ปลุกพลังคนรุ่นใหม่ ออกแบบผ้าขาวม้าทอมือสุดเก๋

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/362500

ปลุกพลังคนรุ่นใหม่ ออกแบบผ้าขาวม้าทอมือสุดเก๋

ปลุกพลังคนรุ่นใหม่ ออกแบบผ้าขาวม้าทอมือสุดเก๋

วันศุกร์ ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

จันทิรา ยิมเรวัตวิวัฒน์รัตน์, อภิชาติ โตดิลกเวชช์, มีชัย วีระไวทยะ และ ฐาปน สิริวัฒนภักดี ร่วมยินดีกับผู้ได้รับรางวัลชนะเลิศทั้งสามสาขา

คณะทำงานการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและประชารัฐร่วมกับกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย และกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์จัดประกวดออกแบบสินค้า “ผ้าขาวม้าทอมือ” ในหัวข้อ “นวอัตลักษณ์” ภายใต้โครงการ “ผ้าขาวม้าท้องถิ่นหัตถศิลป์ไทย ประจำปี 2561” โดยมี บริษัท ประชารัฐรักสามัคคี วิสาหกิจเพื่อสังคม (ประเทศไทย) จำกัด เป็นผู้ดำเนินโครงการ เพื่อเปลี่ยนมุมมองของคนรุ่นใหม่ และกลุ่ม Young Designer ให้หันมาเลือกผ้าขาวม้าทอมือของชุมชนเป็นวัตถุดิบในการออกแบบ และสร้างสรรค์การพัฒนาสินค้าต่างๆ เป็นการทอมือ ทอใจ ช่วยชุมชน ล่าสุดโครงการฯ ได้จัดงานประกาศผลการตัดสินการประกวดออกแบบสินค้า “ผ้าขาวม้าทอมือ” ไปเมื่อเร็วๆ นี้ ณเวทีกลาง งานศิลปาชีพ ประทีปไทย OTOP ก้าวไกลด้วยพระบารมี 2561 ศูนย์แสดงสินค้าเมืองทองธานี

การประกาศผลการตัดสินและพิธีมอบรางวัลครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก จันทิรา ยิมเรวัตวิวัฒน์รัตน์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์, อภิชาติ โตดิลกเวชช์อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชนกระทรวงมหาดไทยในฐานะเลขานุการร่วมภาครัฐ คณะทำงานการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและประชารัฐ, มีชัย วีระไวทยะ ประธานกรรมการ บริษัท ประชารัฐรักสามัคคี วิสาหกิจเพื่อสังคม (ประเทศไทย) จำกัด พร้อมด้วยต้องใจ ธนะชานันท์ กรรมการผู้จัดการบริษัท ประชารัฐรักสามัคคี วิสาหกิจเพื่อสังคม (ประเทศไทย) จำกัด รวมถึงคณะกรรมการโครงการผ้าขาวม้าท้องถิ่นหัตถศิลป์ไทย ร่วมงานพร้อมชมแฟชั่นโชว์ชุดผ้าขาวม้าสาขาออกแบบแฟชั่นสุดตระการตาและนิทรรศการผลงานการประกวดออกแบบสินค้าผ้าขาวม้าทอมือ ใน 3 สาขา ได้แก่ สาขาออกแบบแฟชั่นสาขาออกแบบเคหะสิ่งทอสาขาออกแบบลายผ้า ที่บริเวณบูธ บริษัท ประชารัฐรักสามัคคี วิสาหกิจเพื่อสังคม (ประเทศไทย)

ฐาปน สิริวัฒนภักดี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ในฐานะหัวหน้าทีมภาคเอกชน คณะทำงานการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและประชารัฐกล่าวว่า “ขอแสดงความยินดีแก่ผู้ชนะการประกวด และชื่นชมน้องๆ Young Designer ที่มีความคิดสร้างสรรค์ นำเอาแนวคิดร่วมสมัยมาประยุกต์ใช้ และออกแบบผ้าขาวม้าทอมือให้มีความสวยงาม ทั้ง 3 สาขา คือ แฟชั่น เคหะสิ่งทอ และลายผ้า ซึ่งถือว่าเป็นความสำเร็จในเบื้องต้น แต่การทำงานต่อไปของโครงการผ้าขาวม้าท้องถิ่นหัตถศิลป์ไทย คือการทำให้ชิ้นงานต่างๆ ของผ้าขาวม้าทอมือ ได้รับการยอมรับจากผู้บริโภค และปลุกกระแสให้คนไทยหันกลับมาใช้ผ้าขาวม้าทอมือเพิ่มมากขึ้น เพื่อเป็นการเพิ่มรายได้ให้แก่ชุมชนผู้ผลิตผ้าขาวม้าต่อไป”

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมการเฟ้นหา “ทายาทผ้าขาวม้าไทย”ปลุกพลังคนรุ่นใหม่ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้เกิดความต่อเนื่องในการพัฒนาสินค้าผ้าขาวม้าในระยะยาว เกิดความภาคภูมิใจในภูมิปัญญาของชุมชนและหันกลับมาสนใจอาชีพการผลิตสินค้าผ้าขาวม้าให้เป็นทางเลือกหนึ่งของชีวิต ที่สามารถสร้างรายได้อย่างพอเพียง โดยไม่ต้องละทิ้งบ้านเกิด รวมถึงร่วมกันพัฒนาหัตถกรรมนี้ให้เป็นสินค้าร่วมสมัยระดับสากล ทั้งนี้ โครงการฯ ได้ค้นพบทายาทผ้าขาวม้าไทย จากชุมชนต่างๆ แล้ว15 ราย และมีแผนงานในการสื่อสารเรื่องราว แรงบันดาลใจ ปณิธาน และความมุ่งมั่นของคนกลุ่มนี้ให้เป็นที่รับรู้ของสังคม เพื่อสร้างแบบอย่างให้กับคนรุ่นใหม่ในชุมชนอื่นๆ ต่อไป

น.ส.คุณัญญา เครือจันทร์ จากบริษัท รมริน แอท ลีฟวิ่ง จำกัด ผู้ได้รับรางวัลชนะเลิศสาขาออกแบบเคหะสิ่งทอ เจ้าของ ผลงาน “บรรจง จรต” ที่ถูกออกแบบเป็นที่นั่งพักคอย เผยถึงไอเดียของชิ้นงานที่สามารถแยกเป็นชิ้นต่างๆ ว่า“สำหรับผลงานชิ้นนี้ใช้เวลาเกือบ 1 เดือนกว่าที่ผลงานนี้จะออกมาสำเร็จ เริ่มตั้งแต่ออกแบบ นำแบบไปคุยกับช่าง ทุกขั้นตอนที่ช่างผลิต เราต้องเข้าไปดูหมดทุกขั้นตอนส่วนการต่อยอดนั้นมองว่าผ้าขาวม้าปกติจะนิ่ม เพราะฉะนั้นเราจะทำอย่างไรให้มันอยู่ตัว ทำให้มันเย็บได้ โดยยังคงความสวยงามของผ้าเหมือนเดิม ส่วนตัวอยากให้เยาวชนคนรุ่นใหม่ที่รักในเรื่องแฟชั่น อยากให้หันมาสนใจในเรื่องของการอนุรักษ์ผ้าไทย ผ้าขาวม้าทอมือ”

