ชีววิทยาศาสตร์เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/363237

ชีววิทยาศาสตร์เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต

ชีววิทยาศาสตร์เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต

วันอังคาร ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ดร.นเรศ ดำรงชัย

ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเซลส์ (TCELS) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ประกาศความพร้อมจัดการประชุมและนิทรรศการ Bio Investment Asia 2018 ในงาน Thailand International Lab 2018 ภายในงานพบกับความร่วมมือของประเทศไทยกับนานาชาติเพื่อผลักดันการลงทุนในธุรกิจชีววิทยาศาสตร์ สานต่อยุทธศาสตร์ชาติขับเคลื่อนเศรษฐกิจ การประชุมเสวนาโดยนักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญทั้งไทยและต่างประเทศในการนำนวัตกรรมชีววิทยาศาสตร์มาประยุกต์ใช้พัฒนาคุณภาพชีวิต พร้อมเปิดโอกาสครั้งสำคัญให้กับผู้ประกอบการ Startup ด้านชีววิทยาศาสตร์ได้นำเสนอผลงานจับคู่ทางธุรกิจ (Business Matching) กับกลุ่มนักลงทุนเพื่อเพิ่มขีดความสามารถและส่งเสริมศักยภาพการแข่งขันในระดับโลก ระหว่างวันที่ 12-14กันยายนนี้ ที่ไบเทค บางนา

ดร.นเรศ ดำรงชัย ผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเซลส์ (TCELS) กล่าวว่า การเติบโตของธุรกิจและอุตสาหกรรมด้านชีววิทยาศาสตร์ทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลกมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยสนับสนุนมาจากความต้องการแสวงหาแนวทางในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของมนุษย์ให้ดียิ่งขึ้น สำหรับในประเทศไทย อุตสาหกรรมชีววิทยาศาสตร์มีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วด้วยความสามารถในการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นและการขยายตัวของบริการทางการแพทย์และสุขภาพของประเทศ

“การจัดการประชุมและนิทรรศการ Bio Investment Asia 2018 ภายในงาน Thailand International Lab 2018 เพื่อผลักดันให้งานวิจัยด้านชีววิทยาศาสตร์ สามารถนำไปต่อยอดให้เกิดผลิตภัณฑ์ บริการ และนวัตกรรมสร้างมูลค่าเชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรมซึ่งถือเป็นการส่งเสริมเศรษฐกิจของประเทศได้อีกช่องทางหนึ่ง รวมถึงแสดงให้เห็นถึงศักยภาพและขีดความสามารถของคนไทยในงานด้านชีววิทยาศาสตร์ ให้เป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติ

นอกจากนี้ ทีเซลส์ ยังได้ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพของคนไทยอย่างยั่งยืน ด้วยการจัดตั้งโครงการ Medicopolis หรือ เวชนคร เมืองสุขภาพที่บูรณาการองค์ประกอบต่างๆ ของการป้องกัน ดูแล และรักษาสุขภาพให้มาอยู่ในพื้นที่เดียวกัน โดยใช้นวัตกรรมชีววิทยาศาสตร์มาปรับใช้ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม เพื่อให้คนไทยสามารถเข้าถึงบริการด้านสุขภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยโครงการ Medicopolis จะมีทั้งเขตที่อยู่อาศัย เขตให้บริการทางการแพทย์ศูนย์วิจัยและพัฒนา เวชภัณฑ์ ยา และเครื่องมือแพทย์ ซึ่งจะช่วยลดปริมาณการนำเข้าจากต่างประเทศ และมีเป้าหมาย
สำคัญ คือ การส่งเสริมคุณภาพชีวิตของคนไทยให้ดียิ่งขึ้นในปัจจุบันมีโครงการเวชนคร ในจังหวัดนำร่อง ได้แก่ ปราจีนบุรี สกลนคร เชียงราย และพิษณุโลก โดยมีเป้าหมายขยายให้ครอบคลุมในทุกภูมิภาคของประเทศ”

สำหรับการจัดประชุมและนิทรรศการ Bio Investment Asia 2018 ภายในงาน Thailand International Lab 2018 ถือเป็นโอกาสสำคัญของประเทศไทยในการนำเสนอนวัตกรรมด้านชีววิทยาศาสตร์ในเวทีระดับนานาชาติ ภายในงานได้จัดกิจกรรมที่มุ่งส่งเสริมอุตสาหกรรมและธุรกิจชีววิทยาศาสตร์ ซึ่งมีหัวข้อการประชุม เสวนา การนำเสนอผลงาน รวมถึงการสนับสนุนผู้ประกอบการด้านชีววิทยาศาสตร์ที่น่าสนใจ อาทิ การประชุมร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจากประเทศเกาหลีใต้ เพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ของทั้งสองประเทศ พิธีลงนามความร่วมมือทางธุรกิจระหว่างประเทศไทย ญี่ปุ่น และสิงคโปร์ เพื่อสนับสนุนการลงทุนในธุรกิจชีววิทยาศาสตร์ การประชุมและเสวนาที่จะนำเสนอองค์ความรู้ด้านชีววิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีทางการแพทย์ เพื่อนำมาพัฒนาคุณภาพชีวิต อาทิ แนวทางยกระดับมาตรฐานคุณภาพผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยด้วยเทคนิค HPTLC (High Performance Thin-Layer Chromatography)

นอกจากนี้ ยังเปิดโอกาสให้ Startup ด้วยการประกวดแนวคิดธุรกิจชีววิทยาศาสตร์ เพื่อนำเสนอให้กับกลุ่มนักลงทุน ในรูปแบบการจับคู่ทางธุรกิจ(Business Matching) เพื่อผลักดันให้เกิดการลงทุนในอุตสาหกรรมและธุรกิจชีววิทยาศาสตร์อย่างเป็นรูปธรรม รวมถึงสนับสนุนและเพิ่มขีดความสามารถของ Startup ในภาคอุตสาหกรรมด้านการแพทย์และสุขภาพ ด้วยการเข้าโปรแกรมบ่มเพาะสตาร์ทอัพรุ่นใหม่ โดยทีมผู้เชี่ยวชาญ Mass Challenge เพื่อส่งเสริมศักยภาพการแข่งขันในระดับโลก

พบกับการประชุมและนิทรรศการ Bio Investment Asia 2018 โดยศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) ในงาน Thailand International Lab 2018 ที่บูธ D10-D13 ระหว่างวันที่ 12-14 กันยายนนี้ ที่ไบเทค บางนา เปิดให้เข้าร่วมงานตั้งแต่เวลา 10.00 น. เป็นต้นไปดูรายละเอียดการประชุมและเสวนาเพิ่มเติม ได้ที่ http://www.tcels.or.th โทร. 02-6445499

ดึงโชว์ระดับโลกร่วมฉลองเปิดเซ็นทรัล ภูเก็ต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/363252

ดึงโชว์ระดับโลกร่วมฉลองเปิดเซ็นทรัล ภูเก็ต

ดึงโชว์ระดับโลกร่วมฉลองเปิดเซ็นทรัล ภูเก็ต

วันอังคาร ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ชมโชว์ระดับโลกครั้งแรกในประเทศไทย ในงานฉลองเปิดตัว ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ภูเก็ต ปรากฏการณ์ความยิ่งใหญ่ระดับโลก ภายใต้แนวคิด “The World Comes to Play” เพื่อตอกย้ำความเป็น Global Player และสอดคล้องกับนโยบายระดับจังหวัดที่จะสร้างย่านดังกล่าวให้เป็นดาวน์ทาวน์ที่มีความเจริญทัดเทียมกับเมืองท่องเที่ยวชื่อดังทั่วโลก โดยต้องการให้ “ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ภูเก็ต” เป็น The World’s Must-Visit Destination in Thailand จุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวของโลกตอบรับเทรนด์ไลฟ์สไตล์ในแบบ Luxury และ Leisure เนรมิตทั่วทั้งศูนย์การค้าให้เป็นเสมือนพื้นที่ที่จำลองบรรยากาศสีสันการแสดงแบบ Performance Art ในมหานครแห่งศิลปะและการแสดงของโลกใหญ่ๆอย่าง ลอนดอน ปารีส มิลาน บาร์เซโลนา และโตรอนโต ดึงโชว์ระดับโลกที่ยังไม่เคยแสดงที่ไหนมาก่อนให้คนไทยและนักท่องเที่ยวได้ชมเป็นที่แรกในโลก ระหว่างวันที่ 10-16 กันยายน 2561 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ภูเก็ต

