ออดิชั่นหนุ่ม-สาวหน้าตาดี“PP Boys & Girls”เข้าช่องพีพีทีวีบรรยากาศครึกครื้น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/378609

ออดิชั่นหนุ่ม-สาวหน้าตาดี“PP Boys & Girls”เข้าช่องพีพีทีวีบรรยากาศครึกครื้น

ออดิชั่นหนุ่ม-สาวหน้าตาดี“PP Boys & Girls”เข้าช่องพีพีทีวีบรรยากาศครึกครื้น

วันพฤหัสบดี ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 18.11 น.

งานออดิชั่นPP Boys & Girls”ครึกครื้นเมื่อหนุ่ม-สาวรุ่นใหม่ บุคลิกดี มากความสามารถนำทัพโดย สาวสุดฮอต เมษา จีนะวิจารณะอดีตสมาชิกวง BNK48 ที่ล้อมรอบไปด้วยโอตะ,บัว – รีเบคก้า สาวลูกครึ่งไทย-อังกฤษ วัย 15 ปี,ชยา- ชญานิศดีกรีMiss Supranational ChiangMai 2018, ภณ-ธนภณหนุ่มหล่อTU SEXY BOY รวมถึงหนุ่มสาวหน้าตาดี แห่มาร่อนใบสมัครเพื่อนออดิชั่นกันแน่นลานแฟชั่นโซนสยามสแควร์วันเรียกว่าแต่ละคนพกความสามารถและความมั่นใจมาเต็มกระเป๋าแถมมีความตั้งใจเตรียมตัวกันมาอย่างดี เพื่อร่วมกิจกรรม “PP Boys & Girls”กับการเฟ้นหาพิธีกร และนักแสดงหน้าใหม่ ของสถานีโทรทัศน์พีพีทีวีพร้อมชิงทุนการศึกษากว่า 120,000 บาท งานนี้ได้รับเกียรติจากคณะกรรมการคนวงการบันเทิง มาร่วมนั่งตัดสิน นำโดย อดีตนักแสดงมากฝีมือที่ผันตัวมาเป็นผู้จัดและผู้กำกับอย่าง หนุ่ม-อรรถพร ธีมากร รวมถึง นางเอกสาวเบนซ์-ปุณยาพร พูลพิพัฒน์จากละครเรื่อง “มนตรามหาเสน่ห์” ที่เตรียมออนแอร์ทาง พีพีทีวี เอชดี ช่อง 36ปีหน้า

ส่วนใครที่พลาดการออดิชั่นรอบที่ผ่านมา ไม่ต้องเสียใจ เพราะพีพีทีวี ยังเปิดช่องทางออนไลน์ให้สมัครได้อีกหนึ่งช่องทางเพียงคลิกเข้ามากรอกประวัติ แนบรูปถ่าย ส่งคลิปแนะนำตัว ด้วยความยาวไม่เกิน 1 นาทีแล้วส่งมาร่วมกิจกรรม “PP Boys & Girls”ได้ทางเว็บไซต์http://www.pptvhd36.com/ppboysandgirlsตั้งแต่วันนี้ไปจนถึง30 พฤศจิกายนนี้

ศึกชิงบัตรมิสยูนิเวิร์ส 5 หมื่นเต็มทุกที่นั่ง! แฟนนางงามกว้านซื้อ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/378607

ศึกชิงบัตรมิสยูนิเวิร์ส 5 หมื่นเต็มทุกที่นั่ง! แฟนนางงามกว้านซื้อ

ศึกชิงบัตรมิสยูนิเวิร์ส 5 หมื่นเต็มทุกที่นั่ง! แฟนนางงามกว้านซื้อ

วันพฤหัสบดี ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 18.05 น.

เป็นประเด็นฮอตที่ได้รับการพูดถึงอย่างกว้างขวาง หลังจากกองประกวด Miss Universe ได้เปิดเผยข้อมูลเรื่องวัน เวลา ราคา และช่องทางการจองบัตรเข้าชมการประกวด Miss Universe 2018 ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 17 ธันวาคม 2561 ณ อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี ออกมาอย่างเป็นทางการเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยล่าสุดบัตรเข้าชมราคา 50,000  บาท (Tiara Package)  ซึ่งเป็นบัตรราคาสูงที่สุดในปีนี้ ถูกจับจองจนเต็มทุกที่นั่งเรียบร้อยแล้ว!

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 18 พฤศจิกายน 2561 เป็นวันแรกของการเปิดให้บรรดาแฟนนางงามทั่วโลกเริ่มจองบัตรกันอย่างเป็นทางการตั้งแต่เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป ที่หน้าเคาน์เตอร์ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ทุกสาขา หรือทางออนไลน์ http://www.thaiticketmajor.com ปรากฏว่ากระแสตอบรับดีเกินคาด โดยเฉพาะบัตรราคา 50,000 บาท (Tiara Package) ที่มาพร้อมสิทธิประโยชน์สุดพิเศษ และเป็นประเด็นที่ผู้คนจำนวนมากพูดถึงเรื่องราคาที่สูงลิ่ว ซึ่งล่าสุดที่นั่งจำนวน 140 ที่นั่งในราคาบัตรรูปแบบ Tiara Package ทุกที่นั่งถูกจับจองเต็มหมดแล้วอย่างรวดเร็ว

สำหรับบัตรราคาอื่นๆ ก็ได้รับความสนใจจากแฟนนางงามทั่วโลกไม่แพ้กัน โดยบัตรราคา 2,500/ 4,000/10,000/ 18,000 บาท เต็มทุกที่นั่งแล้วเช่นกัน ซึ่งตอนนี้ยังคงเหลือที่นั่งในโซนบัตรราคา 6,500/ 13,500/ 25,000/ 35,000 บาท (Ultimate View) อีกแค่ไม่กี่ที่นั่งเท่านั้น!! ที่จะได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ และลุ้นเชียร์บรรดาสาวงามติดขอบเวทีท่ามกลางเสียงเชียร์จากแฟนๆ นางงามทั่วทุกมุมโลก ถ้าหากไม่อยากพลาดโอกาสสำคัญครั้งหนึ่งในชีวิต พร้อมชมโชว์สุดอลังจากต่างประเทศ และพิธีกรระดับฮอลลีวูดที่จะพาให้หัวใจคุณเต้นรัวในช่วงโมเมนต์การประกาศว่า “The new Miss Universe is…” และโมเมนต์สุดพิเศษกับพิธีสวมมงกุฎให้สาวงามที่สวยที่สุดในจักรวาลแห่งปี 2018 ที่จะได้สัมผัสผ่านสายตาตนเองแบบเรียลไทม์ พูดเลยว่าทุกโมเมนต์สำคัญบนเวที Miss Universe 2018 นี้จะเป็นความทรงจำอันล้ำค่าตลอดไป

ร่วมจารึกประวัติศาสตร์โลกและอัพเดทข้อมูลข่าวสารการประกวด Miss Universe 2018 ได้ทาง 2018missuniverse.in.th พร้อมนับถอยหลังร่วมลุ้นว่าสาวงามจากประเทศใดจะได้สวมมงกุฎอันทรงเกียรติในรอบการตัดสิน Final Round วันที่ 17 ธันวาคม 2561 เวลา 07.00น. (ตามเวลาประเทศไทย) ณ อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี

“ฮอร์น วงลิ่ว”ฝากผลงาน“สักให้น้องแหน่” “กรีนไลฟ์”รับประกันคุณภาพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/378605

“ฮอร์น วงลิ่ว”ฝากผลงาน“สักให้น้องแหน่” “กรีนไลฟ์”รับประกันคุณภาพ

“ฮอร์น วงลิ่ว”ฝากผลงาน“สักให้น้องแหน่” “กรีนไลฟ์”รับประกันคุณภาพ

วันพฤหัสบดี ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 18.02 น.

