุกร์ ได้มารวมตัวกันอีกครั้งหนึ่งเพื่อถวายความอาลัย แด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตรในการนี้ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามราชกุมารี ทรงบรรเลงเครื่องดนตรีไซโลโฟน เบลไลรา ร่วมกับวงดนตรี อ.ส.วันศุกร์ ซึ่งเล่นดนตรีถวายรับใช้เบื้องพระยุคลบาทพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พร้อมนักร้องรับเชิญ ร่วมขับร้องและบรรเลง โดยการแสดงในครั้งนี้ไม่มีการจำหน่ายบัตร เชิญชวนร่วมสมทบทุนมูลนิธิคุณพ่อเรย์ เพื่อเป็นทุนการศึกษาให้แก่นักเรียนโรงเรียนสอนคนตาบอดพระมหาไถ่ พัทยา ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเครื่องดนตรีไซโลโฟน เบลไลรา โดยมี วุฒา ภิรมย์ภักดี ร่วมขับร้องบทเพลงพระราชนิพนธ์ “ชะตาชีวิต”

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงเป็นศิลปินผู้เพียบพร้อมด้วยพระปรีชาสามารถในการสร้างสรรค์ดนตรี เมื่อเสด็จนิวัตประเทศไทยใน พ.ศ.2494 แล้วประทับที่พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิตเพราะระหว่างนั้นมีการก่อสร้างเพิ่มเติมพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน ได้ทรงรวบรวมพระประยูรญาติบางองค์และคนสนิทมาเล่นดนตรีกันและพระราชทานชื่อวงนี้ว่า “วงลายคราม” ขึ้นเป็นวงดนตรีส่วนพระองค์วงแรก ในปี พ.ศ.2495 กรมประชาสัมพันธ์ได้น้อมเกล้าฯ ถวายเครื่องส่งวิทยุกำลังส่ง100 วัตต์ ซึ่งมีทั้งคลื่นสั้นและคลื่นยาว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9จึงทรงตั้ง “สถานีวิทยุ อ.ส.” ขึ้นที่พระที่นั่งอัมพรสถาน (ตัวอักษรย่อ อ.ส. ทรงนำมาจากคำว่าพระที่นั่งอัมพรสถาน) เพื่อใช้เป็นสื่อกลางให้ความบันเทิงและสารประโยชน์ ตลอดจนข่าวสารต่างๆ แก่ประชาชน ปัจจุบันสถานีวิทยุ อ.ส. ได้ย้ายมาตั้งในบริเวณสวนจิตรลดา พระราชวังดุสิต ต่อมา มีการปรับปรุงวงดนตรีลายคราม เนื่องจากนักดนตรีกิตติมศักดิ์เหล่านั้นเริ่มทรงพระชรามากขึ้น ไม่สามารถมาร่วมเล่นดนตรีได้อย่างเต็มที่ จนเหลือแค่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 และเรืออากาศตรี ศ.(พิเศษ) แมนรัตน์ ศรีกรานนท์เท่านั้น เรืออากาศตรี ศ.(พิเศษ) แมนรัตน์ จึงได้ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตหานักดนตรีเข้ามาถวายงานเพิ่มเติมจนครบวงให้สามารถเล่นต่อไปได้ ต่อมาจึงได้รับพระราชทานชื่อวงใหม่นี้ว่า “วงดนตรี อ.ส.วันศุกร์” พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงดนตรีกับวง อ.ส.วันศุกร์ บรรเลงออกอากาศทางสถานีวิทยุ อ.ส.เป็นประจำทุกวันศุกร์ ทรงจัดรายการเพลง และทรงเลือกแผ่นเสียงเอง บางครั้งโปรดเกล้าฯ ให้ผู้ฟังโทรศัพท์ขอเพลงจากวงดนตรีที่กำลังบรรเลงได้ด้วย ปัจจุบันนี้วงดนตรี อ.ส.วันศุกร์ มีอายุ 50 ปีเต็มย่างเข้า 51 ปีแล้ว และ ผศ.ดร.ภาธรศรีกรานนท์ บุตรชาย เรืออากาศตรี ศ. (พิเศษ)ดร.แมนรัตน์ ศรีกรานนท์ หนึ่งในสมาชิกวงยุคบุกเบิก นับเป็นสมาชิกวงอ.ส.วันศุกร์ที่อายุน้อยที่สุดในวง โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ได้รับพระเมตตาคุณและพระมหากรุณาธิคุณ ให้ร่วมบรรเลงดนตรี ในวงดนตรี อ.ส.วันศุกร์ ตั้งแต่อายุเพียง 13 ขวบ และยังได้รับการโปรดเกล้าฯพระราชทานทุนส่วนพระองค์เดินทางไปศึกษาด้านดนตรีระดับปริญญาตรี Bachelor of Music in Composition and Saxophone Performanceจากมหาวิทยาลัยมิชิแกน แอนน์อาร์เบอร์ ปริญญาโท Master of Music in Compositionจากมหาวิทยาลัยเยล สหรัฐอเมริกา และปริญญาเอก Doctor of Philosophy in MusicComposition จากมหาวิทยาลัยเอดินบะระสหราชอาณาจักร

