Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: 2561(2018)

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

แห่ชื่นชม!หนุ่มขับบิ๊กไบค์ นำทางรถพยาบาลส่งผู้ป่วยเข้าโรงพยาบาล

Posted on March 29, 2019 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/333118

แห่ชื่นชม!หนุ่มขับบิ๊กไบค์  นำทางรถพยาบาลส่งผู้ป่วยเข้าโรงพยาบาล

แห่ชื่นชม!หนุ่มขับบิ๊กไบค์ นำทางรถพยาบาลส่งผู้ป่วยเข้าโรงพยาบาล

วันอาทิตย์ ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2561, 14.03 น.

15 เม.ย.61 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โลกโซเชียล มีได้การส่งต่อคลิปสุดประทับใจความมีน้ำใจของวัยรุ่นชายคนหนึ่งที่ขับรถจักรยานยนต์ นำหน้าใช้สัญญาณมือโบกรถหน้ารถกู้ชีพให้หลบเพื่อเปิดเส้นทางให้รถกู้ชีพนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาล หลังจากบนถนนเส้นดังกล่าวหนาแน่นไปด้วยผู้ใช้ใช้ถนนที่กำลังเดินทางไปท่องเที่ยวช่วงวันหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์และส่วนหนึ่งเดินทางกลับภูมิลำเนา หลังคลิปถูกส่งต่อโลกโซเชียล มีการแชร์ต่อกันอย่างกว้างขวาง พร้อมกับแสดงความคิดเห็นชื่นชมความมีน้ำใจของชายวัยรุ่นที่ขับรถจักรยานยนต์คันดังกล่าว

ผู้สื่อข่าวจึงสอบถามที่มาของคลิปทราบว่า บันทึกโดยนายณัฐวุฒิ ภัควันสกุล เจ้าหน้าที่กู้ชีพเทศบาลเมืองปากพูน (กู้ชีพปากพูน 05 ) หนึ่งในทีมกู้ชีพที่อยู่ในรถกู้ชีพเทศบาลเมืองปากพูน ต.ปากพูน อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช และเป็นคนถ่ายคลิป เล่าว่า เหตุการณ์ในคลิปเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 09.30 น.วันนี้ (15 เม.ย.) หลังจากศูนย์วิทยุกู้ชีพเทศบาลเมืองปากพูนได้รับแจ้งขอความช่วยเหลือมีผู้ป่วยอาการเป็นลม แน่นหนาอก หายใจติดขัด ทราบชื่อนายคมกริช จาทอง อายุ 60 ปี อยู่บ้านเลขที่ 200 หมู่ 4 หน้าโรงเรียนปากพูน ต.ปากพูน อ.เมือง

ไม่พลาดข่าวสำคัญ ติดตาม LINE@แนวหน้า ที่นี่

หลังรับแจ้งจึงรีบเดินทางไปพร้อมด้วยนายสมศักดิ์ เพ็งจันทร์ พลฯ ขับรถกู้ชีพ และนายวรชิต ไตรพันธ์โกศล เจ้าหน้าที่กู้ชีพประจำรถ เมื่อถึงที่เกิดเหตุพบผู้ป่วยมีอาการเป็นลม หายใจติดขัด และแน่นหน้าอก เจ้าหน้าที่จึงทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนรีบนำตัวผู้ป่วยขึ้นรถกู้ชีพ เพื่อส่งต่อโรงพยาบาลท่าศาลา ให้แพทย์ช่วยเหลือ

นายณัฐวุฒิ เล่าอีกว่า อย่างไรก็ตามระหว่างทางที่นำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลท่าศาลา พบว่าบนถนนสายดังกล่าว ซึ่งเป็นเส้นทางเดียวที่ไปโรงพยาบาลท่าศาล มีรถหนาแน่นการจราจรติดขัดอย่างหนัก เนื่องจากยังอยู่ในช่วงวันหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์ ประชาชนจึงเดินทางออกมาท่องเที่ยวตามแหล่งท่องเที่ยว และส่วนหนึ่งเดินทางกลับภูมิลำเนา ประกอบกับถนนเส้นดังกล่าวมีการก่อสร้างถนนคอนกรีต ทำให้รถกู้ชีพเทศบาลเมืองปากพูน เคลื่อนที่ไปอย่างเชื่องช้า

ระหว่างนั้นมีชายวัยรุ่นคนหนึ่งขับรถจักรยานยนต์แบบบิ๊กไบค์ ตามหลังรถกู้ชีพ ก่อนจะขับขึ้นแซงหน้ารถกู้ชีพ และใช้สัญญาณมือพยายามโบกรถคันหน้ารถกู้ชีพเทศบาลปากพูน ให้หลบเปิดเส้นทางให้รถกู้ชีพเทศบาลเมืองปากพนัง นำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลท่าศาลาได้อย่างรวดเร็วขึ้น ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวผู้ป่วยถึงมือแพทย์และได้รับการช่วยเหลือจนอาการปลอดภัยแล้ว ต้องขอขอบคุณชายวัยรุ่นคนดังกล่าวเป็นอย่าง

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2561(2018), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สุดเอือม! เปิดภาพน่าเศร้าเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ต้องมานั่งเก็บขยะกองโตบนหาดชื่อดัง

Posted on March 29, 2019 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/333112

สุดเอือม! เปิดภาพน่าเศร้าเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ต้องมานั่งเก็บขยะกองโตบนหาดชื่อดัง

สุดเอือม! เปิดภาพน่าเศร้าเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ต้องมานั่งเก็บขยะกองโตบนหาดชื่อดัง

วันอาทิตย์ ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2561, 13.42 น.

15 เม.ย. 61 ศ.ดร. ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองคณบดีคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้มีการโพสต์ภาพและข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Thon Thamrongnawasawat ได้มีการเปิดเผยภาพขยะกองโตจากสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังอย่าง อุทยานหมู่เกาะช้าง

โดยระบุข้อความว่า คนไปทะเลเยอะ ขยะยิ่งเยอะ เจ้าหน้าที่อุทยานก็เหน็ดเหนื่อยมากขึ้น เก็บกันทุกวันเก็บเท่าไหร่ก็ไม่หมด ทั้งที่หน้าที่ของเจ้าหน้าที่อุทยานคือดูแลรักษาธรรมชาติ ห้ามปรามจับกุมนักท่องเที่ยวเหยียบปะการังเก็บปลาดาว ฯลฯ ไม่ใช่มาเก็บขยะให้พวกเรา

ไม่พลาดข่าวสำคัญ ติดตาม LINE@แนวหน้า ที่นี่

จึงอยากให้พวกเราช่วยน้องน่ารักคนนี้ ลดพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว (single use) ใช้ถุงผ้า ใช้ขวดน้ำแบบติดตัว พยายามเก็บทุกอย่างกลับมา หากมีใจก็ช่วยเก็บขยะแถวนั้นด้วย คนละชิ้นสองชิ้น ลดภาระเจ้าหน้าที่ ช่วยเพิ่มรอยยิ้มให้ทะเลครับ

ภาพจากอุทยานหมู่เกาะช้าง ขอบคุณน้องๆ ที่ช่วยกันเต็มที่ครับ

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2561(2018), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สงกรานต์สังขละบุรีสุดคึกคัก นทท.ทะลักตักบาตรบน’สะพานมอญ’ (ชมคลิป)

Posted on March 29, 2019 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/333108

สงกรานต์สังขละบุรีสุดคึกคัก  นทท.ทะลักตักบาตรบน'สะพานมอญ' (ชมคลิป)

สงกรานต์สังขละบุรีสุดคึกคัก นทท.ทะลักตักบาตรบน’สะพานมอญ’ (ชมคลิป)

วันอาทิตย์ ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2561, 13.17 น.

