4 องค์กรใหญ่จัดกิจกรรม Bhappy ร่วมแรงร่วมใจ สร้างฝายสร้างป่า คืนคุณค่าให้แผ่นดิน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/382947

4 องค์กรใหญ่จัดกิจกรรม Bhappy ร่วมแรงร่วมใจ สร้างฝายสร้างป่า คืนคุณค่าให้แผ่นดิน

4 องค์กรใหญ่จัดกิจกรรม Bhappy ร่วมแรงร่วมใจ สร้างฝายสร้างป่า คืนคุณค่าให้แผ่นดิน

วันเสาร์ ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ผู้บริหารร่วมกันปลูกต้นไม้เพื่อความร่มรื่นของผืนป่า

4 องค์กรใหญ่ กรุงเทพประกันภัย โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ กรุงเทพประกันชีวิตและไอโออิ กรุงเทพประกันภัย ผนึกกำลังร่วมกันจัดกิจกรรม Bhappy ครั้งที่ 11 ตอน ร่วมแรงร่วมใจ สร้างฝายสร้างป่า คืนคุณค่าให้แผ่นดิน ณ ศูนย์ศึกษาธรรมชาติและสัตว์ป่าเขาน้ำพุ จ.กาญจนบุรี เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายนที่ผ่านมา

สุชาติ จิรายุวัฒน์ ผู้อำนวยการ ธุรกิจสาขาและการร่วมทุน บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน), พรเพ็ญ บุตรอดิศัย Division Director HR Business Partner & Organizational Development โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล, ม.ล.จิรเศรษฐ ศุขสวัสดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มาหชน) และ สาธิต ลิปตะสิริ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท ไอโออิ กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) นำคณะผู้บริหารและพนักงานจิตอาสาของทั้ง 4 องค์กรกว่า 200 คนร่วมกันทำกิจกรรมเพื่อการอนุรักษ์น้ำและป่า ในกิจกรรม Bhappy ร่วมแรงร่วมใจ สร้างฝายสร้างป่า คืนคุณค่าให้แผ่นดิน เริ่มต้นด้วยกิจกรรมการปั้น Seed Bombs ซึ่งเป็นการนำก้อนดินเหนียว ปุ๋ยหมัก และเมล็ดพันธุ์พืช มาปั้นเป็นก้อนเพื่อนำไปโยนในพื้นที่ป่า ซึ่งเป็นการช่วยอนุรักษ์และปลูกต้นไม้แบบง่ายๆ จากนั้นจึงทำการแบ่งเป็นกลุ่มๆ พนักงานจิตอาสาเข้าพื้นที่ป่าโดยกลุ่มที่ 1 เป็นการทำโป่งเทียม สร้างแหล่งน้ำและแหล่งอาหารให้แก่สัตว์ป่าในพื้นที่ และกลุ่มที่ 2 กิจกรรมสร้างฝายดิน ทั้งนี้ เพื่ออนุรักษ์ดิน และแหล่งน้ำ ซึ่งเป็นอาหารของสัตว์ป่า ตลอดจนเพิ่มความชุ่มชื่นให้กับพื้นที่ก่อให้เกิดความสมดุลในระบบนิเวศป่าไม้ ตลอดจนสัตว์ป่าให้ดำรงชีวิตตามธรรมชาติ และในโอกาสนี้ ผู้บริหารทั้ง 4 องค์กรได้ร่วมกันมอบเงินสนับสนุนกระเบื้องปูพื้นอาคารเพื่อเป็นศูนย์การเรียนรู้ให้แก่เยาวชน และอาหารวัวแดงรวมเป็นเงินจำนวน 330,000 บาท นอกจากนี้ ผู้บริหารทั้ง 4 องค์กรยังได้ร่วมกันปลูกต้นไม้เพื่อสร้างความร่มรื่นให้แก่ผืนป่าอีกด้วย

สุชาติ จิรายุวัฒน์ ผอ.ธุรกิจสาขาและการร่วมทุนบมจ.กรุงเทพประกันภัยกล่าวเปิดกิจกรรม Bhappyครั้งที่ 11

สำหรับโครงการ “Bhappy” เป็นโครงการที่ บมจ.กรุงเทพประกันภัย บมจ.โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ และบมจ.กรุงเทพประกันชีวิต ได้ริเริ่มร่วมกันจัดตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 2555 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้พนักงานของทั้ง 3 บริษัท ได้มีส่วนร่วมทำกิจกรรมต่างๆ เพื่อประโยชน์ต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมร่วมกัน รวมทั้งเพื่อสร้างความสามัคคี และความสัมพันธ์อันดีระหว่างองค์กร ล่าสุด บมจ.ไอโออิ กรุงเทพประกันภัยได้เข้าร่วมโครงการดังกล่าวนี้ด้วย ซึ่งโครงการ Bhappy ดำเนินกิจกรรมต่อเนื่องมาเป็นครั้งที่ 11 และจะยังคงเดินหน้าสร้างสรรค์และสานต่อกิจกรรมดีๆ เพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่องต่อไป

ผู้บริหาร 4 องค์กร ร่วมกันมอบเงินสนับสนุนกระเบื้องปูพื้นอาคารเพื่อเป็นศูนย์การเรียนรู้ให้แก่เยาวชน และอาหารวัวแดง

