โครงการ วิน วิน วอร์ สร้างสตาร์ทอัพเพื่อสังคมแนวใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/364868

โครงการ วิน วิน วอร์ สร้างสตาร์ทอัพเพื่อสังคมแนวใหม่

โครงการ วิน วิน วอร์ สร้างสตาร์ทอัพเพื่อสังคมแนวใหม่

วันพุธ ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ซี อาเซียน คลอดโครงการ วิน วิน วอร์ สร้างสตาร์ทอัพ เพื่อสังคมแนวใหม่ ชิงรางวัลเงินสด 2 ล้าน รวมสุดยอดโค้ชปรุงธุรกิจให้เกิด นำ วิน วิน วอร์ ทำเรียลิตี้ออกฉายให้ความรู้วันเสาร์ที่ 29 กันยายนนี้ ทางช่อง 34อัมรินทร์ทีวี พร้อมให้ผู้ชมโหวต

ต้องใจ ธนะชานันท์ กรรมการ บริษัท ซี เอ ซี จำกัด กล่าวว่า “ทางบริษัทเป็นผู้ที่ร่วมโครงการสตาร์ทอัพ ร่วมกับสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังมาหลายโครงการแล้ว แต่ครั้งนี้ทางบริษัทได้สร้าง
โครงการสตาร์ทอัพ ชื่อว่า วิน วิน วอร์ เพื่อที่จะเป็นการสร้าง ซี เอส อาร์ อย่างยั่งยืน แนวคิดในการที่จะให้เงินทุนสนับสนุน ต้องเป็นแนวคิดเพื่อสังคม เจ้าของธุรกิจต้องอยู่ได้ มีรายได้ ซึ่งต้องมีแนวคิดทางด้านตลาดเข้ามาเกี่ยวข้อง เราจะพิจารณาทั้งสองอย่าง โครงการ วิน วิน วอร์ขั้นตอนการรับสมัครรอบแรกเป็นการรับสมัครทางออนไลน์ ผู้สมัครจะต้องบอกเล่าธีมที่จะแก้ปัญหาว่าจะต้องแก้ปัญหาเพื่อสังคมในด้านใด อย่างไร หากเข้ารอบ ก็จะได้สัมภาษณ์ในห้องส่ง วิน วิน วอร์ ครั้งนี้จัดขึ้นเป็นครั้งแรก มีผู้สมัครเข้าร่วมโครงการ 985 ทีม คัดเหลือ 100 ทีม และคัดเข้ารอบสุดท้ายให้เหลือเพียง 25 ทีม เพื่อชิงเงินรางวัล 2,000,000 บาท สำหรับผู้ที่เข้ารอบ 25 ทีมจะได้ร่วมทำโครงการกับโค้ช หรือพี่เลี้ยงในสาขาต่างๆ อาทิ สาขาวิศวกรรมศาสตร์ โดยมี ศ.ดร.สุชัชวีร์สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง สาขาอีคอมเมิร์ซ ภาวุธ พงษ์วิทยาภาณุ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตลาดดอทคอม จำกัด แล้วตนเองจะให้คำปรึกษาสาขาสังคม และยังมีพี่เลี้ยงหรือโค้ชท่านอื่นๆ อีกมาก

โดยผู้ที่ไม่เข้ารอบ ก็ยังคงได้รับความรู้เช่นกัน เพื่อที่จะนำความรู้ไปปรับใช้การร่วมโครงการกับเราในปีต่อไป และเพื่อให้ความรู้ด้านสตาร์ทอัพเป็นไปอย่างกว้างขวาง ทางซี เอเซียนฯได้ทำโครงการครั้งนี้ให้เป็นเรียลิตี้โชว์ จะออกอากาศเป็นครั้งแรกในวันเสาร์ที่ 29 กันยายนนี้ทางช่อง 34 อัมรินทร์ทีวี เวลา 18.20 น.

นางสาวต้องใจ ธนะชานันท์ กล่าวต่อ “ธุรกิจสตาร์ทอัพ หมายถึง การทำธุรกิจแนวใหม่ ทีมีโมเดลธุรกิจไม่ซ้ำแบบเดิม อย่างที่เคยเห็นในไทย ก็มี Local Alike เป็นรูปแบบของบริษัทท่องเที่ยว แต่ทางบริษัทจะไปพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว
นั้นก่อน เช่น การพัฒนาพื้นที่บนดอย รวมถึงการพัฒนาชุมชนให้รับกับการธุรกิจท่องเที่ยวได้ เป็นธุรกิจท่องเที่ยวก็จริง แต่จะเห็นได้ว่ารูปแบบธุรกิจไม่ซ้ำใครทางโครงการพยายามเฟ้นหาผู้ที่มีแนวคิดแบบนี้

อย่างไรก็ตาม หลังจากที่โครงการได้ออกอากาศไปแล้ว หวังว่าจะให้ความรู้เรื่องสตาร์ทอัพ ได้แก่ ผู้คนที่สนใจ และหากรับชมรายการแล้ว ปีหน้าก็จะขอเชิญเข้ามาสมัครกันได้ เพื่อที่จะได้เรียนรู้เกี่ยวกับธุรกิจสตาร์ทอัพไปด้วยกัน และเยี่ยมชมรายละเอียดต่างๆ เกี่ยวกับวิน วิน วอร์ ได้ที่ http://www.winwinwarthailand.com/www.facebook.com/winwinwarthailand

นอกจากเป็นผู้บริหารที่บริษัทซี อาเซียนฯแล้ว ปัจจุบันต้องใจ ธนะชานันท์ ยังดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ บริษัท ประชารัฐรักสามัคคี วิสาหกิจเพื่อสังคม (ประเทศไทย) จำกัด ที่กำกับดูแลในส่วนของการพัฒนาส่วนฐานรากของประเทศที่มุ่งเน้นการสร้างมูลค่าเพิ่มผ่าน 4 มิติ ได้แก่ การสร้างความตระหนักรู้และความสนใจในผ้าขาวม้าทอมือในกลุ่มผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ การสร้างนวัตกรรมการผลิตและแปรรูปสินค้าจากผ้าขาวม้าทอมือเพื่อเพิ่มความหลากหลายในการใช้งาน, การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างชุมชนและผู้เชี่ยวชาญในด้านต่างๆ อาทิ การใช้สีธรรมชาติ และการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ รวมทั้งการผลักดันให้เกิดการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาของชุมชนทั้งในด้านลิขสิทธิ์ลายผ้า เครื่องหมายการค้า และสิทธิบัตรต่างๆ อีกด้วย

แบรนด์อิตาลี ‘เอทโทร’ ฉลองครบรอบ 50 ปี เผยคอลเลคชั่น ‘ออทั่ม-วินเทอร์ 2018/19’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/364874

แบรนด์อิตาลี ‘เอทโทร’ ฉลองครบรอบ 50 ปี  เผยคอลเลคชั่น ‘ออทั่ม-วินเทอร์ 2018/19’

แบรนด์อิตาลี ‘เอทโทร’ ฉลองครบรอบ 50 ปี เผยคอลเลคชั่น ‘ออทั่ม-วินเทอร์ 2018/19’

วันพุธ ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

วราวุธ เลาหพงศ์ชนะ, ซีริล เบอร์แมน, เบญจวรรณ เบอร์แมน, กรกฎ ศรีวิกรม์, โอภาส เลวิจันทร์, โศภนา เลวิจันทร์, แคทลีน มาลีนนท์, เสาวคนธ์ พรพัฒนารักษ์ และ นพ.พุฒิพงศ์ ภูมิสุวรรณ

