หนุน นศ.คนรุ่นใหม่สู่วงการ สตาร์ทอัพ จัดโครงการ บิสซิเนส บราเดอร์ฮูด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/364614

หนุน นศ.คนรุ่นใหม่สู่วงการ สตาร์ทอัพ  จัดโครงการ บิสซิเนส บราเดอร์ฮูด

หนุน นศ.คนรุ่นใหม่สู่วงการ สตาร์ทอัพ จัดโครงการ บิสซิเนส บราเดอร์ฮูด

วันอังคาร ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เพื่อพัฒนาขีดความสามารถของเยาวชนให้เข้าสู่วงการสตาร์ทอัพ ได้ในอนาคต สวทน. จึงได้จับมือกับ สจล.จัดโครงการ บิสซิเนส บราเดอร์ฮูด รับสมัครนักศึกษาเยาวชน จากมหาวิทยาลัยต่างๆเข้าร่วมโครงการบิสซิเนส บราเดอร์ฮูด สร้างสรรค์โมเดลธุรกิจ ล่าสุดได้คัดเลือก 7 ทีมที่มีแนวคิดการตลาดที่น่าสนใจ ผ่านเข้ารอบ

ดร.กิติพงค์ พร้อมวงค์ เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ (สวทน.) กล่าวว่า “โครงการ บิสซิเนส บราเดอร์ฮูด(Business Brotherhood Project) ครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 2 เป็นหนึ่งในโครงการที่ส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือระหว่างบริษัทขนาดใหญ่และมหาวิทยาลัยที่เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ให้สามารถพัฒนาเทคโนโลยีชั้นสูงและขยายตลาดไปสู่ระดับโลกได้อย่างรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ โดยมีบริษัทขนาดใหญ่เป็นพี่เลี้ยงทางธุรกิจ และมหาวิทยาลัยเป็นพี่เลี้ยงด้านการพัฒนาเทคโนโลยีให้แก่ธุรกิจสตาร์ทอัพ และมี สวทน. เป็นแกนหลักในการผลักดันให้เกิดการกระบวนการพัฒนาโครงการ ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของมหาวิทยาลัยและธุรกิจสตาร์ทอัพของประเทศไทยในอนาคต”

ทางด้านสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง นำโดย ผศ.ดร.รัชนี กุลยานนท์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารงานวิจัยและนวัตกรรม สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง กล่าวว่า โครงการบิสซิเนส บราเดอร์ฮูด มีวัตถุประสงค์ คือ เร่งการเติบโตของสตาร์ทอัพโดยเป็นความร่วมมือจากทางภาครัฐและเอกชน ผู้สมัครเข้าร่วมโครงการจะเป็นนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยทั่วๆ ไป หรือในหนึ่งทีมจะเป็นการรวมตัวกันมากกว่าหนึ่งสถาบันก็ได้ ทีมหนึ่งกำหนดให้ได้จำนวนสมาชิกในทีม 3-5 คน โดยมีหลักเกณฑ์ในการตัดสินคือภาพรวมของโมเดลธุรกิจ และความคิดสร้างสรรค์ของผลงาน ทั้งนี้นักศึกษาที่ได้เข้าร่วมโครงการแล้วจะได้รับการอบรมในหลายๆ ด้าน อาทิ การออกแบบความคิด (Design Thinking) การออกแบบธุรกิจ การวางแผนธุรกิจการวางแผนการตลาด การดำเนินงานและเทคนิคการนำเสนองานให้น่าสนใจ

และจากผลงานที่ของน้องๆ นักศึกษาที่เข้ามาร่วมในโครงการ มีนักศึกษาที่ผ่านเข้ารอบ 13 ทีม และ เหลือ 7 ทีม โดย 7 ทีม ที่เข้ารอบ มีทั้งด้านโลจิสติกส์อินเตอร์เนต ออฟ ธิงค์(IOT) ไลฟ์สไตล์ และสุขภาพ ทุกโครงการล้วนน่าสนใจ และหนึ่งในทีมที่ผ่านการคัดเลือก ทีมเพอเพิลคัพ (Purple Cup)เป็นแอพพลิเคชั่นด้านไลฟ์สไตล์ ที่เกี่ยวกับผู้ที่ชอบดื่มกาแฟแบบเฉพาะเจาะจงรสชาติ ประกอบด้วยสมาชิก 5 คนในทีม ได้แก่ วิภาณี วชิระศรีสุนทรี คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, ชนานุช พัชรธรรม คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ธนพรสุวัฒนวงศ์ชัย คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ณัฐนันท์วันลักษณ์ คณะวิศวะการแพทย์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และ จิรภัทร หวังเจริญ คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ

นางสาววิภาณี วชิระศรีสุนทรี หนึ่งในทีมเพอเพิล คัพ (Purple Cup บัณฑิตจากคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า “เมื่อเห็นประกาศโครงการนี้ มองว่าเป็นโอกาสที่จะได้ทำธุรกิจของตัวเอง เลยชวนเพื่อนๆ ที่เรียนในสาขาต่างกันมาร่วมทีม โดยทีมของพวกเราเน้นความหลากหลายของสมาชิก เพื่อให้เกิดความคิดเห็นที่แตกต่าง การทำแอพพลิเคชั่นเพอเพิล คัพ เริ่มมาจากแนวคิดที่ว่าตัวเองเป็นคนที่ชอบดื่มกาแฟ เลยอยากหากาแฟอร่อยๆ ดื่ม เวลาจะหาร้านกาแฟอร่อยๆ ที่ไม่ได้มีสาขามากมาย ก็จะใช้เวลานานในการถามในการหา แล้วบางทีก็ไม่ทราบว่าจะเจอแบบที่ชอบหรือไม่ เลยคิดว่าจะทำ แอพพลิเคชั่นเพอเพิล คัพ (Purple Cup) ขึ้นมา ซึ่งเป็นแอพพลิเคชั่นที่ค้นหาร้านกาแฟที่อร่อย เน้นไปที่ความเป็นพรีเมียม ไม่ใช่ร้านกาแฟทั่วไป ทำให้มันง่ายแก่คนทั่วไป และดีสำหรับร้านค้าที่ขายกาแฟอร่อยแต่เข้าไม่ถึงลูกค้า นอกจากนี้ยังพบว่าในปัจจุบัน ร้านกาแฟส่วนมากต้องล้มเลิกกิจการไปเพียงเพราะขาดความน่าเชื่อถือและการเข้าถึงลูกค้า เราเชื่อว่าเพอเพิล คัพ จะเป็นเครื่องมือที่เข้ามาตอบโจทย์และแก้ปัญหาให้กับร้านกาแฟอิสระทางด้านนี้”

นางสาวชนานุช พัชรธรรม คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สมาชิกในทีมอีกคน กล่าวว่า “โครงสร้างของแอพพลิเคชั่นนี้ จะมีแผนที่ บทความ รีวิว การเติมเงินในกระเป๋าเงินของแอพพลิเคชั่นนี้จะซื้อกาแฟได้เลย จุดเด่นของเพอเพิล คัพ ณ ปัจจุบัน นักดื่มกาแฟเน้นดื่มกาแฟที่มีรสชาติตามความชอบ จึงแตกต่างจากในยุคก่อน ที่รสชาติกาแฟ เป็นแบบเดิมๆ ซึ่งผู้บริโภคทั่วไปจะไม่ทราบว่าร้านขายกาแฟแบบเฉพาะเจาะจง (specialty coffee) อยู่ที่ไหน แล้วรสชาติแต่ละร้าน เป็นแบบไหน อย่างไร นอกจากคนที่เป็นแฟนพันธุ์แท้จริงๆ ถึงจะรู้ แต่เราเชื่อว่าการดื่มกาแฟแบบเฉพาะเจาะจง ไม่ได้เป็นเรื่องของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง หรือจำกัดเฉพาะ “คนวงใน” เพอเพิล คัพ อยากเป็นสื่อที่เชื่อมคนธรรมดาเข้าหากาแฟแบบเฉพาะเจาะจง ได้ลองกาแฟแบบนี้บ้าง เราอยากสร้างคอมมูนิตี้การดื่มกาแฟที่ทุกคนเข้าถึง

นางสาววิภาณี วชิระศรีสุนทรี กล่าวต่อ “จะพัฒนาแอพพลิเคชั่นนี้ไปเรื่อยๆ ตามของต้องการของตลาด สิ่งที่จะได้คือร้านค้าจะได้รายได้มากขึ้นจากการสื่อสารผ่านแอพพลิเคชั่น และลูกค้าเข้าถึงร้านกาแฟคุณภาพ โมเดลธุรกิจ คือ การชำระเงินค่ากาแฟผ่านกระเป๋าเงินในแอพพลิเคชั่น หรือวอลเล็ต (Wallet) และขายโฆษณาผ่านแอพพลิเคชั่น ติดตามความคืบหน้าของเพอเพิล คัพ ได้ที่ อินสตาแกรม

ทีมเพอเพิล คัพ

ทีมเพอเพิล คัพ

ชวนส่งต่อ ‘บรา’ เพื่อสาวๆ บ้านกึ่งวิถีหญิง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/364607

ชวนส่งต่อ ‘บรา’ เพื่อสาวๆ บ้านกึ่งวิถีหญิง

ชวนส่งต่อ ‘บรา’ เพื่อสาวๆ บ้านกึ่งวิถีหญิง

วันอังคาร ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ชนิตา ไพศาลวณิชกุล

