คีอานู รีฟส์ – ฮัลลี่ เบอร์รี่ เผยโฉม JOHN WICK 3

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/384632

คีอานู รีฟส์ - ฮัลลี่ เบอร์รี่ เผยโฉม JOHN WICK 3

คีอานู รีฟส์ – ฮัลลี่ เบอร์รี่ เผยโฉม JOHN WICK 3

วันจันทร์ ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

สาวกหนังภาคต่อ จอห์น วิค (John Wick) ได้ตื่นเต้นกันอีกครั้ง กับ 2 ภาพใหม่จาก “John Wick: Chapter 3” ที่เพิ่งปล่อยออกมา ซึ่งเผยให้เห็นถึง คีอานู รีฟส์ ในบทของ “จอห์น วิค” และสาวฮอต ฮัลลี่ เบอร์รี่ กับบท “โซเฟีย” หญิงสาวตัวละครใหม่รวมถึง สองหมาตัวใหม่ สายพันธุ์เบลเยียม มาลินอยส์ … คีอานู รีฟส์ เผยถึงบทของโซเฟียว่า “เธอมีอดีตกับจอห์น เขาต้องเดินทางไปตามหาโซเฟียที่ตะวันออกกลาง เพื่อดูว่าเธอจะสามารถช่วยอะไรได้บ้างในสถานการณ์ที่จอห์นกำลังเจออยู่.. โดยเนื้อเรื่องในภาค 3 จะเริ่มต้นต่อจากตอนจบของภาค 2 ทันที จอห์น วิค ต้องหนีอย่างบ้าคลั่งไม่คิดชีวิต”โดยหนังมีคิวเข้าฉายในบ้านเรา 16 พฤษภาคมปีหน้า 2019

จากหนุ่มขายไอติม ‘อัพ’ โชว์ฝีมือผู้จัดการร้านกาแฟ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/384628

จากหนุ่มขายไอติม ‘อัพ’ โชว์ฝีมือผู้จัดการร้านกาแฟ

จากหนุ่มขายไอติม ‘อัพ’ โชว์ฝีมือผู้จัดการร้านกาแฟ

วันจันทร์ ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ภาพยนตร์เรื่อง “Sugar Café เปิดตำรับรักนายหน้าหวาน” ที่เผยแพร่ทาง MONOMAX ได้แจ้งเกิดกลุ่มนักแสดงวัยรุ่นหน้าใสมากมาย หนึ่งในนั้นเห็นจะหนีไม่พ้นอดีต คนขายไอติมสุดหล่อ สไตล์โอปป้า “อัพ-ภูมิพัฒน์ เอี่ยมสำอาง” ที่มารับบท “ซีลอน” ผู้จัดการร้านกาแฟอีฟนิ่ง คาเฟ่

อัพ เผยว่า “ในภาพยนตร์เรื่องนี้ถือเป็นการแสดงเรื่องแรกของผมเลยครับ ก่อนหน้านี้จะมีผลงานถ่ายแฟชั่น, ถ่ายโฆษณา แต่หลายคนอาจจะรู้จักผมจากการที่เป็นคนขายไอติมอยู่หลังกระทรวงที่มีคนแชร์ในโซเชียลเยอะๆ ครับ (หัวเราะ) ในเรื่องนี้ผมรับบท ซีลอน เป็นผู้จัดการร้านกาแฟ อีฟนิ่ง คาเฟ่ และมีน้องสาวจอมป่วนหนึ่งคน ชื่อ จัสมิน แสดงโดยน้องกากา ซึ่งคาแร็กเตอร์ของ ซีลอน ก็จะเป็นคนที่มีมาดนิ่งแต่ขี้เล่น ไม่ได้ขรึมหรือจริงจังมากเท่าไร ในเรื่องผมต้องรับบทผู้จัดการร้านกาแฟด้วย ซึ่งเป็นความบังเอิญที่ผมก็เป็นคนชอบดื่มกาแฟอยู่แล้วพอดี เลยได้เรียนรู้เรื่องกาแฟ ได้เห็นถึงความพิถีพิถันในการชงกาแฟด้วยความรักมากขึ้นด้วยครับ บทซีลอนไม่ง่ายแต่ก็ไม่ยากนะ กับการทำงานครั้งนี้บอกเลยว่าสนุก เฮฮา มากๆ เลยครับ ได้ทำงานกับเพื่อนๆ น้องๆ หน้าใหม่เราก็ได้ทำความรู้จักกัน สนิทกัน เวลาทำงานก็จะสนุกสนานเฮฮา เล่นมุขแกล้งกันทั้งในจอและนอกจอกันตลอดเลยครับ อยากให้ติดตามชมภาพยนตร์เรื่องนี้กันดูรับรองว่าสนุก ครบทุกรสแน่นอนครับ” อัพกล่าว

‘สมาร์ท+นนนี่’ จับคู่ย้อนรอยละครสุดคลาสสิก ‘ดงผู้ดี’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/384671

‘สมาร์ท+นนนี่’ จับคู่ย้อนรอยละครสุดคลาสสิก ‘ดงผู้ดี’

‘สมาร์ท+นนนี่’ จับคู่ย้อนรอยละครสุดคลาสสิก ‘ดงผู้ดี’

วันจันทร์ ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ช่อง 8 ดิจิทัลทีวี เตรียมต้อนรับศักราชใหม่ ด้วยละครพีเรียดฟอร์มยักษ์ “ดงผู้ดี” (บทประพันธ์ : บุษยมาส /บทโทรทัศน์ : สามัญ) โดยได้ “ตั้ว-ศรัณยู วงษ์กระจ่าง”แห่ง บริษัทสามัญการละคร มารับหน้าที่ผู้จัด และผู้กำกับให้กับช่อง 8 ครั้งแรก งานนี้ ได้พระเอกหนุ่ม “สมาร์ท-กฤษฎา พรเวโรจน์” มารับบท“ชาติสยาม” อีกครั้ง หลังจากที่เคยเล่นบทนี้ไว้แล้ว เมื่อ 9 ปีก่อน ประกบคู่นางเอก “นนนี่-ณัฐชา-เจกะ” ที่มารับบท “ขม” เด็กสาวผู้น่าสงสาร เสริมทัพด้วยนักแสดงมากฝีมือ อาทิ เจมส์-เรืองศักดิ์,ดิว-อริสรา, ฟ้าใส-อรจิรา, แนน-กฤตพร, โอห์ม-ฐิติวัฒน์, โจ๊ก-กฤษณะ, นก-อุษณีย์, กิ๊ก-มยุริญ, บอส-พุทธิพงษ์,เดือนเต็ม สาลิตุล, ปวีณา ชารีฟสกุลฯลฯ โดยละครดงผู้ดีเวอร์ชั่น ผู้กำกับ ตั้ว-ศรัณยู ครั้งนี้ เตรียมลงโปรแกรม ทุกวันจันทร์-พฤหัสบดี เวลา 18.45 น. และวันศุกร์ เวลา 18.25 น. ทางช่อง 8 (เริ่มตอนแรก 3 ม.ค. 2562)

