ชม ช็อป ชิม มหกรรมตลาดนัด นวัตกรรมพื้นถิ่นฝีมือกลุ่มสตรี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/362301

ชม ช็อป ชิม มหกรรมตลาดนัด  นวัตกรรมพื้นถิ่นฝีมือกลุ่มสตรี

ชม ช็อป ชิม มหกรรมตลาดนัด นวัตกรรมพื้นถิ่นฝีมือกลุ่มสตรี

วันพฤหัสบดี ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ชวนเที่ยวงาน “มหกรรมตลาดนัด สร้างอาชีพให้มั่นคง สังคมไทย ไร้ความรุนแรง” เพื่อแสดงสินค้าและผลิตภัณฑ์นวัตกรรมพื้นถิ่นฝีมือกลุ่มสตรีและครอบครัวทั่วประเทศกว่า 200 ร้านค้าพร้อมทั้งจัดแสดงนิทรรศการประเด็นความรุนแรง และวิชาการของภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ที่ให้ความรู้ ความเข้าใจ และสร้างความตระหนักเกี่ยวกับปัญหาความรุนแรง อีกจำนวน 45 บูธ อีกทั้ง ยังมีเวทีเสวนาประเด็นความรุนแรงและประเด็นพลังสตรีกับเศรษฐกิจเพื่อลดความรุนแรงในสังคม ตลอดจนเทคนิคการประยุกต์ผลิตภัณฑ์จาก น้องม๊าเดี่ยว ดีไซเนอร์อีสานรุ่นเยาว์กิจกรรมต่อยอดสินค้า พัฒนาผลิตภัณฑ์ กับนุ่น-สิรพันธ์ รวมไปถึงการมิกซ์แอนด์แมทช์ ผลิตภัณฑ์จากศูนย์การเรียนรู้ฯ โดย ก้อย Saturday Seiko เป็นต้น ระหว่างวันที่ 12-16 กันยายน 2561 ณ Hall 4 ศูนย์การแสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็คเมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี

นายเลิศปัญญา บูรณบัณฑิตอธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กล่าวว่า การจัดงานมหกรรมตลาดนัด สร้างอาชีพให้มั่นคง สังคมไทยไร้ความรุนแรง เป็นการนำสินค้าและผลิตภัณฑ์นวัตกรรมพื้นถิ่นฝีมือกลุ่มสตรีและครอบครัวทั่วประเทศที่ได้รับการส่งเสริม ฝึกสอน และพัฒนาฝีมือจากศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัว ทั้ง 8 แห่ง ของกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว (สค.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) มาจำหน่ายและสาธิตวิธีการผลิตซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่สมาชิกในครอบครัวร่วมกันทำ ก่อให้เกิดรายได้ สร้างอาชีพให้มั่นคงสามารถแก้ไขปัญหาความรุนแรงในครอบครัวได้

“ความรุนแรงในสังคมไทยที่เป็นปัญหาเรื้อรังมาโดยตลอด ซึ่งปัจจัยที่ทำให้เกิดปัญหาส่วนหนึ่งมาจากปัญหาทางด้านเศรษฐกิจ ได้แก่ การว่างงานความยากจน โดยปัญหาเหล่านี้เป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดความเครียดและนำมาซึ่งความรุนแรง แต่ถ้าหากบุคคลในครอบครัวมีอาชีพที่มั่นคง ก็จะสามารถลดปัญหาความรุนแรงสู่เป้าหมายที่เป็นศูนย์ (Zero Violence) ดังเช่นศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวที่มีเป้าหมายหลักในการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับผู้หญิงและครอบครัวที่ด้อยโอกาส หรือผู้ที่มีปัญหาทางการศึกษา การว่างงาน ความยากจน และมีความรุนแรงในครอบครัว โดยทางศูนย์การเรียนรู้ฯ ได้ให้การสนับสนุนในการเสริมสร้างทักษะอาชีพ เช่น การออกแบบและตัดเย็บเสื้อผ้า การตัดและตกแต่งทรงผม การนวดแผนไทย การโรงแรม และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่างๆ ทั้งอาหารเสื้อผ้า กระเป๋า และของใช้ในครัวเรือนซึ่งเป็นวัตถุดิบที่มีอยู่ในท้องถิ่นมาสรรค์สร้างเป็นนวัตกรรมที่น่าสนใจรวมไปถึงราคาที่คนส่วนใหญ่สามารถจับจ่ายได้ นอกจากนั้น ยังมีการส่งเสริมต่อยอดให้สตรีได้รวมกลุ่มเพื่อเริ่มต้นธุรกิจของตนเองอีกด้วย

ชม ช็อป ชิม ร่วมสร้างโอกาส สร้างรายได้ให้แก่คนในสังคม เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนต่อไป ในงาน “มหกรรมตลาดนัด สร้างอาชีพให้มั่นคง สังคมไทย ไร้ความรุนแรง” ระหว่างวันที่ 12-16 กันยายน 2561 ณ Hall 4 ศูนย์การแสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็คเมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี

ดื่มดํ่ากับงานศิลป์ แก้วทัมเบลอร์ 3 ศิลปิน 3 สไตล์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/362311

ดื่มดํ่ากับงานศิลป์ แก้วทัมเบลอร์ 3 ศิลปิน 3 สไตล์

ดื่มดํ่ากับงานศิลป์ แก้วทัมเบลอร์ 3 ศิลปิน 3 สไตล์

วันพฤหัสบดี ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ฮูการ์เด้น (Hoegaarden) โดย ศรา จุฑารัตนกุลผู้จัดการทั่วไป บริษัท บริวเบอรี่ จำกัด แบรนด์เครื่องดื่มชั้นนำจากประเทศเบลเยียม จัดงาน “เออร์เบิร์น โอเอซิส” ชวนสัมผัสความสดชื่นกับธีมพิเศษจากแรงบันดาลใจในบรรยากาศของโอเอซิส ความสดชื่นท่ามกลางทะเลทรายอันร้อนระอุด้วย Hoegaarden ทั้ง 3 รสชาติ งานนี้ได้ร่วมมือกับ 3 ศิลปินชื่อดังของไทย นำโดย เนเวอร์-มงคล รัตนภักดี ศิลปินสายสตรีท,จูลี่ เบคเกอร์ แอนด์ ซัมเมอร์ สาววาดภาพประกอบ และ รีน-กรศรินภัทรโสภาคย์ รังสรรค์งานศิลป์บนแก้วทัมเบลอร์เอาใจคนชื่นชอบงานศิลปะ ณ เดอะ คอมมอนส์ คอมมูนิตี้ มอลล์ ของหนุ่ม-สาวสุดฮิป เมื่อเร็วๆ นี้

งาน เออร์เบิร์น โอเอซิส ที่แบรนด์ฮูการ์เด้น ได้เนรมิตขึ้นบนชั้นดาดฟ้าของคอมมูนิตี้มอลล์กลางทองหล่อ คับคั่งไปด้วยหนุ่ม-สาวรุ่นใหม่ อาทิ ปนัสยา เศวตาภรณ์, มิญช์ภัส งามเกิดธีรสีห์,ชิงดวง ดอยเกอร์ส, มิชเชล วงษ์ทองดี, กุลสตรี มิชารัลสกี้, เฉลิมพลอัครภิญโญกุล, อรณิชา กรินชัย และ ณรงค์ฤทธิ์ ศรีตลานนท์ เป็นต้น โดยทีมมิกโซโลจิสต์จาก Majestic Bar Team รังสรรค์เครื่องดื่มสูตรพิเศษเพื่อเติมเต็มประสบการณ์การดื่มด้วยงานศิลป์บนแก้วทัมเบลอร์ของ 3 ศิลปินชื่อดังชาวไทย ที่สามารถรักษาความเย็นให้กับเครื่องดื่มต่างๆ ได้เป็นอย่างดี ประกอบด้วย เนเวอร์-มงคล รัตนภักดีศิลปินสายสตรีทที่เห็นผลงานเขาได้บนกำแพงทั่วประเทศไทย บนสเก็ตบอร์ด ตัวเขาได้ร่วมงานกับแบรนด์ระดับโลกมากมาย อาทิ เรดบูล รองเท้าสนีกเกอร์แวนส์ รถยนต์จากัวร์ เป็นต้น โดยคอนเซ็ปต์ที่ เนเวอร์ นำมาแสดงลงบนแก้วนี้คือ การใช้เส้นสร้าง Character คน โดยใช้ชื่อคอนเซ็ปต์ว่า “OASIS LINE” เพื่อเป็นตัวแทนของคนทั่วไป เลือกใช้โทนสีของแคมเปญมาเป็นสีหลัก โดยต้องการสื่อสารว่าทุกคนสามารถเป็นส่วนหนึ่งและมีประสบการณ์ความสดชื่นนี้ร่วมกันได้