ด้าน น.ส.ณัฐติรัตน์ เกียรติสุตนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ผู้ได้รับรางวัลชนะเลิศ สาขาออกแบบลายผ้า เจ้าของ ผลงาน “ผ้าขาวม้ามัดย้อม” เผยว่า “แนวคิดที่มาจากหัวข้อ นวอัตลักษณ์ ซึ่ง นว แปลว่า ใหม่ ส่วน อัตลักษณ์ คือความเป็นเอกลักษณ์ ตนจึงเลือกนำวิธีการมัดย้อม ซึ่งเป็นสิ่งที่พบได้มากในผ้าพื้นเมืองของประเทศไทย แต่ลองเปลี่ยนใช้วิธีที่แตกต่างในการมัดย้อม สำหรับผลงานชิ้นนี้ใช้เวลาทำไม่นาน เพราะถ้าลังเล ก็จะใช้เวลาทำนาน ต้องเผื่อระยะเวลาในการดำเนินงานตามแบบ เพราะกลัวจะส่งผลงานไม่ทันทำให้เราต้องตัดสินใจไปเลยตั้งแต่ต้นเลยว่า ถ้าไม่มีสีนี้เราจะใช้สีอะไรแทน ซึ่งขั้นตอนการเตรียมการจะใช้เวลานานที่สุดตั้งแต่การหาแรงบันดาลใจ หาข้อมูลจริงมาทำ สำหรับผลงานก็เตรียมที่จะต่อยอดในด้านลายผ้าไปเป็นผลิตภัณฑ์อื่นๆทั้งเสื้อผ้า วัสดุต่างๆ อยากที่จะยกลายผ้านี้ไว้ให้กับชุมชนต่อยอดทำงาน”

ปิดท้ายที่ นายธีรวัฒน์ จันทร์เส็ง นักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ ผู้ได้รับรางวัลชนะเลิศสาขาออกแบบแฟชั่น เจ้าของ ผลงาน “Automobile Irresistible” เผยว่า “รูปแบบของชิ้นงาน คืออยากให้เป็นเสื้อผ้าที่สวมใส่ได้ทุกโอกาส เลยเลือกเสื้อผ้าแบบ Unisex ใส่ได้ทั้งชายและหญิง คอนเซ็ปต์ของผลงานได้แนวคิวจากรถยนต์มาผสมผสานกับเสื้อผ้า โดยมีวัตถุดิบหลัก คือผ้าขาวม้านำผ้าขาวม้ามาตัดต่อให้เกิดเป็นรูปแบบลายที่เป็นกราฟิกมากขึ้น เพื่อให้เกิดความแตกต่างที่ทุกคนเคยเห็นมา อยากเชิญชวนคนไทยหันมาสนใจผ้าขาวม้า เพราะทุกวันนี้วิวัฒนาการของผ้าขาวม้าได้มีการพัฒนา มีลวดลายที่สวยงามมากขึ้น มีรูปแบบที่แปลกใหม่มากขึ้นครับ”

คุณัญญา เครือจันทร์ ชนะเลิศสาขาออกแบบเคหะสิ่งทอ

คุณัญญา เครือจันทร์ ชนะเลิศสาขาออกแบบเคหะสิ่งทอ
ณัฐติรัตน์ เกียรติสุต ชนะเลิศสาขาออกแบบลายผ้า

ณัฐติรัตน์ เกียรติสุต ชนะเลิศสาขาออกแบบลายผ้า
ธีรวัฒน์ จันทร์เส็ง ชนะเลิศสาขาออกแบบแฟชั่น

ธีรวัฒน์ จันทร์เส็ง ชนะเลิศสาขาออกแบบแฟชั่น

ฉลองวันเงินเดือนออกกับยูโอบี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/362495

ฉลองวันเงินเดือนออกกับยูโอบี

ฉลองวันเงินเดือนออกกับยูโอบี

วันศุกร์ ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ธนาคาร ยูโอบี จำกัด (มหาชน)จัดแคมเปญสุดพิเศษ “ยูโอบี แฮปปี้ เพย์เดย์ วัน ฟอร์ วัน” โปรฯ แรงกิจกรรมเด็ดทุกวันสุดท้ายของเดือน ประเดิมกิจกรรมแรกดึงนักแสดงหนุ่มที่กำลังมาแรงที่สุด จากละครเมีย 2018 ฟิล์ม-ธรภัทร กาวิละ มาร่วมสร้างสีสันในกิจกรรมมีทแอนด์กรี๊ดให้ลูกค้าบัตรเครดิตยูโอบีได้ฉลองวันเงินเดือนออก พร้อมสุดฟินกับการถ่ายรูปกับนักแสดงหนุ่มในกิจกรรม “ยูโอบี แฮปปี้เพย์เดย์ วัน ฟอร์ วัน” จำนวน 30 คน อย่างสนุกสนาน

สำหรับกิจกรรมมีทแอนด์กรี๊ด ในครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก นายธีรวัฒน์ตรีรัตน์ดิลกกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ และ ดร.อุษณีย์ มหากิจศิริ ลีโอณีโอประธานกรรมการ บริษัท เคดีเอ็น จำกัดผู้ดำเนินธุรกิจร้านอาหาร และเครื่องดื่มคริสปี้ครีม ต้อนรับ

ทั้งนี้ แคมเปญสุดพิเศษ “ยูโอบี แฮปปี้ เพย์เดย์ วัน ฟอร์ วัน” ยูโอบีร่วมฉลองวันเงินเดือนออกทุกวันสุดท้ายของเดือนนั้น จะผลัดเปลี่ยนร้านดังไปในแต่ละเดือน ตลอดปี 2561 เพื่อให้ผู้ถือบัตรเครดิตยูโอบี ได้ฟินในวันเงินเดือนออก สำหรับผู้ที่สนใจอยากถือบัตรเครดิตยูโอบี สามารถเข้ามาดูข้อมูลและสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมได้ที่ 02-2851555

ไม่มีคำว่าธรรมดา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/362494

ไม่มีคำว่าธรรมดา

ไม่มีคำว่าธรรมดา

วันศุกร์ ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

บอสสาวสวยสายแฟชั่นแห่งเอ็มโพเรียม อรธิรา ภาคสุวรรณ เตรียมเปิดฤดูกาลใหม่ฟอลล์/วินเทอร์ จัดแคมเปญ Emporium EmQartier LURE of LUXE Fall/Winter 2018 ยกทัพแบรนด์แฟชั่นชั้นนำระดับโลก กว่า 100 แบรนด์ จัดโปรโมชั่น และมอบสิทธิพิเศษมากมายไว้ต้อนรับนักช็อปวีไอพี ตลอดเดือนกันยายน นี้ ศูนย์การค้าดิ เอ็มโพเรียม และ ดิ เอ็มควอเทียร์

วันสยามจัดโปรสุดจี๊ด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/362309

วันสยามจัดโปรสุดจี๊ด

วันสยามจัดโปรสุดจี๊ด

วันพฤหัสบดี ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

วันสยาม (OneSiam) ผนึกกำลัง สยามพารากอน, สยามเซ็นเตอร์ และสยามดิสคัฟเวอรี่ ต้อนรับเทรนด์แฟชั่นคอลเลคชั่นออทั่ม/วินเทอร์ 2018 จัดโปรสุดจี๊ด เอาใจลูกค้าในแคมเปญ “OneSiam Fashion Destination Unlimit Boundary”

เติมแต่งสีสันต้อนรับแฟชั่นฤดูหนาว ตอกย้ำความเป็นศูนย์กลางแฟชั่นระดับโลก ล่าสุดผนึกกำลัง 3 ศูนย์การค้าแสดงพลังความเป็น “วันสยาม” (OneSiam) นำโดย สยามพารากอน, สยามเซ็นเตอร์ และสยามดิสคัฟเวอรี่ จัดแคมเปญ “OneSiam Fashion Destination Unlimit Boundary” เผยโฉมคอลเลคชั่นออทั่ม/วินเทอร์ 2018 ใหม่ล่าสุดจากซูเปอร์ลักชัวรี่, อินเตอร์เนชั่นแนล ดีไซเนอร์แบรนด์, สตรีทแฟชั่น และ ไทยดีไซเนอร์แบรนด์ เพียงช็อปสินค้าจากร้านแฟชั่นที่ร่วมรายการจาก 3 ศูนย์ฯ ครบ 5,000 บาท ขึ้นไป รับทันที Siam Gift Card มูลค่า 1,000 บาท(จำนวนจำกัด)

