อิ๊กซี่ (ICSI) รักษาผู้มีบุตรยาก ตอบโจทย์คู่สมรสยุคใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/363021

อิ๊กซี่ (ICSI) รักษาผู้มีบุตรยาก ตอบโจทย์คู่สมรสยุคใหม่

อิ๊กซี่ (ICSI) รักษาผู้มีบุตรยาก ตอบโจทย์คู่สมรสยุคใหม่

วันจันทร์ ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เรื่องการมีบุตรยาก เป็นปัญหาที่หนักอกหนักใจสำหรับคู่สมรสหลายๆ คู่แต่ปัจจุบันวิทยาศาสตร์การแพทย์เจริญก้าวหน้าไปมาก ทำให้ปัญหานี้มีทางออก หนึ่งในนั้นคือ การทำอิ๊กซี่ (ICSI) หรือ Intracytoplasmic Sperm Injection ที่กำลังได้รับความนิยมมาก

แพทย์หญิงปรวัน ตั้งธรรม หรือ หมอมิ้งค์ สูติ-นรีแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยาและเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ ปัจจุบันประจำอยู่ที่ เจเนซีสเฟอร์ทิลีตี เซ็นเตอร์ (Genesis Fertility Center: GFC) ศูนย์รักษาผู้มีบุตรยากแบบครบวงจร เผยถึงสาเหตุของผู้มีบุตรยาก ว่าหลักๆ แบ่งเป็น 2 ฝ่ายคือ สาเหตุจากทางฝ่ายหญิง เช่น มีความผิดปกติของรังไข่ ซึ่งมีหลายกลุ่มโรค เช่น ช็อกโกแลตซีสต์ พอมีซีสต์ที่รังไข่ก็ทำให้กระบวนการไข่ตกยากขึ้น หรือคนที่มีภาวะไข่ไม่ตกเรื้อรัง โรคถุงน้ำรังไข่ นอกจากนั้นอาจมีความผิดปกติของมดลูก เช่น มีเนื้องอกมดลูกที่จะรบกวนการฝังตัวของตัวอ่อน และกลุ่มฮอร์โมนผิดปกติ ที่สำคัญคือ อายุของฝ่ายหญิง ที่จะมีผลต่อคุณภาพของไข่ ยิ่งอายุมากขึ้นคุณภาพของไข่ก็จะยิ่งลดลง ส่วนสาเหตุของฝ่ายชาย หลักๆ เลย คือเรื่องน้ำเชื้อ ถ้าน้ำเชื้อมีจำนวนตัวอสุจิน้อย เคลื่อนไหวไม่ดีหรือรูปร่างผิดปกติ จะทำให้มีลูกยาก หรือบางคนก็รุนแรงถึงขั้นเป็นหมัน คือมีน้ำเชื้อออกมาแต่ไม่มีตัวอสุจิเลย บางคู่เจอสาเหตุของทั้งฝ่ายหญิงและฝ่ายชาย

“จำนวนของผู้มีบุตรยาก เท่าที่ทำการศึกษามามีประมาณ 10-15% ของประชากรไทยที่เข้ามาปรึกษาเกี่ยวกับเรื่องมีบุตรยาก ซึ่งยังมีในส่วนของผู้มีบุตรยากแต่ไม่ได้เข้ามาปรึกษาอีก จึงไม่ทราบจำนวนที่แน่นอน แต่ถือว่าเป็นจำนวนที่สูงและมีแนวโน้มที่จะสูงขึ้นเรื่อยๆ ตามหลักการแล้วคู่สมรสที่แต่งงานกันแล้วหนึ่งปีและมีเพศสัมพันธ์สม่ำเสมอ โดยที่ไม่ได้คุมกำเนิดใดๆ ยังไม่สามารถมีบุตรได้ ถือว่าเป็นผู้มีภาวะมีบุตรยาก

คู่แต่งงานบางคู่อาจรู้เองได้ แต่ก็มีบางคู่ที่อยากจะเช็คก่อนว่าเรามีปัญหาอะไรไหม ก็จะมีการตรวจเบื้องต้นก่อนทั้ง
สองฝ่าย เช่น ของผู้หญิงตรวจอัลตร้าซาวนด์ ประเมินมดลูกและรังไข่ บางรายอาจฉีดสีดูท่อนำไข่ว่าท่อรังไข่ตันหรือไม่ บางรายอาจเจาะเลือดดูฮอร์โมนการทำงานของรังไข่ สำหรับฝ่ายชายจะส่งตรวจน้ำเชื้อ บางคู่แต่งงานยังไม่ถึงหนึ่งปีแต่อยากมีลูกเลยมาเช็คก่อน ก็อาจจะเจอปัญหา ซึ่งถ้าเจอปัญหาเร็ว ก็สามารถแก้ไขได้เร็ว โดยทั่วไปแล้วผู้หญิงอายุ 35 ปี จะเป็นขาลงของภาวะการเจริญพันธุ์ ถึงแม้ว่าผู้ชายไม่ได้มีตัวเลขที่ชัดเจน แต่ถ้าอายุมากถึง 50-60 ปี น้ำเชื้ออาจด้อยคุณภาพลง”

แพทย์หญิงปรวัน กล่าวอีกว่า ปัจจุบันวิวัฒนาการในประเทศไทยเราเรื่องรักษาการมีบุตรยาก อยู่ในระดับชั้นนำเรียกว่ามีครบทุกอย่างที่วิวัฒนาการในโลกนี้จะมี ตั้งแต่เรื่องการรักษาเบื้องต้นเช่น ฉีดน้ำเชื้อเข้าสู่โพรงมดลูก (IUI) การทำเด็กหลอดแก้ว IVF หรือ ICSI บ้านเรามีเครื่องมือครบทุกอย่าง ที่เพิ่มเติมจากการทำเด็กหลอดแก้ว ก็คือการตรวจโครโมโซมหรือพันธุกรรมตัวอ่อน เพื่อที่จะเพิ่มโอกาสการฝังตัวของตัวอ่อน ลดโอกาสการแท้ง และเมื่อตั้งครรภ์แล้ว โอกาสที่จะได้ลูกที่มีความปกติสูงกว่าไม่ได้ตรวจ เช่น กลุ่มอาการดาวน์ เป็นต้น ถ้าเราเลือกตัวอ่อนที่ปกติย้ายเข้าไปในมดลูกได้ โอกาสท้องก็จะสูงขึ้น ซึ่งปัจจุบันวิวัฒนาการนี้เข้ามามีบทบาทเยอะขึ้น เพราะผู้มีบุตรยากเวลาจะท้องเขาก็อยากได้บุตรที่มีความสมบูรณ์ นอกจากนี้ ยังมีในกลุ่มผู้ชายที่เป็นหมัน เราก็สามารถผ่าตัดเจาะเข้าไปที่อัณฑะเพื่อเอาตัวอสุจิที่อยู่ในอัณฑะนี้ออกมา ทำให้ผู้ชายที่เป็นหมันสามารถมีลูกได้

 

“การใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เรียกรวมๆ ว่าเด็กหลอดแก้วแต่ภาษาอังกฤษจะมีสองคำ คือ IVF กับ ICSI หลายคนยังงงอยู่ว่ามันต่างกันอย่างไร IVF เรายังต้องอาศัยความสามารถให้อสุจิเจาะไข่เองได้ คือเก็บอสุจิออกมา หลังผ่านการเตรียมแล้ว เราเอามาใส่รวมกันในถาดทดลอง ให้เขาเจาะกันเอง แต่ถ้าเป็น ICSI เราจะคัดเฉพาะอสุจิตัวที่สมบูรณ์ฉีดเข้าไปในไข่โดยตรงเลย เพราะฉะนั้นถ้าเทียบกันแล้ว ICSI จะเพิ่มความสามารถในการปฏิสนธิของไข่กับอสุจิได้มากกว่า ปัจจุบันที่นี่เราทำ ICSI 100% จะไม่มีการทำ IVF แล้ว เพราะถ้าเทียบวิวัฒนาการและความสำเร็จของเทคนิควิธีนี้ ICSI สูงกว่า เราเลยเลือกที่จะทำ ICSI ทั้งหมด ปัจจุบันแทบจะไม่มีที่ไหนทำ IVF แล้ว”

