‘เกล-โสพิชา’ กวาดคะแนนนิยมที่ไต้หวัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/378929

‘เกล-โสพิชา’ กวาดคะแนนนิยมที่ไต้หวัน

‘เกล-โสพิชา’ กวาดคะแนนนิยมที่ไต้หวัน

วันอาทิตย์ ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

แม้ น้องเกล-โสพิชา จะได้รับโจทย์สุดหินระหว่างร่วมแข่งขันในรายการดัง Jungle Voice ให้ร้องเพลง “Nia Nia” (เนีย เนีย) ซึ่งเป็นเพลงภาษาจีน และภาษาท้องถิ่นไต้หวัน ยากชนิดที่ศิลปินเจ้าของภาษายังต้องปาดเหงื่อ และยังเป็นเพลงจีนเพลงแรกของเกลในการแข่งขันครั้งนี้ ในรอบนี้ผู้เข้าแข่งขันแต่ละคนจะต้องเข้าคลาสเทรนด์กับครู แต่เนื่องจากเกลต้องกลับมาเรียนหนังสือที่เมืองไทย จึงต้องใช้วิธี Video Call ฝึกซ้อมร้องเพลงกับครูเพียงครั้งเดียว ก่อนเจอกันอีกครั้งบนเวทีจริง แต่ถึงแม้เกลจะมีเวลาซ้อมเพียงน้อยนิด เธอก็สามารถเอาชนะใจกรรมการ Janice Yang ศิลปินชื่อดังที่ตัดสินให้เกลเป็นผู้ชนะ และขึ้นโชว์ร่วมกัน ได้อย่างประทับใจผู้ชมทางบ้านและผู้ชมในสตูดิโอ จนยอดวิวติด อันดับ 1 YouTube Trending ของไต้หวัน และแรงขึ้นมาติด Trending Top 10 ในอีกหลายประเทศของเอเชีย ทั้ง ฮ่องกง มาเลเซีย รวมถึงประเทศไทย แต่ถึงยังไงก็ต้องฝากชาวไทยช่วยให้กำลังใจและส่งแรงโหวตกันได้ที่ Facebook : Gail Sophicha

‘โตโน่ & The Dust’ ทำภารกิจในฝัน@เรือนจำ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/378930

‘โตโน่ & The Dust’ ทำภารกิจในฝัน@เรือนจำ

‘โตโน่ & The Dust’ ทำภารกิจในฝัน@เรือนจำ

วันอาทิตย์ ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

อิ่มเอมใจไปตามๆ กัน เมื่อ “โตโน่-ภาคิน และ วง The Dust” ได้รับภารกิจจากรายการ “Sing Sing Sing” ให้เข้าไปเล่นคอนเสิร์ต ณ เรือนจำกลาง จังหวัดนครปฐม ซึ่งหนุ่มโตโน่และวงใฝ่ฝันเอาไว้ว่าต้องไปเล่นให้ได้สักครั้ง เพราะเป็นสถานที่ที่ข้างในค่อนข้างอัดแน่นไปด้วยความทุกข์ ไม่ว่าจะเป็นความเศร้า ความเหงา ความเครียด ฯลฯจึงอยากจะขอเข้าไปมอบความสุขให้กับพวกเขา!! ซึ่งโตโน่ และวง The Dust ทุ่มเทเต็มที่ขนเพลงสนุกๆ ไปสร้างความสุขให้พี่น้องในแดนชาย ได้ปลดปล่อย กระโดดเต้นและร้องตามอย่างสนุกสนาน ก่อนขอไปมอบความประทับใจในแดนหญิงกันต่อ ซึ่งจริงๆ แล้วไม่ได้มีการตกลงกันไว้ แต่หนุ่มโตโน่ก็ขออนุญาตเข้าไปโชว์ดนตรีเพราะๆ และเสียงหล่อๆ ในสไตล์อะคูสติก สร้างรอยยิ้ม และเรียกเสียงกรี๊ดจากสาวๆ ในแดนไปอย่างท่วมท้น!!

ดาราพาเที่ยว : ‘เปอติ๊ด’ ควงเพื่อนซี้ นั่งรถไฟฟรี สัมผัสธรรมชาติกาญจนบุรี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/378932

ดาราพาเที่ยว : ‘เปอติ๊ด’ ควงเพื่อนซี้ นั่งรถไฟฟรี สัมผัสธรรมชาติกาญจนบุรี

ดาราพาเที่ยว : ‘เปอติ๊ด’ ควงเพื่อนซี้ นั่งรถไฟฟรี สัมผัสธรรมชาติกาญจนบุรี

วันอาทิตย์ ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เรียกว่าเป็นทริปพักผ่อนที่ไม่มีวันลืมของนักร้องสาวสุดเท่จากเวที The Voice ซีซั่น 4 “เปอติ๊ด-ญาดา โกเมศ” สังกัดค่าย SMALLROOM เพราะการนั่งรถไฟฟรีเที่ยวกาญจนบุรีรอบนี้ของเธอ เป็นการเดินทางไปพักกายเคลียร์ใจ เพื่อสร้างพลังงานบวกให้กับตัวเอง หลังจากผิดหวังในความรัก โดยมีเพื่อนซี้ร่วมเดินทางอย่างเข้าใจ บรรยากาศความสุขของเธอในวันนั้นเป็นอย่างไร ไปฟังกันค่ะ

เที่ยวสไตล์เปอติ๊ด “จริงๆ เปอเป็นคนชอบเที่ยวต่างประเทศนะคะ เพราะว่าอากาศดี และถ้าไปเที่ยวต่างประเทศเพื่อนจะให้เปอดูแลทุกสิ่งอย่างหมดเลย เพราะเปอเคยเรียนที่อเมริกามา เปอก็จะชำนาญ ดังนั้นถ้าจะไปยุโรปหรืออเมริกา มันง่ายมากเลยสำหรับเปอ ที่จะแพลนไปที่ต่างๆ แต่ถ้าเป็นในประเทศไทยก็จะกระจายกันว่าคนไหนเคยไปที่ไหนมาบ้างแล้วให้คนนั้นจัดการ แต่ว่าเราจะเน้นเป็นทะเลกันมากกว่า ซึ่งก็ไม่รู้นะคะ เห็นเขาบอกว่าคนอกหักมักไปทะเล ก็เลยรู้สึกว่าเป็นอะไรที่เรามองไปได้เรื่อยๆ มองยังไงก็ไม่เบื่อ แล้วเปอสามารถอยู่ได้ตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้นจนพระอาทิตย์ตก ก็จะอาบแดดแทนกัน เพราะเปอก็ไม่ได้เป็นคนขาวใส เราแทนอย่างไทยค่ะ (หัวเราะ) นั่งเม้าท์กันเปิดเพลงเต้นริมหาด สนุกสนานกันเต็มที่ในพื้นที่ของเราค่ะ”

ทริปอกหัก “ตอนนั้นจำได้ว่าเป็นทริปอกหักค่ะ (หัวเราะ) คือ นั่งรถไฟฟรีไปกาญจนบุรี กับเพื่อนสองคนซึ่งก็อกหักมาเหมือนกัน แล้วเราสองคนสนิทกันมาก ก็เลยแบบว่าอยากจะลองไปแบ๊กแพ็กด้วยกันบ้างสักครั้ง ก็เลยไปศึกษาดูวิธีการจองตั๋ว การเดินทางในอินเตอร์เนต สมัยนี้ง่ายมากค่ะ มีรีวิวเพียบเลย พอได้ข้อมูลทุกอย่างก็จองที่พัก แล้วก็เดินทางค่ะ”