สร้างสีสันให้เหล่าแฟชั่นนิสต้าได้สนุกกับแฟชั่นในฤดูหนาวที่ใกล้ถึงนี้ เมื่อ ETRO (เอทโทร) แบรนด์แฟชั่นและแอคเซสเซอรี่ระดับไฮเอนด์สัญชาติอิตาลี ภายใต้การบริหารงาน โอภาส เลวิจันทร์ แห่ง กลุ่มบริษัทแปซิฟิกา จัดงานเปิดตัวคอลเลคชั่นใหม่พิเศษ “ETRO Autumn/Winter 2018/19” เนื่องในโอกาสเฉลิมฉลองครอบรอบ 50 ปีของแบรนด์ โดยมีเหล่าเซเลบริตี้ อาทิ ม.ล.รดีเทพ เทวกุล, กนกพร ศีตวรรัตน์, ม.ล.กอกฤษต กฤดากร, กรกฎ ศรีวิกรม์, โอภาส เลวิจันทร์, สุริยน ศรีอรทัยกุล, โศภนา เลวิจันทร์, แคทลีน มาลีนนท์, วราวุธ เลาหพงศ์ชนะ, ซีริล-เบญจวรรณ เบอร์แมน, เสาวคนธ์ พรพัฒนารักษ์ และ นพ.พุฒิพงศ์ ภูมิสุวรรณ มาร่วมอัพเดทเทรนด์สุดชิค ณ ETRO BOUTIQUE ชั้น G ศูนย์การค้าเกษร วิลเลจ

โอภาส เลวิจันทร์ ประธานกรรมการกลุ่มบริษัท แปซิฟิกา เผยว่า “แบรนด์เอทโทรเป็นแบรนด์แฟชั่นระดับไฮเอนด์สัญชาติอิตาลี ที่มีทั้งเสื้อผ้าสำเร็จรูป และแบรนด์แฟชั่นชั้นสูงหรือโอ กูตูร์ โดดเด่นเรื่องงานดีไซน์ที่ออกนอกกรอบมีความคิดสร้างสรรค์ที่ไม่หยุดนิ่ง อีกทั้ง ยังใส่ใจในทุกรายละเอียด ทั้งการเลือกใช้วัสดุที่ดีที่สุดและการคิดค้นการผสมสีใหม่ๆ เรียกว่าเป็นแฟชั่นที่ผสานความงามของศิลปะ และคุณค่าของวัฒนธรรมมาไว้ด้วยกัน เกิดเป็นสไตล์ที่ยูนีคไม่ซ้ำใครสำหรับคอลเลคชั่น Autumn/Winter 2018/19” เนื่องในโอกาสเฉลิมฉลองครอบรอบ 50 ปีของแบรนด์ มีทั้งคอลเลคชั่นสำหรับสุภาพสตรี และสุภาพบุรุษให้เลือกมิกซ์แอนด์แมทช์ได้อย่างสนุกสนาน อาทิ ชุดเดรส, เสื้อสูทเบลเซอร์, เสื้อโค้ท, ชุดสูท, กางเกง, รองเท้า, กระเป๋า ฯลฯ”

ทั้งนี้ คอลเลคชั่นสำหรับสุภาพสตรี ได้แรงบันดาลใจจากวิวทิวทัศน์ของทวีปฝั่งตะวันตก ผ่านแสงและเงาที่พาดผ่าน ถูกนำมาแปลความหมายใหม่ให้กลายเป็นลวดลายกราฟิก ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากศิลปะยุโรป แพทเทิร์นที่มีความชัดเจนสไตล์ศิลปะแนวอาร์ตเดโค (Art deco) อีนาเมลจิวเวลรี่ (Enamel Jewelry) และเทคนิคคัลเลอร์บล็อค (color block) แบบสถาปัตยกรรมของอิตาเลียนแบบโพสต์-โมเดิร์น (post-modern) โดดเด่นด้วยสีสันโทนอบอุ่น อาทิ สีเขียวใบเสจ, สีช็อกโกแลต, สีแอพริคอต, สีส้มไหม้, สีไนท์บลู, สีเหลืองมัสตาร์ด, สีโทแบคโค, สีพาวเดอรี่ บริคส์, และสีแดงล็อบสเตอร์ เข้ากันได้อย่างลงตัวกับลายพิมพ์ที่มีความสลับซับซ้อน เช่น ลายกระดานหมากรุก หรือลวดลายที่ได้แรงบันดาลใจมาจากผ้าแบนนาดา ศิลปะแบบอาร์ต เด มอนทาค (Art Deco Montages) และลายเพสลีย์ (paisley) อันเป็นเอกลักษณ์ของเอทโทร ซึ่งลวยลายต่างๆ นั้นถูกคำนวณด้วยหลักคณิตศาสตร์และทดสอบบนแบบจำลองสามมิติ เพื่อให้ได้ลายผ้าที่แม่นยำเหมาะสำหรับการตัดเย็บในวัสดุที่หลากหลาย เช่น ชุดเดรส ที่มีความพลิ้วไหวและบางเบาจากผ้าไหมจอร์เจีย (georgette) เพิ่มมิติของดีไซน์ด้วยผ้าเครป ในขณะที่เสื้อคาร์ดิแกน ทำจากผ้าพิมพ์ลายเชนิลล์ประดับพู่, เสื้อโค้ทหนังกลับ และ ขนเทียม พร้อมด้วยแผงที่ถูกปักเหมือนการปักลายคลอสติส ด้วยขนวูล, เสื้อถักนิตตัวหนาถูกถักแบบกลับด้านในสไตล์ครอปเพื่อแสดงให้เห็นถึงการถักแบบซับซ้อนและประณีต

ส่วนคอลเลคชั่นสำหรับสุภาพบุรุษ ดีไซน์ภายใต้คอนเซ็ปต์ “แดนดี้ ดีทัวร์” สะท้อนตัวตนของผู้ชายตามแบบฉบับเอทโทร ที่กระตือรือร้น เฉลียวฉลาด รักอิสระ หลงใหลการผจญภัยแต่ยังคงมีสายสัมพันธ์อันเหนียวแน่นกับบ้านเกิดของตัวเอง สำหรับการออกแบบได้แรงบันดาลใจจากการตีความหมายของเนื้อผ้าและเทคนิคการทอผ้าอันหลากหลายจนได้เนื้อผ้าที่มีลวดลายสวยงามอย่างลายผ้าแบบเปอร์เซียนและเซลติก ถูกนำมาตีความหมายใหม่บนเสื้อโค้ทขนสัตว์ รวมถึงยังคงมีลายเพสลีย์ (paisley) อันเป็นลายซิกเนเจอร์ของแบรนด์, ผ้าแจ็คการ์ดถูกนำมาใช้ในคอลเลคชั่นนี้ บนเสื้อสูท
เบลเซอร์ผ้าขนสัตว์และเสื้อโค้ทตัวยาวตกแต่งด้วยลายใบไม้ ผ้ากำมะหยี่น้ำหนักเบาในโทนสีสว่างและลายพริ้นท์, กางเกงผ้าลูกฟูกโทนสีสว่าง, เสื้อเชิ้ตลายตารางถูกนำมาตัดเย็บด้วยใยผ้ายูคาลิปตัส(eucalyptus) ที่ให้ความรู้สึกนุ่มเหมือนผ้าคอตตอนบริสุทธิ์ เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ในคอลเลคชั่นนี้ยังแฝงความขี้เล่นด้วยการปักและประดับด้วยลูกปัด และใช้โทนสีที่หลากหลายทำให้ดูมีชีวิตชีวา เช่น สีม่วงรอยัล สีเขียวมะนาว สีชมพูกุหลาบ นอกจากนั้นยังมีเครื่องประดับกระเป๋า เข็มขัด ฯลฯ ให้เหล่าแฟชั่นนิสต้าสายอาร์ตได้มิกซ์แอนด์แมทช์อย่างเพลิดเพลิน

โอภาส เลวิจันทร์ ประธานกรรมการ กลุ่มบริษัท แปซิฟิกา

โอภาส เลวิจันทร์ ประธานกรรมการ กลุ่มบริษัท แปซิฟิกา
เสื้อผ้าสุภาพสตรีคอลเลคชั่น Autumn Winter 2018/19

