รายการเต้นครั้งยิ่งใหญ่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/361125

รายการเต้นครั้งยิ่งใหญ่

รายการเต้นครั้งยิ่งใหญ่

วันศุกร์ ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ครูต้อย-วัลลภา ปัจฉิมสวัสดิ์ จากบางกอกแดนซ์ นำทีมนักเต้นเยาวชนตัวแทนประเทศไทยกว่า 200 ชีวิตไปร่วมแข่งขันอีกหนึ่งเวทีที่โดดเด่นของวงการเต้น 20th Asia Pacific Dance Competition 2018 รายการเต้นที่สำคัญและยิ่งใหญ่ที่สุดในระดับภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ณ ประเทศสิงคโปร์ ซึ่งเป็นการแข่งขันประชันฝีมือกับผู้เข้าแข่งขันกว่า 12 ประเทศ ที่มีขึ้นตั้งแต่วันที่ 30 สิงหาคม ไปจนถึงวันที่ 3 กันยายน 2561 งานนี้ครูต้อยฝากขอกำลังใจจากคนไทยทุกคน ช่วยส่งแรงใจเชียร์น้องๆ นักเต้นไปคว้ารางวัลสร้างชื่อให้เด็กไทยบนเวทีโลกอีกครั้ง

ประกาศผลรางวัล ‘Museum Thailand Awards 2018’ ยกระดับพิพิธภัณฑ์ไทยสู่สากล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/361207

ประกาศผลรางวัล 'Museum Thailand Awards 2018' ยกระดับพิพิธภัณฑ์ไทยสู่สากล

ประกาศผลรางวัล ‘Museum Thailand Awards 2018’ ยกระดับพิพิธภัณฑ์ไทยสู่สากล

วันพฤหัสบดี ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 20.33 น.

สถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ ประกาศผลการคัดเลือกรางวัล Museum Thailand Awards 2018 วางเป้าหมายเดินหน้ายกระดับมาตรฐานพิพิธภัณฑ์ไทยสู่สากล

สถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ (มิวเซียมสยาม) ประกาศผลการคัดเลือกรางวัล Museum Thailand Awards 2018 วางเป้าหมายเดินหน้ายกระดับมาตรฐานพิพิธภัณฑ์ไทยสู่สากล ต่อยอดจากโครงการ Museum Thailand เพื่อสนับสนุน ส่งเสริม การเรียนรู้ผ่านพิพิธภัณฑ์และแหล่งเรียนรู้ในประทศไทย  และเป็นรางวัลสำหรับยกย่องเชิดชูให้กับพิพิธภัณฑ์และแหล่งเรียนรู้ที่ได้รับรางวัล Museum Thailand Awards รวมทั้งประชาชนที่เข้ามาใช้บริการข้อมูลในเว็บไซต์มิวเซียมไทยแลนด์ (www.museumthailand.com)

พลอากาศเอก ดร.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงานประกาศและมอบรางวัล มิวเซียมไทยแลนด์อะวอด 2018 โดยมีนายราเมศ พรหมเย็น ผู้อำนวยการสถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ กล่าวรายงาน  ณ ห้องประชุมชั้น 5 ศูนย์การเรียนรู้ธนาคารแห่งประเทศไทย กรุงเทพฯ

พลอากาศเอก ดร.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พิพิธภัณฑ์ไทยจะต้องตื่นตัวพัฒนาศักยภาพอย่างรอบด้านเพื่อยกระดับมาตรฐานให้ดียิ่งขึ้น ปักหมุดหลักแรกสำหรับพิพิธภัณฑ์ไทยในศตวรรษที่ 21 โดยการทำงานผ่านเครือข่ายและเทคโนโลยีที่ทันสมัยในการแลกเปลี่ยนวิทยาการระหว่างสายอาชีพเดียวกัน ซึ่งความคาดหวังในอนาคตอันใกล้ของเราคือรักษามาตรฐานจนสามารถเป็นต้นแบบให้กับประเทศในกลุ่มอาเซียนได้ ประตู AEC  คือเป้าหมายการขยายผลระดับภูมิภาคของเรา

ด้าน นายราเมศ พรหมเย็น ผู้อำนวยการสถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ กล่าวว่า หลังจากที่สถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ ได้ดำเนินการจัดทำโครงการ Museum Thailand ในรูปแบบของเว็บไซต์(www.museumthailand.com) เพื่อเป็นศูนย์รวมข้อมูลด้านพิพิธภัณฑ์และแหล่งเรียนรู้ของประเทศไทยในรูปแบบออนไลน์สำหรับประชาชนชาวไทยและต่างประเทศ  ใช้เป็นเครื่องมือในการค้นหา องค์ความรู้ ข่าวสาร และกิจกรรมเชิงเรียนรู้ต่างๆ ซึ่งมีข้อมูลพิพิธภัณฑ์และแหล่งเรียนรู้ออนไลน์บนเว็บไซต์ครอบคลุมทุกภูมิภาคทั่วประเทศไทย จำนวนกว่า 1,500 แห่ง แล้วนั้น ซึ่ง โครงการ Museum Thailand ถือเป็นจุดเริ่มต้นในการพัฒนาพิพิธภัณฑ์ไทยให้มีคุณภาพและได้มาตรฐาน สพร. ในฐานะหน่วยงานขับเคลื่อน จึงได้มอบรางวัล Museum Thailand Awards 2017 ขึ้นเป็นปีแรกให้กับพิพิธภัณฑ์และแหล่งเรียนรู้ที่มีข้อมูลในเว็บไซต์ (www.museumthailand.com)

ผู้อำนวยการสถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ กล่าวว่า ในปีนี้รางวัล Museum Thailand Awards 2018 จัดขึ้นเป็นปีที่ 2 โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมให้เกิดการปรับมาตรฐานของพิพิธภัณฑ์และแหล่งเรียนรู้ของประเทศไทย ภายใต้เเนวความคิดของพิพิธภัณฑ์ไทยในศตวรรษที่ 21 ซึ่งนับเป็นการเปิดศักราชใหม่ให้กับวงการพิพิธภัณฑ์เเละเเหล่งเรียนรู้ในประเทศไทย  โดยได้มีกำหนดมาตรฐานที่สูงขึ้นเพื่อให้พิพิธภัณฑ์ไทยสามารถเข้าสู่ระดับสากลต่อไปได้ในอนาคต  คาดหวังที่จะทำหน้าที่ในการเป็นศูนย์กลางในการเชื่อมโยงเครือข่ายพิพิธภัณฑ์ให้เกิดการประสานงานและส่งต่อข้อมูลที่เป็นประโยชน์ของคนทำงานพิพิธภัณฑ์

โดยรางวัล Museum Thailand Awards 2018 แบ่งเป็น 2 ประเภท ประกอบด้วย

1. รางวัล Museum Thailand Awards 2018  จำนวน 15 รางวัล คัดเลือกจากพิพิธภัณฑ์ที่ส่งผลงานเข้าร่วมประกวด โดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ 7 ท่าน แยกประเภทตามฐานศาสตร์ความรู้ 5 สาย (อ้างถึงจาก ICOM : International council of museums) ได้แก่ 1.พิพิธภัณฑ์ด้านวัฒนธรรม รางวัลชนะเลิศ คือ พิพิธภัณฑ์ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ 2.พิพิธภัณฑ์ด้านสังคม รางวัลชนะเลิศ คือ พิพิธภัณฑ์เครื่องใช้และเครื่องกระเบื้องยุโรปโบราณ 3.พิพิธภัณฑ์ด้านเศรษฐกิจ รางวัลชนะเลิศ คือ ศูนย์การเรียนรู้ธนาคารแห่งประเทศไทย 3.พิพิธภัณฑ์ด้านวิทยาศาสตร์ รางวัลชนะเลิศ คือ พิพิธภัณฑ์สิรินธร 4.พิพิธภัณฑ์ด้านสิ่งแวดล้อม รางวัลชนะเลิศ คือ ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา นครนพม และ5.รางวัลส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางสังคมดีเด่นพิเศษ คือ ศูนย์การเรียนรู้สุขภาวะ สสส.