ด้านสาวนักวาดภาพประกอบ จูลี่ เบคเกอร์ แอนด์ ซัมเมอร์ หรือ ชนารดี ฉัตรกุล ณ อยุธยา ใช้ชื่อคอนเซ็ปต์ว่า SUMMER OASIS โดยได้แรงบันดาลใจมาจากการนำผลไม้ที่เป็นส่วนผสมของฮูการ์เด้น มาออกแบบและจัดวางให้สื่อถึงความเป็น Oasis จูลี่มีชื่อเสียงจากการวาดสีน้ำประกอบงานนี้จึงเสมือนการนำสีน้ำมาละเลลงบนวัสดุโลหะที่สะท้อนวิถีชีวิตสมัยใหม่คนเมืองได้เป็นอย่างดีส่วนศิลปินสาวคนสุดท้ายที่นำเสนองาน Caring while Chilling ด้วยลายเส้นการ์ตูนชายหญิงที่เรียบง่ายในคอนเซ็ปต์ “The taste of the refreshment is you” โดยรีน-กรศริน ภัทรโสภาคย์กล่าวถึงงานศิลป์บนแก้วทัมเบลอร์นี้ว่า “การได้เจอใครสักคนและมีช่วงเวลาดีๆ ร่วมกันถือเป็นรสชาติของความสัมพันธ์ที่สดชื่นหอมหวาน เติมพลังจนเราอยากเก็บช่วงเวลาดีๆ ตรงนี้ไว้เป็น Oasis ที่เป็นสถานที่พิเศษที่มีแต่เราค้นพบ”

นอกจากงาน “เออร์เบิร์น โอเอซิส” ณ เดอะ คอมมอนส์ คอมมูนิตี้ มอลล์ แห่งนี้แล้ว ฮูการ์เด้น (Hoegaarden) เตรียมไปสร้างความสดชื่นด้วยป๊อปอัพ เออร์เบิร์น โอเอซิส บาร์ ให้กับหนุ่ม-สาวออฟฟิศตั้งแต่เดือนกันยายน 2561 เป็นต้นไป อาทิ สาทรสแควร์, กรูฟ แอด เซ็นทรัลเวิลด์ และฮอบส์ เมกะบางนา เป็นต้น ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ FB : HOEGAARDEN

ศิลปะกราฟิตี้ Landmark แห่งใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/362295

ศิลปะกราฟิตี้ Landmark แห่งใหม่

ศิลปะกราฟิตี้ Landmark แห่งใหม่

วันพฤหัสบดี ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เปิดมุมมองใหม่ๆ ในโลกศิลปะสายกราฟิตี้ หรือ สตรีทอาร์ท และศิลปะร่วมสมัยจากศิลปินดังในวงการ ที่มีฝีมือขั้นเทพ อย่าง Rukkit, Alexface และ NEV3R ร่วมโปรเจกท์เพื่อสังคม-เพื่อชุมชน ในการถ่ายทอดศิลปะบนกำแพงระดับโลก หรือกราฟิตี้กับ MEETING OF STYLES 2018 BANGKOK, THAILAND ชูธีม“กรุงเทพมหานคร” ที่สวนเฉลิมหล้า (สะพานหัวช้าง) เป็น Landmark แห่งใหม่ใจกลางมหานคร

บริษัท สยามกลการ จำกัด โดยประกาสิทธิ์ พรประภา รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ และโครงการ THINK EARTH, สำนักงานเขตราชเทวี ร่วมกับกลุ่ม SPRAY BRUSH นำศิลปินดังมากกว่า 50 ชีวิต มาถ่ายทอดผลงานศิลปะบนกำแพงระดับโลกหรือกราฟิตี้ กับโปรเจกท์ดีๆ เพื่อสังคม-ชุมชนและสิ่งแวดล้อมที่ดี ภายใต้ชื่อ MEETINGOF STYLES 2018 BANGKOK, THAILANDที่สวนเฉลิมหล้าให้เป็น Landmark ใจกลางกรุงเทพมหานคร ให้มีสีสันสวยงามและทันสมัย เพื่อให้เยาวชนคนรุ่นใหม่และประชาชนในพื้นทีได้ใช้ประโยชน์อย่างมีคุณค่า สอดคล้องกับสิ่งแวดล้อมในย่านนี้ ที่สำคัญโปรเจกท์นี้ชูแนวคิดกราฟิตี้ธีม “กรุงเทพมหานคร” สนับสนุนกิจกรรมโดย บริษัท สยามกลการจำกัด, บริษัท สยามยีเอสเซลส์ จำกัด และบริษัท สยามกลการอะไหล่ จำกัด ที่ต้องการพัฒนาพื้นที่แห่งนี้ให้เป็นแหล่งศึกษาศิลปะบนกำแพง เป็นสถานที่พักผ่อนใจกลางเมืองกรุงเทพฯ เพิ่มพื้นที่สีเขียวมีสีสัน โดยเน้นธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมที่ดีให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่เยาวชนในพื้นที่โดยรอบๆ มีการปรับปรุงภูมิทัศน์สวนหย่อมให้เป็นสถานที่ออกกำลังกาย เพื่อให้ประชาชนมีสุขภาพที่ดี มีพลานามัยที่สมบูรณ์แข็งแรง, ปรับปรุงสวนสาธารณะและสนามเด็กเล่น เพื่อเยาวชนไทยได้มีกิจกรรมร่วมกันใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์และห่างไกลจากยาเสพติด

ธีรยุทธ ภูมิภักดิ์ ผู้อำนวยการเขตราชเทวี กล่าวว่า “สวนเฉลิมหล้ามีพื้นที่ทั้งหมด 3 งาน 55 ตารางวา (1,420 ตารางเมตร) ตั้งอยู่บนถนนพญาไท เขตราชเทวี การทางพิเศษแห่งประเทศไทยเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดิน เดิมสถานที่บริเวณนี้ไม่มีรั้วกั้นจึงมีผู้ลักลอบนำขยะและเศษวัสดุจำนวนมากมาทิ้ง ทำให้พื้นที่สกปรก และเป็นแหล่งมั่วสุม สภาพแวดล้อมและทัศนียภาพที่ไม่สวยงาม สร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนที่พักอาศัย และผู้ที่สัญจรผ่านไป-มา และ เป็นสวนที่มีประชาชนเข้ามารับบริการจำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่น เนื่องจากเป็นสวนที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น มีศิลปะบนกำแพง(Graffiti) สร้างแรงบันดาลใจและเป็นแหล่งนันทนาการด้านต่างๆ กับคนทุกเพศทุกวัย”

ทางด้านกลุ่ม SPRAY BRUSH นำทีมโดย อำนาจ อุ่นใจ ผู้ได้รับลิขสิทธิ์ในการจัดงาน “Meeting of Styles Thailand” ที่ถูกจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องยาวนาน จนปีนี้ก้าวเข้าสู่ปีที่ 5 กล่าวว่า “จุดมุ่งหมายของงานนี้คือ การเสริมสร้างเยาวชนรุ่นใหม่ให้มีความสนใจในศิลปะแขนงนี้ จากศิลปินที่มีประสบการณ์ เพราะไม่ใช่เรื่องง่ายที่เราจะนำศิลปินมืออาชีพที่มีชื่อเสียงมารวมตัวกันได้มากขนาดนี้”

