รางวัล‘เซเว่นบุ๊คอวอร์ด ครั้งที่ 15’ ส่งเสริมการอ่าน ต่อยอดความคิดให้กับคนในสังคม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/364415

รางวัล‘เซเว่นบุ๊คอวอร์ด ครั้งที่ 15’  ส่งเสริมการอ่าน ต่อยอดความคิดให้กับคนในสังคม

รางวัล‘เซเว่นบุ๊คอวอร์ด ครั้งที่ 15’ ส่งเสริมการอ่าน ต่อยอดความคิดให้กับคนในสังคม

วันจันทร์ ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ซีพี ออลล์ ผู้ก่อตั้งร้านเซเว่น อีเลฟเว่นในประเทศไทย จัดงานมอบโล่พระราชทาน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี รางวัลหนังสือดีเด่น “เซเว่นบุ๊คอวอร์ด” ครั้งที่ 15 ประจำปี 2561 โดยมีศ.เกียรติคุณ นพ.เกษม วัฒนชัย กรรมการตัดสินโครงการประกวดหนังสือดีเด่นฯ ให้เกียรติเป็นประธานในพิธี ณ ห้องดุสิตธานี ฮอลล์ โรงแรมดุสิตธานี เมื่อวันที่ 6 กันยายน ที่ผ่านมา

ก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ ประธานกรรมการบริหาร บมจ. ซีพี ออลล์ ผู้ก่อตั้งร้านเซเว่น อีเลฟเว่นในประเทศไทย กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 15 ปีที่ผ่านมาของการดำเนินโครงการประกวดหนังสือดีเด่นรางวัลเซเว่นบุ๊คอวอร์ด ได้คัดสรรหนังสือดีมีคุณภาพทั้ง 7 ประเภทสู่สังคม ประกอบด้วย กวีนิพนธ์, นวนิยาย, นิยายภาพ(การ์ตูน), รวมเรื่องสั้น, วรรณกรรมสำหรับเยาวชน,สารคดี (ทั่วไป) โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญคือเพื่อยกย่องเชิดชูนักเขียนคุณภาพ และสนับสนุนผลงานที่มีเนื้อหาจรรโลงสังคม มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ รวมถึงเพื่อส่งเสริมให้เยาวชนพัฒนาตนเองด้านการอ่านการเขียนให้มากยิ่งขึ้น

“โครงการประกวดหนังสือดีเด่นรางวัลเซเว่นบุ๊คอวอร์ด เป็นโครงการที่บริษัทมุ่งหวังให้เป็นเวทีเชิดชูและเป็นกำลังใจให้นักเขียนไทยได้พัฒนาฝีมือหรือผลิตผลงานที่มีคุณภาพ ที่ดำเนินการต่อเนื่องก้าวสู่ปีที่ 15 และเป็นการสานต่อเจตนารมณ์ที่จะมุ่งมั่นส่งเสริมการอ่าน การเขียน และการเรียนรู้เป็นหนทางของการพัฒนาคนนำไปสู่การพัฒนาประเทศชาติ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายซีเอสวีของซีพี ออลล์ ในด้านการส่งเสริมการศึกษา พัฒนาเยาวชนที่ดำเนินการอย่างจริงจังต่อเนื่องและเป็นรูปธรรม และยังคงมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมหนังสือดีมีคุณภาพให้สังคมไทย ซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งที่สนับสนุนและร่วมสร้างวัฒนธรรมการอ่าน การเขียนให้เติบโตต่อไป เพราะองค์ความรู้ต่างๆ ที่เกิดจากการอ่านและผลงานเขียนที่มีคุณภาพที่ออกสู่สังคมจะเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาคน และนำไปสู่การพัฒนาประเทศชาติต่อไป”

นอกจากนี้ภายในงานได้รับเกียรติจาก ศ.เกียรติคุณ นพ.เกษม วัฒนชัย กรรมการกิตติมศักดิ์โครงการประกวดหนังสือดีเด่นรางวัลเซเว่นบุ๊คอวอร์ดเป็นประธานมอบรางวัลและกล่าวปาฐกถาพิเศษเรื่องการอ่าน “ความรู้นั้นไม่ควรจะหยุดอยู่เพียงการอ่านอย่างเดียว เพราะถ้าอ่านได้นั่นคือ Learning Skill เท่านั้น เป็นทักษะของการเรียนรู้ ความสำคัญของความรู้คือรู้แล้วต้องนำไปใช้ประโยชน์ให้ได้ รวมถึงการนำความรู้นั้นไปประยุกต์ด้วยซึ่งเมื่อเราได้ความรู้ชุดใหม่มาแล้วก็อยู่ที่เราว่าจะนำไปทำดีหรือทำชั่ว ถ้านำไปทำดีก็จะเกิดผลดีต่อส่วนรวม แต่ถ้านำไปทำชั่วก็จะเกิดเป็นผลร้ายต่อส่วนรวม นวัตกรรมจึงมีทั้งดีและร้าย จึงต้องสอนให้เขาเป็นคนดีด้วย สอนให้รู้อย่างเดียวไม่ได้ การสอนเรื่องคุณธรรมควบคู่ไปกับความรู้จึงเป็นสิ่งจำเป็นมาก”

“มีเหตุการณ์บางเหตุการณ์ที่จะยกตัวอย่างให้ฟัง เหตุการณ์แรก คือ สมาคมนิสิตเก่าบัญชีจุฬาฯได้มีการรวบรวมเงินจำนวนหลายล้าน และเลือกโรงเรียนมัธยมภูมิภาคละ 1 แห่งไปทำส่วนขยายห้องสมุด ชื่อว่าห้องสมุดสารานุกรมไทย ผมก็ได้ไปห้องสมุดที่โรงเรียนตากวิทยาคม จ.ตาก ก็พบว่ามีเด็กกลุ่มหนึ่งที่อ่านเรื่องสมุนไพรในสารานุกรมไทย แล้วไปถามคนในจังหวัดตากว่าสมุนไพรพื้นที่ของจังหวัดมีอะไรบ้าง จากนั้นก็เอาไปหารือกับอาจารย์วิทยาศาสตร์ที่โรงเรียน จนทำออกมาเป็นสมุนไพรขายได้ แสดงว่าการอ่านหนังสือไม่ได้หยุดแค่อ่านแล้วเลิก เป็นการอ่านที่ขยายไปอีก ต่อยอดอีกจนกระทั่งจับต้องได้หมด รูปแบบนี้กระทรวงศึกษาธิการ สมาคมห้องสมุด สมาคมบรรณารักษ์ น่าจะเอาไปขยาย หาหนังสือให้เด็กอ่านอย่างเดียวไม่ได้ต้องแนะนำด้วย ว่าจะเอาประโยชน์จากหนังสือไปทำอะไรดี เราต้องคิดว่าทำอย่างไรจะสอนลูกหลานเราให้ทำงานเป็นอ่านหนังสือแล้วเอาความรู้มาใช้ประโยชน์ให้ได้ เพราะฉะนั้นในยุคดิจิทัล จะต้องนำความรู้ทั้งเก่าและใหม่มารวมกัน เพื่อให้เกิดความรู้ชุดใหม่ขึ้นเราได้ยินคำว่า Innovation (นวัตกรรม) บ่อยมากเราต้องสอนเด็กไทยของเราให้รู้จักหาความรู้จากการอ่านหรือการใช้คอมพิวเตอร์และสามารถเอาความรู้มาประมวล มาประยุกต์ให้เกิดสิ่งใหม่ ถ้าทำได้เด็กไทยจะมี Innovation ทันที”

ผลการประกวด ผู้ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศในแต่ละประเภท คือ ประชาคม ลุนาชัย จากเรื่อง“ในกับดักและกลางวงล้อม” (นวนิยาย), กุดจี่-พรชัย แสนยะมูล จากเรื่อง “ใจปัจจุบัน” (กวีนิพนธ์), สรณรัชฎ์กาญจนวณิชย์ จากเรื่อง “City Sight เมืองที่มองไม่เห็น” (สารคดี), คัจฉกุล แก้วเกต จากเรื่อง“The things behind that door ทุกอย่างเหมือนเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน” (นิยายภาพ) และ ขุนเขา สินธุเสน เขจรบุตร จากเรื่อง “อัศวินอุตุกับปีศาจทั้ง 8” (วรรณกรรมสำหรับเยาวชน)

“เซเว่นบุ๊คอวอร์ด” เป็นหนึ่งในโครงการ“ส่งเสริมการศึกษา พัฒนาเยาวชน” ของซีพี ออลล์ที่ดำเนินการต่อเนื่องมากว่า 15 ปี ตามอุดมการณ์ของบริษัทคือ “ร่วมสร้างสรรค์และแบ่งปันโอกาสให้ทุกคน” ซึ่งช่วยส่งเสริมการอ่าน ต่อยอดความคิดให้กับคนในสังคม อีกทั้งสร้างนักเขียนคุณภาพให้มีมากขึ้น และสนับสนุนงานเขียนที่มีความสร้างสรรค์ต่อสังคม

ศ.เกียรติคุณ นพ.เกษม วัฒนชัย กก.ตัดสินโครงการประกวดหนังสือดีเด่นฯ ให้เกียรติเป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย ก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ ประธาน กก.บริหาร บมจ. ซีพี ออลล์ ผู้ก่อตั้งร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ในประเทศไทย ร่วมแสดงความยินดีกับผู้ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศในแต่ละประเภท รางวัล “เซเว่นบุ๊คอวอร์ด ครั้งที่ 15”

ศ.เกียรติคุณ นพ.เกษม วัฒนชัย กก.ตัดสินโครงการประกวดหนังสือดีเด่นฯ ให้เกียรติเป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย ก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ ประธาน กก.บริหาร บมจ. ซีพี ออลล์ ผู้ก่อตั้งร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ในประเทศไทย ร่วมแสดงความยินดีกับผู้ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศในแต่ละประเภท รางวัล “เซเว่นบุ๊คอวอร์ด ครั้งที่ 15”
ประชาคม ลุนาชัย

