วันคล้ายวันสถาปนาครบ 50 ปี มูลนิธิสงเคราะห์ครอบครัวทหารผ่านศึกฯ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/360690

วันคล้ายวันสถาปนาครบ 50 ปี  มูลนิธิสงเคราะห์ครอบครัวทหารผ่านศึกฯ

วันคล้ายวันสถาปนาครบ 50 ปี มูลนิธิสงเคราะห์ครอบครัวทหารผ่านศึกฯ

วันพุธ ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

คุณหญิงแสงเดือน ณ นคร ประธาน กก.มูลนิธิสงเคราะห์ครอบครัวทหารผ่านศึกฯ พร้อมด้วยคณะ กก. คุณหญิงทรงสมร คชเสนี, ผศ.วรลักษณ์ สนิทวงศ์ฯ, คุณหญิงนงนุช จิรพงศ์, ปัญญชลี เพ็ญชาติ, เพ็ญสุภา คชเสนี, ดร.พรเพ็ญ เกยานนท์, ประดับ โกมุท และ ดร.สุมาลี อุทัยเฉลิม

มูลนิธิสงเคราะห์ครอบครัวทหารผ่านศึกในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี นำโดย คุณหญิงแสงเดือน ณ นคร ประธานกรรมการมูลนิธิฯ จัดงานครบรอบ 50 ปี เนื่องในวันคล้ายวันสถาปนา โดยมูลนิธิสงเคราะห์ครอบครัวทหารผ่านศึกฯ จัดงานนี้ขึ้นเพื่อให้การสงเคราะห์ครอบครัวทหารผ่านศึก ด้านสวัสดิการ  อาชีพ การศึกษา พร้อมดำเนินงานสถาบันการศึกษา และฝึกอาชีพครอบครัวทหารผ่านศึก เป็นศูนย์กลางส่งเสริมผู้ศรัทธาสมัครช่วย งานสงเคราะห์ครอบครัวทหารผ่านศึก โดยให้ความร่วมมือกับองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกในพระบรมราชูปถัมภ์ หน่วยราชการและหน่วยงานอื่นๆ ในการสงเคราะห์ครอบครัวทหารผ่านศึก,ส่งเสริมสิทธิอันพึงมีพึงได้ของครอบครัวทหารผ่านศึก ร่วมการกุศลสาธารณประโยชน์ชุมชน ในกรณีที่จำเป็นหรือเกิดสาธารณภัย และที่สำคัญมูลนิธิฯนี้ไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง ซึ่งภายในงานมีแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง ณ ห้องมัฆวานรังสรรค์ สโมสรทหารบก ถนนวิภาวดีรังสิต เมื่อวันอังคารที่ 21 สิงหาคม 2561 งานนี้ คุณหญิงแสงเดือนณ นคร ประธานกรรมการมูลนิธิฯ กล่าวต้อนรับผู้มาร่วมงานและมอบเงินสนับสนุนให้แก่โรงพยาบาลทั้ง5 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า, โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า, โรงพยาบาลภูมิพล, โรงพยาบาลตำรวจ และโรงพยาบาลทหารผ่านศึก

ท่านผู้หญิงอิศรา บุรณศิริ กับ น.อ.หญิงกรนันท์ รุ่งสว่าง นายกสมาคมแม่บ้านทหารอากาศ

มูลนิธิสงเคราะห์ครอบครัวทหารผ่านศึกฯ เริ่มก่อตั้งขึ้นเป็นครั้งแรกในรูปของสโมสรสงเคราะห์ครอบครัวทหารผ่านศึก เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2511มีชื่อย่อว่า ส.ค.ท. ผู้ริเริ่มก่อตั้ง คือ ท่านผู้หญิงจงกล กิตติขจร เมื่อครั้งติดตามจอมพลถนอม กิตติขจรขณะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและผู้บัญชาการทหารสูงสุดไปเยี่ยมเยียนทหารที่ออกปฏิบัติหน้าที่ตามชายแดน ท่านผู้หญิงจงกลเห็นและเข้าใจความทุกข์ยากลำบากใจของทหารเหล่านั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเป็นห่วงครอบครัวที่อยู่แนวหลัง ทั้งความเป็นอยู่และรายได้ของครอบครัว ยิ่งถ้าเป็นผู้นำครอบครัวต้องเสียชีวิต หรือได้รับบาดเจ็บ พิการ ทุพพลภาพ ครอบครัวจะลำบากมากขึ้น  นี่จึงเป็นที่มาของการจัดตั้งสโมสรสงเคราะห์ครอบครัวทหารผ่านศึกขึ้นเพื่อช่วยเขาเหล่านั้น

ท่านผู้หญิงพึงใจ สินธวานนท์ และ เพ็ญโฉม วสันตสิงห์

ท่านผู้หญิงจงกลได้นำความคิดเรื่องนี้ไปปรึกษาหารือบุคคลต่างๆ ได้แก่ พล.ท.ประชุมประสิทธิ์สรจักร ผู้อำนวยการองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกในขณะนั้น ท่านเห็นด้วยในหลักการที่สโมสรฯ จะเข้ามาเสริมงานขององค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก โดยท่านผู้หญิงจงกลเป็นประธานกรรมการสโมสร, คุณหญิงสวาท ประสิทธิ์สรจักร ภริยาของท่านผู้อำนวยการองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกก็ได้เข้ามาร่วมงานของสโมสรฯ รับหน้าที่เป็นเลขานุการคนแรก,ท่านผู้หญิงนวลผ่อง เสนาณรงค์ เป็นนายทะเบียน โดย นิลวรรณ ปิ่นทอง ได้ให้แนวคิดในการดำเนินงานการสงเคราะห์และเป็นผู้ร่างตราสาร หรือระเบียบข้อบังคับของสโมสรฯ  คณะกรรมการสโมสรประกอบด้วยภริยาข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ทั้งทหารและพลเรือน เช่น คุณหญิงบุบผา หิรัณยัษฐิติ, ประกอบเกียรติ ชาญเลขา, มาลี เพ็ญชาติ ทุกท่านร่วมกันทำงานด้วยความเต็มใจเพื่อช่วยดูแลครอบครัวทหารตำรวจและอาสาสมัครที่ออกไปปฏิบัติราชการเพื่อปกป้องประเทศชาติของเรา โดยมี พล.ท.ปุ่น วงศ์วิเศษ รองผู้อำนวยการองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก เป็นที่ปรึกษา

คุณหญิงแสงเดือน ณ นคร ประธาน กก.มูลนิธิสงเคราะห์ครอบครัวทหารผ่านศึกฯ มอบเงินสนับสนุนให้แก่ รพ.พระมงกุฎเกล้า

เมื่อการดำเนินงานสงเคราะห์ของ ส.ค.ท. ดำเนินไปด้วยดี จึงได้ยื่นขอจดทะเบียนตั้งเป็น มูลนิธิสงเคราะห์ครอบครัวทหารผ่านศึก ใช้ชื่อย่อว่า มสคท. และได้รับอนุญาตเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2517 มสคท.จึงมีฐานะเป็นนิติบุคคลตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา โดยมีม.จ.หญิงดวงทิพโชติ์ อาภากร ทรงดำรงตำแหน่งประธานกรรมการมูลนิธิฯ และมีกรรมการ ประกอบด้วยรองประธานกรรมการจัดการ เลขานุการ เหรัญญิกและกรรมการฝ่ายต่างๆ มีกรรมการจัดการเป็นผู้ประสานในการบริหารงานของทุกฝ่ายให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์แห่งตราสารของมูลนิธิฯ ต่อมาเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ.2520 มูลนิธิฯ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ทรงรับมูลนิธิฯ ไว้ในพระราชูปถัมภ์ ปัจจุบัน คุณหญิงแสงเดือน ณ นคร เป็นประธานกรรมการมูลนิธิฯ นับเป็นประธานฯคนที่สามของ  มสคท.

