หัวใจล้มเหลว ภัยเงียบที่อันตรายถึงชีวิต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/367308

หัวใจล้มเหลว ภัยเงียบที่อันตรายถึงชีวิต

หัวใจล้มเหลว ภัยเงียบที่อันตรายถึงชีวิต

วันจันทร์ ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

หลายคนคงเคยได้ยินเกี่ยวกับภาวะหัวใจล้มเหลวมาพอสมควร แต่ทราบหรือไม่ว่ามีผู้คนจำนวนไม่น้อยที่เสียชีวิตด้วยภาวะนี้ โดยข้อมูลจากองค์การอนามัยโลกรายงานแต่ละปี พบว่ามีผู้ป่วยประมาณ 17 ล้านคนทั่วโลกประสบปัญหาภาวะหัวใจล้มเหลว และหากไม่เร่งป้องกันแก้ไขปัญหา คาดว่าในปี 2573 หรือในอีก 13 ปีข้างหน้า จะมีผู้เสียชีวิตภาวะนี้เพิ่มขึ้นเป็น 23 ล้านคน และสำหรับสถานการณ์โรคหัวใจในประเทศไทย มีแนวโน้มจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นตั้งแต่ปี 2556 และมีผู้เสียชีวิตด้วยโรคนี้จากประชากรทั้งโลก 54,530 คน เฉลี่ยวันละ 150 คน หรือเฉลี่ยชั่วโมงละ 6 คน ซึ่งนับว่ามีจำนวนอัตราการเสียชีวิตที่เพิ่มขึ้นมากทุกปี

นายแพทย์นรศักดิ์ สุวจิตตานนท์ แพทย์ด้านโรคหัวใจและหลอดเลือด โรงพยาบาลพระรามเก้า เผยว่า หัวใจนับว่าเป็นอวัยวะที่ทำงานตลอดเวลา 24 ชั่วโมงและทำหน้าที่ส่งเลือดผ่านไปยังหลอดเลือดอวัยวะทุกส่วนในร่างกาย รวมไปถึงการเลี้ยงหัวใจหากหลอดเลือดใดหลอดเลือดหนึ่งของหัวใจมีความผิดปกติไป หัวใจก็จะทำงานหนักมากขึ้น จนก่อให้เกิดปัญหาหัวใจวาย หรือที่เรียกกันว่า หัวใจล้มเหลว และเสียชีวิตในที่สุด ซึ่งภาวะหัวใจล้มเหลว นับว่าเป็นอีกหนึ่งสาเหตุของการเสียชีวิตของคนไทยในปัจจุบันที่เกิดจากความผิดปกติของโครงสร้างและการทำงานของหัวใจ ส่งผลให้หัวใจไม่สามารถสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกายได้ หรือแม้กระทั่งรับเลือดกลับเข้าสู่หัวใจได้ตามปกติ ซึ่งจะส่งผลให้หัวใจหยุดทำงาน หรือหากจะอธิบายได้โดยง่ายคือ หากมองหัวใจเปรียบเสมือนเขื่อนหรือปั๊มน้ำที่คอยส่งน้ำไปเลี้ยงตามบ้านเรือน หรือแปลงเกษตรกรรม ภาวะหัวใจล้มเหลวก็คือ การที่เขื่อนไม่สามารถทำหน้าที่ส่งน้ำไปยังบ้านเรือนหรือแปลงเกษตรกรรมได้ตามความต้องการ ทำให้น้ำเหนือเขื่อนอาจจะล้นเขื่อนจนก่อให้เกิดน้ำท่วม ซึ่งก็เปรียบเสมือนการทำงานของหัวใจที่ผิดปกติ เต้นผิดจังหวะ ทำให้การไหลเวียนเลือดผิดปกติตามไปด้วย หรือบางรายอาจเกิดจากหัวใจพิการตั้งแต่กำเนิด รวมไปถึงภาวะหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน ซึ่งสุดท้ายจะส่งผลทำให้เกิดภาวะ “หัวใจล้มเหลว” นั่นเอง

โดยปกติแล้วภาวะหัวใจล้มเหลว อาจเกิดขึ้นและมีผลกระทบเฉพาะหัวใจซีกขวา หรือเฉพาะซีกซ้ายก็ได้ แต่ส่วนมากภาวะหัวใจล้มเหลว มักจะมีผลกระทบต่อการทำงานของหัวใจทั้งสองด้าน โดยภาวะหัวใจล้มเหลวสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ชนิด คือ Systolic Heart Failure เกิดจากกล้ามเนื้อหัวใจที่ไม่สามารถสูบฉีดเลือดออกจากหัวใจได้ ปริมาณเลือดที่ออกไปเลี้ยงตามส่วนต่างๆ ของร่างกายจึงลดลง Diastolic Heart Failure เกิดจากกล้ามเนื้อหัวใจไม่มีความยืดหยุ่น จึงส่งผลให้เลือดไหลเข้าสู่หัวใจได้อย่างไม่มีประสิทธิภาพ การสูบฉีดเลือดออกจากหัวใจจึงน้อยลงตามไปด้วย

ทั้งนี้ ภาวะหัวใจล้มเหลวนั้นเกิดจากหลายๆ สาเหตุซึ่งต้องอาศัยการตรวจวินิจฉัยเพื่อที่จะรักษาได้ตรงจุด มิฉะนั้นการรักษาจะเป็นเพียงการบรรเทาอาการเบื้องต้นเท่านั้น สาเหตุแบ่งออกเป็น 1.สาเหตุจากตัวหัวใจเอง เช่น กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด หัวใจเต้นผิดจังหวะ ลิ้นหัวใจรั่ว ลิ้นหัวใจตีบ หรือมีน้ำในเยื่อหุ้มหัวใจ 2.สาเหตุอื่นๆ เช่น โลหิตจาง ไทรอยด์เป็นพิษ หลอดเลือดไปปอดอุดตัน และความดันโลหิตสูงที่ควบคุมไม่ได้ 3.ไม่รับประทานยาตามแพทย์สั่ง ไม่ควบคุมอาหาร การซื้อยาแก้ปวดทานเอง การใช้สารเสพติด และดื่มแอลกอฮอล์

ภัยเงียบโรคหัวใจ มักบ่งบอกสัญญาณอันตรายด้วยอาการเหนื่อยง่าย แน่นและเจ็บหน้าอก ซึ่งเป็นอาการที่พบได้มากที่สุด และหากมีการนั่งพักแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น และเป็นมากขึ้น ถือว่าเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ ขณะที่บางรายมีอาการคลื่นไส้อาเจียนเหงื่อออกมากร่วมด้วยก็นับว่าเป็นความเสี่ยงที่สามารถส่งผลให้เกิดเป็นโรคหัวใจได้ หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที

วิธีการรักษาจะแบ่งเป็นการรักษาด้วยยา เช่น ยาขับปัสสาวะ ยาเพิ่มการบีบตัวของหัวใจ ยาขยายหลอดเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยาต้านหัวใจเต้นผิดปกติ ยาลดความดันโลหิตสูงที่มีฤทธิ์ชะลอการเสื่อมลงของกล้ามเนื้อหัวใจ ยาลดความดันที่ควบคุมอัตราการเต้นของหัวใจ หรืออาจจำเป็นต้องใส่เครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจในกรณีที่มีข้อบ่งชี้เพื่อทำให้หัวใจห้องล่างซ้ายและขวาบีบตัวพร้อมกัน หรือในรายที่มีอาการมากๆ อาจจะจำเป็นต้องทำการผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจ อย่างไรก็ตาม การรักษาทั้งหมดนี้ก็ควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด ดูแลรักษาสุขภาพหัวใจให้แข็งแรงอย่าให้หัวใจล้มเหลวกลายเป็นภัยเงียบที่ทำอันตรายชีวิตคุณได้

นายแพทย์นรศักดิ์ สุวจิตตานนท์

นายแพทย์นรศักดิ์ สุวจิตตานนท์

บี มาย เกสท์ : ศิรสิทธิ์ ตั้งจิตกมล จับธุรกิจเนอร์สซิ่งโฮม ตอบรับสังคมผู้สูงอายุ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/367370

บี มาย เกสท์ : ศิรสิทธิ์ ตั้งจิตกมล  จับธุรกิจเนอร์สซิ่งโฮม ตอบรับสังคมผู้สูงอายุ

