Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: 2561(2018)

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

แบบนี้ก็ได้เหรอ! กลุ่มคนต่อสายหัวแดงดับเพลิง เอาน้ำเล่นสงกรานต์แถวป้ายรถเมล์ (ชมคลิป)

Posted on March 29, 2019 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/332939

แบบนี้ก็ได้เหรอ! กลุ่มคนต่อสายหัวแดงดับเพลิง เอาน้ำเล่นสงกรานต์แถวป้ายรถเมล์ (ชมคลิป)

แบบนี้ก็ได้เหรอ! กลุ่มคนต่อสายหัวแดงดับเพลิง เอาน้ำเล่นสงกรานต์แถวป้ายรถเมล์ (ชมคลิป)

วันเสาร์ ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2561, 10.05 น.

14 เม.ย. 61 เมื่อวานนี้ (13 เ.ม.ย) เพจเฟซบุ๊ก “Drama-addict” ได้โพสต์คลิปในวันสงกรานต์ พร้อมระบุข้อความว่า “คลิปนี้เจ้าของคลิปลบไปเพราะกังวลเรื่องความปลอดภัย เลยฝากให้จ่าแชร์ เป็นคลิปที่เขาถ่ายระหว่างเดินฟุตปาท แล้วไปเจอคนต่อน้ำจากหัวแดงดับเพลิงมาเล่นน้ำสงกรานต์กัน สถานที่แถวป้ายรถเมล์ราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา เบื้องต้นคนแจ้งเบาะแสมาบอกว่า ทาง จนท.ประปารับทราบแล้ว พรุ่งนี้จะลงพื้นที่ไปตรวจสอบครับ”

ขณะที่ชาวเน็ตบางส่วนตั้งข้อสังเกตว่าหากเป็นชาวบ้านธรรมดาจะมีสายยางแรงดันสูง หัวต่อ ตัวขันเปิดวาล์วได้อย่างไร

ไม่พลาดข่าวสำคัญ ติดตาม LINE@แนวหน้า ที่นี่

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2561(2018), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

กระหึ่มโซเชียล!‘คลิป’อุทาหรณ์สอนสาวๆ เมาแล้วนอนเถอะน้อง

Posted on March 29, 2019 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/332938

กระหึ่มโซเชียล!‘คลิป’อุทาหรณ์สอนสาวๆ เมาแล้วนอนเถอะน้อง

กระหึ่มโซเชียล!‘คลิป’อุทาหรณ์สอนสาวๆ เมาแล้วนอนเถอะน้อง

วันเสาร์ ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2561, 09.47 น.

กระหึ่มโซเชียล!‘คลิป’อุทาหรณ์สอนสาวๆ เมาแล้วนอนเถอะน้อง

14 เม.ย.61 กลายเป็นอีกคลิปที่กำลังโด่งดังในโลกโซเซียล โดยผู้ใช้บัญชีเฟสบุ๊คชื่อ Somchai lukkrandee ได้โพสต์คลิปวิดีโอ พร้อมคำบรรยายว่า “คลิปนี้ไม่ทราบรายละเอียด ดูจากคลิปเหตุที่ สภ.เมืองลำปาง น่าจะโดนหลายข้อหา ดูไว้เป็นอุทาหรณ์”

ไม่พลาดข่าวสำคัญ ติดตาม LINE@แนวหน้า ที่นี่

ทั้งนี้ ภายในคลิปเป็นภาพหญิงสาวคนหนึ่งที่เพิ่งกลับจากเล่นน้ำสงกรานต์ และน่าจะอยู่ในอาการเมาสุรา กำลังโวยวายใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจที่เรียกตรวจวัดแอลกอฮอล์ เพราะไม่พอใจที่แฟนหนุ่มถูกตำรวจเรียกเป่าตรวจวัดแอลกอฮอล์ จนมีการส่งเสียงโวยวาย และข่มขู่ให้ตำรวจนำเครื่องวัดระดับแอลกอฮอล์มาให้ตัวเองเป่า แต่ตำรวจปฏิเสธ เพราะไม่ใช่ผู้ขับขี่ พร้อมบอกให้หญิงเลือดร้อนสงบสติอารมณ์ แต่อีกฝ่ายไม่ยอมฟัง และยังถึงขั้นฉีกทำลายเอกสารของเจ้าหน้าที่ สุดท้ายตำรวจตัดสินใจใส่กุญแจมือ ก่อนนำไปสงบสติอารมณ์ที่โรงพักต่อไป

ชมคลิปที่ https://www.facebook.com/Somchailukkrandee/videos/vb.846568525490608/979621942185265/?type=2&theater

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2561(2018), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ว้าว! ‘เซเว่น’เปิดบริการห้องน้ำให้ลูกค้าใช้แล้ว

Posted on March 29, 2019 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/332937

ว้าว! 'เซเว่น'เปิดบริการห้องน้ำให้ลูกค้าใช้แล้ว

ว้าว! ‘เซเว่น’เปิดบริการห้องน้ำให้ลูกค้าใช้แล้ว

วันเสาร์ ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2561, 09.42 น.

14 เม.ย. 61 ถ้าให้คิดถึงร้านสะดวกซื้อที่บริการด้านอาหาร แทบจะทุกเมนูที่ตามท้องตลาดมีก็คงหนีไม่พ้นเซเว่นอีเลฟเว่น อย่างแน่นอน รวมถึงบริการเคาน์เตอร์เซอร์วิส จ่ายบิล ชำระค่าน้ำ-ไฟ ค่าโทรศัพท์ ค่าอินเทอร์เน็ตได้ตลอด 24 ชั่วโมง แค่นั้นยังไม่พอ

เมื่อผู้ใช้ทวิตเตอร์@Orrnny ได้โพสต์มข้อความระบุว่า “เซเว่นมีห้องน้ำละนะ 55555555” พร้อมกับโพสต์รูปภาพมาให้ด้วย โดยสาขานี้เปิดที่สนามบินน้ำ นนทบุรี เป็นห้องน้ำแบบรวมชายหญิง ซึ่งบริการแบบนี้ ในต่างประเทศอย่างญี่ปุ่น ได้มีการให้บริการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ไม่พลาดข่าวสำคัญ ติดตาม LINE@แนวหน้า ที่นี่

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2561(2018), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เปิดภาพวาดพุทธประวัติ! บนผนังอุโบสถใหญ่ที่สุดของสงขลา

Posted on March 29, 2019 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/332936

เปิดภาพวาดพุทธประวัติ! บนผนังอุโบสถใหญ่ที่สุดของสงขลา

เปิดภาพวาดพุทธประวัติ! บนผนังอุโบสถใหญ่ที่สุดของสงขลา

วันเสาร์ ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2561, 09.25 น.

14 เม.ย.61 ที่วัดปลักชะเมา หมู่ที่ 3 ต.ฉาง อ.นาทวี จ.สงขลา มีพระอุโบสถที่ใหญ่ที่สุดของจังหวัดสงขลา สร้างมานานประมาณ 26 ปี ซึ่งในอดีต พระครูไพศาล สังฆกิจ (ท่านชุม อดีตเจ้าอาวาสวัดวังปริง อ.สะเดา จ.สงขลา พระอาจารย์ของหลวงพ่อภัตร อริโย เจ้าอาวาสวัดนาทวี และเกจิดังภาคใต้ฉายา เทพสามตา ได้พัฒนาวัดปลักชะเมา) ปัจจุบันพระครูสุขาวิหารคุณ ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดปลักชะเมา และได้พัฒนาวัดต่อจากเจ้าอาวาสรูปอื่น จนกระทั่งได้มาสร้างพระอุโบสถหลังใหม่แทนพระอุโบสถหลังเก่าที่มีอายุนานกว่า 170 ปี หลังสร้างพระอุโบสถเสร็จก็ได้ให้ช่างวาดภาพจำนวน 2 คน มาวาดภาพพุทธประวัติของพระพุทธเจ้าภายในฝาผนังพระอุโบสถตั้งแต่ประสูติ จนถึงปรินิพพาน

