5 เช็คลิสต์สุขภาพสำหรับสาวๆ วัยเลข 3

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/279926

5 เช็คลิสต์สุขภาพสำหรับสาวๆ วัยเลข 3

5 เช็คลิสต์สุขภาพสำหรับสาวๆ วัยเลข 3

วันอังคาร ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ไลฟ์เซ็นเตอร์บล็อก http://lifecenterthailand.wordpress.com มี 5 ข้อมูลเช็คลิสต์สุขภาพสำหรับสาวๆ โดยเฉพาะที่เริ่มเข้าสู่วัยเลข 3 ควรจะมีแนวทางการตรวจเช็คสุขภาพกันอย่างไรบ้าง มีโรคอะไรบ้างที่ควรระวังและตรวจดูกันอย่างสม่ำเสมอ หากตรวจพบได้เร็ว ก็อาจจะสามารถรักษาได้ง่ายกว่า และมีโอกาสหายขาดได้

1.การตรวจเลือด-ตรวจปัสสาวะ เป็นการตรวจสุขภาพมาตรฐาน ทั้งการตรวจเม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว เกล็ดเลือด เพื่อดูความผิดปกติของค่าต่างๆ ทั้งเป็นข้อบ่งชี้ของอาการของโรคหลายๆ โรค ทั้ง ธาลัสซีเมีย ลิวคีเมียภาวะดีซ่าน โรคที่เกี่ยวกับตับ โรคที่เกี่ยวกับไตไขมันในเลือด เบาหวาน ไทรอยด์ รวมถึงโรคติดเชื้อทั้งเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา และเชื้อไวรั

2.การตรวจความผิดปกติของเต้านม หรือการตรวจมะเร็งเต้านม เพื่อหาความผิดปกติในระยะแรกเริ่ม เพราะการดำเนินชีวิตในปัจจุบัน
มีการเกี่ยวข้องกับสารเคมีกันมากขึ้น โดยเฉพาะในอาหารซึ่งมักจะมีฮอร์โมนในปริมาณที่สูง ไม่ว่าจะเป็นสารเร่งการเจริญเติบโตของหมู หรือไก่รวมถึงการใช้ยาในสัตว์ต่างๆ เมื่อได้รับสารเคมี และฮอร์โมนเหล่านี้เข้าไปในร่างกายแล้ว ก็อาจส่งผลไปกระตุ้นเซลล์ให้เติบโตผิดปกติและกลายเป็นเซลล์มะเร็งได้ สาวๆ ที่มีอายุตั้งแต่ 35 ปีขึ้นไปจึงควรตรวจมะเร็งเต้านมด้วยตัวเองเป็นประจำ และอาจใช้การตรวจด้วยเครื่องแมมโมแกรม (Mammogram) หรืออัลตราซาวนด์ (Ultrasound)เพื่อหาก้อนเนื้อที่ผิดปกติอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้งค่ะ

3.การตรวจมะเร็งปากมดลูก หรือ HPVโดยส่วนใหญ่ไวรัสนี้จะติดต่อผ่านการมีเพศสัมพันธ์ ดังนั้น สาวๆ ทุกคนที่เคยมีเพศสัมพันธ์ต่างก็มีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคทุกคนค่ะ ทุกวันนี้พบว่าโรคนี้ เกิดขึ้นในกลุ่มสาวๆ ที่มีอายุเฉลี่ยต่ำลงกว่าเดิม เนื่องจากมีเพศสัมพันธ์เร็วขึ้น การตรวจมะเร็งปากมดลูกระยะแรกเริ่ม สามารถทำได้โดย วิธีแปปสเมียร์ (Pap Smear) หรือ ตรวจด้วยวิธีอื่นๆเพื่อหาการติดเชื้อไวรัส HPV สำหรับข้อแนะนำสาวๆ นอกเหนือจากการตรวจแล้ว แนะนำว่าควรป้องกันมะเร็งปากมดลูกด้วยการฉีดวัคซีนด้วยค่ะ

4.การตรวจวัดความหนาแน่นกระดูก เนื่องจาก 20% ของสาวๆ ที่มีอายุตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไปมักจะมีอาการกระดูกพรุน ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดกระดูกหักได้ง่าย ก็เพราะโดยทั่วไปแล้ว เมื่อสาวๆ ถึงวัยหมดประจำเดือน ร่างกายจะไม่มีการผลิตฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen Hormone) ซึ่งเป็นตัวควบคุมการดูดซึมแคลเซียม (Calcium) เข้าสู่ร่างกาย ประกอบกับธรรมชาติที่มวลกระดูกของผู้หญิงจะน้อยกว่าผู้ชาย จึงทำให้เกิดภาวะกระดูกพรุนได้ง่ายยิ่งขึ้น ทำให้สาวๆ ในวัยหมดประจำเดือนหรือวัยทองจึงมักจะมีปัญหาสุขภาพกระดูก และข้อมากกว่าผู้ชาย โดยเฉพาะโรคกระดูกพรุน และกระดูกบาง สาวๆ จึงควรตรวจวัดความหนาแน่นกระดูกอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง

5.การตรวจหัวใจและหลอดเลือด โรคเกี่ยวกับหัวใจ และหลอดเลือดเป็น 1 ใน 3 ของสาเหตุการเสียชีวิตที่สูงที่สุด โดยเฉพาะเป็นโรคที่ไม่มีอาการเบื้องต้นเป็นข้อบ่งชี้ มีสาเหตุสำคัญของการเกิดโรค ได้แก่ คอเลสเตอรอลสูง เป็นโรคเบาหวานเรื้อรัง ความอ้วน ความเครียด การไม่ออกกำลังกาย รวมถึงการสูบบุหรี่อีกด้วย การตรวจหัวใจ และหลอดเลือดจึงเป็นเรื่องที่ไม่ควรละเลยอีกเรื่องหนึ่งเลยทีเดียว

นิทรรศการ‘ในใจไทยทั่วหล้า’ จิตรกรรมถ่ายทอดความอาลัยในหลวงรัชกาลที่9

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/279966

นิทรรศการ‘ในใจไทยทั่วหล้า’  จิตรกรรมถ่ายทอดความอาลัยในหลวงรัชกาลที่9

นิทรรศการ‘ในใจไทยทั่วหล้า’ จิตรกรรมถ่ายทอดความอาลัยในหลวงรัชกาลที่9

วันอังคาร ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เพื่อร่วมเทิดพระเกียรติและน้อมระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บริษัท เอเซีย พลัส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) เปิดนิทรรศการจิตรกรรมเอเซีย พลัส ครั้งที่ 7 ณ หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ขึ้น ภายใต้แนวคิด “ในใจไทยทั่วหล้า” โดยในงานนิทรรศการครั้งนี้ ได้นำภาพจิตรกรรมมาจัดแสดงทั้งหมด 35 ภาพ ซึ่งเป็นภาพที่ได้รับรางวัลจากการประกวดจิตรกรรมเอเซีย พลัสครั้งที่ 7 ร่วมทั้งภาพที่ได้รับการคัดเลือกจากคณะกรรมการให้ร่วมจัดแสดง จำนวน 28 ภาพ ซึ่งหนึ่งในนี้มีรางวัลพิเศษ CEO Special Talent Award ที่มอบให้กับ เด็กชายวชิรวิทย์ สามารถผู้ส่งภาพเข้าประกวดวัยเพียง 10 ขวบ และกลุ่มภาพจิตรกรรมพิเศษ 7 ภาพที่เกิดจากความรักความอาลัยของศิลปินชั้นครูเมืองไทย อาทิ อาจารย์อิทธิพล ตั้งโฉลก, อาจารย์ปรีชา เถาทอง, อาจารย์ถาวรโกอุดมวิทย์ และ อาจารย์สมศักดิ์ รักษ์สุวรรณ

ดร.ก้องเกียรติ โอภาสวงการ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอเซีย พลัส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) พูดถึงการจัดแสดงงานในครั้งสำคัญนี้ว่า

“การจัดนิทรรศการ “ในใจไทยทั่วหล้า” ในปีนี้ เป็นการรวมใจของเรา ทั้งคณะกรรมการ ทีมงานและศิลปิน ที่จะร่วมกันเทิดพระเกียรติและน้อมระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยร่วมกันถ่ายทอดความในใจที่มีต่อพระองค์ ผ่านผลงานศิลปะ และนำมาจัดแสดงในงานนิทรรศการครั้งนี้ แต่ละภาพมีแนวคิดที่สามารถสื่อถึงพระองค์ท่านได้เป็นอย่างดี อีกทั้ง ศิลปินแต่ละท่านยังมีทักษะ ฝีไม้ลายมือ และการใช้เทคนิคที่แตกต่างอย่างมีอัตลักษณ์”

ภาพจิตรกรรมคำพ่อสอน ที่ใช้เทคนิคการประกอบไม้ จนคว้ารางวัลชนะเลิศอันดับ 1 ของ สันติ สีดาราช ศิลปินหนุ่มอีสานจากมหาสารคาม ดีกรีปริญญาโท คณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ ให้สัมภาษณ์ถึง ความคิดที่ใส่ลงไปในเทคนิคไม้ การแกะไม้ การเข้าไม้แบบโบราณ ชิ้นนี้ว่า

“ผมตีโจทย์การทำภาพนี้ โดยมองในแง่ของการศึกษาแรงบันดาลใจด้านการศึกษาสำหรับตัวผม ผมได้จากพระองค์ท่านโดยตรงเลยครับ ความมุมานะ ความเพียรพยายาม การหาความรู้ ก่อนจะทรงคิด ทรงลงมือทำ เพื่อจะไปถึงจุดหมายที่ตั้งไว้ด้วยตัวเอง ผมคิดว่าคนเราต้องศึกษาเล่าเรียน เราถึงจะคิดอะไรออก ถึงจะพัฒนาต่อยอดชีวิตของเรา