“ชุดชั้นใน” เป็นอีกหนึ่งไอเท็มที่ทำให้สาวๆ มีรูปทรงสวย มั่นใจ ซึ่งมีให้เลือกหลากหลายรูปแบบเชื่อว่าสาวๆ ต้องมีชุดชั้นในโดยเฉพาะ “บรา” กันคนละหลายตัว บางครั้งซื้อมาเพราะดีไซน์สวยแต่ไม่ค่อยได้ใช้งาน จึงกลายเป็นเก่าเก็บจนหมดสภาพการใช้งาน ในขณะที่ยังมีผู้หญิงอีกหลายคนไม่สามารถหาซื้อบราดีๆ มีคุณภาพมาใส่ได้ ศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 อโศก จึงได้จัดโครงการ“Lingerie Parade” เชิญชวนสาวๆ ร่วมทำบุญบริจาคชุดชั้นในสตรีในสภาพดีเพื่อส่งมอบให้แก่สตรีในความดูแล มูลนิธิบ้านกึ่งวิถีหญิง จังหวัดปทุมธานี เพื่อเป็นกำลังใจให้แก่เพื่อนหญิงพร้อมมุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีจากการปันน้ำใจจากผู้หญิงสู่ผู้หญิงด้วยกัน

ชนิตา ไพศาลวณิชกุล ผู้อำนวยการศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 อโศก กล่าวว่า “โครงการนี้เป็นหนึ่งในกิจกรรมที่ทางศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 อโศก มุ่งเดินหน้าตอกย้ำวิสัยทัศน์ด้านความรับผิดชอบต่อสังคมมาโดยตลอด ซึ่งโครงการ Lingerie Paradeต้องการเชิญชวนพร้อมกระตุ้นพนักงานและประชาชนทั่วไปรวมพลังทำความดีในการบริจาคชุดชั้นในสตรีในสภาพดีทุกแบรนด์โดยไม่จำกัด เพื่อส่งมอบให้แก่มูลนิธิบ้านกึ่งวิถีหญิง จังหวัดปทุมธานี เพื่อให้สอดคล้องกับแนวคิดของโครงการที่ไม่เพียงต้องการปริมาณจากการบริจาค หรือหวังผลเพียงชั่วคราว แต่เรายังคงมุ่งหวังให้ Lingerie Parade เป็นกิจกรรมที่สามารถช่วยสร้างจิตสาธารณะที่ดีและต่อยอดความยั่งยืนในระยะยาวให้ประชาชนในสังคมอีกด้วย”

ขวัญเมือง บวรอัศวกุล ประธานมูลนิธิบ้านกึ่งวิถีหญิง จังหวัดปทุมธานี กล่าวว่า “ทางมูลนิธิมีความยินดีและขอขอบคุณเป็นอย่างยิ่งที่ศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 อโศก ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนผู้ขาดแคลนในสังคมปัจจุบัน ในการจัดโครงการดีๆ อย่าง Lingerie Parade ชวนประชาชนทั่วไทยร่วมเป็นส่วนหนึ่งการทำความดีร่วมกัน พร้อมส่งต่อสู่การแบ่งปันเพื่อเป็นกำลังใจให้แก่เพื่อนหญิงมูลนิธิบ้านกึ่งวิถีหญิง จังหวัดปทุมธานี ในครั้งนี้”

ด้านคุณแม่สุดแซ่บ แพท-ณปภา ตันตระกูลที่ได้มาร่วมโครงการพร้อมพูดคุยและนำชุดชั้นในมาร่วมบริจาค กล่าวว่า “ต้องขอขอบคุณทางศูนย์การค้าฯ เป็นอย่างมากที่ให้เกียรติแพทมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการทำความดีในครั้งนี้ และในฐานะผู้หญิงยุคใหม่ ขอเชิญชวนสาวๆ ทุกคนมาร่วมบริจาคชุดชั้นในสตรีในสภาพดีอาจจะซื้อมาผิดขนาดหรือไม่ได้ใส่แล้ว แต่วันนี้กลับมีคุณค่าสำหรับผู้อื่นที่ขาดแคลน โดยสามารถนำมาหย่อนใส่กล่องบริจาคกับที่โครงการได้ตลอดเดือนกันยายน นี้”

สาวๆ ที่มีชุดชั้นในที่ไม่ได้ใช้งานแล้ว แต่ยังสภาพดี สามารถมาร่วมบริจาคได้ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงสิ้นเดือนกันยายน 2561 ณ บริเวณชั้น M ศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 อโศก

ขวัญเมือง บวรอัศวกุล

ขวัญเมือง บวรอัศวกุล
แพท-ณปภา ตันตระกูล และน้องเรซซิ่ง

แพท-ณปภา ตันตระกูล และน้องเรซซิ่ง
แพท-ณปภา ตันตระกูล ชวนสาวๆ ช่วยเพื่อนหญิงด้วยการบริจาคบรา

แพท-ณปภา ตันตระกูล ชวนสาวๆ ช่วยเพื่อนหญิงด้วยการบริจาคบรา

‘นีโอ สุกี้’ อัพเกรดเมนูพรีเมียม ไม่ทิ้งความอร่อยสไตล์ ‘โฮมเมด’ ที่คุ้นเคย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/364606

‘นีโอ สุกี้’ อัพเกรดเมนูพรีเมียม  ไม่ทิ้งความอร่อยสไตล์ ‘โฮมเมด’ ที่คุ้นเคย

‘นีโอ สุกี้’ อัพเกรดเมนูพรีเมียม ไม่ทิ้งความอร่อยสไตล์ ‘โฮมเมด’ ที่คุ้นเคย

วันอังคาร ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

หากเอ่ยถึง “นีโอ สุกี้” ร้านสุกี้สไตล์โฮมเมดที่คงความอร่อยคู่ปากคนไทยมานานกว่า 20 ปี หลายคนคงกำลังคิดถึงบรรยากาศร้านสุกี้แท้ๆ ที่เต็มไปด้วยวัตถุดิบแสนอร่อยที่รอให้ลูกค้าหยิบปรุงลงในหม้อน้ำซุปสูตรพิเศษที่มีให้เลือกหลากหลาย อีกทั้ง ยังอบอวลไปด้วยบรรยากาศแสนอบอุ่น เหมือนกำลังนั่งทานสุกี้พร้อมหน้ากับครอบครัว รวมถึงเมนูสร้างสรรค์ตามเทศกาลอาหารนานาชาติที่สับเปลี่ยนหมุนเวียนอยู่ตลอด

ล่าสุด ณัฐพล กัปปิยจรรยา กรรมการผู้จัดการ บริษัท นีโอ สุกี้ ไทย เรสเทอรองส์ จำกัด สร้างบรรยากาศการทานสุกี้อิ่มเอมยิ่งขึ้น ปรับโฉมเมนูใหม่อัพเกรดด้วยเมนูคัดสรรเกรดพรีเมียม ที่คนรักสุกี้ต้องไม่น่าพลาด โดยไม่ทิ้งความอร่อยในสไตล์โฮมเมดที่คุ้นเคย โดยกล่าวว่า พรีเมียมคาแร็กเตอร์ ไม่ใช่แค่การเอาวัตถุดิบเกรดพรีเมียมมาเติมเข้าร้าน หรือวัดกันแต่ราคาของวัตถุดิบเท่านั้น แต่ทุกๆ เมนูที่เลือกเติมเข้าสู่ร้านจะต้องมีแรงดึงดูดพอที่จะรั้งให้ลูกค้าเข้ามาลิ้มลองความอร่อย ซึ่งนอกจากจะเป็นการเพิ่มความหลากร้านในด้านของเมนูให้กับตัวร้านเองแล้ว ยังเป็นการยกระดับแบรนด์มีคาแร็กเตอร์ที่ดูพรีเมียมยิ่งขึ้น เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น รวมถึงเย้ายวนพอที่จะชักชวนให้ลูกค้าหน้าใหม่ได้มาลองเปิดประสบการณ์ความอร่อยกับร้านดูสักครั้ง

“ที่ผ่านมาทาง นีโอ สุกี้ ได้เริ่มนำเมนูเกรดพรีเมียมมาเสิร์ฟ ให้ลูกค้าลิ้มลองและได้ผลการตอบรับที่ดีมาก เช่น เนื้อวากิวร่องซี่โครง (คัดพิเศษ) เนื้อวากิวสายพันธุ์พื้นเมืองจากญี่ปุ่นแท้ 100% โดดเด่นที่ความนุ่มและรสสัมผัสและมีลายแทรกในทุกอณูของเนื้อ เนื้อเสือร้องไห้ออสเตรเลีย (คัดพิเศษ) ซึ่งเป็นเนื้อนำเข้าจากออสเตรเลียที่มีมันแทรกทุกคำให้รสสัมผัสนุ่มละลายในปาก ด้านอาหารทะเลยังคัดเอาวัตถุดิบที่ขึ้นชื่อว่าเป็นของดีจากทะเล อย่าง หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ไซส์จัมโบ้, กุ้งลายเสือแกะเปลือก รวมถึงเมนูหอยหลอด ซึ่งหาทานไม่ได้ง่ายๆ มาเสิร์ฟในร้าน วัตถุดิบเหล่านี้ล้วนเป็นเมนูพรีเมียมที่ทางร้านนีโอสุกี้ขนมาเสิร์ฟในร้านเพื่อเรียกเสียงฮือฮาให้กับผู้บริโภคได้ตื่นตาไปกับเมนูใหม่ๆ หลากหลาย”