รพ.สมเด็จพระปิ่นเกล้า รับมอบ

รพ.สมเด็จพระปิ่นเกล้า รับมอบ
รพ.ภูมิพล รับมอบ

รพ.ภูมิพล รับมอบ
รพ.ตำรวจ รับมอบ

รพ.ตำรวจ รับมอบ
รพ.ทหารผ่านศึก รับมอบ

รพ.ทหารผ่านศึก รับมอบ
อาภารัศมี ธีระสวัสดิ์ อุปนายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ, เกสรา ประทุมสุวรรณ นายกสมาคมภริยาทหารเรือ, นริศรา ทิพยจันทร์ นายกสมาคมภริยาข้าราชการสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม และจิราพร ศรีสุวรรณ นายกสมาคมแม่บ้านกองบัญชาการกองทัพไทย

อาภารัศมี ธีระสวัสดิ์ อุปนายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ, เกสรา ประทุมสุวรรณ นายกสมาคมภริยาทหารเรือ, นริศรา ทิพยจันทร์ นายกสมาคมภริยาข้าราชการสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม และจิราพร ศรีสุวรรณ นายกสมาคมแม่บ้านกองบัญชาการกองทัพไทย
คณะ กก.มูลนิธิสงเคราะห์ครอบครัวทหารผ่านศึกฯ และแขกผู้มีเกียรติ อาทิ
สายพิณ พหลโยธิน, เยาวมาลย์ วัชระเรืองศรี, ณหทัยกรณ์ ธนัสกิตติยาภรณ์,
ธนาพร ศศะยานันท์, นารถฤดี จันทร์วงศ์, สุพินดา โชคชัยนิรันดร์

คณะ กก.มูลนิธิสงเคราะห์ครอบครัวทหารผ่านศึกฯ และแขกผู้มีเกียรติ อาทิ สายพิณ พหลโยธิน, เยาวมาลย์ วัชระเรืองศรี, ณหทัยกรณ์ ธนัสกิตติยาภรณ์, ธนาพร ศศะยานันท์, นารถฤดี จันทร์วงศ์, สุพินดา โชคชัยนิรันดร์
ทิพวัฒน์ จลานันทวงศ์ กก.มูลนิธิฯ ต้อนรับ สุฐิตา โชติจุฬางกูร ผจก.ฝ่ายขายและการตลาด ทายาทสาว บมจ.เดอะ แพลทินัม กรุ๊ป และทีมผู้บริหาร เดอะ แพลทินัม กรุ๊ป และนฤเทพ สิทธิชาญคุณะ

ทิพวัฒน์ จลานันทวงศ์ กก.มูลนิธิฯ ต้อนรับ สุฐิตา โชติจุฬางกูร ผจก.ฝ่ายขายและการตลาด ทายาทสาว บมจ.เดอะ แพลทินัม กรุ๊ป และทีมผู้บริหาร เดอะ แพลทินัม กรุ๊ป และนฤเทพ สิทธิชาญคุณะ

‘นอนกรน’ ภัยเงียบที่ทำร้ายสุขภาพขณะหลับ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/360712

‘นอนกรน’ ภัยเงียบที่ทำร้ายสุขภาพขณะหลับ

‘นอนกรน’ ภัยเงียบที่ทำร้ายสุขภาพขณะหลับ

วันพุธ ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

รักษาอาการนอนกรนด้วยเลเซอร์ “Snore Lase” 

ใครจะรู้ว่าเสียงดังครอกๆ ขณะหลับไม่ใช่เป็นแค่ “ภัยเสียง” ที่คอยรบกวนผู้ที่นอนข้างๆ อยู่ทุกค่ำคืน หากแต่ยังเป็น “ภัยร้าย” ที่ทำลายสุขภาพของผู้ที่มีอาการนอนกรน หากทิ้งไว้ในระยะยาวอาจนำมาซึ่งโรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ ไปจนถึงอัมพฤกษ์ อัมพาต และโรคซึมเศร้า

พญ.วรางคณา ไชยวงศ์ แพทย์ผู้มีประสบการณ์ประจำรมย์รวินท์คลินิก ให้ความรู้เรื่องสาเหตุของการนอนกรนว่าเกิดจากกล้ามเนื้อบริเวณทางเดินหายใจส่วนต้น ได้แก่ บริเวณกล้ามเนื้อของลิ้นและโคนลิ้น เพดานอ่อน ผนังคอหอยหรือลิ้นไก่ เกิดหย่อนยานลงมากขึ้นจนไปขวางกั้นทางเดินผ่านของอากาศ ทำให้ทางเดินหายใจตีบแคบลง ทำให้เกิดเสียงดังผิดปกติขึ้นซึ่งอาจส่งผลให้เกิดภาวะหยุดหายใจขณะหลับได้ หรือส่งผลกระทบต่อคนรอบข้าง ยิ่งกว่านั้นสมองจะได้ออกซิเจนไม่เพียงพอในขณะหลับทำให้รู้สึกเพลียและไม่สดชื่นเหมือนพักผ่อนไม่เพียงพอ ส่งผลให้ประสิทธิภาพการทํางานลดลง ความจําไม่ดี หงุดหงิดง่ายง่วงหลับใน และหากทิ้งไว้ในระยะยาวโดยไม่รักษาอาจนำไปสู่โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง อัมพฤกษ์ อัมพาต โรคซึมเศร้า ฯลฯ

เครื่องเลเซอร์ “Snore Lase”

สำหรับวิธีรักษาอาการนอนกรนในปัจจุบันนั้น พญ.วรางคณา ให้ข้อมูลว่ามีหลายวิธี โดยสามารถเริ่มต้นง่ายๆ ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตนเอง ได้แก่ การปรับสุขอนามัยการนอน เช่น นอนหลับพักผ่อนให้พอเพียง เข้านอนและตื่นนอนอย่างตรงเวลาสม่ำเสมอ การงดเว้นเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ก่อนนอน การหลีกเลี่ยงการใช้ยานอนหลับ และยาที่มีฤทธิ์กดประสาท หรือคลายกล้ามเนื้อ งดเว้นการดื่มชา กาแฟ และหยุดสูบบุหรี่ในช่วงบ่าย ที่สำคัญในรายที่อ้วน หรือน้ำหนักเกิน ต้องลดน้ำหนัก ควบคุมอาหารและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ หรือถ้าจำเป็นต้องใช้เครื่องมือช่วยในรายที่เป็นไม่รุนแรง สามารถเลือกใช้เครื่องมือในช่องปาก (oral appliances) เป็นการใส่เครื่องมือลักษณะคล้ายฟันยางหรือเครื่องดัดฟัน เพื่อป้องกันลิ้นตกไปอุดกั้นทางเดินหายใจ ปัจจุบันมีหลายชนิด มีข้อดีข้อเสียหรือข้อจำกัดที่แตกต่างกันไปทั้งนี้ ควรปรึกษาแพทย์ด้านนี้ก่อนใช้เครื่องมือดังกล่าว

ส่วนในรายที่มีอาการกรนรุนแรงมากขึ้น จนเกิดภาวะหยุดหายในขณะนอนหลับ ปัจจุบันมีการใช้เครื่องช่วยหายใจ CPAP (Continuous Positive Airway Pressure Therapy) หรือ “ซีแพ็บ” (CPAP) โดยมีหลักการคือ เครื่องจะเป่าลมผ่านทางช่องจมูกและหรือทางปาก เพื่อให้มีความดันลมแรงพอที่จะเปิดช่องคอซึ่งเป็นทางเดินหายใจส่วนต้นได้ตลอดเวลาขณะนอนหลับ เครื่อง CPAP มีหลายแบบ ได้แก่ 1) แบบอัตโนมัติ (Auto CPAP, APAP) 2) แบบธรรมดา (Manual CPAP) และ 3) แบบความดันลม 2 ระดับ (BiPAP) ซึ่งการรักษานอนกรนด้วยวิธีนี้อาจจะเป็นวิธีที่ได้ผลดี
และมีความปลอดภัยสูงหากใช้เครื่องอย่างถูกต้องและต่อเนื่องตลอดทุกคืน แต่ค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง และมีข้อดี ข้อเสีย หรือข้อจำกัดแตกต่างกันไป ดังนั้น จึงควรปรึกษาแพทย์ก่อนทดลองใช้ และติดตามการรักษาอย่างสม่ำเสมอ

พญ.วรางคณา ไชยวงศ์

อย่างไรก็ดี สำหรับผู้ที่ไม่อยากรักษาด้วยการผ่าตัดหรือไม่สะดวกในการติดตั้งเครื่องมือระหว่างนอน ล่าสุดสามารถรักษาอาการนอนกรนด้วยเลเซอร์ “Snore Lase” (สนอร์ เลเซอร์) เป็นนวัตกรรมใหม่ที่ออกแบบและพัฒนาให้สามารถส่งพลังงานลงลึกถึงกล้ามเนื้อบริเวณทางเดินหายใจส่วนต้น เพื่อเข้าหดกระชับกล้ามเนื้อบริเวณนั้นอย่างปลอดภัย ไม่เจ็บ ไม่ต้องพักฟื้น ไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวภายในช่องปาก ลดการปิดกั้นทางเดินหายใจ ช่วยให้อาการกรนลดลงตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ ทำให้การนอนหลับกลับสู่ภาวะปกติ หลับได้ลึก รู้สึกสดชื่นหลังตื่นนอนในวันรุ่งขึ้น ในระหว่างทำจะรู้สึกอุ่นๆ ในปากและลำคอ อาจมีอาการคอแห้งได้บ้าง สามารถจิบน้ำระหว่างทำการรักษาได้ โดยใช้เวลาในการทำประมาณ 45 นาทีต่อครั้ง ผู้ที่เข้ารับการรักษาต้องทำต่อเนื่อง 3 ครั้ง ห่างกัน 2 และ 4 สัปดาห์ตามลำดับ กรณีทำมากกว่า 3 ครั้ง ให้ขึ้นอยู่กับดุลพินิจแพทย์