ลักษณะงานชิ้นนี้ เหมือนการจำลองห้องเรียน บนกระดานดำมีการเขียนบันทึกให้นักเรียนอ่าน เป็นพระราชดำรัสของพระองค์ท่าน เกี่ยวกับการศึกษา ผมแกะสลักเป็นตัวหนังสือและทาสีดำทับ เพื่อสื่อว่า ถ้าเราไม่ตั้งใจศึกษาเราก็จะไม่เข้าใจ เช่นเดียวกับงานชิ้นนี้ ที่ต้องเดินมาดูใกล้ๆ เพ่งพินิจดูใกล้ๆ ถึงจะอ่านทำความเข้าใจได้ เหมือนเรามีความเพียร พินิจพิจารณาตัวอักษรพวกนั้น เราก็จะได้เรียนรู้ ได้เข้าใจคำสอนของพระองค์ท่าน มันเป็นความหมายแฝง เป็นคอนเซ็ปต์ที่ผมซ่อนอยู่ในภาพนี้”

ส่วนรางวัลชนะเลิศ อันดับ 2 ที่ได้รับความสนใจไม่แพ้กัน กับภาพผลงาน “ความสุขของแผ่นดิน” ของ สิริทัต เตะพะโลกุล ซึ่งศิลปินได้กล่าวถึงผลงานว่า “ 70 ปีในการครองราชย์ของพระองค์ท่าน ซึ่งนับว่ายาวนานมาก เหมือนพระองค์ท่านคือ ต้นไม้ใหญ่ที่ให้ร่มโพธิ์ร่มไทร โดยผมนำเอาเรื่องราวของการใช้เวลา ความวิริยะ ความเพียรพยายามอดทนในการทำงานในแต่ละปีมาแทนด้วยวงปีของต้นไม้ใหญ่ ส่วนเทคนิคที่เลือกใช้คือ ดินสอ เพราะพระองค์ท่านเองก็ทรงงานด้วยดินสอ ปีละ 12 แท่ง การใช้ดินสอก็เหมือนกลับมาสู่พื้นฐาน เมื่อเรามีพื้นฐานที่ดีก็จะเป็นสิ่งที่มั่นคงซึ่งมันสอดคล้องกับแนวคิดของพระองค์ท่านผมใช้ดินสอค่อยๆ เขียนข้อความตั้งแต่จุดแรกจนจุดสุดท้าย มันยากลำบากมันเหนื่อย มันเมื่อย แต่เมื่อเราพยายามจนถึงที่สุด มันก็สวยงาม”

และสำหรับผลงานชนะเลิศ อันดับ 3 ของสาวใต้ พฤตินันทร์ดำนิ่ม กับผลงาน “อุ่นใจยามค่ำ ใต้ร่มพระบารมี หมายเลข 1” เธอบอกว่า

“ภาพนี้ได้สะท้อนวิถีของชาวบ้านภาคใต้ที่ครอบครัวอยู่กันอย่างร่มเย็น ภายใต้พระบารมีพ่ออยู่หัว รัชกาลที่ 9 ดิฉันอยากสื่อว่าการเย็บชิ้นส่วนต่างๆ เข้าด้วยกันก็เหมือนการเชื่อมโยงสายใยระหว่างพ่อกับแม่ ครอบครัวเข้าด้วยกัน และการแกะการพิมพ์ก็คือการบันทึกความทรงจำไว้ วัสดุผ้าที่นำมาใช้ในภาพนี้ทั้งหมด ก็คือเสื้อผ้าของพ่อกับแม่ ซึ่งทุกอย่างต่างมีเรื่องราวเชื่อมโยงเข้าหากัน สะท้อนถึงความรัก ความห่วงใย ความอบอุ่นของครอบครัว อันเป็นรากฐานสำคัญของวิถีแบบไทย”

งานนิทรรศการ “ในใจไทยทั่วหล้า” ของจิตรกรรมเอเซีย พลัส ครั้งที่ 7 จะเริ่มเปิดให้ชมกันตั้งแต่วันนี้จนถึงวันพฤหัสบดี 3 สิงหาคม 2560 (ยกเว้นวันพุธ) ตั้งแต่เวลา 10.00-19.00 น. ณ หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ

ดร.ก้องเกียรติ โอภาสวงการ, ณินทิรา โสภณพนิช พร้อมด้วยศิลปิน อาทิ อ.สมศักดิ์ รักษ์สุวรรณ, อ.ปรีชา เถาทอง, อ.อิทธิพล ตั้งโฉลก, อ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ และ อ.ถาวร โกอุดมวิทย์

รางวัลที่ 1 คำพ่อสอน โดยศิลปิน สันติ สีดาราช

รางวัลที่ 2 ความสุขของแผ่นดินศิลปิน โดย สิริทัต เตะพะโลกุล

รางวัลที่ 3 อุ่นใจยามค่ำใต้ร่มพระบารมี โดยศิลปิน พฤตินันทร์ ดำนิ่ม

วินิจฉัยโรคมือเท้าปาก ด้วยวิธี PCR รวดเร็วและแม่นยำ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/279810

วินิจฉัยโรคมือเท้าปาก ด้วยวิธี PCR รวดเร็วและแม่นยำ

วินิจฉัยโรคมือเท้าปาก ด้วยวิธี PCR รวดเร็วและแม่นยำ

วันจันทร์ ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ในช่วงฤดูฝน อากาศเริ่มเย็นลงและมีความชื้นสูงขึ้น การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศนี้ เป็นสาเหตุทำให้โรคหลายชนิด
สามารถแพร่ระบาดได้ง่ายและรวดเร็ว โรคที่สำคัญที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษในฤดูนี้คือ โรคมือ เท้า ปาก ซึ่งการตรวจหาสารพันธุกรรมของเชื้อโรคมือเท้าปาก ด้วยวิธี PCR มีความรวดเร็วและแม่นยำกว่าการเพาะเชื้อปกติ

เทคนิคการแพทย์หญิงกัญจนา สาเอี่ยม ผู้อำนวยการห้องปฏิบัติการตรวจวิเคราะห์ทางการแพทย์ บริษัท เนชั่นแนล เฮลท์แคร์ ซิสเท็มส์ หรือ N Health เผยว่า โรค มือ เท้า ปาก เป็นโรคติดเชื้อไวรัสที่สำคัญที่พบบ่อยในเด็กเล็กโดยเฉพาะเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี มักระบาดในช่วงหน้าฝนและมีการระบาดอย่างสม่ำเสมอ มีสาเหตุมาจากการติดเชื้อไวรัสในกลุ่มเอนเทอโรไวรัสผู้ป่วยมักมีอาการไข้ เจ็บปาก และมีผื่นเป็นลักษณะตุ่มน้ำใส หรือเม็ดแดงๆ ที่ฝ่ามือ ฝ่าเท้า และมีแผลในปาก โดยทั่วไปอาการมักไม่รุนแรง สามารถหายเองได้ภายใน 7-10 วัน ติดต่อ โดยการสัมผัสกับน้ำมูก น้ำลาย หรืออุจจาระของผู้ป่วย

“เชื้อโรคมือ เท้า ปาก มีหลายสายพันธุ์ แต่ละสายพันธุ์ก็รุนแรงไม่เท่ากัน แต่สายพันธุ์ที่รุนแรงคือ สายพันธุ์ Enterovirus 71, Coxsackievirus A16 และ Coxsackievirus A6 เป็นสายพันธุ์ที่สามารถก่อให้เกิดอาการรุนแรง มีภาวะแทรกซ้อนทางระบบประสาท ได้แก่ สมองอักเสบ เยื่อหุ้มสมองอักเสบ มีอาการกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ และผู้ป่วยอาจเกิดภาวะช็อกเฉียบพลันจากไข้สูง ซึ่งนำไปสู่การเสียชีวิตได้”

การตรวจวินิจฉัยโรคมือ เท้า ปาก ทางด้านห้องปฏิบัติการ โดยวิธี Polymerase Chain Reaction หรือ PCR เป็นกระบวนการเพิ่มสารพันธุกรรม ชนิด RNA ของเชื้อไวรัส เพื่อให้สามารถตรวจวินิจฉัยโรคได้ง่าย รวดเร็ว และแม่นยำมากขึ้น โดยใช้เวลารวมไม่เกิน 2 วัน จากเดิมที่วินิจฉัยด้วยวิธีการเพาะเชื้อ ซึ่งใช้เวลากว่า 1 เดือนจึงจะทราบผล ซึ่งการเพาะเชื้อนั้นจำเป็นต้องใช้ทรัพยากรสูง โดยส่วนมากจะสามารถทำได้ในห้องปฏิบัติการขององค์การอนามัยโลก (WHO) และ ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของอเมริกา (CDC) เท่านั้น ซึ่งห้องปฏิบัติการทั่วไปไม่สามารถทำได้เนื่องจากอาจเกิดโอกาสที่เชื้อจะแพร่กระจายสู่ภายนอกสูง

“สำหรับขั้นตอนวินิจฉัยโรคด้วยวิธีการ PCR เริ่มจากการเตรียมตัวอย่างสารในร่างกายผู้ป่วย เช่น อุจจาระ น้ำไขสันหลัง และเลือด แต่ที่นิยมมากที่สุดสำหรับกรณีของโรคมือเท้าปาก คือใช้เยื่อเมือกในคอนำมาสกัดสารพันธุกรรมของไวรัสชนิดที่ก่อโรค เพิ่มปริมาณสารพันธุกรรมและตรวจวัดสารพันธุกรรมด้วยวิธี Real-time PCR ซึ่งออกแบบมาอย่างจำเพาะเจาะจงต่อเชื้อ Enterovirus โดยผลที่ออกมาจะมี 2 กรณี คือ พบเชื้อ และ ไม่พบเชื้อ  ซึ่งหากพบเชื้อสามารถนำไปตรวจจำแนกสายพันธุ์รุนแรง คือ Enterovirus 71, Coxsackievirus A16, Coxsackievirus A6 และเชื้อ Enterovirus สายพันธุ์อื่นๆ ได้”