แฟชั่นนิสต้าห้ามพลาด มาร่วมช็อปสินค้าอัพลุคสุดเก๋ทั้งแฟชั่นกับแคมเปญ “OneSiam Fashion Destination Unlimit Boundary” ได้ตั้งแต่วันที่ 7 กันยายน-4 ตุลาคม 2561 ณ สยามพารากอน, สยามเซ็นเตอร์ และสยามดิสคัฟเวอรี่ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 02-6108000

AIGNER คอลเลคชั่น FALL/WINTER 2018 แรงบันดาลใจจากสีสันสไตล์โมร็อกโก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/362312

AIGNER คอลเลคชั่น FALL/WINTER 2018  แรงบันดาลใจจากสีสันสไตล์โมร็อกโก

AIGNER คอลเลคชั่น FALL/WINTER 2018 แรงบันดาลใจจากสีสันสไตล์โมร็อกโก

วันพฤหัสบดี ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

บริษัท ดีเคเอสเอช (ประเทศไทย)จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่าย “AIGNER” (แอคเนอร์) แบรนด์เครื่องหนังชั้นนำคุณภาพสูงจากกรุงมิวนิค ประเทศเยอรมนี นำโดย วรรณชื่นทองเย็น ผู้จัดการอาวุโส แผนกลักซูรี่แอนด์ไลฟ์สไตล์ และ ปสุตา พุทธจิรวัสผู้จัดการแบรนด์ AIGNER เปิดตัวแฟชั่นเครื่องหนังคอลเลคชั่น “แอคเนอร์วุนเดอร์คัมเมอร์” (AIGNER WUNDERKAMMER) สำหรับฤดูกาล FALL/WINTER 2018 โดดเด่นด้วยสีสันลวดลายสไตล์โมร็อกโก

ในงานมีเหล่าคนดัง อาทิ แป้ง-อัชฌา เจริญรัศมีเกียรติ, โบว์-ชมพูนุท โรจน์ศิริรัตน์, นวลพรรณ โอสถานนท์, จันจิ-จันจิรา จันทร์พิทักษ์ชัย, เฌอเบลล์-ลัลณ์ลลิน เตจะสา เวศซ์, ไอซ์-อธิชนัน ศรีเสวก และ พลอย-ภัทรากร ตั้งศุภกุลร่วมอัพเดทคอลเลคชั่น ณ AIGNER POP UP STORE โซนเอเทรียม ชั้น G ศูนย์การค้าสยามดิสคัฟเวอรี่

ปสุตา พุทธจิรวัส ผู้จัดการแบรนด์ AIGNER กล่าวว่า WUNDERKAMMER ได้ คริสเตียน เบ็ค(CHRISTIAN BECK) ครีเอทีฟ ไดเร็กเตอร์มาเนรมิตภาพลักษณ์ใหม่ให้แก่งานดีไซน์ ซึ่งคอลเลคชั่นนี้เป็นการออกแบบที่ผสมผสานระหว่างโลกตะวันออก ด้วยการพาทุกคนย้อนไปไกลถึงช่วงปลายยุคเรเนซองส์และบาโรก นำแรงบันดาลใจจากขุมทรัพย์ส่วนตัวและสมบัติต่างๆที่บรรดาราชวงศ์ พ่อค้า ขุนนาง เก็บสะสมและจัดแสดงในคฤหาสน์ นำความลึกลับและเรื่องราวมากมายที่บรรจุอยู่ในสมบัติชิ้นนั้นๆ ไม่ว่าจะเป็น ภาพเขียน รูปปั้นหนังสัตว์ เขาสัตว์ วัตถุโบราณจากดินแดนห่างไกล อาทิ โมร็อกโก ตะวันออกไกล อาหรับ เปอร์เซีย ฯลฯ มาสร้างสรรค์เพื่อพบกับแรงบันดาลใจอันวิจิตรตระการตาจากดินแดนอันห่างไกล โดยกระเป๋าทุกใบผลิตจากหนังวัวอิตาลี ซึ่งแต่ละใบมีรูปทรงและประดับลวดลายที่เป็นเอกลักษณ์แตกต่างกัน เช่น อะไหล่ทอง, ปักหมุด,พู่หนัง, ปั๊มลาย, ปักลาย, พิมพ์ลาย เป็นต้น

ด้วยแรงบันดาลใจจากศิลปะของMOROCCO ถูกสร้างสรรค์ผ่านกระเป๋าหนังวัวแท้คุณภาพสูงรุ่นคลาสสิกของ AIGNER อย่าง “DIADORA” มาพร้อมกับรุ่นลิมิเต็ด DIADORA LUCIDA ด้วยดีเทลงาน “เมทัลฉลุ” ลวดลายอ่อนช้อยดั่งเจ้าหญิงอาหรับสุดประณีต ตามด้วยกระเป๋าถือรูปทรงสุดคลาสสิก รุ่น ALIA กระเป๋าหนังพิมพ์ลายของกระเบื้องโมเสอิคของโมร็อกโก และลายทางจับคู่สีม่วงและสีเปอร์เซียนบลู เพิ่มความโมเดิร์นลงไปผ่านการใช้เส้นสาย ช่องใส่ของที่กว้างขวางและหลากหลาย ทำให้เราหวนนึกถึงหีบเพลง Accordion และอีกหนึ่งจุดเด่นคือ “ที่จับกระเป๋า” ใช้เทคนิคการตัดหนังแบบเดียวกับแผงคอของม้าให้ลุคที่งามสง่า เป็นการย้ำภาพของแอคเนอร์ ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นแบรนด์ที่รู้จักกันดีในกระเป๋าที่ควบคู่กับนักกีฬาขี่ม้า นอกจากนี้ ยังมีกระเป๋าทรงพระจันทร์ครึ่งเสี้ยวพิมพ์ลายเสือของแมวพันธุ์โอเซลอต (Ocelot) และกระเป๋าทรงคาเมราแบ๊ก (Camera bag) ปั๊มรูปหน้าโอเซลอท

แฟชั่นนิสต้าอย่าง แป้ง-อัชฌา เจริญรัศมีเกียรติ บอกว่า ส่วนตัวชอบศิลปะแบบตะวันออกกลาง, อาหรับ, โมร็อกโก เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ยิ่งอะไรที่มีลายแบบกระเบื้องโมเสกจะหลงใหลมากเป็นพิเศษ เพียงแค่เดินในโรงแรมที่ตกแต่งแนวนี้ก็มีความสุข คอลเลคชั่นใหม่ของ AIGNER ก็เช่นเดียวกันที่แค่มองก็รู้สึกสะดุดตาในลวดลายที่ไม่เหมือนใครแล้ว ชอบรุ่น GENOVEVA MEDINA เพราะเหมือนมีเรื่องราวอยู่ในลวดลายที่เขาพิมพ์ลงบนหนัง และด้านข้างก็มีลายโอเซลอต (Ocelot) ด้วย ทำให้การถือใบนี้ไม่น่าเบื่อ เวลาจะซื้อกระเป๋าสักใบจะไม่มีกฎเกณฑ์หรือตีกรอบ เช่น ถ้าเป็นใบเล็กแต่ชอบที่ลาย เพราะเราสามารถมีกระเป๋าเสริมไว้ใส่ของชิ้นใหญ่ได้ เลยจะตกหลุมรักอะไรได้ง่าย

ด้าน โบว์-ชมพูนุท โรจน์ศิริรัตน์บอกว่า เป็นคนชอบของที่ตกแต่งด้วยอะไหล่ทองๆ วาวๆ อยู่แล้ว คอลเลคชั่น WUNDERKAMMER ของแอคเนอร์ โดดเด่นสะดุดตามาก ด้วยลวดลายที่ไม่เหมือนใครอย่างลายเสือ ลายโมร็อกโก ซึ่งอินเทรนด์ในช่วงนี้อยู่แล้วด้วย เลยชอบ และหลายๆ ใบ ก็มีขนาดที่ไม่ใหญ่จนเกินไป กะทัดรัดกำลังดี ทำให้หยิบใช้ได้ง่ายทั้งวันทำงานและวันสบายๆ เวลาจะซื้อกระเป๋าสักใบดีไซน์ต้องมาก่อน ถ้าชอบแล้วไม่ว่าจะราคาเท่าไหร่เราก็จะGo for it ถัดมาก็จะดูวัสดุและอะไหล่กระเป๋าว่ามีคุณภาพคุ้มค่ากับราคาหรือไม่ถ้าทุกอย่างโอเคก็ซื้อเลย