สำหรับอัตราส่วนของความสำเร็จการทำ ICSI ตามมาตรฐานจะอยู่ที่ 30-35% ที่จะตั้งครรภ์ แต่ที่ GFC อัตราความสำเร็จในการทำ ICSI ของเราจะอยู่ที่ประมาณ 50% ถ้าฝ่ายหญิงเข้าเกณฑ์สามารถตรวจโครโมโซมตัวอ่อนด้วยและเราได้ใส่ตัวอ่อนที่ปกติกลับสู่โพรงมดลูก อัตราความสำเร็จในการตั้งครรภ์จะสูงขึ้นถึง 70-75% เลยทีเดียว

ส่วนปัจจัยที่ทำให้ไม่ประสบความสำเร็จมีหลายอย่าง หลักๆ เลยขึ้นอยู่กับตัวคนไข้เองว่าสาเหตุที่ทำให้มีบุตรยากมีมากน้อยแค่ไหน เช่น ถ้าฝ่ายหญิงอายุน้อยและฝ่ายชายน้ำเชื้อไม่ได้ผิดปกติมาก โอกาสก็จะดี แต่ถ้าฝ่ายหญิงอายุขึ้นเลขสี่
แล้ว ไข่ก็เหลือน้อย คุณภาพไม่ดี หรือฝ่ายชายน้ำเชื้อน้อยมาก รูปร่างผิดปกติ โอกาสก็จะยิ่งลดลงไป ตามสาเหตุของแต่ละคู่”

ทั้งนี้ ปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้การรักษาปัญหามีบุตรยากประสบความสำเร็จได้ แพทย์หญิงปรวัน กล่าวว่า คือวิวัฒนาการทางการแพทย์ เทคโนโลยี มาตรฐานการรักษาและประสบการณ์ ความชำนาญของทีมแพทย์และทีมนักวิทยาศาสตร์ คือทั้งทีมแพทย์และทีมนักวิทยาศาสตร์หรือทีมแลปต้องประสานงานกันได้เป็นอย่างดี เริ่มจากแพทย์จะดูแลช่วงการกระตุ้นไข่ การวางแผนปริมาณยาที่เหมาะสมในการกระตุ้นไข่ให้ได้จำนวนและคุณภาพที่ดีที่สุด การเก็บไข่ เก็บอสุจิออกมา จากนั้นจะเป็นหน้าที่ของทีมแลปที่ต้องคอยเลี้ยงดูตัวอ่อนให้รอด คือต้องทำ ICSI เลี้ยงตัวอ่อนไปจนถึงระยะที่ประสบความสำเร็จได้ จากนั้นแพทย์ก็มาต่อท้าย คือการย้ายตัวอ่อนเข้าไปในมดลูกอีกที การทำ ICSI ใช้เวลาประมาณ 2 เดือน ตั้งแต่กระตุ้นไข่ ย้ายตัวอ่อน ก็จะทราบผลว่าท้องหรือไม่

“GFC เป็นศูนย์รักษาผู้มีบุตรยากแบบครบวงจร ทีมแพทย์ส่วนใหญ่มาจากโรงเรียนแพทย์ชั้นนำ จบด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์โดยตรง เราทำงานกันเป็นทีม โดยเมื่อเข้าสู่กระบวนการรักษาด้วยการทำ ICSI เราจะมีการรายงานผลตัวอ่อนให้คนไข้ทราบทุกวัน เพื่อที่จะได้ทราบความเป็นไปและการเจริญเติบโตของตัวอ่อนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจุดนี้คนไข้หลายท่านชื่นชอบมากๆ รู้สึกอุ่นใจ เหมือนได้เห็นอนาคตลูกของตัวเองทุกๆ วัน และสามารถซักถามประเด็นสงสัยจากนักวิทยาศาสตร์ได้ตลอดผ่านทางทางไลน์ ส่วนทีมพยาบาล นอกจากจะดูแลอย่างใกล้ชิด และให้ข้อมูลการรักษาในวันที่คนไข้มาพบแพทย์แล้ว ทีมพยาบาลยังสามารถติดต่อได้ตลอด 24 ชม. หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือข้อสงสัย ก็สามารถสอบถามได้ทันที นอกจากนี้ เรายังมีการเตือนเวลาฉีดยาคนไข้ทางไลน์/โทรศัพท์ เพื่อให้คนไข้ฉีดยาอย่างสม่ำเสมอและตรงเวลา ซึ่งการฉีดยาตรงเวลานี้ ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้การรักษาประสบความสำเร็จมากขึ้น อีกทั้งสามารถขอรับคำปรึกษาได้ที่ 02-1086413-14 หรือ 097-4845335 คลิกดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.genesisfertilitycenter.co.th, https://www.facebook.com/GFC.Bangkok”

ท้ายสุด แพทย์หญิงปรวัน แนะนำให้คู่แต่งงานที่วางแผนจะมีบุตร ควรมาตรวจร่างกาย เตรียมความพร้อม หากพบปัญหาและสาเหตุเบื้องต้น เพื่อให้แพทย์พิจารณาและรีบแก้ไขเสียแต่เนิ่นๆ อีกทั้ง ขณะนี้เทคโนโลยีทางการรักษาก้าวหน้ามากแล้ว ค่าใช้จ่ายจึงไม่สูงมาก และการทำจะประสบผลสำเร็จสูง

กลูตาไธโอน สำคัญไฉนกับสุขภาพและความงาม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/363020

กลูตาไธโอน สำคัญไฉนกับสุขภาพและความงาม

กลูตาไธโอน สำคัญไฉนกับสุขภาพและความงาม

วันจันทร์ ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

รู้กันดีแล้วว่าแสงแดดและรังสียูวี คือสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาผิวคล้ำเสีย กระ ฝ้า จุดด่างดำ ความแห้งกร้าน และริ้วรอยก่อนวัย แต่ด้วยไลฟ์สไตล์ของหนุ่ม-สาวในปัจจุบันที่ชื่นชอบกิจกรรมกลางแจ้งและแอ๊กทีฟอยู่เสมอ ทำให้ “กลูตาไธโอน” ที่มีส่วนช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระจากการสัมผัสแสงแดด ลดผิวแสบแดง ลดการสร้างเม็ดสีผิวหมองคล้ำ ถูกนำมาพูดถึงทั้งในด้านสุขภาพและความงาม

 

ดร.พงศกรพัฒน์ อรุโณทยานันท์ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาความรู้ผลิตภัณฑ์ระดับภูมิภาค ยูนิลีเวอร์ เน็ทเวิร์ค อะคาเดมี เผยว่ากลูตาไธโอนเป็นสารต้านอนุมูลอิสระตามธรรมชาติ หรือแอนตี้ออกซิแดนท์สำคัญในเซลล์ร่างกาย ช่วยปกป้องเซลล์ด้วยการต่อต้านสารพิษอนุมูลอิสระสาเหตุความเสื่อม ทั้งยังช่วยในกระบวนการดีท็อกซ์ขจัดสารพิษออกจากร่างกาย ส่งเสริมการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันในการขจัดสิ่งแปลกปลอม เช่น แบคทีเรียหรือไวรัส มีส่วนเกี่ยวข้องกับการซ่อมแซมดีเอ็นเอ โปรตีน กลูตาไธโอนจึงเปรียบดั่งองครักษ์ปกป้องชะลอความเสื่อมให้กับร่างกาย

“ร่างกายคนเราสร้างกลูตาไธโอนโดยใช้กรดอะมิโน ซีสเทอีน ไกลซีน และกลูตาเมท ซึ่งได้จากอาหาร แต่กลูตาไธโอนจะสร้างลดลงเมื่ออายุมากขึ้นตามภาวะเสื่อมของร่างกาย และยิ่งลดลงเมื่อถูกใช้ขจัดอนุมูลอิสระที่เกิดจากปัจจัยและพฤติกรรมต่างๆ เช่น รังสียูวี จากการสัมผัสแสงแดด การได้รับสารพิษ โลหะหนัก สารระเหย ยาฆ่าแมลง ยา การทำงานหนัก ออกกำลังกายหักโหม เครียดสะสม อดนอนต่อเนื่อง ดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ หรือโรคต่างๆ ที่ทำให้เกิดการอักเสบในร่างกาย เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด อัลไซเมอร์ พาร์กินสัน ออทิสติก หอบหืด อ้วน เบาหวาน รวมถึงโรคมะเร็ง ล้วนทำให้กลูตาไธโอนลดลง”