“ในกับดักและกลางวงล้อม” (นวนิยาย)

“สำหรับนักเขียนแล้วรางวัลถือว่าคือการทำงาน สิ่งที่ตนยินดี คือยินดีกับนักอ่าน สำนักพิมพ์ และคณะกรรมการ เพราะว่าได้ส่งมอบสิ่งที่ดีไปยังคนอ่านต่อไป นักเขียนจริงๆ ต้องตระหนักว่า เสียงปรบมือวันนี้คือมีให้กับเล่มนี้เท่านั้น เล่มต่อไปถ้าทำได้ไม่ดีก็อาจมีเสียงโห่ได้ จึงต้องทำให้ดีจาก
กำลังใจที่ได้รับโดยไม่ได้เอาการตลาดมาเป็นตัวตั้ง ถ้าทำงานเขียนที่ดีมีคุณภาพ คนก็จะมาอ่านเอง”

ประชาคม ลุนาชัย “ในกับดักและกลางวงล้อม” (นวนิยาย) “สำหรับนักเขียนแล้วรางวัลถือว่าคือการทำงาน สิ่งที่ตนยินดี คือยินดีกับนักอ่าน สำนักพิมพ์ และคณะกรรมการ เพราะว่าได้ส่งมอบสิ่งที่ดีไปยังคนอ่านต่อไป นักเขียนจริงๆ ต้องตระหนักว่า เสียงปรบมือวันนี้คือมีให้กับเล่มนี้เท่านั้น เล่มต่อไปถ้าทำได้ไม่ดีก็อาจมีเสียงโห่ได้ จึงต้องทำให้ดีจาก กำลังใจที่ได้รับโดยไม่ได้เอาการตลาดมาเป็นตัวตั้ง ถ้าทำงานเขียนที่ดีมีคุณภาพ คนก็จะมาอ่านเอง”
สรณรัชฎ์ กาญจนวณิชย์

“City Sight เมืองที่มองไม่เห็น” (สารคดี)

“รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับรางวัล เป็นเรื่องที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อนหนังสือเรื่อง City Sight เป็นการรวบรวมบทความที่เขียนเกี่ยวกับเมือง โฟกัสเรื่องเมืองในมิติต่างๆ ซึ่งเป็น
ความสนใจในช่วงก่อนหน้านี้ ในช่วงนี้
และในอนาคตวางไว้ว่าจะเขียนเรื่องของคนกับธรรมชาติ”

สรณรัชฎ์ กาญจนวณิชย์ “City Sight เมืองที่มองไม่เห็น” (สารคดี) “รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับรางวัล เป็นเรื่องที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อนหนังสือเรื่อง City Sight เป็นการรวบรวมบทความที่เขียนเกี่ยวกับเมือง โฟกัสเรื่องเมืองในมิติต่างๆ ซึ่งเป็น ความสนใจในช่วงก่อนหน้านี้ ในช่วงนี้ และในอนาคตวางไว้ว่าจะเขียนเรื่องของคนกับธรรมชาติ”
สราวุธ เฮ้งสวัสดิ์

หรือ นิ้วกลม

“รองชนะเลิศอันดับ 1 ในประเภทสารคดี จากหนังสือเรื่อง หิมาลัยไม่มีจริง ดีใจมากที่ได้รับรางวัลนี้เพราะเป็นการส่งหนังสือเข้าประกวดเป็นครั้งแรกในชีวิต รางวัลเซเว่นบุ๊คอวอร์ดเป็นรางวัลที่ติดตามผลทุกปี ในอนาคตจะเขียนหนังสือที่มีเนื้อหาที่เข้มข้นขึ้น จะทำงานสารคดีมากขึ้น

สราวุธ เฮ้งสวัสดิ์ หรือ นิ้วกลม “รองชนะเลิศอันดับ 1 ในประเภทสารคดี จากหนังสือเรื่อง หิมาลัยไม่มีจริง ดีใจมากที่ได้รับรางวัลนี้เพราะเป็นการส่งหนังสือเข้าประกวดเป็นครั้งแรกในชีวิต รางวัลเซเว่นบุ๊คอวอร์ดเป็นรางวัลที่ติดตามผลทุกปี ในอนาคตจะเขียนหนังสือที่มีเนื้อหาที่เข้มข้นขึ้น จะทำงานสารคดีมากขึ้น
คัจฉกุล แก้วเกต

“The things behind that door 

ทุกอย่างเหมือนเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน” (นิยายภาพ)

“รู้สึกเป็นเกียรติและดีใจที่
คณะกรรมการเห็นหนังสือภาพของตนว่า
มีประโยชน์กับผู้อ่าน อยากเชิญชวนให้อ่าน
ดูอาจจะใช้เวลาไม่นานเท่าไหร่ในการอ่าน เพราะว่าเป็นหนังสือที่ตัวหนังสือน้อย
แต่ข้อคิดในเรื่องน่าจะเป็นประโยชน์แก่
คนอ่านได้”

คัจฉกุล แก้วเกต “The things behind that door ทุกอย่างเหมือนเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน” (นิยายภาพ) “รู้สึกเป็นเกียรติและดีใจที่ คณะกรรมการเห็นหนังสือภาพของตนว่า มีประโยชน์กับผู้อ่าน อยากเชิญชวนให้อ่าน ดูอาจจะใช้เวลาไม่นานเท่าไหร่ในการอ่าน เพราะว่าเป็นหนังสือที่ตัวหนังสือน้อย แต่ข้อคิดในเรื่องน่าจะเป็นประโยชน์แก่ คนอ่านได้”
พรชัย แสนยะมูล

“ใจปัจจุบัน” (กวีนิพนธ์)

ดีใจกับรางวัลที่ได้รับ รู้สึกว่า
สิ่งที่เขียนด้วยความรักมีคนมองเห็น อยากให้ทุกคนอ่านหนังสือเพราะว่าการ
อ่านหนังสือไม่ใช่แค่อ่านเรื่องราวของ
คนเขียนเท่านั้นแต่การอ่านหนังสือเป็น
การอ่านความคิดที่เกิดขึ้นระหว่างบรรทัด ทำให้หัวใจของเราเย็นลงได้ทบทวนตนเองจนมองเห็นช่องทางที่จะเดินไปสู่ความสุข”

พรชัย แสนยะมูล “ใจปัจจุบัน” (กวีนิพนธ์) ดีใจกับรางวัลที่ได้รับ รู้สึกว่า สิ่งที่เขียนด้วยความรักมีคนมองเห็น อยากให้ทุกคนอ่านหนังสือเพราะว่าการ อ่านหนังสือไม่ใช่แค่อ่านเรื่องราวของ คนเขียนเท่านั้นแต่การอ่านหนังสือเป็น การอ่านความคิดที่เกิดขึ้นระหว่างบรรทัด ทำให้หัวใจของเราเย็นลงได้ทบทวนตนเองจนมองเห็นช่องทางที่จะเดินไปสู่ความสุข”

คนดังรุ่นใหม่เผยไลฟ์สไตล์ ‘ชาวทองหล่อ’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/364431

คนดังรุ่นใหม่เผยไลฟ์สไตล์ ‘ชาวทองหล่อ’

คนดังรุ่นใหม่เผยไลฟ์สไตล์ ‘ชาวทองหล่อ’

วันจันทร์ ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ทายาทสองตระกูลดัง ชวนเหล่าเซเลบริตี้ร่วมสัมผัสความหรูหราไร้กาลเวลา“เดอะ สแตรนด์ ทองหล่อ” นิยามแห่ง “มินิมอลลักชัวรี่” ที่สุดแห่งพื้นที่ที่ครบทุกไลฟ์สไตล์ในย่านทองหล่อ

ธัญทิพ เจียรวนนท์ และ ชวิน อรรถกระวีสุนทร แห่ง บริษัท 1.6ดีเวลอปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ผู้พัฒนาโครงการ เดอะ สแตรนด์ ทองหล่อ-THE STRAND THONGLOR มูลค่าโครงการกว่า 4,800 ล้านบาท ซึ่งเป็นการร่วมทุนกับ บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ จำกัด (MQDC) ในการสร้างสรรค์คอนโดมิเนียมไฮไรส์ครบวงจรระดับอัลตร้าลักชัวรี่ที่ดีที่สุด ภายใต้แนวคิด Essentially More กับมุมมองแห่งการอยู่อาศัยแบบมินิมอลลักชัวรี่ (Minimal Luxury) หรูหราแบบไร้กาลเวลา(Timeless) ด้วยความโดดเด่นของออกแบบให้เป็นคอนโดมิเนียมแบบมิกซ์ยูส ซึ่งผู้อยู่อาศัยสามารถเต็มที่ได้กับทุกไลฟ์สไตล์ในทองหล่อ ครอบคลุมทั้งการใช้ชีวิตประจำวัน การทำงาน การสร้างสมดุลชีวิตและการพักผ่อนสังสรรค์กับเพื่อนฝูง เปิดจองแล้วในราคาเริ่มต้นที่ 330,000 บาทต่อตารางเมตร หรือ 16.5 ล้านบาท กำหนดก่อสร้างแล้วเสร็จในปีพ.ศ.2564

ภายในงานเปิดตัวโครงการอย่างเป็นทางการ เมื่อเร็วๆ นี้ คับคั่งไปด้วยเหล่าเซเลบริตี้รุ่นใหม่และถ่ายทอดมุมมองของความเป็น Minimal Luxury รวมถึงไลฟ์สไตล์ในแบบฉบับของ“ชาวทองหล่อ” ในหลากหลายแง่มุมไม่ว่าจะเป็น คิด-คณชัย เบญจรงคกุล ที่มองว่า “แนวคิด Minimal Luxuryมีความหมายและคุณค่าที่มีความเฉพาะตัวที่น่าสนใจ เป็นความหรูหราที่มีความพอดีและลงตัว ไม่ใช่ความหรูหราด้วยรูปลักษณ์แต่ต้องตอบโจทย์การใช้งาน และไลฟ์สไตล์ได้เป็นอย่างดี”

