เคล็ดลับการเลือกชุดสวยกับ ‘บีชู รันเวย์’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/360932

เคล็ดลับการเลือกชุดสวยกับ ‘บีชู รันเวย์’

เคล็ดลับการเลือกชุดสวยกับ ‘บีชู รันเวย์’

วันพฤหัสบดี ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

นอกจากรูปร่างหน้าตาที่ดูดีแล้ว คงปฏิเสธไม่ได้ว่าเสื้อผ้าคืออีกหนึ่งองค์ประกอบหลักสามารถที่สะท้อนถึงบุคลิกภาพและตัวตนของผู้สวมใส่ได้อย่างชัดเจน ล่าสุด“บีชู รันเวย์” (Bchu runway) อาณาจักรเช่าชุดออนไลน์ชั้นนำจึงได้จัดกิจกรรมเวิร์กช็อปแนะนำเคล็ดลับการเลือกชุดสวยสร้างสรรค์ลุควันทำงานให้โดดเด่นพร้อมเชิญเหล่าเซเลบริตี้เวิร์กกิ้งวูแมนคนเก่งมาร่วมอัพเดทเทรนด์ก่อนใคร พร้อมร่วมแชร์มุมมองการทำงานให้ประสบความสำเร็จ

“บีชู รันเวย์” (Bchu runway) อาณาจักรเสื้อผ้าออนไลน์ที่คัดสรรและรวบรวมแบรนด์เสื้อผ้าคุณภาพเยี่ยมจากฝีมือดีไซเนอร์ดังทั้งไทยและต่างประเทศรวบรวมไว้ในที่เดียว เปรียบเสมือนตู้เสื้อผ้าออนไลน์ที่สามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์สาวๆ ในยุคปัจจุบัน ที่ต้องการชุดสวยเพื่อเสริมสร้างลุคที่ดูดีได้ในทุกโอกาส ด้วยบริการอันแสนสะดวกสบายเพียงปลายนิ้วสัมผัสผ่าน 3 ขั้นตอนง่ายๆ คือ เช่า สวมใส่ ส่งคืน

ในการเวิร์กช็อปครั้งนี้ “บีชู รันเวย์” (Bchurunway) ได้เผยถึงแบรนด์เสื้อผ้าที่จะช่วยสร้างสรรค์ลุคการทำงานหลากหลายสไตล์จากแบรนด์ไทยและต่างชาติ อาทิ อาซาว่า (ASAVA) แบรนด์เสื้อผ้าสตรีที่มีชื่อเสียงของไทย ในชุดเวิร์กกิ้งเดรสด้วยกางเกงขายาวใส่เข้าชุดกับเสื้อคอกลมแขนสี่ส่วนที่มีดีไซน์ลูกเล่นลายตารางสีขาว, คอส (COS) แบรนด์ดังจากลอนดอนที่มีชุดเด่นอย่างเดรสเข้ารูป เนื้อผ้าวูลยืดสีดำ ที่ช่วยขับลุคของสาวๆ ให้ดูโดดเด่นมากยิ่งขึ้น, เกรซแอนด์ฮาร์ท (Grace&Hart) ชุดวันทำงานแสนพิเศษด้วยเดรสคอกลมผ้าลูกไม้สีขาวที่มีกิมมิคเป็นผ้าลูกไม้ย้อมสีดำคาดเอว, มอสแมน(Mosman) ชุดเดรสสั้นที่มีงานดีไซน์รูปแบบสูท ติดกระดุมสี่เม็ดที่จะสร้างลุควันทำงานของสาวๆ ให้เปรี้ยวเท่ได้อย่างลงตัว,วี แบรนด์ (Wee Brand) ชุดเดรสแขนยาวผ้าชีฟองพิมพ์ลายดอกไม้สีแดง ให้ลุควันทำงานที่โดดเด่นอย่างมีสไตล์ ปิดท้ายที่แบรนด์ไทยอย่าง ไอรดา (Irada)เสื้อสูทสีน้ำตาลดีไซน์เข้ารูปพร้อมดีไซน์เรียบหรู ที่จะช่วยเสริมลุคให้ดูสมาร์ทแต่คงความเฟมินีนเอาไว้

นอกจากนี้กูรูสาวสวยผู้บริหารแบรนด์ ศิตา ชุติภาวรกานต์ ได้แนะนำการเลือกชุดสวยสำหรับเสริมสร้างบุคลิกให้ดูดีในวันทำงานว่า “ปกติเราจะคุ้นชินกับชุดทำงานที่เรียบร้อยอย่าง เสื้อเชิ้ตสีเรียบแมทช์เข้าคู่กับกระโปรงทรงสอบหรือกางเกงสแลค แต่จริงๆแล้วสาวๆสามารถฉีกกฎการแต่งตัวให้ดูแปลกใหม่ มีความเก๋ขึ้นได้ ด้วยการเปลี่ยนมาเลือกสวมชุดเดรสตัวสวยสีพื้นที่ดูเรียบร้อย อาจจะเพิ่มกิมมิคด้วยแอคเซสซอรี่ชิ้นเด่นอย่างเข็มขัดที่ทำให้ดูไม่น่าเบื่อ หรือจะเลือกเติมลุควันทำงานให้ดูมีสีสันขึ้นด้วยสูทสวยโทนสีพาสเทล ที่จะช่วยทำให้การแต่งตัวไปทำงานเป็นเรื่องที่สนุกสนาน ซึ่งเหมาะมากกับสาวออฟฟิศที่อยากดูทันสมัยเป็นสาวแฟชั่นมากขึ้น แต่สิ่งสำคัญอื่นใดเราก็ต้องคำนึงถึงกาลเทศะด้วย”

ร่วมสร้างสรรค์ลุควันทำงานอันสุดแสนพิเศษด้วยบริการเช่า-สวมใส่-ส่งคืน จาก “บีชู รันเวย์” (Bchurunway)ได้แล้ววันนี้ทาง WWW.BCHURUNWAY.COM, FacebookFanpage : bchurunway, Instagram : bchurunway หรือโทร +66(0)64 192 6366 และโชว์รูมทองหล่อ ซอย 20

ขยายเวลาแห่งความสุข Beyond Boundaries Brunch

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/360941

ขยายเวลาแห่งความสุข Beyond Boundaries Brunch

ขยายเวลาแห่งความสุข Beyond Boundaries Brunch

วันพฤหัสบดี ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ ขยายเวลาแห่งความสุขกับประสบการณ์การรับประทานอาหารแบบไร้ขีดจำกัดของเวลา “Beyond Boundaries Brunch” บรั้นช์บุฟเฟ่ต์ เสาร์-อาทิตย์ ตั้งแต่ช่วงสายยาวไปถึงช่วงเย็น พร้อมโปรโมชั่นสุดคุ้ม มา 3 จ่าย 2 ในชื่อ “The Triple Double” ไปอีก 3 เดือน ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2561

“Beyond Boundaries” บรั้นช์บุฟเฟ่ต์ เสาร์-อาทิตย์ เป็นคอนเซ็ปต์ใหม่ที่เอาใจคนที่อยากใช้เวลาไม่เร่งรีบตลอดบ่าย เพื่อทานบุฟเฟ่ต์มื้อกลางวันพร้อมดื่มแบบสบายๆ ท่ามกลางบรรยากาศที่แวดล้อมไปด้วยวิวสวนสวยและเสียงน้ำตก ให้คุณได้ดื่มด่ำในวันหยุดสุดสัปดาห์แบบไร้ข้อจำกัดของเวลา ณ เบญจรงค์ และเทอร์เรส กับบรั้นช์บุฟเฟ่ต์ ที่เริ่มเสิร์ฟตั้งแต่เวลา 11.30 น. ยาวไปจนถึงแดดร่มลมตกเวลา 17.00 น. แล้วเสิร์ฟต่อด้วยเครื่องดื่ม 1 แก้ว และคานาเป้ให้ได้เพลิดเพลินกันไปจนถึงเวลา 19.00 น.