2. รางวัล Museum Thailand Popular Vote 2018  จำนวน 10 รางวัล โดยคัดเลือกพิพิธภัณฑ์ที่ได้รับคะแนนโหวตสูงสุดจากประชาชนผู้ใช้บริการในเว็บไซต์ (www.museumthailand.com) อาทิ พิพิธภัณฑ์คติชนวิทยา จังหวัดสงขลา , พิพิธภัณฑ์เพอรานากันนิทัศน์ จังหวัดภูเก็ต , พิพิธภัณฑ์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ฯลฯ  ผ่านแคมเปญส่งหัวใจให้มิวเซียมไทย  ซึ่งเป็นกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวพิพิธภัณฑ์ นอกจากนี้ สถาบันฯ ยังคงให้ความสำคัญกับการกระตุ้นและเชิญชวนให้ประชาชนมาเรียนรู้ผ่านพิพิธภัณฑ์และแหล่งเรียนรู้ให้มากขึ้น โดยเชิญชวนให้ประชาชนเข้ามาร่วมโหวตหาสุดยอดพิพิธภัณฑ์ขวัญใจมหาชนในเว็บไซต์ (www.museumthailand.com) เพื่อเป็นกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่และพิพิธภัณฑ์ มอบเป็นรางวัล Museum Thailand Popular Vote 2018  โดยกิจกรรมได้เริ่มตั้งแต่วันที่ 24 พฤษภาคม 2561 ถึง 11 สิงหาคม 2561  ซึ่งผู้ร่วมกิจกรรมจะได้รับรางวัลที่ระลึก อีกด้วย

นายราเมศ ยังกล่าวเสริมถึงรางวัล Museum Thailand Awards ว่าเป็นโครงการที่เป็นสัญลักษณ์ของการคัดเลือกพิพิธภัณฑ์และแหล่งเรียนรู้ในประเทศไทยที่ได้มาตรฐานด้านการบริหารและบริการของงานพิพิธภัณฑ์ และยังสามารถสร้างประโยชน์ในการต่อยอดความคิด ซึ่งจะนำไปพัฒนาเป็นองค์ความรู้อื่นๆต่อไปได้อีกในอนาคต โดยหวังว่ารางวัลนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นในการส่งเสริมให้เกิดมาตรฐานด้านต่าง ๆ ในวงการพิพิธภัณฑ์ในประเทศไทยให้สามารถก้าวสู่ระดับสากลต่อไป

พัฒนาแอพพลิเคชั่น DeepEye คัดกรองผู้ป่วยโรคเบาหวานขึ้นจอตา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/360938

พัฒนาแอพพลิเคชั่น DeepEye คัดกรองผู้ป่วยโรคเบาหวานขึ้นจอตา

พัฒนาแอพพลิเคชั่น DeepEye คัดกรองผู้ป่วยโรคเบาหวานขึ้นจอตา

วันพฤหัสบดี ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข(สวรส.) และทีมวิจัยจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ “พัฒนาแอพพลิเคชั่น DeepEye ระบบคัดกรองผู้ป่วยโรคเบาหวานขึ้นจอตาและผู้ป่วยโรคจอประสาทตาเสื่อมอย่างอัตโนมัติ”บนสมาร์ทโฟน แม่นยำสูง ลดการนำเข้าจาก ตปท. ตอบโจทย์ปัญหาขาดแคลนจักษุแพทย์

รศ.ดร.จาตุรงค์ ตันติบัณฑิต คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เครือข่ายนักวิจัย สวรส.ให้ข้อมูลว่า ผลงานวิจัยเรื่อง ระบบคัดกรองผู้ป่วยโรคเบาหวานขึ้นจอตาและผู้ป่วยโรคจอประสาทตาเสื่อมอย่างอัตโนมัติ ที่ได้รับการสนับสนุนจากสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.)และสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เป็นการพัฒนาเทคโนโลยีในการตรวจคัดกรองผู้ป่วยโรคเบาหวานขึ้นจอตาและผู้ป่วยโรคจอประสาทตาเสื่อมเบื้องต้น โดยพัฒนาแอพพลิเคชั่น DeepEye ที่สามารถใช้งานบนสมาร์ทโฟนได้อย่างสะดวก และกล้องถ่ายจอตาที่เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน สามารถใช้งานง่ายและราคาถูก โดยขั้นตอนและวิธีการตรวจคัดกรองสามารถบอกได้ว่าเป็นโรคดังกล่าวหรือไม่ และถ้าเป็นโรคก็สามารถคัดแยกระดับความรุนแรงของโรคได้ทั้ง 5 ระดับ ได้แก่ No DR, Mild NPDR, Moderate NPDR, Severe NPDR และ PDR ซึ่งเป็นการใช้ขั้นตอนวิธีการเรียนรู้เชิงลึก และเป็นเทคนิคหนึ่งในปัญญาประดิษฐ์ (artificial intelligence) สามารถนำไปประยุกต์ใช้เป็นระบบสนับสนุนในการตรวจวินิจฉัยโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเชื่อมต่อกับกล้องถ่ายภาพจอตาแบบพกพาได้ทุกรุ่น สามารถตรวจคัดกรองได้รวดเร็ว และมีความแม่นยำเทียบเท่าจักษุแพทย์

ทั้งนี้ งานวิจัยดังกล่าวนับเป็นการพัฒนานวัตกรรมซอฟต์แวร์ที่ยังไม่มีผู้ใดทำมาก่อน ภายใต้ทุนสนับสนุนที่ไม่สูงมากแต่สามารถลดการนำเข้าเครื่องมือวิทยาศาสตร์จากต่างประเทศ รวมทั้งยังช่วยบรรเทาปัญหาการตรวจคัดกรองผู้ป่วยโรคตาในพื้นที่ที่ขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์ได้อีกด้วย

ด้าน ดร.จุไรรัตน์ พรหมใจ ผู้จัดการงานวิจัย สวรส. กล่าวว่า โรคเบาหวานขึ้นจอตาเป็นปัญหาในระบบสุขภาพที่พบได้บ่อย แต่สามารถป้องกันหรือลดความรุนแรงของโรคได้ หากพบแนวโน้มการเป็นโรคตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อการนำไปสู่การรักษา ลดการสูญเสีย ลดค่าใช้จ่ายทางการแพทย์ และเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยได้ ซึ่งการตรวจวินิจฉัยโรคเบาหวานขึ้นจอตา ต้องได้รับการตรวจจากจักษุแพทย์ หากแต่จักษุแพทย์ในประเทศไทยมีจำนวนไม่เพียงพอต่อความต้องการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ห่างไกล ส่งผลให้การตรวจวินิจฉัยโรคมีข้อจำกัด บ่อยครั้งผู้ป่วยไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที ส่งผลให้เกิดการสูญเสียการมองเห็น

“ระบบคัดกรองผู้ป่วยฯ ที่งานวิจัยได้พัฒนาขึ้น เป็นการคัดกรองเบื้องต้นที่สามารถทำได้โดยบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนจักษุแพทย์ โดยในระยะต่อไป สวรส. ได้มีการวางแผนเรื่องการประเมินผลงานวิจัยในมิติต่างๆ อาทิ คุณภาพและมาตรฐาน ความคุ้มค่าทางด้านเศรษฐศาสตร์ ความพึงพอใจของผู้รับบริการ รวมถึงการเชื่อมโยงกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อการผลิตและนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ได้อย่างกว้างขวางมากขึ้น”

พระองค์โสมฯ เสด็จทรงเปิดนิทรรศการศิลปกรรมเทิดพระเกียรติฯ ภายใต้แนวคิด ‘สานศิลป์ สีสันแห่งการให้’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/360929