ลีโอ ชูเวสศิริพร ผู้จัดงาน “Meetingof Styles Thailand 2018” กล่าวเสริมอีกว่า “เราตั้งใจจะพัฒนาชุมชนบริเวณรอบสะพานหัวช้างนี้ ให้สร้างเป็นชุมชนศิลปะ โดยการสร้างที่นี่ให้กลายเป็นแลนด์มาร์กใหม่ที่อยู่กลางใจเมือง กทม. เพื่อให้นักท่องเที่ยวเข้ามาถ่ายรูป มานั่งพักในสวนสาธารณะที่นี่เพื่อหล่อหลอมให้ชุมชนละแวกนี้เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง”

ที่สำคัญ “สยามกลการ” เดินเคียงข้างสังคมไทยมาครบรอบ 66 ปี ได้ริเริ่มสร้างสรรค์กิจกรรมเพื่อคืนกำไรกลับสู่สังคม ภายใต้ชื่อโครงการ Think Earth หรือคืนชีวิตคิดห่วงในในผืนโลก มาตั้งแต่ปี 1990 ได้ปลูกฝังสร้างจิตสำนึกเยาวชนไทย ให้เกิดความรู้สึกหวงแหนช่วยกันดูแลทรัพยากรทางธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และมีการสนับสนุนกิจกรรมเพื่อคนรุ่นใหม่ ที่จะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาชาติ เพื่อให้เป็นทั้ง “คนเก่ง” และ “คนดี” แก่สังคมไทยต่อไป

ร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชน ดิเรกดล 36 ปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/362297

ร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชน ดิเรกดล 36 ปี

ร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชน ดิเรกดล 36 ปี

วันพฤหัสบดี ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ องค์ประธานมูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ ทรงเป็นประธานในงาน “ร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชน ดิเรกดล 36 ปี”

พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลีพระวรราชาทินัดดามาตุ องค์ประธานมูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชนในพระบรมราชินูปถัมภ์ พระกรุณาเสด็จทรงเป็นประธานงาน “ร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชน ดิเรกดล 36 ปี” โดยมี ภราดา ดร.ประทีป ม.โกมลมาศ ที่ปรึกษา และ ภราดา ดร.บัญชา แสงหิรัญ อธิการบดีมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ประธานจัดงาน รับเสด็จ ณ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ วิทยาเขตสุวรรณภูมิ เมื่อวันพุธที่ 22 สิงหาคม 2561

เนื่องในโอกาสที่มูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชน ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ก่อตั้งครบ 36 ปี ในปี พ.ศ.2561เพื่อรำลึกถึงปฐมเหตุแห่งการก่อตั้งมูลนิธิฯ ในโอกาสสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี เมื่อปีพุทธศักราช 2525 ซึ่ง สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทรงเป็นประธานก่อตั้ง และองค์ประธานกิตติมศักดิ์มูลนิธิฯ ตามคำกราบทูลเชิญของ หม่อมงามจิตต์บุรฉัตร บุคคลสำคัญของโลก ผู้ประสานการก่อตั้ง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแสดงความจงรักภักดี และกตเวทิตาคุณถวายแด่สมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้าทุกพระองค์ เพื่อแสดงความกตัญญูกตเวทีต่อบรรพบุรุษของเราผู้เสียสละเลือดเนื้อและชีวิต สร้างความเป็นปึกแผ่น และพัฒนาประเทศชาติสืบมาจนถึงปัจจุบัน ด้วยการร่วมแรงร่วมใจกันพัฒนาคุณภาพชีวิตให้แก่เยาวชนผู้ด้อยโอกาสให้มีความรู้คู่คุณธรรม เพื่อเป็นพลเมืองดีของประเทศชาติสืบไป

ภายในงานนำเสนอวีดิทัศน์สรุปการทำงานของมูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชนฯ ตลอด 36 ปี ที่ผ่านมา ที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ถ่ายทอดพระดำรัสขององค์ประธานมูลนิธิที่ทรงมีต่อการพัฒนาเด็กและเยาวชนตามโครงการของมูลนิธิ พร้อมทั้งแสดงภาพแห่งความร่วมมือและแรงศรัทธาของประชาชนทุกภาคส่วนทั่วประเทศ รวมทั้งข้อความประทับใจของคณะกรรมการจากภาครัฐและเอกชน รวมทั้งเจ้าของทุนที่ “ร่วมจิตต์ รวมใจ” อุปการะเยาวชนผู้ประพฤติดีที่ยากไร้ด้อยโอกาส ขาดแคลนทุนทรัพย์ทุกอำเภอ ทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง และตัวอย่างความสำเร็จของเยาวชนที่ได้รับทุนมูลนิธิฯความหมายอันยิ่งใหญ่ มูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชน ในพระบรมราชินูปถัมภ์มุ่งหวังที่จะสร้างอนาคตอันสดใสให้กับเยาวชนไทย ด้วยการให้การศึกษา มิใช่เพียงแต่เยาวชนคนใดคนหนึ่ง แต่หมายถึงเยาวชนไทยทั่วประเทศ ความหมายอันยิ่งใหญ่ที่เปี่ยมล้นอยู่ในคำต่างๆ ต่อไปนี้ “ร่วมจิตต์”หมายถึงการรวมจิตใจกันระหว่างองค์การเอกชนที่มีสาขาทั่วประเทศ 10 องค์การ อาทิ สภาสตรีแห่งชาติฯ สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยฯ โดย สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทรงเป็นประธานก่อตั้ง ตามคำกราบทูลเชิญของ หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตรผู้ริเริ่มประสานการก่อตั้ง เพื่อเป็นศูนย์กลางให้เกิดความร่วมมือร่วมใจกัน เพื่อช่วยเหลือเยาวชนที่ขาดแคลนโอกาสทางการศึกษาทั่วประเทศ “น้อมเกล้า” หมายถึงการน้อมเกล้าฯ ถวายความจงรักภักดีอย่างสูงในสถาบันพระมหากษัตริย์ในโอกาส สมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี เมื่อ พ.ศ.2525 มูลนิธิฯ จึงได้ก่อตั้งขึ้น เพื่อเป็นการสักการบูชาถวายแด่สมเด็จบูรพมหากษัตราธิราช และพระบาทสมเด็จพระปรมินทรภูมิพลอดุลยเดชบรมนาถบพิตร “เพื่อเยาวชน” หมายถึงความมุ่งมั่นของคณะผู้ก่อตั้งที่ปรารถนาจะเห็นเยาวชนที่ขาดแคลนด้อยโอกาสทางการศึกษา ให้ได้รับการศึกษาและเป็นพลเมืองดีในอนาคต

มูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชนฯได้ดำเนินงานร่วมกับหน่วยราชการต่างๆ ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ในการพัฒนาเยาวชนโดยการให้ทุนการศึกษาอบรมคุณธรรมอย่างต่อเนื่องปีละกว่า 2,000 ทุน เป็นเงินปีละประมาณ 8 ล้านบาท ปัจจุบัน มูลนิธิฯ ได้ให้ทุนการศึกษาอบรมแก่เยาวชนไปแล้วรวมทั้งสิ้นเกือบ 25,000 ทุน เป็นเงินทุนทั้งสิ้น กว่า 223 ล้านบาท โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธานทุนการศึกษาประจำจังหวัด และประธานแม่บ้านมหาดไทย เป็นประธานอุปการะเยาวชนประจำจังหวัด นอกจากนี้มูลนิธิฯ ได้จัดกิจกรรมพิเศษในมหามงคลโอกาสสำคัญๆ เพื่อเฉลิมพระเกียรติเผยแพร่พระเกียรติคุณ และถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ การให้ความรู้ควบคู่คุณธรรมตามปณิธานของมูลนิธิฯ เป็นผลให้เกิดประโยชน์สูงสุดด้านลดช่องว่างในสังคม และเป็นการสกัดกั้นต้นเหตุแห่งปัญหายาเสพติดในกลุ่มเยาวชนผู้ด้อยประสบการณ์ชีวิตได้ดีที่สุด อีกทั้งเพื่อให้เยาวชนมีคุณธรรมนำความรู้ มีความจงรักภักดีต่อสถาบันชาติ พระพุทธศาสนา และพระมหากษัตริย์ ซึ่งคุณธรรมล้ำค่าดังกล่าว คู่ควรแก่การที่จะได้มีการปลูกฝังไว้ในสายเลือด ของเยาวชนทุกคนสืบไป