ทั้งนี้ การวินิจฉัยที่รวดเร็ว แม่นยำ จะสามารถช่วยป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้ ปัจจุบันไม่มียา-วัคซีนป้องกัน ต้องรักษาตามอาการ กลุ่มเสี่ยงที่ต้องระวังเป็นพิเศษคือ กลุ่มเด็ก อายุต่ำกว่า 5 ปี ซึ่งมีโอกาสป่วยเป็นโรคมือ เท้า ปาก ได้มากกว่ากลุ่มอายุอื่น หากพบบุตรหลานมีอาการป่วยรุนแรงขึ้น  เช่น ไข้สูง อาเจียน หอบเหนื่อย ซึม หรืออาการแย่ลงในระยะเวลารวดเร็วอย่าหายามารับประทานเอง ต้องรีบพาไปรักษาที่โรงพยาบาลใกล้บ้านทันที

สำหรับห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ บริษัท เนชั่นแนล เฮลท์แคร์ ซิสเท็มส์ (N Health) มีบริการตรวจหาสารพันธุกรรมของไวรัสในกลุ่ม Enterovirus ที่ก่อโรคมือ เท้า ปาก สายพันธุ์ที่พบบ่อยด้วยวิธีตรวจทางห้องปฏิบัติการทั่วไป พร้อมทั้งตรวจและแยกสายพันธุ์ของไวรัสโดยวิธี Real-time PCR ซึ่งเป็นวิธีที่มีความไวและความแม่นยำสูง ตรวจได้ในระยะแรกเริ่มหลังผู้ป่วยมีอาการ ทำให้แพทย์สามารถเฝ้าระวังอาการที่รุนแรงหรือภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นในผู้ป่วยได้ นอกจากนี้แล้วยังมีบริการตรวจยืนยันสายพันธุ์ของ Enterovirus โดยวิธีหาการเรียงตัวของลำดับเบส (DNA sequencing) ด้วย สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร.02-7624000

เปิดตัวเทศกาลศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2018

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/279856

เปิดตัวเทศกาลศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2018

เปิดตัวเทศกาลศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2018

วันจันทร์ ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ภาครัฐจับมือภาคเอกชน เตรียมจัด “เทศกาลศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่” Bangkok Art Biennale 2018 ผลักดันไทยเป็นเมืองแห่งศิลปวัฒนธรรมระดับโลก หวังกระตุ้นเศรษฐกิจไทยผ่านมุมมองของศิลปะ ปลายปีหน้า

กลายเป็นเทศกาลงานศิลปะที่ได้รับความสนใจและสร้างความตื่นตัวให้กับวงการศิลปะและศิลปินของ
เมืองไทยเลยทีเดียว สำหรับ “เทศกาลศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่” Bangkok Art Biennale 2018 หรือ (BAB 2018) ที่มีกำหนดจัดขึ้นในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2561 ถึงกุมภาพันธ์ 2562 และคาดว่าจะจัดทุกๆ 2 ปี ด้วยความร่วมมือของทั้งภาครัฐ อาทิ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กรุงเทพมหานคร การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ

นอกจากนี้ ยังมีภาคเอกชนอีกหลายบริษัทที่เข้ามาร่วมกันขับเคลื่อนเทศกาลงานศิลปะระดับโลกนี้อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน), เซ็นทรัลกรุ๊ป, บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด, บริษัท ทีซีซี แอสเซ็ท (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท อาคเนย์ประกันภัย จำกัด (มหาชน) และพันธมิตรอีกหลายภาคส่วน เพื่อให้กรุงเทพมหานครเป็นศูนย์กลางสำคัญด้านงานศิลปะ ด้วยการนำผลงานศิลปะ ทั้งจากศิลปินไทย และศิลปินระดับโลก มาจัดแสดงตามสถานที่สำคัญต่างๆ ทางประวัติศาสตร์ของกรุงเทพมหานคร อาทิ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร อาคารโบราณของบริษัทอีสต์เอเชียติก หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร และสวนลุมพินี รวมทั้งห้างสรรพสินค้าและศูนย์การค้าตามเส้นทางเดินรถไฟฟ้าบีทีเอสและรถไฟฟ้ามหานคร ได้แก่ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ พลาซา ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี่ ศูนย์การค้าสยามพารากอน และ One Bangkok

กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานแถลงข่าวการจัดงาน “เทศกาลศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่” (Bangkok Art Biennale 2018 หรือ BAB 2018) โดยมี ฐาปน สิริวัฒนภักดี ประธานกรรมการบริหารบางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ พร้อมด้วย ปภัชญา สิริวัฒนภักดี, ศ.ดร.อภินันท์ โปษยานนท์, ปราณี สัตยประกอบ, พิชัย จิราธิวัฒน์, ม.ล.อรดิศ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ร่วมแถลงข่าว

กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า “เรามั่นใจว่างานนี้จะเป็นงานที่ยิ่งใหญ่ แต่มากกว่าความยิ่งใหญ่ คือ คุณค่าที่จะสร้างให้กับกรุงเทพฯ และประเทศไทย ดิฉันเชื่อว่า ศิลปะ เงินซื้อไม่ได้ ศิลปะมันเป็นจิตวิญญาณที่ออกมาจากคน ที่คนซึ่งเป็นศิลปินมีการสั่งสมกันมานาน เพราะฉะนั้นงานนี้เป็นอะไรที่เป็นเรา แต่จะเป็นเราที่ส่งต่อในอนาคตของความเป็นไทย ซึ่งกรุงเทพฯ ถือเป็น 1 ใน 10 เมืองท่องเที่ยวที่เป็นจุดหมายของนักเดินทางทั่วโลก ซึ่งกรุงเทพฯถือเป็นเมืองแห่งสีสัน และอุดมสมบูรณ์ไปด้วยวัฒนธรรมทางศิลปะ และอารยธรรมการใช้ชีวิตที่หลากหลาย

ดังนั้น ในส่วนของเศรษฐกิจภายในประเทศ การท่องเที่ยวถือเป็น 1 หัวใจสำคัญ ในการกระตุ้น GDP ของประเทศให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง และต้องยอมรับว่า ทิศทางเศรษฐกิจการท่องเที่ยวในประเทศจะขับเคลื่อนไปข้างหน้า
ไม่ได้ ถ้าไม่ได้รับการร่วมมือและสนับสนุนจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะภาคเอกชน ที่วันนี้เป็นกำลังสำคัญ ในการช่วยกัน
ผลักดันและสร้างสรรค์ให้กรุงเทพฯ ไม่เป็นเพียงแค่แหล่งท่องเที่ยวอีกต่อไป แต่ยังเป็นศูนย์กลางสำคัญทางด้านศิลปะร่วมสมัย ด้วยโครงการ เทศกาลศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ ซึ่งครั้งแรกที่เราจะได้เห็น
ผลงานระดับโลก ในสถานที่สำคัญทางวัฒนธรรมของไทย ทั้งจากศิลปินชาวไทยและศิลปินนานาชาติ กว่า 200 ชิ้น ในปีหน้า ที่น่าจะสร้างบรรยากาศการท่องเที่ยว โปรโมทการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม และผลักดันผลงานของศิลปินไทย
ให้ปรากฏต่อสายตาชาวโลก รวมถึงเป็นการสร้างสัมพันธภาพที่ดีให้เกิดขึ้นระหว่างประเทศเพิ่มขึ้น รวมถึงการทำให้เกิดนักท่องเที่ยวกลุ่มใหม่ ในส่วนของกลุ่มศิลปิน นักธุรกิจศิลป์ และนักเสพย์งานศิลปะ ที่จะเดินทางมาจากทุกมุมโลก ด้วยชื่อเสียงและภาพลักษณ์ ที่จดจำว่า “กรุงเทพฯ คือเมืองแห่งศิลปวัฒนธรรมระดับโลก”

ฐาปน สิริวัฒนภักดี ประธานกรรมการบริหาร บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ กล่าวว่า “การจัดงาน บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ นั้น ได้รับแรงบันดาลใจจากงานเบียนนาเล่ต่างๆ ทั่วโลก ซึ่งเราคาดหวังว่า “เทศกาลศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2018” หรือ BAB 2018 จะเป็นต้นทุนทางด้านวัฒนธรรมที่เชื่อมโยงกับงานศิลปะและสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมให้แก่ประเทศไทยได้เป็นอย่างมาก รวมทั้งยังเป็นการเปิดโอกาสให้ศิลปินไทยได้สร้างเครือข่ายกับศิลปินระดับนานาชาติ อีกทั้งยังได้แสดงศักยภาพ และผลงานให้ปรากฏต่อสายตานักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ให้จดจำว่า กรุงเทพมหานคร คือเมืองแห่งศิลปวัฒนธรรมระดับโลกอีกด้วย”

เรียกได้ว่า “บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่” Bangkok Art Biennale 2018 หรือ “BAB 2018” เป็นเทศกาลศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ ที่จะบอกเล่าเรื่องราวที่น่าสนใจอันทรงคุณค่าของผลงานแต่ละชิ้นเอาไว้ได้อย่างครบถ้วนและยิ่งใหญ่ อีกทั้งยังทำให้กรุงเทพมหานครเป็นศูนย์กลางที่ช่วยสะท้อนภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรมของไทย ให้ประจักษ์แก่สายตานักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ เพื่อบอกเล่าความเป็นไทยไปทั่วโลก โดยตั้งแต่วันนี้ถึง 30 กันยายน 2560 จะมีการเปิดรับสมัครศิลปินทั่วไป สามารถส่งผลงานและติดตามรายละเอียดการจัดงานได้ที่ http://www.bkkartbiennale.com