ใช้เวลาในการวาดภาพทั้งหมดนานถึง 4 ปี ใช้งบในการวาดและว่าจ้างช่างให้วาดภาพภายในพระอุโบสถมากถึงสองล้านสี่แสนบาทเศษ ซึ่งนายพิทักษ์ วิเชียรบุรี เป็นศิลปินดีเด่นสงขลา ปี 2548 เป็น 1 ใน 2 ช่างวาดภาพภายในพระอุโบสถ เล่าเรื่องราวถึงพุทธประวัติของพระพุทธเจ้าตั้งแต่ประสูติจนถึงปรินิพพาน ภาพวาดประดุจมีชีวิตชีวา วิจิตรงดงาม ใครได้ชมนับว่าเป็นบุญวาสนา เป็นสิริมงคลยิ่ง ซึ่งในปัจจุบันจะหาดูได้ยากมากๆ

ไม่พลาดข่าวสำคัญ ติดตาม LINE@แนวหน้า ที่นี่

ซึ่งที่วัดปลักชะเมา ยังมีบ่อน้ำโบราณ ห้องน้ำแบบโบราณ อายุกว่า 100 ปี ในสมัยนั้นประชาชน และพระ ต่างพากันมาใช้บ่อน้ำแห่งนี้ และที่สำคัญวัดปลักชะเมายังมีวัตถุมงคล ซึ่งอดีตเจ้าอาวาส พระครูประสูตโสภณ(อั้น) อายุ 104 ปี ได้สร้างเหรียญรุ่นนี้ขณะได้รับเลื่อนสมณศักดิ์ และในวันที่ 19 เมษายน ที่จะถึงนี้ ทางวัดปลักชะเมา จะจัดงานฉลองพระอุโบสถ ซึ่งหากใครพลาดไปงานบุญครั้งจะเสียโอกาส ที่จะได้ชมภาพวาดพุทธประวัติ และชมบ่อน้ำ ห้องน้ำ อายุกว่า 100 ปี พร้อมทั้ง  เช่าบูชาเหรียญเลื่อนสมณศักดิ์พระครูประสูตโสภณ เพื่อความเป็นสิริมงคล ทำมาค้าขึ้น เจริญในหน้าที่การงาน อีกด้วย

 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2561(2018), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เปิดชีวิต’ลุงน้อย-ณัฐดนัย’จบป.7 มือผสมเครื่องดื่มชูกำลังยี่ห้อดังคนแรกของไทย ‘กลับเป็นเกษตรกรเต็มตัว'(ชมคลิป)

Posted on March 29, 2019 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/332926

เปิดชีวิต'ลุงน้อย-ณัฐดนัย'จบป.7 มือผสมเครื่องดื่มชูกำลังยี่ห้อดังคนแรกของไทย 'กลับเป็นเกษตรกรเต็มตัว'(ชมคลิป)

เปิดชีวิต’ลุงน้อย-ณัฐดนัย’จบป.7 มือผสมเครื่องดื่มชูกำลังยี่ห้อดังคนแรกของไทย ‘กลับเป็นเกษตรกรเต็มตัว'(ชมคลิป)

วันเสาร์ ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2561, 08.27 น.

“…ผมจบการศึกษา ป.7 ตอนอายุ 15 ปี ก็มาทำงานที่อู่ศรีบริการ อยู่ได้ประมาณ 9 เดือนคุณลุงเฉลียว อยู่วิทยา กับคุณป้านกเล็ก สดสี ซึ่งเป็นพี่สาวแท้ๆ ของแม่ผมชื่อแม่สุขศรี และป้านกเล็ก ก็เป็นป้าแท้ๆ ของผมก็มาชวนผมไปทำงานเปิดโรงงานผลิตเครื่องดื่มกระแทง ซึ่งการผลิตกระทิงแดงครั้งแรกๆ ผมจะเป็นคนผสมเองกับมือ และร่วมวางแผนขายจนกลายมาเป็นกระทิงแดงมาทุกวันนี้…” 

นายณัฐดนัย กุตนันท์ หรือลุงน้อย ชื่อเดิมคือนายวิชัย กุตนันท์ อายุ 72 ปี กล่าวเปิดประเด็นกับทีมข่าวแนวหน้าออนไลน์ ซึ่งปัจจุบันเขาได้หันมาเอาดีทางด้านการเกษตร ทำสวนมะนาว มะม่วง มะยงชิด ฯลฯ บนเนื้อที่กว่า 30 ไร่อยู่ที่อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร และทำ “ปุ๋ยน้ำหมักจุลินทรีย์ลุงน้อย” ขายให้กับเกษตรกรด้วยกันในราคาถูก แต่ก็ได้ผลเกินคาด เนื่องจากหากใครใช้ “ปุ๋ยน้ำหมักจุลินทรีย์ลุงน้อย” แล้วก็ไม่จำเป็นต้องใช้ยาฆ่าแมลงอีก หมดปัญหาเรื่องดินเสีย ไม่มีผลกระทบต่อสัตว์เลี้ยง เป็ด ไก่ รวมทั้งสัตว์ทุกชนิดด้วย ที่สำคัญคือข้าวปลอดสารพิษ

ไม่พลาดข่าวสำคัญ ติดตาม LINE@แนวหน้า ที่นี่

ทำไมนายณัฐดนัย กุตนันท์ หรือ ลุงน้อย จึงได้หันเหชีวิตมาทำงานด้านการเกษตร ทั้งที่ในอดีตลุงน้อย ถือได้ว่าเคยมีหุ้นส่วนใหญ่อยู่ในบริษัทที่ผลิตกระทิงแดงมาก่อนด้วย แล้วหุ้นของลุงน้อย นั้นหายไปไหน ทำไมถึงไม่ร่ำรวยเงินทองตามรอยลุงเฉลียว และป้านกน้อย รวมทั้งลูกๆ ของคุณเฉลี่ยว แล้วทำไมลุงน้อย ถึงได้ออกมาเร่ร่อนทำงานไปทั่วจนเกือบจะเอาตัวเองไม่รอดจากการเป็นหนี้ธนาคาร บ้านเกือบโดดยึด ???

 

 

เมื่อเรายิงคำถามนี้ออกไป นายณัฐดนัย กุตนันท์ หรือ ลุงน้อย นั่งซึมอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะหายใจลึกๆ เข้าปอดแล้วผ่อนลมหายใจออกมา พร้อมเปิดใจกับทีมข่าวแนวหน้าออนไลน์อย่างตรงไปตรงมา

ลุงน้อย เล่าว่า …เดิมผมเป็นเด็กบ้านนอก อยู่ที่จังหวัดพิจิตร มีอาชีพทำไร่ทำนาอยู่กับพ่อแม่ พอเรียนจบชั้น ป.7 ก็เดินทางด้วยรถไฟมาหางานทำ โดยได้เข้าทำงานครั้งแรกที่อู่ศรีบริการ จังหวัดนครปฐม ทำอยู่ได้ประมาณ 9 เดือนคุณลุงเฉลียว อยู่วิทยา กับคุณป้านกเล็ก สดสี ซึ่งเป็นภรรยาของคุณลุงเฉลี่ยว เป็นพี่สาวของแม่ผม และเป็นป้าแท้ๆ ของผมได้มาชวนผมไปทำงานด้วย ตอนแรกๆ ผมไม่ไป จนได้มีการมาตามตัวผมอยู่หลายครั้งให้ไปช่วยงานคุณลุงเฉลี่ยว จนในที่สุดผมตัดสินใจไป ซึ่งช่วงนั้นประมาณปี 2501-2503