15 เม.ย.61 ผู้สื่อข่าวรายงาน บรรยากาศการท่องเที่ยวในช่วงหยุดยาวเทศกาลประเพณีวันสงกรานต์ในเขตพื้นที่อำเภอสังขละบุรี จ.กาญจนบุรี บริเวณภายในตลาดเทศบาลตำบลวังกะ มีพระสงฆ์สามเณร ที่บวชภาคฤดูร้อน จากวัดลิเจีย และวัดสุญญตาราม จำนวน 199 รูป เดินทางมาบิณฑบาต เริ่มจากภายในตลาดผ่านไปบนสะพานไม้อุตตมานุสรณ์ หรือสะพานมอญ แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของอำเภอสังขละบุรี ข้ามไปยังฝั่งชุมชนชาวมอญ หมู่ 2 บ้านวังกะ ซึ่งตลอดเส้นที่มีประชาชนรวมทั้งนักท่องเที่ยวจากทั่วประเทศร่วมกันใส่บาตรตลอดเส้นทางเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะบนสะพานมอญ สำหรับอากาศในช่วงเช้านั้นค่อนข้างเย็นสบาย อีกทั้งยังมีหมอกให้เห็นอีกด้วย สำหรับการออกมาบิณฑบาตของพระสงฆ์และสามเณรในครั้งนี้ ได้ปฏิบัติการมานานกว่า 30 ปี จนกลายเป็นประเพณีไปแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ตั้งแต่เข้าสู่ช่วงวันหยุดยาวเทศกาลประเพณีวันสงกรานต์ นักท่องเที่ยวได้หลั่งไหลเข้ามาในพื้นที่อำเภอสังขละบุรีเป็นจำนวนมาก ทำให้มีเม็ดเงินสะพัดไปสู่ชุมชุนและชาวบ้านในพื้นที่อย่างล้นหลาม แต่อย่างไร่ก็ตาม ถึงแม้จะมีนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก แต่ในช่วงเวลากลางวันนั้นค่อนข้างเงียบเหงา เพราะนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะอาศัยนอนพักผ่อนอยู่ตามห้องพักที่ติดแอร์ เนื่องจากช่วงเวลาดังกล่าว อากาศค่อนข้างที่จะร้อนอบอ้าว อุณภูมิสูงถึง 37-40 องศา ซึ่งจะกลับมาคึกคักอีกครั้งหนึ่งก็ต่อเมื่อถึงเวลาเย็น

ไม่พลาดข่าวสำคัญ ติดตาม LINE@แนวหน้า ที่นี่

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2561(2018), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สะบายดีปีใหม่ไทย-ลาว มหาสงกรานต์กลางเกาะแม่น้ำโขง

Posted on March 29, 2019 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/333099

สะบายดีปีใหม่ไทย-ลาว มหาสงกรานต์กลางเกาะแม่น้ำโขง

สะบายดีปีใหม่ไทย-ลาว มหาสงกรานต์กลางเกาะแม่น้ำโขง

วันอาทิตย์ ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2561, 11.13 น.

สะบายดีปีใหม่ไทย-ลาว มหาสงกรานต์กลางเกาะแม่น้ำโขง นักท่องเที่ยวแห่เที่ยวนับหมื่นคน

15 เม.ย.61 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณเกาะดอนโป่ง เมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการ จ.เชียงราย นายทัศนัย สุธาพจน์ นายอำเภอเชียงของ จ.เชียงราย ผู้บริหารเทศบาล ต.เวียงเชียงของ สภาวัฒนธรรม อ.เชียงของ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เดินทางไปร่วมงาน “มหาสงกรานต์สะบายดีปีใหม่ไทย-ลาว ประจำปี 2561” ซึ่งจัดขึ้นที่เกาะกลางแม่น้ำโขงเชื่อมระหว่าง อ.เชียงของ กับเมืองห้วยทราย โดยฝ่าย สปป.ลาว มีท่านคำพัน เผยยะวง เจ้าแขวงบ่อแก้ว ให้การต้อนรับและเป็นประธานในพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ

ไม่พลาดข่าวสำคัญ ติดตาม LINE@แนวหน้า ที่นี่

โดยพิธีจัดสงกรานต์กลางเกาะแม่น้ำโขงดังกล่าวมีการเปิดให้ประชาชนทั้งชาวไทยและลาวรวมถึงนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาจากทั่วทุกสารทิศได้เดินทางขึ้นไปบนเกาะ และร่วมกันก่อกองทรายเป็นเจดีย์ตามประเพณีล้านนา จากนั้นนำตุงหรือธง 12 ราศี ไปปักที่กองทรายตามประเพณี นักท่องเที่ยวจากไทย และลาวต่างพากันเล่นน้ำบริเวณหาดทรายบนเกาะกลางแม่น้ำโขง

จากนั้นมีการแสดงฟ้อนรำอย่างงดงามจากแขวงบ่อแก้ว และอ.เชียงของ พร้อมกันนี้คณะผู้เข้าร่วมต่างพากันฟ้อนรำเพื่อเฉลิมฉลองเนื่องในเทศกาลสงกรานต์ และเพื่อเชื่อมความสัมพันธไมตรีต่อกันด้วยบรรยากาศที่ชื่นมื่น กิจกรรมภายในงานบนเกาะยังมีหลากหลาย เช่น การแข่งขันชกมวยทะเล การแข่งขันปืนเสาน้ำมัน การซักกะเย่อ เป็นต้น ขณะที่มีผู้คนเดินทางด้วยเรือเล็กข้ามไปยังเกาะอย่างเนืองแน่น

สำหรับการจัดงานเทศกาลสงกรานต์ไทย-สปป.ลาว ดังกล่าวจัดขึ้นระหว่างวันที่ 13-18 เม.ย.นี้ โดยในวันที่ 15-17 เม.ย.มีการทำบุญตามวัดต่างๆ และช่วงสายมีการแข่งขันพายเรือในแม่น้ำโขงบริเวณท่าผาด่าน หน้าวัดหลวง ต.เวียง อ.เชียงของ และวันที่ 18 เม.ย.จัดพิธีบวงสรวงปลาบึก ณ บริเวณลานโพธิ์วัดหาดใคร้ ต.เวียง ซึ่งเป็นสถานที่แห่งเดียวที่มีเคยมีการจับปลาบึกแม่น้ำโขงตามธรรมชาตืได้โดยปีนี้นอกจากจะชาวบ้านจะจัดพิธีเหมือนทุกปี รวมทั้งมีการจัดงานมหกรรมวัฒนธรรมอิ้วเมี่ยนสัมพันธ์นานาชาติ ณ สวนปลาบึกเจ็ดสี ท่าเรือบั๊ค ต.เวียง โดยมีการแสดงทางวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธ์อย่างงดงามด้วย

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2561(2018), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ยิ้มกันวันอาทิตย์

Posted on March 29, 2019 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/333016

ยิ้มกันวันอาทิตย์

ยิ้มกันวันอาทิตย์

วันอาทิตย์ ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

นึกว่าเทนนิส : ผู้ประท้วงซึ่งเป็นนักเคลื่อนไหวเพื่อสิ่งแวดล้อมฝรั่งเศสเตรียมใช้แร็กเกตหวดกระป๋องแก๊สน้ำตาเข้าใส่ตำรวจปราบจลาจล ที่พยายามเข้าขับไล่พวกเขาออกจากที่ตั้ง บริเวณป่าละเมาะใกล้สถานที่ก่อสร้างสนามบินแห่งใหม่ ในเมืองน็องต์ ระหว่างการปักหลักประท้วงแผนการก่อสร้างดังกล่าวของรัฐบาล

ไม่พลาดข่าวสำคัญ ติดตาม LINE@แนวหน้า ที่นี่

ไปดีนะคุณ : นาธาเนียล มิลเลอร์ นาวิกโยธินสหรัฐ สวมกอดภรรยาสาวครั้งสุดท้ายเพื่อร่ำลา ก่อนขึ้นเรือพิฆาตติดหัวรบนิวเคลียร์ ยูเอสเอส บัลค์ลีย์อันเป็นส่วนหนึ่งของกองเรือแฮร์รี เอส ทรูแมน ที่เตรียมออกเดินทางจากฐานทัพเรือในนอร์ฟอล์ค รัฐเวอร์จิเนีย มุ่งหน้าไปยังตะวันออกกลาง

 

หวัดดีจ้า : ช่างภาพบันทึกภาพลูกช้างเอเชียเกิดใหม่ ที่เพิ่งถูกนำตัวออกมาอวดสายตาสาธารณชนเป็นวันแรก ที่สวนสัตว์แพลงเคนดีล ในเมืองมีเคเลน ประเทศเบลเยียม

 

โอ้โห : เดวิด อัลฟองโซ หนุ่มน้อยวัย 8 ปี ที่เพิ่งได้รับสัญชาติแคนาดาหมาดๆ ทำตาโตด้วยความดีใจเมื่อได้เห็นขนมเมเปิล ทาฟฟี ที่เจ้าหน้าที่เตรียมเอาไว้ให้รับประทาน เพื่อแสดงความยินดีที่เขาได้รับสัญชาติแคนาดา ในพิธีมอบสัญชาติแก่พลเรือน ที่กรุงออตตาวา รัฐออนแทรีโอ ประเทศแคนาดา

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2561(2018), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘สุข-แข็งแรง-ยังทำงาน’ มองผู้สูงวัยไทยผ่านสถิติ

Posted on March 29, 2019 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/333042

‘สุข-แข็งแรง-ยังทำงาน’  มองผู้สูงวัยไทยผ่านสถิติ

‘สุข-แข็งแรง-ยังทำงาน’ มองผู้สูงวัยไทยผ่านสถิติ

วันอาทิตย์ ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2561, 02.00 น.