ณัฐพล กัปปิยจรรยา

นอกจากเรื่องของเมนูอาหารแล้ว รายละเอียดที่ดูเหมือนเล็กน้อยแต่ยิ่งใหญ่อย่างเรื่องของ ภาชนะใส่อาหาร ยังถูกปรับเปลี่ยนให้เน้นไปโทนสีดำ เพื่อให้ตัวอาหารมีความโดดเด่น และยังรวมถึงการจัดจานที่จะเน้นความเป็นโฮมเมดให้มากขึ้น โดยการใช้วัตถุดิบอย่างใบตอง พาร์สลีย์ ตกแต่งจานให้ดูน่าทาน อีกทั้งยังสอดคล้องไปกับการปรับโฉมแบรนด์ดิ้งครั้งล่าสุดเมื่อเดือนกรกฎาคม 2561 เพื่อตอกย้ำความเป็นร้านสุกี้ที่คงความโฮมเมด แต่ดูเรียบหรูและพรีเมียมมากยิ่งขึ้น

“แม้จะมีการปรับโฉมเติมเมนูคัดพิเศษปรุงรสให้ นีโอ สุกี้ หม้อนี้เต็มเปี่ยมไปด้วยความพรีเมียมและแข็งแกร่งด้วยคารแร็กเตอร์ตามที่วางเอาไว้ เมนูที่ได้รับความนิยมจนกลายเป็นซิกเนเจอร์ของร้านก็ยังคงอยู่ เช่น จ้าวสมุทร, DIY หมูสวรรค์+ไข่+แครอท+ต้นหอม, DIY หมูสวรรค์+ข้าวโพด+แครอท, หมูสวรรค์มอสซาเรลล่าชีส, หมูสวรรค์, กุ้งทรงเครื่อง, หมูสวรรค์พริกไทยดำ ลูกชิ้นนีโอ, ลูกชิ้นกุ้ง, เกี๊ยวกุ้งนีโอ, เนื้อหมูหมักซอสไหหลำ, เนื้อหมูดำสอดไส้ชีส, เบคอนสด (ติดมัน) สไลด์, เนื้อหมูสไลด์จัมโบ้ ซึ่งจุดเด่นของทั้งเมนูซิกเนเจอร์และเมนูใหม่คือ ความสดใหม่ของวัตถุดิบ ถ้าไม่สดใหม่เราไม่ขาย จะตีกลับเข้าโรงงาน เพราะสิ่งนี้คือความจริงใจที่มีต่อลูกค้า จนได้รับการตอบรับที่ดีกลับมา”

และอีกหนึ่งจุดเด่นที่ไม่มีที่ไหนเหมือนของ นีโอสุกี้ คงเป็นเรื่องของของหวาน ซึ่งกลายเป็นอีกหนึ่งซิกเนเจอร์ของร้านเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น ไอศกรีมวานิลลาบัตเตอร์เค้ก, นูเทลล่าวานิลลาโรตีกรอบ รวมถึงเมนูโอวัลตินภูเขาไฟบัตเตอร์เค้กที่สามารถเลือกรสชาติของไอศกรีมด้านในได้เอง รวมถึงเมนูของหวานสไตล์โฮมเมดอย่าง น้ำแข็งไสราดถั่วแดง เฉาก๊วยชากังราว ไอศกรีมวานิลลาคุกกี้ครัมเบิ้ล ไอศกรีมวานิลลาฮอทฟัดจ์บราวนี่ไอศกรีมวานิลลาบัตเตอร์เค้ก เค้กหน้านิ่ม พุดดิ้งแปะก๊วยมะพร้าวอ่อน พุดดิ้งลูกตาลมะพร้าวอ่อน และไอศกรีมหลากลายรสชาติ อีกมากมาย

ระวังสารก่อภูมิแพ้ภายในบ้าน อันตรายใกล้ตัวลูก ที่ไม่ควรมองข้าม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/364605

ระวังสารก่อภูมิแพ้ภายในบ้าน  อันตรายใกล้ตัวลูก ที่ไม่ควรมองข้าม

ระวังสารก่อภูมิแพ้ภายในบ้าน อันตรายใกล้ตัวลูก ที่ไม่ควรมองข้าม

วันอังคาร ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ด้วยสภาวะแวดล้อมและมลภาวะต่างๆ ในปัจจุบันทำให้มีจำนวนผู้ป่วยเป็นโรคภูมิแพ้ในระบบทางเดินหายใจเพิ่มขึ้นมากจากอดีตอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งพบทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ โดยโรคภูมิแพ้ระบบทางเดินหายใจนี้ นอกจากจะทำให้เกิดอาการกำเริบขึ้นได้จากสารก่อภูมิแพ้และสารระคายเคืองต่อระบบทางเดินหายใจภายนอกบ้าน เช่น ฝุ่น มลภาวะการจราจรในท้องถนน โรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ แล้ว สารก่อภูมิแพ้ภายในบ้านรอบตัวเราเองที่ต้องสัมผัสในทุกวันก็เป็นสาเหตุสำคัญของอาการภูมิแพ้ ที่มักจะถูกมองข้ามไป รองศาสตาจารย์ แพทย์หญิงรวีรัตน์ สิชฌรังษี กุมารแพทย์โรคภูมิแพ้และภูมิคุ้มกัน โรงพยาบาลพระรามเก้า เผยว่าข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก พบว่าอากาศที่เราหายใจเข้าไปเป็นสิ่งที่มองไม่เห็น แต่มีความสำคัญกับร่างกายและสุขภาพของเราอย่างมาก เป็นปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดภูมิแพ้และโรคอื่นๆ ได้ โดยปกติแล้วโรคภูมิแพ้ที่พบบ่อยๆ ในประเทศไทย คือ โรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ โรคหอบหืด และโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง โดยทั้งสามโรคจะเกิดอาการเมื่อร่างกายได้รับสารกระตุ้นบางอย่าง และมีปฏิกิริยาตอบสนองต่อสารกระตุ้นมากกว่าปกติหรือไวกว่าปกติ ทำให้เกิดอาการแพ้ที่อวัยวะต่างๆ อาทิ ไอ จาม คัดจมูก คันตา มีน้ำมูก หรือเกิดอาการหายใจ หอบเหนื่อย เพราะหลอดลม
มีอาการหดเกร็งตัว

คุณพ่อคุณแม่ส่วนมากมักให้ความสนใจกับสภาวะอากาศภายนอกบ้าน และกังวลกับสารก่อภูมิแพ้จากภายนอกจนอาจลืมนึกไปว่าจริงๆ แล้วสารก่อภูมิแพ้จากภายในบ้านก็มีส่วนสำคัญต่อระบบทางเดินหายใจของลูกน้อย

ทั้งนี้ สารก่อภูมิแพ้ภายในบ้านสามารถเกิดได้จากทั้งไรฝุ่นบนที่นอน แมลง สัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะสุนัขและแมว เชื้อราในบ้าน ซึ่งคุณพ่อคุณแม่สามารถดูแลจัดการป้องกันสารก่อภูมิแพ้ในบ้านเหล่านี้ได้ เช่น ไรฝุ่น เป็นแมลงชนิดหนึ่งซึ่งไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า พบมากในบริเวณที่มีความชื้นสูงและที่อุปกรณ์เครื่องนอน เช่น หมอนหนุน ที่นอน ผ้าห่ม ตุ๊กตาขน การกำจัดไรฝุ่นจึงควรซักผ้าปูที่นอน ปลอกหมอนและผ้าห่มด้วยน้ำร้อนที่อุณหภูมิ 60 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 30 นาที อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง ใช้ผ้าคลุมกันไรฝุ่น จัดห้องนอนให้โล่ง ไม่ควรมีตุ๊กตาขน ไม่ใช้พรม หมั่นทำความสะอาด เช็ดถูบ้าน และดูดฝุ่นบ่อยๆ


รศ.พญ.รวีรัตน์ สิชฌรังษี

แมลงสาบ ที่พบทั่วไปตามบ้านเรือนสามารถกำจัดได้โดยขจัดแหล่งอาหารของแมลงสาบ โดยใส่ขยะและเศษอาหารในถุงหรือถังขยะที่มีฝาปิดมิดชิด ใช้ยากำจัด หรือกับดักแมลงสาบปิดรอยแตกที่พื้นห้องและเพดานที่เป็นทางเข้า-ออกของแมลงสาบ สัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะสุนัขและแมว วิธีการกำจัดสารก่อภูมิแพ้จากสัตว์เลี้ยงที่ดีที่สุดคือไม่ควรเลี้ยง แต่หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็ควรลดปริมาณสารก่อภูมิแพ้โดยให้สัตว์เลี้ยงอยู่นอกบ้าน ไม่ควรนำเข้ามาในบ้าน อาบน้ำทุกสัปดาห์ ดูแลความสะอาดดูดฝุ่นบ้านเป็นประจำ หรือใช้เครื่องฟอกอากาศ