พระองค์โสมฯ เสด็จทรงเปิดนิทรรศการศิลปกรรมเทิดพระเกียรติฯ  ภายใต้แนวคิด ‘สานศิลป์ สีสันแห่งการให้’

พระองค์โสมฯ เสด็จทรงเปิดนิทรรศการศิลปกรรมเทิดพระเกียรติฯ ภายใต้แนวคิด ‘สานศิลป์ สีสันแห่งการให้’

วันพฤหัสบดี ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ทรงฉายพระรูปร่วมกับคณะผู้จัดงานและกรรมการ อาทิ ม.ร.ว.ปรียางศรี วัฒนคุณ ผู้ช่วยเลขาธิการสภากาชาดไทย, เตช บุนนาค ผู้ช่วยเลขาธิการสภากาชาดไทย, คุณหญิงทิพยวรรณ ตันตกิตติ์ ประธานจัดงาน, จันทร์ประภา วิชิตชลชัยรองผอ.สำนักงานจัดหารายได้, อ.สมาน คลังจัตุรัส, มณเฑียร ตันตกิตติ์, ลลนา วงศ์วาสิน และ นภาพร พานิชจาระชัย

พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ เสด็จทรงเป็นประธานเปิดงานแสดงนิทรรศการภาพวาด “ศิลปกรรมเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ครั้งที่ 22” ภายใต้แนวคิด “สานศิลป์ สีสันแห่งการให้” โดยมี ม.ร.ว.ปรียางศรี วัฒนคุณ ผู้ช่วยเลขาธิการสภากาชาดไทย พร้อมด้วย เตช บุนนาค ผู้ช่วยเลขาธิการสภากาชาดไทย, คุณหญิงทิพยวรรณ ตันตกิตติ์ ประธานจัดงาน, จันทร์ประภา วิชิตชลชัย รองผู้อำนวยการสำนักงานจัดหารายได้ และ อ.สมาน คลังจัตุรัส ประธานฝ่ายศิลปินอิสระ และคณะกรรมการ รับเสด็จ ณ ห้องราชมณเฑียร เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร เมื่อวันศุกร์ที่ 24 สิงหาคม 2561 โดยงานนี้ สภากาชาดไทย ร่วมกับ คุณหญิงทิพยวรรณตันตกิตติ์ รองประธานกรรมการบริหารกลุ่มโรงแรมมณเฑียร กรุงเทพ, บริษัท นูโวเทคจำกัด และ อ.สมาน คลังจัตุรัส หัวหน้ากลุ่มศิลปินอิสระ’96 ร่วมกันจัดขึ้นเพื่อนำเงินรายได้ทูลเกล้าฯ ถวายโดยเสด็จพระราชกุศลบำรุงสภากาชาดไทย สำหรับนำไปใช้ในการ “บรรเทาทุกข์ บำรุงสุข บำบัดโรค กำจัดภัย” แก่พี่น้องประชาชนผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน และผู้ทุกข์ยากในสังคมทั่วประเทศ

พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ เสด็จทรงเป็นประธานเปิดงานโดยมี คุณหญิงทิพยวรรณ ตันตกิตติ์ ประธานจัดงาน, เตช บุนนาค ผู้ช่วยเลขาธิการสภากาชาดไทย, อ.สมาน คลังจัตุรัส ประธานฝ่ายศิลปินอิสระ และ มณเฑียร ตันตกิตติ์ รับเสด็จ

สำหรับนิทรรศการศิลปกรรมเทิดพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ได้จัดขึ้นครั้งแรกเมื่อปีพ.ศ.2539 เพื่อนำเงินรายได้สนับสนุนการดำเนินงานของสภากาชาดไทย และได้จัดมาอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน สำหรับการจัดงานในปีนี้ จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 22 เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 สภานายิกาสภากาชาดไทย เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 86 พรรษา 12 สิงหาคม 2561 โดยแนวคิด “สานศิลป์ สีสันแห่งการให้” สื่อถึงความหลากหลายของงานศิลปะที่ถ่ายทอดแรงบันดาลใจแห่งการเป็นผู้ให้ของศิลปินกว่า 300 ท่าน ออกมาเป็นผลงานที่มีความงดงามตามความถนัดของศิลปิน โดยจัดแสดงตามกลุ่มผลงาน อาทิ ภาพวาดพันธุ์ไม้ที่ได้รับพระราชทานนามจาก สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ภาพวาดสัตว์มงคล วิวทิวทัศน์ วิถีชีวิตวัฒนธรรม เรียงร้อยเรื่องราวผสมผสานมุมมองของการให้ผ่านปลายพู่กันและเทคนิคการใช้สีในรูปแบบที่แตกต่างกัน ซึ่งผลงานทุกชิ้นที่นำมาจัดแสดงเป็นผลงานที่ไม่เคยจัดแสดงที่ไหนมาก่อน และจำหน่ายในราคาเพื่อการกุศลอีกด้วย

ทอดพระเนตรนิทรรศการภาพวาดศิลปกรรมเทิดพระเกียรติฯ ภายใต้แนวคิด “สานศิลป์ สีสันแห่งการให้”

นอกจากนี้ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 13.00 น. กลุ่มศิลปินได้จัดให้มีกิจกรรม Work Shop สอนเทคนิคการเพ้นท์ภาพบนวัสดุต่างๆ หมวก กระเป๋า ถุงผ้า เสื้อ ด้วยตนเองโดยการใช้
เทคนิคต่างๆ ให้กับผู้สนใจจากศิลปินชื่อดังอาทิ อ.สมาน คลังจัตุรัส, อ.นาวิน แสงรบ, อ.เชาว์ชุมลาภ และอีกหลายศิลปินที่มีความชำนาญการวาดภาพในแต่ละด้านมาให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด สำนักงานจัดหารายได้ สภากาชาดไทย ขอเชิญชวนประชาชนผู้สนใจ รวมทั้งบริษัท ห้างร้าน นักเรียน นิสิต นักศึกษา เข้าชมงานนิทรรศการศิลปกรรมเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ครั้งที่ 22 ที่จัดขึ้นจนถึงวันที่ 23 กันยายน 2561 ตั้งแต่เวลา 10.00-20.00 น. ณ ห้องโถงชั้นลอยโรงแรมมณเฑียร เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรม Work Shop ภายในงานและประสงค์จะร่วมกิจกรรมเป็นหมู่คณะ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ สำนักงานจัดหารายได้โทรศัพท์ 02-2564440, 02-2559911 หรือ เว็บไซต์ http://www.redcrossfundraising.org และที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ โรงแรมมณเฑียร กรุงเทพฯ โทรศัพท์ 02-2337060-9

ทอดพระเนตรนิทรรศการภาพวาดศิลปกรรมเทิดพระเกียรติฯ ภายใต้แนวคิด “สานศิลป์ สีสันแห่งการให้”

ทอดพระเนตรนิทรรศการภาพวาดศิลปกรรมเทิดพระเกียรติฯ ภายใต้แนวคิด “สานศิลป์ สีสันแห่งการให้”
เตช บุนนาค ผู้ช่วยเลขาธิการสภากาชาดไทย, ม.ร.ว.ปรียางศรี วัฒนคุณ ผู้ช่วยเลขาธิการสภากาชาดไทย, พล.อ.สำเภา ชูศรี
และ คุณหญิงทิพยวรรณ ตันตกิตติ์ ประธานจัดงาน

เตช บุนนาค ผู้ช่วยเลขาธิการสภากาชาดไทย, ม.ร.ว.ปรียางศรี วัฒนคุณ ผู้ช่วยเลขาธิการสภากาชาดไทย, พล.อ.สำเภา ชูศรี และ คุณหญิงทิพยวรรณ ตันตกิตติ์ ประธานจัดงาน
สายพิณ พหลโยธิน, คุณหญิงโรส บริบาลบุรีภัณฑ์, ม.ร.ว.ปรียางศรี วัฒนคุณ, 
คุณหญิงทิพยวรรณ ตันตกิตติ์, ละออ ตั้งคารวะคุณ และ รัญชา บริบาลบุรีภัณฑ์