พบกับ FULL COLLECTION จาก AIGNER FALL/WINTER 2018 ณ AIGNER BOUTIQUE ชั้น 1เกษรวิลเลจ, เซ็นทรัล ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์สาขาบางนา, ปิ่นเกล้า และ ชิดลม และ AIGNER POP UP STOREชั้น 1 สยามพารากอน

รพ.จุฬาฯเผยประสบผลสำเร็จการเพาะเลี้ยงและใช้สเต็มเซลล์รักษาโรคตา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/362308

รพ.จุฬาฯเผยประสบผลสำเร็จการเพาะเลี้ยงและใช้สเต็มเซลล์รักษาโรคตา

รพ.จุฬาฯเผยประสบผลสำเร็จการเพาะเลี้ยงและใช้สเต็มเซลล์รักษาโรคตา

วันพฤหัสบดี ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย โดยศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ด้านการให้บริการปลูกถ่ายกระจกตา และการใช้สเต็มเซลล์รักษาโรคตา แห่งโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ได้ร่วมมือกับ KyotoPrefectural University kyotoprefectural university of medicineพัฒนาแผนการรักษาและการใช้เทคโนโลยีในการรักษาโรคตาชนิดต่างๆ และผ่าตัดปลูกถ่ายเซลล์ผิวกระจกตาเพาะเลี้ยงจากสเต็มเซลล์ของผู้ป่วย ได้ประสบผลสำเร็จ

รศ.นพ.ปริญญ์  โรจนพงศ์พันธุ์ หัวหน้าฝ่ายจักษุวิทยา โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ กล่าวว่า ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการให้บริการปลูกถ่ายกระจกตาและการใช้สเต็มเซลล์รักษาโรคกระจกตา ให้การบริการรักษากระจกตาโดยเฉพาะ ด้วยอุปกรณ์และวิทยาการรูปแบบใหม่ ซึ่งแต่เดิมศูนย์ฯแห่งนี้คือ หน่วยกระจกตา ฝ่ายจักษุวิทยาโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ มีชื่อเสียงในการผ่าตัดเปลี่ยนกระจกตา ให้กับผู้ป่วยสำเร็จเป็นรายแรกของประเทศไทยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2502 ก่อนจะก่อตั้งเป็นศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์เช่นทุกวันนี้ ซึ่งได้เปิดให้บริการรักษาผู้ป่วยโรคกระจกตาพิการ โรคผิวกระจกตา และผู้ที่มีภาวะพร่องเนื้อเยื่อเซลล์ต้นกำเนิดของผิวกระจกตา โรคกระจกตาเสื่อม กระจกตาอักเสบ กระจกตาติดเชื้อ ด้วยทีมแพทย์ประจำศูนย์ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านกระจกตาระดับต้นๆ ของเมืองไทย

ปัจจุบันศูนย์ฯร่วมกับศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ด้านสเต็มเซลล์และเซลล์บำบัด โดย ผศ.ดร.นพ.นิพัญจน์อิศรเสนา ณ อยุธยาได้ทำการวิจัยเพาะเลี้ยงสเต็มเซลล์ผิวกระจกตาได้สำเร็จ ทั้งนี้ในศูนย์ฯมีเทคโนโลยีและเครื่องมือที่ทันสมัยสำหรับให้บริการ เรียกได้ว่าเป็นศูนย์ฯ ที่มีศักยภาพในการรักษาโรคกระจกตาทุกชนิดอย่างครบวงจร ทำให้ผู้ป่วยโรคกระจกตาชนิดซับซ้อนจากหลากหลายโรงพยาบาลทั่วประเทศจึงถูกส่งตัวมารักษา ณ ศูนย์ฯแห่งนี้

รศ.พญ.วิลาวัณย์ พวงศรีเจริญหัวหน้าศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ด้านการให้บริการปลูกถ่ายกระจกตา และการใช้สเต็มเซลล์รักษาโรคตา แห่งโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ กล่าวว่า ปัจจุบันโรคภาวะพร่องเนื้อเยื่อเซลล์ต้นกำเนิดของผิวกระจกตา พบได้มากในคนไทย โดยมีสาเหตุจาก อุบัติเหตุหรือโรคต่างๆ ได้แก่ กรด ด่างเข้าตา การโดนความร้อน ควันระเบิด การแพ้ยาแบบกลุ่มอาการสตีเวนส์จอห์นสัน กระจกตาติดเชื้อภาวะภูมแพ้ที่มีการอักเสบเรื้อรัง และโรคอื่นๆ อีกหลายชนิด ซึ่งมีผลทำให้ LSC ลดจำนวนลง ไม่สามารถทำงานได้เป็นปกติ ผิวกระจกตาจึงไม่เรียบ เกิดแผลเรื้อรัง มีเส้นเลือดจากเยื่อบุตารุกล้ำเข้ามาในกระจกตา กระจกตาฝ้าขุ่นทำให้การมองเห็นลดลง กระจกตาทะลุ ติดเชื้อจนถึงตาบอด การรักษาโรคนี้ในอดีตทำโดยการผ่าตัดเปลี่ยนกระจกตา แต่เนื่องจากไม่ได้รับการแก้ไขที่สาเหตุ กระจกตาที่เปลี่ยน เปลี่ยนไปอยู่ได้ไม่นาน เกิดแผลเรื้อรังมีเส้นเลือดงอกเข้ามา และกระจกตากลับมาขุ่น ทำให้ผู้ป่วยมองไม่เห็นดังเดิม

ปัจจุบันนี้ ศูนย์ฯกับหน่วยวิจัยเซลล์และเซลล์บำบัดแห่งคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ได้ร่วมกันวิจัยและพัฒนาเป็นลำดับขั้น โดยในปี พ.ศ.2548 ทำการเพาะเลี้ยงสเต็มเซลล์ของผิวตาได้เป็นผลสำเร็จ และมีการปลูกถ่ายสเต็มเซลล์ในสัตว์ทดลองเป็นครั้งแรกในปี พ.ศ.2550 หลังจากนั้นในปี พ.ศ.2551 จึงได้มีการปลูกถ่ายสเต็มเซลล์ให้แก่ผู้ป่วยในโรงพยาบาลจุฬาฯเป็นครั้งแรก จำนวน 20 ราย ในปี 2559 อีก 10 รายและในปี 2561 วางแผนปลูกถ่ายอีก 20 ราย ซึ่งขณะนี้ทำไปแล้ว 6 ราย และได้ผลการรักษาเป็นที่น่าพอใจ จึงเป็นความหวังใหม่ให้กับผู้ป่วยที่เป็นโรคภาวะพร่องเนื้อเยื่อเซลล์ต้นกำเนิดของผิวกระจกตา

นอกจากนี้ยังได้พัฒนาวิธีการเพาะเลี้ยงแบบใหม่ด้วยระบบที่สนับสนุนการเพาะเลี้ยงระยะยาว โดยวิธีใหม่จะสามารถเพาะเซลล์ต้นกำเนิดที่รับมาจากตาข้างที่ดีของผู้ป่วยเอง (autologousdonor) หรือจากตาผู้บริจาค (allogenicdonor) ที่ได้จากศูนย์ดวงตา สภากาชาดไทยโดยพบว่าสามารถนำมาเลี้ยงเพิ่มปริมาณเซลล์อย่างต่อเนื่อง (multiple passage)โดยเซลล์ที่ได้ยังคงคุณสมบัติของเซลล์ต้นกำเนิดไว้ได้ การศึกษาวิจัยเรื่องสเต็มเซลล์นี้จึงนับเป็นความหวังทั้งของผู้ป่วยและวงการจักษุแพทย์ไทยในการรักษาให้ผู้ป่วยมีโอกาสกลับมามองเห็นอีกครั้ง

