เจริญตามรอยพระยุคลบาท สมาคม นร.เก่าภาคพื้นยุโรปฯ จัดแข่งขันแรลลี่การกุศล ครั้งที่ 4 ‘รักษ์น้ำ รักแผ่นดิน-ตามรอยเสด็จ’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/276498

เจริญตามรอยพระยุคลบาท สมาคม นร.เก่าภาคพื้นยุโรปฯ จัดแข่งขันแรลลี่การกุศล ครั้งที่ 4 ‘รักษ์น้ำ รักแผ่นดิน-ตามรอยเสด็จ’

เจริญตามรอยพระยุคลบาท สมาคม นร.เก่าภาคพื้นยุโรปฯ จัดแข่งขันแรลลี่การกุศล ครั้งที่ 4 ‘รักษ์น้ำ รักแผ่นดิน-ตามรอยเสด็จ’

วันพุธ ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

สมาคมนักเรียนเก่าภาคพื้นยุโรป ในพระบรมราชูปถัมภ์ (ส.น.ภ.ย.) จัดการแข่งขันแรลลี่การกุศล ครั้งที่ 4 “รักษ์น้ำ รักแผ่นดิน-ตามรอยเสด็จ” เพื่อสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งทรงรับสมาคมฯ ให้อยู่ในพระบรมราชูปถัมภ์ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2482

การแข่งขันแรลลี่การกุศล ครั้งที่ 4 “รักษ์น้ำ รักแผ่นดิน-ตามรอยเสด็จ”ในเส้นทาง กรุงเทพฯ-เขาใหญ่ เมื่อวันที่ 10-11 มิถุนายน 2560 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อจัดกิจกรรมเจริญรอยตามพระยุคลบาท สนับสนุนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับน้ำและดิน โดยจะนำรายได้ส่วนหนึ่งจากการแข่งขันแรลลี่การกุศลไปใช้ในการจัดหาสิ่งจำเป็น เพื่อสนับสนุนการศึกษาในรูปแบบต่างๆ และจัดทำห้องสมุดของโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนแพรกตะคร้อ ซึ่งตั้งอยู่ที่บ้านแพรกตะคร้อ หมู่ที่ 11 ตำบลบึงนคร อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

การแข่งขันแรลลี่ในครั้งนี้ นับเป็นครั้งที่ 4 ซึ่งจัดมาอย่างต่อเนื่องได้รับความสนใจจากสมาชิกสมาคม ส.น.ภ.ย. และสมาคมนักเรียนเก่าต่างๆ เข้าร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง นับเป็นกิจกรรมที่เชื่อมความสัมพันธ์ ความรัก ความสามัคคี และความสัมพันธ์อันดีในสมาคมฯ ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น หลังงานเลี้ยงฉลองชัยประกาศผลแข่งขัน จัดเลี้ยงในธีมงาน “คาวบอยไนท์” โดยในปีนี้ สมาคมฯ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณ จาก สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร พระราชทานถ้วยรางวัลในพระปรมาภิไธย (ว.ป.ร.) ให้แก่ผู้ชนะเลิศด้วย

 

แบรนด์กระเป๋าหนัง‘พญา’ (PHYA) ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านดีไซน์โก้หรู

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/276517

แบรนด์กระเป๋าหนัง‘พญา’ (PHYA)  ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านดีไซน์โก้หรู

แบรนด์กระเป๋าหนัง‘พญา’ (PHYA) ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านดีไซน์โก้หรู

วันพุธ ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

‘พญา’ (PHYA) แบรนด์กระเป๋าหนังดีไซน์คุณภาพ ด้วยการออกแบบที่สื่อถึงความเข้าใจของงานดีไซน์สุดโมเดิร์น ผ่านการรังสรรค์จากช่างฝีมือผู้เชี่ยวชาญชาวไทยผนวกกับวัสดุชั้นเยี่ยมที่คัดสรรจากประเทศอิตาลี ตอบสนองความต้องการของหญิงสาวที่ชื่นชอบในความโก้หรูและการใช้งานที่สะดวก เสริมภาพลักษณ์ที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ ฉลาดและเลือกสรรแต่สิ่งที่ดีที่สุด สมกับเป็นหญิงสาวผู้มีความสง่างาม

โดยงานออกแบบ มีจุดเด่นอยู่ที่เค้าโครงอันเฉียบคมแฝงกลิ่นอายความเป็นสถาปัตยกรรมของงานศิลปะแบบอาร์ตเดโค (Art Deco) ผนวกกับผืนหนังที่มีผิวสัมผัสเนียนนุ่มและลวดลายตามธรรมชาติที่ยังคงไว้ประดุจงานศิลปะชิ้นมาสเตอร์พีช รวมไปถึงงานประดับชิ้นส่วนฮาร์ดแวร์อันหรูหราที่ถือเป็นจุดเด่นและสร้างประสบการณ์ในการใช้งานที่ไม่เหมือนใคร ซึ่งผลงานการดีไซน์ล่าสุด ‘จิรยง อนุมานราชธน’ ได้นำความงดงามของศิลปะอาร์ตเดโค (Art Deco) ต่อยอดไอเดียมาสู่การดีไซน์กระเป๋ารุ่น ‘ลิฟ’ (Liv) และ ‘สเตลล่า’ (Stella) ได้ย่างลงตัว

‘หากเปรียบผลงานศิลปะในยุคอาร์ตเดโคเป็นผู้หญิง ก็คงเปรียบได้กับผู้หญิงที่รักในความโก้หรู ทันสมัย และสง่างาม ซึ่งการออกแบบกระเป๋ารุ่นลิฟเรายังคงเน้นรูปทรงที่สง่างาม เหลี่ยมมุมชัดเจน ที่พัฒนามาจากรุ่นโอลิเวียที่เป็นหนังจระเข้ แต่ในรุ่นลิฟเราเลือกใช้หนังวัวพิเศษและเพิ่มเทคนิคด้านการตัดเย็บที่มากขึ้น เพราะต้องการเพิ่มเอกลักษณ์ของกระเป๋า ความทันสมัย ใช้งานได้ง่าย สามารถถือไปทำงานและปาร์ตี้ได้ในขณะเดียวกัน ส่วนรุ่นสเตลล่ามีความพิเศษอยู่ที่การตัดเย็บหนังสองชนิดเข้าด้วยกัน คือด้านหน้ากับด้านหลังจะเป็นหนังแกะที่ให้สัมผัสเนียนนุ่ม ส่วนด้านข้างจะเป็นหนังวัวที่ช่วยให้กระเป๋าคงรูปได้อย่างสวยงาม’จิรยงอนุมานราชธน ครีเอทีฟไดเร็คเตอร์ประจำแบรนด์กล่าวถึงจุดเด่นของการออกแบบกระเป๋าดีไซน์ล่าสุดนี้

“วัสดุของแบรนด์พญาเกือบทุกชิ้นเรานำเข้ามาจากอิตาลี และตัดเย็บโดยช่างไทยฝีมือดี  หนังที่พญาเลือกใช้ถูกฟอกสีจากธรรมชาติไม่ใช้สารเคมี  ที่สำคัญเราให้ความสำคัญกับขาตั้งกระเป๋ามาเป็นพิเศษ ออกแบบมาไม่ให้บดบังรูปทรงดีไซน์ แต่ช่วยให้พื้นบริเวณฐานกระเป๋าไม่เปรอะเปื้อนได้เป็นอย่างดี”

พบกับกระเป๋าหนังสุดโมเดิร์น ‘พญา’ (PHYA) พร้อมกันได้แล้ววันนี้ที่ชั้น 3 ศูนย์การค้าเกษร, Facebook,IG:phyaphiloและ www.phyaphilo.com

ผลักดันประเทศไทยสู่ความร่วมมือการรักษา ด้วยวิทยาศาสตร์ชีวภาพ วินิจฉัย ‘มะเร็ง’ รู้เร็ว…รักษาได้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/276505

ผลักดันประเทศไทยสู่ความร่วมมือการรักษา ด้วยวิทยาศาสตร์ชีวภาพ วินิจฉัย ‘มะเร็ง’ รู้เร็ว...รักษาได้

