ชม ชิม ช็อป สินค้าเกษตรเมืองย่าโม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/366761

ชม ชิม ช็อป สินค้าเกษตรเมืองย่าโม

ชม ชิม ช็อป สินค้าเกษตรเมืองย่าโม

วันศุกร์ ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เริ่มแล้วงาน “มหกรรมสินค้าเกษตรเมืองย่าโมโคราช” ภายใต้โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการเกษตรและ อุตสาหกรรมปลอดภัย Food Valley ชม ชิม ช็อป สินค้าเกษตรอุตสาหกรรมขึ้นชื่อทั้งที่แปรรูปและไม่แปรรูป จากวิสาหกิจชุมชนของจังหวัดนครราชสีมา ระหว่างวันที่ 28-30 กันยายนนี้ ที่ ศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 โคราช ร่วมจัดโดยจังหวัดนครราชสีมา และ สำนักงานเกษตรจังหวัดนครราชสีมา โดยมี นายจรัสชัยโชคเรืองสกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานงานแถลงข่าวการจัดงาน ร่วมด้วย นายวิบูลย์ไชยวรรณ เกษตรจังหวัดนครราชสีมา

นายจรัสชัย โชคเรืองสกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า ปัจจุบันผลผลิตการเกษตรและผลิตภัณฑ์แปรรูปจากกลุ่มเกษตรกรของจังหวัดนครราชสีมา ยังไม่เป็นที่รู้จักใน
วงกว้าง ทั้งที่ผลผลิตและผลิตภัณฑ์ภาคการเกษตรของจังหวัดนครราชสีมา ล้วนแต่มีคุณภาพและราคาถูก อีกทั้งยังแฝงด้วยวัฒนธรรมพื้นบ้านของคนโคราช ซึ่งในแต่ละอำเภอของจังหวัดนครราชสีมาจะมีสินค้าของดีของเด่นแตกต่างกันไป กลุ่มเกษตรกรในจังหวัดนครราชสีมา ยังขาดการประชาสัมพันธ์สินค้าและผลิตภัณฑ์ภาคการเกษตร และอาจจะส่งผลในด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์คุณภาพเพื่อการแข่งขันในระดับที่สูงขึ้น รวมถึงขาดการสร้างเครือข่ายในอนาคต

จรัสชัย โชคเรืองสกุล รองผู้ว่าฯ จ.นครราชสีมา และ วิบูลย์ ไชยวรรณ เกษตรจังหวัด ร่วมแถลงข่าว

ดังนั้น เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์หลักจังหวัดนครราชสีมา จึงดำเนินงานโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการเกษตรและอุตสาหกรรมปลอดภัย Food Valley ประจำปี พ.ศ.2561 โดยให้สำนักงานเกษตรจังหวัดนครราชสีมา เป็นหน่วยดำเนินการ 3 กิจกรรม ได้แก่ กิจกรรมการพัฒนาศักยภาพบุคลากรของรัฐ เกษตรกรผู้อยู่ในวัยแรงงานและผู้ประกอบการตามหลักเศรษฐกิจพอพียง ภูมิปัญญาชาวบ้าน หลักวิชาการ นวัตกรรมใหม่ในยุคดิจิทัล กิจกรรมการแปรรูปผลผลิตการเกษตรและสร้างมูลค่าเพิ่มด้วยนวัตกรรม พลังงานทดแทน กิจกรรมย่อยส่งเสริมการผลิตพืชเศรษฐกิจเพื่อเพิ่มโอกาสในการแข่งขัน กิจกรรมย่อยการบูรณาการ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและคุณภาพมันสำปะหลัง กิจกรรมพัฒนาระบบการตลาดสินค้าเกษตรอุตสาหกรรมที่แปรรูปและไม่แปรรูป กิจกรรมย่อยส่งเสริมการตลาดสินค้าเกษตร เป็นต้น ทั้งนี้ เพื่อเป็นการส่งเสริมการตลาดสินค้าและผลิตภัณฑ์ภาคการเกษตรของเกษตรกรและกลุ่มเกษตรกรในจังหวัดนครราชสีมา และเพื่อพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่เคหกิจการเกษตรในการส่งเสริมการผลิตสินค้าและแปรรูปผลิตภัณฑ์ภาคการเกษตรให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดมากขึ้น

งาน “มหกรรมสินค้าเกษตรเมืองย่าโมโคราช” คับคั่งไปด้วยผลิตภัณฑ์เด่นภาคการเกษตรทั้งที่แปรรูปและไม่แปรรูป อาทิ ข้าวไรซ์เบอร์รี่ เกลือขัดผิวแชมพูสมุนไพร สบู่สมุนไพร กาแฟดงมะไฟ ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากกล้วยพืชผักผลไม้จากสวน เป็นต้น ระหว่างวันที่ 28-30 กันยายน 2561 ณ ศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 โคราช

เซเลบริตี้ขาช็อปฟินไม่หยุด Laz Instyle แค่ปลายนิ้วคลิก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/366771

เซเลบริตี้ขาช็อปฟินไม่หยุด   Laz Instyle แค่ปลายนิ้วคลิก

เซเลบริตี้ขาช็อปฟินไม่หยุด Laz Instyle แค่ปลายนิ้วคลิก

วันศุกร์ ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

หญิงแม้น-ม.ร.ว.แม้นนฤมาส ยุคล

ลาซาด้า (Lazada) เอาใจนักช็อปด้วยการเปิดเซคชั่นใหม่ “Laz Instyle” บนหน้า Homepage หลักของแอพพลิเคชั่นลาซาด้า มาช่วยให้สาวๆ ขาช็อปได้ช็อปสินค้ากันอย่างสนุกและสะดวกสบายจากแบรนด์เสื้อผ้าชื่อดังจากเหล่าดีไซเนอร์ได้มากยิ่งขึ้น พร้อมชวนเซเลบริตี้สาวนักช็อปมาอัพเดท ช็อปง่าย ช็อปเพลินได้แฟชั่นไอเท็มที่สวยถูกใจ เพียงแค่ปลายนิ้วคลิก

เซคชั่นใหม่ “Laz Instyle” คับคั่งไปด้วยแบรนด์แฟชั่นหลากสไตล์ อาทิ CAMP, Copper.bkk, howdyclouds, Picht, SALISA, sewami, jellyplease, SIS_STORY, Twotwice, Miladi, gotcha, Kanni Studio, Petitestyle และอีกมากมาย แถมยังจะมีสินค้าแฟชั่น New arrival มาอัพเดทให้สาวๆทุกวันจันทร์ และ Clearance saleทุกวันศุกร์ รวมทั้งยังมีเกมส์ให้ร่วมสนุกอีกมากมาย เช่น “You Buy We Pay” ที่ให้ทุกออเดอร์การสั่งซื้อใน Laz Instyle สามารถลุ้นรับเงินคืนเต็มจำนวนเทียบเท่ากับยอดซื้อ สูงสุดถึง 5,000 บาท เรียกได้ว่าคุ้มสุดๆ ผู้ที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมที่ IG @laz.instyleได้เลย

จุ๋ย-จรสพรรณ สวัสดิวัตน์ ณ อยุธยา

อีกทั้ง Laz Instyle ยังอำนวยความสะดวกต่อผู้ขาย โดยจะมีพื้นที่สำหรับผู้ขายระดับ Platinum & Gold ซึ่งระบบจะสุ่มเลือกแบรนด์มาโชว์ตรงพื้นที่ Thai Designers อัตโนมัติ และยังมีพื้นที่สำหรับแบรนด์ที่จะสามารถอัพรูปภาพสินค้าลง Feed ได้ ไม่ว่าจะเป็น New Items หรือ Lookbook ซึ่งข้อดีของการอัพรูปภาพสินค้าลง Feed ก็คือ ยิ่งแบรนด์อัพโหลดรูปลงในหน้า Feed มากเท่าไหร่ ก็จะได้พื้นที่ในการโฆษณาสินค้าของแบรนด์ตัวเองมากเท่านั้นนอกจากนี้ยังมีพื้นที่ให้กับแบรนด์ที่มียอดขายสะสมสูงสุดและสินค้ามาใหม่ เรียกได้ว่า Laz Instyle เป็นอีกหนึ่งเซคชั่นใหม่ที่น่าสนใจสำหรับผู้ขาย และยังสามารถอำนวยความสะดวกให้นักช็อปได้มากยิ่งขึ้นอีกด้วย