 ได้ฤกษ์เปิดตัวเป็นที่เรียบร้อย สำหรับนักร้องสาวสวย “ฮอร์น วงลิ่ว”กับเพลง “สักให้น้องแหน่” เพลงจังหวะสนุกสไตล์อีสานบ้านเฮา และถือว่าเป็นศิลปินสาวอีสานคนแรกในบ้าน “กรีนไลฟ์”โดยมีนายหัวอัตหรือ อัต ท่าหลา เป็นผู้อำนวยการผลิต วง “ลิ่ว” เป็นวงดนตรีเล่นสดครบทุกชิ้น หลังจากออกซิงเกิ้ลแรกไปแล้วกับเพลง “รักสามเศร้า(เท่านี้พอ)เพลงเนื้อหาโดนใจสำหรับคนที่มีรักสามเส้า โดยมี “พร วงลิ่ว”ซึ่งเป็นนักร้องชายในวงและเป็นมือกีตาร์เป็นผู้ถ่ายทอด

หลังจากนั้นนายหัว “อัต”สั่งลุยต่อกับซิงเกิ้ลใหม่ “สักให้น้องแหน่”  โดยได้นักแต่งเพลงสไตล์อีสานชื่อดัง อย่าง“ดาบโย ห้วยกุดแดงเป็นผู้แต่งเนื้อร้องและทำนอง ส่วนภาคดนตรี “อ.ต่อสรพงค์ เตนากุล” เป็นผู้รับผิดชอบทางด้านการผลิตมิวสิควีดีโอ ก็ได้ทีมงานคุณภาพ อย่าง “เอาอยู่ โปรดักชั่น”โดย “เอก ศรีตรัง” นั่งแท่นควบคุมการผลิตอย่างเต็มที่เพื่อให้งานออกไปดูสนุกสนานมีชีวิตชีวา ส่วนแดนเซอร์ได้น้องๆสาวสวยจากทีมงาน “หวานแดนซ์”มาเพิ่มสีสัน

“ฮอร์น วงลิ่ว” กล่าวฝากผลงานของตัวเองว่าตั้งใจทำกันอย่างเต็มที่…“เพลงนี้พวกเราตั้งใจทำกันอย่างเต็มที่และมีส่วนรวมในการผลิตแทบทุกขั้นตอนกันเลย และเร็วๆนี้พวกเราจะออกอีกซิงเกิ้ลเพื่อความสนุกสนานในการแสดงโดยมี นาย วงลิ่ว ซึ่งเป็นมือกีตาร์ร้องอีกเพลง ส่วนเป็นเพลงอะไรขออุบไว้ก่อนแต่สนุกสนานแน่นอนคะ พวกเราวงลิ่วในนามกรีนไลฟ์ ขอฝากผลงานและช่วยชมช่วยเชียร์กันด้วยนะคะ”จะสนุกสนานขนาดไหนหาชมได้ทางยูทูปได้แล้ววันนี้ ทางช่อง greenlife Channel หรือค้นหาคำว่า “สักให้น้องแหน่” เฟซบุ๊ก กรีนไลฟ์ แฟนคลับ สามารถติดต่อสอบถามหรือติดต่อคิวงานแสดงได้ที่เบอร์ 089-4141-419

‘พอร์ช ศรัณย์-ยิปซี คีรติ’เปิดตัว’VOODOO’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/378533

'พอร์ช ศรัณย์-ยิปซี คีรติ'เปิดตัว'VOODOO'

‘พอร์ช ศรัณย์-ยิปซี คีรติ’เปิดตัว’VOODOO’

วันพฤหัสบดี ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 18.00 น.

บริษัท บิ๊กไอเดีย คอร์ปอเรท (ประเทศไทย) จำกัด เจ้าของแบรนด์ VOODOO (วูดู) ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวและสุขภาพ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์คุณภาพผลิตในประเทศไทยที่มีมาตรฐานในระดับสากล จัดงานแถลงข่าวเปิดตัว VOODOO GORGEOUS “Mantra Charmin” “สวยสะกด…ใสสยบทุกปัญหาผิว”  ณ ลานกิจกรรมด้านหน้าสยามสแควร์วัน

ภายในงานเปิดตัวด้วยไฮไลท์โชว์สุดพิเศษจาก 2 นักแสดง พอร์ช – ศรัณย์ และ ยิปซี – คีรติ ที่มาถ่ายทอดเรื่องราวมนต์เสน่ห์ความสวยของผู้หญิง ที่มีความลึกลับซ่อนอยู่ ในแบบของผู้หญิง Voodooพร้อมพูดคุยถึงความพิเศษของแบรนด์ VOODOO โดยมี พีเค – ปิยะวัฒน์ รับหน้าที่พิธีกร

“กวาง กมลชนก”เข้าแจ้งความหลังถูกนำภาพแอบอ้างพรีเซนเตอร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/378604

“กวาง กมลชนก”เข้าแจ้งความหลังถูกนำภาพแอบอ้างพรีเซนเตอร์

“กวาง กมลชนก”เข้าแจ้งความหลังถูกนำภาพแอบอ้างพรีเซนเตอร์

วันพฤหัสบดี ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 17.59 น.

กวาง-กมลชนก เขมะโยธิน อายุ 51 ปี ดารานักแสดงชื่อดัง เดินทางเข้าพบ ร.ต.อ.ฟ้าคำรณ หรี่หร่อง ร้อยเวรสอบสวน สน.โคกคราม เพื่อลงบันทึกประจำวัน ไว้เป็นหลักฐาน กรณีถูกละเมิดลิขสิทธิ์เกี่ยวกับโฆษณา เพื่อประโยชน์ทางการค้า โดยไม่รับอนุญาตในสื่ออิเลคทรอนิกส์ออนไลน์

กวาง กมลชนก เปิดเผยว่า ตนเป็นฟรีเซนเตอร์ให้บริษัท คอสโม่ แคร์จำกัด โดยนางสาว มะลิณี ถนอมเงิน กรรมการผู้จัดการ มาได้ 1 ปี และจะหมดสัญญาในสิ้นเดือนนี้ ซึ่งบริษัทแห่งนี้ให้ตนเป็นพรีเซนเตอร์เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ครีมทาหน้าลดริ้วรอย โดยเป็นภาพถ่ายและภาพเคลื่อนไหว