ด้าน ปลา–อัจฉรา บุรารักษ์ และ ทิม-โรจนินทร์ อรรถยุกติ ได้เสริมมุมมองของ Minimal Luxury ว่า “คำๆ นี้ทำให้นึกถึงความหรูแต่เรียบอยู่ได้นาน ร่วมสมัย ถ้าใช้กับบ้านหรือคอนโดมิเนียม คงตีความได้ถึงการใช้วัสดุที่มีความงดงาม คงทนถาวร ถึงจะไม่หรูหราแบบอลังการ ตราตรึงตั้งแต่วินาทีแรกที่เห็น แต่หรูแบบร่วมสมัย อยู่ได้นาน มีอะไรให้ค้นหาอยู่เสมอ”

ส่วน แม็ค-จักรกฤต เบเนเดทตี้ นักธุรกิจหนุ่มลูกครึ่งอิตาลี กล่าวถึงไลฟ์สไตล์ในทองหล่อว่า “ผมว่าทองหล่อ เป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ดีที่สุดในประเทศไทย โดยส่วนตัวผมโตมากับพื้นที่แถวทองหล่อ มีความคุ้นชินอยู่แล้ว ทั้งเรียน เที่ยวเล่น เวลาว่างก็มาหาของกินอร่อยๆ แถวนี้ เพราะมีตัวเลือกที่หลากหลาย และขึ้นชื่อในเรื่องกิน-ดื่ม ทำให้ทองหล่อเป็นที่ที่อยู่แล้วมีความสุขไม่น่าเบื่อ มีอะไรตื่นเต้นให้ทำมากมาย และคงจะดีไม่น้อยที่เราสามารถทำทุกเรื่องให้ครบได้ในพื้นที่เดียว”

ปิดท้ายที่ ดวง-มนตร์ลดา พงษ์พานิช มองว่า “ทองหล่อ เปรียบเสมือน นิวยอร์ก เมืองที่ไม่หลับในยามค่ำคืน ที่นี่เป็นแหล่งของคนเมือง เวลาที่อยู่ในทองหล่อจะรู้สึกเหมือนอยู่ที่นิวยอร์ก เป็นสถานที่ที่ดูสดใสอยู่ตลอดเวลา เพื่อนๆ ก็มักจะนัดกันและใช้เวลาร่วมกันที่นี่ นอกจากเสน่ห์ด้านความรู้สึกแล้ว ทองหล่อยังเป็นสถานที่ที่มีทุกอย่างที่ต้องการ เราสามารถทำทุกอย่างได้ที่ทองหล่อ”

สามารถชมภาพบรรยากาศงานเปิดตัวโครงการได้ที่ https://www.youtube.com/watchv=DCK3DOV1wEc&feature=youtu.be

ใหม่-ดาวิกา โฮร์เน่ นั่งแท่น Spokesperson ลอรีอัล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/364439

ใหม่-ดาวิกา โฮร์เน่  นั่งแท่น Spokesperson ลอรีอัล

ใหม่-ดาวิกา โฮร์เน่ นั่งแท่น Spokesperson ลอรีอัล

วันจันทร์ ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ลอรีอัล ปารีส เมคอัพ (L’Oreal Paris Makeup) แบรนด์เครื่องสำอางชั้นนำระดับโลก โดย อินเนส คาลไดรา
กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลอรีอัล ประเทศไทย จำกัด จัดงาน L’OREAL PARIS “LA PARISIENNE” เปิดตัว ใหม่-ดาวิกา โฮร์เน่ นั่งแท่น Spokesperson ระดับเอเชีย-แปซิฟิกคนแรกของ ลอรีอัล ปารีส เมคอัพ คนใหม่ล่าสุด พร้อมลุคเมคอัพแบบฉบับสาวปารีเซียง ที่ใครๆก็แต่งตามได้สไตล์ลอรีอัล ปารีส ในวันที่ 17 กันยายน 2561 เวลา 18.00-20.00 น. ณ ลานแฟชั่น ฮอลล์ ชั้น 1 สยามพารากอน

ครั้งแรกของลอรีอัล ปารีส ประเทศไทย ในการส่ง ใหม่-ดาวิกา โฮร์เน่ ไปเฉิดฉายบนรันเวย์สุดยิ่งใหญ่กลางแม่น้ำเซน ณ มหานครปารีส ที่งาน ปารีส แฟชั่น วีค 2018 กระทบไหล่ Spokesperson ระดับโลก ช่วงปลายเดือนกันยายน 2561 นี้ และครั้งแรกกับการเผยเมคอัพคอลเลคชั่นสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ที่ดีไซน์ร่วมกับแบรนด์แฟชั่นชื่อดังจากฝรั่งเศส L’OREAL
PARIS x Isabel Marant (อิซาเบล มาฮอง) สร้างลุคเมคอัพ Less is more…น้อยแต่มาก สไตล์สาวปารีเซียง พร้อมพบกับ Mega Project ซึ่ง ใหม่-ดาวิกา โฮร์เน่ จะได้เป็นคนไทยเพียงคนแรกและคนเดียวที่ได้ร่วมโปรเจกท์นี้ ที่ปารีส แฟชั่น วีค

นอกจากนี้ ในงานยังเอาใจสาวไทยหัวใจปารีเซียง ด้วยเมคอัพคอลเลคชั่นใหม่ ลิควิดลิปสติก รุ่น Infallible Les Chocolatsพร้อมพบกับหนุ่มสุดฮอต สามีแห่งชาติ 2018 ฟิล์ม-ธนภัทร ที่จะมาร่วมงานให้สาวๆ ได้ฟินกันที่มุม Chocolate Cafeร่วมด้วยเซเลบริตี้สาวสวยอีกมากมายไม่ว่าจะเป็น จุ๋ย-จรสพรรณ สวัสดิวัตน์ ณ อยุธยา, ปอนด์-หฤทัย ไชยันต์ ณ อยุธยา, อร-พัทธ์ธีรา ศรุติพงศ์โภคิน

อเนลโล่ คอลเลคชั่นพิเศษ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/364432

อเนลโล่ คอลเลคชั่นพิเศษ

อเนลโล่ คอลเลคชั่นพิเศษ

วันจันทร์ ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

anello (อเนลโล่) แบรนด์กระเป๋าดีไซน์เก๋จากญี่ปุ่น เปิดตัวคอลเลคชั่นพิเศษ“anello waterrepellent collection” นอกจากจะมีฟังก์ชั่นการใช้งานที่ครบครันตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์แล้วยังสามารถกันน้ำได้เป็นอย่างดี

“anello water repellent collection”กระเป๋าเป้กันน้ำสุดพิเศษจากอเนลโล่ ความเท่ที่มาพร้อมฟังก์ชั่นการใช้งาน โดยเฉพาะหน้าฝนมั่นใจแบบไม่ต้องกังวลกับวัสดุภายนอกที่เคลือบผิวกันน้ำ ป้องกันน้ำซึมผ่าน กระเป๋าผลิตจากไนล่อนคุณภาพ ทีมีการทอแบบ Twill ที่แน่นสนิท โดดเด่นด้วยโลโก้ยางนูน ลูกเล่นที่ดูดีไม่ซ้ำแบบใคร โดยนำกระเป๋าทรง Mouthpiece มาออกแบบให้สามารถบรรจุสัมภาระได้เยอะ เหมาะสมกับการใช้งานทุกไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะเป็นวันทำงาน ที่ด้านในของกระเป๋าสามารถใส่คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คและอุปกรณ์อื่นๆ ได้วันว่าง, วันช็อปปิ้ง รวมไปถึงใช้ในการเดินทางทุกสถานการณ์ หรือใช้เพื่อใส่อุปกรณ์ออกกำลังกายไปฟิตเนส

anello water repellent collection มีให้เลือก 3 เฉดสี สีน้ำเงินเข้ม, สีดำ และสีลาเวนเดอร์ สีที่ออกแบบพิเศษสำหรับประเทศไทยเท่านั้น วางจำหน่ายแล้วที่ anelloofficial store ทุกสาขา อาทิ อเนลโล่สาขาเซ็นทรัลเวิลด์, สาขา เทอร์มินอล 21,สาขาเซ็นทรัล ลาดพร้าว, สาขาเมกาบางนา,สาขาแฟชั่นไอซ์แลนด์ ชั้น1, เซ็นทรัลพระราม 9, สาขาฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต,สาขาเซ็นทรัลพลาซา อุดรธานี, สาขาเซ็นทรัลพลาซา เชียงใหม่ แอร์พอร์ต หรือที่www.facebook.com/anellothailandofficial

บริจาคดวงตา การให้ที่ยิ่งใหญ่ สร้างชีวิตใหม่ให้ผู้ป่วยกระจกตาพิการ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/364433

บริจาคดวงตา การให้ที่ยิ่งใหญ่  สร้างชีวิตใหม่ให้ผู้ป่วยกระจกตาพิการ

บริจาคดวงตา การให้ที่ยิ่งใหญ่ สร้างชีวิตใหม่ให้ผู้ป่วยกระจกตาพิการ

วันจันทร์ ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ศูนย์ดวงตาสภากาชาดไทย เป็นอีกหน่วยงานสำคัญที่มีส่วนช่วยมอบชีวิตใหม่ให้กับผู้ป่วยโรคตา การเจ็บป่วยด้วยโรคอื่นๆ จากอุบัติเหตุ จนนำไปสู่การสูญเสียการมองเห็น ตลอดเวลาการดำเนินกิจการ 53 ปี ศูนย์ดวงตาสภากาชาดไทย ได้ทำงานอย่างแข็งขันในการช่วยเหลือผู้ป่วยให้สามารถกลับมามองเห็นมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นจำนวนมากแต่ในขณะเดียวกันสิ่งที่เป็นอุปสรรคทำให้ยังมีผู้ป่วยรอความช่วยเหลืออีกเป็นจำนวนมากก็เพราะดวงตาที่จัดเก็บได้จากการบริจาคมีจำนวนไม่เพียงพอต่อผู้ป่วยนั่นเอง

