อลังการ!โชว์ชุดวรรณคดีไทย ดวลเพลงดัง หัวใจทศกัณฐ์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/373826

อลังการ!โชว์ชุดวรรณคดีไทย  ดวลเพลงดัง หัวใจทศกัณฐ์

อลังการ!โชว์ชุดวรรณคดีไทย ดวลเพลงดัง หัวใจทศกัณฐ์

วันอาทิตย์ ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

พบกับความสนุก ความบันเทิง ผ่านเสียงเพลงเช่นเคย กับรายการ ดวลเพลงดัง โดยมีพิธีกรอารมณ์ดี หอย เกียรติศักดิ์ พาผู้เข้าแข่งขันมาดวลกันจะๆ บนเวทีแห่งนี้

รอบการดวลพลงดังครั้งนี้ ขอนำเอาบทเพลงดัง “หัวใจทศกัณฐ์” ที่ครองใจวัยรุ่นในยุคปัจจุบัน ผลงานของ เก่ง ธชย ฟีทเจอริ่งกับ แร็พเปอร์ TOSSAKAN ซึ่งเพลงนี้นอกจากจะมีเสียงร้องอันทรงพลังแล้ว ในส่วนของเทคนิคการร้องของต้นฉบับ ก็ต้องนับว่ามีเอกลักษณ์ไม่ธรรมดา แต่ดวลเพลงดัง คือรายการดวลเสียง โดยเหล่าผู้เข้าแข่งขัน จะต้องร้องเพลงดังในสไตล์ของตัวเอง สำหรับคอมเมนเตเตอร์ในวันนี้ ได้แก่ นีโน่ เมทนี, เจมส์ เรืองศักดิ์ และซานิ นิภาภรณ์ โดยแต่ละคนก็พร้อมให้คำแนะนำและให้คะแนนกับผู้เข้าแข่งขันซึ่งสามารถแสดงความเป็นตัวเองและร้องเพลงได้ดีที่สุด ด้านผู้เข้าแข่งขันในวันนี้ นอกจากจะเตรียมเสียงร้อง รวมถึงเทคนิคต่าง ๆ มาโชว์แล้ว ยังจัดเต็มเสื้อผ้าหน้าผม แต่งกายชุดวรรณคดีไทยประยุกต์ สร้างบรรยากาศความอลังการเพิ่มเข้าไปอีกด้วย

งานนี้ใครจะร้องดีคว้ารางวัล และร้องไม่เข้าขั้นจนเงิบ!   ลุ้นชมพร้อมกันใน รายการ ดวลเพลงดัง วันอังคารที่ 6 พฤศจิกายน นี้ เวลา 13.00 น. ทางช่อง 7HD กด 35 และFacebook LIVE ทาง  Official Fanpage Ch7HD หรือสามารถรับชมการออกอากาศย้อนหลังได้ทาง BUGABOO.TV

‘ดีเจพุฒ’ ชวนสาวกกันดั้ม ลุ้นเที่ยวญี่ปุ่นฟรี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/374538

‘ดีเจพุฒ’ ชวนสาวกกันดั้ม ลุ้นเที่ยวญี่ปุ่นฟรี

‘ดีเจพุฒ’ ชวนสาวกกันดั้ม ลุ้นเที่ยวญี่ปุ่นฟรี

วันอาทิตย์ ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

คุ้มค่าการรอคอยสำหรับสาวกเหล่าสาวกกันพลาและกันดั้ม เมื่อบริษัท ดรีมทอย จำกัด ร่วมกับ บริษัท บันได นัมโกะ เอเชีย จำกัด จัดงาน “GUNPLAEXPO THAILAND 2018”ภายใต้คอนเซ็ปต์ Join Gunpla World เรียกว่าปีนี้พิเศษสุดๆ เพราะเป็นการนำกองทัพ GUNPLA ซีรี่ส์ดังในอดีตจนถึงปัจจุบัน มาให้ชื่นชมกันอย่างจุใจ โดยมี ดีเจพุฒ-พุฒิชัย เกษตรสิน ผู้ที่หลงใหลในตัวกันพลา และ ไบรท์-อภิชาติ รัตนทุมมาพร ผู้ที่เริ่มต่อกันพลามาตั้งแต่อายุ 10 ขวบ และเป็นผู้ที่ต่อกันพลาเกรด PG เอาไว้มากที่สุดในโลก มาร่วมสัมผัสประสบการณ์จริง ซึ่งนอกจากจะเปิดให้เข้าชมฟรีแล้วยังได้จัดโปรโมชั่นพิเศษสุด!! คืนกำไรให้กับลูกค้า ได้ร่วมลุ้นรางวัลตั๋วเครื่องบินไป-กลับ พร้อมที่พักเที่ยวญี่ปุ่นฟรี 4 วัน3 คืน เมื่อซื้อสินค้าตามเงื่อนไขที่กำหนดภายในงาน แถมยังได้พบกับหุ่นGUNDUM ASTRAY RED FRAME สูงถึง 4 เมตรอีกด้วย เรียกว่าใครที่เคยพลาดสินค้า Limited Item บอกเลยว่าห้ามพลาด!! เพราะงานนี้จะนำกลับมาให้ทุกคนได้มีโอกาสเป็นเจ้าของอีกครั้ง!! ถึงวันที่ 4 พฤศจิกายนนี้ ณ แฟชั่นฮอลล์ ชั้น 1 ศูนย์การค้าสยามพารากอน

Hollywood stars : 4 พฤศจิกายน 2561

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/374529

Hollywood stars : 4 พฤศจิกายน 2561

Hollywood stars : 4 พฤศจิกายน 2561

วันอาทิตย์ ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

O ข่าวดีของพระเอกนักบู๊ ซิลเวสเตอร์ สตอลโลน ที่พ้นมลทินว่าเขาคุกคามทางเพศผู้หญิง เมื่ออัยการลอสแองเจลิสสั่งไม่ฟ้อง สตอลโลน เพราะหลักฐานไม่เพียงพอ เรื่องนี้เป็นประเด็นหลังผู้หญิงซึ่งไม่เปิดเผยชื่อ ออกมากล่าวหาว่าถูกสตอลโลน ขืนใจ ในปี 1987 และ 1990 แต่เพิ่งจะมาแจ้งความเมื่อปลายปีที่แล้ว ซึ่งการสอบสวนก็ไม่มีความคืบหน้าใดๆ จนอัยการตัดสินใจไม่ฟ้อง ขณะที่สตอลโลน เองก็ปฏิเสธเรื่องนี้มาตลอด

จอห์นนี เด็ปป์

O จอห์นนี เด็ปป์ ไม่ได้ไปต่อกับบทกัปตัน แจ็ค สแปร์โรว์ ทั้งที่ค่ายหนัง ดีสนีย์ มีแผนจะหยิบหนังแฟรนไชส์ยอดฮิต Pirates of the Caribbean มาสร้างใหม่โดยสจ๊วต บีททีย์ มือเขียนบทหนังออกมายืนยันเรื่องนี้ ทั้งยังมองว่า ต่อให้ เด็ปป์ ไม่กลับมารับบทนี้ แต่ตัวละคร แจ็ค สแปร์โรว์ ก็ยังคงเป็นที่จดจำ และเป็นที่รัก โดยเฉพาะเด็กๆ ซึ่งทุกอย่างก็ต้องยกความดีความชอบให้ เด็ปป์ เพราะเขาคือคนที่สร้างสรรค์ตัวละครเปี่ยมเสน่ห์ตัวนี้ขึ้นมา เด็ปป์ รับบทเป็นกัปตัน แจ็ค สแปร์โรว์ ในหนัง Pirates of the Caribbean ถึง 5 ภาค ซึ่งภาคล่าสุด Dead Men Tell No Tales ก็ได้รับเสียงตอบรับก้ำกึ่ง และเป็นภาคที่ทำรายได้น้อยสุดในบรรดาหนัง Pirates ทุกภาคอีกด้วย