ทั้งนี้ จุดเด่นของ Snore Lase ที่แตกต่างจากการรักษาทั่วไป คือใช้สำหรับรักษาผู้ที่มีปัญหานอนกรน ที่เกิดจากทางเดินหายใจส่วนต้นหย่อน เช่น บริเวณลิ้นไก่ หรือเพดานอ่อน ผู้ที่ใช้ CPAP ไม่ได้ ผู้ที่ใช้ที่ครอบฟันหรือที่ยึดลิ้นไม่ได้ และที่สำคัญ คือไม่ต้องผ่าตัด ไม่เจ็บ และไม่ต้องพักฟื้นเพียงหลีกเลี่ยงการดื่มหรือรับประทานอาหารร้อน หรือเย็นจัด และเลี่ยงอาหารรสเผ็ดหลังทำ 24 ชั่วโมง ซึ่งจะเห็นผลอาการกรน ลดลงถึง 80%

ข้อมูลเพิ่มเติมในการรักษาอาการนอนกรนด้วยเลเซอร์ “Snore Lase”(สนอร์ เลเซอร์) สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ 080-1539000,080-1549000 หรือเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ http://www.romrawin.com หรือ http://www.facebook.com/RomrawinClinic

ประกวด ‘วันสยาม ดิ เอ็กซ์ตร้าออร์ดิแนรี่ คลิป’ เฟ้นหาครีเอเตอร์ด้านมัลติมีเดีย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/360723

x

ประกวด ‘วันสยาม ดิ เอ็กซ์ตร้าออร์ดิแนรี่ คลิป’ เฟ้นหาครีเอเตอร์ด้านมัลติมีเดีย

วันพุธ ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

One Siam (วันสยาม) ผนึกกำลัง 3 ศูนย์การค้าระดับโลก สยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ และสยามดิสคัฟเวอรี่ ร่วมกับ บริษัท แคนนอน มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด และสถานีโทรทัศน์ PPTV HD ช่อง 36 จัดโครงการประกวดคลิปวีดีโอ “One Siam The Extraordinary Clip” (วันสยาม ดิ เอ็กซ์ตร้าออร์ดิแนรี่ คลิป) เปิดโอกาสให้นักเรียน นิสิต นักศึกษาและประชาชนทั่วไปที่สนใจด้านมัลติมีเดีย แอนิเมชั่น การตัดต่อ ได้พัฒนาความคิดสร้างสรรค์ ผ่านการรังสรรค์ผลงานเป็นคลิปวีดีโอบอกเล่าเรื่องราวสะท้อนประสบการณ์ภายใต้หัวข้อ Extraordinary Experience (เอ็กซ์ตร้าออร์ดิแนรี่เอ็กซ์พีเรียนซ์) นำเสนอประสบการณ์แปลกใหม่เหนือระดับที่ไม่ธรรมดา ชิงเงินรางวัลมูลค่ารวมกว่า200,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัลและประกาศนียบัตร

ผู้เข้าประกวดสามารถสมัครร่วมกิจกรรมเป็นทีม ทีมละ 2-5 คน อายุไม่เกิน 30 ปี ส่งพอร์ตผลงานวีดีโอ (ไม่จำเป็นต้องเป็นวีดีโอที่ถ่ายทำขึ้นใหม่) และสตอรี่บอร์ดขนาด A3 พร้อมอธิบายคอนเซ็ปต์ตามหัวข้อ Extraordinary Experience ประสบการณ์แปลกใหม่เหนือระดับที่ไม่ธรรมดา สำหรับถ่ายทำเป็นคลิปวีดีโอความยาว 3-5 นาทีรวมไตเติ้ลและเครดิตท้ายคลิปโดยทีมที่เข้าประกวดต้องใช้กล้อง Canon เท่านั้น และภายในคลิปต้องสอดแทรกสิ่งต่างๆ ที่เกี่ยวกับ Canon เช่นหน้าร้าน โปสเตอร์ ผลิตภัณฑ์ เป็นต้น อย่างน้อย 2-3 ซีน (การคัดเลือกผลงานรอบแรกคัดจากพอร์ตผลงานวีดีโอและสตอรี่บอร์ด)

ผู้เข้ารอบ 20 ทีม จะต้องนำเสนอผลงานต่อหน้าคณะกรรมการเพื่อคัดเหลือ 10 ทีมสุดท้ายสู่การทำเวิร์กช็อปและทำผลงานจริงรอบไฟนอลกับทางบริษัท ซึ่งแต่ละทีมจะได้รับเงินสนับสนุน
ทีมละ 10,000 บาท เพื่อพัฒนาคลิปที่ส่งเข้าประกวดโดยประกาศผลรางวัลชนะเลิศในวันที่ 13 พ.ย. 2561ผู้ชนะจะได้รับเงินสดมูลค่า 80,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัลประกาศนียบัตร และผลงานจะได้รับการเผยแพร่ผ่านสื่อภายในวันสยามและจอขนาดใหญ่ใจกลางกรุงเทพฯ รองอันดับ 1 และรองอันดับ 2 จะได้รับเงินรางวัล 50,000 บาท และ 30,000 บาทตามลำดับ รวมถึงรางวัลพิเศษอื่นๆ อีกมากมายรวมมูลค่ากว่าสองแสนบาท

ผู้สนใจสามารถส่งผลงานเข้าประกวดได้ระหว่างนี้ถึงวันที่ 17 ก.ย. 2561 อัพโหลดไฟล์วีดีโอและส่งลิงก์มาที่ https://www.onesiam.com/campaign/onesiamtheextraordinaryclip/Register หรือส่งผลงานด้วยตนเองที่ศูนย์การค้าสยามพารากอน ฝ่ายการตลาดชั้น 4A สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร.02-6108496-97

‘Together we can give better ให้ด้วยกัน ยิ่งให้ได้ไกล’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/360717

‘Together we can give better ให้ด้วยกัน ยิ่งให้ได้ไกล’

‘Together we can give better ให้ด้วยกัน ยิ่งให้ได้ไกล’

วันพุธ ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เราคงเคยได้รับข่าวส่งต่อ เรื่องความต้องการการช่วยเหลือ แล้วเคยพบไหมว่า ความช่วยเหลือของเราและคนอื่นๆ ที่มีใจกุศลเช่นเดียวกันนั้น หลั่งไหลไปรวมอยู่ที่คนคนนั้นในขณะที่ยังมีผู้คนที่ลำบากไม่แพ้กันแต่กลับไม่ได้รับการดูแล เพียงเพราะเขาเหล่านั้นไม่ปรากฏในสื่อ ไม่มีใครได้รับรู้ถึงความยากลำบากของพวกเขา

เราคงเคยได้พบเห็นคนที่เดือดร้อน แต่เราช่วยได้เพียงส่วนหนึ่งแต่ไม่รู้จะบอกต่ออย่างไร ให้เขาได้รับความช่วยเหลือตามที่จำเป็นและเราคงเคยให้การช่วยเหลือที่ต่อเนื่อง อย่างการอุปการะเด็กกำพร้า หากวันหนึ่ง เราขาดกำลังที่จะส่งเขาคนนั้นต่อ จะหาคนที่รับไม้ต่อจากเราได้ที่ไหน THE GIVERS NETWORKคือคำตอบ