บี มาย เกสท์ : ศิรสิทธิ์ ตั้งจิตกมล จับธุรกิจเนอร์สซิ่งโฮม ตอบรับสังคมผู้สูงอายุ

วันจันทร์ ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ทั่วโลกกำลังก้าวสู่ “สังคมผู้สูงอายุ” ประเทศไทยก็เช่นกัน ในขณะที่ผู้สูงอายุเพิ่มจำนวนมากขึ้น จำนวนคนในวัยหนุ่ม-สาวก็ลดลง อีกทั้ง สภาพสังคมการอยู่อาศัยเปลี่ยนไปเป็น “ครอบครัวเดี่ยว” ทำให้ผู้สูงอายุจำนวนไม่น้อยขาดคนดูแล โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้สูงวัยที่มีสุขภาพร่างกายไม่แข็งแรง “เนอร์สซิ่งโฮม” หรือศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ จึงเป็นอีกธุรกิจหนึ่งที่กำลังเติบโตในประเทศไทย ทำให้ ศิรสิทธิ์ ตั้งจิตกมล ผู้บริหารหนุ่มวัย 28 ปี กระโดดมาจับธุรกิจนี้โดยนำประสบการณ์ที่ไม่น่าจดจำ มาเปิดให้บริการ “เพชรเกษมเนอร์สซิ่งโฮม” ภายใต้สโลแกน “เพราะความสุขของคุณ สำคัญกับเรา”

ศิรสิทธิ์ เล่าถึงแรงบันดาลใจในการทำธุรกิจเนอร์สซิ่งโฮมให้ฟังว่า ก่อนหน้านั้นไม่กี่ปี น้องสาวของคุณยายป่วยและจำเป็นต้องมีคนดูอย่างใกล้ชิด ในขณะที่ลูกหลานต้องทำงานนอกบ้าน ครอบครัวจึงตัดสินใจใช้บริการเนอร์สซิ่งโฮมแห่งหนึ่ง ด้วยชื่อเสียงและการเปิดให้บริการมานาน จึงคิดว่าเนอร์สซิ่งโฮมแห่งนั้นจะดูแลคุณยายของเขาได้เป็นอย่างดี แต่กลับไม่เป็นเช่นนั้น ขาดทั้งการบริการและการเอาใจใส่ต่อผู้สูงอายุอย่างที่ควรจะเป็น

“สิ่งที่ประสบมากับครอบครัวเราคือ บริการที่ไม่ใส่ใจ กิริยาวาจาไม่สุภาพเรียบร้อยของเจ้าหน้าที่ที่ดูแลผู้สูงอายุ แต่นั่นยังไม่เลวร้ายเท่ากับการไม่ดูแลเอาใจใส่ที่จริงใจ ผู้ใหญ่ในบ้านจึงตัดสินใจจ้างคนมาดูแลในลักษณะของโฮมแคร์ แรกๆ เขาก็ทำงานดี แต่ก็มาดีแตกภายหลัง จับผิดได้เพราะติดกล้องวงจรปิด มันเลยเป็นประสบการณ์ตรงที่แย่สำหรับผมและครอบครัว ช่วงที่คุณยายเสียชีวิต ผมเพิ่งจบปริญญาโทและทำงานอยู่ที่สหรัฐอเมริกา รวมๆ ประมาณ 3 ปี จึงมี Passion ว่า อยากจะทำธุรกิจเนอร์สซิ่งโฮม”

แม้คุณพ่อและคุณแม่จะเป็นแพทย์ทั้งคู่ และตัวเขาเองก็จบด้าน MBA มา แต่การทำธุรกิจเนอร์สซิ่งโฮมสำหรับ ศิรสิทธิ์ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เขาใช้เวลาศึกษาธุรกิจในช่วงระหว่างที่ยังทำงานอยู่สหรัฐอเมริกาอยู่พักใหญ่ รวมทั้งตระเวนศึกษาดูงานหลายแห่งทั้งในและต่างประเทศ เมื่อมั่นใจแล้วจึงเปิดให้บริการ “เพชรเกษมเนอร์สซิ่งโฮม” เมื่อต้นปี 2561 ที่ผ่านมา

“ทั้งผม คุณพ่อ คุณแม่เอง เราช่วยกันตระเวนไปศึกษาดูงานเนอร์สซิ่งโฮมหลายแห่งทั้งในและต่างประเทศ อย่าง สหรัฐอเมริกา หรือญี่ปุ่น รูปแบบการให้บริการในหลายๆ ด้าน แตกต่างกันมาก เราก็นำข้อดีมาประยุกต์ให้เข้ากับวัฒนธรรมบ้านเรามากที่สุด ผมใส่ใจรายละเอียดทุกอย่างตั้งแต่เรื่องของอาคารสถานที่ ที่ออกแบบก่อสร้างมาเพื่อการพักอาศัยของ
ผู้สูงอายุ ซึ่งเน้นความปลอดภัยมากที่สุด เจ้าหน้าที่ในด้านการดูแลผู้สูงอายุระดับหัวหน้าของเพชรเกษมเนอร์สซิ่งโฮม เป็นพยาบาลวิชาชีพที่มีประสบการณ์อย่างน้อย 30 ปี เจ้าหน้าที่ระดับฅปฏิบัติการจบหลักสูตรผู้ช่วยพยาบาล มีการดูแลโภชนาการ การดูแลสุขภาพเบื้องต้น รวมไปถึงการส่งต่อเพื่อรับบริการทางการแพทย์อย่างเป็นระบบ”

การรับดูแลผู้สูงอายุของเพชรเกษมเนอร์สซิ่งโฮม แบ่งกลุ่มได้ 3 รูปแบบ คือ ติดสังคม ติดบ้าน และติดเตียง ศิรสิทธิ์
อธิบายว่า ติดสังคม คือกลุ่มผู้สูงอายุที่ยังช่วยเหลือดูแลตัวเองได้ตามปกติ แต่ต้องการมีเพื่อน มีผู้ดูแล ส่วนติดบ้าน คือผู้สูงอายุที่ต้องได้รับการช่วยเหลือในกิจวัตรประจำวันบางอย่าง หรือช่วยเหลือดูแลตัวเองได้เพียง 50% ผู้สูงอายุที่เป็นอัมพาตครึ่งซีกหรือเดินไม่สะดวก และติดเตียง คือผู้สูงอายุที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ซึ่งผู้สูงอายุในกลุ่มนี้ต้องได้รับการดูแลเต็มรูปแบบ

ความกังวลของลูกหลานที่จะนำผู้สูงอายุไปฝากไว้กับเนอร์สซิ่งโฮมนั้นมีมากมาย ซึ่งจุดนี้ ศิรสิทธิ์ เข้าใจและรู้ซึ้งดีกว่าใคร

“จากประสบการณ์ที่ไม่ประทับใจเมื่อครั้งนำคุณยายไปฝากเนอร์สซิ่งโฮม เป็นแรงบันดาลใจสำคัญที่ทำให้ผมเปิดเพชรเกษมเนอร์สซิ่งโฮม ดังนั้น เมื่อผมมาทำธุรกิจนี้เอง แน่นอนว่าการบริการต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง นอกจากเรามีเจ้าหน้าที่ที่เป็นมืออาชีพในการดูแลผู้สูงอายุแล้ว สิ่งสำคัญคือเจ้าหน้าที่ของเพชรเกษมเนอร์สซิ่งโฮม ต้องมีเซอร์วิสมายด์ มีทัศนคติที่ดีในการปฏิบัติงานดูแลผู้สูงอายุ ซึ่งตรงนี้มันอาจจะดูได้จากขั้นตอนการสัมภาษณ์งานเพียง 60% แต่อีก 40% คือการบริหารจัดการบุคลากรของเรา ที่ผมเองก็ต้องดูแลการทำงานของเจ้าหน้าที่อย่างใกล้ชิด เราต้องสร้างแอดติจูดที่ตรงกันในการให้บริการดูแลผู้สูงอายุเสมือนว่าท่านเป็นญาติผู้ใหญ่ของเราเอง มากกว่าเป็นลูกค้ามาใช้บริการ ให้ท่านรู้สึกว่าที่นี่เป็นบ้านหลังที่สอง เราไม่ได้ดูแลผู้สูงอายุแค่กายภาพภายนอก แต่เราต้องดูแลจิตใจเพื่อให้ท่านมีความสุขตลอดระยะเวลาที่อยู่เพชรเกษมเนอร์สซิ่งโฮมมากที่สุด ซึ่งส่งผลดีต่อลูกหลานของผู้สูงอายุที่มาใช้บริการของเราด้วย เขาจะได้มีกำลังใจที่ดีในการทำงานได้อย่างสบายใจ”

เพชรเกษมเนอร์สซิ่งโฮม เพิ่งเปิดให้บริการได้เพียง 10 เดือน ศิรสิทธิ์ บอกว่า ปัจจุบันมีผู้สูงอายุในความดูแลที่หลักสิบ ก็ถือว่าเป็นที่น่าพอใจ

“ถ้ามองในแง่ธุรกิจ ตัวเลขผู้ใช้บริการอาจยังไม่มากนัก แต่สำหรับผมเราคิดว่า เราทำธุรกิจแบบอยู่ได้ดีกว่า หรือแบบค่อยๆ เติบโต เพราะการอยู่ที่เนอร์สซิ่งโฮมจะสะดวกสบาย ถึงอย่างไรผู้สูงอายุก็คงอยากอยู่ใกล้ชิดลูกหลานมากกว่า หาก
จำเป็นจริงๆ เพชรเกษมเนอร์สซิ่งโฮมจึงขอเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการช่วยดูแลผู้สูงอายุ เป็นบ้านหลังที่สองที่ไว้วางใจได้ว่าเราจะทำหน้าที่แทนได้อย่างไม่บกพร่องครับ”