งานนี้เซเลบริตี้ขาช็อปและบรรดาแฟชั่นนิสต้าก็ฟินกันสุดๆ เริ่มที่หญิงแม้น-ม.ร.ว.แม้นนฤมาส ยุคล กล่าวว่า “ปกติเป็นคนช็อปปิ้งออนไลน์มากกว่าเข้าร้าน เพราะเป็นคนที่ค่อนข้างรู้ไซส์ตัวเองชัดเจน ฉะนั้น จึงไม่จำเป็นต้องไปลองเสื้อผ้าที่ร้านบ่อยๆ ส่วนตัวชอบช็อปปิ้งออนไลน์มานานแล้วตั้งแต่สมัยเรียนที่อเมริกา แล้วเมื่อก่อนจะมีปัญหาเล็กน้อยเวลาเราสั่งซื้อของ คือไม่ทราบว่าของจะส่งถึงเราตรงเวลาหรือเปล่า เพราะว่าเราติดตามสินค้าไม่ได้ แต่ว่าก็ยังชอบที่จะช็อปปิ้งออนไลน์อยู่นะคะ และเมื่อได้มาลองดูสินค้าและสั่งของผ่านแอป Lazada สิ่งที่ชอบเลยคือความสะดวกสบาย เพราะว่ามีการแบ่งหมวดหมู่สินค้าให้เลือกอย่างชัดเจน และถึงแม้จะเป็นคนไม่ Hi-Tech ใช้แอพฯหรือเว็บไซต์เหล่านี้ไม่ค่อยเก่ง แต่ด้วยความใส่ใจจากลาซาด้าก็สามารถทำให้เราใช้งานได้สะดวก และดูสินค้าเข้าใจง่ายค่ะ”

มะลิ-มาลินี โคทส์  

จุ๋ย-จรสพรรณ สวัสดิวัตน์ ณ อยุธยา เผยว่า “จุ๋ยช็อปปิ้งออนไลน์บ่อยมาก เพราะบางทีเราไม่อยากออกจากบ้าน แล้วการมีแอพพลิเคชั่นช็อปปิ้งออนไลน์ก็ช่วยทำให้เราอยู่ที่ไหนก็สามารถช็อปปิ้งได้ ส่วนใหญ่จุ๋ยจะช็อปของกระจุกกระจิกอย่างเครื่องประดับเล็กๆ และถ้ามีร้านออนไลน์อะไรแนะนำขึ้นมาในโทรศัพท์เรา ก็จะกดเข้าไปดูเลยค่ะซึ่งร้านออนไลน์มีเยอะมาก การที่มี Laz Instyle ที่รวมร้านดังในไอจี 250 กว่าร้านมาไว้ที่เดียว จึงช่วยสร้างความสะดวกสบายให้เราเวลาเลือกสินค้าเหมือนกัน โดยเฉพาะสินค้าแฟชั่นที่สาวๆ สมัยนี้จะชอบเปรียบเทียบสินค้าก่อนซื้อ ซึ่งพอมีตัวเลือกที่ดีอย่างนี้ก็ช่วยให้สะดวกต่อผู้บริโภคมากยิ่งขึ้นด้วยค่ะ”

นางแบบสาวสวย มะลิ-มาลินี โคทส์ บอกว่า “มะลิจะช็อปปิ้งแต่ออนไลน์เลย น้อยมากที่จะไปเดินดูของในห้างสรรพสินค้า สินค้าออนไลน์ที่ชอบซื้อ จะเป็นพวกเสื้อผ้า ต่างหู แต่จะกังวลเรื่องกางเกงนิดหน่อย ในเรื่องของความยาว เพราะมักจะซื้อมาแล้วขาเต่อบ่อยครั้ง จึงต้องไปแก้ รวมถึงรองเท้าด้วย แต่เดี๋ยวนี้ร้านจะมีบอกว่ายาวกี่เซ็นติเมตร กว้างเท่าไร มันง่ายดี อย่างบางรุ่นบางแบรนด์ไซส์ไม่เหมือนกัน แต่เขาจะมีบอกว่า ปกติใส่คู่นี้บวก 1 ไซส์นะร้านค้าก็จะรู้แล้วว่าเขาประสบปัญหาอะไรบ้าง แล้วจะมีวิธีแก้อย่างไร จึงทำให้เวลาเราซื้อของออนไลน์มันง่ายขึ้น และพอ Lazada มี Laz Instyle ขึ้นมาก็ช่วยทำให้ซื้อของง่ายกว่าเดิม ไม่ต้องคิดเยอะ ปกติในไอจีเราต้อง Follow ร้าน ดูหลายๆ ร้านใช่ไหมคะ แล้วมีขั้นตอนมาก ต้องกดอะไรหลายๆ อย่าง แต่พอลองแอพพลิเคชั่นนี้เราสามารถกดเข้าไป แล้วเห็นราคา ราคาลดพิเศษให้ดูชัดเจน เราแค่ใส่ข้อมูลที่อยู่ ข้อมูลของเราแค่รอบเดียว หลังจากนั้นสามารถกดเลือกสินค้า แล้วก็จ่ายผ่านลาซาด้า วอลเล็ต บัตรเครดิต หรือบัตรอื่นๆ ตามความสะดวก ก็ช่วยให้เราลดขั้นตอนไปได้เยอะเลยค่ะ”

เก๋-ณัฏฐ์ธนิน คุณาธนาฒย์

เก๋-ณัฏฐ์ธนิน คุณาธนาฒย์ บอกว่า “ส่วนตัวช็อปปิ้งบ้าง แต่จะเป็นคนที่เจออะไรแล้วจะยังไม่ซื้อเลย เพราะเป็นคนแอบกังวล กลัวไปเจอเว็บไซต์ช็อปปิ้งออนไลน์ที่ไม่น่าเชื่อถือ แล้วกลัว
เสียเงินฟรี คือเห็นอย่างนี้เหมือนเก๋จะงกแต่ถ้าสมมติจ่าย 5,000 บาทแล้วได้ของดี ได้ของสมราคามาตามที่เขาบอก เราโอเคนะ แต่สมมติถ้าแม้กระทั่งของ 200 บาท แต่ถ้าได้ของออกมาไม่ตรงตามปกอย่างนี้ เราก็เสียดาย ก็จะเป็นคนค่อนข้างเลือกที่จะช็อปค่ะ ซึ่งใน Laz Instyle มีข้อเสนอที่ดีในการคืนสินค้าในกรณีที่ไม่พึงพอใจ และมีการส่งสินค้าภายใน 24 ชั่วโมง ก็เป็นตัวเลือกที่ดี และตอบโจทย์เราได้ดีมาก ยิ่งเราทำงานและอาศัยอยู่ในเมืองใหญ่ ซึ่งบางทีใช้เวลา ทำงานเกิน 8 ชั่วโมง แล้วมาพบกับการจราจรติดขัดนาน 4 ชั่วโมงต่อวันอีกก็ทำให้เราขี้เกียจเดินทางไปไหนแล้ว ด้วยความเป็นผู้หญิงชอบช็อปปิ้ง พอมีแอพฯตัวนี้เข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกและมีการรับรอง เก๋จึงรู้สึกว่ามันตอบโจทย์เราได้มากเลยค่ะ”

ส่งท้ายด้วยเจ้าของแบรนด์เสื้อผ้าดังอย่าง สริสา ชีวพันธ์ศรี เจ้าของแบรนด์ Salisa ที่มีต่อการเปิดแพลตฟอร์มแฟชั่นใหม่ของ Lazada กล่าวว่า “การมี Laz Instyle ทำให้ลูกค้าซื้อสินค้าได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม เพราะว่าสินค้าจะถูกแบ่งออกเป็นหลายๆ เซคชั่นไม่ว่าจะเป็นของลดราคา แบ่งเป็นเสื้อ เป็นกางเกง เป็นสินค้ากลุ่มต่างๆ ทำให้ลูกค้าสามารถเลือกซื้อสินค้าได้ง่ายขึ้นค่ะ”

สริสา ชีวพันธ์ศรี

สาวๆ นักช็อปที่สนใจสามารถไปช็อปปิ้งออนไลน์ และเลือกดูสินค้าแบรนด์ดังต่างๆ ได้แล้ววันนี้ที่ Laz Instyle บนแอปพลิเคชั่น Lazada หรือติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://bit.ly/2N7UxIX

เทรนด์ใหม่ในโลกความงาม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/366758

เทรนด์ใหม่ในโลกความงาม

เทรนด์ใหม่ในโลกความงาม

วันศุกร์ ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

แพทริเซีย ธัญชนก กู๊ด

ปัญญ์ปุริ เวลเนสแบรนด์ ที่เน้นการดูแลสุขภาพและความงามแบบองค์รวมจากภายในสู่ภายนอก จัดงานPOWER IN PURITY Ultimate glowing skin powered by natureโดยมีตัวแทนของผู้หญิงยุคใหม่แพทริเซีย ธัญชนก กู๊ด  และ พราว-อรณิชา กรินชัย ร่วมพูดคุยเกี่ยวกับวิธีการดูแลสุขภาพและความงามของมิลเลนเนียล รวมถึงเทรนด์ CLEAN BEAUTY เทรนด์ใหม่ในโลกความงามที่ทุกคนควรรู้ พร้อมแนะนำคอลเลคชั่น PAÑPURI LOTUS DEFENSE™Skincare วันศุกร์ที่ 28 กันยายนนี้ เวลา 14.00 น. ณ อีเดน 2  ชั้น 2ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