ผลักดันประเทศไทยสู่ความร่วมมือการรักษา ด้วยวิทยาศาสตร์ชีวภาพ วินิจฉัย ‘มะเร็ง’ รู้เร็ว…รักษาได้

วันพุธ ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ผศ.พญ.ธัญนันท์ เรืองเวทย์วัฒนา

ปัญหาด้านสุขภาพ เป็นเรื่องที่คนส่วนใหญ่ให้ความสำคัญเป็นเรื่องแรกๆ ทว่าเมื่อเข้าสู่ศตวรรษที่ 21 ประชากรชาวโลก ต้องเผชิญหน้ากับโรคร้ายนานาชนิดที่แพร่ระบาดคร่าชีวิตผู้คนจำนวนมหาศาล สิ่งที่แพทย์ทั่วโลกต่างวิตกกังวลคือ ภาวะโลกร้อน อุณหภูมิโลกที่แปลเปลี่ยนไปอย่างต่อเนื่องในรอบหลายทศวรรษกำลังส่งผลให้สมดุลทางชีววิทยาในระบบนิเวศน์ได้รับผลกระทบอย่างหนัก

ความเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ทำให้เกิดโรคอุบัติใหม่เพิ่มขึ้นมากมาย องค์การอนามัยโลก (World Health Organization-WHO) รายงานว่า ประชากรโลกจะต้องเผชิญกับโรคติดเชื้อเพิ่มมากขึ้น ทั้งจากโรคติดเชื้อเก่าที่จะกลับมาอีกกว่า 180 โรค และโรคที่เกิดขึ้นใหม่ โดยเฉพาะโรคติดเชื้อ ยังไม่รวมถึงโรคสำคัญอย่างมะเร็ง ซึ่งแพทย์ระบุว่า เป็นโรคที่มีปัจจัยเสี่ยงจากสิ่งแวดล้อมภายนอกร่างกาย สารก่อมะเร็งที่ปนเปื้อน ในอาหาร อากาศ เครื่องดื่ม ยารักษาโรค ฯลฯ รวมทั้งการได้รับรังสี เชื้อไวรัส แบคทีเรีย และพยาธิบางชนิด หรือปัจจัยภายในร่างกาย เช่น ความผิดปกติทางพันธุกรรม ความบกพร่องของระบบภูมิคุ้มกัน และภาวะทุพโภชนา ฯลฯ ด้วยเหตุนี้ งานวิจัยทางการแพทย์จึงจำเป็นที่จะต้องพัฒนาอย่างต่อเนื่องเช่นกันเพื่อให้เท่าทันโรค

บริษัท ไคอาเจน เอ็น วี บริษัท โฮลดิ้ง ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในประเทศเนเธอร์แลนด์ ซึ่งเล็งเห็นความสำคัญในเรื่องนี้ โดยมุ่งมั่น ขับเคลื่อนธุรกิจการพัฒนาเทคโนโลยีชีวภาพและการดูแลสุขภาพ โดยให้ผู้ใช้บริการเข้าใจและเข้าถึงการรักษาในระดับโมเลกุล ได้ขยายความร่วมมือกับโรงพยาบาลรามาธิบดีและมหาวิทยาลัยมหิดล จัดตั้งศูนย์ความร่วมมือสำหรับเทคนิคทางด้านชีวโมเลกุลเพื่อเผยแพร่ข้อมูลเชิงลึก เริ่มต้นจากถอดรหัสพันธุกรรมในการรักษาโรคมะเร็งและมาลาเรีย

วิลเลียม ลิน

นายวิลเลียม ลิน ผู้อำนวยการฝ่ายการพาณิชย์ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัท ไคอาเจน (ประเทศไทย) จำกัด ให้ข้อมูลว่า บริษัทได้ร่วมมือกับ คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล จัดตั้งศูนย์ความร่วมมือสำหรับเทคนิคทางด้านชีวโมเลกุล และร่วมมือกับโรงพยาบาลรามาธิบดี เพื่อศึกษาข้อมูลในเชิงลึกเกี่ยวกับจีโนมจากเทคโนโลยีการถอดรหัสพันธุกรรม (Next generation sequencing: NGS) เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมความสัมพันธ์ร่วมกับทีมวิจัยวิทยาศาสตร์ชีวภาพและผู้รับบริการด้านสุขภาพ

“เราภูมิใจที่จะสานต่อความมุ่งมั่นที่มีต่อประชาชนชาวไทย ซึ่งกว่า 16 ปีที่เราได้เสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับสถาบันการแพทย์และหน่วยงานภาครัฐ ในการเปิดสำนักงานใหม่ในกรุงเทพ เรายังนำเสนอการร่วมมือกับสององค์กรทางการแพทย์ชั้นนำของประเทศไทย โดยเรามุ่งหวังจะส่งมอบนวัตกรรมโซลูชั่น Sample to Insight สำหรับการทดลองด้านชีวโมเลกุลซึ่งรวมทั้งโซลูชั่น ไคอาเจน เอ็นจีเอส (QIAGEN NGS) ของเรา เพื่อพัฒนาคุณภาพการใช้ชีวิตของผู้คนให้ดียิ่งขึ้น”

ศ.ดร.วสันต์ จันทราทิตย์ หัวหน้าศูนย์จีโนมทางการแพทย์ โรงพยาบาลรามาธิบดี กล่าวว่า เพื่อให้การรักษาและคัดกรองโรคมะเร็งมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น อันนำไปสู่การลดจำนวนผู้ป่วยที่เสียชีวิตจากการเป็นโรคมะเร็ง โรงพยาบาลรามาธิบดีจึงได้ร่วมกับองค์กรเอกชนในการศึกษาข้อมูลในเชิงลึกเกี่ยวกับจีโนมจากเทคโนโลยีการถอดรหัสพันธุกรรม (Next generation sequencing : NGS) อันเป็นที่มาของการนำโซลูชั่น QIAGEN NGS เทคโนโลยีการถอดรหัสพันธุกรรมความไวสูง ที่สามารถวิเคราะห์เนื้อเลือดหรือตัวอย่างเนื้อเยื่อ เพื่อระบุการกลายพันธุ์ในระดับยีนได้อย่างแม่นยำ และสามารถประเมินค่าความเสี่ยงของมะเร็งได้ทุกระยะ ช่วยให้ทีมแพทย์สามารถประเมินวิธีการรักษาที่ดีที่สุด นับเป็นความก้าวหน้าของนวัตกรรมทางการแพทย์ที่ก่อให้เกิดประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับผู้ป่วยโรคมะเร็ง ซึ่งโรงพยาบาล ได้นำนวัตกรรมโซลูชั่น ไคอาเจน NGS ถือเป็นนวัตกรรมล่าสุดของการตรวจโรคมะเร็ง เพื่อมาใช้ในการวินิจฉัยโรคมะเร็งด้วยการตรวจเลือดและการตัดชิ้นเนื้อมาแล้ว 2 ปี โดยนวัตกรรมดังกล่าวสามารถตรวจโรคมะเร็งได้ทุกระยะ และมีความแม่นยำสูง

ดร.หวัง หงุ่ยตระกูล

“การวินิจฉัยโรคมะเร็ง หากสามารถตรวจพบได้เร็ว และมีความแม่ยำในการประเมินผล ก็จะสามารถรักษาให้หายได้ ดังนั้น การแสวงหาแนวทางการรักษาใหม่ๆ ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ก้าวทันโรค ก็จะสามารถลดความเสี่ยงและรักษาชีวิตของผู้ป่วยได้อย่างทันท่วงที อย่างไรก็ตาม การวินิจฉัยเพื่อการรักษาโรคมะเร็งนั้นสามารถใช้ได้หลายแนวทางประกอบกันตั้งแต่การตรวจเลือด การทดสอบเนื้อเยื่อ การตัดชิ้นเนื้อ ขึ้นอยู่กับอาการของผู้ป่วยที่มาพบแพทย์แต่ด้วยนวัตกรรมล่าสุดไคอาเจน เอ็นจีเอสก็ทำให้การวินิจฉัยเป็นไปได้แม่นยำขึ้น”