เชื้อราในบ้าน มักปะปนอยู่ในอากาศตามห้องที่มีความอับชื้น หรือภายในบ้านที่เปิดเครื่องปรับอากาศตลอดเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากไม่ได้ทำความสะอาดเครื่องปรับอากาศอย่างสม่ำเสมอ การกำจัดเชื้อราในบ้านทำได้โดยตรวจเช็คเครื่องปรับอากาศ ไม่ใช้พรมหรือวอลเปเปอร์ ไม่นำต้นไม้ ดอกไม้ ทั้งสดและแห้งมาทิ้งไว้ในบ้าน ใช้น้ำยากำจัดเชื้อรา

ละอองเกสรจากหญ้าและวัชพืชโดยปกติจะลอยอยู่ในอากาศนอกบ้านแล้วถูกลมพัดมาติดตามมุ้งลวดหน้าต่างและเข้ามาในบ้าน การกำจัดสารก่อภูมิแพ้จากละอองเกสรทำได้โดยปิดประตู หน้าต่างในช่วงที่ลมพัด หรือช่วงเวลาที่มีละอองเกสรมาก และใช้เครื่องฟอกอากาศ หากสมาชิกทุกคนในบ้านช่วยกันกำจัดสารก่อภูมิแพ้ได้ก็จะช่วยลดอาการภูมิแพ้ของลูกน้อย และเป็นการเสริมสร้างสุขภาพอนามัยที่ดีให้กับทุกคนในครอบครัว

ติดปีกเติมฝัน ปันความรู้ สู่อาชีพการบิน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/364608

ติดปีกเติมฝัน ปันความรู้ สู่อาชีพการบิน

ติดปีกเติมฝัน ปันความรู้ สู่อาชีพการบิน

วันอังคาร ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

อาริญา ปราสาททองโอสถ (กลาง) และน้องๆ ที่มาร่วมโครงการ

บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส โดยส่วนรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) จัดโครงการ “ติดปีกเติมฝัน ปันความรู้ สู่อาชีพการบิน” นำคณะเยาวชนระดับชั้นมัธยมศึกษาจาก 3 จังหวัด ได้แก่ สุโขทัย ตราด และสุราษฎร์ธานี (เกาะสมุย) จำนวน 60 คน เดินทางโดยเที่ยวบินของสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส มาเรียนรู้และสัมผัสกับธุรกิจการบิน เป็นระยะเวลา 3 วัน เพื่อจุดประกายสร้างแรงบันดาลใจให้กับน้องๆ ค้นหาอาชีพในฝันของตนเอง ณ ศูนย์ปฏิบัติการ บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) จังหวัดสมุทรปราการ

นางอาริญา ปราสาททองโอสถ กรรมการ บริษัท และประธานคณะทำงานส่วนรับผิดชอบต่อสังคมกล่าวว่า โครงการ “ติดปีกเติมฝัน ปันความรู้ สู่อาชีพการบิน” เป็นหนึ่งกิจกรรมที่อยู่ภายใต้โครงการรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) ของสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เยาวชนท้องถิ่นได้มีโอกาสเข้ามาศึกษาเรียนรู้จากผู้บรรยายที่มีประสบการณ์ในสายงานของธุรกิจการบินโดยตรง เช่น นักบิน พนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน พนักงานต้อนรับผู้โดยสารภาคพื้นดิน พนักงานสำรองที่นั่งและออกบัตรโดยสาร และฝ่ายช่าง เป็นต้น รวมถึงได้มีโอกาสเข้าชมสถานที่ปฏิบัติงานจริงของแต่ละหน่วยงาน เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการประกอบอาชีพด้านธุรกิจการบินในอนาคต ซึ่งเยาวชนที่เข้าร่วมกิจกรรมยังได้ทดลองขับเครื่องบินในห้องจำลองการบิน (Flight Simulator) โดยมี กัปตันพุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) มาเป็นผู้ให้คำแนะนำและบรรยายแก่เยาวชน

สำหรับโครงการ “ติดปีกเติมฝัน ปันความรู้ สู่อาชีพการบิน” ทางสายการบินบางกอกแอร์เวย์สได้คัดเลือกเยาวชนระดับชั้นมัธยมศึกษาที่มีอายุระหว่าง14-18 ปี จาก 6 โรงเรียนใน 3 จังหวัด ได้แก่ โรงเรียนเกาะสมุย และโรงเรียนทีปราษฎร์พิทยา จากจังหวัดสุราษฎร์ธานี (เกาะสมุย) โรงเรียนสุโขทัยวิทยาคม และโรงเรียนสวรรค์อนันต์วิทยา จากจังหวัดสุโขทัย โรงเรียนคีรีเวสรัตนเพียรอุปถัมภ์ และโรงเรียนคลองใหญ่วิทยาคม จากจังหวัดตราด โดยแบ่งเป็นจังหวัดละ 20 คน รวมจำนวนทั้งสิ้น 60 คน เดินทางมาเข้าร่วมกิจกรรม ณ ศูนย์ปฏิบัติการ บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) จังหวัดสมุทรปราการ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมโครงการ

กัปตันพุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ ให้คำแนะนำเยาวชนภายในห้องจำลองการบิน

กัปตันพุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ ให้คำแนะนำเยาวชนภายในห้องจำลองการบิน
เครื่องบินเหินฟ้าได้อย่างไร เรียนรู้ผ่านเครื่องร่อน

เครื่องบินเหินฟ้าได้อย่างไร เรียนรู้ผ่านเครื่องร่อน
เยาวชนจาก 3 จังหวัด 60 คน ที่มาร่วมติดปีกเติมฝันอาชีพการบิน

เยาวชนจาก 3 จังหวัด 60 คน ที่มาร่วมติดปีกเติมฝันอาชีพการบิน

‘แขวนโคม ชมจันทร์’ เทศกาลขนมไหว้พระจันทร์สุดฮิป

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/364623

‘แขวนโคม ชมจันทร์’  เทศกาลขนมไหว้พระจันทร์สุดฮิป

‘แขวนโคม ชมจันทร์’ เทศกาลขนมไหว้พระจันทร์สุดฮิป

วันอังคาร ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ล้ง 1919 ท่าประวัติศาสตร์ศิลป์ไทย-จีน ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ร่วมฉลองเทศกาลไหว้พระจันทร์ จัดงาน เทศกาลขนมไหว้พระจันทร์ “แขวนโคม ชมจันทร์” ในบรรยากาศสุดฮิป ท่ามกลางหมู่อาคารประวัติศาสตร์ ชุมชนชาวแต้จิ๋วอายุกว่า 180 ปี ระหว่างวันที่ 22-24 กันยายน 2561

เทศกาลไหว้พระจันทร์ หนึ่งในเทศกาลสำคัญของชาวจีน ได้ชื่อว่าเป็นเทศกาลแห่งความกลมเกลียว ซึ่งในปี 2561 นี้ วันไหว้พระจันทร์ ตรงกับวันที่ 24 กันยายน ล้ง 1919 จึงจัดเทศกาลขนมไหว้พระจันทร์ “แขวนโคมชมจันทร์” เพื่อร่วมฉลองเทศกาลสำคัญนี้

ภายในงาน มีกิจกรรมน่าสนใจ อาทิ แขวนโคมขอพรพระจันทร์ ตามประเพณีการชุมนุมโคมของชาวแต้จิ๋วในเทศกาลไหว้พระจันทร์ ชมสาธิตการทำขนมเหล็กเต่ากอสูตรหมู่บ้านโจ่ยโคย เมืองแต้จิ๋ว, ขนมโก๋ถั่วเขียวที่ชุมชน “ฮ่วยจุ่งล้ง” (ท่าเรือหวั่งหลีก่อนปรับปรุงเป็นล้ง 1919) ได้สืบทอดสูตรขนมชนิดนี้และจะทำเฉพาะช่วงเทศกาลไหว้พระจันทร์มากว่า 60 ปีชมแกลเลอรี่ขนมไหว้พระจันทร์ ในบรรยากาศโรงเตี๊ยมจำลอง ขอพรเจ้าแม่หม่าโจ้ว เทพเจ้าที่ศักดิ์สิทธิ์ด้านครอบครัวและความรักที่ประดิษฐานคู่ล้ง 1919 มากว่า 170 ปี เวิร์กช็อปทำขนมไหว้พระจันทร์และลิ้มรสขนมไหว้พระจันทร์ จากแบรนด์ชั้นนำ ทั้งโรงแรมแมนดารินโอเรียนเต็ลโรงแรมเพนนินซูล่า โรงแรมบันยันทรี วานิลลาอินดัสทรี เอสแอนด์พี ภัตตาคารกอกใจ (คลองสาน) ฯลฯ

พบกับ เทศกาลขนมไหว้พระจันทร์ “แขวนโคม ชมจันทร์” ในวันเสาร์ที่ 22 ถึงวันจันทร์ที่ 24 กันยายน 2561 เวลา 16.00-20.00 น. ณ ล้ง 1919 ถ.เชียงใหม่ เขตคลองสาน รายละเอียดเพิ่มเติมทางเฟซบุ๊คแฟนเพจ LHONG 1919

นิ้ง-โศภิดา มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2018 สลัดลุคผู้จัดการสายเนี้ยบ โชว์หุ่นเป๊ะ ถ่ายแฟชั่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/364626