2 แบรนด์โรงแรมในตึกเดียวกัน โนโวเทล และไอบิส สไตล์ สุขุมวิท 4

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/367298

2 แบรนด์โรงแรมในตึกเดียวกัน  โนโวเทล และไอบิส สไตล์ สุขุมวิท 4

2 แบรนด์โรงแรมในตึกเดียวกัน โนโวเทล และไอบิส สไตล์ สุขุมวิท 4

วันจันทร์ ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

แอคคอร์ (AccorHotels) เปิดโรงแรมโนโวเทล และโรงแรมไอบิส สไตล์ คอนเซ็ปต์ 2 แบรนด์ ในตึกเดียวกันใจกลางเมือง ย่านสุขุมวิท เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2561 เป็นต้นไป เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับนักเดินทางภาคธุรกิจและนักท่องเที่ยว อยู่ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส นานาและเพลินจิต เดินทางสะดวก และใกล้ทางด่วนที่สามารถเดินทางไปยังสนามบินสุวรรณภูมิและดอนเมืองได้อย่างสะดวก พร้อมให้บริการอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2561 เป็นต้นไป

โรงแรมโนโวเทล กรุงเทพ สุขุมวิท 4 โรงแรมระดับ 4 ดาว ประกอบด้วยห้องพัก 185 ห้อง ออกแบบในสไตล์ไทยสมัยใหม่เรียบหรู มีห้องพักที่เป็นเอกลักษณ์ คือ ห้อง N ‘Room (เอ็นรูม) ห้องพักแนวคิดใหม่เรียบง่ายและใช้ประโยชน์ได้ดีจากแสงธรรมชาติ ตกแต่งศิลปะผนังห้องที่สะท้อนความเป็นตัวตน สมาร์ททีวี 49 นิ้ว และแผงเชื่อมต่อพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน นอกจากนี้ทุกห้องพักตกแต่งภายใต้ระบบ LIVE N DREAM เตียงนอนที่ออกแบบโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม

โรงแรมไอบิสสไตล์ กรุงเทพ สุขุมวิท 4 มอบประสบการณ์การพักผ่อนอย่างคุ้มค่ากับโรงแรมระดับ 3 ดาว อย่างมีสีสันโดดเด่นด้วยไอเดียสร้างสรรค์ ห้องพักและห้องสวีทมาตรฐาน 133 ห้อง ทีวี 42 นิ้ว ตู้เย็นขนาดเล็ก โต๊ะทำงาน เครื่องชงชา-กาแฟ ไวไฟ พร้อมบุฟเฟ่ต์อาหารเช้า

นอกจากนี้ ยังมีห้องอาหารให้ผู้ใช้บริการทั้งสองแห่งเลือกอิ่มอร่อยอิ่มตา อิ่มใจกับทัศนียภาพเมืองที่งดงามบนห้องอาหารเรดสแควร์รูฟท็อปบาร์ บนชั้นดาดฟ้า 25 ที่บริการอาหารรสเลิศพร้อมกับความบันเทิงและชมทัศนียภาพเมืองที่งดงาม และสระว่ายน้ำแบบพาโนรามา หรือห้องอาหารนานาชาติ ฟู้ดเอ็กซ์เชนจ์ เปิดบริการตลอดวัน

โรงแรมโนโวเทล ไอบิสสไตล์ กรุงเทพ สุขุมวิท 4 ตั้งอยู่ที่ถนนสุขุมวิท ซอย 4 เดินเพียง 5 นาทีจากสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส สถานีนานาหรือเพลินจิต ห่างจากสนามบินนานาชาติดอนเมือง ประมาณ 24.6 กิโลเมตรและสนามบินสุวรรณภูมิประมาณ 29.2 กิโลเมตร

สำหรับสมาชิกเลอ คลับ แอคคอร์ โฮเทล รับส่วนลดห้องพักเป็น 15% พร้อมออนท็อป 10% สำหรับแอคคอร์พลัส ข้อมูลเพิ่มเติมหรือสำรองห้องพัก ที่ www.accorhotels.com, อี-เมล์ : Novotel.Erawan@accor.com โทร. 02-6592888

MCM ออทั่ม-วินเทอร์ 2018 ดนตรี การเคลื่อนไหว และดีไซน์อันทันสมัย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/367369

MCM ออทั่ม-วินเทอร์ 2018  ดนตรี การเคลื่อนไหว และดีไซน์อันทันสมัย

MCM ออทั่ม-วินเทอร์ 2018 ดนตรี การเคลื่อนไหว และดีไซน์อันทันสมัย

วันจันทร์ ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

MCM (Modern Creation München) แบรนด์เครื่องหนังชั้นเยี่ยมระดับโลกจากเยอรมนี เปิดตัวคอลเลคชั่นใหม่สำหรับ
ฤดูใบไม้ร่วง-ฤดูหนาว (Autumn-Winter) ปี 2018 นี้ด้วยการบอกเล่าเรื่องราวการเฉลิมฉลองทางดนตรีและการเคลื่อนไหว ผ่านการออกแบบอย่างผสมผสานและมีไดนามิก

ดนตรี การเคลื่อนไหว และดีไซน์อันทันสมัย คือสิ่งที่แบรนด์ MCM ต้องการจะนำเสนอในคอลเลคชั่นนี้ ดีไซน์หลักๆ จะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจากกระเป๋าดีไซน์ใหม่ล่าสุดอย่าง MCM Cassette หรือ กระเป๋าทรงเทปคาสเซ็ท ซึ่งถือเป็นคีย์สำคัญของคอลเลคชั่นนี้โดยแท้จริง ที่แสดงออกถึงความสนุกสนานของซีซั่นนี้ และนอกจากนี้ ยังคงมีลวดลายและองค์ประกอบทางดนตรีอื่นๆ อีก ไม่ว่าจะเป็นแผ่นเสียงไวนิล หรือดีเจบอร์ด (DJ Board) ของเหล่าดีเจ อันได้รับแรงบันดาลใจจากสไตล์อันชัดเจนของแนวดนตรีต่างๆ มาใช้อีกด้วยเช่นกัน

ยิ่งไปกว่านั้นในคอลเลคชั่นนี้ ยังโดดเด่นด้วยการประดับตกแต่งกระเป๋าแต่ละใบด้วยแผ่นทองเหลือง (Brass Plate) อันเป็นเอกลักษณ์ ไม่ว่าจะปรากฏอยู่บนลายปริ้นท์เสือดาว (Leopard Print) ทางด้านหน้ากระเป๋าเป้ (Stark Backpack)อีกทั้ง การผสมผสานของใช้วัสดุที่มีความอ่อนนุ่มอย่างผ้าทอกำมะหยี่ (Plush) หรือการใช้วัสดุหนังกลับ (Suede)

กระเป๋าคาดเอว (Belt Bag) หรือ กระเป๋าคลัทช์ (Clutch Bag) ที่อำนวยความสะดวกต่อการพกพา สามารถที่จะเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ (Move freely) ไปกับเสียงดนตรีและในขณะเดียวกันยังคงไว้ซึ่งความมีสไตล์

สาวก MCM ตามไปอัพเดทคอลเลคชั่นสำหรับฤดูใบไม้ร่วง-ฤดูหนาว (Autumn – Winter) ปี 2018 ได้ที่ ช็อป MCM ทุกสาขา

‘TULIP ให้ไออุ่น’มอบเงินบริจาคให้ 9 องค์กรการกุศล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/367328

‘TULIP ให้ไออุ่น’มอบเงินบริจาคให้ 9 องค์กรการกุศล

‘TULIP ให้ไออุ่น’มอบเงินบริจาคให้ 9 องค์กรการกุศล

วันจันทร์ ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

หลังจากที่ชุดเครื่องนอนทิวลิป ได้สร้างปรากฏการณ์ “ให้ไออุ่น” ด้วยการชวนเหล่าศิลปิน คนดังและนักออกแบบมืออาชีพรวม 8 คน มาร่วมกันสร้างสรรค์ลายผ้าห่มผืนพิเศษเพื่อการกุศล ให้ได้อุ่นกันทั้งผู้ให้และผู้รับ ภายใต้ชื่อแคมเปญว่า “TULIP ให้ไออุ่น” ขึ้นเป็นปีแรกก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี โดยจำหน่ายเพียงผืนละ 1,290 บาท และนำเงินรายได้จากการจำหน่ายผืนละ 500 บาท ไปมอบให้องค์กรการกุศลตามที่ศิลปินผู้ออกแบบเป็นผู้เลือกนั้น ขณะนี้ได้ปิดแคมเปญเรียบร้อยแล้ว และได้ทยอยมอบเงินบริจาคให้กับ 9 องค์กรการกุศลจนครบถ้วน ซึ่งยอดเงินบริจาคจากแคมเปญนี้ รวมทั้งสิ้น 1,046,500 บาท