โดยในวันแกรนด์โอเพนนิ่งเมื่อวานนี้ เปิดตัวยิ่งใหญ่ด้วยโชว์ระดับโลกครั้งแรกในเมืองไทย “Star Catcher” จากคณะ Creativiva ผู้นำด้านการสร้างสรรค์ โชว์การแสดงรูปแบบใหม่สุดครีเอทีฟ จากโตรอนโต ประเทศแคนาดา ด้วยประสบการณ์กว่า 13 ปี กับโปรเจกท์ 15 ประเทศ4 ทวีป ผ่านการแสดง Innovative Live Performance แบบผสมผสาน 360 องศาเรื่องราวแฟนตาซีสุดมหัศจรรย์ ของเด็กหนุ่มผู้ไล่ตามค้นหาดวงดาวในจินตนาการ ซึ่งการแสดงนี้จัดยาวไปจนถึงวันที่ 16 กันยายน โดยจัดแสดงทุกวัน ระหว่าง 19.00-19.30 น. ณ โซน ดิ เอเทรียมฝั่งฟลอเรสต้า

นอกจากนี้ ยังมี International Street Show ประกอบด้วย Bubble on Circusครั้งแรกในเมืองไทยกับคณะศิลปินจากอิตาเลียนผู้สร้างสรรค์โลกแห่งความสดใส ผ่านทักษะความเชี่ยวชาญในการบังคับน้ำและฟองสบู่ ขนาดยักษ์ ฟองสบู่หมอกควัน ฟองสบู่บนเปลวไฟ และฟองสบู่มหาศาลมากกว่า 1,000 ลูก และพวกเขากำลังเป็นขวัญใจของเทศกาลทั่วโลก ไม่เพียงแต่เด็กๆ เท่านั้น ซึ่งจะจัดขึ้นใน โซนพับบลิค เฮ้าส์ ฝั่งเฟสติวัล วันละสองเวลา คือ 15.00-15.30 น. และ 18.00-18.30 น.

และเตรียมพบกับ“อากิ-เจ้าชายแห่งวงการลูกโป่งญี่ปุ่น” (The Balloon Performer) ศิลปินผู้ได้ชื่อว่าเป็น ผู้เข้าร่วมประกวดและแสดงในเทศกาลชั้นนำมากมาย เช่น Chalon Festival (ฝรั่งเศส), Bamberg Festival (เยอรมนี), Daidogei Worldcup in Shizuoka (ญี่ปุ่น) คว้ารางวัลชนะเลิศประเภท Large และประเภท Twist 15 จาก The Twisters Convention งานประกวดลูกโป่งที่ใหญ่ที่สุดในประเทศญี่ปุ่น ณ โซน ดิ เอเทรียม ฝั่งฟลอเรสต้า ทุกวัน วันละสองรอบ คือ 12.00-12.30 น. และ 16.00-16.30 น. นอกจากนี้ยังได้เนรมิตบริเวณหน้าศูนย์การค้า (สี่แยกดาราสมุทร) ให้สว่างไสวด้วยการแสดงเทคนิคแสงสีสุดตระการตา “The Sealumination ปรากฏการณ์แห่งท้องทะเลอันดามัน”

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างปรากฏการณ์ระดับโลกและชมโชว์ระดับโลกครั้งแรกในประเทศไทยได้ระหว่างวันที่ 10-16 กันยายน 2561 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ภูเก็ต

คุณแหน : 11 กันยายน 2561

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/363248

คุณแหน : 11 กันยายน 2561

วันอังคาร ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ll สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯในการพระราชทานเพลิงศพ พล.ต.ท.เจริญฤทธิ์ จำรัสโรมรัน วันที่ 19 ก.ย.เวลา 15.00 น.ณ เมรุหลวงหน้าพลับพลาอิศริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาสราชวรวิหาร…

ll หลังปิดตำนานโรงพยาบาลเดชา 42 ปีแล้ว ครบรอบวันเกิด 83 ปีของ น.ท.นพ.เดชา สุขารมณ์วันที่ 21 ก.ย. ดร.จีราพร สุขารมณ์ ภรรยาจัดงานทำบุญเลี้ยงพระที่บ้านสวน “หมอเดชา”เวลา 10.30 น. ตกค่ำวันเดียวกันเลี้ยงญาติมิตรที่โรงแรมกาญจน์ปุระ กาญจนบุรี…

ll สอบชิงทุนไจก้าไปอบรมดูงานที่ญี่ปุ่น สนติกาญจน์ กลิ่นสุวรรณ จะกลับมาวันที่ 16 ก.ย.นี้ โดยนัดกับพี่ชาย เกียรติสกนธ์ เลี้ยงฉลองวันเกิดให้คุณแม่ ดาราวรรณ วันรุ่งขึ้น (17 ก.ย.)ล่วงหน้าไว้แล้ว…

ll โอกาสพาสื่อมวลชนนักธุรกิจจากตุรกีมาเยือนไทย ชาครีย์ นรทิพย์เสวิกุล อัครราชทูตที่ปรึกษาฯนำผู้แทน สื่อมวลชนจากตุรกีเข้าพบ บุษฎี สันติพิทักษ์ อธิบดีกรมสารนิเทศ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศที่กระทรวงด้วย…

ll คราวก่อนสับสนระหว่างข่าว…ที่ถูกต้องคือ จุฬารัตน์ นิรัติศยกุล ผอ.สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ(องค์การมหาชน) จัดประชุมเพื่อรับฟังความคิดเห็นในโครงการศึกษารูปแบบการเข้าถึงและแบ่งปันผลประโยชน์จากการใช้ทรัพยากรชีวภาพ ซึ่งงานสำเร็จเสร็จสิ้นไปเรียบร้อยแล้ว…ส่วนการจัดประชุมสมาชิกสหประชาชาติกว่า 100 คน จาก 190 ประเทศนั้น สนง.นโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.)เป็นผู้ดำเนินการ โดยงานเลี้ยงรับรองจัดที่สโมสรกองทัพเรือ ในวันที่ฝนเทกระหน่ำ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ ดร.วิจารย์ สิมะฉายา บึ่งด่วนจากงานราชการที่น่าน มาเป็นประธานในงานได้ทันเวลาในที่สุด…

ll วัฒนาวิทยาลัยก่อตั้งมาครบ 144 ปีแล้ว ผจก.โรงเรียน ลานทิพย์ทวาทศิน เตรียมจัดงานคืนสู่เหย้าวันที่ 6-7 ต.ค.ที่โรงเรียน ขอเชิญศิษย์เก่าร่วม Home Coming Day กัน มีอาหารที่ชาววัฒนาฯชื่นชอบทั้ง ยำทวาย หมูก้อน แกงคั่วฯ มันเชื่อมไว้จำหน่ายกันด้วย…

ll ชุดสวยที่ ทพญ. โฉมไฉไล เอกจิต สวมใส่วันเข้ารับรางวัลศิษย์เก่าเกียรติยศราชินีเป็นฝีมือดีไซน์ของธีระพันธ์ วรรณรัตน์ ดีไซเนอร์ชื่อดัง เฉกเช่นชุดสวยของ บุษยารัตน์ สุริโยทัย เดินแฟชั่นบนเวที ก็เป็นฝีมือการดีไซน์ของ ธีระพันธ์เช่นกัน…ส่วนคู่ของ ญานี ทรัพย์บริบูรณ์ กับลูกสาว มาในชุดคุณแม่ยุคอวกาศมาจากต่างดาวสวยงามน่าตื่นตาตื่นใจเป็นที่ยิ่ง…