ส่วน ดร.หวัง หงุ่ยตระกูล ภาควิชาชีวโมเลกุลและพันธุศาสตร์โรคเขตร้อน คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล ให้ข้อมูลว่า ในส่วนของความร่วมมือระหว่าง ไคอาเจนกับเวชศาสตร์เขตร้อนนั้น เราได้ก่อตั้งเพื่อเป็นศูนย์กลางในการถ่ายทอดข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับจีโนมที่เป็นประโยชน์ในการวินิจฉัยโรคมาลาเรียและโรคอื่นๆ ที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิโรคอย่างต่อเนื่อง และจากที่เคยได้ร่วมกับทีมวิจัยเชิงวิเคราะห์ที่ผ่านมานั้น พบว่าโรคมาลาเรียมีฤทธิ์ตกค้างในพื้นที่ต่างๆ เพิ่มสูงขึ้น โดยมีสาเหตุมาจากพาหะของโรคที่ไม่แสดงอาการทั้งหลาย จึงนับเป็นโอกาสสำคัญของความร่วมมือของภาควิชาการและอุตสาหกรรม ที่จะเดินหน้างานค้นคว้าใหม่ๆ เพื่อถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับเทคนิคทางด้านชีวโมเลกุลเพื่อรับมือกับโรคนี้ในอนาคต สู่นักวิจัยรุ่นต่อๆ ไป

ด้าน ผศ.พญ.ธัญนันท์ เรืองเวทย์วัฒนาสาขาวิชาอายุรศาสตร์มะเร็งวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี กล่าวว่า ศูนย์จีโนมทางการแพทย์โรงพยาบาลรามาธิบดีได้รับความร่วมมือด้านโซลูชั่น ไคอาเจน NGS ซึ่งเป็นเทคโนโลยีการถอดรหัสพันธุกรรมความไวสูงที่จะช่วยในการวิเคราะห์เลือดหรือตัวอย่างเนื้อเยื่อ เพื่อระบุการเปลี่ยนแปลงในระดับยีน ซึ่งจะช่วยให้แพทย์ประเมินวิธีการรักษาที่ดีที่สุด ซึ่งคาดหวังว่าการร่วมมือครั้งนี้จะก่อให้เกิดประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับการวินิจฉัยผู้ป่วยให้เข้าถึง การรักษาแบบที่ทางการแพทย์จะเรียกว่า การรักษาแบบตรงจุด หรือแบบมุ่งเป้า (Targeted therapy)

พาร์ฟูม เบอร์ชเย่ เปิดตัวก้านกระจายความหอม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/276481

พาร์ฟูม เบอร์ชเย่ เปิดตัวก้านกระจายความหอม

พาร์ฟูม เบอร์ชเย่ เปิดตัวก้านกระจายความหอม

วันพุธ ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

พาร์ฟูม เบอร์ชเย่ (PARFUM BERGER) ขอแนะนำนวัตกรรมล่าสุดของก้านกระจายความหอมสำหรับบ้านแอนตี้ โอดอร์ คิวบ์ เซ้นต์ บูเกต์ (ANTI-ODOUR CUBE SCENTED BOUQUET) ที่สามารถจัดการกลิ่นไม่พึงประสงค์ 4 กลิ่นเฉพาะได้อย่างมีประสิทธิภาพ ได้แก่ กลิ่นไม่พึงประสงค์จากการทำอาหาร จากบุหรี่ ในห้องน้ำ และจากสัตว์เลี้ยง ด้วยการทุ่มเทค้นคว้า วิจัย และพัฒนาลึกถึงระดับโมเลกุลของน้ำหอม จนได้มาซึ่งน้ำหอม 4 สูตร ที่มีโมเลกุลพิเศษเฉพาะตัวในการขัดขวางการแพร่กระจายโมเลกุลของกลิ่นไม่พึงประสงค์ดังกล่าวได้ อีกทั้งยังผ่านการทดสอบประสิทธิภาพ และการรับรองจากผู้เชี่ยวชาญด้านการปรุงแต่งน้ำหอม และผู้ประเมินคุณภาพความหอม

โดยก้านกระจายความหอมสูตรดับกลิ่นไม่พึงประสงค์จากการทำอาหาร (Against Cooking Smells) โดดเด่นด้วยกลิ่นหอมสดชื่นของสารสกัดจากใบโหระพา ผสมผลานกับกลิ่นหอมของดอกฟรีเซีย และเปลือกไม้ ก้านกระจายความหอมสูตร
ดับกลิ่นไม่พึงประสงค์จากบุหรี่ (Against Tobacco Smells) ให้บ้านของคุณมีอากาศที่สะอาดบริสุทธิ์พร้อมกลิ่นหอมอบอุ่นของส่วนผสมจากไม้สนซีดาร์ ขี้ผึ้งจากไม้สน และผงอำพันก้านกระจายความหอมสูตรดับกลิ่นไม่พึงประสงค์ในห้องน้ำ (Against Bathroom Smells) ให้คุณใช้เวลาในห้องน้ำได้ยาวนานขึ้นพร้อมกลิ่นสดชื่นแบบบรรยากาศริมทะเลด้วยกลิ่นหอมจากอะโรมาติคโน้ต มารีนโน้ต และพิมเสน และก้านกระจายความหอมสูตรดับกลิ่นไม่พึงประสงค์จากสัตว์เลี้ยง (Against Animal Smells) ให้บ้านของคุณปราศจากกลิ่นจากสัตว์เลี้ยง ด้วยกลิ่นหอมสดชื่นของผลไม้และดอกไม้ ทั้งมะกรูด ลิลลี่ภูเขา และไม้จันทน์หอม

นอกจากประสิทธิภาพเฉพาะตัวในการดับกลิ่นไม่พึงประสงค์แล้วพาร์ฟูม เบอร์ชเย่ ยังโดดเด่นด้วยรูปทรงของขวดน้ำหอมทรงสี่เหลี่ยมลูกบาสก์ที่ดูเรียบหรู เข้ากับบ้านทุกสไตล์ พร้อมก้านกระจายความหอมที่ผลิตจากโพลีเมอร์ที่สามารถกระจายความหอมได้อย่างรวดเร็วและให้ความหอมที่ยาวนาน ไม่ทำให้น้ำหอมเปลี่ยนสีหรือเปลี่ยนกลิ่นอีกด้วย

มีวางจำหน่ายแล้วที่ สยามพารากอนชั้น 1 โซนนอร์ทเซ็นทรัลชิดลม ชั้น 5 แผนกเครื่องหอม สาขาอิเซตัน แผนกสปา ชั้น 4 สาขาเซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว ชั้น 3 สาขาฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต ชั้น 1 Zpell  สาขาเมกาบางนา ชั้น 1 สาขาเซ็นทรัลพลาซาแจ้งวัฒนะ ชั้น 5 และ THE BEDROOM COMPANY ทั้ง 3 สาขา ชิดลม พาราไดซ์พาร์ค และแฟชั่น ไอส์แลนด์ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 02-6720498

เซรั่มสเต็มเซลล์บริสุทธิ์จากพืชธรรมชาติ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/276504

เซรั่มสเต็มเซลล์บริสุทธิ์จากพืชธรรมชาติ

เซรั่มสเต็มเซลล์บริสุทธิ์จากพืชธรรมชาติ

วันพุธ ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

La Vieré (ลาวีเร่) มาจากคำว่า La Vie ในภาษาฝรั่งเศส หมายถึงชีวิต สะท้อนหลักปรัชญาของ แบรนด์ที่ว่า “ที่สุดของการฟื้นฟูผิวหน้าให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง” ด้วยเซรั่มเข้มข้นเนื้อบางเบา La VierRevitalizing Serum ที่สกัดจากสเต็มเซลล์ธรรมชาติ 100% นำเข้าจากฝรั่งเศส ได้แก่ ใบมะกอก พุทราจีนและลำต้นอ้อย ปราศจากน้ำหอม พาราเบน และแอลกอฮอล์ เพียง 7 หยด สามารถให้คุณประโยชน์ถึง 7 ประการ ( 7 in 1) รู้สึกถึงผิวที่นุ่มและชุ่มชื้นขึ้นตั้งแต่ครั้งแรกที่ใช้ (Overnight effect)

