นวัตกรรมใหม่!! การตัดด้วยเลเซอร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/293306

นวัตกรรมใหม่!! การตัดด้วยเลเซอร์

เครื่องเลเซอร์, นวัตกรรม, การตัด, นวัตกรรมใหม่, การตัดด้วยเลเซอร์, วิบุญ, Stent, Micro-sensors, Micro-channel

“วิบุญ” นักวิจัย มจธ. คิดค้นเทคโนโลยีและนวัตกรรมการตัดด้วยเลเซอร์ เพื่อการแพทย์และอุตสาหกรรมการผลิตสมัยใหม่ ตอบสนองต่อความต้องการของภาคอุตสาหกรรมการผลิตชิ้นส่วน

       การตัดวัสดุด้วยเลเซอร์เป็นวิธีการหนึ่งที่สามารถให้คุณภาพงานตัดและความเร็วของกระบวนการตัดที่สูงกว่าหลายๆ วิธีการที่มีใช้อยู่ในปัจจุบัน ทำให้การใช้เลเซอร์สำหรับงานตัดวัสดุจึงได้รับความนิยมและแพร่หลายออกไปในวงกว้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอุตสาหกรรมการผลิตที่ต้องการความละเอียดของงานตัดสูงและมีขนาดงานตัดที่เล็ก

อย่างไรก็ตาม ความเสียหายทางความร้อนของวัสดุงานที่เกิดขึ้นในกระบวนการตัดด้วยเลเซอร์ถือเป็นผลกระทบข้างเคียงที่สำคัญ ซึ่งจำกัดความสามารถในการตัดชิ้นงานที่ไวต่อการเปลี่ยนแปลงทางความร้อนหรือการตัดชิ้นงานที่มีขนาดเล็กในระดับไมครอนหรือต่ำกว่าไมครอน

นวัตกรรมใหม่!! การตัดด้วยเลเซอร์

ผศ.ดร.วิบุญ ตั้งวโรดมนุกูล

ผศ.ดร.วิบุญ ตั้งวโรดมนุกูล อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ผู้ได้รับรางวัลนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ ประจำปี 2560 จากมูลนิธิส่งเสริมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในพระบรมราชูปถัมภ์ เจ้าของผลงานวิจัยด้าน “เทคโนโลยีและนวัตกรรมการตัดด้วยเลเซอร์ สำหรับอุตสาหกรรมการผลิตสมัยใหม่” เพื่อพัฒนากระบวนการตัดวัสดุด้วยความแม่นยำสูง โดยเฉพาะการใช้ “เลเซอร์” เป็นเครื่องมือในการตัดเพื่อให้เกิดองค์ความรู้ใหม่ควบคู่ไปกับการเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการตัดด้วยเลเซอร์แบบเดิมให้สูงขึ้น

นวัตกรรมใหม่!! การตัดด้วยเลเซอร์

ผศ.ดร.วิบุญ เล่าว่า กว่า 9 ปีที่ได้วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการตัดด้วยเลเซอร์เพื่อให้ได้คุณภาพงานตัดที่ดีขึ้นและใช้ระยะเวลาในการตัดที่สั้นลง ผลงานวิจัยต่างๆ สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการตัดแผ่นซิลิกอนสำหรับผลิตเป็นเซลล์แสงอาทิตย์ประสิทธิภาพสูง การตัดโลหะในกลุ่มชีวการแพทย์สำหรับผลิตเป็นชิ้นส่วนเทียมและอุปกรณ์ทางการแพทย์ขนาดเล็ก เช่น ขดลวดถ่างขยายหลอดเลือด (Stent) รวมไปถึงการนำไปใช้ในการผลิตไมโครเซนเซอร์ (Micro-sensors) ไมโครแชนแนล (Micro-channel) สำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ และพลังงาน กลุ่มอุตสาหกรรมเหล่านี้จะมีความสำคัญมากขึ้นในอนาคต

นวัตกรรมใหม่!! การตัดด้วยเลเซอร์

การผลิตขดลวดถ่างขยายหลอดเลือดในปัจจุบันต้องใช้เลเซอร์เป็นเครื่องมือหลักในกระบวนการตัด ปัญหาที่เกิดขึ้นคือเลเซอร์ก่อให้เกิดความเสียหายทางความร้อนต่อตัววัสดุงานทำให้สมบัติทางวัสดุของชิ้นงานเปลี่ยนแปลงไป ทีมวิจัยได้คิดค้นและพัฒนาเทคโนโลยีการตัดด้วยเลเซอร์แบบผสมผสานหลากหลายวิธีเพื่อลดความเสียหายทางความร้อนของชิ้นงาน และเพิ่มประสิทธิภาพในการตัดให้สูงขึ้น ซึ่งเป็นการทลายข้อจำกัดทางเทคโนโลยีการตัดที่มีใช้อยู่ในปัจจุบัน เช่น การตัดด้วยเลเซอร์ภายใต้ชั้นของเหลว การใช้คลื่นเสียงความถี่สูงเข้ามาช่วยในกระบวนการตัดด้วยเลเซอร์ การใช้กรรมวิธีทางไฟฟ้าเคมีเข้ามาร่วมกับการตัดด้วยเลเซอร์ เป็นต้น นอกจากนี้ทีมวิจัยยังได้วิจัยและพัฒนากระบวนการตัดและขึ้นรูปชิ้นงานที่มีความอัจฉริยะมากขึ้นเพื่อตอบสนองกับแนวคิดแบบอุตสาหกรรม 4.0 เช่น กระบวนการตัดที่สามารถปรับเปลี่ยนสภาวะในการตัดได้โดยอัตโนมัติ รวมไปถึงเทคโนโลยีการผลิตแบบเพิ่มเนื้อวัสดุ หรือการพิมพ์ชิ้นงานแบบ 3 มิติ ด้วยความแม่นยำสูง เป็นต้น

นวัตกรรมใหม่!! การตัดด้วยเลเซอร์

ผศ.ดร.วิบุญ กล่าวทิ้งท้ายว่า วิธีการตัดแบบใหม่ที่ถูกคิดค้นและพัฒนาขึ้นมานี้ สามารถตอบสนองต่อความต้องการของภาคอุตสาหกรรมการผลิตชิ้นส่วนขนาดเล็กคุณภาพสูงที่อยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมสำคัญ ดังนั้น หากสามารถผลิตอุปกรณ์เหล่านี้ให้มีคุณภาพที่สูงขึ้นด้วยต้นทุนการผลิตที่ต่ำลง ย่อมส่งผลต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิตของมนุษย์ในอนาคต

การศึกษาไทยต้องแตกต่างแต่ไม่แตกแยก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/293142

การศึกษาไทยต้องแตกต่างแต่ไม่แตกแยก

โรงเรียนนานาชาติเดอะรีเจ้นท์, ดรวีระชัย เตชะวิจิตร์, รฟม

โรงเรียนคือบ้านหลังที่ 2 ครูเปรียบเสมือนพ่อแม่อีกคนของนักเรียน บรรยากาศการเรียนการสอน สภาพแวดล้อมที่น่าอยู่ บวกกับหลักการสอนที่ทุกอย่างล้วนเป็นแบบอย่างที่ดี

       ดร.วีระชัย เตชะวิจิตร์   ประธานกรรมการกลุ่มโรงเรียนนานาชาติเดอะรีเจ้นท์ Thailand & UK เล่าว่าการปั้นเด็กไทยให้มีทักษะที่ศตวรรษที่ 21  หรือรองรับการเป็นไทยแลนด์ 4.0 จำเป็นต้องมีทักษะที่หลากหลายด้าน