ผู้บริหาร 4 องค์กร ร่วมกันมอบเงินสนับสนุนกระเบื้องปูพื้นอาคารเพื่อเป็นศูนย์การเรียนรู้ให้แก่เยาวชน และอาหารวัวแดง

จิตอาสาร่วมกันปั้น Seed Bombs เพื่อนำไปโยนในพื้นที่ป่า

จิตอาสาร่วมกันปั้น Seed Bombs เพื่อนำไปโยนในพื้นที่ป่า

ระหว่างทางไปทำโป่งดินและสร้างฝาย แม้ทางไกลแค่ไหน จิตอาสาของเราก็ไม่ถอย

ระหว่างทางไปทำโป่งดินและสร้างฝาย แม้ทางไกลแค่ไหน จิตอาสาของเราก็ไม่ถอย

บิ๊ก คาเมร่า แนะ 6 ตัวช่วย เก็บภาพสวยช่วงเที่ยวปีใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/382889

บิ๊ก คาเมร่า แนะ 6 ตัวช่วย เก็บภาพสวยช่วงเที่ยวปีใหม่

บิ๊ก คาเมร่า แนะ 6 ตัวช่วย เก็บภาพสวยช่วงเที่ยวปีใหม่

วันศุกร์ ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 14.11 น.

อีกหนึ่งขั้นตอนความวุ่นวายสำหรับการเตรียมตัวเที่ยวช่วงปีใหม่ คงหนีไม่พ้นการแพ็คกระเป๋ารวมถึงการสรรหาอุปกรณ์สำหรับการถ่ายภาพ เพราะนอกจากกล้องตัวโปรดที่ต้องพกแล้ว เหล่าโฟโต้แคปเจอร์ทั้งหลายยังคงมุ่งมั่นกับการเตรียมอุปกรณ์เสริมต่างๆ เพื่อใช้ในการถ่ายภาพให้ออกมาสวยโดนใจเหล่าฟอลโลเวอร์ (Follower) เรียกยอดไลค์ให้พุ่งกระฉูด แต่ปัญหาใหญ่คือไม่รู้จะพกอุปกรณ์ถ่ายภาพชิ้นไหนติดตัวไปด้วย จะหอบหิ้วเอาไปทั้งหมดก็กลัวจะแบกไม่ไหว  บิ๊ก คาเมร่า ศูนย์รวมกล้องดิจิทัลที่มีความสุขให้เลือกมากที่สุด ขอแนะนำ 6 ตัวช่วยเก็บภาพสวยโดนใจ

ไอเท็มแรกที่ห้ามพลาด คือ “เลนส์”  ผู้ช่วยเบอร์หนึ่งของการออกทริปท่องเที่ยว โดยเลนส์ที่จำเป็นต้องพกติดตัวไปมี 2 ตัว คือ เลนส์ไวด์ หรือ เลนส์มุมกว้าง (Wide Angle Lens) สามารถช่วยให้เก็บภาพความงามของธรรมชาติอย่างภาพแลนด์สเคป (Landscape) ได้ครบจบในเฟรมเดียว ทั้งก้อนเมฆ ภูเขา และสายน้ำ โดยเลนส์มุมกว้างนอกจากจะเก็บภาพได้กว้างแล้ว ยังมีคุณสมบัติที่ทำให้ภาพถ่ายมีมิติที่ลึกและคมชัดกว่าเลนส์ทั่วไป ทั้งนี้เหล่าโฟโต้แคปเจอร์ทั้งหลายสามารถเลือกระยะโฟกัสของเลนส์ได้ตามที่ต้องการ เริ่มตั้งแต่ 12-24 mm, 10-22 mm, 10-20 mm ไปจนถึง 11-16 mm

ส่วนใครที่ชื่นชอบการถ่ายภาพ สัตว์ต่างๆ หรือความงามของธรรมชาติ อย่างดวงอาทิตย์ที่กำลังจะลับขอบฟ้า ก็ควรมี เลนส์เทเลโฟโต้  (Telephoto Lens) ติดตัวไปด้วย อาจจะใหญ่ไปหน่อยแต่รับรองว่าไม่ผิดหวัง เพราะเป็นเลนส์ที่สามารถดึงภาพวัตถุที่อยู่ในระยะไกลให้เข้ามาใกล้ได้ ขนาดความยาวของเลนส์ที่เหมาะสม คือ 70-200 mm หรือ 100-400 mm ขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้ใช้งาน

นอกเหนือจากกล้องตัวหลักที่พกไปแล้ว “กล้องแอ็คชั่น คาเมร่า” (Action Camera) ก็เป็นอีกหนึ่งตัวที่ต้องพกติดกาย เพื่อช่วยเก็บบันทึกภาพแห่งความทรงจำของเราไม่ให้ขาดตอน เพราะนอกจากตัวกล้องจะมีขนาดเล็ก น้ำหนักเบา พกพาง่ายแล้ว คุณสมบัติพิเศษของกล้องแอ็คชั่น คาเมร่า ยังมีความทนทาน ตอบโจทย์ทุกสถานการณ์ ทั้งการถ่ายภาพใต้น้ำ บนบก หิมะ ทะเล ก็ทำได้แบบเนี้ยบๆ ด้วยฟีเจอร์กันสั่น บันทึกภาพวิดีโอได้อย่างลื่นไหล และด้วยนวัตกรรมในปัจจุบันที่ทำให้ภาพออกมาคมชัดระดับ 4K รับรองได้เลยว่าเก็บได้ครบทุกโมเม้นท์แห่งความสนุกและความทรงจำสุดประทับใจ