เหล่าคุณแม่คนดังเผยเคล็ดลับ เลือกผลิตภัณฑ์ที่‘ใช่’สำหรับลูกน้อย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/366766

เหล่าคุณแม่คนดังเผยเคล็ดลับ เลือกผลิตภัณฑ์ที่‘ใช่’สำหรับลูกน้อย

เหล่าคุณแม่คนดังเผยเคล็ดลับ เลือกผลิตภัณฑ์ที่‘ใช่’สำหรับลูกน้อย

วันศุกร์ ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

รศ.นพ.พงษ์ศักดิ์ น้อยพยัคฆ์ และ อรุณศรี พิริยเลิศศักดิ์ 

เบบี้ กิ๊ฟ จัดงาน “Listen to Baby’s Voice Workshop” ชวนเหล่าคุณแม่เซเลบริตี้ยุคใหม่ ร่วมฟังเคล็ดลับการเลือกผลิตภัณฑ์ที่“ใช่” สำหรับลูกน้อย ภายใต้แนวคิด “เพราะเด็กทารกพูดไม่ได้” (Listen to baby’s voice) พร้อมเชิญกุมารแพทย์ชื่อดังชวนฟังเสียงทารก ช่วยคุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่ตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์เพื่อลูกน้อยได้อย่างมั่นใจ ทั้งคุณภาพและความปลอดภัย ผ่านการสร้างความน่าเชื่อถือในผลิตภัณฑ์ด้วยผลงานวิจัย

อรุณศรี พิริยเลิศศักดิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เบบี้ กิ๊ฟ (ไทยแลนด์) จำกัด เผยว่า เนื่องจากเด็กทารกยังไม่สามารถสื่อสารได้ว่าผลิตภัณฑ์ที่พ่อแม่เลือกมาให้นั้นเหมาะกับตัวเด็กหรือไม่ ดังนั้น พ่อแม่แต่ละครอบครัวจึงต้องศึกษาหาข้อมูลเพื่อเลือกสรรสิ่งที่ดีและเหมาะสมที่สุดให้กับลูก ซึ่งงานวิจัยจากสถาบันต่างๆ หรือกุมารแพทย์ คือแหล่งข้อมูลที่สำคัญและน่าเชื่อถือมาก ดังนั้น เบบี้ กิ๊ฟ จึงได้นำไอเดีย “เพราะเด็กทารกพูดไม่ได้” มาเป็นแนวคิดหลักในการคัดเลือกสินค้า เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพเหมาะสมกับเด็กแต่ละวัยอย่างดีที่สุด รวมถึงยังเป็นการให้ความรู้พ่อแม่อีกด้วย ทาง เบบี้ กิ๊ฟ จึงได้ริเริ่มแนวคิด “เพราะเด็กทารกพูดไม่ได้” (Listen to baby’s voice) มาเป็นแนวคิดหลักในการคัดเลือกผลิตภัณฑ์เพื่อลูกน้อย โดยเลือกสินค้าที่มีผลงานการวิจัยรับรอง หรือได้รับการทดสอบจากผู้เชี่ยวชาญหรือกุมารแพทย์

(ซ้าย) เจนนิส โสภณพนิช ยังพิชิต, นันทนัช มงคลรัตนชาติ, อรุณศรี พิริยเลิศศักดิ์ และ โสภิณ รองรัตน์

ล่าสุดเพื่อสร้างความเข้าใจความต้องการของลูกน้อยได้อีกยิ่งขึ้น เบบี้ กิ๊ฟ จึงได้จัดงาน “Listen to Baby’s Voice Workshop” เชิญ รศ.นพ.พงษ์ศักดิ์ น้อยพยัคฆ์ กุมารแพทย์ชื่อดัง ให้ความรู้เรื่องการเลือกผลิตภัณฑ์ให้ทารกอย่างถูกต้อง รวมถึงคุณพ่อคุณแม่เซเลบริตี้คนดังมาร่วมแชร์ประสบการณ์การเลือกผลิตภัณฑ์เพื่อลูกน้อย

รศ.นพ.พงษ์ศักดิ์ น้อยพยัคฆ์ กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการและพฤติกรรมรองอธิการบดี มหาวิทยาลัย นวมินทราธิราช เผยว่าเด็กแรกเกิดจะเป็นวัยที่พูดไม่ได้ การเลือกผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับวัย จึงเป็นหน้าที่ของคุณพ่อคุณแม่ที่ต้องรู้จักสังเกต โดยเฉพาะเด็กแรกเกิดที่สรีระยังเติบโตไม่เต็มที่ ได้แก่ ศรีษะ-ต้นคอ, กระดูกสันหลัง, ระบบทางเดินหายใจ, การปรับอุณหภูมิร่างกาย, การนอนการตื่นที่ยังไม่เป็นเวลา และผิวหนังอ่อนบางแพ้ง่าย เป็นต้น และเมื่อเด็กเริ่มเติบโตขึ้นก็จะมีพัฒนาการทางสรีระเปลี่ยนแปลงต่อไป โดยเฉพาะในขวบปีแรก คือ วัยที่เป็นพื้นฐานสำคัญของการสร้างความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง ที่เรียกว่า “พัฒนาการทางด้านสังคม” (Social Development) การได้รับการเลี้ยงดูและดูแลอย่างเหมาะสม จะช่วยให้เด็กมีความสามารถปรับตัวเข้ากับสังคมได้ดี

ธเนศ-คนึงนิตย์ คงคาเจริญ

ฉะนั้นการเลือกผลิตภัณฑ์สำหรับทารกที่ยังสื่อสารไม่ชัดเจน คุณพ่อคุณแม่ต้องพิจารณาจากหลายๆ ปัจจัย ได้แก่ 1.ต้องเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐานน่าเชื่อถือ 2.เหมาะกับวัยและขนาดของเด็ก 3.ความปลอดภัย คือ ต้องไม่มีส่วนประกอบแหลมคม หรือส่วนประกอบที่เป็นอันตรายกับทารก 4. มอบความสบายให้กับทารก

นอกจากนี้ งานวิจัยต่างๆ เป็นปัจจัยหนึ่งที่นำมาประกอบในการเลือกผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กด้วย โดยเราต้องดูด้วยว่าเป็นงานวิจัยที่ได้มาตรฐาน น่าเชื่อถือ โดยพิจารณาประกอบกับปฏิกิริยาของเด็ก เช่น ถ้าเลือกเปลนอน และให้ลูกลองนอนแล้ว เด็กมีท่าทางขยับตัวหนี หรือนอนไม่ได้ ก็เป็นสัญญาณว่าเขาไม่สบายตัว สิ่งเหล่านี้พ่อแม่ต้องมีเวลาให้กับลูก เพราะเด็กแต่ละคนมีวิธีการสื่อสารเป็นของตัวเอง

ฟังความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญแล้ว ลองมาฟังวิธีเลือกไอเท็มให้เจ้าตัวน้อยจากประสบการณ์เหล่าคุณแม่คนดังกันบ้าง เริ่มต้นที่ อุ๊-เจนนิส โสภณพนิช ยังพิชิต เวิร์กกิ้งมัมของลูกแฝดวัยซน
เผยว่า ส่วนตัวเน้นเรื่องความปลอดภัยเป็นอันดับแรก เช่น การเลือกคาร์ซีทสำหรับเด็กแรกเกิดที่ศรีษะและคอยังไม่แข็งแรง ก็จะต้องเลือกที่มีชุด Support รองคอและหลัง รองลงมาคือ ฟังก์ชั่นการใช้งานที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ โดยเน้นเลือกผลิตภัณฑ์ที่เป็นไปตามวัยของลูกๆ เช่นรถเข็นเด็กก็เลือกที่สามารถปรับสรีระได้เหมาะสมตามช่วงวัย

การเลือกของให้ลูก ใช่ว่าเป็นหน้าที่ของคุณแม่เสมอไป สำหรับบางครอบครัวคุณพ่อก็ร่วมแจมด้วยอย่าง ป้อ-คนึงนิตย์ คงคาเจริญ ว่าที่คุณแม่ลูก 4 เล่าว่า ส่วนตัวเป็นพิถีพิถันในการเลือกของให้ลูก ต้องเลือกดีที่สุด ปลอดภัยที่สุด เรียกว่าเสิร์ชหาข้อมูลแน่นก่อนตัดสินใจซื้อ จนกว่าจะรู้สึกมั่นใจ โดยเฉพาะถ้าเป็นอุปกรณ์ชิ้นใหญ่ที่มีฟังก์ชั่นมาก จะมี สามี (ตั้ม-ธเนศ) ช่วยหาข้อมูลมาประกอบการเลือก บางทีเสิร์ชไปจนถึงเว็บต่างประเทศว่าของชิ้นนี้ผลิตที่ไหน ยิ่งถ้าผลิตภัณฑ์ไหนมีงานวิจัยรองรับ ก็จะมีผลต่อการเลือกของเราและถ้าผลิตภัณฑ์ชิ้นนั้นมีส่วนเกี่ยวกับความปลอดภัย ก็จะพิถีพิถันมากขึ้น”