กระชับความสัมพันธ์ 2 ประเทศ ในงานส่งเสริมการท่องเที่ยว ‘วัฒนธรรมมรดกโลก-บ้านดินหนานจิ้ง’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/279774

กระชับความสัมพันธ์ 2 ประเทศ ในงานส่งเสริมการท่องเที่ยว ‘วัฒนธรรมมรดกโลก-บ้านดินหนานจิ้ง’

กระชับความสัมพันธ์ 2 ประเทศ ในงานส่งเสริมการท่องเที่ยว ‘วัฒนธรรมมรดกโลก-บ้านดินหนานจิ้ง’

วันจันทร์ ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ดร.อรรชกา สีบุญเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นประธานเปิดงาน ส่งเสริมการท่องเที่ยว “วัฒนธรรมมรดกโลก–บ้านดินหนานจิ้ง” และ “ONE BELT ONE ROAD” ในประเทศไทย จัดโดยสมาคมนักธุรกิจหนานจิ้งประเทศไทย ซึ่งเป็นความร่วมมือกันระหว่างรัฐบาลไทยและจีน เพื่อเผยแพร่แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว พัฒนาเศรษฐกิจและกระชับความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ พร้อมทั้งจัดให้มีพิธีมอบตำแหน่งอย่างเป็นทางการให้กับนายกสมาคมนักธุรกิจหนานจิ้งประเทศไทย สมาพันธ์ชาวหนานจิ้งประเทศไทย สมัยที่ 1 โดยมี ฯพณฯ มร.หนิง ฟู่ขุยเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำประเทศไทย, มร.หวาง จิ้น อู่ เลขาธิการพรรคฯเขตหนานจิ้งฝูเจี้ยน, ยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, วิชิต ประกอบโกศล นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยวแอตต้า, วงศ์เกียรติรักวานิชย์พงศ์ นายกสมาคมฮกเกี้ยนแห่งประเทศไทย, มร.จาง หยาง นายกสมาคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทยให้เกียรติร่วมงาน ณ ห้องบอลรูม อาคารคิงโฟถนนพระราม 9

ภายในงานจัดเตรียมต้อนรับแขกผู้มีเกียรติทุกท่านให้ได้สัมผัสถึงกลิ่นอายศิลปวัฒนธรรมแห่งหนานจิ้ง เริ่มตั้งแต่เสียงเพลงจีนอันไพเราะ ซึ่งได้รับเกียรติจากนักร้องสาวชาวมองโกล–ไชนีสชื่อดัง “อูหลาน ถูหย่า” (Wulan Tuya) มาประพันธ์และขับร้องบทเพลงพิเศษเพื่อใช้สำหรับการส่งเสริมการท่องเที่ยว “บ้านดินหนานจิ้ง” ท่ามกลางดอกกล้วยไม้สวยงามที่ตกแต่งอยู่รายล้อมรอบงาน ซึ่งเป็นตัวแทนความงดงามของหนานจิ้ง ที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น “เมืองแห่งดอกกล้วยไม้ของจีน” ด้วยภูมิประเทศและภูมิอากาศที่บริสุทธิ์ สะอาด เหมาะสมต่อการปลูกดอกไม้และกล้วยไม้ รวมถึงชาหนานจิ้งชั้นดีที่เตรียมมาสำหรับต้อนรับทุกท่าน โดยนำเสนอผ่านศิลปะการชงชาที่แสดงให้เห็นถึงวัฒนธรรมประเพณีดั้งเดิมของชาวหนานจิ้ง เพื่อให้แขกทุกท่านได้ลองชิมลองชง ลองสัมผัส ทั้งกลิ่นและรสชาติของใบชาที่ปลูกโดยกรรมวิธีธรรมชาติ ชาหนานจิ้งจึงมีความสะอาดและปราศจากสารพิษจนได้รับการยกย่องว่าเป็นชาดีอันดับต้นๆ ของประเทศจีน เมื่อถึงเวลาเริ่มงาน เกรซ มหาดำรงค์กุล พิธีกรชื่อดังกล่าวต้อนรับแขกผู้มีเกียรติและนำเข้าสู่ VTR แนะนำ “วัฒนธรรมมรดกโลก-บ้านดินหนานจิ้ง” บ้านดินที่ปลูกสร้างตั้งแต่สมัยซ่งใต้ซึ่งมีอายุมากกว่า 800 ปี และความงดงามตามธรรมชาติของตำบลหนานจิ้ง ที่ยังคงอนุรักษ์ธรรมชาติและมีวิถีชีวิตแบบชาวจีนดั้งเดิม จากนั้นจึงนำเข้าสู่ช่วงพิธีการของงานที่ได้รับเกียรติอย่างสูงจาก ดร.อรรชกาสีบุญเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มาเป็นประธานในพิธีและขึ้นกล่าวเปิดงานอย่างเป็นทางการ และต่อด้วยพิธีมอบตราสมาคมฯ เพื่อมอบตำแหน่งอย่างเป็นทางการให้กับ ฉฏาสีบุญเรือง นายกสมาคมนักธุรกิจหนานจิ้งประเทศไทย สมาพันธ์ชาวหนานจิ้งประเทศไทย สมัยที่ 1 ซึ่งได้กล่าวว่า“สมาคมนักธุรกิจหนานจิ้งประเทศไทย สมาพันธ์ชาวหนานจิ้งประเทศไทย ก่อตั้งขึ้นโดยลูกหลานชาวหนานจิ้งประเทศไทย เพื่อรำลึกถึงบรรพบุรุษซึ่งเป็นที่เคารพรัก ที่มุ่งสร้างฐานะ ด้วยการประกอบสัมมาอาชีพสุจริต มีความมานะอุตสาหะ นำความเจริญรุ่งเรือง มาสู่ตนเอง ครอบครัว แผ่นดินเกิด และแผ่นดินอาศัย จากการรวมกลุ่มและการมีเป้าหมายร่วมกัน ทำให้เกิดความคิดในก่อตั้งสมาคมฯ เพื่อสืบสานคุณงามความดี และสร้างความภาคภูมิใจให้แก่ลูกหลานสืบไป ดิฉันขอบพระคุณทุกท่านที่ให้ความไว้วางใจ เลือกให้ดำรงตำแหน่งสำคัญในครั้งนี้ และขอขอบคุณบริษัท ห้างร้าน รวมถึงผู้สนับสนุนจาก
ทุกภาคส่วน ที่ทำให้สมาคมฯ ของเรา ขับเคลื่อนไปอย่างมีทิศทาง เราจะมุ่งเดินหน้าดำเนินกิจกรรมอันดี เพื่อรักษาความดีตามแบบบรรพบุรุษ และสร้างสรรค์สิ่งที่มีคุณค่า สิ่งที่เป็นประโยชน์ เพื่อสมาชิก เพื่อสังคม และเพื่อประเทศชาติต่อไป“

ชวนจิตอาสาประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/279818

ชวนจิตอาสาประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์

ชวนจิตอาสาประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์

วันจันทร์ ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

รวมพลังจิตอาสาที่มาร่วมประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ เพื่อใช้ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช อย่างต่อเนื่อง ซึ่ง สมาคมการค้าพลังสยาม (Siam SynergyTrade Association) นำโดย บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด, บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) และ กลุ่มธุรกิจสยาม สแควร์ ผนึกกำลังจัดกิจกรรมดังกล่าว เพื่อให้ประชาชนได้ร่วมกันถวายความอาลัยและแสดงความจงรักภักดีแด่ ในหลวงรัชกาลที่ 9พระผู้ทรงสถิตในดวงใจพสกนิกรชาวไทยตราบนิรันดร์

เมื่อเร็วๆ นี้ นราทิพย์ รัตตประดิษฐ์ ผู้บริหารศูนย์การค้าสยามพารากอน และเหล่าเซเลบริตี้ อาทิ เกล็ดดาว พานิชสมัย, ม.ร.ว.จันทรลัดดา ยุคล อุบลเดชประชารักษ์,ม.ล.อรดิศ สนิทวงศ์, โสภิตนภา ชุ่มภาณี, กุณฑิณี ไกรฤกษ์ และ ปราการ ไรวา ร่วมด้วยคณะครูและนักเรียนจากโรงเรียนวัดปทุมวนารามในพระราชูปถัมภ์ฯ แท็กทีมกันมาประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์กันอย่างพร้อมเพรียง โดยมีผู้เชี่ยวชาญจากมูลนิธิ ซี.ซี.เอฟ. เพื่อเด็กและเยาวชน ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ให้คำแนะนำและสอนวิธีการทำอย่างใกล้ชิด

สำหรับวันเสาร์ที่ 15 กรกฎาคม 2560 โครงการบุหงาโครงการหลวง มูลนิธิโครงการหลวง จะร่วมสอนการทำดอกดารารัตน์ และพุดซ้อน ที่ผลิตจากเปลือกข้าวโพด และเกสรที่ทำจากดอกยิบโซฟิลล่า ซึ่งเป็นวัสดุจากโครงการบุหงาโครงการหลวง มูลนิธิโครงการหลวง โดยจิตอาสาทุกท่านสามารถร่วมกิจกรรมได้ที่ ศูนย์การค้าสยามพารากอน ชั้น G ด้านหน้า Tourist Lounge และ สยามดิสคัฟเวอรี่ดิเอ็กซ์พลอราทอเรียม ชั้น 5 ส่วนวันอื่นๆ สามารถร่วมกิจกรรมได้ในทุกวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์เวลา 11.00-19.00 น. ตั้งแต่วันนี้ถึง 16 กรกฎาคม 2560