นิ้ง-โศภิดา มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2018  สลัดลุคผู้จัดการสายเนี้ยบ โชว์หุ่นเป๊ะ ถ่ายแฟชั่น

นิ้ง-โศภิดา มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2018 สลัดลุคผู้จัดการสายเนี้ยบ โชว์หุ่นเป๊ะ ถ่ายแฟชั่น

วันอังคาร ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ถูกจับตามองเรื่องแฟชั่นการแต่งกายตลอดตั้งแต่รับตำแหน่งสำหรับ นิ้ง-โศภิดา กาญจนรินทร์ มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2018 ผู้จัดการวานิชธนกิจธนาคารทหารไทย จนหลายคนเรียกเธอว่า “ผู้จัดการนิ้ง”เพราะตำแหน่งหน้าที่การงานที่ต้องแต่งตัวเนี้ยบตลอดเวลากว่าจะสลัดลุคเฉียบเรียบร้อยมาเป็นนางงามระดับโมเดลได้ในแบบไหนบ้าง และวันนั้นก็มาถึงเมื่อนิ้งได้ถ่ายแฟชั่นสุดแซ่บกับ Surround ประกบนายแบบดังจากไต้หวัน Roger Lin @roger_paramecium โดยดีไซเนอร์ขนซูเปอร์แบรนด์มาถ่ายแฟชั่นเซตบวกกับอินเนอร์แรงแบบจัดเต็มของนิ้งให้สมกับที่แฟนๆรอคอยการเปลี่ยนลุคครั้งใหญ่ของเธอ

จากผู้หญิงที่คนรอบตัวว่าไม่สวยไม่โดดเด่นและไม่เห็นด้วยที่จะมาประกวดนางงามแต่ นิ้ง-โศภิดา ก็เดินตามความฝันลึกๆ ในวัยเยาว์สลัดความกลัวเดินเข้ามาประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2018 และด้วยบุคลิกภาพการพัฒนาตัวเองที่โดดเด่นแบบกราฟไม่เคยตกตลอดการทำกิจกรรมเก็บตัว ส่งผลให้เธอสามารถคว้ามงกุฎมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2018มาครอบครอง แม้จะมีเสียงวิจารณ์ถึงรูปลักษณ์ภายนอกแต่เธอก็ยังมุ่งมั่นฝึกฝนทักษะในด้านต่างๆ เพื่อเตรียมตัวไปประกวดมิสยูนิเวิร์ส 2018 ในฐานะตัวแทนจากประเทศไทย ทั้งยังใส่ใจนำคำวิจารณ์ต่างๆ มาปรับลุคให้สวยเฉียบมากขึ้นเพื่อให้เห็นว่าสาวไทยหน้าหมวยก็สวยไม่แพ้ชาติใดในโลก!

เห็นถึงความมุ่งมั่นและตั้งใจของเธอแล้วก็อย่าลืมส่งแรงใจแรงเชียร์ให้สาวนิ้งในการประกวดมิสยูนิเวิร์ส 2018 ที่จะจัดขึ้นกลางเดือนธันวาคมนี้และติดตามความสวยกันเต็มๆ ผ่านทางอินสตาแกรม @surround_ig และเฟซบุ๊ก surround https://www.facebook.com/1012058548860111/posts/1931939386872018/

‘ประยุทธ มหากิจศิริ’ปั้น‘P80’ ดีต่อสุขภาพ-ช่วยชาวสวนลำไย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/364453

‘ประยุทธ มหากิจศิริ’ปั้น‘P80’  ดีต่อสุขภาพ-ช่วยชาวสวนลำไย

‘ประยุทธ มหากิจศิริ’ปั้น‘P80’ ดีต่อสุขภาพ-ช่วยชาวสวนลำไย

วันจันทร์ ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

“คนจีนโบราณเขาเชื่อว่าลำไยเป็นผลไม้ทิพย์จากสวรรค์ มีคุณประโยชน์ต่อร่างกายเหมือนตามังกร แต่ถ้ารับประทานสดมากจะร้อนใน นั่นคือความเข้าใจของคนจีน ฉะนั้นคนจีนเขาก็เลยเอาลำไยไปอบแห้ง ทำเป็นยาโป๊วแม้กระทั่งในราชสำนักจีนเป็นพันปีมาแล้วก็ระบุชัดเจนว่าลำไยอบแห้งเป็นยาสมุนไพรที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย”

เรื่องเล่าจาก ประยุทธ มหากิจศิริ นักธุรกิจใหญ่ลำดับต้นๆ ของประเทศไทย ที่ระยะหลังๆ ไม่ค่อยปรากฏตัวผ่านสื่อสารมวลชนเท่าใดนัก ซึ่งก็พอจะทราบได้ว่า ปัจจุบันประยุทธหันไปเอาจริงเอาจังกับผลิตภัณฑ์ “น้ำลำไยสกัด 100%” ภายใต้แบรนด์ “พี80” (P80) ที่ต้องการสื่อความหมายถึง “Perfect after 80”หรือก็คือการที่คนเราสามารถมีสุขภาพดีได้ไม่ต้องเจ็บป่วยออดๆ แอดๆ แม้จะอายุถึงวัยเลขแปดแล้วก็ตาม

ประยุทธ ที่ ณ ปัจจุบันมีอายุ 74 ปี เล่าย้อนไปเมื่อสิบกว่าปีก่อน เวลานั้นทางคณะผู้วิจัยด้านวิทยาศาสตร์อาหารจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) สามารถสกัดเอนไซม์ 5 ชนิดจากลำไยออกมาได้ แล้วค้นพบว่ามีสรรพคุณบำรุงสุขภาพ โดยเฉพาะ “ช่วยให้นอนหลับสบายตลอดคืน” ซึ่งภาวะหลับๆ ตื่นๆ กลางดึกนั้นเป็นความทุกข์ที่สำคัญประการหนึ่งของคนเราเมื่อยามอายุมากขึ้น ตั้งแต่เริ่มเข้าสู่วัยกลางคนไปจนถึงกลายเป็นผู้สูงวัยเต็มตัว

“คนที่มีอายุแล้วเวลานอนหลับจะนอนไม่ค่อยดี นอนไปแล้ว 1-2 ชั่วโมง ต้องลุกขึ้นมาเข้าห้องน้ำ ยิ่งคนอายุ 60 ปีขึ้นไป
จะประสบปัญหานี้ กลางคืนต้องลุกมาเข้าห้องน้ำ 4-5 ครั้ง ครั้งแรกทุกคนรับได้ ครั้งที่ 2 ยังเออออ ครั้งที่ 3 เริ่มหงุดหงิด ครั้งที่ 4 อาจจะโกรธแล้ว พอครั้งที่ 5 โมโหเลย แล้วมันทำให้คุณภาพการนอนหลับไม่ดี ร่างกายก็ไม่ได้รับการซ่อมแซม การนอนหลับคือความสุข การนอนไม่หลับคือความทุกข์”

 

 

การตัดสินใจหันมาทำผลิตภัณฑ์ P80 นั้นก็ไม่ใช่ว่าอยู่ดีๆ อยากทำก็เข้ามาทำ แต่เป็นเพราะ “เจอเข้ากับตัว-เห็นผลด้วยตนเอง” ประยุทธเล่าย้อนไปเมื่อ 10 ปีก่อน คณะผู้วิจัยจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ นำต้นแบบผลิตภัณฑ์มาเสนอ “ขายไอเดีย”สำหรับต่อยอดในเชิงธุรกิจ แต่เวลานั้นประยุทธยังไม่ได้สนใจ อย่างไรก็ตาม ก็ได้แนะนำให้ผู้ช่วยของตนที่บ่นว่ามีอาการปวดหลังเป็นประจำ ลองทาน

กระทั่งในอีก 6 ปีต่อมา คณะผู้วิจัยจาก มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กลับมาพบประยุทธอีกครั้ง คราวนี้เป็นผู้ช่วยของประยุทธเองที่ยืนยันว่า “ของเขาดีจริง” เพราะด้วยความเข้าใจว่าเจ้านายคงทานอยู่ก่อน และแนะนำให้ลูกน้องทานบ้าง จึงได้ทานติดต่อกันมาตลอด 6 ปี นับจากวันที่คณะผู้วิจัยจาก มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พบกับประยุทธในคราวก่อน ซึ่งก็ทำให้อาการปวดหลังของผู้ช่วยของประยุทธค่อยๆ ทุเลาลงได้มากอย่างเหลือเชื่อ

เมื่อเห็นลูกน้องยืนยันถึงสรรพคุณอันวิเศษของผลิตภัณฑ์น้ำลำไยสกัด 100% ประยุทธ จึงเริ่มนำมาทดลองทานเองบ้าง ซึ่งก็พบว่าได้ผลดีเช่นกันโดยหลังทานติดต่อกันไปแล้ว 25 วัน พบว่าตนเองนอนหลับสบายขึ้น จึงทานมาอย่างต่อเนื่องจนทุกวันนี้และได้ “ทุ่มเงินถึง 3.5 พันล้านบาท” แบ่งเป็นซื้อเทคโนโลยีจากคณะผู้วิจัย 1.5 พันล้านบาทและอีก 2 พันล้านบาท สำหรับตั้งโรงงานขึ้นในพื้นที่ จ.ลำพูน เพื่อผลิตในเชิงธุรกิจ เนื่องด้วยภาคเหนือของประเทศไทยมีเกษตรกรผู้ทำสวนลำไยอยู่มาก