ผศ.พญ.ลลิดา ปริยกนก ผู้อำนวยการศูนย์ดวงตาสภากาชาดไทย จากการจัดเก็บข้อมูลจนถึงเดือนสิงหาคม 2561 มีผู้แสดงความจำนงบริจาคดวงตาจำนวนกว่า 1,180,000 ราย มีผู้ป่วยที่ได้รับการปลูกถ่ายดวงตาไปแล้วประมาณ 13,000 รายและยังมีผู้ป่วยขึ้นทะเบียนรอรับบริจาคดวงตาอีกประมาณ 12,000 ราย จากจำนวนผู้แสดงความจำนงบริจาคดวงตากว่าหนึ่งล้านราย อาจจะดูว่ามีจำนวนมากน่าจะเพียงพอต่อผู้ป่วยที่ยังรอรับความช่วยเหลือ แต่อย่าลืมว่าผู้แสดงความจำนงเหล่านี้ยังมีชีวิตอยู่จึงยังไม่สามารถนำดวงตามาใช้งานได้จึงถือว่าเรายังขาดแคลนดวงตาที่จะนำมาช่วยเหลือผู้ป่วยที่ต้องปลูกถ่ายดวงตาที่รอความหวังอีกกว่า 12,000 ราย

“ปัจจุบันดวงตาที่ศูนย์ดวงตาสภากาชาดไทย จัดเก็บได้มาจากผู้ป่วยที่เสียชีวิตในโรงพยาบาล เป็นส่วนใหญ่และไม่ใช่ว่าผู้ป่วยหรือผู้บริจาคที่เสียชีวิตทุกราย เราจะสามารถนำดวงตามาใช้งานได้ เพราะจะต้องมีการคัดกรองคุณภาพความสมบูรณ์
ดวงตาหลังการเสียชีวิต หากเจ้าของดวงตานั้นป่วยด้วยโรคต้องห้ามบางโรค เช่น ไวรัสตับอักเสบบีและซี โรคเอดส์ โรคมะเร็งบางชนิด หรือเคยได้รับเชื้อพิษสุนัขบ้าในกลุ่มนี้ก็ไม่สามารถนำมาใช้งานได้ เมื่อผ่านเกณฑ์ในเบื้องต้นก็จะนำมาคัดกรองคุณภาพความสมบูรณ์อีกครั้งในห้องปฏิบัติการซึ่งในขั้นตอนนี้ก็จะมีดวงตาที่ไม่สามารถนำไปใช้งานได้เช่นกัน จึงทำให้เหลือดวงตาที่มีคุณภาพความสมบูรณ์นำไปใช้งานได้จำนวนน้อยลง”

ในการจัดเก็บดวงตา ผู้อำนวยการศูนย์ดวงตาสภากาชาดไทย เผยว่า ปัจจุบันการจัดเก็บดวงตาจะจัดเก็บดวงตาทั้งลูก เนื่องจากดวงตา 1 ลูก สามารถใช้งานได้ 3 ส่วน ประกอบด้วย กระจกตา ซึ่งเป็นส่วนที่ใช้งานมากที่สุด เซลล์ต้นกำเนิดหรือสเต็มเซลล์ ซึ่งอยู่บริเวณรอยต่อระหว่างกระจกตาและตาขาวและส่วนของตาขาวที่มีลักษณะคล้ายลูกบอลสำหรับการจ่ายดวงตาให้กับผู้รอรับการบริจาค ศูนย์ดวงตาสภากาชาดไทย จะพิจารณาจ่ายอย่างเท่าเทียมและยุติธรรม และดูตามความเร่งด่วนของคนไข้แต่ละรายด้วย

ผศ.พญ.ลลิดา ได้บอกถึงโรคหรือความเสี่ยงเกี่ยวกับดวงตาที่อาจนำไปสู่ตาบอดได้นั้นมีหลายโรคโดยเฉพาะโรคกระจกตา เช่น กระจกตาเป็นหนองซึ่งส่วนใหญ่เมื่อรักษาแล้วมักจะเกิดแผลเป็นที่กระจกตา หากเกิดบริเวณขอบกระจกตาไม่กระทบต่อการมองเห็นก็ถือว่าไม่รุนแรง หากแต่เกิดแผลเป็นที่บดบังรูม่านตาจะบดบังการมองเห็นได้ หรือกรณีเซลล์กระจกตาชั้นในเสื่อมสภาพจะเกิดการบวมน้ำ

“อีกหนึ่งโรคที่พบได้ในคนไทยคือโรคกระจกตาโก่ง ในปัจจุบันมีวิธีการควบคุมรักษาได้ เช่น กรณีผู้ป่วยกระจกตาโก่งที่ไม่รุนแรงมาก อาจใช้วงแหวนไปรัดเพื่อปรับความโค้งได้ หรือการใช้แสง UV ฉายไปที่บริเวณกระจกตาเพื่อสร้างความแข็งแรง หรืออีกหนึ่งวิธีคือการใส่สเคอรัลเลนส์(Scleral Lens) ซึ่งเป็นคอนเทคเลนส์แข็งขนาดใหญ่ใส่ครอบถึงตาขาว แต่ทั้งนี้ไม่ว่าจะใช้การรัดวงแหวน การฉายแสงยูวี หรือสเคอรัลเลนส์ อันเป็นแนวทางในการดูแลยืดอายุกระจกตา และช่วยลดจำนวนผู้ป่วยที่ต้องปลูกถ่ายกระจกตาได้ แต่ยังมีผู้ป่วยกระจกตาโก่งบางรายที่ยังคงต้องแก้ไขด้วยการปลูกถ่ายกระจกตา”

แม้จะมีผู้แสดงความจำนงบริจาคดวงตามากกว่าหนึ่งล้านราย แต่ก็ยังไม่เพียงพอต่อผู้รอคอย ศูนย์ดวงตา สภากาชาดไทย จึงมีแนวทางเชิงรุกในการเพิ่มจำนวนการจัดเก็บดวงตา โดยจัดทำ“โครงการดวงตาสดใส เทิดไท้ 84 พรรษา มหาราชินี” ซึ่งได้รับความร่วมมือจากกระทรวงสาธารณสุข ในการสร้างบุคลากรประจำโรงพยาบาลในสังกัดในการทำหน้าที่เจรจาขอรับบริจาคดวงตาจากญาติผู้ป่วยที่เสียชีวิตในโรงพยาบาล และจัดเก็บดวงตาผู้เสียชีวิต โดยเป็นโครงการระยะเวลา 5 ปี 2559-2564 โดยจากการทำงานเชิงรุกในปี 2560 เราสามารถจัดเก็บดวงตาได้เพิ่มขึ้นกว่า 1 พันดวงทั่วประเทศ รวมถึงการรณรงค์ขอรับบริจาคดวงตาในรูปแบบอื่นๆ ที่ศูนย์ดวงตาสภากาชาดไทย ได้ทำอย่างต่อเนื่อง

“ผู้บริจาคดวงตา 1 ราย สามารถช่วยผู้ป่วยได้หลายราย จึงนับว่าเป็นทานบารมีที่ยิ่งใหญ่ เพราะถือเป็นการมอบชีวิตใหม่ให้กับผู้ป่วย การมีดวงตาที่มองเห็นสิ่งต่างๆ ได้ชัดเจนจะช่วยให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีสามารถดูแลตนเองและคนในครอบครัวของเขาได้ จึงขอเชิญชวนประชาชนชาวไทยร่วมแสดงความจำนงบริจาคดวงตาเพราะการบริจาคดวงตาถือเป็นการทำทานครั้งสุดท้ายเป็นบุญที่ยิ่งใหญ่ที่ท่านจะได้มอบดวงตาที่สดใสให้กับผู้ป่วยกระจกตาพิการที่รอคอยความหวัง”

ผู้มีความประสงค์แสดงความจำนงบริจาคดวงตาได้ที่ ศูนย์ดวงตาสภากาชาดไทยชั้น 7 อาคารเทิดพระเกียรติฯ ถนนอังรีดูนังต์โทร.02-2564039-40, 02-2514200-1(ในวันและเวลาราชการ) หรือ http://www.eyebankthai.com

ผศ.พญ.ลลิดา ปริยกนก

ผศ.พญ.ลลิดา ปริยกนก

‘ลูกเปลี่ยน เมื่อพ่อแม่เปลี่ยน’ ดึงนักจิตวิทยาสร้างการสื่อสารเชิงบวก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/364497

‘ลูกเปลี่ยน เมื่อพ่อแม่เปลี่ยน’  ดึงนักจิตวิทยาสร้างการสื่อสารเชิงบวก

‘ลูกเปลี่ยน เมื่อพ่อแม่เปลี่ยน’ ดึงนักจิตวิทยาสร้างการสื่อสารเชิงบวก

วันจันทร์ ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

‘ลูกเปลี่ยน เมื่อพ่อแม่เปลี่ยน’

ดึงนักจิตวิทยาสร้างการสื่อสารเชิงบวก

จุดเริ่มต้นสร้างเด็กปฐมวัยสุขภาพดี

 