นอกจากนี้ ประชาชนยังสามารถร่วมกิจกรรมประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ ได้ตามวันและเวลาดังต่อไปนี้ กลุ่มธุรกิจสยามสแควร์ เวลา 13.00-17.00 น. วันที่ 14กรกฎาคม 2560 ชั้นใต้ดินอาคารวิทยกิตติ์ (ศูนย์หนังสือจุฬาฯ) วันที่ 21 กรกฎาคม 2560 ณ ลานอัฒจันทร์ชั้น 3 อาคารสยามกิตติ์ วันที่ 18 สิงหาคม 2560 ณ บริเวณลานกิจกรรม ชั้น 3 (โถงรูปปลา) อาคารจามจุรีสแควร์ วันที่ 25 สิงหาคม 2560 ณ ลาน Fashion Zone B ศูนย์การค้าสยาม สแควร์วัน

สโมสรโรตารี หนุนวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกในเด็กหญิงฟรี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/279815

สโมสรโรตารี หนุนวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกในเด็กหญิงฟรี

สโมสรโรตารี หนุนวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกในเด็กหญิงฟรี

วันจันทร์ ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

มะเร็งปากมดลูก เป็นมะเร็งที่พบบ่อยเป็นอันดับ 2 ของโลกจากสถิติพบว่า ทุก 1 นาที จะมีผู้หญิง 1 คน ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งปากมดลูก สำหรับประเทศไทย ในแต่ละวันจะมีผู้หญิงไทยเสียชีวิตจากมะเร็งปากมดลูกในอัตราที่สูงถึง 12 คน และมีผู้ป่วยใหม่ที่ต้องเผชิญกับโรคนี้ปีละอีกกว่า 10,000 คนทั้งๆ ที่มะเร็งปากมดลูกที่เป็นโรคที่ป้องกันได้ด้วยการฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อเอชพีวีซึ่งเป็นต้นตอของมะเร็งปากมดลูกและโรคทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ โดยเด็กหญิงและเด็กชายตั้งแต่อายุ 9 ปีขึ้นไป ควรได้รับวัคซีนดังกล่าวเพื่อเป็นการตัดไฟตั้งแต่ต้นลม จึงเป็นเรื่องที่มองข้ามไม่ได้ในการป้องกันไม่ให้โรคนี้เกิดขึ้นกับตัวเราหรือกับคนที่เรารัก

สโมสรโรตารีนนทบุรี และสโมสรคู่มิตรอีก 4 สโมสร ในพื้นที่นนทบุรีและปทุมธานี เล็งเห็นความสำคัญในการส่งเสริมการมีสุขภาพดีของประชาชนในชุมชน จึงร่วมกันดำเนินโครงการฉีดวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกในเด็กนักเรียนหญิงเป็นปีที่ 2 ให้แก่เด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยคัดเลือกวัคซีนชนิด 4 สายพันธุ์ ซึ่งเป็นวัคซีนที่มีการใช้มากที่สุดในโลก
และมีประสิทธิภาพครอบคลุมโรคทั้งมะเร็งปากมดลูกและหูดหงอนไก่ โดยได้นำร่องที่โรงเรียนการัญศึกษา จ.นนทบุรี จำนวนทั้งสิ้น 205 คน

ทัตถกลนนท์ มานะธัญธสีห์ นายกสโมสรโรตารีนนทบุรี ปี 2559-60 เเผยว่า “สโมสรโรตารีเล็งเห็นการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันในเด็กและเยาวชนถือเป็นการลงทุนในระยะยาวทางด้านสุขภาพที่คุ้มค่าต่อพลเมืองของประเทศ โดยเฉพาะการป้องกันมะเร็งปากมดลูกในผู้หญิง ซึ่งเป็นโรคที่ป้องกันได้ตั้งแต่วัยเด็กซึ่งในปีนี้สโมสรโรตารี นนทบุรี พร้อมด้วยสโมสรโรตารี ภาค 3350 ประกอบด้วย บางกรวย-นนทบุรี ปากเกร็ด-นนทบุรี ปทุมธานี บางเขน และ ปทุมวัน ร่วมกับสโมสรโรตารี Tongyoung-Hanryeo ภาค 3590 ประเทศสาธารณรัฐเกาหลี ได้ดำเนินโครงการฉีดวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกในเด็กหญิงโดยการสนับสนุนของ มูลนิธิโรตารี ภายใต้การลงนามความร่วมมือ (MOU) กับสำนักงานสาธารณสุข จังหวัดนนทบุรี โดยโครงการ ประกอบด้วยการให้ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันมะเร็งปากมดลูก การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วยวิธีแปปสเมียร์ในสตรี และการฉีดวัคซีนสำหรับเด็กนักเรียนหญิงอายุไม่เกิน 15 ปี จำนวน 500 คน โดยนักเรียนหญิงทุกคนจะได้รับการฉีดวัคซีน 2 เข็ม โดยเว้นระยะห่าง 6 เดือน”

นายลี ซัง เร ผู้ว่าการภาค 3590 ประเทศสาธารณรัฐเกาหลี กล่าวว่า “ปัจจุบัน รัฐบาลเกาหลีใต้ได้กำหนดวัคซีนป้องกันเชื้อเอชพีวีไว้ในโปรแกรมวัคซีนแห่งชาติ และจัดให้มีการฉีดวัคซีนดังกล่าวในเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปีทุกคนโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายและเลือกใช้วัคซีนชนิด 4 สายพันธุ์ จากการศึกษาพบว่ามีความคุ้มค่าโดยสามารถลดค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลโรคต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับไวรัสเอชพีวีได้เป็นอย่างดีในระยะยาวสำหรับประเทศไทยยังมีเด็กหญิงอีกจำนวนมากที่ขาดโอกาสในการป้องกัน เนื่องจากผู้ปกครองไม่มีความพร้อมทางด้านการเงินที่จะสนับสนุนให้เด็กได้รับวัคซีนดังกล่าว สโมสรโรตารี Tongyoung-Hanryeo จึงมีความยินดีที่จะให้การสนับสนุนโครงการ ร่วมกับสโมสรโรตารี นนทบุรี และสโมสรคู่มิตรอื่นๆ เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้เด็กหญิงไทย พร้อมทั้งเป็นการตอกย้ำให้ผู้หญิงไทยห่างไกลจากโรคมะเร็งปากมดลูก”

ปัจจุบันมีวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก 2 ชนิด ได้แก่ วัคซีน 2 สายพันธุ์ และ 4 สายพันธุ์ หลายๆ ประเทศ ได้กำหนดนโยบายให้วัคซีนป้องกันเชื้อเอชพีวีเป็นวัคซีนพื้นฐานโดยวัคซีนชนิด 4 สายพันธุ์ ได้รับเลือกให้ใช้ในโครงการวัคซีนแห่งชาติในประเทศต่างๆ กว่าร้อยละ 80 เช่น สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย อังกฤษ รวมทั้งประเทศในอาเซียน เช่น บรูไน อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ เนื่องจากวัคซีนชนิดนี้สามารถป้องกันโรคได้อย่างครอบคลุมทั้ง มะเร็งปากมดลูก มะเร็งช่องคลอด มะเร็งปากช่องคลอด มะเร็งทวารหนักและหูดหงอนไก่ในผู้หญิง อีกทั้งยังป้องกันมะเร็งทวารหนักและหูดหงอนไก่ในผู้ชายได้อีกด้วย และจากการติดตามประสิทธิผลถึง 10 ปี พบว่าสามารถลดการติดเชื้อเอชพีวีได้ถึงร้อยละ 90 และลดการเกิดรอยโรคก่อนมะเร็งได้ถึงร้อยละ 85

สมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทย แนะนำการฉีดวัคซีนเอชพีวีในผู้หญิงอายุระหว่าง 9-26 ปี โดยฉีด3 เข็ม ในเดือนที่ 0, 1-2 และ 6 สำหรับในวัยรุ่นที่แข็งแรงดี หากฉีดเข็มแรกก่อนอายุ 15 ปี ให้ฉีด 2 เข็มได้ในเดือนที่ 0 และ 6-12 สำหรับการฉีดในเด็กผู้ชาย พิจารณาให้ฉีดเฉพาะชนิด 4 สายพันธุ์ ในช่วงอายุ 9-26 ปี และเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด การฉีดวัคซีนเอชพีวีควรฉีดตั้งแต่ก่อนเริ่มมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรก อย่างไรก็ดี ผู้ที่เคยมีเพศสัมพันธ์แล้วยังสามารถรับวัคซีนได้ แต่วัคซีนอาจจะมีประสิทธิภาพลดลงหากเคยติดเชื้อเอชพีวีมาก่อน อย่างไรก็ดี วัคซีนยังคงให้ประโยชน์ในการป้องกันโรคจากสายพันธุ์อื่นที่มีในวัคซีนและยังไม่เคยติดเชื้อจากสายพันธุ์ดังกล่าวมาก่อน

สำหรับโครงการฉีดวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกในเด็กนักเรียนหญิง ปีที่ 2 นี้ สโมสรโรตารีนนทบุรีและพันธมิตร ตั้งเป้าให้บริการฉีดวัคซีนเอชพีวีแก่เด็กนักเรียนในโครงการ ประมาณ 500 คน เมื่อรวมกับโครงการแรกเมื่อปี 2559 ที่นำโดยสโมสรโรตารีบางกรวยนนทบุรี จะมีเด็กหญิงได้รับวัคซีนป้องกันเชื้อเอชพีวีกว่า 1,300 คน

‘ไอฮอป’ต้นตำรับความอร่อยระดับโลก สาขาแรกในไทย เปิดเอาใจ‘แพนเค้กเลิฟเวอร์’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/279773

‘ไอฮอป’ต้นตำรับความอร่อยระดับโลก สาขาแรกในไทย เปิดเอาใจ‘แพนเค้กเลิฟเวอร์’