สายพิณ พหลโยธิน, คุณหญิงโรส บริบาลบุรีภัณฑ์, ม.ร.ว.ปรียางศรี วัฒนคุณ, คุณหญิงทิพยวรรณ ตันตกิตติ์, ละออ ตั้งคารวะคุณ และ รัญชา บริบาลบุรีภัณฑ์
สุรวัฒน์ ชมภูพงษ์ กับ จุไรรัตน์ บรรเทา

สุรวัฒน์ ชมภูพงษ์ กับ จุไรรัตน์ บรรเทา
3 ศิลปิน เดชกร อมรรัตนวงศ์, อ.อ๊อด ศรีสมัย และอ.วินัย สุขวิน

3 ศิลปิน เดชกร อมรรัตนวงศ์, อ.อ๊อด ศรีสมัย และอ.วินัย สุขวิน

เดือนฉาย คอมันตร์ และ พรพิมล เสถียรพัฒนากูล

เดือนฉาย คอมันตร์ และ พรพิมล เสถียรพัฒนากูล

คุณแหน : 30 สิงหาคม 2561

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/360946

คุณแหน : 30 สิงหาคม 2561

วันพฤหัสบดี ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ll สหรัฐ บุญโพธิภักดี นายกสมาคมนิสิตเก่าจุฬาฯ เป็นประธานเปิดการประชุมเสวนา “การประกวดสุนทรพจน์อุดมศึกษา เฉลิมพระเกียรติพระบรมราชจักรีวงศ์” ครั้งที่ 1 ชิงถ้วยพระราชทาน
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มี ผศ.ดร.พรทิพย์ พุกผาสุข เป็นประธานดำเนินงาน 1 ก.ย. 09.00 น. สมาคมนิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยฯ ถ.พญาไท…

ll สวด นิยม พนายางกูร อายุ 92 วัดเชตุพน ถึง 31 ส.ค. ฌาปนกิจ 1 ก.ย.14.00 น. ที่สุสานสันกู่เหล็ก เชียงใหม่…

llน.ท.พญ.อุบลวัณณ์ จรูญเรืองฤทธิ์ ผอ.ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย พร้อมด้วยมธุวลี สถิตยุทธการ ผอ.ฝ่ายองค์กรสัมพันธ์แบรนด์ ซันโทรี่  เปิดโครงการ  BRAND’S Young Blood 2018  ปีที่ 18 รณรงค์ให้นิสิตนักศึกษาคนรุ่นใหม่จากสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาทั่วประเทศได้ร่วมทำความดีโดยการบริจาคโลหิตอย่างต่อเนื่องจากปีละ 1 ครั้ง เพิ่มเป็น 3-4 ครั้งต่อปี…

ll ชาญ ศรีวิกรม์ ประธานกลุ่มเกษร พร็อพเพอร์ตี้ผุดไอเดียเตรียม จัดงาน Gaysorn Menllennial งานเฟสติวัลของสุภาพบุรุษ 6-30 ก.ย.นี้…

llชลลกา เก่งระดมยิง นายกสมาคมศิษย์วังหลัง-วัฒนา จัดงาน วันศิษย์เกียรติยศ ประจำปี 2561 แก่ศิษย์เก่าที่ได้รับการเชิดชูเกียรติและประสบความสำเร็จ ศ.เกียรติคุณ พญ.ภัทรพร อิศรางกูรณ อยุธยา, ศ.เกียรติคุณ ดร.มัทนี รัตนิน,ศ.ดร.พรสรรค์ วัฒนางกูร, ศ.ส.พญ.ดร.ชลลดาบูรณกาล, รศ.พญ.สุภาภรณ์ เต็งไตรสรณ์และศิษย์ปัจจุบันที่สร้างชื่อเสียงและเป็นความภาคภูมิใจ1 ก.ย. 10.00  น. ที่อาคารเอ็ดน่าโคลอนุสรณ์รร.วัฒนาวิทยาลัย…

ll สนั่น อังอุบลกุล ประธานสมาคมคณะกงสุลกิตติมศักดิ์(ประเทศไทย)จัดงานใหญ่ฉลองครบรอบ 7 ปี ของสมาคมคณะกงสุลกิตติมศักดิ์(ประเทศไทย) 6 ก.ย. โดยมี นวลพรรณล่ำซำ กงสุลกิตติมศักด์ ลิทัวเนีย และ อวัสดา ปกมนตรีรองกงสุลกิตติมศักด์เลโซโท เป็นพิธีกร ที่ แกรนด์ไฮแอท เอราวัณ…

ll ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จัดเดินสายให้ความรู้เกี่ยวกับการรู้เท่าทันสื่อดิจิทัลผ่านนิทรรศการแบบมัลติมีเดีย และการเสวนาของวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิและดาราชื่อดัง ในโครงการ “Healthy Digital Family เสพสื่อ ใช้สติ มีสไตล์ ให้สตรอง”พบกับ อ๋อม-อรรคพันธ์, จิม-เจจินตัย, ภัทร ฉัตรบริรักษ์, นาว-ทิสานาฎ, เชน-ณัฐวัฒน์และนักแสดงอื่นๆ 30 ส.ค.-5 ก.ย. 11.00-20.00 น. ชั้น 1 ลาน Promotion 3 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา นครราชสีมา…ll

น้อง

ปลุกตำนานไอคอนนิค ‘เจเกอร์-เลอคูลทร์ โพลาริส’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/360939

ปลุกตำนานไอคอนนิค ‘เจเกอร์-เลอคูลทร์ โพลาริส’

ปลุกตำนานไอคอนนิค ‘เจเกอร์-เลอคูลทร์ โพลาริส’

วันพฤหัสบดี ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

มร.สเตฟาน เบลมอนต์, ศักดิ์ ตั้งอุดมเลิศ และ มร.แม็กซองส์ คินเกท

เจเกอร์-เลอคูลทร์ (Jaeger-LeCoultre) แบรนด์เครื่องบอกเวลาชั้นสูงจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์นำโดย วีรศักดิ์ ตั้งอุดมเลิศ ผู้จัดการประจำประเทศไทย จัดงานเอ็กซ์คลูซีฟปาร์ตี้ ฉลองเปิดตัวเรือนเวลาคอลเลคชั่นใหม่ “เจเกอร์-เลอคูลทร์ โพลาริส” (Jaeger-LeCoultre Polaris) กับการปลุกตำนานความยิ่งใหญ่ 50 ปี ของนาฬิการุ่นไอคอนนิคที่มาพร้อมฟังก์ชั่นปลุกเตือนให้หวนกลับมาโลดแล่นในโลกแห่งเวลาอีกครั้ง พลิกโฉมสู่ความสง่างามสไตล์สปอร์ตเต็มรูปแบบ ตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์ของสุภาพบุรษ พร้อมจัดนิทรรศการประวัติศาสตร์เรือนเวลาครั้งสำคัญจากเจเกอร์-เลอคูลทร์ ที่นำมาจัดแสดงในโอกาสพิเศษนี้โดยเฉพาะ ณฮอลล์ ออฟ เฟม ชั้น M ศูนย์การค้าสยามพารากอน