ผู้บริหารบิ๊กซีนำทีมต่อฐานเติมยอดพระพุทธศาสนา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/362302

ผู้บริหารบิ๊กซีนำทีมต่อฐานเติมยอดพระพุทธศาสนา

ผู้บริหารบิ๊กซีนำทีมต่อฐานเติมยอดพระพุทธศาสนา

วันพฤหัสบดี ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ผู้บริหาร บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) ห้างค้าปลีกในกลุ่มบริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ (บีเจซี)รวมพลังพนักงานจิตอาสาจากบิ๊กซีซูเปอร์เซ็นเตอร์ สาขาเชียงราย ร่วมพิธีบายศรีสู่ขวัญบรรพชาอุปสมบททีมนักฟุตบอล “หมูป่า ทีน ทอล์กอะคาเดมี” พร้อมนำโรงทาน แจกน้ำดื่มผลไม้ ให้แก่ผู้มาร่วมงานที่วัดพระธาตุดอยเวา จังหวัดเชียงราย

นางวิภาดา ดวงรัตน์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน)ห้างค้าปลีกในกลุ่มบริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ (บีเจซี) พร้อมด้วย นายปฐพงศ์ เอี่ยมสุโร ผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธุรกิจบีเจซี 1 นางเหมวรรณ พูนผล ผู้ช่วยรองประธานฝ่ายทรัพยากรบุคคลนางกมลวรรณ ศิวรักษ์ ผู้อำนวยการอาวุโส-ฝ่ายนิติการ และกฎหมายกลุ่มบริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) ห้างค้าปลีกในกลุ่มบีเจซีรวมพลังพนักงานจิตอาสาจากบิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ สาขาเชียงราย นำโรงทาน แจกน้ำดื่ม ผลไม้ แก่ผู้มาร่วมในพิธีบายศรีสู่ขวัญบรรพชาอุปสมบททีมนักฟุตบอล “หมูป่า ทีน ทอล์กอะคาเดมี” เพื่อน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร และอุทิศบุญกุศลให้กับ นาวาตรีสมาน กุนัน หรือจ่าแซม โดยมี นายประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ร่วมเป็นประธานในพิธี

พระครูประยุตเจติยานุการ เจ้าอาวาสวัดพระธาตุดอยเวา กล่าวว่าช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ทางวัดได้รับการทำนุบำรุงรักษาและอุปถัมภ์ด้วยจิตที่มีเมตตาจาก นายอัศวิน เตชะเจริญวิกุลประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) ห้างค้าปลีกในกลุ่ม บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วยครอบครัว ซึ่งโยมอุปัฏฐากท่านนี้เป็นคนเชียงรายแต่กำเนิด โดยได้ช่วยสนับสนุนทั้งแรงกายแรงใจและกำลังทรัพย์เพื่อต่อฐานเติมยอดพระพุทธศาสนาให้เกิดความงอกงามอยู่เสมอ ทั้งการเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างยอดฉัตรพระอุโบสถ การปรับพื้นที่วัดให้ดูร่มรื่นและพร้อมใช้งานในการประกอบพิธีสงฆ์ ตลอดจนการสนับสนุนเตรียมงานอย่างพร้อมสรรพเพื่อทำพิธีบายศรีสู่ขวัญบรรพชาอุปสมบททีมนักฟุตบอล “หมูป่า ทีน ทอล์กอะคาเดมี” ที่ผ่านมา

“นายอัศวิน เตชะเจริญวิกุล เป็นผู้ที่มั่นคงในอุดมการณ์สำหรับการทำนุบำรุงพระศาสนา ด้วยการสนับสนุนวัดต่างๆ อีกหลากหลายในพื้นที่จังหวัดเชียงราย เช่น วัดพระแก้ว จ.เชียงราย สำนักสงฆ์เทพนิมิตรสุดเขตสยาม ต.ห้วยเม็ง อ.เชียงของ จ.เชียงราย หลวงพ่อไพบูลย์ สุมังคโล และวัดพรหมวิหาร ต.เวียงพางคำอ.แม่สาย จ.เชียงราย พระครูวิบูลธรรมวิมลเจ้าอาวาส วัดพรหมวิหาร ที่สำคัญได้น้อมนำหลักธรรมทางพระพุทธศาสนามาปรับใช้ทั้งการดำรงชีวิตและการบริหารธุรกิจ จากสังคมเล็กไปสู่กิจการใหญ่ระดับข้ามประเทศ เช่น BJC และ บิ๊กซี ซูปเปอร์เซ็นเตอร์ ที่สำคัญยังแสดงตนให้เป็นแบบอย่างที่ดีด้วยการมีภาวะผู้นำ นำเอาสัมมาชีพมาผนวกใช้ควบคู่ไปกับการบริหารด้วยหลักธรรมาภิบาลและเอื้อเฟื้อเผื่ออย่างมีมิตรสัมพันธ์ต่อชุมชน สังคม และประเทศชาติ”

ขณะที่ วิภาดา ดวงรัตน์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บิ๊กซีซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน)ห้างค้าปลีกในกลุ่มบริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์(บีเจซี) กล่าวว่า การได้เป็นส่วนหนึ่งสำหรับพิธีบายศรีสู่ขวัญบรรพชาอุปสมบททีมนักฟุตบอล “หมูป่า ทีน ทอล์ก อะคาเดมี”ครั้งนี้ ได้สร้างความสุขใจให้กับตนเอง ครอบครัว ผู้บริหารและพนักงานบริษัท ทุกคนเป็นอย่างมาก ขณะเดียวกันยังสอดรับกับแนวคิดบริษัท ที่เปรียบเป็นต้นไม้ใหญ่ โดยได้แผ่กิ่งก้านสาขาอันอุดมสมบูรณ์ในการหล่อเลี้ยงและตอบแทนสังคม

The Art of Mooncake สัมผัสศิลปะแห่งรสชาติ ขนมไหว้พระจันทร์แป้งสด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/362310

The Art of Mooncake  สัมผัสศิลปะแห่งรสชาติ  ขนมไหว้พระจันทร์แป้งสด

The Art of Mooncake สัมผัสศิลปะแห่งรสชาติ ขนมไหว้พระจันทร์แป้งสด

วันพฤหัสบดี ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ขนมไหว้พระจันทร์ หนึ่งในเครื่องเซ่นไหว้เทพเจ้าในเทศกาลไหว้พระจันทร์ คือสัญลักษณ์สำคัญของเทศกาลที่ถูกส่งต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่น ห้องอาหารเรดโรส (Red Rose) โรงแรมเซี่ยงไฮ้ แมนชั่น เยาวราช รังสรรค์ความพิเศษสืบสานประเพณีไหว้พระจันทร์ กับ The Art of Mooncake สัมผัสศิลปะแห่งการลิ้มลองรสชาติขนมไหว้พระจันทร์แป้งสดในรูปแบบใหม่ ด้วยการนำเสนอผ่านแผ่นหินเย็นจัด บอกเล่าเรื่องราวความอร่อยของขนมไหว้พระจันทร์จากอดีตสู่ปัจจุบันตั้งแต่ไส้โหงวยิ้ง เม็ดบัว เผือกจนถึงไส้คัสตาร์ดและทุเรียนสดสูตรต้นตำรับเจ้าแรกและเจ้าเดียวพร้อมตอบโจทย์คนรุ่นใหม่กับการนำกระต่ายและหมู สัญลักษณ์ที่สื่อความหมายอันเป็นมงคลมาสร้างสรรค์เป็นขนมไหว้พระจันทร์ดีไซน์สุดน่ารักบรรจุในกล่องที่ออกแบบเป็นพิเศษจำนวนจำกัด