 

วิธีเพิ่มกลูตาไธโอนในร่างกาย ดร.พงศกรพัฒน์ บอกว่า ควรทานอาหารที่มีกลูตาไธโอนสูง เช่น หน่อไม้ฝรั่ง อะโวคาโด
ผักโขม เนื้อวัว ปลา สัตว์ปีก บร็อคโคลี่ ผักชีฝรั่ง กะหล่ำดอก กระเทียม หัวหอม เป็นต้น รวมถึงทานเสริมวิตามินซี และสารต้านอนุมูลอิสระจากเบอร์รี สีส้ม สีแดง (Red Orange หรือ Blood Orange) ล้วนมีส่วนช่วยเพิ่มกลูตาไธโอน
ลดสารพิษอนุมูลอิสระได้ โดยมีงานวิจัยพบว่า แอล-กลูตาไธโอน ในรูปแบบรีดิวซ์ ที่มีใช้ในผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร สามารถถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้เมื่อทาน และพบว่าส่งผลให้ผิวกระจ่างใสเป็นธรรมชาติขึ้น ลดความหมองคล้ำจุดด่างดำ ลดผิวแดงอักเสบจากแสงแดดได้ อย่างไรก็ดี การทานในปริมาณมากเกินไปอาจก่อให้เกิดอาการข้างเคียงเช่น ปวดหัว มึนงง เป็นต้น และควรเลือกผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจากผู้ผลิตที่เชื่อถือได้ ไม่ปลอมปนสารอันตราย

นอกจากนี้ ยังมีงานวิจัยพบว่า การมีพฤติกรรมส่งเสริมสุขภาพ เช่น การนอนหลับเพียงพอ การออกกำลังกายพอเหมาะแบบคาร์ดิโอและเวทเทรนนิ่ง รวมถึงการจัดการความเครียดด้วยกิจกรรมผ่อนคลาย เช่นสมาธิ โยคะ งานอดิเรก จะส่งเสริมการสร้างกลูตาไธโอนได้

การดูแลสุขภาพองค์รวมทุกด้าน จึงเป็นสิ่งที่จะช่วยให้ร่างกายสร้างและรักษากลูตาไธโอนไว้ได้ดี เพื่อประโยชน์ในการชะลอวัย ชะลอความเสื่อม สุขภาพดี ผิวพรรณสดใส

รายการโทรทัศน์การกุศล ‘129 ปี หลังคาแดง’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/363025

รายการโทรทัศน์การกุศล  ‘129 ปี หลังคาแดง’

รายการโทรทัศน์การกุศล ‘129 ปี หลังคาแดง’

วันจันทร์ ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

คุณหญิงเอื้อปรานี เจียรวนนท์ ประธานมูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยาในพระบรมราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการเพื่อเตรียมความพร้อมในการจัด รายการโทรทัศน์การกุศล “129 ปี หลังคาแดง” โดยจะออกอากาศทางสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก ช่อง 5 ในวันพฤหัสบดีที่ 13 กันยายน 2561 เวลา 22.30-00.25 น.หารายได้สร้างอาคารเพื่อเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีและสมทบเข้ากองทุนสมเด็จพระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เพื่อผู้ป่วยจิตเวชยากไร้และฝึกอาชีพผู้ป่วยจิตเวช โดยมีนายโพธิพงษ์ ล่ำซำ ประธานกรรมการ บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) นางยุพา ล่ำซำ มอบเงินสมทบทุน ณ สถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยา

แดปเปอร์ จัดกิจกรรมสุดสนุก โชว์นวัตกรรมเสื้อเชิ้ตผ่าน 2 หนุ่มรุ่นใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/363031

แดปเปอร์ จัดกิจกรรมสุดสนุก  โชว์นวัตกรรมเสื้อเชิ้ตผ่าน 2 หนุ่มรุ่นใหม่

แดปเปอร์ จัดกิจกรรมสุดสนุก โชว์นวัตกรรมเสื้อเชิ้ตผ่าน 2 หนุ่มรุ่นใหม่

วันจันทร์ ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

แดปเปอร์ (Dapper) จัดกิจกรรมสุดสนุก เอาใจคนหนุ่มรุ่นใหม่ นำเสนอนวัตกรรมเสื้อเชิ้ตผ่านมุมมองที่แปลกตา
ชวนแฟนพันธุ์แท้ของแบรนด์ ร่วมกิจกรรมกับสองพรีเซ็นเตอร์หนุ่ม บอส-สุทธิเกียรติ คงคติธรรม เชฟหนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรงกับการแข่งขันทำวาซาบิ และ พอร์ช-สรรเสริญ เงินรุ่งเรืองโรจน์ นักกีฬาฟันดาบทีมชาติไทยโชว์ความสามารถในการฟันดาบ พร้อมถ่ายทอดประสบการณ์การเลือกเสื้อเชิ้ตที่ตรงกับไลฟ์สไตล์ในชีวิตประจำวัน

ภมรทิพย์ ศรีไพศาล Managing Director, Dapper นำทีมงานจัดกิจกรรมสุดสร้างสรรค์และเอ็กซ์คลูซีฟ โดยเฉพาะ
ที่ห้างสรรพสินค้าโตคิว เอ็มบีเค เซ็นเตอร์ ไปเมื่อเร็วๆ นี้ เพื่อแนะนำเสื้อเชิ้ตรุ่นใหม่จาก Dapper Innovation Collection นำเสนอนวัตกรรมบนเสื้อผ้าครั้งแรกของแดพเพอร์อย่างจริงจัง โดยการใช้เส้นใยผ้าสุดพิเศษมาผลิตเป็นเสื้อเชิ้ตสำหรับผู้ชายโดยเฉพาะ

ภายในงานได้ เชฟบอส-สุทธิเกียรติ คงคติธรรม เชฟหนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรงมาร่วมพูดคุยถึงเรื่องราวการเป็น เชฟอาหารญี่ปุ่นและมุมมองการแต่งกายด้วยเสื้อเชิ้ตในชีวิตประจำวัน พร้อมร่วมกิจกรรมแข่งขันทำวาซาบิกับลูกค้าอย่างสนุกสนาน และสวมใส่เสื้อเชิ้ต Dapper Japanese Warp เพื่อให้เห็นถึงคุณสมบัติพิเศษของเนื้อผ้าที่ใช้เทคโนโลยีในการทอพิเศษ ทำให้เนื้อผ้ายืดไปตามการขยับตัวไม่ต้องกังวลเวลาทำอาหาร จึงดูดีได้ตลอดเวลา

นอกจากนี้ ยังมีหนุ่มพอร์ช-สรรเสริญ เงินรุ่งเรืองโรจน์ มาแชร์ประสบการณ์ของการได้เป็นนักกีฬาฟันดาบทีมชาติไทย รวมไปถึงสไตล์การแต่งตัวของเขา และยังโชว์ความสามารถการฟันดาบ สร้างความตื่นเต้นและสนุกสนาน ทั้งยังสวมใส่เสื้อเชิ้ต Dapper No More Iron ขณะโชว์กิจกรรมฟันดาบ ทำให้เห็นว่าแม้จะขยับร่างกายมากแค่ไหนเสื้อก็ยับยากและคงความเรียบได้ยาวนานกว่าเสื้อเชิ้ตปกติ

กิจกรรมสุดสนุกครั้งใหม่จะมีขึ้นที่ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล สาขาปิ่นเกล้า ในวันที่ 22 กันยายน 2561 และสามารถ
สัมผัสกับเสื้อเชิ้ตนวัตกรรมใหม่ Dapper Innovation Collection อย่างใกล้ชิดได้แล้ววันนี้ที่ร้าน Dapper ทุกสาขา หรือใน Online Store ที่ http://www.dapper.com