พ่อแม่และผู้ดูแลเด็กคือบุคคลสำคัญที่สุดในการส่งเสริมพัฒนาการของเด็กปฐมวัย หรือช่วงอายุ 3-5 ปีแรก
ของชีวิต ซึ่งเป็นช่วงวัยแห่งการเจริญเติบโต ทั้งทางด้านร่างกาย อารมณ์ สติปัญญา และพัฒนาการทางสังคม สำหรับเด็กวัยนี้ สิ่งแวดล้อมมีอิทธิพลต่อพฤติกรรมและการกระทำของเด็กเป็นอย่างมาก บุคคลที่อยู่รอบๆ ตัวเด็กทั้งพ่อแม่ ผู้ปกครอง ญาติใกล้ชิด รวมถึงคุณครู จึงมีบทบาทสำคัญในการเป็นแบบอย่างที่ดีเพื่อสร้างพฤติกรรมที่เหมาะสมให้กับเด็ก โดยเฉพาะในด้านโภชนาการและการออกกำลังกาย ที่จะช่วยให้เด็กวัยนี้ได้มีพัฒนาการที่สมวัยและมีร่างกายแข็งแรงในระยะยาว

ด้วยเล็งเห็นความสำคัญของการปลูกฝังรากฐานพฤติกรรมด้านโภชนาการที่เหมาะสมของเยาวชนวัย 3-5 ปี โครงการ“รวมพลังเพื่อเด็กสุขภาพดี” (United for Healthier Kids) นำโดยบริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด พร้อมพันธมิตรจากภาครัฐและเอกชน จึงจัดกิจกรรม “1 วันสร้างสุขให้ลูกเปลี่ยน ปี 2” เพื่อจุดประกายให้พ่อแม่และผู้มีส่วนร่วมในการดูแลเด็กได้ริเริ่มปลูกฝัง 3 สุขนิสัยพื้นฐานที่สำคัญสำหรับเด็กปฐมวัย ได้แก่ 1) การเลือกรับประทานอาหารที่หลากหลาย เพิ่มผักผลไม้ 2) การเลือกดื่มน้ำเปล่าแทนน้ำหวาน และ 3) การขยันขยับเคลื่อนไหวร่างกายให้มากขึ้น พร้อมนำจิตแพทย์เด็กและนักจิตวิทยาคลินิกร่วมให้ความรู้และแนะนำเทคนิคการสื่อสารเชิงบวกเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่เหมาะสมให้กับเด็ก

 

แพทย์หญิงเบญจพร ตันตสูติ จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น แอดมิน Facebookเพจ “เข็นเด็กขึ้นภูเขา” กล่าวว่า พ่อแม่ คนในครอบครัว รวมถึงคุณครู สามารถปลูกฝังพฤติกรรมที่ดีให้กับเด็กได้ตั้งแต่ยังเล็กๆ ทั้งในเรื่องของการควบคุมตนเอง การรู้จักยับยั้งชั่งใจ ตลอดจนพฤติกรรมเชิงบวกต่างๆ เพื่อเป็นรากฐานไปสู่พฤติกรรมที่เหมาะสมเมื่อโตขึ้น

“ก่อนที่จะเปลี่ยนพฤติกรรมใดๆ ของเด็ก สัมพันธภาพพื้นฐานที่มีต่อกันระหว่างพ่อแม่และเด็กจะต้องดีก่อน ซึ่งสัมพันธภาพที่ดีต่อกันนี้ มาจากความเอาใจใส่ ผูกพันใกล้ชิด และการได้ใช้เวลาทำกิจกรรมร่วมกันจนทำให้เด็กเกิดความรู้สึกมั่นคงและปลอดภัยทางใจ และยังต้องมาพร้อมกับระเบียบวินัย ในทางกลับกัน หากเด็กขาดสัมพันธภาพพื้นฐานที่ดี และ
มีแต่กฎระเบียบควบคุม จะทำให้เกิดการต่อต้าน ดังนั้น การปรับให้เด็กวัยนี้เป็นคนว่านอนสอนง่าย พ่อแม่ผู้ปกครองจะต้องหาจุดสมดุลระหว่างสัมพันธภาพที่ดีและระเบียบวินัย”

แพทย์หญิงเบญจพร แนะนำเทคนิคการสื่อสารเชิงบวกเพื่อสร้างกำลังใจให้ลูกเปลี่ยนมาแสดงพฤติกรรมที่เหมาะสมว่า “การบังคับจะยิ่งทำให้เด็กต่อต้าน ดังนั้นพ่อแม่และผู้ดูแลเด็กจะต้องสร้างสัมพันธภาพที่ดีกับเด็ก ด้วยการปฏิบัติกับพวกเขาบนพื้นฐานของความมีสติและเห็นอกเห็นใจ เอาใจเขามาใส่ใจเรา เมื่อเด็กแสดงพฤติกรรมที่ดี จะต้องชมทันที โดยชมอย่างจริงใจด้วยวาจาและภาษากาย และเน้นชมที่พฤติกรรมที่เราเห็นว่าดีและอยากให้เขาทำมากขึ้น มากกว่าการชมที่ผลลัพธ์จากการกระทำนั้น เช่น ปกติน้ำเย็นจะไม่ชอบทำการบ้าน อิดออดเสมอ แต่วันหนึ่งหลังกลับจากโรงเรียนน้ำเย็นนั่งทำการบ้านเองจนเสร็จเรียบร้อย แม่ควรจะชมน้ำเย็นว่า“น้ำเย็นมีความพยายามดีมาก ขนาดการบ้านมีตั้งหลายหน้า หนูก็นั่งทำจนเสร็จ แม่ชื่นใจจังเลยลูก” การชมเช่นนี้จะทำให้เด็กเกิดความรู้สึกภาคภูมิใจ และสร้างกำลังใจให้เด็กมีแรงจูงใจในการเปลี่ยนพฤติกรรมในทางกลับกัน เมื่อเด็กทำผิด พ่อแม่ควรตักเตือนอย่างมีหลักการ ด้วยคำพูดที่ไม่ทำลายคุณค่าในตัวเอง แต่ชี้แจงลูกตรงๆ ถึงพฤติกรรมที่ไม่ดีและอยากให้ปรับ เช่น “แม่ไม่ชอบที่เต้ตีน้องแบบนี้ ลูกควรแบ่งปันของเล่นกันนะ” ไม่ใช่ “ทำไมเต้ถึงเป็นเด็กนิสัยแย่อย่างนี้นะ ดูอย่างน้องตั้นสิไม่เคยต้องให้แม่โมโห” และไม่ควรใช้อารมณ์ในการตักเตือน ไม่ประชด และไม่เปรียบเทียบเพราะจะทำให้ลูกต่อต้านมากขึ้น”

 

อาจารย์รณสิงห์ รือเรือง นักจิตวิทยาคลินิก ระดับชำนาญการพิเศษสถาบันพัฒนาการเด็กราชนครินทร์ จังหวัดเชียงใหม่ อธิบายเพิ่มเติมว่า“หลายครั้งที่พ่อแม่พยายามปรับพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของลูก โดยมุ่งเน้นไปที่การเปลี่ยนที่ลูกโดยตรงแต่พ่อแม่ไม่เปลี่ยน จึงกลายเป็นเรื่องยากและไม่ได้ผล แต่ถ้าพ่อแม่ปรับเปลี่ยนไปพร้อมกับเด็ก ตรงนี้จะเป็นตัวช่วยให้เด็กเปลี่ยนอย่างถาวร รวมถึงครอบครัวหรือพ่อแม่ก็จะเปลี่ยนตามลูกไปด้วย

อาจารย์รณสิงห์ ยกตัวอย่างเทคนิคในการปรับพฤติกรรมให้ลูกกินผัก ว่าแทนที่จะเปลี่ยนที่ลูกโดยตรง โดยบังคับให้ทานผัก การให้เด็กได้มีส่วนร่วมตั้งแต่ต้นเช่น ชวนเด็กไปซื้อหาผักมาปรุงอาหารด้วยกัน หรือแม้แต่การปลูกผักด้วยตัวเอง จะทำให้เด็กเกิดความรู้สึกรับผิดชอบในผักที่ได้มา และเกิดความรู้สึกรับผิดชอบในการทานผักชนิดนั้นตามมาด้วย

“หรืออย่างปัญหาเด็กติดหน้าจอซึ่งเป็นผลมาจากการที่เด็กใช้สมองมากกว่าการกระทำ เมื่อเลิกดูจอทีวีแล้วเด็กจะมีภาวะอยากเคลื่อนไหวไม่มีที่สิ้นสุด กลายเป็นเด็กซน ไม่นิ่ง พ่อแม่ผู้ปกครองสามารถดึงเด็กออกมาจากโลกหน้าจอได้ด้วยเทคนิคการสร้างรูปแบบชีวิตประจำวัน“123 Easy Steps” โดยขั้นแรกให้เด็กได้มีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมเพื่อส่วนรวม เช่น การเป็นจิตอาสาภายในบ้าน ทำกิจกรรมเช่น ทำงานบ้านร่วมกับคนในบ้าน ขั้นต่อมาเป็นการมอบหมายให้เด็กได้มีหน้าที่รับผิดชอบส่วนตัว เช่น การอาบน้ำแต่งตัวเอง เพื่อสร้างวินัยให้กับตนเอง และขั้นสุดท้ายคือการให้เด็กได้ทำกิจกรรมเพื่อความสุขของเขาหลังจากที่ได้ทำตามเงื่อนไขที่กำหนด เช่น ได้ดูทีวีหลังจากที่ทำการบ้านเสร็จแล้ว ทั้งหมดนี้เป็นขั้นตอนง่ายๆ 3 ขั้นตอนเพื่อปรับพฤติกรรมและสร้างระเบียบวินัยให้กับเด็กในระยะยาว”

 