ทีเอ็มบี ชวนออกวิ่งเพื่อผู้ป่วยเด็กโรคหัวใจ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/366763

ทีเอ็มบี ชวนออกวิ่งเพื่อผู้ป่วยเด็กโรคหัวใจ

ทีเอ็มบี ชวนออกวิ่งเพื่อผู้ป่วยเด็กโรคหัวใจ

วันศุกร์ ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ปิติ ตัณฑเกษม

ทีเอ็มบี ประกาศจัดกิจกรรมเดินวิ่งมินิมาราธอนการกุศล TMB I ING PARKRUN ปีที่ 4 ระดมทุนเพื่อช่วยเหลือน้องๆ ผู้ป่วยโรคหัวใจภายใต้การดูแลของมูลนิธิเด็กโรคหัวใจในพระอุปถัมภ์ของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ สามารถซื้อบัตรวิ่งเพื่อร่วมบริจาคและสร้างเพจระดมทุนให้เด็กผู้ป่วยโรคหัวใจได้ง่ายๆ ที่เว็บไซต์ http://www.makeTHEdifference.org/parkrun ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปจนกว่าบัตรจะหมด และร่วมวิ่งพร้อมกันในวันอาทิตย์ที่ 2 ธันวาคมนี้

ตลอดระยะเวลา 9 ปี ทีเอ็มบี ได้จัดกิจกรรมที่สร้างความเปลี่ยนแปลงให้ตัวเอง รวมทั้งสังคมและผู้คนรอบตัวให้มีชีวิตที่ดีขึ้น ตามแนวคิด Make THE Difference และ 4 ปีที่ผ่านมา ทีเอ็มบีได้มีความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องที่จะช่วยลดจำนวนเด็กผู้ป่วยโรคหัวใจให้ลดน้อยลง ผ่านกิจกรรมเดินวิ่งมินิมาราธอนการกุศล “TMB I ING PARKRUN” โดยตลอดระยะเวลา 4 ปีสามารถช่วยลดจำนวนเด็กผู้ป่วยโรคหัวใจได้กว่า 900 คน แต่ก็ยังมีน้องๆ ที่รอการผ่าตัดในแต่ละปีเป็นจำนวนกว่าพันคน

ปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ทีเอ็มบี กล่าวว่า “กิจกรรมเดินวิ่งมินิมาราธอนการกุศล TMB I ING PARKRUN จัดขึ้นเป็นปีที่ 4 ที่ ทีเอ็มบีร่วมกับ ไอเอ็นจี จัดกิจกรรมเพื่อให้นักวิ่งและผู้บริจาคได้ร่วมกันสนับสนุนค่าผ่าตัด ผ่านการซื้อบัตรวิ่งและช่วยกันระดมทุนเพื่อช่วยเหลือน้องๆ ผู้ป่วยโรคหัวใจ เนื่องจากยังมีเด็กผู้ป่วยโรคหัวใจในประเทศไทยเป็นจำนวนมากที่รอคอยการช่วยเหลืออยู่ ภายใต้การดูแลของมูลนิธิเด็กโรคหัวใจ ในพระอุปถัมภ์ของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ซึ่งแต่ละปีมีเด็กที่ป่วยเป็นโรคหัวใจตั้งแต่กำเนิดจากหลายสาเหตุมากกว่า 7,000 คน และเป็นเด็กที่รอการผ่าตัด แต่ขาดทุนทรัพย์จำนวนกว่าพันคน ซึ่งในแต่ละเคสมีค่าใช้จ่ายในการผ่าตัดเฉลี่ยรายละ 30,000 บาท”

นายแพทย์ ธนะรัตน์ ลยางกูร

ในทุกปีที่จัดกิจกรรมดังกล่าว TMB l ING PARKRUN ได้จัดให้มีกิจกรรมสร้างสรรค์ใหม่ๆ เพื่อช่วยให้สามารถระดมเงินได้เพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะยิ่งทำให้ช่วยเหลือน้องๆ ผู้ป่วยโรคหัวใจได้จำนวนมากขึ้นด้วย โดยในปีนี้ ทีเอ็มบีได้มีการยกระดับงานวิ่ง ด้วยการเพิ่มความแปลกใหม่ของกิจกรรมให้เป็นในรูปแบบ NATIONWIDE PARKRUN ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบ คือการวิ่ง Park Run ที่นักวิ่งจะได้วิ่งบริเวณ 3 สวนสวยใจกลางกรุงเทพฯณ สวนสาธารณะจตุจักร, สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ และสวนวชิรเบญจทัศ (สวนรถไฟ) และ วิ่ง Virtual Park Run ที่ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหน คุณก็สามารถเป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้หัวใจน้องเต้นต่อไปได้จากการร่วมวิ่งในวันเดียวกัน ที่ไม่ได้จำกัด ว่าจะวิ่งในสวนไหน หรือ เวลาใด นอกจากนี้ทีเอ็มบีจะสนับสนุนเงินบริจาคเพิ่มเติมให้อีก 1 ล้านบาท หากนักวิ่งทุกคนสามารถทำระยะทางวิ่งรวมแล้วได้ 1 แสนกิโลเมตรในวันเดียวกันคือ 2 ธันวาคม 2561 นี้

นายแพทย์ธนะรัตน์ ลยางกูร ประธานคณะกรรมการมูลนิธิเด็กโรคหัวใจ กล่าวว่า “จำนวนเด็กผู้ป่วยโรคหัวใจ ที่รอการผ่าตัดมีเป็นจำนวนมาก เนื่องจากขีดความสามารถในการรักษายังไม่พอกับปริมาณเด็ก ทำให้มีผู้ป่วยสะสมรอคิวยาวนับปี แม้ปัจจุบันจะคัดกรองเด็กโรคหัวใจได้เร็วขึ้น ส่วนค่าใช้จ่ายในการรักษาแม้จะเบิกประกันสุขภาพได้แต่มีจำนวนจำกัด ทางมูลนิธิเด็กโรคหัวใจสามารถช่วยเหลือได้เพียงบางส่วนเพื่อให้เด็กได้รับการรักษาเร็วขึ้นตามความจำเป็นของแต่ละรายด้วยการรักษานอกเวลาราชการ ซึ่งมีค่าตอบแทนให้ทีมแพทย์และพยาบาลผู้รักษาที่ทางมูลนิธิเด็กโรคหัวใจจะต้องช่วยจ่ายเพิ่มรายละ 20,000-60,000 บาทแล้วแต่อาการ โดยเฉลี่ยตกประมาณรายละ 30,000 บาท การระดมทุนผ่านการจัดกิจกรรมวิ่งมินิมาราธอนการกุศล TMB I ING PARKRUN นี้ สามารถนำเงินมาช่วยเหลือค่าผ่าตัดเด็กโรคหัวใจในทุกปี นับว่าเป็นกิจกรรมที่ดี ที่ผู้ร่วมวิ่งจะได้เพิ่มความแข็งแรงทางร่างกายและจิตใจ พร้อมทั้งได้ร่วมทำบุญครั้งยิ่งใหญ่ในการช่วยชีวิตเด็กได้จำนวนมาก หากทุกคนร่วมมือกัน”

ธนศักดิ์ พึ่งฮั้ว หนึ่งในนักวิ่งที่ร่วมเปิดเพจระดมทุน

ในส่วนของนักวิ่ง นายธนศักดิ์ พึ่งฮั้ว หนึ่งในนักวิ่งที่ร่วมเปิดเพจระดมเงินบริจาคสำหรับเด็กผู้ป่วยโรคหัวใจได้ถึง 170,000 บาทในกิจกรรม TMB l ING PARKRUN เมื่อปีที่แล้ว และกำลังระดมเงินบริจาคอีกครั้งในปีนี้ กล่าวว่า “ผมร่วมวิ่งในปีนี้ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 เพราะเป็นกิจกรรมที่ดีทั้งต่อสุขภาพตัวเอง และได้ทำบุญช่วยเหลือเด็กโรคหัวใจได้ง่ายๆ เพียงแค่สมัครซื้อบัตรวิ่งผ่านเว็บไซต์ http://www.makeTHEdifference.org/parkrun พร้อมทั้งเปิดเพจเพื่อช่วยระดมทุนได้ในขั้นตอนเดียวกัน ผมจึงอยากเชิญชวนทุกคนมาร่วมวิ่งในกิจกรรมครั้งนี้ เพราะรายได้ทั้งหมดจากการจำหน่ายบัตรไม่หักค่าใช้จ่ายใดๆ จะนำไปบริจาคช่วยเด็กๆซึ่งผมว่าเป็นสิ่งที่ดีมาก”