งานวิจัยชี้ นอนดึกตื่นสาย-นอนหลับๆ ตื่นๆ เสี่ยงโรคเบาหวาน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/362305

งานวิจัยชี้ นอนดึกตื่นสาย-นอนหลับๆ ตื่นๆ  เสี่ยงโรคเบาหวาน

งานวิจัยชี้ นอนดึกตื่นสาย-นอนหลับๆ ตื่นๆ เสี่ยงโรคเบาหวาน

วันพฤหัสบดี ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เบาหวาน เป็นโรคที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นในประชากรไทย จากรายงานการสำรวจสุขภาพประชาชนไทย ครั้งที่ 5 (พ.ศ.2557) โดย สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) พบความชุกของ
เบาหวานในประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไป เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 6.9 ในปี 2552 เป็นร้อยละ 8.9 ในปี 2557 สัดส่วนของผู้ป่วยเบาหวานไม่ทราบว่าตนเองเป็นเบาหวาน เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 31.2 ในปี 2552 เป็นร้อยละ 43.1 ในปี 2557 ทั้งนี้ การเจ็บป่วยจากโรคเบาหวานจะทำให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่แย่ลง เนื่องจากจะมีอาการแทรกซ้อนเกิดขึ้นกับร่างกายและมีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดโรคต่างๆ เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคหลอดเลือดในสมองตีบ โรคไตวายเรื้อรัง โรคปลายประสาทตาและจอประสาทตาเสื่อม เป็นต้น

ผศ.ดร.จรวยพร ศรีศศลักษณ์ ผู้จัดการงานวิจัย สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) กล่าว ว่า สาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดโรคเบาหวานคือ การที่ร่างกายเกิดภาวะดื้อต่ออินซูลิน และภาวะการทำงานของตับอ่อนที่แย่ลง ทั้ง 2 ภาวะนี้ทำให้ร่างกายควบคุมระดับน้ำตาลได้ไม่ปกติ นำมาสู่ภาวะน้ำตาลในเลือดสูง ปัจจุบันความรู้เกี่ยวกับโรคเบาหวานโดยเฉพาะความรู้ในประเด็นใหม่ๆ ที่มีความสัมพันธ์ต่อการเกิดโรคเบาหวาน เช่น ภาวะกรดยูริคในเลือดสูงและการนอนหลับพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ เป็นความรู้ที่สำคัญและยังมีไม่เพียงพอต่อการนำไปใช้วินิจฉัยผู้ป่วยก่อนเป็นโรคเบาหวานได้

ดังนั้น สวรส. จึงได้สนับสนุนการศึกษาเรื่องอัตราการพัฒนาไปเป็นโรคเบาหวานและการศึกษาความสัมพันธ์เกี่ยวกับปัจจัยการนอนหลับและระดับกรดยูริคในเลือดกับระดับน้ำตาลสะสมในเลือด (HbA1c) ในผู้ที่มีภาวะน้ำตาลในเลือดเริ่มสูงหรือภาวะก่อนจะเป็นเบาหวาน เพื่อทราบถึงโอกาสของการป่วยเป็นเบาหวาน

ทางด้าน ผศ.ดร.พญ.ธัญญรัตน์ อโนทัยสินทวีเครือข่ายนักวิจัย สวรส. สังกัดภาควิชาเวชศาสตร์ครอบครัว คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี หัวหน้าโครงการศึกษาวิจัยอัตราการพัฒนาไปเป็นโรคเบาหวานและการศึกษาความสัมพันธ์เกี่ยวกับปัจจัยการนอนหลับและระดับกรดยูริคในเลือด กล่าวว่า

“คำถามหนึ่งที่พบได้บ่อยจากผู้ที่มีค่าระดับน้ำตาลในเลือด 100-109 mg/dL กับ 110-125 mg/dL ว่าจะมีโอกาสพัฒนาไปเป็นโรคเบาหวานได้มากน้อยต่างกันอย่างไร ซึ่งแพทย์ก็จะบอกได้เพียงมีความเสี่ยงน้อยหรือเสี่ยงมากเท่านั้น ในการศึกษาจึงได้เปรียบเทียบอัตราการพัฒนาไปเป็นโรคเบาหวานในผู้ที่มีค่าน้ำตาลในเลือด ระหว่าง 100-109 mg/dL กับ 110-125 mg/dL พบว่า ในระยะเวลา 2 ปีผู้ที่มีค่าน้ำตาลในเลือด 100-109 mg/dL กับ 110-125 mg/dL มีอัตราการพัฒนาไปเป็นโรคเบาหวาน คิดเป็นร้อยละ 3 กับร้อยละ 8 ตามลำดับ ซึ่งมีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ ดังนั้น กลุ่มเสี่ยงจะต้องตระหนักและให้ความสำคัญในการสร้างเสริมสุขภาพ เช่น การออกกำลังกาย ควบคุมอาหารหวาน มัน เค็ม ป้องกันไม่ให้ค่าน้ำตาลเพิ่มสูงขึ้น เพื่อเลี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวานในอนาคต”

ส่วนผลการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยเกี่ยวกับการนอนหลับและระดับ HbA1C พบว่า ในคนที่มีระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ คนที่นอนดึกตื่นสายรวมถึงคนนอนไม่เพียงพอหรือนอนต่ำกว่า 6 ชั่วโมง จะมีระดับน้ำตาลสะสมในเลือดมากกว่าคนที่เข้านอนเร็วอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากการเข้านอนผิดเวลาธรรมชาติ จะส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงตามมา

ผศ.ดร.พญ.ธัญญรัตน์ อธิบายเพิ่มเติมว่า “การเข้านอนสายหรือเข้านอนช้า เช่น เข้านอนตี 3ไปตื่นนอนตอน 11 โมงถึงเที่ยงวัน แม้คิดว่าได้พักผ่อนเพียงพอแล้ว แต่ก็จัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่จะมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าคนที่เข้านอนเร็ว นอกจากนี้คนที่ทำงานเป็นกะ คนที่นอนไม่ต่อเนื่อง เช่น นอนหลับๆ ตื่นๆ ก็จัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยงด้วยเช่นกัน เนื่องจากร่างกายของมนุษย์จะทำงานสัมพันธ์กับนาฬิกาชีวภาพ หรือ Human Biological Clock ซึ่งเป็นระบบสำคัญของร่างกายในการควบคุมวงรอบการหลับ-ตื่น และควบคุมการหลั่งฮอร์โมน ตลอดจนควบคุมระดับอุณหภูมิร่างกายของแต่ละคน ดังนั้น คนที่นอนตื่นสายพักผ่อนไม่เพียงพอจะทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนที่ผิดปกติไปและส่งผลต่อการทำงานของตับอ่อนที่แย่ลง ซึ่งอาจส่งผลต่อภาวะดื้อต่ออินซูลินได้ จึงแนะนำว่าควรพักผ่อนโดยเข้านอน 2-3 ทุ่ม แล้วตื่นนอนเวลา 6 โมง ให้สัมพันธ์กับนาฬิกาชีวภาพ”