ท้ายสุด นางกนกทิพย์ ปริญญานุสสรณ์ ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาและสื่อสารโภชนาการเพื่อสุขภาพ บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด กล่าวสรุปว่า “สภาพแวดล้อมรอบตัวมีความสำคัญอย่างมากต่อพฤติกรรมของเด็ก ดังนั้น ในการจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อปลูกฝังรากฐานพฤติกรรมที่เหมาะสมให้กับเด็ก ทุกฝ่ายทั้งพ่อแม่ ผู้ปกครอง ญาติใกล้ชิด และคุณครูจะต้องช่วยกัน และเป็นแบบอย่างให้เด็กได้เห็นบ่อยๆ เรื่องของโภชนาการก็เช่นเดียวกัน ทุกคนจะต้องรวมพลังเพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับลูกหลานของเรา และถ้าอยากให้เด็กปรับ ผู้ใหญ่ต้องเป็นฝ่ายเปลี่ยนก่อน โดยทุกคนสามารถร่วมเป็นหนึ่งพลังในการส่งเสริม
และปลูกฝังรากฐานด้านพฤติกรรมเชิงบวกและโภชนาการของเด็กผ่านโครงการ “รวมพลังเพื่อเด็กสุขภาพดี” (United for Healthier Kids) ได้ที่ Facebook.com/U4HKThailand หรือค้นหา United for Healthier Kids TH ผ่าน Facebook”

S&P ชวนขอพรดีๆ ด้วยขนมไหว้พระจันทร์ กับเซตพรีเมียม‘รักษ์โลก’ลิมิเต็ด อิดิชั่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/364442

S&P ชวนขอพรดีๆ ด้วยขนมไหว้พระจันทร์  กับเซตพรีเมียม‘รักษ์โลก’ลิมิเต็ด อิดิชั่น

S&P ชวนขอพรดีๆ ด้วยขนมไหว้พระจันทร์ กับเซตพรีเมียม‘รักษ์โลก’ลิมิเต็ด อิดิชั่น

วันจันทร์ ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เทศกาลไหว้พระจันทร์ปีนี้ บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) จัดงานเปิดตัว “S&P Mooncake 2018” ภายใต้คอนเซ็ปต์ “สวยดั่งจันทร์ สมดั่งใจ” นำเสนอขนมไหว้พระจันทร์ด้วยเปลือกสีสันสวยงามเพื่อนำไปไหว้ขอพรดีๆ จากพระจันทร์ ให้สมหวังดั่งใจ พร้อมเปิดตัวขนมไหว้พระจันทร์เซตพรีเมียม ลิมิเต็ด อิดิชั่น โดยมี ภัทรา ศิลาอ่อน ประธานกรรมการ บมจ.เอส แอนด์ พี ซินดิเคท, ประเวศวุฒิ ไรวา ประธานกรรมการบริหาร บมจ.เอส แอนด์ พี ซินดิเคท, เกษสุดา ไรวา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เอส แอนด์ พี ซินดิเคท, วิทูร ศิลาอ่อน กรรมการผู้จัดการใหญ่สายปฏิบัติการและบุคคล บมจ.เอส แอนด์ พี ซินดิเคท, กำธร ศิลาอ่อน กรรมการผู้จัดการใหญ่สายการผลิตและการเงิน บมจ.
เอส แอนด์ พี ซินดิเคท, มณีสุดา ศิลาอ่อน ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารองค์กร บมจ.เอส แอนด์ พี ซินดิเคท, เนม-ปราการ ไรวา และ ธนวงษ์ อารีรัชชกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ. เอสซีจี แพคเกจจิ้ง ร่วมงาน ณ ร้านอาหารเอส แอนด์ พี เฮดควอเตอร์ ถ.เพชรบุรีตัดใหม่

เกษสุดา ไรวา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. เอส แอนด์ พี ซินดิเคท เผยว่า “ สำหรับขนมไหว้พระจันทร์ในปีนี้มาพร้อมรสชาติและรูปโฉมใหม่สีสันสดใส ได้แก่ ไส้ชากุหลาบสตรอเบอร์รี่ ที่ให้รสหวานอมเปรี้ยวของสตรอเบอร์รี่ และความหอมของกลิ่นชากุหลาบอย่างลงตัว, ไส้มันม่วง ให้รสชาติหวานหอมกลิ่นมันม่วง เนื้อเนียน กรุบกรอบกับเมล็ดแตงโม เหมาะสำหรับคนทานเจ, ไส้หมอนทองแมคคาเดเมีย ที่ใช้ทุเรียนหมอนทองพันธุ์ดี ผสมกับแมคคาเดเมียอบกรอบ ให้รสชาติหวานมัน กลมกล่อม, ไส้แครนเบอร์รี่&เอิร์ลเกรย์ ให้รสชาติหวานอมเปรี้ยวผสานกลิ่นหอมของชาเอิร์ลเกรย์ชั้นดี

และไส้มัทฉะเรดบีน รสชาติสไตล์ญี่ปุ่นกับไส้ชาเขียวและถั่วแดง นอกจากนี้ยังมีขนมไหว้พระจันทร์ไส้คลาสสิกยอดนิยม ได้แก่ ไส้หมอนทองล้วนไข่ ไส้แปดเซียน ไส้โหงวยิ้งล้วนไข่ ไส้งาดำไส้บัวแมคคาเดเมียไข่ และไส้บัวล้วนไข่ อีกทั้งยังได้รังสรรค์ขนมไหว้พระจันทร์ ขนาด 80 กรัม ขนาดเล็ก รับประทานง่าย ได้แก่ ไส้คัสตาร์ด ไส้หมอนทอง ไส้มะม่วง และไส้ส้มแมนดาริน และสำหรับช่วงเทศกาลเจยังมีไส้โหงวยิ้งเจ และไส้หมอนทองเจ เพื่อเป็นทางเลือกให้ลูกค้าอีกด้วย”

ด้าน วิทูร ศิลาอ่อน กรรมการผู้จัดการใหญ่สายปฏิบัติการและบุคคล เผยถึงคอนเซ็ปต์บรรจุภัณฑ์ขนมไหว้พระจันทร์ปี 2018 ว่า “นอกจากเอส แอนด์ พี จะพิถีพิถันในเรื่องการคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพเยี่ยม ที่มาพร้อมกับรสชาติความอร่อยแล้ว ยังให้ความสำคัญกับบรรจุภัณฑ์อีกด้วย โดยร่วมมือกับ เอสซีจี แพคเกจจิ้งในการออกแบบและผลิตบรรจุภัณฑ์เซตพรีเมียม ลิมิเต็ด อิดิชั่น ด้วยวัสดุรักษ์โลก มาพร้อมดีไซน์สวยงามร่วมสมัยแนวจีนโมเดิร์น โดยได้แรงบันดาลใจในการออกแบบจากสี่สุดยอดหญิงงามในตำนานของจีนที่มีคาแร็กเตอร์ต่างกัน แต่เชื่อมโยงความสวยงามด้วยดอกไม้ 4 สายพันธุ์”

ธนวงษ์ อารีรัชชกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ. เอสซีจี แพคเกจจิ้ง เผยว่า “เอส แอนด์ พี มุ่งเน้นเรื่องบรรจุภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อมด้วยการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า จึงมอบหมายให้ทาง เอสซีจี แพคเกจจิ้ง ออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่รักษ์โลก ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Happy Mid-Autumn Festival : Enjoy The Moon” เนื่องจากเป็นช่วงคืนไหว้พระจันทร์ที่สวยที่สุด และคนในครอบครัวจะมาเจอกันในช่วงเวลาแห่งความสุขนี้ สำหรับวัสดุที่ใช้มาจากกระดาษที่มีส่วนผสมของกระดาษรีไซเคิล ที่ออกแบบให้สวยงามและแข็งแรง โดยถาดขนมไหว้พระจันทร์เซตพรีเมียม ลิมิเต็ด อิดิชั่น แต่ละชั้นสามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้อีก รวมทั้งยังนำกลับมารีไซเคิลในกระบวนการผลิตเป็นกระดาษใหม่ได้อีกด้วย”

มณีสุดา ศิลาอ่อน ได้แนะนำการทานขนมไหว้พระจันทร์คู่กับชากลิ่นต่างๆ ว่า “ขนมไหว้พระจันทร์ไส้มันม่วงเหมาะทานคู่กับชาคาโมมายล์มิ้นท์, ขนมไหว้พระจันทร์ไส้ชากุหลาบสตรอเบอร์รี่ทานคู่กับชาแครนเบอร์รี่แอปเปิ้ล และขนมไหว้พระจันทร์มัทฉะเรดบีนทานคู่กับชาจัสมินและดอกไม้ เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีขนมไหว้พระจันทร์มังกรทองสูตรต้นตำรับที่มีตำนานมากว่า 60 ปี ที่คัดสรรวัตถุดิบคุณภาพและบรรจงผลิตอย่างพิถีพิถันหลากหลายรสชาติ อาทิ ไส้ทุเรียนหมอนทอง ไส้มะม่วง ไส้บัว ไส้โหงวยิ้ง ฯลฯ สามารถหาซื้อได้ที่ห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไป ตลอดช่วงเทศกาลไหว้พระจันทร์นี้”

ภัทรา ศิลาอ่อน

ภัทรา ศิลาอ่อน
วิทูร-กำธร ศิลาอ่อน และ ธนวงษ์ อารีรัชชกุล แนะนำขนมไหว้พระจันทร์เซตพรีเมียม ลิมิเต็ด อิดิชั่น

วิทูร-กำธร ศิลาอ่อน และ ธนวงษ์ อารีรัชชกุล แนะนำขนมไหว้พระจันทร์เซตพรีเมียม ลิมิเต็ด อิดิชั่น
มณีสุดา ศิลาอ่อน และ เนม-ปราการ ไรวา แนะนำการทานขนมไหว้พระจันทร์คู่กับชากลิ่นต่างๆ