เริ่มต้นความอร่อยของมื้อบรั้นช์ ด้วยอาหารทานเล่นแบบพอดีคำหรือที่เรียกว่า “Amuse Bouche” ที่เชฟนำมาเสนอด้วยตัวเองถึงโต๊ะ เป็นเมนูแซลมอนซาชิมิ ปรุงสุกบนหินร้อน แล้วค่อยๆ ลิ้มลองอาหารหลากหลาย ตั้งแต่มุมสลัดผักออร์แกนิก ซูชิและซาชิมิระดับพรีเมียม ไม่ว่าจะเป็นปลาแซลมอน ปลาฮามาจิปลาซาโยริ ปลาชิมะ-อาจิ หอยสังข์ ปลาหมึกยักษ์ ตลอดจนเนื้อวากิว และหอยเม่นทะเลจากฝรั่งเศส ส่วนอาหารทะเลสดๆ ก็มีทั้งกุ้งล็อบสเตอร์ ขาปูยักษ์อลาสก้า กุ้งแม่น้ำตัวโต ปลาหมึกสด หอยนางรมสดๆปลาคอด หอยเชลล์สดจากสกอตแลนด์ ฟัวกราส์ และอื่นๆ อีกมากมาย สำหรับอาหารจานหลักจะเป็นการปรุงสดจากครัว โดยสามารถเลือกรับประทานได้จากเมนูอย่างไม่จำกัด ไม่ว่าจะเป็นล็อบสเตอร์-เทอร์มิดอร์แสนอร่อย ซี่โครงแกะจากนิวซีแลนด์ย่าง หรือเนื้อยูเอสริบอายย่างราดด้วย ซอสไวน์แดง เป็นต้นตบท้ายด้วยชีสหลากหลายประเภท และไม่ควรพลาดกับบุฟเฟ่ต์ขนมหวานหลากชนิด เป็นการปิดท้ายมื้ออร่อยที่เวลาไม่ใช่ข้อจำกัดอีกต่อไป

นอกจากนี้ ยังมีดนตรีเล่นสดเพื่อสร้างบรรยากาศแห่งความสุข ตั้งแต่เวลา 12.00-16.00 น.และ 17.00 น. เป็นต้นไป พบกับดีเจพร้อมแนวดนตรีที่ส่งต่อจากวงดนตรีในช่วงต้น

“Beyond Boundaries” บรั้นช์บุฟเฟ่ต์ เสาร์-อาทิตย์ ราคาท่านละ 2,900 บาท++ รวมซอฟท์ดริ้งค์ และน้ำผลไม้แบบเติมไม่อั้น อีกทั้งเสิร์ฟ 1 ดริ้งค์(ในเมนูที่กำหนด) พร้อมคานาเป้ให้ได้เพลิดเพลินกันตั้งแต่ 17.00-19.00 น. ราคาท่านละ 3,600 บาท++รวมทุกอย่างข้างต้น พร้อมเบียร์ ไวน์ และสปาร์คกลิ้งไวน์ดื่มได้ไม่จำกัด และราคาท่านละ 4,900 บาท++รวมทุกอย่างเบื้องต้น พร้อม Taittinger แชมเปญ ที่ดื่มได้ไม่จำกัด ทั้งนี้ ราคาทุกแพ็กเกจข้างต้นรวมเครื่องดื่ม 1 ดริ้งค์ (ในเมนูที่กำหนด)

สำรองที่นั่งได้ที่ โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ โทร.02-2009000 ต่อ 2345 หรืออี-เมล์ : dtbkdining@dusit.com เว็บไซต์: http://www.dusit.com/dtbk, http://www.facebook.com/dusitthani

10 ปี จัตุรัสจามจุรีบุ๊คแฟร์ กับการอ่านที่ไม่รู้จบ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/360940

10 ปี จัตุรัสจามจุรีบุ๊คแฟร์ กับการอ่านที่ไม่รู้จบ

10 ปี จัตุรัสจามจุรีบุ๊คแฟร์ กับการอ่านที่ไม่รู้จบ

วันพฤหัสบดี ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ศ.กิตติคุณ นพ.ศุภวัฒน์ ชุติวงศ์ และ รศ.ดร.พิมพ์พนา ปีตธวัชชัย พร้อมผู้บริหาร ร่วมเปิดงาน

ฉลอง 10 ปี จัตุรัสจามจุรีบุ๊คแฟร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยความร่วมมือของ ศูนย์หนังสือจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และสำนักงานจัดการทรัพย์สิน จุฬาฯ ร่วมกันสร้างสรรค์กิจกรรม “จัตุรัสจามจุรีบุ๊คแฟร์ ครั้งที่ 10 :มหัศจรรย์วันหนังสือ” ขึ้นอีกครั้ง เพื่อส่งเสริมให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งการอ่านและการเรียนรู้ โดย รองศาสตราจารย์ดร.พิมพ์พนา ปีตธวัชชัย รองอธิการบดี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นประธานเปิดงาน

เริ่มกิจกรรมด้วยการชม Presentation ประมวลภาพแห่งการมอบโอกาสทางการอ่านให้แก่ผู้ขาดแคลนทุกเพศทุกวัยทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ ตลอดระยะเวลา 9 ปีที่ผ่านมาซึ่งเป็นการดำเนินงานตามนโยบายของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในอันที่จะส่งเสริมให้อาคารจัตุรัสจามจุรี เป็นศูนย์รวมทางการศึกษา

ด.ญ.บุษปภัทร สัณห์สิรี

รองศาสตราจารย์ ดร.พิมพ์พนา ปีตธวัชชัย กล่าวว่าในโอกาสก้าวสู่ปีที่ 10 ของการจัดงานจัตุรัสจามจุรีบุ๊คแฟร์ ร่วมกับสภากาชาดไทย จัดกิจกรรมเพื่อคืนประโยชน์สู่สังคมผ่านโครงการ “ทศวรรษที่ก้าวผ่าน…กับการอ่านที่ไม่รู้จบ”ด้วยการส่งมอบหนังสือดีไปยังกลุ่มผู้สูงอายุ สวางคนิเวศน์ และศูนย์ราชการุณย์ เขาล้าน, กลุ่มเด็กเยาวชน มูลนิธิสงเคราะห์เด็กแห่งสภากาชาดไทย และหมู่บ้านเด็กนครปฐม, ผู้ใช้บริการที่ศูนย์ส่งเสริมฟื้นฟูสุขภาพผู้สูงอายุ ที่บางพระ และวอร์ดผู้ป่วยเด็ก โรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา ในสังกัดสภากาชาดไทย โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการได้อ่านหนังสือดีมีประโยชน์ จะช่วยบรรเทาทุกข์ บรรเทาภัย บรรเทาใจ แก่ผู้อ่านได้อย่างยั่งยืน