ส่วนใครที่เตรียมแพลนเดินทางไปเที่ยว ในสถานที่ที่อากาศเย็นจับใจ หิมะแน่นๆ อุปกรณ์เสริมที่ขาดไม่ได้คือ “แบตเตอรี่” เพราะยิ่งอากาศหนาวมากขึ้นเท่าไรแบตเตอรี่ก็จะยิ่งจ่ายไฟได้น้อยลงเท่านั้น ดังนั้นเพื่อให้การถ่ายภาพของเราสนุกและต่อเนื่องจึงควรพกแบตเตอรี่สำรองติดตัวไปด้วย ในกรณีถ้ากล้องแสดงสัญญาณแบตเตอรี่ต่ำให้ถอดออกและนำมาพันผ้าเก็บไว้กับตัวสัก 10-15 นาที เพื่อใช้ความอุ่นของร่างกายช่วยให้สารเคมีในแบตเตอรี่กลับมาทำงานได้อย่างปกติ ระหว่างนั้นให้ใช้แบตเตอรี่สำรองสลับกันถ่ายภาพแทน

“สารดูดความชื้น” ก็เป็นอีกหนึ่งไอเท็มสำคัญเมื่อออกไปตะลุยในสถานที่ต่างๆ ที่มีความชื้นของอากาศ  อย่างบนยอดดอย ในป่า หรือในสถานที่ที่มีอากาศหนาวเย็น สารดูดความชื้นจะเป็นผู้ช่วยชั้นดีที่เราควรพกใส่ไว้ในกระเป๋ากล้องตลอดเวลา เพื่อช่วยป้องกันความชื้นสาเหตุหลักที่จะทำให้กล้องและเลนส์เกิดเชื้อราสร้างความเสียหายได้ โดยปัจจุบันสารดูดความชื้นมีให้เลือกมากมาย บางรุ่นมีคุณสมบัติพิเศษสามารถบ่งบอกความชื้นที่ดูดเข้าไปผ่านการเปลี่ยนแปลงของสีที่ตัวสารดูความชื้นได้ด้วย

ปิดท้ายด้วย “ขาตั้งกล้อง” อุปกรณ์จำเป็นสำหรับเหล่าโฟโต้แคปเจอร์ที่ชื่นชอบถ่ายภาพความสวยงามของแสงไฟยามค่ำคืน โดยเฉพาะในช่วงค่ำคืนแห่งการเคาท์ดาวน์ ที่มีทั้งแสงไฟประดับและแสงจากพลุไฟ รวมถึงยังเป็นเครื่องมือที่เหล่านักล่าแสงเหนือทั้งหลายต้องมีติดตัวเอาไว้ เพราะการออกไปล่าแสงเหนือที่ว่ายากแล้ว การถ่ายภาพแสงเหนือให้ออกมาสวยงามนั้นยากยิ่งกว่า เนื่องการการถ่ายภาพแสงไฟยามค่ำคืนให้สวยงามคมกริบ จำเป็นต้องความไวชัตเตอร์ (Shutter Speed) ที่ต่ำ การถ่ายภาพด้วยมือเปล่าอาจไม่เพียงพอ ขาตั้งกล้องจึงเป็นสิ่งจำเป็นมากสำหรับการถ่ายภาพไฟกลางคืน ส่วนวิธีการเลือกขาตั้งกล้องให้พิจารณาจาก ความสูง เมื่อกางเต็มที่และใส่กล้องเข้าไปแล้วต้องพอดีในระดับสายตาของผู้ใช้งาน น้ำหนัก ต้องเบา โดยสังเกตจากวัสดุที่ทำนั้นต้องผลิตจากคาร์บอน ไฟเบอร์เพราะจะให้น้ำหนักที่เบากว่าวัสดุที่ผลิตจากอลูมิเนียม

สำหรับเหล่าโฟโต้แคปเจอร์คนไหนที่กำลังเตรียมอุปกรณ์สำหรับการถ่ายภาพ แต่ถ้าเช็คแล้วยังขาดอุปกรณ์สำคัญต่างๆ สามารถแวะมาหาเพิ่มเติมได้ที่ BIG CAMERA ทั้ง 230 สาขา ทั่วประเทศไทย หรือติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.bigcamera.co.th, Facebook : BIGCAMERACLUB, Instagram : BIGCAMERA_CLUB, Youtube : BIGCameraTV

เหล่าสาวงามมิสยูนิเวิร์ส2018 อวดหุ่นสวยในชุดว่ายน้ำ-ชุดราตรี (ประมวลภาพ)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/382853

เหล่าสาวงามมิสยูนิเวิร์ส2018 อวดหุ่นสวยในชุดว่ายน้ำ-ชุดราตรี (ประมวลภาพ)

เหล่าสาวงามมิสยูนิเวิร์ส2018 อวดหุ่นสวยในชุดว่ายน้ำ-ชุดราตรี (ประมวลภาพ)

วันศุกร์ ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 11.51 น.