มณีสุดา ศิลาอ่อน และ เนม-ปราการ ไรวา แนะนำการทานขนมไหว้พระจันทร์คู่กับชากลิ่นต่างๆ
ภัทรา ศิลาอ่อน พร้อมด้วย เกษสุดา-ปราการ ไรวา, วิทูร ศิลาอ่อน, กำธร-มณีสุดา ศิลาอ่อน และ ธนวงษ์ อารีรัชชกุล

ภัทรา ศิลาอ่อน พร้อมด้วย เกษสุดา-ปราการ ไรวา, วิทูร ศิลาอ่อน, กำธร-มณีสุดา ศิลาอ่อน และ ธนวงษ์ อารีรัชชกุล

ชอบทานหวาน นํ้าตาลในเลือดสูง ระวังแก่เร็ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/364495

ชอบทานหวาน นํ้าตาลในเลือดสูง ระวังแก่เร็ว

ชอบทานหวาน นํ้าตาลในเลือดสูง ระวังแก่เร็ว

วันจันทร์ ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

คำว่า “แก่” พูดเบาๆ ก็เจ็บ ทำให้หลายคนกลัวความแก่จนยอมเสียเงินเสียทองจำนวนมากมาย เพื่อให้ได้มา
ซึ่งความสวยและดูอ่อนเยาว์ ไม่ว่าจะเป็นการทำศัลยกรรมเพื่อความงาม ฉีดโบท็อกซ์ ฟิลเลอร์ ทำเลเซอร์ หรือการฉีดวิตามินเพื่อผิวสวยใส ซึ่งเป็นเพียงการแก้ไขปัญหาเฉพาะจุด แค่ระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น และอาจมีโทษและพบผลข้างเคียงได้หากทำในคลินิกที่ไม่ได้มาตรฐาน

เคล็ดลับชะลอวัยที่ได้ผลดีและยั่งยืน คือการดูแลสุขภาพร่างกายทั้งระบบเพื่อให้ดูดีมาจากภายในและปลอดภัยจากโรคร้ายต่างๆ โดยสามารถเริ่มได้ง่ายๆ จากการเลือกรับประทานที่เป็นประโยชน์และไม่ทำร้ายสุขภาพ ดังคำกล่าวที่ว่า You are what you eat กินอะไรก็ได้อย่างนั้น

แพทย์หญิงวรรณวิพุธ สรรพสิทธิ์วงศ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ชะลอวัย ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ เปิดเผยข้อมูลน่าสนใจในงานสัมมนา “แก่เร็ว เสื่อมเร็วและป่วยเรื้อรัง ต้นเหตุจากน้ำตาลในเลือดสูง” ซึ่งบริษัท โรช ไดแอกโนสติกส์ (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกับแผนก Employee Engagement & Well-being ธนาคารไทยพาณิชย์ ได้ร่วมกันจัดขึ้นเพื่อรณรงค์ให้ความรู้ถึงแนวทางป้องกันโรคเบาหวาน พร้อมประเมินความเสี่ยงและตรวจน้ำตาลในเลือดฟรี โดยมีผู้ให้ความสนใจร่วมงานกว่า 200 คน ณ หอประชุมมหิศร ธนาคารไทยพาณิชย์ สำนักงานใหญ่ เมื่อเร็วๆ นี้

แพทย์หญิงวรรณวิพุธ กล่าวว่า เป็นที่ทราบกันดีว่าผู้เป็นเบาหวานมีความเสี่ยงต่อโรคแทรกซ้อนต่างๆ ตามมา ไม่ว่า
จะเป็น โรคหัวใจ โรคไต ปลายประสาทเสื่อม แต่สิ่งที่หลายคนยังไม่รู้และมักจะมองข้ามก็คือ ผู้ที่มีพฤติกรรมชอบทานของหวานต่างๆ ถึงแม้ว่าจะยังไม่ได้เป็นเบาหวาน หรือยังไม่เคยตรวจน้ำตาลในเลือดก็ตาม พบว่าคนกลุ่มนี้จะมีความเสี่ยงต่อการเกิดริ้วรอยและความเสื่อมของผิวพรรณได้ง่าย

“ทุกครั้งที่เราทานของหวานเข้าไป น้ำตาลจะไปจับกับคอลลาเจน ซึ่งเป็นรู้กันอยู่แล้วว่าเมื่อคนเราอายุมากขึ้น การสร้างคอลลาเจนในชั้นผิวจะลดลง ซึ่งหลายคนก็จะไปฉีดโบท็อกซ์ ฟิลเลอร์ เลเซอร์ อัลเทอร่า เทอร์มาร์ท ต่างๆ นานา เพื่อให้คงความอ่อนเยาว์ แต่ตัวที่ทำให้คอลลาเจนเสื่อมหรือลดลงไปเร็วกว่าที่ควรจะเป็นก็คือ น้ำตาลที่เราทานเข้าไปนั่นเอง เพราะโมเลกุลของน้ำตาล เมื่อไปจับกับคอลลาเจน จะทำให้คอลลาเจนเปราะและเสื่อมง่าย ถูกทำลายเร็วขึ้น เพราะฉะนั้น คนที่ชอบรสหวานจากน้ำตาล หรือมีพฤติกรรมชอบทานของหวานทุกวัน จึงมีความเสี่ยงต่อการเพิ่มริ้วรอยได้มากกว่าคนที่ไม่ทาน หรืออาจจะมากกว่าคนที่สูบบุหรี่เป็นประจำ”

นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า โรคที่มาจากพฤติกรรมการรับประทานที่ไม่ดี (Bad diets) สูงกว่า โรคที่เกิดจากการสูบบุหรี่ถึงสามเท่าเลยทีเดียว นอกจากริ้วรอยและความเหี่ยวย่นของผิวพรรณแล้ว ยังมีเรื่องของสิวตามมา เนื่องจากน้ำตาลเป็นอาหารอย่างดีของจุดกำเนิดสิว สังเกตได้เลยว่าคนที่ทานของหวานจากน้ำตาล มักจะมีสิวขึ้นเยอะ หากเราไม่คุมปริมาณระดับน้ำตาลในร่างกาย จะทำให้ผิวเหี่ยวเร็ว ถ้าไม่เหี่ยว ผิวก็คุณภาพไม่ดี มีปัญหาจากสิว และริ้วรอยของสิวได้

ทั้งนี้ ศาสตร์ของการชะลอวัย ควรเริ่มต้นด้วยการป้องกันตัวเองก่อนจะเป็นโรคต่างๆ โดยเฉพาะเบาหวานเพราะหากปล่อยให้เป็นโรคแล้ว มักจะมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคแทรกซ้อนอื่นๆ ตามมา ไม่ว่าจะเป็นโรคไต หัวใจ ส่งผลให้สุขภาพร่างกายทรุดโทรม ผิวพรรณไม่ผ่องใส ดังนั้น ควรป้องกันก่อนการเกิดโรค ซึ่งสามารถทำได้โดยคุมปริมาณน้ำตาล หรือของหวานที่เราจะทานในแต่ละวัน ไม่เกิน 6 ช้อนชา แต่ถ้าจะให้ดี ให้ยึดตามข้อมูลจาก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)ที่แนะนำให้รับประทานเพียง 4 ช้อนชาต่อวันเท่านั้นจะดีที่สุด (ซึ่งถือว่าน้อยมาก เท่ากับ การรับประทานส้มเขียวหวานขนาดเล็ก 1 ผลครึ่ง)

สำหรับผู้ที่มีคนในครอบครัวมีประวัติเป็นโรคเบาหวาน จะมีความเสี่ยงเป็นเบาหวานสูงกว่าคนอื่น ควรมีการติดตามระดับน้ำตาลในเลือดเป็นระยะ และมีการตรวจร่างกายประจำปีที่มีการดูเรื่องค่าน้ำตาลสะสมเฉลี่ยในเลือด หรือมีการตรวจระดับน้ำตาลในเลือด

ส่วนในผู้ที่เป็นเบาหวานอยู่แล้ว ควรมีการตรวจน้ำตาลในเลือดด้วยตนเอง(Self-monitoring of blood glucose, SMBG) อย่างสม่ำเสมอ เพราะค่าน้ำตาลที่ตรวจได้นั้น จะช่วยให้สามารถประเมินได้ว่ายาที่แพทย์ให้ไป หรืออาหารที่รับประทานเข้าไปในแต่ละวันมีการคงระดับน้ำตาลในเลือดได้เหมาะสมหรือไม่ บางครั้งถ้าแพทย์ให้ยามากเกินไป จะส่งผลทำให้เกิดภาวะน้ำตาลตก ซึ่งเป็นภาวะที่อันตรายต่อชีวิต หรือยาที่แพทย์ให้คุมระดับน้ำตาลได้ไม่เหมาะสม โดยน้ำตาลที่สูงเกินไปจะทำให้เส้นเลือดตีบแข็งจนเกิดการทำลายอวัยวะสำคัญต่างๆ ดังนั้น การตรวจน้ำตาลในเลือดด้วยตัวเองจึงมีความสำคัญมากในผู้เป็นเบาหวาน ถ้าสามารถทำได้เป็นประจำ

คุณแหน : 17 กันยายน 2561

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/364451

คุณแหน : 17 กันยายน 2561

วันจันทร์ ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ll สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี จะเสด็จฯทอดพระเนตรการแสดงดนตรีเฉลิมพระเกียรติ “สุนทราภรณ์ถวายความจงรักภักดี” ในวันพุธที่ 10 ต.ค. ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย โดยจะมีการแถลงข่าวในวันที่ 18 ก.ย.เวลา 1500 น. ที่หอประชุมเล็กโดย ดร.ฉวีรัตน์ เกษตรสุนทร จะเป็นประธานแทน รมว. วีระ โรจน์พจนรัตน์ ที่ติดภารกิจ ครม.สัญจร…

ll พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ เสด็จเป็นประธานในพิธีเปิดงาน “สานสายใยเพื่อผลิตภัณฑ์สายใจไทย”โดยมูลนิธิสายใจไทยฯ ร่วมกับสยามพารากอน19 ก.ย.15.00 น. ที่ไลฟ์สไตล์ฮอลล์ชั้น 2 สยามพารากอน งานมีถึง 24 ก.ย….