นาโอมิ วัตส์

O นาโอมิ วัตส์ เตรียมโดดมาร่วมในศึกชิงบัลลังก์เลือดกับเขาด้วย เมื่อสื่อใหญ่อย่าง The Hollywood Reporter และ Variety ยืนยันตรงกันว่า นาโอมิ จะมารับบทนำในซีรี่ส์ใหม่ ซึ่งจะเป็นภาคแยกของ Game of Thrones โดย เจน โกลด์แมน มือเขียนบทและ จอร์จ อาร์ อาร์ มาร์ติน ผู้สร้างสรรค์วรรณกรรมซึ่งเป็นที่มาของซีรี่ส์ฮิต ก็หมายมั่นปั้นมือว่า ยังไงก็ต้องเป็น นาโอมิ เพียงแต่โปรเจกท์นี้ยังไม่ได้รับไฟเขียวผ่านตลอด เพราะต้องรอให้ซีรี่ส์ Game of Thrones ซีซั่นสุดท้ายที่ลงจอในปีหน้าจบก่อน

เจนนา เดวอน –  แชนนิ่ง ทาทั่ม

O หมดสิทธิรักรีเทิร์นของแท้ เมื่อนักแสดงสาวขาวแดนซ์ เจนนา เดวอน ยื่นฟ้องหย่าพระเอกหุ่นล่ำ แชนนิ่ง ทาทั่ม แล้วเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ด้วยเหตุผลสุดคลาสสิกว่าเข้ากันไม่ได้ หลังประกาศแยกทางกันมาเกือบ 7 เดือน สื่อดัง TMZ เผยว่า เจนนา ยื่นคำร้อง ขอให้เธอและแชนนิ่ง มีสิทธิ์ดูแล เอเวอร์ลี ลูกสาววัย 5 ขวบ ร่วมกัน และขอค่าเลี้ยงดูจากแชนนิ่งด้วย แต่แว่วว่าฝ่ายชายพยายามหาทางที่จะไม่ต้องจ่ายเงินค่าเลี้ยงดูให้อดีตภรรยา เจนนา กับ แชนนิ่ง พบรักกันกลางกองถ่ายหนังแดนซ์กระจาย Step Up เมื่อปี 2006 และแต่งงานกันเมื่อปี 2009

เทย์เลอร์ เลาต์เนอร์ –  เทย์ 

O พ่อหมาป่าหนุ่ม เทย์เลอร์ เลาต์เนอร์ มีสาวมาดูแลหัวใจแล้ว แถมยังโชว์ความสวีตหวานต้อนรับฮาโลวีนด้วยกันอีก โดยเจ้าตัวแชร์ภาพคู่สุดหวานกับสาวผมทองสุดสวยนามว่า เทย์ ลงในอินสตาแกรมส่วนตัว แถมยังแต่งคอสตูมคู่กัน เป็นนักบาสจากทีม Tune Squad ในภาพยนตร์เรื่อง Space Jam ความน่าอิจฉาอยู่ตรงที่ หนุ่มเทย์เลอร์ โอบเอวแฟนสาวพร้อมกับจุ๊บแก้มอย่างรักใคร่เอ็นดู ถือว่าเป็นการเปิดตัวแฟนสาวได้อย่างน่ารักสุดๆ ก่อนหน้านี้ หนุ่มเทย์เลอร์ เคยคบหากับนักแสดงสาวบิลลี ลอร์ด ที่เล่นคู่กันในซีรี่ส์ Scream Queens เมื่อปี 2016 ก่อนจะแยกทางกันในปี 2017 หลังจากคบหากันได้เพียงแค่แปดเดือน

ฮิลารี ดัฟฟ์ – แมทธิว โคมา

O ปิดท้ายที่ข่าวดีของนักร้องหน้าหวาน ฮิลารี ดัฟฟ์ ที่คลอดลูกสาว แบงค์ ไวโอเล็ต แบร์ (Banks Violet Bair) มาให้แฟนหนุ่ม แมทธิว โคมา ได้ชื่นชมสมใจตั้งแต่วันที่ 25 ตุลาคมที่ผ่านมา แต่เพิ่งมาประกาศข่าวดีเมื่อวันก่อน ดัฟฟ์ บอกว่า ลูกสาวตัวน้อยขโมยหัวใจทุกคนไปเต็มๆ ความจริงแล้ว ดัฟฟ์ เคยมีลูกชายวัย 6 ขวบ กับไมค์ คอมรี สามีคนก่อน

‘จอร์จ-ฐปนัท’ ชวนท่องโลกของสนูปปี้และเด็กชายชาร์ลี บราวน์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/374526

‘จอร์จ-ฐปนัท’ ชวนท่องโลกของสนูปปี้และเด็กชายชาร์ลี บราวน์

‘จอร์จ-ฐปนัท’ ชวนท่องโลกของสนูปปี้และเด็กชายชาร์ลี บราวน์

วันอาทิตย์ ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เป็นอีกหนึ่งนักแสดงที่กำลังฮอตสุดๆ ในตอนนี้เลยก็ว่าได้สำหรับนักแสดงหนุ่มมากฝีมือ “จอร์จ-ฐปนัท สัตยานุรักษ์”ที่ล่าสุดนักแสดงหนุ่มภูมิใจนำเสนอสุดๆกับ “CHARLIE PEANUTS’ CLUBHOUSE & GALLERY FUNTASTIC” Bangkok ซึ่งก่อตั้งโดย “คุณฤทธิชัย สายสุวรรณ” Managing Director ที่เพิ่งเริ่มเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ เมื่อเร็วๆ นี้

“ขอบอกว่าน่ารักสมการรอคอยจริงๆ วันนี้จอร์จเลยขอพามาดูบรรยากาศแกลเลอรี่สำหรับแฟนการ์ตูนสนูปปี้รวมไปถึงคนที่สนใจอยากไปถ่ายรูปให้ชื่นใจสักครั้งด้วยความน่ารักสดใสของตัวการ์ตูนสนูปปี้และชาร์ลี บราวน์ ที่เรารู้จักกันมาตั้งแต่เด็กๆ นั้น เป็นตัวการ์ตูนที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก วันนี้คุณสามารถที่จะมาพบตัวการ์ตูนเหล่านี้ได้ที่ “CHARLIEFUNTASTIC” สามารถตามไปท่องโลกตามรอยนักแสดงหนุ่ม “จอร์จ-ฐปนัท” ได้ที่ The Street Ratchada ชั้น 3 ตั้งแต่เวลา 13.00-20.00 น.หรือติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่https://m.facebook.com/CharlieBrownCafeThai/

ช่อง 3 อาสาทำดี คืนความสมบูรณ์สู่ทะเลไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/374537