ll สมชื่อกลุ่ม “เที่ยวไป ชิมไป” สุดสัปดาห์ที่ผ่านมากลุ่มนำโดย รัชวดี ศรีประพัทธิ์, จิรพรรณอินทรสมใจ ฯลฯ ไปเที่ยวตราดกินอาหารทะเลอร่อยๆ ไม่ลืมแวะหาดทรายดำด้วย…

ll พญ.จวงจันทร์ ชัยธชวงศ์ ไปทัวร์ต่างประเทศบ่อย เริ่มรู้สึกชะโงกทัวร์มีมากขึ้นยังไม่ทันชื่นชมบรรยากาศก็ถูกเรียกแล้ว ทำให้หมดสนุกไปเลยทีเดียว…ตรงกันข้ามกับ ทญ.ประทุม ประเสริฐสุนทราศัย ไปอยู่กับลูกชายที่เป็นสูตินรีแพทย์ชื่อดังที่สหรัฐฯได้มีโอกาสท่องเที่ยวรอบโลกกับลูกเพียงสองคนหลายรอบแล้ว…น่าอิจฉาจัง !!…ll

บารอนเนส

สสว.จับมือโมเดิร์นเทรดชั้นนำใน SME CONNEXT

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/363193

สสว.จับมือโมเดิร์นเทรดชั้นนำใน SME CONNEXT

สสว.จับมือโมเดิร์นเทรดชั้นนำใน SME CONNEXT

วันจันทร์ ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2561, 14.46 น.

นายสุวรรณชัยโลหะวัฒนกุลผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(สสว.) เปิดเผยว่าสสว.ได้นำสุดยอดผู้ประกอบการจากโครงการพัฒนาสู่สุดยอดเอสเอ็มอีจังหวัด(SME Provincial Champions) จำนวนกว่า 154 รายร่วมออกบูทในวันที่ 7-9 กันยายนนี้ที่ Alive Park Hall ณศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์คจังหวัดปทุมธานี

โดยผู้ประกอบการSMEsที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นสุดยอด SME Provincial Champions ประจำปี 2018 มีจำนวน 462 รายและมาร่วมออกบูทจำนวนกว่า 154 รายภายในงานนอกจากมีกิจกรรมที่น่าสนใจอาทิโซนการออกร้านแสดงสินค้าของผู้ประกอบการแบ่งตาม 4 ภาคเหนือตะวันออกเฉียงเหนือ, กลางและใต้ที่เข้าถึงง่ายสะดวกรวดเร็ว, พิธีมอบโล่เกียรติยศสุดยอดเอสเอ็มอีจังหวัด, การเสวนาเพื่อพัฒนาและต่อยอดการทำธุรกิจSME ในยุค 4.0,การเจรจาธุรกิจระหว่างผู้ประกอบกับตัวแทนจากห้างสรรพสินค้าและโมเดิลเทรดรายใหญ่ (Business Matching)Workshop ส่งต่อนวัตกรรมจากผู้ประกอบการสู่ผู้มาร่วมงานตลอดจนกิจกรรมร่วมสนุกและกิจกรรมบันเทิงต่างๆมากมายแล้ว

นายสุวรรณชัย กล่าวเพิ่มเติมว่าสสว.ยังจับมือกับโมเดิร์นเทรดชั้นนำกว่า 10 บริษัทอาทิกลุ่มบริษัทคิงเพาเวอร์ บริษัท เดอะมอลล์กรุ๊ปศูนย์การค้าเซ็นทรัลเอ็มบาสซีบริษัทบิ๊กซีซูเปอร์เซ็นเตอร์จำกัด (มหาชน)บริษัท โรบินสัน จำกัด (มหาชน)บริษัทเซนทรัลฟู้ดรีเทลจำกัด (Top Supermarket)บริษัทซี.เจ. เอ็กซ์เพรสกรุ๊ปจำกัดบริษัทเอฟเอ็นแฟคตอรี่เอ๊าท์เลทจำกัด (มหาชน) บริษัทสังคมสุขภาพ  จำกัด (เลมอนฟาร์ม)บริษัท ไปรษณีย์ไทย.จำกัดบริษัท บางจาก รีเทล จำกัด ร่วมเจรจาธุรกิจ(Business Matching)  กับผู้ประกอบการในโครงการฯ พร้อมทั้งปักหมุดผู้ประกอบการลงในแฟลตฟอร์ม SME CONNEXT แพลตฟอร์มที่รวบรวมผู้ประกอบการไว้มากที่สุด ซึ่งจะช่วยให้รายได้ของผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการเพิ่มเป็น1,000 ล้านบาท

โอกาสนี้สสว. ขอเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวและผู้สนใจได้มาช้อปกินเที่ยวครบที่เดียว 77 จังหวัดในงาน SME Provincial Champions Fair ระหว่างวันที่ 7-9 กันยายน 2561 ณศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์คปทุมธานีและสามารถติดตามความเคลื่อนไหวและเยี่ยมชมสุดยอดเอสเอ็มอีจังหวัด (SME Provincial Champions) ได้ทางwww.provincialchamp.com

 

เผยเทคนิคสร้างรายได้บนโลกออนไลน์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/363192

เผยเทคนิคสร้างรายได้บนโลกออนไลน์

เผยเทคนิคสร้างรายได้บนโลกออนไลน์

วันจันทร์ ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2561, 14.43 น.

การหารายได้เสริมเพิ่มเติมจากงานประจำที่ทำอยู่อาจเป็นอะไรที่หลายๆ คนกำลังมองหา เพื่อสร้างความมั่งคั่งทางการเงินให้ตนเองเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในยุคนี้ที่โลกออนไลน์เข้ามามีบทบาทในชีวิตเรามากขึ้นทุกวันๆ  และเพื่อส่งเสริมให้กลุ่มคนรุ่นใหม่มีความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการบริหารการเงินอย่างเหมาะสม เพื่อให้บรรลุเป้าหมายในชีวิต กรุงศรี คอนซูมเมอร์ ผู้นำในธุรกิจบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล จึงจัดกิจกรรมสัมมนาให้ความรู้ด้านการบริหารการเงินและการสร้างวินัยทางการเงินที่ดี รวมถึงการให้ความรู้เกี่ยวกับเทคนิคดีๆ ที่จะช่วยให้เราสามารถหารายได้เพิ่ม ภายใต้โครงการ “ฉลาดคิดฉลาดใช้” โดย กรุงศรี คอนซูมเมอร์ ได้เชิญ 2 วิทยากรมากประสบการณ์ อย่างเอก-กฤชณัท อ่อนมั่ง ช่างภาพผู้คร่ำหวอดในวงการขายภาพออนไลน์ที่ทำรายได้จากการขายภาพออนไลน์ได้ถึงหลักแสนต่อเดือน มาร่วมถ่ายทอดความรู้ในหัวข้อ “เที่ยวยังไงให้ได้เงิน กับเทคนิคถ่ายภาพทำเงิน” และ โซอี้-ภญ. โสภา พิมพ์สิริพานิชย์ ผู้สร้างแบรนด์ผ้าพันคอ Zoe Scarf ให้ดังไกลไปถึงต่างประเทศภายในเวลาเพียงไม่ถึงหนึ่งปีและเป็น LINE@Certified Trainer คนแรกของประเทศไทย มาแบ่งปันเทคนิคในหัวข้อ“ขายของออนไลน์ยังไงให้เวิร์ก” เพื่อเผยวิธีและเทคนิคการสร้างรายได้เพิ่มบนโลกออนไลน์
ณ Glow Fish ชั้น 2 อาคารสาทรธานี 2