ศิลปินที่เข้าร่วมแคมเปญ “TULIP ให้ไออุ่น” ครั้งที่ 1 ได้แก่ นัด-ณัฐวีร์ ลิมปนิลชาติ นักวาดการ์ตูนในนามเจ้าของเพจ “หมาจ๋า” อันโด่งดัง มอบเงินบริจาคให้กับ มูลนิธิ เดอะวอยซ์ (เสียงจากเรา) โดย เก๋-ชลลดา เมฆราตรี เพื่อนำไปช่วยเหลือสุนัขพิการและบาดเจ็บ ยอดบริจาคจากการจำหน่ายผ้าห่มของชุดเครื่องนอนทิวลิปลายหมาจ๋า เป็นระยะเวลา 3 เดือนเท่ากับ 543,000บาท ส่วนเจ้าของลายเส้นชื่อดังอย่าง Jaytherabbit ได้ร่วมส่งต่อความสุข ความอบอุ่นในแคมเปญนี้ด้วย ส่งมอบเงินบริจาคให้กับมูลนิธิกระท่อมพระสิริ จ.ชลบุรี ซึ่งเป็นมูลนิธิที่ให้ความช่วยเหลือคนยากจน ผู้ติดเชื้อเอชไอวีและไร้บ้าน เป็นจำนวนทั้งสิ้น 322,500 บาท กลุ่มนักออกแบบมืออาชีพ นำทีมโดย ครูโต-ม.ล.จิราธร จิรประวัติ ที่ขอส่งต่อน้ำใจให้มูลนิธิมหาวชิราลงกรณราชวิทยาลัย (วิทยาลัยสงฆ์ วังน้อย) เพื่อสนับสนุนการศึกษาของพระสงฆ์เป็นจำนวนทั้งสิ้น 41,000 บาท ส่วน แป้ง-ภัทรีดา ประสานทอง ได้ให้สัมภาษณ์ไว้ถึงลายที่ตั้งใจวาดเพื่อส่งมอบความอบอุ่นในครั้งนี้ว่า “ผ้าห่มทั้งสองลายที่แป้งออกแบบเมื่อกางออกเต็มผืน จะเห็นเป็นหนังสือนิทาน อยากให้เด็กๆ รู้สึกว่ากำลังนอนหลับภายใต้หนังสือนิทาน แล้วก็มีตัวการ์ตูนจากนิทานออกมาเล่นกับเขา เป็นการเล่นกับจินตนาการและความฝัน วัยเด็กควรได้วิ่งเล่นสนุกสนาน แป้งเลยอยากนำเงินไปมอบให้กับมูลนิธิโรงพยาบาลเด็ก เพื่อช่วยให้เด็กที่ป่วย แข็งแรงเร็วๆค่ะ” ซึ่งรายได้จากการจำหน่ายมอบให้กับมูลนิธิโรงพยาบาลเด็ก เป็นจำนวน 29,000 บาท และทาง แป้ง-ภัทรีดา ได้ร่วมบริจาคสมทบทุนอีก 38,400 บาท รวมเป็นเงินบริจาคทั้งสิ้น 67,400 บาท

สำหรับนักออกแบบมืออาชีพอีกคนที่ร่วมออกแบบผ้าห่มผืนพิเศษกับ TULIP ให้ไออุ่น ได้แก่ นวล-นวลตอง ประสานทอง ได้มอบเงินบริจาคจากการจำหน่ายผ้าห่มผืนพิเศษให้กับโรงพยาบาลสงฆ์ เป็นจำนวน 23,500 บาท และศิลปินได้ร่วมสมทบทุนอีก 28,500 บาท รวมเป็น 52,000 บาท ด้าน มารีญา พูลเลิศลาภ Miss Universe Thailand 2017 เจ้าของตำแหน่ง TOP 5 จากเวทีประกวด Miss Universe 2017 ตั้งใจออกแบบลายผ้าห่มเป็นรูปธรรมชาติ ดอกไม้ ใบไม้และหยดน้ำที่ไหลย้อนกลับเสมือนจินตนาการตอนนอนที่ไม่มีขีดจำกัด ได้ร่วมเดินทางไปมอบเงินบริจาค จำนวน 27,500 บาท พร้อมผ้าห่มทิวลิปลายที่มารีญาออกแบบอีก 34 ผืน รวมเป็นมูลค่าบริจาค 71,360 บาท ให้กับเด็กๆ ในมูลนิธิดวงประทีป ซึ่งทางมูลนิธิดวงประทีปก็จัดการแสดงต้อนรับอย่างอบอุ่นทีเดียว ส่วนนักแสดงสาวเจ้าบทบาทที่รักน้องหมาและชอบวาดรูปอย่าง หยาดทิพย์ ราชปาล ก็ออกแบบเป็นลายน้องหมาน่ารักๆ และแบ่งเงินบริจาคสมทบทุนให้กับ 2 มูลนิธิด้วยกัน คือ เกาะสุนัขพุทธมณฑลและศูนย์ดูแลสุนัขจรจัดของกองทัพเรือ โดยศูนย์ฝึกทหารใหม่ สัตหีบ องค์กรละ 20,000 บาท ขณะที่ กอล์ฟ-พิชญะ นิธิไพศาลกุล กล่าวไว้เมื่อตอนตอบรับเข้าร่วมแคมเปญว่า “ดีใจครับที่ได้ร่วมโครงการ TULIP ให้ไออุ่น ชอบวาดรูปอยู่แล้ว ยิ่งถ้าวาดรูปแล้วได้ช่วยเหลือคนอื่นด้วยก็ยิ่งดีไอเดียภาพนี้มาจากน้องหมาของกอล์ฟเอง ชื่อ Fila เป็นพันธุ์ Corgi ที่ซุกซนน่ารัก แต่วาดออกมาแนวกวนๆ ใครชอบก็ร่วมทำบุญกับกอล์ฟได้ เพื่อนำเงินไปช่วยเรื่องการศึกษาของเด็กๆ ที่อยู่ห่างไกลครับ” ซึ่งกอล์ฟก็ได้เข้าร่วมมอบเงินบริจาคด้วยตัวเองพร้อมด้วยผ้าห่มทิวลิปอีกจำนวนหนึ่งให้กับ โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ ๔๘ พรรษาในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี จ.ลำพูน เป็นจำนวน 20,000 บาท

นับว่าผ่านพ้นไปอย่างอบอุ่น สำหรับแคมเปญ “TULIP ให้ไออุ่น” ในครั้งที่ 1 ซึ่งนอกจากเงินบริจาครวมทั้ง 9 องค์กรการกุศลที่ทางบริษัท ที แอล มาร์เก็ตติ้ง จำกัด ผู้จัดจำหน่ายชุดเครื่องนอนทิวลิปตั้งใจมอบให้กับทุกองค์กรการกุศลแล้ว ยังได้มอบชุดเครื่องนอนทิวลิปอีกจำนวน 173 ชุดด้วย สำหรับโครงการครั้งที่สองจะเริ่มขึ้นอีกครั้งเมื่อไหร่ ติดตามได้ www.tulip.co.th  หรือ www.facebook.com/TulipBed

คุณแหน : 1 ตุลาคม 2561

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/367367

คุณแหน : 1 ตุลาคม 2561

วันจันทร์ ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ll สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จะเสด็จพระราชดำเนินนำคณะแพทย์และพยาบาลไปเยี่ยมชมอุทยานร.๒ และโครงการอัมพวาชัยพัฒนานุรักษ์ 2 ต.ค. โดยมูลนิธิสุนทราภรณ์ ในพระราชูปถัมภ์จะจัดวงดนตรีสุนทราภรณ์ไปบรรเลงถวายด้วย ตั้งแต่เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป…

ll ศ.ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี องค์ประธานมูลนิธิภัทรมหาราชานุสรณ์ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล ดำรงตำแหน่งรองประธานมูลนิธิภัทรมหาราชานุสรณ์ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้แก่ ม.ล.ปนัดดาและครอบครัว…

ll ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เดินสายจัด โครงการ“Healthy Digital Family เสพสื่อ ใช้สติมีสไตล์ ให้สตรอง” เพื่อส่งเสริมความรู้และสร้างความตระหนักรู้เท่าทันในการใช้สื่อดิจิทัล และเตรียมความพร้อมให้ประชาชนก้าวสู่ยุคดิจิทัลไทยแลนด์อย่างมีคุณภาพ โดย ภัครธรณ์ เทียนไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานเปิดงาน 1 ต.ค. 13.00 น. ลานกิจกรรม ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา ชลบุรี…