ช่อง 3 อาสาทำดี คืนความสมบูรณ์สู่ทะเลไทย

ช่อง 3 อาสาทำดี คืนความสมบูรณ์สู่ทะเลไทย

วันอาทิตย์ ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 นำโดย ชาคริต ดิเรกวัฒนชัย หัวหน้าคณะผู้บริหารสายกิจการองค์กร,วรวรรณ ติณสูลานนท์ รองผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์, สุภิดา ฉัตราภิรักษ์ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์นำนักแสดงจากละครเรื่อง “แก้วกุมภัณฑ์,ประกาศิตกามเทพ, หลวงตามหาชน” และศิลปินกลุ่มวง THE FINS พร้อมด้วยพนักงานจิตอาสาของช่อง 3 และกลุ่มบีอีซี ร่วมกันปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ และเก็บขยะริมชายหาด ณ หาดแสงจันทร์ ตำบลเนินพระ อำเภอเมือง จังหวัดระยองในกิจกรรม “ช่อง 3 อาสาทำดี คืนความสมบูรณ์สู่ทะเลไทย”

ดาราพาเที่ยว : ‘โดม-จารุวัฒน์’ ย้อนทริป ‘ซาปา’ ในความทรงจำ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/374540

ดาราพาเที่ยว : ‘โดม-จารุวัฒน์’ ย้อนทริป ‘ซาปา’ ในความทรงจำ

ดาราพาเที่ยว : ‘โดม-จารุวัฒน์’ ย้อนทริป ‘ซาปา’ ในความทรงจำ

วันอาทิตย์ ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ดาราพาเที่ยวสัปดาห์นี้ ชวนแบกเป้ตามไปเที่ยว เมืองซาปา ประเทศเวียดนาม กับศิลปิน-นักแสดง โดม-จารุวัฒน์ เชี่ยวอร่าม หรือ โดม เดอะสตาร์ที่ตอนนี้กำลังขะมักเขม้นฝึกซ้อมอย่างหนักกับบทบาทการเป็นพระเอกละครเวทีครั้งแรกในเรื่อง Little Shop of Horrors The Musical

ย้อนทริปในความทรงจำ “ทริปนี้เกิดขึ้นเมื่อประมาณ 3-4 ปีที่แล้วครับ เป็นการออกนอกประเทศครั้งแรกของผม เป็นทริปที่ไปแบบปุบปับกับเพื่อนๆ 5-6 คนมีจำนวนวันเที่ยวน้อยมาก คือเราก็บินไปลงเวียดนามก่อน แล้วก็นั่งรถไฟจากฮานอยไปถึงตีนเขาที่ซาปา ประมาณเช้าตรู่ แล้วก็นั่งรถตู้ขึ้นไปเมืองซาปาประมาณเกือบชั่วโมง”

เหตุที่เลือกไปเวียดนาม “ไปเวียดนามโดยไม่ได้คิดว่าจะเจอกับอะไรครับ แต่ได้ยินมาว่าที่ซาปาสวย และก็อากาศดี พวกผมไปกันช่วงเดือนพฤษภาคม ซึ่งเมืองไทยก็คือร้อนตับแตก และเวียดนามก็ร้อนนะครับ แต่ว่าระหว่างนั่งรถไฟไป คือขึ้นตู้นอนกันประมาณ 3 ทุ่ม ตื่นเช้ามา ตี 5 ข้างทางก็จะเป็นเขา เป็นไร่นา อากาศดีเลยครับ แล้วพอไปต่อรถตู้ขึ้นซาปา หูอื้อเลยครับ สูงมาก พอขึ้นไปปั๊บ สิ่งที่เราเห็นคือภาพที่สวยงามมาก มีภูเขา มีนาขั้นบันได และโรงแรมเขาไม่ต้องติดแอร์เลยครับ ใช้พัดลม เพราะเขาอากาศหนาวตลอดปี”

กิจกรรมที่ซาปา “พวกผมเช่ามอเตอร์ไซค์กันแล้วก็ขี่ไปเรื่อย ที่ท่องเที่ยวก็จะมีน้ำตกต่างๆ แต่ผมไม่ได้นอน ไปถึงปั๊บแล้วบินกลับเลย เพราะมีงานต่อครับผมต้องกลับคนเดียว คนอื่นก็อยู่เที่ยวกันต่อ เพราะตอนนั้นผมจองไปแล้ว แต่เผอิญเขามีแทรกคิวถ่ายหนังเพิ่ม ผมเลยต้องกลับมาถ่ายหนังต่อ เป็นฉากซีนปิดกล้อง ซึ่งเราต้องอยู่ ผมเลยต้องเปลี่ยนตั๋วกลับเร็วขึ้น คือจริงๆ จะทิ้งก็ได้ เพราะไปแค่ 2 วันเอง แต่ผมรู้สึกว่าต้องมีอะไรดีๆ สักอย่าง ซึ่งก็คุ้มจริงๆ”

ช่วงเวลาล้ำค่า “ถึงแม้ว่าจะเป็นช่วงเวลาที่เล็กน้อยมาก ผมมีความสุขมาก เพราะมันคือครั้งแรกที่ผมได้ไปเปิดหูเปิดตาต่างประเทศ แล้วก็ได้ไปเจอประสบการณ์ต่างๆ เยอะแยะมากมาย โดนรถตู้โกงบ้าง โดนจักรยานพาไปขับวน แล้วคิดตังค์เกิน หรือแบบได้เห็นของกินอะไรแปลกๆ อย่างเนื้อหมา ที่เขาวางขายกันข้างทาง ถ้าบ้านเราก็จะเป็นแบบร้านข้าวขาหมู ที่มีเอาหัวหมูมาตั้งในบางร้าน แต่ของเขาคือหม้อต้มเหมือนกัน แต่เป็นหัวหมามาตั้งแทนครับ เพราะฉะนั้นไปที่นั่นเวลาจะสั่งอาหาร ก็จะกินซีฟู้ดกันเป็นส่วนใหญ่ เพื่อความปลอดภัยไว้ก่อนครับ”

เพื่อนร่วมแก๊ง “เพื่อนในแก๊ง 4-5 คน เป็นการรวมทีมที่งงๆ ไม่ได้เป็นเพื่อนสนิทกันนะครับ แต่ว่าเป็นลูกพี่ลูกน้องกัน คืออยากไป ก็เลยชวนๆ กันไปรวมกลุ่มกัน แล้วก็ไปเลย แต่พอไปแล้วสนุกมาก”

จุดประทับใจ “เป็นร้านกาแฟเล็กๆ ง่ายๆ ที่ยื่นออกไป เห็นเป็นนาขั้นบันไดอยู่ล้อมรอบเรา หลักๆ ก็จะมีจุดชมวิวที่เยอะครับ แต่ว่าร้านกาแฟร้านนี้ที่ชอบเพราะว่าเจ้าของร้านน่ารัก ใจดี เปิดละครไทย ดูพี่ติ๊ก-เจษ อยู่ เห็นแล้วเราก็ยิ้ม เขาพูดคุยกับเราอัธยาศัยดีมาก กาแฟก็เป็นกาแฟง่ายๆ นี่ล่ะครับ แต่วิวนี่หลักล้านมาก และผมเชื่อว่าซาปาวันนั้น น่าจะไม่เหมือนทุกวันนี้แล้ว เพราะตอนนี้น่าจะมีนักท่องเที่ยวเข้าไปถึงมากขึ้น”

จากที่แรก หลายๆ ที่ก็ตามมา “หลังจากได้ออกนอกประเทศครั้งแรกที่เวียดนาม หลังจากนั้นก็มีอีกหลายที่ตามมาเลยครับ อาทิตย์ต่อมาก็มีบินไปทำงานที่ญี่ปุ่นเลย”