กระทั่งช่วงต้นเดือนตุลาคม ตนได้ไปพบว่า บริษัท คอสโม่ แคร์จำกัด โดย นางสาวมะลิณี ถนอมเงิน ได้นำรูปภาพของตนไปใช้ในทางการโฆษณาสินค้าอื่นอีกจำนวน 4 ตัว คือ ครีมกันแดด เซรั่ม อาหารเสริม และสบู่ ที่ตนเองไม่ได้เป็นพรีเซ็นเตอร์ โดยที่ในสัญญาระบุชัดเจนว่าตนเป็นพรีเซ็นเตอร์เพียงแค่สินค้าตัวเดียว ทำให้ตนเองเสื่อมเสียชื่อเสียงและเกรงว่าจะทำให้เป็นภัยกับผู้บริโภค ซึ่งผิดสัญญาในการทำโฆษณา และตนรับไม่ได้เป็นการละเมิดสิทธิ์ จึงได้เดินทางเพื่อมาลงบันทึกประจำวันกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ

“กวางไปพบว่ารูปเข้าไปอยู่ในผลิตภัณฑ์นี้ ก็ทวงถามไปที่บริษัทนั้น ซึ่งเขาก็ลบให้ แต่มันก็ช้าเกินไปแล้ว ทำให้ประชาชนผู้บริโภคเข้าใจผิด จึงมาแจ้งความไว้เป็นหลักฐานว่า ไม่ได้เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ ถ้ามีปัญหาเกิดขึ้น ยกเว้นครีมทาหน้าอย่างเดียว ที่เป็นพรีเซนเตอร์ให้กับเขา” นางกมลชนก กล่าว

ทั้งนี้ ดาราสาวยังกล่าวเพิ่มเติม “เหตุการณ์นี้ยังทำให้ตนเองเสียหายทางด้านธุรกิจ เพราะก่อนหน้านี้มีผลิตภัณฑ์เซรั่ม ติดต่อเข้ามาให้เป็นพรีเซ็นเตอร์ แต่ลูกค้าได้ไปเห็นรูปภาพของตนบนเพจ และสื่อออนไลน์ ในผลิตภัณฑ์ดังกล่าวจึงสอบถามกลับมาที่ตน และตนเองก็พยายามทวงความชัดเจนไกล่เกลี่ยกับทางบริษัทคอสโม่ แคร์จำกัด โดยนางสาว มะลิณี ถนอมเงิน กรรมการผู้จัดการ แต่ทางคู่กรณีกลับท้าทายให้ตนมาแจ้งควาดำเนินคดี

“เขาอ้างว่าไม่รู้ว่าทำแบบนี้ไม่ได้ แถมยังเอาเช็คมาให้เราเซ็นทำราคามาเรียบร้อย โดยที่ไม่ได้ถามเราว่าต้องมีค่าเสียหายเท่าไหร่ เหมือนดูถูกว่าดาราคงอยากได้ตังค์ เอาตังค์มาปิดปากก็คงจบจะได้ไม่ต้องไปฟ้องร้อง ซึ่งดูถูกศักดิ์ศรีเรา จนสรุปกันไม่ได้จึงต้องมาแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้ก่อน และตอนนี้ให้ทนายดำเนินคดีไปในทางเพ่ง แต่ถ้าเขาไม่สำนึกก็คงต้องดำเนินคดีทางอาญา”

“โดยจะต้องไปร้องเรียนกับทางกองบังคับการปราบปรามการกระทําความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ”

ด้าน ร.ต.อ ฟ้าคำรณ หรี่หร่อง ร้อยเวรสอบสวน สน.โคกคราม เปิดเผยว่า “หลังรับเรื่องก็จะตรวจสอบบริษัทดังกล่าวมาว่าเป็นจริงหรือไม่ ตามที่ผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความ และแนะนำให้ดาราสาว ฟ้องค่าเสียหายทางเพ่งในฐานที่ผิดสัญญาจ้าง

‘ดร.ทวีศักดิ์’รุกฆาต!!! นั่งแท่นผู้จัดฯ หยิบ “รักไม่จำกัดนิยาม”มารีเมค

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/378550

'ดร.ทวีศักดิ์'รุกฆาต!!! นั่งแท่นผู้จัดฯ หยิบ “รักไม่จำกัดนิยาม”มารีเมค

‘ดร.ทวีศักดิ์’รุกฆาต!!! นั่งแท่นผู้จัดฯ หยิบ “รักไม่จำกัดนิยาม”มารีเมค

วันพฤหัสบดี ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 16.04 น.

จดๆ จ้องๆ อยู่นานสองนาน คราวนี้ได้ฤกษ์เอาจริง ดร.ทวีศักดิ์ เผ่าบัณฑูร กรรมการผู้จัดการ ป่าสักวิลเลจ จำกัด ขอตบเท้าเข้าวงการบันเทิงแบบเต็มตัว ด้วยการนั่งเก้าอี้ “ผู้จัดละคร” ครั้งแรกในชีวิต ประเดิมด้วยการหยิบหนังรักโรแมนติกชื่อดังในอดีตอย่าง “รักไม่จำกัดนิยาม” เมื่อครั้ง ดร.ชายแฮ็คส์-วโรดม ศิริสุข นั่งเก้าอี้ผู้กำกับฯ ผลิตในนามของบ็อกซ์ ออฟฟิศฯ เข้าฉายในโรงภาพยนตร์เมื่อปี 2550 นำมารีเมคใหม่ในแบบฉบับซีรี่ย์ลงจอไอพีเอ็ม โดยได้ฤกษ์ฟิตติ้งนักแสดงนำของเรื่อง พร้อมเปิดตัว “คู่จิ้น” คู่ใหม่สะเทือนวงการบันเทิงไปเลยทีเดียว

งานนี้ ดร.ชายแฮ็คส์ ในฐานะผู้บริหารบริษัท ไอพีเอ็มโปรดักชั่น จำกัด จัดหนัก จัดเต็ม ขอรั้งตำแหน่ง “นักแสดงนำ” ของเรื่อง ในบทบาทของ “เมฆา” บทเดียวกับที่ จุ๊บ-อิทธิกร สาธุธรรมเคยเล่นไว้เมื่อครั้งเป็นฉบับภาพยนตร์

ความแรงยังไม่หมดเพียงเท่านี้ ดร.ทวีศักดิ์ ยังจับนักบินรูปงามนามเพราะ เวียร์-เทพสถิตย์กุดโคกกรวด มารับบท “ตะวัน” พระเอกของเรื่อง บทนี้ ลอยด์ อัษฎางค์เคยเล่นไว้เมื่อครั้งเป็นฉบับภาพยนตร์เช่นเดียวกัน

แน่นอนว่า ทั้ง เมฆา และ ตะวัน จะกลายเป็น “คู่จิ้น” ในแบบฉบับ “รักไม่จำกัดนิยาม”เวอร์ชั่นซีรี่ย์ที่ช่องไอพีเอ็ม ที่ ดร.ทวีศักดิ์ หมายมั่นปั้นมือว่า ทั้ง ชายแฮ็คส์ และ เวียร์ จะกลายเป็น “คู่จิ้น” ที่น่าจับตามองในปีพ.ศ. 2562 เลยทีเดียว

และที่ขาดไม่ได้คือบท “นางเอก” ที่เมื่อครั้งเป็นภาพยนตร์ก็สามารถแจ้งเกิด จิ๊บ-ปกฉัตร หลังจากคว้าตำแหน่ง สาวแฮ็คส์ ก็โดดรับบทนางเอกครั้งแรกในชีวิต ทำให้ จิ๊บ กลายเป็นนางเอกดาวรุ่งพุ่งแรงในทันที!! บทนี้ ดร.ทวีศักดิ์ มอบหมายให้ ตวง-สาวิกา กาญจนมาศ เป็นผู้รับบท “ดาว”นักแสดงมากฝีมือที่คาดว่าจะทำให้คนดูสงสารตัวละครตัวนี้ได้ไม่ยาก!!!