พันเอกวันชนะ สวัสดี

ภายในงานได้มีพิธีมอบหนังสือให้แก่หน่วยงานของสภากาชาดไทย โดยมี ศาสตราจารย์กิตติคุณ นายแพทย์ศุภวัฒน์ ชุติวงศ์ ผู้ช่วยเลขาธิการสภากาชาดไทย พร้อมด้วยผู้แทนกลุ่มผู้สูงอายุ เด็กและเยาวชน เป็นผู้รับมอบหนังสือ นอกจากนี้ ยังมีผู้แทนจากหน่วยงานอื่นๆ ที่เคยได้รับมอบหนังสือจากการจัดงานจัตุรัสจามจุรีบุ๊คแฟร์ในปีที่ผ่านมา ขึ้นมากล่าวถึงความประทับใจ คุณค่าและประโยชน์ของการอ่านจากหนังสือ อาทิ พันเอกวันชนะ สวัสดี รองผู้อำนวยการกองประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขานุการ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม, พันตำรวจโทนริศ อัมพวัน รองผู้กำกับการฝ่ายอำนวยการ 7 กองบังคับการอำนวยการ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน และ คุณครูณฐโชค จริโมภาส ครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนวัดคลองเตย

พันเอกวันชนะ สวัสดี รองผู้อำนวยการกองประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขานุการ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า “ครั้งแรกที่มารับมอบหนังสือ ตอนนั้นยังไม่มีลูก แต่วันนี้มีลูกแล้วความรู้สึกตรงนี้ก็จะเปลี่ยนไป เพราะตอนนั้นที่มาก็คิดว่าการส่งมอบหนังสือ ก็คือการส่งมอบความรู้แต่ครั้งนี้มันมากขึ้นกว่าเดิมตรงที่ว่า การส่งมอบหนังสือเปรียบเสมือนการส่งมอบแรงบันดาลใจ ส่งต่อการจุดประกายความคิดให้กับเด็กได้ เพราะพอมีลูก ทำให้เข้าใจว่าจินตนาการจากตัวหนังสือเป็นสิ่งสำคัญ เพราะผมจะอ่านหนังสือให้ลูกฟังก่อนนอน พอเขาเห็นเราอ่านทุกวัน เขาก็อยากจะเปิดหนังสือแล้วอ่านให้เราฟังบ้าง แม้ตอนนี้เขาจะยังอ่านไม่ออก แต่เขาก็พยายามท่องตามที่เราอ่าน ซึ่งนี่เป็นความมหัศจรรย์ของหนังสือครับ”

หนังสือดีที่คัดเลือกเพื่อส่งต่อแรงบันดาลใจ

ด.ญ.บุษปภัทร สัณห์สิรี อายุ 11 ปี ชั้น ป.6 โรงเรียนวัดพระปฐมเจดีย์ ตัวแทนผู้รับมอบหนังสือในงาน กล่าวว่า “ดีใจที่ได้มาในงานและได้มารับมอบหนังสือ เพราะปกติหนูชอบอ่านหนังสืออยู่แล้ว ตอนนี้หนูก็ยังชอบอ่านหนังสือนิทาน เช่น นิทานคำกลอนที่ช่วยสอนสุขลักษณะนิสัยที่ดี เพราะสามารถนำไปใช้ชีวิตประจำวันได้ ช่วยให้เรารู้จักการดูแลตนเอง รู้จักรักษาความสะอาดร่างกาย และดูแลพื้นที่ส่วนรวม ส่วนมากหนูจะใช้เวลาอ่านหนังสือในช่วงพักเที่ยงที่ห้องสมุด สำหรับหนังสือที่ได้รับไปในวันนี้ หนูคิดว่าจะเป็นประโยชน์กับหนูและเพื่อนๆเป็นอย่างดี และอยากเชิญชวนให้เพื่อนๆ มาอ่านหนังสือกันเยอะๆอ่านช่วงไหนก็ได้ที่ว่าง เพราะหนังสือทำให้เรามีความรู้”

จัตุรัสจามจุรีบุ๊คแฟร์ ครั้งที่ 10 : มหัศจรรย์วันหนังสือ ได้รับความร่วมมือจากสำนักพิมพ์ชั้นนำของไทย และผู้ผลิตสื่อการเรียนรู้ต่างๆ ร่วมออกร้านพร้อมมอบส่วนลดและจำหน่ายหนังสือในราคาพิเศษ นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมอีกมากมายให้นักอ่านได้มีพื้นที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้ตลอด 17 วัน มีกิจกรรมหลากหลายกว่า 40 กิจกรรม อาทิ การพบปะพูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้จากนักเขียนชื่อดัง กิจกรรมแนะแนวให้ความรู้ในการเตรียมตัวสอบเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา กิจกรรมwork shop งานประดิษฐ์ DIY ฯลฯ พร้อมลุ้นรับรางวัลมากมายภายในงาน ตั้งแต่วันนี้-9 กันยายน 2561 ตั้งแต่เวลา 10.00-20.00 น. ณ บริเวณโถงหน้าลิฟต์แก้ว ชั้น G อาคารจามจุรีสแควร์ จุฬาฯ (สถานีรถไฟฟ้าใต้ดินสามย่านตรงข้ามวัดหัวลำโพง)

สำหรับผู้ที่สนใจมอบหนังสือดีให้แก่ผู้สูงอายุและเด็ก สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ ศูนย์บริการข้อมูล สภากาชาดไทยโทร.1664 ตั้งแต่วันนี้ ถึง 9 กันยายน 2561 ทั้งนี้ สามารถติดตามตารางกิจกรรมในแต่ละวัน หรือติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่ แผนกประชาสัมพันธ์ โทร.02-2189893-5หรือwww.chulabook.co

‘ตามหรือแตกต่าง’ความสำเร็จเกิดขึ้นได้เมื่อคุณพร้อม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/360944

‘ตามหรือแตกต่าง’ความสำเร็จเกิดขึ้นได้เมื่อคุณพร้อม

‘ตามหรือแตกต่าง’ความสำเร็จเกิดขึ้นได้เมื่อคุณพร้อม

วันพฤหัสบดี ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ยุคนี้ไม่มีอะไรที่ผู้หญิงทำไม่ได้รีจอยส์ ขอสนับสนุนให้ผู้หญิงกล้าที่จะเป็นตัวของตัวเอง มองข้ามคำพูดจากคนและสังคมรอบข้าง เพราะทุกคนสามารถเลือกที่จะทำสิ่งที่ “แตกต่าง” โดยไม่จำเป็นต้องทำตามแบบใครไม่ว่าใครจะคิดอย่างไร ถ้าทุกคนมีความมั่นใจ กล้าที่จะเสี่ยงในการทำตามความคิด และเป็นตัวเองในแบบที่ใจต้องการ ทุกคนสามารถปลุกเสน่ห์ในตัวเองได้รีจอยส์ อยากให้ทุกคนเปล่งประกายในตัวเอง และความสำเร็จจะเกิดขึ้นได้เมื่อคุณพร้อม