เน้นประหยัด “คือเราอยากให้เป็นทริปที่ประหยัด และสนุกด้วยก็เลยลองคิดกันว่าอยากจะเดินทางแบบประหยัด แล้วจะต้องทำยังไงดี ก็เลยนั่งรถไฟฟรีไปกัน ต่อด้วยรถเมล์ 8 บาท หรือแม้กระทั่งโบกรถฟรีเพื่อเข้าที่พัก แต่เราก็ต้องเลือกโบกนะ ไม่ได้สุ่มสี่สุ่มห้าก็ต้องดูคนด้วย ถ้าน่ากลัวก็ไม่ไป ก็ต้องมีเทคนิคเล็กๆ น้อยๆ ในการที่จะต้องดูแลตัวเอง เพราะเราไปเที่ยวผู้หญิงสองคน สุดท้ายก็ได้ขึ้นรถคุณลุงที่ขนมะพร้าวมาเต็มรถ (หัวเราะ) ก็ขึ้นรถไปกับเขาจนกระทั่งถึงจุดนัดกับเจ้าของที่พัก ที่มารับเราเข้าที่พักค่ะ ที่พักเป็นแพริมน้ำ ก็จะไม่มีไฟฟ้า เพราะเราเลือกแบบธรรมชาติที่สุด จุดตะเกียงใช้กัน ได้สัมผัสกับลมธรรมชาติ อากาศเย็นๆ ตอนกลางคืน”

ธรรมชาติบำบัด “พอไม่มีไฟฟ้าและอินเตอร์เนตปุ๊บ เราก็อ่านหนังสือกัน แล้วก็โหลดหนังใส่คอมฯ ไว้ดู เปิดไวน์สักขวด นั่งคุยเรื่องชีวิตกับเพื่อน ปรึกษากันไป-มา รู้สึกว่าเราได้ใช้เวลากับเพื่อนคนที่เรารักที่สุดแบบเต็มที่มาก ได้แชร์เรื่องราวต่างๆ ของกันและกัน เรียกว่าเป็นทริปเคลียร์ใจจริงๆ อยากที่จะไปพักผ่อนจริงจัง เพื่อที่เราจะได้กลับมาทำงานแบบเฟรชๆ อีกรอบหนึ่ง ซึ่งก็ได้ผลนะคะพอกลับมาแล้วเรารู้สึกว่าสิ่งที่มันอยู่ในใจเราอะไรที่ซ้ำซากจำเจ เราได้เคลียร์มันออกไปเยอะมาก กับการที่เราได้ใช้เวลาอยู่กับเพื่อนจริงๆ โดยที่ไม่มีสัญญาณมือถือหรืออินเตอร์เนตใดๆ มาวุ่นวาย มันดีมากๆ เหมือนได้ตัดตัวเองออกจากโลกโซเชียล 2 วัน ดีท็อกซ์ตัวเอง ทำให้เราประทับใจมากในตลอดระยะเวลาสองคืนที่นั่น คิดถึงเหมือนกันนะคะ อยากจะไปอีกค่ะ”

แพลนทริปหน้า “เปอพยายามที่จะเอาตัวเองออกไปเที่ยวให้บ่อยที่สุดเท่าที่จะทำได้นะคะ เพราะเป็นคนที่ขี้เบื่อมาก วันๆ เราเจอรถติด เรื่องราวต่างๆ มากมาย ทำงานด้วยความเร่งรีบ ฉะนั้นวันไหนที่ว่าง หรือแค่ว่างสักสองวันก็จะขับรถไปบางแสนเลยทันที ไปหาร้านหรือสถานที่ที่ไม่ค่อยมีคน เอาเสื่อไป แล้วก็นั่งชิล หนูจะเป็นคนที่เที่ยวได้ทุกรูปแบบ แล้วแต่จังหวะ และอารมณ์ (หัวเราะ) ไปได้หมดค่ะ EDM เฟสติวัล อะไรก็ตามที่เที่ยวได้ไปหมดเลย ทุกรูปแบบ ไปกับเพื่อนเป็นส่วนใหญ่ค่ะ เพราะครอบครัวหาเวลาตรงกันยากนิดหน่อย น้องก็ทำงาน พ่อแม่ก็อยู่ต่างจังหวัด รวมกันทีก็ยากค่ะ แต่กับเพื่อนก็จะเป็นแก๊งสาวโสด ฉะนั้นเลยง่ายมากค่ะ แต่ละทริปของพวกเรา เพียงแค่ชวนกันขำๆ วันนี้เราไปดูหนุ่มบางแสนกัน ก็ขึ้นรถไปกันเลย อะไรประมาณนี้ค่ะ”

อนาคตได้ไปแน่ “มัลดีฟส์ค่ะ เพราะว่ามีโอกาสที่เกือบจะได้ไปหลายรอบมากๆ แล้ว แต่ก็ไม่ได้ไปสักที มีครั้งหนึ่งซื้อตั๋วไว้แล้ว แต่ดันมีงานคอนเสิร์ตเข้ามา ก็ต้องแคนเซิล ก็จะเป็นอะไรที่ค้างคาใจมาก ที่ยังไม่ได้ไป แล้วยิ่งมีคนเขาบอกว่าไม่รู้มันจะอยู่ไปอีกนานแค่ไหน เพราะภัยธรรมชาติก็มีบ่อย เราเลยแบบ… ถ้าเกิดหาคิวตัวเองได้ก็ต้องรีบไปแล้วนะและที่สำคัญต้องมีเพื่อนไปด้วยนะคะจะได้ใส่ชุดครบเซตกัน มีพร็อบและคนถ่ายรูป คือไปมัลดีฟส์ทั้งที เราจะไม่มีรูปสวยๆ ไม่ได้ (หัวเราะ)”

แหม! ถ้าความพร้อมในการเดินทางจะมาเต็มขนาดนี้ แฟนๆรอชมมุมเซ็กซี่ของสาวเปอติ๊ดกันได้เลยเจ้าค่า

หยินหยาง

Hollywood stars : 25 พฤศจิกายน 2561

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/378937

Hollywood stars : 25 พฤศจิกายน 2561

Hollywood stars : 25 พฤศจิกายน 2561

วันอาทิตย์ ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เควิน ฮาร์ท – มินนี ไดรเวอร์

O ดาราตลก เควิน ฮาร์ท พร้อมนักร้องมากความสามารถ ฟาร์เรล วิลเลียมส์ และนางเอกแถวหน้า มินนี ไดรเวอร์ เป็นหนึ่งในกองทัพคนดังที่มาร่วมเป็นเด็กเสิร์ฟ เพื่อให้คนไร้บ้านในลอสแองเจลิส ได้อิ่มท้องในวันขอบคุณพระเจ้า โดยเควิน ยังบริจาคเงิน 50,000 ดอลลาร์ หรือราว 1.6 ล้านบาท ให้กับองค์กร Los Angeles Mission โต้โผใหญ่ในการเลี้ยงอาหารประจำปีตามคำแนะนำของลูกสาว ที่อยากเป็นผู้ให้ในวันสำคัญด้วย ขณะที่ มินนี่ ก็กระเตงลูกสาว เฮนรี่ มาเป็นลูกมือ ช่วยตักอาหารเช่นเดียวกับทุกปีที่ผ่านมา องค์กรการกุศล Los Angeles Mission ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1936 เพื่อช่วยเหลือคนเร่เร่อนโดยเฉพาะ