เอก-กฤชณัท อ่อนมั่ง กล่าวว่า “ภาพสวยๆหนึ่งภาพช่วยสร้างรายได้แบบไม่รู้จบให้เราได้ เพราะทุกวันนี้มีเว็บไซต์ที่ให้บริการขายภาพออนไลน์หรือที่เรียกว่าไมโครสต็อก (Microstock) มากมาย อาทิ http://www.shutterstock.com, http://www.istockphoto.com, http://www.fotolia.com, http://www.dreamstime.com และ http://www.depositphotos.com ซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่ทำหน้าที่เป็นตัวกลางระหว่างช่างภาพที่นำภาพมาลงขายกับลูกค้าที่ต้องการซื้อภาพ โดยข้อดีของการขายภาพออนไลน์คือ ไม่มีวันหมดอายุ สามารถขายได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพราะลูกค้ามีอยู่ทั่วโลก ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่มักจะเป็นบริษัทผลิตสื่อรูปแบบต่างๆ อาทิ สื่อโฆษณา สื่อสิ่งพิมพ์ หรือนักพัฒนาเว็บไซต์ โดยถ้าย้อนกลับไปเมื่อหลายปีก่อน หากบริษัทเหล่านี้ต้องการจะใช้รูปภาพประกอบในการทำงานก็มักจะจ้างช่างภาพ, นางแบบ, นายแบบ รวมถึงกราฟฟิกดีไซเนอร์เพื่อมาถ่ายภาพให้ได้ตามที่ต้องการ แต่เมื่อมีธุรกิจบริการขายภาพออนไลน์เกิดขึ้น บริษัทเหล่านี้จึงหันมาเลือกซื้อภาพจากคลังภาพออนไลน์มาใช้ เพราะสะดวกสบายกว่า ประหยัดทั้งเวลาและต้นทุนในการถ่ายทำอีกด้วย”

“สำหรับวิธีการเริ่มต้นขายภาพออนไลน์ สิ่งแรกที่เราจำเป็นต้องมีก็คือ กล้องถ่ายภาพ ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นกล้องราคาแพง อาจจะเริ่มต้นจากกล้องมือถือก่อนก็ได้ ต่อมาสิ่งที่เราต้องมีคือไอเดียในการถ่ายภาพ ต้องมีการวางแผน อย่างเวลาเราจะไปเที่ยวเราก็ต้องทำการบ้านก่อนว่า เราจะไปเที่ยวที่ไหนไปกับใคร ต้องนำอุปกรณ์ประกอบฉากอะไรไปเพิ่มเติมหรือไม่ โดยทำได้จากการไปหาภาพตัวอย่างในเว็บไซต์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นรูปวิว สถานที่ รูปกิจกรรมต่างๆ เช่น เราไปเที่ยวทะเลกับครอบครัวก็อาจจะถ่ายภาพครอบครัวเล่นทรายกันอยู่ริมทะเล สิ่งที่เราต้องเตรียมไปก็คือ อุปกรณ์เล่นทราย การจัดรายละเอียดเล็กๆน้อยๆเหล่านี้จะช่วยเสริมให้ภาพของเราสมบูรณ์ยิ่งขึ้น และอีกหนึ่งส่วนสุดท้ายที่สำคัญมาก คือการใส่คีย์เวิร์ดในการลงขายภาพ เพราะคีย์เวิร์ดที่ดีจะทำให้ลูกค้าสามารถค้นหาภาพของเราเจอได้ง่ายขึ้น เริ่มต้นง่ายๆเพียงแค่นี้เราก็อาจจะสามารถเปลี่ยนการท่องเที่ยวของเราเป็นรายได้กลับมาได้ด้วยครับ”

ทางด้านโซอี้-ภญ. โสภา พิมพ์สิริพานิชย์ กล่าวเสริมว่า “ประเทศไทยมีการใช้โซเชียลมีเดียเยอะเป็นอันดับต้นๆของโลก ทำให้หลายๆธุรกิจหันมาให้ความสนใจการทำธุรกิจผ่านโลกออนไลน์มากขึ้น หลายๆคนก็เริ่มมองหาอาชีพเสริมหรือต้องการมีธุรกิจเป็นของตนเองบนโลกออนไลน์ แต่ปัญหาที่คนเริ่มต้นธุรกิจมักเจอคือไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง ไม่รู้จะขายอะไรข้อแนะนำง่ายๆ เลยคือให้มองหาจากสิ่งที่เราชอบหรือสิ่งที่เราถนัด แต่สำหรับบางคนที่ยังตอบไม่ได้ว่าตนเองชอบหรือถนัดด้านไหน ให้ลองหาวิธีการหรือสินค้าที่ช่วยแก้ปัญหาของคน โดยเริ่มมองดูจากปัญหาที่เราพบเจอและหาวิธีการแก้ปัญหานั้นๆ     อีกหนึ่งปัญหาใหญ่ของคนเริ่มต้นธุรกิจเลยคือเรื่องเงินลงทุน สำหรับใครที่อยากเริ่มต้นจากเงินทุนน้อยให้เริ่มจากการขายของมือสองของเรา หรืออาจจะเริ่มด้วยการทำ Drop shift คือ การเป็นตัวแทนจำหน่ายแบบไม่ต้องสต็อกสินค้า พอเราเริ่มขายได้มีทุนเพิ่มขึ้นเราก็สามารถนำมาต่อยอดทำธุรกิจอื่นต่อได้อีก เข้าใจง่ายๆคือให้เริ่มต้นธุรกิจแบบคิดให้ใหญ่และเริ่มให้เล็กก่อน แล้วถ้าเรามีธุรกิจแล้วสิ่งต่อไปที่เราต้องทำคือการทำการตลาดผ่านโซเชียลมีเดียค่ะ”

“ภาพรวมของธุรกิจออนไลน์ ปัญหาแรกที่คนส่วนใหญ่มักจะเจอคือจะทำอย่างไรให้คนรู้จักเรา สิ่งที่สำคัญที่สุดที่เราต้องรู้ คือ เรื่องคีย์เวิร์ด เพราะการใช้คีย์เวิร์ดที่ดีทำให้คนหาเราเจอบนโลกออนไลน์ง่ายขึ้น เครื่องมือที่ใช้ได้ฟรีและดีมากๆที่อยากแนะนำ คือเครื่องมือที่ชื่อว่า Google Trends เราสามารถนำคำที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของเราไปหาในเว็บไซต์ Google Trends เพื่อดูว่าคำไหนคนเข้ามาค้นหากันเยอะ เราก็ควรนำคำเหล่านั้นมาใส่ไว้ในชื่อเพจรวมถึงข้อความต่างๆ เพื่อทำให้เวลาคนค้นหาคำเหล่านั้นจะพบหน้าเพจของเราปรากฏอยู่ด้วย ต่อมาสิ่งที่ควรทำต่อคือการซื้อโฆษณาผ่านเฟซบุ๊ก และสองคือการเลือกใช้บุคคลที่มีผู้ติดตามจำนวนมาก (Influencer) ช่วยรีวิว ซึ่งทั้งสองวิธีเป็นสิ่งที่เราต้องทำควบคู่กันไป เพราะผู้บริโภคส่วนใหญ่ไม่ได้ตัดสินใจซื้อตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็นโฆษณา แต่มักจะหาการรีวิวประกอบการตัดสินใจไปด้วย  ซึ่งในปัจจุบันการทำโฆษณาไม่ได้มีเพียงแค่บนเฟซบุ๊กช่องทางเดียว อีก 1 ช่องทางที่น่าสนใจและมาแรงในช่วงนี้ก็คงหนีไม่พ้นไลน์แอด (Line@) อย่างที่เราทราบกันดีว่าไลน์มีหลายเซอร์วิส เซอร์วิสหนึ่งของเขามีชื่อว่าแชท แบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ 1.ไลน์ส่วนตัว 2.ไลน์ออฟฟิเชียล และ 3.ไลน์แอด ซึ่งเป็นเครื่องมือที่เหมาะสำหรับกลุ่ม SME หรือกลุ่มธุรกิจออนไลน์เป็นอย่างมาก เพราะจะช่วยอำนวยความสะดวกในการกระจายข่าวสาร และเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้ครั้งละจำนวนมาก เพียงเท่านี้การสร้างรายได้บนโลกออนไลน์ของเราก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไปแล้วค่ะ”

สามารถติดตามข้อมูลเกี่ยวกับเทคนิคดี ๆ เกี่ยวกับการบริหารเงิน และกิจกรรมที่น่าสนใจที่จะช่วยให้คุณสร้างรายได้เสริม และบริหารการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งจะจัดอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี จากโครงการ “ฉลาดคิด ฉลาดใช้” โดยกรุงศรี คอนซูมเมอร์ ได้ทาง facebook: ฉลาดคิด ฉลาดใช้ หรือ facebook group: ชมรมคนมีตังค์

แนวหน้าวาไรตี้ สัมภาษณ์พิเศษ : นาวาโทหญิง ชูจิต จิตต์แก้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/363146

แนวหน้าวาไรตี้ สัมภาษณ์พิเศษ : นาวาโทหญิง ชูจิต จิตต์แก้ว

แนวหน้าวาไรตี้ สัมภาษณ์พิเศษ : นาวาโทหญิง ชูจิต จิตต์แก้ว

วันจันทร์ ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2561, 12.57 น.