พอร์ช-สรรเสริญ เงินรุ่งเรืองโรจน์

พอร์ช-สรรเสริญ เงินรุ่งเรืองโรจน์
(ซ้าย) วงศวัฒน์ อ่อนจันทร์, Mr.Hiroshi Kuwano, Mr.Susumu Sekine, ภมรทิพย์ ศรีไพศาล, เชฟบอส-สุทธิเกียรติ คงคติธรรม, อรพิน แดงวิไลลักษณ และเชิญพร ธรรมวิทย์

(ซ้าย) วงศวัฒน์ อ่อนจันทร์, Mr.Hiroshi Kuwano, Mr.Susumu Sekine, ภมรทิพย์ ศรีไพศาล, เชฟบอส-สุทธิเกียรติ คงคติธรรม, อรพิน แดงวิไลลักษณ และเชิญพร ธรรมวิทย์
Mr.Gaku Arai, พอร์ช-สรรเสริญ เงินรุ่งเรืองโรจน์, ภมรทิพย์
ศรีไพศาล, Mr.Susumu Sekine และ วงศวัฒน์ อ่อนจันทร์

Mr.Gaku Arai, พอร์ช-สรรเสริญ เงินรุ่งเรืองโรจน์, ภมรทิพย์ ศรีไพศาล, Mr.Susumu Sekine และ วงศวัฒน์ อ่อนจันทร์

‘CITIZEN’เปิดตัวพรีเซ็นเตอร์‘ตั้ม-ธนบูรณ์’ พร้อมเปิดตัวนาฬิกาข้อมือ Promaster 2018 ทั้ง 2 รุ่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/362988

‘CITIZEN’เปิดตัวพรีเซ็นเตอร์‘ตั้ม-ธนบูรณ์’  พร้อมเปิดตัวนาฬิกาข้อมือ Promaster 2018 ทั้ง 2 รุ่น

‘CITIZEN’เปิดตัวพรีเซ็นเตอร์‘ตั้ม-ธนบูรณ์’ พร้อมเปิดตัวนาฬิกาข้อมือ Promaster 2018 ทั้ง 2 รุ่น

วันจันทร์ ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

วิภาวรรณ มหาดำรงค์กุล กรรมการผู้จัดการ บริษัทศรีทองพาณิชย์ จำกัด เป็นประธานในงานเปิดตัว แบรนด์พรีเซ็นเตอร์คนใหม่ “ตั้ม-ธนบูรณ์ เกษารัตน์” นักฟุตบอลทีมชาติไทย ตำแหน่งกองกลาง ปัจจุบันสังกัดสโมสรฟุตบอลบางกอก
กล๊าส (BGFC) พร้อมเปิดตัวนาฬิกาข้อมือ Citizen Promaster 2018 ทั้ง 2 รุ่น Citizen Promaster  Automarine และ PROMASTER 1ST Thailand Limited Edition เรือนแรกของไทย โดย ภายในงานมี Mr.Kyosuke Hiramatsu General Manager CITIZEN WATCHES (H.K.) LTD. SINGAPORE BRANCH, ศรินญา มหาดำรงค์กุล ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัทศรีทองพาณิชย์ จำกัด, ทวี มหาดำรงค์กุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทศรีทองพาณิชย์ จำกัด, คมดาว เศวตาสัยผู้จัดการสาขาลาดพร้าว ศูนย์การค้าเซ็นทรัล,ภานุพงศ์ นรเศรษฐกมล นักดำน้ำ Brand Influencer และ น้ำลึก พิชญาภรณ์ ผู้จัดการแบรนด์นาฬิกา CITIZEN ร่วมงาน ณ ลานโปรโมชั่น ชั้น 1 โซน C ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม ที่ผ่านมา

ความพิเศษและจุดเด่นของ นาฬิกา Citizen รุ่น Promaster Automarine การออกแบบตัวเรือนและสายนาฬิกาผลิตจากเทคโนโลยี “ซูเปอร์ไททาเนียม” ที่เบากว่านาฬิกาสเตนเลสถึง 40% ให้ความคงทนสูง เพิ่มความรู้สึกคล่องตัวและเบาสบายให้กับผู้สวมใส่ สัมผัสได้ถึงความโดดเด่นด้านการออกแบบและประโยชน์ใช้สอยสูงสุดกันน้ำได้ถึงระดับความลึก 200 เมตร เป็นนาฬิการะบบ Automatic พร้อมช่องแสดงวัน และวันที่กรอบหน้าปัดนาฬิกาแบบทิศทางเดียว ส่วนรุ่นของ นาฬิกา Citizen รุ่น 1st Thailand Limited Edition เรือนแรกของไทย ฟังก์ชั่นกันน้ำ ได้ถึงระดับความลึก 200 เมตร เป็นนาฬิการะบบAutomatic พร้อมช่องแสดงวัน และวันที่ เข็มและขีดบอกเวลา มีพรายน้ำเรืองแสง ไม่พลาดทุกช่วงเวลาแม้ในสภาวะที่มีแสงสว่างน้อยมากพร้อมกล่องใส่นาฬิกาทรงถังออกซิเจนที่สวยสะดุดตา น่าสะสม โดยทั้ง 2 รุ่น มาพร้อมการรับประกันตัวเครื่องนานถึง 5 ปี

 

นาฬิกา CITIZEN PROMASTER ไม่เพียงแต่เป็นนาฬิกาสำหรับนักกีฬามืออาชีพแต่ยังเป็นนาฬิกาสำหรับผู้ที่พร้อม “เคลื่อนไปสู่สิ่งที่เหนือกว่า” หรือ “GO BEYOND” สำหรับ CITIZEN  PROMASTER ผลิตขึ้นโดยยึดหลักสำคัญ 3 ประการคือ “ฟังก์ชันการทำงาน” “ความทนทาน” และ “ความปลอดภัย” Promaster 1ST Thailand Limited Edition  มีจำนวนจำกัดเพียง 500 เรือนในประเทศไทย สำหรับการเลือก “ตั้ม-ธนบูรณ์ เกษารัตน์” เป็นแบรนด์พรีเซ็นเตอร์คนใหม่ เพื่อให้มาเป็นตัวแทนถ่ายทอดประสบการณ์ จากภาพลักษณ์ที่เป็น Sport Professional มีคนชื่นชอบทุกเพศ ทุกวัยทั่วประเทศสะท้อนความมั่นใจ ถ่ายทอดจุดเด่นผ่านนาฬิกาข้อมือ CITIZEN PROMASTER ที่พร้อมมอบประสบการณ์ให้ลูกค้า CITIZEN ได้สัมผัสถึงขีดสุดของนาฬิการะดับมืออาชีพ รองรับทุก Lifestyle การใช้ชีวิต ไม่จำกัดเฉพาะในสนามเท่านั้น

 

“CITIZEN” ยังคงการสะท้อนความคิดที่ไม่หยุดนิ่ง ไม่หยุดที่จะก้าวเดิน ไม่หยุดพัฒนาการ ให้ออกมาเป็นนาฬิกาคุณภาพในแบบเฉพาะของ CITIZEN ทำให้ทุกบทบาทในชีวิตของคุณก้าวเดินหน้าได้อย่างมั่นใจ ด้วยการมอบสิทธิพิเศษ เพียงซื้อนาฬิกา CITIZEN Promaster Automarine และ 1st Thailand Limited Edition รุ่นล่าสุด มีให้เลือกถึง 5 แบบ ในจำนวนนี้เป็นรุ่นพิเศษเพียง 1 แบบ คือ NY0089-18Eพร้อมรับการดูแลการประกันตัวเครื่องนานสูงสุดถึง 5 ปี วางขายตั้งแต่วันนี้-
31 ธันวาคมนี้เท่านั้น หรือติดตามได้ทาง www.citizen.co.th สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ บริษัท ศรีทอง พาณิชย์ จำกัด โทร.02-6941888

Vickteerut‘1001’ออทั่ม/วินเทอร์ 2018 แรงบันดาลใจจาก‘หนึ่งพันหนึ่งราตรี’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/363036

Vickteerut‘1001’ออทั่ม/วินเทอร์ 2018  แรงบันดาลใจจาก‘หนึ่งพันหนึ่งราตรี’