ll ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชฯ มหิดล พร้อมด้วย รศ.นพ.ยงชัย นิละนนท์, นพ.สมชาย ดุษฎีเวทกุล, พารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา และ ธวัชชัย ทวีศรี ร่วมจัดงาน “แสงนำใจไทยทั้งชาติ เดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต ครั้งที่ 4เฉลิมพระเกียรติ” ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 ต.ค. โดยมี “ตูน” อาทิวราห์ คงมาลัย ร่วมงานด้วย ณ บริเวณมหิดลสิทธาคาร มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตศาลายา นครปฐม…

ll วนิดา ชันซื่อ เตรียมพาพนักงาน TRSC กว่าร้อยชีวิตไปร่วมโครงการอบรมประจำปี“วิถีคน..TRSC สู่ความสำเร็จอย่างมีความสุข” ที่ศูนย์ปฏิบัติธรรมพลาญข่อยจ.อุบลราชธานี โดยจะปิดให้บริการ20-27 ก.ย. สอบถามนัดหมายได้ตามปกติ…

ll เปิดตัวเหรียญรางวัลและเหรียญที่ระลึก “เจียงฮายเกมส์” ออกแบบและจัดสร้างโดย ศาสตราเมธี ดร.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติ สำหรับมอบให้แก่นักกีฬาและจำหน่ายหารายได้สมทบทุนสนับสนุนการจัดงานกีฬาแห่งชาติ“เจียงฮายเกมส์” เตรียมพร้อมแถลงข่าว25 ก.ย. เวลา 14.00 น. โดย วีระศักดิ์โควสุรัตน์ รมว.กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, สังเวียน บุญโต, ประจญปรัชญ์สกุล และ รัตนา จงสุทธานามณีณ พิพิธภัณฑ์ศิลปะไทยร่วมสมัย (MOCABangkok)…

ll นพ.กฤษดา ศิรามพุช คุณหมอคนเก่ง รับอุปการะให้ทุนการศึกษาเด็กด้อยโอกาส ต่อเนื่องในมูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯเพื่อเยาวชนฯ ตั้งแต่ชั้นประถม-มัธยม-อุดมศึกษา ปีนี้อีก 7 ทุน ใน 7 จังหวัด ตามรอยคุณพ่อเกรียงไกร-คุณแม่ชลิดา โดยให้ทุนตั้งแต่คุณหมอยังเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษา…

ll สุริยน ศรีอรทัยกุล จัดงานฉลองครบรอบ 8 ปี ศูนย์การค้าพาร์คเลน เอกมัย โชว์แฟชั่นธีม ฟลอริเดียนซัมเมอร์บีช ให้เหล่าเซเลบฯได้คึกคัก 22 ก.ย.11.00 น. …

ll ชลลกา เก่งระดมยิง คุณยายยังสาวและสวย จัดพิธีมิสซาให้หลานสาว “มิลา” ตามศาสนาคาทอลิกที่โบสถ์เซนต์หลุยส์ เมื่ออาทิตย์ก่อนพร้อมของชำร่วยที่คุณยายบรรจงจัดห่อเองเพื่อเป็นที่ระลึกและความทรงจำดีๆ ให้หลานรัก…ll

คุณแหน

เปิดรับสมัครทุน TB Grant 2018 สนับสนุนพัฒนานวัตกรรมควบคุมวัณโรค

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/364496

เปิดรับสมัครทุน TB Grant 2018  สนับสนุนพัฒนานวัตกรรมควบคุมวัณโรค

เปิดรับสมัครทุน TB Grant 2018 สนับสนุนพัฒนานวัตกรรมควบคุมวัณโรค

วันจันทร์ ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

สมาคมปราบวัณโรคแห่งประเทศไทยฯ ร่วมกับ ซาโนฟี่ ประเทศไทย ประกาศโครงการ TB Grant 2018 เปิดรับสมัครทุนสนับสนุนโครงการเพื่อพัฒนานวัตกรรมสำหรับการดูแลและควบคุมวัณโรค

โครงการรณรงค์ประเทศไทยปลอดวัณโรค หรือ End TB Thailand Project โดยสมาคมปราบวัณโรคแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ สนับสนุนโดย บริษัท ซาโนฟี่-อเวนติส (ประเทศไทย) จำกัด มีความมุ่งมั่นในการดำเนินกิจกรรมเพื่อรณรงค์ให้คนไทยตระหนักถึงอันตรายของวัณโรค ประกาศเปิดรับสมัครทุนสนับสนุนโครงการเพื่อพัฒนานวัตกรรมสำหรับการดูแลและควบคุมวัณโรคปี 2561 (TB Grant 2018) เพื่อกระตุ้นให้บุคลากรทางการแพทย์ในโรงพยาบาลภาครัฐและภาคเอกชน รวมถึงหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องตื่นตัวและคิดค้นนวัตกรรมเพื่อการควบคุมวัณโรค พร้อมต่อยอดการป้องกันและรักษาวัณโรคให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์อรรถ นานา นายกกรรมการบริหาร สมาคมปราบวัณโรคแห่งประเทศไทยฯ กล่าวว่า “ทุน TB Grant 2018 เป็นการเปิดโอกาสให้บุคลากรทางการแพทย์จากทั้งภาครัฐและเอกชนได้แสดงศักยภาพผ่านการคิดค้นนวัตกรรมสำหรับการป้องกันและดูแลรักษาวัณโรค เพื่อส่งเสริมการปฏิบัติงานในพื้นที่ของตนเอง และเป็นการเสริมสร้างเครือข่ายของบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับวัณโรคให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ทุนสนับสนุนนี้เป็นการหว่านเมล็ดพันธุ์ทางความคิดเพื่อสร้างเกราะป้องกันวัณโรคให้แก่คนไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ขับเคลื่อนให้ประเทศไทยปลอดจากวัณโรคได้อย่างยั่งยืน โดยอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการร่วมกันพาประเทศไทยสู่เป้าหมายในการขจัดวัณโรคร่วมกัน”

“ซาโนฟี่ ประเทศไทย มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้สนับสนุนทุน TB Grant มาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในความมุ่งมั่นของซาโนฟี่ในการส่งเสริมให้คนเข้าถึงการดูแลและรักษาสุขภาพ เพื่อการใช้ชีวิตได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และร่วมกันผลักดันให้ประเทศไทยปลอดจากวัณโรค” มร.เจ็มออซเติร์ก ผู้จัดการใหญ่ ซาโนฟี่ ประจำประเทศไทย มาเลเซีย สิงคโปร์ พม่า และบรูไน กล่าว

ทุนสนับสนุนโครงการเพื่อพัฒนานวัตกรรมสำหรับการดูแลและควบคุมวัณโรค ปี 2561 (TB Grant 2018) มีวัตถุประสงค์ในการสร้างให้เกิดการพัฒนานวัตกรรมด้านการควบคุมวัณโรค ทั้งในด้านการบำบัดรักษาและให้ความรู้แก่ผู้ป่วย
วัณโรคให้ดียิ่งขึ้น ส่งเสริมให้ผู้ป่วยวัณโรคมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ลดการเกิดภาวะแทรกซ้อน และเพิ่มพูนความรู้ทางด้านวัณโรคให้กับบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อพัฒนาการบริการแก่ผู้ป่วยแบบสหสาขาวิชา โดยเปิดรับสมัครโครงการจากบุคลากรทางการแพทย์ ที่มีลักษณะเป็นโครงการนวัตกรรมด้านการแพทย์ การพยาบาล หรือทางสาธารณสุข เพื่อการพัฒนาการควบคุมหรือยุติวัณโรค ที่มีหลักการยอมรับให้ทั้งทางด้านทฤษฎีและจริยธรรม สามารถนำไปเป็นต้นแบบสามารถขยายผลและปฏิบัติสู่พื้นที่อื่นๆ ได้ และเป็นโครงการที่ไม่เคยได้รับรางวัลใดๆ มาก่อน

เกณฑ์การตัดสินจะพิจารณาและตัดสินโดยกรรมการที่ปรึกษาโครงการรณรงค์ประเทศไทยปลอดวัณโรคและผู้เชี่ยวชาญที่มีบทบาทสำคัญทางการควบคุมและดูแลวัณโรคในประเทศไทย สำหรับโครงการที่ชนะเลิศจะได้รับทุนสนับสนุนโครงการละไม่เกิน 100,000 บาท (ทุนสนับสนุนรวม 300,000 บาท) และเปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้ถึง 14 ธันวาคม 2561 ประกาศผลผู้ได้รับทุนสนับสนุนในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2562 ทางเว็บไซต์ของสมาคมปราบวัณโรคฯ หรืออื่นๆ ที่อาจกำหนด
ภายหลังสามารถสอบถามรายละเอียดการขอรับทุนได้ที่ โทร.082-1914724 หรือ อี-เมล TBGrantThailand@gmail.com

ปัจจุบัน วัณโรคยังเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของประเทศ ปัจจุบันประเทศไทยมีผู้ป่วยรายใหม่ถึง 120,000 รายต่อปี และเสียชีวิตสูงถึงปีละ 12,000 ราย แต่มีผู้ป่วยเข้าสู่ระบบบริการรักษาเพียงร้อยละ 60 เท่านั้น ซึ่งประเทศไทยมีเป้าหมายในการขจัดให้วัณโรคให้หมดสิ้นและให้โรคนี้ไม่เป็นทางสาธารณสุขอีกต่อไป ภายในปี พ.ศ. 2578