ll ศ.คุณหญิงนงเยาว์ ชัยเสรี เชิญมิตรสหายร่วมทำบุญประจำปี 8 ต.ค. 09.00-12.00 น. ที่อุโบสถวัดชนะสงคราม บางลำพู…

ll สมาคมสถาปนิกสยาม จัดงานสถาปนิกอีสาน’61 แนวคิดความฉลาดล้ำ เสนอแนวคิดของการพัฒนาเมืองในแบบ Smart
Growth, Smart City และงานออกแบบรองรับ สังคมผู้สูงอายุ การแสดงนิทรรศการของสถาปนิก-นศ.สถาปัตย์ 19-21 ต.ค. ลานแฟชั่นฮอลล์ เดอะมอลล์ โคราช…

ll กมลา สุโกศล พร้อมลูก มาริสา สุกี้ และน้อย วงพรู จัดคอนเสิร์ตการกุศลประจำปี 15-17 พ.ย. ห้องกมลทิพย์บอลรูม
รร.เดอะสุโกศล รายได้ทั้งหมดจากการจัดงานไม่หักค่าใช้จ่าย สมทบศูนย์สมเด็จพระเทพรัตน์ฯ แก้ไขความพิการบนใบหน้าและกะโหลกศีรษะ สภากาชาดไทย เพื่อให้เด็กที่ยากจนและด้อยโอกาส ต่อเนื่องเป็น 10 กว่าปีแล้ว ซื้อบัตรได้ที่ไทยทิคเก็ตเมเจอร์…

ll โค้งสุดท้ายเดือนตุลาคมนี้สำหรับ งานมหกรรมศิลปะการแสดงและดนตรีนานาชาติ ครั้งที่ 20 อีก 8 โชว์คอนเสิร์ต บัลเลต์ Dance ดี เด็ด ดัง คัดสรรจากต่างประเทศ เปิดดูโปรแกรมจองบัตรได้ที่ไทยทิคเก็ตเมเจอร์…

ll พงศ์พรหม ยามะรัต ได้รับรางวัลบุคคลคุณภาพแห่งปีจากกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ คุณพ่อคุณแม่ ทพ.ปานพรหม-กมลาสวาท ปลื้มที่สุดเพราะเห็นการทำงานหนักของลูกชายโทนมาตลอด…

ll เครื่องประดับ Pattaraphan เน้นความเป็นสมัยใหม่แต่ยังคงเอกลักษณ์ของความเป็นไทยโดย ภัทรพรรณ สาลีรัฐวิภาค ลูกสาวฝาแฝดของ พีระพันธุ์-สุนงค์ สาลีรัฐวิภาค จะได้ยลผลงานเร็วๆ นี้…

ll ทำธุรกิจมาหลากหลาย ตอนนี้ เยาวณี นิรันดร เป็นกำลังใจสำคัญของลูกชาย ชวยศ รัตตกุล กำลังจะเปิดร้าน Kumo Café เจ้าตัวตั้งใจว่าเดือนแรกจะเปิดให้เพื่อนๆ ทานฟรีทั้งเดือน เพื่อจะได้ช่วยกันติชม สาขาแรกอยู่บนถ.ราชวิถี…ll

คุณแหน

Let’s Talk Art มอง 12 งานศิลป์ระดับโลกผ่านคนดัง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/367299

Let’s Talk Art มอง 12 งานศิลป์ระดับโลกผ่านคนดัง

Let’s Talk Art มอง 12 งานศิลป์ระดับโลกผ่านคนดัง

วันจันทร์ ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เพื่อเป็นการต้อนรับเทศกาลงานศิลป์สุดยิ่งใหญ่แห่งปี “บางกอกเบียนนาเล่” (BangkokBiennale) ที่กำลังจะเกิดขึ้นครั้งแรกในประเทศไทยเอ็มโพเรียม ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ และพารากอนดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ ร่วมกับ ฟาร์มกรุ๊ป เนรมิต “Let’s Talk Art” นิทรรศการศิลปะครั้งแรกบนอินสตาแกรม เป็นการร่วมตีความงานศิลปะสร้างสรรค์ระหว่าง 12 ศิลปินชื่อดังและ12 บุคคลที่มีชื่อเสียง ที่ได้ช่างภาพชื่อดังอย่าง เหน่ง-ชิระ วิชัยสุทธิกุล มาร่วมถ่ายทอดงานศิลปะผ่านเลนส์สำหรับนิทรรศการนี้ด้วย ผู้สนใจและชื่นชอบงานศิลป์สามารถร่วมชมและร่วมสนทนาภาษาศิลป์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ที่อินสตาแกรม @Farmgroup

Let’s Talk Art เกิดจากการสร้างสรรค์งานศิลป์ในรูปแบบใหม่โดยการจับคู่ศิลปินและกลุ่มบุคคลผู้มีชื่อเสียงเข้าด้วยกัน นำโดย หมู-พลพัฒน์ อัศวะประภา ดีไซเนอร์ชื่อดังที่เพิ่งฉลองครบรอบ 10 ปีของแบรนด์ อาซาว่า (ASAVA) ไปหมาดๆ ได้ ศริญญา ลิมป์ทองทิพย์ สาวดีไซเนอร์นักออกแบบลายผ้ามาช่วยตีความงานศิลป์ ขณะที่ พิมพ์ดาว สุขะหุต จากแบรนด์แฟชั่นชื่อดังสเรทซิส (Sretsis) จับคู่กับสาวนักวาดภาพประกอบ นริศรา เพียรวิมังสา ส่วน อาจารย์เด๋อ-วุฒิกร คงคา รับหน้าที่สร้างสรรค์ให้กับ มิลิน ยุวจรัสกุล แฟชั่นดีไซเนอร์ชื่อดัง รวมถึง สุริวัลย์ สุธรรม ศิลปินสีน้ำมัน จับคู่กับดีไซเนอร์สาว ออม-ดิษยา สรไกรกิติกูล และ โรจน์- ภูภวิศกฤต พลนารา ผู้ก่อตั้งแบรนด์ ISSUE ได้ศิลปินแนวคอลลาจ บิ๊ก-ปริวัฒน์ อนันตชินะมารังสรรค์งานศิลป์ในรูปแบบที่แปลกตา

 

 

นอกจากนี้ ยังมี เจน-เจนสุดา ปานโต ที่แมทช์เข้ากับ อัญชลี อารยะพงศ์พาณิชย์,กรัชเพชร อิสสระ จับคู่กับศิลปินสาวนักออกแบบ จี๊ป-ภาสินี คงเดชะกุล, อานนท์ ไพโรจน์ จับคู่กับศิลปินวีดีโออาร์ต กวิตา วัฒนะชยังกูร, รวมถึงกานดา สายทุ้ม กับ โน้ต-กฤษดา ภควัตรสุนทร,มาสิริ ตามสกุล กับ อัชลินี เกษรศุกร์, ลิน วิสุทธารมณ์ กับ ชนิดา วรพิทักษ์ และ สุทธิมา สุจริตกุล กับ ตินติน คูเปอร์ โดยศิลปินทั้ง 12 คนได้นำงานศิลป์ที่ชื่นชอบของบุคคลที่มีชื่อเสียงมาตีความในบริบทที่ตัวเองเชี่ยวชาญ โดยมีช่างถ่ายภาพแฟชั่นพอร์เทรทมือฉมัง เหน่ง-ชิระ วิชัยสุทธิกุลมาถ่ายทอดงานศิลปะผ่านเลนส์ของเขาในอิริยาบถต่างๆ

นอกเหนือจากการสื่อสารงานศิลปะผ่านเลนส์ของ เหน่ง-ชิระ วิชัยสุทธิกุล บนอินสตาแกรมแล้ว ผลงานของศิลปินทั้ง 12 ท่าน ยังต่อยอดแสดงใน “Small Museum” พิพิธภัณฑ์งานศิลปะสมัยใหม่ที่เล็กที่สุดในโลกโดยผลงานศิลปะมีขนาดเพียง 10 x 10 เซนติเมตร และพิเศษในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์พลาดไม่ได้กับกิจกรรม “Draw on yourreflection” ชวนคุณร่วมเป็นศิลปินวาดภาพ Self-Portrait และสามารถนำงาน Self-Portrait ที่ออกแบบด้วยตัวคุณเองแบบไม่ซ้ำใคร มาพิมพ์ลงบนเสื้อเชิ้ต โดยรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายมอบให้มูลนิธิศิลปะเพื่อมวลมนุษย์ (Art For All) และพิเศษสุดๆ สำหรับนักเรียนนักศึกษา ที่แสดงบัตรนักเรียนนักศึกษา 5 คนแรกในวันเสาร์และอาทิตย์ สามารถรับเสื้อเชิ้ตลาย Self-Portrait ลายสุดเก๋ในแบบของคุณที่ไม่ซ้ำใครได้ฟรี ร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลศิลปะและสร้างสรรค์งานศิลป์ในแบบของคุณเอง ตั้งแต่วันนี้-3 ตุลาคม 2561 ชั้น 1 เอ็มโพเรียม ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์