เป็นที่ทราบกันดีว่าประเทศไทยเข้าสู่ สังคมสูงวัย มาสักระยะหนึ่งแล้ว นำมาซึ่งหลายมาตรการของภาครัฐที่ออกมารับมือ รวมถึงล่าสุดกับแนวคิด “ขยายเวลาเกษียณอายุราชการ” จาก 60 ปี เป็น 63 ปี ดังที่ปรากฏในประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง การประกาศแผนการปฏิรูปประเทศ ซึ่งประกาศดังกล่าวถูกเผยแพร่เมื่อ 6 เม.ย. ซึ่งประเด็นหนึ่งที่ได้รับความสนใจอยู่ในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 135 ตอนที่ 24 ก (เล่มที่ 5) เมื่อ 6 เม.ย. 2561 ที่ผ่านมา

ขณะเดียวกัน 10 เม.ย. 2561 สำนักงานสถิติแห่งชาติ (สสช.) โดยผู้อำนวยการ สสช. ภุชพงศ์ โนดไธสง แถลงข่าวผลการสำรวจเรื่อง “สถิติบอกอะไร ผู้สูงวัยปัจจุบันและอนาคต” ซึ่งมีเรื่องราวน่าสนใจ อาทิ 1.ในปี 2560 ประเทศไทยมีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปราว 11.31 ล้านคน เป็นหญิง 6.23 ล้านคน ชาย 5.08 ล้านคน 2.สัดส่วนผู้สูงอายุตามวัย เป็นผู้สูงอายุวัยต้น (60-69 ปี) ร้อยละ 57.4 วัยกลาง (70-79 ปี) ร้อยละ 29 และวัยปลาย (80 ปีขึ้นไป) ร้อยละ 13.6

ไม่พลาดข่าวสำคัญ ติดตาม LINE@แนวหน้า ที่นี่

3.ภาคเหนือ “ครองแชมป์” พื้นที่ที่มีสัดส่วนประชากรสูงวัยมากที่สุด ร้อยละ 21.1 รองลงมา ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) ร้อยละ 19.2 ส่วนภาคใต้ มีผู้สูงอายุน้อยที่สุด ร้อยละ 14.4 4.ผู้สูงอายุไทย 1 ใน 3 หรือร้อยละ 35.1 ทำงานประจำ อาชีพที่ผู้สูงอายุไทยทำกันมาก 2 อันดับแรกคือ อันดับ 1 เกษตรกร ร้อยละ 58.7 กับอันดับ 2 ค้าขายและบริการ ร้อยละ 17.9

5.บุตรยังเลี้ยงดูพ่อแม่ และผู้สูงวัยเองก็พยายามไม่เป็นภาระ โดยพบว่ารายได้หลักของผู้สูงอายุ อันดับ 1 ร้อยละ 34.7 ได้จากบุตร อันดับ 2 การทำงานของตนเอง ร้อยละ 31 ส่วนเหตุผลที่ผู้สูงวัยยังทำงานคือ อันดับ 1 สุขภาพแข็งแรงดี ยังทำงานไหว ร้อยละ 47.7 อันดับ 2 ต้องหารายได้เลี้ยงตนเองหรือครอบครัว ร้อยละ 43.4 ทั้งนี้ผู้สูงอายุไทยทำงานเฉลี่ย 38 ชั่วโมงต่อสัปดาห์

6.ผู้สูงอายุไทยส่วนใหญ่สุขภาพยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ แม้สัดส่วนผู้สูงอายุที่สุขภาพดีมากและดีจะลดลงกว่าการสำรวจเมื่อปี 2557 กล่าวคือ ในปี 2557 มีผู้สูงอายุสุขภาพดีมาก ร้อยละ 3.3 และสุขภาพดีร้อยละ 42.4 ส่วนปี 2560 มีผู้สูงอายุสุขภาพดีมาก ร้อยละ 2.4 และสุขภาพดีร้อยละ 39.3 แต่ผู้สูงอายุในเกณฑ์สุขภาพปกติเพิ่ม จากปี 2557 ที่ร้อยละ 38.3 เป็นร้อยละ 43.2 ในปี 2560 ส่วนผู้สูงอายุที่สุขภาพไม่ดี ลดลงจากร้อยละ 13.9 ในปี 2557 มาอยู่ที่ร้อยละ 13.5 ในปี 2560 และผู้สูงอายุที่สุขภาพไม่ดีมาก ลดลงจากร้อยละ 2.1 ในปี 2557 มาอยู่ที่ร้อยละ 1.6 ในปี 2560

7.โครงการบัตรทอง 30 บาท มีประโยชน์มากกับผู้สูงวัย ร้อยละ 83.2 ของผู้สูงอายุไทยใช้บัตรทอง 30 บาท ในการรักษาพยาบาล 8.ยิ่งอายุมากขึ้นยิ่งเสี่ยงหกล้มมากขึ้นด้วย แม้จำนวนผู้สูงอายุที่พลัดตกหกล้มจะลดลง จากร้อยละ 11.6 ในปี 2557 มาเหลือเพียงร้อยละ 6.6 ในปี 2560 แต่หากแยกตามวัย ผู้สูงอายุวัยปลายหรือ 80 ปีขึ้นไป เป็นกลุ่มเสี่ยงมากที่สุด ร้อยละ 8.3 สาเหตุอันดับ 1 ร้อยละ 39 คือการลื่น และอันดับ 2 ร้อยละ 36.6 คือการสะดุด

9.สภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อผู้สูงวัย พบว่า ผู้สูงวัยร้อยละ 40.1 อยู่บ้านชั้นเดียว รองลงมา ร้อยละ 37.3 นอนชั้นล่าง, ร้อยละ 59 นอนบนเตียง ร้อยละ 51.5 ใช้ส้วมห้อยเท้า ร้อยละ 81.3 ส้วม อยู่ภายในบ้าน ถือว่ามีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมในระดับหนึ่ง แต่ที่ต้องปรับปรุง เช่น ยังมีถึงร้อยละ 47.5 ที่ใช้ส้วมนั่งยอง ร้อยละ 41 ให้ผู้สูงอายุนอนบนพื้น และโดยเฉพาะ “ร้อยละ 89.2 ไม่มีราวจับในห้องน้ำ” ห้องน้ำจึงเป็นจุดเสี่ยงที่ผู้สูงวัยอาจหกล้มได้

10.ผู้สูงอายุไทยยังมีความสุขดี หากให้คะแนนเต็ม 10 นับจากสุขน้อยที่สุดไปสุขมากที่สุด ผู้สูงอายุไทยเฉลี่ยกว่าร้อยละ 50 ให้คะแนนที่ 7-8 หมายถึงมีความสุขมาก และกว่าร้อยละ 30 ให้คะแนนที่ 5-6 หมายถึงมีความสุขปานกลาง อย่างไรก็ตาม “ความสุขก็ลดลงตามวัย” จากผู้สูงอายุวัยต้น 60-69 ปี ที่ตอบว่าสุขมาก ร้อยละ 57.7 เมื่อถึงผู้สูงอายุวัยปลาย หรือ 80 ปีขึ้นไป ลดลงมาอยู่ที่ร้อยละ 43.8