เกล็ดดาว พานิชสมัย, กุณฑินี ไกรฤกษ์ และ ม.ร.ว.จันทรลัดดา ยุคล อุบลเดชประชารักษ์

ภายในงานได้เนรมิตบริเวณฮอลล์ ออฟ เฟม ชั้น M ศูนย์การค้าสยามพารากอน ให้เป็นนิทรรศการเรือนเวลาครั้งประวัติศาสตร์ครั้งแรกในประเทศไทยของเจเกอร์-เลอคูลทร์ โดยใช้ชื่อว่า“Jaeger-LeCoultre Polaris Exhibition”รวบรวมสุดยอดผลงานในคอลเลคชั่นระดับตำนาน “โพลาริส” ไว้อย่างครบครันตั้งแต่เรือนเวลาวินเทจรุ่นบุกเบิกในปี 1968จนถึงการเผยโฉมโพลาริสคอลเลคชั่นใหม่ล่าสุดที่นำมาจัดแสดงให้ได้ชมแบบเอ็กซ์คลูซีฟ 9 เรือนด้วยกัน พร้อมร่วมดื่มด่ำสุนทรียศาสตร์อันทุ่มเทของเจเกอร์-เลอคูลทร์ ในฐานะผู้ผลิตเครื่องบอกเวลาชั้นนำของโลกที่มีชื่อเสียงและเส้นทางประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 185 ปี อีกทั้ง สนุกไปกับหลากหลายกิจกรรมภายในโซนต่างๆ ของเอ็กซิบิชั่น อาทิ On Your Wrist เทคโนโลยีสุดล้ำในรูปแบบแอพพลิเคชั่นที่จะพาแขกผู้มีเกียรติเปิดประสบการณ์ใหม่ในการสวมใส่นาฬิกาเจเกอร์-เลอคูลทร์แบบเสมือนจริง เพียงแค่ใส่ริสแบนด์ที่ผลิตขึ้นพิเศษเท่านั้น

กรุณา วัจนะพุกกะ, แพรวปรียา ชุมสาย ณ อยุธยา, ร.อ.หญิง วันทิตา ลิ่วเฉลิมวงศ์ และ นาขวัญ รายนานนท์

ไฮไลท์ของการเปิดตัว “เจเกอร์-เลอคูลทร์ โพลาริส” รุ่นใหม่ประจำปี 2018 อย่างเป็นทางการ ได้รับเกียรติจากสองผู้บริหารคนสำคัญแห่งเจเกอร์-เลอคูลทร์อย่าง มร.แม็กซองส์ คินเกท (Mr.Maxence Kinget) ผู้อำนวยการประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และออสเตรเลียร่วมด้วย มร.สเตฟาน เบลมอนต์(Mr.Stéphane Belmont) เฮอริเทจ แอนด์แรร์ พีซ ไดเรคเตอร์ (Maison Heritage and Rare Pieces Director) มาร่วมถ่ายทอดถึงความพิเศษและแรงบันดาลใจสำหรับคอลเลคชั่นใหม่ ที่ยังคงสืบทอดจิตวิญญาณจากรุ่นดั้งเดิมไว้ได้อย่างไร้ที่ติภายใต้ประเพณีอันลึกซึ้งของการประดิษฐ์เครื่องบอกเวลาจักรกลที่มีความสลับซับซ้อนโดยนำมาตีความอย่างร่วมสมัย ด้วย 5 รุ่น 5 ดีไซน์ล่าสุดที่มาพร้อมความหลากหลายด้านฟังก์ชั่นครบทุกความต้องการ

วฤธ หงสนันทน์, ยุกต์ ส่งไพศาล และ วรินทร ปัญหกาญจน์ กับ เรือนเวลา เจเกอร์-เลอคูลทร์ โพลาริส” รุ่นใหม่ประจำปี 2018

ปิดท้ายความเอ็กซ์คลูซีฟแห่งค่ำคืนด้วยการเผยโฉมเรือนเวลาลิมิเต็ดบูติค เอดิชั่นอีกหนึ่งรุ่นพิเศษใน คอลเลคชั่นโพลาริสที่หาซื้อได้เฉพาะในบูติกของแบรนด์เท่านั้น กับรุ่น “Jaeger-LeCoultre Polaris Geographic Worldtime” ซึ่งผลิตในจำนวนจำกัดเพียง 250 เรือนทั่วโลกโชว์ความสลับซับซ้อนระหว่างฟังก์ชั่น จีโอกราฟิกและเวิลด์ไทม์ได้อย่างมีมิติ ภายใต้งานออกแบบที่ยังคงได้แรงบันดาลใจมาจากเมโมว็อกซ์ โพลาริส

งานนี้มีเหล่าเซเลบริตี้และวอทช์เลิฟเวอร์ เข้าร่วมงานมากมาย อาทิ เจย์-จริยดี สเปนเซอร์, ม.ล.คฑาทอง ทองใหญ่, สุรีย์ รัตนหิรัญญา, บุตรรัตย์ จรูญสมิทธิ์,จณิสตา ลิ่วเฉลิมวงศ์, เกล็ดดาว พานิชสมัย,โสรัส อมาตยกุล, เอกภัทร พรประภา, ไกรเสริม-ปวิตา โตทับเที่ยง, กรกนก ยงสกุล,ม.ร.ว.จันทรลัดดา ยุคล อุบลเดชประชารักษ์,วิชัย-วิจิตรา ส่งทวีผล เป็นต้น และพบกับนวัตกรรมชั้นเลิศของ เจเกอร์-เลอคูลทร์โพลาริส ได้ที่บูติค ชั้น M สยามพารากอน โทร.02-6109925

วิทยาศาสตร์การแพทย์ช่วยแก้ปัญหามีลูกยาก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/360936

วิทยาศาสตร์การแพทย์ช่วยแก้ปัญหามีลูกยาก

วิทยาศาสตร์การแพทย์ช่วยแก้ปัญหามีลูกยาก

วันพฤหัสบดี ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เพราะลูกคือโซ่ทองคล้องใจของพ่อแม่ ที่จะมาเติมเต็มให้ชีวิตครอบครัวสมบูรณ์แบบ แต่สำหรับหลายครอบครัว กับประสบปัญหาการมีบุตรยาก ด้วยปัจจัยหลากหลายสาเหตุ ดังนั้น การพบแพทย์ เพื่อขอคำปรึกษา จึงเป็นเรื่องใกล้ตัวและสำคัญของคนในยุคปัจจุบัน

ผศ.นพ.พิทักษ์ เลาห์เกริกเกียรติ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาผู้มีบุตรยาก จาก G.F.C เจเนซีส เฟอร์ทิลิตีเซ็นเตอร์ (Genesis  Fertility Center :G.F.C ) จีเอฟซี กล่าวว่า ปัญหาคู่สามีภรรยาที่มีลูกยาก มีหลายสาเหตุ ทั้งด้านกายภาพและปัญหาสุขภาพต่างๆจนส่งผลกระทบทำให้สภาพร่างกายไม่สมบูรณ์พร้อม เช่น ตัวอสุจิของฝ่ายชายไม่สมบูรณ์และแข็งแรงเนื่องจากอายุเริ่มมากขึ้น บวกกับพักผ่อนน้อย มีความเครียด หรือปัญหาสุขภาพไม่สมบูรณ์มาจากการกินอาหารที่ไม่มีคุณภาพ ตลอดจนปัญหาจากทางฝ่ายหญิง ที่มีปัญหาประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ ลักษณะทางกายภาพของมดลูกไม่เอื้อต่อการฝังตัวอ่อน ทำให้เกิดภาวะเสี่ยงต่อการแท้งลูก เป็นต้น