14 ธ.ค.61 เข้าสู่โค้งสุดท้ายการประกวดมิสยูนิเวิร์ส 2018 บรรดาสาวงามผู้เข้าประกวดจาก 94 ประเทศ ได้อวดโฉมอีกครั้งในรอบชุดว่ายน้ำและชุดราตรี

โดยชุดว่ายน้ำเป็นผลานการออกแบบโดย พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ภายใต้แบรนด์ SIRIVANNAVARI ซึ่งสาวงามที่ได้รับความสนใจอันดับหนึ่งยกให้สาวงามจากประเทศเจ้าภาพ ‘นิ้ง-โศภิดา กาญจนรินทร์’ รองลงมาคือ มิสอัลบาเนีย มิสฟิลิปปินส์ มิสเปอโตริโก้ มิสเวเนซูเอลา โดยบรรยากาศของกองเชียร์แต่ละะประทศเป็นไปอย่างคักคึก

บุญรอดเชิญร่วมแสดงภาพยนตร์‘สายนํ้าแห่งความรัก’ งาน‘อุ่นไอรัก คลายความหนาว สายนํ้าแห่งรัตนโกสินทร์’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/382769

บุญรอดเชิญร่วมแสดงภาพยนตร์‘สายนํ้าแห่งความรัก’ งาน‘อุ่นไอรัก คลายความหนาว สายนํ้าแห่งรัตนโกสินทร์’

บุญรอดเชิญร่วมแสดงภาพยนตร์‘สายนํ้าแห่งความรัก’ งาน‘อุ่นไอรัก คลายความหนาว สายนํ้าแห่งรัตนโกสินทร์’

วันศุกร์ ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร พระราชทานพระราชานุญาตให้จัดงานฤดูหนาวขึ้นเป็นครั้งที่ 2 ในรัชสมัย ภายใต้ชื่อ “อุ่นไอรัก คลายความหนาวสายน้ำแห่งรัตนโกสินทร์” ระหว่างวันที่ 9 ธันวาคม 2561 ถึงวันที่ 19 มกราคม 2562ณ พระลานพระราชวังดุสิต และสนามเสือป่า

บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด ร่วมออกร้านรับเชิญและออกร้านจำหน่ายอาหารในโซนตลาดน้ำ โดยในส่วนร้านค้ารับเชิญนั้นได้จัดสร้างเป็นโรงภาพยนตร์ย้อนอดีตภายใต้ชื่อว่า“โรงภาพยนตร์ประชาภิรมย์” โดยจะมีการจำหน่ายบัตรให้ได้ร่วมสนุกเพื่อร่วมแสดงภาพยนตร์ในฐานะนักแสดงรับเชิญเรื่อง “สายน้ำแห่งความรัก” ด้วยการแต่งกายในชุดย้อนยุคร่วมฉากย้อนอดีตกับนักแสดงนำของเรื่องอย่าง “ป้อง” ณวัฒน์ กุลรัตนรักษ์และ “นุ่น” วรนุช ภิรมย์ภักดี

ผู้สนใจสามารถร่วมกิจกรรมนี้เพียงซื้อบัตรราคา 250 บาท โดยรายได้ทั้งหมดไม่หักค่าใช้จ่ายมอบเป็นการกุศล และหนึ่งบัตรจะได้หนึ่งสิทธิ์รับโปสเตอร์ภาพยนตร์เป็นที่ระลึก ที่มีภาพและชื่อของท่านหรือกลุ่มของท่านในฐานะนักแสดงรับเชิญ และคลิปวีดิทัศน์ความยาวประมาณ 5 นาที ซึ่งถ้าต้องการโปสเตอร์ภาพยนตร์ที่ระลึกเพิ่มต้องจ่ายเพิ่มแผ่นละ 50 บาท โดยจะมีเรื่องราวพระราชพิธีการเปิดสะพานพระพุทธยอดฟ้าในสมัยรัชกาลที่ 7 และเรื่องราวความผูกพันของสายน้ำและวิถีชีวิตคนไทยที่สามารถนำไปเผยแพร่ทางสื่อออนไลน์ พร้อมเก็บเป็นที่ระลึกว่าครั้งหนึ่งได้ร่วมเป็นนักแสดงรับเชิญในภาพยนตร์ย้อนอดีต ภายในงาน “อุ่นไอรัก คลายความหนาว สายน้ำแห่งรัตนโกสินทร์”

ในส่วนของร้านค้าในตลาดน้ำของบริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด อยู่ภายใต้ชื่อ “อภิรมย์” จะมีการจำหน่ายอาหาร “ข้าวหน้าไก่” จำหน่ายระหว่างวันที่ 9-23 ธันวาคม 2561 และ “ไก่ย่างบุญรอด” ซึ่งจะจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 24 ธันวาคม 2561 เป็นต้นไป รวมทั้งมีการจำหน่ายไอศกรีมน้ำมะพร้าวภายในร้านอภิรมย์ตลอดทั้งงาน

ขอเชิญชวนร่วมงาน “อุ่นไอรัก คลายความหนาวสายน้ำแห่งกรุงรัตนโกสินทร์” พร้อมร่วมกิจกรรมในร้านค้ารับเชิญ “โรงภาพยนตร์ประชาภิรมย์” และร่วมชิมอาหารจากร้าน “อภิรมย์” ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปจนถึงวันที่ 19 มกราคม 2562