“รักไม่จำกัดนิยาม” ในเวอร์ชั่นซีรี่ย์ความยาว 2 ตอนจบ เริ่มฟิตติ้งกันไปแล้ว และจะเดินกล้องถ่ายทำคิวแรกในเดือนธันวาคม โดยใช้โลเกชั่นที่ ทุ่งทานตะวัน จ.ลพบุรี ซึ่งเป็นโลเกชั่นหลักของเรื่อง โดยผู้กำกับฯ อย่าง น้าหมู-อลงกรณ์ จับใจคาดว่าจะได้ภาพดอกทานตะวันสวยๆ ที่กำลังเบ่งบานในช่วงฤดูนี้พอดี และมีคิวลงจอไอพีเอ็มในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2562 วันแห่งความรักพอดีเป๊ะ!!!

ดร.ทวีศักดิ์ เผ่าบัณฑูร ตั้งความหวังไว้ว่านอกจากจะสร้าง “คู่จิ้น” คู่ใหม่ของวงการบันเทิงที่เป็นเวอร์ชั่นของผู้ใหญ่ วัยทำงาน ในแบบที่โตขึ้นกว่าของเดิม และไม่เคยมีค่ายละครค่ายไหนเคยทำมาก่อน เพราะส่วนใหญ่จะเห็นแต่คู่รักรุ่นใหม่หรือคู่หนุ่มสาวเท่านั้น!!!

นอกจากนี้ยังมีพระนางรุ่นเล็ก เอ็มโบ-พันธกานต์ และ กาน-สิริกานต์ มาช่วยสร้างสีสันของเรื่อง พร้อมด้วยพระเอกลิเกเงินล้าน ต้อม นิรันดร์ที่ขอพลิกบทแบบสุดขั้ว และนักแสดงสมทบพ่ะยี่ห้อไอพีเอ็ม มาอีกเพียบ!!!  เพราะ“รัก” ไม่ได้จำกัดแค่หญิงชาย ขอแค่มีความรักที่จริงใจให้ต่อกัน มีความปรารถนาดีต่อกัน ไม่ว่าจะเป็นเพศไหน? ความรักก็มักจะสวยงามเสมอ!!! และหวังว่าคนดูจะอิ่มเอิมไปกับซีรี่ย์เรื่องนี้ “รักไม่จำกัดนิยาม”

หนัง“ไทบ้านฯ”ได้ฉายแล้ว!หั่นฉากพระเคาะโลง-ร้องไห้ฟูมฟายออก“ปรัชญา”สวดนี่คือจุดบอด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/378547

หนัง“ไทบ้านฯ”ได้ฉายแล้ว!หั่นฉากพระเคาะโลง-ร้องไห้ฟูมฟายออก“ปรัชญา”สวดนี่คือจุดบอด

หนัง“ไทบ้านฯ”ได้ฉายแล้ว!หั่นฉากพระเคาะโลง-ร้องไห้ฟูมฟายออก“ปรัชญา”สวดนี่คือจุดบอด

วันพฤหัสบดี ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 16.01 น.

จากกรณีที่ภาพยนตร์ “ไทบ้านเดอะซีรีส์ 2.2” ถูกแบนฟ้าผ่า ถูกคณะกรรมการภาพยนตร์และวีดิทัศน์แห่งชาติ ประกาศไม่ผ่านเซ็นเซอร์ เนื่องจากมีประเด็นอ่อนไหวทางศาสนา โดยมีฉากหนึ่งเป็นภาพพระร้องไห้ฟูมฟายเคาะโลงศพเหตุแฟนเก่าเสียชีวิต งานนี้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมเป็นจำนวนมาก ล่าสุดรายการโหนกระแสวันที่ 22 พ.ย. ดำเนินรายการโดยหนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอยได้เปิดใจสัมภาษณ์“พระมหาสมปอง” ที่มาพร้อม“ปรัชญา ปิ่นแก้ว” ตัวแทนสมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทย

ล่าสุดหนังเรื่องไทบ้านเดอะซีรีส์ 2.2 เกิดอะไรขึ้น?

ปรัชญา : “ก็ตามขั้นตอนก่อนนำภาพยนตร์เข้าฉาย ทุกเรื่อง เราต้องนำไปให้คณะกรรมการพิจารณาเรตติ้ง ว่าจะต้องแสดงความจำนงว่าหนังต้องการสื่อถึงคนกกลุ่มไหน อย่างหนังเรื่องนี้ต้องการสื่อถึงคนอายุ 15 ปี แล้วตามขั้นตอนคณะกรรมการเขาพิจารณา และตรงกับความต้องการของผู้สร้างหรือเปล่า ถ้าพิจารณาว่าไม่เหมาะ มีภาพโน้นภาพนี้รุนแรง ขอเป็น 18 ได้มั้ย ก็ว่ากันไป หรือทางผู้สร้างยืนยันจะ 15 ก็เสนอตัดตรงนี้ได้มั้ย แต่คราวนี้คณะกรรมการบอกว่าไม่ให้ฉายเลย”

เพราะอะไร?

ปรัชญา : “มีภาพพฤติกรรมของพระเป็นภาพพระร้องไห้หน้าโลงศพ บอกว่าฟูมฟายเกินไป ไม่เหมาะกับการเป็นพระ”

เขาบอกว่าฉากนี้ไม่กี่นาที ประมาณ 7 วิ นำมาซึ่งหนังทั้งเรื่องไม่ได้ฉาย?

ปรัชญา : “ใช่ครับ ถ้าตัดออกจะได้เรต 18 ก็จะได้ออก ช่วงที่เดินร้องไห้ยังพออนุโลม แต่เคาะโลงร้องไห้ไม่ได้เลย”

พระมหาสมปอง : “อันดับแรกต้องดูบริบทหนังก่อน เขาเป็นเด็กห้าวๆ มาบวชสองสามเดือนจะให้นิ่งเหมือน 10-20 พรรษา เหมือนพระมหาสมปองก็ยากนิดนึง ก็ร้องไห้ฟูมฟาย ก็เป็นธรรมชาติไม่ต้องแฟนหรอก อย่างอาตมาพี่สาวเสีย แค่ได้รับโทรศัพท์น้ำตามาเลย อุตส่าห์สำรวม แยกกันนั่งสมาธิ เที่ยงคืนโทรมายืนยันว่าเสียชีวิตน้ำตามาอีกรอบ ก็นั่งรถกลับบ้านวันนั้น นั่งไปน้ำตาก็ไหลอีกรอบ”

ร้องไห้เข้าใจได้ แต่ไปเคาะโลงในมุมของพระได้มั้ย?

พระมหาสมปอง : “ตอนอาตมาไปเปิดฝาโลง โยกหน้าพี่สาว ก็น้ำตาไหล โอเคอาตมาร้องนิ่งๆ มันเป็นธรรมชาติ จะมากหรือจะน้อย แต่ไม่ถึงขั้นเคาะโลง แต่ในหนัง 2 เดือน เป็นแฟนเก่าด้วยรักกันมาก เหมือนพระเวลาไปคัดเลือกทหาร ใบดำ ย่ามปลิว ถ้าเอาความเป็นจริง อารมณ์หนัง มันก็เกิดขึ้นได้”

ในมุมของความเหมาะสม ความสำรวม?