ผศ.นพ.พิทักษ์ เลาห์เกริกเกียรติ

คุณหมอกล่าวต่อว่า  Genesis Fertility Center หรือ G.F.C เพิ่งมีอายุครบ 1 ปีไปในช่วงปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เป้าหมายสำคัญในความสำเร็จของ G.F.C คือการช่วยให้คู่สมรสที่ประสบปัญหามีบุตรยาก ได้มีบุตรสมความปรารถนา สำหรับอัตราความสำเร็จตลอด 1 ปีที่ผ่านมา มีการตั้งครรภ์จากการทำอิ๊กซี(ICSI) สูงถึง60% ส่วน Intracytoplasmic Sperm Injection (ICSI) เป็นวิธีการรักษาผู้ที่มีบุตรยากอีกวิธีหนึ่ง โดยการคัดเลือกตัวอสุจิที่แข็งแรงที่สุดของฝ่ายชายมาปฏิสนธิกับไข่ของฝ่ายหญิงหรือที่เข้าใจกันว่าเป็นการปฏิสนธินอกร่างกาย ทั้งนี้ความสำเร็จดังกล่าวเกิดจากการที่ทีมนักวิทยาศาสตร์ของ G.F.C ได้ทุ่มเทและใส่ใจในการเลี้ยงตัวอ่อนให้สมบูรณ์ และทีมแพทย์ได้เตรียมสภาพร่างกายของฝ่ายหญิงให้สมบูรณ์จนพร้อมให้ตัวอ่อนสามารถฝังตัวนำไปสู่การตั้งครรภ์ที่สมบูรณ์แข็งแรงได้  และในตลอดช่วงการรักษาทางทีมแพทย์ พยาบาล และนักวิทยาศาสตร์ยังให้ความกระจ่างกับทุกคู่สมรสในทุกรายละเอียดอีกด้วย

คุณหมอ พร้อมด้วย เจมส์-เรืองศักดิ์ และภรรยา

ทั้งนี้ คุณหมอได้แนะนำว่า เพื่อให้การเดินทางสู่เป้าหมายของการเป็นคุณพ่อคุณแม่และให้กำเนิดลูกที่มีสุขภาพแข็งแรง ปลอดภัยอันเป็นเป้าหมายต่อไปในระยะยาว จุดเริ่มต้น ต้องเริ่มจากการเข้ารับคำปรึกษา และตรวจสุขภาพความสมบูรณ์ด้านการเจริญพันธุ์ก่อนเป็นอันดับแรก ซึ่งจากประสบการณ์ที่ผ่านมาพบว่า ด้วยสภาพสังคมที่มีการแข่งขันสูงมากขึ้น ส่งผลต่อสุขภาวะการเจริญพันธุ์ ทำให้คู่สามีภรรยาขาดความสมบูรณ์พร้อมในการให้กำเนิดบุตร หรือมีปัญหาการมีบุตรยากมากขึ้น โดยเฉพาะสภาพครอบครัวไทยที่ผู้หญิงเข้ามามีบทบาทสูงในด้านการทำงาน มีบุตรยากขึ้น เทคโนโลยีที่ช่วยให้มีบุตรได้ง่ายขึ้น ก็เป็นสิ่งที่มาช่วยตอบโจทย์ในส่วนนี้ได้เป็นอย่างดี และเป็นทางเลือกหนึ่งที่มีสะดวกและความปลอดภัยสูงขึ้น

นอกจากนี้ คุณหมอยังได้เผยถึงเคสของ ก้อย-นัชชา ภรรยา เจมส์-เรืองศักดิ์ ที่ได้มาขอคำปรึกษา และได้เข้ารับการตรวจและปรึกษาทาง G.F.C ตั้งแต่เดือนพ.ค. 61 ถึงปัจจุบันตั้งครรภ์ ด้วยวิธีการรักษาแบบอิ๊กซี(ICSI) ซึ่งเป็นวิธีการรักษาผู้ที่มีบุตรยากอีกวิธีหนึ่ง โดยการคัดเลือกตัวอสุจิที่แข็งแรงที่สุดของฝ่ายชายมาปฏิสนธิกับไข่ของฝ่ายหญิงหรือที่เข้าใจกันว่า เป็นการปฏิสนธินอกร่างกายร่วมกับการตรวจวิเคราะห์โครโมโซมตัวอ่อนหรือ PGS(NGS) เป็นการรักษาซึ่งมีความเหมาะสมกับผู้หญิงที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไป หรือมีประวัติการแท้งบุตรมาก่อนเช่นเดียวกับเคสของคุณเจมส์ ที่ปัจจุบันอายุ 40 ปี และคุณก้อย อายุ 35 ปีสาเหตุที่มีบุตรยากหลังจากที่ทาง G.F.Cได้ตรวจวิเคราะห์โดยละเอียดแล้วพบว่าฝ่ายชายมีปัญหาเรื่องการพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ ฝ่ายหญิงมีปัญหาเรื่องคุณภาพของเซลล์ไข่ที่ด้อยลงจากอายุที่เริ่มมากขึ้นเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการแท้งมาคราวก่อน ภาวะ PCOS (ซึ่งเป็นภาวะที่มีความบกพร่องในการตกไข่)และลักษณะคอมดลูกที่สั้น ทีมแพทย์ G.F.C จึงได้วางแผนให้ทั้งคู่ได้เตรียมพร้อมร่างกายให้สมบูรณ์ และใช้วิธีรักษาด้วยการทำอิ๊กซี (ICSI) ร่วมกับการตรวจวิเคราะห์โครโมโซมตัวอ่อนหรือPGS(NGS) จนประสบความสำเร็จในที่สุด

‘สมุดศิลปะ’ผลงาน 5 ศิลปินสุดแนว แรงบันดาลใจจากการเดินทางและใช้ชีวิต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/360943

‘สมุดศิลปะ’ผลงาน 5 ศิลปินสุดแนว แรงบันดาลใจจากการเดินทางและใช้ชีวิต

‘สมุดศิลปะ’ผลงาน 5 ศิลปินสุดแนว แรงบันดาลใจจากการเดินทางและใช้ชีวิต

วันพฤหัสบดี ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

โมเลสกิน (Moleskine) แบรนด์ไลฟ์สไตล์จากอิตาลี จับมือ 5 ศิลปินสุดแนวของเมืองไทย นำโดย Sundae Kids, Lafyna, Juli Baker and Summer, Sy Chonato และ ชนพัฒน์ เศรษฐโสรัถ สร้าง 15 ผลงานซีนสุดพิเศษจากการเดินทางและการใช้ชีวิต ที่นำมาสร้างสรรค์ลงบนสมุดศิลปะ Moleskine Art Collection ภายใต้คอนเซ็ปต์ The Extra Ordinary

เริ่มจาก LAFYNA หรือ ณิชา ทวีเจริญสุข สาวนักวาดภาพประกอบ ผู้สร้างสรรค์ผลงานไว้บนโลกออนไลน์อย่างเพจ LAFYNA สร้างชื่อจากการทำเวิร์กช็อปสอนสีน้ำและสีไม้ตามสถาบันและ
สตูดิโองานศิลป์ ซึ่งคอนเซ็ปต์ที่ทำขึ้นมามีชื่อว่า Bangkok Fantasy โดย ลาฟีน่า ได้สร้างสรรค์พร้อมเนรมิตซีนให้เป็นกระเป๋าสีแดงด้วยการถักโครเชต์ สามารถพกพาไปได้ทุกที่ เมื่อเห็นสิ่งที่น่าสนใจเธอสามารถเปิดแล้วสร้างสรรค์ผลงานได้ทันที

ชนารดี ฉัตรกุล ณ อยุธยา หรือที่รู้จักกันในนาม Juli baker and summer คอลัมนิสต์ด้านการท่องเที่ยวได้สร้างสรรค์ซีนในรูปแบบ Travel Journal ชื่อว่า I’ll follow the sun vol.2 โดยใช้สีไม้และสีน้ำสร้างสรรค์ผลงานและถ่ายทอดเรื่องราว ผลงานชิ้นนี้ได้แรงบันดาลใจจากการเดินทางไปดูผลงานศิลปินที่ชื่นชอบในเกาหลีใต้

Sy Chonato หรือ พิชญา โชนะโต กราฟิกดีไซเนอร์และนักวาดภาพประกอบ ที่ชื่นชอบการเป็นนักเขียน แรงบันดาลใจทั้งหมดมาจากโลกออนไลน์ ชื่อผลงานอันเป็นเอกลักษณ์ของไซใช้ชื่อว่า Internet Explorer เป็นผลงานที่รวบรวมสิ่งที่น่าสนใจในโลกออนไลน์เสมือนเป็นแผ่นดิสก์ที่เอาไว้รวบรวมข้อมูลจากประสบการณ์การค้นคว้า