ภก.หญิง กรรภคมณฑ์ โสภาศพิรุณศักดิ์ พร้อมส่งต่อความสวยด้วยผลิตภัณฑ์ออแกนิค

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/382697

ภก.หญิง กรรภคมณฑ์ โสภาศพิรุณศักดิ์ พร้อมส่งต่อความสวยด้วยผลิตภัณฑ์ออแกนิค

ภก.หญิง กรรภคมณฑ์ โสภาศพิรุณศักดิ์ พร้อมส่งต่อความสวยด้วยผลิตภัณฑ์ออแกนิค

วันศุกร์ ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เป็นอีกหนึ่งนักธุรกิจ OEM ที่มีโรงงานผลิตสินค้าเวชภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและเครื่องสำอางมาอย่างยาวนาน เภสัชกรหญิง กรรภคมณฑ์โสภาศพิรุณศักดิ์ พร้อมเปิดตัวแบรนด์เครื่องสำอางของตัวเองที่ชื่อ Soul Nami และกล้าการันตีว่าเป็นผลิตภัณฑ์ออแกนิคที่ดีต่อผิวพรรณและไม่ก่อให้เกิดการระคายเคือง

เภสัชกรหญิง กรรภคมณฑ์โสภาศพิรุณศักดิ์ เผยว่า หลังจากเรียนจบจากคณะเภสัชศาสตร์ ก็มาเปิดโรงงานรับจ้างผลิตสินค้าเวชภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และเครื่องสำอาง เพราะไม่อยากที่จะเหนื่อยในการทำการตลาด เรามีความรู้ด้านตัวยาและส่วนผสมต่างๆ ก็นำมาใช้ได้อย่างเต็มที่ผลิตภัณฑ์เกือบทุกตัวที่รับจ้างผลิต เราก็จะทดลองผลิตภัณฑ์ด้วยตัวเอง เพื่อให้ได้มาตรฐานและไม่มีผลข้างเคียงกับผู้บริโภค และที่ตัดสินใจมาทำแบรนด์เครื่องสำอางของตัวเอง คงเพราะโอกาสและความพร้อมในเรื่องสูตรและส่วนผสมต่างๆ ที่เราได้เรียนรู้มา รวมถึงช่วงนี้ตลาดเครื่องสำอางกำลังไปได้ดี

“ที่ผ่านมา ยอมรับว่ากังวลเรื่องการทำตลาด เพราะเราไม่ได้เรียนด้านการทำธุรกิจมาโดยตรง แต่พอมีตลาดออนไลน์ ทำให้เรากล้าตัดสินใจ เพราะโรงงานของเราได้รับจ้างผลิตสินค้าเวชภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และเครื่องสำอาง ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. มีความน่าเชื่อถือ เลยตัดสินใจที่จะทำแบรนด์เครื่องสำอางของตัวเองในปี 2562 นี้ และจะเป็นผลิตภัณฑ์ออแกนิคแท้ๆ ที่เราเสาะแสวงหาส่วนผสมต่างๆ จากทั่วโลก รวมทั้งทดลองผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นด้วยตัวเอง ก่อนที่จะยืนยันกับผู้บริโภคว่าผลิตภัณฑ์ของเราดีต่อสุขภาพผิวและไม่ก่อให้เกิดความระคายเคืองต่อผิว”

เภสัชกรหญิง กรรภคมณฑ์ วางแผนการตลาดเครื่องสำอางไปที่ตลาดออนไลน์ ตลาดขายตรง โดยมีพรีเซ็นเตอร์ที่มีชื่อเสียงและทดลองใช้ผลิตภัณฑ์จริงเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ อีกทั้ง ยังมุ่งหวังให้คนไทยได้ใช้ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางออแกนิคที่ผลิตโดยคนไทย ในราคาที่คนไทยเอื้อมถึง และได้รับการรับรองมาตรฐานจาก อย.

“มาตรฐานของวัตถุดิบในการผลิตเป็นเรื่องที่เราให้ความสำคัญ ไม่ว่าจะมาจากแหล่งใดในโลก ก็ต้องปลอดภัยและได้ประสิทธิภาพสูงสุด การคิดค้นสูตรการผลิตก็เช่นเดียวกัน ต้องผ่านกระบวนการวิจัยและทดลองที่ได้มาตรฐาน ซึ่งเราเป็นเภสัชกร ย่อมเข้าใจดีว่า อะไรคือดีที่สุด ปลอดภัยที่สุด และได้ผลสูงสุด เพราะทุกอย่างมันคือรายละเอียด มันคือความยั่งยืนของธุรกิจ”

เมื่อถามถึงความสำเร็จกับธุรกิจเครื่องสำอาง ในฐานะผู้บริหาร เธอยอมรับว่า ไม่ได้ตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะต้องเติบโตหรือประสบความสำเร็จระดับไหน แต่อยากจะนำความรู้ที่ตัวเองสั่งสมมาในฐานะผู้รับจ้างผลิต มาเป็นผู้สร้างแบรนด์ของตัวเอง และเมื่อทุกอย่างพร้อมก็จะเริ่มทำการตลาดทันที พร้อมกับสานฝันของตัวเองในการรวบรวมเพื่อนๆ ในวงการแพทย์ ไปให้ความรู้ชาวบ้านในการทำฟาร์มปลูกสมุนไพรต่างๆ อาทิ ขมิ้นชันฟ้าทะลายโจร มะหาด ฝักข้าว ซึ่งเป็นสมุนไพรที่มีเอนตี้ออกซิเดนซ์สูง แล้วเอามาสกัดเพื่อนำมาผลิตเป็นยารักษาโรคและเป็นส่วนผสมในเครื่องสำอาง เป็นการสร้างรายได้ช่วยเหลือชาวบ้านและชุมชน รวมทั้งยังเป็นแหล่งป้อนวัตถุดิบให้กับผู้ผลิตรายอื่นๆ ที่ไม่ต้องนำเข้าสมุนไพรจากต่างประเทศ