เภสัชกรหญิงสุดารัตน์เลิศถาวรธรรม ผู้ก่อตั้งแบรนด์ LaVieré กล่าวถึงที่มาของการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์นี้ว่า “เกิดจากตอนตั้งครรภ์ที่ฮอร์โมนมีการเปลี่ยนแปลง สภาพผิวหน้าเปลี่ยน แห้ง มีริ้วรอยเพิ่ม ขณะนั้นยังไม่มีสกินแคร์ตัวใดที่ตอบโจทย์ความต้องการได้ คือ สกัดจากธรรมชาติ 100% ไม่มีสารที่เป็นอันตราย และส่งผลข้างเคียงต่อลูกในครรภ์ จึงได้ร่วมกับแพทย์เฉพาะทางด้านผิวหนัง คิดค้นสูตรที่เหมาะสำหรับการดูแลผิวหน้า และสามารถใช้ได้อย่างมั่นใจ ปลอดภัยแม้ขณะตั้งครรภ์ และให้นมบุตร”

La Viere Revitalizing Serum เหมาะกับทุกสภาพผิว แม้ผิวแพ้ง่าย และปลอดภัยสำหรับสตรีมีครรภ์ และให้นมบุตร เห็นผลชัดเจนภายใน 1 สัปดาห์ ผ่านการอนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อ.ย.) ส่วนประกอบสกัดจาก 3 สเต็มเซลล์พืชธรรมชาติ 100% ได้แก่ 1.Olive Leaf Extract (ใบมะกอก) ประกอบด้วยสารสำคัญคือ Proteosome และ Oleuropein* ช่วยกระตุ้นการทำงานของ Proteosome ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยชะลอการเสื่อมสภาพของเซลล์ผิว ซ่อมแซมกลไกการทำงานของเซลล์ผิว 2.Jujube Extract (พุทราจีน)ประกอบด้วยสารสำคัญคือ Jujubosides ทำหน้าที่เสริมสร้างความแข็งแรงให้ผิวโดยสนับสนุนการทำงานของระบบป้องกันอนุมูลอิสระของผิวหนังที่เป็นเสมือนเกราะป้องกันมลภาวะต่างๆ และยังช่วยกระตุ้นการทางานของระบบภูมิคุ้มกันอีกด้วย 3.LevanPolysaccharide (ลำต้นอ้อย) ประกอบไปด้วยโมเลกุลของฟรุ้กโตส ที่มีนํ้าหนักโมเลกุลสูงจึงให้ความชุ่มชื่น และสร้างฟิล์มบนผิวช่วยให้ผิวกระชับขึ้น

เพียงหยดเซรั่มทุกเช้าและเย็น ให้คุณประโยชน์ 7 ประการ ได้แก่ 1.ช่วยบำรุงและฟื้นฟูสภาพผิว (Nourishment) 2.เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ (Anti–oxidant) 3.ลดริ้วรอย ชะลอวัย (Wrinkle reduction & Anti–aging) 4.หน้ากระจ่างใสเป็นธรรมชาติ เนียนนุ่มชุ่มชื้น (Brightening & Hydrating)5.ผิวตึง กระชับ (Skin firming) 6.กระชับรูขุมขน (Pore minimizing) 7.เพิ่มความยืดหยุ่นของผิว(Increase elasticity)

เภสัชกรหญิงสุดารัตน์ กล่าวเพิ่มว่า “ปัจจุบันเทรนด์สกินแคร์ที่กำลังเป็นที่นิยม จะมีคุณสมบัติ Multiple benefits เนื่องจากใช้ง่าย สะดวก และประหยัด ผู้บริโภคส่วนใหญ่หันมาใส่ใจการดูแลผิวพรรณมากขึ้น โดยอยากมีผิวพรรณที่สุขภาพดีแข็งแรงจากภายใน ที่สำคัญคือ ต้องปลอดภัย และมีนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ และแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มผู้หญิงที่ตั้งครรภ์ ที่มีแนวโน้มสภาพผิวเปลี่ยน เนื่องจากฮอร์โมนในร่างกายที่เปลี่ยนไป ปัญหาหลักที่พบ คือ ผิวหน้ามีริ้วรอยมากขึ้น เนื่องจากผิวแห้ง ขาดน้ำ นำไปสู่ผิวที่กระด้าง หยาบ เป็นขุย และบางกรณีอาจเป็นผิวผื่นแพ้ แดง เป็นต้น ผลิตภัณฑ์กลุ่มสกินแคร์ และสเต็มเซลล์ที่มีในตลาด อาจมีสารบางชนิดที่อาจส่งผลข้างเคียงต่อลูกในครรภ์ ทำให้ไม่สามารถใช้สกินแคร์ที่มีวางจำหน่ายในตลาดได้ จึงเป็นที่มาของการสร้างสรรค์ La Vieré ในที่สุด”

สามารถติดตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ได้ที่เฟซบุ๊คLa Viere Premium Stem Cell

ปัญหาคือหนทางความสำเร็จ นฤทธิ์ วรรณแรก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/276479

ปัญหาคือหนทางความสำเร็จ นฤทธิ์ วรรณแรก

ปัญหาคือหนทางความสำเร็จ นฤทธิ์ วรรณแรก

วันพุธ ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ด้วยความเป็นเด็กใต้ จ.ตรัง โดยกำเนิด ชีวิตคลุกคลีกับสวนยางพารา ซึ่งเป็นอาชีพหลักของชาวใต้ แต่ นฤทธิ์ วรรณแรก ก็ไม่เคยคิดว่าตัวเขาจะประสบความสำเร็จได้ด้วย “เศษไม้ยางพารา”

นฤทธิ์ วรรณแรก ผู้ก่อตั้ง ห้างหุ้นส่วนจำกัด เมจิก วู้ด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายของเล่นเด็กจากไม้ยางพาราภายใต้แบรนด์ เมจิก วู้ด เผยว่า ก่อนหน้าที่จะสร้างธุรกิจของตัวเอง เขาเป็นพนักงานประจำอยู่ในบริษัทจำหน่ายของเด็กเล่น ทำให้เห็นว่าของเล่นเด็กส่วนใหญ่ผลิตจากไม้ยางพาราเป็นส่วนใหญ่ หลังจากสะสมประสบการณ์การทำงานที่เกี่ยวข้องกับของเล่นเด็กมาเป็นเวลา 9 ปี จึงตัดสินลาขาดจากการเป็นลูกจ้างมาเป็น “เจ้าของกิจการ”

“บ้านเกิดผมอยู่ที่จังหวัดตรัง และอาชีพของคนภาคใต้ ส่วนใหญ่จะประกอบอาชีพปลูกยางพาราเป็นจำนวนมากพอต้นยางหมดอายุ ก็โค่นมาแปรรูปทำเป็นเฟอร์นิเจอร์ไม้ เศษไม้ที่เหลือส่วนใหญ่ก็จะนำเอาไปเผาถ่าน ทำฟืน ซึ่งผมมองว่ามัน
น่าจะนำมาเพิ่มมูลค่าได้มากกว่านำไปเป็นฟืน ก็จึงเกิดความคิดที่จะนำเศษไม้พวกนี้ไปแปรรูปเป็นของเล่น ไปเป็นสื่อการเรียนการสอนสำหรับเด็กๆ”

ห้างหุ้นส่วนจำกัด เมจิก วู้ด ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2550 ด้วยเงินทุนเริ่มต้น 50,000 บาท เงินส่วนหนึ่งได้แบ่งมาเป็นค่าเช่าห้องแถวเล็กๆ เพื่อเปิดเป็นโรงงานผลิตของเล่นเด็ก และสื่อการเรียนการสอนสำหรับเด็ก พนักงานจำนวน 2 คน ที่มีอยู่จะทำหน้าที่ทั้งผลิต และ ออกแบบ