เสื้อผ้าสุภาพสตรีคอลเลคชั่น Autumn Winter 2018/19

เสื้อผ้าสุภาพบุรุษคอลเลคชั่น Autumn Winter 2018/19

เสื้อผ้าสุภาพบุรุษคอลเลคชั่น Autumn Winter 2018/19

กระเป๋าคอลเลคชั่นใหม่

กระเป๋าคอลเลคชั่นใหม่

คุณแหน : 19 กันยายน 2561

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/364883

คุณแหน : 19 กันยายน 2561

วันพุธ ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ll วิชนี รัตนพันธ์ มีบ้านสวย เป็นฉากละครหลายเรื่อง แต่ความที่ไม่ได้ดูโทรทัศน์พระเอกมาบ้านเลยไม่ยักกะรู้ว่าใครเป็นใคร เดินผ่านกันในโรงรถในระยะเผาขน สบตาหนุ่มหล่อในชุดดำสนิท ก็ยังไม่รู้ว่าเป็นใคร มาอ๋อเอาทีหลังว่า คือ อั้ม-อธิชาติ ชุมนานนท์แต่ถ้าเป็น โป๊ป ออเจ้ามาเมื่อไหร่จะขายตั๋วคิวให้เหล่าแม่ยก กะว่ารวยระเบิดแน่นอน มีคนคอยคิวแล้ว บ้างก็จะบินมาจากลำพูน บ้างก็จะเหมาบัตรทั้งวัน…

ll สุรางค์ พรหมศิริชื่นใจกับความสำเร็จของลูกชายคนเล็ก เป็นดร.ตรียุทธ อย่างเต็มภาคภูมิ ที่ใช้เวลา5 ปี กับความยากลำบาก มีเรื่องมากมายที่ต้องรับผิดชอบทั้งครอบครัว ทั้งงานและบทบาทความเป็นพ่อ…

ll ขอแสดงความเสียใจกับ นพ.สมเดช วิจิตรานันท์ ที่สูญเสียคู่ชีวิต ดลฤดี ไปอย่างไม่มีวันกลับ ประกอบพิธีฌาปนกิจในวันพฤหัสบดีที่20 ก.ย. เวลา 16.00 น. ณ วัดป่าธรรมโสภณ (ศาลาล่าง) อ.เมือง จ.ลพบุรี…

llชวลิต จินดาวณิค และ สมศักดิ์ธนวัฒน์เจริญ เพื่อนรักสมัยเรียนมัธยมต้นที่คอยช่วยติวและสอนหนังสือให้ กลับมาเจอกันได้พูดคุย update เรื่องราวในช่วงเวลาที่ไม่ได้พบกันเกือบ 40 ปี…คนหนึ่งเป็นวิศวกรแต่ไปทำงานด้านการเงิน ส่วนอีกคนเป็นแพทย์ไปอยู่อเมริกา เก่งทั้งคู่…

llกิตติ-ดวงสมร เกตุทัต ดีใจมากมายกับรัฐศาสตรบัณฑิต-เกียรตินิยมอันดับ 1จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ของลูกสาวที่ทั้งสวยทั้งเก่ง…ธนพร ศิษย์เก่าวัฒนาวิทยาลัยอีกต่างหาก…

ll ครอบครัวเมฆธวัชชัยกุล อันมี ทวีชัย-ศรีวิการ์-มณฑนา กำลังท่องเที่ยวโมร็อกโกอย่างสนุกสนาน แปลงกายเป็นอาหรับบ้างไรบ้างทริปนี้เฉพาะ 3 พ่อ-แม่-ลูก เพื่อนกลุ่มต่างๆ ของ“คุณจี้”ไม่ได้รับเชิญค่ะ…

llปิดตำนาน“สนามม้านางเลิ้ง หรือ ราชตฤณมัยสมาคม”เมื่อ 13 ก.ย. 2561 ร้านอาหารของราชตฤณมัยเต็มจนอาหารไม่พอ เพราะมีคนมาร่วม“ปิดตำนาน”กันทั้งนั้น รวมทั้งวันทนีย์ จันทร์สุริยา ที่ไปปิดตำนานทั้งเขาดิน ทั้งสนามม้านางเลิ้ง บรรยากาศมีคนถ่ายรูปส่งท้ายกันมากมายจนน่าใจหาย…

ll นักเขียนชื่อดัง สิริมา อภิจาริน หรือ ดร.วรรณา แผนมุนินทร์ ยังมีพอกเกตบุคในสต๊อกอีก 2 เล่ม เล่มแรก“คุณย่าบ.ก.กับนักเขียนตัวเล็กๆ”295 บาทส่วน“รวมเรื่องสั้น-(อีก)หนึ่งฝัน…ในวันฤดูหนาว”195 บาท พร้อมอ้อนแฟนนักอ่านว่า นักเขียนก็ต้องกิน…ไม่งั้น ก็ไม่ขายหนังสือ กวนใจนักอ่านเด็ดขาด สำหรับค่าส่งลงทะเบียน เล่มละ 25 บาท เป็นหนังสือดีๆส่งพร้อมลายเซ็นผู้เขียน มีไว้อ่าน ฝากช่วยกันเป็นหนึ่งในการสร้างสถิติคนไทยรักการอ่านหนังสือหน่อยค่ะ ทักทายได้ใน FB Inbox :Sirima Apijarin ตลอด 24  ชั่วโมง…ll

หนูภาฯ

สร้างอาชีพให้มั่นคงสังคมไทยไร้ความรุนแรง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/364872

สร้างอาชีพให้มั่นคงสังคมไทยไร้ความรุนแรง

สร้างอาชีพให้มั่นคงสังคมไทยไร้ความรุนแรง

วันพุธ ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

พลเอกอนันตพร กาญจนรัตน์ รมว.กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พร้อมด้วย เลิศปัญญา บูรณบัณฑิต เปิดงาน

กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จัดงาน“มหกรรมตลาดนัด สร้างอาชีพให้มั่นคง สังคมไทยไร้ความรุนแรง”ขึ้น โดยมี พลเอกอนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงฯเป็นประธานเปิดงาน ณ ฮอลล์ 4 ศูนย์การแสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็คเมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี เพื่อแสดงสินค้าและผลิตภัณฑ์นวัตกรรมพื้นถิ่นฝีมือกลุ่มสตรีและครอบครัวทั่วประเทศกว่า 200 ร้านค้า และเชิญภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและภาคเอกชนที่ร่วมดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาความรุนแรง มาออกบูธและจัดแสดงนิทรรศการประเด็นความรุนแรง เพื่อให้ความรู้ สร้างความ เข้าใจและความตระหนักเกี่ยวกับปัญหาความรุนแรง รวมถึงการประกวดผลิตภัณฑ์จากกลุ่มอาชีพสตรี การแสดงแฟชั่นโชว์เอกลักษณ์ผ้าไทย เป็นต้น