เมื่อมาอยู่กับคุณลุงเฉลี่ยว อยู่วิทยา แล้ว เริ่มแรกก็ทำบริษัทยาก่อน โดยเริ่มต้นจากการนับเม็ดยาใส่หลอดพลาสติดเล็กๆ และพันเทปใส่สำลี และปิดฝาไปส่งหมอตามโรงพยาบาลต่างๆ จากนั้นตอนเย็นก็นำยาใส่รถแท็กซี่ออสตินคันเล็กๆ และเก่าๆ ไปตระเวนส่งให้หมอที่เปิดออฟฟิศ (คลีนิก) ของตัวเองเป็นหมอรักษาคนไข้ทั่วไป

ทำได้สักพักจนปี 2504 คุณลุงเฉลียว ก็มีความคิดที่จะเปิดโรงงานชื่อบริษัททีซีฟาร์มาซูติคอลฯ อยู่ในซอบรามบุตรี จากนั้นก็เริ่มสั่งตัวยาจากเมืองจีนเข้ามา โดยนำตัวยาเตตร้าไซคลินไฮโดรคลอไรด์ เข้ามาเพื่อจะเอามาทำยาทีซีมัยซิน เดิมใช้ชื่อ “โอมัยซิน” แต่ถูกบริษัทบางกอกสวิตฯ ฟ้องว่าชื่อนี้ใช้ไม่ได้ เพราะมันคล้ายและมีชื่อพ้องกับ “โอริโอมัยซิน” ของเขา จึงเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น “ทีซีมัยซิน” จากนั้นก็สั่งเครื่องพิมพ์ทำแคปซูลจากประเทศอิตาลีเข้ามา หลังจากนั้นบริษัทได้ขยายกิจการจนเติบโตขึ้น จึงได้มีการขยับขยายมาที่ “ตรอกเสถียร” ก่อนนี้เรียกว่า “ตรอกสาเก” หลังโรงแรมรอยัล

 

 

จนกระทั่งปี 2514 เริ่มไปสร้างโรงงานที่เขตบางบอน โดยคุณลุงเฉลี่ยว ให้ผมไปทำเองอยู่คนเดียวทุกอย่าง แม้กระทั่งเดินสายไฟโรงงาน ขุดสระทำน้ำทิ้ง 5 บ่อ เพื่อปล่อยน้ำทิ้งจากโรงงานมาลงสระเลี้ยงปลานิล ปลาหมอด้วย โดยคุณลุงเฉลียว จะสั่งว่า ต้องทำอย่างนี้ อย่างนั้น ผมก็ทำตาม ซึ่งตอนนั้นมีผม คุณลุงเฉลียว และเภสัชกรชื่อสุภรณ์ ถาวรเศรษฐ์ (น้องธิดา ถาวรเศรษฐ์) ที่ร่วมแรงกันทำ เพราะตอนนั้นลูกๆ ของคุณลุงเฉลียว กับป้านกเล็ก ยังเล็กอยู่

“ต่อมาคุณลุงเฉลี่ยว ให้ผมกับเภสัชกรสุพร มาคิดค้นทำเครื่องดื่มชูกำลังขึ้นมา เราก็คิดและทดลองทำแบบลองผิดลองถูกกันมาเรื่อยๆ ตั้งแต่ปี 2517 โดยผมได้ดัดแปลงเครื่องทำขวดไกด์วอเตอร์เบบี้ดอล จากขวดสี่เหลี่ยมแบน ซึ่งใช้เวลาประมาณ 3 ปีจึงดัดแปลงเครื่องสำเร็จมาเป็นขวดสี่เหลี่ยมกระทิงแดงอย่างที่เห็นในวันนี้ ครั้งนั้นผมได้เงินตอบแทน 2,000 บาทต่อเดือน”

ส่วนสูตรกระทิงแดงนั้นเอามาจากเครื่องดื่มยี่ห้อหนึ่ง (ของสงวนชื่อยี่ห้อ) ของบริษัทจากญี่ปุ่น ที่มีการนำเข้ามาขายในประเทศไทย ซึ่งเป็นขวดสี่เหลี่ยมเล็กๆ ขนาด 100 ซีซี เราก็เอามาเป็นต้นแบบในการถอดสูตร ซึ่งตอนนั้นมีคาเฟอีน 100 มิลลิกรัม จนกระทั่งปี 2518 ก็ผลิตเครื่องกระทิงแดงออกมาแจกให้ทดลองดื่มกัน และได้จดทะเบียนปี 2522 โดยได้มีการเปิดตัวแนะนำสินค้าครั้งแรกที่งานคอนเสริต์ “เดอะซาวด์ ออฟ มิวสิค” ที่ท้องฟ้าจำลองช่วงปี 2520 ซึ่งต่อมาเครื่องดื่มชูกำลังได้ลดปริมาณคาเฟอีนลงเหลือ 70 มิลลิกรัม และ 50 มิลลิกรัมตามลำดับ

คุณณัฐดนัย หรือลุงน้อย ได้เล่าย้อนหลังให้ฟังถึงที่มาชื่อแบรนด์ “กระทิงแดง” ว่า “ผมและคุณเฉลียว คุณสุพร มาช่วยกันคิด 3-4 คนว่าจะใช้ชื่ออะไรกันดี ซึ่ง “พี่ปื๊ด” บอกว่า “หน่วยกระทิงแดงของ-สุดสาย หัสดิน ณ อยุธยา”  โดยคุณสุดสาย จะมาขอทำเสื้อหน่วยกระทิงแดง…พูดแล้วตอนนี้ผมยังขนลุกอยู่เลย เนื่องจากผมตกใจที่จะใช้ชื่อนี้กัน จนกระทั่งได้ข้อสรุปว่าจะใช้ชื่อ “กระทิงแดง” ซึ่งตอนนั้นโลโก้เป็นรูปกระทิงยืนชูหัวขึ้น แต่คุณลุงเฉลียว เปลี่ยนมาเป็นกระทิงหันหัวมาชนกัน หลังจากที่พวกเราช่วยกันลองชิมรสชาติจนเป็นที่พอใจแล้ว ผมและเมียเป็นคนแรกที่เอากระทิงแดงไปขายในกรุงเทพฯ ตอนแกรๆ ขายไม่ออก ไม่มีใครสนใจ เราเอาไปเสนอขายทีไหนก็โดนไล่ออกมาตลอด

เมื่อไม่สามารถขายได้ พวกเราก็มาเลยมาคิดหาวิธีใหม่ จนกระทั่งเกิดไอเดียขึ้น… “เอ๊ะ!!สิบล้อต้องรอสิบโมง” ผมก็เลยเอาถังน้ำแข็งใส่ท้ายรถแล้วเอากระทิงแดงแช่น้ำแข็งไปแจกรถสิบล้อทั้ง 4 สายที่นครปฐม ทั้งสายเหนือ ใต้ ตะวันออก และตะวันตก ที่ตั้งจุดจากบางแค ถึง นครชัยศรี จังหวัดนครปฐม มีรถสิบล้อคันไหนวิ่งผ่านมาแจกหมด แจกฟรี แจกทุกคัน ตอนนั้นแจกวันละเป็นพันขวดต่อเนื่องกันหลายวันมาก โดยรถที่แจกกระทิงแดงนั้นข้างรถด้านหนึ่งเขียนว่า “กระทิงแดง” และอีกข้างของรถเขียนว่า “เรดบลู” ส่วนน้องชายผมก็ทำหน่วยหนังขายยาอยู่ 12 หน่วยก็ช่วยเอาไปแจกด้วย ตอนหลังจากที่เราทำยาขายก็เปลี่ยนมาเป็นผลิตกระทิงแดงทั้งหมด

นอกจากนี้มี “ลุงโกร่ง กางเกงแดง” ได้มาทำให้คนรู้จักกระทิงแดงกินผสมเหล้าขาว ยิ่งทำให้กระทิงแดงเป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางมากขึ้น