พระราชทานฉายพระรูปร่วมกับ สมาชิกวงดนตรี อ.ส.วันศุกร์ (ซ้าย) นนท์ บูรณสมภพ, สันทัด ตัณฑนันทน์, ผศ.ดร.ภาธร-เรืออากาศตรี ศ.พิเศษ ดร.แมนรัตน์ ศรีกรานนท์, คุณหญิงทองทิพ รัตนะรัต, สุวิทย์ อังศวานนท์ อนิรุธ ทินกร,ทวีศักดิ์ ทวีศรี

พระราชทานฉายพระรูปร่วมกับ ครอบครัว “ศรีกรานนท์” เรืออากาศตรี ศ.พิเศษ ดร.แมนรัตน์-ลออวรรณ ศรีกรานนท์, ดร.อินทุอร-อ.อาร์ตัส-เด็กหญิงอัสตา-ด.ญ.อินเดร บาลาเคาสคัส, ผศ.ดร.ภาธร-ดร.นันทรัตน์ ศรีกรานนท์

ครอบครัว “ศรีกรานนท์” เฝ้าฯรับเสด็จ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

‘เอไอเอส แฟมิลี่ แรลลี่’ เพื่อสายใจไทย ครั้งที่ 24 ครั้งแรกของไทยเล่นเกมแรลลี่ผ่านแอพพลิเคชั่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/279933

‘เอไอเอส แฟมิลี่ แรลลี่’ เพื่อสายใจไทย ครั้งที่ 24 ครั้งแรกของไทยเล่นเกมแรลลี่ผ่านแอพพลิเคชั่น

‘เอไอเอส แฟมิลี่ แรลลี่’ เพื่อสายใจไทย ครั้งที่ 24 ครั้งแรกของไทยเล่นเกมแรลลี่ผ่านแอพพลิเคชั่น

วันอังคาร ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

อมรรัตน์ ชาญปรีชญา ตีธงปล่อยรถ

เอไอเอส จัดกิจกรรมแรลลี่ครอบครัวการกุศล “เอไอเอส แฟมิลี่ แรลลี่” เพื่อสายใจไทย ครั้งที่ 24 ตอน “สานรัก ดิจิทัล แฟมิลี่ เลทส์ โก ทู เดอะ บีช” (Sarnrak Digital Family Let’s Go to the Beach) ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เส้นทางกรุงเทพฯ-ชะอำ สิ้นสุดที่โรงแรมวีรันดา รีสอร์ท แอนด์ สปา จังหวัดเพชรบุรีพร้อมเปิดมิติใหม่ ให้ผู้เข้าแข่งขันเล่นเกมแรลลี่ผ่านแอพพลิเคชั่น AIS Family Rally เป็นครั้งแรกของประเทศไทย โดยมี 52 ครอบครัวที่เข้าร่วมประเดิมในครั้งนี้ซึ่ง ทีม วัน ทู โก (One Two Go)3 ลูกพี่ลูกน้อง สุขสันติ นนทเกษ, ธนิษฐาตรีกนกศิริ และ พัณณ์ชิตา ปิติชัยเรืองยศ เป็นผู้คว้าถ้วยรางวัลชนะเลิศไปครอง และจะเข้าเฝ้าฯรับพระราชทานถ้วยรางวัลจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในโอกาสต่อไป

อมรรัตน์ ชาญปรีชญา ผู้อำนวยการ ส่วนงานประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์องค์กร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส กล่าวว่า “การแข่งขัน เอไอเอส แฟมิลี่ แรลลี่ ครั้งนี้ เป็นครั้งแรกที่ผู้เข้าแข่งขันทั้ง 52 ครอบครัว ได้เล่นแรลลี่ผ่านแอพพลิเคชั่น AIS Family Rally และเป็นมิติใหม่ของการแข่งขันแรลลี่ของไทยอีกด้วย จุดเริ่มต้นของแอพฯ เกิดจากความตั้งใจของ เอไอเอส ที่ต้องการนำเทคโนโลยีมาผสานเข้ากับกิจกรรมแรลลี่ที่ เอไอเอส จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อให้ทุกครอบครัวได้ใช้เวลาในช่วงวันหยุดทำกิจกรรมร่วมกันให้สนุกมากยิ่งขึ้น ซึ่งแอพพลิเคชั่น AIS Family Rally ถูกออกแบบมาให้ใช้งานง่าย สะดวก ทุกคนในครอบครัวสามารถใช้งานได้และเป็นการเปิดประสบการณ์การเล่นแรลลี่ในยุคดิจิทัล