จุดหมายต่อไปที่ฝันไว้ “อยากไปนิวยอร์กครับ เป็นเมืองในฝัน คือผมชอบดูหนัง ก็จะเห็นเมืองนี้ผ่านหนังฮอลลีวู้ดหลายๆ เรื่อง วัฒนธรรมเขาแปลกดี เพราะมีหลาย Culture อยู่ในที่ที่เดียวกันเยอะมาก รู้สึกว่าน่าสนใจ ก็เลยอยากไปนิวยอร์กครับ”

ประสบการณ์ การได้ออกเดินทาง“มันดีนะครับ ถึงแม้ว่าเราจะเหนื่อยเดินทางบ้าง แต่ว่ามันคุ้มจริงๆ เพราะว่าแต่ละมุม แต่ละที่บนโลก ไม่เหมือนกันไม่ต้องอะไรมาก แค่อากาศ ผู้คน วัฒนธรรม เหมือนเราได้ไปลองใช้ชีวิตเป็นคนในมุมโลกนั้นๆ โดยที่หลีกหนีความเป็นตัวเองได้ในระยะหนึ่ง การท่องเที่ยวจึงช่วยให้เราได้ไปเปิดหูเปิดตา และค้นเจอตัวเอง บางทีเราอาจจะไปเจอสิ่งที่เราชอบ ในอีกมุมโลกหนึ่ง เปิดแรงบันดาลใจใหม่ๆ ให้กับชีวิตได้ครับ”

เที่ยวสไตล์โดม “ผมชอบไปแบบทิ้งทุกอย่างเลยครับ ชิลล์ๆ ตัดทิ้งเรื่องงาน ไม่ใช้มือถือ ไปเที่ยวคือไปเที่ยว ยิ่งสัญญาณไม่มี ยิ่งชอบครับ อย่างซาปาก็ไม่ได้ซื้อซิมอะไรไปเลย ถ้าไม่มีไวไฟที่โรงแรม ก็คือไม่ได้ใช้มือถือเลยครับ ทำให้เราได้มีชีวิตอยู่กับสิ่งรอบตัว กับธรรมชาติจริงๆ”

แพลนท่องเที่ยวต่อปี “ปีหนึ่งผมวางไว้ 3 ทริปใหญ่ครับ ในโซนเอเชียครั้งหนึ่ง ไปไกลๆ นอกทวีปสักครั้ง และก็ใกล้ๆ อีกครั้งหนึ่งครับ (ไปกับใครเป็นส่วนใหญ่?) ไปกับเพื่อนครับ เพราะคุณพ่อคุณแม่จะเดินทางลำบาก คุณพ่อต้องใช้รถเข็น เพราะฉะนั้นจะเคยพาพ่อไปแค่ญี่ปุ่น เพราะที่นั่นเขามีอะไรๆ เอื้อต่อคนใช้รถเข็น ซึ่งไปคราวนั้นก็ไปกันเอง ไม่ได้ซื้อทัวร์ ผมเข็นรถพ่อเอง เดินทางด้วยรถไฟฟ้า เราก็ทำแพลนไป 5 วัน เขาสนุกมาก ลุยกันอยู่ในโตเกียว เขาก็บ่นอยากไปอีก เลยว่าไปอีกทีจะพาเขาไปโอซากาบ้างครับ”

ฝากผลงาน “ อีกไม่กี่วันนี้ ละครเวทีเรื่อง Little Shop of Horrors-The Musical ที่ผมรับบทนำจะเปิดการแสดงแล้วครับ อยากให้มาชมกัน เพราะทั้งนักแสดงและทีมงาน Selladoor Asia Pacific เราตั้งใจกันมาก โดยเป็น Broadway Musical ในตำนานที่ได้รับการยกย่องระดับโลก ซึ่งถูกนำมาสร้างในภาคภาษาไทยเป็นครั้งแรก จัดแสดงในวันที่9-18 พฤศจิกายนนี้ ที่ M Theatreมีทั้งหมด 10 รอบการแสดง จองบัตรเข้าชมกันได้ที่ ticketmelon.com ครับ”

หยินหยาง

กัน-ทิชา’ ตะลุยฮ่องกงแนวใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/374536

กัน-ทิชา’ ตะลุยฮ่องกงแนวใหม่

กัน-ทิชา’ ตะลุยฮ่องกงแนวใหม่

วันอาทิตย์ ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

รายการเรียลิตี้บันเทิงใหม่ล่าสุด“Extreme Ends” ทาง ช่องKIX พาไปเปิดประสบการณ์ตะลุยฮ่องกงแนวใหม่ ในแบบที่ทุกคนไม่เคยเห็นมาก่อน พร้อมร่วมสัมผัสสุดยอดการผจญภัยที่ต่างกันสุดขั้ว โดยบริษัท เซเลสเชียล ไทเกอร์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ยักษ์ใหญ่ช่องบันเทิงระดับเอเชียในประเทศฮ่องกง ได้รับการสนับสนุนจากการท่องเที่ยวฮ่องกง และ ฮาเบอร์ซิตี้ โดยมีคนดัง 4 คน จาก 4 ประเทศ โดยมีคู่พี่น้องสุดซี้ตัวแทนจากประเทศไทย กัน-รัชชานนท์ ที่เชิญ ทิชา-พชรวรรณ นักแสดงนักร้องซื่อดังร่วมตะลุยฮ่องกงกับเขาด้วย จะสนุกมันฮาแค่ไหน ตามชมได้ทุกวันพุธ เวลา 20.30 น. ทางช่อง KIX หรือสามารถรับชมได้ที่เจริญ เคเบิลทีวี (Ch. 38), แฮปปี้โฮม เคเบิลทีวี (Ch. 93) และ ทีโอที IPTV (Ch. 257)

‘ปาล์มมี่’ฝากติดตามGoodtime 98.5 FM 7 พ.ย. นี้แชร์เรื่องราวชีวิตครั้งแรก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/373828

'ปาล์มมี่'ฝากติดตามGoodtime 98.5 FM  7 พ.ย. นี้แชร์เรื่องราวชีวิตครั้งแรก

‘ปาล์มมี่’ฝากติดตามGoodtime 98.5 FM 7 พ.ย. นี้แชร์เรื่องราวชีวิตครั้งแรก

วันอาทิตย์ ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

‘ปาล์มมี่’ฝากติดตามGoodtime 98.5 FM

7 พ.ย. นี้แชร์เรื่องราวชีวิตครั้งแรก ผ่าน 10 เพลงโปรด

ช่วงเวลาพิเศษ  Goodtime Soundtrack of Life ของคลื่นวิทยุ Goodtime 98.5 FM ได้เวลาเสิร์ฟให้ผู้ฟังต่อเนื่อง เดือนพฤศจิกายนนี้  พบกับ ศิลปินสาวมากความสามารถ “ปาล์มมี่  อีฟ ปานเจริญ”  ที่ผลงานซิงเกิลล่าสุด “ซ่อนกลิ่น”  กำลังมาแรงสุด ๆ  โดยวันที่ 7 พฤศจิกายนนี้จะมาบอกเล่าเรื่องราวของชีวิต ความเป็นตัวตน ที่ไม่เคยเปิดเผยที่ไหนมาก่อน ผ่านทั้ง 10 บทเพลงให้ฟังกัน