ต่อมาคุณลุงเฉลียว ได้ส่งผมไปดูเครื่องผลิตที่เมืองฮิบบรู ประเทศเยอรมัน และเมืองคันนาซาว่า ประเทศญี่ปุ่น โดยตอนที่ไปอยู่ญี่ปุ่นทำเครื่องผลิตเราก็วางแผนว่าจะเอาเครื่องมาตั้งที่โรงงานเมืองไทยได้แบบไหน เราจึงมีการออกแบบแปลนโรงงานไปพร้อมกับทำเครื่องไปคราวเดียวกัน ส่วนโรงงานที่เมืองไทยก็เทพื้นคอนกรีตและตั้งเสาเอาไว้ ยังไม่ทำอะไรทั้งนั้น รอเอาเครื่องมาตั้งก่อน ตอนนั้นผมไปอยู่ญี่ปุ่นประมาณ 7 เดือน จากนั้นครั้งแรกก็เอาเครื่องล้างขวดขนาด 100 ซีซี ล้างขวดได้ 300 ขวดต่อนาทีมา ครั้งที่สองไปที่ชิบูย่า ประเทศญี่ปุ่น เอาเครื่องล้างขวดขนาด 150 ซีซีมา 3 เครื่อง

สำหรับสูตรเครื่องดื่มกระทิงแดงนั้นครั้งแรกมาจากคุณสุภรณ์ ซึ่งเป็นคนรู้สูตร จึงจดสูตรส่งให้ผมผสมเป็นคนผสม ผมจึงลงมือผสมกับมือของผมเองมาตั้งแต่ตอนแรกๆ จึงทำให้ผมได้เรียนรู้สูตรไปในตัว แต่ผมไม่เคยทรยศไปทำแข่งกับเขาทั้งๆ ที่มีโรงงานอยู่ เพราะคุณป้านกเล็ก สั่งไว้ว่า “มึงห้ามทำอะไรก่อนกูตายนะ” ผมก็ไม่ทำ ส่วนคุณลุงเฉลียว ต่อมาเมื่อปี 2522 ก็บอกว่า “กูเปิดหุ้นไว้ให้มึงแล้วนะ” ซึ่งเบอร์หุ้นผมตอนนี้ก็ยังมีอยู่แล้ว แต่ผมไม่เคยเห็นหุ้น จนกระทั่งปี 2527 ผมได้ลาออกจากบริษัท ส่วนสาเหตุที่ผมลาออกนั้น เพราะมีปัญหาหยุมหยิมที่ไม่เข้าใจกัน

 

 

“หลังจากลาออกมาไม่นานก็มีหนังสือแจ้งมาให้ผมขายหุ้นคืนให้บริษัท แต่ผมไม่ได้ขาย และทุกวันนี้ผมก็ยังไม่ได้ขายหุ้นคืนให้บริษัท ตอนนี้ใบหุ้นก็ยังอยู่ที่ผมเลย แต่มันก็ไม่มีประโยชน์อะไรแล้ว เพราะมีการเปลี่ยนแปลงไปหมดแล้ว” 

คุณณัฐดนัย หรือลุงน้อย เล่าต่อว่า หลังจากลาออกแล้วผมก็ไปอยู่สหรัฐอเมริกาได้ประมาณ 10 ปี โดยผมไปทำงานทุกอย่างทั้งแฮนดี้แมน ซ่อมรถ ก่อนจะกลับเมืองไทยมาทำงานกับเฟเมตเอ็นจิเนียริ่ง ซึ่งรับสร้างโรงงานผลิตยา อยู่ที่บางปะอิน จังหวัดปทุมธานี โดยผมทำห้องคลีนรูม ผลิตชิ้นส่วนอีเล็คโทนิคส์ ผลิตเครื่องแล็บห้องยา

ทำอยู่กับเฟเมตเอ็นจิเนียริ่ง ได้ระยะหนึ่ง ผมก็ลาออกไปอยู่ที่เวียดนาม ทำเครื่องดื่ม เรดไรโน่ แรดแดง และทำโรงงานยาให้กับบริษัทไทยนครพัฒนาด้วย เป็นเวลานาน 8 ปีโดยได้รับเงินเดือน 40,000 บาทกลับมาเมืองไทยได้ 2 ครั้งต่อเดือน แต่ด้วยความที่ผมไม่มีใบรับรองการันตี ไม่มีวุฒิทางการศึกษา จึงทำให้ไม่ได้รับเงินตามที่เสนอว่าจะให้ได้ ประกอบกับต่อมาก็มีเภสัชกร มาทำงานประจำที่นี้แล้ว ผมก็เลยลาออกกลับมาที่เมืองไทย

ต่อมาคุณนายเสถียร เศรษฐสิทธิ์ ได้โทรศัพท์ไปหาผมเพื่อให้มาทำเครื่องดื่มชูกำลัง “คาราบาวแดง” โดยคุณเสถียร บอกให้ผมมาช่วยออกแบบและคุมการก่อสร้างโรงงาน รวมทั้งเอาเครื่องมาลง ส่วนคุณสุภรณ์ ถาวรเศรษฐ์ เป็นคนมาทำสูตรเครื่องดื่ม ผมทำงานอยู่ได้ 3 ปีได้ค่าแรง 5-6 หมื่นบาทต่อเดือน จนมาปี 2547 ผมจึงได้ลาออก ตอนที่ผมออกมายังไม่เติบโตอะไรมากนัก แต่ตอนนั้นก็มียอดขายเดือนละล้านขวดแล้ว ส่วนสาเหตุที่ลาออกก็ไม่มีอะไร ผมอยากลาออกเอง

 

 

ต่อมาผมได้ไปทำงานกับบริษัทผลิตเครื่องดื่มยี่ห้อหนึ่ง (ขอสงวนชื่อยี่ห้อ) โดยเอาสูตรจากผมที่เรียนรู้มาจากการทำเครื่องดื่มชูกำลังก่อนหน้านี้มาทำให้ ซึ่งผมทำงานด้วยตั้งแต่เริ่มถมที่ดิน จนตอกเสาเข็มช่วงปี 2550 ได้เงินเดือน 5 หมื่นบาท ส่วนเหตุผลที่ลาออกเพราะเขาจะให้ผมผลิตออกมาเลย 40 ล้านขวด ซึ่งผมไม่เห็นด้วยเนื่องจากเห็นว่าการที่จะะปล่อยสินค้าในคราวเดียวให้หมด 40 ล้านขวดมันเป็นไปไม่ได้

นอกจากนี้เป็นปัญหาว่าจะต้องลงทุนขวด ซึ่งผมไปเอาขวดมาจากประเทศจาการ์ต้า โดยผ่านบริษัทฝาจีบ แต่ฝ่ายขายยืนยันว่าต้องมี 40 ล้านขวด ผมก็เลยเขียนหนังสือสัญญาว่า ถ้า 40 ล้านขวดสินค้ามีวันหมดอายุและถ้าขายไม่หมดจะไม่รับผิดชอบ เพราะผมบอกว่าให้ผลิตแค่ 10 ล้านขวดและให้วางตลาด 5 ล้านขวด เหลือไว้ในสต๊อก 5 ล้านขวด ซึ่งเจ้าของเค้าไม่เชื่อผม แต่ไปเชื่อฝ่ายขายก็เลยออกมาไม่อยากทำด้วยแล้ว

“พอผมออกมาของก็มีปัญหาจริงๆ ทั้งของค้างสต๊อกเหลือหลายล้านขวดต้องเอามาเปิดทิ้ง ซึ่งต้องเสียภาษีฝาขวด ขวดและน้ำยาเสียทิ้งหมด ซึ่งเครื่องดื่มชูกำลังมีอายุนับจากวันผลิตถึงเปิดดื่มเต็มที่แค่ 2 ปีเท่านั้น”