ตั้ว-ศรัณยู วงษ์กระจ่าง (ผู้จัด) เผยว่า “รู้สึกดีใจครับที่ได้ทำเรื่องนี้ เป็นการร่วมงานกับช่อง 8 ครั้งแรก ต้องบอกว่าเรื่องนี้สนุกแน่นอน เพราะค่อนข้างที่จะเป็นลายเซ็นช่อง 8 ด้านเนื้อเรื่องก็ค่อนข้างสอนใจสะท้อนบุคลิกของมนุษย์ในสังคมซึ่งมีทั้งดีและไม่ดี อีกทั้งยังได้นักแสดงเก่งๆ อีกหลายท่านมาร่วมงาน ต้องติดตาม ดงผู้ดีเวอร์ชั่นนี้ รับรองว่าสนุก เข้มสะใจแน่นอนครับ”

ดงผู้ดี บอกเล่าเรื่องราวของ ขม (ณัฐชา เจกะ)เด็กหญิงที่เติบโตมากับแม่แข (พิมพ์พรรณ ชลายนคุปต์) ซึ่งเป็นโรคความจำเสื่อม ทั้งคู่ถูกอุปการะจากครูสมพรผู้เป็นเจ้าของโรงเรียน แขเป็นลมในวันที่ครูจัดงานวันเกิดให้พี่ชาย เธอเลยได้เจอกับ พิทย์ (สุพจน์ จันทร์เจริญ) แล้วจำเรื่องราวทุกอย่างได้ แขเลยฝากขมให้อยู่ในความดูแลของพิทย์ก่อนตาย เมื่อจัดงานศพเสร็จพิทย์พาขมเข้ากรุงเทพ และไปฝากกับเพื่อนที่ชื่อ รังสรรค์ (เรืองศักดิ์ ลอยชูศักดิ์)ให้ดูแลและให้การศึกษากับขมเสมอลูกสาวของตัวรังสรรค์เองซึ่งก็คือ รติรส(กฤตพรหาญโยธิน) และ พจนีย์ (อรจิรา แก้วสว่าง)แต่ความจริงแล้วรังสรรค์และ บุหงา(อริสรา ทองบริสุทธิ์) ภรรยาใหม่ไม่ชอบหน้าขมอย่างมาก เลยใช้งานขมเยี่ยงคนรับใช้ กลั่นแกล้งทุกทาง

ด้านพิทย์ หลังจากเดินทางไปต่างประเทศ ก็ไม่ส่งข่าวกลับมาอีกเลย แต่ฝากญาติผู้น้องคือ ชาติสยาม(กฤษฎาพรเวโรจน์)ให้ช่วยดูแลขม หากเขาเป็นอะไรไป ชาติสยามให้ตุ๊กตากับขม ทำให้เธอประทับใจมาก แต่ตุ๊กตาตัวนั้นก็โดนบุหงา
แย่งไปเพราะความอิจฉา ส่วน ไพลิน (มยุริญ ผ่องผุดพันธ์)พี่สาวของรังสรรค์และคุณหญิงรัตนเดชากร (เดือนเต็ม สาลิตุล)สงสัยว่าขมเป็นลูกของแขนภา ตลอดเวลาที่ขมอาศัยอยู่ด้วย มักจะโดนรังสรรค์กระทบกระเทียบถึงพ่อแม่ เธอจึงพยายามตั้งใจเรียนจนได้รับทุน ซึ่งมีพจนีย์ที่คอยอิจฉา และดูถูกเสมอ ด้านพิทย์เมื่อเสียชีวิตไปแต่ได้ทิ้งพินัยกรรมไว้ให้กับขม พอชาติสยามกลับมาจากอังกฤษ เขาจึงอาสาทำหน้าที่คอยดูแลขมอยู่ห่างๆ แต่ไม่ยอมบอกเรื่องพิทย์ที่เสียชีวิตไปแล้ว ส่วนบุหงาที่เห็นชาติสยามมาหาขมบ่อยๆ ก็พยายามเข้ามาตีสนิทด้วย แต่ชาติสยามไม่สนใจเพราะชาติสยามมีคนรักอยู่แล้ว คือ รุ้งกาญจน์ (อุษณีย์ วัฒฐานะ)

ยิ่งนานวันเข้า ขมโตเป็นสาวขึ้นก็ยิ่งทำให้คุณหญิงรัตนเดชากรและคุณไพลินมั่นใจมากขึ้น พวกเขาพยายามถามประวัติพิทย์จากชาติสยาม ไม่นาน ทั้งสามคนตัดสินใจเปิดเอกสารที่พิทย์ทิ้งไว้ให้ขม ซึ่งในเอกสารนั้นเขียนถึงความจริงทุกอย่างไว้เมื่อรังสรรค์รู้เรื่องก็สำนึกผิดในขณะที่ขมไม่สามารถยอมรับได้ แม้รังสรรค์จะพยายามทำดีชดใช้ให้เธอเท่าไรก็ตาม หลังจากขมไปเรียนต่อต่างประเทศ ชาติสยามก็แต่งงานกับรุ้งกาญจน์ ที่สุขภาพไม่ดี ส่วนรังสรรค์เองก็เจ็บไข้ได้ป่วยตลอดเวลาที่อังกฤษขมสนิทกับปิยะมาก ทางด้านรังสรรค์ที่ป่วยเป็นมะเร็งอยากพบขมเป็นครั้งสุดท้าย ไพลินจึงเขียนจดหมายไปหลอกให้เธอยอมกลับมาดูใจพ่อ ขณะนั้นเองปิยะหมั่นมาหาขมบ่อยๆ ทำให้ชาติสยามหึงหวงขมเป็นอย่างมาก แต่ความรักที่เหมือนจะเป็นเรื่องต้องห้ามของพวกเขาจะลงเอยอย่างไรนั้น ต้องตามลุ้นกันใน “ดงผู้ดี”

‘ปูนาขาเก’ สนุก ผู้เข้าแข่งขันโชว์เด็ดใน ‘ดวลเพลงดัง’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/384097

'ปูนาขาเก' สนุก ผู้เข้าแข่งขันโชว์เด็ดใน 'ดวลเพลงดัง'

‘ปูนาขาเก’ สนุก ผู้เข้าแข่งขันโชว์เด็ดใน ‘ดวลเพลงดัง’

วันจันทร์ ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

พบกับรายการที่มาพร้อมกับความสนุกสนานเพลิดเพลินให้คุณผู้ชมได้เต็มอิ่มไปกับ 1 เพลงดังที่จะได้ฟังกันถึง 3 สไตล์ เพราะนี่คือรายการ ดวลเพลงดัง โดยพิธีกรอารมณ์ดี หอย เกียรติศักดิ์ เป็นผู้ดำเนินรายการ

เพลงดังทีเราจะใช้ในรอบการแข่งขันนี้เป็นเพลงฮิตที่ปล่อยออกมาให้แฟนๆได้ฟังกันในปี พ.ศ. 2547 เป็นเพลงที่โด่งดังมาก เพราะมีเนื้อหาที่หยิบยกมาจากนิทาน รวมถึงมีแง่คิดน่าสนใจ แถมยังมีจังหวะดนตรีที่สนุกสนาน นั่นคือเพลง ปูนาขาเก ของ คัฑลียา มารศรี  ซึ่ง เอกชัย ศรีวิชัย, สุนารี ราชสีมา และตั๊ก ศิริพร  ที่นั่งแท่นคอมเมนเตเตอร์ในวันนี้ต่างพร้อมให้คะแนน และให้คำแนะนำกับเหล่าผู้เข้าแข่งขัน ที่เตรียมของดีมาโชว์ในสไตล์ที่ไม่ซ้ำกันเลยทีเดียว งานนี้ต้องรอลุ้นว่าใครจะโชว์เด็ดจนได้ชัยชนะ หรือต้องเงิบกลับบ้านไป