สามารถซื้อบัตรวิ่งเพื่อร่วมบริจาคและสร้างเพจระดมทุนให้เด็กผู้ป่วยโรคหัวใจได้ง่ายๆ ที่เว็บไซต์ http://www.makeTHEdifference.org/parkrun ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปจนกว่าบัตรจะหมด และร่วมวิ่งพร้อมกันในวันอาทิตย์ที่ 2ธันวาคมนี้ สอบถามเพิ่มเติม โทร.080-2192500 พร้อมทั้งสามารถรับชมและแชร์คลิปวีดีโอ #ใจเต้นแรง ได้ที่ https://youtu.be/VWDvi2lKnbo เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้ใครอีกหลายคน ได้ช่วยให้หัวใจดวงน้อยๆของเด็กผู้ป่วยโรคหัวใจ กลับมาเต้นเป็นปกติอีกครั้ง

นักวิ่งที่ร่วมกิจกรรมการกุศล TMB I ING PARKRUN ครั้งที่ผ่านมา

คุณแหน : 28 กันยายน 2561

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/366788

คุณแหน : 28 กันยายน 2561

วันศุกร์ ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ll สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี เสด็จฯทรงเปิด “นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก กับการสาธารณสุขไทย”ที่สยามพารากอนวันเสาร์ที่ 29 กันยายน เวลา 14.00 น. …พระบรมราชชนกเป็น“เจ้านาย”ที่ทรงประหยัดในการใช้จ่าย“ส่วนพระองค์”หากสละราชทรัพย์และเวลาเพื่องานแพทย์และสาธารณสุขแห่งสยามประเทศ…ธ สถิตในดวงใจนิรันดร…

ll ร้าน“กาแฟชายทุ่ง”กำลัง“ฮอต”ที่คลอง 4 ธัญบุรี…แม้ต้องถอดรองเท้าและรอบัตรคิว…แต่“ลูกค้า”แห่แหนแน่นพื้นที่…“องค์”เจ้าของร้านทรงหมดห่วงปัญหา“การตลาด”…หากต้องสนพระทัยกับ“โลจิสติกส์”…ทำอย่างไรของจะไม่ขาดร้าน…

ll หากประเทศนี้ยังมี“รัฐมนตรีคมนาคม”และ“นายกรัฐมนตรี”…ปัญหาสับสนของการออกแบบสุวรรณภูมิอาคาร 2 คงจะลุล่วงไปด้วยดี…วันนี้เห็นแต่“สถาปนิกวิศวกร”สูงวัยออกมาต่อสู้…ตั้งแต่ รศ.ต่อตระกูล ยมนาค,ม.ล.ชัยนิมิตรนวรัตน,อ.ยอดเยี่ยม เทพธรานนท์ และ พล.ร.อ.ฐนิธ กิตติอำพน…ขณะที่ทั่วโลกการบินสากล กำลังฉงนว่าไทยแลนด์จะสร้าง“สนามบิน”หรือสถานี“ดิวตี้ฟรี”…

ll เป็นหนุ่มน้อยนักเรียนทุน“ฟุลไบรท์”จบวิศวกรรมดุษฎีบัณฑิตวิศวกรรมจากเบิร์กเลย์ เมื่อ 40 ปีที่แล้ว…วันนี้ AIT จัดวันอำลาอาลัย ศ.ดร.วรศักดิ์ กนกนุกูลชัย ให้เกียรติ“อธิการบดี” ที่เข้ามาฟื้นฟูชุบชีวิต“มหาวิทยาลัยโลกลืม”…เมื่อ 4 ปีที่แล้วจนคืนชีพ…

ll วันเกิด“ครูทัศนีย์”ครบ 8 รอบ เมื่อ 9 เดือน 9ที่ผ่านมา…ไม่ธรรมดา…ลูกศิษย์“จิตรลดา”CD ทุกรุ่นร่วมแสดงความยินดีมุทิตาจิต…ที่พิเศษมีตั้งแต่รุ่น 3 เลี้ยง“ครู”ที่ห้องหรู Oriental รุ่น 6…ดลชัย บุณยรัตเวช ออกแบบผ้าพันคอให้ครู “ต้นแบบ” 2 ผืน…รุ่น 10 จัดพิธีปฏิบัติธรรมก่อนทานให้ทั้งครูและศิษย์อิ่มบุญอิ่มใจ…ก่อนอิ่มกาย…อาหารเลิศรส…ท่านผู้หญิง ดร.ทัศนีย์ บุณยคุปต์ ปลื้มกับ“วันกอดครู”…“สมองไม่ฝ่อ”…

ll ชาญณรงค์ เตชะอังกูร เป็น“หมอยา”ตำแหน่งใหญ่ MD บริษัทยาไทยดาวรุ่งพุ่งแรง…“เอื้อหนุน”หมอๆ สนุกสนาน วันเกิดปีนี้ได้พี่ๆ มาเลี้ยงฉลองให้…พล.อ.นพ.เอกจิต ช่างหล่อ ประธานเหมาร้าน เมธาวลัย ศรแดง ให้กินและร้องเต็มที่…

ll จุฑาธวัช อินทรสุขศรี ปากจัดก่อนเป็นปลัดแรงงาน“จับกัง 1”…หลังเกษียณ งานอดิเรกคือไล่ด่าคนเลวลง FB…(ฮา)…เพิ่งได้กินเลี้ยงสังสรรค์เพื่อนเก่าที่เรียนกันมาเมื่อ 55 ปี
ที่แล้ว…เพื่อนที่มาจึง“เก๊าเก่า”…ที่เป็นสตรีก็“สาวน้อย”บ้าง…“คนพิเศษ”บ้าง…“พิเศษ” แบบสั่งก๋วยเตี๋ยวนะ…คือ“ชามใหญ่”…

ll ตามเชียร์นักกอล์ฟหญิงอเมริกัน Angela Stanford อย่างเหนียวแน่นมา 8 ปี…พอเธอได้แชมป์ Major เป็นครั้งแรกของอาชีพ กฤษณ์ ศิรประภาศิริ จึงได้รับเชิญให้ไปร่วมฉลองปิดสนาม เล่นกอล์ฟที่ Dallas Texas… แถม Jackpot เมื่อ Tiger Woods ได้แชมป์แรกหลังสงครามชีวิต 5 ปี…แฟนคลับ“พี่เสือ”ณรงค์ จำปาทอง,ประมุขเจิดพงศาธร จะบินจาก West Coastมาเปิดแชมเปญ DOM  ยินดี…ll

ภิญญ์สิรี

‘แอ็คทีฟ ครูว’โปรแกรมออกกำลังหนูน้อยวัยซน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/366769

‘แอ็คทีฟ ครูว’โปรแกรมออกกำลังหนูน้อยวัยซน

‘แอ็คทีฟ ครูว’โปรแกรมออกกำลังหนูน้อยวัยซน

วันศุกร์ ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เวอร์จิ้น แอ็คทีฟ เอาใจวัยซน ชวนสนุกพร้อมพัฒนาร่างกายไปกับ “แอ็คทีฟ ครูว”ครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กับโปรแกรมออกกำลังกายสุดล้ำที่ออกแบบมาสำหรับเด็กวัย 7-15 ปีโดยเฉพาะ แม้เด็กๆ แต่ละคนจะมีอุปนิสัยรักความท้าทายและชอบทำกิจกรรมต่างๆ อย่างไม่หยุดนิ่ง แต่คงจะดีไม่น้อยหากจะมีสถานที่สักแห่งที่จะพาพวกเขาออกจากโลกดิจิทัล ให้คุณหนูๆ ได้ยืดเส้นยืดสายและออกกำลังกายอย่างถูกวิธี พร้อมมีคนคอยดูแล ได้ทั้งการเรียนรู้และความสนุกสนานในคราวเดียว

“แอ็คทีฟ ครูว” เป็นโปรแกรมออกกำลังกายพิเศษที่ออกแบบมาเพื่อให้เด็กได้ขยับร่างกาย พัฒนาความสามารถ รวมทั้งฝึกอุปนิสัยที่ดีต่อสุขภาพในระยะยาว เสริมสร้างความมั่นใจในตนเอง และเรียนรู้การทำงานเป็นทีม โปรแกรมออกกำลังกายสำหรับเด็กของเวอร์จิ้น แอ็คทีฟ เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกที่ประเทศอังกฤษ ในปีพ.ศ. 2542 เป็นโปรแกรมที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ร่างกายและการเข้าสังคมของเด็ก  ด้วยเทคนิคการออกกำลังกายใหม่ๆ และอุปกรณ์ล้ำสมัย เด็กๆ จะได้พัฒนาศักยภาพเบื้องต้น เช่น การวิ่ง การรับ การโยน รวมทั้งเพิ่มความแข็งแกร่ง ความสามารถ และความแข็งแรงของกล้ามเนื้ออีกด้วย