11.ผู้สูงอายุไทยส่วนใหญ่มีรายได้พอยังชีพ โดยร้อยละ 28.2 มีรายได้ 10,000-29,999 บาทต่อเดือน รองลงมา ร้อยละ 21.4 มีรายได้ 30,000-49,999 บาทต่อเดือน อันดับ 3 ร้อยละ 15.2 มีรายได้ 50,000-69,999 บาทต่อเดือน โดยมีเพียงร้อยละ 10.9 ที่มีรายได้
ต่ำกว่า 10,000 บาทต่อเดือน ในภาพรวมร้อยละ 50.3 ตอบว่ารายได้เพียงพอในการใช้จ่าย อย่างไรก็ตาม มีเพียงร้อยละ 5.8 ที่มีเหลือเก็บออม

12.คู่ชีวิตและลูกสาวคือผู้เลี้ยงดู ผู้ดูแลผู้สูงอายุไทยส่วนใหญ่ ร้อยละ 32.2 เป็นคู่สมรสที่อยู่ดูแลกันในยามแก่เฒ่า รองลงมา ร้อยละ 30 เป็นลูกสาวที่แต่งงานแล้ว และอันดับ 3 ร้อยละ 10.6 เป็นลูกสาวที่ยังโสด13.ลูกยังห่วงใยพ่อแม่ โดยผู้สูงอายุร้อยละ 79.1 ได้รับเงินจากบุตรหลานที่ออกไปทำงานไกลบ้านส่งกลับมา และร้อยละ 64.6 กรณียังอยู่บ้านเดียวกัน อย่างไรก็ตามมีข้อค้นพบน่าสนใจอย่างหนึ่งคือ พบผู้สูงอายุร้อยละ 17.4 ยังให้เงินช่วยเหลือบุตรหลานในกรณีอยู่บ้านเดียวกัน มากกว่ากรณีอยู่คนละบ้านซึ่งอยู่ร้อยละ 8

14.ครอบครัวไทยยังอบอุ่น เห็นได้จากคนไทยถึงร้อยละ 97.3 ยังกลับไปเยี่ยมพ่อแม่ญาติผู้ใหญ่ โดยส่วนใหญ่ ร้อยละ 28.4 ไปเยี่ยมเกือบทุกวันหรือทุกวัน รองลงมา ร้อยละ 27.8 ไปเยี่ยมอย่างน้อยปีละครั้ง และอันดับ 3 ร้อยละ 25.1 ไปเยี่ยมเดือนละ 1 ครั้ง และ 15.ผู้สูงอายุอยู่แบบโสดหรือเป็นคู่ชีวิตวัยชรามากขึ้น โดยในปี 2560 กลุ่มที่อยู่เป็นโสดอยู่ที่ร้อยละ 10.8 เพิ่มจากร้อยละ 8.7 ในปี 2557 และกลุ่มที่อยู่เป็นคู่ชีวิตวัยชรา ในปี 2560 อยู่ที่ร้อยละ 23.3 เพิ่มจากร้อยละ 20.6 ในปี 2557

ทั้งหมดนี้คือเรื่องราวของผู้สูงอายุรวมถึงสภาพของครอบครัวไทย ซึ่งความท้าทายที่ ผอ.สสช. ทิ้งท้ายไว้คือ “จะทำอย่างไรให้คนไทยมีลูกมากขึ้น” เพราะหากอัตราการเกิดยังลดลงต่อเนื่อง ในปี 2570 หรืออีก 9 ปีข้างหน้า บอกได้เลยว่าประชากรวัยทำงาน “เหนื่อย” แน่ๆ!!!

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2561(2018), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปแนวหน้า : ‘สิทธิมนุษยชน’ กำแพงการค้าโลกสมัยใหม่

Posted on March 29, 2019 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/333027

สกู๊ปแนวหน้า : ‘สิทธิมนุษยชน’  กำแพงการค้าโลกสมัยใหม่

สกู๊ปแนวหน้า : ‘สิทธิมนุษยชน’ กำแพงการค้าโลกสมัยใหม่

วันอาทิตย์ ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2561, 02.00 น.

โลกยุคปัจจุบัน “เชื่อมโยงถึงกันหมด” ไม่มีดินแดนใดที่สามารถปิดตนเองอยู่อย่างโดดเดี่ยว หากแต่มีการซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการต่างๆ ตามศักยภาพของแต่ละประเทศ ขณะเดียวกัน “ค่านิยม” ของโลกยุคใหม่นั้นมนุษย์ถูกปลูกฝังให้ “เคารพในศักดิ์ศรีความเป็นคนเท่ากัน” ดังนั้นประเทศหรือกิจการใดๆ ที่อยู่ด้วยการ “ละเมิด” ส่งผลกระทบเดือดร้อนแก่เพื่อนมนุษย์ ประเทศหรือกิจการนั้นมัก “ถูกกีดกัน” ไม่ได้รับการยอมรับจากนานาชาติ

เห็นได้ชัดๆ กับกรณีของประเทศไทยที่รัฐบาลพยายามแก้ปัญหา “กิจการประมง” กันอย่างจ้าละหวั่น เพื่อลบภาพ “แรงงานทาส” ที่ถูกพูดถึงมากในวงการประมงไทยมาช้านาน จนถูกกดดันจากทั้ง “สหรัฐอเมริกา-สหภาพยุโรป (อียู-EU)” อันเป็น “ลูกค้าหลัก” ที่ซื้อสินค้าประมงจากไทย หากรัฐบาลไทยไม่แก้ไขอย่างจริงจังให้ภาพลักษณ์ดีขึ้น ย่อมไม่อาจส่งสินค้าสัตว์น้ำไปขายในประเทศเหล่านั้นได้

ไม่พลาดข่าวสำคัญ ติดตาม LINE@แนวหน้า ที่นี่

ศ.(กิตติคุณ) ดร.วิทิต มันตาภรณ์ อาจารย์คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และคณะทำงานด้านสิทธิมนุษยชน องค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น-UN) กล่าวในงานสัมมนาวิชาการ “Leading by Example : รัฐวิสาหกิจไทยสู่ต้นแบบการทำธุรกิจที่เคารพสิทธิมนุษยชน” ถึงเกณฑ์ “กลุ่มเสี่ยง” ที่กติกาสากลคาดหวังให้ภาครัฐและธุรกิจไม่ละเมิด ดังนี้ 1.แรงงานประมง 2.แรงงานที่เป็นเหยื่อค้ามนุษย์

3.แรงงานบังคับหรือเอารัดเอาเปรียบ เช่นบางประเทศยังมีการเกณฑ์แรงงานประชาชนโดยไม่จ่ายค่าแรงหรือจ่ายค่าน้อยกว่าที่ควรจะเป็น รวมถึงภาคธุรกิจที่ “จ่ายค่าจ้างไม่ตรงเวลา” บ่อยๆ ด้วย 4.แรงงานก่อสร้าง 5.แรงงานเกษตร จำนวนมากเป็นแรงงานตามฤดูกาล อาจตกหล่นไม่อยู่ภายใต้การคุ้มครองของกฎหมายใดๆ 6.แรงงานรับใช้ในบ้าน เป็นปัญหาใหญ่ระดับโลก เพราะพบว่าบรรดา “สาวใช้” เป็นแรงงานที่ถูกละเมิดสิทธิมากในหลายประเทศ

7.แรงงานในภาคธุรกิจขนาดเล็ก อยู่ในพื้นที่ห่างไกล 8.แรงงานเด็ก โดยเฉพาะ “โสเภณีเด็ก” เป็นเรื่องที่นานาชาติเฝ้าระวัง 9.แรงงานต่างด้าวที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน 10.คนไร้สัญชาติ 11.แรงงานผู้ต้องขังในเรือนจำ ที่บริษัทเอกชนทำสัญญาขอใช้แรงงานจากผู้ต้องขังผลิตสินค้าป้อนให้กับบริษัทนำไปขาย เรื่องนี้ทั้งภาคธุรกิจและภาครัฐที่ดูแลเรือนจำต้องระมัดระวังด้วย 12.เหยื่อฆาตกรรมหรือทำให้สาบสูญเพราะเหตุทางการเมือง