หลังจากนั้นผมก็ไปอยู่บริษัทผลิตเครื่องดื่มชูกำลังยี่ห้อหนึ่ง (ขอสงวนชื่อยี่ห้อ) ที่จังหวัดนครปฐม ตอนนั้นผมทำโรงงานอย่างเดียว ส่วนสูตรเครื่องดื่มนั้นทางบริษัทบอกว่าจะซื้อสูตรจากผม แต่มีข้อแม้จะต้องมีการทดลองกันก่อน จนกระทั่งมีการผลิตทดลองสูตรออกมาได้สักระยะหนึ่ง ทางบริษัทก็บอกผมว่า ขอปิดโรงงานชั่วคราว แต่ต่อมาประมาณ 4-5 เดือนเขาก็เปิดโรงงานใหม่ แต่ผมออกมาแล้ว ก็ทำให้ผมเสียประโยชน์อีกจากสูตรเครื่องดื่มที่บอกว่าจะซื้อจากผม

 

 

ต่อมาปี 2553 ผมไปประเทศลาว ครั้งนี้ไปอยู่ 3 ปีไปเจอ ดร.สุชาติ อุทัยวัตร จบจากเยอรมัน มีความสนิทสนมกับพ่อ “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” ทำเสาส่งสัญญาณสถานีวิทยุฯ ขายให้เวียดนาม ลาว เขมร รวมทั้งไทยด้วย ส่วนผมไปทำเครื่องดื่มชูกำลังยี่ห้อ “ม้าแดง” ตอนนั้นตกลงกันว่าผมมีสูตร “เจ๊ ม.(ขอสงวนชื่อจริง” ชาวลาวที่มีกิจการโรงเลื่อยและมีธุรกิจใหญ่โตในประเทศลาวเป็นเจ้าของที่ตั้งโรงงาน

ส่วน “ดร.สุชาติ” เอาเงินไปลงทุนเครื่องจักรทุกอย่าง แล้วผมเขาให้ผลตอบแทน 25% ส่วน “ดร. สุชาติ” กับ “เจ๊ ม.” จะได้ 75% เขาจะแบ่งกันครึ่งๆ เท่ากัน ครั้งนั้นผมเอาเครื่องจักรไปลงเสร็จหมดแล้ว และกำลังจะเริ่มผลิต ปรากฏว่า ทั้ง 2 คนมีปัญหาไม่เข้าใจกันจึงต้องยกเลิกไป ทำให้ผมต้องไปเอาเครื่องออกจากโรงงานมาไว้ที่เมืองไทย

“ช่วงนั้นผมเริ่มมีปัญหาทางการเงิน ตึก 3 ชั้น 21 ห้องและห้องแถวของผมอำเภอมหาชัย กำลังจะถูกธนาคารยึด ก็เลยคิดว่าทำเองดีกว่า แต่ว่าไม่มีเงินจะทำ เนื่องจากช่วงนั้นเริ่มหมดตัวแล้ว ช่วงนี้เองทำให้ผมต้องคิดหนักเนื่องจากมีปัญหาทางการเงิน จนมาวันหนึ่งผมตัดสินใจขับรถไปจังหวัดพิจิตรเพื่อเอาโฉนดที่ดินไปให้ ดร.สุชาติ เพื่อเอาเงินมาใช้”

“แต่ด้วยความไม่ค่อยมีสติเนื่องจากประสบปัญหาในชีวิตอย่างมากมาย ทำให้ระหว่างทางไปขับรถตัดหน้าเขาและรถเขากระแทกท้ายรถผม เขาเรียกเงินค่าเสียหาย 12,000 บาท ขณะที่ในกระเป๋าผมมีเงินอยู่ 15,.000 บาท จึงจ่ายเขาไป 12,000 บาท ทำให้ผมเหลือเงินติดตัวแค่ 3,000 บาท เป็นช่วงเดียวกับที่อาจารย์หมอดู ท่านหนึ่งที่มหาชัย ได้โทรศัพท์มาหาผมช่วงเวลานั้นพอดี แล้วบอกให้มาหาด่วน บอกว่าผมกำลังมีเคราะห์ ผมจึงตัดสินใจไปหา จากนั้นก็ทำพิธีสะเดาะห์ให้ผม ซึ่งที่ผ่านมาผมไม่เคยเชื่อเรื่องแบบนี้มาก่อน ครั้งนี้ก็เลยลองเชื่อดูบ้างคงไม่เสียหายอะไร”

 

“จากนั้นอาจารย์หมอดู ก็เริ่มทำพิธีให้ พร้อมกับบอกว่าภายใน 30 วันจะมีคนมาลงทุนทำโรงงานให้ ตอนนั้นผมไม่เชื่อว่าจะเป็นไปได้ยังไง แต่ปรากฏว่าไม่ถึง 7 วันมีนายกองค์การบริหารส่วนตำบลคนหนึ่งมาจากจังหวัดปทุมธานี มาหาบอกว่าจะขอซื้อสูตรเครื่องดื่มและทำโรงงาน ผมจึงรับปากเขาว่าจะขายให้ จากนั้นเขาก็ให้ช่างมาออกแบบทำรั้วสังกะสีล้อมรอบพื้นที่ 45 ตารางวา เทพื้นคอนกรีต และทำท่อน้ำทิ้ง ซึ่งที่นั้นอยู่ในที่ของผม ปรากฎว่ายังไม่ทันเสร็จดีเขาก็หายหน้าไปเลย โดยไม่ทราบว่าไปไหน”

“จากนั้นก็มีคนที่ 2 มาอีก คราวนี้บอกว่าจะมาทำเครื่องดื่มเหมือนกัน โดยจะเอาที่เดิมที่สร้างแล้วยังไม่เสร็จ โดยเอาเงินมาให้ทำต่อเติมจนสร้างโรงงานเสร็จแล้วก็หายไปไปอีกคนไม่รู้ว่าหายไปไหน”

“ต่อมาคนที่ 3 มาหาบอกจะซื้อสูตร ผมก็สุดๆ แล้วเลยบอกว่าจะขาย 2,500,000 บาท เอาสูตรไปเลย แต่เขาบอกว่าวันนี้มีเงินไม่พอ แต่จะเขียนให้ก่อน 7 แสนบาท ต่อมาผมเอาเช็คไปขึ้นเงินที่ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาบิ๊กเจียง ตอนแรกคิดว่าคงไม่ได้เงิน แต่ปรากฎว่าเมื่อขึ้นเช็คแล้วได้เงินจริงๆ ผมจึงเอาเงินไปซื้อเครื่องมือ ตู้อบ 3-4 แสนบาท ซึ่งทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยปี 2553 ผมก็ทำเรื่องยื่นจดทะเบียนเปิดโรงงานจาก อย.ทำน้ำเบอร์รี่ออกขายได้ประมาณ 1 ปี”

“แต่ปรากฏว่าโชคไม่เข้าข้างอีกเนื่องจากปี 2554 เกิดเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ ทำให้โรงงานได้รับความเสียหาย ไม่สามารถผลิตเครื่องดื่มออกมาขายได้ จนกระทั่งกลางปี 2555 พอทุกอย่างกลับสู่สภาวะปกติผมก็หันมารับจ้างผลิตเครื่องดื่มสมุนไพร “มังกรแดง มังกรทอง” นับจากวันนั้นเป็นต้นมาชีวิตผมก็ดีขึ้นมาเรื่อยๆ ต่อมาผมได้ยกโรงงานผลิตเครื่องดื่ม ซึ่งเป็นโรงงานเล็กๆ อยู่ที่กระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร ให้กับลูกชายอีกคนดูแล ทำการบริหาร ส่วนผมก็เดินทางกลับบ้านเกิดที่จังหวัดพิจิตร”

 

 