 โรเบิร์ต เดอ นีโร –  เกรซ ไฮทาวเวอร์

O โรเบิร์ต เดอ นีโร วัย 75 ปี แยกทางกับ เกรซ ไฮทาวเวอร์ ภรรยา วัย 63 ปี ทั้งที่ใช้ชีวิตคู่กันมานานกว่า 20 ปี โดยสื่อก๊อสซิป Us Weekly ยืนยันว่าเดอ นีโร แยกกันอยู่กับภรรยามาพักใหญ่แล้ว แถมช่วงหลังๆ ก็ไม่ค่อยควงกันออกงานด้วย ซึ่งผิดวิสัยมาก แต่ยังไม่มีการคอนเฟิร์มจากปากคนต้นเรื่องแต่อย่างใดเดอ นีโร พบรักกับไฮทาวเวอร์ ที่ไนท์คลับแห่งหนึ่งในกรุงลอนดอน เมื่อปี 1987 แต่มาตัดสินใจแต่งงานกันใน 10 ปีให้หลัง แต่แต่งกันได้ไม่นาน เดอ นีโร ก็ถูกเมียฟ้องหย่าว่าเขาไม่ทำหน้าที่สามีที่ดี ทั้งยังแอบไปมีผู้หญิงคนอื่น ถึงอย่างนั้น การหย่าก็คาราคาซังมานานหลายปีจนกระทั่งทั้งคู่กลับมาคืนดีและจัดงานแต่งกันอีกรอบเมื่อปี 2004

ฮิวจ์ แจ็คแมน

O ฮิวจ์ แจ็คแมน เดินทางไปรับรางวัลเกียรติยศ Kirk Douglas Award for Excellence in Film ในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติ Santa Barbara ด้วยตัวเอง พร้อมบอกว่าเหมือนฝันที่ได้
รับเกียรตินี้ เพราะเขายังพูดคุยกับพระเอกรุ่นพ่อ เคิร์ก ดักลาสวัย 101 ปี ซึ่งเป็นที่มาของรางวัลนี้อยู่เลย แจ็คแมนจึงขออุทิศรางวัลนี้ให้กับเคิร์กและทุกคนที่คอยสนับสนุนเขามาตลอดเส้นทางการเป็นนักแสดง รางวัล Kirk Douglas มอบให้กับผู้สร้างคุณูปการให้กับวงการภาพยนตร์ ไม่ว่าจะเป็นคนเบื้องหน้าหรือหลัง มาตั้งแต่ปี 2006 ผู้ที่เคยเป็นเจ้าของรางวัลนี้มาแล้ว ได้แก่ จูดี้ เดนช์, วอร์เรน เบ็ตตี้, เจน ฟอนด้า,โรเบิร์ต เดอ นีโร และ ไมเคิล ดักลาส ลูกชายนั่นเอง

 Sex and the City

O นอกจาก คิม แคททรอลล์ 1 ใน 4 สาวตัวละครหลักของหนังเปรี้ยวปรี๊ด Sex and the City จะประกาศถอนตัวจากหนังภาค 3 ไปตั้งแต่ต้นปีด้วยเหตุผลว่าถึงจุดอิ่มตัวกับหนังและซีรี่ส์เรื่องนี้แล้ว ล่าสุด เจมส์ แอนดรูว์ มิลเลอร์ เจ้าของบทประพันธ์ก็แย้มว่า เรื่องราวในภาคที่ 3 นี้จะช็อกผู้ชมตั้งแต่ต้นเรื่อง กับความตายของ “มิสเตอร์บิ๊ก”สามีของ “แคร์รี แบรดชอว์” ที่นำแสดงโดย ซาราห์ เจสสิกา ปาร์คเกอร์โดยเขาจะหัวใจวายตายระหว่างอาบน้ำ จากนั้นเนื้อหาส่วนใหญ่จะโฟกัสไปที่ความพยายามข้ามผ่านเรื่องเศร้าที่สุดในชีวิตของ “แคร์รี่” มากกว่าจะโฟกัสที่ความสัมพันธ์ลั้ลลาของ 4 เพื่อนสาวเหมือนที่ผ่านมา ซึ่ง “เจมส์” ยอมรับว่าที่บทต้องออกมาแนวนี้ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะการตัดสินใจไม่ไปต่อของแคททรอลล์ กับบท “ซาแมนธา” นั่นเอง

ทอม ครูส

O ถึงจะรับบทเป็นยอดนักสืบ Jack Reacher ในเวอร์ชั่นหนังทั้ง 2 ภาค แต่ ทอม ครูส กลับไม่ได้ไปต่อ หลังนิยายดังถูกนำมาสร้างเป็นซีรี่ส์ เพราะลี ไชลด์ เจ้าของนิยายซึ่งลงมาอำนวยการสร้างซีรี่ส์เอง เห็นว่า พี่ทอม เตี้ยเกินไปกับบทนี้ โดย แจ็ค ในเวอร์ชั่นนิยายที่ไชลด์บรรยายไว้ มีความสูง 6 ฟุต 5 นิ้ว แต่ทอม สูงแค่ 5 ฟุต 7 นิ้วเท่านั้น ไชลด์บอกว่า ทอม เป็นนักแสดงมากความสามารถที่เขาแฮปปี้ตอนได้ร่วมงานด้วย แต่เขาก็อยากได้นักแสดงที่ตรงกับภาพที่เขาคิดไว้มากกว่าเมื่อสร้างเป็นซีรี่ส์ เพราะมันมีผลอย่างมากกับบุคลิกของพระเอกนั่นเอง

‘แม็กกี้ – เบน’เดินควงกัน ‘เข้ม’อุ้ม’น้องอินเตอร์’หนีภาพบาดตา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/378902

'แม็กกี้ – เบน'เดินควงกัน 'เข้ม'อุ้ม'น้องอินเตอร์'หนีภาพบาดตา

‘แม็กกี้ – เบน’เดินควงกัน ‘เข้ม’อุ้ม’น้องอินเตอร์’หนีภาพบาดตา

วันอาทิตย์ ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เรตติ้งวิ่งปรู๊ด ฉุดไม่อยู่แล้วจริง ๆ สำหรับละครโรแมนติกคอเมดี้ “ไฮโซสะออน” ผลงานจากค่าย “มีเดีย ซีน” ล่าสุดถึงตอนที่บอกเลยว่าใครที่เป็นแฟน “ไอดิน” นายช่างปากมอม รีบตามมาให้กำลังใจกันด่วน!!

เรื่องราวของฉากนี้ เล่าถึง เมรี่ (แม็กกี้ อาภา)  ถูกคุณย่าแสงระวี (ปุ๊-ปิยะมาศ โมนยะกุล) จัดฉากให้มาถ่ายแฟชั่นเพื่อเข้าประกวดผู้หญิงแถวหน้า โดยมี มล.นพคุณ (เบน -สันติราษฏร์ กุลนพเกียรติ) นำช่อดอกไม้มาให้กำลังใจ ขณะที่ทั้งคู่กำลังออกมาหาอะไรทาน  หนูเล็ก (น้องอินเตอร์ – ด.ญ.  รุ่งลดา รุ่งลิขิตเจริญ)  ที่กำลังจะกลับบ้านพร้อมกับ ไอดิน (เข้ม – หัสวีร์ ภัคพงษ์ไพศาล)  เห็นเข้าจึงตะโกนเรียก เมรี่ดีใจที่ได้เจอหนูเล็ก จึงเข้าไปพูดคุยด้วย หนูเล็กเองก็ดีใจ เพราะเธอตั้งใจขอให้เมรี่เป็นครูสอนวาดภาพให้อยู่แล้ว ติดก็แต่พ่อไอดินปรามไว้ บอกว่าเมรี่คงไม่มีเวลามาสอน ดังนั้นเมื่อหนูเล็กได้เจอเมรี่ เธอจึงทวงสัญญาให้เมรี่สอนวาดภาพให้  ด้านไอดินที่เห็นเมรี่ และนพคุณมาพร้อมกัน  เลยออกอาการน้อยใจพร้อมกับรีบพาหนูเล็กกลับทันที