“ทั้ง 10 เพลงจะเป็นเพลงที่ทั้งอยู่ในความทรงจำของมี่วัยเด็ก และเป็นเพลงที่มี่เคยซ้อมร้องเพลงบ่อยๆ เป็นเพลงที่มี่ฟังในสมัยนักเรียน เป็นเพลงที่สร้างแรงบันดาลใจ ทำให้มี่มาอยู่ในเส้นทางนี้ ทั้ง 10 เพลงนี้ คือเพลงที่มีคุณค่าต่อจิตใจของมี่ มี่จึงเลือกมาเพื่ออยากให้สอดคล้องกับการที่มี่มาเป็นมี่ในทุกวันนี้ค่ะ ส่วนมากการฟังเพลงของมี่ ไม่เคยมาจำกัดนะว่า ช่วงเวลาวัยไหน เราควรฟังแบบไหน  แต่เพลงที่มี่เลือกมา ก็จะมีที่มา… อย่างการเรียนร้องเพลง มี่ก็จะมีเพลงที่เป็นแบบฝึกหัด แล้วเพลงเหล่านี้ก็ยังอยู่ในความทรงจำของมี่ เพราะมี่ได้ใช้เพลงเหล่านี้ในห้องเรียน ครูก็จะแนะนำว่าประโยคไหนเราควรทำความเข้าใจ ร้อง ออกเสียงอย่างไร ซึ่งทุกวันนี้ คำแนะนำอย่างนั้น มี่ก็ยังจำได้อยู่ เป็นความทรงจำของอดีตต่าง ๆ ที่ผ่านมาในชีวิตมี่อยากฝากให้ชาว Goodtime 98.5 FM ติดตามด้วยนะคะ เพราะนี่คือครั้งแรกที่มี่จะเล่าเรื่องราว ผ่านเพลงต่าง ๆ ที่อยู่ในชีวิตของมี่ค่ะ” ปาล์มมี่กล่าว

ติดตามฟังเรื่องราวชีวิตผ่านบทเพลง โดย “ปาล์มมี่ อีฟ ปานเจริญ” ได้ วันที่ 7 พฤศจิกายน นี้ เวลา 21.00-23.00 น. ที่คลื่น Goodtime 98.5 FM และ ทางแอปพลิเคชัน Goodtime 98.5 FM หรือรับฟังผ่านทางออนไลน์ พร้อมรับชมภาพการบอกเล่าแบบสด ๆ ที่ www.goodtimeradio.fm และ  Facebook Live : Goodtime Radio ติดตามข่าวกิจกรรมต่าง ๆ ได้ที่  Fanpage : Goodtime Radio / Instagram และ Twitter: goodtime_radio

Star Retro : พิสูจน์ฝีมือผู้จัดฯ ทายาทคนบันเทิง ขวัญ-พิมพ์อัปสร เทียมเศวต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/374542

Star Retro : พิสูจน์ฝีมือผู้จัดฯ ทายาทคนบันเทิง  ขวัญ-พิมพ์อัปสร เทียมเศวต

Star Retro : พิสูจน์ฝีมือผู้จัดฯ ทายาทคนบันเทิง ขวัญ-พิมพ์อัปสร เทียมเศวต

วันอาทิตย์ ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

หลายคนพยายามค้นหาตัวเอง สิ่งไหนที่ชอบและใช่ จนทำให้มองข้ามสิ่งใกล้ตัว เช่นเดียวกับทายาทคนบันเทิง “ขวัญ-พิมพ์อัปสร เทียมเศวต” ที่วันนี้เธอค้นพบและตอบความเป็นตัวเอง ผ่านงานละครที่เธอรัก ในฐานะผู้จัดละครช่อง 7HD

ตอบโจทย์ความเป็นตัวเอง

ก่อนหน้านี้ขวัญไม่เคยคิดว่าจะมาทำงานที่เกี่ยวข้องกับกองถ่ายเลยค่ะ เพราะเราโตมาในกอง เหมือนอยู่จนเบื่อ จากเล่นสนุก จนไม่รู้จะทำอะไร เมื่อไหร่แม่จะถ่ายเสร็จ เราก็รู้สึกว่าอยากจะไปทำอย่างอื่นที่เราไม่เคยสัมผัส พอเรียนจบก็ไปเป็นแอร์อยู่ 3 ปี แล้วก็มาเรียนต่อปริญญาโทไปสนุกสนานกับชีวิต ไปทำมาร์เก็ตติ้ง ทำแบรนดิ้งเยอะแยะมากมาย แต่เรารู้สึกว่าสักวันหนึ่งเราต้องทำอะไรที่เป็นของตัวเอง แต่เรายังไม่รู้หรอกว่าทำอะไร ก็เรียนรู้ไปเรื่อย เจอคนเก่งๆ เราก็อยากจะเรียนรู้จากเขาเรียนรู้ว่าตัวเองชอบงานแบบไหนไม่ชอบงานแบบไหน มันก็ตบๆ สโคปตัวเองเข้ามา เหมือนทุกอย่างมีเวลาของมัน จากที่เราไม่เคยตั้งใจ แต่มันประจวบเหมาะ ที่เราได้มีโอกาสมาทำละคร แล้วเราก็รู้สึกว่า อ้าว! ไม่เห็นเคยคิดจะทำละครเลย ไม่คิดว่าตัวเองจะชอบ เพราะว่าเราชอบทำงานที่ไม่เบื่อ ไม่จำเจ ละครก็ตอบโจทย์ตรงที่ว่า แต่ละเรื่องมันไม่เหมือนกันเลย และเราก็ได้ทำงานกับคนใหม่ๆ เริ่มนับหนึ่งใหม่ ค้นคว้าใหม่ ละครพาเราเข้าไปรู้จักกับโลกของคนพิการ โลกของคนติดยาเสพติด พาเราย้อนยุคไป คือเยอะแยะมาก ที่เราไม่เคยสัมผัส เราก็สนุก ท้าทายเราเพราะไม่ใช่แค่การทำละคร แต่มันคือการคุมทุกอย่าง การดึงเอาศักยภาพ ไม่ว่าจะจากเพื่อนร่วมงาน ทีมงาน นักแสดงผู้กำกับ เราต้องทำยังไง เขาถึงจะมาร่วมงานกับเราด้วยใจ คือเงินมันก็ส่วนหนึ่ง พอทุกคนเต็มที่ งานมันก็จะออกมาสมบูรณ์ เราก็เรียนรู้ ผิดบ้าง ถูกบ้างกันไป ตอนที่เริ่มทำนั้นขวัญก็ยังเด็ก อายุ 20 กว่าเอง แล้วคนที่มาร่วมงานกับเรา ก็คือจะเป็นพี่คนนั้นคนนี้ซึ่งเราเคยดูละครเขา แล้วพอมาตอนนี้ เรามายืนอยู่ใกล้ๆ เขา เราก็ตื่นเต้น เราอยากเก่งแบบเขา ก็เลยก้มหน้าก้มตาทำไปเรียนรู้ไป อยากเก่งๆ มันก็ทำมาเรื่อยๆ ค่ะ

ผลงานปัจจุบัน ‘นางทิพย์’