13.คนพิการ 14.ผู้สูงอายุ 15.สตรี เช่น ความรุนแรง การแต่งงานก่อนวัยอันควร 16.ผู้โยกย้ายถิ่นฐาน ทั้งที่เป็นผู้อพยพลี้ภัย รวมถึงการโยกย้ายเพราะผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม 17.นักปกป้องสิทธิ เรื่องนี้ประเทศไทยถูกจับตามองว่าทั้งภาครัฐและธุรกิจนิยมใช้วิธี “ฟ้องปิดปาก” (SLAPP) จัดการกับใครก็ตามที่ลุกขึ้นมาตั้งข้อสังเกตการใช้อำนาจของรัฐบาลหรือการดำเนินธุรกิจ ซึ่งการฟ้องปิดปากนั้นต่างจากการฟ้องคดีทั่วๆ ไปคือไม่ต้องการข้อเท็จจริงและความเป็นธรรม แต่ต้องการให้คนที่ร้องเรียน “วุ่น” อยู่กับการ “ขึ้นโรงขึ้นศาล” จนไม่กล้าพูดอะไรอีก

18.ชนกลุ่มน้อย 19.ชนพื้นเมือง และ 20.กลุ่มเพศทางเลือก (LGBTQ) นอกจากนี้ สำหรับประเทศไทยมีกติการะหว่างประเทศที่ไปลงนามไว้ 7 ฉบับ คือ 1.อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก (Convention on the Rights of the Child-CRC) 2.อนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรีในทุกรูปแบบ (Convention on the Elimination of All Forms of Discrimination Against Women-CEDAW)

3.กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (International Covenant on Civil and Political Rights-ICCPR) 4.กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม (International Covenant on Economic, Social and Cultural Rights-ICESCR) 5.อนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติในทุกรูปแบบ (Convention on the Elimination of All Forms of Racial Discrimination-CERD)

6.อนุสัญญาว่าด้วยการต่อต้านการทรมานและการปฏิบัติหรือการลงโทษอื่นที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือที่ย่ำยีศักดิ์ศรี (Convention against Torture and Other Cruel, Inhuman or Degrading Treatment or Punishment-CAT) และ 7.อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิของคนพิการ (Convention on the Rights of Persons with Disabilities-CRPD) ซึ่งจะมีคณะกรรมการจาก UN ติดตามตรวจสอบอยู่เป็นระยะๆ

อย่างไรก็ตาม อาจารย์วิทิต กล่าวถึง “ความท้าทาย” ของสังคมไทยหลายประการ เช่น กฎหมายว่าด้วย “พนักงานรัฐวิสาหกิจ” ไม่อนุญาตให้หยุดงานประท้วง หรือแรงงานที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนยังพบว่าถูกเลือกปฏิบัติ รวมถึง “ข้าราชการ-เจ้าหน้าที่รัฐ” ก็ไม่ได้รับอนุญาตให้ตั้งสหภาพแรงงาน ซึ่งตามหลักเกณฑ์ของ “องค์การแรงงานระหว่างประเทศ” (ไอแอลโอ-ILO) เรียกร้องว่าควรมีสิทธิดังกล่าว

ขณะที่ ประกายรัตน์ ต้นธีรวงศ์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) กล่าวว่า โลกยุคปัจจุบันไม่นิยมใช้มาตรการตั้งกำแพงภาษี แต่หันมาตรวจสอบว่าธุรกิจนั้นๆ ไปละเมิดสิทธิมนุษยชน เช่น กดค่าแรง ใช้แรงงานเด็ก ใช้แรงงานไม่มีวันหยุดพักหรือไม่ หากมีชาวโลกก็จะไม่ยอมรับ ทำให้ไม่สามารถค้าขายกับใครได้ และกล่าวด้วยว่า “แม้ภาคธุรกิจเอกชนจะสำคัญ แต่ที่เป็นรัฐวิสาหกิจซึ่งเป็นมือไม้ของรัฐนั้นสำคัญกว่า” ทว่าจากข้อร้องเรียนการละเมิดสิทธิที่ กสม. ได้รับเฉลี่ย 700-800 เรื่องต่อปี มีจำนวนไม่น้อยที่เกี่ยวข้องกับรัฐวิสาหกิจ

โดย “ภาคคมนาคม” ได้รับการร้องเรียนมากที่สุด เช่น รถไฟฟ้าที่คนพิการไม่ได้รับความสะดวกในการใช้ลิฟต์ หรือโครงการก่อสร้างสาธารณูปโภคที่ชุมชนได้รับผลกระทบจากฝุ่นควันและเสียง รองลงมาเป็น “ภาคพลังงาน” เช่น โครงการก่อสร้างแหล่งผลิตหรือลำเลียงพลังงานแล้วต้องโยกย้ายชุมชนออกไป มีการจ่ายค่าเวนคืนเหมาะสมหรือไม่? หรือชาวบ้านโดยรอบรู้สึกกังวลด้านสิ่งแวดล้อม

นอกจากนี้ แม้ตัวรัฐวิสาหกิจจะยืนยันว่าได้ปฏิบัติตามหลักสิทธิมนุษยชนอย่างดี แต่ความท้าทายคือจะสามารถบังคับให้ “บริษัทลูก-ผู้รับเหมาช่วง-บริษัทคู่ค้า”ที่เข้ามาร่วมงานกับรัฐวิสาหกิจปฏิบัติเช่นเดียวกันได้อย่างไร พร้อมกับย้ำว่าอยากให้รัฐวิสาหกิจในฐานที่เป็นตัวแทนของภาครัฐ เป็น “แบบอย่าง” ในการทำธุรกิจที่ไม่ละเมิดสิทธิมนุษยชน พร้อมฝากข้อคิดว่า

ถ้าทำถูกต้องธุรกิจก็ยั่งยืนไม่มีความเสี่ยง แม้ตอนเริ่มต้นจะต้องใช้เวลา ใช้กำลังและทรัพยากรบ้าง!!!

SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า | Tagged 2561(2018), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘เรือมตร๊ด’!การละเล่นโบราณกว่าพันปี…ไม่สืบสานก็สาบสูญ(ชมคลิป)

Posted on March 29, 2019 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/333045

‘เรือมตร๊ด’!การละเล่นโบราณกว่าพันปี...ไม่สืบสานก็สาบสูญ(ชมคลิป)

‘เรือมตร๊ด’!การละเล่นโบราณกว่าพันปี…ไม่สืบสานก็สาบสูญ(ชมคลิป)

วันเสาร์ ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2561, 17.36 น.

“เรือมตร๊ด” การละเล่นพื้นเมืองโบราณกว่าพันปี ของชาวไทยเชื้อสายเขมร“สุรินทร์” ในงานบุญ“แคแจ๊ต”หรือ“รำตรุษสงกรานต์” ไม่สืบสาน…ก็สาบสูญ

ผู้สื่อข่าวประจำ จ.สุรินทร์ รายงานว่า เมื่อวันที่ 13 เม.ย.ที่ผ่านมา ที่บ้านขยอง หมู่ 10 ต.ตาอ็อง อ.เมือง จ.สุรินทร์ มีการแสดงพื้นเมืองสุรินทร์โบราณที่มีการสืบทอดกันมาหลายพันปี จากรุ่นสู่รุ่น คือ “รำตร๊ด” ซึ่งภาษาเขมรพื้นถิ่นสุรินทร์ หรือแปลเป็นไทยว่า “การรำตรุษสงกรานต์” ซึ่งเป็นการละเล่นของชาวไทยเชื้อสายเขมรจะนิยมเล่นในช่วงสงกรานต์ หรือที่ชาวเขมรเรียกว่า “แคแจ๊ต” พบได้ในเขตอีสานใต้ที่พูดภาษาเขมรเป็นส่วนมาก

ไม่พลาดข่าวสำคัญ ติดตาม LINE@แนวหน้า ที่นี่

ทั้งนี้ ในจังหวัดเสียมเรียบ ประเทศกัมพูชา ก็ยังมีหลงเหลืออยู่บ้าง แต่วิธีการเล่นและทำนองเพลงจะแตกต่างกันกับของฝั่งไทย แต่มีจุดมุ่งหมายเดียวกัน คือ เพื่อการอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีที่ดีงามของชาวไทยเชื้อสายเขมร จ.สุรินทร์ ไม่ให้สาบสูญ หายไปกับกาลเวลา และเพื่อนำเงินเข้าวัด

สำหรับวิธีการเล่นจะคล้ายๆกัน คือ เดินเป็นกลุ่มๆ มีกลองเป็นเครื่องดนตรีหลักในการประกอบจังหวะ มีคนร้องนำ 1 คน เดินเรี่ยไรขอบริจาคตามบ้านผู้คน