ลุงน้อย บอกอีกว่า เมื่อมาอยู่ที่พิจิตรตนก็ได้ผลิตเครื่องดื่มออกมาอีกหลายชนิด แต่คราวนี้ทำขายเองบ้าง มีคนจ้างให้ทำบ้าง โดยนั่งคิดสูตรอยู่ที่บ้านพิจิตรแล้วส่งมาให้ลูกชายมาผสมที่โรงงานกระทุ่มแบน ส่วนตนเองเมื่ออยู่ว่างๆ กับสวนผลไม้ก็เลยคิดสูตร “ปุ๋ยน้ำหมักจุลินทรีย์ลุงน้อย” ขึ้นมา ตอนแรกๆ ก็ทดลองทำกับสวนและนาข้าวของตนเองและเพื่อนบ้านไปก่อนจนกระทั่งประสบความสำเร็จ ตอนนี้ก็เลยขยายการทำ “ปุ๋ยน้ำหมักจุลินทรีย์ลุงน้อย” เพิ่มมากขึ้นจนเริ่มได้รับความสนใจจากผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร ลงไปดูถึงในพื้นที่และมีการทดลองกัน ซึ่งตอนนี้เริ่มเป้นที่รู้จักกันกว้างขวางมากขึ้นแล้ว

“ปุ๋ยน้ำหมักจุลินทรีย์ของผมถ้าใช้แล้วไม่ต้องซื้อยาฆ่าแมลงมาฉีด หมดปัญหาเรื่องดินเสีย ที่สำคัญข้าวปลอดสารพิษ ซึ่งผมจะช่วยชาวนาให้เขาทดลองเอาไปใช้ก่อนในราคาลิตรละ 7 บาทโดยผมลงทุนให้ก่อน เมื่อชาวนาขายข้าวได้แล้วค่อยเอาเงินมาให้ ส่วนปริมาณปุ๋ยที่ใช้แค่ 10 ลิตรต่อไร่ เท่ากับว่าซื้อปุ๋ยราคา 70 บาทต่อไร่เท่านั้น และชาวนาสามารถฉีดเองได้โดยไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพด้วย ซึ่งตอนนี้ปุ๋ยผมกำลังได้รับความนิยมในพื้นที่ แต่กว่าที่ผมจะได้ปุ๋ยสูตรนี้มา ผมทดลองมานานถึง 7 ปีและใช้เงินไปร่วม 5 ล้านบาท ซึ่งต่อไปเรื่องปุ่ยนี้ผมจะให้ลูกชายของผมอีกคนดูแล” ลุงน้อย กล่าว

พร้อมกับกล่าวต่อว่า “ชีวิตผมเผชิญมาเกือบทุกสถานการณ์ทั้งโดนใช้ให้ทำโน้นทำนี่ จนในที่สุดเขาก็ไม่จริงใจต่อเรา จนเราแทบจะเอาตัวไม่รอด แต่สิ่งต่างๆ ที่เราพบเจอมานั้นมันก็คือบทเรียนชีวิต และเป็นประสบการณ์ในชีวิตที่ทำให้เราได้ความรู้ แม้ว่าจะผิดพลาดถูกเขาใช้ให้ทำ และไม่ได้รับความจริงใจจากเขา แต่ก็ทำให้เรามีความชำนาญสะสมมากขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้เราสามารถทำอะไรอย่างทุกวันนี้ได้ แม้แต่คนระดับดอกเตอร์ยังทำไม่ได้อย่างผมเลย

 

 

“ผมจบแค่ ป.7 ผมพูดภาษาอังกฤษได้ มีความรู้สามารถที่จะประกอบเครื่องผลิตเครื่องดื่มได้ วางแผนสร้างโรงงานได้ คิดสูตรเครื่องดื่มต่างๆ ได้ แม้กระทั่งการคิดค้นสูตรปุ๋ยน้ำหมักจุลินทรีย์ ทั้งๆ ที่ชีวิตผมเริ่มมาจากเด็กอู่ซ่อมรถยนต์เท่านั้น แต่สิ่งที่ทำให้ผมทำอะได้ทุกอย่างก็เพราะผมเป็นคนรักจำ”

“ถ้าผมมีใบปริญญาเป็นเครื่องหมายการันตีเหมือนคนอื่น ผมคงไม่ต้องลาออกจากงานบ่อยๆ เปลี่ยนงานไปเปลี่ยนงานมา และชีวิตผมคงไม่อยู่แค่นี่แน่ แต่อย่างไรก็ตาม ในที่สุดเราก็ต้องยอมรับในเรื่องของผลแห่งชะตาชีวิต ซึ่งมันเป็นผลแห่งกรรมที่เคยมีมาแต่ในอดีตชาติ ตามคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่ไม่มีใครหนีพ้นเรื่องของกรรมไปได้เลยสักคน”

“ทุกวันนี้ชีวิตผมอยู่กับสวน เช้าตื่นมาเดินชมสวนให้น้ำใส่ปุ๋ยน้ำหมักจุลินทรีย์ที่ผมผลิต เดินดูผลไม้ที่ผมปลูกเมื่อได้ผลผลิตก็นำมันออกไปขายแบ่งปันเพื่อนบ้านกิน โดยยึดหลัก “เศรษฐกิจพอเพียง” อยู่ที่บ้านจังหวัดพิจิตรก็สบายดีแล้วครับ…..” นายณัฐดนัย กุตนันท์ หรือลุงน้อย กล่าวทิ้งท้ายก่อนที่จะพาทีมข่าวเดินชมสวนมะนาว มะยงชิด รวมทั้งผลไม้ชนิดต่างๆ อีกมากมายที่ลุงน้อย ปลูกไว้ในสวน

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2561(2018), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ศักดิ์ศรีมันค้ำคอ!!! 114 ผู้เฒ่าเปิดฉากดวล ‘ตำหมาก’ ชิงครกทองคำ งานนี้ฮากระจาย (ชมคลิป)

Posted on March 29, 2019 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/332919

ศักดิ์ศรีมันค้ำคอ!!! 114 ผู้เฒ่าเปิดฉากดวล 'ตำหมาก' ชิงครกทองคำ งานนี้ฮากระจาย (ชมคลิป)

ศักดิ์ศรีมันค้ำคอ!!! 114 ผู้เฒ่าเปิดฉากดวล ‘ตำหมาก’ ชิงครกทองคำ งานนี้ฮากระจาย (ชมคลิป)

วันศุกร์ ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2561, 21.43 น.

วันที่ 13 เมษายน ผู้สื่อข่าวประจำ จ.สุรินทร์ รายงานว่า ที่บ้านกระเบื้องน้อย อ.ชุมพลบุรี จ.สุรินทร์ ได้มีการจัดกิจกรรมเนื่องในโอกาสเทศกาลสงกรานต์กันอย่างสนุกสนาน โดยเฉพาะไฮไลท์สำคัญที่สร้างสีสันและเรียกเสียงฮาจากชาวบ้านได้อย่างสนั่นหวั่นไหว นั่นคือการแข่งขันตำหมากของเหล่าบรรดาผู้สูงอายุ 114 คน กติกา คือ ต้องมีอายุ 60 ปี ขึ้นไป ตำหมากพลูแตกแหลกละเอียดเร็วที่สุด ไวที่สุด คือผู้ชนะเลิศ ได้รางวัล “ครกทองคำ” และเงินรางวัลไปครอบครอง ความสนุกสุดหรรษา จากลีลา ท่าตำหมาก ของแต่ละคน ที่ตำหมากรับประทานกันทุกๆวัน แต่วันนี้ ต้องมานั่งตำหมากแข่งกัน ท่ามกลางเหล่าบรรดา กองเชียร์ ลูกหลานเหลนโหลน ที่ส่งเสียงให้กำลังใจดังสนั่น และลุ้นกันอย่างสนุกสนาน ทำเอาคุณยาย คุณตา แต่ละท่านที่รวมแข่งขัน เหนื่อยไปตามๆกัน และยังมีการแข่งขันก่อพระเจดีย์ทราย ก็มีกองเชียร์ส่งเสียงให้กำลังใจ ด้วยเหมือนกัน