วรลักษณ์ บางประเสริฐ ผู้จัดการทั่วไป โรงแรมเซี่ยงไฮ้ แมนชั่น เยาวราช กล่าวว่า ห้องอาหารเรดโรส ต้นตำรับเจ้าแรกและเจ้าเดียวของขนมไหว้พระจันทร์แป้งสด ไส้ทุเรียนสด ได้รังสรรค์ความพิเศษ สืบสานประเพณีไหว้พระจันทร์ในปีนี้ ด้วย The Art of Mooncake ศิลปะแห่งการลิ้มลองรสชาติขนมไหว้พระจันทร์แป้งสดในรูปแบบใหม่ กับรสชาติความอร่อยและความหลากหลายของไส้ที่มีมาแต่ดั้งเดิม อย่างไส้โหงวยิ้ง เม็ดบัว เผือก จนถึงการสร้างสรรค์ไส้ใหม่ๆ ได้แก่ ไส้คัสตาร์ดไข่แดงเค็มและไส้ทุเรียนสดปลอดสารสูตรเฉพาะของห้องอาหารเรดโรส ด้วยการนำเสนอผ่านการจัดวางพร้อมเสิร์ฟบนแผ่นหินเย็นจัดที่จะช่วยเพิ่มรสชาติความอร่อยโดยแยกไส้ต่างๆ และแป้งสด ขนาดพอดีคำ ให้สามารถเลือกชิมก่อนรับประทานขนมไหว้พระจันทร์ชิ้นใหญ่ได้ตามความชอบ พร้อมเครื่องเคียงคือ เม็ดบัวและซอสสูตรพิเศษ ที่จะช่วยเพิ่มอรรถรสในการรับประทานขนมไหว้พระจันทร์ให้มากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ห้องอาหารเรดโรส ยังเพิ่มสีสันของเทศกาลไหว้พระจันทร์ด้วยการนำ “กระต่าย” และ “หมู” สัญลักษณ์ที่สื่อความหมายอันเป็นมงคล มาสร้างสรรค์เป็นขนมไหว้พระจันทร์แป้งสดไส้คัสตาร์ดไข่แดงเค็มกับดีไซน์สุดน่ารัก เพื่อตอบสนองความต้องการคนรุ่นใหม่ โดยกระต่ายถือเป็นสัญลักษณ์แสดงถึงการมีอำนาจ ความกล้าหาญ ชาวจีนสมัยโบราณยังเชื่อว่าฝูงกระต่ายสีขาวบนดวงจันทร์ มีหน้าที่ปรุงยาอายุวัฒนะจึงมีความหมายถึงการมีชีวิตที่ยืนยาวอีกด้วย สำหรับหมู เป็นตัวแทนของความอุดมสมบูรณ์ ความมั่งคั่ง ร่ำรวยและโชคลาภต่างๆ และผู้ชื่นชอบ ขนมไหว้พระจันทร์ต้นตำรับแป้งสด ไส้ทุเรียนสดจากทุเรียนหมอนทองส่งตรงจากสวนปลอดสารจังหวัดชุมพร และไส้คัสตาร์ดไข่แดงเค็มในปีนี้ ห้องอาหารเรดโรส มาพร้อมกระเป๋าเก็บความเย็นดีไซน์ลวดลายร่วมสมัย ก็ยังพร้อมเสิร์ฟเช่นกัน

สัมผัสศิลปะแห่งการลิ้มลองรสชาติขนมไหว้พระจันทร์แป้งสดในรูปแบบใหม่ The Art of Mooncake จากห้องอาหารเรดโรส โรงแรมเซี่ยงไฮ้ แมนชั่น เยาวราช พร้อมมอบสิทธิพิเศษมากมาย สอบถามเพิ่มเติมและสั่งจองล่วงหน้าได้ที่โทร.02-2212121ต่อ 126 ตั้งแต่วันนี้ ถึง 24 กันยายน 2561

กรมวิทย์บริการเปิดแอพพลิเคชั่นผ้าทอมือย้อมสีธรรมชาติยกระดับผ้าไทยก้าวไกลตลาดโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/362285

กรมวิทย์บริการเปิดแอพพลิเคชั่นผ้าทอมือย้อมสีธรรมชาติยกระดับผ้าไทยก้าวไกลตลาดโลก

กรมวิทย์บริการเปิดแอพพลิเคชั่นผ้าทอมือย้อมสีธรรมชาติยกระดับผ้าไทยก้าวไกลตลาดโลก

วันพุธ ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2561, 16.33 น.

2 ก.ย.2561 ผู้สื่อข่าวรายงานว่ากรมวิทยาศาสตร์บริการได้จัดทำโครงการยกระดับผ้าไทยให้ก้าวไกลไปอีกขั้น เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผ้าทอมือย้อมสีธรรมชาติ ด้วยการเปิดตัว ‘คัลเลอร์ ไอดี เลเบลลิ่ง’ (Color ID Labeling) แอพพลิเคชั่นสำหรับคนรักผ้าไทยที่เปรียบเสมือนแคตตาล็อกรวบรวมความงดงามของผ้าไทยทอมือย้อมสีธรรมชาติอันปราณีตบรรจงมาให้คนไทยได้สัมผัสความงดงามของผ้าไทยกันได้ง่ายขึ้น

นอกจากนี้ยังได้มีการจัดนิทรรศการผ้าไทยที่คัดสรรฝีมือจากเหล่าช่างชั้นครู พร้อมชมเสื้อผ้าดีไซน์พิเศษในคอลเลกชั่น ‘กลีบใบ เฮือไฟ (เรือไฟ) สายน้ำ’ (Blue voyage and Passage of Petals) ที่นำความงดงามทางธรรมชาติมาผสมผสานกับอัตลักษณ์ของผ้าไทยได้อย่างงดงาม ในค่ำคืนที่ผ่านมา ที่ร้าน QUAINT ซอยสุขุมวิท 61

โดยงานครั้งนี้ได้รับเกียรติจากเหล่าดีไซน์เนอร์และเซเลบริตี้ชื่อดังตบเท้าเข้าร่วมงานกันอย่างคับคั่ง อาทิ พัทธรัตน์ อาจวงษ์, พิมสิริ นาคสวัสดิ์, อริสา อัศวณิชย์ชากร, อมตา-ภัสรา จิตตะเสนีย์, ยุวเรต ศรุตานนท์, ดร.ฐิติพร สงวนปิยะพันธ์, ณัฏฐกรม์-ณัฏฐิ์ประภา ชุณหะวัณ, ชนินธิดา-ชนาทิพย์ จันทรุเบกษา, กรุณา วัจนะพุกกะ, ปวีญลักษณ์ ลิมปิชาติ, ศิริภา อินทวิเชียร, วันชนะ เอี่ยมพิกุล, ภัทรพร-ภัทรพรรณ สาลีรัฐวิภาค, พิพัชรา-จิตริณี แก้วจินดา, ชนบดี ชินวรรโณ, กิตตินันท์ ตั้งสิริมานะกุล, วิชาดา พูลผล และอีกมากมาย