เริ่มจาก กำหนดความสวยที่ตัวเองเป็นต้นแบบ ภาพลักษณ์ภายนอกเป็นสิ่งที่ผู้หญิงต้องเปลี่ยนและปั้นแต่งอยู่เสมอตามแฟชั่นและความพึงพอใจของสังคม ทรงผมของผู้หญิงเปรียบเสมือนกระจกสะท้อนบุคลิกภาพที่ต้องวิ่งไล่ตามเพื่อให้เป็นที่ยอมรับว่าเป็นคนทันสมัย เมื่อโลกที่แคบลงด้วยสื่อออนไลน์ ทำให้เราได้เห็นความสวยที่ไม่ได้มีรูปแบบเดียว ไม่ว่าจะทรงผมแหวกแนวขนาดไหน ทุกความแตกต่างคือสไตล์และลักษณะเฉพาะตัวที่ทำให้ทุกคนมีเอกลักษณ์ในแบบของตัวเอง เพียงแค่ดูแลเส้นผมให้มีสุขภาพดี นุ่มลื่น พลิ้วสวยอยู่เสมอ ก็ช่วยให้คุณมั่นใจและพร้อมที่จะใช้ชีวิต

กำหนดบทบาทในแบบที่อยากจะเป็นผู้หญิงอาจจะทำหน้าที่แม่ได้ดีที่สุด แต่ผู้หญิงทุกคนไม่จำเป็นต้องเป็นแม่ ถ้าเธอมีความฝันหรือเป้าหมายอื่นในชีวิต แต่ถ้าผู้หญิงเลือกจะทำงานและทำหน้าที่แม่ไปพร้อมๆ กัน เธอก็สามารถจัดการชีวิตตัวเองได้โดยไม่ต้องขอความเห็นชอบจากใครผู้หญิงพิสูจน์ให้เห็นมานานแล้วว่าทำได้ทุกอาชีพและทุกวันนี้มีผู้หญิงมากมายยืนอยู่แถวหน้าของหลายวงการแม้ต้องทำหน้าที่แม่ไปด้วย เพราะผู้หญิงทุกคนมีสิทธิ์เลือกทางเดินของตัวเอง ทุกทางเลือกไม่ควรถูกบั่นทอนด้วยคำตัดสินจากคนรอบข้าง ทุกคนควรกำหนดบทบาทของตัวเองได้และประสบความสำเร็จโดยไม่จำเป็นต้องเดินตามรอยเท้าคนอื่น ตราบเท่าที่มีความกล้าอะไรก็เป็นไปได้ และความสำเร็จไม่ใช่สิ่งที่คนอื่นบอก แต่เป็นสิ่งที่เราลงมือทำต่างหาก

กำหนดทางเดินชีวิตตามเสียงของหัวใจ ผู้หญิงถูกฝังชิปความเชื่อว่าการแต่งงานคือนิพพาน และคนที่ได้แต่งงานก่อนอายุ 30 คืออรหันต์ บางคนใช้เวลากว่าครึ่งชีวิตตามหาเนื้อคู่ บางคนถูกคนรอบข้างมองว่าผิดปกติหรือไม่ประสบความสำเร็จในชีวิต แค่เพียงเพราะเธอไม่มีแฟน ทั้งๆ ที่มีอีกหลายแง่มุมในชีวิตที่เรียกได้ว่าเป็นความสำเร็จ ทั้งการได้ทำงานที่ฝัน การเป็นที่รักของเพื่อนและครอบครัวดังนั้น การแต่งงานเมื่ออายุเท่าไหร่หรือการที่เธอครองตัวเป็นโสด ไม่ควรเป็นประเด็นให้ผู้หญิงสักคนหมดศรัทธาในความรักและฉุดรั้งเธอไว้จากการเดินตามฝันอื่นในชีวิต เพราะทุกคนมีตัวตนและเอกลักษณ์ที่ไม่จำเป็นต้องตีตรา แต่ควรปล่อยให้เป็นสิทธิ์ส่วนบุคคลที่จะเลือกทางเดินชีวิตเอง

ยุคนี้ไม่มีอะไรที่ผู้หญิงทำไม่ได้รีจอยส์ ขอสนับสนุนให้ผู้หญิงกล้าที่จะเป็นตัวของตัวเอง มองข้ามคำพูดจากคนและสังคมรอบข้าง เพราะทุกคนสามารถเลือกที่จะทำสิ่งที่ “แตกต่าง” โดยไม่จำเป็นต้องทำตามแบบใคร ไม่ว่าใครจะคิดอย่างไร ถ้าทุกคนมีความมั่นใจ กล้าที่จะเสี่ยงในการทำตามความคิด และเป็นตัวเองในแบบที่ใจต้องการ ทุกคนสามารถปลุกเสน่ห์ในตัวเองได้รีจอยส์ อยากให้ทุกคนเปล่งประกายในตัวเองและความสำเร็จจะเกิดขึ้นได้เมื่อคุณ#ผมพลิ้วชีวิตพร้อม

‘Gucci Collectors’ แคมเปญโฆษณาใหม่ ฤดูใบไม้ร่วง-หนาว 2018

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/360947

‘Gucci Collectors’ แคมเปญโฆษณาใหม่  ฤดูใบไม้ร่วง-หนาว 2018

‘Gucci Collectors’ แคมเปญโฆษณาใหม่ ฤดูใบไม้ร่วง-หนาว 2018

วันพฤหัสบดี ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

Gucci เปิดตัวแคมเปญใหม่สำหรับฤดูใบไม้ร่วง-หนาว ปี 2018 ในธีม “Gucci Collectors” ซึ่งถ่ายทอดเรื่องราวของผู้ที่หลงใหลในการสะสมงานศิลป์ ของเก่า และของสะสมวินเทจต่างๆ บ่อยครั้งที่นักสะสมเหล่านี้ถึงกับสร้างห้องขึ้นมาเพื่อเก็บสะสมเป็นคอลเลคชั่นส่วนตัว จากประวัติศาสตร์ที่ผ่านๆ มา งานอดิเรกส่วนตัวเหล่านี้บางทีก็นำพาไปสู่การก่อตั้งเป็นพิพิธภัณฑ์หรือมูลนิธิกันเลยทีเดียว

ภาพต่างๆ ในแคมเปญนี้แสดงให้เห็นถึงปรากฏการณ์การค้นพบความเป็นตัวตนของศิลปินอย่างแท้จริง ถึงกับเชื่อกันว่าบุคคลที่มีพฤติกรรมแปลกๆ เหล่านี้ ความจริงแล้วมักเป็นบุคคลที่น่าสนใจและมีความคิดสร้างสรรค์มากที่สุด และเป็นผู้ที่มีความเป็นเอกเทศทางความคิดและเป็นเครื่องหมายแห่งความภาคภูมิใจ

ฉากในการถ่ายทำแคมเปญนี้ ถูกเซตขึ้นเป็นห้องแสดงของสะสมหลากหลายรูปแบบโดยมีตัวแบบอยู่ท่ามกลางของสะสมของพวกเขา ไม่ว่าจะเป็นตุ๊กตา จานชามกระเบื้อง วิกผม ผีเสื้อ ตุ๊กตา รถของเล่น หรือนาฬิกาไม้ ประหนึ่งเราได้เข้าไปสำรวจโลกส่วนตัวของพวกเขาที่เต็มไปด้วยความหลงใหลในสิ่งของเหล่านั้นอย่างเต็มเปี่ยม