‘ไอฮอป’ต้นตำรับความอร่อยระดับโลก สาขาแรกในไทย เปิดเอาใจ‘แพนเค้กเลิฟเวอร์’

วันจันทร์ ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ถูกใจคอขนมหวาน และ “แพนเค้กเลิฟเวอร์” ตัวจริง เมื่อ บริษัท คิง ฟูด กรุ๊ป จำกัด โดย ดร.อุษณีย์ มหากิจศิริ ลีโอณีโอ นำเข้า “ไอฮอป” (IHOP) สุดยอดร้านแพนเค้กอร่อยระดับโลก อายุกว่า 58 ปี ต้นตำรับจากอเมริกา มาเปิดสาขาแรกในไทยแล้ว ให้สาวกได้ลิ้มลองความอร่อยที่เป็นตำนาน แบบไม่ต้องบินไปไกลถึงอเมริกา จัดงานฉลองเปิดร้านอย่างเป็นทางการ ท่ามกลางแฟนพันธุ์แท้และเหล่าเซเลบริตี้คนดังมากมายมาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง ณ ชั้น G พารากอน ฟู้ด ฮอลล์ ศูนย์การค้าสยามพารากอน เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 29 มิถุนายน 2560

ดร.อุษณีย์ มหากิจศิริ ลีโอณีโอ ประธานกรรมการ บริษัท คิง ฟูด กรุ๊ป จำกัด เผยว่า “ไอฮอป” (IHOP) เป็นร้านแพนเค้กที่มีตำนานความอร่อยมากว่า 1,758 สาขาทั่วโลก ด้วยจุดเด่นของแพนเค้กที่ใช้บัตเตอร์มิลค์แพนเค้ก เนื้อแป้งนวลนุ่มทั้งแผ่น เหนือชั้นด้วยการเสิร์ฟพร้อมท็อปปิ้งและไซรัปรสชาติดีเป็นแฟนคลับร้านนี้ มาตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัยและทำงานที่อเมริกา ชอบเมนู “นิวยอร์ก ชีสเค้กแพนเค้ก เมนูนี้จะเป็นบัตเตอร์มิลต์แพนเค้กหอมๆราดด้วยสตรอเบอร์รี่เกลช แพนเค้กที่ท็อปปิ้งด้วยซอสและสตรอเบอร์รี่ลูกใหญ่ที่เข้ากันได้ดีมากๆ เป็นเมนูที่ต้องยกนิ้วให้จริงๆ ส่วนบรรยากาศร้านยังตั้งใจออกแบบให้มู้ดแอนด์โทนออกมาอบอุ่น ให้คนทุกเพศทุกวัยสามารถเข้ามานั่งในร้านได้อย่างสบายใจ ทั้ง ครอบครัว เด็กๆ วัยรุ่น นักศึกษา แม้แต่ หนุ่ม–สาว ออฟฟิศ มานั่งทานแพนเค้กเป็นการแฮงค์เอ้าท์สังสรรค์หลังเลิกงานได้ด้วยค่ะ”

ด้านบรรยากาศภายในงานเปิดตัว ตกแต่งคลุมโทนด้วยสีฟ้าขาว ต้อนรับเหล่าแพนเค้กเลิฟเวอร์ที่มารวมตัวกันอยู่ในร้านอย่างอบอุ่น พร้อมเสิร์ฟแพนเค้ก เพื่อทานคู่กับไซรัป 4 รสชาติ ที่ให้เลือกเติมได้ไม่อั้น รวมทั้ง วาฟเฟิล, เครป และ เฟรนช์ โทสต์ ที่อร่อยล้ำไม่ซ้ำใคร มีให้เลือกกว่า 50 เมนู พร้อมเมนูอาหารเช้านานาชาติ อย่าง เบรคฟาสต์ และออมเล็ต, สลัด, แซนด์วิช
ตลอดจนเครื่องดื่มและกาแฟหอมกรุ่น รสชาติละมุน พร้อมเสิร์ฟแฟนๆ ชาวไทย

ดร.แคทลีน มาลีนนท์ กิจโอธาน บอกว่า “เป็นแฟนคลับตัวจริงมาตั้งแต่ตอนอยู่อเมริกา เพราะแพนเค้กที่นี่ จะหอม นุ่ม อร่อย ซึ่งรสชาติที่โปรดปรานมากที่สุด คือ ออริจินัล บัตเตอร์มิลค์ ที่สำคัญต้องราดด้วยไซรัปสูตรดั้งเดิม” ส่วน นวลพรรณ ล่ำซำ ก็เอ่ยปากว่า“ชอบแพนเค้กออริจินัล บัตเตอร์มิลค์ เช่นกันแต่ด้วยความที่ไม่ชอบทานหวาน จึงไม่ใส่ไซรัป เพราะแพนเค้กรสชาติดั้งเดิมอร่อยอยู่แล้ว เวลาเหนื่อยๆ จากการทำงาน ชอบแวะมานั่งทานนอกจากอิ่มท้อง แล้วยังอิ่มใจด้วยค่ะ เพราะได้ทานเมนูโปรด” ด้าน อดิศัย กุญชร ณ อยุธยามาทานทีไรต้องสั่งแพนเค้กเมนูช็อกโกแลต ช็อกโกแลต ชิพ “เพราะความชอบรสชาติที่เข้มข้นไม่เน้นหวานมาก ไซรัปที่ราดก็ต้องเป็นช็อกโกแลตถ้าว่างเมื่อไหร่ต้องหาโอกาสแวะมาทานตลอด บางทีก็ชวนเพื่อนๆ มานั่งสังสรรค์กันหลังเลิกงานเอ็นจอยทุกครั้งที่มาทาน”

สภาสังคมสงเคราะห์ฯ เผยกิจกรรมการกุศล งานวันแม่แห่งชาติ ประจำปี 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/279855

สภาสังคมสงเคราะห์ฯ เผยกิจกรรมการกุศล งานวันแม่แห่งชาติ ประจำปี 2560

สภาสังคมสงเคราะห์ฯ เผยกิจกรรมการกุศล งานวันแม่แห่งชาติ ประจำปี 2560

วันจันทร์ ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดแถลงข่าว “การจัดงานวันแม่แห่งชาติ ปี 2560” เผยถึงกิจกรรมการกุศลทูลเกล้าฯ ถวายเป็นพระราชกุศล สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ระหว่างวันที่ 1-12 สิงหาคม 2560 พร้อมประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็น “แม่ดีเด่น” และ “ลูกที่มีความกตัญญูกตเวทีอย่างสูงต่อแม่” ประจำปี 2560 ทั้งนี้ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ เสด็จแทนพระองค์เปิดงานวันแม่แห่งชาติ ประจำปี 2560 และประทานรางวัลแก่ “แม่ดีเด่น” และ “ลูกที่มีความกตัญญูกตเวทีอย่างสูงต่อแม่” ในวันที่ 12 สิงหาคม 2560 ณ โรงแรมเซ็นทราศูนย์ราชการและคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ

ภายในงาแถลงข่าวมี พลเอกสิงหา เสาวภาพ ประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ และประธานคณะกรรมการฝ่ายคัดเลือกลูกที่มีความกตัญญูกตเวทีอย่างสูงต่อแม่ พร้อมด้วย พลตรีหญิง คุณหญิงอัสนีย์ เสาวภาพ ประธานที่ปรึกษาคณะกรรมการอำนวยการสภาสังคมสงเคราะห์ฯ ในฐานะประธานคณะกรรมการจัดงานวันแม่แห่งชาติ ปี 2560 ฯลฯ มาร่วมให้รายละเอียด ณ ห้องประชุมชั้น 3 ตึกนวมหาราช สภาสังคมสงเคราะห์ฯ

พลเอกสิงหา เสาวภาพ ประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ ในฐานะประธานคณะกรรมการฝ่ายคัดเลือกลูกที่มีความกตัญญูกตเวทีอย่างสูงต่อแม่ เผยว่า สภาสังคมสงเคราะห์ฯ ได้จัดงานวันแม่แห่งชาติเป็นประจำทุกปีติดต่อกันมาถึงปี 2560 เป็นปีที่ 42 แล้ว โดยถือวันเฉลิมพระชนมพรรษาของ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เป็นวันแม่แห่งชาติ พร้อมทั้งจัดให้มีกิจกรรมต่างๆ เพื่อเทิดทูนและเผยแพร่พระเกียรติคุณสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ผู้ทรงเป็นแม่แห่งชาติ เพื่อเผยแพร่พระคุณและบทบาทของแม่ที่มีต่อครอบครัว สังคม และประเทศชาติ”

สำหรับการคัดเลือกรางวัลลูกกตัญญูนี้ เริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 2527 ซึ่งในปีนี้คณะกรรมการได้คัดเลือกกันอย่างยุติธรรม โดยมีหลักเกณฑ์การพิจารณาจาก 5 ประการ คือ ให้การดูแลเอาใจใส่และปฏิบัติต่อแม่อย่างดีและสม่ำเสมอ, ช่วยเหลืองานของแม่, ประพฤติตนตามคำสั่งสอนของแม่, ดำรงตนในศีลธรรม เชิดชูวงศ์ตระกูล และบำเพ็ญตนเป็นประโยชน์และเป็นที่ยอมรับของสังคม โดยในปี 2560 มีผู้ผ่านการพิจารณาให้ได้รับรางวัลลูกที่มีความกตัญญูกตเวทีอย่างสูงต่อแม่ รวมทั้งสิ้น108 คน จาก 5 ประเภท คือนักเรียน นักศึกษา จำนวน 23 คน, ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ จำนวน 27 คน, นักร้อง นักแสดง ศิลปิน จำนวน 14 คน, สื่อมวลชน จำนวน 5 คน และประชาชนทั่วไป จำนวน 27 คน นอกจากนี้ยังมีลูกกตัญญูประจำภาคของสภาสังคมสงเคราะห์ฯ อีกภาคละ 1 คน รวม 12 คน