พลเอกอนันตพร กล่าวว่า พม. มีบทบาทหน้าที่ในการช่วยเหลือดูแลประชาชนทุกกลุ่มเป้าหมายให้มีความเป็นอยู่ที่ดี ครอบครัวมีความเข้มแข็ง ส่งผลให้สังคมมั่นคงประเทศชาติบ้านเมืองมีความเจริญก้าวหน้า ดังนั้น จึงจำเป็นต้องสร้างโอกาสความเสมอภาคและเท่าเทียมทางสังคม ผู้ด้อยโอกาสทางสังคมจะต้องได้รับสิทธิ โอกาส และการคุ้มครองอย่างเสมอภาค ซึ่งรัฐบาลเองก็มีนโยบายส่งเสริมทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมแก้ไขปัญหา และเสริมสร้างศักยภาพคนอย่างต่อเนื่องทั้งในเชิงการป้องกันและการแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะปัญหาความรุนแรงในสังคม ซึ่ง พม. ให้ความสำคัญ ทั้งนี้ปัญหาความรุนแรงในสังคมมักเริ่มต้นจากการใช้ความรุนแรงในครอบครัว แล้วขยายออกไปสู่ชุมชนและสังคม โดยสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากปัจจัยด้านเศรษฐกิจ เช่น การว่างงาน ความยากจน ซึ่ง เป็นผลให้เกิดความเครียด และนำมาซึ่งความรุนแรง แต่หากบุคคลในครอบครัวมีรายได้และอาชีพที่มั่นคง ก็จะสามารถลดปัญหาความรุนแรงและไปสู่เป้าหมายที่เป็นศูนย์ (Zero Violence) ได้ การจัดงานมหกรรมตลาดนัดฯ ภายใต้แนวคิด “สร้างอาชีพให้มั่นคง สังคมไทยไร้ความรุนแรง”ถือได้ว่าเป็นการเชื่อมงานด้านอาชีพสู่การป้องกันและแก้ไขปัญหาความรุนแรง ด้วยการสร้างโอกาสและรายได้ที่มั่นคงให้แก่สตรีและครอบครัว

ด้าน เลิศปัญญา บูรณบัณฑิต อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กล่าวว่า การจัดงาน “มหกรรมตลาดนัด สร้างอาชีพให้มั่นคง สังคมไทยไร้ความรุนแรง” เป็นการนำสินค้าและผลิตภัณฑ์นวัตกรรมพื้นถิ่นฝีมือกลุ่มสตรีและครอบครัวทั่วประเทศที่ได้รับการส่งเสริม ฝึกสอน และพัฒนาฝีมือจากศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัว ทั้ง 8 แห่ง ของ สค. พม. มาจำหน่ายและสาธิตวิธีการผลิต โดยสมาชิกในครอบครัวได้ร่วมกันทำ เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจให้สตรีและครอบครัว ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยแก้ไขปัญหาความรุนแรงในครอบครัวและสังคมลงได้ โดยทางศูนย์การเรียนรู้ฯ ได้ให้การสนับสนุนในการเสริมสร้างทักษะอาชีพ เช่น การออกแบบและตัดเย็บเสื้อผ้า การตัดและตกแต่งทรงผม การนวดแผนไทย การโรงแรม และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่างๆ ทั้งอาหาร เสื้อผ้า กระเป๋า และของใช้ในครัวเรือน ซึ่งเป็นวัตถุดิบที่มีอยู่ในท้องถิ่นมาสรรค์สร้างเป็นนวัตกรรมที่น่าสนใจ รวมไปถึงราคาที่คนส่วนใหญ่สามารถจับจ่ายได้ นอกจากนั้น ยังมีการส่งเสริมต่อยอดให้สตรีได้รวมกลุ่มเพื่อเริ่มต้นธุรกิจของตนเองอีกด้วย

กิจกรรมที่น่าสนใจภายในงาน ประกอบด้วย การแสดงสินค้าและผลิตภัณฑ์ของกลุ่มอาชีพสตรี การออกบูทของเครือข่ายด้านสตรีและครอบครัว การสร้างโลกธุรกิจใหม่ด้วยไลน์แอด โดยเภสัชกรหญิงโสภา พิมพ์สิริพานิชย์ ตลอดจน การเสวนา “การช่วยให้เด็กและสตรีเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลครั้งแรกในประเทศไทย” และพบกับ 2 บุคคลดัง ศัลยา สุขะนิวัตติ์ ผู้เขียนบทฯ และ หยา-จรรยา ธนาสว่างกุล นักแสดงที่รับบท “พี่ผิน” จากละครบุพเพสันนิวาส รวมไปถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ กับคุณท็อป-พิพัฒน์ อภิรักษ์ธนากร ศิลปินดารา เป็นต้น

เยาวชนไทยโครงการหมู่บ้านฤดูร้อนเด็กนานาชาติ รับมอบเข็มเครื่องหมายเยาวชนพระราชทานฯ และเกียรติบัตร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/364880

เยาวชนไทยโครงการหมู่บ้านฤดูร้อนเด็กนานาชาติ  รับมอบเข็มเครื่องหมายเยาวชนพระราชทานฯ และเกียรติบัตร

เยาวชนไทยโครงการหมู่บ้านฤดูร้อนเด็กนานาชาติ รับมอบเข็มเครื่องหมายเยาวชนพระราชทานฯ และเกียรติบัตร

วันพุธ ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ประธานในพิธี วิทัศน์ เตชะบุญ อธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน พร้อมด้วย คณะกก.สมาคมหมู่บ้านฤดูร้อนเด็กนานาชาติ ประเทศไทย อรนุช กองกาญจนะ อุปนายกสมาคมฯ, วนิดา อิศรางกูรณ อยุธยา อุปนายกสมาคมฯ, สุเทพ สุวรรณสมบูรณ์, วิชุดา ทองสาริ, อรทัย ศรีสันติสุข, เทพวัลย์ ภรณวลัย ผอ.กองส่งเสริมการพัฒนาและสวัสดิการเด็กฯ, พวงทอง อานันทนะสุวงศ์, กันยารัตน์ มณีสินธุ์, วัธนชัย วิรยศิริ และ สืบสิริ ทวีผล

สมาคมหมู่บ้านฤดูร้อนเด็กนานาชาติ ประเทศไทย จัดพิธีมอบเข็มเครื่องหมายเยาวชนพระราชทานและเกียรติบัตรแก่คณะเยาวชนและผู้นำเยาวชน โครงการหมู่บ้านฤดูร้อนเด็กนานาชาติ โดยได้รับเกียรติจาก วิทัศน์ เตชะบุญ อธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน เป็นประธานในพิธีมอบโดย กุณฑลา สันติประภพ นายกสมาคมหมู่บ้านฤดูร้อนเด็กนานาชาติ ประเทศไทย มอบให้ อรนุช กองกาญจนะ อุปนายกสมาคมฯเป็นผู้แทนผู้กล่าวรายงานความเป็นมาและวัตถุประสงค์ของโครงการ ณ หอประชุมกรมกิจการเด็กและเยาชน เมื่อวันเสาร์ที่ 15 กันยายนที่ผ่านมา สำหรับปี 2560-2561 นี้ ประเทศไทยได้รับเชิญให้ส่งคณะเยาวชนและผู้นำเยาวชน จำนวน 347 คน เข้าร่วมโครงการVillage ณ ประเทศบราซิล 4 คณะ, เดนมาร์ก อียิปต์ เยอรมนี 2 คณะ, ฟินแลนด์ อินเดีย 3 คณะ, อิตาลี 2 คณะ, จอร์แดน เกาหลี นอร์เวย์ 2 คณะ, เนเธอร์แลนด์ ฟิลิปปินส์ สหรัฐอเมริกา, จีน 2 คณะ และโปรแกรมไชน่าแอดเวนเจอร์