ฉากนี้ผู้กำกับ เพชร-พุฒิพงศ์ ขอให้ทั้งแม็กกี้ และ เข้ม แสดงออกทางแววตา รวมถึงสีหน้าเพื่อสื่อถึงความรู้สึกออกมาให้ได้มากที่สุด และทั้งคู่ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง เช่นเดียวกับเบน ซึ่งจะต้องรับหน้าที่เป็นว่าที่คู่หมั้นของแม็กกี้ในเรื่อง ส่วนน้องอินเตอร์ ความสดใสน่ารัก และการแสดงที่เป็นธรรมชาติ ทำให้ฉากนี้ออกมาน่าติดตาม

ลุ้นไปกับความรักต่างชนชั้น และติดตามชมฉากนี้ได้ใน  ละคร “ไฮโซสะออน”  วันจันทร์ที่ 26 พฤศจิกายน นี้ เวลา 18.50 น. ทางช่อง 7HD กด 35  และ Facebook LIVE ทาง Fanpage Ch7HD หรือสามารถรับชมการออกอากาศย้อนหลังได้ทาง BUGABOO.TV

‘ร้าน1887’จัดงาน ‘Ishinomaki Genki Ichiba in Bangkok’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/378935

‘ร้าน1887’จัดงาน ‘Ishinomaki Genki Ichiba in Bangkok’

‘ร้าน1887’จัดงาน ‘Ishinomaki Genki Ichiba in Bangkok’

วันอาทิตย์ ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

สมาคมส่งเสริมการส่งออกอาหารเมืองอิซิโนมากิ(Ishinomaki Food ExportPromotion Council) จัดงาน“Ishinomaki Genki Ichiba in Bangkok” แนะนำเมืองอิชิโนมา เมืองที่มีชื่อเสียงด้านการประมงติดหนึ่งในสามของโลก และเป็นเมืองแห่งการ์ตูนบ้านเกิดของศิลปินการ์ตูนมังงะทีมชื่อเสียงระดับโลก อิชิโนโมริ โชทาโร่ ผู้สร้างการ์ตูน Cyborg 009 และ Kamen Rider พร้อมแนะนำตลาดสดเก็งกิ่ อิจิบะ และสินค้าพื้นเมืองที่มีชื่อเสียง โปรโมทการท่องเที่ยวญี่ปุ่น

โดยในงานได้รับเกียรติจาก ซาบุโร่ ฟูเซะ ประธานกรรมการของสหภาพตลาดอิซิโนมากิ เป็นประธานเปิดงาน ณ ร้าน 1887 ตึกสิงห์คอมเพล็กซ์ชั้น G สี่แยกอโศกเพชรบุรี สำหรับผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ร้าน 1887 ตึกสิงห์คอมเพล็กซ์ชั้น G สี่แยกอโศกเพชรบุรี หรือ https://www.facebook.com/1887shop/

 

‘ณดล-ณดา’ ลงมือเพ้นท์โอ่งครั้งแรก!!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/378928

‘ณดล-ณดา’ ลงมือเพ้นท์โอ่งครั้งแรก!!

‘ณดล-ณดา’ ลงมือเพ้นท์โอ่งครั้งแรก!!

วันอาทิตย์ ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

แฮปปี้แฟมมิลี่ทริปกันสุดๆ เมื่อ แม่กบ-สุวนันท์ ปุณณกันต์ และ 2 หนูน้อยฉลาดสมวัย น้องณดล-ปุญณดล และ น้องณดา-ปุณณดาพรีเซ็นเตอร์ สก๊อต คิตซ์ ซุปไก่สกัดสำหรับเด็ก ได้รับคำเชิญให้ทำภารกิจพิเศษจากบอสสาววรวิมล กรรมารางกูร แห่ง สก๊อต อินดัสเตรียล (ประเทศไทย) พาผู้ร่วมทริปอีก 10 ครอบครัว ตีตั๋วไปตะลุยเปิดประสบการณ์กับแหล่งเรียนรู้ที่ราชบุรี และร่วมลงมือโชว์ทักษะการปั้นและเพ้นท์โอ่งเป็น ครั้งแรก!! กับกิจกรรม “พาลูกเที่ยวดะสัญจร ตอน…อ.โอ่งของเรา” ณ จังหวัดราชบุรี “แม่กบ-น้องณดล-น้องณดา” พากันแท็กทีมเรียกพลัง เพราะเป็นการปั้นและเพ้นท์โอ่งเป็นครั้งแรก!! ประเดิมหยิบก้อนดินมาปั้นๆ หล่อๆ จนเริ่มเห็นเค้าโครง เป็นโอ่งใบจิ๋วแต่แจ๋ว หลังจากนั้นก็นำไปสู่กระบวนการเผาและเคลือบเงา จนเสร็จสมบูรณ์ ก่อนมาใช้สมาธิอย่างสูง ในการเพ้นท์และสร้างสรรค์จินตนาการออกแบบโอ่งในแบบฉบับของตัวเอง หลังจบมิชชั่น ทั้งหมดก็พากันตะลุยราชบุรีต่อรัวๆทั้งกิจกรรมสำรวจฟาร์ม ตามล่าหา สก๊อต คิตซ์ซุปไก่สกัดสำหรับเด็ก ต่อด้วยเวิร์กช็อปง่ายๆ ด้วยการทำโยเกิร์ตรสธรรมชาติ ฯลฯ จบกิจกรรมไปอย่างน่าประทับใจ

แดนซ์สะเด็ด โชว์สนุก ร้อง เล่น เต้นยกครัว ซีซั่น 2

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/378900

แดนซ์สะเด็ด โชว์สนุก ร้อง เล่น เต้นยกครัว ซีซั่น 2

แดนซ์สะเด็ด โชว์สนุก ร้อง เล่น เต้นยกครัว ซีซั่น 2

วันอาทิตย์ ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ร้อง เล่น  เต้นยกครัว  ซีซั่น 2 มอบความสนุกและอบอุ่นผ่านเสียงเพลงที่มีหลายครอบครัวมาประชันความสามารถกันบนเวที โดยมีพิธีกรหนุ่มหล่อ พี่ไม้ – นนทพันธ์ พร้อมคู่หูสายฮารุ่นใหญ่ ลุงรงค์ – จตุรงค์  ที่จะพาคุณผู้ชมไปสู่ความสนุก ครื้นเครงทุกครัวเรือน

เปิดประเดิมความสนุกของการแข่งขันกับคอมเมนเตเตอร์   นีโน่ เมทนี, ฮาย อาภาพร และใบเฟิร์น พัสกร ที่การตัดสินครั้งนี้ คณะกรรมการก็ยังคงหนักใจอีกเช่นเคยเพราะแต่ละครอบครัว จัดเต็มไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน เริ่มความสนุกต้นสัปดาห์ ในวันจันทร์ พบกับ “ออกัส-น้องจันเจ้า” ควงคุณพ่อซึ่งจัดเต็มเสื้อผ้า หน้าผมสไตล์ภารตะ มาร้องเพลง “I’m sorry” ต่อด้วย  “น้องซี-น้องอิน” มาในชุดกระโปรงน่ารัก พร้อมเพลงสตริงจังหวะสนุกๆ “นิดนึง” และ “น้องไข่ตุ๋น” ที่มาโชว์การเป่าแคนพร้อมคุณพ่อ ในเพลง “ฮักสาวขอนแก่น”  สำหรับวันอังคาร สนุกกับเพลงร็อกเบาๆ จาก “น้องกิจ-น้องซัน” ในเพลง “พูดไม่คิด”  ต่อด้วยสองพี่น้องสาวสวย “น้องปูเป้-น้องปอป่าน” ในบทเพลงเศร้ากินใจ “ช้ำคือเรา” ปิดท้ายกับ “น้องชีต้าร์” ที่พาทั้งคุณแม่และคุณยาย มาโชว์เพลง “วอนลมฝากรัก”  ในชุดแบบภารตะ พร้อมท่าเต้นที่งดงาม