ผู้เข้าแข่งขันทุกครอบครัวจะเริ่มเล่นแรลลี่ผ่านแอพฯ ตั้งแต่จุดเริ่มต้น ณ สนามกีฬากองทัพบก ถนนวิภาวดี จนถึงจุดสิ้นสุดที่โรงแรมวีรันดา รีสอร์ท แอนด์ สปา จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งแอพนี้ จะช่วยบันทึกข้อมูลและจัดเก็บคะแนนการเล่นเกมของผู้เข้าแข่งขันในแต่ละ TC พร้อมนำไปประมวลผล เพื่อหาทีมที่ได้รับรางวัลต่างๆ ได้อย่างถูกต้อง แม่นยำและรวดเร็ว รวมถึงแต่ละทีมสามารถตรวจสอบคำตอบในฐานเกมต่างๆ ได้อีกด้วย นอกจากทุกครอบครัวจะได้เสริมความรัก สานสายใยในครอบครัวแล้ว เอไอเอส ยังได้นำรายได้จากงานแรลลี่สมทบทุนมูลนิธิสายใจไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ และชวนทุกครอบครัวร่วมบริจาคสิ่งของและทำบุญกับกิจกรรมตักไข่การกุศล เพื่อนำรายได้สมทบทุนให้กับโรงเรียนวัดปากอ่าว จังหวัดเพชรบุรีอีกด้วย”

บรรยากาศในงานเลี้ยงประกาศผล ทุกครอบครัวต่างลุ้นผลการแข่งขันกันอย่างพร้อมหน้า โดยครอบครัวที่คว้ารางวัลชนะเลิศมาครอง ได้แก่ 3 ลูกพี่ลูกน้องจากทีม วัน ทู โก (One Two Go) สุขสันตินนทเกษ, ธนิษฐา ตรีกนกศิริ และพัณณ์ชิตา ปิติชัยเรืองยศ เผยว่า “เป็นครั้งแรกที่มีโอกาสได้มา ร่วมเล่นแรลลี่กับ เอไอเอสและเป็นครั้งแรกที่ได้เล่นแรลลี่ผ่านแอพพลิเคชั่น ทันสมัยและเข้ากับยุคสมัยมากๆ เพราะทุกๆ วันพวกเราก็ใช้สมาร์ทโฟนกันอยู่แล้ว แอพฯตัวนี้ใช้ง่ายมาก ปกติครอบครัวของเราก็มักจะนัดเจอกัน ทานข้าว ชวนกันเที่ยวเป็นประจำอยู่แล้ว

การเล่นแรลลี่ก็ถือเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่เราได้ทำร่วมกัน สำหรับ เอไอเอส แฟมิลี่ แรลลี่ ที่ได้มาในครั้งนี้ สนุกมาก มีการต้อนรับที่อบอุ่น ดีใจที่ได้มาร่วมเล่นแรลลี่แบบครอบครัว เพราะช่วยทำให้เรารู้จักกันมากขึ้น ไว้ใจกันมากขึ้น รู้จักผ่อนหนักผ่อนเบา เพื่อเป้าหมายส่วนรวมเป็นหลัก เคล็ดลับในการเล่นแรลลี่ของพวกเราก็ง่ายๆ ต้องทำงานเป็นทีมเวิร์ก รักษาเวลา เข้าแต่ละฐานให้ตรงและไม่เกินเวลา แบ่งหน้าที่กันเมื่อได้รับโจทย์ในการเล่นเกมและเรียนรู้ที่จะต้องเชื่อใจกัน เพราะอย่างเกมเรียงป้ายระหว่างทางบางป้ายเราอาจจะมองไม่เห็นแต่คนอื่นเห็นเราก็ต้องเชื่อใจและไว้ใจในกันและกัน”

ภายในงานยังมีกิจกรรมความบันเทิงจากหน้ากากทุเรียน หรือศิลปิน “ทอม Room 39” ที่มาร้องเพลงเพราะๆ ในมินิคอนเสิร์ตอย่างสนุกสนาน และที่สำคัญผู้เข้าแข่งขันยังได้รับของรางวัลติดมือกลับบ้านกันทุกครอบครัว รวมมูลค่ากว่า 100,000 บาท ติดตามกิจกรรมดีๆ จาก โครงการสานรัก เอไอเอส ในครั้งต่อไป ได้ที่ https://www.sarnrak.netหรือ https://www.facebook.com/sarnrak.ais