คุณแหน : 6 กันยายน 2561

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/362314

คุณแหน : 6 กันยายน 2561

วันพฤหัสบดี ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ll พระเทพปฏิญาณกวี (เจ้าคุณบุญมา) ประธานองค์การเผยแผ่และผู้ช่วยเจ้าอาวาส วัดประยุรวงศาวาส เป็นประธานพิธีสวดมนต์เจริญจิตภาวนาและทำบุญตักบาตร พระภิกษุสามเณร 90 รูป 9 ก.ย. 07.00 น. ลานหน้าพระอุโบสถ…

ll ศ.เกียรติคุณ นพ.เกษม วัฒนชัย องคมนตรี เป็นประธานพิธีมอบรางวัลหนังสือดีเด่น “เซเว่นบุ๊ค อวอร์ด” ครั้งที่ 15 รับโล่พระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมปาฐกถาพิเศษด้วยการอ่าน โดยมี ก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ ประธานกก.บริหาร บมจ.ซีพีออลล์  6 ก.ย. 13.00 น. ห้องดุสิตธานีฮอลล์…

ll พิธีบำเพ็ญกุศล เปง พึ่งพา โยมมารดาของครูบาชัยมงคล ชยฺธมฺโม เจ้าอาวาสวัดไทรย้อย 4 – 9 ก.ย. 20.00 น. ประชุมเพลิง10 ก.ย. 16.00 น. ณ วัดไทรย้อย ต.ไทรย้อยอ.เด่นชัย จ.แพร่…

ll จิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผอ.สนง.ส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) ทีเส็บแถลงข่าวความคืบหน้าโครงการมาตรฐานสถานที่จัดงานไมซ์อาเซียน และการประชุม ASEAN MICE Venue Standards (AMVS) ครั้งที่ 6 ห้องประชุมชั้น 23 เซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัล เวิลด์ 13 ก.ย.13.30 น….

llฉัตรสุดา จันทร์ดียิ่ง กก.สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เข้าร่วมประชุม XXII ISPCAN International Congress หัวข้อ ChildProtection in the Changing World โดยมีนักวิชาการด้านสิทธิเด็กกว่า 80 ประเทศจากทั่วโลกมาร่วม ที่กรุงปราก สาธารณรัฐเช็ก2-5 ก.ย….

llสมเกียรติ ฉันทวานิช ประธานจัดงาน พร้อมด้วย เชี่ยว ว่องปรีชาประธานที่ปรึกษา อัสสัมชัญรวมรุ่นประสานมิตรแจ้งข่าวสังสรรค์ศิษย์เก่าที่จบการศึกษาโรงเรียนอัสสัมชัญ ม.6 (2490-2499) “รวมพลชาว AC เพื่อนช่วยเพื่อน พี่ช่วยน้องน้องช่วยพี่” 3 พ.ย. 11.00  น. ห้องกิ่งเพชรรร.เอเชีย ..ทราบข่าวแล้วขอให้ไปกันพร้อมเพรียงรุ่นนี้แล้วอาจจะเหลือน้อย…

ll ภญ.จิตสุมนต์ วัฒนะประเสริฐ ลาออกมาจาก บ.แมค แมคไลฟ์เพื่อให้เวลาในการดูแลบุตร และทำธุรกิจส่วนตัวได้อย่างเต็มที่ แบบนี้คุณหมอหลายคนคงคิดถึงแย่เลย…

ll อินทิรา ธนวิสุทธิ์ และปรียามลธนวิสุทธิ์ จัดงานครบ 15 ปี เว็บไซต์ Hisoparty.com นิตยสารออนไลน์ 18 ก.ย.18.30 น. รร.แลงคาสเตอร์ ถ.เพชรบุรีตัดใหม่..ในขณะที่ พัฒพงษ์ ธนวิสุทธิ์ 1 ในผู้บริหารอยู่ในร่มกาสาวพัสตร์…

ll สวดพระอภิธรรม ซี.ที.รัสเซลล์ (อาจารย์แหม่ม) อดีตอาจารย์ประจำโรงเรียนนายร้อยตำรวจ สามพราน อายุ 99 ปี คุณยายของ เบ็คกี้ รัสเซลล์ 5-9 ก.ย. 19.00 น. ณ ศาลากลางน้ำวัดเทพศิรินทราวาส และฌาปนกิจศพ 10 ก.ย.14.00 น….

ll เพิ่งฉลองอายุครบ 90 ปี ไปเมื่อ 4 ส.ค. ร.ต.ศ.พิเศษ ดร.แมนรัตน์ ศรีกรานนท์ ศิลปินแห่งชาติ เสียชีวิตด้วยโรคชรา เมื่อ 5 ก.ย. ลออวรรณ ศรีกรานนท์ภรรยาแจ้งว่าจะมีพิธีสวดอธิษฐานที่โบสถ์วัดพระมหาไถ่ ซ.ร่วมฤดี 7-10 ก.ย. 19.00 น.และจัดพิธีฝังส่งวิญญาณ 11 ก.ย. สุสานศานติคาม สามพราน นครปฐม…ll

น้อง

‘สวนดอกร้อยดวงใจ’ปี2561 บริจาค‘ต่อลมหายใจ’ผู้ป่วยยากไร้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/362315

‘สวนดอกร้อยดวงใจ’ปี2561  บริจาค‘ต่อลมหายใจ’ผู้ป่วยยากไร้

‘สวนดอกร้อยดวงใจ’ปี2561 บริจาค‘ต่อลมหายใจ’ผู้ป่วยยากไร้

วันพฤหัสบดี ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ศ.นพ.บรรณกิจ โลจนาภิวัฒน์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

“ข้อ 25 (1) ทุกคนมีสิทธิ์ในมาตรฐานการครองชีพอันเพียงพอสำหรับสุขภาพและความอยู่ดีของตนและของครอบครัว รวมทั้งอาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย และการดูแลรักษาทางการแพทย์ และบริการสังคมที่จำเป็น และมีสิทธิ์ในหลักประกันยามว่างงาน เจ็บป่วย พิการ ม่ายวัยชรา หรือปราศจากการดำรงชีพอื่นในสภาวะแวดล้อมนอกเหนือการควบคุมของตน (2) มารดาและเด็กย่อมมีสิทธิ์ที่จะรับการดูแลรักษาและการช่วยเหลือเป็นพิเศษ เด็กทั้งปวงไม่ว่าจะเกิดในหรือนอกสมรสจะต้องได้รับการคุ้มครองทางสังคมเช่นเดียวกัน”

ข้อความใน ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน 2491 ข้างต้นนี้ระบุไว้ชัดเจนถึง“สิทธิของบุคคลทุกคนที่จะต้องได้รับการดูแลรักษาอย่างเพียงพอเพื่อให้ตนเองและครอบครัวมีสุขภาพดี” ซึ่งประเทศไทยเองก็ยึดหลักนี้และมีการพัฒนามาตามลำดับโดยเฉพาะการเกิดขึ้นของ “หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า” (สปสช. หรือบัตรทอง 30 บาท) ทำให้คนไทยทุกคนเดินทางมาใช้บริการโรงพยาบาลได้ จากเดิมที่คนฐานะยากจนไม่ค่อยกล้ามาโรงพยาบาล ต้องยอมเจ็บออดๆ แอดๆ หรือซื้อยากินเองจนอาการทรุดหนักเป็นที่น่าเวทนาแก่ผู้พบเห็นรับรู้

แต่อีกด้านหนึ่ง “จำนวนคนไข้ที่มากขึ้นส่งผลให้ค่าใช้จ่ายของโรงพยาบาลสูงขึ้น และงบประมาณด้านสาธารณสุขของรัฐเองก็ไม่เพียงพอ”โรงพยาบาลจำนวนไม่น้อยต้องแบกรับภาระนี้ไว้ ท่ามกลางความหลากหลายของคนไข้ที่มิได้มีแต่เพียงคนไทย ทว่ายังรวมถึงคนต่างด้าวที่ต้องการความช่วยเหลือด้วย ซึ่งตามจรรยาบรรณแพทย์แล้วจะปฏิเสธคนไข้กลุ่มใดก็ไม่ได้เพราะเมื่อเจ็บป่วยมาก็ต้องได้รับการรักษาตามหลักมนุษยธรรม