คุณยายรำไพร ปะระ อายุ 61 ปี ผู้ร่วมแข่งขันตำหมาก กล่าวว่า วันนี้ตนรู้สึกดีใจที่เห็นลูกๆหลานๆกลับบ้าน มารดน้ำดำหัวขอพรครั้งนี้ และยังมีการแข่งขันตำหมากด้วย เล่นเอาเหนื่อยเหมือนกัน แต่ก็สนุกสนานดีที่ได้แข่งขันครั้งนี้ และถือว่าเป็นการรักษาประเพณีสงกรานต์ วิถีไทย สืบทอดให้ลูกหลานต่อไป การตำหมาก และกินหมากก็อยาก หากไม่ฝึกบ่อยๆ

ไม่พลาดข่าวสำคัญ ติดตาม LINE@แนวหน้า ที่นี่

นายบุญเลี้ยง สร้อยจิต ผู้ใหญ่บ้านกระเบื้องน้อย กล่าวว่า  ปีนี้เป็นปีแรกที่จัดงานผู้สูงอายุขึ้นในหมู่บ้านกระเบื้อง  มีผู้เฒ่าผู้แก่ในหมู่บ้าน จำนวน 114 ท่าน พร้อมลูกบ้านพร้อมใจกันจัดงานนี้ขึ้นมา การแข่งขันตำหมากนั้น จะคัดเอา คุณยาย คุณตา อายุ 60 ปีขึ้นไป เท่านั้นที่เข้าร่วมแข่งขัน อายุรวมๆกันแล้วก็หลาย ร้อยปีหรือเป็นพันปีก็ว่าได้

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2561(2018), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ไอ้หนูหลบไป! เท้าไฟที่ไหนก็ต้องหลีก เมื่อเจอ ‘ลุง-ป้า’ โชว์สเต็ปชนิดเต้นลืมตาย

Posted on March 29, 2019 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/332913

ไอ้หนูหลบไป! เท้าไฟที่ไหนก็ต้องหลีก เมื่อเจอ 'ลุง-ป้า' โชว์สเต็ปชนิดเต้นลืมตาย

ไอ้หนูหลบไป! เท้าไฟที่ไหนก็ต้องหลีก เมื่อเจอ ‘ลุง-ป้า’ โชว์สเต็ปชนิดเต้นลืมตาย

วันศุกร์ ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2561, 20.31 น.

วันที่ 13 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เฟซบุ๊ก “เมืองทุ่งสง” ซึ่งเป็นชุมชนของกลุ่มผู้ใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์ใน จ.นครศรีธรรมราช ได้เผยแพร่คลิปและภาพสุดฮาของ 2 สามี-ภรรยา ที่โชว์แต็ปแดนซ์ต้อนรับวันสงกรานต์ เป็นคลิปความยาว 22 วินาที พร้อมโพสต์ข้อความ “สงกรานต์ปีนี้ พ่อกะแม่ ทำสิ่งนี้ชีวิตจะยืนยาว” โดยฝ่ายหญิงอยู่ในชุดไทยอย่างสวยงาม ขณะที่ฝ่ายชายอยู่ในชุดเสื้อยืด กางเกงขาสั้น และสวมรองเท้าบูท มือถือไม้ไผ่ยาวประมาณ 3 เมตร ต่างพากันออกลีลาเท้าไฟเต้นชนิดลืมอายุไปเลย

โดยหลังจากคลิปถูกเผยแพร่ มีชาวเน็ตเข้าชมและแชร์ พร้อมแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่จะชื่นชมความสนุกสนานของสามีภรรยาคู่นี้ เพราะถึงแม้ว่ากำลังทำงานอยู่ในสวนก็ตาม แต่สามารถออกลีลาแดนซ์ เต้นได้อย่างสบายชนิดวัยรุ่นยังอาย

ไม่พลาดข่าวสำคัญ ติดตาม LINE@แนวหน้า ที่นี่

ขอบคุณคลิป/ภาพจากเพจ “เมือง ทุ่งสง”

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2561(2018), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ยิ้มสู้! หนูโดน2ข้อหา ‘ไม่มีใบขับขี่-ไม่สวมหมวกกันน็อก’ ตร.สุรินทร์คุมเข้มช่วงสงกรานต์

Posted on March 29, 2019 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/332813

ยิ้มสู้! หนูโดน2ข้อหา 'ไม่มีใบขับขี่-ไม่สวมหมวกกันน็อก' ตร.สุรินทร์คุมเข้มช่วงสงกรานต์

ยิ้มสู้! หนูโดน2ข้อหา ‘ไม่มีใบขับขี่-ไม่สวมหมวกกันน็อก’ ตร.สุรินทร์คุมเข้มช่วงสงกรานต์

วันศุกร์ ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2561, 13.10 น.

วันนี้ (13 เม.ย.) ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสุรินทร์รายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สนม ร่วมกับ อปพร.เทศบาลตำบลสนม ได้ตั้งด่านบริเวณหน้า สภ.สนม ถนนหลักอำเภอสนม เส้นทางถนนหลวงหมายเลข 2333 ตั้งด่านเพื่อรณรงค์ลดอุบัติเหตุ และเตรียมความพร้อมในการรักษาความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ ประจำปี 2561 ในมาตรการอำนวยความปลอดภัยแก่ประชาชนที่จะเดินทางกลับภูมิลำเนา ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ระหว่างวันที่ 11-17 เมษายน 2561 นี้

ไม่พลาดข่าวสำคัญ ติดตาม LINE@แนวหน้า ที่นี่

 

ทั้งนี้ เป็นโครงการรณรงค์และป้องกันอุบัติเหตุทางท้องถนน จุดตรวจร่วม จุดบริการประชาชน ช่วงเทศกาลสงกรานต์ สภ.สนม จะเพิ่มมาตรการเข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมายยิ่งขึ้น เน้นความปลอดภัยการใช้รถใช้ถนน ผู้ขับขี่ที่ไม่สวมหมวกกันน็อก และไม่คาดเข็มขัดนิรภัย จับและตักเตือนก่อน โดยลงชื่อผู้ทำผิดไว้พร้อมทะเบียนรถ หากกระผิดซ้ำจะไม่ยกเว้นจับปรับสถานเดียว

 

 

ประชาชนที่สัญจรไปมาส่วนใหญ่ก็ใส่หมวกกันน็อก ซึ่งมีส่วนน้อยที่ยังไม่ใส่ ทางเจ้าหน้าที่ก็ได้มีการเรียกมาตักเตือนอบรม ลงชื่อไว้ เช่น สองสาววัยรุ่นที่โดนไป 2 ข้อหา “ไม่มีใบขับขี่และไม่สวมหมวกกันน็อก” กล่าวกับผู้สื่อข่าวอย่างอารมณ์ดียิ้มแย้มแจ่มใสว่า “ก็ดีรู้สึกดีที่ให้โอกาส ก็เราไม่รู้ว่าจะมีการตั้งด่าน ปกติก็จะใส่หมวกกันน็อกวันนี้รีบเลยไม่ได้ใส่มา เลยโดนไปสองข้อหา 1,500 บาท ทางเจ้าหน้าที่ก็แค่ตักเตือนก่อนครั้งหน้าให้ใส่มา”สองสาววัยรุ่นกล่าว

 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2561(2018), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

หนองคายคึกคัก! คนนับหมื่นแห่ร่วมอัญเชิญ ‘หลวงพ่อพระใส’ ลงจากพระอุโบสถวัดโพธิ์ชัย

Posted on March 29, 2019 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/332810

หนองคายคึกคัก! คนนับหมื่นแห่ร่วมอัญเชิญ 'หลวงพ่อพระใส' ลงจากพระอุโบสถวัดโพธิ์ชัย

หนองคายคึกคัก! คนนับหมื่นแห่ร่วมอัญเชิญ ‘หลวงพ่อพระใส’ ลงจากพระอุโบสถวัดโพธิ์ชัย

วันศุกร์ ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2561, 12.33 น.