พระมหาสมปอง : “ในมุมอาตมา ก็อารมณ์แฟนเก่า ก็เหมือนที่ยกตัวอย่าง ย่ามลอย จีวรปลิว เฮ อารมณ์เสียใจก็ออกมา ถ้าถามอาตมา ก็ไม่ได้มากเกินไปในมุมที่เขาสูญเสีย”

ในมุมพี่ปรัชญา มองยังไง?

ปรัชญา : “มองว่าธรรมดามากในการเล่าเรื่อง ถ้าผู้สร้างต้องการหนักกว่านี้ก็ต้องทำ ผมเคยเป็นโปรดิวเซอร์หนัง 2 เรื่องที่เกี่ยวกับพระ มีปัญหาเรื่องนาคปรก กับอาปัติ ตอนนั้นก็ต่อสู้มาเหมืนกัน ตอนนาคปรกก็เป็นช่วงรอยต่อเรตติ้ง มีภาพถือปืน พูดคำหยาบ มีอะไรกับสีกาในกุฏิ แล้วเป็นสีกาเป็นโสเภณี ซึ่งรุนแรงมากๆ ตอนนั้นเรากำลังเข้าใจกฎหมายภาพยนตร์ ต้องเข้าใจว่ามีผู้ชมหลายระดับหลายอายุ ตอนนั้นฉายไปเราก็มีปัญหากับกระทรวงวัฒนธรรมอยู่เรื่อยๆ แต่ในมุมทำหนังอย่าถามว่าจำเป็นมั้ย มันเป็นสิทธิคนเล่าเรื่องผู้กำกับ เขาต้องมีสิทธิ์ในการทำได้ ผิดถูก ผิดกฎหมายก็ว่ากันอีกเรื่องนึง แต่พอมีกฎหมายออกมา ก็เป็นวิธีที่ดีที่สุดของคนทำงานและผู้ดู”

โทรศัพท์หาคุณสุรศักดิ์ ผู้กำกับหนังไทบ้าน ภาพยนตร์ที่คุณทำถูกแบบโดยคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์ ไม่ให้ออกฉาย?

สุรศักดิ์ : “ฉากที่มีปัญหาประมาณ 6-7 วิ ถามว่าช็อตร้องไห้เคาะโลงทำไมต้องมี ซีนนี้เป็นงานศพใบข้าว อดีตแฟนเก่าซึ่งเพิ่งเสียชีวิตไป ด้วยคาแรคเตอร์ตัวละครเพิ่งเลิกกับแฟนเก่าเพื่อหนีไปบวช เพราะคิดว่าจะลืมเขาได้ บังเอิญว่าการไปบวชเพื่อลืมคนรัก ไม่ได้ไปบวชเพื่อตรัสรู้ปรินิพพานเหมือนหลวงพ่อ พอบวชแล้วได้ข่าวแฟนเก่าเสียชีวิต เขาก็พยายามข่มอารมณ์ตัวเอง ตั้งสติ แต่ก็ตั้งไม่ได้ ก็เลยไปถามว่าเกิดอะไรขึ้นในงาน นี่คือภาคแรก ภาคสองเลยมีช็อตนี้อยู่ในหนัง”

คณะกรรมการพิจารณาให้เหตุผลว่าอะไร?

สุรศักดิ์ : “เขาบอกว่าไม่เหมาะสมครับ เป็นพระไม่สำรวมประมาณนี้ครับ”

ในมุมคุณ มองว่าฉากนี้เป็นยังไง?

สุรศักดิ์ : “เราไม่คาดคิดว่าจะเป็นอย่างนั้นหรือโดนแบน เพราะความตั้งใจเรา ตัวละครตัวนี้เขาไม่ได้ละทางโลกขนาดนั้น ด้วยความเป็นมนุษย์เอาจริงๆ ต้องมีความรู้สึกบ้าง บังเอิญแฟนคนนี้เคยคบมาตั้งแต่มัธยม ใช้ชีวิตด้วยกันมา มีที่มาที่ไป คบกันมาหลายปีในเส้นเรื่อง อยู่ดีๆ มาบอกเลิกกะทันหัน แล้วก็มารู้ข่าวเขาจะแต่งงานกับคนอื่น รู้ข่าวว่าท้องและรู้ข่าวว่าเขาตาย”

หนังต้องฉายวันนี้ แต่ก็ไม่ได้ฉาย

สุรศักดิ์ : “มันต้องยอมตัดออก จริงๆ เป็นฉากที่เราตั้งใจให้มันพีคที่สุดของเรื่อง”

ขอทางคณะกรรมการเขาหรือยัง?

สุรศักดิ์ : “ผมก็ขอไปแล้ว พี่เขาก็บอกว่าทำไม่ได้ กลัวส่งผลกระทบหลายๆ ด้าน กลัวไมสบายใจ แต่คือจะให้ไปแก้ไขก็ต้องใช้เวลา ไม่ใช่ตัดซีนนี้ออก แล้วส่งไฟล์ได้เลย ก็เลยไม่น่าจะทัน”

วันนี้มีการส่งไปพิจารณาใหม่?

สุรศักดิ์ : “ครับผม”

กรณีนี้ คณะกรรมการพิจารณา เขาเป็นพระเหรอ?

ปรัชญา : ไไม่ๆ กรรมการมี 7 คน ข้าราชการ 4 คน เอกชน 3 คน”

หลวงพี่แจ๊ส มันไม่ต่างกันเลย ทำไมอีนนึงออกได้ อันนึงออกไม่ได้?

ปรัชญา : “เรามองว่าเป็นจุดบอดของระบบนี้”

ในมุมพระอาจารย์?

พระมหาสมปอง : “จริงๆ คณะสงฆ์เราพูดตลอด วิ่งหนีผี ทำไมให้พระตลก ถ้ามีพระให้เป็นผู้นำทางจิตวิญญาณ ถ้าลดตลก หวือหวาลงก็สบายใจขึ้น แต่เราเคยคุยเรื่องนี้กับพระผู้ใหญ่ หลังๆ ก็ไม่มีปัญหาเรื่องนี้ ก็เงียบมานานพอสมควร พระมีทั้งสมมติสงฆ์ อริยสงฆ์ ระดับต่างกันอยู่แล้ว ก็จะมีวิถีชีวิตที่ต่างกันอยู่เราก็พยายามสำรวมที่สุดเท่าที่จะทำได้ อย่างอาตมา บรรยายคนก็คาดหวังว่าจะสนุก แล้วก็จะมีคำหยาบนิดๆ อย่าลืมว่าธรรมะมีอยู่ทุกที่ ในหนังก็มีข้อเตือนใจ ทุกอย่างก็ให้ข้อคิดอยู่แล้ว อีกมุมอาตมาบังเอิญได้ฟังท่านมุ้ยท่านพูดเรื่องหนัง ถ้าหนังไม่ดี 3 วันออกจากโรงเลยนะ ถ้าพอใช้ได้ก็สองอาทิตย์ หนังดี 3 อาทิตย์ องค์บาก 4 อาทิตย์กว่าๆ เขามีเวลาตรงนี้น้อยมาก ก็ให้เห็นใจคนทำหนัง การที่บอกว่าตัดมาใหม่มันก็อาจไม่ได้ง่าย ก็ดูบริบทหนัง เพราะหนังมีหนังทำเงิน หรือหนังอาร์ตๆ ที่ไม่ได้เงินมาก”

โทรศัพท์หา “คุณโอม” โปนดิวเซอร์เรื่องนี้ ตอนนี้อยู่หน้ากองเซ็นเซอร์ที่กระทรวงวัฒนธรรมว่าหนังของเขาจะได้ฉายหรือไม่ฉาย และต้องตัดยังไงเพื่อให้ออกมาฉายได้?