ด้าน พลตรีหญิง คุณหญิงอัสนีย์ เสาวภาพ ประธานที่ปรึกษาคณะกรรมการอำนวยการสภาสังคมสงเคราะห์ฯ ในฐานะประธาน
คณะกรรมการจัดงานวันแม่แห่งชาติ ปี 2560 เผยว่า  สำหรับการคัดเลือกแม่ดีเด่นในปีนี้ มีแม่ผู้เข้ารับการคัดเลือกจากส่วนกลาง จำนวน 116 คน แบ่งเป็น แม่ของผู้ทำประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติ จำนวน 18 คน, แม่ผู้ทำประโยชน์ต่อสังคม จำนวน 22 คน, แม่ผู้มีความมานะอดทนขยันหมั่นเพียร จำนวน 16 คน, แม่ของผู้เสียสละฝ่ายอาสาสมัครและแม่ผู้เป็นอาสาสมัคร จำนวน 19 คน, แม่ผู้เสียสละฝ่ายทหารบก จำนวน 7 คน, แม่ผู้เสียสละฝ่ายทหารเรือ จำนวน 1 คน, แม่ผู้เสียสละฝ่ายทหารอากาศ จำนวน 5 คน, แม่ผู้เสียสละฝ่ายตำรวจ จำนวน 8 คน และแม่ผู้เป็นเกษตรกร จำนวน 18 คน และในส่วนภูมิภาคมีแม่ที่ได้รับรางวัลแม่ดีเด่น จำนวน 108 คน แบ่งเป็นแม่ดีเด่นประจำจังหวัด จำนวน 96 คน และแม่ดีเด่นประจำภาคของสภาสังคมสงเคราะห์ จำนวน 12 คน

ทั้งนี้ สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้กำหนดจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อเทิดทูนและเผยแพร่พระเกียรติคุณสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ได้แก่ การจัดพิธีถวายพานพุ่มราชสักการะ, การจัดเลี้ยงอาหารพระราชทาน และมอบเครื่องอุปโภค บริโภคแก่ผู้ต้องขังหญิงที่ทัณฑสถานหญิงธนบุรี, การจัดเลี้ยงอาหารพระราชทานแก่
ผู้เดินทางที่สถานีรถไฟกรุงเทพฯ, คอนเสิร์ต “รวมพลลูกกตัญญูแห่งชาติ” ครั้งที่ 10 ณ ศูนย์การค้าอยุธยา พาร์ค จ.พระนครศรีอยุธยา, คอนเสิร์ต “คิดถึงแม่” ครั้งที่ 20 ณ ศูนย์การค้าแฟชั่นไอส์แลนด์, การจัดรายการถวายพระพรชัยมงคลขององค์การศาสนา 5 ศาสนา, การจัดโครงการน้ำพระทัยพระราชทาน ส่วนภูมิภาค 76 จังหวัด และการไถ่ชีวิตโค-กระบือ

นาวาอากาศโทหญิงเพียงมาศ สังขพงศ์ หนึ่งในผู้ได้รับรางวัลแม่ผู้บำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม เผยว่า “รู้สึกเป็นเกียรติและภูมิใจกับรางวัลนี้มาก ซึ่งที่ผ่านมาได้ปฏิบัติตนโดยยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง ไม่ฟุ่มเฟือย สุรุ่ยสุร่าย และได้ช่วยงานให้กับกองทัพอากาศ ในฐานะภรรยาผู้ช่วยทูตนายทหารอากาศไทย ด้วยการสอนทำอาหารไทย ขนมไทย การแต่งกายชุดประจำชาติในงานสังคมต่างๆ อีกทั้ง เคยเป็นที่ปรึกษาชมรมสายใยแม่บ้านทหารอากาศ ซึ่งเป็นชมรมที่ทำเพื่อสังคม ซึ่งหลักในการทำงานที่ยึดมาโดยตลอด คือ ต้องประพฤติเป็นแบบอย่างที่ดี มีคุณธรรม จริยธรรม มีเมตตากับผู้อื่น”

ด้าน ด.ญ.ปทิตตา ศิลปี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) หนึ่งในผู้ได้รับรางวัลลูกกตัญญูฯ เผยว่า “ดีใจและภูมิใจที่ได้รับเลือกให้เป็นลูกที่มีความกตัญญูกตเวทีอย่างสูงต่อแม่ ประจำปี 2560สำหรับรางวัลนี้ขอมอบให้คุณแม่ เพราะท่านสอนให้เราเป็นคนดี สอนให้รู้จักหน้าที่ของตนเอง และที่ปลูกฝังมาโดยตลอดคือการช่วยเหลือคนอื่น ซึ่งหนูก็ซึมซับในเรื่องการช่วยเหลือคนอื่น ด้วยการเป็นจิตอาสาไปบริจาคของให้กับน้องๆ ตามสถานที่ต่างๆ และเคยเล่านิทานที่สภาสังคมสงเคราะห์ฯ แห่งนี้อีกด้วย”

โรช ระดมทุนช่วยเด็กด้อยโอกาส ยกระดับคุณภาพชีวิต‘วันพรุ่งนี้’ ที่ดีกว่า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/279820

โรช ระดมทุนช่วยเด็กด้อยโอกาส ยกระดับคุณภาพชีวิต‘วันพรุ่งนี้’ ที่ดีกว่า

โรช ระดมทุนช่วยเด็กด้อยโอกาส ยกระดับคุณภาพชีวิต‘วันพรุ่งนี้’ ที่ดีกว่า

วันจันทร์ ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

บริษัท โรช ไดแอกโนสติกส์ (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท โรช ไทยแลนด์จำกัด ร่วมกันจัดกิจกรรมเพื่อสังคมประจำปี “โรช ชิลเดรนส์ วอลค์ – Roche Children’s Walk” ซึ่งจัดมาต่อเนื่องเป็นปีที่ 14 เพื่อมอบเงินบริจาคจากการระดมทุนจากพนักงานและบริษัทรวม 940,000 บาท เพื่อเด็กในประเทศมาลาวีและไทย รวมถึงทำกิจกรรมจิตอาสาร่วมกับเด็กๆ ณ มูลนิธิคุณพ่อเรย์ จังหวัดชลบุรี

ทุกๆ ปี กลุ่มบริษัทโรชทั่วโลกได้ร่วมกันจัดกิจกรรม Roche Children’s Walk ด้วยความตั้งใจจริง นับตั้งแต่โครงการ RocheChildren’s Walk เกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อปีพ.ศ. 2546 ในปีที่ 14 จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Walk Today for a Better Tomorrow – เดินหน้าในวันนี้ เพื่อวันพรุ่งนี้ที่ดีกว่า” โดยพนักงานของโรชจำนวนกว่า 200,000 คน จาก 145 สาขา ใน 70 ประเทศทั่วโลกได้ร่วมมือเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันในกิจกรรมระดมทุนประจำปีเพื่อมอบเงินบริจาคแก่โครงการที่ส่งเสริมสุขภาพและการศึกษาเด็กในนานาประเทศรวมกว่า 90 ประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย ทั้งนี้ บริษัทโรชได้สมทบเงินเพิ่มอีกหนึ่งเท่าของจำนวนเงินที่จากการระดมทุนของพนักงานอีกด้วย

นายพิเชษฐพงษ์ ศรีสุวรรณกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท โรช ไดแอกโนสติกส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “โครงการนี้เกิดจากความตั้งใจของพนักงานของโรช เพื่อมอบความช่วยเหลือและตอบแทนคืนแก่สังคม และเล็งเห็นถึงความสำคัญในการพัฒนาชีวิตของเด็กที่ต้องการความช่วยเหลือทั้งในประเทศไทยและประเทศมาลาวี ในทวีปแอฟริกาใต้ ซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศที่ด้อยพัฒนาและยากจนที่สุดในโลก เพื่อให้เด็กเหล่านั้นได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 14 แล้ว พวกเราทั้งสององค์กรมีความสุขทุกครั้งที่ได้จัดกิจกรรมนี้ ได้ร่วมแบ่งปันและเติมเต็มสิ่งที่ขาดเหลือให้กับมูลนิธิต่างๆ ที่ต้องการความช่วยเหลือ เพื่อเป็นแรงผลักดันให้สังคมไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น”

มร.ฟิลลิป เมเยอร์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท โรช ไทยแลนด์ จำกัด กล่าวว่า “กิจกรรมนี้นอกจากจะช่วยพัฒนาสังคมเราแล้ว ยังส่งเสริมให้พนักงานรู้จักถึงการเป็นผู้ให้ ซึ่งหนึ่งในพนักงานของเราได้รับการคัดเลือกให้ไปทำประโยชน์และเรียนรู้วิถีชีวิตของเด็กในมาลาวีเมื่อปีที่ผ่านมา โดยได้กลับมาบอกเล่าประสบการณ์ความรู้สึกของการเป็นผู้ให้ และสิ่งเหล่านี้ได้ช่วยส่งเสริมวัฒธรรมองค์กรของเราให้น่าอยู่ยิ่งขึ้น”