JASMIN ฉลองสาขาใหม่ พร้อมเผยคอลเลคชั่นพิเศษ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/363027

JASMIN ฉลองสาขาใหม่ พร้อมเผยคอลเลคชั่นพิเศษ

JASMIN ฉลองสาขาใหม่ พร้อมเผยคอลเลคชั่นพิเศษ

วันจันทร์ ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

JASMIN (จัสมิน) แบรนด์เครื่องประดับ ผลงานการผลิตและออกแบบโดยฝีมือคนไทย ภายใต้การดูแลของ ภาณุวัฒน์ ทรัพย์มณีอนันต์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท จัสมิน จิวเวลรี่ กรุ๊ป จำกัด เปิดช็อปJASMIN สาขาใหม่ ณ โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นสาขาลำดับที่ 3 พร้อมแนะนำคอลเลคชั่นThe Beginning Collection แบบเอ็กซ์คลูซีฟ เมื่อเร็วๆ นี้

ภายในงานได้รับเกียรติจาก ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย, ดร.จรัลธาดา กรรณสูต, ท่านผู้หญิงพรรณวดี จุฑารัตนกุล, พิยดา จุฑารัตนกุล, ชนัดดา จิราธิวัฒน์, กลอเรีย มหาดำรงค์กุล, ชมพูนุท ลี้อิสระนุกูล, นิศารัตน์ พิทย์ศิริ, ลีลานุช กมลวิศิษฎ์, เพ็ญจันทร์ กมลวิศิษฎ์ และ มนิดา เปล่งศรีสุข มาร่วมแสดงความยินดี พร้อมชมบรรยากาศภายในร้าน JASMIN และคอลเลคชั่นใหม่กันอย่างคับคั่ง

 

ผู้บุกเบิกแบรนด์จัสมิน ชัยเวทย์ ทรัพย์มณีอนันต์ และ สุรนาถ ฉัตรนิรมล

ภาณุวัฒน์ ทรัพย์มณีอนันต์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท จัสมิน จิวเวลรี่ กรุ๊ป จำกัด เผยว่า “ปัจจุบัน JASMIN ดำเนินกิจการมานานกว่า 40 ปี ซึ่งที่ผ่านมา มีกลุ่มลูกค้าผู้น่ารักคอยสนับสนุนและให้ความไว้วางใจต่อแบรนด์เรามาโดยตลอด เมื่อผมและน้องๆ อีก 3 คน ในฐานะรุ่นใหม่ตัดสินใจเข้ามาช่วยดูแลธุรกิจครอบครัวร่วมกัน จึงได้ช่วยกันเสนอไอเดียและวางแผนการทำงาน เพื่อขยายฐานลูกค้าและทำให้เครื่องประดับเพชรพลอยกลายเป็นเรื่องที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้น โดยได้มีการปรับภาพลักษณ์แบรนด์ สร้างคาแร็กเตอร์ใหม่แทนภาพจำเดิมที่หลายคนมักจะนึกถึงดีไซน์ที่มีความฟู่ฟ่า ระยิบระยับ อลังการ ให้มีความเรียบง่าย ทันสมัย และสามารถแมทช์กับการแต่งตัวในชีวิตประจำวันได้ง่ายและสนุกมากขึ้น ที่สำคัญเรายังคงเน้นการบริการและการให้คำปรึกษาที่จริงใจแก่ลูกค้า เพื่อให้ลูกค้าได้ออกจากร้านไปพร้อมรอยยิ้มและความสุข”

 

ถิรวุฒิ – ภาณุวัฒน์ – โสภาพรรณ และ สิทธิชัย ทรัพย์มณีอนันต์

เพื่อเป็นการฉลองในโอกาสเปิดร้าน JASMIN สาขาใหม่ ณ โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพฯ JASMIN ยังได้เปิดตัว คอลเลคชั่น The Beginning Collection แบบเอ็กซ์คลูซีฟให้ได้ชมพร้อมกันครั้งแรก โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากการเต้นรำเปิดฟลอร์ โดยเราดึงความพลิ้วไหวของท่วงท่า การเคลื่อนไหวขณะเต้นรำอย่างอิสระไปตามอารมณ์และเสียงดนตรี มาออกแบบเป็นเลเยอร์ไล่เป็นชั้นๆ ทับซ้อนกันออกมาอย่างประณีต ซึ่งคอลเลคชั่นนี้ได้เลือกเพชรเป็นวัตถุดิบหลักและมีเพชรสีเหลืองเสริมเข้ามา รวมถึงพลอยมรกตที่เข้ามาช่วยเติมสีสันของเครื่องประดับสุดพิเศษซึ่งจะประกอบด้วย แหวน ต่างหู สร้อยคอ และสร้อยข้อมือ ทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ ให้สาวๆ ได้เลือกสรรอย่างหลากหลายและเหมาะสมไปตามการใช้งาน โดยผลงานคอลเลคชั่นล่าสุดนี้ใช้เวลาเตรียมงานและรังสรรค์กว่า 1 ปี ซึ่งการเปิดตัวคอลเลคชั่นใหม่พร้อมกับเปิดสาขาใหม่นี้ ถือว่าเป็นสัญลักษณ์ของการเริ่มต้นช่วงเวลาแห่งความสุขอย่างพร้อมเพรียงกัน และจะวางจำหน่ายแค่เพียงสาขาโรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพฯ เท่านั้น

ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย เลือกเครื่องประดับ

 

ท่านผู้หญิงพรรณวดี จุฑารัตนกุล และ พิยดา จุฑารัตนกุล

The Beginning Collection

คนดังคอกาแฟดื่มดํ่า 5 รสชาติใหม่ Nespresso Master Origin คัดสรรจากต้นกำเนิดทั่วโลกโดยแท้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/363032

คนดังคอกาแฟดื่มดํ่า 5 รสชาติใหม่  Nespresso Master Origin  คัดสรรจากต้นกำเนิดทั่วโลกโดยแท้

คนดังคอกาแฟดื่มดํ่า 5 รสชาติใหม่ Nespresso Master Origin คัดสรรจากต้นกำเนิดทั่วโลกโดยแท้

วันจันทร์ ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

หอมกรุ่นกลิ่นกาแฟ ชวนให้รู้สึกตื่นตัวและกระปรี้กระเปร่าต้อนรับเช้าวันใหม่ เมื่อ Nespresso (เนสเพรสโซ) นำโดย ซามูเอล แดมเบรวิลล์ ผู้อำนวยการบริหารธุรกิจผลิตภัณฑ์เนสเพรสโซประเทศไทย จัดงาน Nespresso Back to the Origin ชวนบรรดาคนดังคอกาแฟ มาร่วมเปิดประสบการณ์การเดินทางแห่งการเสาะหาแหล่งกาแฟที่มีคุณภาพและลิ้มลองกาแฟ Master Origin 5 รสชาติใหม่อันเป็นเอกลักษณ์จาก 5 แหล่งต้นกำเนิดกาแฟ ที่มีรสและกลิ่นที่หอมโดดเด่นไปตามแต่ละพื้นที่ พร้อมยกขบวนรสชาติกาแฟใหม่มาให้ได้ดื่มด่ำพร้อมกันครั้งแรก ณ Warehouse 30ย่านเจริญกรุง