พบกับการเปิดตัวและร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ THE GIVERS NETWORK ในงานประชุมระดับนานาชาติ “The Givers Network 2018, Bangkok” ที่จะให้คนเต็มล้นด้วยพลังใจของผู้ให้ ผ่านเรื่องราวการให้อันแตกต่างหลากหลาย ของตัวแทนผู้ให้ 5 ท่าน ที่จะเปิดมิติใหม่ของการให้ไปด้วยกัน เริ่มจาก Dr Hannes Schmid ให้…แบบไร้ขีดจำกัดของเชื้อชาติและพรมแดน จากช่างภาพชาวสวิส สู่ผู้ส่งมอบชีวิตใหม่แก่เด็กๆ ในกัมพูชา, Stanley Tan ให้…ในขณะที่ยังขาดนักธุรกิจชาวสิงคโปร์ผู้ทุ่มเทเวลากว่าครึ่งของชีวิตช่วยเหลือผู้ขาดโอกาส, ดร.กฤษณา ไกรสินธุ์ ให้…แม้หนทางจะเต็มไปด้วยขวากหนาม เภสัชกรหญิงไทยผู้คิดค้นและนำวัคซีนป้องกันโรคเอดส์ ช่วยผู้ป่วยในดินแดนห่างไกล เจ้าของฉายา เภสัชกรยิปซี และเจ้าของรางวัลรามอนแมกไซไซ และรางวัลอันทรงเกียรติมากมาย, สุวรรณฉัตร พรหมชาติ ให้…เพราะรู้ค่าของชีวิต แท็กซี่เจ้าของฉายาแท็กซี่พ่อพระ ผู้ก้าวข้ามตนเองสู่ผู้ให้บริการรับ-ส่งฟรี แก่ผู้พิการ อัมพฤกษ์ อัมพาต และ ชวลิตสาดสมัย ให้…โดยไม่หวังสิ่งตอบแทนครูเชาว์ หรือพ่อเชาว์ ของเด็กเร่ร่อน อดีตเด็กบ้านราชาวดี (ชาย) ผู้พิการแต่กำเนิด แต่ตั้งปณิธานว่า ต้องเรียนหนังสือ ให้จบปริญญาตรีเพื่อมาทำงานช่วยเหลือเด็ก ผู้สูงอายุ
ผู้ด้อยโอกาส

การประชุม The Givers Network 2018, Bangkok ให้ด้วยกันยิ่งให้ได้ไกล จัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 15 กันยายน 2561 เวลา 09.00-12.00 น. ห้องเวิลด์บอลรูม โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ ผู้สนใจสามารถเข้าร่วมประชุมและสมัครเป็นสมาชิก โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ที่ https://www.eventpop.me/e/3820 utm_source=qr%20code&utm_medium=qr&utm_campaign=giversnetwork2018-bangkok

คุณแหน : 29 สิงหาคม 2561

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/360728

คุณแหน : 29 สิงหาคม 2561

วันพุธ ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ll ขอแสดงความยินดีกับศัลยแพทย์ตกแต่งดีเด่น ประจำปี 2561 ศ.กิตติคุณ นพ.จรัญ มหาทุมะรัตน์ จะได้รับการประกาศเกียรติคุณให้เป็นที่รับทราบในที่ประชุมใหญ่ประจำปีของสมาคมฯ และได้รับเกียรติให้บรรยายในปาฐกถาเกียรติยศของศัลยแพทย์ตกแต่งดีเด่น คุณหมอจรัญ เป็นตอ.รุ่น 28 ผู้รังสรรค์ให้เพื่อนฝูงชาย-หญิงยังแลดูดีกว่าอายุ นับว่ามีบุญคุณกับเพื่อนๆ มากโข…

ll อันเนื่องมาจากที่สวนสัตว์ดุสิตเขาดินวนาจะย้ายไปรังสิต โดยจะปิดสิ้นเดือนกันยายนนี้ หลายคนจึงไปอำลาสวนสัตว์เขาดินกันเป็นแถว อาทิ อานิก-ดร.ปิยะสวัสดิ์ อัมระนันทน์,ดร.เนตรนฤมล ศิริมณฑล…

llอัจฉรา เสริบุตร ไปกับน้องชาย มหิทธิ์ เสริบุตร และเพื่อนๆ น้อง ถ่ายรูปฮิปโปอ้าปากกว้าง และบรรยายว่าเพิ่งเห็นว่าฮิปโปมีลิ้นสองแฉกคุณ“ตุ้ย”น้องชาย ต้องรีบแก้ไขพี่สาวด่วนว่า นั่นมันเขี้ยวฮิปโป ไม่ใช่ลิ้น…

ll ผศ.มยุรี อนันตมงคล ก็ไปเขาดินกับเพื่อนๆอาจารย์สว.จุฬาฯ เจอเด็กอนุบาลหลายโรงเรียน พวกคุณยายก็ดูเด็กๆ ว่าเด็กเล็กมากตัวจิ๋วๆ เด็กๆ ก็สนใจทำไมคุณยายเยอะจัง โบกมือทักทายกันใหญ่…คุณยายๆ กับเด็กๆก็พฤติกรรมคล้ายๆกัน…

ll รศ.ดร.วนิดา เหมะกุล ไปฉลองวันเกิดที่เขาดิน อีกาให้พรที่เสื้อ 2 แห่ง ซักเสื้อแทบไม่ทัน…ช่างโชคดีอะไรปานนั้น…

ll ยินดีด้วยกับ ดิสสกร กุนธร และบุญเลิศ เจริญทอง ผู้ล่วงลับไปก่อนเพื่อนๆ ที่“องค์กรท้องถิ่น”จับมือ“สสส.” ขับเคลื่อน“สนามเด็กเล่นสร้างปัญญา”ใช้สวนป่าเล่นในธรรมชาติเป็นตัวสร้างคลื่นสมอง มุ่งหวังให้เด็กเล็กพัฒนาด้านร่างกายและสมอง…

ll หลายคนกลัวเชื้อโรค แทบจะขึ้นสมอง แต่ ศ.เกียรติคุณ พญ.สยมพร ศิรินาวิน ชี้แจงว่า Microbesหรือ Bacteria ในสิ่งแวดล้อม ไม่ใช่เชื้อโรค The world without microbes. จะเป็นโลกที่มีแต่ขยะ กลิ่นเหม็นคนกินอาหารไม่ได้ เพราะไม่มีตัวช่วยย่อย ฯลฯ เราอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีจุลชีพในสิ่งแวดล้อม แต่คนไปเรียกเขาว่าเชื้อโรคซะหมด สิ่งที่ควรทำ คือ รักษาความสะอาด (clean) ล้างมือก่อนหยิบอะไรเข้าปากเท่านั้นแหละ…

llวิชนี รัตนพันธุ์ ล่องเชียงรายไปเยี่ยมถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอนถ้าต้องแวะปั๊มน้ำมันเติมน้ำมัน หรือเข้าห้องน้ำ ก็ต้องเลือกปั๊มปตท. เพื่อเข้าร้านคาเฟ่อเมซอน เรียกว่าเป็นลูกค้าที่ซื่อสัตย์ รักเดียวใจเดียว และยังมีคอมเม้นต์ด้วยว่าร้านต้องปรับปรุงตรงไหน อย่างไร ขอให้ ดร.ปรัชญา ภิญญาวัธน์ ช่วยแต่งตั้งให้เป็นผู้ตรวจการอเมซอนทั่วประเทศไทยเสียให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย…

ll คนึงนิจ ภิรมย์ ถูกแฮกเฟซบุ๊ค มาไกลจากเนเธอร์แลนด์ ฝรั่งเจ้ากรรมไม่ดูตาม้าตาเรือ ใส่รูปโปรไฟล์ใหม่เป็นรูปสาวทรงเซ็กซี่ เล่นเอาเพื่อนฝูงไม่เชื่อว่าเป็นเธอ เจ้าตัวหัวเราะร่า ว่าได้หุ่นอย่างนั้นก็ดีน่ะซิคะ…ll

หนูภาฯ

‘90’s NONSTOP CONCERT’ ไอดอลสายแดนซ์ยุค 90 โชว์สเต็ป พลิ้วไม่จำกัดค่าย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/360730

‘90’s NONSTOP CONCERT’ ไอดอลสายแดนซ์ยุค 90 โชว์สเต็ป พลิ้วไม่จำกัดค่าย

‘90’s NONSTOP CONCERT’ ไอดอลสายแดนซ์ยุค 90 โชว์สเต็ป พลิ้วไม่จำกัดค่าย

วันพุธ ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ครบเครื่องงานมันส์ย้อนวัย!! เมื่อศิลปินไอดอลสายแดนซ์ ยุค 90 ไม่ว่าจะเป็น มอส- ปฏิภาณ, ทาทา ยัง, เต๋า-สมชาย, โจอี้ บอย, ไทรอัม คิงส์ดอม (โบ-จอยซ์), นิโคล เทริโอ, เจมส์-เรืองศักดิ์, ลิฟท์-ออย, ที-สเกิร์ต (มาร์ จอย กิ๊ฟ) และ MR.Z ซุป’ตาร์ของแต่ละค่ายดังแห่งยุค รวมตัวบนเวทีเดียวกัน ในคอนเสิร์ต “ICHITAN และ LACTASOY Present “90’s NONSTOP CONCERT” คอนเสิร์ตระเบิดกำแพงค่ายเพลงยุค 90 ครั้งแรกในเมืองไทยที่จัดขึ้นโดยบริษัท NEXT COMPANY ซึ่งปลุกสถานที่ชาลเลนเจอร์ ฮอลล์ 3 ให้ลุกเป็นไฟเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา!!