                สำหรับ‘คัลเลอร์ ไอดี เลเบลลิ่ง’ (Color ID Labeling) คือแอพพลิเคชั่นที่รวบรวมความงดงามของผ้าทอมือย้อมสีธรรมชาติของคนไทยจากแหล่งที่ดีที่สุดจำนวน 20 แห่ง จาก 6 จังหวัด ได้แก่ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร ชัยภูมิ บุรีรัมย์ และสุรินทร์ โดยมีจุดเด่นอยู่ที่เทคนิคการวิเคราะห์ค่าสีที่ทางกรมวิทยาศาสตร์บริการได้นำมาใช้จำแนกเอกลักษณ์ของกลุ่มทอผ้า จากเฉดสีของผ้าที่มีความแตกต่างกันตามวัตถุดิบทางธรรมชาติที่ช่างแต่ละกลุ่มได้เลือกใช้ในการย้อม ประกอบกับเทคโนโลยี QR Code และ AR Code ที่สามารถแสดงถึงกระบวนการผลิตทั้งในรูปแบบของภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว เผื่อให้เหล่าคนรักผ้าไทยได้สัมผัสถึงวิถีชีวิตการทอผ้าไทยได้อย่างแท้จริง อีกทั้งยังตอบโจทย์การทำงานของเหล่านักดีไซน์ยุคใหม่ที่ต้องการแหล่งผลิตผ้าไทยย้อมสีธรรมชาติคุณภาพดี

อุมาพร สุขม่วง อธิบดีกรมวิทยาษสตร์บริการ กล่าวถึงจุดเด่นของแอพพลิเคชั่นและแนวคิดหลักในการจัดงานครั้งนี้ว่า “เราต้องการยกระดับผ้าทอมือย้อมสีธรรมชาติให้เป็นที่รู้จักในกลุ่มคนที่ชื่นชอบผ้าไทยมากขึ้น รวมถึงกลุ่มดีไซน์เนอร์ที่ต้องการใช้ผ้าไทยในการออกแบบเสื้อผ้า ก็เลยเป็นที่มาของโครงการนี้ที่ได้รวบรวมแหล่งผลิตผ้าทอมือย้อมสีธรรมชาติที่ดีที่สุดเอาไว้ด้วยกันบนแอพพลิเคชั่นคัลเลอร์ ไอดี เลเบลลิ่ง ซึ่งแหล่งผลิตผ้าแต่ละแห่งจะมีจุดเด่นการทอผ้าและย้อมสีที่แตกต่างกัน เราจึงได้ใช้เทคนิคทางวิทยาศาสตร์ในการวิเคราะห์ค่าสีเพื่อกำหนดเฉดสีออกมาในรูปแบบรหัสตัวเลขที่เป็นสากล ซึ่งนับเป็นครั้งแรกของประเทศไทยที่มีการอ่านค่าสีให้กับผ้าทอมือย้อมสีธรรมชาติ เพื่อให้ผู้ใช้แอพฯ สามารถเลือกเฉดสีผ้าที่ต้องการได้อย่างสะดวกสบายมากขึ้น และยังสามารถสั่งผลิตกับทีมช่างได้โดยตรงจากข้อมูลแหล่งผลิตภายในแอพฯ โดยเราหวังว่าแอพพลิเคชั่นนี้จะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนที่ชื่นชอบผ้าไทย และสามารถเพิ่มศักยภาพของผู้ประกอบการผ้าทอในประเทศไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากลได้

สำหรับแหล่งผลิตผ้าทอมือย้อมสีธรรมชาติที่ถูกนำมาจัดเป็นนิทรรศการภายในงานนั้นมีทั้งหมดจาก 6 จังหวัดด้วยกัน ประกอบไปด้วยจังหวัดสกลนคร โดยมี กลุ่มทอผ้าภูไทรุณณี, กลุ่มทอผ้าบ้านเหล่าใหญ่, กลุ่มแม่บ้านวิสาหกิจชุมชนหมู่ 8, กลุ่มวิสาหกิจชุมชนย้อมครามบ้านเชิงดอย, กลุ่มสตรีทอผ้าชุมชนที่ 2 แม่ทองสิริ, กลุ่มทอผ้าย้อมครามบ้านหนองครอง, กลุ่มทอผ้าย้อมครามบ้านนาขาม, กลุ่มทอผ้าสีธรรมชาติบ้านพันนา และกลุ่มทอผ้ากี่กระตุกบ้านนางัว จากจังหวัดนครพนม ประกอบไปด้วย ศูนย์เรียนรู้หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงบ้านนาคอย และกลุ่มสตรีทอผ้าฝ้ายบ้านโคกสะอาด จังหวัดมุกดาหาร ประกอบไปด้วย กลุ่มแม่เวียงบ้านคำอาฮวน, กลุ่มทอผ้าทอมือบ้านคุณย่า และกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มทอผ้าไหมบ้านภู จังหวัดต่อมาสุรินทร์ ประกอบไปด้วย กลุ่มมัดหมี่โฮลโบราณย้อมสีธรรมชาติ, กลุ่มทอผ้าไหมสีธรรมชาติบ้านดู่ และกลุ่มสตรีทอผ้าไหมบ้านระงอล จังหวัดชัยภูมิ ที่ประกอบไปด้วย วิสาหกิจชุมชนทอผ้าย้อมสีธรรมชาติหนองบัวแดง และกลุ่มเลี้ยงไหมตำบลบ้านเขว้า ปิดท้ายที่ศูนย์หัตถกรรมพื้นบ้านอำเภอนาโพธิ์ จากจังหวัดบุรีรัมย์

อีกหนึ่งไฮไลท์ภายในงานนั่นก็คือแฟชั่นโชว์เสื้อผ้าที่ออกแบบขึ้นโดยดีไซน์เนอร์ผู้มีความเชี่ยวชาญด้านการใช้ผ้าไทย ณัฏฐิญาณ์ สุขสถาน ครีเอทีฟไดเร็คเตอร์แห่งแบรนด์ ‘นาดีน เจดีน’ (Nadyn Jadyn) ในเสื้อผ้าคอลเลกชั่นที่ชื่อว่า ‘กลีบใบ เฮือไฟ (เรือไฟ) สายน้ำ’ (Blue voyage and Passage of Petals) ที่ได้รับแรงบันดาลใจหลักมาจากความงดงามของสายน้ำที่เชื่อมต่อระหว่างธรรมชาติกับมนุษย์ ซึ่งเปรียบเสมือนวัฒนธรรมจากรุ่นสู่รุ่นที่ทุกคนต่างช่วยกันอนุรักษ์ความงดงามของสายน้ำเอาไว้ ประกอบกับประเพณีเรือไฟอันมีชื่อเสียงในแถบภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมถึงกลีบของดอกไม้ ใบไม้ และแก่นไม้นานาพรรณ ที่เป็นวัตถุดิบธรรมชาติในการย้อมสีผ้า ซึ่งสิ่งเหล่านี้ได้ถูกนำมาร้อยเรียงให้เกิดเป็นเสื้อผ้าดีไซน์พิเศษที่นำเสนอถึงอัตลักษณ์ความงดงามของผ้าไทยได้อย่างวิจิตรบรรจง โดยใช้ไอเดียการออกแบบชุดที่ผสมผสานรูปทรงเรขาคณิตและการจับจีบซ้อนของเนื้อผ้า ที่แสดงถึงความสวยงามของกลีบดอกไม้และการไหลของสายน้ำ พร้อมเพิ่มเท็กซ์เจอร์ให้กับชุดด้วยการใช้ผ้าลินินซึ่งเป็นเส้นใยธรรมชาติมาช่วยเสริมคาแรคเตอร์ให้เสื้อผ้าสามารถสวมใส่ได้ในชีวิตประจำวัน รวมถึงการใช้ผ้าพลิ้วอย่างผ้าสไบที่เป็นเหมือนเอกลักษณ์ของชุดไทยเข้ามาช่วยเสริมความโดดเด่นของคอลเลคชั่นนี้