สำหรับวันพุธ พบกับคอมเมนเตเตอร์ ชมพู ฟรุตตี้, ตั๊ก ศิริพร และฮาย อาภาพร รับหน้าที่ตัดสิน  เริ่มต้นจาก “น้องนิชชี่-น้องณิฌา” มาในลุคหนูน้อยหมวกแดง กับเพลง “This is me”   ต่อด้วย “น้องไบรต์”  กับพี่ชายมาโชว์สเต็ปแดนซ์โยกกระจายในเพลง “มิสซ้อนท้าย” ปิดท้ายด้วย  “น้องข้าวฟ่าง-น้องริสา” สองสาวเสียงดีในเพลง “ข้ามสะพานความคิดถึง” วันพฤหัสบดี พบกับ “น้องไมดี้” และคุณพ่อ กับเพลง “เรื่องจริงยิ่งกว่านิยาย”,  “น้องกีตาร์-น้องแวนซ่า” สองพี่น้องมาในเพลงลูกทุ่งอีสานสนุก ๆ “บักจีเหลิน” บอกเลยว่าแดนซ์สะบัด ปิดท้ายวันกับ “น้องแตงโม” ในชุดไทยสวยงาม มาโชว์เสียงหวานๆ ในเพลง “เพลงรักบ้านทุ่ง”  พร้อมกับคุณแม่ และวันศุกร์ สุดสัปดาห์  พบกับ “น้องพิกกี้” และคุณพ่อ ที่ก็อปปี้โชว์ศิลปิน เสก โลโซ มาโซโล่ในเพลงสนุกๆ “ขาร็อคขาเลาะ”  ต่อด้วย “น้องโฟกัส” และคุณแม่ ที่จัดโชว์เพลงร็อกเด็ดๆ  “แสงสุดท้าย” เรียกเสียงกรี๊ดได้ไม่เบา ปิดท้ายสัปดาห์นี้กับ “น้องชัญญ่า”  ที่ควง คุณพ่อ” มาโชว์เพลงน่ารักๆ “มะงึกๆ อุ๋งๆ”  พร้อมท่าเต้นที่เห็นแล้วต้องอมยิ้มตาม

ติดตามความสนุกทั้งหมดนี้ได้ใน รายการ  “ร้อง เล่น เต้นยกครัว ซีซั่น 2”  วันจันทร์ที่  26– วันศุกร์ที่ 30 พฤศจิกายน นี้ เวลา 17.15 น. ทางช่อง 7HD หรือสามารถรับชมการออกอากาศย้อนหลังได้ทาง BUGABOO.TV

‘หมอช้าง’ปิ๊งไอเดียศาสตร์ฮวงจุ้ย ส่งมอบความมงคลต้อนรับปีใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/378934

'หมอช้าง'ปิ๊งไอเดียศาสตร์ฮวงจุ้ย ส่งมอบความมงคลต้อนรับปีใหม่

‘หมอช้าง’ปิ๊งไอเดียศาสตร์ฮวงจุ้ย ส่งมอบความมงคลต้อนรับปีใหม่

วันอาทิตย์ ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

“ซิลค์” เปิดตัวแคมเปญ “ซิลค์ ลัคกี้ บ็อกซ์” ครั้งแรกของประเทศไทยกับการนำเสนอไอเดียอ้างอิงศาสตร์ฮวงจุ้ยในการออกแบบสร้างสรรค์บรรจุภัณฑ์กระดาษเช็ดหน้าที่สื่อความหมายอันเป็นมงคลชีวิต 4 ด้านหลัก ได้แก่ การงาน การเงิน ความรัก และโชคลาภ โดยกูรู หมอช้าง-ทศพรศรีตุลา ที่พร้อมส่งต่อผู้บริโภคช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ให้ทุกคนมอบเป็นของขวัญแก่คนพิเศษเสริมมงคลชีวิตปี 2562 ซึ่งหมอช้าง-ทศพร เปิดเผยถึงที่มาและความสำคัญของแคมเปญซิลค์ ลัคกี้ บ็อกซ์ ว่า

การออกแบบลวดลายบรรจุภัณฑ์กล่องกระดาษเช็ดหน้าซิลค์ ภายใต้คอนเซ็ปต์ฮวงจุ้ยเสริมมงคลชีวิต ได้แนะนำการออกแบบเลือกใช้ภาพสื่อความหมายดีๆ เพื่อเสริมฮวงจุ้ยในทุกด้านของชีวิต ทั้งเรื่องของการงาน การเงิน ความรัก และโชคลาภ โดยสินค้าบรรจุแบบแพ็ก 4 กล่องเสริมฮวงจุ้ยครบตามความต้องการ เหมาะสมกับการใช้และวางในห้องต่างๆ ภายในบ้าน ออฟฟิศ ห้องทำงาน ห้องประชุม หรือแม้แต่ในรถยนต์ ฯลฯ ถือเป็นครั้งแรกของประเทศไทยที่มีการอ้างอิงศาสตร์ของฮวงจุ้ย ในการออกแบบบรรจุภัณฑ์เพื่อสร้างสรรค์ลวดลายที่สื่อความหมายอันดีในแต่ละด้านของชีวิต และยังมีการผสมผสานการบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับศาสตร์ฮวงจุ้ยให้กับผู้บริโภค ด้วยถ้อยคำที่เข้าใจง่าย ถือเป็นมิติใหม่ของกระดาษเช็ดหน้าแบบกล่องที่เป็นมากกว่าแค่กล่องกระดาษเช็ดหน้าสวยๆ แต่มีการเพิ่มความน่าสนใจและคุณค่าด้วยการบวกความหมายดีๆ เป็นมงคลชีวิต ตอกย้ำความคุ้มค่า คุ้มราคาสมกับเป็นแบรนด์ของผู้ฉลาดเลือกแบบซิลค์ที่สุด

Star Retro : สัมผัสตัวตน ‘จตุรงค์ พลบูรณ์’ หนีออกจากบ้าน มุ่งสู่วงการตลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/378961

Star Retro : สัมผัสตัวตน ‘จตุรงค์ พลบูรณ์’ หนีออกจากบ้าน มุ่งสู่วงการตลก

Star Retro : สัมผัสตัวตน ‘จตุรงค์ พลบูรณ์’ หนีออกจากบ้าน มุ่งสู่วงการตลก

วันอาทิตย์ ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ถ้าเอ่ยถึงนักแสดงตลกระดับท็อปของเมืองไทย แน่นอนว่าหนึ่งในนั้นต้องมี “จตุรงค์ พลบูรณ์” หรือ “จตุรงค์ มกจ๊ก” เจ้าของวลีเด็ด “ไม่เอาไม่พูด” ที่ครั้งหนึ่งเคยฮิตติดปากคนทั่วบ้านทั่วเมือง เมื่อกาลเวลาผ่านไป คลื่นลูกใหม่มา แต่คลื่นลูกเก่าอย่าง“ลุงรงค์” กลับยังคงยืนหยัดอยู่แถวหน้าวงการบันเทิงไทย จะเป็นเพราะเหตุผลใด วันนี้เรามีคำตอบ