      ซึ่งโรงเรียนสามารถบ่มเพาะสิ่งเหล่านั้นให้เกิดขึ้นกับเด็กๆได้ ที่โรงเรียนของเขา ใช้หลักในการจัดการเรียนการสอน ที่เรียกว่า IDEALS หมายความว่า แบบอย่างที่ดี ในที่นี้คือการรวมสิ่งเหล่านี้เข้าด้วยกัน แล้วจึงมีความหมายอย่างตรงตัว กลายเป็น แบบอย่างที่ดี ที่ควรจะมีทั้ง 6 อย่างนี้ในตัวของนักเรียนแต่ละคน เผื่อให้พวกเขาได้เติบโตขึ้นมาเป็นทรัพยากรบุคคลที่มีสมบูรณ์มีคุณค่า

การศึกษาไทยต้องแตกต่างแต่ไม่แตกแยก

        เขาอธิบายว่า Internationalism ซึ่งหมายถึงความเป็นสากลนิยม หรือมีความหลากหลายทั้ง เชื้อชาติ และเพศ วัย ที่แตกต่างกันทุกๆด้าน ทั้งวัฒนธรรม ประเพณี ภาษา เมื่อทุกคนมาอยู่ร่วมกันในสังคมโรงเรียนเดียวกัน จึงต้องยอมรับว่าแตกต่างของทุกๆคนสามารถอยู่ร่วมกันได้ เมื่อยอมรับความแตกต่าง อยู่กันได้โดยไม่แตกแยกแล้ว เพราะทุกคนยึดหลัก  Democracy ประชาธิปไตยที่เคารพความเห็นต่างแต่ไม่แตกแยกก็อยู่ร่วมกันได้

การศึกษาไทยต้องแตกต่างแต่ไม่แตกแยก

        นอกจากนี้โรงเรียนยังต้องสร้าง Environment สิ่งแวดล้อมที่เอื่้อต่อการเรียนรู้ของเด็กนักเรียนด้วย ให้มีความน่าอยู่ อบอุ่นเหมือนอยู่ที่บ้าน มีความสบายใจ สดใส เหล่านี้จะส่งผลต่อการเรียนรู้ของเด็ก เมื่ออยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดีการเรียนรู้จะดีตามไปด้วยเช่นกัน

      ที่สำคัญโรงเรียนต้องส่งเสริมให้มีการเรียนรู้นอกห้องเรียน ไปทัศนศึกษา เปิดโลกกว้าง เพราะการเรียนรู้ไม่ใช่้อยู่ในห้องเรียนอย่างเดียว นั่นก็คือการไป Adventure หรือการเรียนรู้นอกห้องเรียน ทัศนศึกษาแหล่งเรียนรู้ต่างๆ เป็นต้น

การศึกษาไทยต้องแตกต่างแต่ไม่แตกแยก

    “แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดที่โรงเรียนต้อฝึกให้มีในตัวนักเรียนทุกคนคือ การเป็น Leadership ความเป็นผู้นำ ซึ่งแต่ละคนไม่จำเป็นผู้นำในเรื่่องเดียวกัน แต่ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดจะต้องกล้าเป็นผู้นำและทำในสิ่งที่ถูกต้องควรทำ ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเห็นใครที่ทำไม่ถูก ผิดระเบียบวินัยและเอาเปรียบผู้อื่น ต้องกล้าที่จะออกมาบอกว่านั้นคือสิ่งที่ไม่ดี ไม่ถูกต้อง และรวมตัวกันเป็นผู้นำในการแก้ไขให้เกิดสิ่งที่ถูกต้อง ที่ต้องมีหัวใจของการบริการ Service ช่วยเหลือผู้อื่น หากเขาต้องการความช่วยเหลือ เหล่านี้หากทุกโรงเรียนสามารถสร้างสิ่งเหล่านี้ได้ ความสงบสุขร่มเย็นก็จะเกิดขึ้นในสังคมไทย “  ประธานกรรมการกลุ่มโรงเรียนนานาชาติเดอะรีเจ้นท์ Thailand & UK กล่าว

     ดร.วีระชัย เกิดในกรุงเทพ เรียนหนังสือที่อัสสัมชัฐบางรักรุ่นเดียวกับพรเทพ พระประภา วิวัฒน์ วินิจฉัยกุล ดร.ชวนชัย อัชนันท กนก อภิระดี แต่ไปจบมัธยมต้นที่ดาราสมุทร ศรีราชาชลบุรี แล้วสอบเทียบมัธยมศึกษาตอนปลายได้จากนั้นอีก 6 เดือนสอบเทียบได้วุฒิครูป.กศ. และพ.ม.ใช้เวลาอีก 4 ปี สอนหนังสืออยู่โรงเรียนยอเซฟอุปถัมภ์สามพราน

การศึกษาไทยต้องแตกต่างแต่ไม่แตกแยก

    เขาเริ่มเป็นครูประจำชั้นประถมศึกษา 6 เมื่ออายุ 17 ปี ต่อมาอีก 2 ปีครึ่งได้เลื่อนเป็นครูใหญ่ของโรงเรียนโรงเรียนยอเซฟอุปถัมภ์สามพราน อายุไม่ถึง 20 ปี เป็นครูใหญ่อยู่ได้ 2 ปี พออายุ 21 ปีกว่า ไปทำงานที่นิวยอร์ค 7 เดือน ไปโรงเรียนภาคค่ำอาทิตย์ละครั้ง จบปริญญาตรีทางบัญชีธุรกิจที่ ทอมัส โมร์ คอลเลซ ซินซินเนติ อเมริกา

     ไปต่อปริญญาโททางด้านบัญชีที่โคลัมเปียในมหาวิทยาลัยมิซซูรี่ โคลัมเปีย จบปริญญาโทแล้วต่อปริญญาเอกด้านการบัญชี โดยมีธุรกิจระหว่างประเทศเป็นวิชารอง ที่มหาวิทยาลัยมิซซูรี่ โคลัมเปีย

การศึกษาไทยต้องแตกต่างแต่ไม่แตกแยก

      ระหว่างที่ต่อปริญญาเอกอยู่ ดร.วีระชัย ได้เริ่มสอนหนังสือ ปี2517 เป็นอาจารย์สอนเทอมละหนึ่งวิชา หลังจากนั้นก็ได้งานสอนเต็มเวลาเป็นอาจารย์ที่โคลัมเปียคอลเลจอยู่ 2 ปี ต่อมาได้เลื่อนเป็นผู้ช่วยศาสตราจารย์มหาวิทยาลัยเนแบรสก้า โอมาฮา อยู่อีก 2 ปี ต่อมาปี2523 เป็นรองศาสตราจารย์มหาวิทยาลัยเนวาด้า ลาสเวกัส รวมเวลาสอนที่อเมริกานาน 6 ปี ได้รับรางวัลครูดีเด่นประจำภาควิชาหรือประจำคณะทุกมหาวิทยาลัย มีลูกศิษย์รวมประมาณ 1,500 คน

    กลับมาไทย เริ่มทำงานกับเครือเจริญโภคภัณฑ์ ในตำแหน่ง รองกรรมการผู้จัดการ ทำงานได้เพียง 4 ปีก็ลาออก ต่อมาได้เป็นอาจารย์จัดตั้งโครงการปริญญาเอก คณะบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปี 2537-2538 ประธนกรรมการองค์การรถไฟฟ้ามหานคร (รฟม.) ปี2558-2560 ที่ปรึกษากิตติมหศักดิ์คณะกรรมาธิการ การศึกษาฯสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ปี 2559-2560 ประธานสถาบันสนับสนุนการเรียนปริญญาในประเทศไทย มหาวิทยาลัยลอนดอน ปี 2542-2560 กงสุลใหญ่กิตติมศักดิ์ สาธารณรัฐเอสโตเนีย ประจำประเทศไทย ปี 2538-2560  ประธานกรรมการกลุ่มโรงเรียนนานาชาติเดอะรี

เจ้นท์ Thailand & UK

การศึกษาไทยต้องแตกต่างแต่ไม่แตกแยก

      ดร.วีระชัย เชื่อว่า หากทุกคนจะมีต้นแบบในการดำเนินชีวิตที่ดี ทำในสิ่งที่ถูกต้อง และเคารพในความคิดเห็นที่แตกต่าง แต่อยู่ร่วมกันได้ไม่แตกแยก