ชนพัฒน์ เศรษฐโสรัถ เจ้าของเพจ ABE Rabbitช่างภาพมืออาชีพที่ใช้เวลาว่างออกไปท่องเที่ยวแล้วถ่ายทอดเรื่องราวออกมาเป็นพอคเกตบุ๊ค มีผลงานมาแล้วถึง 3 เล่ม คือ ทัศนศึกษา,walking on the sun ทุกๆ วันบนดวงอาทิตย์ และ view • finder ออกไปเจอบอลติก สำหรับจุดเริ่มต้นของการทำซีนเล่มนี้เกิดจากการอ่านหนังสือของ ฮารุกิ มุราคามิ ที่ได้เล่าถึงเกาะชิโกกุ ทำให้เขามีไอเดียที่จะสร้างสรรค์ซีนเพื่อถ่ายทอดประสบการณ์ผ่านภาพถ่าย ภายใต้ชื่อบันทึกการเดินทางแถวๆ เกาะชิโกกุ ที่เรื่องเล่าหายไประหว่างทาง ซึ่งบันทึกการเดินทางบนเกาะชิโกกุและพื้นที่น่าตื่นตาใกล้เคียง เช่น เกาะแห่งศิลปะ เกาะที่เต็มไปด้วยแมว เกาะที่ถูกจับจองโดยกระต่ายหรือหมู่บ้านกลางป่าลึกที่มีตุ๊กตามากกว่าประชากรด้วยการถ่ายทอดคำพูดจากหนังสือ kafka on the shore ที่เป็นแรงบันดาลใจให้ออกเดินทาง

สุดท้ายคือ Sundae Kids ประกอบด้วยสองหนุ่ม ปราชญา มหาเปารยะ และ กวิน เทียนวุฒิชัย สองเพื่อนซี้อารมณ์ศิลป์ที่ใช้รูปลายเส้นแทนตัวตน สร้างสรรค์ผลงานบนสื่อออนไลน์ อย่างเพจ Sundae kids ผู้ติดตามกว่า 1 ล้านคน ด้วยผลงานการวาดภาพประกอบ การ์ตูน&นวนิยาย รวมถึงการสร้างแอนิเมชั่น ทั้ง 2 ได้แรงบันดาลใจจากการเข้าไปสอดแนมชีวิตคนรอบตัว โดยคอนเซ็ปต์ Snoop จะถ่ายทอดเรื่องราวพฤติกรรมของบุคคลอื่นที่มีความหลากหลาย

ทั้งนี้ สามารถติดตามข่าวสารอัพเดทและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: Moleskine ThailandHashtag #MoleskineThailandOfficial LINE @MoleskineTH

‘ทีพีไอ โพลีน และ ทีพีไอ โพลีน เพาเวอร์’ รับรางวัล CSR-DIW Continuous Award โครงการส่งเสริมโรงงานอุตสาหกรรมให้มีความรับผิดชอบต่อสังคมและชุมชนอย่างยั่งยืน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/360926

‘ทีพีไอ โพลีน และ ทีพีไอ โพลีน เพาเวอร์’ รับรางวัล CSR-DIW Continuous Award โครงการส่งเสริมโรงงานอุตสาหกรรมให้มีความรับผิดชอบต่อสังคมและชุมชนอย่างยั่งยืน

‘ทีพีไอ โพลีน และ ทีพีไอ โพลีน เพาเวอร์’ รับรางวัล CSR-DIW Continuous Award โครงการส่งเสริมโรงงานอุตสาหกรรมให้มีความรับผิดชอบต่อสังคมและชุมชนอย่างยั่งยืน

วันพฤหัสบดี ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ซ้าย) บรรจง สุกรีฑา รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม, ศิริรุจ จุลกะรัตน์ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม และ มงคล พฤกษ์วัฒนา อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม

ศิริรุจ จุลกะรัตน์ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานในพิธีมอบรางวัล CSR-DIW Award และ CSR-DIW Continuous Award ประจำปี พ.ศ.2561 พร้อมด้วย มงคลพฤกษ์วัฒนา อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม ให้เกียรติมอบโล่รางวัลและเกียรติบัตรแก่โรงงานอุตสาหกรรมที่เข้าร่วมโครงการและผ่านเกณฑ์มาตรฐานความรับผิดชอบต่อสังคมของกรมโรงงานอุตสาหกรรม จำนวนทั้งสิ้น 370 โรงงาน โดยมี บรรจง สุกรีฑา รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม และคณะผู้บริหารเข้าร่วมงาน ณ ห้องมัฆวานรังสรรค์ สโมสรทหารบก กรุงเทพมหานคร เมื่อวันศุกร์ที่ 17 สิงหาคม 2561

ศิริรุจ จุลกะรัตน์ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ประธานกล่าวเปิดงาน

ทั้งนี้ “บริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ทีพีไอ โพลีน เพาเวอร์จำกัด (มหาชน) รับรางวัลโครงการส่งเสริมโรงงานอุตสาหกรรมให้มีความรับผิดชอบต่อสังคมและชุมชนอย่างยั่งยืน ประเภทCSR-DIW Continuous Award จากกรมโรงงานอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม สะท้อนความมุ่งมั่นขององค์กร ในการมีส่วนร่วมรักษาสิ่งแวดล้อมและอยู่ร่วมกับชุมชนอย่างยั่งยืน โดยมี ภากร เลี่ยวไพรัตน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทีพีไอ โพลีน เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) และ วรวิทย์ เลิศบุษศราคามรองผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัท ทีพีไอโพลีน เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน)ขึ้นรับมอบรางวัลดังกล่าวจากประธานในพิธี

ภากร เลี่ยวไพรัตน์ กก.ผจญ.บมจ. ทีพีไอ โพลีน เพาเวอร์

สำหรับรางวัล CSR-DIW Continuous Award เป็นเครื่องหมายยืนยันความตั้งใจจริงของบริษัทอย่างต่อเนื่องในการปฏิบัติตามมาตรฐานความรับผิดชอบของผู้ประกอบอุตสาหกรรม รักษามาตรฐานและส่งเสริมกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อโรงงาน และชุมชนใกล้เคียง รวมทั้งดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม

วรวิทย์ เลิศบุษศราคาม รอง ผจญ.อาวุโส บมจ.ทีพีไอ โพลีน เพาเวอร์

การดำเนินงานด้านความรับผิดชอบต่อสังคมของเครือ ทีพีไอ โพลีน สอดคล้องและครอบคลุมประเด็นหลัก 7 ด้าน คือ การกำกับดูแลองค์กร สิทธิมนุษยชน แรงงานการปฏิบัติที่เป็นธรรม ผู้บริโภค การมีส่วนร่วมพัฒนาชุมชนและสังคม และการรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้คงอยู่อย่างยั่งยืน

บรรยากาศในการมอบรางวัล CSR-DIW Award และ CSR-DIW Continuous Award ประจำปี พ.ศ.2561

บรรยากาศในการมอบรางวัล CSR-DIW Award และ CSR-DIW Continuous Award ประจำปี พ.ศ.2561
บรรยากาศในการมอบรางวัล CSR-DIW Award และ CSR-DIW Continuous Award ประจำปี พ.ศ.2561

บรรยากาศในการมอบรางวัล CSR-DIW Award และ CSR-DIW Continuous Award ประจำปี พ.ศ.2561

เปิดประสบการณ์ CSR ของ‘สุพนิดา คุณกิตติ’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/360942

เปิดประสบการณ์ CSR ของ‘สุพนิดา คุณกิตติ’