ติดตามความสนุก ทุกลีลาของผู้เข้าแข่งขัน ทั้งหมดนี้ได้ใน รายการ ดวลเพลงดัง วันพุธที่ 26 ธันวาคมนี้ เวลา 13.00 น. ทางช่อง 7HD กด 35 และFacebook LIVE ทาง  Official Fanpage Ch7HD หรือสามารถรับชมการออกอากาศย้อนหลังได้ทาง BUGABOO.TV

คอนเสิร์ตการกุศล UMAPORN Love Is Your Song Concert ครั้งที่ 2 ยกทัพศิลปินแห่งชาติร่วมงานเพียบ!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/384604

คอนเสิร์ตการกุศล UMAPORN Love Is Your Song Concert ครั้งที่ 2 ยกทัพศิลปินแห่งชาติร่วมงานเพียบ!

คอนเสิร์ตการกุศล UMAPORN Love Is Your Song Concert ครั้งที่ 2 ยกทัพศิลปินแห่งชาติร่วมงานเพียบ!

วันอาทิตย์ ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 15.54 น.

เมื่อวันที่ 19 ธันวาคมที่ผ่านมา คุณอุมาพร บัวพึ่ง เจ้าของผลงานเพลง หนึ่งหญิงสองชาย ที่ได้รับรางวัลพระราชทาน อาทิ รางวัลเสาอากาศทองคำ พระราชทาน รางวัลแผ่นเสียงทองคำพระราชทาน จัดงานแถลงข่าว การจัดงานคอนเสิร์ตการกุศล อุมาพร  Love is your song ถือเป็นงานคอนเสิร์ตเต็มรูปแบบครั้งที่ 2 โดยมีศิลปินระดับชาติมากมายร่วมงาน ณ โรงแรม Amaranta ซึ่งงาน UMAPORN Love Is Your Song Concert ในปี 2561 นี้ จะจัดขึ้นในวันที่ 20 มกราคม 2562 ณ.โรงละครเอ็มเธียเตอร์ ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ กรุงเทพ

คุณอุมาพร กล่าวว่า นอกเหนือจากแฟนเพลงจะได้รับชมและรับฟังบทเพลงที่ไพเราะกันแล้ว ยังถือว่าได้ร่วมกันสร้างบุญกุศลอีกด้วย โดยรายได้ส่วนหนึ่งหลังจากหักค่าใช้จ่าย มอบให้มูลนิธิพระยูไลไภษัชย์สงเคราะห์ เพื่อส่งต่อสมทบทุนสร้างห้อง ไอ.ซี.ยู. แก่โรงพยาบาลท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี เพื่อรองรับกับจำนวนคนไข้ที่เพิ่มขึ้นทุกๆปี และเพื่อเป็นบุญกุศลแก่ผู้เกี่ยวข้องและแฟนเพลงต่อไป งานนี้ถือเป็นงานคอนเสิร์ตเพลงลูกกรุงที่อัดแน่นไปด้วยบรรดาศิลปินนักร้องระดับตำนานของเมืองไทยมากมาย ที่มาร่วมสร้างกลิ่นไอความสุขให้กับแฟนเพลงอย่างเต็มที่
อาทิ คุณสุเทพ วงศ์กําแหง (ศิลปินแห่งชาติ) คุณจินตนา สุขสถิต (ศิลปินแห่งชาติ) พร้อมด้วย คุณสุดา ชื่นบาน คุณวินัย พันธุรักษ์ คุณศรีไศล สุชาตวุฒิ คุณทิพวัลย์ ปิ่นภิบาล คุณชรัมภ์ เทพชัย คุณฎากร เทพทอง คุณพรหมเทพ เทพรัตน์ รวมไปถึง คุณสุทธิพงษ์ วัฒนจัง หรือ ชมพู ฟรุตตี้
งานคอนเสิร์ต อุมาพร Love is your song จัดขึ้นในวันที่ 20 มกราคม 2562 ณ.โรงละครเอ็มเธียเตอร์ ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ กรุงเทพ รายละเอียด เพิ่มเติมติดต่อได้ที่ บ.ธนาวุฒิ เอ เอส จำกัด โทร.061-456-6259 ,099-5691446 หรือ มูลนิธิพระยูไลไภษัชย์สงเคราะห์ 08-5177-9169

‘น้ำตาล-แนท’เปิดใจวอนหยุดดราม่ามิสยูนิเวิร์ส ชุดฝีมือ’หมู อาซาว่า’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/384584

'น้ำตาล-แนท'เปิดใจวอนหยุดดราม่ามิสยูนิเวิร์ส ชุดฝีมือ'หมู อาซาว่า'

‘น้ำตาล-แนท’เปิดใจวอนหยุดดราม่ามิสยูนิเวิร์ส ชุดฝีมือ’หมู อาซาว่า’

วันอาทิตย์ ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 14.33 น.

ดราม่าไม่จบสักที สำหรับเวทีการประกวดมิยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2018 ที่ถึงแม้จะได้สาวงามครองมงกุฎไปเรียบร้อยแล้วก็ตาม แต่ก็ยังเป็นที่พูดถึงว่าสาเหตุที่นิ้ง โศภิดา มงไม่ลงเป็นเพราะชุดราตรีของหมู อาซาว่า

ล่าสุด แนท อนิพรณ์ และ น้ำตาล ชลิตา รุ่นพี่จากเวทีมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ มาเปิดใจดราม่าชุดพี่ หมู อาซาว่าเพราะทั้งคู่เคยใส่ชุดฝีมือพี่หมูมาแล้ว ผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ทางช่องone31 ที่มีหนิง ปณิตา และท็อป ดาราณีนุช เป็นพิธีกร

รู้สึกยังไงที่ประเทศฟิลิปปินคว้ามง?

แนท : ดีใจนะคะ ก็ติดตามมาตลอด เขาก็ทำได้ดี เก็บทุกเม็ด มันต้องผ่านการฝึกฝนมาอย่างหนัก บนเวทีมีแต่ความมั่นใจ แนทรู้สึกว่าสมศักดิ์ศรีที่ได้

น้ำตาล : ตอนที่ตาลประกวด ตาลก็ฝึกเหมือนกัน เตรียมตัวอย่างดี มันก็ทำให้เราไม่เกร็ง ที่ฟิลิปปินส์ได้มงรู้สึกไม่มีอะไรผิดพลาดเลย เขาทำได้ดีในทุกรอบ

ในฐานะที่เป็นรุ่นพี่ อะไรที่คิดว่าทำให้นิ้งพลาดมงในครั้งนี้?