เปิดม่านการแสดงโดย นิโคล, มอส, เต๋า, ที-สเกิร์ต, เจมส์, ทาทา และ ลิฟท์-ออย ที่ออกมาปลุกแฟนๆ ให้ทิ้งเก้าอี้ลุกแดนซ์กันตั้งแต่เพลงแรก “ออกมาเต้น” ก่อนจะต่อด้วยสาวกะโปโล นิโคล ที่โซโล่เดี่ยวในเพลง “กะโปโล + ไม่ใช่ไม่ใช่” จากนั้น มอสวาดลวดลาย “ฮัลโหล + ด้วยรักและปลาทู”จนคนดูแดนซ์ไม่หยุด ก่อนที่เพื่อนซี้อย่าง เต๋า มาในคราบสุดโจ๊ะกับเพลง “เสียมั๊ย + อ่อนซ้อม” และ  มอส + เต๋า เขย่าอารมณ์ให้คนดูแดนซ์ต่อใน  “So De A Com + เมียคอยมาคุม” อย่างสนุกสนาน

ส่งต่อให้เก้งกวางกรี๊ดลั่นด้วย “ไม่เท่าไหร่+แม่มด” จากสามสาว ที-สเกิร์ต ก่อนควงรุ่นพี่ มอส+เจมส์ มาแจมพร้อมหน้ากันใน “คู่กัด” และทิ้ง เจมส์ โชว์สเต็ปแดนซ์ขั้นเทพต่อใน “ฝากเลี้ยง + You can’t touch this” จนถึงคิวสาวน้อยมหัศจรรย์ ทาทาออกมาเขย่าเวทีด้วย “ซักกะนิด + โอ๊ะโอ๊ย” ให้แฟนเต้นตามสุดพลัง ตามด้วย ลิฟท์-ออย มาในเพลง “เธอที่รัก + ถอยดีกว่า” แถมเชิญแขกเซอร์ไพรส์ นิว – จิ๋ว ออกมาแดนซ์ด้วยกันใน “Sh-la-la-la” เล่นเอาแฟนแดนซ์ตามไม่หยุด จากนั้น  นิว – จิ๋ว จัดหนักแปลงร่างงัดเอาเพลงตระกูลสัตว์มาปล่อยของ “หัวงู + เสือ + แมงมุม” เท่านั้นไม่พอยังชวนเพื่อนสาว อ๊อฟ + พีท มาเรียกเสียงกรี๊ดประชันลีลาแดนซ์ด้วย “ผีเสื้อราตรี” สะกดสายตาคนดู ส่วนด้าน อ๊อฟ + พีท ไม่ขอน้อยหน้างัดเอา “สาวบางโพ + สาวเทคนิค +หมากัด” มาโชว์รวดให้แฟนแดนซ์จนหายใจกันไม่ทัน ก่อนจะปล่อยเวทีให้ MR.Z และสองสาว ไทรอัม คิงส์ดอม ชวนแฟนสะบัดผ้าเช็ดหน้า3 เพลงรวด “อย่าเข้าใจฉันผิด + อ้วน + ผ้าเช็ดหน้า” ตามด้วยคิวสาวกแร็พฮิพฮอพกรี๊ดลั่นเมื่อ โจอี้บอยโดดมาซัดเพลงมันส์นันสต๊อป “กากี่นั้ง + ลอยทะเล + สาละวัน” แต่ที่กรี๊ดกันดังมาก ก็เมื่อ ป๋อมแป๋ม มาแดนซ์ในเพลง “Barbie Girl” พร้อมชวนเพื่อนสาว นิว- จิ๋ว + อ๊อฟ + พีท มาปลดปล่อยอารมณ์แดนซ์กันใน “Wanna Be” ต่อเนื่องด้วย ทาทา ปล่อยพลังเสียงใน “Let’s get loud” ก่อนจัดชุดใหญ่ไฟกะพริบด้วยJust let me cry (ที-สเกิร์ต) + Dragostea din tei (เจมส์) + Ketchep Song (ที-สเกิร์ต + นิว-จิ๋ว + อ๊อฟ + พีท + ป๋อมแป๋ม) + BoomBoomBoomBoom ทำเอาฮอลล์สะเทือน

ท้ายสุดปิดฉากด้วยอีกหนึ่งเซอร์ไพรส์ เมื่อหนุ่มฮอต บอส-วศิน หรือ ฟิล์ม-ธนภัทร ออกมาร้องเพลง“หยุด” และเหล่าศิลปินร่วมกันจัดเต็มหมดแม็กด้วย “มืดตึ๊ดตื๋อ + มนุษย์ค้างคาว + หมวยนี่คะ + เพียงกระซิบ และ เช้าไม่กลัว”  ปิดท้ายความมันส์ในคืนนั้น ทำเอาแฟนๆ กว่าหมื่นคนหมดแรง สมราคา เต้นไม่หยุดสุดทุกค่าย!!

‘คาซ่า ลาแปง’เอาใจคอกาแฟ เปิดตัวสาขาใหม่ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/360718

‘คาซ่า ลาแปง’เอาใจคอกาแฟ เปิดตัวสาขาใหม่ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

‘คาซ่า ลาแปง’เอาใจคอกาแฟ เปิดตัวสาขาใหม่ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

วันพุธ ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ประณัย พรประภา, อัชฌา เจริญรัศมีเกียรติ, สุรพันธ์ ทันตา, เอกชัย สุขุมวิทยา, เติมพงศ์ อยู่วิทยา, ชมพูนุท โรจน์ศิริรัตน์ และ ศุภชัย กาญจนศักดิ์ชัย

เหล่าเซเลบริตี้คอกาแฟรวมตัวกันมาแสดงความยินดีกับ “คาซ่าลาแปง” (Casa Lapin) คาเฟ่ครบวงจรยอดนิยมของเหล่าคนเมืองที่ประสบความสำเร็จ ก้าวเข้าสู่ปีที่ 6 อย่างงดงามที่โดดเด่นด้วยความพิถีพิถันในการรังสรรค์เมนูเครื่องดื่มและอาหารให้รสชาติดีอย่างมีคุณภาพ ภายใต้การบริหารงานของนักธุรกิจหนุ่มคลื่นลูกใหม่ เอกชัย สุขุมวิทยาร่วมด้วย สุรพันธ์ ทันตา และ เติมพงศ์อยู่วิทยา พร้อมเปิดตัวสาขาใหม่ใจกลางกรุงที่ยังคงคอนเซ็ปต์การตกแต่งอันเป็นเอกลักษณ์และพิเศษด้วยเครื่องดื่มเมนูล่าสุดที่คิดค้นขึ้นมาสำหรับสาขานี้โดยเฉพาะ ที่ สาขาศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 3 ซึ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้ววันนี้

ภูมิ สารสิน, อลีนา เปี่ยมกุลวนิช

“คาซ่า ลาแปง” (Casa Lapin)คาเฟ่ที่มีความหมายว่าบ้านกระต่ายอันอบอวลไปด้วยกลิ่นของกาแฟแสนหอมกรุ่น ที่เกิดจากความพิถีพิถันในการคัดสรรคุณภาพของเมล็ดกาแฟ รวมไปถึงกรรมวิธีการคั่วและการชงเครื่องดื่มที่มีความโดดเด่นและแตกต่าง โดยทีมบาริสต้าผู้เชี่ยวชาญ จึงทำให้คาเฟ่แห่งนี้ประสบความสำเร็จอย่างงดงามสามารถต่อยอดสาขาทั้งหมด 6 สาขา ภายในระยะเวลา 6 ปี และสำหรับสาขาล่าสุดซึ่งนับเป็นสาขาที่ 7 ซึ่งตั้งอยู่ในศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์แห่งนี้ โดยทางร้านได้สร้างสรรค์ คาเฟ่แห่งใหม่ภายใต้คอนเซ็ปต์ที่เรียกว่า “รันเวย์ โฮม” (Runway Home) หรือทางเดินเข้าบ้านกระต่าย ที่ยังคงการตกแต่งคาเฟ่ในสไตล์มาสคิวลีนที่ดูเรียบโก้ไว้ และผสานกลิ่นอายเมโทรตามแบบฉบับของบ้านกระต่ายหลังเดิม แต่จะเพิ่มเติมการตกแต่งให้ดูมีความหรูหรามากขึ้น และความครบถ้วนในทุกฟังก์ชั่นของการบริการ ตอบรับกับไลฟ์สไตล์ของคนเมือง ไม่ว่าจะเป็นโซนบาร์กาแฟที่สามารถนั่งดื่มที่ร้านได้อย่างสะดวกสบาย รวมถึงอาหารคาวและขนมหวานที่มีให้เลือกสรรในหลากหลายเมนู ไปจนถึงโซนจำหน่ายของที่ระลึกจากทางแบรนด์ เรียกได้ว่าตอบโจทย์รูปแบบการใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ได้เป็นอย่างดี