Vickteerut‘1001’ออทั่ม/วินเทอร์ 2018 แรงบันดาลใจจาก‘หนึ่งพันหนึ่งราตรี’

วันจันทร์ ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

Vickteerut (วิคธีร์รัฐ) นำโดย อรประพันธ์ สุทธินรเศรษฐ์ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์แบรนด์วิคธีร์รัฐ เปิดตัวคอลเลคชั่น“1001” ประจำฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาว ปี 2018 แรงบันดาลใจจาก “หนึ่งพันหนึ่งราตรี” (One Thousand and One Nights) นิทานชุดอันโด่งดัง ด้วยการหยิบยกเอาความงามในสไตล์อาหรับมาปรับให้มีความร่วมสมัย ผ่านกระบวนการตีความในรูปแบบเฉพาะของวิคธีร์รัฐเพื่อตอบคำถามที่ว่า หากหญิงสาวยุคใหม่ต้องเดินทางโลดแล่นอยู่ท่ามกลางทะเลทราย พวกเธอจะสวมใส่เสื้อผ้าแบบไหน จนก่อเกิดเป็นคอลเลคชั่นฤดูใบไม้ร่วง/ฤดูหนาว ประจำปี 2018

ภายในงานคับคั่งไปด้วยดาราและเซเลบริตี้มากมาย อาทิ สุมาลิน ฮุนตระกูล, อรชุมา ดุรงค์เดช, พลอย ปิ่นแสง, อัญชิสา วัชรพล, พิมพ์เลิศ ใบหยก, จารุจิต ใบหยก, อรวรรณ อิงคสิทธิ์, กุลกมล ว่องวัฒนสิน, พลอย หอวัง, จิ๊บ-ปกฉัตร เทียมชัย, แมท-ภีรนีย์ คงไทย, ออม-สุชาร์ มานะยิ่ง, แพต-ชญานิษฐ์ ชาญสง่าเวช, พราว- อรณิชา กรินชัย, ดา-ธนิดา ธรรมวิมล, ดิว-อริสรา ทองบริสุทธิ์, ฐิสา-วริฏฐิสา ลิ้มธรรมมหิศร, เบล-เขมิศรา พลเดช, โอซา แวง และ แซมมี่ เคาวเวลล์ ฯลฯ ที่มาร่วมอัพเดทเทรนด์ใหม่ถึงขอบรันเวย์ ณ ลานเซ็นทรัลเวิลด์ สแควร์ หน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

คุณแหน : 10 กันยายน 2561

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/363035

คุณแหน : 10 กันยายน 2561

วันจันทร์ ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ll สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชานุเคราะห์ในการพระราชทานเพลิงศพ และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชทานเพลิงศพ เชอร์รี่ เศวตนันทน์ (สวลี ผกาพันธุ์) ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (เพลงไทยสากล-ขับร้อง) ณ เมรุวัดธาตุทอง 16 ก.ย. 17.30 น. .. พิศักดิ์วลี-ดารณีนุช-ฐานียุตม์นาฎ ลูกๆ และ รศ.ดร.วีณา เชิดบุญญชาติ น้องรักที่สุดของพี่รี่ เชิญร่วมอาลัยสุดยอดปูชนียบุคคลเพลงลูกกรุง…

ll สภาคณบดีสถาบันผลิตบัณฑิตเทคนิคการแพทย์ฯ เชิญ ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล เป็นประธานมอบโล่ “คุณธรรมจริยธรรมดีเด่น มูลนิธิเทคนิคการแพทย์ ศาสตราจารย์วีกูล วีรานุวัตติ์” ณ มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตศาลายา และปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “การส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมของบัณฑิตไทย” องค์ปาฐกกล่าวในตอนหนึ่งว่า “การน้อมนำศาสตร์พระราชาที่เป็นสุดยอดแก่การดำรงชีวิตของบัณฑิตทุกคน คือ ความซื่อสัตย์สุจริต ทั้งคิดให้เป็น ปฏิบัติให้เห็น บุพการีสามารถนอนตาหลับ” ผู้รับฟังเต็มห้องประชุมต่างซาบซึ้งตลอดเวลา 2 ชั่วโมงเต็ม…

ll ลักษมีกานต์ อิงคะกุล ผอ.สมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็ก ได้รับเกียรติจากวูเมนฟอรั่มประเทศฝรั่งเศสพูดเรื่อง “การตอบแทนสังคม” บนเวทีเดียวกับ มารีนา มหาเธร์ ลูกสาว มหาเธร์ บิน โมฮัมหมัด นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย และ นาเดีย ฮูทากาลุง ดารานางแบบชื่อดัง 13 ก.ย. ที่ประเทศสิงคโปร์ โดยมี ฮาลีมาห์ ยาคอบ ประธานาธิบดีสิงคโปร์เป็นประธานเปิดงาน…

ll วิทัศน์ เตชะบุญ อธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน เป็นประธานในพิธีมอบเข็มเครื่องหมายเยาวชนพระราชทานและเกียรติบัตรแก่คณะเยาวชนและผู้นำเยาวชน โครงการหมู่บ้านฤดูร้อนเด็กนานาชาติ (C.I.S.V.) โดยมี กุณฑลา สันติประภพ นายกสมาคมหมู่บ้านฤดูร้อนเด็กนานาชาติประเทศไทย, วนิดา อิศรางกูร ณ อยุธยา อุปนายกฯ ต้อนรับ 15 ก.ย. 09.00 น. หอประชุมกรมกิจการเด็กและเยาวชน…

ll ผู้บริหารหญิงเซ็นทรัล ณัฐธีรา บุญศรี และ ธาพิดา นรพัลลภ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการแบ่งปันน้ำใจคืนสู่สังคม ด้วยการบริจาคสิ่งของใหม่เอี่ยมผ่านมูลนิธิยุวพัฒน์ เพื่อช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาส ในงาน Good Society Expo 2018 “ทำดีเพื่อหวังผลเริ่มต้นที่เรา” 13-16 ก.ย. 61 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์…

ll นคร สัมพันธารักษ์ แห่งนาการา (NAGARA) เตรียมจัดแสดงผลงานมาสเตอร์พีซอีกครั้ง เป็นผลงานภาพวาดแนวแอ็บแสตร็กส์ในนิทรรศการ “นาการา เพนท์ติ้ง เอ็กซิบิชั่น” 13-19 ก.ย. ฮอลล์ ออฟ เฟรม ชั้น M สยามพารากอน พิธีเปิดงาน 13 ก.ย. 18.30 น. โดยมี ชฎาทิพ จูตระกูล CEO สยามพารากอน พร้อมแฟนพันธุ์แท้ มาร่วมงานและอุดหนุนกันอย่างมากมายเพื่อรายได้ส่วนหนึ่งจากการจำหน่ายจะมอบให้มูลนิธิรามาธิบดี โครงการจัดซื้อเครื่องมือแพทย์ เพื่อสถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์…ll

คุณแหน

‘พิเภกสวามิภักดิ์’โขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ปลายปีนี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/363034

‘พิเภกสวามิภักดิ์’โขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ปลายปีนี้

‘พิเภกสวามิภักดิ์’โขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ปลายปีนี้

วันจันทร์ ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีการจัดการแสดงโขนพระราชทานขึ้นเพื่อเผยแพร่นาฏศิลป์ชั้นสูงอันเก่าแก่ของไทย อีกทั้ง เพื่อให้คนรุ่นใหม่ได้มีส่วนร่วมสืบสานวัฒนธรรมตามแบบประเพณีโบราณให้อยู่สืบไป และในปี 2561 นับเป็นวาระพิเศษในการฉลองครบรอบ 1 ทศวรรษของการจัดแสดงโขนของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ โดยได้เลือกบทโขนรามเกียรติ์ ตอน “พิเภกสวามิภักดิ์” มาจัดแสดง ระหว่างวันที่ 3 พฤศจิกายน-5 ธันวาคม 2561 ณ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย

คณะกรรมการจัดการแสดง นำโดย ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ เลขาธิการ มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และประธานคณะกรรมการอำนวยการจัดการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ พร้อมด้วย พิมพ์รวี วัฒนวรางกูร อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม, อาจารย์ประเมษฐ์ บุณยะชัย ผู้กำกับการแสดง, ดร.อนุชา ทีรคานนท์ผู้ช่วยผู้อำนวยการผลิต ได้จัดงานแถลงข่าวพร้อมตัวอย่างการแสดงโขน ตอน “พิเภกสวามิภักดิ์” ณ หอประชุมเล็ก ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ไปเมื่อเร็วๆ นี้

ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ เลขาธิการมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และประธานคณะกรรมการอำนวยการจัดการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ตอน “พิเภกสวามิภักดิ์” กล่าวว่า สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สืบสานและอนุรักษ์โขน ซึ่งถือเป็นสมบัติและเป็นนาฏศิลป์ชั้นสูงของชาติ ที่ผ่านมา ทางมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ได้จัดการแสดงโขนรามเกียรติ์ 7 ตอนด้วยกัน ได้แก่ ชุด “ศึกพรหมาศ” ในปี 2550 และ 2552, ชุด “นางลอย” ในปี 2553, ชุด “ศึกมัยราพณ์” ในปี 2554, ชุด “จองถนน” ในปี 2555, ชุด “ศึกกุมภกรรณ ตอน โมกขศักดิ์” ในปี 2556, ชุด “ศึกอินทรชิต ตอน นาคบาศ” ในปี 2557 และ ชุด “ศึกอินทรชิต ตอนพรหมาศ” ในปี 2558 จนประสบความสำเร็จและได้รับกระแสตอบรับให้มีการเพิ่มรอบสำหรับผู้ที่พลาดชมการแสดงในทุกปี

“สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ทรงปลื้มพระราชหฤทัยที่เห็นทั้งเด็ก ผู้ใหญ่ผู้สูงอายุ มาดูโขนกันทั้งครอบครัว เป็นสถาบันครอบครัวที่อบอุ่น โดยปีนี้ในส่วนของการเลือกตอนแสดงจากแบบสอบถามและได้นำความกราบบังคมทูลว่า คนดูต้องการชมตอน พิเภกสวามิภักดิ์ เพราะคนดูสอบถามมามาก ทำไมพิเภกถึงไปย้ายอยู่กับพระราม จึงเป็นที่มาของการเลือกแสดง ตอน พิเภกสวามิภักดิ์ ขึ้น ทั้งยังอันเป็นการสื่อความหมายของความจงรักภักดี และการรักษาความเที่ยงธรรมสุจริต นำเสนอในการแสดงครั้งนี้

สำหรับการแสดงโขนปีนี้ ได้จัดให้มีการคัดเลือกนักแสดงตัวเอกรุ่นใหม่ เมื่อปี 2559 เพื่อร่วมสืบสานวัฒนธรรมอันดีงาม โดยคัดเลือกจากนักเรียน นักศึกษา ทั้งจากวิทยาลัยนาฏศิลป์ และสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ ซึ่งจัดให้มีคัดเลือกนักแสดง จำนวน 5 ตัวละคร คือ โขนพระ มีผู้สมัคร 73 คน ละครพระ มีผู้สมัคร 198 คน ละครนาง มีผู้สมัคร 204 คน โขนยักษ์ มีผู้สมัคร 137 คน และโขนลิง มีผู้สมัคร 160 คน รวมทั้งสิ้นมีผู้สมัคร จำนวน 772 คน ซึ่งแต่ละประเภทตัวละครจะมีเยาวชนที่ได้รับคัดเลือกเพียง 5 คน รวมจำนวน 25 คน

จึงอยากเชิญชวนให้คนรักโขน รวมถึงประชาชนคนไทยรีบจองบัตรเข้าชม เพราะการแสดงโขนเต็มรูปแบบมีเพียงปีละครั้งเท่านั้น และในปี 2558 เราได้เห็นคนรุ่นใหม่ใส่ชุดไทยมาชมโขน ถือเป็นปลุกกระแสและสร้างค่านิยมในกลุ่มโซเชียลให้คนไทยใส่ชุดไทย ผ้าไทย กันมากขึ้น ในปีก็เช่นกันอยากเชิญชวนผู้ชมแต่งชุดไทยสวยๆ มาชมโขนกันมากๆ”

ด้าน อ.ประเมษฐ์ บุณยะชัยผู้กำกับการแสดง กล่าวว่า การทำบทการแสดงครั้งนี้จะเห็นว่าแตกต่างจากการแสดงที่ผ่านๆ มา เพราะได้ผสมผสานสร้างสรรค์มาจากบทพระราชนิพนธ์เรื่องรามเกียรติ์ฉบับต่างๆ อาทิ บทพระราชนิพนธ์ของรัชกาลที่ 1, รัชกาลที่ 2, รัชกาลที่ 6 และบทโขนของกรมศิลปากรที่เคยจัดแสดงมาประมวลในส่วนที่มีชั้นเชิงในการแสดง และความไพเราะของบทเพลงมาเรียงร้อยปรับปรุงขึ้นใหม่ ได้แก่ องก์ที่ 1 สุบินนิมิต ประกอบด้วย ตอนที่ 1 พิเภกถูกขับ ซึ่งในตอนนี้ไฮไลท์จะอยู่ที่ฉากท้องพระโรงกรุงลงกา ซึ่งผู้ออกแบบได้จำลองงานพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย และจินตนาการขึ้นมาใหม่ ให้มีความวิจิตรงดงามยิ่งขึ้น และในส่วนของการแสดงได้นำการขับร้องเพลงวา ซึ่งไม่เคยปรากฏมาก่อน เป็นผลงานสร้างสรรค์ของ คุณหญิงไพฑูรย์กิติวรรณ นำมาใช้แทนเพลงร้องช้าปี่ของเดิม

ตอนที่ 2 พิเภกลาชายาและธิดา ซึ่งในตอนนี้ไม่ได้นำมาแสดงบ่อยครั้งนัก เพราะตัวพิเภกจะต้องถอดมงกุฎกลางเวที หัวโขนพิเภกนี้สูญสลายไปหมดแล้ว จึงต้องจัดทำขึ้นใหม่ โดยอาศัยข้อมูลจากบันทึกเรื่องราวในสาสน์สมเด็จ ที่สมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวิดติวงศ์ เคยทอดพระเนตร ตอนที่ 3 เนรเทศ เป็นอีกหนึ่งตอนที่ฉากสวย และอลังการมาก โดยเฉพาะเรือสำเภาที่พิเภกต้องนั่งออกจากกรุงลงกา โดยเรือสำเภานี้มีขนาดใหญ่นักแสดงสามารถขึ้นไปได้หลายคน

ส่วนองก์ที่ 2 ประกอบด้วย ตอนที่ 1 พบนิลเอก, ตอนที่ 2 สวามิภักดิ์, ตอนที่ 3 มณโฑทูล ตัดศึก, ตอนที่ 4 สนามรบ และตอนที่ 5 แก้หอกกบิลพัท ที่ยังคงความวิจิตรงดงาม กระบวนท่ารำตามแบบฉบับโขนหลวง พร้อมที่จะสร้างความสนุก ความประทับใจให้กับผู้ชมสมการรอยคอยอย่างแน่นอน

ทั้งนี้ การแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ตอน “พิเภกสวามิภักดิ์” กำหนดจัดแสดงระหว่างวันที่ 3 พฤศจิกายน-5 ธันวาคม 2561 ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ผู้สนใจสามารถซื้อบัตรเข้าชมได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ที่ไทยทิคเก็ต เมเจอร์ ทุกสาขา โทร.02-2623456 หรือ www.thaiticketmajor.com บัตรราคา 420, 620, 820, 1,020, 1,520 และ 1,820 บาท รอบนักเรียน นักศึกษา บัตรราคา 220 บาท (หยุดการแสดงทุกวันจันทร์) ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook : Khon Performance โขนพระราชทาน

ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ

ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ
ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ พร้อมด้วย พิมพ์รวี วัฒนวรางกูร,อ.ประเมษฐ์ บุณยะชัย, ดร.อนุชา ทีรคานนท์และ ดร.เกิดศิริ นกน้อย

ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ พร้อมด้วย พิมพ์รวี วัฒนวรางกูร,อ.ประเมษฐ์ บุณยะชัย, ดร.อนุชา ทีรคานนท์และ ดร.เกิดศิริ นกน้อย
เรือสำเภา อีกหนึ่งฉากไฮไลท์

เรือสำเภา อีกหนึ่งฉากไฮไลท์
นักแสดงกับฉากไฮไลท์ท้องพระโรงกรุงลงกา

นักแสดงกับฉากไฮไลท์ท้องพระโรงกรุงลงกา
ตัวอย่างการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ประจำปี 2561 ตอน “พิเภกสวามิภักดิ์”

ตัวอย่างการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ประจำปี 2561 ตอน “พิเภกสวามิภักดิ์”
ตัวอย่างการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ประจำปี 2561 ตอน “พิเภกสวามิภักดิ์”

ตัวอย่างการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ประจำปี 2561 ตอน “พิเภกสวามิภักดิ์”

‘แบ็ค ทู เดอะ ฟลอร์’ ดึงฝ่ายบริหาร กลับไปทำงานฝ่ายปฏิบัติการในโรงแรม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/363029

‘แบ็ค ทู เดอะ ฟลอร์’ ดึงฝ่ายบริหาร  กลับไปทำงานฝ่ายปฏิบัติการในโรงแรม

‘แบ็ค ทู เดอะ ฟลอร์’ ดึงฝ่ายบริหาร กลับไปทำงานฝ่ายปฏิบัติการในโรงแรม

วันจันทร์ ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัล พลาซา ลาดพร้าว กรุงเทพฯ จัดโครงการ “แบ็ค ทู เดอะ ฟลอร์” เพื่อให้ฝ่ายบริหารได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์และทำงานร่วมกับพนักงานฝ่ายปฏิบัติการของโรงแรม

มร.เจมส์ โรเบิร์ต วิลสัน ผู้จัดการทั่วไป โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัล พลาซา ลาดพร้าว กรุงเทพฯ จัดโครงการ “แบ็ค ทู เดอะ ฟลอร์: Back to the floor” ให้คณะผู้บริหารทุกคนได้มีโอกาสกลับไปปฏิบัติหน้าที่ในระดับปฏิบัติการโดยหมุนเวียนไปทำงานตามแผนกต่างๆ อาทิ แผนกแม่บ้าน ฝ่ายห้องครัว ห้องอาหาร ช่างซ่อมบำรุง ฝ่ายต้อนรับส่วนหน้า ฯลฯ เพื่อย้ำเตือนว่าทุกคนเป็นส่วนหนึ่งของทีมที่พร้อมช่วยเหลือซึ่งกันและกันเสมอไม่ใช่เพียงออกคำสั่งในฐานะหัวหน้างานเท่านั้น ซึ่งเป็นการเสริมสร้างความเข้มแข็งสามัคคีให้แก่องค์กรและก่อให้เกิดความใกล้ชิดและความเข้าใจอันดีระหว่างพนักงานฝ่ายต่างๆ และหัวหน้าแผนก นอกจากนี้ ยังได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงานในมุมที่ต่างกัน และทำให้เข้าใจถึงปัญหาที่อาจเกิดขึ้นขณะปฏิบัติงาน สุดท้ายได้ร่วมกันหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาและปรับปรุงพัฒนาระบบการทำงานและการบริการให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดเพื่อให้เกิดประโยชน์แก่แขกผู้ใช้บริการของโรงแรมฯ

“ผมอยากให้หัวหน้าแผนกทุกคนได้กลับไปที่จุดเริ่มต้น ให้พวกเขาได้ย้อนนึกถึงครั้งที่พวกเขาได้เริ่มต้นทำงานโรงแรมฯ เป็นครั้งแรก ความรู้สึกที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความกระตือรือร้น อยากเรียนรู้ และนำความคิดสร้างสรรค์มาปรับใช้ในงานเสมอ
ซึ่งเป็นความรู้สึกที่พวกเราอาจหลงลืมไปบ้างในวันที่ความรับผิดชอบเพิ่มมากขึ้น” เจมส์ โรเบิร์ต วิลสันผู้จัดการทั่วไปโรงแรมฯ กล่าวถึงความตั้งใจในการริเริ่มโครงการ แบ็ค ทู เดอะ ฟลอร์ “การได้มาช่วยงานบริการทั้งให้แก่ลูกค้าและพนักงานด้วยกัน ทำให้เรามองเห็นปัญหาและอุปสรรคที่อาจเกิดขึ้นหน้างาน เข้าใจซึ่งกันและกันและใกล้ชิดกับพนักงานมากยิ่งขึ้น เป็นการลดช่องว่างในการทำงาน ได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์เพื่อแก้ไขปัญหาและปรับปรุงการทำงานเพื่อให้ลูกค้าได้รับการบริการที่ดีที่สุด และผมก็ดีใจที่หัวหน้าแผนกทุกคนให้ความร่วมมือและรู้สึกตื่นเต้นกับโครงการนี้”

วุฒิศักดิ์ พิชญกานต์ ผู้จัดการโรงแรม เป็นผู้ที่สนับสนุนโครงการนี้อย่างจริงจัง กล่าวว่า “ทันทีที่ มร.เจมส์ คิดโครงการแบ็ค ทู เดอะ ฟลอร์ ผมสนับสนุนเต็มที่ แล้วผลที่ออกมาก็ดีเกินคาด นอกจากที่เราได้แสดงให้พนักงานเห็นว่าเราไม่ได้
เพียงแต่เฝ้าสังเกตการณ์ แต่ได้ลงมือทำงานร่วมกับพวกเขาจริงๆ เพื่อให้เข้าใจและเข้าถึงอุปสรรค ข้อดีและข้อด้อยในการปฏิบัติงานของแต่ละฝ่าย และนำมาพัฒนาให้ดียิ่งๆ ขึ้นไป ที่สำคัญเรายังสร้างความประทับใจให้แขกของเราอีกด้วย โดยเฉพาะแขกที่เป็นลูกค้าประจำ ที่เห็นถึงความตั้งใจจริงในการพัฒนาโรงแรมและบริการของเรา ทุกท่านจะยิ้มแย้มและเดินเข้ามาแสดงความชื่นชมด้วยตนเอง เป็นความรู้สึกที่ดีมากๆ เราอยากเห็นลูกค้าของเราประทับใจและมีรอยยิ้มแบบนี้เสมอ” วุฒิศักดิ์กล่าวทิ้งท้ายด้วยรอยยิ้ม

ทั้งนี้ ฝ่ายบริหารทุกคนได้ไปปฏิบัติหน้าที่แผนกอื่นๆ เริ่มจาก มร.เจมส์ โรเบิร์ต วิลสันผู้จัดการทั่วไป ปฏิบัติหน้าที่เป็นพ่อครัวที่ห้องอาหารพนักงาน ตั้งใจลงมือทำพาสต้าสูตรพิเศษด้วยตนเองให้พนักงานโรงแรมฯ กว่า 600 คน ได้อิ่มท้องและอิ่มใจไปตามๆ กัน โดยมี ทิพวรรณ ศุภภักดี(ผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคล) ร่วมทำอาหาร เตรียมเครื่องปรุงและวัตถุดิบทุกขั้นตอน วุฒิศักดิ์พิชญกานต์ ผู้จัดการโรงแรม ปฏิบัติหน้าที่เป็นพนักงานยกกระเป๋า (Bellboy) โดยให้บริการยกกระเป๋าของลูกค้าทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติพร้อมให้บริการด้านข้อมูลของแผนกต่างๆ ที่ลูกค้าให้ความสนใจอย่างเต็มที่

ขณะที่ สุชีรา ลีลาสาธิตกุล ผู้อำนวยการฝ่ายห้องพัก ฐปนียา คำตรง ผู้อำนวยการฝ่ายบัญชีและการเงิน จักรกริช ส่งโสภา หัวหน้าฝ่ายช่างและวิศวกร และ พรทิพา ไชยนิมิตร ผู้จัดการแผนกฝึกอบรมภาคพื้นที่ สลับผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนไปปฏิบัติหน้าที่ในแผนกแม่บ้านในส่วนต่างๆ กัน มณฑา ทองงาม หัวหน้าแผนกแม่บ้าน ปฏิบัติหน้าที่ฝ่ายบริการต้อนรับส่วนหน้า ทำหน้าที่ต้อนรับลูกค้าเพื่อให้ทราบถึงความต้องการของแขกที่เข้ามาพักในโรงแรมโดยเฉพาะด้านห้องพักและบริเวณพื้นที่สาธารณะภายในโรงแรม พร้อมทั้งอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าโดยตรง