แนท : คือการประกวดนางงามมันมีปัจจัยหลายๆ อย่าง การพลาดมงเป็นเพราะเราไม่พร้อม หรือเราไม่สมบูรณ์แบบหรือเปล่า จริงๆ มันไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ มันก็มีปัจจัยอื่นๆ เข้ามา ซึ่งเราก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่ามันมีอะไรบ้าง แต่ถ้าถามว่านิ้งพลาดตรงไหน อยากให้ก้าวผ่านตรงนี้ อยากให้มองว่าในวันนั้นคนของเราเต็มที่ มีความสุขมั้ยมากกว่า

น้ำตาลคิดว่าน้องนิ้งจะเข้ารอบได้ลึกกว่านี้มั้ย?

น้ำตาล : อันนี้ตาลก็บอกไม่ได้ เพราะตาลเองไม่ใช่กรรมการ คือเราให้กำลังใจและเอาใจช่วยเต็มที่อยู่แล้ว คือกรรมการไม่ได้มองแค่บนเวที เขามองตั้งแต่ตอนเก็บตัวว่าทำอะไร เป็นแบบไหน เพราะมันจะมีห้องสัมภาษณ์ตัวต่อกรรมการเป็น 10 คน

แล้วจุดที่ทำให้เราพลาดเพราะอะไร?

แนท : หลายคนบอกว่าเราไม่เก่งภาษาอังกฤษก็เลยทำให้พลาด อันนี้ไม่รู้ว่าเป็นอีกปัจจัยนึงที่ทำให้เราไม่ประสบความสำเร็จหรือเปล่า แต่แนททำเต็มที่แล้ว สุดท้ายแล้วเขาก็เลือกคนที่พร้อมที่สุด ถ้าถามตัวเองตอนนี้ว่าเราพลาดอะไรบ้าง อยากจะบอกว่าเราไม่ได้พลาดอะไรเลย เพราะทุกวันที่แนททำกิจกรรม แนทเต็มที่และมีความสุขมาก ถ้าย้อนเวลากลับไปได้แล้วจะกลับไปแก้ไขอะไรก็คงไม่แล้ว เพราะว่าทุกๆวันที่ทำมันเต็มที่แล้ว

น้ำตาล : ตอนตอบคำถาม ตาลกังวลจริงๆ เพราะว่าเราไม่มั่นใจว่าถ้าเราพูดคำราชาศัพท์ฝรั่งจะเข้าใจมั้ย แล้วเราจะพูดถูกมั้ย ถ้าเราพูดอีกแบบมันจะถูกต้องมั้ย เราก็กลัว

การเป็นนางงามไทยได้นอกจากสวยแล้วจะต้องทนกับคำวิจารณ์ด้วย?

แนท : จริง ตอนที่แนทได้ตำแหน่งมาเราไม่ค่อยเก่งโซเชียล ไม่อ่านคอมเมนต์เลย เราฟังแค่แมคนในครอบครัว รับแต่สิ่งดีๆ เข้ามา ทำให้เรามีความสุขกับทุกวัน มีอยู่วันนึงกำลังจะเซฟรูปก็ดันไปเจอคมเมนต์ ถ้ามี 300 เขาด่าไป 200 แล้ว คือด่าเรื่องหุ่น เรื่องภาษา ถือว่าโชคดีมากที่ตอนนั้นไม่ได้อ่าน

รู้สึกยังไงบ้างที่เขาบอกว่าทำดีก็โดนด่า ทำไม่ดีก็โดนด่า หาเรื่องด่าได้หมด?

แนท: ขีดเส้นใต้ที่พี่หนิงพูด ถูกร้อยเปอร์เซ็นต์เลย คือสิ่งที่แนทและน้องน้ำตาลทำ เราทำเต็มที่ ส่วนผลที่ออกมาไม่ถูกใจใครหรืออะไรก็ตามก็ช่างมัน

น้ำตาล : โอ้โห ตอนที่ได้มงร้องไห้เลย จากเด็กผู้หญิงไม่รู้เรื่อง การที่เป็นคนของประชาชนต้องโดนด่าขนาดนี้เลยเหรอก็เลยงงนิดนึง ตอนนั้นวังเวงมาก ตอนนั้ก็เห็นผ่านๆ บางคนด่าประหนึ่งอยู่กับเรา ตอนนั้นที่เราได้เราไม่มีเวลาเปลี่ยนตัวเอง ยังไม่ทันพิสูจน์อะไรให้เห็นเลย เข้าใจว่าพิมพ์มันง่ายแต่ทำให้เห็นมันยาก เราก็เลยเอาคำเหล่านั้นมาผลักดัน

พูดถึงชุดราตรีของน้องนิ้งที่ดราม่ากัน เราคิดยังไงกับชุดราตรีของนิ้ง?

แนท : หนูรู้สึกว่าการจะทำชุดราตรีหนึ่งชุดมันไม่ได้ขึ้นอยู่แค่ดีไซเนอร์คนเดียว มันขึ้นอยู่กับตัวนางงามเองด้วย อย่างปีนี้ เรามีส่วนแสดงความคิดเห็นว่าอยากได้ชุดแบบนี้ๆ แล้วแนทอ่านในข่าวน้องนิ้งเป็นคนเลือกสีเอง ซึ่งแนทไม่แน่ใจว่าเป็นเรื่องจริงหรือว่ายังไง แต่นางงามก็มีส่วนในการนำเสนอชุดราตรี ถ้าถามว่าชุดราตรีมันแย่อย่างเดียวหรือเปล่า หรือนางงามผิดที่เดินไม่ดีหรือเปล่า หรือว่ามันไม่ลงตัวหรือเปล่า มันไม่สามารถโยนความผิดไปให้คนใดคนนึง

น้ำตาล : ตลอดเวลาที่พี่หมูทำชุด เราก็มีโอกาสคุยกันตลอด ตาลก็บอกบอกว่าอยากได้แบบนี้ๆ เวลาเราลองใส่ลองเดิน เราก็บอกพี่หมูตลอดว่าอันไหนเราไม่สะดวก หรือเป็นอุปสรรคในการเดิน

ในขณะที่คนไทยวิจารณ์ชุดราตรีว่าไม่สวย วิจารณ์หนักถึงขั้นเอาชุดไปเปรียบกับคณะลิเก แต่กูรูในต่างประเทศเขาให้คะแนน 9 เต็ม 10 มาตลอด 4 ปี?

น้ำตาล : จริงๆ ตาลไม่อยากให้ไปโทษใคร เพราะมันผ่านมาแล้ว มันไม่สามารถที่จะไปแก้ไขอะไรไก้แล้ว

อยากบอกอะไรกับคนที่มาดราม่ากับชุดพี่หมู?

น้ำตาล : เราบอกอะไรไม่ได้เพราะความคิดความอ่าน รสนิยมของคนเรามันแตกต่างกัน มันอยู่ที่มุมมองของแต่ละคนว่าจะมองว่ายังไง แต่ในเมื่อมันผ่านมาแล้ว ทุกคนก็ทำเต็มที่แล้ว อยากให้ไปสู้กันในปีหน้าดีกว่า

ให้กำลังใจพี่หมูดีกว่า?