เอกชัย สุขุมวิทยา กล่าวถึงจุดเด่นของ “คาซ่า ลาแปง” (Casa Lapin) สาขานี้ว่า “ด้วยความที่เซ็นทรัลเวิลด์เป็นสาขาใจกลางเมือง เราจึงอยากพัฒนาร้านให้มีฟังก์ชั่นการบริการที่ครบถ้วนมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการตกแต่งและการจัดสรรพื้นที่ให้กว้างขวาง นั่งสบายขึ้น และเรายังไม่หยุดที่จะคิดค้นเมนูอาหารและเครื่องดื่มสูตรใหม่อยู่เสมอให้ถูกปากลูกค้าทุกกลุ่มรวมไปถึงเมนูขึ้นชื่อของทางร้านนั่นก็คือกาแฟ ที่คัดสรรอย่างพิถีพิถันโดยเน้นเมล็ดกาแฟภายในประเทศไทยอย่าง สุพรีม เฮาส์ เบลนด์ ของเราก็เป็นเมล็ดกาแฟไทย เพราะทางร้านต้องการสนับสนุนเกษตรกรไทยที่ปลูกเมล็ดกาแฟที่มีคุณภาพดีมาให้คอกาแฟได้ลิ้มรสกัน เรียกได้ว่าสาขานี้เปรียบเสมือนแฟลกชิพสโตร์ที่ครบถ้วนในทุกฟังก์ชั่นเลยก็ว่าได้ ซึ่งเราคิดว่าน่าจะเป็นแหล่งชิลล์เอาท์อีกหนึ่งทางเลือกที่ไม่ทำให้คนเมืองต้องผิดหวัง”

รวมไปถึงเทคนิคการชงกาแฟที่มีความหลากหลายไม่ว่าจะเป็นการดริปแบบ สโลว์ บาร์ (Slow Bar) หรือการชงแบบ เอโร่เพรส (Aeropress) และอีกหนึ่งความพิเศษที่ทางร้านตั้งใจเลือกสรรสิ่งที่ดีที่สุดให้เหล่าคอฟฟี่เลิฟเวอร์ นั่นก็คือการเลือกใช้เครื่องทำกาแฟแบบ สตีมพังก์(Steampunk) นวัตกรรมใหม่ล่าสุดที่ปรุงกาแฟผ่านระบบดิจิทัล โดยสามารถกลั่นช็อตกาแฟออกมาแล้วได้รสชาติดีที่สุดทั้งยังให้กลิ่นอันหอมกรุ่นชวนลิ้มลอง โดยผู้ดื่มสามารถเลือกเมล็ดกาแฟแบบซิงเกิ้ล ออริจิ้น (Single Origin) ที่คัดสรรมาจากแหล่งที่ดีที่สุดของเมืองไทย อาทิ เมล็ดจากบ้านแม่จันใต้ จังหวัดเชียงราย และบ้านแม่ตอนหลวงจากเชียงใหม่ พร้อมเพิ่มความหลากหลายให้การดื่มด่ำในรสชาติกาแฟด้วยเมล็ดกาแฟจากต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นจาก เอธิโอเปีย เคนยา คอสตาริกา หรือโคลอมเบีย โดยจะผลัดเปลี่ยนประเภทของเมล็ดกาแฟไปตามฤดูกาล เพื่อให้คนรักกาแฟได้ลิ้มลองความหลากหลายของรสชาติกาแฟอันหอมหวานและกลมกล่อม

และสำหรับเครื่องดื่มเมนูใหม่ที่ทางร้านตั้งใจรังสรรค์ขึ้นมาเพื่อผู้ที่ชื่นชอบในรสชาติของผลไม้มีทั้งหมด 2 เมนูด้วยกัน เริ่มจาก ออเร้นจ์ การ์นิช(Orange Garnish) เครื่องดื่มสูตรพิเศษที่ใช้กาแฟ สุพรีม เฮาส์ เบลนด์ (Supreme House Blend) ที่นำมาสกัดเย็นด้วยแก๊สไนโตรเจน และผสมให้เข้ากันกับส้มแมนดารินเชื่อม เพื่อเพิ่มรสชาติหวานละมุนและกลิ่นหอมของส้ม และเมนูไนโตร พีช ที (Nitro Peach Tea)ชาพีชที่สกัดด้วยแก๊สไนโตร ซึ่งทำให้เกิดความนุ่มในเวลาดื่ม อีกทั้งยังให้รสหวานและมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ของจากใบชา ให้ความรู้สึกสดชื่นอย่างกระปรี้กระเปร่า

รวมถึงเมนูซิกเนเจอร์ พลาดไม่ได้ของทางร้านที่ไม่ว่าใครมาเยือนต่างก็ต้องยกให้เป็นเมนูเด่น ไม่ว่าจะเป็น เฟรนช์โทสต์ เบรกฟาสต์ (French Toast Breakfast), แซลมอน ครีม ชีส (SalmonCream Cheese), พอร์ค สไปซี่ มิโซะ (Pork Spicy Miso) ข้าวหน้าหมูมิโซะ ฯลฯรวมไปถึงเมนูอาหารหวาน สูตรเฉพาะของทาง “คาซ่า ลาแปง”

ร่วมขับเคลื่อนโครงการ‘Partnership School’ เตรียมความพร้อมเยาวชนสู่อนาคต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/360722

ร่วมขับเคลื่อนโครงการ‘Partnership School’  เตรียมความพร้อมเยาวชนสู่อนาคต

ร่วมขับเคลื่อนโครงการ‘Partnership School’ เตรียมความพร้อมเยาวชนสู่อนาคต

วันพุธ ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ศ.คลินิก นพ.อุดม คชินทร รมช.ศึกษาธิการ เยี่ยมโรงเรียนอนุบาลดงมหาวัน จ.เชียงราย

รมช.ศึกษาธิการลงพื้นที่มอบนโยบายและติดตามผลดำเนินงาน“โรงเรียนร่วมพัฒนา” หรือ “Partnership School” ซึ่งเป็นความร่วมมือของภาครัฐและเอกชนในการสนับสนุนการศึกษาไทย  โดยมีซีพี ออลล์ ผู้ก่อตั้งร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ในประเทศไทยหนึ่งใน 12 องค์กรภาคเอกชน ร่วมขับเคลื่อนโครงการ เพื่อสร้างการมีส่วนร่วม ของภาคส่วนต่างๆ ในการบริหารจัดการ พัฒนา และสนับสนุนการศึกษาไทย โดยระยะแรกได้คัดเลือกโรงเรียนนำร่อง 50 แห่ง ใน 30 จังหวัด ก่อนขยายผลไปสู่โรงเรียนต้นแบบอีก 30,000 แห่งทั่วประเทศ

เมื่อเร็วๆ นี้ ศ.คลินิก นพ.อุดม คชินทร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เดินทางลงพื้นที่มอบนโยบายและติดตามผลการดำเนินงาน “โรงเรียนร่วมพัฒนา” หรือ “Partnership School” โรงเรียนวัดนาคู (จันทศึกษาคาร)จ.พระนครศรีอยุธยา และโรงเรียนอนุบาลดงมหาวัน จ.เชียงรายซึ่งซีพี ออลล์ให้การสนับสนุน โดยย้ำกับหน่วยงานการศึกษาต่างๆ ในพื้นที่ว่าโรงเรียนทั้ง 2 แห่ง ได้ผ่านการคัดเลือกเป็น 1 ใน 50 โรงเรียนร่วมพัฒนาระยะแรกของกระทรวงศึกษาธิการให้เป็นสถานศึกษาต้นแบบเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาไทย ที่จะมีการบริหารจัดการและกระบวนการเรียนรู้รูปแบบใหม่สร้างอนาคตเยาวชนให้มีทักษะการเรียนรู้ด้านวิชาการ และวิชาชีพควบคู่กันไป

ศ.คลินิก นพ.อุดม คชินทร รมช.ศึกษาธิการ เยี่ยมโรงเรียนอนุบาลดงมหาวัน จ.เชียงราย

“โครงการโรงเรียนร่วมพัฒนา เป็นหนึ่งในนโยบายปฏิรูปการศึกษาสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติในระยะ 20 ปีของรัฐบาล โดยมีหลักการสำคัญคือ การเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนเข้ามาร่วมพัฒนาการศึกษา ซึ่งเชื่อว่าพลังจากภายนอกจะมีส่วนสำคัญที่ช่วยผลักดันการบริหารงานในแนวทางใหม่ๆที่จะส่งผลต่อการยกระดับคุณภาพการศึกษาและผลสัมฤทธิ์ที่ดี สร้างเด็กไทยตอบโจทย์ยุค 4.0 พร้อมพัฒนาสถานศึกษาให้เป็นแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิตในชุมชน” รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาฯกล่าว