เรื่องราวเหล่านี้ยังได้ถูกนำมาขยายในรูปแบบหนังโฆษณาสั้น เพื่อให้ผู้ชมได้สัมผัสกับคาแร็กเตอร์ของแต่ละคนพร้อมของสะสมของพวกเขา โดยนำเสนอเป็นเรื่องราวของครอบครัวของนักสะสมที่มารวมตัวกันในงานเลี้ยงสังสรรค์ที่หรูหรา สนุกสนาน และเต็มไปด้วยความแปลกประหลาด

 

 

แนวหน้าวาไรตี้ สัมภาษณ์พิเศษ : คุณหญิง ทรงสุดา ยอดมณี , ดร.ก้องศักดิ์ ยอดมณี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/360879

แนวหน้าวาไรตี้ สัมภาษณ์พิเศษ : คุณหญิง ทรงสุดา ยอดมณี , ดร.ก้องศักดิ์ ยอดมณี

แนวหน้าวาไรตี้ สัมภาษณ์พิเศษ : คุณหญิง ทรงสุดา ยอดมณี , ดร.ก้องศักดิ์ ยอดมณี

วันพุธ ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 14.41 น.

‘The Mercury Ville@Chidlom’ ดึง’15 Bloggers’ดัง ท้าดวลรีวิวร้านอาหาร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/360814

'The Mercury Ville@Chidlom' ดึง'15 Bloggers'ดัง ท้าดวลรีวิวร้านอาหาร

‘The Mercury Ville@Chidlom’ ดึง’15 Bloggers’ดัง ท้าดวลรีวิวร้านอาหาร

วันพุธ ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 09.13 น.

คุณณุกานต์ สุวัตธิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซีซีพี รีทส์ ในฐานะผู้จัดการกองทรัสต์  TPRIME ซึ่งดูแลและบริหารศูนย์การค้า เดอะ เมอร์คิวรี่ วิลล์ กล่าวว่า ศูนย์การค้า The Mercury Ville @ Chidlom (เดอะ เมอร์คิวรี่ วิลล์ แอท ชิดลม) เป็นศูนย์รวมร้านอาหารและร้านขนมอร่อยกว่า 30 ร้านค้าในทำเลใจกลางชิดลม ต้องการตอกย้ำความเป็นหนึ่งในคอนเซ็ปท์ “Space of Delicious”  หรือ “จักรวาลแห่งความอร่อย” โดยตั้งเป้าในการสร้างการรับรู้ให้กับร้านค้าภายในศูนย์ให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น พร้อมนำเสนอเมนูเด็ดของแต่ละร้าน ผ่านบล็อกเกอร์ที่มีความถนัดในการรีวิวสินค้าและบริการในหลากหลายประเภทและมีผู้ติดตามจำนวนมาก โดยศูนย์การค้าได้จัดสรรงบส่งเสริมการตลาดกว่า  1 ล้านบาท จัดแคมเปญ “Super Bloggers Super Battle 2018 at The Mercury Ville” ขึ้นเป็นครั้งแรก โดยรวบรวมบล็อกเกอร์ชื่อดังและหลากหลายประเภทไว้มากที่สุด  มาร่วมทำภารกิจ Food Review Battle การแข่งขันรีวิวอาหารสุดท้าทาย

คุณณุกานต์ กล่าวว่า ปัจจุบันกลุ่มลูกค้าหลักของศูนย์การค้า เดอะ เมอร์คิวรี่ วิลล์ แอท  ชิดลม เป็นกลุ่มพนักงานออฟฟิศ 70% กลุ่มครอบครัว 20% และกลุ่มต่างชาติ 10% เพื่อตอบสนองกลุ่มลูกค้าหลักที่เป็นพนักงานออฟฟิศ ชอบเล่นโซเชียลมีเดีย และติดตามเพจดัง ทางศูนย์การค้าจึงได้คัดเลือก 15 บล็อกเกอร์ทรงอิทธิพล มา “ท้าดวล…เมนูเด็ด” ภายในศูนย์การค้าผ่านการแข่งขันรีวิวอาหาร โดยมุ่งเน้นการมีส่วนร่วมของบล็อกเกอร์กับลูกเพจ เพื่อให้เกิดการตามรอยและกระตุ้นการมาลองลิ้มชิมรสเมนูเด็ดภายในศูนย์การค้ามากขึ้น นับเป็นการแข่งรีวิวแบทเทิลครั้งแรกของประเทศไทยที่รวบรวมจำนวนบล็อกเกอร์ไว้มากขนาดนี้

สำหรับแคมเปญนี้ทั้ง 15 บล็อกเกอร์ จากหลากหลายสาขาความถนัด อาทิ สาขาไอที : ท็อฟฟี่เป็นตุ๊ดซ่อมคอม, สาขา Food : กินกับพีท เที่ยวกับผม, กินเก่ง, BKreview, ชีวิตติดรีวิว, วันนี้แดกไรดีวะ, กินไม่หยุด, พยูนบูด, สาขา Chef & Food Cooking : Fashion on Food by Ching, Food by May, สาขา Travel & Lifestyle : หนีนายเที่ยว, ตามติดชีวิตผีบ้า, เที่ยวแบบกรู, Couple Travel,  สาขา Beauty : OnnBaby ซึ่งทุกเพจมีผู้ติดตามจำนวนมาก หากรวมทั้ง 15 เพจแล้วมีผู้ติดตามรวมกว่า 13 ล้านคน

ทั้ง 15 บล็อกเกอร์ดัง จะได้รับโจทย์ในการออกไป “ท้าดวล…เมนูเด็ด” และกลับมานำเสนอตามแบบฉบับสไตล์ของแต่ละคนผ่านเพจ พร้อมท้าดวลแบทเทิลไปยังเพจอื่น เพื่อท้าชิงรางวัล “The Best Blogger”  รีวิวที่โดนใจแฟนเพจที่สุด โดยวัดจากยอด Like, Comment & Share เพจไหนได้รับความนิยมสูงสุด จะได้รับสิทธิ์ในการจัดกิจกรรม Meet & Greet กับแฟนเพจ พร้อมทานฟรียกแกงค์ 30 ท่าน รวมมูลค่ากว่า 30,000 บาท ประกาศผลวันที่ 17 กันยายน 2561

เปิดตัว อินดิโกลว์ ซีดักทีฟ มอยส์เจอร์ไรเซอร์ พลังของสารสกัดจากเห็ดสีฟ้า ประเทศเม็กซิโก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/360724

เปิดตัว อินดิโกลว์ ซีดักทีฟ มอยส์เจอร์ไรเซอร์ พลังของสารสกัดจากเห็ดสีฟ้า ประเทศเม็กซิโก

เปิดตัว อินดิโกลว์ ซีดักทีฟ มอยส์เจอร์ไรเซอร์ พลังของสารสกัดจากเห็ดสีฟ้า ประเทศเม็กซิโก

วันพุธ ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ณัฏฐ์ บัณฑิตมหากุล, ดร.ฐิติมา และลูกชาย กวิน โอภาสวงการ, เฉลิมชัยมหากิจศิริ, สุริญพร เหลืองธีรนาท และ ภาวันสินี ปริญญาวุฒิชัย ร่วมเปิดตัวผลิตภัณฑ์