กานดา สายทุ้ม, ศศิวิมล โรจนพรพันธุ์, ชิระ วิชัยสุทธิกุล, 
ไผทวัฒน์ จ่างตระกูล, เจนสุดา ปานโต และ อานนท์ ไพโรจน์

กานดา สายทุ้ม, ศศิวิมล โรจนพรพันธุ์, ชิระ วิชัยสุทธิกุล, ไผทวัฒน์ จ่างตระกูล, เจนสุดา ปานโต และ อานนท์ ไพโรจน์
ลิน วิสุทธารมณ์ กับงานศิลปะที่สร้างสรรค์ร่วมกับ ชนิดา วรพิทักษ์

ลิน วิสุทธารมณ์ กับงานศิลปะที่สร้างสรรค์ร่วมกับ ชนิดา วรพิทักษ์
อัชลินี เกษรศุกร์ และ มาสิริ ตามสกุล 
กับงานศิลป์ของทั้งคู่

อัชลินี เกษรศุกร์ และ มาสิริ ตามสกุล กับงานศิลป์ของทั้งคู่
ศริญญา ลิมป์ทองทิพย์ สร้างสรรค์งานศิลป์ร่วมกับ พลพัฒน์ อัศวะประภา

ศริญญา ลิมป์ทองทิพย์ สร้างสรรค์งานศิลป์ร่วมกับ พลพัฒน์ อัศวะประภา

นักธุรกิจรุ่นใหม่ระเบิดไอเดียในครีเอทีฟมาร์เก็ต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/367305

นักธุรกิจรุ่นใหม่ระเบิดไอเดียในครีเอทีฟมาร์เก็ต

นักธุรกิจรุ่นใหม่ระเบิดไอเดียในครีเอทีฟมาร์เก็ต

วันจันทร์ ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ซีพีเอ็น รวมพลังนักธุรกิจ SMEs รุ่นใหม่กว่า 40 แบรนด์ที่ผ่านการติวเข้มในหลักสูตรปั้นความสำเร็จ “CPNlead”
มาระเบิดไอเดียขายสินค้าในงานครีเอทีฟมาร์เก็ต “YOUNIQUE Market by CPNlead” พร้อมชวนเซเลบริตี้สายแฟชั่น สายฟู้ด และกลุ่มครอบครัวมาเลือกช็อปเพลิดเพลิน และเอ็นจอยอาหารถูกใจ เหมือนยกร้านแฟชั่น ร้านอาหารและคาเฟ่ดังมารวมไว้ในงานเดียว ได้ของครบถูกใจตั้งแต่หัวจรดเท้า

ในงานมีผู้บริหารซีพีเอ็น นำโดย ปรีชา เอกคุณากูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ปกรณ์ พรรธณะแพทย์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานปฏิบัติการ ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา,ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายการตลาด ของซีพีเอ็น และ ผศ.ปิติพีร์ รวมเมฆ จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผู้ร่วมพัฒนาหลักสูตร CPNlead พร้อมด้วยเหล่าเซเลบริตี้ อาทิ กุลวัชรภูริชยวโรดม, จารุเดช บุญญสิทธิ์, ณัฏฐิ์ประภา ชุณหะวัณ และ วิมลลักษณ์ จงรัตนเมธีกุล ร่วมงานด้วย ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล อีสต์วิลล์

ปรีชา เอกคุณากูล กล่าวว่า งาน YOUNIQUE Market เป็นหนึ่งในกิจกรรมภายใต้หลักสูตร CPNlead ซึ่งมุ่งฝึกอบรมและเสริมศักยภาพให้กับธุรกิจ SMEs ที่มีความโดดเด่น เพิ่มความแข็งแกร่งและความสามารถแข่งขันในตลาด โดยผสานความร่วมมือระหว่างกลุ่มเซ็นทรัล นำโดยซีพีเอ็นและมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เน้นให้ความรู้เข้มข้นครบทุกมิติ รวมไปถึงพื้นที่และโอกาสให้ SMEs ได้ลงมือทดลองทำตลาดจริง ซึ่งเราก็เลือกโลเกชั่นที่ดีจริงๆ อย่างก่อนหน้านี้ YOUNIQUE Market ได้ไปเปิดที่ เซ็นทรัล แกรนด์ พระราม 9 และคราวนี้เปิดที่ เซ็นทรัลเฟสติวัล อีสต์ วิลล์ ทำให้ผู้เรียนได้รู้จักกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่หลากหลาย อย่างพระราม 9 ก็จะเน้นกลุ่มคนทำงาน ขณะที่อีสต์ วิลล์ เน้นกลุ่มครอบครัวเป็นหลัก”

“นอกจากนี้ ผู้เรียนยังได้เรียนรู้ Business Operation ทั้งหน้าบ้านและหลังบ้านอย่างครบวงจรได้ Feedback จริงจากลูกค้าโดยตรง ในงาน YOUNIQUE Market เรายังได้เห็นการจับมือกันระหว่างแบรนด์ หรือการทำ Co-Creation ออกเป็นโปรดักท์ใหม่ หรือ Collection ใหม่ๆ เช่น BANGKOK BOOTERY แบรนด์เครื่องหนังสัญชาติไทย จับมือกับ Solitaire ที่เป็นเซอร์วิสทำความสะอาดเครื่องหนัง เป็นการเพิ่มโอกาสทางธุรกิจให้แก่กัน หรือ Ravipa ต่อยอดการขายเครื่องประดับเป็นคอลเลคชั่นใหม่ล่าสุด RAVIPA Toss a Coin และ DIVANA ที่ฉีกกรอบความเป็นแบรนด์สปา หรือคาเฟ่ขนมหวานแนวหรู กล้าที่จะทดลองทำคอนเซ็ปต์ร้านใหม่เป็นครั้งแรก กับการทำขนมปังไส้สังขยาทานคู่กับไก่ย่าง โดยยังคง Signature ของร้านคาเฟ่ที่ตกแต่งสวยงามด้วยดอกไม้ เป็นต้น”

ด้านเซเลบริตี้ขาช็อป ณัฏฐิ์ประภา ชุณหะวัณ บอกว่า แบรนด์ที่มาออกร้านในงานนี้ ความจริงเราอุดหนุนเป็นประจำอยู่แล้วอย่าง ปูดองอันยอง เครื่องประดับRAVIPA จากที่สังเกตจะเห็นได้ว่าแต่ละแบรนด์เป็นของคนรุ่นใหม่ที่นำเอาบุคลิกเฉพาะตัว
ของตัวเองเข้ามาเสริมในแบรนด์ อย่าง Guss Damn Good ใส่ไอเดียเข้ามาไอศกรีม ครีเอทเป็นรสชาติที่หลากหลายที่เชื่อว่าสายฟู้ดทุกคนต้องอยากลองชิม ซึ่งครีเอทีฟมาร์เก็ตแบบนี้แสดงให้เห็นเลยว่า Know-How ในการประกอบธุรกิจนั้นสำคัญ เป็นกุญแจที่ช่วยต่อยอดธุรกิจให้ไปถึงฝั่งฝัน การที่ซีพีเอ็นได้ริเริ่มพัฒนาหลักสูตร CPNlead และจัดติวเข้มสำหรับผู้ประกอบการที่อยากมีหน้าร้านที่ศูนย์การค้า หรือต่อยอดธุรกิจของตัวเอง ก็เป็นอีกหนึ่งโครงการดีๆจากพี่ใหญ่ตัวจริงในวงการ คงไม่มีอะไรจะดีไปกว่าการได้ Learn from the Best จากตัวจริงของวงการรีเทลแล้ว”

จารุเดช บุญญสิทธิ์ บอกว่า “รู้จักแบรนด์ที่มาออกร้านในงานนี้อยู่แล้ว เพราะคนรอบตัวก็อุดหนุนและใช้บริการอยู่ อย่างร้าน Suit Cube ที่จริงๆ เขามีหน้าร้านแล้วและก็ถือได้ว่ามีคนรู้จักอยู่ระดับหนึ่ง ก็ยังมาเข้าคอร์สติวเข้มกับหลักสูตร CPNlead เลย SMEs รุ่นใหม่ๆ ทำให้เราเห็นว่าแต่ละคนมีแพชชั่นในการทำธุรกิจและทำในสิ่งที่ตัวเองชอบ แต่บางทีก็ไม่ได้เรียนจบด้านธุรกิจมาโดยตรง อาจจะขาดกลยุทธ์ที่จะมาแข่งขันในตลาด แต่การที่แต่ละแบรนด์พาตัวเองมาเข้าคอร์ส CPNlead ก็ทำให้เราเห็นว่าเขามีความตั้งใจในการพัฒนาธุรกิจ เพราะหลักสูตรนี้จะสร้างจุดแข็ง กำจัดจุดอ่อน ซึ่งความรู้ทั้งหมดทั้งมวลก็ได้มาจากคนที่มีประสบการณ์ในการดำเนินธุรกิจจริง ซึ่งการที่แต่ละร้านงัดจุดเด่นของตัวเองมาแข่งกันก็ทำให้ลูกค้าอย่างเราได้ประโยชน์สูงสุดไปด้วย ถ้ามองในภาพรวมก็ทำให้ภาคเศรษฐกิจของประเทศดีขึ้นด้วย เพราะการที่มีคนลงทุน มีกำลังซื้อ ก็เป็นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศได้อีกทางหนึ่ง”