ด้าน ธานินทร์ บูรณมานิตกรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ซีพี ออลล์ ผู้ก่อตั้งร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ในประเทศไทย กล่าวว่าซีพี ออลล์ มีนโยบายส่งเสริมการศึกษา พัฒนาเยาวชน ซึ่งเป็นภารกิจหลักเพื่อตอบแทนสังคมที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องด้วยการก่อตั้งสถาบันการศึกษาเพื่อสังคม 2 แห่ง คือ สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ (PIM) และวิทยาลัยเทคโนโลยีปัญญาภิวัฒน์ (PAT)  พร้อมศูนย์การเรียนปัญญาภิวัฒน์ 20 ศูนย์ทั่วประเทศ โดยใช้ระบบการเรียนการสอนภาคทฤษฎีควบคู่กับการฝึกปฏิบัติงานจริง (Work-based Education) เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนไทยมีความพร้อมในการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ภายใต้แนวคิด “สร้างเยาวชนสู่มืออาชีพเพื่อเตรียมความพร้อมผู้เรียนสำหรับอนาคตให้มีทักษะการใช้ชีวิตอย่างรอบด้านและเป็นคนดี-คนเก่งของสังคม”

ธานินทร์ บูรณมานิต

โดยการขับเคลื่อนโครงการระยะแรกซีพี ออลล์ ได้เข้าไปร่วมวางแผนผ่านการจัดประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการร่วมกับคณะกรรมการสถานศึกษาฯ ครู ผู้ปกครอง เกิดเป็นแผนงานและเป้าหมายที่แตกต่างกันไปตามบริบทของโรงเรียน แต่มีรูปแบบการขับเคลื่อนในทิศทางเดียวกันคือนำ “Business Model Canvas” ซึ่งเป็นเครื่องมือออกแบบโมเดลธุรกิจ มาปรับใช้กับการบริหารงานการศึกษา พร้อมเน้นย้ำการพัฒนา 5 ด้าน ได้แก่ 1.ด้านการพัฒนาการเรียนการสอน 2.ด้านการพัฒนาครูและบุคลากร 3.ด้านการพัฒนากิจกรรมเสริมทักษะอาชีพ 4.ด้านการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน และ 5.ด้านอาคารสถานที่ ภายใต้กรอบการเสริมสร้างคุณลักษณะผู้เรียนอันพึงประสงค์ในศตวรรษที่ 21

สำหรับหนึ่งในโรงเรียนร่วมพัฒนาโรงเรียนวัดนาคู (จันทศึกษาคาร) จ.พระนครศรีอยุธยา กำหนดเป้าหมายการดำเนินงานจากโรงเรียนขนาดเล็กสู่โรงเรียนคุณภาพขนาดกลาง สร้างการเรียนรู้ให้ตอบโจทย์ผู้เรียนร่วมกับชุมชนที่มีอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลักและเชื่อมโยงเข้าสู่การเรียนเชิงวิชาการให้เกิดประโยชน์อย่างยั่งยืน

โรงเรียนวัดนาคู (จันทศึกษาคาร) จ.พระนครศรีอยุธยา

ส่วน โรงเรียนอนุบาลดงมหาวัน จ.เชียงราย เน้นย้ำการดำเนินงานเพื่อเปลี่ยนโรงเรียนจากขนาดกลางไปสู่โรงเรียนคุณภาพขนาดใหญ่ผ่าน “โครงการยุวเกษตรกรรม” พร้อมเชื่อมโยงไปสู่การบูรณาการการเรียนรู้แบบข้ามกลุ่มสาระ ด้วยการจัดการเรียนการสอนแบบผู้เรียนมีส่วนร่วม (Active Learning) เช่น สร้างการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน และชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ เป็นต้น

เจอร์ลีคเปิดตัวผลิตภัณฑ์จัดการริ้วรอยแห่งวัย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/360714

เจอร์ลีคเปิดตัวผลิตภัณฑ์จัดการริ้วรอยแห่งวัย

เจอร์ลีคเปิดตัวผลิตภัณฑ์จัดการริ้วรอยแห่งวัย

วันพุธ ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ผลิตภัณฑ์ NEW Herbal Recovery Signature

เจอร์ลีค (Jurlique) ได้จัดงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ NEW Herbal Recovery Signature ที่ร้าน Gismoโดยผลิตภัณฑ์ NEW HerbalRecovery Signature นั้นเป็นผลิตภัณฑ์สูตรปรับปรุงใหม่ของกลุ่มผลิตภัณฑ์ Herbal Recovery ที่ถือเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์พื้นฐานที่สำคัญในการช่วยป้องกันและจัดการกับริ้วรอยแรกเริ่มแห่งวัย และเป็น best seller ของเจอร์ลีคมาโดยตลอดมีวางจำหน่ายที่ร้าน Jurlique ทุกสาขาในวันที่ 7 กันยายน 2561 เป็นต้นไป

ภายในงานมี ชมพูนุท โรจน์ศิริรัตน์ มารับหน้าที่พิธีกร ร่วมพูดคุยกับ พิชิตชัยนิธิรัตน์ ผู้จัดการทั่วไปของบริษัทแปซิฟิกา ไลฟ์สไตล์ เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ และ โศภนา เลวิจันทร์ กรรมการบริหาร กลุ่มบริษัท แปซิฟิกา ผู้นำเข้าและจัดจำหน่าย Jurlique ต้อนรับบรรดาบิวตี้ บล็อกเกอร์ที่มาร่วมงานอย่างอบอุ่น อาทิ ปิลันธน์ ศรีวีระกุล, ศักรัช เปี่ยมวรนันท์, รพี ชูสุวรรณ, โสรยา วงศ์สัตยนนท์ และ วัลลภา จรุงพรสวัสดิ์

โศภนา เลวิจันทร์

ผลิตภัณฑ์ NEW Herbal Recovery Signature ประกอบไปด้วย เซรั่ม, มิสท์, มอยส์เจอร์ไรซิ่งโลชั่น และอายครีมที่ผสมผสานสารสกัดออร์แกนิคจากพืชพรรณธรรมชาติประสิทธิภาพสูง เช่น
สารสกัดจากดอกแพนซีสามสี (Viola tricolor) ที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระในปริมาณสูง (ที่ช่วยลดเลือนริ้วรอยแห่งวัยและความหมองคล้ำ) โดยเราเพิ่มปริมาณสารสกัดเข้าไปมากกว่าสามเท่าจากสูตรเดิม สารสกัดจากดอกยาร์โรว์(Yarrow) สารสกัดจากช่อสนญี่ปุ่น (Japanese Cedar Bud) สารสกัดจากต้นเปอร์เซียนซิลค์ (Persian Silk Tree) และสารสกัดจากดอกโคลเวอร์สีแดง (Red Clover Flower)ที่ถูกปลูกในฟาร์มออร์แกนิคของเจอร์ลีคที่เนินเขาแอดิเลดบริเวณตอนใต้ของประเทศออสเตรเลีย ที่ได้รับการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ว่าสามารถเพิ่มบทบาทในการให้ความชุ่มชื้นของกรดไฮยาลูโรนิกได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ชมพูนุท โรจน์ศิริรัตน์ และ พิชิตชัย นิธิรัตน์

ชมพูนุท โรจน์ศิริรัตน์ และ พิชิตชัย นิธิรัตน์

การบินไทย จัดสัมมนา Thai Airway International Caterer Mid-year Confernce 2018

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/360686

การบินไทย จัดสัมมนา Thai Airway International Caterer Mid-year Confernce 2018

การบินไทย จัดสัมมนา Thai Airway International Caterer Mid-year Confernce 2018

วันพุธ ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เฉลิมพล แก้วชินพร ผอ.ใหญ่ฝ่ายการบริการบนเครื่องบิน

เฉลิมพล แก้วชินพร ผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายการบริการบนเครื่องบินของบริษัทการบินไทยจำกัด (มหาชน) จัดงานสัมมนาและจัดกิจกรรมจัดอันดับประจำปี “Thai Airway InternationalCaterer Mid-year Confernce 2018 (TICC 2018)ระหว่างผู้แทนครัวการบินที่นำขึ้นอาหารและบริหาร (Caterer) จากต่างประเทศกับหน่วยงานภายใต้ฝ่ายบริการบนเครื่องบิน (In-Services Department : DQ) และหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยมี อุษณีย์ แสงสิงแก้ว รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เป็นประธานในงานนี้ ณ สำนักงานใหญ่ บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) โดยในงานมีผู้แทนครัวการบินจากสถานีต่างประเทศของการบินไทยฯ กว่า 20 สถานี จากทั่วทุกมุมโลกมาร่วมสัมมนา ซึ่งผู้แทนครัวการบินดังกล่าวล้วนเป็นคู่ค้าชั้นนำด้านการบริการอาหาร อาทิ Gate Gourmet, LSG, Servair, Do&Co