เตรียมตัวนานมากค่ะ สำหรับเรื่องนี้ อ่านนิยายแล้วรู้สึกอิน เราเห็นภาพ เลยอยากทำเป็นละคร ไม่รู้หรอกว่าเขาเคยทำมาก่อน แค่เรารู้สึกว่าเป็นนิยายที่ดี ทรงคุณค่า เลยอยากถ่ายทอดออกมาเป็นละคร ทั้งที่ถ้าพอมาทำแล้ว มันจะยาก เพราะมีเรื่องของปรัชญา ศาสนา เข้ามาเกี่ยวข้องเยอะ เป็นเรื่องที่ลึกซึ้งมาก ท้าทายมาก เพราะว่าหนึ่ง เราไม่เคยทำแนวนี้ สองเรารู้เลยว่าเป็นเรื่องที่ทั้งเรา และคนดูจะได้อะไรเยอะมาก ใจหนึ่งเหมือนจะกลัวว่าจะทำได้ไหม เพราะว่าเป็นอะไรที่ใหม่ หลากหลายมาก ทั้งเรื่องซีจี นักแสดงเยอะมาก นางเอกต้องหลายคน แต่พอกลัวแล้ว เราก็สนุก ไม่ชอบทำอะไรที่มันเหมือนเดิมด้วยก็มาคุยกับช่อง กับผู้ใหญ่ ซึ่งก็น่ารักมาก เราทำละครมาประมาณหนึ่ง แต่ว่าเราก็ไม่ได้มีประสบการณ์มาเป็นสิบปี เหมือนผู้จัดหลายๆ ท่าน แต่เราก็มีมุมมองเป็นอีกหลายๆ แง่ ในเรื่องราวของคนรุ่นใหม่ ผู้ใหญ่ทางมีเดียและช่อง 7 ให้โอกาสและเชื่อใจเรา รวมถึงนักแสดง พอเราบอกว่าขอนางเอกเป็น 3 คนทางผู้ใหญ่ก็ยอมให้ความฝันของเรามันเป็นจริง คือได้ “มิน-ปุ๊กลุก-มุกดา” นักแสดงก็ไว้ใจเรา เราต้องทำให้เต็มที่ศึกษาทั้งเรื่องพุทธศาสนา วิทยาศาสตร์ รวมทั้งเสื้อผ้าสมัยกรุงศรีอยุธยาด้วย เพราะขวัญก็ไม่เคยทำพีเรียดมาก่อน โชคดีมีที่ปรึกษาหลายท่าน มีทีมงานที่เขาก็มุ่งมั่นค้นคว้าไปกับเรา ก็เลยสนุกและออกมาเป็นนางทิพย์ได้สำเร็จค่ะ

ผลงานลำดับที่ 10

ที่ผ่านมา ขวัญทำละครยาวมาหลายเรื่องมี สาวน้อยร้อยเล่มเกวียน, รักร้อยล้าน, วีรบุรุษกองขยะ, คีตโลกา, ปลาหลงฟ้า, เขยใหญ่สะใภ้เล็ก, ลูกไม้ไกลต้น, สุดรักสุดดวงใจ, แม่อายสะอื้น แล้วก็ นางทิพย์ซึ่งเป็นละครเรื่องที่ 10 อ้าว! 10 แล้วเหรอไม่รู้ตัวเลย (ยิ้ม) ทำมาด้วยความสนุก ก็มาเรื่อยๆ เรื่องต่อไปคือ “หลงเงาจันทร์” เป็นรีเมคอีกแล้ว แต่คำว่ารีเมคเนี่ยไม่ใช่ความตั้งใจเลยนะคะ แต่ว่าเวลาคนถาม ก็มักจะไปให้ความสำคัญกับคำว่ารีเมค จะสู้ของเก่าได้เหรอ เราไม่มีความกดดันที่ว่าเราจะต้องทำให้ดีกว่าเขา เพราะขวัญรู้สึกว่าเขาก็ทำดีของเขา เราไม่รู้เหมือนกันว่าจะทำออกมาเป็นยังไง แต่รู้ว่ามันคือดีที่สุดของเราในแบบที่เราชอบ แบบที่เรารัก พอเราผ่านประสบการณ์ เราก็จะรู้แล้วว่าบางทีสิ่งที่มากดดันสิ่งเดิมๆ เหมือนเราก้าวข้ามผ่านมันมาแล้ว เราก็จะไม่กดดันเรื่องเดิม แต่อย่างเรื่องนางทิพย์ เราอาจจะกดดันที่มีซีจี ดราม่าไม่กดดัน หรือแม้แต่คำชมคำวิจารณ์ในโลกโซเชียล มันก็ดีตรงที่ว่าเราได้เห็นความคิดเห็นคนเยอะมาก แต่สิ่งสำคัญไม่ว่าจะทุกสาขาอาชีพ ขวัญว่าก็ต้องพิจารณา ถ้าเขาติตรงนี้แล้วเราวิตกไปหมด เราก็ไปต่อไม่ได้ หรือบางที อันนี้ใช่เลย อันนี้เห็นด้วย ไม่โอเคจริง เราก็ต้องปรับปรุง

ที่ปรึกษาคนสำคัญ

แรกๆ คุณพ่อ (สรพงษ์ ชาตรี) คุณแม่ (ทัศน์วรรณ เสนีย์วงศ์ ณ อยุธยา) ช่วยเยอะค่ะ เพราะเราก็งงงันมาก ไม่รู้เรื่องอะไรเลย คุณพ่อคุณแม่จะช่วยในพาร์ตศิลปะ ท่านเป็นนักแสดงมาตลอดชีวิต เป็นวิชาชีพ คุณแม่จะช่วยเรื่องของบท คือเขาเจอบทมาเยอะมาก เราเองก็เห็นมาตั้งแต่เด็ก แม่จะมีบทเต็มบ้านเลย ด้วยความที่เราเป็นลูกคนเดียว เราก็อ่านมันทุกเรื่อง อ่านบท ต่อบท มันก็ซึมโดยที่เราไม่รู้ตัว คุณพ่อก็ช่วยในเรื่องเทคนิคต่างๆ แต่แน่นอนว่าเราเป็นผู้จัด สโคปงานมันมากกว่านั้น เหมือนเรามีบริษัทตัวเองทำทุกอย่าง บัญชีก็ทำ นักแสดงเราก็ต้องดู คือเราต้องซื้อใจทุกคน กับคุณแม่ ที่เห็นคุณแม่มากองทุกเรื่อง ก็เพราะว่าคุณแม่มีงานประจำคือเป็นแอ๊กติ้งโค้ชของกองค่ะ ไม่ได้มาเที่ยวนะ คือเราจ้าง จองตัวคุณแม่ทุกเรื่อง เรารู้สึกว่าในเมื่อมีคุณพ่อคุณแม่เป็นนักแสดง เพราะฉะนั้นเราก็อยากจะละเอียดทุกเรื่อง รวมไปถึงการแอ๊กติ้งด้วย ซึ่งนักแสดงเขาก็แฮปปี้ บางทีเขาก็มีประสบการณ์มาแล้วล่ะ แต่ว่าพอมาเข้ากองเรา เขาก็จะเข้าใจลึกซึ้งไปในตัวละครที่เขาเล่นอีก