โอม : “วันนี้รับคำของกรรมการไปแล้วเพื่อตัดหนัง ตอนนี้ตัดหนังเรียบร้อยแล้ว ผลตอนนี้ก็ผ่านเรียบร้อย ด้วยเรต 15+ ตัดบางช่วงบางตอนของคัตนั้น ที่พระร้องไห้ ตัดช่วงเอามือเคาะโลงออก และช่วงฟูมฟายนิดหน่อย”

จะเสียอรรถรสหนัง?

โอม : “ก็ต้องยอมรับว่าเสียอยู่ แต่จะมากจะน้อยก็ให้ผู้ชมไปดูแล้วตัดสินอีกทีนึงแต่เราก็พยายามหาคัตที่มันดีและทดแทนกันได้มาในหนัง และซีนบางซีนที่สามารถดึงอารมณ์ได้อีกรอบ”

ตอนพระเคาะโลงเป็นช็อตตลกหรือดราม่า?

โอม : “ดราม่าครับ เคาะปกติ ไม่ได้เคาะสามช่าให้ตลก”

พระไม่มีสิทธิ์เคาะและร้องไห้หน้าโลง ฟูมฟายแบบนี้ตจ้องสำรวมเท่านั้น?

โอม : “ในความเข้าใจผมจริงๆ ที่ได้รับข่าวสารมาก็เคาะได้นะ”

แต่ยืนยันที่ร้องไห้ตอนนี้ไม่ตลก?

โอม: “ไม่ครับ ซีเรียสครับ”

จะออกฉายเมื่อไหร่?

โอม : “ตอนนี้ปรึกษาทีมงานเรื่องการส่งไฟล์ ทำไฟล์ใหม่ ก็ใช้เวลาประมาณวันสองวัน”

พี่ปรัช ในฐานะที่ต่อสู้มานาน?

ปรัชญา : “ก็น่าสงสาร เหมือนมีลูกแล้วมีคนไปยุ่งกับลูก ก็ต่อสู้กันมานาน ตั้งแต่ผมเข้าวงการหนัง เรารู้สึกว่าทำไมต้องมีคนคอยมาหาเรา กระทรวงวัฒนธรรม ท่านมาประจำ มาเฝ้าระวังเราอยู่ตลอด เราทำงานสิทธิเสรีภาพก็ต้องมีไม่ใช่เหรอครับ เราศึกษาแม้กะทั่งกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา 45 เราต่อสู้มา ก็สงสัยว่าทำไมคนทำทีวีต้องส่งให้เขาตรวจก่อน จับตาถูกต้องไม่เป็นไร แต่ทำไมต้องส่งให้ตรวจ ของเรายังไม่ได้แสดงความคิดเห็นเลยก็มาตัดสินเราก่อน จากคน 7 คน มาคิดแทนประชาชนที่เขาไม่ได้ดูเลย หรือผิดกฎหมายก็ได้ มีสิทธิรับผิด ง่ายๆ ออกออนไลน์จะรู้สึกยังไง ถ้าการทำงานต้องส่งให้ตรวจก่อน ก็รู้สึกถูกคุกคามเสรีภาพใช่มั้ยครับ ก็มีแต่คนทำหนังที่ต้องส่งให้ภาครัฐตรวจก่อน ทุกคนได้เสรีภาพในกฎหมาย ตีความยังไง ทำไมภาครัฐต้องมายุ่งกับหนังอย่างเดียว”

พระมหาสมปอง : “คณะสงฆ์ก็ฝากเรื่อง อย่าตลกโปกฮาเกินไป แต่บางทีก็ตอบยาก แค่ไหนล่ะจะได้หรือไม่ได้ เหมือนอารมณ์คนเล่าเรื่องก็อยากเล่าเต็มที่ ถ้ามาจำกัดใครเขาจะพูดแบบนั้นตลอด ก็อยากฝาก ตรงนี้อาจเปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาส สุดท้ายจะเป็นหนังที่ดังมาก คนดูหลายล้าน ฉากที่ตัดออก ลงยูทูปเยอะมาก สามารถเชื่อมโยงกันได้”

ปรัชญา : “เอาแค่คลิปที่คุณหนุ่มเปิดทำไมออนแอร์ได้”

พระมหาสมปอง : “อาตมาว่าถูกต้อง แฟนเก่าตายก็ต้องร้องไห้ ถ้าในฉากพระหัวเราะจะด่าเลยนะ เขาร้องไห้ก็ถูกต้องแล้ว อารมณ์หนัง”

พี่ปรัชอยากฝากอะไร?

ปรัชญา : “เราไม่อยากโจมตีคณะกรรมการ 7 ท่านนี้นะ แต่เราอยากพูดถึงกฎหมายภาพยนตร์ที่มีอยู่ สมาคมผู้กำกับมีแผนจะขอยกเลิกกฎหมายนี้ จะต่อสู้เรื่องนี้ และขอเสรีภาพให้ทุกคน และในโลกที่จะสื่ออะไรก็ได้”

“ลิลิตพระลอ 2019”ละครเวทีโดยมูลนิธิละครธรรมะในพระสังฆราชูปถัมภ์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/378542

“ลิลิตพระลอ 2019”ละครเวทีโดยมูลนิธิละครธรรมะในพระสังฆราชูปถัมภ์

“ลิลิตพระลอ 2019”ละครเวทีโดยมูลนิธิละครธรรมะในพระสังฆราชูปถัมภ์

วันพฤหัสบดี ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 15.56 น.

“เสียงลือเสียงเล่าอ้าง           อันใด พี่เอย

เสียงย่อมยอยศใคร               ทั่วหล้า

สองเขือพี่หลับใหล               ลืมตื่น ฤาพี่

สองพี่คิดเองอ้า                    อย่าได้ถามเผือฯ ”

โคลงสี่สุภาพวรรคทองจากลิลิตพระลอ…ต้นแบบในการเรียนการสอนวิชาวรรณคดีไทยในทุกยุคทุกสมัย  ลิลิตพระลอ… คุณค่า และ การเดินทางจากวรรณคดีโบราณสู่การสร้างสรรค์ละครร่วมสมัยสไตล์ภัทราวดี