แนท : ก็อยากให้กำลังใจพี่หมู หนูก็เป็นอีกหนึ่งคนที่ร่วมงานกับพี่หมูตั้งแต่เป็นนางแบบ ก็อยากให้พี่หมูสู้ต่อไป อย่างชุดราตรีหนึ่งชุดมันไม่ได้มีความคิดเห็นของเราร้อยเปอร์เซ็นต์ มันมีความคิดเห็นของหลายคนมาบวกให้เป็นชุดนั้น มันอาจจะไม่ใช่ชุดที่ดีที่สุดของหลายคน ปต่หนูเชื่อว่าพี่ตั้งใจทำที่สุด

ตอนที่เราผระกวดแล้วโดนดราม่าประเด็นไหนที่รับไม่ได้ที่สุด?

น้ำตาล : ถ้าตอนประกวดไม่มี มีมีตอนหลัง คือบางคนมองว่าเราเนรคุณกอง ฉีกสัญญา รับงานเอง แต่จริงๆ หนูจะทำทำไม เราก็ไม่รู้ว่าข่าวออกมาได้ยังไง เราทำตามกฏระเบียบทุกอย่าง ทางกองก็ไม่ได้ออกมาบอกอะไร แต่เราได้คุยกันหลังไมค์แล้ว ตาลยืนยันได้ว่าทำถูกต้อง ณ ตอนนี้ยังมีสัญญาอยู่ถึงปีหน้า สัญญากับกองก็จะมี ละคร 2 ปี อีเว้นท์ 1 ปี

ก็มีข่าวออกมาว่าคุณแดงและคุณอรหมดสัญญา หรือลิขสิทธิ์ตรงนี้ด้วย?

น้ำตาล : เท่าที่ฟังมาเป็นเรื่องจริงนะคะ จริงๆ สัญญามิสยูนิเวิร์สปีต่อปีนะคะ ก็ขึ้นอยู่กับว่าใครจะไปซื้อลิขสิทธิ์นั่นมา

แนทละมีดราม่าอะไรหนักสุด?

แนท : มีหลายเรื่อง ทั้งศัลยกรรม คลิปโป๊ แล้วก็เด็กเสี่ย คือเรื่องคลิปโป๊ดูยังไงก็ไม่ใช่เรา หน้าอกมันใหญ่มาก แต่ที่ดราม่าที่รู้สึกว่าไม่ชอบคือพาดพิงคนในครอบครัวของเรา เคยไปงานนึง แล้วมีคนเดินมาบอกว่านี่ปลาตายตัวเดียว เน่าทั้งฝูง แล้วตอนนั้นแม่อยู่ข้างหนู แล้วเขาพูดต่อว่าถูกเลี้ยงดูมายังไง ตอนนั้นกำปั้น อีกนิดเดียวมือหนูจะชกถึงหน้าเขาแล้ว แต่แม่บอกให้ใจเย็นๆ แล้วหนูก็มองหน้าเขาแล้วบอกว่าขอบคุณค่ะ เรื่องศัลยกรรมก็เป็นไปไม่ได้ บ้านแนทไม่มีฐานะขนาดนั้นให้แนทไปกู้เงินมาทำ แนทกู้มาเรียนดีกว่า แนทต้องดรอปเรียนปีนึงเพื่อทำงานเก็บเงินมาเรียนธรรมศาสตร์ ส่วนเด็กเสี่ยก็ไม่มี

ติดตามรายการ คุยแซ่บShow ได้ทุกวันจันทร์-ศุกร์ 14.00 – 15.00น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama

ว่าที่เจ้าสาวสุดแซ่บ! ‘ชมพู่ ก่อนบ่าย’ปล่อยภาพพรีเวดดิ้งหวานอีกเซ็ต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/384582

ว่าที่เจ้าสาวสุดแซ่บ! 'ชมพู่ ก่อนบ่าย'ปล่อยภาพพรีเวดดิ้งหวานอีกเซ็ต

ว่าที่เจ้าสาวสุดแซ่บ! ‘ชมพู่ ก่อนบ่าย’ปล่อยภาพพรีเวดดิ้งหวานอีกเซ็ต

วันอาทิตย์ ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 14.21 น.

23 ธ.ค.61 เตรียมตัวเข้าประตูวิวาห์แล้ว สำหรับ ว่าที่เจ้าสาวนักแสดงตลก “ชมพู่ ก่อนบ่าย” หรือ “ธัณย์สิตา สุวัชราธนากิตติ์” กับแฟนหนุ่ม “บอย วัชรพงศ์ พลเมืองดี” หลานชายของ เป็ด เชิญยิ้ม

ล่าสุด สาวชมพู่ก็ได้เผยให้เห็นภาพภาพพรีเวดดิ้ง ซึ่งได้ทั้งช่างภาพชื่อดัง และช่างแต่งหน้าชื่อดัง อย่าง น้องฉัตร มาเนรมิต ความสวยให้ชมพู่ เรียกว่าออร่าเจ้าสาวจับมากๆ กลายเป็นเจ้าสาวลุคหวานซ่อนเปรี้ยว พร้อมจัดเต็มความเซ็กซี่อวดหน้าอกหน้าใจที่ไปอัพไซส์มา บอกเลยว่าป็นเจ้าสาวที่เซ็กซี่สุดๆ เลยทีเดียว

‘แต้ว ณฐพร’แจกความสดใสปนเซ็กซี่ โชว์แผ่นหลังแอบแซ่บกลางป่า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/384577

'แต้ว ณฐพร'แจกความสดใสปนเซ็กซี่ โชว์แผ่นหลังแอบแซ่บกลางป่า

‘แต้ว ณฐพร’แจกความสดใสปนเซ็กซี่ โชว์แผ่นหลังแอบแซ่บกลางป่า

วันอาทิตย์ ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 12.57 น.

23 ธ.ค.61 เป็นนางเอกสาวสุดฮอตที่ไม่ว่าจะได้รับบทบาทได้ก็ปังสุดๆ สำหรับ “แต้ว ณฐพร” ที่ล่าสุดได้ควงคุณแม่ไปเที่ยวพักผ่อนที่เชียงราย พร้อมเล่นกับช้าง ขี่ช้างไปด้วยกัน ส่งความสดใสผ่านอินสตาแกรม

แถมทริปสาวแต้วยังโชว์ความเซ็กซี่ แชะภาพริมอ่างอาบน้ำ ท่ามกลางวิวทิวทัศน์กลางป่าเขา โพสท่าเปิดไหล่โชว์แผ่นหลังเบาๆ เห็นแล้วต้องขอกดไลค์รัวๆ เลยทีเดียว

45ก็ยังแซ่บ!’นุสบา’อวดหุ่นในชุดว่ายน้ำ แปลงร่างเป็นนางเงือก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/384572

45ก็ยังแซ่บ!'นุสบา'อวดหุ่นในชุดว่ายน้ำ แปลงร่างเป็นนางเงือก

45ก็ยังแซ่บ!’นุสบา’อวดหุ่นในชุดว่ายน้ำ แปลงร่างเป็นนางเงือก

วันอาทิตย์ ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 12.11 น.