สไตล์ผู้จัดในแบบของขวัญ

ตอนแรกเราไม่รู้หรอกค่ะ การที่เราทำงานศิลปะ อะไรเราจะต้องมีลายเซ็นของตัวเอง แต่ ณ ตอนนั้นมันไม่ได้คิดไปถึงขนาดนั้น เราคิดว่าเราเต็มที่เวลาทำงาน สุดท้ายงานมันมาปั้นเราให้รู้ตัวว่านี่คือสิ่งที่เราทำได้ดี หรืออันนี้คือสิ่งที่ทำไม่ได้ดี ต้องพัฒนาตรงนี้ สิ่งที่เราถนัดสิ่งที่เราชอบคืออะไร ก็พยายามลองทำละครหลายแนว อะไรที่ทำได้ อะไรที่ชอบ ก็ปั้นเรามาเรื่อยๆ รวมถึงนักแสดงและคนดูด้วย ทุกคนเป็นกระจกสะท้อนซึ่งกันและกัน บางทีที่เขาคอมเม้นท์แล้วเรารู้สึกว่ามันจริง มันสอนเราหมดเลย แต่เราก็ต้องพิจารณาว่าอันไหนที่เอามาเป็นประโยชน์ได้ มันก็หล่อหลอมมาเรื่อย จนทำให้รู้ว่าเราชอบทำดราม่า ตั้งแต่เด็ก ขวัญไม่อ่านการ์ตูนกุ๊กกิ๊ก จะชอบอ่านอะไรที่ผจญภัยดราม่า โดยที่เราก็ไม่รู้ตัวหรอก และพออ่านนิยายก็ไม่ค่อยเลือกอ่านแนวกุ๊กกิ๊ก เราจะตั้งมาตรฐานว่าคนเราดูละครเรื่องหนึ่ง เราก็มีเวลจำกัดนะ แน่นอนว่าละครก็ต้องให้ความสุขผ่อนคลาย แต่เขาต้องได้อะไรด้วย ไม่ใช่ว่าเป็นอะไรที่เครียดนะค่ะ ซึ่งเราก็จะทำภายใต้โจทย์ของเรา

ผูกขาดผู้กำกับ“ปัญญา ชุ่มฤทธิ์”

คือน้าญาเป็นน้องคุณแม่ค่ะ กว่าที่น้าญาจะมาเป็นผู้กำกับ เขาผ่านทุกอย่างในกองนะ บทบาทแรกของเขาคือเสิร์ฟน้ำมั้งคะ เขายิ่งกว่าเราอีก เราไปกองถ่ายเราไปวิ่งเล่นเข้าฉากบ้างเป็นตัวประกอบบ้าง เคยเล่นละครตอนเด็กๆ แต่เราไม่เคยเสิร์ฟน้ำไม่เคยลากสายกล้องน้าญาทำมาหมดทุกอย่างเขาได้เรียนรู้เขาก็จะเข้าใจว่าในแง่ของช่างภาพต้องการอะไรยังไง หนังก็ผ่านมาแล้ว เทคโนโลยีกล้องซึ่งเราต้องพึ่งเขามากก็เลยมาเติมเต็มกัน แต่ว่าถ้าเราเห็นอะไรที่ต่างกันไม่ว่าจะหลานกับน้าก็ตามมันก็จะไปด้วยกันไม่ได้ แต่นี่เราดันเห็นเหมือนกัน พอเวย์ในการทำงานเราเหมือนกัน ก็เลยง่าย ยิ่งพอเป็นน้าหลาน ก็ยิ่งง่ายเข้าไปอีก เขาเป็นผู้กำกับที่ฟังเรา เหมือนกันเราก็ฟังเขาเลยกลายเป็นว่าทำงานกันแล้วลงตัว

ในหนึ่งวันของขวัญ

ชีวิตส่วนใหญ่จะอยู่กับกองถ่ายเป็นหลักค่ะ รู้สึกว่าเราจะเก่งแบบไอดอลของเราไม่ได้เลย ถ้าเราไม่รู้จริง ไม่เข้ากอง นักแสดงจะบอกว่าชอบเล่นละครกับขวัญ เพราะว่ามีอะไรบอกได้ อย่างขวัญทำงานกับนักแสดงในนางทิพย์ น้องๆ เขามีอะไร ก็จะคุยเลย เสนอไอเดียว่าจะทำอย่างนี้นะ เขาก็สนุกไปด้วย เพราะว่าเขาได้มีส่วนร่วมในละคร การทำงานก็เหนื่อยแหละ แต่ว่าสนุกค่ะ พอสนุกเราก็ลืมเหนื่อย ทุกวันอาจจะมีปัญหา แต่เราก็รู้สึกสนุกกับการแก้ปัญหา จนบางทีเวลามันผ่านไปเร็วมาก ปวดหัวก็ลืมนะ ถ้าเคลียร์งานตอนเช้าเสร็จ ก็ไปกองเลย และอยู่ยาวจนเลิกกอง เป็นกิจวัตรแบบนี้ เมื่อก่อนขวัญเคยทำงานอื่น ไม่เคยทำงานเดียวเลย คือทำควบคู่กันไปตั้งแต่สมัยเรียน แต่ว่า ณ ตอนนี้ก็เรียกว่าทำงานละครเต็มตัวเลย แต่เราก็รู้สึกว่าเราได้ทำหลายอย่างครอบคลุม

สถานะหัวใจ

มีคนที่เราคุยปรึกษาค่ะ (ยิ้ม) แต่ว่าเราก็เลือกชีวิตที่จะเป็นแบบนี้เต็มที่เลย เขาก็ต้องเข้าใจค่ะ (หัวเราะ) ต้องขอบคุณที่เขาเข้าใจ แล้วความเข้าใจไปในทางเดียวกัน หมายถึงว่าถ้าเราคบกับคนที่เรียกร้องเวลา หรือว่าเขาว่างไม่ทำงาน เราก็คงไปด้วยกันไม่ได้ หรือว่าถ้าเขาอยากจะมีครอบครัวมีลูก แต่เรายังสนุกอยู่เลย มันก็จะไปกันไม่ได้ ซึ่งขวัญก็ยังไม่อยากแต่งเขาอยากแต่งหรือเปล่าไม่รู้นะ (ยิ้ม) ความรักสำหรับขวัญคือความเข้าใจ สุดท้ายคือการที่เราได้เห็นเขาทำสิ่งที่เขาแฮปปี้ เขาก็มีความสุขที่เห็นเราได้ทำในสิ่งที่เราแฮปปี้ มีอะไรก็มาพูดคุยปรึกษามา แชร์ความสุขความทุกข์ด้วยกัน งานที่เขาทำไม่ได้มาทางละครเลยค่ะแต่ว่าก็มาเติมเต็ม คือเขาก็มีแนวที่เราไม่รู้ เราก็มีแนวที่เขาไม่รู้ ได้มาปรึกษากัน ต้องบอกว่ามันเป็นการคบกันของคนที่โตแล้ว ไม่ได้มุ้งมิ้งแบบเด็กๆ ไม่ได้รู้สึกว่าความรักจะขาดหายไป ความสุขของคนมันต่างกัน บางคนความใฝ่ฝันในชีวิตคือเป็นแม่บ้านมีลูกแล้วมีความสุข ซึ่งเราอาจจะมีความสุขก็ได้นะ ถ้าเรามีลูก อันนี้ไม่รู้ แต่ตอนนี้ความสุขของเราเป็นแบบนี้ เพื่อให้เราโตไปด้วยกัน เติมเต็มความสุขมากยิ่งขึ้น

ความในใจถึงแฟนละคร

ต้องขอบคุณคนดูนะคะ คือเราทำละครด้วยประสบการณ์ของเราประมาณหนึ่ง แต่ว่าเขาก็ยังมาสนใจผลงานของเราไม่ว่าเขาจะเสนอแนะชมอะไรเราก็รู้สึกว่าเขาช่วยให้เรารู้จักงานของเราให้เราไปต่อได้ถูกต้องมากขึ้น บางทีเราไม่รู้ใจเขาหรอกว่าอยากดูแบบไหน แต่เราก็พยายามสอดแทรกแง่คิด สุดท้ายกลับมาปรากฏเขาให้เราหมดเลย เราได้กลับมาอีกร้อยล้านอย่างก็ต้องขอบคุณจริงๆและซาบซึ้งมากบอกเลยว่าเราจะไม่ทำให้เขาผิดหวังตั้งใจเราอาจจะไม่ได้ทำทุกอย่างเพอร์เฟกท์อาจผิดพลาดตรงนี้เราก็เรียนรู้และเติบโตไปพร้อมๆ กับคนดูมีอะไรใหม่ที่เราทำได้เราก็จะทำ ขอบคุณและสัญญาว่าจะทำดีที่สุดทุกเรื่อง เราอาจจะเหนื่อยแต่เราไม่ลดมาตรฐานแน่นอนค่ะ