ประดับพร ฉันทวรลักษณ์ ผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์ ปฏิบัติหน้าที่แผนกครัว ห้องอาหารไทยสวนบัว ทำให้ได้เรียนรู้ถึงความพิถีพิถันในการจัดเตรียมวัตถุดิบ และขั้นตอนการทำอาหารแต่ละเมนู ซึ่งเชฟของห้องอาหารทุกคนใส่ใจและใช้ความประณีตในการปรุงอาหารทุกขั้นตอน โดยเชฟทุกคนต้องหมุนเวียนทำหน้าที่และทำอาหารแทนกันได้ทุกคน สมชาย แพรสายทอง ผู้จัดการแผนกอาหารและเครื่องดื่ม ปฏิบัติหน้าที่แผนกช่างซ่อมบำรุงเพื่อจะได้มีความรู้ความเข้าใจในการซ่อมแซมดูแลส่วนต่างๆ ทั้งห้องอาหารและครัว จิระเดชย์ สุวรรณไพรัตน์ ผู้จัดการฝ่ายรักษาความปลอดภัย ปฏิบัติหน้าที่แผนกครัว ห้องอาหารจีนไดนาสตี้

จีเอ็ม มร.เจมส์ โรเบิร์ต วิลสัน มาเป็น พ่อครัวที่ห้องอาหารพนักงาน

จีเอ็ม มร.เจมส์ โรเบิร์ต วิลสัน มาเป็น พ่อครัวที่ห้องอาหารพนักงาน
พรทิพา ไชยนิมิตร ผจก.แผนกฝึกอบรมภาคพื้นที่ ปฏิบัติหน้าที่
แผนกแม่บ้าน

พรทิพา ไชยนิมิตร ผจก.แผนกฝึกอบรมภาคพื้นที่ ปฏิบัติหน้าที่ แผนกแม่บ้าน
ประดับพร ฉันทวรลักษณ์ ผจก.ฝ่ายประชาสัมพันธ์ ปฏิบัติหน้าที่แผนกครัว

ประดับพร ฉันทวรลักษณ์ ผจก.ฝ่ายประชาสัมพันธ์ ปฏิบัติหน้าที่แผนกครัว
วุฒิศักดิ์ พิชญกานต์ ผู้จัดการ
โรงแรม มาเป็นพนักงานยกกระเป๋า

วุฒิศักดิ์ พิชญกานต์ ผู้จัดการ โรงแรม มาเป็นพนักงานยกกระเป๋า

‘นิ้วล็อก’ภัยเงียบของยุคสังคมออนไลน์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/363017

‘นิ้วล็อก’ภัยเงียบของยุคสังคมออนไลน์

‘นิ้วล็อก’ภัยเงียบของยุคสังคมออนไลน์

วันจันทร์ ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

การใช้งานนิ้วมือหนักเกินไป ใช้งานนิ้วมือด้วยท่วงท่าเดิมซ้ำๆ หรือใช้นิ้วเกี่ยวของหนัก มักเป็นสาเหตุของการเกิดโรคนิ้วล็อก และด้วยยุคสังคมออนไลน์ทำให้คนทั่วไปติดการเล่นสมาร์ทโฟนและแท็บเลตเป็นเวลานานๆ ซึ่งถือเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ทำให้พบคนเป็นโรคนิ้วล็อกเพิ่มมากขึ้นในปัจจุบันนี้

นายแพทย์เติมพงศ์ พ่อค้า แพทย์ศัลยกรรมกระดูกและข้อ เฉพาะทางด้านมือ ข้อศอก และจุลศัลยศาสตร์ ให้ข้อมูลว่า โรคนิ้วล็อกเกิดจากปลอกหุ้มเส้นเอ็นบริเวณฐานของนิ้วมือ (A1-Pulley) อักเสบและหนาตัวขึ้น ซึ่งเมื่ออักเสบ จะทำให้เส้นเอ็นเคลื่อนผ่านปลอกหุ้มเส้นเอ็นที่หนาขึ้นด้วยความยากลำบาก จึงมีอาการปวด และขยับนิ้วมือได้ยากขึ้น

อาการที่บ่งชี้โรคนิ้วล็อก ผู้ป่วยมักมีอาการเจ็บที่ฝ่ามือ บริเวณใต้ข้อต่อโคนนิ้วมือ หากเป็นมากขึ้นอาจมีอาการสะดุดเวลากำหรือเหยียดนิ้วมือได้ โดยอาการของโรคมักพบมากหลังจากตื่นนอนตอนเช้า หรือตอนที่ใช้งานมือหนักๆต่อเนื่องกันเป็นเวลานาน ทั้งนี้ ความรุนแรงของโรคนิ้วล็อกแบ่งเป็น 4 ระดับ ดังนี้ 1.มีอาการเจ็บบริเวณโคนนิ้วมือ 2.มีอาการสะดุดเวลากำหรือเหยียดนิ้วมือ แต่ยังสามารถเหยียดนิ้วได้เอง3.กำมือแล้วเกิดอาการล็อก ไม่สามารถเหยียดนิ้วได้เอง ต้องใช้มือมาช่วยง้างออก 4.ไม่สามารถกำมือได้สุด และอาจมีข้อนิ้วมืองอผิดรูปร่วมด้วย

โรคนิ้วล็อก รักษาอย่างไรนั้น แนวทางในการรักษาแบ่งเป็น 3 ขั้นตอน โดยมีรายละเอียดของวิธีรักษาคือ 1. หลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงต่างๆ และนำมือแช่น้ำอุ่นตอนเช้าหลังตื่นนอน ประมาณ 5 นาที ร่วมกับรับประทานยาลดปวดและอักเสบตามอาการ 2.ฉีดยาลดการอักเสบเฉพาะที่ ตรงตำแหน่งปลอกหุ้มเส้นเอ็นบริเวณฐานของนิ้วมือ (A1-Pulley) ซึ่งยาที่ใช้นั้นเป็นยาในกลุ่มสเตียรอยด์ต้องใช้ด้วยความระมัดระวัง ภายใต้ความดูแลของแพทย์ เนื่องจากผลข้างเคียงร้ายแรงที่สุดที่พบได้คือ เส้นเอ็นเปื่อยและอาจจะขาดเองได้ 3.การผ่าตัดเข้าไปตัดปลอกหุ้มเส้นเอ็นบริเวณฐานของนิ้วมือ (A1-Pulley) ร่วมกับเลาะเนื้อเยื่ออักเสบที่หุ้มเส้นเอ็นออก วิธีนี้เป็นวิธีสุดท้ายที่ใช้ในการรักษา จะช่วยลดอาการปวดและทำให้เส้นเอ็นขยับได้คล่องขึ้น ไม่มีอาการสะดุดเวลาใช้งาน โดยการผ่าตัดจะฉีดยาชาเฉพาะที่คล้ายกับการถอนฟันไม่จำเป็นต้องนอนโรงพยาบาลเพื่อดูอาการหลังจากผ่าตัด เมื่อผ่าตัดเสร็จแล้วนิ้วมือสามารถขยับได้เลยตั้งแต่หลังผ่าตัดเสร็จ

ทั้งนี้ วิธีและแนวทางการรักษาที่เหมาะสม ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรคและดุลยพินิจของแพทย์ อย่างไรก็ตาม ควรปรับพฤติกรรมการใช้งานนิ้วมือให้เหมาะสม ทั้งหลีกเลี่ยงการใช้นิ้วเกี่ยวของหนัก หรือลดระยะเวลาการเล่นสมาร์ทโฟนลง ก่อนเกิดอาการนิ้วล็อกหรือก่อนที่อาการของโรคจะดำเนินไปมากขึ้นกว่าเดิม