“ลิลิตพระลอ” ได้รับการยกย่องจาก“วรรณคดีสโมสร” เมื่อปี พ.ศ. 2459 ให้เป็น “ยอดแห่งลิลิตของไทย” เป็นวรรณคดีที่มีบทบาทสำคัญในวงการการศึกษาด้านวรรณคดีไทยในทุกระดับชั้น ตั้งแต่ระดับประถมศึกษาจนถึงปริญญาเอก ด้วยเรื่องราวโศกนาฏกรรมแห่ง ความรักที่แฝงด้วยแง่คิดถึงสัจธรรมของชีวิต บรรจงแต่งขึ้นด้วยกวีโวหารที่ประณีตงดงาม ซึ่งสันนิษฐานว่าประพันธ์ขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้น ต่อมาในยุคสมัยต่างๆ ได้มีการนำเนื้อหาไปทำเป็นการแสดง แต่งคำร้องใส่ทำนองโดยมีบทเพลงที่เป็นที่รู้จักมากมาย อาทิ เพลงลาวสมเด็จที่กล่าวถึงพระลอ, เพลงลาวเสี่ยงเทียนที่กล่าวชมโฉมพระเพื่อนพระแพง, เพลงลาวครวญ พระลอคร่ำครวญถึงแม่ที่ริมฝั่งแม่น้ำกาหลง, เพลงระบำไก่ (สร้อยแสงแดง) ฯลฯ

ลิลิตพระลอ เคยมีผู้นำมาประยุกต์ทำเป็นละครหลายครั้ง โดยใช้ชื่อต่างกันไป เช่น บทละครเรื่อง พระลอนรลักษณ์ พระราชนิพนธ์ ในสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาศักดิพลเสพ บทละครเรื่องพระลอ สำนวนเจ้าพระยาเทเวศร์วงศ์วิวัฒน์ และ บทละคร เรื่องพระลอ พระนิพนธ์ในพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์ และ แม้แต่นักเขียนชื่อดังในสมัยปัจจุบัน เช่น ทมยันตี ก็ได้นำมาถ่ายทอดเป็นนิยายชื่อ รักที่ต้องมนตรา

ในปี พ.ศ. 2526 คุณภัทราวดี มีชูธน ได้นำพระลอมาสร้างเป็นละครเวทีครั้งแรก โดยได้จัดแสดงขึ้นที่ หอศิลป์พีระศรี โดยมีนักแสดงนำ ได้แก่ คุณดิลก ทองวัฒนา (พระเอก) และ คุณธัญญา โสภณ (นามสกุลในสมัยที่ร่วมแสดง) โดยรับบทนางลักษณวดี ซึ่งเป็นละครเรื่อง แรกในชีวิตการแสดงของเธอ

ต่อมาในปี พ.ศ. 2552 คุณภัทราวดี มีชูธน ได้สร้างสรรค์วรรณคดีเรื่องนี้อีกครั้ง ในรูปแบบละครเพลงร่วมสมัย เรื่อง ร.รัก ล.ลิลิต ลิลิตพระลอ โดยได้นำเสนอความไพเราะของโคลงกลอนโบราณ ผ่านละครแบบร่วมสมัยที่น่าสนใจเข้าใจง่ายสำหรับคนในยุคปัจจุบัน ทำให้วรรณคดีที่ทรงคุณค่าได้รับการเผยแพร่ไปในวงกว้างทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยมีผู้สนใจชมการแสดงจำนวนมากทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ และ ได้รับเชิญไปแสดงผลงานที่ต่างเมือง อาทิ นิวยอร์ค, วอชิงตันดีซี, ชิคาโก, ฮูสตัน, ซานฟรานซิสโก และ อีกหลายเมืองใหญ่ทั้งในสหรัฐอเมริกา และ แคนาดา

เพื่อส่งเสริมให้วรรณคดีไทยเรื่องนี้เป็นที่รู้จักในหมู่นักเรียน นักศึกษา ตลอดจนประชาชนทั่วไปทั้งชาวไทยและต่างชาติ มูลนิธิละครธรรมะในพระสังฆราชูปถัมภ์ ได้จัดทำละครเวทีเรื่อง ลิลิตพระลอ 2019 ขึ้น ในรูปแบบละครเวทีร่วมสมัย นำเสนอโดยการอ่านโคลงกลอนอย่างมีสีสัน ประกอบด้วยเสียงดนตรี โดยเฉพาะไวโอลิน เครื่องดนตรีไทย เครื่องดนตรีไฟฟ้า และ เสียงขับร้อง โดยมีการวิเคราะห์และเปรียบเทียบกับเหตุการณ์ปัจจุบัน สอดแทรกอุทาหรณ์สอนใจ ปลูกฝังความรักใคร่ในเพลงไทย ประวัติศาสตร์ และ หลักธรรม โดยผสมผสานภาษาอังกฤษเข้าไปในการแสดงเพื่อให้ชาวต่างประเทศสามารถเข้าใจได้

ลิลิตพระลอ 2019 เป็นผลงานการกำกับการแสดงและร่วมแสดง โดย ครูเล็กภัทราวดี มีชูธน ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ละครเวที และ ภาพยนตร์) ประจำปี 2557 ร่วมแสดงโดยศิลปินมืออาชีพที่มีผลงานระดับนานาชาติทั้งชาวไทย และ ต่างชาติหลากหลายสาขา ทั้งนักร้อง นักดนตรี นักแสดง นักกายกรรม อาทิ เก่ง-ธชย ประทุมวรรณ เล้ง-ราชนิกร แก้วดี ควบคุมดนตรี โดย อานันท์ นาคคง และ นักไวโอลินรับเชิญจากประเทศสหรัฐอเมริกา Kyle Dillingham ออกแบบเครื่องแต่งกายโดย สมชาย แก้วทอง ศิลปินแห่งชาติสาขาทัศนศิลป์ (การออกแบบแฟชั่น) ประจำปี พ.ศ. 2560

รอบการแสดง :

โรงละครแห่งชาติ จ.กรุงเทพมหานคร

วันศุกร์ที่ 11 มกราคม        รอบเวลา 14.00 น. และ 20.00 น.

วันเสาร์ที่ 12 มกราคม       รอบเวลา 14.00 น. และ 20.00 น.

วันอาทิตย์ที่ 13 มกราคม  รอบเวลา 14.00 น. และ 20.00 น.

โรงละครวิกหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์

วันศุกร์ที่ 18 มกราคม        รอบเวลา 14.00 และ 20.00

วันเสาร์ที่ 19 มกราคม       รอบเวลา 20.00 น.

ติดต่อสอบถามและจองบัตร :

สำรองบัตรการแสดง  

THAITICKETMAJOR  02-2623456

Tel  :  032-827814, 065-792-9493

Line : @vichuahin

และ จุดจำหน่ายบัตรที่โรงละครแห่งชาติ (เฉพาะรอบการแสดงที่กรุงเทพฯ)

สำรองบัตรเป็นหมู่คณะ

Tel  :  065-792-9493

“แม็กกี้” ปลื้มเล่น“ไฮโซสะออน”ได้เปิดโลกอาหารอีสานรสแซบ!!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/378537

“แม็กกี้” ปลื้มเล่น“ไฮโซสะออน”ได้เปิดโลกอาหารอีสานรสแซบ!!

“แม็กกี้” ปลื้มเล่น“ไฮโซสะออน”ได้เปิดโลกอาหารอีสานรสแซบ!!

วันพฤหัสบดี ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 15.51 น.