อุษณีย์ แสงสิงแก้ว รักษาการ กก.ผอ.ใหญ่ บมจ.การบินไทย

สัมมนาในครั้งนี้ถือเป็นโอกาสอันดีที่ผู้บริหารหรือผู้แทนครัวการบินจากต่างประเทศและผู้บริหารรวมทั้งพนักงานที่เกี่ยวข้องของบริษัทฯ ได้มาพบปะแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เป็นการสร้างความสัมพันธ์และความเข้าใจอันดีต่อกันระหว่างคู่ค้าต่างประเทศกับหน่วยงาน ภายใต้ฝ่ายบริการบนเครื่องบิน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งส่งมอบนโยบายเพื่อปรับปรุงคุณภาพบริการอาหารให้ดียิ่งๆ ขึ้น และร่วมกันหาทางสร้างความพึงพอใจสูงสุด เพื่อให้ผู้โดยสารได้สัมผัสประสบการณ์ที่พิเศษสุดในด้านการบริการอาหารบนเครื่องบิน

สุเทพ ตันติวิทยากร ผอ. ฝ่ายวางแผนควบคุมเครื่องอุปโภคบริโภคบนเครื่องบิน(QY)

การบินไทยฯ เล็งเห็นความสำคัญในเรื่องการพัฒนาและปรับปรุงคุณภาพของอาหารให้เป็นไปตามความต้องการของผู้โดยสารอย่างต่อเนื่อง จนการบินไทยฯ ได้รับรางวัล Best In-Flight Meals หรือ สายการบินที่ให้บริการอาหารบนเครื่องบินยอดเยี่ยมประจำปี 2017 จาก IFSA Compass Awards ในงานประกาศรางวัล IFSA conference & Expo ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา และในปีนี้ฝ่าย
วางแผนและควบคุมเครื่องอุปโภคบริโภคบนเครื่องบิน(QY) ได้จัดโครงการ “Chef on Board” โดยมี Mr.Francois Adamski เชฟระดับมิชลินสตาร์ชาวฝรั่งเศส มาเป็นผู้ออกแบบสร้างสรรค์อาหารในชั้น 1และชั้นธุรกิจ โดยบางเที่ยวบินเชฟได้ร่วมเดินทางไปในเที่ยวบินและแนะนำอาหารให้แก่ผู้โดยสารอีกด้วย ยิ่งไปกว่านั้นการบินไทย ยังได้เชิญ ผศ.ดร.ศรีสมร คงพันธุ์ ผู้มีประสบการณ์ภูมิความรู้ด้านอาหารไทยมารังสรรค์สำรับไทยเมนูใหม่ เพื่อให้อาหารบนเที่ยวบินของการบินไทยมีความหลากหลายยิ่งขึ้น เพราะอาหารถือว่าเป็น Maketing tools ที่สำคัญอีกรูปแบบหนึ่ง เพื่อสร้างจุดขายที่โดดเด่นและเพื่อให้ลูกค้าที่ได้เดินทางกับการบินไทยได้มีโอกาสสัมผัสประสบการณ์พิเศษ เพราะการบินไทยเป็นสายการบินระดับ Premium และในปีนี้การบินไทยยังสามารถคว้ารางวัลอันดับ 1 สายการบินที่ให้บริการอาหารสำหรับชั้นประหยัดยอดเยี่ยม(Best Economy Class Onboard Catering)จากสถาบันจัดอันดับสายการบินภาคเอกชน ระดับโลกSKYTRAX ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 อีกด้วย

อุษณีย์ แสงสิงแก้ว รักษาการ กก.ผอ.ใหญ่ บมจ.การบินไทย พร้อมด้วย เฉลิมพล แก้วชินพร ผอ.ใหญ่ฝ่ายการบริการ
บนเครื่องบิน, น.ต.พงษ์ธร เทพกาญจนา รอง กก.ผอ.ใหญ่ สายปฏิบัติการ (DO) และ ผู้แทนครัวการบินจากต่างประเทศ ร่วมงาน

อุษณีย์ แสงสิงแก้ว รักษาการ กก.ผอ.ใหญ่ บมจ.การบินไทย พร้อมด้วย เฉลิมพล แก้วชินพร ผอ.ใหญ่ฝ่ายการบริการ บนเครื่องบิน, น.ต.พงษ์ธร เทพกาญจนา รอง กก.ผอ.ใหญ่ สายปฏิบัติการ (DO) และ ผู้แทนครัวการบินจากต่างประเทศ ร่วมงาน
ชยพล ทองสุโชติ รอง ผอ.ฝ่ายวางแผนและควบคุมเครื่องอุปโภคบริโภคบนเครื่องบิน
(QY-B) พร้อมด้วย ณัฎฐา เพ็ญชาติ ผู้ชำนาญการ 
กองประสานงานการบริการพิเศษ (QQ-3), สรกฤช วรรณลักษณ์ ผจก.กอง ปชส.และสื่อสารองค์กร พนง.ต้อนรับบนเครื่องบิน (DQ-P) และน้องๆ พนักงานต้อนรับ

ชยพล ทองสุโชติ รอง ผอ.ฝ่ายวางแผนและควบคุมเครื่องอุปโภคบริโภคบนเครื่องบิน (QY-B) พร้อมด้วย ณัฎฐา เพ็ญชาติ ผู้ชำนาญการ กองประสานงานการบริการพิเศษ (QQ-3), สรกฤช วรรณลักษณ์ ผจก.กอง ปชส.และสื่อสารองค์กร พนง.ต้อนรับบนเครื่องบิน (DQ-P) และน้องๆ พนักงานต้อนรับ
เฉลิมพล แก้วชินพร มอบโล่คุณภาพดีเด่น แก่ Mr. Edwin
Lim Regional manager Dnata catering ที่ syd

เฉลิมพล แก้วชินพร มอบโล่คุณภาพดีเด่น แก่ Mr. Edwin Lim Regional manager Dnata catering ที่ syd
เฉลิมพล แก้วชินพร มอบโล่คุณภาพดีเด่น แก่ René Klusek Global Account Manager DO & CO

เฉลิมพล แก้วชินพร มอบโล่คุณภาพดีเด่น แก่ René Klusek Global Account Manager DO & CO

อุษณีย์ แสงสิงแก้ว มอบโล่คุณภาพดีเด่น แก่
Mr. Marcel Weissel-Nund Manager Catering 
Development Qantas Catering Group

อุษณีย์ แสงสิงแก้ว มอบโล่คุณภาพดีเด่น แก่ Mr. Marcel Weissel-Nund Manager Catering Development Qantas Catering Group
คณะผู้บริหาร พร้อมด้วย คณะผู้แทนครัวการบินจากต่างประเทศ ถ่ายภาพเป็นที่ระลึกร่วมกัน

คณะผู้บริหาร พร้อมด้วย คณะผู้แทนครัวการบินจากต่างประเทศ ถ่ายภาพเป็นที่ระลึกร่วมกัน
บรรยากาศภายในงานสัมมนาและจัดกิจกรรมประจำปี มีผู้แทนครัวการบินจากสถานีต่างประเทศของการบินไทย กว่า 20 สถานี จากทั่วทุกมุมโลกเข้าร่วมงาน

บรรยากาศภายในงานสัมมนาและจัดกิจกรรมประจำปี มีผู้แทนครัวการบินจากสถานีต่างประเทศของการบินไทย กว่า 20 สถานี จากทั่วทุกมุมโลกเข้าร่วมงาน
บรรยากาศภายในงานสัมมนาและจัดกิจกรรมประจำปี มีผู้แทนครัวการบินจากสถานีต่างประเทศของการบินไทย กว่า 20 สถานี จากทั่วทุกมุมโลกเข้าร่วมงาน

บรรยากาศภายในงานสัมมนาและจัดกิจกรรมประจำปี มีผู้แทนครัวการบินจากสถานีต่างประเทศของการบินไทย กว่า 20 สถานี จากทั่วทุกมุมโลกเข้าร่วมงาน
บรรยากาศภายในงานสัมมนาและจัดกิจกรรมประจำปี มีผู้แทนครัวการบินจากสถานีต่างประเทศของการบินไทย กว่า 20 สถานี จากทั่วทุกมุมโลกเข้าร่วมงาน

บรรยากาศภายในงานสัมมนาและจัดกิจกรรมประจำปี มีผู้แทนครัวการบินจากสถานีต่างประเทศของการบินไทย กว่า 20 สถานี จากทั่วทุกมุมโลกเข้าร่วมงาน