      0 หทัยรัตน์ ดีประเสริฐ 0 qualitylife4444@gmail.com 0

ทีม“ELYSIAN”วอศ.อุตรดิตถ์คว้าที่ 1 ชุดแต่งงานร่วมสมัย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/293310

ทีม“ELYSIAN”วอศ.อุตรดิตถ์คว้าที่ 1 ชุดแต่งงานร่วมสมัย

ออกแบบ, ชุดแต่งงานร่วมสมัย, Elysian, สอศ, White Rose, Croset, Stem from, ห้าพันบาทถ้วน, วอศ

สอศ.-ไชน่าเวิลด์ เปิดรันเวย์สร้างประสบการณ์ ดีไซน์เนอร์รุ่นใหม่ ออกแบบชุดแต่งงานร่วมสมัย ขณะที่ผลงานของ 10 นักศึกษาอาชีวะจะได้ถ่ายแฟชั่นนิตยสาร Cheeze

            สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ร่วมกับ บริษัท เซ็นทรัลรีเทล คอร์เปอเรขั่น จำกัด ประกาศผลการตัดสิน  “ไชน่าเวิลด์ แฟชั่น ดีไซน์ คอนเทสต์ 2017 (China World Fashion Design Contest 2017) : ชุดแต่งงานร่วมสมัย” ภายใต้คอนเซ็ป “แบรนด์ อัพ ดีไซน์ให้ปัง ปั้นแบรนด์ให้เปรี้ยง” เพื่อสร้างทักษะ ด้านการดีไซน์ และการตัดเย็บ พร้อมทั้งเปิดเป็นเวทีการแข่งขัน ปั้นนักออกแบบรุ่นใหม่  ณ ศูนย์การค้าไชน่าเวิลด์   วังบูรพาภิรมย์ กรุงเทพฯ

ทีม“Elysian”วอศ.อุตรดิตถ์คว้าที่ 1 ชุดแต่งงานร่วมสมัย

ดร.สุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวว่า โครงการ “ไชน่าเวิลด์ แฟชั่น ดีไซน์ คอนเทสต์ 2017 : ชุดแต่งงานร่วมสมัย” (China World Fashion Design Contest 2017 จัดขึ้นเป็นปีที่ 7 โดยในปีนี้เป็นการออกแบบเสื้อผ้าชายและหญิง “ชุดแต่งงานร่วมสมัย” ภายใต้แนวคิดหลัก  “แบรนด์ อัพ ดีไซน์ให้ปัง ปั้นแบรนด์ให้เปรี้ยง”  ซึ่งเป็นการฝึกทักษะ สร้างประสบการณ์ และสร้างแรงบันดาลใจให้กับนักเรียน นักศึกษาอาชีวศึกษา ได้แสดงความรู้ ความสามารถ การสร้างสรรค์ผลงาน การดีไซน์ และการตัดเย็บเสื้อผ้าชาย-หญิง เพื่อค้นหาสุดยอดนักออกแบบ โดยการประกวดแบ่งออกเป็นประเภท  คือ 1. ประเภทนักศึกษาอาชีวศึกษา  และ 2. ประเภทวิทยาลัยสารพัดช่างและบุคคล

ทีม“Elysian”วอศ.อุตรดิตถ์คว้าที่ 1 ชุดแต่งงานร่วมสมัย

ทีม “Elysian” วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุตรดิตถ์ คว้ารางวัลชนะเลิศ

สำหรับประเภทนักศึกษาอาชีวศึกษา วิทยาลัยที่ได้รับรางวัลการประกวดไชน่าเวิลด์ แฟชั่น ดีไซน์ คอนเทสต์ 2017  (China World Fashion Design Contest 2017)  “ชุดแต่งงานร่วมสมัย” รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุตรดิตถ์ จากทีม “Elysian”  รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ วิทยาลัยอาชีวศึกษานครศรีธรรมราช จากทีม “White Rose” รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ วิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงราย จากทีม “Croset” และ รางวัลป็อบปูล่าโวต ได้แก่ วิทยาลัยอาชีวศึกษาอาชีวศึกษาสุรินทร์ จากทีม “Stem from” โดย บริษัท เซ็นทรัลรีเทล คอร์เปอเรขั่น จำกัด สนับสนุนทุนการศึกษารางวัล จำนวน 20,000 บาท  10,000 บาท และ 5,000 บาท (ห้าพันบาทถ้วน) ตามลำดับ และรางวัลป็อบปูล่าโวต 5,000 บาท

ทีม“Elysian”วอศ.อุตรดิตถ์คว้าที่ 1 ชุดแต่งงานร่วมสมัย

อย่างไรก็ตาม ในครั้งนี้ “ชุดแต่งงานร่วมสมัย” 10 ทีมอาชีวศึกษา ที่เข้ารอบสุดท้าย และได้นำผลงานมาจัดแสดงพร้อมการเดินแฟชั่นโชว์ในรอบชิงชนะเลิศ  และจะได้ถ่าย แฟชั่น เซต ในนิตยสาร Cheeze ต่อไปด้วย  ได้แก่  1.วิทยาลัยอาชีวศึกษา(วอศ.)เชียงใหม่ 2. วอศ.อุตรดิตถ์ 3. วอศ.เชียงราย 4. วอศ.สุราษฎร์ธานี 5.วอศ.ปัตตานี 6.วอศ.นครศรีธรรมราช 7. วอศ.เสาวภา 8. วอศ.สุรินทร์ 9. วอศ.อุบลราชธานี และ 10. วิทยาลัยเทคนิคบุรีรัมย์

เล่นบอร์ดเกมที่ TK PARK

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/293299

เล่นบอร์ดเกมที่ TK PARK

TK Board Game Festival, เล่นบอร์ดเกมที่ TK park, เล่นบอร์ดเกมที่ TK, park

TK park จัดTK Board Game Club ทุกวันเสาร์ที่สองทุกเดือนเปิดพื้นที่ให้คนทั่วไปรู้จักกับบอร์ดเกมที่ทั่วโลกใช้เป็นเครื่องมือสร้างการเรียนรู้ทั้งใน-นอกโรงเรียน

         ธัญสร จันทตรัตน์ นักจัดการความรู้ ฝ่ายกิจกรรม สำนักอุทยานการเรียนรู้ TK park กล่าวว่า เกือบหนึ่งปีที่จัดกิจกรรม TK Board Game Club ช่วงแรกมีแต่กลุ่มเด็กๆ ขาประจำของ TK park เข้ามาเล่นเกม ภายหลังก็มีผู้ปกครองเริ่มเปิดใจลองเล่น มีกลุ่มวัยรุ่นคนรุ่นใหม่ และกลุ่มผู้ปกครองจำนวนมากที่เข้ามาร่วมวงเล่นเกมด้วยกันอยู่เสมอ

      ปัจจุบันกิจกรรม TK Board Game Club กลายเป็น Community ขนาดย่อมที่กำลังขยายพื้นที่สำหรับคนที่เกี่ยวข้องกับบอร์ดเกมในสังคมให้มาพบปะแบ่งปันความคิดเห็นซึ่งกันและกันระหว่างกลุ่มผู้เล่น ผู้พัฒนา รวมไปถึงผู้ที่ต่อยอดสู่บอร์ดเกมเพื่อการเรียนรู้ในรูปแบบต่างๆ