ด้านเหล่าเซเลบริตี้คนรักผ้าไทยที่มาร่วมงานต่างร่วมเผยถึงช่วงเวลาแห่งความภาคภูมิใจที่เคยสวมใส่ผ้าไทย และเคล็ดลับการแต่งตัวด้วยผ้าไทยในชีวิตประจำวัน เริ่มจากสาวแฟชั่นนิสต้า แพรี่พาย-อมตา จิตตะเสนีย์ กล่าวว่า ‘มีโอกาสได้ไปสัมผัสวิถีการใช้ชีวิตของชาวภาคอีสานอยู่ช่วงหนึ่ง ทำให้ได้รู้จักกับอาชีพทอผ้าอย่างจริงจัง ทำให้ได้เห็นความรักและความตั้งใจในการทอผ้าของชาวบ้านที่เขาต้องการถ่ายทอดออกมาให้ผู้คนได้เห็นถึงภูมิปัญญาและความปราณีต เลยเกิดความรู้สึกว่าอยากถ่ายทอดสิ่งที่เราได้สัมผัสนี้ออกมาในรูปแบบสไตล์ของเรา โดยทำให้ผ้าไทยมีความโมเดิร์นมากขึ้น ซึ่งอาจจะเลือกจากผ้าที่ชอบนำมาตัดเป็นชุดที่เหมาะกับรูปร่าง แต่จะเน้นการแต่งตัวให้สุภาพเรียบร้อยที่สุด เพื่อเป็นการให้เกียรติคนที่ทอผ้าให้เราใส่ และแมทช์กับเครื่องประดับที่ดีไซน์มีความทันสมัยหรือกำลังอยู่ในกระแส เพื่อให้การแต่งตัวดูสนุกขึ้น อย่างตอนไปอินเดียเราเลือกใส่ผ้ามัดหมี่สีชมพูไปเที่ยว ก็มีคนมาต่อแถวขอถ่ายรูปด้วยเยอะมากทั้งๆ ที่เขาก็ไม่รู้จักเรา แต่เพราะเขาบอกว่าชุดของเราสวย’

ด้านหมูแดง-ชนินธิดา จันทรุเบกษา เล่าว่า “เริ่มศึกษาเกี่ยวกับผ้าไทยและเริ่มใส่อย่างจริงจังมาสักพักแล้ว ซึ่งจากที่ลองสวมใส่มาจะชอบผ้าหมักโคลนที่สุด เพราะใส่แล้วให้ความรู้สึกสบาย ส่วนใหญ่ก็จะนำผ้ามาตัดเป็นกางเกงหรือกระโปรงใส่แมทช์กับเสื้อปกติ หรือไม่ก็นำมาทำเป็นแอคเซสเซอรี่อย่างผ้าผูกหัว ผ้าคลุมไหล่ หรือนำมาตัดเป็นสูทเท่ๆ ซึ่งจะเลือกผ้าจากลวดลายการทอที่แปลกตา และถ้ามีโอกาสพิเศษไม่ว่าจะเป็นงานบุญ หรืองานที่ต้องพบปะผู้ใหญ่ เราก็จะเลือกใส่ผ้าไทยเสมอ และรู้สึกดีทุกครั้งที่มีคนมาพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องผ้าไทย แล้วเราก็ชอบที่จะสวมใส่ชุดที่ทำจากผ้าไทยตามสไตล์ของตนเอง’

ยุวเรต ศรุตานนท์ เผยว่า ‘เสน่ห์อย่างหนึ่งของผ้าไทยในความคิดส่วนตัวก็คือความสุภาพเรียบร้อย อย่างเมื่อไม่นานมานี้เรามีโอกาสได้ไปเข้าเฝ้าพระสังฆราชมา ก็เลือกใส่ชุดที่ตัดจากผ้าไทยไป เพราะค่อนข้างมีเอกลักษณ์และสง่างาม โดยผ้าที่ชอบที่สุดคือผ้าไหมมัดหมี่ เพราะมีลวดลายที่หลากหลายที่เลือกสรร ซึ่งจะชอบนำมาผ้าไทยมาตัดเป็นชุดต่างๆ และอาจตกแต่งด้วยผ้าลูกไม้ที่ชอบเข้าไปด้วย ส่วนในชีวิตประจำวันก็จะแต่งให้ดูแฟชั่นขึ้น อาจจะเป็นกระโปรงทรงสอบที่ตัดด้วยผ้าไทยแมทช์กับเสื้อเชิ้ตเท่ๆ แล้วถือกับกระเป๋าลายผ้าไทยสักใบ’

ทางด้านปวีญลักษณ์ ลิมปิชาติ เปิดเผยว่า  “ได้รับแรงบันดาลใจในการใส่ผ้าไทยมาจากคุณแม่ (พิมพวรรณ ลิมปิชาติ) เพราะท่านจะชอบผ้าไทยมาก จึงได้เห็นและสัมผัสมาตั้งแต่เด็กๆ พอโตขึ้นก็เริ่มแต่งตัวด้วยผ้าไทยเองด้วยการนำมาประยุกต์ให้มีความแคชชวลขึ้น ใส่ได้ง่ายขึ้น ซึ่งจะชอบผ้าทอย้อมสีธรรมชาติที่มีลวดลายไม่มาก และมักจะนำมาตัดเป็นกางเกงใส่กับเสื้อแขนกุด แล้วแมทช์ด้วยเครื่องประดับไทยโบราณอย่างพวกเครื่องเงินสวยๆ ให้ดูเข้ากัน ซึ่งเคยแต่งสไตล์แบบนี้ไปดูแฟชั่นโชว์ที่อังกฤษก็มีชาวต่างชาติเข้ามาพูดคุยด้วยเยอะมากเกี่ยวกับผ้าไทยของเรา”

พบกับมิติใหม่ที่ช่วยยกระดับผ้าไทยให้ก้าวไกลไปอีกขึ้นบนแอพพลิเคชั่น ‘คัลเลอร์ ไอดี เลเบลลิ่ง’ (Color ID Labeling) ที่สามารถดาวน์โหลดได้บน APP STORE และ PLAY STORE พร้อมกันได้แล้ววันนี้

แนวหน้าวาไรตี้ สัมภาษณ์พิเศษ : เลิศชาย พงษ์โสภณ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/362259

แนวหน้าวาไรตี้ สัมภาษณ์พิเศษ : เลิศชาย  พงษ์โสภณ

แนวหน้าวาไรตี้ สัมภาษณ์พิเศษ : เลิศชาย พงษ์โสภณ

วันพุธ ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2561, 15.43 น.

มูนเค้ก เฟสติวัล 2018

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/362064

มูนเค้ก เฟสติวัล 2018

มูนเค้ก เฟสติวัล 2018

วันพุธ ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เพื่อต้อนรับเทศกาลไหว้พระจันทร์  ฟู้ด ฮอลล์ เดอะมอลล์,พารากอน และเอ็มควอเทียร์ ที่สุดของศูนย์รวมอาหารอร่อยที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ จัดงาน “มูนเค้ก เฟสติวัล 2018”  พิเศษกว่าใคร กับครั้งแรก! ของขนมไหว้พระจันทร์ไส้มันหวานญี่ปุ่นจาก Kyo Roll Enและอีกหลากหลายรสชาติของขนมไหว้พระจันทร์ จากแบรนด์ดังที่ถูกรวบรวมไว้มากที่สุด อาทิ ขนมไหว้พระจันทร์ไส้มะม่วงน้ำปลาหวานจากโรงแรมนารายณ์, ขนมไหว้พระจันทร์ไส้เมเปลพีแคนจากSkinni Bears, ขนมไหว้พระจันทร์ไส้พิสตาชิโอ จากโรงแรมดับเบิ้ลยูกรุงเทพฯ