“คนที่มีอายุ 50 กว่าปีขึ้นไป มักจะมีปัญหาเรื่องความดันสูง ผมก็ทานยาคุมความดันมาสิบกว่าปี จะไปหาหมอที่ไหนก็แล้วแต่ ปกติคนที่ทานยาคุมความดันจะต้องทานตลอดชีวิต แต่เวลานี้ผมไม่ต้องทานยาคุมความดันอีกแล้ว เพราะทาน P80 นี้ความดันก็กลับมาสู่ปกติ หรืออย่างปกติที่ผมต้องทานตอนเย็นทุกวัน 1 ครั้ง เป็นกิจวัตรแน่นอน 1 ช้อนโต๊ะ เพื่อให้นอนหลับสบาย แต่ถ้าวันไหนผมต้องมีประชุมหรือต้องไปตีกอล์ฟ ผมจะทานในตอนเช้าด้วยเพราะมันทำให้รู้สึกสดชื่น นี่คือสรรพคุณที่ไม่น่าเชื่อ”

 

 

เมื่อถามต่อไปถึง “ความพิเศษ” ของผลิตภัณฑ์ P80 ประยุทธ กล่าวว่า แม้เอนไซม์ทั้ง 5 ชนิดจะไม่ใช่ของใหม่เพราะมีนักวิจัยต่างประเทศค้นพบมาก่อนแล้ว แต่ผลิตภัณฑ์จากต่างประเทศนั้นเป็นรูปแบบสารสังเคราะห์ ส่วนผลิตภัณฑ์ P80 นั้นเป็นสารสกัดจากวัตถุดิบธรรมชาติคือลำไยทั้ง 100% ไม่มีวัตถุดิบอื่นเจือปน “ลำไย 20 กิโลกรัม สกัดได้ผลิตภัณฑ์เท่ากับ 1 ขวด” P80 จึงเป็นทั้งผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติแท้ๆ และเป็นผลิตภัณฑ์ของไทยแท้ๆ ซึ่งน่าภาคภูมิใจอย่างยิ่ง เนื่องจาก “การใส่ใจสุขภาพ” ถือได้ว่าเป็นกระแสมาแรงในโลกยุคปัจจุบัน

อีกผู้หนึ่งที่สามารถการันตีสรรพคุณผลิตภัณฑ์ P80 ได้เป็นอย่างดีคือดาราหนุ่มขวัญใจมหาชน ณเดชน์ คูกิมิยะ ผู้รับงานเป็นพรีเซ็นเตอร์ผลิตภัณฑ์ดังกล่าว ซึ่ง ประยุทธ ให้เหตุผลว่า นอกจาก ณเดชน์ จะเป็นผู้ชายที่มีชื่อเสียงและภาพลักษณ์ดีที่สุดในยุคนี้แล้ว คุณพ่อของนักแสดงคนดังยังประสบปัญหานอนไม่หลับ ตื่นกลางดึกพร้อมกับมีอาการไอเป็นประจำ แต่เมื่อณเดชน์แนะนำผลิตภัณฑ์ P80 ให้คุณพ่อทานระยะหลังๆ ก็ทราบว่าอาการเจ็บป่วยก็บรรเทาลงไปมาก ตนในฐานะเจ้าของผลิตภัณฑ์ก็พลอยมีความสุขไปด้วย

 

 

ทั้งนี้ ประยุทธยังย้ำด้วยว่า “ผลิตภัณฑ์ P80 ไม่ได้มีผลดีกับเฉพาะผู้สูงวัยเท่านั้น” แต่มีประโยชน์กับคนทุกวัย เช่น “วัยเด็กและวัยรุ่น” ที่ต้องเรียนหนังสือ ผลิตภัณฑ์ P80 สามารถช่วยบำรุงสมองทำให้มีความจำดี ขณะที่“วัยทำงาน” โดยเฉพาะบรรดาคนทำงานนั่งโต๊ะในออฟฟิศ ที่หลายคนประสบปัญหาปวดหลังบ้างปวดเอวบ้าง หากทานผลิตภัณฑ์ P80 เป็นประจำจะช่วยให้อาการทุกข์ทรมานดังกล่าวทุเลาเบาบางลงได้มาก

“ผมว่าผลิตภัณฑ์ P80 เหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย คนหนุ่ม-สาวที่อยากจะแสดงออกถึงความเป็นลูกกตัญญู ไม่รู้จะทำอย่างไรก็ซื้อ P80 ไปฝากผู้หลักผู้ใหญ่ แนะวิธีรับประทานเพื่อให้ผู้หลักผู้ใหญ่นอนหลับดี ส่วนผู้หลักผู้ใหญ่ก็ขอให้ซื้อ P80 รับประทาน เพราะเป็นนวัตกรรมจากประเทศไทย และเป็นผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ 100 เปอร์เซ็นต์ มีคุณประโยชน์ต่อร่างกาย”

นอกจากจะเป็นผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ 100% และเป็นผลิตภัณฑ์แบรนด์สัญชาติไทยแท้แล้ว P80 ยังมีส่วนช่วยชาวสวนลำไยไทยจากปัญหาผลผลิตราคาตกต่ำในทางหนึ่ง ด้วยการรับวัตถุดิบในพื้นที่ภาคเหนือของประเทศอันเป็นที่ตั้งของโรงงาน และในอนาคตมีแผนจะเข้าไปช่วยส่งเสริมให้ชาวสวนลำไยสามารถพัฒนาผลผลิตที่มีคุณภาพเยี่ยมต่อไป เรียกว่าผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ P80 ทั้งได้ประโยชน์เกิดผลดีต่อสุขภาพตนเอง แถมยังได้ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรอีกต่างหาก

โปรเจกท์ธุรกิจใหม่ครั้งนี้ของประยุทธ มหากิจศิริ..ต้องบอกว่า “ไม่ธรรมดา”!!!

2 เซเลบฯ ชวนสัมผัส‘ดอยตุง เอ็กซพีเรียนซ์’ พาคนกรุงไปรู้จัก‘ดอยตุง’ครบทุกประสบการณ์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/364413

2 เซเลบฯ ชวนสัมผัส‘ดอยตุง เอ็กซพีเรียนซ์’  พาคนกรุงไปรู้จัก‘ดอยตุง’ครบทุกประสบการณ์

2 เซเลบฯ ชวนสัมผัส‘ดอยตุง เอ็กซพีเรียนซ์’ พาคนกรุงไปรู้จัก‘ดอยตุง’ครบทุกประสบการณ์

วันจันทร์ ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

หากพูดถึง “ดอยตุง” หลายคนคงนึกถึงความงดงามของสวนแม่ฟ้าหลวง ธรรมชาติแห่งขุนเขาบนยอดดอยที่เต็มไปด้วยสีสันจากพันธุ์ไม้ที่งดงามนานาชนิดที่ดึงดูดผู้คนให้เดินทางไปชื่นชม เติมเต็มแรงบันดาลใจและรื่นรมย์กับบรรยากาศได้ตลอดทั้งปี มากไปกว่านั้นแล้ว “ดอยตุง” ยังเป็นจุดเริ่มต้นของการดำเนินธุรกิจเพื่อสังคมที่มีมายาวนานกว่า 30 ปี ภายใต้มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงในพระบรมราชูปถัมภ์ จากพระราชปณิธานอันแน่วแน่ของ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ที่ทรงเล็งเห็นถึงต้นเหตุแห่งปัญหายาเสพติดและการค้ามนุษย์ว่าเกิดจากความยากจน ความไม่รู้ และการขาดโอกาสในชีวิตของผู้คนในพื้นที่ห่างไกลและทุรกันดาร จึงทรงต้องการหยุดวงจรแห่งความทุกข์ยาก โดยพัฒนาคนอย่างมีบูรณาการ ควบคู่ไปกับด้านเศรษฐกิจ วัฒนธรรมและสร้างสภาพแวดล้อมที่อุดมสมบูรณ์ไปในเวลาเดียวกัน โดยมีเป้าหมายสูงสุดเพื่อให้ชุมชนดอยตุงสามารถพึ่งพาตัวเองได้อย่างมีคุณภาพต่อเนื่อง

ดุ๊ก-ม.ล.ดิศปนัดดา ดิศกุล ซีอีโอแห่งมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงในพระบรมราชูปถัมภ์ บอกว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาโครงการพัฒนาดอยตุงฯ ได้มีการผลิตและสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่มีเอกลักษณ์ ภายใต้ แบรนด์ “DoiTung (ดอยตุง)” ถ่ายทอดแรงบันดาลใจจากธรรมชาติ เรื่องราวของชีวิตผู้คน และวัฒนธรรมอันหลากหลายแห่งชนเผ่าของชุมชนบนดอยตุง โดยการผลิตทุกขั้นตอนให้ความสำคัญต่อผลกระทบอันจะเกิดขึ้นกับสิ่งแวดล้อม และทรัพยากรธรรมชาติ เกิดเป็นผลสำเร็จในการสร้างงาน สร้างรายได้อย่างยั่งยืนให้กับผู้คนในชุมชน เพื่อแก้ปัญหาความยากจน และการปลูกพืชเสพติด ผลิตภัณฑ์ของดอยตุงมีหลากหลายประเภท ซึ่งมีตั้งแต่ผลิตภัณฑ์กาแฟ เกษตร หัตถกรรม ท่องเที่ยว ซึ่งบางผลิตภัณฑ์หลายคนอาจคาดไม่ถึงว่าเรามีสินค้าและบริการเหล่านี้ มูลนิธิจึงมีแนวคิดในการที่จะเปิดประสบการณ์มุมมองใหม่ในเรื่องราวของดอยตุง ผ่านกิจกรรม “DoiTung Experiences” (ดอยตุง เอ็กซพีเรียนซ์) ซึ่งเป็นเสมือนการยก “ดอยตุง” มาให้คนกรุงได้สัมผัสแบบครบประสบการณ์