เล่นบอร์ดเกมที่ TK park

     คุณแม่เกด “จารุมาศ เหล่าเกียรติกุล” เป็นหนึ่งในผู้ปกครองที่สนับสนุนให้ลูกชายเล่นบอร์ดเกมกล่าวว่า เกือบ 4 เดือนแล้วที่ร่วมเล่นบอร์ดเกมที่ TK park ด้วยกันเป็นประจำทุกเดือน เพราะเข้าใจดีว่าบอร์ดเกมเป็นเครื่องมือชิ้นหนึ่งที่จะช่วยเสริมทักษะในชีวิตประจำวันให้กับลูกได้ ดีกว่าปล่อยให้ลูกเล่นเกมในมือถือ บอร์ดเกมไม่ได้ให้แค่ความสนุกแต่เสริมทักษะให้ลูกเราด้วย อย่างน้อยๆ ก็ฝึกการเข้าสังคมบอร์ดเกมเป็นเหมือนสังคมจำลองที่เด็กจะได้ฝึกการปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น การแก้ปัญหา การสังเกต หรือกระทั่งการเผื่อแผ่ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เขาสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้

เล่นบอร์ดเกมที่ TK park

       “ครั้งแรกที่มาเล่นเกม ที่ TK park ก็ได้เล่นเกม Davinci เป็นเกมตัวเลขที่คล้ายกับที่เคยทำให้ลูกเล่นตอนเด็กๆ พอกลับบ้านเราก็เลยเอาของเก่ามาปรับการ์ดเพิ่มให้ครบตามเกมแล้วเอาไว้เล่นกันที่บ้าน เมื่อก่อนบ้านเราก็แค่นั่งดูทีวีด้วยกัน หรือทานอาหารด้วยกัน แต่พอมีบอร์ดเกมครอบครัวก็เริ่มมีปฏิสัมพันธ์กันมากขึ้น เราในฐานะพ่อแม่ก็ได้เฝ้าสังเกตพัฒนาการลูกผ่านการเล่นเกมกับเขานี่แหละแล้วก็เห็นว่ามันได้ผลดีทีเดียว”

เล่นบอร์ดเกมที่ TK park

     กิจกรรม TK Board Game Club นั้นคงยังจัดเป็นประจำต่อเนื่องในทุกๆ วันเสาร์ที่สองของเดือน แต่ในช่วงวันเสาร์ที่ 23 – วันอาทิตย์ที่ 24 กันยายน 2560 นี้ TK park จะมีการจัดกิจกรรมพิเศษขึ้นคือ TK Board Game Festival เพื่อเปิดพื้นที่สำหรับทุกคนที่สนใจและเกี่ยวข้องกับบอร์ดเกมไม่ว่าจะเป็นผู้เล่นทุกวัย ผู้ผลิต ผู้พัฒนา หรือพ่อแม่ผู้ปกครอง ได้มารวมตัวกันเพื่อทดลองเล่น เรียนรู้ แข่งขัน และร่วมกิจกรรมพิเศษมากมาย ส่วนรายละเอียดงานนั้นสามารถติดตามได้ที่ http://www.tkpark.or.th หรือทาง Facebook : TK park อุทยานการเรียนรู้.

รพ.ชุมชนจัดเตียงสำรองรับผู้ป่วยพ้นวิกฤต 3 โรค

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/293296

รพ.ชุมชนจัดเตียงสำรองรับผู้ป่วยพ้นวิกฤต 3 โรค

เตียงสำรอง, รพสต, โรงพยาบาลชุมชน, โรค, รพสต, Intermediate care

สธ.สั่งโรงพยาบาลชุมชนทุกแห่ง มีเตียงรองรับผู้ป่วย 3 โรค “หลอดเลือดสมอง-การบาดเจ็บที่สมอง-การบาดเจ็บที่กระดูกสันหลัง” พ้นภาวะวิกฤติและมีอาการคงที่แห่งละ2เตียง

      เมื่อวันที่ 25 ส.ค. นพ.โสภณ เมฆธน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยภายหลังตรวจเยี่ยมการดำเนินงานโรงพยาบาลประชารัฐของโรงพยาบาลน้ำพอง และโรงพยาบาลอุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น ว่า โรงพยาบาลชุมชนถือเป็นหัวใจของระบบสุขภาพระดับอำเภอ เน้นการทำงานเชิงรุกในการส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค ร่วมกับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ชุมชน และหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน มีการทำงานเชื่อมต่อส่งผู้ป่วยไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลศูนย์/ โรงพยาบาลทั่วไปอย่างไร้รอยต่อ และรับผู้ป่วยที่อยู่ในระยะเปลี่ยนผ่าน ที่มีอาการทางพ้นภาวะวิกฤติ และมีอาการคงที่ (Intermediate care) กลับมาดูแลต่อที่โรงพยาบาลชุมชน

โดยเฉพาะ 3 โรคสำคัญ คือ โรคหลอดเลือดสมอง การบาดเจ็บที่สมอง และการบาดเจ็บที่กระดูกสันหลัง เพื่อช่วยลดการนอนรักษาในโรงพยาบาลใหญ่ ผู้ป่วยได้รับการดูแลฟื้นฟูจากทีมหมอครอบครัวสหวิชาชีพต่อเนื่องจากโรงพยาบาลจนถึงบ้าน ทั้งด้านการทำกายภาพบำบัด โภชนาการ สอนญาติในการดูแลผู้ป่วย เพื่อช่วยลดความพิการ หรือบางรายหายเป็นปกติกลับไปทำงานเป็นพลังของสังคมได้ โดยโรงพยาบาลชุมชนทุกแห่งต้องมีเตียงเพื่อรองรับผู้ป่วยกลุ่มนี้อย่างน้อยแห่งละ 2 เตียง

นพ.โสภณ กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ ตั้งเป้าหมายให้โรงพยาบาลชุมชนทุกแห่งเป็นโรงพยาบาลประชารัฐในปี 2562 โดยนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 มาใช้เป็นหลักในการทำงาน คือ เข้มแข็งจากภายใน เติบโตไปด้วยกัน และไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เพื่อให้เป็นโรงพยาบาลที่มากกว่าโรงพยาบาล โดยคนในพื้นที่ร่วมเป็นเจ้าของ และมีส่วนร่วมในการพัฒนาต่าง ๆ ซึ่งถือเป็นการขับเคลื่อนการปฏิรูประบบคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ ที่เน้นการทำงานและการใช้ทรัพยากรร่วมกันของทุกภาคส่วน

อภ.เปิดขายสมุนไพรไทย”ที่เจเจมอล์ล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/293293

อภ.เปิดขายสมุนไพรไทย”ที่เจเจมอล์ล

พศ2560-2564, อภเปิดขายสมุนไพรไทยที่เจเจมอล์ล, พศ2560-2564 , Good Agricultural Practice-GAP, Good Harvesting Practice-GHP, Good Laboratory Practice-GLP, Good Clinical Practice-GCP

บริษัทผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทย จำกัด บริษัทร่วมทุนองค์การเภสัชกรรมเปิด “ศูนย์จำหน่ายผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทย” เพิ่มที่เจเจมอล์ล หวังดึงลูกค้าชาวต่างชาติ

      พลเอกศุภกร สงวนชาติศรไกร   ประธานกรรมการองค์การเภสัชกรรมเปิดเผยว่าปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์สมุนไพรออกมาวางจำหน่ายมากมาย และแนวโน้มการขยายตัวของตลาดเพิ่มขึ้นทุกปี โดยปี2559ประเทศไทยมีมูลค่าของผลิตภัณฑ์สมุนไพร1.8แสนล้านบาท และคาดว่ามูลค่าของผลิตภัณฑ์สมุนไพรจะเพิ่มขึ้นเป็น 3.2 แสนล้านบาทภายใน 5 ปี(พ.ศ.2560-2564 )

อภ.เปิดขายสมุนไพรไทย”ที่เจเจมอล์ล

      โดยภาครัฐให้ความสำคัญถือเป็นวาระแห่งชาติ และผลักดันเป็นแผนแม่บทสมุนไพรระดับประเทศ บริษัท ผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทย จำกัด (บริษัทร่วมทุนขององค์การเภสัชกรรม) ได้สนองต่อนโยบายของรัฐบาลในการส่งเสริมการใช้สมุนไพร อย่างกว้างขวาง และเพื่อทดแทนการนำเข้ายาแผนปัจจุบัน