นอกจากจะไม่ได้ละทิ้งความรู้สึกของคนดูแล้ว ยังใส่ใจในงานทุกเม็ด ซึ่งนั่นถือเป็นกำไรสำหรับคนเฝ้าหน้าจออย่างเรา ที่จะได้เสพงานคุณภาพจากผู้จัดสาวทายาทคนบันเทิง “ขวัญ-พิมพ์อัปสร เทียมเศวต”

กุหลาบสีเงิน

 

‘เจมส์ เรืองศักดิ์’รำลึกถึงแฟนคลับ ผู้รอดชีวิตเหตุการณ์เครื่องบินตกเมื่อ 20 ปีก่อน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/374504

'เจมส์ เรืองศักดิ์'รำลึกถึงแฟนคลับ ผู้รอดชีวิตเหตุการณ์เครื่องบินตกเมื่อ 20 ปีก่อน

‘เจมส์ เรืองศักดิ์’รำลึกถึงแฟนคลับ ผู้รอดชีวิตเหตุการณ์เครื่องบินตกเมื่อ 20 ปีก่อน

วันเสาร์ ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 16.24 น.

3 พ.ย. 61 จากกรณีเหตุการณ์สุดสลดเมื่อ 20 ปีก่อน เมื่อเครื่องบินแอร์บัสตก เที่ยวบิน TG จ.สุราษฎร์ธานี 261 เกิดอุบัติเหตุเครื่องบินตกระแทกพื้นระหว่างลงจอดเนื่องจากสภาพอากาศย่ำแย่ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 101 คน และ บาดเจ็บ 45 คน ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนั้นมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก และหนึ่งในผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์นี้ ก็คืออดีตนักร้องชื่อดัง “เจมส์-เรืองศักดิ์ ลอยชูศักดิ์” และแม้เวลาจะผ่านมานานแล้ว เจ้าตัวก็ยังคงระลึกถึงเหตุการณ์ในครั้งนั้นอยู่เสมอ

โดยล่าสุดหนุ่ม “เจมส์” ได้โพสต์ภาพเมื่อ 20 ปีที่แล้ว ขณะอยู่ในโรงพยาบาลเคียงข้างแฟนคลับ พร้อมข้อความระบุว่า “20 ปีที่แล้ว หลังเหตุการณ์เครื่องบินตก มีเด็กชายคนหนึ่งชื่อ น้องอาร์ม” เด็กน้อยชาวสุราษฏร์ ที่โชคดีเป็นหนึ่งในผู้รอดชีวิตในเที่ยวบินนั้นกับผม… ครอบครัวของน้องเล่าว่า น้องอาร์มเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย…วันเกิดเหตุเครื่องตกเป็นวันที่ครอบครัวตั้งใจจะพาน้องกลับไปบ้านเกิดเพื่อให้น้องได้จากไปอย่างสงบที่บ้านเกิดของตัวเอง…แต่โชคชะตาก็พลิกผัน…เมื่อน้องอาร์มกลับรอดอย่างปาฏิหาริย์ในครั้งนั้น.. ผมจำได้ว่าหลังเป็นข่าวได้สักพัก…สื่อก็ได้พูดถึงเด็กคนหนึ่งที่เขาอยากเจอพี่เจมส์เรืองศักดิ์มาก…

ผมได้เจอน้องครั้งแรกที่ รพ. เด็กในตอนนั้น…น้องยังเหมือนเด็กปกติ ยังเล่น ยังพูดคุยหัวเราะกับผมได้..น้องชอบเพลงชับ ชับ ชับ วันนั้นเรายังร้องเพลงนี้กันลั่น รพ. ผมนำตุ๊กตาหมีใส่เสื้อสีฟ้า…ตัวโปรดของผมไปมอบให้น้องเพื่อเป็นกำลังใจให้น้องอาร์มที่ รพ. ด้วย… แต่หลังจากนั้นไม่นาน..ผมทราบข่าวว่ารัฐบาลเยอรมันรับน้องไปรักษาที่โน่นเป็นกรณีพิเศษ…ที่สถาบันมะเร็งที่มีชื่อเสียงของเยอรมัน เพราะข่าวน้องเป็นมะเร็งและรอดจากเครื่องบินตกโด่งดังไปทั่วโลก”

“และเเล้ววันหนึ่ง ผมก็ได้รับการติดต่อจากทางรัฐบาลเยอรมัน.ประสานผ่านรัฐบาลไทยว่า น้องอาร์มกำลังตกอยู่ในอาการโคม่าขั้นสุดท้าย…และน้องก็พูดแต่อยากพบ พี่เจมส์ เรืองศักดิ์ จนคุณหมอสงสัยว่าผมคือใคร… …หมอมีความหวังว่าอาจเกิดปาฏิหาริย์หากผมได้มาพบน้อง…เหมือนที่เคยเกิดขึ้นแล้วครั้งหนึ่งที่สถาบันมะเร็งแห่งนี้…เมื่อครั้งที่เด็กน้อยชาวเยอรมันป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย..และเขาอยากพบ นักมายากล เดวิด คอปเปอร์ฟิลด์…และเดวิดก็ไปพบ ทำให้เด็กคนนั้นอาการกลับมาดีขึ้น…

เมื่อทราบเรื่องผมจึงตัดสินใจอย่างไม่ลังเล…ที่จะบินหลาย ช.ม.ไปพบน้องที่เยอรมัน (ทั้งๆที่ผมเองก็ยังอยู่ในช่วงหวาดผวา กับการขึ้นเครื่องบินอย่างหนัก เพราะเหตุการณ์เพิ่งผ่านมาไม่นานนัก) ในภาพที่เห็นคือวินาทีที่ผมได้พบน้องที่นั่น…น้องขยับตัวไม่ได้แล้ว ชีพจรเกือบหยุดเเล้ว..ร่างกายแทบไม่รับรู้อะไรทั้งสิ้น..ตอบสนองแทบไม่ได้..แต่ปาฏิหาริย์ก็เกิดขึ้นช่วงสั้นๆ…เมื่อผมร้องเพลงชับชับชับ และลุกขึ้นเต้น ให้น้องดู… ชีพจรน้องกลับมาเต้นแรงอีกครั้ง… เหมือนน้องดีใจที่ผมมาจริงๆ วันนั้นเป็นการร้องเพลง ชับชับชับ ครั้งแรก…ที่ผมเต้นและร้องอย่างสนุกสนานเพื่อหวังให้มีปาฏิหาริย์กับน้อง… ท่ามกลาง น้ำตาของทุกคนในห้องพยาบาลวันนั้นรวมทั้งตัวผม … จากนั้นไม่นานน้องก็สิ้นลมหายใจจากพวกเราไปอย่างสงบ…. ถ้าวันนี้อาร์มยังอยู่ เขาคงมีอายุราวๆ 20 ปลายๆ ผ่านมา 20ปีแล้วแต่ผมยังไม่เคยลืมภาพเหตุการณ์ในวันนั้นเลย”

ขอบคุณ : jamesruangsak.co.th