วิมลลักษณ์ จงรัตนเมธีกุล บอกว่า “สำหรับการทำธุรกิจแล้ว ประสบการณ์เป็นสิ่งที่หาซื้อไม่ได้ แต่ซีพีเอ็นได้หยิบยื่นให้ด้วยการเปิดหลักสูตร CPNlead เอาความรู้จากคนทำธุรกิจจริงๆ มาสอน ทำให้คนที่เพิ่งเริ่มแข็งแรงมากขึ้น และเราก็จะได้เห็นมุมมองของหลายๆ ธุรกิจที่มาเข้าคลาสด้วยกัน ว่าเขามีจุดเด่นอะไรบ้าง จะได้เอามาเสริมให้แบรนด์เราแข็งเกร่งมากขึ้น และถ้าธุรกิจนั้นๆ ฉายแววและมีคอนเซ็ปต์ที่ทำให้ทางศูนย์ฯ มองเห็นถึงโอกาสการเติบโตไปด้วยกันอาจจะได้มาร่วมเป็นพาร์ทเนอร์กับซีพีเอ็นก็ได้ โอกาสประสบความสำเร็จอีกไม่ไกล เพราะ SMEs ยุคนี้ถือว่าโชคดีมาก ที่สามารถเข้าถึงองค์ความรู้และประสบการณ์ได้ง่ายกว่าแต่ก่อนมาก”

ผศ.ปิติพีร์ รวมเมฆ และ ปรีชา
เอกคุณากูล

ผศ.ปิติพีร์ รวมเมฆ และ ปรีชา เอกคุณากูล
วิมลลักษณ์ จงรัตนเมธีกุล กับแบรนด์ Mummum

วิมลลักษณ์ จงรัตนเมธีกุล กับแบรนด์ Mummum
ฟอร์ด-จารุเดช บุญญสิทธิ์

ฟอร์ด-จารุเดช บุญญสิทธิ์
มิ้งค์-ณัฏฐิ์ประภา ชุณหะวัณ

มิ้งค์-ณัฏฐิ์ประภา ชุณหะวัณ

เรื่องต้องรู้ของโรคอัลไซเมอร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/367314

เรื่องต้องรู้ของโรคอัลไซเมอร์

เรื่องต้องรู้ของโรคอัลไซเมอร์

วันจันทร์ ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ทุกวันที่ 21 กันยายนของทุกปี เป็นวันอัลไซเมอร์โลกราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย จึงมีเรื่องหลากหลายสาระที่เลือกนำมาแบ่งปันกัน หลังจากที่คนทั่วไปมักที่จะมีข้อสงสัยกันว่า โรคสมองเสื่อม กับโรคอัลไซเมอร์ คือโรคเดียวกันหรือไม่ อาการโรคอัลไซเมอร์ แตกต่างจากอาการหลงลืม ของผู้สูงวัยอย่างไร และโรคอัลไซเมอร์ ป้องกันได้หรือไม่

ศาตราจารย์นายแพทย์วีรศักดิ์ เมืองไพศาล ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย ไขข้อข้องใจถึงประเด็น “โรคสมองเสื่อม” กับ “โรคอัลไซเมอร์” คือโรคเดียวกันหรือไม่ อธิบายว่า โรคสมองเสื่อม เป็นกลุ่มอาการที่เกิดจากความเสื่อมของความจำ การคิดอ่าน การวางแผน ตัดสินใจการใช้ภาษา ทักษะในการทำกิจกรรมต่างๆ ทำให้ไม่สามารถทำกิจกรรมหรืออาชีพที่เคยทำได้ตามเดิม และอาจมีพฤติกรรมและอารมณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปด้วย ทั้งนี้ สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดอาการสมองเสื่อม ที่พบบ่อยเป็นอันดับ 1 พบถึงร้อยละ 60-70 ได้แก่ โรคอัลไซเมอร์ ซึ่งเกิดจากการที่เซลล์สมองเสื่อม ส่วนสาเหตุของสมองเสื่อมที่พบบ่อยอันดับ 2 คือ สมองเสื่อมจากโรคหลอดเลือดสมอง ซึ่งพบในผู้ที่มีความเสี่ยงของโรค เช่น ผู้ป่วยโรคเบาหวาน ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง สูบบุหรี่ หัวใจเต้นผิดจังหวะ อาจจะผสมกันทั้ง 2 อย่าง ส่วนสาเหตุอื่นๆ ได้แก่ สมองเสื่อมจากโรคพาร์กินสัน และสมองเสื่อมจากเซลล์สมองเสื่อมชนิดต่างๆ

 

ส่วนอาการโรคอัลไซเมอร์นั้น ส่วนใหญ่แล้วผู้ป่วยที่เป็นโรคอัลไซเมอร์ จะมีอาการหลงลืมในเรื่องราวที่พึ่งเกิดขึ้น
ในระยะสั้นหรือหลงลืมความรู้ใหม่ แต่เหตุการณ์ในอดีตจะจำได้ดีซึ่งอาการหลงลืมนี้จะรวมไปถึงเหตุการณ์สำคัญในชีวิต เช่น งานแต่งงาน แต่ถ้าเป็นผู้สูงวัย อาจจะลืมเรื่องชื่อหรือการนัดหมาย แต่มักจะนึกออกได้ในภายหลัง มีความสามารถในการจัดการปัญหาต่างๆ ได้น้อยลง มีความลำบากในการทำกิจวัตรประจำวันมากขึ้น เช่น การขับรถหลงทางแม้จะเป็นเส้นทางเดิมๆ สถานที่เดิมๆ ที่เดินทางไปประจำ การใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีความสลับซับซ้อน อีกหนึ่งปัญหาที่พบในผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์คือ การมองเห็นและการปรับระยะทาง ซึ่งอาจจะเกิดปัญหาในการขับรถหรือทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย

ไม่เพียงเท่านั้นผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์ จะมีปัญหาเกี่ยวกับการเลือกใช้คำพูด ซึ่งจะทำให้ขาดการเชื่อมต่อของประโยคทำให้พูดไม่ประติดประต่อ หรือพูดไม่จบประโยคเนื่องจากหาคำที่เหมาะสมไม่ได้ บางครั้งจะเรียกชื่อสิ่งของผิดๆ เช่น เรียกปากกาเป็นดินสอ หรือแว่นตา เป็นนาฬิกา แต่ถ้าเป็นผู้สูงวัย ก็อาจจะมีปัญหาในการหาคำพูดที่ถูกต้องบ้างเป็นบางครั้ง การหาของไม่เจอหรือวางของผิดที่อาจเกิดขึ้นได้ในผู้สูงอายุแต่ส่วนใหญ่จะนึกได้ในภายหลัง แต่ถ้าเป็นผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์จะวางของในที่ที่ไม่เคยวาง เช่น ใส่แว่นตาในตู้เย็นและลืมสนิท ไม่สามารถจะคิดย้อนกลับได้เลย และบางครั้งก็จะกล่าวหาว่าผู้ใกล้ชิดขโมยของไปเพราะหาไม่เจอ

นอกจากนี้ ผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์ จะเริ่มมีการตัดสินใจผิดพลาดและเป็นมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวกับการเงินและการลงทุน การตัดสินใจเกี่ยวกับการดูแลตัวเอง การรักษาความสะอาดตัวเอง แต่ถ้าเป็นผู้สูงวัย การตัดสินใจผิดพลาดอาจเกิดขึ้นได้บ้าง แต่ไม่บ่อยถือว่าเป็นเรื่องปกติ ผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์จะเริ่มเก็บตัวลดงานอดิเรกกิจกรรมทางสังคม แม้แต่กีฬาที่ชื่นชอบ เพราะไม่สามารถจะทำได้ดีแบบเดิม แต่ถ้าเป็นผู้สูงวัยบางทีอาจจะเก็บตัวเนื่องจากเบื่องาน เบื่อครอบครัว กิจกรรม ทางสังคม หรือมีปัญหาด้านสุขภาพทางกาย ในด้านการเปลี่ยนแปลงของอารมณ์และบุคลิกภาพ ผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์ จะเริ่มมีอาการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ระยะแรกๆ และจะเป็นเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ที่พบบ่อยที่สุดคือภาวะซึมเศร้า มึนงง วิตกกังวล หวาดกลัว นอนไม่หลับเห็นภาพหลอน โดยไม่มีสาเหตุซึ่งสามารถเกิดขึ้น ทั้งในที่บ้าน และที่ทำงาน แต่ถ้าเป็นผู้สูงวัยก็อาจจะมีสภาวะการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ หรือหงุดหงิดได้บ้าง ถ้ามีสาเหตุ ยกตัวอย่างเช่น กิจกรรมที่ทำเป็นประจำถูกเปลี่ยนแปลง