องค์การหมู่บ้านฤดูร้อนเด็กนานาชาติ (Children’s International Summer Villages) เริ่มก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ ค.ศ.1951 โดย ดร.ดอริส อเลน นักจิตวิทยาชาวอเมริกัน และเริ่มจัดค่ายหมู่บ้านฤดูร้อนแห่งแรก ณ เมืองซินซินนาติ มลรัฐโอไฮโอ ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยมีเยาวชนที่เข้าร่วมกิจกรรมจากประเทศออสเตรีย, ฝรั่งเศส, อังกฤษ, เยอรมนี, นอร์เวย์, สวีเดน, เม็กซิโก และสหรัฐอเมริกา ต่อมาในปี ค.ศ.1956 ได้มีการจัดตั้งองค์กรเป็นทางการ ณ ประเทศสวีเดน สำหรับประเทศไทย ได้เริ่มดำเนิน “โครงการหมู่บ้านฤดูร้อนเด็กนานาชาติ” ในปี พ.ศ.2518 และเป็นความร่วมมือระหว่างองค์กรหมู่บ้านฤดูร้อนเด็กนานาชาติ มีสำนักงานถาวรตั้งอยู่ในประเทศอังกฤษ โดยมีสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมและประสานงานเยาวชนแห่งชาติ หรือเรียกย่อๆ ว่า สยช.ในขณะนั้นสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ในเวลาต่อมาสยช.ได้สนับสนุนให้องค์กรภาคเอกชนที่ดำเนินโครงการแลกเปลี่ยนเด็กเยาวชนระหว่างประเทศ จึงเป็นการริเริ่มความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในการพัฒนาเด็กและเยาวชนระดับนานาชาติ มีวัตถุประสงค์เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนได้เรียนรู้การใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่นที่มีความแตกต่างทั้งด้านภาษาและวัฒนธรรม ทำให้เกิดการยอมรับในความเหมือนและความแตกต่างระหว่างมนุษยชาติ เพื่อจะได้พัฒนาบุคลิกภาพ รู้จักการติดต่อสื่อสารรวมถึงส่งเสริมสัมพันธภาพ และความเข้าใจอันดีระหว่างเยาวชนของประเทศที่เข้าร่วมโครงการโดยปราศจากอคติหรือลำเอียงใดๆ เพื่อให้เกิดสันติภาพและมิตรภาพในประเทศต่างๆ ทั่วโลก ซึ่งสมาคมได้ดำเนินโครงการมาอย่างต่อเนื่องจนถึง ณ ปัจจุบันเป็นเวลา 43 ปี

ประธานในพิธี พร้อมด้วยคณะผู้บริหารสมาคม ร่วมถ่ายภาพกับคณะเยาวชนและผู้นำเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการ Village ประเทศต่างๆ

ประธานในพิธี พร้อมด้วยคณะผู้บริหารสมาคม ร่วมถ่ายภาพกับคณะเยาวชนและผู้นำเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการ Village ประเทศต่างๆ

บรรยากาศส่วนหนึ่งในงาน โดย วิทัศน์ เตชะบุญ อธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน ประธานในพิธีมอบเข็มเครื่องหมายเยาวชนพระราชทานและ
เกียรติบัตรแก่คณะเยาวชนและผู้นำเยาวชน

บรรยากาศส่วนหนึ่งในงาน โดย วิทัศน์ เตชะบุญ อธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน ประธานในพิธีมอบเข็มเครื่องหมายเยาวชนพระราชทานและ เกียรติบัตรแก่คณะเยาวชนและผู้นำเยาวชน

วิทัศน์ เตชะบุญ อธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน กับน้องเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการ

วิทัศน์ เตชะบุญ อธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน กับน้องเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการ
อรทัย ศรีสันติสุข, อรนุช กองกาญจนะ อุปนายกสมาคมฯ และ วนิดา อิศรางกูร ณ อยุธยา อุปนายกสมาคมฯ

อรทัย ศรีสันติสุข, อรนุช กองกาญจนะ อุปนายกสมาคมฯ และ วนิดา อิศรางกูร ณ อยุธยา อุปนายกสมาคมฯ
เทพวัลย์ ภรณวลัย ผอ.กองส่งเสริมการพัฒนาและสวัสดิการเด็กฯ
กับ วนิดา อิศรางกูร ณ อยุธยา อุปนายกสมาคมฯ

เทพวัลย์ ภรณวลัย ผอ.กองส่งเสริมการพัฒนาและสวัสดิการเด็กฯ กับ วนิดา อิศรางกูร ณ อยุธยา อุปนายกสมาคมฯ
วิชุดา ทองสาริ กับ พวงทอง อานันทนะสุวงศ์

วิชุดา ทองสาริ กับ พวงทอง อานันทนะสุวงศ์
สุเทพ สุวรรณสมบูรณ์, พวงทอง อานันทนะสุวงศ์, อรนุช กองกาญจนะ, กันยารัตน์ มณีสินธุ์, วิชุดา ทองสาริ และวัธนชัย วิรยศิริ

สุเทพ สุวรรณสมบูรณ์, พวงทอง อานันทนะสุวงศ์, อรนุช กองกาญจนะ, กันยารัตน์ มณีสินธุ์, วิชุดา ทองสาริ และวัธนชัย วิรยศิริ
บรรยากาศภายในงาน

บรรยากาศภายในงาน

นิโคลีน-พิชาภา ลิมศนุกาญจน์ สาวน้อยวัย 19 คว้ามงกุฎ มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2018 ลั่นจะเป็น ‘มิสเวิลด์’ คนแรกของประเทศไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/364884

นิโคลีน-พิชาภา ลิมศนุกาญจน์  สาวน้อยวัย 19 คว้ามงกุฎ มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2018  ลั่นจะเป็น ‘มิสเวิลด์’ คนแรกของประเทศไทย

นิโคลีน-พิชาภา ลิมศนุกาญจน์ สาวน้อยวัย 19 คว้ามงกุฎ มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2018 ลั่นจะเป็น ‘มิสเวิลด์’ คนแรกของประเทศไทย

วันพุธ ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เฮเลน่า บุช รองอันดับ 2, นิโคลีน-พิชาภา ลิมศนุกาญจน์ มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2018 และ แพรวพนิตเรืองทอง รองอันดับ 1

เรียกว่าเป็นหนึ่งในตัวเต็งที่ได้รับความสนใจมาตลอดจากผู้ที่ติดตามเวทีขาอ่อนและก็ไม่มีการพลิกโผ หรือเหนือความคาดหมายของแฟนนางงามเมื่อ นิโคลีน-พิชาภา ลิมศนุกาญจน์สาวน้อยวัย 19 ปี ลูกเสี้ยวไทย-อเมริกัน ถูกประกาศชื่อให้ได้รับตำแหน่ง “มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2018” เป็นตัวแทนสาวไทยไปชิงตำแหน่ง “มิสเวิลด์ 2018” ซึ่งจะจัดขึ้นในเดือนธันวาคมที่จะถึงนี้ที่ประเทศจีน

หลังสวมมงกุฎรับตำแหน่งมิสไทยแลนด์เวิลด์ 2018 นิโคลีน- พิชาภา ลิมศนุกาญจน์ เปิดใจว่า จากเด็กสาวคนหนึ่งที่มีความฝันอยากสวมมงกุฎนางงาม จึงตัดสินใจกลับมาเรียนหนังสือที่ประเทศไทย หลังจากที่ใช้ชีวิตอยู่สหรัฐอเมริกามานานนับสิบปี การได้สวมมงกุฎมิสไทยแลนด์เวิลด์ 2018 ในวันนี้จึงนับว่าเธอสานฝันของตัวเองได้สำเร็จ

“จากปีที่แล้วที่เข้าประกวดอีกเวทีนิโคลผ่านเข้ารอบ 40 คน ไปไม่ถึงฝัน ก็รู้สึกเสียใจแต่ไม่ท้อ เพราะเราเพิ่งมาจากอเมริกาอาจจะยังไม่พร้อม ก็นำประสบการณ์ตรงนั้นมาพัฒนาตนเองให้มีความพร้อม เริ่มจากฝึกภาษาไทยให้คล่อง เพราะบางทีเราพูดภาษาไทยได้ก็จริงแต่เรียงประโยคไม่สวย ไม่ได้ใจความทำให้สื่อสารลำบาก แล้วก็ให้ความสำคัญกับการดูแลรูปร่างตัวเองมากขึ้น มีวินัยในการออกกำลังกาย กินอาหารให้ถูกต้อง คือทำทุกอย่างเพื่อที่จะให้เราพร้อมสมบูรณ์ที่สุด และวันนี้นิโคลทำได้แล้ว มันเป็น Full Fill My Dream ของตัวเองแล้วค่ะ”