ศาสตราจารย์ นายแพทย์บรรณกิจโลจนาภิวัฒน์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) เปิดเผยว่า โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อ “โรงพยาบาลสวนดอก” เป็นโรงพยาบาลระดับตติยภูมิที่มีขนาดใหญ่และรองรับผู้ป่วยจาก 17 จังหวัดภาคเหนือ มีจำนวนเตียงให้บริการ 1,400 เตียง ให้การบริการรักษาผู้ป่วยทุกเชื้อชาติศาสนาในระดับมาตรฐานสากล ที่นี่ก็เป็นโรงพยาบาลอีกแห่งหนึ่งประสบปัญหาด้านงบประมาณเช่นกัน

“ในปี 2560 มีผู้ป่วยเข้ารับการรักษา 1,480,239 คน ส่วนใหญ่มีฐานะยากจนรายได้น้อย ถึงแม้จะมีโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าของรัฐบาลมารองรับ แต่ก็ยังไม่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายส่วนเกินที่ผู้ป่วยต้องรับภาระในการรักษาในแต่ละครั้งในแต่ละปีจะมีทั้งผู้ป่วยที่มีสิทธิบัตรและไม่มีสิทธิบัตร ส่งผลให้โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ต้องรับภาระค่าใช้จ่ายส่วนเกินที่เกิดขึ้นทั้งหมดปีละประมาณกว่า 100ล้านบาท” ศาสตราจารย์ นายแพทย์บรรณกิจ กล่าว

เช่นเดียวกับ ผู้ช่วยศาสตราจารย์นายแพทย์วิชัย ชื่นจงกลกุล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ เปิดเผยว่า“ในแต่ละปีโรงพยาบาลใช้งบประมาณกว่า100 ล้านบาทและเพิ่มขึ้นร้อยละ 10 เปอร์เซ็นต์ ทุกปีในการรักษาผู้ป่วย” จากสถิติเมื่อปี 2560 พบว่างานสังคมสงเคราะห์ของโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ได้ใช้เงินในการช่วยเหลือผู้ป่วยคนไทยที่ใช้สิทธิ์ในการรักษาได้แต่มีปัญหาส่วนเกินสิทธิ์

อาทิ ค่าอุปกรณ์พิเศษ ค่ายานอกบัญชีหลักแห่งชาติ และค่าตรวจพิเศษ จำนวน 40 ล้านบาท, ผู้ป่วยที่ไร้สิทธิ์ในการรักษา เช่น คนไทยตกหล่น คนที่เกิดในประเทศไทย แต่ไม่ได้รับสัญชาติไทย ต่างด้าวไร้สิทธิ์ จำนวน 30 ล้านบาทและผู้ป่วยที่ไม่สามารถชำระค่ารักษาพยาบาลได้ทั้งหมดในทันที ต้องขอผ่อนชำระซึ่งโรงพยาบาลต้องสำรองเงินจ่ายให้กับผู้ป่วยกลุ่มนี้ จำนวน 30 ล้านบาท

“มีผู้ป่วยยากไร้หลายรายที่ต้องผ่าตัดเปลี่ยนอวัยวะ เช่น ตับ และ ไต ซึ่งทางโรงพยาบาลก็ต้องให้ความช่วยเหลือ ด้วยมนุษยธรรม เพราะหากผู้ป่วยไม่ได้รับการรักษาผู้ป่วยต้องเสียชีวิตแน่นอน ทำให้โรงพยาบาลต้องแบกรับภาระในการช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้ค่อนข้างมาก โดยใช้เงินจากมูลนิธิโรงพยาบาลสวนดอก และทุนราชสมาทร แต่ก็ยังไม่เพียงพอทำให้ต้องนำเงินของโรงพยาบาลเข้าไปสมทบ ทั้งๆ ที่ความจริงแล้ว เงินในส่วนของโรงพยาบาลต้องนำไปซื้อเครื่องมืออุปกรณ์รวมถึงจ้างบุคลากรทางการแพทย์” ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ระบุ

อย่างไรก็ตาม “พลังน้ำใจ” คือจุดเด่นของคนไทย รวมถึงเป็นสิ่งดีงามในจิตใจของมนุษยชาติ “หลายครั้งหลายหนเมื่อปรากฏข่าวผู้ตกทุกข์ได้ยาก พบว่าไม่นานความช่วยเหลือก็หลั่งไหลเข้าไปอย่างล้นหลาม” ทางโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ หรือโรงพยาบาลสวนดอก จึงขอแรงสนับสนุนจากผู้มีจิตเมตตาทุกท่านอีกครั้ง ผ่านการจัดงาน “สวนดอกร้อยดวงใจ…เพื่อผู้ป่วยยากไร้” ประจำปี 2561 เพื่อระดมเงินบริจาคจากผู้มีจิตศรัทธาทั่วประเทศ สมทบทุนมูลนิธิโรงพยาบาลสวนดอก เพื่อให้การช่วยเหลือผู้ป่วยเป็นไปอย่างยั่งยืน

ศาสตราจารย์ นายแพทย์บรรณกิจ กล่าวว่า เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก “พระบิดาแห่งการแพทย์แผนปัจจุบันของไทย” จึงจัดงานนี้ขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อระดมเงินบริจาคจากผู้มีจิตกุศลทั่วประเทศสมทบทุนมูลนิธิโรงพยาบาลสวนดอก เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้ของโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ที่ยังรอคอยความช่วยเหลืออยู่เป็นจำนวนมากทั้งนี้จะมีการจัดกิจกรรมตลอดทั้งปี

โดยในวันที่ 28 กันยายน 2561 จะจัดคอนเสิร์ตการกุศล “สวนดอกร้อยดวงใจ เพื่อผู้ป่วยยากไร้” ณ ศูนย์ประชุมนานาชาติเอ็มเพรสโรงแรมดิเอ็มเพรส เชียงใหม่ โดยศิลปินเพลงชื่อดังจากวงพิงค์แพนเตอร์ The Hot Pepper Singers และวง 3 วิ ที่จะนำบทเพลงอมตะมาขับร้อง จึงขอเชิญผู้มีจิตศรัทธาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้ของโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่

ด้วยการบริจาคทุนทรัพย์ได้ที่มูลนิธิโรงพยาบาลสวนดอก โทร.053-938400 หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่งานประชาสัมพันธ์ คณะแพทยศาสตร์ มช. โทร.053-935672 กรณีโอนเงินผ่านธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) สาขาคณะแพทยศาสตร์ เชียงใหม่ ชื่อบัญชี มูลนิธิโรงพยาบาลสวนดอก เพื่อผู้ป่วยยากไร้ เลขที่บัญชี 566-4-95596-4 (ใบเสร็จสามารถลดหย่อนภาษีได้)

คุณก็เป็นส่วนหนึ่งที่ร่วมช่วยเพื่อนมนุษย์ผู้ยากไร้..ต่อลมหายใจเพื่อให้เขามีชีวิตที่ดีขึ้นได้!!!