ลัวร์ (LURE) บริษัทที่เกิดจากการรวมตัวของ กลุ่มบุคลากรผู้เชี่ยวชาญในเรื่องของสูตรสกินแคร์ ที่รังสรรค์ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวจากเทคโนโลยีอันล้ำสมัยและสารสกัดอันเลอค่าจากธรรมชาติ ด้วยประสบการณ์ยาวนานกว่าสิบปี ส่งสกินแคร์ตัวแรกของบริษัทในชื่อ ซีดักทีฟ ไวท์รีจูวีเนติ้ง มอยส์เจอร์ไรเซอร์ (Seductive White Rejuvenating Moisturizer) ภายใต้แบรนด์ อินดิโกลว์ (IndiGlow®) ออกสู่ตลาด

และเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ได้จัดงานเปิดตัวสกินแคร์ “อินดิโกลว์ ซีดักทีฟมอยส์เจอร์ไรเซอร์” (IndiGlow® SeductiveMoisturizer) นวัตกรรมความงามและศาสตร์แห่งการดูแลผิวพรรณ ในคอนเซ็ปต์ IndiGlow®, THE POWER OF BLUEหน้า EVEANDBOY ศูนย์การค้าสยามสแควร์วัน โดยมีเซเลบฯ รุ่นใหญ่ รุ่นเล็กมาร่วมงานคับคั่ง อาทิ ดร.ก้องเกียรติ โอภาสวงการ, กึ้ง-เฉลิมชัย มหากิจศิริ,เซ็นต์-ธราภุช คูหาเปรมกิจ, หทัยเทพธีระธาดา, มาร์ค ธาวิน, เอ-ศุภชัย ศรีวิจิตร,ยูกิ อุณาวรรณ ตั้งคารวคุณ, แพร-แพรพรรณ ธรรมวัฒนะ, จินนี่-เขริกาโชติวิจิตร, บู๋บี๋-วารีนิธิ กันท์ไพบูลย์, เก๋-ชลลดา เมฆราตรี, พร้อม สิริสันต์ ฯลฯ

ดร.ก้องเกียรติ-ดร.ฐิติมา โอภาสวงการ และลูกๆ กวิณ-วิริณ โอภาสวงการ

ณัฏฐ์ บัณฑิตมหากุล CEO บริษัท LURE กล่าวถึงแบรนด์ อินดิโกลว์ (IndiGlow®) ว่า “วิสัยทัศน์สำคัญของลัวร์ คือ การปฏิรูปความงามและชีวิตของทุกคนทั่วโลก ด้วยผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้าและผิวกาย ที่ตอบโจทย์ทุกปัญหาผิว โดยมุ่งเน้นถึงผลลัพธ์ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว เราค้นพบนวัตกรรมสารสกัดธรรมชาติอันล้ำค่าจากหลายประเทศทั่วโลกและเทคโนโลยีที่ทันสมัย รองรับโดยผลงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ที่คัดสรรจากทีม RD ผู้มีความชำนาญในการรังสรรค์สูตรสกินแคร์ มาตรฐาน luxury global brand เพื่อให้ได้มาซึ่งสินค้าที่มีคุณภาพ ปลอดภัย และเห็นผลจริง โดยคำนึงถึงความคุ้มค่าและประโยชน์อันสูงสุดต่อผู้บริโภค ผมเชื่อว่าแบรนด์อินดิโกลว์ จะเป็นการเติมเต็มและยกระดับความมั่นใจของลูกค้าทุกคนให้มี เสน่ห์ เกินห้ามใจ ผ่านผิวที่เนียน สวย สว่างใสสะกดใจ ครับ”

วัชรี โสภโณวงศ์ ฝ่ายวิจัยและพัฒนาบริษัทลัวร์และดร.นภัตสร ดิษฐาวุฒิกุล ผู้เชี่ยวชาญจากม.แม่ฟ้าหลวง เผยนวัตกรรมใหม่ของ IndiGlow®

ส่วน วัชรี  โสภโณวงศ์  R&D Director ฝ่ายวิจัยผลิตภัณฑ์ของบริษัทลัวร์ เผยรายละเอียดของ อินดิโกลว์ ซีดักทีฟมอยส์เจอร์ไรเซอร์ ว่า“ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวอินดิโกลว์ ซีดักทีฟ มอยส์เจอร์ไรเซอร์ถูกพัฒนาจากงานวิจัยความต้องการส่วนใหญ่ของผู้หญิงซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยผู้บริโภคของ ดร.ฐิติมา โอภาสวงการ จากมหาวิทยาลัย Grenoble Ecole de Management ประเทศฝรั่งเศสที่พบว่าผู้หญิงต้องการมีผิวขาวเนียนสว่างใสอย่างธรรมชาติ เราจึงทำการศึกษาและทดลอง Active Ingredients จากทั่วโลก และเราก็ได้ค้นพบ Active Ingredients คือ Guaiazulene สารสกัดจากเห็ดสีฟ้า Lactarius Indigo ซึ่งมีอยู่ในประเทศเม็กซิโกที่มีคุณสมบัติในการปรับสีผิวให้สว่าง กระจ่างใสหลังทา กับสารธรรมชาติอันทรงคุณค่าอีก 5 ชนิดรวมกันเป็น IndiGlow White Loc Complex™ เป็นนวัตกรรมที่ช่วยล็อกความขาวในผิว โดยมี Colorless Carotenoids จากมะเขือเทศสีทอง ที่มีรายงานถึงคุณสมบัติในการปกป้องผิวจากรังสี UV โดยการสะสมตัวที่บริเวณผิวและทำหน้าที่ดูดซับรังสี UV แทนผิวเราและยับยั้งการสร้างเม็ดสีผิว ในรูปแบบ Ultra-Whitening ผนึกกับอานุภาพอันทรงพลังของสาร Naringin ที่สกัดจากส้มโอสายพันธุ์ทับทิมสยาม ในการดักจับอนุมูลอิสระที่ทำร้ายผิวอันเป็นสาเหตุของความหมองคล้ำไม่สดใส โดยสาร 3 ชนิดนี้จะทำงานร่วมกันเพื่อมอบประสิทธิภาพในการปรับสีผิวให้ขาวสว่างขึ้น และปลอบประโลมผิว เติมน้ำในชั้นผิวได้หลายระดับ ให้ผิวนุ่มนวลแลดูอ่อนเยาว์ ด้วยนวัตกรรมการรวมตัวของ กรดไฮยา 2 ขนาด ในรูปแบบDouble Hyaluronic Acid และมอบออร่า ความ Glow และกักเก็บความชุ่มชื้นให้ผิวด้วย Phytosqualane ซึ่งเป็นไขมันชนิดพิเศษจากการแยกสกัดของผลมะกอก ช่วยปรับสภาพผิวให้แข็งแรง ช่วยแก้ไขปัญหาผิวแพ้ง่าย โดยสาร Activeต่างๆ จะถูกบรรจุไว้ในสารนำส่งชนิดพิเศษที่เรียกว่า Nano Liquid Crystal ซึ่งจะช่วยนำส่งสารบำรุงต่างๆ เข้าสู่ผิวชั้นใน เพื่อการดูแลแบบตรงจุด ออกฤทธิ์เสริมกันอย่างลงตัว ฟื้นฟูผิวในทุกๆ มิติ ครอบคลุมการดูแลในทุกๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็น Whitening,สิว ผิวแพ้ง่าย ชะลอวัย ริ้วรอย ความเรียบเนียน และ ความชุ่มชื้น