ชาวหนองคายและนักท่องเที่ยวนับหมื่นร่วมอัญเชิญหลวงพ่อพระใส พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง ลงจากพระอุโบสถวัดโพธิ์ชัย แห่รอบพระอุโบสถและแห่รอบเมือง เป็นการเปิดฉากงานมหาสงกรานต์อีสานหนองคายในปีนี้

ไม่พลาดข่าวสำคัญ ติดตาม LINE@แนวหน้า ที่นี่

เมื่อเวลา 09.29 น. วันนี้ (13 เม.ย. 61) ที่วัดโพธิ์ชัย พระอารามหลวง อำเภอเมือง จังหวัดหนองคาย  พระราชรัตนาลงกรณ์ เจ้าคณะจังหวัดหนองคาย , นายรณชัย จิตรวิเศษ ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย ได้นำข้าราชการทุกหมู่เหล่า พ่อค้า ประชาชนชาวหนองคาย ประกอบพิธีอัญเชิญหลวงพ่อพระใส พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองชาวหนองคาย ออกจากพระอุโบสถวัดโพธิ์ชัย แห่รอบพระอุโบสถ 3 รอบ ก่อนจะอัญเชิญขึ้นประดิษฐานบนราชรถ เป็นพระประธานนำขบวนพระพุทธรูปจากชุมชนต่าง ๆ ในเขตเทศบาลเมืองหนองคาย แห่รอบเมืองให้ประชาชนชาวหนองคายและนักท่องเที่ยวได้สรงน้ำขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคลอย่างใกล้ชิด ในช่วงบ่าย ซึ่งเป็นประเพณีปฏิบัติสืบทอดของชาวหนองคายมาช้านาน ถือว่าเป็นการเริ่มงานสงกรานต์ประจำปี โดยชาวหนองคายและนักท่องเที่ยวนับหมื่นคนมาร่วมพิธีอย่างเนืองแน่นให้เห็นถึงพลังศรัทธาในองค์หลวงพ่อพระใส ท่ามกลางอากาศที่ร้อนจัดอุณหภูมิอยู่ที่ 35 องศาเซลเซียส

หลังจากแห่รอบเมือง ก็จะอัญเชิญหลวงพ่อพระใสประทับที่ศาลาพลับพลาหลวงพ่อพระใส ที่ประทับชั่วคราว ด้านหน้าพระอุโบสถ วัดโพธิ์ชัย ระหว่างวันที่ 13 – 17 เม.ย.61 ให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้สรงน้ำอย่างใกล้ชิด และจะประกอบพิธีอัญเชิญขึ้นประดิษฐานบนพระอุโบสถเช่นเดิม ในวันที่ 18 เม.ย.นี้

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2561(2018), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เชียงรายจัดยิ่งใหญ่! แห่ไม้ค้ำสรี-ร่วมใจสืบสานความเชื่อล้านนา

Posted on March 29, 2019 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/332807

เชียงรายจัดยิ่งใหญ่! แห่ไม้ค้ำสรี-ร่วมใจสืบสานความเชื่อล้านนา

เชียงรายจัดยิ่งใหญ่! แห่ไม้ค้ำสรี-ร่วมใจสืบสานความเชื่อล้านนา

วันศุกร์ ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2561, 12.03 น.

13 เม.ย.61 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สวนตุงและโคมเทศบาลนครเชียงราย ได้มีการปล่อยขบวนแห่ไม้ค้ำสรี หรือไม้ค้ำโพธิ์ ในงานป๋าเวณีปี๋ใหม่เมือง พ.ศ.2561 โดยทางเทศบาลนครเชียงรายได้ร่วมสืบสานอนุรักษ์ประเพณีดังกล่าว ร่วมกับคณะศรัทธาจาก 64 ชุมชนของเขตเทศบานครเชียงราย ร่วมประดับตกแต่งขบวนรถแห่ไม้ค้ำสรีจำนวนกว่า 40 ขบวน แห่ไปรอบเมืองเชียงรายก่อนไปสิ้นสุดที่ พุทธสถานพระธาตุวังซาง ชุมชนน้ำลัด ต.ริมกก อ.เมือง จ.เชียงราย

ซึ่งไม้ค้ำสรีที่ชาวบ้านนำมาประดับตกแต่งทั้งหมดจะนำไปประกอบพิธีค้ำผยุงต้นโพธิ์ที่ได้นำมาจากประเทศศรีลังกาและเจริญเติบโตจนใหญ่ที่พระธาตุวังซางตามความเชื่อของชาวล้านนาที่ได้ปฎิบัติสืบทอดกันมาอย่างช้านานต่อไป

ไม่พลาดข่าวสำคัญ ติดตาม LINE@แนวหน้า ที่นี่

ทั้งนี้ ตามประวัติไม้ค้ำสรี หรือ เรียกว่าไม้ค้ำสรีมหาโพธิ์ คำว่า สะหลี เป็นภาษาพื้นเมืองมาจากคำว่า ศรี โดยมีเรืองเล่าว่าสมัยเมื่ออดีตกาลนั้นได้เกิดลมพายุใหญ่พัดเอากิ่งไม้สะหลี หรือต้นโพธิ์ ภายในวัดหักลงมาจึงทำให้ชาวบ้านช่วยกันทำไม้ค้ำสรีมาถวายยังวัดเพื่อช่วยผยุงต้นโพธิ์ไม่ให้หักโค่นลงมาได้ง่ายอีก ซึ่งนอกจากจะช่วยค้ำต้นโพธิ์ไว้แล้วประเพณีดังกล่าว ยังเป็นการช่วยสร้างความสามัคคีให้เกิดกับคนในชุมนม ซึ่งหากผู้ใดได้ร่วมแห่ไม้ค้ำสรีก็จะมีความเจริญรุ่งเรืองในชีวิตตลอดไป

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2561(2018), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,982,630 hits

Join 4,110 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

แวดวงนักปกครอง : 20 มิถุนายน 2569
ปลดล็อกอุปสรรคลงทุนโครงการใหญ่ นายกฯ เตรียม กดปุ่มคิกออฟ Thailand FastPass 23 มิ.ย.นี้
อิหร่านประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซ โวยอิสราเอลโจมตีเลบานอนไม่เลิก
‘3 รมช.มหาดไทย’ ติดตามการขับเคลื่อนนโยบาย ‘มหาดไทย ทำ ทัน ที Action 5 PLUS’ จ.เลย
ตอกย้ำความสัมพันธ์ นักวิชาการ ชี้ ภาพกอดผู้นำไทย-รัสเซีย สะท้อนมิตรภาพ 130 ปี
'เจเศรษฐ์' สั่ง ปภ. แจ้งเตือนประชาชน เลี่ยงเส้นทางย่านพระราม 4 หลังกันสาดอาคารถล่ม
รบ.ลุยแก้กฎหมายจัดซื้อจัดจ้าง มุ่งได้งานดี-คุ้มภาษี ปชช.-ลดปัญหาทิ้งงาน
เปิดใจ แจน ภรรยา น็อต วรฤทธิ์ ปมสามีเจอทัวร์ลงหนักมาก
ดันส่งออกโคเนื้อไทย 1.2 ล้านตัวต่อปี รัฐบาลจับมือจีน ปักหมุด บางสะพาน ฮับส่งออกแห่งใหม่
คุณแหน : 20 มิถุนายน 2569

Recent Posts

  • “เจดี แวนซ์” เดินทางถึงสวิตเซอร์แลนด์ เปิดฉากเจรจานิวเคลียร์อิหร่าน
  • ศาลสเปนสั่งภรรยานายกฯ ซานเชซขึ้นศาลคดีทุจริต ยึดพาสปอร์ต-ห้ามเดินทางออกนอกประเทศ
  • “คิงชาร์ลส์” เตรียมเปิดเผยข้อมูลภาษีส่วนพระองค์เป็นครั้งแรก
  • สื่ออังกฤษตีข่าว ‘นายกฯ “เคียร์ สตาร์เมอร์” จ่อประกาศลาออก
  • ฝรั่งเศสแบนแอลกอฮอล์ในเทศกาลดนตรี หลังคลื่นความร้อนรุนแรง อุณหภูมิแตะ 41 องศาฯ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d