“ตอนนี้ยังเห็นหน้ากันอยู่ตลอดทางช่อง 7HD ครับ ผมมีงานพิธีกรรายการ “ร้องเล่นเต้นยกครัว” ทุกวันจันทร์ถึงศุกร์ เวลา 17.15 น. มี ละครซิทคอม และหนังเรื่อง “หอแต๋วแตกแหกต่อไม่รอแล้วนะ” ที่กำลังจะเข้าฉายในวันที่ 5 ธันวาคมนี้ เรียกว่ายิ่งแก่ยิ่งงานเยอะ (ยิ้ม) แต่ว่าบางทีเราก็ไม่อยากรับ เพราะเสาร์-อาทิตย์อยากจะไปอยู่ร้าน “ครัวลุงรงค์” เพราะว่าคนจะเยอะวันเสาร์-อาทิตย์ ถ้าเราอยู่ที่ร้าน คนก็ได้เห็นเรา เพราะเขามาแล้วเขาก็คาดหวังว่าอยากจะได้เจอลุงรงค์กัน”

เปลี่ยนสถานภาพมาเป็นลุง

เป็นพี่มันพูดไม่ได้แล้วมันไม่ติดปาก อย่างสาวๆ ดาราวัยรุ่น ถ้าเราไปเรียกแทนตัวเองว่าพี่กับเขา มันก็กระดาก เลยใช้ว่าลุงรงค์มาประมาณ 6-7 ปีแล้ว ก็ไม่เขินนะครับ เพราะเราแก่แล้วจริงๆ (หัวเราะ) จะเรียกกับใครก็ได้ มันฟังดูน่ารักดี ดูอบอุ่นน่าเคารพดี เรารุ่นนี้แล้วไม่สามารถทำอะไรให้ลูกเต้าอายแล้ว เป็นนักแสดงที่ไม่ค่อยตก มีงานอยู่เรื่อยๆ อยู่ที่เรารับหรือไม่รับ ไม่ใช่ว่าเราเก่งกาจหรอก เพียงแต่ว่าเราอยู่ตรงนี้มานาน รู้ว่าสิ่งไหนที่ทำไปแล้วมันทำให้เรางานน้อยงานเยอะ ทำไมเราถึงยังยืนหยัด เห็นหน้าอยู่ตลอดเวลา ก็เพราะว่าด้วยเราคงคุณภาพ และเราไม่ยึดติดกับเรื่องเดิมๆ หรือเล่นตลกก็มุขเดิมๆ บทบาททางการแสดง ส่วนมากก็จะได้เล่นเป็นพ่อนางเอก พ่อพระเอก รุ่นนี้แล้ว วัยเราเป็นเพื่อนพระเอกไม่ได้

รูปร่างที่ยังคงเป๊ะและเฟี้ยว

มันขึ้นอยู่กับการดูแลร่างกาย ว่าเราจะทำยังไงให้เราคงคุณภาพ เพราะว่าเราอายุ 55 แล้ว ถ้าเราปล่อยให้พุงป่องแก้มยุ้ย ดูแล้วไม่น่าดู ไม่น่าออกทีวี. ไม่มีประกายของความเป็นดารา มันก็ไม่ได้ แต่ถ้าหุ่นเราสู้เด็กได้ หน้าตาดีสดใส มันก็จะมีอะไรให้เล่นตลอดเวลา คนก็จะคิดถึงเรา ไม่ใช่แก่ตามวัยไป เราเป็นนักแสดงนะเราต้องออกทีวี. แล้วทีวี.จอเอชดี ไม่เหมือนสมัยก่อนแล้ว มันเห็นถึงทุกรูขุมขน นี่ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ผมหันมาออกกำลังกาย วันหนึ่งลุกขึ้นมาปฏิวัติตัวเอง คำว่าอ้วนไม่ต้องเจอกันแล้วชาตินี้ จะออกกำลังกายไปจนวันตายหมายถึงว่าวันที่ไม่ไหวแล้วก็จะหยุด

การวิ่งกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิต

เมื่อ 7 ปีที่แล้วเริ่มออกกำลังกายวิ่งทุกวันและฟิตเนสโดยการจ้างเทรนเนอร์ในช่วงแรก เพราะว่าเรายังทำไม่เป็น จนเราเป็น หลังจากนั้นก็เล่นเอง ทุกครั้งที่ออกกำลังกายจะมีการวิ่ง 40 นาที แต่ถ้าวันไหนเวลาน้อย ก็จะยืดเส้นยืดสายแล้วก็วิ่งอย่างเดียว วิ่งเป็นอะไรที่ทิ้งไม่ได้เลย มาค้นพบตัวเองว่าเป็นคนวิ่งเก่ง เหมือนได้มาจากพ่อ พ่ออายุ 83 ยังวิ่งอยู่เลย มันคงเป็นกรรมพันธุ์ วิ่งได้ทั้งวันเลยไม่หยุด แต่วิ่งเร็วไม่ได้นะ เพราะว่าเราอายุเยอะแล้ว แต่เราถึงเส้นชัยแน่ๆ

โปรเจกท์แห่งความภาคภูมิใจ

3 โปรเจกท์ใหญ่ คือ เก็บตกให้“พี่ตูน” วิ่งเส้นทางราชบุรีไปกาญจนบุรี ได้สี่ล้าน ครั้งที่ 2 เก็บตกต่อลมหายใจ เพื่อคนไข้ไอซียู โรงพยาบาลโพธาราม ได้มาสิบล้าน และครั้งที่ 3ได้สี่แสนกว่าบาท คือเก็บตกให้พี่น้องลาวที่อัตตะปือภูมิใจมาก คือเราเห็นพี่ตูนวิ่ง เราก็มีความรู้สึกว่าคนบ้าอะไรวิ่งออกมาแล้วคนสนใจขนาดนี้ แล้วอีกอย่างคือมันได้ประโยชน์ที่เอาเงินไปช่วยเหลือโรงพยาบาลต่างๆ ซึ่งเราวิ่งเก่งนะ แต่ศักยภาพเราไม่เท่าพี่ตูน และถ้ามีคนสนใจเราก็ดี แค่คิดเฉยๆ ก็เลยลองดูไม่ได้ไม่เป็นไร แค่คนออกมาถ่ายรูปเซลฟี่กับลุงหน่อย ไม่มีตังค์ยื่นให้ไม่เป็นไร แต่แชร์รูปให้ก็ได้บุญแล้ว เพื่อให้คนรู้ว่าเราวิ่งเพื่ออะไร เราก็ลงเพจของเราด้วย คนก็ออกมาเยอะมาก คนโพธารามออกมาเต็มหน้าโรงพยาบาลเลย เราปลื้มจนน้ำตาไหล มันเหมือนพี่ตูนน้อยๆ

หวังต่อยอดสู่การเมืองหรือเปล่า

เคยมีคนถามเหมือนกัน ว่าทำแบบนี้ทำไม หาเสียงเหรอ จะไปเล่นการเมืองเหรอ ถ้าผมทำอย่างนั้น ไม่ต้องเลือก แปลว่าตระบัดสัตย์เป็นคนไม่ดี หวังเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว ไม่ใช่ทางเลยครับ คือเราเป็นดารานักแสดงเงินรายเดือนเราเยอะกว่า สส.อีก เพราะฉะนั้นแล้วไม่ต้องห่วงเรื่องนั้นเลย ไม่มีการทำเพื่อกรุยทาง เราเป็นคนที่ชอบอ่านข่าวดูข่าวใครเป็นคนยังไง เป็นคนที่รับรู้ข่าวสารรอบตัวใครถามอะไรต้องตอบได้ แต่ไม่ใช่รู้แล้วเพื่อที่จะไปลงเล่นการเมือง