“ช่วงแรกที่เริ่มทำธุรกิจ ได้ลูกน้อง 2 คน มาช่วยสร้างเมจิกวู้ด ขึ้นมา ล้มลุกคลุกคลานกันมาตลอด เพราะไม่ถนัดงานด้านการตลาด ปัญหาเรื่องการตลาดเป็นปัญหาใหญ่สำหรับเรา เพราะไม่รู้ช่องทางการจำหน่ายสินค้า กระทั่งได้ไปรับการอบรมกับกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม ได้แนะนำ และช่วยวิเคราะห์ จุดอ่อน จุดแข็ง ของบริษัทก็คือด้านการตลาด นั่นแหละ วิทยากร ครูผู้สอน ก็ให้ความช่วยเหลือ ช่วยแนะแนวทางการทำตลาดให้ โดยการขยายประเภท สินค้าออกมาหลากหลายรูปแบบ”

นฤทธิ์ ยังเผยถึงความตั้งใจในการทำธุรกิจของเด็กเล่นนี้ว่า “เพราะทุกวันนี้เด็กไทยส่วนใหญ่จะซื้อของเล่นที่เป็นพลาสติกมาเล่นกัน ซึ่งหากไม่ได้คุณภาพก็อาจจะเกิดอันตรายได้ ไม่เหมือนกับของเล่นที่ทำมาจากไม้ยางพาราจะปลอดภัยมากสำหรับเด็กๆที่สำคัญยังมีอายุการใช้งาน ทนทางและนานกว่า ของเล่นพลาสติกมาก”

สำหรับจุดเด่นของผลิตภัณฑ์ เมจิกวู้ด อยู่ที่ราคาจะถูกกว่าของเล่นเด็กที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ เพื่อมาจำหน่ายในประเทศเกือบเท่าตัว และยังสามารถสั่งซื้อจำนวนเท่าใดก็ได้ตามความต้องการ

นอกจากของเล่นและสื่อการเรียนการสอนที่ทำมาจากไม้ยางพาราแล้ว ปัจจุบัน เมจิก วู้ด ยังได้เพิ่มประเภทสินค้าซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่มาจากไม้ หรือกล่องบรรจุภัณฑ์ที่ทำมาจากไม้ยางพารา อาทิ กล่องใส่ข้าวสาร และภาชนะที่ทำมาจากไม้ เป็นต้น เพื่อเป็นการเพิ่มยอดสินค้าและรายได้ รวมทั้งขยายฐานลูกค้าให้กว้างขึ้นจากเดิม ซึ่งขณะนี้ได้มีการออกแบบ บรรจุภัณฑ์ ในหลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับความต้องการของลูกค้าที่สั่งสินค้าเข้ามาให้เราผลิต”

จากความสำเร็จดังกล่าวนี้เองทำให้ ห้างหุ้นส่วนจำกัด เมจิก วู้ด ได้รับการคัดเลือกให้เป็นหนึ่งใน 125 “วิสาหกิจต้นแบบที่ประสบผลสำเร็จ (Best Practice)” โครงการสร้างและส่งเสริมเอสเอ็มอีอัจฉริยะ ของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม

นฤทธิ์ ยังได้ให้ข้อคิด คำแนะนำ สำหรับผู้ที่ต้องการ จะมีธุรกิจเป็นของตนเอง ไว้น่าสนใจเป็นอย่างยิ่งคือ ต้องมีความชอบ ความรู้ ความชำนาญ ในสิ่งที่จะทำ เพราะหากไม่มีสิ่งเหล่านี้ มันก็จะยากในการจะทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จได้

เปิดเวทีพูดคุย เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/276518

เปิดเวทีพูดคุย เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

เปิดเวทีพูดคุย เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

วันพุธ ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

กระทรวงการต่างประเทศ  ร่วมกับ สมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย (TMA)เปิดเวทีสัมมนาสร้างความตระหนักรู้ ความเข้าใจและผลักดันให้เกิดความร่วมมือด้านการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมบนพื้นฐานแห่งของการพัฒนาอย่างยั่งยืน ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชในงาน Global Business Dialogue: Sustainable Development Goals

ดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวในการเป็นประธานเปิดงานสัมมนา Global Business Dialogue  : Sustainable  Development Goals ว่า รัฐบาลให้ความสำคัญในเรื่องของเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน17 เป้าหมาย ตามแผนยุทธศาสตร์ Sustainable development Goals(SDGs) โดยที่ผ่านมา รัฐบาลไทยได้จัดตั้งคณะกรรมการเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนเพื่อเตรียมแผนงานสำหรับขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างยั่งยืนโดยเฉพาะ  ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศได้มีบทบาทในฐานะคณะจัดทำรายงานเสนอต่อคณะกรรมการความยั่งยืนของสหประชาชาติอย่างไรก็ดีประเทศไทยเป็นประเทศที่มีแม่แบบ เรื่องการพัฒนาอย่างยั่งยืนมานานแล้ว  นั่นก็คือ หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งรัฐบาลไทยได้น้อมนำหลักดังกล่าว มาช่วยในการบริหารงานของประเทศอยู่แล้ว  อีกทั้งยังนำไปเผยแพร่ต่อในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา หรือ กลุ่ม 77 ของยูเอ็นอีกด้วยซึ่งได้รับเสียงชื่นชมจากนานาประเทศเป็นอย่างมากเนื่องจากเป็นหลักการที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้จริงจนเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม  และสอดรับกับแผนการพัฒนาอย่างยั่งยืนตามเป้าหมายของยูเอ็นด้วย

ดร.จิรายุ  อิศรางกูร ณ อยุธยา ประธานมูลนิธิมั่นพัฒนา  ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษ ในหัวข้อ Thailand ‘s Sufficiency Economy Philosophy and the SDGs ว่า  หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง (SEP)  ถูกพิสูจน์มาแล้วกว่า 20 ปี สามารถช่วยสร้างการพัฒนาอย่างยั่งยืน ในทุกมิติ ตั้งแต่ระดับประชาชน เอกชน จนถึงรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของหลักบริหารความเสี่ยง ที่ภาคเอกชนใช้กันทุกวันนี้ ก็มีพื้นฐานมาจากหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง หรือแม้แต่ในเรื่องการจัดทำกิจกรรมเพื่อสังคม หรือ โครงการซีเอสอาร์ ล้วนแล้วแต่มีรากมาจากหลักปรัชญานี้เช่นเดียวกัน  โดยหากสังเกตให้ดีจะเห็นว่า นับตั้งแต่มีการนำหลักปรัชญานี้มาใช้ ประเทศไทยไม่เคยต้องประสบกับปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจอีกเลย

“เคยมีงานวิจัย จากมหาวิทยาลัยมหิดล ได้มีการวัดผลการทำงานขององค์กรธุรกิจ ที่นำเอาหลักเศรษฐกิจพอเพียงไปประยุกต์ใช้ พบว่า มันช่วยสร้างชื่อเสียงให้บริษัท และทำให้มูลค่าแบรนด์สินค้าดียิ่งขึ้น เพราะการันตีว่า บริษัทนั้นมีหลักการบริหารความเสี่ยงที่ดี และมีธรรมาภิบาล สะท้อนความเป็นธุรกิจที่ต้องการเติบโตแบบยั่งยืน ไม่ฉาบฉวย”

ส่วน นางสาววรรณวีรา รัชฎาวงศ์ กรรมการบริหาร สมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย หรือTMAเปิดเผยว่า ทีเอ็มเอเห็นความสำคัญในเรื่องของสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่ทุกองค์กรจะต้องคำนึงถึงว่าจะพัฒนาธุรกิจอย่างไรให้เกิดความยั่งยืนอย่างแท้จริง จึงได้นำแนวทางของ “เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน” ทั้ง 17 เป้าหมาย ตามที่ยูเอ็นได้กำหนดไว้มาเผยแพร่ให้กับภาคเอกชน และหากเจาะลึกในแต่ละเป้าหมายจะเห็นได้ว่ามีหลายเป้าหมายที่เป็นโอกาสในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับประเทศไทยได้ด้วย