      รวมทั้งส่งเสริมการส่งออกสมุนไพรไทย เพื่อสร้างรายได้ให้แก่ประเทศตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 บริษัท จึงได้เปิด “ศูนย์จำหน่ายผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทย” เพื่อเพิ่มโอกาสในการส่งออกและเป็นศูนย์กลางการส่งออกผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทย

อภ.เปิดขายสมุนไพรไทย”ที่เจเจมอล์ล

    รวมทั้งจำหน่ายผลิตภัณฑ์ให้กับชาวต่างชาติ นักท่องเที่ยว และประชาชนทั่วไป ที่ห้อง 378-380 ขนาดพื้นที่43ตารางเมตร ที่ชั้นGศูนย์การค้าJJ Mallตลาดนัดจตุจักร เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้มีโอกาสรู้จักผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทย ที่ผลิตภายใต้การสนับสนุนของรัฐบาล ที่มีมาตรฐานสากลGMP PIC/S

       ด้าน ดร. ภก. สุวิทย์ ธีรกุลชน ผู้อำนวยการ บริษัท ผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทย จำกัด กล่าวว่า ภายในศูนย์ฯจะจำหน่ายผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่วิจัยและพัฒนาโดยองค์การเภสัชกรรม และ โดยทีมวิจัยและพัฒนาของบริษัท ที่มุ่งเน้นผลิตภัณฑ์ที่ใช้เทคโนโลยีสารสกัดเป็นสำคัญ

     ซึ่งการใช้เทคโนโลยีสารสกัดนี้จะทำให้ผลิตภัณฑ์มีสารสำคัญจากสมุนไพรในปริมาณที่เหมาะสมและเพียงพอประสิทธิภาพสม่ำเสมอในการเสริมสร้างสุขภาพแก่ผู้บริโภค มีการศึกษาประสิทธิผลและความปลอดภัยในการใช้ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าสามารถบริโภคได้อย่างปลอดภัยและดำเนินการผลิตในระดับอุตสาหกรรมที่มีการควบคุมคุณภาพตามหลักเกณฑ์และวิธีที่ดีในการผลิต หรือGMPในทุกกระบวนการผลิต

อภ.เปิดขายสมุนไพรไทย”ที่เจเจมอล์ล

      ผู้อำนวยการบริษัทผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทย จำกัด กล่าวต่อไปว่า ผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรที่จำหน่ายในศูนย์ฯแห่งนี้ มีทั้งรูปแบบผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ยาแผนโบราณ ยาสามัญประจำบ้าน เวชสำอาง ภายใต้แบรนด์ ไฟโตแคร์ และ ไฟโตโกล์ด มากกว่า70 รายการ มีการจัดหมวดหมู่มีความหลากหลายในสรรพคุณเหมาะสำหรับการนำไปใช้เป็นทางเลือกในการรักษา

     เช่น สารสกัดฟ้าทะลายโจรใช้บรรเทาไข้หวัด เจ็บคอ ซึ่งเป็นการลดการใช้ยาปฏิชีวนะและป้องกันเชื้อดื้อยา ครีมพญายอใช้รักษาเริม แทนยาAcyclovirสารสกัดใบบัวบก ช่วยเพิ่มความจำและช่วยให้นอนหลับดีในผู้สูงอายุ อบเชยช่วยลดน้ำตาลในเลือด สารสกัดกระเทียมช่วยลดคลอเลสเตอรอลและไขมันในเลือด สารสกัดจากถั่วเหลืองช่วยปรับฮอร์โมนธรรมชาติในเพศหญิงเหมาะสำหรับสตรีวัยทอง สารสกัดจากชมิ้นชันแคปซูลบรรเทาอาการปวดและช่วยให้ข้อเข่าดีขึ้นในผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อม และสารสกัดพรมมิบำรุงความจำ

อภ.เปิดขายสมุนไพรไทย”ที่เจเจมอล์ล

      นอกจากนี้ ทางศูนย์ฯยังจัดให้มีบริการอื่นๆ เช่น ให้ความรู้เรื่องสมุนไพร และ ให้คำปรึกษาการใช้ผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร โดยผู้เชี่ยวชาญ ภายในมีการจัดร้านในรูปแบบที่ทันสมัย แบ่งหมวดหมู่สินค้า เป็นกลุ่มต่างๆ เลือกซื้อได้สะดวกสบายและใช้เป็นศูนย์กลางการส่งออก รวมถึงการรับจ้างผลิต ผลิตภัณฑ์สมุนไพรอีกด้วย

      โดยในอนาคตทางบริษัทมีแผนที่จะเปิดศูนย์จำหน่ายผลิตภัณฑ์สมุนไพร ร่วมกับศูนย์บริการของ กรมแพทย์แผนไทย และ ศูนย์จำหน่ายสมุนไพร ของภาครัฐทั่วประเทศ รวมทั้งขยายตลาดe-commerceผู้บริโภคได้เข้าถึงผลิตภัณฑ์สมุนไพรสะดวกยิ่งขึ้น ตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0

    ผลิตภัณฑ์ต่างๆที่บริษัททำการผลิตนั้นมุ่งเน้นคุณภาพ5 Gของผลิตภัณฑ์สมุนไพร ที่ใส่ใจในคุณภาพทุกขั้นตอนการผลิต ตั้งแต่ ต้นน้ำ กลางน้ำและปลายน้ำ โดยวัตถุดิบ ต้องมีการเพาะปลูกที่ดี (Good Agricultural Practice-GAP)และ การเก็บเกี่ยวที่ดี (Good Harvesting Practice-GHP)การผลิตผลิตภัณฑ์ ต้องมีการผลิตตามหลักเกณฑ์ที่ดีในการผลิต (Good Manufacturing Practice-GMP)การควบคุมคุณภาพ ต้องมีการศึกษาทางห้องปฏิบัติการที่ดี (Good Laboratory Practice-GLP)และการทดลองทางคลินิก ต้องมีการทดลองทางคลินิกที่ดี (Good Clinical Practice-GCP)

อภ.เปิดขายสมุนไพรไทย”ที่เจเจมอล์ล

         ประธานกรรมการองค์การเภสัชกรรม กล่าวในตอนท้ายว่า บริษัทต้องการสนับสนุนภาครัฐ ในการพัฒนาอุตสาหกรรมสมุนไพรของไทยทดแทนการนำเข้ายาแผนปัจจุบัน ทดแทนการใช้ยาเคมีที่อาจมีผลข้างเคียงเมื่อรับประทานต่อเนื่องในระยะยาว และมีส่วนร่วมในการนำผลการวิจัยและพัฒนาขององค์การเภสัชกรรม และจากสถาบันต่างๆมาต่อยอดสู่การผลิตในระดับอุตสาหกรรม เพื่อเพิ่มมูลค่าสมุนไพรไทยในเชิงพาณิชย์ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันกับนานาประเทศ

      พร้อมทั้งพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน พัฒนาศักยภาพของเกษตรกรผู้ปลูกสมุนไพร ให้เป็นสมุนไพรเกษตรอินทรีย์นำพาประเทศสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน

น้ำในหูไม่เท่ากัน ไม่รุนแรงถึงชีวิต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/293262

น้ำในหูไม่เท่ากัน ไม่รุนแรงถึงชีวิต

น้ำในหูไม่เท่ากัน, ไม่รุนแรงถึงชีวิต, ยิ่งลักษณ์

หลัง “ยิ่งลักษณ์” ไม่มาศาลตามนัดอ่านคำพิพากษาคดีจำนำข้าวด้วยเหตุผลป่วย “น้ำในหูไม่เท่ากัน” … โรคนี้ร้ายแรงขนาดไหน?? มาทำความรู้จักกัน