บรรยากาศจำลองการเดินทางคัดสรรกาแฟมาสเตอร์ออริจิน 5 รสชาติใหม่ครั้งนี้ ได้ บอย-สาธิต กลิ่นสาโรจน์ Coffee Specialist จากเนสเพรสโซมาเล่าเรื่องราวของต้นกำเนิดและกระบวนการแปรรูปของกาแฟที่แตกต่างกันของแต่ละท้องถิ่น ไล่เลียงมาตั้งแต่ Master Origin Indonesia (มาสเตอร์ออริจินอินโดนีเซีย) ให้รสชาติเข้มข้นและมีกลิ่นหอมของไม้ที่อบอวลยามลิ้มรส, Master Origin Ethiopia (มาสเตอร์ออริจินเอธิโอเปีย) ให้กลิ่นหอมของดอกไม้และให้รสชาติเบา สดชื่น, Master Origin India (มาสเตอร์ออริจินอินเดีย) ให้รสชาติเข้มข้นแต่มีความเผ็ดร้อนละมุน, Master Origin Colombia (มาสเตอร์ออริจินโคลอมเบีย) ให้รสชาติและกลิ่นหอมของผลไม้มีชีวิตชีวา และ Master Origin Nicaragua (มาสเตอร์ออริจินนิการากัว) ให้รสชาติที่หวานนุ่มละมุน พร้อมการนำเสนอร่วมกับมัลติมีเดียที่เปลี่ยนบรรยากาศไปตามแต่ละต้นกำเนิดกาแฟที่ให้ความรู้สึกราวกับได้เดินทางไปเปิดประสบการณ์ยังสถานที่จริง

เซเลบริตี้สาวคอกาแฟ แพม-สิตามนินท์ สุสมาวัฒนะกุล เผยว่า “ปกติเป็นคนดื่มกาแฟในช่วงที่ต้องการเพิ่มความแอ๊กทีฟ หรือทำอะไรได้หลายอย่างในหนึ่งวัน โดยส่วนตัวจะชอบกาแฟรสชาติเข้มๆไม่หวานมากและไม่ออกเปรี้ยว เพราะส่วนใหญ่ถ้ามีเวลาว่างแพมชอบเดินทางไปดูสิ่งใหม่ๆ ไปเจอผู้คนไปดูวิถีชีวิตในหลายๆ ที่ ซึ่งทำให้ได้เปิดมุมมองใหม่ๆ ที่ไม่เคยสัมผัส บางทีก็มีโอกาสได้ลิ้มลองกาแฟในแต่ล่ะที่ที่ไปเยือน ซึ่งก็เป็นอีกความรู้หนึ่งที่ทำให้เชื่อว่าในโลกนี้มีกาแฟหลากหลายรสชาติจริงๆ ค่ะ”

ถัดมาที่ สัว-ศุภชัย กาญจนศักดิ์ชัย เผยตามสไตล์คนรักกาแฟว่า “ผมดื่มกาแฟทุกเช้าเลยครับ ส่วนใหญ่จะดื่มเป็นลาเต้ หรือไม่ก็เป็นเอสเปรสโซใส่นมสัก 3 ช็อต และไม่ต้องหวานมาก ในหนึ่งวันจะมีเพียงเท่านี้ คือใช้เวลากับกาแฟในช่วงเช้าเท่านั้น ส่วนตัวชอบเบลนกาแฟที่เข้ม มีกลิ่นของไหม้นิดๆ ที่มาตัดกับนมแล้วเข้ากันมากๆ รู้สึกนุ่มเมื่อทานร้อน ซึ่งส่วนใหญ่มักมีแหล่งผลิตในอินโดนีเซีย ถ้าใครชอบทานเข้มๆ กลิ่นไม้ไหม้นิดๆแนะนำรสชาตินี้เลยครับ

ตามมาด้วยผู้บริหารหนุ่มอย่าง พอล สิริสันต์ เผยว่า “ผมชอบดื่มกาแฟมาก และมีไลฟ์สไตล์การดื่มของตัวเองที่ชัดเจน อย่างวันธรรมดาจะเน้นกาแฟรสเข้มดื่มเป็นช็อต ส่วนวันเสาร์-อาทิตย์จะเบาๆ หน่อย เป็นกาแฟที่มีรสชาติเปรี้ยวๆ ออกผลไม้นิดๆ ไม่เข้มมาก ให้รู้สึกสดชื่นสบายๆ อย่างวันนี้พอได้ลองสัมผัสรสชาติใหม่ ก็ชอบรสชาติจากประเทศโคลอมเบีย เพราะมีความหวานแบบฟรุตตี้ สามารถดื่มได้ทั้งร้อนหรือเย็น ซึ่งพอมาสัมผัสและลิ้มลองรสชาติใหม่ที่นำมาจากแหล่งกำเนิดกาแฟที่แตกต่างกันนี้ ทำให้ได้รู้จักและเข้าใจความซับซ้อนของรสชาติกาแฟมากขึ้นว่าทำไมแต่ละที่ถึงให้รสชาติที่แตกต่างกัน ผมว่ามันคือศาสตร์อย่างหนึ่งก็ว่าได้”

ปิดท้ายกันด้วยคู่รัก เปิ้ล-จริยดี และ เจ สเปนเซอร์ กล่าวสรุปอย่างอารมณ์ดีว่า “เป็นคู่ที่ชอบดื่มกาแฟมาก และไลฟ์สไตล์การดื่มกาแฟก็คล้ายกัน คือเปิ้ลดื่มวันละ 2 แก้ว ตอนเช้าและตอนบ่ายหลังทานเที่ยง ส่วนคุณเจจะดื่ม 2-3 แก้วในตอนเช้าและไม่ดื่มหลังเที่ยง เพราะกลัวนอนไม่หลับ เราสองคนมองว่าปัจจุบันกาแฟมีบทบาทในชีวิตประจำวันของคนไทยมากขึ้น และคนไทยก็มีความชอบในเรื่องรสชาติของกาแฟที่แตกต่างกัน ยิ่งตอนนี้กาแฟสดรสชาติดี สามารถทำเองได้ง่ายๆ ที่บ้าน ทำให้คนไทยได้ลิ้มลองรสชาติกาแฟที่หลากหลายขึ้น ซึ่งเราทั้งคู่มองว่ามันเป็นวัฒนธรรมทางสังคมก็ว่าได้ เพราะไม่ว่าคุณจะเดินทางไปไหนในโลก ก็สามารถหากาแฟดื่มได้เกือบทุกที่เช่นกัน”

คุณสามารถดื่มด่ำกับกาแฟพิเศษจากแต่ละท้องถิ่นได้ในรูปแบบของเอสเปรสโซ (40 มล.) หรือแบบลุงโก้ (110 มล.) และกาแฟจากท้องถิ่นเหล่านี้จะเป็นผลิตภัณฑ์ของเนสเพรสโซทั่วโลกอย่างถาวร ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป หรือสามารถสั่งซื้อผลิตภัณฑ์ของ Nespresso ได้ที่ Nespresso boutique, ศูนย์การค้าสยามพารากอน ชั้น 1, Nespresso Pop-Up Boutique, Emquartier Helix Quartier ชั้น G, Nespresso Central Embassy ชั้น 2, เว็บไซต์ http://www.nespresso.com หรือแอพพลิเคชั่นมือถือ Nespresso และสามารถติดตามข่าวสารรวมทั้งกิจกรรมของ Nespresso ได้ที่ Facebook.com/Nespresso.thailand, Instagram: @Nespresso.th หรือ LINE@: @NespressoTh