โดยภายในงานสัมมนานี้ได้หยิบยกประเด็นสำคัญและเร่งด่วนที่สอดคล้องกับการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยมาเผยแพร่ทั้งหมด 5 ประเด็นได้แก่ การมีพลังงานที่ทุกคนเข้าถึงได้ เชื่อถือได้ ยั่งยืนทันสมัย , การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง ส่งเสริมการปรับตัวให้เป็นอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืนและทั่วถึง และสนับสนุนนวัตกรรม ,  การอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากมหาสมุทรและทรัพยากรทางทะเลเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน, การบริโภคและการผลิตที่ยั่งยืน และการขจัดความหิวโหย บรรลุความมั่นคงทางอาหาร และการส่งเสริมเกษตรกรรมอย่างยั่งยืน

รอยแดง รอยดำ รอยหลุมสิว รักษาด้วยสารบำรุงผิวขั้นเทพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/276292

รอยแดง รอยดำ รอยหลุมสิว รักษาด้วยสารบำรุงผิวขั้นเทพ

รอยแดง รอยดำ รอยหลุมสิว รักษาด้วยสารบำรุงผิวขั้นเทพ

วันอังคาร ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

แค่มีสิวเม็ดเป้งหรือสิวผดเล็กๆ ขึ้นบนใบหน้าก็ว่าแย่แล้ว แต่สิวเจ้ากรรมก็ยังทิ้งร่องรอยแผลเป็นจากสิว ทำให้หนุ่มๆ สาวๆ ต้องเสียเงินไปกับค่ารักษาไม่จบสิ้น แต่เราสามารถเอาชนะปัญหาผิวเหล่านั้นได้ด้วยกระบวนการดูแลตัวเอง เติมสารบำรุงผิวที่เหมาะสม และขั้นตอนการรักษาอย่างถูกวิธี

เมื่อเป็นสิวโดยเฉพาะสิวอักเสบ มักจะทิ้งรอยแดง รอยดำ และยิ่งการอักเสบลงลึกถึงชั้นหนังแท้จนเกิดการทำลายใยคอลลาเจนก็จะก่อแผลหลุมสิว คุณหมอหยก-แพทย์หญิงสาวิตรี สิริกุลพิบูลย์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านความงาม อธิบายถึงสาเหตุของการเกิดสิวอักเสบว่า อาจมาจากทั้งปัจจัยภายนอกอย่าง แสงแดด มลพิษฝุ่น ควัน และปัจจัยภายในตัวเราและการกระทำ ได้แก่กรรมพันธุ์ ฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลง พฤติกรรมบางอย่าง เช่น นอนดึก เครียด รวมถึง โรคประจำตัว อาทิ ยากันชัก ยาต้านวัณโรค ยาที่มีผลต่อฮอร์โมนโดยตรง อีกทั้ง การรับประทานอาหารที่มีส่วนผสมของนม เนย น้ำตาลตลอดจนการดูแลรักษาผิวที่ผิดวิธี อย่างการใช้เครื่องสำอางที่มีส่วนประกอบน้ำมันลาโนลิน ไขมันจากสัตว์ หรือพืชบางชนิด ทำให้เกิดการแพ้และกระตุ้นให้เกิดสิวอักเสบมากขึ้นนั่นเอง

พญ.สาวิตรี สิริกุลพิบูลย์

ดังนั้น เราจึงควรหลีกเลี่ยงปัจจัยที่เป็นต้นเหตุ และเปลี่ยนความคุ้นเคยเดิมๆ ที่อาจส่งผลเสียต่อผิว เช่น หลีกเลี่ยงการแกะเกาผิวหน้าหรือบีบสิว และการใช้กระดาษซับมันบ่อยครั้งจนทำให้ต่อมไขมันใต้ผิวผลิตน้ำมันออกมามากขึ้นเป็นพิเศษ เพราะคิดว่าผิวเราแห้งจนเกินไป ซึ่งคุณหมอหยกแนะนำว่าควรฉีดสเปรย์น้ำแร่แล้วใช้ทิสชูซับออกเพื่อเพิ่มความสดชื่นให้กับผิวหน้าจะดีกว่า นอกจากนั้นควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัยและเหมาะสมกับสภาพผิว มีคุณสมบัติ Non-Comedogenic ไม่ทำให้เกิดการอุดตัน ช่วยลดการสะสมของเชื้อแบคทีเรีย และผ่านการรับรองเป็นอันใช้ได้

แต่ถ้าสิวได้สร้างปัญหารอยแผลเป็นทิ้งไว้แล้ว กรณีแผลเป็นสิวในกลุ่มวัยรุ่น มักจะหายได้ไวกว่าผู้ใหญ่ สามารถปรึกษาแพทย์เพื่อรับยารักษาหรือบำรุงผิวด้วยสารArbutin, Licorice ซึ่งจะช่วยรักษาเรื่องรอยแดงหรือดำ ปรับสีของรอยแผลเป็นให้ดูจางลงอย่างเป็นธรรมชาติ วิตามินบีรวมและวิตามินอี จะช่วยสมานแผล ลดเลือนรอยแผลเป็น ช่วยฟื้นฟูผิวที่มีปัญหาให้กลับนุ่มขึ้น และยังมีบทบาทในการช่วยแผลเป็นหลุมสิวได้

ผู้เชี่ยวชาญด้านความงาม กล่าวเพิ่มเติมว่า วิตามินที่สำคัญต่อผิว เช่น ไนอาซินาไมด์ (Niacinamide) ซึ่งเป็นอนุพันธ์ของวิตามิน B3 และวิตามินซี ล้วนถูกนำมาใช้ร่วมในการรักษาแผลเป็นสิวอย่างมาก เพราะมีส่วนช่วยลดการสังเคราะห์เม็ดสีเมลานิน จึงมีประสิทธิภาพสูงในการรักษารอยดำสิวและช่วยให้ผิวใสได้ รวมถึงสารสกัดจากพืชธรรมชาติ เช่น Allium Cepa เข้มข้น ก็มีส่วนช่วยลดเลือนแผลเป็นได้เช่นกัน นอกจากนี้หากบำรุงผิวโดยเลือกผลิตภัณฑ์ที่สามารถดูแลแผลเป็นสิวให้ครบ 5 ด้าน ได้แก่ ลดอาการอักเสบและรอยแดงสิว ปรับสีของรอยดำหลังจากการเกิดสิวให้จางลง ฟื้นฟูรอยหลุมสิว บำรุงผิวให้นุ่มและเรียบเนียน และช่วยป้องกันการเกิดสิวใหม่ได้ ก็จะช่วยให้ผิวหน้าใสไร้ร่องรอยสิวซ้ำๆ มากวนใจได้

ส่วนกลุ่มผู้ใหญ่ที่ไม่สามารถทายาแล้วหายได้ทันใจ อาจต้องพึ่งพาการผลัดเซลล์ผิวเป็นทางเลือก และปรึกษาแพทย์เพื่อรักษาด้วยวิธีเลเซอร์ หรือการฉีดฟิลเลอร์ด้วยสาร Hyaluronic acid ซึ่งช่วยบรรเทาแผลประเภทหลุมสิวได้พอสมควร

ทั้งนี้ คุณหมอหยก ยังได้ให้คำแนะนำเพิ่มเติมอีกว่า ควรเริ่มต้นด้วยการทายาตามแพทย์สั่ง ร่วมกับการรักษาด้วยตนเอง เช่น ลด ละ เลิกพฤติกรรมที่ก่อเกิดแผล และคำนึงถึงกฎ 5 อ นั่นคือ อ.อาหาร บำรุงร่างกายด้วยสารอาหารที่ช่วยเสริมสร้างใยคอลลาเจนและช่วยให้ผิวสวยใสสุขภาพดี เช่น วิตามินซีอ.อากาศ เลี่ยงมลพิษ ฝุ่น ควัน ตามด้วย อ.อุจจาระ ช่วยขับของเสียสารพิษ อ.อารมณ์ ลดความเครียด เติมสุขภาพใจ ปรับพฤติกรรมการนอนให้เพียงพอ ไม่นอนดึก และสุดท้ายคือ อ.ออกกำลังกาย”