     พญ.ภาณินี จารุศรีพันธุ์ อาจารย์ประจำภาควิชา โสต ศอ นาสิกวิทยา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงโรคน้ำในหูไม่เท่า กัน ว่า โรคนี้ไม่ใช่โรคที่มีอันตรายถึงแก่ชีวิต เพียงจะกระทบต่อการดำรง ชีวิตในขณะที่มีอาการป่วย

       โดยเกณฑ์การป่วยโรคน้ำในหูไม่เท่ากัน ต้องมี 4 อาการ ได้แก่ 1.เวียนศีรษะ บ้านหมุน เห็นทุกอย่างเคลื่อนไหว ไม่น้อยกว่า 20 นาที หรือในอาการเป็นหนักต้องมากถึงว 12 ชั่วโมง  2. ผลการตรวจการได้ยินของหู พบว่าการได้ยินลดลงในหูข้างใดข้างหนึ่ง ที่มีอาการหรือสองข้าง3.อาการทางหู เป็นๆหายๆ รวมถึงมีความรู้สึกมีอะไร ดันๆ ภายในหู รวมการได้เสียงในหูข้างเดียว และ4. เมื่อตรวจอาการทางร่างกายอื่นไม่พบสาเหตุ

     ทั้งนี้ หากครบทั้ง 4 อาการ จึงจะเรียกน้ำในหูไม่เท่ากัน ความรุนแรงของโรคนี้ แต่ละคนไม่เท่ากัน บางคนมีอาการเกิดขึ้น และหายได้ภายใน 1-2 ชั่วโมง ก็กลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ แต่บางคนก็มีอาการรุนแรง มึน งง เป็นๆหายๆ เป็นเวลานาน ต้องมีการนอนพัก

     สำหรับสาเหตุของการอาการน้ำในหูไม่เท่ากัน เกิดจากภาวะความเครียด พักผ่อนน้อย หรือการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รับประทานอาหารเค็มจัด ทั้งนี้ไม่มีสาเหตุที่ชัดเจน

     อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันการระบุว่าป่วยด้วยโรคน้ำในหูไม่เท่ากัน มักมีความเข้าใจผิด ถึงอาการของโรค โดยบางคนพบว่าป่วย เวียนศีรษะก็คิดว่าป่วยบ้านหมุน ทั้งความเป็นจริงแล้วไม่ใช่

      ส่วนการรักษามีหลายอย่าง 1.ช่วงที่เวียนหัว บ้านหมุน ต้องทำอย่างไรให้ลดอาการ ให้รับประทานยาแก้เวียนศีรษะ ฉีดยาแก้เวียนศีรษะ ร่วมกับการพักผ่อน ซึ่งแต่ละคนไม่เท่ากัน 2.ทำให้ความถี่ของโรคให้เกิดน้อยที่สุด การรักษาจะเน้นรับประทานยาเป็นหลัก ร่วมกับการขับปัสสาวะ เนื่องจากมีน้ำในหูชั้นในผิดปกติ เพื่อขับน้ำออกไป หรือใช้การผ่าตัดร่วมในรายที่มีอาการรุนแรง .

จัดตั้งก.อุดมฯเพิ่มงานวิจัยนวัตกรรม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/293178

จัดตั้งก.อุดมฯเพิ่มงานวิจัยนวัตกรรม

นวัตกรรม, วิจัย, กระทรวงอุดม

รองนายกฯชี้รัฐบาลเห็นด้วยตั้ง ก.อุดมฯ แต่ควรปรับเพิ่มวิจัยและนวัตกรรม เพราะมหา’ลัยควรมีบทบาทสำคัญ และรับฟังความเห็นคกก.อิสระฯ ทำให้รอบคอบตอบคำถามสังคมได้

       ความคืบหน้าในการจัดตั้งกระทรวงการอุดมศึกษา ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) โดย นพ.ธีระเกียรติ  เจริญเศรษฐศิลป์  รมว.ศึกษาธิการ พร้อม ศ.คลินิก นพ.อุดม คชินทร อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล (มม.) ในฐานะประธานคณะทำงานเตรียมการจัดตั้งกระทรวงการอุดมศึกษา และ ศ.นพ.จรัส สุวรรณเวลา ประธานคณะกรรมอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา ได้หารือกับ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีนั้น

เมื่อวันที่ 24 ส.ค.60- นพ.ธีระเกียรติ กล่าวว่า นายวิษณุ ได้แนะนำให้คณะทำงานฯ ให้ไปปรับเพิ่มเรื่องงานวิจัย และการพัฒนานวัตกรรมให้มีน้ำหนักมากขึ้น เพราะการจัดตั้งกระทรวงการอุดมศึกษา ต้องตอบสังคมให้ได้ด้วยว่า มีอะไรใหม่ หลักการง่าย ๆ คือ เดิมมีทบวงมหาวิทยาลัย  ต่อมาปรับโครงสร้างกระทรวงก็ให้อุดมศึกษามารวมกับ ศธ.

ดังนั้นการปรับโครงสร้างครั้งนี้ต้องตอบสังคมให้ได้ว่า การกลับไป กลับมา มีความเปลี่ยนแปลงอย่างไร และมีอะไรที่เพิ่มขึ้น  รวมถึงอยากให้รับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากคณะกรรมการอิสระฯเพิ่มเติมด้วย  เพื่อให้การดำเนินการมีความรอบคอบและเกิดประโยชน์มากที่สุด เชื่อว่าจะสามารถจัดตั้งกระทรวงการอุดมศึกษา ได้ทันภายในรัฐบาลนี้แน่นอน

“การเพิ่มงานวิจัย และนวัตกรรมจะทำให้การจัดตั้งกระทรวงการอุดมศึกษา มีน้ำหนักมากขึ้น  ทั้งนี้รัฐบาลเห็นด้วยกับการจัดตั้งกระทรวงการอุดมศึกษา  รวมถึง ให้ความสำคัญกับอุดมศึกษา เป็นหน่วยงานหลักในการผลิตกำลังคนเพื่อพัฒนาประเทศ ส่วนจะกำหนดให้จัดทำร่างพ.ร.บ.กระทรวงอุดมฯ ให้แล้วเสร็จภายในเมื่อไรนั้น ยังไม่มีการพูดถึง แต่ตั้งกระทรวงการอุดมฯทันในรัฐบาลนี้แน่นอน”นพ.ธีระเกียรติ กล่าว

นายโสภณ เพชรสว่าง ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการ ศธ. กล่าวว่า  ที่ประชุม มีความเห็นว่า เรื่องการวิจัยและการพัฒนานวัตกรรม เป็นงานสำคัญของอุดมศึกษา  เป็นเครื่องมือ สำคัญในการพัฒนาประเทศ และเดิมคณะทำงานฯ ก็เคยกำหนดงานวิจัยไว้ในการจัดตั้งกระทรวงการอุดมศึกษา แต่เกรงว่า จะเกิดความยุ่งยาก เพราะเกี่ยวข้องกับหลายกระทรวง จึงตัดออก แต่รัฐบาลอยากให้อุดมศึกษา เน้นในเรื่องนี้เป็นหลัก  ดังนั้นคณะทำงานฯ ต้องนำข้อเสนอแนะไปปรับแก้ร่างพ.ร.บ.การอุดมศึกษาให้สมบูรณ์

เนชั่นเปิดตัวสารคดีชุด สายลมบูรพา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/293171

 เนชั่นเปิดตัวสารคดีชุด สายลมบูรพา

เนชั่นเปิดตัวสารคดีชุด“สายลมบูรพา-ย้อนรอยความสัมพันธ์ไทย-จีน”ถ่ายทอดผ่านผู้มีประสบการณ์ตรง 10 ตอน ออกอากาศ7ก.ย.นี้ทางทีวีช่อง 22 เวลา 19.20 น.