เวอร์จิ้น แอ็คทีฟ อีสต์วิลล์ เป็นคลับแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีโปรแกรมแอ็คทีฟ ครูว ซึ่งออกแบบโดยคำนึงถึงความเหมาะสมกับอายุและความสามารถของเด็กแต่ละคน มีคลาสที่เน้นการพัฒนาทักษะขั้นพื้นฐาน เช่น การวิ่งการรับและโยนของ สำหรับเด็กที่อายุน้อย ในขณะที่เด็กโตจะได้ลองอุปกรณ์ที่น่าตื่นเต้นกว่า อาทิไวเปอร์ (ViPR) และทีอาร์เอ็กซ์ (TRX) แบ่งออกเป็น4 โซน คือ โซนดิจิทัล (Digital Zone) ช่วยให้เด็กพัฒนาทักษะความสัมพันธ์ของร่างกายและปฏิกิริยาตอบสนองโซนเวอร์ติคอล (Vertical Zone) โซนกิจกรรมที่จะเพิ่มความแข็งแกร่งและการทำงานแบบสอดประสานกัน ประกอบด้วยแทรมโพลีน (Trampoline), มังกี้ บาร์ (MonkeyBar) และหน้าผาจำลอง (Climbing Wall)โซนกริด 360 องศา (Grid 360º Zone) พื้นที่อเนกประสงค์สำหรับคลาสต่างๆ เพื่อฝึกการเคลื่อนไหวกับผู้ฝึกสอนระดับมืออาชีพ อาทิ บอร์น ทู มูฟ (Born to Move) คลาสลิขสิทธิ์ของเลส มิลส์ (Les Mills) การออกกำลังกายผ่านบทเพลงสนุกสนาน ผสมผสานระหว่างซุมบ้าและบอดี้คอมแบทที่ออกแบบขึ้นสำหรับเด็กโดยเฉพาะ โซนแห่งการเรียนรู้ (Learn Zone) เป็นมุมที่นั่งสำหรับอ่านหนังสือ เล่นบอร์ดเกม หรือนั่งทำการบ้าน

สมาชิกเวอร์จิ้น แอ็คทีฟ สามารถพาลูกๆ มาลงทะเบียนสมัคร เพื่อรับความสนุกสนานแบบสุขภาพดีได้ที่ แอ็คทีฟ ครูว ณ เวอร์จิ้น แอ็คทีฟ อีสต์วิลล์ ซึ่งเปิดให้บริการวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 15.00-20.00 น. ส่วนเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เปิดให้บริการเวลา 09.00-18.00. น. สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ http://www.virginactive.co.th โทร.02-017-9755

จัสติน ทิมเบอร์เลค เขย่าวงการแฟชั่น กับคอลเลคชั่น Levi’s® x Justin Timberlake

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/366789

จัสติน ทิมเบอร์เลค เขย่าวงการแฟชั่น  กับคอลเลคชั่น Levi’s® x Justin Timberlake

จัสติน ทิมเบอร์เลค เขย่าวงการแฟชั่น กับคอลเลคชั่น Levi’s® x Justin Timberlake

วันศุกร์ ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

จัสติน ทิมเบอร์เลค ศิลปินเจ้าของรางวัลแกรมมี่ถึง 10 รางวัล และยังเป็นนักแสดงมากฝีมือ จับมือกับ ลีวายส์® แบรนด์เดนิมระดับโลก สร้างความตื่นเต้นและน่าสนใจอีกครั้ง ด้วยการประกาศเปิดตัวคอลเลคชั่นพิเศษ ภายใต้ชื่อ “Levi’s® x Justin Timberlake “FRESH LEAVES” Collection โดยการนำเอาผลงานชิ้นระดับไอคอนนิคของแบรนด์ มาผสมผสานกับความรักในเสียงดนตรีของ จัสติน ทิมเบอร์เลคจนกลายเป็นคอลเลคชั่นที่มีความคลาสสิกแต่ทว่าทันสมัย โดยจะเปิดขายในช็อปลีวายส์® และทางเว็บไซต์ http://www.levis.co.th พร้อมกันวันที่4 ตุลาคม 2561 นี้

เจนนิเฟอร์ เซย์ ประธานเจ้าหน้าที่สายงานการตลาด บริษัท ลีวายส์®สเตราส์แอนด์โค กล่าวว่า “ลีวายส์® เป็นดังสัญลักษณ์แห่งการแสดงออกซึ่งความเป็นตัวเองอย่างแท้จริง และนักดนตรีตัวจริงระดับโลก หลากหลายคนสวมใส่ลีวายส์® กันทั้งสิ้น เช่นเดียวกันกับแฟนเพลงของ
พวกเขาทั่วโลก จัสติน ทิมเบอร์เลค คือศิลปินที่มีตัวตนตรงกับจิตวิญญาณในแบบลีวายส์® อย่างแท้จริง และเราก็ภูมิใจเป็นอย่างมากที่มีโอกาสได้ร่วมงานกับเขาในการสร้างสรรค์คอลเลคชั่นนี้”

ชื่อคอลเลคชั่น “Fresh Leaves” มาจากแนวคิดของจัสตินที่ต้องการจะสร้างสรรค์คอลเลคชั่นจากเอกลักษณ์ส่วนตัวของเขา และนำเอาความคลาสสิกของลีวายส์® มาสร้างสรรค์ให้มีความสดใหม่ทันสมัยเพื่อคนในเจนเนอเรชั่นต่อไป จัสตินทำงานร่วมกับทีมดีไซเนอร์จากลีวายส์®เพื่อนำเอาผลงานชิ้นไอคอนนิคของลีวายส์®มาสร้างสรรค์ใหม่ในรูปแบบที่คาดไม่ถึง เกิดเป็นความคลาสสิกที่มีการทวิสต์ให้ดูแปลกใหม่ทันสมัยแม้ว่าจะยังใช้ไอเท็มสีแพทเทิร์นและซิลลูเอตต์ที่เราคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี แต่เมื่อนำมาผสมผสานดัดแปลงและสร้างสรรค์ขึ้นมาใหม่กลับมีความสดใหม่น่าสนใจมากขึ้น

“เสื้อผ้ามีความสำคัญต่อกระบวนการสร้างสรรค์ของนักดนตรีและการแสดงดนตรีอย่างแท้จริง คอลเลคชั่นนี้เป็นความพยายามของผมที่อยากจะแชร์ประสบการณ์นี้กับแฟนเพลง” จัสติน ทิมเบอร์เลค กล่าว

จัสตินร่วมมือกับทีมออกแบบของลีวายส์®เพื่อสร้างคอลเลคชั่นพิเศษนี้ กระบวนการออกแบบและระดมความคิดเกิดขึ้นที่ Eureka Innovation Labของแบรนด์ในซานฟรานซิสโกที่เก็บรวบรวม
ผลงานและโชว์รูมของลีวายส์® ในลอสแองเจลิสที่เรียกว่า Haus of Strauss โดยในคอลเลคชั่นนี้มีเสื้อผ้าสำหรับผู้ชาย 20 ชิ้น กับความคลาสสิกของผลงานชิ้นไอคอนนิกที่ถูกนำมาสร้างสรรค์ใหม่ผ่านสายตาความเป็นอเมริกันที่ทันสมัยและคาดไม่ถึง

คอลเลคชั่นนี้รวบรวมชิ้นที่เป็นไอคอนนิกที่ดีที่สุดของลีวายส์® ภายใต้คุณภาพของงานสร้างสรรค์ที่ดีที่สุดวัตถุดิบและเนื้อผ้าระดับพรีเมียมมีความเป็นสตรีทแวร์ที่ทันสมัย เล่นกับ
รูปทรงและสัดส่วนของเสื้อผ้าอย่างรูปทรงโอเวอร์ไซส์หรือความยาวที่ยาวกว่าปกติ มีการเพิ่มฮู้ดลงบนทรัคเกอร์แจ๊กเกตและเชิ้ตเอกลักษณ์ของลีวายส์® อย่างแถบสีแดงและโลโก้ รูปรถม้าสองคันบนป้ายหนังใช้ตัวอักษรสีดำ เพื่อสร้างความพิเศษให้แก่คอลเลคชั่นนี้ ซึ่งมีคีย์พีซที่สำคัญอย่างกางเกงยีนส์ลีวายส์® 501® Slim Taper ซึ่งสร้างสรรค์ขึ้นมาใหม่และเป็นสมาชิกใหม่ล่าสุดของตระกูล 501® โดยได้แรงบันดาลใจมาจากจัสติน ทิมเบอร์เลค กับการสวมใส่ลีวายส์® 501®ในแบบของเขา อีกหนึ่งชิ้นที่น่าสนใจไม่แพ้กันก็คือ ทรัคเกอร์แจ๊กเกตผ้าเดนิมลายพราง โดยลายพิมพ์นั้นสร้างสรรค์ขึ้นด้วยวิธีการดิจิตัลเลเซอร์อันเป็นเทคโนโลยีล่าสุดของแบรนด์ที่เพิ่งจะเปิดตัวไปในโปรเจกท์ Project FLX