นิโคลีน-พิชาภา ลิมศนุกาญจน์ มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2018

ก่อนหน้าจะมาคว้ามงกุฎมิสไทยแลนด์เวิลด์ 2018 นิโคลีน ก็เคยคว้าตำแหน่งในเวทีรุ่นเล็กขณะที่ใช้ชีวิตอยู่ที่สหรัฐอเมริกามาก่อน Miss Teen Asia USA ปี 2014 และ Miss Thai New Year 2014 – 2015 เรียกว่าการันตีความสวยมาตั้งแต่ยังเป็นเพียงสาวน้อย

ส่วนการเดินทางมาใช้ชีวิตเพียงลำพังเพื่อทำความฝันของตนเองให้สำเร็จ นิโคลีน บอกว่ากำลังใจสำคัญคือ คุณแม่สุวิชา โฮจิ ที่ลงทุนพักงานเพื่อมาเป็นกำลังใจอย่างใกล้ชิดตลอดระยะเวลาในการประกวดครั้งนี้

“ถ้านิโคลไม่มีแม่ก็จะไม่มีวันนี้ค่ะ เพิ่งได้เจอหน้าแม่เต็มๆ สิ่งที่นิโคพูดได้ก็แค่คำสั้นๆ คือ ขอบคุณก็ร้องไห้แล้ว แม่ให้กำลังใจบอกว่านิโคลทำได้ดีมาก เก่งมาก นิโคลก็ดีใจรู้สึกว่าความภูมิใจของแม่คือสิ่งนิโคลทำได้”

สิ่งหนึ่งที่เชื่อว่าทำให้คะแนนในรอบตัดสินและส่งผลให้ นิโคลีน คว้ามงกุฎมิสไทยแลนด์เวิลด์ 2018 นั่นคือการตอบคำถามในรอบ 3 คนสุดท้าย กับคำถามที่ว่า “งามอย่างมีคุณค่าสู่สายตาชาวโลกในความคิดเห็นของคุณ คืออะไร ?” ซึ่ง นิโคลีน ตอบว่า

“การที่เราสามารถช่วยคนอื่น ดึงความสดใสความมีชีวิตในตัวเขาออกมา แปรเราให้เป็นคนที่งามอย่างมีคุณค่าและเราคือผู้ให้ นั่นคือความหมายของคำว่างามอย่างมีคุณค่า” ยิ่งตอกย้ำรางวัลนางงามจิตอาสา ซึ่งเป็นรางวัลพิเศษในรางวัลฟาสแทร็กส์ ซึ่งเธอตั้งใจว่า จะผลักดัน LoveForALL โครงการที่เกี่ยวกับเด็กออทิสติกที่เธอทำขึ้น โดยได้แรงบันดาลใจมาจากน้องชายของเธอเอง ซึ่งเธอหวังว่าการเป็นมิสไทยแลนด์เวิลด์ 2018 จะช่วยให้สิ่งที่เธออยากทำเพื่อช่วยเหลือเด็กออทิสติกนั่นเกิดการรับรู้ในวงกว้าง นิโคลีน ยังบอกอีกว่า ขณะนี้ โครงการ LoveForALL ไปยังองค์การสหประชาชาติ (UN)ที่เยอรมนี และได้รับการอนุมัติแล้ว หลังจากนี้ก็ต้องทำโครงการดังกล่าวให้เป็นรูปร่างมากขึ้น


วินาทีมงลง

สำหรับการประกวด มิสเวิลด์ 2018ที่ประเทศจีน ในเดือนธันวาคมที่จะถึงนี้ นิโคลีน ประกาศชัด เธอจะเป็น “มิสเวิลด์คนแรกของประเทศไทย” ให้ได้

“วันนี้มงลงที่เราแล้ว ตั้งไว้แล้วว่าจะทำงานให้มากที่สุด เพื่อที่จะได้มงกุฎ Miss World เป็นคนแรกของประเทศไทยค่ะ สิ่งที่ต้องพัฒนาต่อคงเป็นเรื่องบุคลิกภาพ รูปร่าง เพราะเวทีมิสเวิลด์ เป็นเวทีของสาวงามที่มีความ Strong And Sport นิโคลจะตั้งใจทำให้ดีที่สุดเพื่อชื่อเสียงของประเทศไทยค่ะ”

ท้ายที่สุด นิโคลีน ฝากถึงบรรดาแฟนนางงามที่ให้กำลังใจเธอมาตลอดว่า “นิโคลอยากขอบคุณทุกคนที่เป็นกำลังใจให้นิโคลนะคะ แล้วช่วยนิโคลมาถึงจุดนี้ นิโคลรักทุกคน ขอบคุณสำหรับทุกเสียง ทุกพลังเชียร์ ขอบคุณทีมของนิโคลที่ช่วยนิโคลให้ดูดีมากที่สุด นิโคลรักทุกคนมากๆ เลยค่ะ และก็ฝากเชียร์ต่อไปนะคะ”

คุณแม่สุวิชา โฮจิ กำลังใจสำคัญมายินดีกับลูกสาว

คุณแม่สุวิชา โฮจิ กำลังใจสำคัญมายินดีกับลูกสาว
นิโคลีน อวดหุ่นสวยในรอบชุดว่ายน้ำ

นิโคลีน อวดหุ่นสวยในรอบชุดว่ายน้ำ

เปิดตัวคอลเลคชั่น H&M STUDIO WOMEN Autumn/Winter 18‘Neo Noir Chic’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/364867

เปิดตัวคอลเลคชั่น H&M STUDIO WOMEN  Autumn/Winter 18‘Neo Noir Chic’

เปิดตัวคอลเลคชั่น H&M STUDIO WOMEN Autumn/Winter 18‘Neo Noir Chic’

วันพุธ ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

กันยายนนี้ H&M Studio พร้อมเปิดตัวคอลเลคชั่นเสื้อผ้าคุณสุภาพสตรีประจำฤดูใบไม้ร่วง/ฤดูหนาว ปี 2018 ในชื่อ “Neo Noir Chic” ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากภาพยนตร์ซีรี่ส์เรื่อง Twin Peaks ในยุค’90 ความงามของคอลเลคชั่นชุดนี้โดดเด่นชัดเจนด้วยเสื้อผ้าสไตล์สาวๆ ที่ผสมลูกเล่นที่หยิบยืมมาจากเสื้อผ้าของหนุ่มๆ หยิบจับลุคต่างๆ แห่งยุคของไอคอนภาพยนตร์ยุค 50s พาหวนกลับไปยังวันวานยังหวานอยู่ เป๊ะทุกกระเบียดนิ้ว ด้วยเสื้อผ้าขนแกะสุดละเมียด และเทรนช์โค้ทเนื้อผ้าฝ้ายเคลือบเงาเย็บเข้ารูป รวมไปถึงแจ๊กเกตเดนิมสีครามจับคู่กับยีนส์พับขา เสื้อสูทเนื้อผ้าไหมวิสคอสสไตล์กรันจ์ รวมไปถึงเสื้อถักครึ่งตัวขนฟูนุ่มและเสื้อผูกคอสร้างความสง่างามก็เป็นอีกชุดเด่นของคอลเลคชั่นนี้

เพอร์นิลล่า โวลฟาร์ท ผู้อำนวยการฝ่ายออกแบบของ H&M กล่าวว่า “ตามสไตล์ H&M Studio เราชอบเล่นระหว่างความเป็นหญิงและความเป็นชาย และปีนี้เราได้ใส่ลูกเล่นแบบยุค 50sเข้าไปด้วยสไตล์แบบผู้หญิงจ๋าผสมผสานกับรายละเอียดแบบแมน ๆ และเสื้อผ้าสุดคลาสสิกที่เชิญชวนให้คุณมาสร้างลุคที่โดดเด่นในแบบของตัวเอง”