 

ศาตราจารย์นายแพทย์วีรศักดิ์ เมืองไพศาล

สำหรับการป้องกันภาวะสมองเสื่อม จากการประชุม Alzhimer’s Association International Conference 2017
(AAIC 2017) ที่จัดขึ้น ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษที่ผ่านมา มีรายงานว่า ถ้าสามารถลดปัจจัยเสี่ยง 9 อย่างของการเกิดโรคอัลไซเมอร์ได้ ก็จะสามารถป้องกันการเกิดโรคอัลไซเมอร์ได้ถึง 1 ใน 3 ของปัจจัยเสี่ยงดังกล่าว ซึ่งแบ่งออกตามอายุ ดังนี้ คือ วัยเด็ก การศึกษาน้อยคือปัจจัยเสี่ยงจนถึงอายุ 15 ปี, วัยกลางคน ความดันโลหิตสูง, โรคอ้วน, โรคหูตึงและวัยผู้สูงอายุโรคซึมเศร้า, โรคเบาหวาน, ไม่ออกกำลังกาย, สูบบุหรี่ และการไม่เข้าสังคม

ดังนั้น การป้องกันโรคอัลไซเมอร์ จึงสามารถจะทำได้ตั้งแต่วัยเด็ก โดยสามารถทำได้โดยในวัยเด็กควรได้รับการศึกษาที่เหมาะสมตามเกณฑ์ ดูแลรักษาสุขภาพให้ห่างไกลจากปัจจัยเสี่ยงเกี่ยวกับโรคหลอดเลือดทั้งหลาย เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน และโรคอ้วน ในขณะที่อยู่ในวัยหนุ่ม-สาว แก้ไขโรคหูตึง โรคซึมเศร้า ตั้งแต่วัยกลางคน ปรับปรุงการดำเนินชีวิตในแต่ละวัน เช่น ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอสัปดาห์ละ 3-5 ครั้ง รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ การพูดคุยพบปะผู้อื่นบ่อยๆ เช่น ไปวัด ไปงานเลี้ยงต่างๆ หรือเข้าชมรมผู้สูงอายุ สุดท้ายคือ การ
มีสติในสิ่งต่างๆ ที่กำลังทำและฝึกสมาธิอยู่ตลอดเวลา

เปิดโครงการ มิกซ์ยูส ชูจุดเด่นโรงแรมติดศูนย์การค้า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/367151

เปิดโครงการ มิกซ์ยูส ชูจุดเด่นโรงแรมติดศูนย์การค้า

เปิดโครงการ มิกซ์ยูส ชูจุดเด่นโรงแรมติดศูนย์การค้า

วันอาทิตย์ ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

The Sky32 ห้องอาหารที่เห็นวิวทะเลอ่าวพัทยา

กลุ่ม แอล เอช มอลล์ แอนด์ โฮเทล พร้อมปักธงต่างจังหวัดเป็นครั้งแรกเปิดโครงการ มิกซ์ยูส “โรงแรม-ศูนย์การค้า” (ศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 พัทยา เปิดให้บริการวันที่ 19 ตุลาคม 2561 แลโรงแรมแกรนด์ เซ็นเตอร์ พอยต์ พัทยา เปิดให้บริการวันที่ 26 ตุลาคม 2561) สร้างแลนด์มาร์คใหม่ ทำเลเจาะใจกลางเมืองโซนพัทยาเหนือ พื้นที่ 33 ไร่ ด้วยพื้นที่และสิ่งอำนวยความสะดวก ตอบโจทย์ความต้องการนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ

มิกซ์ยูส พัทยา สุวรรณา พุทธประสาท ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บจ.แอล เอช มอลล์ แอนด์ โฮเทล จัดงานแถลงข่าวการเปิดโครงการ “มิกซ์ยูส” ศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 พัทยา และโรงแรมแกรนด์ เซ็นเตอร์ พอยต์ พัทยา อย่างเป็นทางการ โดยมีผู้บริหาร อุฬารพงศ์ กก.ผจก., กิตติ วรบรรพต กก.ผจก., วิไลวรรณ อ.เจริญกุล ผอ.ศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 พัทยา และ ประวีร์ เหวียนระวี ผจก.ทั่วไป โรงแรมแกรนด์ เซ็นเตอร์ พอยต์ พัทยา ร่วมด้วย

สุวรรณา พุทธประสาท ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท แอล เอช มอลล์ แอนด์ โฮเทล จำกัด เปิดเผยว่า โครงการใหม่ที่เมืองพัทยาเป็นโครงการในรูปแบบมิกซ์ยูส มูลค่า 6,000 ล้านบาท เป็นโครงการมิกซ์ยูสแห่งที่ 2 ของกลุ่ม แอล เอชมอลล์ แอนด์ โฮเทล ต่อจากโครงการเทอร์มินอล 21 ที่อโศก กรุงเทพฯ โดยที่เมืองพัทยามีพื้นที่กว่า 33 ไร่ ประกอบไปด้วยโรงแรมแกรนด์ เซ็นเตอร์ พอยต์ พัทยา โรงแรมระดับ 5 ดาว เป็นอาคารสูง 32 ชั้น โดดเด่นด้วยการออกแบบที่หรูหรา ภายใต้คอนเซ็ปต์ “A Journey of Discovery” จำนวน 396 ห้อง สวนน้ำลอยฟ้าพื้นที่กว่า 6,000 ตารางเมตร และห้องประชุมสัมมนาจับกลุ่มตลาดพรีเมียม ศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 พัทยา ประกอบด้วย พื้นที่ช็อปปิ้งมอลล์ 6 ชั้นโรงภาพยนตร์ ซูเปอร์มาร์เก็ต ศูนย์อาหาร Pier 21 และร้านค้ามากกว่า 500 ร้านค้า พื้นที่รวมของอาคารกว่า 180,000 ตารางเมตร ภายใต้แนวคิดท่าอากาศยานแห่งการช็อปปิ้งสุดชิคที่ยกโลกทั้งใบมารวมไว้ในที่เดียว พร้อมเปิดประสบการณ์ใหม่แห่งการช็อปปิ้งท่ามกลางบรรยากาศที่ออกแบบสถาปัตยกรรมล้ำสมัยสไตล์ มาร์เก็ตสตรีท จากแรงบันดาลใจของ 6 มหานคร ระดับโลก ได้แก่ ปารีส, ลอนดอน, อิตาลี, โตเกียว, ซานฟรานซิสโกและฮอลลีวู้ด พร้อมเอกลักษณ์โดดเด่นไม่เหมือนใครของบันไดเลื่อนที่ยาวที่สุดในศูนย์การค้าของประเทศไทยความยาวรวม 39 เมตร ตระการตาไปกับเครื่องบินบนรันเวย์ที่ยาวกว่า 250 เมตร ติดชายหาดจำลอง

ธีมเมือง paris

โครงการดังกล่าว กลุ่ม แอล เอช มอลล์ แอนด์ โฮเทล ยังมีความมั่นใจในการลงทุนและยังเชื่อมั่นศักยภาพในเมืองพัทยา โดยเมืองพัทยาเป็นเมืองท่องเที่ยวที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติมีแหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่เป็นเอกลักษณ์ พื้นที่เมืองพัทยายังครอบคลุมไปถึงเกาะล้าน เกาะครก และเกาะสาก ซึ่งสามารถตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยวได้หลากหลายรูปแบบทั้งเดินเล่นชายหาด เล่นน้ำ ดำน้ำดูปะการัง และกีฬาทางน้ำ นอกจากนี้ยังมีสถานที่และกิจกรรมสันทนาการต่างๆ มากมาย ไม่เพียงแต่แหล่งท่องเที่ยวกลางคืนที่เป็นที่รู้จักกันไปทั่วโลกแล้ว แต่ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวในรูปแบบอื่นๆ เช่น ปราสาทสัจธรรม พิพิธภัณฑ์ริบลีส์ สนามโกคาร์ท หมู่บ้านช้างพัทยา เมืองจำลอง ตลาดน้ำสี่ภาคอันเดอร์วอเตอร์เวิลด์ เป็นต้น เมืองพัทยาจึงถือได้ว่าเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีการให้บริการแบบครบวงจรสามารถตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยวได้ในทุกรูปแบบพฤติกรรมการบริโภค การท่องเที่ยวและทุกระดับฐานะทางเศรษฐกิจสังคม

ธีมเมือง Tokyo

ธีมเมือง Tokyo
Kid’s Club

Kid’s Club
สวนน้ำ

สวนน้ำ