     เมื่อวันที่ 24 ส.ค.60- ที่โรงแรมดุสิตธานี มีการแถลงข่าวสารคดีย้อยรอยความสัมพันธ์ไทย-จีน ชุด “สายลมบูรพา-ย้อนรอยความสัมพันธ์ไทย-จีน” ซึ่งจะออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์เนชั่นทีวี ช่อง 22 ทุกวันพฤหัสบดี-ศุกร์ เวลา 19.20 น. เริ่มตอนแรกวันที่ 7 กันยายนนี้ โดยมีนายสุทธิชัย หยุ่น ที่ปรึกษาเครือเนชั่น กรุ๊ป,TV anchor, columnist นายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี ดร.เตช บุนนาค อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ ดร. สารสิน วีระผล, รองกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ ร่วมแถลงข่าว พร้อมกันนี้มีบุคคลสำคัญเข้าร่วม อาทิ

 เนชั่นเปิดตัวสารคดีชุด สายลมบูรพา

      นายสุทธิชัย หยุ่น ในฐานะผู้ดำเนินรายการและหนึ่งในผู้ที่เคยร่วมในเหตุการณ์ครั้งสำคัญ กล่าวว่า สารคดีดังกล่าวเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการบันทุกประวัติศาสตร์สำคัญของประเทศไทย เบื้องหลังความสัมพันธ์ไทย-จีน ก่อนที่จะมีการสถาปนาทางการทูตอย่างเป็นทางการเมื่อ พ.ศ.2518 ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เป็นการริเริ่มโดยนักการทูต กลุ่มนักคิด กลุ่มเคลื่อนไหวในประเทศที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง มีทูตราชการลับ

 เนชั่นเปิดตัวสารคดีชุด สายลมบูรพา

       ซึ่งเรื่องราวต่างๆเหล่านี้ ไม่มีใครสามารถถ่ายทอดเรื่องราวได้ดีไปกว่าผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์จริง และครั้งนี้โชคดีที่บุคคลสำคัญๆที่มีทั้งนักการเมือง นักการทูต นักกีฬา นักวิชาการ ศิลปิน บุคคลธรรมดาซึ่งยังมีชีวิตอยู่มาบอกเล่าเรื่องราว เช่น นายอานันท์ จะได้มาถ่ายทอดเรื่องราวเบื้องลึกเบื้องหลังของการทูตที่สำคัญมาก ที่ไม่เคยได้รับรู้ที่ไหนมาก่อน หรือเรื่องราวของ นายวรรณไว พัธโนทัย ที่ในครั้งนั้นถูกส่งไปอยู่ในการดูแลของโจว เอินไหล นายกรัฐมนตรี เพื่อให้เป็นสะพานเชื่อมใจอย่างลับๆระหว่างผู้นำสองชาติ เป็นต้น

 เนชั่นเปิดตัวสารคดีชุด สายลมบูรพา

     “ยังมีเหตุการณ์ที่สหรัฐอเมริการ่วมมือทางการทูตกับจีน ซึ่งไทยเป็นพันธมิตรกับสหรัฐ ตรงนี้ก็เป็นจุดเริ่มต้นว่าไทยเราปรับตัวอย่างมีวิสัยทัศน์ด้านการทูตในต่างประเทศ สารคดีนี้จะชี้ให้เห็นใครเป็นตัวละครสำคัญ การเปลี่ยนนโยบายสำคัญขนาดนั้นมันเกิดจากปัจจัยอะไร ที่สำคัญก็คือว่าทำให้คนที่อยู่ในเหตุการณ์นั้นๆ ได้มาเล่าด้วยตัวเอง ส่วนตัวผมก็อยู่ในเหตุการณ์นั้น เพราะว่าวันที่ 1 กรกฎาคม 2518 ที่ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช นายกรัฐมนตรีไปร่วมลงนามกับนายกรัฐมนตรีจีน ผมก็เป็นหนึ่งในคณะที่ไป มีสื่อมวลชนไปสัก 4-5 คน เข้าไปเป็นสักขีพยาน ดังนั้น เรื่องนี้น่าจะต้องบันทึกเอาไว้เป็นสารคดี ให้ลูกหลานได้เรียนรู้และศึกษา เพราะบทเรียนที่ได้จากจีนในครั้งนั้น ก็จะเป็นบทเรียนให้กับอนาคตแน่นอน”

 เนชั่นเปิดตัวสารคดีชุด สายลมบูรพา

      นายสุทธิชัย กล่าวต่อไปว่า ทั้งนี้ สารคดีดังกล่าวจะออกอากาศตอนแรกในวันที่ 7 กันยายนนี้ ทุกวันพฤหัสบดี-ศุกร์ เวลา 19.20 น.ทางสถานีโทรทัศน์เนชั่นทีวี ช่อง 22 ขณะเดียวกัน จะมีการเผยแพร่ไปสู่วงกว้างมากขึ้น โดยจะจัดทำคำบรรยายภาษาจีน และภาษาอังกฤษ เพื่อนำไปออกอากาศในประเทศจีน ประเทศอื่นๆทั่วโลก และจะเผยแพร่ผ่านยูทิวป์ สื่อโซเชียลมีเดียต่างๆด้วยเพื่อให้ได้เห็นผลงานสารคดีมาตรฐานระดับสากล

       นอกจากนั้น เนชั่นเตรียมจะจัดทำสารคดีบันทึกเรื่องราวประวัติศาสตร์เช่นนี้ในอีกหลายเรื่อง อาทิ สารคดีความสัมพันธ์ไทย-ญี่ปุ่นที่ยาวนานถึง 130 ปี และเร็วๆนี้จะมีสารคดีที่ได้สัมภาษณ์ “แจ็ค หม่า” ซึ่งเนชั่นฯเป็นสื่อเดียวในเอเชียที่ได้สัมภาษณ์แจ็คหม่าแบบเอ็กคลูซีฟครั้งแรก ก็จะมาเสนอให้ได้รับชม ประมาณ 5-6 ตอน

 เนชั่นเปิดตัวสารคดีชุด สายลมบูรพา

     ด้านนายอานันท์ กล่าวว่า ในครั้งนั้นเป็นนักการทูต หัวใจสำคัญคือเราต้องฟังและค้นหาข้อเท็จจริง ซึ่งในเวลานั้นก็จะเจอกับข่าวทั้งที่เป็นความจริงและไม่จริงมากมาย อย่างไรก็ตาม จากเหตุการณ์ความสัมพันธ์ไทย-จีน ที่ผ่านมาก็ถือเป็นสิ่งที่ทุกคนไม่ว่าผู้ที่จะเป็นนักการทูต หรือพรรคการเมืองคนต้องเรียนรู้ การกำหนดนโยบายในด้านความสัมพันธ์ต่างประเทศ ต้องรักษาความสัมพันธ์และต้องวางแผนเป็นเชิงยุทธศาสตร์ ที่มองเห็นว่านอนาคต 10-20 ปีข้างหน้าจะเป็นอย่างไร เราจะอยู่ในจุดไหนด้วย

 เนชั่นเปิดตัวสารคดีชุด สายลมบูรพา

    สำหรับสารคดีย้อนรอยความสัมพันธ์ไทย-จีน ชุด “สายลมบูรพา ย้อนรอยความสัมพันธ์ไทยจีน” มีทั้งหมด 10 ตอน ได้แก่ ตอนที่ 1 การทูตรัฐบรรณาการ,ตอนที่ 2 การทูตใต้ดิน,ตอนที่ 3 การทูตปิงปอง,ตอนที่ 4 เส้นการเจรจาเปิดความสัมพันธ์,ตอนที่ 5 มรว.คึกฤทธิ์ ปราโมช เยือนจีน,ตอนที่ 6 พรรคคอมมิวนิสต์ไทย “ล้ม”,ตอนที่ 7 เปิดความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ,ตอนที่ 8 อาณาจักรธุรกิจไทยในจีน,ตอนที่ 9 ราชวงศ์ไทย สะพานใหญ่แห่งสายสัมพันธ์ไทย-จีนและตอนที่ 10 มองอนาคตแห่งความสัมพันธ์