ได้พลิกบทบาทตัวเองมาเล่นแนวโรแมนติกคอเมดี้ ในละคร “ไฮโซสะออน” โดยบริษัท “มีเดียซีน” ทำเอาสาว “แม็กกี้ – อาภา ภาวิไล” ยิ้มแก้มปริ เพราะงานนี้ นอกจากจะได้ฉีกจากบทบาทเดิมแล้ว  ในเรื่องยังต้องเจอกับสารพัดเมนูอาหารอีสาน ที่เจ้าตัวบอก เหมือนเป็นการเปิดโลกใหม่ให้กับเธอเลยทีเดียว

“สำหรับฟีดแบ็กละครตอนนี้ถือว่าดีมากๆเลยค่ะ ตัวเราเองก็ได้พัฒนาด้วยเพราะเรื่องนี้เป็นคอเมดี้ ปกติแม็กกี้จะมีแต่ละครดราม่ากับบู๊ ซึ่งพอได้มาเล่นคอเมดี้ไม่ง่ายเลย แต่การทำงานสนุกค่ะ ไม่เครียด ซึ่งพอเรามีความสุขกับการทำงาน  งานที่ออกมาก็จะสนุกตามไปด้วย  ในเรื่องนี้ตัวแม็กกี้ก็ได้ทำอะไรใหม่ๆ หลายอย่าง อย่างเรื่องอาหาร ในเรื่องจะต้องชอบกินปลาร้ามากๆ ซึ่งชีวิตจริงไม่ค่อยกินนะคะ แต่ถ้ามีใครสั่งมาก็ทานได้ แต่ทานไม่บ่อย ส่วนเมนูส้มตำของแม็กกี้คือ ส้มตำไทย พริกเม็ดเดียว เพราะเป็นคนไม่กินเผ็ด ถ้ากินเผ็ดมากๆแล้วจะมีอาการท้องเสีย ในเรื่องจริงๆตัวเมรี่จะต้องเป็นคนที่ชอบปลาร้ามาก ชอบกินเผ็ดมาก มันจะมีฉากที่ต้องกินอาหารอีสานด้วย มีทั้งขากบ ต้มกบกินลาบนก ตัวเราเองจริงๆ ก็ไม่เคยกินมาก่อนแต่พอเค้าให้เราลองกิน เราก็รู้สึกว่าอร่อยจังเลยเป็นรสชาติที่อยู่ในความทรงจำของเราจำได้ว่าตอนที่ถ่ายฉากนี้กินจนปากเบินเลยค่ะ  (หัวเราะ) เพราะวันนั้นทั้งวัน ต้องถ่ายแบบกินส้มตำรสจัด อาหารอีสานอีกหลายเมนูก็รสจัดทั้งหมด เราก็เลยทั้ง ปากแดง หน้าแดง ไปหมด แต่ก็สนุกดีค่ะ และจริงๆแล้ว อาหารอีสานก็เป็นอาหารที่อร่อยมาก  เป็นอาหารครบรสถึงตัวเราจะกินเผ็ดมากไม่ได้  แต่ถ้ามาแบบเผ็ดน้อยๆ ก็สู้ไหวอยู่นะคะ    อยากฝากให้ติดตามละครเรื่องนี้ด้วยนะคะ รับประกันว่า เป็นละครที่เชื่อว่าคนดูชมแล้วจะมีความสุขค่ะ”

ติดตามความสนุก ได้ในละคร  “ไฮโซสะออน”ทุกวันจันทร์-พฤหัสบดี เวลา 18.50 น. และ วันศุกร์ เวลา 18.30 น. ทางช่อง 7HD กด 35  และ Facebook LIVE ทาง Fanpage Ch7HD หรือสามารถรับชมการออกอากาศย้อนหลังได้ทาง BUGABOO.TV

“โดนัท ภัทรพลฒ์”ทุ่มเมคอัพ 6 ชั่วโมง เปลี่ยนหน้าเป็น“สายัณห์ สัญญา”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/378536

“โดนัท ภัทรพลฒ์”ทุ่มเมคอัพ 6 ชั่วโมง เปลี่ยนหน้าเป็น“สายัณห์ สัญญา”

“โดนัท ภัทรพลฒ์”ทุ่มเมคอัพ 6 ชั่วโมง เปลี่ยนหน้าเป็น“สายัณห์ สัญญา”

วันพฤหัสบดี ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 15.49 น.

นักแสดงหนุ่มหน้าใส “โดนัท ภัทรพลฒ์”  ได้รับโจทย์ยากที่ท้าทายที่สุดในชีวิต ในรายการ “เปลี่ยนหน้า…ท้าโชว์ Sing Your Face Off Season 4” เมื่อต้องสวมวิญญาณ ราชาเพลงลูกทุ่ง “เป้า – สายัณห์ สัญญา” ให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง ซึ่งใช้เวลาแปลงโฉม แต่งหน้าสเปเชียลเอฟเฟกต์ กว่า 6 ชั่วโมง แปะชิ้นเนื้อตั้งแต่หน้าผาก แก้มทั้ง2ข้าง จมูก ปากบน – ล่าง และคอ ออกมาได้เหมือน100%แล้ว ท่าทางเอกลักษณ์การไหว้ ลีลาตอนร้องเพลง และวลีเด็ด “รักสายัณห์น้อยๆ แต่รักนานๆ” โดนัทก็สามารถเก็บรายละเอียดมาได้ทั้งหมด

โดยโดนัท เผยว่า “ผมไม่เคยเห็นพี่เป้า สายัณห์ ตัวจริงมาก่อน จะเห็นก็แต่รูปภาพและคลิปวิดีโอของพี่เค้า ซึ่งก็ยอมรับว่าตัวเองเปลี่ยนหน้าออกมาได้เหมือนมากๆ ยิ่งหน้าเหมือน ยิ่งทำให้ผมเกร็ง เพราะพี่เป้าเป็นขวัญใจแฟนเพลง เป็นอมตะที่ทุกคนรู้จัก ผมทำการบ้านมาเป็นอย่างดี เก็บรายละเอียดท่าทาง ตอนสวัสดี ที่ต้องก้มจนสุดตัวและโยกหัวไปด้วย รวมถึงลีลาตอนร้องเพลง การจับไมค์ ซึ่งผมไม่อยากให้ใครต้องผิดหวัง และดีใจมากที่ผมได้เป็นส่วนหนึ่งพาทุกคนหวนกลับไปคิดถึงเขา อีกครั้งกับแหบเสน่ห์ที่ยังตราตรึงในใจของทุกคน”

นอกจากโชว์ของโดนัท สัปดาห์นี้ยังจัดเต็มทั้งทีมชาย และทีมหญิง อาทิ ตั้ม – วราวุธ โพธิ์ยิ้ม , แนท – ณัฐชา นวลแจ่ม , เฟี้ยว์ฟ้าว สุดสวิงริงโก้ และสามารถร่วมโหวต ตำแหน่ง Sing Your Face Off ประจำสัปดาห์ และแชมป์ Sing Your Face Off ประจำซีซั่น ผ่านแอพพลิเคชั่นShopee ด้วยการสแกน QR Code ทางหน้าจอโทรทัศน์ขณะออกอากาศได้ทันที จนถึงวันจันทร์ เวลา 24.00 น. ติดตามชมรายการ “เปลี่ยนหน้า…ท้าโชว์ Sing Your Face Off Season 4 ในวันเสาร์ที่ 24 พฤศจิกายนนี้ เวลา 18.20 น.  ทางช่อง 7HD หมายเลข 35