องค์ประกอบของ “ขบวนเรือมตร๊ด”  ประกอบด้วย “ตังเคา” คือ อาจารย์ผู้นำพิธี ที่จะเป็นคนรับบริจาค ต้องสามารถสวดมนต์เพื่อทำน้ำมนต์ประพรมอวยพรให้แต่ละบ้าน ที่ต้อนรับขบวนตร๊ดได้ , “แม่เพลง” คือ ผู้นำร้องเพลงตร๊ด , “ลูกคู่” คือ ทุกคนที่ร่วมขบวนเรือมตร๊ด ต้องร้องเพลงตร๊ดตามแม่เพลง ดนตรี ประกอบด้วยกลอง ฉิ่ง หรือฉาบ

หลายแห่งต้องมี “ปันแซร” ซึ่งเป็นเครื่องดนตรีที่ถูกประดิษฐ์ขึ้นเพื่อทำให้เกิดเสียง ใช้ไม้ด้ามยาว ยอดทำเป็นไม้ไขว้และผูกโยงเชือก ประดับริ้วกระดาษสี แขวนกระป๋องหรือวัสดุที่ทำให้เกิดเสียง ใช้กระทุ้งนำขบวนเรือมตร๊ด หรือเครื่องดนตรีอื่นๆที่มีในชุมชน  ปัจจุบันมีเครื่องเสียงใส่รถเข็นตามเป็นองค์ประกอบเพิ่มเติม และดอกไม้ธูปเทียน ใส่ขันหรือภาชนะ เพื่อรับบริจาค

ขั้นตอนการเล่น…เมื่อถึงวันนัดหมาย แม่เพลงและตังเคาจะนัดรวมพลกัน ณ จุดใดจุดหนึ่งของหมู่บ้าน เพื่อทำพิธีไหว้ครูเพลงก่อนที่จะเริ่ม ซึ่งการไหว้ครูเพลงจะประกอบด้วยพานดอกไม้ธูปเทียน(ขัน 5) และเหล้า ตังเคาจะเป็นผู้ประกอบพิธีให้ จากนั้นตังเคารดน้ำมนต์และอวยพรให้คณะเรือมตร๊ด แม่เพลงจะร้องเพลงสามรอบก่อนจะนำขบวนออกไปรับบริจาคทานจากแต่ละบ้าน หลังจากนั้นขบวนจะเดินไปตามบ้านต่างๆ เมื่อถึงหน้าบ้านที่พร้อมจะรับคณะตร๊ด แม่เพลงจะเริ่มร้องเพลงเพื่อขอเข้าบ้าน ขอรับบริจาค จากนั้นตังเคาจะเดินเข้าบ้านเพื่อไปรับบริจาคในบริเวณที่เจ้าบ้านจัดไว้ให้

การจัดเตรียมของเจ้าบ้าน บริเวณนอกบ้าน ต้องตั้งถังน้ำไว้ เพื่อไว้รับคณะเรือมตร๊ด ให้คณะเรือมตร๊ดสามารถรำไปเรื่อยๆรอบถังน้ำนั้น จนกว่าตังเคาจะทำพิธีรับบริจาคเสร็จ ส่วนภายในบ้าน เตรียมดอกไม้ธูปเทียน น้ำดื่ม น้ำหวาน หรืออื่นๆ ตามศรัทธาเพื่อมอบให้กับคณะเรือมตร๊ดโดยมรตังเคาเป็นผู้รับ เมื่อตังเคาสวดมนต์ ประพรมน้ำมนให้พรเจ้าบ้าน เจ้าบ้านจะต้องนำแป้งมาทาให้ตังเคา และออกมาทาแป้งให้คณะเรือมตร๊ดด้านนอก

จากนั้นน้ำในถังที่เตรียมไว้ก็จะนำมารดกันสนุกสนานท่ามกลางความร้อนระอุ จากนั้นแม่เพลงก็จะเริ่มร้องเพลงลาเจ้าบ้านพร้อมทั้งอวยชัยให้พรเจ้าบ้านให้นาได้ข้าวทำอะไรให้โชคดี ทำเช่นนี้ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะครบทุกบ้าน สำหรับเจ้าบ้านที่รับคณะเรือมตร๊ดเชื่อกันว่าจะนำพาความอุดมสมบูรณ์และความโชคดีมาให้แก่บ้านนั้นๆ

เมื่อเข้าสู่วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 5 ถือว่าเป็นวันฉลองสงกรานต์ เช้าวันนี้ที่วัดดอมรินราราม คลาคล่ำไปด้วยผู้คนจากหลายหมู่บ้าน พิธีสงฆ์เริ่มขึ้นจากนั้นทำพิธีฉลองสงกรานต์ และแห่พระสงกรานต์รอบศาลาวัด วัดสังข์มงคล บ้านขยอง ต.ตาอ็อง อ.เมืองสุรินทร์  การแห่นี้ผู้มาร่วมงานแต่ละคนจะทำธง เรียกว่า “การดอดตวง” โดยจะแห่ธงรอบศาลา 3 รอบจากนั้นจะนำธงมาปักรอบกองทรายและหิ้งพิธีที่ทำไว้เพื่อบูชาเพทยา นางฟ้า ผีบรรพบุรุษ พระแม่ธรณี

บ่ายวันเดียวกัน คณะเรือมตร๊ดจากแต่ละหมู่บ้านจะนำปัจจัยต่างๆ ที่ได้รับบริจาคมา แห่มารวมกันที่วัด บรรยากาศครื้นเครง จากนั้นจะทำการถวายปัจจัย ภายหลังจะทำพิธีสรงพระ โดยมีพิธีอัญเชิญน้ำศักดิ์สิทธิ์ ก่อนจะนำมาสรงพระและรดน้ำดำหัวผู้อาวุโสตามลำดับ ในอดีตนั้นวันฉลองสงกรานต์จะสนุกสนานมากเพราะมีการละเล่นทั้งเรือมอันเร สะบ้า โชง ฯลฯ

การละเล่นเหล่านี้เล่นยาวไปจนถึงวันแรม 14 ค่ำ เดือน 5 ซึ่งเป็นวันส่งท้ายสงกรานต์ เรียกว่า “แห่โดนจังการน” ซึ่งเชื่อกันว่าบรรพบุรุษทั้งหลายได้ลงมาวันสงกรานต์วันนี้ต้องส่งปู่ย่าตายายกลับภูมิภพ ต้องมีกรทำข้าวปลาอาหารส่งให้บรรพบุรุษอย่างอุดมสมบูรณ์ ในวันนี้มีการละเล่นเรือมอันเร สะบ้า ฯลฯ อย่างสนุกสนานเป็นการส่งท้าย ก่อนจะทำบุญตักบาตรในวันรุ่งขึ้น เป็นอันสิ้นสุดประเพณีบุญเดือน 5 ก่อนเข้าสู่ฤดูกาลผลิตรอบใหม่

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2561(2018), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ถ้ากูไม่โวยแล้วใครจะโวย! ป้าเดือดด่ากราดตำรวจ ปิด’ถนนข้าวตัง’ห้ามรถเข้าเล่นสงกรานต์ (ชมคลิป)

Posted on March 29, 2019 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/333009

ถ้ากูไม่โวยแล้วใครจะโวย! ป้าเดือดด่ากราดตำรวจ ปิด'ถนนข้าวตัง'ห้ามรถเข้าเล่นสงกรานต์ (ชมคลิป)

ถ้ากูไม่โวยแล้วใครจะโวย! ป้าเดือดด่ากราดตำรวจ ปิด’ถนนข้าวตัง’ห้ามรถเข้าเล่นสงกรานต์ (ชมคลิป)

วันเสาร์ ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2561, 14.56 น.