ขนมไหว้พระจันทร์ไส้คัสตาร์ดไข่แดง ความอร่อยระดับตำนานของโรงแรมเพนนินซูล่า, ขนมไหว้พระจันทร์ไส้คัสตาร์ดลาวาจากแบรนด์ HONG KONG MX Mooncakes, ขนมไหว้พระจันทร์ไส้อัลมอนด์งาดำ ไส้ใหม่ล่าสุดจากโรงแรมแชงกรี-ลา กรุงเทพฯ และพบครั้งแรกของขนมไหว้พระจันทร์ไส้โหงวยิ้ง โรงเเรมโนโวเทลภูเก็ต โภคีธรา นอกจากนี้ สามารถพบกับขนมไหว้พระจันทร์ความอร่อยระดับตำนานจากแบรนด์และโรงแรมชื่อดังกว่า 20 โรงแรมตั้งแต่วันที่ 5-24 ก.ย.นี้

แบรนด์ ‘NICHA’ อวดโฉมนางแบบรุ่นใหญ่ คอลเลคชั่นล่าสุด ‘ดาร์ก วันเดอร์’ (Dark Wonder)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/362085

แบรนด์ ‘NICHA’ อวดโฉมนางแบบรุ่นใหญ่  คอลเลคชั่นล่าสุด ‘ดาร์ก วันเดอร์’ (Dark Wonder)

แบรนด์ ‘NICHA’ อวดโฉมนางแบบรุ่นใหญ่ คอลเลคชั่นล่าสุด ‘ดาร์ก วันเดอร์’ (Dark Wonder)

วันพุธ ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับเหล่าแฟชั่นนิสต้าอย่างท่วมท้น สำหรับแบรนด์แฟชั่นสตรี“NICHA” (ณิชชา) ภายใต้ฝีมือการออกแบบของณิชชา ธนาลงกรณ์ ครีเอทีฟไดเร็คเตอร์ฝีมือเฉียบประจำแบรนด์ โดยล่าสุดได้อวดโฉมเสื้อผ้าคอลเลคชั่นออทั่ม/วินเทอร์ 2018 ที่ชื่อว่า “ดาร์ก วันเดอร์” (Dark Wonder) นำเสนอแรงบันดาลใจจากเสน่ห์ความงดงามของเหล่าสรรพสัตว์ในป่ายามค่ำคืน ถ่ายทอดสู่เสื้อผ้าดีไซน์โมเดิร์นซึ่งมีซิลลูเอทและเส้นสายลายพิมพ์อันเป็นเอกลักษณ์ พร้อมเผยเสน่ห์ให้กับหญิงสาวผู้ที่มีความมั่นใจและชื่นชอบงานดีไซน์ที่มีความโดดเด่น ในงาน ELLE FASHION WEEK 2018 เมื่อเร็วๆ นี้

โดยภายในงานได้รับเกียรติจากเหล่าเซเลบริตี้แฟนคลับเข้าร่วมงานกันอย่างคับคั่ง อาทิ แพรพรรณ ธรรมวัฒนะ, อรชุมา ดุรงค์เดช, จรสพรรณ สวัสดิวัตน์ ณ อยุธยา, หฤทัย ไชยันต์ ณ อยุธยา, วันทิตา ลิ่วเฉลิมวงศ์, เมลนีย์ อยู่วิทยา, กรุณา วัจนะพุกกะ, แพรวปรียา ชุมสาย ณ อยุธยา, ปาวา นาคาศัย, อัชฌา เจริญรัศมีเกียรติ, ศิณานางค์ อุ่นทรพันธุ์, ขนิษฐา ดรุณเนตร และอีกมากมายรวมถึงเหล่านักแสดงชื่อดัง

และภายในงานยังมีไฮไลท์สุดพิเศษจากนักแสดง นางแบบชื่อดัง ที่ตบเท้าเข้าร่วมเดินแบบในครั้งนี้ อาทิ ตรีชฎา เพชรรัตน์, น้ำทิพย์จงรัชตวิบูลย์, ภีรนีย์ คงไทย, เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์,มาช่า วัฒนพานิช และฟินาเล่ จาก อัญชลี จงคดีกิจ ที่มาสร้างสีสันเรียกเสียงฮือฮาให้กับเหล่าแฟนคลับแบรนด์ ท่ามกลางบรรยากาศของการเนรมิตรันเวย์ที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นเร้าใจ

“NICHA” (ณิชชา) แบรนด์เสื้อผ้าสตรีที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวก่อตั้งโดย ณิชชา ธนาลงกรณ์ ผู้หลงใหลในงานศิลปะและการวาดภาพ นำเสนอเอกลักษณ์ความเป็นตัวตนผ่านการดีไซน์เสื้อผ้าที่โดดเด่นด้วยลายพิมพ์แนวอิลลัสเตรชั่น (Illustration) ภายใต้คอนเซ็ปต์ เซ็กซี่ (Sexy) เอลลิแกนท์(Elegant) สมาร์ท (Smart) และ อาร์ทซี่ (Artsy)สี่คำที่บ่งบอกถึงเอกลักษณ์ของแบรนด์ได้เป็นอย่างดีรังสรรค์สู่อาภรณ์คัตติ้งเนี้ยบ ให้หญิงสาวโดดเด่นได้ทั้งในชีวิตประจำวันจวบจนถึงกระทั่งงานปาร์ตี้ในยามค่ำคืน

ณิชชา ธนาลงกรณ์ กล่าวถึงแนวคิดหลักในการออกแบบคอลเลคชั่นนี้ว่า “คอลเลคชั่นนี้เราตั้งใจดีไซน์เสื้อผ้าโดยคำนึงถึงการสวมใส่เป็นหลัก เพื่อให้เหมาะสมกับผู้หญิงในทุกช่วงวัย ด้วยงานดีไซน์ที่มีความโฉบเฉี่ยว โก้หรู และไทม์เลส Timeless)ที่สามารถสวมใส่ได้ในทุกโอกาส โดยเสื้อผ้าในคอลเลคชั่นนี้มีซิลลูเอท และลวดลายพิมพ์ที่พิถีพิถันในทุกกระบวนการขั้นตอนการตัดเย็บ เพื่อให้ได้ชุดสวยที่สามารถเสริมลุคอันโดดเด่น และสร้างความมั่นใจให้กับหญิงสาวผู้สวมใส่ในทุกขณะ”

สำหรับคอลเลคชั่นออทั่ม/วินเทอร์ 2018ที่ใช้ชื่อว่า “ดาร์ก วันเดอร์” (Dark Wonder)ทางทีมดีไซน์ได้หยิบยกเอาความงดงามของธรรมชาติ ในยามค่ำคืน มาร้อยเรียงนำเสนอผ่านการดีไซน์ เสื้อผ้าสไตล์โมเดิร์น โดยมีผลงานชิ้นเด่น คือชุดเดรส และจั๊มสูทปักลาย ที่มีซิลลูเอทของชุดอันพลิ้วไหวล้อไปกับเส้นสายของหมู่มวลพฤกษา พร้อมกับเนื้อผ้าที่มีการสอดแทรกรายละเอียดด้วยการปักประดับลาย และเทคนิคการพิมพ์ลายลงบนผืนผ้าอย่างพิถีพิถัน เพิ่มลูกเล่นด้วยสีสันที่หลากหลาย ตั้งแต่โทนสีเย็น อย่างเช่น สีฟ้า สีน้ำเงิน สีม่วง โทนสีสว่างสดใส เช่น สีส้ม และสีแดง รวมถึงการใช้สีเบสิก เช่น สีเบจ สีขาว และสีดำ ที่จะช่วยให้เสื้อผ้าในคอลเลคชั่นนี้มีมิติน่าค้นหามากยิ่งขึ้น

ร่วมสร้างสรรค์สไตล์อันโดดเด่นต้อนรับฤดูกาลออทั่ม/วินเทอร์ 2018 ด้วยเสื้อผ้าดีไซน์ล่าสุดจากแบรนด์ “NICHA” (ณิชชา) ได้แล้ววันนี้ที่ www.nichaofficial.com, Facebook: nichaofficial.bkk และที่โชว์รูม “NICHA” (ณิชชา)ซอยจันทน์ 18/7 เขตสาทรใต้