ธุรกิจร้านอาหารครัวลุงรงค์

ก็โอเคนะครับ คนจะเยอะตอนเสาร์-อาทิตย์ วันธรรมดาก็มีคนแหละ แต่ว่าก็ไม่ได้กำไร ค่าใช้จ่ายเราเยอะ พนักงานเยอะ มันจะได้ตรงเสาร์-อาทิตย์ ตั้งแต่ที่เราวิ่งให้กับพี่ตูนมา บวกกับว่าอาหารเราก็อร่อยด้วย หมูหันอร่อยมากนะ ต้องไปลอง (ยิ้ม) เสาร์-อาทิตย์คนเดินเหมือนตลาดนัด เปิดมาปีกว่าๆ เราลงทุนก็จริง แต่ว่าเป็นของกงสี ครั้งแรกเราลงและเรียกพี่น้องมาเลยว่าเราจะทำระบบหาร เหลือเท่าไหร่หารโดยเราหารด้วย พี่น้องไม่ต้องลงอะไรเลย เป็นธุรกิจในครอบครัวที่ทำเพื่อทุกคน เราบอก “ตาตี๋” กับ “ยายณี” พ่อกับแม่ว่าต้องมีวันครอบครัวทุกวัน ถ้าเป็นลูกครอบครัวอื่นเขาจะมากันช่วงปีใหม่สงกรานต์ แต่ตาตี๋ยายณีเห็นหน้าลูกหลานครบทุกวัน จึงได้บอกว่าครัวลุงรงค์เป็นวันครอบครัว 365 วัน

คุณพ่อสไตล์ลุงรงค์

อยู่กับบ้านเราไม่เคยเล่นตลกกับลูกเลย ไม่เคยพูดตลกกับเมีย ไม่เคยตลกที่บ้าน จะซีเรียส เป็นคนชอบซีเรียสเวลาอยู่ที่บ้าน แต่ชีวิตจริงเป็นคนตลกอยู่แล้ว อาจจะด้วยความเป็นหัวหน้าครอบครัว เป็นสามีเป็นพ่อของลูก ก็เลยไม่สามารถที่จะไปเต้นแร้งเต้นกาในบ้านได้ สำหรับลูกๆ ก็ไม่มีอะไรน่าห่วงนะ “ใบเฟิร์น” ได้ดั่งใจอยู่แล้ว เพราะว่าเป็นเด็กไม่ไร้สาระ หมายถึงในด้านรับผิดชอบชีวิตและพ่อแม่เขาก็ดูแล ตั้งแต่ทำงานมาเขาไม่เกเรไม่ทำอะไรที่ทำให้พ่อไม่สบายใจ แต่ตัวเล็ก “แฟรงค์เฟิต” ยังเด็กมาก ที่บ้านสปอยกันมาก เฟิร์นก็สปอยน้อง เพราะว่าเป็นลูกคนเล็กและห่างจากเขา 17 ปี แต่ว่าไปเราเองก็ตามใจเขาเหมือนกัน (ยิ้ม) คือเป็นผู้ชายคนเดียวที่หลงมา ก็เลยจะตามใจเป็นพิเศษ อยากได้อะไรก็ได้หมด อย่างเฟิร์นบางทีเราก็แอบนึกนะว่าเขาไปได้ความตลกมาตอนไหนเวลาที่เขาแสดงบางสิ่งบางอย่างเรารู้สึกว่า เออเหมือนเราเลย จะให้เราไปจับมือสอนคือไม่มีเลย เพราะถ้าจะไปซ้อมตลกไปหัดเต้น เราจะหลบครอบครัว ญาติพี่น้องพ่อแม่เราก็ให้เขาเห็นบนเวทีเอง หมายถึงสมัยก่อนนะครับ คือไม่เคยเล่นตลกให้เขาเห็นเลย แม่กับพ่องงมากว่าลูกไปเป็นนักแสดงตลกได้ยังไง ที่จริงเราจะตลกมากเวลาอยู่กับเพื่อน “ไอ้เหลี่ยม” มาเมื่อไหร่ฮาเมื่อนั้น เมื่อก่อนอยู่บ้านนอกชื่อเหลี่ยมเพื่อนตั้งให้ (ยิ้ม) เราเล่นมุขปล่อยงูตั้งแต่ ม.3 พ่อแม่ไม่รู้เลยว่าเราเล่นตลกได้ เพราะว่าเราไม่เคยเล่นให้เขาดู อยู่ๆ เรามาทำตลกให้แม่ดูได้ยังไง ตี 3 เราต้องตื่นไปขายสับปะรด ยังจะมานั่งตลกให้แม่ดูอีกมันเกินไป พ่อแม่มารู้ตอนที่เราเป็นตลกแล้ว

เส้นทางสู่นักแสดงตลก

หนีมาครับ (ยิ้ม) อันที่จริงบ้านเราก็ไม่ใช่ว่าจะจนหรือว่ารวยล้นฟ้านะ กลางๆ เป็นพ่อค้าแม่ค้ามีรถกระบะคันหนึ่งก็ไปขายของตามตลาดนัด เราก็ได้ช่วยที่บ้าน คือเราอยู่ไม่ได้แล้ว ถ้าจะเป็นตลกต้องไปกรุงเทพฯ เราคิดว่าเราต้องเป็นหนึ่งในนักร้องนักแสดงตลกดาราให้ได้ แต่จะบอกน้องๆ หนูๆ ใครที่อ่าน คืออย่าทำตามนะ เพราะว่ามันไม่มีใครประสบผลสำเร็จได้ทุกคน ด้วยความที่เราเป็นคนที่ตลกมาก เวลาอยู่กับเพื่อน พอไปอยู่กับวงดนตรีลูกทุ่งสมัยก่อน เราพูดหลังเวทีเขาก็ฮาขำแกล้งคนนั้นอำคนนี้ ก็เลยได้ไปเป็นตลกก็ยาวเลย ตั้งแต่เป็นตลกมาก็ก้าวเดินอยู่ตลอดเวลา ขนาดยังไม่มีชื่อเสียงนะงาน 7-8 ที่ จตุรงค์แต่งเป็นผู้หญิงแล้วฮามาก สมัยอยู่คณะ “อิสระเดือนเพ็ญ” และตลกเมื่อก่อนมันต้องมีชื่อตลก แต่เราบอกว่าไม่จำเป็นครับ ผมขอใช้ชื่อจตุรงค์ เราก็เป็นคนดื้อๆ คนหนึ่ง เขาบอกว่าไม่ได้ ต้องเอาชื่อที่มันฟังดูตลกกว่านี้ นักข่าวมาถามเราก็บอกว่าผมชื่อจตุรงค์ พ่อแม่ตั้งให้ครับ ถ้าอยากดูตลกเดี๋ยวผมเล่นให้ดู คือต่อให้ชื่อตลก แต่เราเล่นไม่ตลก ยังไงมันก็ไม่ตลก ก็เลยใช้ชื่อจตุรงค์มาตั้งแต่บัดนั้น