‘อ.ช้าง’แนะของแต่งบ้านเสริมดวง แก้เคล็ดรับปีกุน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/382701

‘อ.ช้าง’แนะของแต่งบ้านเสริมดวง แก้เคล็ดรับปีกุน

‘อ.ช้าง’แนะของแต่งบ้านเสริมดวง แก้เคล็ดรับปีกุน

วันศุกร์ ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

อ.ช้าง-ทศพร ศรีตุลา, พิศิษฐ์-กฤษชนก ปัทมสัตยาสนธิ

อีกไม่กี่วันก็ขึ้นพุทธศักราชใหม่ ได้เวลาที่จะเริ่มต้นอะไรใหม่ๆ เช่น การตกแต่งบ้าน เพื่อให้ได้บรรยากาศและความรู้สึกใหม่ๆ ในบ้านหลังเดิม แต่จะให้ดียิ่งขึ้นจะแต่งบ้านใหม่ทั้งทีก็ต้องมีเคล็ดลับเพื่อความเป็นสิริมงคลด้วยจะได้เฮงๆ ยิ่งขึ้นงานนี้ อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ (Index Living Mall) เชิญหมอดูชื่อดัง อาจารย์ช้าง-ทศพร ศรีตุลา มาแนะนำการเลือกของตกแต่งบ้านเสริมดวง แก้เคล็ดรับปีกุน 2562 ในแคมเปญ “ไทม์ ทู เซเลเบรท 2019” (Time to Celebrate 2019) กับที่สุดแห่งการให้ด้วยเทศกาลของขวัญและของแต่งบ้านแห่งปี

อาจารย์ช้าง-ทศพร ศรีตุลานักโหราศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญด้านพยากรณ์และศาสตร์ฮวงจุ้ยชื่อดังของไทยกล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงของดวงดาวเป็นเรื่องที่กำหนดไม่ได้ เพราะถูกลิขิตแล้ว แต่การเปลี่ยนแปลงตัวเราเองทั้งสภาพแวดล้อมใหม่ เปลี่ยนข้าวของเครื่องใช้ใหม่ ทั้งที่บ้าน-ที่ทำงาน ให้มีสภาพแวดล้อมใหม่ๆ สอดคล้องกับดวงชะตาที่มีการเปลี่ยนแปลง ทั้งนี้ เพื่อผ่อนเรื่องหนักให้เบาลง หรือช่วยส่งเสริมคนที่ดวงดีอยู่แล้วให้ดียิ่งขึ้นได้ อาทิ ราศีเมษ ปี 2562 เป็นปีแห่งความก้าวหน้าดวงดีขึ้นมีเหตุการณ์ใหม่ๆ เกิดขึ้น โดยเฉพาะการงาน โดยรวมจะเหนื่อยในช่วงต้นปีแต่จะส่งผลสำเร็จช่วงครึ่งปีหลัง แนะนำกรอบรูปบนโต๊ะทำงาน เสริมให้ก้าวหน้าเรื่องงาน, ราศีพฤษภ ในปี 2562 จะพบข่าวดีเรื่องความรักคู่ครอง หรือคู่สัญญาในการร่วมหุ้นลงทุนธุรกิจ แนะนำหาของที่เป็นคู่ เช่น ตะเกียบ เชิงเทียนรูปปั้น เสริมความรัก

หรืออย่างราศีสิงห์ ดวงที่ถือว่าสบายๆ ไม่มีอะไรตื่นเต้น แต่ปีหน้าจะมีความวุ่นวายภายในบ้าน แต่ไม่ได้ส่งผลร้ายกับตัวเอง แนะนำให้เปลี่ยนชุดเครื่องนอน ผ้าปูที่นอน เพื่อลดความวุ่นวายในชีวิต ส่วนราศีมีน ถือเป็นดาวรุ่งของปีมีความชัดเจนเรื่องงานมากขึ้น เหมาะจะเปิดธุรกิจใหม่หรือศึกษาต่อ จะได้ปรับเปลี่ยนที่อยู่อาศัย ทั้งการย้ายบ้าน-ออฟฟิศใหม่ ซึ่งจะส่งผลเชิงบวก ความรักลงตัวขึ้น คนโสดจะเจอคน
ถูกใจ ส่วนคนมีครอบครัวแล้วมีเกณฑ์ขยับขยายและมีบุตรแนะนำเปลี่ยนอุปกรณ์ครัว ชุดจานชาม เสริมการมีกินมีใช้

นอกจากนี้ ยังมีเหล่าเซเลบริตี้คนดังที่ชื่นชอบการแต่งบ้านและให้ความสำคัญกับการมอบของขวัญแทนความหมายดีๆ มาเล่าถึงการเลือกชุดของขวัญในสไตล์ตนเอง เริ่มที่ มายด์-แพรวปรียา ชุมสาย ณ อยุธยา เผยว่า “เวลาเลือกซื้อของขวัญก็จะคำนึงถึงไลฟ์สไตล์ ความชอบ การใช้งานจริงของผู้รับ สำหรับผู้ใหญ่ก็จะนึกถึงชุดจาน อุปกรณ์ครัว หรือของใช้เกี่ยวกับสุขภาพ มากกว่าการให้ดอกไม้ ตอนนี้ก็กำลังดูชุด
กิ๊ฟเซตเสื้อผ้าของใช้สำหรับเด็ก เป็นของขวัญให้ลูกชายเพื่อน ส่วนตัวมายด์ชอบแต่งบ้านมาก บางทีว่างๆ ก็มาเดินเล่นที่อินเด็กซ์ฯ ก็มักจะได้ของติดมือกลับบ้านตลอด ชอบแต่งบ้านสไตล์โมเดิร์นลักซูรี่ ยิ่งเวลาเห็นของแต่งบ้านที่มีสีทองพิงค์โกล ไม่พลาดที่จะต้องซื้อกลับ อย่างปีนี้อาจารย์ช้างได้แนะนำให้ซื้อโคมไฟและทำบุญด้านแสงสว่าง เสริมดวงสำหรับราศีเมถุน ก็เหมาะเลย เพราะตั้งใจจะซื้อโคมไฟเข้าบ้านอยู่พอดีค่ะ”