โปรดนึกไว้เสมอว่า ป้องกันไว้ดีกว่าแก้ แต่ถ้าปัญหานั้นได้เกิดแล้วก็จำเป็นต้องปรับความคิดและจิตใจ รักษาอย่างถูกวิธี โดยศึกษาจากผู้รู้จริงและแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ นับเป็นการดูแลผิวที่ดีที่สุดในทุกตำรา

คุณแหน : 20 มิถุนายน 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/276334

คุณแหน : 20 มิถุนายน 2560

คุณแหน : 20 มิถุนายน 2560

วันอังคาร ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ll ชีวิตนี้พี่มีแต่ให้…คือเส้นทางน้ำใจของ ดร.นิพนธ์ นาคสมภพ นายกสมาคมโทรทัศน์ดาวเทียมและอดีตรองผอ.อสมท วัย 72 ปี ตลอดระยะเวลาราชการอันยาวนานเป็นที่เคารพนับถือของผู้ร่วมงานและผู้ใต้บังคับบัญชา เสาร์ที่ผ่านมาญาติสนิทมิตรสหายและหลานๆพร้อมใจกันเป็นเจ้าภาพจัดฉลองวันเกิดแซยิดใหญ่ให้ที่ รร.เอเชีย ราชเทวี โดยมีแขกมาร่วมยินดีจำนวนมาก ไฮไลท์ทีมงานจัดทำ VCR “ชีวิตและผลงานท่านดอกเตอร์” อย่างน่าประทับใจ ท้ายสุดเจ้าภาพขึ้นเวทีกล่าวขอบคุณและฝากข้อคิดให้รุ่นหลานที่มีความฝันทะยานอยากเรียนดอกเตอร์ในอเมริกาว่า ดีที่ฝันให้ไกลไปให้ถึง แต่ต้องคำนึงความพร้อมของเราทั้งให้แง่เสบียงกำลังเงินและความพร้อมด้านภาษาอังกฤษระดับมาตรฐาน ถึงตอนนั้นเข้าไปแล้วจึงจะสามารถตักตวงความรู้ได้สมบูรณ์แบบ…

ll แสดงความยินดีกับ“โปรเม” เอรียา จุฑานุกาล ที่สามารถคว้าแชมป์ LPGA Classic และขึ้นเป็นมืออันดับหนึ่งของโลกอย่างสง่างาม การนี้ทำให้เยาวชนไทยจำนวนมากใฝ่ฝันตาม อยากชี้ให้เห็นข้อคิดของ สมบูรณ์ ผู้บิดาของแชมป์ว่าเด็กไทยอีกมากที่มีความสามารถทัดเทียม แต่ไปไม่ถึงดวงดาวเพราะขาดความมุ่งมั่นและการฝึกฝน ซึ่งสะท้อนถึงช่วงก่อนหน้านี้ พล.ต.อ.โกวิท ภักดีภูมิ เคยสนับสนุนเด็กดาวรุ่งทีมเยาวชนไปเทรนที่มลรัฐแคลิฟอร์เนีย ต่อมาเทรนเนอร์โปรได้ฝากข้อคิดมายังท่านนายพลไทยว่า เด็กไทยฝีมือดีไม่แพ้เด็กเกาหลี แต่จุดอ่อนของเราอยู่ที่ขาดความแข็งแกร่งทั้งด้านกายและใจ ดังนั้นเมื่อเราเจอสถานการณ์วิกฤติหรือคู่แข่งที่เหนือกว่าก็จะฟิวส์ขาดเลย…

ll ม.ร.ว.จิราวดี จุฑาสมิต ช่วย Retro Party ทำบุญพาเด็กพิการทางสายตาไปเที่ยวทะเล โดยซื้อเหมาทั้งโต๊ะ เมื่อถึงวันงานฯวันเสาร์ที่ผ่านมา ยังขึ้นร้องเพลงสากลที่ชื่นชอบอีก 4 เพลงรวด ยอดเยี่ยมจริงๆ…

ll อภินันท์ จันทรังษี นายกสมาคมนักประชาสัมพันธ์ฯนัดประชุมเตรียมงานมอบรางวัลสังข์เงินครั้งที่ 25 วันที่ 21 มิ.ย.เวลา 15.00 น. ที่กรมประชาสัมพันธ์ ส่วนพิธีมอบรางวัล กำหนดวันที่ 4 ส.ค.โดย พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี เป็นประธาน…

ll สวดพระอภิธรรม คุณครูผ่องใส แก้วแดง (ฟุ้งสาคร) ภรรยา ดร.รุ่ง แก้วแดงจัดที่ศาลาพิสิษฐ์กุล วัดชลประทานรังสฤษฎ์ เวลา 19.00 น.ถึงวันที่ 20 มิ.ย.สุดท้าย และกำหนดฌาปนกิจ วันที่ 21 มิ.ย. เวลา 16.30 น. …

ll เสียใจกับ ดร.อัษฎาพรไกรพานนท์ และ สุรศักดิ์ แก้วพรหมมาลย์ ในการจากไปของคุณแม่สมศรี เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมาส่วนพิธีสวดพระอภิธรรมจะจัดที่ใด จะแจ้งให้ทราบต่อไป…

ll วันที่ 11 ส.ค.นี้ครบรอบการจากไปของ ลำพูน ลวะเปารยะ ญาติๆ กำหนดทำบุญเลี้ยงพระที่วัดกัลยาฯ ..ใครสนใจไปร่วมทำบุญกันได้ที่นั่น…

ll สนธิ-รัชนี เอมะรุจิ เป็นวิทยากรจิตอาสาจัดสอนวาดภาพแก่เด็กๆภายในหมู่บ้านนวธานี โดยมีเพื่อนบ้านช่วยกันจัดหาสถานที่
โต๊ะ เก้าอี้ ของว่าง น้ำดื่ม มาเลี้ยงวิทยากรให้ซาบซึ้งใจก่อนหน้านี้ทั้งสองก็ตระเวนสอนเยาวชนพิการที่รักงานศิลปะในที่ต่างๆ มาแล้วหลายครั้ง…จิตใจงามแท้…

ll ขณะที่ผู้คนส่วนใหญ่นิยมใช้สมาร์ทโฟนถ่ายภาพ ด้วยสะดวก รวดเร็ว แต่ พญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ไม่ทำเช่นนั้น เพราะคุณหญิงหมอชอบบันทึกภาพประทับใจด้วยกล้องถ่ายรูปคู่ใจ ทุกภาพจึงออกมาคมชัดสวยงามยังกับช่างภาพมืออาชีพก็ไม่ปาน !!…ll

บารอนเนส

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จฯ เปิดนิทรรศการ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/276300

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จฯ เปิดนิทรรศการ

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จฯ เปิดนิทรรศการ

วันอังคาร ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ทรงเปิดนิทรรศการและพระราชทานรางวัลในงาน “ศิลปกรรมช้างเผือก ครั้งที่ 6” ภายใต้หัวข้อ “ความสุขของคนไทยใต้ร่มพระบารมี 70 ปี แห่งการครองราชย์”

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดนิทรรศการและพระราชทานรางวัลในงาน “ศิลปกรรมช้างเผือก ครั้งที่ 6”ภายใต้หัวข้อ “ความสุขของคนไทย ใต้ร่มพระบารมี 70 ปี แห่งการครองราชย์” โดย บริษัท ไทยเบฟเวอเรจจำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นเวทีที่ให้เหล่าศิลปินและผู้สร้างสรรค์ผลงานศิลปะได้แสดงออกถึงแนวความคิดเกี่ยวกับความจงรักภักดี ความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ความรัก ความศรัทธา และความสุขของปวงชนชาวไทย ภายใต้ร่มพระบารมีของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 9 ผู้เป็นศูนย์รวมจิตใจของปวงชนชาวไทย โดยมี ทวีศักดิ์ เลิศประพันธ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร, คุณหญิงวรรณา สิริวัฒนภักดี รองประธานกรรมการ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน),ฐาปน สิริวัฒนภักดี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน),นิติกร กรัยวิเชียร ผู้อำนวยการโครงการส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) และ ลักขณา คุณาวิชยานนท์ ผู้อำนวยการหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร เฝ้าฯ รับเสด็จ ณ ชั้น 7 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร เมื่อวันพุธที่ 14 มิถุนายน 2560