คอลเลคชั่นนี้ประกอบไปด้วยเสื้อผ้า รองเท้า และเครื่องประดับ โดยจะวางจำหน่ายในร้านH&M เฉพาะสาขาที่กำหนด ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

ต้นตำรับขนมไหว้พระจันทร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/364864

ต้นตำรับขนมไหว้พระจันทร์

ต้นตำรับขนมไหว้พระจันทร์

วันพุธ ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ขนมไหว้พระจันทร์ปีนี้ กอกใจ เจ๋าเหล่า ต้นตำรับขนมไหว้พระจันทร์ไส้ทุเรียนมานานกว่า 80 ปี ได้นำความอร่อยด้วยรสชาติดั้งเดิมมานำเสนอพร้อมกล่องบรรจุดีไซน์ทันสมัย ออกแบบลายใหม่ ทั้งชุด Gift Set & Premium Set ลายดอกเหมย ให้ได้เลือกนำไปมอบเป็นของขวัญล้ำค่าให้ผู้ที่เคารพรัก โดยมีไส้ขนมหลากหลายให้เลือก อาทิ โหงวยิ้งหมูแฮมเมล็ดทานตะวันไข่เดี่ยว, ลูกบัวแมคคาดีเมีย, ชาเขียว-งาดำ, พุทราจีน, งาดำ, ทุเรียน ซึ่งจุดเด่นของขนมไหว้พระจันทร์ กอกใจ อยู่ที่รสชาติอร่อย คงความเป็นรสดั้งเดิมต้นตำรับ คัดสรรวัตถุดิบอย่างดี ผลิตใหม่ทุกวันไม่ใช้สารกันบูด บรรจุภัณฑ์ทันสมัยกล่องขนมออกแบบใหม่ทุกปีตรวจสอบคุณภาพทุกขั้นตอน สนใจสั่งซื้อไดที่โทร.098-4509880,02-4376472, 02-4377926 และห้างสรรพสินค้าทั่วไป

‘ดื่มน้ำ’ เติมเต็มสมดุลร่างกายช่วงออกกำลัง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/364859

‘ดื่มน้ำ’ เติมเต็มสมดุลร่างกายช่วงออกกำลัง

‘ดื่มน้ำ’ เติมเต็มสมดุลร่างกายช่วงออกกำลัง

วันพุธ ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

แม้ร่างกายจะมีน้ำเป็นส่วนประกอบอยู่มาก แต่ก็ยังสามารถเกิดอาการที่เรียกว่า ภาวะขาดน้ำ (Dehydration) หรือภาวะที่ร่างกายสูญเสียน้ำและเกลือแร่บางชนิดมากเกินไป เช่น โซเดียม โพแทสเซียม คลอไรด์ จนทำให้อวัยวะบางส่วนไม่สามารถทำงานได้เป็นปกติหรือไม่เต็มประสิทธิภาพ

นายแพทย์กรกฎ พานิช คณะกรรมการที่ปรึกษาด้านโภชนาการของเฮอร์บาไลฟ์ นิวทริชั่น กล่าวว่า การทำกิจกรรมต่างๆ โดยเฉพาะการออกกำลังกายและการเล่นกีฬา จะทำให้ร่างกายเกิดการเสียเหงื่อ ซึ่งมีส่วนผสมของน้ำและเกลือแร่ โดยการเสียเหงื่อนั้นเป็นสิ่งที่ดีและส่งผลดีต่อสุขภาพ เมื่อเสียเหงื่อแล้วร่างกายของเราย่อมต้องการน้ำและเกลือแร่มาทดแทนสำหรับผู้ที่เสียเหงื่อเป็นจำนวนมากหรือผู้ที่ออกกำลังกายเป็นเวลานานกว่าหนึ่งชั่วโมงควรดื่มน้ำหรือเครื่องดื่มที่มีส่วนประกอบของเกลือแร่ที่สมดุลครบถ้วน ทั้งนี้ มีหลากหลายงานวิจัยเกี่ยวกับการรักษาภาวะสมดุลของน้ำและการออกกำลังกายที่บ่งชี้ผลลัพธ์ของการดื่มน้ำว่ามีส่วนช่วยให้ร่างกายมีความสามารถเล่นกีฬาหรือออกกำลังกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“จากรายงานขององค์การอนามัยโลกเผยว่า หากระดับปริมาณของเหลวในร่างกายลดลงแค่เพียงร้อยละ 4 ก็อาจลดขีดความสามารถต่างๆ ของร่างกายไปมากถึงร้อยละ 20-30 เลยทีเดียว ซึ่งภาวะเช่นนี้ไม่เพียงแต่จะทำให้เรามีสมาธิในการทำกิจกรรมต่างๆ ได้น้อยลงเท่านั้น แต่อาจทำให้เกิดอาการปวดหัว หงุดหงิดง่าย และเซื่องซึมเฉื่อยชา ผิวพรรณไม่สดใส นานวันเข้าก็จะส่งผลให้สมองและส่วนต่างๆ ของร่างกายทำงานได้ไม่เต็มที่ และส่งผลเสียต่อระบบย่อยอาหาร ด้วยเหตุนี้การดื่มน้ำจึงเป็นสิ่งที่เราไม่ควรมองข้ามโดยเด็ดขาด อย่างไรก็ตาม เราก็ไม่ควรดื่มน้ำมากจนเกินไปเพราะอาจส่งผลให้เกิดภาวะเกลือแร่เจือจางได้เช่นกัน”


.นพ.กรกฎ พานิช

สำหรับการดื่มน้ำในช่วงการออกกำลังกาย แบ่งได้ 3 ระยะมีแนวทางดังนี้ ก่อนออกกำลังกาย ผู้ออกกำลังกายหรือเล่นกีฬาควรวางแผนการดื่มน้ำตามระยะเวลาและลักษณะกิจกรรมของตน หากออกกำลังกายหนักมาก หรือนาน หรืออาการร้อนควรดื่มน้ำเป็นระยะตลอดการออกกำลังกายแต่ละครั้ง เพื่อทดแทนเหงื่อที่เสียไป เพราะข้อมูลจากการวิจัยพบว่า แม้เราดื่มน้ำเวลาที่รู้สึกกระหายแล้ว พบว่าปริมาณที่ดื่มยังน้อยกว่าเหงื่อที่เสียไปกว่า 50% และในกลุ่มที่ออกกำลังกายเกิน 1 ชั่วโมง หากเตรียมเครื่องดื่มเกลือแร่ หรือ น้ำดื่มติดตัวไปด้วย หรือวางน้ำไว้ตามจุดต่างๆ ที่เราต้องวิ่งวนมาดื่มน้ำที่จุดนี้ จะทำให้ออกกำลังกายสนุกและฟื้นตัวไว

ระหว่างออกกำลังกาย แนะนำให้จิบน้ำหรือเครื่องดื่มที่ชดเชยน้ำทุกครั้งที่รู้สึกกระหายน้ำ และสำหรับผู้ที่เล่นเวท แม้ว่าอาจไม่ได้เสียเหงื่อมาก แต่หากเล่นหนักและนาน อาจเสียเหงื่อมาก ก็ควรสังเกตตัวเองเช่นกันว่ากระหายน้ำหรือไม่ หากร่างกายขาดน้ำ อาจทำให้ประสิทธิภาพลดลงเช่นกัน และถ้าปล่อยให้ร่างกายขาดน้ำบ่อยๆ อาจเกิดการบาดเจ็บได้ง่ายและรักษาหายยาก