ไร้รูปแบบและเอกลักษณ์

ไม่มีเอกลักษณ์อะไรเลย ก็เล่นเป็นสาว “ไม่เอาไม่พูด” มันดังของมันเอง เราไม่ได้ตั้งใจ คือเราก็เล่นก็พูดของเราไปแล้วมันโดน ไม่เคยมีรูปแบบไม่เคยมีแพทเทิร์น ขอให้เราได้ขึ้นไป เราก็พร้อชนได้หมด ส่วน“ไม่กินเผ็ด” นั้นเป็นเพลงซึ่งอาจารย์ที่เป็นหัวหน้าคณะ “อิสระเดือนเพ็ญ” เป็นคนแต่ง ก็ดังอีก ขายได้เกือบหกหมื่นตลับ สมัยนั้นก็ถือว่าเยอะนะ

ถูกมองว่าไม่แมน

คนมารอดูว่าเวลาแต่งหญิงแล้วเป็นยังไง แต่พอมาเป็นคณะจตุรงค์เราก็ไม่ค่อยได้แต่งหญิง แต่สมัยก่อนแต่งทุกวัน คือเอาไปพูดได้เลยว่าจตุรงค์เป็นตลกคนแรกที่เป็นผู้ชายมาแต่งหญิง ปกติคนอื่นเขาจะแต่งไม่สวย ทำฟันหลอเอาลิปสติกมาทาที่แก้มให้แดง แต่เราปฏิวัติตั้งแต่วันแรกเลย แต่งสวยติดขนตาใส่แฮร์เอาให้สวยไปเลย แบบที่ผู้หญิงเขาแต่งกัน แล้วคนก็คิดว่าเราเป็นกะเทย แต่เราก็ไม่ได้รู้สึกอะไร คือไม่ดีเหรอ คนที่เขาสนใจเรา และกล่าวถึงเราในฐานะที่เราเป็นนักแสดง อย่าให้คนลืมเรา มันเป็นหรือเปล่า นักร้องอยากพิสูจน์เยอะมาก (หัวเราะ) มันก็เหมือนยุคนี้ที่อัดคลิปอะไรในโซเชียลให้คนสนใจมารุมดู ยุคนั้นถ้าเราไม่แต่งสวย เราแต่งขี้เหร่แล้วขึ้นไปเล่น เขาก็ต้องคิดว่าอ๋อนี่ก็คือผู้ชายคนหนึ่ง แต่เราแต่งสวยแล้วดันเหมือนผู้หญิง คำพูดคำจาท่าทางนิสัยพูดเหมือนผู้หญิง คะขา สมัยก่อนไม่มี

ที่มาของนามสกุล “มกจ๊ก”

ผมเล่นตลกคาเฟ่อยู่ 12 ปี แล้วก็ขยับเข้ามาในทีวี. จนคาเฟ่ไม่ค่อยมีงาน เราก็เลยแยกย้ายกัน มีคณะตัวเองคือ “จตุรงค์ มกจ๊ก” เหลือเฟือ, ธงธง ก็อยู่คณะเราหมด แต่ด้วยความที่คณะตลกตอนนั้นมีเยอะมาก เราก็ไม่ได้เป็นคณะที่น่าจับตามองหรอก เป็นคณะดังคณะหนึ่งที่ขึ้นไปคนก็รู้จัก คือตลกดังแถวหน้ามี 10 คน เราก็อยู่ใน 10 แหละ “จตุรงค์ มกจ๊ก” ไม่ได้ใช้มาเป็น 10 ปีแล้วนะ ซึ่งมกจ๊กมันก็ไม่ใช่นามสกุลเราด้วย เป็นมุขที่เราพูดเล่นกันหน้าเวทีกับ “หม่ำ จ๊กม๊ก” ว่าถ้าเราดังเราจะไม่ใช้จ๊กม๊กหรอก เราจะใช้มกจ๊ก คนก็เลยจำ นักข่าวก็เอาไปเขียน ก็อย่างที่บอกว่าตลกไม่จำเป็นที่จะต้องมีชื่อตลก

ความสำเร็จในวันนี้

ยังไม่ได้สำเร็จอะไรเลย (ยิ้ม) เพียงแต่ทำไปแล้วครอบครัวมีความสุข เลี้ยงลูกเต้า ที่ว่ายังไม่ประสบความสำเร็จก็เพราะว่าครัวลุงรงค์ จันทร์ถึงศุกร์คนยังไม่เยอะ (หัวเราะ) แต่เรื่องการแสดงอะไรเราอยู่ตัวแล้ว แต่จริงๆ คนวัยขนาดนี้พักได้ก็ดีนะ แต่พองานมันมา เงินใครไม่อยากได้ล่ะ ถ้าวันไหนที่ได้พักได้นอนเต็มที่ได้ฟิตเนส หรือหยุดสามสี่วันมันจะโอเคจะมีความสุขเพราะว่าเราอายุเยอะแล้ว อีก 5 ปีอย่าลืมนะ ถ้าเป็นข้าราชการเขาก็เกษียณแล้วนะ ยังไม่เคยพูดคำนี้กับลูกเลยกลัวจะพูดไปแล้วเขาบอกว่าก็เรื่องของป๊าสิ (หัวเราะ) พักหมายถึงว่าลูกต้องให้ตังค์เราด้วย แต่ถ้าพักแล้วไม่ได้ตังค์ก็ไม่อยากพัก ดังนั้นยังไม่พักดีกว่า

ถึงจะมีชื่อเสียง แต่ก็ไม่หลงตัวเอง

ลุงรงค์เนี่ยอย่าว่าจะมีแต่คนชอบเลย วิ่งการกุศลทำความดีให้ตายยังไงมันก็ยังมีคนไม่ชอบหน้า เรารู้จากโลกโซเชียลบางคนไม่ชอบด้วยหน้าตาโหงวเฮ้งด้วยการเล่นมุข ซึ่งเราก็แคร์นะบางที ก็เก็บคำพูดนั้นมาคิด แต่มันก็ไม่เยอะหรอก นานๆ จะเจอที เราก็อย่าเห่อเหิมตัวเองว่าคนรักเรา จงคิดว่าที่เราเดินไปซ้ายขวามีคนไม่ชอบเรานะ อันนี้เราก็ว่ากันไม่ได้ เพียงแต่ทำอะไรก็แล้วแต่ที่มันเป็นสิ่งที่ดีๆ ไม่สร้างความเดือดร้อนไม่ว่าใครในเฟสไม่กดไลค์ใครด้วยคือถ้าเราไลค์ไปก็แปลกเลยนะลุงรงค์ไลค์เขาเพื่อประโยชน์อะไร

จากใจลุงรงค์ถึงแฟนๆ

ฝากบอกกับแฟนๆ ที่ดูลุงรงค์มาตลอดสำหรับคนที่ชอบลุงนะ ส่วนคนที่ไม่ชอบก็ดูไปเรื่อยๆ ลุงไม่มีพิษมีภัยหรอก กลับมาชอบลุงเถอะเพราะลุงเป็นนักวิ่งช่วยการกุศล (หัวเราะ) คนที่ชอบอยู่แล้วก็ดูไปเรื่อยๆ ลุงอาจจะมีอะไรแปลกๆ มาให้ดูอยู่เรื่อยๆ ขอบคุณสำหรับการติดตามกันครับ

เป็นหลากหลายมุมชีวิตที่ตลกบ้าง ไม่ตลกบ้าง แต่ก็ไม่ได้ตึงเครียดจนเกินไป ของจตุรงค์ พลบูรณ์ นักแสดงตลกแถวหน้าของเมืองไทยผู้ที่ไม่เคยหยุดความฮา

กุหลาบสีเงิน