 เนชั่นเปิดตัวสารคดีชุด สายลมบูรพา

    ส่วนบุคคลสำคัญที่อยู่ร่วมในเหตุการณ์ ได้แก่ สุทธิชัย หยุ่น ,นายสารสิน วีรผล ,นาย อานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี และนักการทูตระดับอาวุโส ,นายวรรณไว พัธโนทัย, สิรินทร์ พัธโนทัย,นายสุเทพ วงศ์กำแหง, สุชาติ ภูมิบริรักษ์ ,นายเตช บุญนาค,นายสันติภาพ เตชะวณิชย์ ,นายเจริญ วรรธนะสิน,จาง จิ๋วหวน อดีตนักการทูตหนุ่มของจีนที่เชี่ยวชาญเรื่องภาษาไทย ได้เข้าร่วมการเจรจาเพื่อสถาปนาความสัมพันธ์ไทย-จีน มาตั้งแต่เริ่ม สุดท้ายก็ได้มาเป็นเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย,หลี่เม่า เด็กไทยสายเลือดจีน,นายบัณฑิต จันทศรีคำ นักหนังสือพิมพ์ เจ้าของนามปากกา แคน สาลิกา,นายธนินทร์ เจียรวนนท์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ ที่เข้าไปลงทุนในจีน ในยุคคอมมิวนิสต์ และธนากร เสรีบุรี ผู้สร้างอาณาจักรซีพีในประเทศจีน

มทส.ผุดศูนย์ฯปั้นช่างเทคนิคไมโครอิเล็กฯ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/293057

มทส.ผุดศูนย์ฯปั้นช่างเทคนิคไมโครอิเล็กฯ

มทส.เปิด”ศูนย์การศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะอาชีพสุรนารี” แห่งแรกในภาคอีสาน ยกระดับแรงงานฝีมือปั้น “ช่างเทคนิคด้านไมโครอิเล็กทรอนิกส์” ขานรับนโยบายไทยแลนด์ 4.0

        นางหทัยรัตน์ อติชาติ ผู้จัดการฝ่ายนโยบายด้านรัฐกิจและกิจการสัมพันธ์ บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด กล่าวว่า โครงการ “Chevron Enjoy Science: สนุกวิทย์ พลังคิด เพื่ออนาคต” ตระหนักถึงความสำคัญของการยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศผ่านการพัฒนาแรงงานวิชาชีพให้มีทักษะฝีมือและพื้นฐานด้านสะเต็มที่สอดรับอุตสาหกรรมขับเคลื่อนเศรษฐกิจแห่งอนาคต ทั้งนี้ แม้ประเทศไทยจะได้รับการยอมรับในฐานะแหล่งผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่สำคัญของโลก แต่ก็ประสบปัญหาขาดแคลนแรงงานฝีมือระดับช่างเทคนิคทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพมาโดยตลอด และปัจจุบันก็กำลังเผชิญความท้าทายจากการรุกคืบเข้ามาของเทคโนโลยีการผลิตสมัยใหม่ที่มีความซับซ้อนมากขึ้น

นำมาซึ่งการจัดตั้ง “ศูนย์การศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะอาชีพสุรนารี” เพื่อตอบโจทย์ปัญหาดังกล่าว โดยการร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารีภายใต้รูปแบบ “รัฐร่วมเอกชน” เพื่อทำหน้าที่เป็นแกนหลักในการผลิตและพัฒนาช่างเทคนิคด้าน ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ โดยถือเป็นศูนย์การศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะอาชีพแห่งแรกของภาคอีสาน และเป็นแห่งที่ 4 ของประเทศจากที่บริษัทมีเป้าหมายจะเปิดทั้งสิ้น 6 แห่ง

“จังหวัดนครราชสีมา เป็นที่ตั้งศูนย์ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่สำคัญแห่งหนึ่งที่ป้อนสู่ตลาดโลก รวมถึง     เป็นฐานการผลิตและส่งออกให้กับผู้ผลิตระดับโลก ขณะเดียวกันก็เป็นศูนย์กลางด้านอาชีวศึกษาของภาคอีสานตอนล่าง ซึ่งเป็นแหล่งผลิตช่างเทคนิคป้อนพื้นที่ต่างๆ มาโดยตลอด จึงคาดหวังว่าศูนย์ฯ แห่งนี้จะร่วมเป็นส่วนหนึ่ง ในการผลักดันให้เกิดอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ (Smart Electronics) สำเร็จลุล่วงตามเป้าหมายรัฐบาล” นางหทัยรัตน์ กล่าว

ด้าน รศ.ร.อ.ดร.กนต์ธร ชำนิประศาสน์ คณบดีสำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยี   สุรนารี กล่าวว่า ศูนย์การศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะอาชีพสุรนารีจะบริหารงานภายใต้คณะกรรมการทั้งจากภาครัฐ                และภาคอุตสาหกรรม เป้าหมายสำคัญคือ พัฒนา “ครูอาชีวะและบุคลากรสายอาชีพ” ให้มีทักษะความรู้ที่ทันสมัย นำไปถ่ายทอดให้กับนักเรียนอาชีวะ โดยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารีทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางเชื่อมต่อระหว่างภาคอุตสาหกรรมกับวิทยาลัยเทคนิคต่างๆ ในภาคอีสานที่จะร่วมกันพัฒนาหลักสูตรและเพิ่มทักษะให้ครูอาชีวะสามารถนำไปปรับรูปแบบการเรียนการสอนเพื่อผลิตช่างเทคนิคได้ตรงกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมไมโครอิเล็กทรอนิกส์ทุกระดับ ตั้งแต่เอสเอ็มอีจนถึงบริษัทข้ามชาติ

“ศูนย์ฯ แห่งนี้ ประกอบด้วยห้องปฏิบัติการ 3 ส่วน ได้แก่ 1. ห้องปฏิบัติการฝึกทักษะขั้นพื้นฐาน เพื่อเติมองค์ ความรู้ด้านสะเต็มสำหรับอาชีวศึกษา 2. ห้องปฏิบัติการฝึกทักษะด้านแมนูแฟคเจอริ่ง เน้นการประยุกต์                   ใช้กระบวนการผลิตสมัยใหม่ อาทิ ตัดชิ้นงานด้วยเลเซอร์ การใช้เครื่องพิมพ์สามมิติ การใช้เครื่องตัดกัดกลึงชิ้นงาน  และ 3. ห้องปฏิบัติการฝึกทักษะด้านโรโบติก เป็นเทคโนโลยีขั้นสูงซึ่งจะนำองค์ความรู้มาใช้ร่วมกับระบบ             ออโตเมชั่นเพื่อผลิตชิ้นงานจริง ทำให้เชื่อมั่นว่าศูนย์ฯ แห่งนี้จะช่วยพัฒนาและเติมเต็มทักษะที่จำเป็นให้กับครูอาชีวะและช่างเทคนิคได้อย่างครบถ้วน” รศ.ร.อ.ดร.กนต์ธร กล่าว

ปัจจุบันศูนย์ฯ แห่งนี้มีวิทยาลัยเทคนิคที่เข้าร่วมเครือข่ายแล้ว 5 แห่ง ประกอบด้วย วิทยาลัยเทคนิคสุรนารี วิทยาลัยเทคนิคนครราชสีมา วิทยาลัยเทคนิคปักธงชัย วิทยาลัยเทคนิคพิมาย วิทยาลัยเทคนิคหลวงพ่อคูณปริสุทฺโธ โดยตั้งเป้าว่าภายในปี 2560 จะขยายเครือข่ายความร่วมมือเพิ่มเป็นไม่น้อยกว่า 10 แห่ง