โดยผลิตภัณฑ์ IndiGlow®Seductive Moisturizer จัดจำหน่ายที่Emporium โซน Beauty Hall และ EVA AND BOY และ  www.indiglowglobal.com

จันจิรา จันทร์พิทักษ์ชัย หวานใจ
มาริโอ้ เผยเคล็ดลับการดูแลตนเอง

จันจิรา จันทร์พิทักษ์ชัย หวานใจ มาริโอ้ เผยเคล็ดลับการดูแลตนเอง

Life & Health : เคล็ดไม่ลับ สุขภาพดี ดูอ่อนกว่าวัย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/360709

Life&Health : เคล็ดไม่ลับ สุขภาพดี ดูอ่อนกว่าวัย

Life&Health : เคล็ดไม่ลับ สุขภาพดี ดูอ่อนกว่าวัย

วันพุธ ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ใครๆ ก็อยากดูดี แม้ว่าจะสูงวัยขึ้นถ้าหน้าตายังดูเด็กและมีสุขภาพดีด้วยแล้วก็ยิ่งเสริมให้คุณดูสดใสสวยหล่อและดูอ่อนวัยกว่าอายุจริง วันนี้มีเคล็ดลับจาก ผศ.นพ.พันธ์ศักดิ์ ศุกระฤกษ์กรรมการบริหาร มูลนิธิคุณแม่คุณภาพมาแนะนำ มีอะไรบ้าง ไปดูกัน

1.อารมณ์ดี นอกจากช่วยให้เรารู้สึกเป็นสุขแล้ว ยังมีผลต่อการทำงานของร่างกายและจิตใจด้วยไม่ว่าใครก็อยากได้รอยยิ้มและอยากได้ยินเสียงหัวเราะทั้งนั้น ยิ้มให้กันบ่อยๆ หัวเราะกันให้มากๆ อะไรๆ มันก็มีแต่จะแฮปปี้ แถมยังช่วยบริหารกล้ามเนื้อบริเวณใบหน้า กระตุ้นการไหลเวียนเลือดที่ใบหน้ามากยิ่งขึ้น เลิกเอาคิ้วผูกโบ หน้าเครียด ที่มีแต่ผลเสียและทำให้หน้าเรายิ่งดูแก่กว่าวัย รู้แบบนี้แล้วลองหันมาสร้างความมีเสน่ห์ด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะกันเถอะ

2.อย่าลืมอาหารสำหรับผิว นอกจากการกินอาหารให้หลากหลายครบมื้อครบหมู่ถือเป็นรากฐานของการมีสุขภาพดีและชะลอความเสื่อมของร่างกายแล้ว ควรเน้นอาหารที่มีส่วนในการต่อต้านอนุมูลอิสระที่มีมากในผักสด ผลไม้ เนื่องจากมีเบต้าแคโรทีนวิตามินซี และวิตามินอี ทำให้ผิวแข็งแรงและปกป้องผิวจากมลภาวะสิ่งแวดล้อมภายนอกได้ ขณะเดียวกันก็ต้องลดอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวสูง เช่น เบคอน เนย นม รวมทั้งของขบเคี้ยวที่มีไขมันทรานส์ เพราะการเผาผลาญอาหารกลุ่มนี้ทำให้เกิดอนุมูลอิสระสูง ซึ่งเป็นตัวการทำลายผิวแถมอาหารไขมันสูงยังทำให้อ้วนอีกด้วย

3.ดื่มน้ำเยอะๆ การดื่มน้ำในปริมาณที่เพียงพอในแต่ละวันจึงมีส่วนสำคัญที่ช่วยให้เราดูอ่อนกว่าวัยดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 6-8 แก้ว นอกจากจะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวจากภายในแล้ว ยังช่วยชะล้างพิษ รวมทั้งทำให้ระบบขับถ่ายทำงานดีขึ้น และให้หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีกาเฟอีน หรือแอลกอฮอล์ เพราะจะทำให้ร่างกายขาดน้ำส่งผลให้ผิวพรรณแห้งกร้านเกิดริ้วรอยได้ง่าย

4.หลีกเลี่ยงแสงแดด โดยเฉพาะในช่วงเวลา 10.00-15.00 น. เพราะเป็นช่วงที่มีรังสีอัลตราไวโอเลตสูงสุด หากจำเป็นต้องออกแดดช่วงนั้นก็ควรกางร่ม ใช้ครีมกันแดดที่มีค่าเอสพีเอฟ 15 ขึ้นไป โดยทาครีมก่อนออกแดดประมาณ 30 นาที ควรเลือกชนิดกันน้ำและไม่มีส่วนผสมของน้ำหอม อาจจำเป็นต้องทาซ้ำหากต้องทำกิจกรรมที่ทำให้ครีมลบเลือนได้ง่าย นอกจากนั้นการหยีตายังเป็นการเพิ่มรอยตีนกาให้มากขึ้น

5.ออกกำลังกายสม่ำเสมอ จัดตารางให้ตัวคุณมีโอกาสโยกย้ายส่ายสะโพกออกกำลังกายอย่างน้อย 30 นาที สัปดาห์ละไม่น้อยกว่า 3 วัน ด้วยการออกกำลังแบบแอโรบิกที่มีการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อมัดใหญ่ต่อเนื่อง เช่น เดินเร็ว วิ่ง ว่ายน้ำ ขี่จักรยาน ช่วยกระตุ้นให้เลือดหมุนเวียนและมีการสูบฉีดโลหิตไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกายรวมทั้งผิวหนังได้ดีขึ้น อีกทั้งยังช่วยขับของเสียออกจากร่างกายทางเหงื่อได้ จึงช่วยให้ผิวพรรณแลดูสดใส เปล่งปลั่ง และมีเลือดฝาด ที่สำคัญคนที่ออกกำลังกายจะมีความกระฉับกระเฉงกว่าคนในวัยเดียวกัน หน้าตาสดใส มีน้ำมีนวล เจ็บป่วยน้อยลง อีกทั้งยังช่วยรักษาน้ำหนักให้ได้มาตรฐานคงที่

6.เข้านอนตั้งแต่สี่ทุ่ม การนอนหลับ ถือเป็นการพักผ่อนที่ดีที่สุด อีกทั้งยังช่วยซ่อมแซมเซลล์ผิวหนังหรืออวัยวะที่สึกหรอของเราและยังช่วยปรับสมดุลฮอร์โมนของร่างกาย ช่วยลดอัตราการเต้นของหัวใจและความดันโลหิต ยิ่งเข้านอนตั้งแต่สี่ทุ่มถึงตีสอง ซึ่งเป็นช่วงที่ร่างกายผลิตฮอร์โมนเมลาโทนินซึ่งส่งผลให้หลับลึก และโกรทฮอร์โมนหลั่งออกมาเพื่อเสริมสร้างโปรตีนในร่างกาย ได้แก่ คอลลาเจนใต้ผิวหนัง กล้ามเนื้อและกระดูกแข็งแรง แถมยังช่วยลดไขมันที่สะสมในร่างกายถ้าไม่อยากแก่ อย่านอนดึกจนเกินไป