14 เม.ย. 61 ผู้ใช้เฟซบุ๊ก “Phairoj Srikulsasitron” เป็นเหตุการณ์ บน“ถนนข้าวตัง” ต.คลองคะเชนทร์ อ.เมืองพิจิตร จ.พิจิตร ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สั่งปิดถนนในช่วงเวลา 13.00-18.00 น. ทำให้ร้านค้าภายในได้รับความเดือดร้อนเป็นจำนวนมาก และขายของไม่ได้ ทั้งที่คนขายของไม่ได้ค้าขายให้กับกลุ่มลูกค้าผู้ที่มาเล่นสงกรานต์เพียงอย่างเดียว

โดยในคลิปจะเห็นคุณป้าท่านหนึ่งอยู่บนแท่นแบริเออร์ ที่ตำรวจนำมากั้นไว้ พร้อมดตะโกนด่าอย่างไม่เกรงกลัวตำรวจแต่อย่างใด ซึ่งเจ้าตัวไม่พอใจในการปิดถนนเพราะเป็นคำสั่งใคร เพราะสงกรานต์มีมาตั้งแต่บรรพบุรุษ แต่พวกตำรวจไม่ให้เล่นสงกรานต์ และยังมาปิดถนน

ไม่พลาดข่าวสำคัญ ติดตาม LINE@แนวหน้า ที่นี่

“เดือดแทนชาวบ้านที่ข้างในขายของกันไม่ได้ ถามว่าถ้าตนไม่โวยแล้วใครจะโวย มีเหตุผลอะไรที่ต้องปิดถนนเส้นนี้ตอนบ่ายโมง เขาเล่นสงกรานต์กันตอนเย็น ถ้าปิดก็ปิดตอนเย็นสิ ชาวบ้านตั้งร้านขายของ ขายกันก็ไม่ได้ ทุเรศ ทำได้อย่างไร ปิดตอนนี้หมาสักตัวยังไม่มี เอาสมองส่วนไหนคิด”

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2561(2018), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สงกรานต์มอญปากลัด! ลูกหลานชาวไทยรามัญอ.พระประแดง ร่วมสืบทอดมานาน 200 ปี

Posted on March 29, 2019 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/332940

สงกรานต์มอญปากลัด! ลูกหลานชาวไทยรามัญอ.พระประแดง ร่วมสืบทอดมานาน 200 ปี

สงกรานต์มอญปากลัด! ลูกหลานชาวไทยรามัญอ.พระประแดง ร่วมสืบทอดมานาน 200 ปี

วันเสาร์ ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2561, 10.15 น.

“ประเพณีสงกรานต์มอญปากลัด หรือมอญเมืองนครเขื่อนขันธ์”สำหรับในปัจจุบันนั้นคือ อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการสงกรานต์ลูกหลานชาวไทยรามัญแห่งเมืองมอญปากลัด นครเขื่อนขันธ์ร่วมรักษาอนุรักษ์สืบทอดกันมานานกว่า 200 ปี

หากเราได้เล่าถึงงานประเพณีสงกรานต์พระประแดงหรือที่เรียกขานกันมาแต่ในอดีตคือสงกรานต์มอญเมืองปากลัดตกทอดกันมาตั้งแต่ในช่วงรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยรัชกาลที่ 2 ราชวงศ์จักรี ซึ่งพระองค์ได้ทรงสร้างเมืองนครเขื่อนขันธ์หรืออ.พระประแดง เมื่อปี พ.ศ.2358ในกาลครั้งนี้พระองค์ได้โปรดเกล้าให้อพยพชาวมอญสามโคก เมืองปทุมธานีกลุ่มของพระยามหาโยธา(เจ่ง) หรือพระยาเจ่ง พร้อมครอบครัวชาวมอญประมาณ 300ครอบครัว เดินทางมาปลูกบ้านเรือนอาศัยอยู่ในตัวเมืองนครเขื่อนขันธ์พร้อมกระนั้นทางกลุ่มชาวมอญกลุ่มนี้ได้มีการนำขนบธรรมเนียมและวัฒนธรรมประเพณีของชนชาวมอญนำติดมาด้วยการยึดถือจนเป็นงานประเพณีขนบธรรมเนียมเก่าแก่และได้ตกทอดกันมาจากบรรพบุรุษชาวมอญเมืองปากลัดหรือเมืองนครเขื่อนขันธ์ (อำเภอพระประแดง ในปัจจุบัน)คืองานประเพณีสงกรานต์พระประแดง

ไม่พลาดข่าวสำคัญ ติดตาม LINE@แนวหน้า ที่นี่

ซึ่งงานประเพณีสงกรานต์พระประแดงนับว่าเป็นงานประเพณีเก่าแก่อายุนานถึง200 ปี สืบทอดกันมาตั้งแต่และได้มีการจัดการแสดงละเล่นร่วมอนุรักษ์ตราบจนถึงทุกวันนี้และได้พยายามสืบทอดด้วยการจัดกิจกรรมท้องถิ่นที่ถือว่าเป็นเอกลักษณ์ที่รู้ประชาชนทั่วไปส่วนใหญ่ทั้งชาวไทยและต่างประเทศมักจักกันดีอาทิเช่น ขบวนแห่นางสงกรานต์เมืองมอญพระประแดง ประเพณีการกวนกาละแมมอญประเพณีแห่หงษ์ธงตะขาบ การแสดงการเล่นสะบ้ารามัญตามหมู่บ้านมอญกว่า 13หมู่บ้านในช่วงเทศกาลวันสงกรานต์ของปี ประชาชนเชื้อสายชาวไทยรามัญอ.พระประแดง ได้พยายามร่วมกันอนุรักษ์นี้ติดต่อกันมาโดยมีการจัดกิจกรรมขึ้นเป็นประจำทุกปีจนถือกันเป็นประเพณีร่วมอนุรักษ์ถึงวัฒนธรรมอันดีที่งดงามของชาวมอญเมืองปากลัดให้คงอยู่ให้นานเท่านานเป็นที่สร้างความภาคภูมิใจแก่ลูกหลานชาวไทยรามัญเมืองมอญพระประแดงในรุ่นหลังให้สืบทอดกันต่อไป

นายประเสริฐ วชิรเขื่อนขันธ์ นายกเทศมนตรี เทศบาลเมือง(ทม.)พระประแดงอ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ กล่าวว่า จังหวัดสมุทรปราการร่วมกับอำเภอพระประแดง สำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)เทศบาลเมืองพระประแดง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ่อค้า ประชาชนและภาคเอกชน ร่วมจัดงานประเพณีสงกรานต์ปากลัดหรือสงกรานต์พระประแดงประจำปี 2561  กำหนดจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 20 – 22 เมษายน  2561ช่วงตั้งแต่เวลา 14.00 น.เป็นต้นไป ภายในบริเวณตัวเมือง อ.พระประแดงจ.สมุทรปราการ โดยสำหรับงานประเพณีสงกรานต์พระประแดงทุกปีนับว่าเป็นงานประเพณีเก่าแก่อายุยาวนานกว่า200 ปี สืบทอดกันมาสมัยรัชกาลที่ 2 แห่งราชวงศ์จักรีและประชาชนในท้องถิ่นร่วมกันอนุรักษ์และสืบทอดประเพณีวัฒนธรรมอันดีงามให้คงอยู่สืบไปจนกลายเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติและได้รับการยกย่องให้เป็นงานประเพณีวัฒนธรรมท้องถิ่นในระดับชาติแห่งของประเทศไทย

หัวใจหลักสำคัญที่สุดของงานประเพณีสงกรานต์ปากลัดหรือ อ.พระประแดงกำหนดให้ในวันอาทิตย์ที่ 22 เมษายน 2561ซึ่งมีการจัดงานในช่วงภาคเช้าเวลา 08.00น.จะมีพิธีการทำบุญเลี้ยงพระสงฆ์กราบมนสัสการและร่วมสรงน้ำพระพุทธรูปหลวงพ่อใหญ่(องค์พระพุทธรูปที่ประดิษฐานอยู่บนที่ว่าการอำเภอพระประแดงมาตลอดการสร้างเมืองมา)ตามประเพณีเก่าแก่ของบรรพบุรุษชาวมอญเมืองนครเขื่อนขันธ์หรือ อ.พระประแดงที่บริเวณด้านหน้าที่ว่าการ อ.พระประแดง จากนั้นในช่วงบ่ายตั้งแต่เวลา14.00 น.เป็นต้นไปซึ่งจะมีพิธีเปิดงานประเพณีสงกรานต์ปากลัดหรือสงกรานต์พระประแดง ประจำปี2561