ปีนี้ผลงานที่ได้รับรางวัลช้างเผือก ได้แก่ “ยิ้มสยาม” โดย นิลยา บรรดาศักดิ์ รับเงินรางวัล 1,000,000 บาท รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ “ในดวงนิรันดร์”โดย จักรี คงแก้ว รับเงินรางวัล 500,000 บาทรางวัล CEO AWARD ได้แก่ “พระราชาของเด็ก 10 ขวบ”โดย เด็กชายวชิรวิทย์ สามารถรับเงินรางวัล 250,000 บาท นอกจากนี้ยังมีรางวัลรองชนะเลิศ 5 รางวัลรางวัลละ 200,000 บาท ประกอบด้วย ชัยรัตน์ แสงทอง,ณรงค์ชัย สิทธิวัฒนาพร,เทพพงษ์ หงษ์ศรีเมือง,นันทพงศ์ สินสวัสดิ์, สวัสดิ์ สุวรรณปักษ์ และรางวัลชมเชยอีก 13 รางวัล รางวัลละ 100,000 บาท

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ ทรงเปิดนิทรรศการและพระราชทานรางวัลในงาน “ศิลปกรรมช้างเผือก ครั้งที่ 6” โดยมี คุณหญิงวรรณา สิริวัฒนภักดี รองประธาน กก. บมจ.ไทยเบฟเวอเรจ, ฐาปน สิริวัฒนภักดี กก.ผอ.ใหญ่ เฝ้าฯ รับเสด็จ

นิลยา บรรดาศักดิ์ รางวัลช้างเผือก ภายใต้ผลงานชื่อ “ยิ้มสยาม” เผยความรู้สึกว่า “มีโอกาสสร้างสรรค์ผลงานศิลปะกับภาพความทรงจำที่คนไทยมารวมตัวกันเพื่อแสดงความรักที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ในวันที่พระองค์ครองราชสมบัติครบ 60 ปี หนูได้เห็นภาพนี้แล้วรู้สึกภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของช่วงชีวิตเราค่ะ ผลงานชิ้นนี้ใช้เวลาทำ 2 เดือน หนูอยู่กับการตัดเย็บผ้ามาตั้งแต่เด็ก เพราะที่บ้านคุณยายจะทอผ้า ทำให้เกิดความคุ้นเคยกับสิ่งเหล่านี้จนกลายเป็นความชอบ ฝึกฝนพัฒนาตัวเองด้วยการหาผ้ามาตัดเย็บเป็นศิลปะรูปแบบต่างๆ จนเกิดเป็นผลงานที่ตัวเองถนัด ความหมายของภาพนี้คือความสุขของชาวไทยที่มีต่อในหลวงในวันที่พระองค์ครองราชย์ครบ 60 ปี เห็นภาพที่ผู้คนมารวมตัวกัน เพื่อมาแสดงความยินดีต่อพระองค์ รวมใจใส่เสื้อเหลือง ทุกคนมีความสุข ภาพเหล่านี้หนูเลยเอามาสร้างสรรค์เป็นผลงานและเชื่อมโยงเกี่ยวกับเทคนิคที่ประสานรวมตัวเป็นเส้นด้ายเพื่อเกิดเป็นผลงานชิ้นนี้ค่ะ”

ทรงพระราชทานวาดภาพฝีพระหัตถ์

ภาพวาดฝีพระหัตถ์

จักรี คงแก้ว รางวัลชนะเลิศ ภายใต้ผลงานชื่อ “ในดวงนิรันดร์” เผยความรู้สึกว่า “ตอนนั้นในหลวงสวรรคตแล้ว เห็นป้ายบิลบอร์ดถวายความอาลัยในหลวง รัชกาลที่ 9 เลยเกิดความคิดว่าป้ายขนาดใหญ่นี้ เมื่อก่อนเขาเคยได้ค่าโฆษณาสินค้า แต่ตอนนี้นำรูปพระฉายาลักษณ์ในหลวงมาเพื่อแสดงความจงรักภักดี เขาไม่เคยห่วงรายได้ตรงนั้นเลย ว่าจะเสียรายได้เป็นแสนๆ นี่คือตัวแทนของคนไทยทั้งประเทศ นั่งรถไปแล้วก็ตื้นตันไป เห็นทุกที่ที่มีป้าย ก็เลยได้แรงบันดาลใจจากตรงนี้กับป้ายบิลบอร์ดขนาดใหญ่ที่แสดงความจงรักภักดี แสดงความสูญเสีย แสดงความอาลัยต่อในหลวงที่จากไป เอามาทำเป็นงานศิลปะภาพพิมพ์ เพื่อที่จะส่งเข้าประกวด ภาพนี้ผมแกะให้เป็นขาว-ดำเพื่อเป็นการไว้ทุกข์ อยู่ในความโศกเศร้า แต่ถึงความโศกเศร้านั้น คนไทยก็ยังมีความโชคดีที่เกิดมาใต้ร่มพระบารมี ของในหลวง ร.9 ”

ทั้งนี้ นิทรรศการ “ศิลปกรรมช้างเผือก ครั้งที่ 6” ภายใต้หัวข้อ “ความสุขของคนไทย ใต้ร่มพระบารมี 70 ปี แห่งการครองราชย์” มีจำนวนผลงานที่ได้รับรางวัล จำนวน 21 ชิ้น และผลงานร่วมแสดง จำนวน 40 ชิ้น รวมจำนวนผลงานที่จัดแสดงในนิทรรศการทั้งสิ้น 61 ชิ้นงาน เป็นการนำเสนอผลงานจิตรกรรม ประติมากรรม ภาพพิมพ์และสื่อผสม ในรูปแบบเหมือนจริงจะเปิดให้ประชาชนเข้าชมตั้งแต่ วันนี้-16 กรกฎาคม 2560 เวลา 10.00 – 21.00 น. ณ ห้องแสดงงานชั้น 7 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (ปิดวันจันทร์)

รางวัลช้างเผือก ได้แก่ “ยิ้มสยาม” โดย นิลยา บรรดาศักดิ์

สำหรับหัวข้อการประกวดศิลปกรรมช้างเผือก ครั้งที่ 7 ได้กำหนด หัวข้อ “แรงบันดาลใจจากทุกคน เพื่อชุมชนที่ยั่งยืน” โดยมีความมุ่งหมายให้ศิลปินผู้สร้างสรรค์ผลงานแบบเหมือนจริงและศิลปะรูปลักษณ์ ได้ศึกษาและสร้างสรรค์ ผลงานศิลปะอันมีความบันดาลใจมาจากกรอบแนวคิดของหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง “ชุมชนลงมือทำ เอกชนขับเคลื่อน รัฐบาลสนับสนุน” โดยเน้นย้ำความสำคัญของการเชื่อมโยง “วิถีเกษตร” สู่ “การแปรรูปผลิตผล” และ “การท่องเที่ยวโดยชุมชน” เพื่อเพิ่มรายได้ให้ชุมชนให้ประชาชนมีความสุข ด้วยรูปแบบของธุรกิจชุมชนตามแนวคิดของโครงการประชารัฐสามัคคี ทั้งนี้ จะเปิดรับผลงานในระหว่างวันที่ 23-24 กุมภาพันธ์ 2561 เวลา 10.00-18.00 น.ติดตามรายละเอียดได้ทางเฟซบุ๊ค : ศิลปกรรมช้างเผือก, http://www.thaibve.com และ http://www.bacc.or.th

ทอดพระเนตร ภาพที่ได้รางวัล CEO AWARD “พระราชาของเด็ก 10 ขวบ” โดย ด.ช.วชิรวิทย์ สามารถ

ภาพที่ได้รางวัล CEO AWARD “พระราชาของเด็ก 10 ขวบ”

รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ “ในดวงนิรันดร์” โดย จักรี คงแก้ว