“ปรางค์” อภินรา ศรีกาญจนา เซเลบริตี้สาวคนรุ่นใหม่ และเป็นผู้ก่อตั้ง U Drink I Drive บริการผู้ช่วยขับรถชื่อดัง เปิดเผยถึงไลฟ์สไตล์ส่วนตัวที่หลงใหลในผลิตภัณฑ์ดอยตุงมาตลอดว่า “ปกติใช้ผลิตภัณฑ์ดอยตุงเกือบทั้งหมด จำได้ว่าสิ่งแรกที่ทำให้เริ่มหลงรักดอยตุงคือ กางเกงม้ง เกิดจากการที่เราได้มีโอกาสเดินทางท่องเที่ยวทางภาคเหนือ เลยอยากหาเสื้อผ้าที่ใส่แล้วให้อารมณ์ชาวเผ่าหน่อยๆ ก็เลยคิดถึงดอยตุง พอได้ใส่แล้วก็ชอบมาก คุณภาพดี ใส่สบายและเอกลักษณ์ของการดีไซน์ พอปรับลุคใหม่ คนรุ่นใหม่อย่างปรางค์กับเพื่อนๆ ชอบมากค่ะ การดีไซน์ของดอยตุงก็มีเอกลักษณ์สามารถออกแบบแพทเทิร์นที่ใส่แล้วไม่ซ้ำใคร เรามั่นใจในคุณภาพแล้วก็เริ่มใช้ผลิตภัณฑ์อื่นๆ มาเรื่อยๆ เฉพาะตอนนี้อยู่ในช่วงเห่อตกแต่งคอนโดฯใหม่ที่เชียงใหม่ก็เลือกช็อปหมอน พรม และของใช้ในบ้าน ซึ่งแมทช์กับการออกแบบคอนโดฯและทำให้เราดูมีสไตล์ที่แตกต่างดีค่ะ นอกจากส่วนตัวแล้วครอบครัวก็มีดูแลร้านอาหารไทย “นารา” ซึ่งที่ร้านก็ยังเลือกใช้ผลิตภัณฑ์เซรามิกจากดอยตุงเช่นกัน เพราะงานฝีมือของดอยตุงดูมีความทันสมัยและเข้ากับรสนิยมคนรุ่นใหม่ได้เป็นอย่างดีเลยค่ะ”

ด้าน ทอมมี่-ธนบัตร กายเออร์ หนึ่งในบาริสต้าหนุ่มหล่อที่ถูกแชร์มากที่สุดในโลกโซเชียล และยังเป็นอดีตหนุ่มคลีโอ ผู้มีความหลงใหลในรสชาติของกาแฟและการท่องเที่ยว บอกว่า “ผมเป็นคนชอบเดินทางท่องเที่ยว ทุกครั้งที่เดินทางก็จะแลกเปลี่ยนประสบการณ์เกี่ยวกับกาแฟกับร้านกาแฟในที่ๆ ไปอยู่เสมอ จำได้ว่าได้มีโอกาสชิมกาแฟดอยตุงครั้งแรกตั้งแต่ก่อนที่ผมจะอยากเป็นบาริสต้าด้วยซ้ำหลังจากนั้นก็ได้ทดลองและศึกษากาแฟดำแทบจะทุกแบรนด์เพื่อหาความต่าง ซึ่งแต่ละแบรนด์ก็ให้อารมณ์การดื่มกาแฟที่แตกต่างกันไป และได้มีโอกาสขึ้นไปดอยตุงอีกครั้งเมื่อไม่นานมานี้ เพราะโดยส่วนตัวชื่นชอบการท่องเที่ยวแบบแอดเวนเจอร์ ลุยป่า ฝ่าดง เลยได้ลองชิมกาแฟดอยตุงอีกครั้ง มันทำให้ผมรู้เลยว่านี่คือ กาแฟ พรีเมียมแบรนด์ของไทย เลยทีเดียวครับ เพราะดอยตุงเป็นพื้นที่ที่เหมาะมากๆ กับการปลูกกาแฟอาราบิก้า และยังมีกระบวนการควบคุมคุณภาพตั้งแต่การคัดเลือกสายพันธุ์การปลูก ความพิถีพิถันในการเก็บที่ต้องเก็บทีละเม็ดและคัดเมล็ดด้วยมือโดยเลือกเม็ดที่แดงสุดๆ ไล่เก็บไปเรื่อยๆ แล้วนำมาคั่วในอุณหภูมิและเวลาที่พอเหมาะจึงทำให้สี กลิ่น และอรรถรสของการดื่มกาแฟที่แตกต่างและมีเอกลักษณ์เฉพาะตามสไตล์ดอยตุงครับ”

จากเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของ “กาแฟดอยตุง โดยเฉพาะแหล่งเพาะปลูกที่มีลักษณะเฉพาะจากธรรมชาติในพื้นที่โครงการพัฒนาดอยตุงบนเทือกเขานางนอน จังหวัดเชียงราย ระดับความสูง 800-1,200 เมตร จากระดับน้ำทะเล กาแฟดอยตุงจึงมีกลิ่นหอมและรสชาติกลมกล่อมมีเอกลักษณ์ เป็น 1 ใน 2 แบรนด์ของไทยที่ได้รับการขึ้นทะเบียนและสามารถใช้ตรา GI ของ EU ในการทำตลาดได้

ร่วมสัมผัสประสบการณ์ใหม่ ให้คนกรุงได้รู้จักดอยตุงในแง่มุมใหม่ พบเรื่องราวและผลิตภัณฑ์ดอยตุง ทั้งคาเฟ่ ผลิตภัณฑ์กาแฟ เกษตร หัตถกรรม ท่องเที่ยว พร้อมกิจกรรมเวิร์กช็อป (workshop) ที่ยกขบวนมาให้ทุกคนได้สนุก ผ่อนคลาย พร้อมถ่ายทอดเรื่องราว“เวลาเป็นของมีค่า” ตามรอยพระจริยวัตรที่งดงามในสมเด็จย่าอาทิ การทำการ์ดจากกระดาษสา เพ้นท์เซรามิก การจัดสวนถาด และการสอนดริฟกาแฟจากเมล็ดกาแฟพันธุ์พิเศษของดอยตุง พร้อมชมและช็อปสินค้าหายาก (rare item) อาทิ พันธุ์ไม้หายากอย่าง “กล้วยไม้รองเท้านารี” ซึ่งเป็นพันธุ์ที่สมเด็จย่าทรงโปรด ที่แม้จะเป็นพันธุ์เดียวกันแต่มีเอกลักษณ์ที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นส่วนของใบ ลำต้น หรือแม้กระทั่งสี และ แต่ละต้นต้องใช้เวลาเพาะเนื้อเยื่ออนุบาลต้นกล้าจนกระทั่งออกดอกต้องดูแลไม่ต่ำกว่า 4 ปี

พบกับ “DoiTung Experiences” (ดอยตุงเอ็กซพีเรียนซ์) ระหว่างวันที่ 22-30 กันยายน 2561 นี้ณ บริเวณชั้น 1 ห้างสรรพสินค้าเมกา บางนา

ดุ๊ก-ม.ล.ดิศปนัดดา ดิศกุล ซีอีโอแห่งมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ

ดุ๊ก-ม.ล.ดิศปนัดดา ดิศกุล ซีอีโอแห่งมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ
กล้วยไม้พันธุ์รองเท้านารี พันธุ์ดั้งเดิมมีเฉพาะที่ดอยตุง

กล้วยไม้พันธุ์รองเท้านารี พันธุ์ดั้งเดิมมีเฉพาะที่ดอยตุง
ทอมมี่-ธนบัตร กายเออร์ หนึ่งในบาริสต้าหนุ่มหล่อกับกาแฟพรีเมี่ยมแบรนด์ของไทย

ทอมมี่-ธนบัตร กายเออร์ หนึ่งในบาริสต้าหนุ่มหล่อกับกาแฟพรีเมี่ยมแบรนด์ของไทย

ปรางค์-อภินรา ศรีกาญจนา เซเลบริตี้สาวคนรุ่นใหม่ที่หลงรักผลิตภัณฑ์ดอยตุง

ปรางค์-อภินรา ศรีกาญจนา เซเลบริตี้สาวคนรุ่นใหม่ที่หลงรักผลิตภัณฑ์ดอยตุง

ผลิตภัณฑ์คุณภาพจากดอยตุง อาทิ เซรามิกที่มีสีสันหลากหลายสินค้าหายาก (rare item)

ผลิตภัณฑ์คุณภาพจากดอยตุง อาทิ เซรามิกที่มีสีสันหลากหลายสินค้าหายาก (rare item)
ผลิตภัณฑ์คุณภาพจากดอยตุง อาทิ เซรามิกที่มีสีสันหลากหลายสินค้าหายาก (rare item)