หมูตั้ง-ม.ล.อรรถดิศ ดิศกุล เผยว่า“การเลือกซื้อของขวัญที่ใช้ได้จริง เหมาะกับผู้รับ ผมว่าเหมาะที่สุดครับ อย่างที่รู้คือคาแร็กเตอร์ผมดูกวนๆ เวลาเลือกซื้อของก็จะเลือกของที่ดูกวนๆ เพื่อให้คนที่รับได้นึกถึง แต่ของขวัญกวนๆ ก็เป็นกลุ่มเพื่อนมากกว่า ปีนี้คิดว่าจะซื้อของขวัญที่จัดเป็นเซตสวยๆ ให้คุณพ่อคุณแม่, พี่สาว และแฟน สำหรับคุณพ่อ-คุณแม่ก็น่าจะเป็นด้านสุขภาพ หรือชุดจานชาม, ชุดกาน้ำชา,เทียนหอมที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย, หมอนอิงไว้ในห้องนั่งเล่น ส่วนตัวชอบทำอาหารและมีร้านอาหาร ก็คงเลือกอุปกรณ์ครัวชุดจานใหม่ๆ เข้าบ้านให้บ้านมีการเปลี่ยนแปลงแลดูมีชีวิตชีวาขึ้นครับ”

กฤษชนก ปัทมสัตยาสนธิ กรรมการผู้จัดการอินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ กล่าวปิดท้ายว่า ปีนี้ อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ ได้จัดแคมเปญ “ไทม์ ทู เซเลเบรท 2019” ชุดของขวัญมากมายที่เหมาะสำหรับทุกช่วงวัยกว่า 30 แบบ พร้อมการกลับมาอีกครั้งกับชุดของขวัญเสริมสิริมงคลที่ได้รับการตอบรับอย่างดีจากปีก่อน แนะนำโดยอาจารย์ช้าง– ทศพร ศรีตุลา จำนวน 4 ชุด คือ ชุดสมบูรณ์พูนสุข (Eternal Wealth and Happiness) ชุดจานรูปหมูสื่อถึงความอิ่มเอม สมบูรณ์ มั่งคั่ง, ชุดรุ่งโรจน์ โชติช่วง(Brilliant Life) กับที่รองเทียนรูปหมู และแจกัน,รูปปั้นสีเงิน เพิ่มพลัง-สร้างแสงสว่างให้ชีวิต, ชุดสำเร็จ สมหวัง (Enriching Luck) ด้วยแจกันสีทอง ที่ช่วยเสริมโชคลาภ และนาฬิกาสีทองสัญลักษณ์การเคลื่อนไหวส่งผลถึงความเจริญก้าวหน้า และชุดรวยทรัพย์ รวยสุข(Richness of Love) หมอนอิงลายเส้นสีทองที่เชื่อมต่อกัน ช่วยเสริมความอบอุ่นในครอบครัว และแจกันดอกไม้ที่เพิ่มความสุขสมหวังในความรักเชื่อว่าในปีใหม่นี้ทุกคนที่ได้รับของขวัญจากอินเด็กซ์ฯ จะสุขใจทั้งผู้รับและผู้ให้และยังนำของขวัญที่ได้ไปใช้จริง

ไม่ว่าดวงชะตาของคุณจะเป็นอย่างไร เราสามารถปรับฮวงจุ้ยให้ดีขึ้นได้ด้วยชุดของขวัญมากความหมายคัดพิเศษ เสริมความสุขรับปีกุนได้แล้ววันนี้-9 มกราคมหน้า ที่อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ ทั้ง 29 สาขาทั่วประเทศ และพิเศษชุดของขวัญเสริมสิริมงคลรับปีกุน2562 ที่แนะนำโดย อาจารย์ช้าง-ทศพร ศรีตุลา เฉพาะที่อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์เท่านั้น หรือช็อปออนไลน์www.indexlivingmall.com หรือโทร.02-417-1111

อัมพวัน พิชาลัย คว้ารางวัลสตรีผู้ทรงอิทธิพลแห่งปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/382704

อัมพวัน พิชาลัย คว้ารางวัลสตรีผู้ทรงอิทธิพลแห่งปี

อัมพวัน พิชาลัย คว้ารางวัลสตรีผู้ทรงอิทธิพลแห่งปี

วันศุกร์ ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

นางอัมพวัน พิชาลัย ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ หรือ SACICT เข้ารับรางวัล Influential Women of the year หรือรางวัลสตรีผู้ทรงอิทธิพลแห่งปีในงาน “2018 Asia CEO Summit & Award Ceremony” โดยมี นายสนธิรัตน์ สนธิจริวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เป็นประธานในพิธี และมอบรางวัลดังกล่าว นอกจากนี้ SACICT ยังได้นำผลิตภัณฑ์หัตถศิลป์ไทยที่สามารถใช้ในชีวิตประจำวัน เข้าร่วมจัดแสดงและจำหน่ายภายในงาน ณ โรงแรมอมารีวอเตอร์เกท กรุงเทพฯ