ทั้งนี้ โครงการ Roche Children’s Walk ครั้งที่ 14 นี้ ในประเทศไทยได้จัดกิจกรรมระดมทุนโดยไม่หักค่าใช้จ่ายและการรับบริจาคจากพนักงานในประเทศไทยทั้งจาก โรช ไดแอก โนสติกส์ ประเทศไทย และ โรช ไทยแลนด์ เพื่อมอบแก่มูลนิธิเพื่อเด็กในประเทศไทย ยอดบริจาคในปีนี้สูงถึง 470,000 บาท ซึ่งเป็นจำนวนที่มากกว่าทุกๆ ปี ซึ่งทางโรช จะร่วมสมทบอีก 470,000 บาท เป็น 940,000 บาท โดยครึ่งหนึ่งทางโรชเลือกมอบเงินบริจาคให้แก่มูลนิธิคุณพ่อเรย์ ซึ่งเป็นมูลนิธิที่ก่อตั้งโดยบาทหลวงเรย์มอน อัลลีน เบรนนัน เพื่อให้ความช่วยเหลือและเลี้ยงดูเด็กด้อยโอกาส รวมถึงผู้พิการหลายหลากช่วงอายุ ตั้งแต่วัยทารก เด็ก วัยรุ่นและวัยทำงาน ที่มาจากทั่วทุกสารทิศจำนวนมากกว่า 900 คน เป็นเวลายาวนานกว่า 43 ปี สำหรับเงินอีกครึ่งหนึ่ง (470,000 บาท) บริษัท จะมอบให้กับโครงการในประเทศมาลาวี ต่อไป

กิจกรรมในครั้งนี้ นอกจากการมอบเงินบริจาคเพื่อช่วยเหลือพัฒนาชีวิตเด็กด้อยโอกาสในมูลนิธิคุณพ่อเรย์ เด็กๆ ในโครงการภายใต้การดูแลของมูลนิธิคุณพ่อเรย์ได้ทำการแสดงต้อนรับ ด้วยการแสดงมายากลโดย 3 หนุ่มน้อยจากศูนย์พัฒนาการเด็กพิเศษ ซึ่งมีอาการออทิสติก และดาวน์ซินโดรม และการร้องเพลงประสานเสียงประกอบการเล่นกีตาร์ของกลุ่มน้องๆ จากโรงเรียนสอนคนตาบอดพระมหาไถ่ ที่สร้างความเพลิดเพลินเรียกรอยยิ้ม เสียงปรบมือ และสร้างความประทับใจเป็นอย่างยิ่งแก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรม ไม่ว่าจะเป็นคณะผู้บริหาร พนักงานในเครือบริษัทโรชกว่า 70 คน และน้องเล็กจากศูนย์พัฒนาการเด็กเล็กมหาไถ่ รวมถึงกลุ่มเด็กและเยาวชนจากศูนย์พัฒนาการเด็กที่มีความต้องการพิเศษรวมทั้งหมด 141 คน

ก่อนจะเริ่มกิจกรรมระบายสีเสื้อยืด Children’s Walk ร่วมกันระหว่างพนักงานจิตอาสาจากโรชที่คอยช่วยแนะนำเรื่องสี ให้กำลังใจ น้องๆ จากศูนย์พัฒนาการเด็กที่มีความต้องการพิเศษ ซึ่งสร้างรอยยิ้ม สีหน้าที่มีความสุขและอบอุ่นใจให้แก่เด็กๆ ระหว่างระบายสี รวมถึงส่งเสริมให้เด็กเกิดความภาคภูมิใจในผลงานที่ได้สร้างสรรค์ขึ้นมาอีกด้วย

นางณัฏฐ์พัชร์ จรรยาพูน ผู้จัดการฝ่ายการตลาด (Medical Value Marketing Manager) หนึ่งในจิตอาสาผู้เข้าร่วมกิจกรรมจากบริษัท โรช ไดแอกโนติกส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีส่วนร่วมในกิจกรรม Roche Children’s Walk เพื่อตอบแทนสังคมในครั้งนี้ เพราะเชื่อเสมอว่าคนเราเลือกเกิดไม่ได้ แต่เลือกที่จะแบ่งปันได้ ซึ่งในวันนี้ประทับที่น้องๆ มูลนิธิคุณพ่อเรย์ ตั้งใจที่จะทำการแสดงให้เราได้ชมกัน ทำให้เห็นว่าถึงน้องๆ อาจจะไม่มีความพร้อมในด้านร่างกาย แต่ในด้านจิตใจนั้น น้องๆ พร้อมมาก ตั้งใจมากและส่วนตัวคิดว่าสิ่งหนึ่งที่สำคัญที่น้องๆ ต้องการคือกำลังใจ”

ด้าน นายธนรัฐ สกุลกลจักร ผู้จัดการฝ่ายบุคคล บริษัท โรช ไทยแลนด์ จำกัด กล่าวว่า“ในตอนแรกตั้งใจว่าจะมาเป็นผู้ให้ แต่ในขณะเดียวกันกลับรู้สึกว่าได้เป็นผู้รับเหมือนกัน น้องๆ ทำให้เห็นว่าโอกาสนั้นมีอยู่เสมอ ถ้าเรามีความพยายาม กิจกรรมในวันนี้ชอบการแสดงที่น้องๆ ร้องเพลง เราเห็นความพยายามที่เล็กๆ แต่ยิ่งใหญ่จากตรงนี้แล้วรู้สึกดี ถือเป็นโอกาสที่ดีที่ได้เข้าร่วมทำกิจกรรมครั้งนี้ เพราะไม่ได้มีโอกาสเช่นนี้บ่อยนัก เราคิดเสมอว่า สิ่งหนึ่งที่มีความสำคัญและเป็นที่ต้องการของเด็กกลุ่มนี้คือ โอกาส และพื้นที่ที่ให้เด็กเหล่านี้ได้เติบโตในสังคม และเชื่อว่ากิจกรรมที่จัดขึ้นในวันนี้รวมสถานที่แห่งนี้ (มูลนิธิคุณพ่อเรย์) มีเป้าหมายเดียวกันคือ เพื่อร่วมกันสร้างพื้นที่นั้นให้แก่เด็กๆ จึงอยากฝากบอกน้องๆ ว่าขอให้มีความพยายาม อย่ายอมแพ้ แม้คนเราจะมีจุดเริ่มต้นไม่เท่ากัน แต่ถ้าเราพยายาม มันจะต้องมีวันของเรา มีโอกาสที่เป็นของเรา”

บาทหลวงภัทรพงศ์ ศรีวรกุล ประธานมูลนิธิคุณพ่อเรย์ กล่าวว่า “การจะเลี้ยงเด็กหนึ่งคนให้เติบโตขึ้นมาและได้ดี ไม่เป็นเพียงหน้าที่ของครอบครัวเท่านั้น หากแต่เพื่อน โรงเรียน สื่อ และสังคมล้วนแล้วมีผลต่อการพัฒนาของเด็กในแต่ละช่วงวัยของพวกเขาดังคำกล่าวที่ว่า “การเลี้ยงเด็กหนึ่งคนต้องใช้คนทั้งหมู่บ้าน” มูลนิธิเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการช่วยเหลือเด็กและคนพิการ เพื่อให้พวกเขาได้อยู่อย่างมีศักดิ์ศรี และอยู่อย่างมีคุณภาพชีวิตที่ดี พ่ออยากขอบคุณทุกๆ ท่านจากโรชที่ได้สนับสนุนงานของมูลนิธิฯ ทั้งนี้หากต้องการสนับสนุนทางมูลนิธิ สามารถช่วยเหลือทั้งในด้านเครื่องอุปโภค บริโภค และมีนับ 10 โครงการ เพื่อให้เราสามารถดูแลเด็กๆ ด้วยความรัก ความเอาใจใส่ มอบปัจจัยสี่ที่ครบถ้วน ทักษะชีวิตรวมถึงการศึกษาเพื่อเตรียมความพร้อมสู่อาชีพตามความสามารถของพวกเขาในอนาคต”

ตัวแทนของน้องๆ ศูนย์พัฒนาการเด็กที่มีความต้องการพิเศษ ได้แบ่งปันความรู้สึกและความประทับใจในการเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ก่อนที่กิจกรรมในครั้งนี้จะปิดท้ายด้วยการจัดเลี้ยงอาหารกลางวันเด็กๆ ในมูลนิธิคุณพ่อเรย์ เริ่มที่ น้องโอม นายธกฤต ไพบูลย์วุฒิโชค อายุ 19 ปี ผู้มีความพิการประเภท 2, 4 และ 5 (ด้านการสื่อสาร จิต พฤติกรรม และสติปัญญา) บอกว่า“วันนี้สนุกและมีความสุขมากครับตอนได้ฟังเพลงจากเพื่อนๆ และได้เพ้นท์เสื้อ ผมชอบเพ้นท์เสื้อที่สุด เพราะได้แสดงความคิดสร้างสรรค์ อยากให้พี่ๆ มาอีก ขอบพระคุณมากๆ ครับที่สละเวลามาหา มาอีกนะครับ”

น้องเจมส์ ไพฑูรย์ เอี่ยมหนู อายุ 22 ปี ผู้มีความพิการประเภท 5 (ด้านสติปัญญา)ที่แสดงผลงานการเพ้นท์เสื้อของตนเองด้วยความภาคภูมิใจ บอกว่า “วันนี้ผมรู้สึกสนุกมากครับชอบกิจกรรมเพ้นท์เสื้อและระบายปูนปั้นมากที่สุด ผมได้ลงมือทำเองทั้งหมดเลย ผมขอให้พี่ๆ ประสบความสำเร็จ และกลับมาที่นี่อีกนะครับเอาตุ๊กตามาฝากด้วยนะครับ”

ปัจจุบันโครงการ โรช ชิลเดรนส์ วอล์ค ซึ่งเป็นโครงการที่มีเอกลักษณ์และขับเคลื่อนโดยพนักงานทั่วโลกของโรชนับตั้งแต่เริ่มโครงการ “เดิน” ในทุกภูมิภาคเป็นครั้งแรกเมื่อปี 2546 ตลอด 13 ปีที่ผ่านมามีพนักงานของโรชทั่วโลกมากกว่า 200,000 คนเข้าร่วมกิจกรรมและระดมทุนได้มากกว่า 15.4 ล้านฟรังก์สวิส หรือ 537.55 ล้านบาทบริจาคไปยังเด็กที่ต้องการความช่วยเหลือ อันนำไปสู่คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของเด็กและสังคมเข้มแข็งต่อไป