โดยมี นายชาติชาย อุทัยพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการประธานพิธีพร้อมสวมใส่ชุดมอญนครีเขื่อนขันธ์พร้อมด้วย ข้าราชการทหารตำรวจ หน่วยงานราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ่อค้า ประชาชนจำนวนมากมาร่วมเดินในขบวนแห่นางสงกรานต์ และขบวนรถบุปผาชาติที่จัดได้ว่ามีความยิ่งใหญ่ ความสวยงามเด่นสง่าตระการตาเป็นเอกลักษณ์ของชนชาวมอญเมืองพระประแดง ประมาณ 13 ขบวนโดยเคลื่อนขบวนออกจากด้านหน้าศูนย์วัฒนธรรมอำเภอพระประแดงโรงเรียนอำนวยวิทย์ ริมแม่น้ำเจ้าพระยาจากนั้นขบวนจะเคลื่อนไปตามถนนนครเขื่อนขันธ์แล้วเลี้ยวขวาเข้าถนนพระราชวิริยาภรณ์ขบวนไปสิ้นสุดขบวนที่บริเวณวัดโปรดเกศเชษฐาราม พระอารามหลวงจุดที่บรรพบุรุษของชาวมอญพระประแดงนั้นเคารพนับถือ

ทั้งนี้เพื่อประกอบพิธีกรรมการปล่อยนกปล่อยปลาตามความเชื่อของบรรพบุรุษชาวมอญพระประแดงอันเป็นการร่วมกันทำบุญอุทิศส่วนกุศลในวันสงกรานต์ชาวมอญพระประแดงแต่ละปีมาจนทุกวันนี้และนอกจากนี้ภายในการจัดงานยังมีกิจกรรมจำนวนมากเชิญเที่ยวชมการละเล่นพื้นเมือง(สะบ้ารามัญ) ณบริเวณอุทยานประวัติศาสตร์ป้อมแผลงไฟฟ้า และตามหมู่บ้านรามัญ อ.พระประแดงการแสดงทะแยมอญ ประเพณีการกวนกาละแมของดีเมืองพระประแดง และเลือกชิมอาหารขนมพื้นบ้าน  ทีมีรสชาติอร่อย หอมหวานและสะอาดนานาชนิดจัดจำหน่ายที่บริเวณหมู่บ้านมอญในเขตตัวอำเภอพระประแดงจังหวัดสมุทรปราการและเทศบาลเมืองพระประแดงจึงขอเชิญชวนประชาชนมาเที่ยวชมงานประเพณีเก่าแก่ของชาวไทยรามัญเชื้อสายชาวมอญปากลัด

นายวรณัฐฏ์ หนูรอต นายอำเภอพระประแดง จ.สมุทรปราการ กล่าวว่า ด้านการดูแลรักษาดูแลความปลอดภัยของประชาชนจำนวนมากที่เดินทางเที่ยวชมงานประเพณีสงกรานต์ปากลัดหรืออ.พระประแดง โดยเฉพาะการเล่นสาดน้ำสงกรานต์และแผนงานป้องกันปัญหาอาชญากรรมด้านต่างๆ

เบื้องต้นได้จัดวางแผนงานดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยภายในพื้นที่การจัดงานสงกรานต์พระประแดงช่วงตั้งแต่วันที่20 – 22  เมษายน 2561 ซึ่งทางอำเภอพระประแดง และเทศบาลเมืองพระประแดงได้ประสานความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการสถานีตำรวจภูธรและนครบาลพื้นที่โดยรอบใกล้เคียงโดยเฉพาะในการจัดเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน กำลังเจ้าหน้าที่ทหาร,สมาชิกแจ้งข่าวสมาคมนักวิทยุสมัครเล่น(วีอาร์) จังหวัดสมุทรปราการ,เจ้าหน้าที่อาสาสมัครตำรวจชุมชนและหมู่บ้าน

เน้นหนักด้านการจราจรบนท้องถนนสายหลักบริเวณสถานที่จัดงานโดยมีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจพื้นที่ใกล้เคียง คือ สภ.เมืองสมุทรปราการสภ.สำโรงเหนือ สภ.สำโรงใต้  สภ.พระสมุทรเจดีย์ สภ.สาขลา สน.ราษฏร์บูรณะและ สน.ทุ่งครุ มาคอยเป้นกำลังร่วมสนับสนุนและนอกจานี้ยังมีเจ้าหน้าที่ชุดหน่วยรถกู้ชีพของโรงพยาบาลภาครัฐและเอกชนในพื้นที่มาช่วยเหลือสนับสนุน,กำลังเจ้าหน้าที่ของอาสาสมัครของมูลนิธิจัดเป็นชุดเคลื่อนที่เร็วเฝ้าคอยดูแลพื้นที่ของการจัดงานจนกว่าจะสิ้นสุดภารกิจนอกจากนี้ยังประสานขอกำลังเจ้าหน้าที่กองบังคับการตำรวจน้ำและสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคที่ 6 สาขาสมุทรปราการจัดเรือตรวจการทางน้ำพร้อมกำลังเจ้าหน้าที่พร้อมเรือและอุปกรณ์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยในดูแลป้องกันเหตุรุนแรงที่อาจจะเกิดขึ้นตลอดพื้นที่การจัดงานริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา และจุดท่าเทียบเรือทุกแห่ง

อ.พระประแดง จึงขอเชิญชวนประชาชนมาเที่ยวชมงานประเพณีที่เก่าแก่ของชาวไทยรามัญอ.พระประแดง เชื้อสายชาวมอญปากลัด เก่าแก่สืบทอดกันล่วงมานานกว่า 200ปีที่มีความสวยงามตามขนบธรรมเนียมลูกหลานชาวมอญปากลัดหรือเมืองนครเขื่อนขันธ์มาจนถึงอ.พระประแดง บ่งบอกถึงความเป็นเอกลักษณ์ของกลุ่มชาวมอญลูกหลานของพระยามหาโยธา(เจ่ง)หรือพระยาเจ่ง ตกทอดกันมาช้านานได้จนยอมรับเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งสุดท้ายเพื่อร่วมกันเฉลิมฉลองเป็นการปิดท้ายของวันสงกรานต์ไทยสำหรับในปี 2561ด้วยเที่ยวชมงานและสาดน้ำกับขนบธรรมเนียมประเพณีเก่าแก่เป็นเอกลักษณ์ของชนชาวมอญเมืองปากลัด หรือ อ.พระประแดงจ.สมุทรปราการในปีนี้

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2561(2018), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,982,376 hits

Join 4,110 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

แวดวงนักปกครอง : 20 มิถุนายน 2569
ปลดล็อกอุปสรรคลงทุนโครงการใหญ่ นายกฯ เตรียม กดปุ่มคิกออฟ Thailand FastPass 23 มิ.ย.นี้
‘3 รมช.มหาดไทย’ ติดตามการขับเคลื่อนนโยบาย ‘มหาดไทย ทำ ทัน ที Action 5 PLUS’ จ.เลย
ตอกย้ำความสัมพันธ์ นักวิชาการ ชี้ ภาพกอดผู้นำไทย-รัสเซีย สะท้อนมิตรภาพ 130 ปี
'เจเศรษฐ์' สั่ง ปภ. แจ้งเตือนประชาชน เลี่ยงเส้นทางย่านพระราม 4 หลังกันสาดอาคารถล่ม
รัฐบาลลุยทลาย เหมืองคริปโตฯ มหาดไทย-PEA ผนึกกำลัง ยึดเครื่องขุด 315 ตัว เสียหายพุ่ง 40 ล้าน
แนวหน้าวาทะเด็ด
ไม่สนกระแส อนุทินอุ้มรมต.ลูกเทพ เมินเสียงต้านTH-AI
ดันส่งออกโคเนื้อไทย 1.2 ล้านตัวต่อปี รัฐบาลจับมือจีน ปักหมุด บางสะพาน ฮับส่งออกแห่งใหม่
คุณแหน : 20 มิถุนายน 2569

Recent Posts

  • ‘Wonderfruit’ ครั้งที่ 11 เทศกาลแห่งศิลปะ ดนตรี ระดับโลก พามองย้อนกลับไปยังหัวใจของทุกการสร้างสรรค์
  • ‘สหกรุ๊ป แฟร์ & เฟส ครั้งที่ 30’ ยกทัพศิลปินชื่อดัง จัดเต็มสำหรับทุกเจน
  • เปิดใจ แจน ภรรยา น็อต วรฤทธิ์ ปมสามีเจอทัวร์ลงหนักมาก
  • เบลล่า ราณี ร่วมพิธีบวงสรวงรำถวาย องค์ปู่ภุชงค์นาคราช งดงามอ่อนช้อยสะกดสายตาชาวกระบี่
  • พระองค์เจ้าเฉลิมศึก พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายพระศพ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d