ซามูเอล แดมเบรวิลล์ และ เจ-จริยดี สเปนเซอร์

ซามูเอล แดมเบรวิลล์ และ เจ-จริยดี สเปนเซอร์
สัว-ศุภชัย กาญจนศักดิ์ชัย

สัว-ศุภชัย กาญจนศักดิ์ชัย
พอล สิริสันต์

พอล สิริสันต์
แพม-สิตามนินท์ สุสมาวัฒนะกุล

แพม-สิตามนินท์ สุสมาวัฒนะกุล

วันศิษย์เกียรติยศวัฒนาวิทยาลัย Wattana Pride & Prime 2018

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/362989

วันศิษย์เกียรติยศวัฒนาวิทยาลัย Wattana Pride & Prime 2018

วันศิษย์เกียรติยศวัฒนาวิทยาลัย Wattana Pride & Prime 2018

วันจันทร์ ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

กว่า 50 ปี สมาคมศิษย์วังหลัง-วัฒนา จัดงาน “วันศิษย์เกียรติยศ” (Wattana Pride&Prime2018) เป็นงานประจำปีของโรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย เดิมที่ได้จัดรวมกับงานศิษย์อาวุโส ที่ได้เชิญรุ่นพี่ผู้มีอายุครบ 7 รอบ 6 รอบ และ 5 รอบ เพื่อรดน้ำขอพรพร้อมกับเลี้ยงแสดงความยินดีที่รุ่นพี่ได้รับเกียรติยศได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์และรางวัลระดับชาติ ในปัจจุบันสมาคมศิษย์วังหลัง-วัฒนา ได้แยกงานศิษย์เกียรติยศเพื่อให้ความสำคัญเชิดชูศิษย์วัฒนาวิทยาลัยที่ทำคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติ จนนำชื่อเสียงกลับสู่โรงเรียน รวมถึงการยกย่องความสามารถศิษย์วัฒนาระดับอุดมศึกษาที่ได้รับรางวัลเกียรตินิยม และศิษย์วัฒนารุ่นน้องๆ ที่ได้คะแนน Onet เต็มร้อยคะแนน โดยภายในงานนี้มีแขกผู้มีเกียรติมาร่วมแสดงความยินดีมากมาย อาทิ อ.วันดี คันธวงศ์,อ.พรรณมหา วุฒิวโรภาส, คุณหญิงชฎา วัฒนศิริธรรม,ดร.ศุลีมาศ สุทธิสัมพัทน์, พญ.ปิยรัตน์ นิวาตวงศ์,ลานทิพย์ ทวาทศิน และ ดร.ผุสดี ตามไท โดยมี ชลลกา เก่งระดมยิง นายกสมาคมศิษย์วังหลัง-วัฒนา พร้อมด้วย ลิสา นะวงศ์ ประธานจัดงานต้อนรับด้วยความอบอุ่น ณ อาคารเอ็ดน่าโคลอนุสรณ์ โรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย เมื่อวันเสาร์ที่1 กันยายน ที่ผ่านมา

และเป็นประจำทุกปีบรรยากาศภายในงานมีเพื่อนร่วมรุ่น รุ่นพี่-รุ่นน้อง และผู้ปกครองของผู้ที่ได้รับคัดเลือกว่าเป็นศิษย์เกียรติยศมาแสดงความยินดีเต็มห้องประชุมอาคารเอ็ดน่าโคล สำหรับปี 2561 มีศิษย์เกียรติยศ ที่สมาคมฯ เชิดชูเกียรติ 5 ท่าน ได้แก่ ศ.เกียรติคุณ พญ.ภัทรพร อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้ได้รับรางวัล (World Federation of Hemophilia) WFH International Life Time Achievement Award ซึ่งเป็นรางวัลเกียรติยศในการอุทิศตนทำงานช่วยเหลือผู้ป่วยฮีโมฟีเลียมาตลอดชีวิต, ศ.เกียรติคุณ ดร.มัทนี(โมชดารา) รัตนิน ศิลปินแห่งชาติประจำปี 2561,ศ.ดร.พรสรรค์ วัฒนางกูร ผู้ได้รับเลือกเป็นราชบัณฑิต, ศ.สพ.ญ.ดร.ชลลดา บูรณกาล ผู้ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก และ รศ.สุภาภรณ์ เต็งไตรสรณ์ ผู้ได้รับรางวัลนวัตกรรมยอดเยี่ยม งานประกวดนวัตกรรมซอฟท์แวร์รางวัลระดับนานาชาติ ประจำปี 2560 ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

ในงานนี้นับเป็นปีแรกที่ทางสมาคมฯได้ลงมติให้จัดตั้งรางวัลมิสโคล ซึ่งเป็นรางวัลสำหรับผู้ทำงานโดยไม่หวังผลตอบแทนใดๆ ดังปณิธานของมิสเอ็ดน่า เซระ โคลผู้ก่อตั้งโรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย ขยับขยายกิจการโรงเรียนจนมีชื่อเสียงในสมัยนั้น หรืออีกนัยหนึ่งคือเป็นผู้ปิดทองหลังพระ ตามรอยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 โดยผู้ได้รับรางวัลในปีแรก ปีนี้ได้แก่ ศรีสมร จิรกิติ ผู้ก่อตั้งบ้านสุทธาวาส เฉลิมพระเกียรติ ซึ่งเป็นที่สงเคราะห์ผู้สูงอายุโดยไม่คิดค่าบริการใดๆ นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญแก่ผู้สูงอายุในการจัดชมรม จัดงานสัมมนา มีส่วนร่วมในโรงเรียนผู้สูงอายุ อีกด้วย

บี มาย เกสท์ : สุปภาดา ภูรีพงศ์ สาวเก่งนักบริหารเวลา เพื่องานที่รัก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/363040

บี มาย เกสท์ : สุปภาดา ภูรีพงศ์  สาวเก่งนักบริหารเวลา เพื่องานที่รัก

บี มาย เกสท์ : สุปภาดา ภูรีพงศ์ สาวเก่งนักบริหารเวลา เพื่องานที่รัก

วันจันทร์ ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

คนเรามีเวลา 24 ชั่วโมงเท่ากัน ขึ้นอยู่กับว่าใครจะใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ได้มากกว่ากัน บี มาย เกสท์ วันนี้เรามีตัวอย่างของผู้หญิงเก่งรุ่นใหม่ สายไหม-สุปภาดา ภูรีพงศ์ เธอมีความสามารถในการบริหารเวลา เพื่อทำในสิ่งที่รักในหลายบทบาทหน้าที่ ที่แตกต่างกันได้อย่างลงตัว

หากใครเป็นแฟนพันธุ์แท้นางงามอาจจะคุ้นหน้าคุ้นตาเธอคนนี้อยู่บ้าง เพราะเธอคือ รองอันดับสอง นางสาวไทย ประจำปี 2559 นั่นเอง นอกจากการเป็นนางงาม นางแบบโฆษณา นักธุรกิจและอาจารย์ ที่มีตำแหน่งทางวิชาการ “ผู้ช่วยศาสตราจารย์” แล้ว เธอยังเป็นผู้บริหารการศึกษา ดำรงตำแหน่งรองอธิการบดี มหาวิทยาลัยพิษณุโลก ซึ่งเป็นธุรกิจการศึกษาของครอบครัวที่ดำเนินกิจการมานานกว่า 40 ปีแล้ว