7.ผ่อนคลายสบายอารมณ์ ความเครียด มีผลเสียต่อร่างกายและจิตใจรวมทั้งผิวพรรณ การที่คนเราแก่ก่อนวัยกันก็เพราะเครียดกันมาก โดยเฉพาะผู้ที่ชอบทำหน้านิ่วคิ้วขมวด แถมยังกระตุ้นให้เกิดสิวได้ง่ายๆ และพลอยทำให้ใบหน้าไม่สดใสไปด้วย หากรู้ตัวว่าเครียดก็ต้องรีบปรับเปลี่ยนอารมณ์พร้อมหาวิธีผ่อนคลายหรือถอยตัวเองออกจากปัญหาที่กำลังประสบอยู่ชั่วคราว เมื่ออารมณ์แจ่มใสขึ้นค่อยเริ่มต้นกันใหม่ เดี๋ยวทุกอย่างก็จะผ่านพ้นไปเพราะทุกปัญหาล้วนมีทางออกเสมอ

8.คบเพื่อนวัยทีน การอยู่ในกลุ่มคนที่อ่อนวัยกว่า แต่ไม่อ่อนกว่ามากจนเกินไปนั้นจะช่วยให้คุณมีหัวใจวัยรุ่นมีความสดใสน่ารัก มองโลกในแง่ดีไม่คิดมาก กล้าได้กล้าเสีย ชอบแสวงหาแนวทางใหม่ๆ ในการทำงาน เรียนรู้อยู่เสมอแล้ว ยังได้ทำกิจกรรมแบบเด็กๆ ทำให้ได้สนุกมากขึ้น รับรองว่าคุณจะสามารถย้อนวัยได้หลายปีและมีความคิดอ่านเป็นหนุ่ม-สาวขึ้นตามไปด้วย

9.มีความรัก ไม่จำเป็นต้องเป็นเฉพาะแฟนเท่านั้น แต่อาจเป็นความรักในครอบครัว รักเพื่อนรักสัตว์เลี้ยง เนื่องจากพลังความรักเป็นพลังบวกที่จะช่วยให้คุณดูสดชื่น สดใส มีความสุขกับชีวิต จึงทำให้คุณดูเปล่งประกาย ไม่ดูเฉาเหมือนคนแก่ นอกจากนี้การทำกิจกรรมร่วมกับคนในครอบครัว อยู่ในสังคมที่ดี มีเพื่อนสนิท มีครอบครัวที่รักใคร่กลมเกลียวเพื่อแบ่งปันช่วงเวลาที่ดีที่ได้ทำกิจกรรมและหัวเราะร่วมกัน เมื่อมีสุขภาพจิตดีแล้ว สุขภาพผิวก็จะดีตามไปด้วยอย่างแน่นอน

10.เปลี่ยนสไตล์การแต่งตัวหลายคนอาจมีสไตล์ที่ตัวเองชอบและก็จะแต่งแบบนี้มาตลอดนานหลายปีแนะนำว่าให้ลองเปลี่ยนสไตล์การแต่งตัวแบบใหม่ๆ อินเทรนด์ตามแฟชั่น ลองหาเสื้อผ้าสีสันสดใสมาใส่ มามิกซ์แอนด์แมทช์กับรองเท้า เข็มขัด กระเป๋า และเครื่องประดับน่ารักๆ ซึ่งมันอาจจะเหมาะสมกับคุณยิ่งกว่าแบบเดิมและที่สำคัญยังเป็นการกระชากวัยที่สามารถทำได้อย่างง่ายๆ และไม่ตกยุค แต่ก็ต้องดูตามความเหมาะสมด้วย คุณก็จะแลดูเด็กลงกว่าอายุจริง

11.ทำความสะอาดผิว การล้างหน้าจะเป็นการขจัดน้ำมัน ครีมกันแดด และสิ่งสกปรกจากการใช้ชีวิตในทุกๆ วัน ด้วยการใช้โฟมหรือครีมล้างหน้าแบบอ่อนๆ ที่เหมาะกับสภาพผิวของคุณ ถ้าเป็นไปได้ให้ใช้น้ำเย็นลูบหน้าแทนน้ำอุ่น รูขุมขนจะได้ไม่กว้างเกิน และอย่าถูแรงๆ เพราะจะทำให้ใบหน้าเกิดริ้วรอย ที่สำคัญอย่าปล่อยเมคอัพไว้บนหน้าข้ามคืน เพราะการนอนทั้งที่มีเครื่องสำอางเป็นการทำลายผิวอย่างร้ายแรง นอกจากผิวหน้าจะไม่ได้รับการพักผ่อนและการฟื้นฟูอย่างเต็มที่แล้ว คราบเครื่องสำอางยังไปอุดตันรูขุมขน ทำให้เป็นสิวอุดตัน

เพียงแค่ปรับเปลี่ยนและเรียนรู้วิธีดูแลตัวเองอย่างถูกวิธี คุณก็สามารถลดอายุลงได้อย่างง่ายๆที่นอกจากจะช่วยให้ร่างกายไม่ร่วงโรยไปตามวัยแล้ว ยังดูเด็กลงจนใครๆ ต้องร้องว้าว!

ผศ. (พิเศษ) ดร.อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์

ประธานกรรมการ มูลนิธิคุณแม่คุณภาพ

วันศูนย์ดวงตาสภากาชาดไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/360711

วันศูนย์ดวงตาสภากาชาดไทย

วันศูนย์ดวงตาสภากาชาดไทย

วันพุธ ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ศูนย์ดวงตา สภากาชาดไทยจัดงาน “วันศูนย์ดวงตาสภากาชาดไทยประจำปี 2561” พร้อมมอบโล่ขอบคุณ เครือเจริญโภคภัณฑ์และกลุ่มทรู ในฐานะผู้สนับสนุนการสมทบทุนในการช่วยเหลือผู้ป่วยกระจกตาพิการให้ได้รับการรักษาและการปลูกถ่ายกระจกตา ที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

สภากาชาดไทย โดย นายเตช บุนนาค ผู้ช่วยเลขาธิการ เป็นประธานเปิดงาน “วันศูนย์ดวงตาสภากาชาดไทย ประจำปี 2561” พร้อมมอบโล่ขอบคุณ เครือเจริญโภคภัณฑ์ และ ทรู คอร์ปอเรชั่น โดย นายปราโมทย์ โอประเสริฐสวัสดิ์ ผู้บริหารฝ่ายพัฒนาความยั่งยืน โครงการพิเศษ เครือเจริญโภคภัณฑ์ และรองผู้อำนวยการสายงานบริหารโครงการพิเศษ บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น เป็นตัวแทนรับมอบณ อาคารแพทยพัฒน์ คณะแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะเป็นองค์กรที่สนับสนุนการพัฒนาการบริการ บุคลากร ระบบ และเครื่องมือทางการแพทย์ ในการช่วยเหลือผู้ป่วยกระจกตาพิการให้ได้รับการรักษาและปลูกถ่ายกระจกตาที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ กลุ่มทรู ยังเป็นสื่อกลางให้ลูกค้า ทรูมูฟ เอช ร่วมสมทบทุนให้ศูนย์ดวงตา สภากาชาดไทยได้อีกตลอดทั้งปี ผ่านระบบ SMSเพียงพิมพ์ 10 เพื่อบริจาคครั้งละ10 บาท หรือพิมพ์ 100 บริจาคครั้งละ100 บาท ส่งมาที่ 91255 (*ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)