จัสติน ทิมเบอร์เลค เคยร่วมงานกับลีวายส์®ครั้งแรกในการสร้างสรรค์ทรัคเกอร์แจ๊กเกตในโอกาสครบรอบ 50 ปี ของแจ๊กเกตรุ่นไอคอนนิกของลีวายส์® และยังมีการร่วมมือกันต่อเนื่องเมื่อลีวายส์® ร่วมเฉลิมฉลองการออกทัวร์ของจัสตินด้วยการสร้างสรรค์ไอเท็มพิเศษถึง 8 ชิ้น(ทรัคเกอร์แจ๊กเกตและเชิ้ตลายสก๊อต) เพื่อร้านป๊อปอัพสโตร์ของเขาในนิวยอร์ก รวมไปถึงการสร้างสรรค์เสื้อผ้าบนเวทีคอนเสิร์ตในทัวร์ครั้งนี้ของจัสติน ทิมเบอร์เลค อีกด้วย

หมอหนิ่ง จรดปากกาเล่าเรื่อง ต.เต่า ออมสิน ‘ออมสิน จะเป็นครูให้ทุกคนไม่ทำบุญแบบผิดวิธี’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/366550

หมอหนิ่ง จรดปากกาเล่าเรื่อง ต.เต่า ออมสิน  ‘ออมสิน จะเป็นครูให้ทุกคนไม่ทำบุญแบบผิดวิธี’

หมอหนิ่ง จรดปากกาเล่าเรื่อง ต.เต่า ออมสิน ‘ออมสิน จะเป็นครูให้ทุกคนไม่ทำบุญแบบผิดวิธี’

วันพฤหัสบดี ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

(ซ้าย) จตุพร บุรุษพัฒน์, รศ.สพ.ญ.ดร.นันทริกา ชันซื่อ, นพดล ประพิมพ์พันธ์, ดร.นพดล ธรรมวัฒนะ, เกวลี ฉัตรดรงค์, พิชญ์นาฏ สาขากร, มารี เบิร์นเนอร์ และ จอนนี่ แอนโฟเน่

เต่า ออมสิน กลายเป็นข่าวใหญ่ไปทั่วโลกในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ผู้คนมากมายเศร้าใจไปกับเคราะห์กรรมของเต่าขนาดใหญ่ที่กินเหรียญที่นักท่องเที่ยวโยนลงไปด้วยความเชื่อผิดๆ โครงการ “Give Them a Hug รักสัตว์ให้เป็น” หนึ่งในโครงการอนุรักษ์แนวปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลไทย ในพระดำริพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ โดย ศูนย์วิจัย โรคสัตว์น้ำ คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดงานเปิดตัวหนังสือ “หมอหนิ่งเล่า ต.เต่า ออมสิน” เขียนโดย รศ.สพ.ญ.ดร.นันทริกา ชันซื่อ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำ คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อหารายได้จากการขายหนังสือนำไปซื้อเครื่องเลเซอร์ เพื่อช่วยในการรักษา และสมานแผลสัตว์ ตลอดจนใช้ในการรักษาพยาบาลเต่าและสัตว์น้ำที่ต้องการความช่วยเหลือต่อไป

งานเปิดตัวหนังสือจัดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ ที่ ซีไลฟ์ แบงคอก โอเชียนเวิลด์ สยามพารากอน โดยมี จตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย เกวลี ฉัตรดรงค์ รองคณบดี ฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, นพดล ประพิมพ์พันธ์ ผู้บริหารซีไลฟ์ แบงคอก โอเชียนเวิลด์ และนักแสดงสาวสวย พิชญ์นาฏ สาขากร และ มารี เบิร์นเนอร์ให้เกียรติร่วมงาน

รศ.สพ.ญ.ดร.นันทริกา ชันซื่อ ผู้เขียนหนังสือ “หมอหนิ่งเล่า ต.เต่า ออมสิน” เผยว่า หมอเลือกมาเป็นสัตวแพทย์ เพราะตั้งแต่เด็กมีความรู้สึกผูกพันกับการช่วยเหลือชีวิตสัตว์ ได้ติดตามคุณพ่อ ซึ่งเป็นสัตวแพทย์มาโดยตลอด ได้รับการสั่งสอนจากคุณพ่อว่า “ทุกชีวิตมีคุณค่า”ถ้ามีโอกาสได้ช่วยเหลือพวกเขาก็ควรจะทำ พอได้ทำแล้วก็พบว่าสัตว์ที่ต้องการความช่วยเหลือมากที่สุด และต้องการการดูแลมากที่สุด คือสัตว์ที่ไม่มีเจ้าของ สัตว์ที่น่าสงสาร คือสัตว์ที่อยู่ตามธรรมชาติ ไม่มีคนดูแล ไม่มีเจ้าภาพ สัตว์พวกนี้จะอยู่หรือตาย ไม่มีความสำคัญกับใคร จึงไม่ค่อยได้รับการเหลียวแล เลยหันมาช่วยเหลือเต่า สัตว์น้ำ และสัตว์เกยตื้น รวมทั้งสัตว์จรจัดทั้งหลาย

“พอทำไปนานเข้าๆ ก็มีความรู้สึกว่าเป็นการให้รางวัลตัวเอง เพราะความรู้สึกดีๆ ที่ได้รับมันมีค่ามากกว่าได้เงินหรือทุนมาช่วยรักษาสัตว์เหล่านี้ ปัญหาของ ออมสิน หากไม่รักษาเขาอาจตายไปเลย ก็คงไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ที่เราอยากรักษาก็ในฐานะเป็นคนหนึ่งในมวลมนุษย์ ที่เราไปทำลายเผ่าพันธุ์อื่น เราไปทำร้ายชีวิตน้อยๆ ของเต่าตัวหนึ่ง ออมสิน ถูกฆ่าหลายครั้ง ถูกฆ่าครั้งแรกด้วยการถูกยึดอิสรภาพ นำมากักขังในบ่อ ถูกฆ่าครั้งที่ 2 ด้วยการถูกบังคับให้กินอาหารที่ไม่เหมาะสม จนต้องมากินเหรียญและตายลงในที่สุด

กรณีของ ออมสิน ทำให้ทั่วโลกเห็นความสำคัญของการกระทำของมนุษย์ที่มีผลกระทบต่อชีวิตสัตว์และตระหนักถึงการช่วยเหลือชีวิตสัตว์ชีวิตหนึ่งความเชื่อตามหลักพุทธศาสนาได้สอนไว้เรื่องการทำบุญ แต่หากทำผิดวิธีหรือไปเบียดเบียนใคร ก็คงจะไม่ได้บุญ หมอเองก็ได้แต่หวังว่า ออมสิน จะเป็นครูให้พวกเราทุกคนไม่ทำบุญแบบผิดวิธี โดยทำร้ายชีวิตสัตว์ที่ทั้งแบบตั้งใจและแบบที่ไม่ตั้งใจต่อไป

แม้ว่าวันนี้จำนวนคนรักสัตว์มีมากขึ้นและเกินครึ่งรักสัตว์ไม่เป็น โดนทารุณแบบไม่ตั้งใจมากขึ้น หมอจึงมีความต้องการที่จะเปลี่ยนทัศนคติจากรักไม่เป็น ให้เป็นรักให้เป็น และที่ผ่านมา หมอได้รับรู้และหาทางแก้ปัญหา ด้วยการจัดตั้งโครงการ GiveThem a Hug รักสัตว์ให้เป็น ขึ้นเพื่อช่วยเหลือและอนุรักษ์สัตว์ โดยมีจุดประสงค์คือ เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับการเลี้ยง การดูแล และการเข้าใจแก่นแท้ของสัตว์ประเภทนั้นๆ แก่คนรักสัตว์”

สำหรับหนังสือ “หมอหนิ่งเล่า ต.เต่า ออมสิน” นั้นผู้เขียนหวังว่าจะเป็นบันทึกและจะเป็นอนุสรณ์ให้กับเหตุการณ์ที่ไม่ควรเกิดขึ้นอีก ซึ่งรายได้ทั้งหมดจากการจำหน่ายหนังสือเล่มนี้จะนำไปซื้อเครื่องเลเซอร์ เพื่อช่วยในการรักษา และสมานแผลสัตว์ ตลอดจนใช้ในการรักษาพยาบาลเต่าและสัตว์น้ำที่ต้องการความช่วยเหลือต่อไป

“หมอเชื่อว่าสังคมไทย เป็นสังคมที่เล็งเห็นความสำคัญของการอยู่ร่วมกันระหว่างมนุษย์และสัตว์โลกมาโดยตลอด และพร้อมที่จะช่วยเหลืออย่างเต็มกำลังความสามารถ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างสัญลักษณ์แห่งการมอบสิ่งดีๆ ระหว่างกันและกัน โดยในวันนี้ถือเป็นโอกาสที่ดีที่จะแบ่งปันน้ำใจเพื่อสร้างความเชื่อใหม่ที่ไม่เบียดเบียนสัตว์น้อย-ใหญ่ทั้งใกล้ตัวและไกลตัว ที่จะดำเนินชีวิตให้เติบโต ใช้ชีวิตร่วมกันอย่างถ้อยทีถ้อยอาศัย และยั่งยืนตลอดไป อีกทั้ง หมอต้องขอขอบคุณดาราชื่อดังที่มีความรักสัตว์ เมย์-พิชญ์นาฏ สาขากร และ มารี เบิร์นเนอร์ ที่มาร่วมดูแลสัตว์กับหมอด้วย”