23 ธ.ค.61 เป็นอีกหนึ่งสาวสวยของวงการ สำหรับ นุสบา ปุญญกันต์  ที่แม้ว่าจะมีลูกและอายุ 45 ปีแล้ว แต่ก็ยังคงความสวย แซ่บไม่แพ้สาวๆ ที่ล่าสุดก็ทำเอาหลายคนฮือฮา กับภาพในชุดว่ายน้ำ และยังสวมหางนางเงือก แหวกว่ายในน้ำ อวดหุ่นสุดเซี้ยะ ในทริปเที่ยวทะเลกับครอบครัว บอกเลยว่าดีกรีความฮอตไม่แพ้ใครเลยทีเดียว

Star Retro : ‘กิ๊ฟ-อัญชิสา’ ชีวิตลงตัว ที่ความพอดี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/384493

Star Retro : ‘กิ๊ฟ-อัญชิสา’ ชีวิตลงตัว ที่ความพอดี

Star Retro : ‘กิ๊ฟ-อัญชิสา’ ชีวิตลงตัว ที่ความพอดี

วันอาทิตย์ ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

คุ้นหน้าคุ้นตากันดีกับนักแสดงสาว กิ๊ฟ-อัญชิสา เลี่ยวไพโรจน์ ที่เริ่มบทบาทในวงการบันเทิง ด้วยการเป็นนางเอกละครจักรๆ วงศ์ๆ สุดฮอตในอดีตอย่าง “นางพญาไพร”  ทำให้เธอแจ้งเกิดในวงการบันเทิงอย่างเต็มตัวและมีผลงานเบื้องหน้ามาอย่างต่อเนื่อง แต่พักหลังมานี้ ดูเหมือนจะห่างหายไป ชีวิตวันนี้ของเธอเป็นอย่างไร “สตาร์เรโทร” สัปดาห์นี้ จะพาไปอัพเดทชีวิตของเธอกันค่ะ

ชีวิต ณ ปัจจุบัน

กิ๊ฟยังรับเล่นละครปกติค่ะ ยังมีละครติดต่อเข้ามาเรื่อยๆ อาจจะด้วยวัยและอะไรหลายๆ อย่าง เราก็อาจจะต้องดูบทมากขึ้น งานเราจึงไม่ได้ออกมาต่อเนื่อง เลยอาจจะดูเหมือนหายๆ ไปบ้าง คนก็จะสงสัย เอ๊ะ..หายไปไหนหรือเปล่า คือไม่ใช่ว่าไม่อยากรับนะคะ แต่ว่าคิวไม่ได้ ก็เลยไม่ได้รับค่ะ แต่ว่าจริงๆ แล้วเราก็ยังรับเล่นละครอยู่ พิธีกรก็ยังมีบ้าง ซึ่งละครที่เล่นไว้ยังไม่ออนแอร์ก็มีอยู่ค่ะ

จุดเริ่มต้นในวงการบันเทิง

ก่อนหน้านี้ มีโมเดลลิ่งติดต่อมาให้ไปประกวดนั่นนี่ แต่ว่าเราไม่ชอบ ไม่อยากทำงานในวงการนี้ แต่อยู่ดีๆ ไปเจอพี่หม่อม ก็รู้สึกว่าโอเคเลยไม่ได้ปฏิเสธ ไปถ่ายรูปทำโปรไฟล์ แล้วพี่เขาก็ส่งรูปเราไปประกวดมิสมอเตอร์โชว์แต่ปรากฏว่าไม่ทัน พี่เขาก็เลยบอกว่ามาเวทีหนุ่มสาวแฮ็คส์แล้วกัน เราก็โอเค เขาก็ส่งไปประกวด จนกระทั่งเราได้ประกวดและชนะได้รางวัลที่ 3 พอทำกิจกรรมกับแฮ็คส์เสร็จเรียบร้อยทุกอย่าง กิ๊ฟก็ไม่ได้เจอพี่เขาอีกเลย พี่เขาหายไปเลยค่ะ เขาคงรู้ว่ามีพี่ที่แฮ็คส์ดูแล เขาก็เลยไม่มายุ่งเลย ไม่เคยมาทวงบุญคุณ ตอนนี้กิ๊ฟเลยไม่รู้ว่าพี่เขายังสบายดีไหมหรือยังไงค่ะ

เข้าวงการเต็มตัว

กิ๊ฟเข้าวงการตอนที่กำลังจะเข้ามหาวิทยาลัย ประมาณอายุราวๆ 18-19 ปี ถ้าต้องเทียบกับตอนนี้คือถือว่าช้า เพราะเด็กสมัยนี้เข้าวงการเร็ว และตอนนั้นเป็นอะไรที่ใหม่มากสำหรับเรา การจัดสรรเวลายากมาก กิ๊ฟไม่ได้มีคนดูแลหรือผู้จัดการ จะไปไหนก็ไปกับแม่ มีแม่คอยดูแล แต่ด้วยความที่ใหม่ รู้สึกว่าควบคุมอะไรไม่ค่อยได้ จำได้ว่าตอนนั้นหลังจากได้รางวัลประกวดหนุ่มสาวแฮ็คส์ก็มาเล่นละคร เป็นแนวจักรๆ วงศ์ๆ ของดีด้า เรื่องแรกเลยปี พ.ศ. 2542 เรื่อง “นางพญาไพร”เป็นเด็กแก่นอยู่แต่ในป่า เหนื่อยมาก เราก็เหมือนจัดการชีวิตไม่ค่อยได้ ละครถ่ายไปออนไปด้วย ยิ่งเหนื่อยหนักเข้าไปอีก ไม่ได้หยุดหรือกลับบ้านเลย แต่คนดูเรื่องนี้เยอะมากค่ะทำให้เรากลายเป็นที่รู้จักทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด

ผลงานสร้างชื่อเสียง

คิดว่าน่าจะเป็นเรื่อง “นางพญาไพร” นี่แหละค่ะ แต่กิ๊ฟไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองมีช่วงพีคนะคะ กิ๊ฟรู้สึกว่ามันมาเรื่อยๆ หมายถึงว่ามีงานเรื่อยๆ พอจบ “นางพญาไพร” ก็จะมีละครธรรมดาต่อมาเรื่อยๆ อีก แล้วก็มาเป็นภาพยนตร์ตามสเต็ปค่ะ มีหลากหลายงานเข้ามา ไม่ได้มีช่วงไหนที่พีคเป็นพิเศษ ซึ่งสมัยก่อนถ้าคนที่ไม่ซื้อหนังสือหรือแมกกาซีน ก็จะไม่เห็นเรา ไม่เหมือนสมัยนี้ที่เปิดมือถือมาเจอเลย เห็นหมด มันมีความรวดเร็วกว่ายุคก่อนๆ เยอะค่ะ

เกือบเสียการเรียน

ตอนนั้นเรียนปริญญาตรี นิเทศศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพค่ะ แรกๆ ก็มีปัญหานะเพราะยังจัดสรรเวลาไม่ได้ เรียกว่าแทบไม่ได้ไปเรียนเลยก็ว่าได้ ก็ต้องให้เพื่อนคอยช่วยเหลือ นี่ถ้าไม่ได้เพื่อนคงแย่ค่ะ (หัวเราะ) เพราะปี 1 ปี 2 เรียนค่อนข้างหนัก จะมีวิชาพื้นฐานที่ไม่เกี่ยวกับนิเทศฯ เราไม่ถนัด เลยจะยากหน่อย แล้วเราก็ต้องปรับตัวมาจากมัธยมด้วย ก็ปรับตัวค่อนข้างเยอะ และใช้ชีวิตยากเหมือนกันค่ะ ช่วงนั้นเกือบจะไม่จบ เกรดต่ำมาก แต่พอขึ้นประมาณปี 3ก็เริ่มปรับตัวได้ เริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งจบ พร้อมกับการทำงาน เล่นละครมาเรื่อยๆ