ผศ.นพ.วิชัย ชื่นจงกลกุล

ผอ.โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่

ผศ.นพ.วิชัย ชื่นจงกลกุล ผอ.โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่

ผู้เชี่ยวชาญแนะเคล็ดลับให้ผู้หญิง เลือกผลิตภัณฑ์สวยอย่างปลอดภัย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/362304

ผู้เชี่ยวชาญแนะเคล็ดลับให้ผู้หญิง  เลือกผลิตภัณฑ์สวยอย่างปลอดภัย

ผู้เชี่ยวชาญแนะเคล็ดลับให้ผู้หญิง เลือกผลิตภัณฑ์สวยอย่างปลอดภัย

วันพฤหัสบดี ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ปัจจุบันคนส่วนใหญ่สนใจเรื่องความงามมากขึ้น ทำให้มีผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับผิวพรรณออกสู่ตลาดเป็นจำนวนมาก แต่หลายคนก็มีความกังวลในเรื่องของมาตรฐานความปลอดภัยของสินค้า ดังนั้น ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและวิตามินแบลคมอร์ส จากประเทศออสเตรเลีย โดย น.ส.ผุสดี สุจิตจร ผู้จัดการทั่วไป บริษัท แบลคมอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ได้จัดกิจกรรม “Ignite Your Natural Beauty By Blackmores”ให้ความรู้การเลือกรับประทานและใช้ผลิตภัณฑ์เพื่อผิวพรรณอย่างถูกวิธีและปลอดภัย พร้อมเปิดตัว2 กลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ครั้งแรกในประเทศไทยกับ แบลคมอร์สเนเชอรัลวิตามิน อีครีมและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารรูปแบบดื่ม แบลคมอร์สคอลลาเจน แอคทีฟ 10,000 มก. และ แบลคมอร์สโพมิโอลีฟ

ภายในงานแบลคมอร์สได้จัดกิจกรรมความรู้ Beauty Lifestyle Workshopสวยอย่างปลอดภัย ด้วยกิจกรรมต่างๆ พร้อมร่วมพูดคุยในช่วง Safe Beauty Talk สวยอย่างปลอดภัยกับ ผศ.ดร.ภาณุพงศ์ พุทธรักษ์ จากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ผลงานนวัตกรรมดีเด่น “Tawai for Health” ระบบรายงานและติดตามความปลอดภัยด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพ อาจารย์เภสัชกรหญิงหรรษา มหามงคล จากมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติพญ.ธิศราวีรสมัย หัวหน้าศูนย์เวชศาสตร์ชะลอวัยโรงพยาบาลพญาไท 1 พรภัทร จิรเรืองปัญญาผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท แบลคมอร์ส(ประเทศไทย) จำกัด และฟังเคล็ดลับการมีผิวสวยสุขภาพดีในช่วงHealth & Beauty Talk โดย ภก.ณัฐที เทียนศิริ เภสัชกรผู้เชี่ยวชาญด้านการสร้างสุขภาพแนว Be a Well Beingที่จะเผยเคล็ดลับการเลือกผลิตภัณฑ์เสริมอาหารให้เหมาะกับตัวคุณ

ผุสดี สุจิตจร เปิดเผยว่า กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่แบลคมอร์สนำเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยครั้งนี้เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคกลุ่มผู้หญิงยุคปัจจุบันโดยเฉพาะ ประกอบไปด้วยแบลคมอร์ส เนเชอรัล วิตามิน อี ครีม ที่มีวางจำหน่ายแล้ว 4 สูตร คือ แบลคมอร์ส เนเชอรัล วิตามิน อี ครีม ลาโนลินและอีก 3 สูตรเพื่อการดูแลผิวเฉพาะด้าน ได้แก่ แบลคมอร์ส เนเชอรัล วิตามิน อี ครีม สกิน แบริเออร์ แบลคมอร์ส เนเชอรัล วิตามิน อี ครีมเฟิร์ม แอนด์ สมูท แบลคมอร์ส เนเชอรัล วิตามินอี ครีม สกิน ไบร์ท ส่วนผลิตภัณฑ์เสริมอาหารแบลคมอร์สในรูปแบบดื่มวางจำหน่าย 2 สูตร ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารแบลคมอร์ส คอลลาเจน แอคทีฟ 10,000 มก.และผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร แบลคมอร์ส โพมิโอลีฟ โดยผลิตภัณฑ์ทุกชนิดผ่านมาตรฐานการรับรองทั้งจากออสเตรเลียและมาตรฐานการรับรองจาก อย.ไทย เช่นกัน

ด้าน ผศ.ดร.ภาณุพงศ์ พุทธรักษ์กล่าวถึงวิธีการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์สุขภาพว่าจะต้องให้ความสำคัญ 4 ประการ คือ 1.ต้องมีฉลากภาษาไทยภายในกล่อง หลังจากนั้น2.สังเกตว่ามีเลขทะเบียนหรือไม่ หากเป็นผลิตภัณฑ์สุขภาพต้องเป็นเลขทะเบียนอย. เครื่องสำอางจะเป็นหมายเลขจดแจ้ง ส่วนสมุนไพรจะเป็นเลขทะเบียนสมุนไพร ซึ่งแต่ละชนิดจะมีจำนวนตัวเลขที่ไม่เท่ากัน ทั้งนี้การตรวจสอบตัวเลขทะเบียนว่าปลอมหรือไม่ สามารถเข้าไปที่เว็บไซต์ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) โดยป้อนข้อมูลตัวเลขข้างกล่องผลิตภัณฑ์ แต่ถึงแม้จะมีตัวเลขแสดงให้เห็นว่าจดทะเบียนถูกต้อง ผู้บริโภคจะต้องดูไปถึงสถานะของผลิตภัณฑ์นั้นๆ ว่าไม่ถูกเพิกถอนใบอนุญาต 3.ต้องมีสถานที่ผู้ผลิตหรือจัดจำหน่ายที่ชัดเจน สามารถตรวจสอบได้ และสุดท้ายจะต้องไม่อวดอ้างสรรพคุณเกินจริง

ภก.ณัฐที เทียนศิริ กล่าวว่า การจะมีผิวสวย จะต้องทำให้ผิวมีสุขภาพที่ดีก่อนเป็นอันดับแรก โดยเริ่มที่การปกป้องและเติมความชุ่มชื้นให้กับผิว ซึ่งการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ควรศึกษาข้อมูลจากฉลากว่ามีส่วนประกอบใดบ้าง ซึ่งการปกป้องผิวด้วยการทาครีมบำรุงผิว ผู้ที่มีปัญหาผิวแพ้ง่ายควรหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของน้ำหอม หรือสารกันเสียที่เรียกว่าพาราเบน ส่วนการดูแลผิวพรรณปัจจุบันมีการใช้สารสกัดจากธรรมชาติเข้ามาเป็นส่วนประกอบ โดยวิตามินอี หรือชื่อทางการเรียกว่า โทโคฟีรอล จะช่วยในเรื่องความชุ่มชื้น สารสกัดลาโนลิน เป็นน้ำมันที่มีความบริสุทธิ์สูง สกัดจากน้ำมันหล่อเลี้ยงบนขนแกะ จะทำให้ผิวเรียบเนียน ส่วนผสมจากน้ำมันเมล็ดองุ่น จะช่วยปกป้องคอลลาเจน สารสกัดดอกซากุระตะวันตก มีผลการวิจัยพบว่าจะช่วยในเรื่องการสร้างคอลลาเจน ชะเอมเทศ ช่วยให้ผิวดูกระจ่างใส

นอกจากนี้ การปกป้องคอลลาเจนให้อยู่กับผิวให้นานก็เป็นสิ่งสำคัญ สารต้านอนุมูลอิสระจากธรรมชาตินอกจากสารสกัดเมล็ดองุ่นแล้ว
ยังมีเซราไมด์สกัดจากข้าวเป็นน้ำมันชนิดหนึ่งที่อยู่บนผิว มีหน้าที่ปกป้องน้ำในผิวไม่ให้ระเหยออกแต่เมื่ออายุมากขึ้นเซราไมด์ที่มีอยู่ในธรรมชาติจะหายไป การเติมเซราไมด์จะช่วยปกป้องการสูญเสียน้ำในผิวช่วยให้ผิวชุ่มชื้นมากขึ้น รวมถึงสารสกัดจากผลมะกอก นอกจากช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนแล้ว ยังช่วยในเรื่องของการชะลอวัย ทำให้ผิวเสื่อมช้าลง และสุดท้ายคือสารสกัดจากผลไม้ที่เรียกว่า ซีบัคธอร์น มีสารต้านอนุมูลอิสระสูงมาก ซึ่งในอนาคตผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับผิวพรรณจะพบสารประกอบพวกนี้เพิ่มขึ้น

ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องราวอัพเดทการดูแลผิวพรรณและเคล็ดลับในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่ถูกวิธีที่ทำให้ทุกคนสวยอย่างปลอดภัย