หนังสือ“หมอหนิ่งเล่า ต.เต่า ออมสิน” ราคาเล่มละ 300 บาท รวมค่าส่ง สามารถสั่งซื้อได้ที่ Line: gtah2018 และสอบถามเพิ่มเติมโทร.089-1116464 หรือร่วมบริจาคเงินได้ที่ กองทุนช่วยชีวิตสัตว์น้ำ เลขที่บัญชี 123-1-35678-5 ธนาคารกรุงศรีอยุธยา สาขา สยามสแควร์ ประเภทบัญชีออมทรัพย์

หมอหนิ่ง-รศ.สพ.ญ.ดร.นทริกา ชันซื่อ กับเต่าออมสินจำลอง

หมอหนิ่ง-รศ.สพ.ญ.ดร.นทริกา ชันซื่อ กับเต่าออมสินจำลอง
หนังสือ “หมอหนิ่งเล่า ต.เต่า ออมสิน”

หนังสือ “หมอหนิ่งเล่า ต.เต่า ออมสิน”

โชว์งานดีไซน์นักออกแบบระดับโลก เพื่อการอยู่อาศัยแบบอย่างมีรสนิยม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/366541

โชว์งานดีไซน์นักออกแบบระดับโลก  เพื่อการอยู่อาศัยแบบอย่างมีรสนิยม

โชว์งานดีไซน์นักออกแบบระดับโลก เพื่อการอยู่อาศัยแบบอย่างมีรสนิยม

วันพฤหัสบดี ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

หากจะพูดถึงสุดยอดนักออกแบบหรือดีไซเนอร์ เราคงนึกชื่อขึ้นมาได้อย่างนับไม่ถ้วน แต่หากจะกล่าวถึงนักออกแบบอัจฉริยะที่นอกจากจะสร้างผลงานที่โดดเด่นและแตกต่างจากคนอื่นแล้ว ยังสามารถเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมหรือไลฟ์สไตล์ของผู้คนได้ด้วยเช่นกัน รวมถึงสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้กับเหล่านักออกแบบได้มากมาย นั่นคือ “ฟิลิปป์ สตาร์ค” (Philippe Starck) นักออกแบบชื่อดังชาวฝรั่งเศส ที่ฝากลายเซ็นของเขาลงบนผลงานทุกชิ้นตั้งแต่สินค้า ชิ้นเล็กๆ จนถึ งานออกแบบโรงแรมระดับ7 ดาว อาทิ แปรงสีฟัน ที่คั้นน้ำผลไม้ โคมไฟก๊อกน้ำ และเก้าอี้หลุยส์ โกสต์แชร์ (Louis Ghost Chair) ที่เป็นเอกลักษณ์ของเขามากว่าทศวรรษ

นอกเหนือจากการออกแบบผลิตภัณฑ์ต่างๆ แล้ว สตาร์ค มีชื่อเสียงในการออกแบบภายในเช่นกัน ทั้งร้านอาหาร บาร์ โรงแรม โดยเฉพาะโรงแรมที่สร้างชื่อให้เขาเป็นที่รู้จักนอกเหนือจากวงการออกแบบสินค้า อาทิ โรงแรมเซนต์มาร์ตินส์ เลน (St. Martin’s Lane) และแซนเดอร์สัน (Sanderson) ในกรุงลอนดอน กลุ่มโรงแรมสุดเท่ “มามา เชลเตอร์” (Mama Shelter) ที่มีทั้งในกรุงปารีส มาร์กเซย์อิสตันบูล ลอสแองเจลิส และสามโรงแรมซูเปอร์ลักชัวรี่ อย่างโรงแรมเลอ มัวริซ(Le Meurice) โรงแรมเลอ รอยัล มงต์โซ(Le Royal Monceau) และล่าสุดโรงแรมสุดเก๋ เลอ แบงก์ (Les Bains) ที่ปรับเปลี่ยนจากตึกอาบน้ำสาธารณะและไนท์คลับในกรุงปารีสนอกจากนี้ สตาร์ค ยังออกแบบภายในของเลานจ์และรถไฟยูโรสตาร์ ตึกสำนักงานอีกหลายแห่งหรือแม้กระทั่งท่าอวกาศยานอีกด้วย

ด้วยความโดดเด่นและดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ทำให้ จอห์น ฮิทช์คอกซ์ (John Hitchcox) นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชาวอังกฤษ ชักชวน สตาร์ค เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ ยู ดีไซน์ สตูดิโอ (yoo design studio) เพื่อนำปรัชญาการออกแบบอันเฉียบแหลม คาแร็กเตอร์ที่แฝงด้วยความกวนๆ แบบมีสไตล์ และจินตนาการอันล้ำลึกของเขามาสร้างความแตกต่างให้กับวงการอสังหาริมทรัพย์ ซึ่ง ยู ดีไซน์ สตูดิโอ รับออกแบบทั้ง ไพรเวทเรซิเดนซ์ คอนโดมิเนียม โรงแรม ร้านอาหาร บาร์ ด้วยปรัชญาการทำงานที่ให้ความสำคัญสูงสุดกับผู้อยู่อาศัยหรือผู้เสพงานของเขา จึงเป็นที่มาของชื่อบริษัท “YOO” ที่สร้างและรังสรรค์เพื่อ “คุณ” โดยมีออฟฟิศใหญ่อยู่ในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ และมีเครือข่ายงานดีไซน์ครอบคลุมทั่วโลก ตั้งแต่กรุงริโอ เดอ จาเนโรประเทศบราซิล ถึงอีกฟากหนึ่งของโลกอย่างกรุงซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย

ยู ดีไซน์ สตูดิโอ สร้างสรรค์โครงการโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์มากมายในกว่า 34 ประเทศทั่วโลก ทั้งในเอเชีย ออสเตรเลีย ยุโรป แอฟริกา อเมริกา อเมริกาใต้ และตะวันออกกลาง อาทิ Dihani Moscow, One Sixty Cyrela Sao Paulo, Evolutee Hotel Portugal, YOO Panama ทีมดีไซน์ของยูนั้นเริ่มขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ โดยทุกวันนี้มีเหล่าทีมดีไซเนอร์รับเชิญมาร่วมสรรค์สร้างงานภายใต้การประสานงานของ มาร์ค เดวิดสัน(Mark Davison) เฮด ออฟ ดีไซเนอร์ ซึ่งให้ความเห็นว่ากลุ่มคนเหล่านี้สามารถสร้างความแตกต่าง ด้วยมุมมองที่เป็นเอกลักษณ์โดดเด่น แตกต่างจากกระแสหลักของการดีไซน์ ทำให้ ยู ดีไซน์ สตูดิโอ สรรค์สร้างชิ้นงานได้หลากหลายรูปแบบจากจินตนาการของกลุ่มดีไซเนอร์รสนิยมสูง

ในปีนี้ ยู ดีไซน์ สตูดิโอ นำโดยฟิลิปป์ สตาร์ค และ จอห์น ฮิทช์คอกซ์ จะมาสร้างปรากฏการณ์ใหม่ของที่อยู่อาศัยใจกลางทองหล่อ ร่วมกับ แสนสิริ ในชื่อ KHUN by yoo inspired by Starck โครงการ Branded Condominium แห่งแรกของแสนสิริ และถือเป็นการปลดแอกวัฒนธรรมการดีไซน์ที่ไร้รูปแบบ จากการระดมมันสมองจากทีมออกแบบระดับโลก เพื่อผสานมนต์เสน่ห์ที่อยู่อาศัยย่านทองหล่อเข้ากับงานออกแบบชั้นเลิศในสไตล์ของฟิลิปป์ สตาร์ค ในรูปแแบบคอนโดมิเนียม 27 ชั้น 148 ยูนิต แบ่งเป็นแบบ 1-3 ห้องนอน และเพนท์เฮาส์ ในขนาดพื้นที่ตั้งแต่ 41.50-302.75 ตารางเมตรโดยพื้นที่ที่ทีมงานระดับโลกมาดีไซน์นั้นประกอบด้วยพื้นที่ส่วนกลางทั้งหมด อาทิ ล็อบบี้ สระว่ายน้ำ เกมส์รูม เป็นต้น

สัมผัสผลงานดีไซน์ระดับมาสเตอร์พีซของการอยู่อาศัย แรงบันดาลใจจาก ฟิลิปป์ สตาร์ค (Philippe Starck) ครั้งแรกในไทยได้แล้วที่ Show Unit ณ เซลส์แกลเลอรี่ โครงการ KHUN by yooinspired by Starck ชั้น 4ศูนย์การค้า เจ อเวนิว ทองหล่อ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.sansiri.com/condominium/khunbyyoo/th/