ตั้งหลักได้ พร้อมเรียนต่อ

ตอนนั้นได้มาเล่นหนังเรื่อง “มนต์รักร้อยล้าน” เจอพี่หนึ่ง (วรเชษฐ์ นิ่มสุวรรณ) พี่เขาก็แนะนำว่าที่มหาวิทยาลัยศรีปทุม มีเปิดคณะใหม่ คณะบริหารการจัดการ เขาก็ถามว่าสนใจไหม อยากเรียนหรือเปล่า บวกกับตอนนั้นเราก็อยากเรียนต่อปริญญาโท แต่ไม่รู้จะไปทางไหนดี พอพี่หนึ่งแนะนำเราก็เลยโอเคลองดู เรียนประมาณสองปีก็จบค่ะ กิ๊ฟว่าบางทีมันเป็นช่วงจังหวะชีวิตนะคะ อย่างช่วงที่เรียนแรกๆ 7 วันไม่มีงานเลย เราก็ได้อยู่บ้าน 7 วันไม่ไปไหนเลย ซึ่งไม่เคยทำได้ ต้องไปไหนมาไหนตลอด แต่ครั้งนี้เรารู้สึกว่า ลองตั้งใจเรียนแบบจริงๆ จังๆ เพราะที่เรียนเป็นภาษาอังกฤษหมดเลย แล้วเราเรียนบริหารทุกอย่างใหม่ บัญชีนี่เราก็เลี่ยงมาตั้งแต่มัธยม แต่พอต้องมาเริ่มใหม่ปุ๊บ โอเค ก็ต้องตั้งใจ ทำการบ้านอยู่ที่บ้านแบบ 7 วันเต็มๆ แล้วผลที่ได้รับคือ ดีมากๆ คะแนนดีจนครูเองก็ตกใจว่าเรียนได้ขนาดนี้เลยเหรอ (หัวเราะ) นี่ก็จะเป็นช่วงแรกๆ ค่ะ แล้วหลังจากนั้นก็จะเริ่มมีงานเข้ามา เราก็เรียนไปด้วยทำงานไปด้วยจนจบส่วนแพลนเรียนปริญญาเอกมีไหม อยากจะเรียนนะคะ แต่ก็ต้องหาตัวเองให้เจอก่อนว่าเราจะต่อไปทางไหนดี (ยิ้ม) เปลี่ยนสายเลยไหม หรือยังไง แต่ถ้ามีโอกาสและเจอสิ่งที่อยากเรียนก็จะไปต่อค่ะ

เปิดมุมมองใหม่ๆ กับชีวิต

การที่กิ๊ฟได้มีโอกาสไปวิปัสสนา ครั้งแรกเลย คือกิ๊ฟถ่ายละครอยู่ที่กองแม่ก้อย (ทาริกา ธิดาทิตย์) คุณแม่ก็สายนี้อยู่แล้ว แม่ก็อยากให้ทีมงานนักแสดงไปนั่ง ตอนแรกเราคิดเองว่า…คือเราเล่นละครให้คนดูรู้สึกเกลียดชัง มันอาจจะไม่ค่อยดีหรือเปล่า เลยให้ไปนั่ง แต่จริงๆ คุณแม่บอกว่าเหมือนอยากให้เราไปอยู่กับตัวเอง ไปทำบุญ ก็ลองไปดู พอไปครั้งหนึ่งก็รู้สึกว่าเออดี เราชอบ สบายใจ ไม่ต้องคิดหรือห่วงอะไร แล้วหลังจากนั้นมาก็ไปเรื่อยๆ ค่ะ ทำให้อารมณ์เราดีขึ้น ปรับทัศนคติมุมมองเราใหม่ ในทางที่ดีขึ้นค่ะ

รู้จักตัวเองมากขึ้น

ก่อนหน้านี้เป็นคนมองโลกในแง่ลบนะคะ แต่พอด้วยอายุ โตขึ้น มุมมองความคิดก็เลยจะเปลี่ยน บวกกับมีโอกาสได้ไปนั่งวิปัสสนา ก็ช่วยในเรื่องของความคิด อารมณ์ ช่วยให้มุมมองความคิดการใช้ชีวิตก็เปลี่ยนไปตามสิ่งที่เราเจอ ถือว่ารับมือได้ระดับหนึ่ง แต่บางทีก็มีอารมณ์เศร้า ร้องไห้ก็มีนะ แต่ก็จะไม่ให้ตัวเองจมอยู่กับสิ่งนั้นนานๆ เรียนรู้ที่จะรับมือกับมัน ไม่ทำให้ตัวเองคิดฟุ้งซ่าน และทำให้ตัวเองทุกข์ด้วยความคิดของตัวเอง ก็จะพยายามพาตัวเองออกไปจากตรงนั้นค่ะ

ทำวันนี้ให้ดีที่สุด

เมื่อก่อนเคยคิดว่าทำไมเราต้องมาทำงานเยอะกว่าเรียนหนังสือ แต่พอมันผ่านช่วงเวลามาแล้ว เราก็รู้สึกว่า เออ..นั่นเหมือนเป็นกำไรชีวิตเราเลยนะ เป็นโอกาสที่ดีในชีวิตของเรา แต่ตอนเด็กตอนนั้นเราไม่คิดไง คิดแค่ว่า ฉันเหนื่อยมากเลย ไม่อยากทำ ก็จะมีความงอแง แต่พอมาถึงกองถ่ายเราก็ทำงานนะไม่ได้มีอะไร การที่เราผ่านจุดนั้นมาได้ถือว่าเราเอาตัวรอดได้ในระดับหนึ่ง หรืออย่างช่วงที่เราดาวน์ไม่มีงาน อาจจะเป็นช่วงที่แบบเราได้หันมาดูแลตัวเองมากขึ้น อยู่กับตัวเองมากขึ้น มีความสุขกับปัจจุบัน ทำตัวเองให้ดีไม่ใช่ปล่อยตัว งานเข้ามาเมื่อไหร่ก็พร้อมทำ

ชีวิตประจำวัน

ตอนนี้อยู่กับคุณพ่อ-คุณแม่ ยังไม่ได้มีครอบครัวเป็นของตัวเองค่ะ วันว่างๆ ก็จะไปออกกำลังกายบ้าง ดูหนัง อยู่บ้าน คือกิ๊ฟจะชอบอยู่เป็นส่วนตัว เพราะเวลาเราออกไปข้างนอก เราต้องเจอคน ต้องเอ็นเตอร์เทน เราก็ทำเต็มที่ แต่พอกลับมาบ้าน เลยอยากที่จะอยู่แบบนิ่งๆ เงียบๆ คนเดียว ให้เวลากับตัวเองมากขึ้น หลุดจากแสงสีเสียงบ้างอะไรแบบนี้ค่ะ