เปิดประสบการณ์ CSR ของ‘สุพนิดา คุณกิตติ’

วันพฤหัสบดี ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ดา-สุพนิดา คุณกิตติ

พายุ ฝน ฟ้า ที่มาผิดฤดูกาล รวมถึงภาวะโลกร้อน ที่ทวีความรุนแรงขึ้นทุกวัน เป็นสัญญาณสำคัญที่ช่วยกระตุ้นเตือนให้ทุกคนหันมาตระหนักสนใจเรื่องสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เพราะหากยังนิ่งเฉยไม่เลือกทำอะไรในวันนี้ อนาคตอาจไม่มีโลกที่น่าอยู่เช่นนี้ให้ลูกหลานอย่างแน่นอนในวันนี้เราจึงได้เห็นองค์กรภาครัฐและภาคเอกชนต่างออกมารับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมภายใต้หลักการ CSR กันมากขึ้น

หนึ่งในนั่นก็คือ บริษัท World iDea จำกัด ที่มีผู้บริหารสาวรุ่นใหม่ ดา-สุพนิดา คุณกิตติ เป็นเจ้าของ แม้จะเป็นบริษัทรับจัดงานอีเวนท์ทั่วไป แต่ก็หันมาให้ความสนใจและให้ความสำคัญงาน
สิ่งแวดล้อมมาอย่างต่อเนื่อง เธอบอกว่า เกือบ 10 ปีในบทบาทนักบริหาร ได้ทำงานหลากหลาย จนเมื่อได้เริ่มทำงาน CSR ให้กับ เซ็นทรัลกรุ๊ป ในช่วงเกือบ 10 ปีที่ผ่านมา ทำให้เธอตระหนักและเริ่มคิดอยากปกป้องธรรมชาติที่ถูกคนรุกรานทันที และโครงการแรกที่เธอได้ทำเป็นงานกิจกรรมเรื่องของขวดพลาสติก ที่เซ็นทรัลกรุ๊ปกำหนดให้ลูกค้านำขยะที่เป็นขวดพลาสติกมาแลกเพื่อเอาไปรีไซเคิล จากนั้นก็เริ่มมีกิจกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อมหลากหลายเข้ามาให้เธอได้สัมผัส ตั้งแต่งานเก็บขยะ ปลูกป่าปลูกป่าชายเลน ดูแลทรัพยากรธรรมชาติทั้งทางบก น้ำ และทางทะเล ปล่อยปู ปลา คืนธรรมชาติ และตรงนี้เองที่ทำให้หญิงสาวคนนี้เริ่มหลงรักงานด้านสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

“จริงๆ แล้วหลักสำคัญของ CSR ก็คือ ความรับผิดชอบทางสังคม โดยเฉพาะการทำธุรกิจกับสังคมจะต้องอยู่ร่วมกันช่วยเหลือเกื้อกูลเอื้อประโยชน์ซึ่งกันและกัน หน้าที่ของดา คือช่วยดูกิจกรรม รายละเอียด วิธีปฏิบัติ CSR ตามที่องค์กรต้องการหรือกำหนด ว่าเหมาะสมกับองค์กรหรือไม่ ถ้าไม่ใช่ ก็ช่วยคิดแนวทาง แต่ถ้าใช่ก็คิดรูปแบบและดำเนินกิจกรรมตามที่องค์กรกำหนด งานพวกนี้
ค่อนข้างละเอียดอ่อน ดาต่อยอดด้วยการไปเรียนเรื่องธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อม สำหรับนักบริหารระดับสูง รุ่นที่ 6 ของกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ขับเคลื่อนด้านสิ่งแวดล้อมที่สำคัญมาก เพราะเป็นหน่วยงานที่ริเริ่มทำโครงการต่อยอดเพื่อดูแลสิ่งแวดล้อมของไทย”

การเรียนที่นั่นทำให้เธอได้รู้การจัดการสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับการที่หลายๆ บริษัทก็เริ่มเข้ามาสนใจเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม และเธอก็สามารถนำสิ่งที่ได้เรียนรู้ มาปรับใช้กับงานที่ได้รับทำนั่นเอง “ตัวอย่างง่ายๆ เช่น การงดรับถุงพลาสติกที่เกิดขึ้นในห้างสรรพสินค้า ตามปั๊มน้ำมัน และหน่วยงาน เราก็แนะนำให้ลูกค้าแจกถุงผ้าเพื่อนำมาใช้หมุนเวียน หรืออาจเปลี่ยนเป็นการแจกแต้มแจกพ้อยท์ เพื่อดึงดูดให้คนสนใจ”

เธอขยายความอีกว่า สูตรการคิดงานของเธอจะนึกถึงลูกค้าเป็นหลัก “CSR บางงานไม่จำเป็นต้องเพื่อสิ่งแวดล้อมเสมอไป หลายครั้งหลายองค์กร หลายธุรกิจที่เหมาะกับเด็ก ดาก็แนะนำลูกค้าว่า เด็กๆ ในถิ่นทุรกันดารก็เป็นเรื่องที่ไม่ควรละเลย ยังมีเด็กๆ อีกมากมายที่ยังรอความช่วยเหลือ ถ้าทุกคนมุ่งมาแต่เรื่องของสิ่งแวดล้อม เด็กเหล่านี้คงแย่ คงไม่มีโอกาสในการพัฒนาอย่างเต็มศักยภาพ”

นานกว่า 10 ปีแล้วที่เธอคลุกคลีอยู่กับงานตรงนี้ เธอยอมรับว่า งาน CSR เป็นงานที่แต่ละบริษัทมีงบประมาณให้ไม่มากนัก แต่เธอก็ทำด้วยความรัก เธอบอกว่า งานทุกชิ้น กิจกรรมทุกอย่าง หากใส่ใจไปในเนื้องานแล้วจะรู้ว่าเงินไม่ใช่คำตอบของชีวิต “ไม่ใช่ว่าเงินไม่สำคัญนะคะ สำคัญเพราะดาต้องดูแลลูกน้อง บางงานเงินไม่ได้มากเลย แต่พวกเราคือดากับน้องๆ ทำกันแล้วมีความสุข เท่านั้นเราก็แฮปปี้แล้ว”

ณ วันนี้แม้การทำงานด้าน CSR ให้กับองค์กรต่างๆของ World iDea จะเป็นเพียงฟันเฟืองเล็กๆ ของสังคมใหญ่ๆ แต่เธอก็ภาคภูมิใจ เพราะอย่างน้อยที่สุดเธอและทีมงานของบริษัท
ก็เป็นส่วนหนึ่งในการยื่นมือเข้าไปดูแลสิ่งแวดล้อม และเธอก็อยากเห็นทุกคนช่วยกันคนละไม้คนละมือเพื่อดูแลโลกของเรา

“การดูแลสิ่งแวดล้อม เริ่มต้นได้ง่ายๆ โดยเริ่มจากตัวเอง สู่ส่วนงาน สู่องค์กร เพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับสังคม ถ้าเราช่วยกันทุกอย่างจะดีขึ้น ตอนนี้ดาว่าเริ่มเห็นสัญญาณสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้น ตัวเลขจากองค์กรสิ่งแวดล้อมต่างๆ เริ่มบ่งชี้ให้เห็นว่าทรัพยากรถูกทำลายลดลงสิ่งแวดล้อมต่างๆ เริ่มดีขึ้น เอาง่ายๆ ที่ดาสังเกตเห็นจากคนใกล้ตัว แถวบ้านดาเริ่มมีการคัดแยกขยะแล้ว ขณะที่เด็กๆ โดยเฉพาะเด็กเล็กๆ เริ่มรู้จักทิ้งขยะเป็นที่เป็นทาง รู้จักปลูกต้นไม้ตรงนี้ทำให้ดาเชื่อว่าในอนาคตรุ่นลูกหลานคนไทย สังคมไทยจะเริ่มมีวินัยมากขึ้น