“เริ่มจากคุณตาก่อตั้งโรงเรียนพาณิชย์ที่เปิดสอนระดับปวช.–ปวส. และยกระดับวิทยฐานะมาเป็นวิทยาลัย และมหาวิทยาลัย ปัจจุบัน ไหม เป็นอาจารย์สอนด้านการตลาดในระดับปริญญาตรีและโท ตอนที่มาสอนใหม่ๆ ก็กังวลเหมือนกัน กลัวว่าจะทำได้ไม่ดี เพราะใครๆ ก็บอกว่าไหมหน้าเด็ก แล้วนักศึกษาที่มาเรียนปริญญาตรี อายุห่างกันไม่มาก แต่พอเป็นปริญญาโท ก็จะอาวุโสกว่าเรามาก ก็ต้องปรับบุคลิกให้มีความน่าเชื่อถือ สไตล์ การสอนของไหมไม่ใช่อาจารย์ที่ดุหรือสอนตามตำรา แต่เป็นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เน้นการวิเคราะห์ร่วมกัน ทำให้ผู้สอนและผู้เรียนเชื่อมกันได้ และนักศึกษาก็ให้เกียรติในฐานะอาจารย์ผู้สอนก็เลยเป็นงานที่ทำแล้วสนุก ไม่เบื่อ เพราะพอหมดภาคการศึกษา เราก็จะได้เจอนักศึกษาใหม่ๆ ก็จะได้ประสบการณ์ใหม่ๆ ตามไปด้วย”

 

มาถึงบทบาทล่าสุดกับการเป็นเจ้าของธุรกิจนำเข้านาฬิกาสั่งทำ (Customize Watch) แบรนด์ UNDONE ซึ่งเป็นแบรนด์น้องใหม่ที่กำลังมาแรงในหมู่คนรักนาฬิกาและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

“ไหม รู้จักนาฬิกาแบรนด์นี้ตอนไปทำงานถ่ายแบบโฆษณาที่ฮ่องกง ได้มีโอกาสรู้จักกับ คุณไมเคิล ยัง (Michael Young) ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้ง พอได้คุยแล้วชอบในคอนเซ็ปต์ของแบรนด์ UNDONE ที่ว่า ความหรูหรา คือสิ่งที่ถูกออกแบบมาเป็นพิเศษ ที่แสดงถึงบุคลิกหรือไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้งาน ไม่ใช่สิ่งสำเร็จที่ออกแบบมาเหมือนๆ กันที่คุณสามารถพบได้ทั่วไป UNDONE จึงเป็นนาฬิกาที่ลูกค้าสามารถเลือกวัสดุองค์ประกอบต่างๆ ของนาฬิกาได้ด้วยตัวเอง ทั้งตัวเรือน กรอบหน้าปัด สายนาฬิกา เข็มบอกเวลา ที่สามารถสร้างสรรค์นาฬิกาในแบบของคุณเองได้กว่า 2 ล้านเรือน และยังสามารถเลือกได้ว่าฝาหลังแกะสลัก ใช้กระจกโชว์ระบบการทำงาน หรือจะสลักรูปภาพ ลายเซ็น โลโก้ก็ได้ และทุกขั้นตอนเป็นการประกอบด้วยมือ จึงทำให้เป็นนาฬิกาที่มีเพียงหนึ่งเดียวในโลก

UNDONE เปิดตัวครั้งแรกเมื่อปีค.ศ. 2014 ที่ นิวยอร์กในปีแรกแทบไม่มีใครรู้จัก ซึ่งคุณไมเคิลเองก็แทบถอดใจ แต่เขาได้
นำรุ่น Urban ไปร่วมโครงการ Crowd Funding กับ www.kickstarter.com ซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่เปิดโอกาสให้ธุรกิจสตาร์อัพได้มีโอกาสระดมทุนในการทำธุรกิจ ซึ่งเขาก็ประสบความสำเร็จมียอดขาย 1,500 เรือนภายในระยะเวลา 30 วัน ทำให้เขายังดำเนินธุรกิจมาถึงปัจจุบันมีสาขาที่นิวยอร์ก ฮ่องกง ญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ รัสเซีย และประเทศไทย เป็นประเทศล่าสุด ซึ่งไหมคิดว่าด้วยคอนเซ็ปต์ของแบรนด์ ก็น่าจะเป็นที่ถูกใจของคนไทย ที่ชอบความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว หรือต้องการของขวัญชิ้นพิเศษเพื่อคนพิเศษ ซึ่งตอนนี้นาฬิกาทุกเรือนจะผลิตที่ฮ่องกงและเน้นที่การตลาดออนไลน์เป็นหลัก”

ในฐานะทายาทธุรกิจมหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดังของจังหวัดพิษณุโลก ที่กล้าโดดมาทำธุรกิจส่วนตัว สายไหม ให้เหตุผลว่า

“ไหมเป็นคนอยู่นิ่งไม่ได้ ชอบหาความท้าทายให้กับตัวเอง การมีธุรกิจครอบครัวให้ทำก็เป็นความโชคดีอย่างหนึ่ง คือเรามีแบ๊กอัพ ไม่ได้บริหารคนเดียว มันมีกรอบ มีเซฟโซนที่ทำให้เราไม่ต้องแบกความรับผิดชอบคนเดียว แต่ในขณะเดียวกันมันก็เป็นข้อจำกัดที่ทำให้เราไม่สามารถทำอะไรได้อย่างที่เราอยากทำ แต่การทำธุรกิจส่วนตัวทำให้ไหมได้ใช้ความรู้ที่ร่ำเรียนมา เพราะเราต้องแบกความรับผิดชอบในทุกๆขั้นตอน การตลาด การโฆษณา การขาย ต้องคิดทุกอย่างให้รอบคอบก่อนตัดสินใจ ซึ่งไหมยังไม่สามารถพูดได้ว่าเราเป็นคนเก่งแต่การที่ได้ทำด้วยมือของเราเอง ทำให้เราได้เรียนรู้ ได้ประสบการณ์ในการแก้ไขปัญหา และเป็นประสบการณ์ที่สามารถนำไปใช้ในการสอนหนังสือได้ด้วย

 

นับว่าเป็นผู้หญิงรุ่นใหม่ที่ทำอะไรได้หลายด้านพร้อมๆ กัน การบริหารจัดการเวลาจึงเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่ง สายไหม บอกว่า เธอใช้หลัก 30 : 30 : 40

“30 แรกคืองานที่มหาวิทยาลัย ซึ่งการสอนจะมีตารางเวลาที่แน่นอนอยู่แล้ว อีก 30 คือ งานถ่ายโฆษณา ไหมจะดูว่าถ้างานนั้นไม่ตรงกับเวลางานที่มหาวิทยาลัย ก็จะรับ แต่ถ้างานชนกับเวลามหาวิทยาลัย ก็แน่นอนว่าต้องเลือกงานของครอบครัวก่อน อย่างที่บอกไปแล้วว่างานบริหาร ไหมไม่ได้ทำคนเดียว มันก็ค่อนข้างจะตายตัว ตอนนี้ไหมจึงทุ่มเทให้กับแบรนด์UNDONE มากเป็นพิเศษ ในการที่จะทำให้คนไทยรู้จักแบรนด์ของเรา ซึ่งไหมตั้งเป้าว่าขายให้ได้อย่างน้อยวันละ 1 เรือน ถือว่าประสบความสำเร็จในก้าวแรก ตอนนี้ตัวไหมเองก็กำลังเรียนปริญญาเอก DBA, Doctorate of Business Administration Liverpool Johnmoores University ประเทศอังกฤษ เหลือแค่สอบเล่มวิทยานิพนธ์ ก็จะจบแล้ว น่าจะมีเวลาเพิ่มขึ้น หากแบรนด์ UNDONE ไปได้สวย ไหมก็มีแผนที่จะเปิดส่วนผลิตที่เมืองไทยเลย เพื่อลดเวลาการจัดส่ง ทำให้ลูกค้าที่สั่งซื้อได้รับสินค้าเร็วขึ้น รวมถึงการเปิดหน้าร้านอีกด้วย”

ทั้งสวย ทั้งเก่ง สมควรกับเป็นสาวรุ่นใหม่ยุค 4.0 และสำหรับใครที่อยากมีนาฬิกาเรือนพิเศษเป็นของตัวเอง หรือมอบให้คนพิเศษในโอกาสพิเศษ ก็ลองเข้าไปดีไซน์นาฬิกาUNDONE ของตัวเองได้ที่ www.undone.com