หลังออกกำลังกาย เมื่อออกกำลังกายเป็นเวลานานและต่อเนื่อง จะทำให้เราเสียเหงื่อมาก ปกติการรับประทานอาหารครบหมู่และดื่มน้ำหลังออกกำลังกาย มักจะพอเพียงที่จะชดเชยส่วนที่เสียไป แต่หากมีเวลาน้อยอาจใช้ตัวช่วยเพื่อชดเชยการสูญเสียเหงื่อ เช่น Sports drink ที่มีส่วนผสมของเกลือแร่และวิตามินที่ร่างกายต้องการ เช่น โซเดียม โพแทสเซียม รวมถึงหากมีส่วนผสมของคาร์โบไฮเดรต จะได้ประโยชน์ด้านพลังงานและการฟื้นตัว หากมีเวลาน้อยในการฟื้นตัว หรือรับประทานอาหารไม่สะดวก ควรดื่มน้ำร่วมที่มีเกลือแร่ผสมในสัดส่วน 1.5 ลิตรต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมที่ลดลง ปกติในเหงื่อมีเกลือแร่หลายชนิดโดยเฉพาะโซเดียมที่จะเสียไปพร้อมกับเหงื่อ การดื่มแต่น้ำเปล่าอาจทำให้เกิดภาวะเกลือแร่เจือจาง ปรับสมดุลน้ำได้ยาก และอาจเสียน้ำเพิ่มจากภาวะปัสสาวะออกมากก็เป็นได้

“หมอขอฝากถึงทุกคนที่ขี้เกียจดื่มน้ำ โดยเฉพาะคุณสุภาพสตรี เพราะไม่ต้องการเข้าห้องน้ำบ่อยๆ ว่า ร่างกายคนเหมือนบ่อบำบัดน้ำเสีย มีของเสียเกิดขึ้นตลอดเวลา ต้องการน้ำเพื่อนำพาของเสียออกไปจากตัวหากมีแต่ของเสียแต่ไม่มีน้ำมาพาออกไปจะทำให้มีการหมักหมม ก่อโรคสารพัดบางคนปวดทั่วตัว ไปรักษากินยาเท่าไหร่ก็ไม่หาย แต่พอไปออกกำลังกาย ดื่มน้ำที่เคยป่วยก็หายไปหมด มิหนำซ้ำผิวพรรณสดใสเปล่งปลั่ง กระฉับกระเฉงมีชีวิตชีวา คนทักว่าไปทำอะไรมาทำไมหน้าเด็กจังนี่แหละครับ Exercise is medicine”

ถึงแม้จะไม่ได้ออกกำลังกายหรือทำกิจกรรมที่ต้องใช้กำลัง แต่การดื่มน้ำ 8 แก้วต่อวัน เพื่อสร้างสมดุลของน้ำภายในร่างกายก็เป็นสิ่งที่ทุกคนไม่ควรละเลย

ที่สุดความอร่อยของขนมไหว้พระจันทร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/364873

ที่สุดความอร่อยของขนมไหว้พระจันทร์

ที่สุดความอร่อยของขนมไหว้พระจันทร์

วันพุธ ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

แพรวปรียา ชุมสาย ณ อยุธยา, ชุติเดช ผู้เจริญทั่ว ผู้อำนวยการใหญ่บริหาร สินค้าซูเปอร์มาร์เก็ต บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด และพรรษมน พิริยะเมธา

เพื่อต้อนรับเทศกาลไหว้พระจันทร์ ช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองของชาวจีนที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ถือเป็นช่วงเวลาที่แสดงถึงช่วงสิ้นสุดการเก็บเกี่ยวในฤดูใบไม้ร่วง การแสดงความขอบคุณต่อเทพเจ้า และเป็นช่วงเวลาให้ครอบครัวและเพื่อนฝูงได้พบปะ สังสรรค์ จิบชา และทานขนมไหว้พระจันทร์พร้อมหน้าพร้อมตากัน ซึ่งนับเป็นช่วงเวลาที่มีค่าของครอบครัว โดยในปีนี้ตรงกับวันที่ 24 กันยายนนี้

ฟู้ดฮอลล์ เดอะมอลล์, พารากอน และเอ็มควอเทียร์ ที่สุดของศูนย์รวมอาหารอร่อยที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ จัดงาน
“มูนเค้ก เฟสติวัล 2018” (Mooncake Festival 2018) ชวนต้อนรับเทศกาลไหว้พระจันทร์แบบพิเศษกว่าใคร กับครั้งแรก! ของขนมไหว้พระจันทร์ไส้มันหวานญี่ปุ่นจาก Kyo Roll En

ชุติเดช ผู้เจริญทั่ว ผู้อำนวยการใหญ่บริหารสินค้าซูเปอร์มาร์เก็ต บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด กล่าวถึงงาน Mooncake Festival 2018 ว่า “เทศกาลไหว้พระจันทร์ในปีนี้ ฟู้ดฮอลล์ ในฐานะของการเป็นศูนย์รวมอาหารอร่อยที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์จึงขอเป็นสื่อกลางในการส่งต่อความสุข ความปรารถนาดี ผ่านศิลปะแห่งความอร่อย ปรุงแต่งจากวัตถุดิบชั้นเลิศ รังสรรค์เป็นขนมไหว้พระจันทร์ อันประณีต เราได้ร่วมกับโรงแรมและร้านชื่อดังกว่า 20 ร้านรวบรวมขนมไหว้พระจันทร์หลากหลายรสชาติไว้มากที่สุด และไฮไลท์ในปีนี้คือ ครั้งแรก! ของขนมไหว้พระจันทร์สไตล์ญี่ปุ่นจากแบรนด์ขนมชื่อดังระดับท็อปลิสต์อย่าง เกียวโรลเอ็น (Kyo Roll En) ซึ่งได้ครีเอทไส้ซัสสึมะ อิโมะ หรือไส้มันหวานญี่ปุ่นแท้นำเข้าจากเกาคิวชู กลิ่นหอมนวลเนื้อสัมผัสนุ่มละมุนลิ้นบรรจุในกล่องไม้แท้ลายทองสุดหรูที่ได้แรงบันดาลใจจากสัญลักษณ์“เซ็น” ของญี่ปุ่นประทับบนดวงจันทร์ซึ่งรังสรรค์ขึ้นเป็นพิเศษสำหรับงาน Mooncake Festival 2018 โดยเฉพาะ

นอกจากนี้ ภายในงานยังได้ยกทัพขนมไหว้พระจันทร์หลากหลายรสชาติสุดเอ็กซ์คลูซีฟจากแบรนด์ชื่อดังไว้มากมายพร้อมชวนลิ้มลองขนมไหว้พระจันทร์รสชาติใหม่ล่าสุด อาทิ ขนมไหว้พระจันทร์ไส้มะม่วงน้ำปลาหวาน จากโรงแรมนารายณ์ขนมไหว้พระจันทร์, ไส้เมเปลพีแคน จาก Skinni Bears, ขนมไหว้พระจันทร์ไส้พิสตาชิโอ จากโรงแรมดับเบิ้ลยู กรุงเทพฯ,ขนมไหว้พระจันทร์ไส้คัสตาร์ดไข่แดง ความอร่อยระดับตำนานของโรงแรมเพนนินซูล่า,ขนมไหว้พระจันทร์ไส้คัสตาร์ดลาวาจากแบรนด์ HONG KONG MX Mooncakes, ขนมไหว้พระจันทร์ไส้อัลมอนด์งาดำ ไส้ใหม่ล่าสุดจากโรงแรมแชงกรี-ลา กรุงเทพฯ, ขนมไหว้พระจันทร์ไส้โหงวยิ้ง โรงเเรมโนโวเทล ภูเก็ต โภคีธราและอีกหลากหลายรสชาติของขนมไหว้พระจันทร์จากแบรนด์ดังที่ถูกรวบรวมไว้มากที่สุด ตั้งแต่วันนี้-24 ก.ย.นี้ ที่ มาร์เก็ต ฮอลล์, พารากอน ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์, ควอเทียร์ แกลอรี่, เอ็มควอเทียร์ และเทค โฮม, เดอะมอลล์ ทุกสาขา