ผลิตภัณฑ์คุณภาพจากดอยตุง อาทิ เซรามิกที่มีสีสันหลากหลายสินค้าหายาก (rare item)
ผลิตภัณฑ์คุณภาพจากดอยตุง อาทิ เซรามิกที่มีสีสันหลากหลายสินค้าหายาก (rare item)

ผลิตภัณฑ์คุณภาพจากดอยตุง อาทิ เซรามิกที่มีสีสันหลากหลายสินค้าหายาก (rare item)

เบญจรงค์ไทย ตั้งโชว์ก็สวย ใช้จริงยิ่งเท่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/364441

เบญจรงค์ไทย ตั้งโชว์ก็สวย ใช้จริงยิ่งเท่

เบญจรงค์ไทย ตั้งโชว์ก็สวย ใช้จริงยิ่งเท่

วันจันทร์ ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) หรือ SACICT จัดกิจกรรมเปิดตัวผลงานเบญจรงค์ไทยในมุมมองใหม่ ปีที่ 2 (SACICT Signature Collection 2018) ผลักดันให้เบญจรงค์ของไทยสามารถใช้ได้จริงในชีวิตประจำวันในแบบ Today’s Life Crafts เมื่อเร็วๆ นี้ ที่อาคารดูจิตแล้วอะไรก็ช่าง/ ช่างชุ่ย

SACICT Signature Collection 2018 เป็นการทำงานร่วมกันของ 11 ชุมชนช่างเบญจรงค์และทายาทช่างศิลปหัตถกรรมเครื่องเบญจรงค์ชื่อดังจากทั่วประเทศ ได้แก่ แดงเบญจรงค์ บ้านดอนไก่ดี (สมุทรสาคร) บ้านเบญจรงค์ แกลเลอรี (มหาสารคาม) ศ.หลังสวนเบญจรงค์ (ชุมพร) กันตะเบญจรงค์ (สมุทรสาคร) ศรีกุญชรเบญจรงค์ (สมุทรสงคราม)
บ้านเบญจรงค์บางช้าง (สมุทรสงคราม) บุญญารัตน์เบญจรงค์ (กรุงเทพฯ) และไทยเบญจรงค์ (ชลบุรี) ภายใต้การออกแบบของ 6 ดีไซเนอร์ไทย ได้แก่ เอ็มโซเฟียน เบญจเมธา, ธนวัฒน์ คล่องวิชา, ประพันธ์พงษ์ สุขแสวง, กมลชนก ภาณุเวศย์, วศินบุรี สุพานิชวรภาชน์ และ กรกต อารมณ์ดี

ผลงานทั้ง 11คอลเลคชั่นนำมาจัดแสดงใน 6 แนวคิด ดังนี้ Memoires ผลงานของ พนิดา แต้มจันทร์ กลุ่ม ศ.หลังสวนเบญจรงค์ (ครูช่างศิลปหัตถกรรมปี 2557) ออกแบบโดย เอ็มโซเฟียน เบญจเมธา ภายใต้แนวคิด “บทสนทนาระหว่างหน่วยทรงจำในรากเหง้า” การโคจรมาพบกันระหว่างรากแห่งวิถีศิลปหัตถกรรมและวัฒนธรรมต่างถิ่น อย่างการนำดินปั้นเบญจเมธาจากปัตตานีมาผสมผสานเข้ากับเบญจรงค์ไทยสายเลือดชุมพร ก่อเกิดสัมพันธภาพ ความงามระหว่างเส้นสายรูปทรงและจารีตที่กลมกลืน To be continued ผลงานของ รัชนี ทองเพ็ญ (แดงเบญจรงค์) และ วิรัช ทะไตรเนตร (บ้านเบญจรงค์แกลเลอรี) ออกแบบโดย ธนวัฒน์ คล่องวิชาภายใต้แนวคิด “โปรดติดตามตอนต่อไป” ผ่านเรื่องเล่าจากรุ่นสู่รุ่นเปรียบเทียบเบญจรงค์ไทยเป็นของที่ระลึกและของแต่งบ้าน ผ่านบทสนทนาของคนในแต่ละยุคสมัย เชื่อมโยงเข้าสู่วิถีชีวิตปัจจุบันที่เบญจรงค์สอดประสานเข้ากับวิถีชีวิตประจำวันอย่างไม่ขัดเขิน

Blooming ผลงานของ บุญญารัตน์ ลิ้มวัชราวงศ์ (บุญญารัตน์เบญจรงค์) ออกแบบโดย ประพันธ์พงษ์ สุขแสวง ภายใต้แนวคิดในการนำเสนอความหลงใหลที่มีต่อลวดลายไทยที่มี “ดอกไม้” เป็นองค์ประกอบ เช่น ลายจักรี ลายพิกุล และลายบัวสวรรค์ หยิบยกมาตีความใหม่ให้เป็นลวดลายที่มีความร่วมสมัย เพื่อให้เกิดมุมมองที่แตกต่างในการนำเสนอเบญจรงค์ไทยสู่ความเป็นสากล The new experiment ผลงานของ นุชสรา-สิทธิพงษ์ อ่อนเทศ (กันตะเบญจรงค์) ออกแบบโดย กมลชนก ภาณุเวศย์ ภายใต้แนวคิดที่เกิดจากการศึกษาประวัติศาสตร์และรูปแบบของเบญจรงค์ไทย ไม่ว่าจะเป็น แพทเทิร์น จังหวะ และการซ้ำในลวดลาย นำมาปรับใช้กับการออกแบบที่เชื่อมโยงสู่วิถีชีวิตประจำวันของคนยุคใหม่มากขึ้น

Tableware ผลงานของ ณัฐภาวรรณย์ แตงเอี่ยม (ทายาทช่างศิลปหัตถกรรมปี 2558) ธนวรรธน์ ชยุทวาณิชกุล (บ้านเบญจรงค์บางช้าง) เครื่องเคลือบศิลาดล และ จิระพงษ์ เดชรัตน์ (เบญจรงค์เซราพอน) ออกแบบโดย กรกต อารมณ์ดีภายใต้แนวคิดในการเปลี่ยนบริบทของเบญจรงค์จากที่เคยเป็นของขวัญและของชำร่วย นำมาออกแบบเป็นเฟอร์นิเจอร์
ที่มีความแปลกใหม่และร่วมสมัย และจุดเริ่มของเบญจรงค์ ผลงานของ หัสยา ปรีชารัตน์ (ไทยเบญจรงค์) ทายาทช่างศิลปหัตถกรรมปี 2560 สรัญญา สายศรี ทายาทช่างศิลปหัตถกรรมปี 2557 และ พิษณุ แก้วกุญชร (ศรีกุญชรเบญจรงค์) ภายใต้แนวคิดจุดเริ่มของ “เบญจรงค์” ที่ได้รับการบันทึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ของเมืองไทย ผ่านการจำลองการเดินทางของเบญจรงค์ในสมัยอยุธยาเพื่อนำเสนอเป็นผลงานหลากชุดที่เล่นสนุกกับการทำงานดินเผาที่แตกต่างจากวัสดุอื่นๆ กรรมวิธีการทำ และนำไปสู่เบญจรงค์ไทยยุคใหม่ที่น่าสนใจมากขึ้น

ภายในงานยังจัดให้มีกิจกรรมเชื่อมโยงสู่วิถีชีวิตของคนยุคใหม่ได้อย่างลงตัว แบ่งกิจกรรมออกเป็น 3 ช่วง ได้แก่ กิจกรรม “Cooking with Craft”ตื่นตาเพลินใจไปกับการตกแต่งอาหารด้วยเบญจรงค์ไทยในแบบ Eat meet Art โดย ก้อง-โกสินธุ์ วัฒกีเจริญ เจ้าของร้าน Dijaras (ดิษจรัส) ที่ร่วมครีเอทเมนูให้เข้ากับเครื่องเบญจรงค์ของไทย ผ่านฝีมือการปรุงอาหารของ วอร์ม-กฤตพรตก๋าแก้ว และ ก้อย-จันทร์รัตน์ ตั้งกุลพานิชย์เชฟชื่อดังจากร้าน หย่อนญาณ ปิดท้ายด้วยบรรยากาศผ่อนคลายไปกับการจิบกาแฟยามบ่ายในแบบศิลปะลาเต้ (Latte Art) ในเบญจรงค์ โดย สุเมธ พัฒนเกรียงไกร ณ ร้าน The’ Tea House

SACICT Signature Collection 2018 พร้อมให้คนไทยได้สัมผัสกับนิยามใหม่ของเบญจรงค์ไทยสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Call Center 1289 หรือwww.facebook.com/sacict

วศินบุรี สุพานิชวรภาชน์ นักออกแบบ

วศินบุรี สุพานิชวรภาชน์ นักออกแบบ
แสงระวี สิงหวิบูลย์ ประธานเปิดงาน พร้อมด้วย สมชัย ส่งวัฒนา, ศักดิ์ชัย กาย และ ณพาภรณ์
โพธิรัตนังกูร ร่วมงาน

แสงระวี สิงหวิบูลย์ ประธานเปิดงาน พร้อมด้วย สมชัย ส่งวัฒนา, ศักดิ์ชัย กาย และ ณพาภรณ์ โพธิรัตนังกูร ร่วมงาน