วางแผนอนาคตในวงการบันเทิง

ยังอยากทำตรงนี้ไปเรื่อยๆ ค่ะ กิ๊ฟรักงานตรงนี้ แล้วก็ชอบ สนุกที่จะได้ไปถ่ายละคร เจอคนตามกองถ่าย กิ๊ฟว่ามีความสุขนะ คือถ้าเป็นไปได้ก็อยากทำไปเรื่อยๆ ส่วนเบื้องหลังเช่น โค้ชแอ๊กติ้ง กิ๊ฟไม่ถนัดและสอนคนไม่ค่อยเป็น ก็เลยไม่ดีกว่า งานผู้จัดฯ ก็คิดว่าต้องเก็บเกี่ยวประสบการณ์ให้มากกว่านี้ค่ะ อยากที่จะลองทำเหมือนกัน แต่ ณ เวลานี้อาจจะยังไม่ใช่ แล้วก็ด้วยประสบการณ์และอะไรหลายๆ อย่าง อยากปล่อยให้เป็นเรื่องของอนาคตไป ถ้ามีโอกาสก็อาจจะลองจากรายการเล็กๆ ก่อนแล้วค่อยๆ ขยับขยายไป

ธุรกิจส่วนตัว

กำลังทำเกี่ยวกับธุรกิจความสวยความงามค่ะ ทำกับเพื่อนนอกวงการบันเทิง ตอนนี้เริ่มวางแผนหาข้อมูลต่างๆ มีการวิจัยเพื่อทำให้มันออกมาแบบถูกต้องและมีประโยชน์จริงๆ ตอนนี้อยู่ใน
ขั้นตอนการทำการวิจัย ทดลองค่ะ

แพลนแต่งงานมีครอบครัว

เรื่อยๆ ค่ะ ไม่ได้อะไร ยังไม่รีบแต่ก็มีพี่ที่คุยด้วย คุยกันมา 6 ปีแล้ว คือความรักที่ผ่านมาช่วงวัยรุ่นเราก็มีความรักแบบหนึ่ง พอโตมาก็เป็นอีกแบบหนึ่ง เราก็จะคิดได้ไปเรื่อยๆ แต่ ณ จุดๆ นั้นที่ผ่านมา เราไม่รู้หรอกว่าอันนั้นคือดี อันนี้คือใช่ พอมันผ่านไปแล้ว เราได้กลับมาคิด เอ่อ..มันก็ไม่ได้ถูกอย่างที่เราคิดเสมอไปนะ แต่ตอนนั้นเราไม่รู้ไงเราต้องเจอกับตัวเองก่อน เคยคบทั้งคนในวงการ และคนนอกวงการ แต่ตอนนี้คิดว่าคนนอกวงการดีกว่าค่ะ (หัวเราะ) คือเรื่องงานเราก็ไม่ได้ก้าวก่ายกันอยู่แล้ว พี่เขาก็ไม่ก้าวก่ายกับงานเรา ส่วนเราก็ไม่ได้แบบทำงานจนไม่มีเวลาเลย ถามว่าตอนนี้น่าจะถึงวัยที่ควรมีครอบครัวแล้วไหมก็น่าจะนะคะ หลายๆ คนอาจจะคิดว่าควรจะมีครอบครัวได้แล้ว แต่กิ๊ฟก็ไม่ได้รีบ หรือเร่งรัด กิ๊ฟว่าโดยส่วนใหญ่คนที่แต่งงานอยากจะมีลูก ขยายครอบครัว แต่กิ๊ฟอาจจะรู้สึกว่าไม่ได้อยากมีลูก เพราะมีโอกาสได้เจอลูกเพื่อน ก็จะรู้สึกว่าไม่มีดีกว่า (หัวเราะร่วน) แต่จริงๆ กิ๊ฟเองก็เป็นคนชอบเด็กนะคะ เล่นได้ เลี้ยงได้ แต่ถ้าเรามีลูกสักคนเราจะมีความห่วงหลายๆ อย่าง และอยากจะเลี้ยงเขาให้ดีที่สุด รวมถึงเรื่องของการเงิน ค่าเลี้ยงดูเขา เดี๋ยวนี้เลี้ยงเด็กคนหนึ่งค่อนข้างที่จะมีค่าใช้จ่ายเยอะเราไม่อยากห่วง ไม่อยากเป็นทุกข์ หลายคนก็บอกว่าให้มีเถอะ เหนื่อยแต่ก็มีความสุขนะ แต่กิ๊ฟก็จะแบบว่า ฉันมีความสุขในทางอื่นก็ได้ (หัวเราะ) ส่วนพี่ที่เราคบอยู่ด้วยเขาก็ไม่ได้รู้สึกว่าอยากจะมีเหมือนกัน เฉยๆ แต่ถ้าวันหนึ่งพี่เขาอยากจะมี ก็คงต้องคุยกันอีกทีแพลนแต่งงานเลยยังไม่มีเร็วๆ นี้แน่นอนค่ะ เพราะงานพี่เขาก็ค่อนข้างเยอะและเครียด บวกกับครอบครัวกิ๊ฟเองก็ไม่ได้เร่งรัดอะไร เพราะน้องชายกำลังจะแต่งงานแล้ว กิ๊ฟเองก็ไม่ได้กดดันอะไรว่าจะต้องแต่งนะ น้องแต่งแล้ว เรื่อยๆ เป็นไปตามธรรมชาติค่ะ

เรียนรู้อะไรจากวงการบันเทิง

อยากจะขอบคุณวงการบันเทิงและอาชีพนักแสดงที่ทำให้เรามีรายได้ มีชื่อเสียง นี่คือสิ่งพื้นฐานเลยล่ะ และนอกเหนือจากนี้คือมันหล่อหลอมให้เรามีความรับผิดชอบมากขึ้น สำหรับกิ๊ฟนะคะ แล้วก็เรื่องนิสัยทุกอย่างเลยล่ะ มันค่อยๆ ทำให้เรากลายเป็นเราในทุกวันนี้ หลายคนอาจจะมองว่าการเข้ามามันง่าย แต่การที่จะอยู่นานๆ นี่มันยาก แต่กิ๊ฟเองก็อยู่มาประมาณ 19 ปี แล้ว กิ๊ฟก็ไม่รู้อยู่มาได้ยังไง (หัวเราะ) แต่อย่างหนึ่งที่กิ๊ฟเชื่อคือเราต้องเป็นคนที่มีความรับผิดชอบส่วนหนึ่ง ไปกองถ่ายไม่ได้มีปัญหากับใคร ตรงต่อเวลา รับผิดชอบในบทบาทของเรา ทำการบ้านไปกอง สิ่งเหล่านี้แหละที่ทำให้เราโตขึ้นมาเรื่อยๆ ถ้าเราอยู่ได้มันก็แบบน่าจะโอเคนะ ผู้ใหญ่ก็คงเห็นอะไรในระดับหนึ่ง ก็ทำให้เราเป็นเราทุกวันนี้ อย่างที่บอกมันหล่อหลอมให้เราเข้มแข็งขึ้น แล้วก็มีความรับผิดชอบค่ะ

และอีกสิ่งหนึ่งที่สัมผัสได้จากสาวคนนี้ คือความเสมอต้นเสมอปลายค่ะ เกือบ 20 ปีที่แล้วเธอเป็นอย่างทุกวันนี้เธอก็ยังส่งต่อความน่ารักสดใสให้กับคนรอบข้างได้อย่างดีเยี่ยมเหมือนเดิม

กุหลาบสีเงิน