งาน “2018 Asia CEO Summit & Award Ceremony” จัดโดย บริษัท นิโอ ทาร์เก็ต จำกัด เพื่อมอบรางวัลให้กับแบรนด์หรือองค์กรธุรกิจทั้งที่เป็นของคนไทยและต่างประเทศทั้งหมด4 ประเภท ได้แก่ รางวัลสุดยอดแบรนด์ชั้นนำ (Influential Brands)รางวัลแบรนด์ที่โดดเด่นแห่งปี (Outstanding Brands Award)รางวัลสุดยอดผู้นำ (Top CEO)และรางวัลสตรีผู้ทรงอิทธิพลแห่งปี (Influential Women) ซึ่งได้รับการคัดเลือกและการโหวตจากกลุ่มประชาชนจาก 13 ประเทศทั่วเอเชีย ผ่านหน่วยงานวิจัยที่มีความน่าเชื่อถือในแต่ละประเทศ โดยในประเทศไทย อินฟลูเอ็นเชี่ยลแบรนด์ ได้ร่วมกับศูนย์เชี่ยวชาญตลาดภูมิภาคเอเชีย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (Asia Marketing Expertise Center : AMEC) ทำการสำรวจความคิดเห็นของผู้บริโภค

นางอัมพวัน พิชาลัย กล่าวว่า ได้รับเกียรติเข้ารับรางวัล Influential woman of the year 2018 รางวัลนี้บริษัท NEO Target & Influential Brands ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกันของไทยและสิงคโปร์ ที่มอบรางวัลแก่แบรนด์ ผู้บริหารดีเด่น สิ่งที่ทำให้ภูมิใจยิ่งขึ้น คือ ปีนี้มีคนที่ได้รางวัล influential woman เพียง 2 คนซึ่งเชื่อว่าเป็นผลจากความมุ่งมั่นในการสร้างการรับรู้ และการสร้างความเชื่อมั่นของสาธารณชน ต่องานหัตถศิลป์ ทำให้ตลาดขยายตัวรวมทั้งการผลักดันงานเพื่อพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของผู้ทำงานหัตถศิลป์ ในฐานะผู้อำนวยการ SACICT

ทั้งนี้ ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ หรือ SACICT ภายใต้การนำของ นางอัมพวัน พิชาลัย เป็นองค์กรหลักในการอนุรักษ์และพัฒนาผลิตภัณฑ์ศิลปาชีพและศิลปหัตถกรรมพื้นบ้านสู่ความเป็นเลิศ จัดแสดงและจำหน่ายสินค้าศิลปหัตถกรรมพื้นบ้าน เผยแพร่และประชาสัมพันธ์งานศิลปาชีพให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายSACICT จึงเปรียบเสมือนประตูบานสำคัญที่เปิดตลาดการค้าและขยายงานศิลปหัตถกรรมพื้นบ้านออกสู่ตลาดโลก รวมทั้งเป็นศูนย์กลางการพัฒนาการออกแบบ ปรับปรุงคุณภาพมาตรฐานของงานศิลปหัตถกรรมไทย ตลอดจนเป็นศูนย์กลางเจรจาทางการค้าระหว่างผู้ผลิตกับผู้ซื้อสินค้าจากในประเทศและต่างประเทศ

เปิดบ้าน‘ฌานา’ร้านอาหารเพื่อคนรักสุขภาพ เสิร์ฟความตั้งใจดีจากฟาร์มเพื่อนเกษตรกรสู่จาน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/382705

เปิดบ้าน‘ฌานา’ร้านอาหารเพื่อคนรักสุขภาพ เสิร์ฟความตั้งใจดีจากฟาร์มเพื่อนเกษตรกรสู่จาน

เปิดบ้าน‘ฌานา’ร้านอาหารเพื่อคนรักสุขภาพ เสิร์ฟความตั้งใจดีจากฟาร์มเพื่อนเกษตรกรสู่จาน

วันศุกร์ ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เพื่อนเกษตรกรของฌานา

“ฌานา” ร้านอาหารเปิดใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพของคนรับประทานอาหาร ภายใต้แนวคิดเรื่องการสร้างความสุขผ่านมื้ออาหาร โดยการนำเอาสูตรลับเฉพาะของซุปสมุนไพรที่มีรสชาติเอกลักษณ์กว่า 20 ปี มาเป็นเมนูหลักของร้าน ผสมผสานความใส่ใจในทุกขั้นตอนของการเตรียมและเสิร์ฟอาหารด้วยวัตถุดิบที่ดี มีคุณภาพ และปลอดภัยจากฟาร์มเพื่อนเกษตรกร พร้อมนำปรุงรสชาติแบบครบรส อร่อย กินได้ไม่มีเบื่อถือเป็นมื้อสมดุลทั้งผักและเนื้อ ในแบบที่ดีต่อใจและดีต่อร่างกาย และเพื่อให้อาหารทุกจานและทุกเมนูที่ฌานาเป็นมื้ออาหารที่ผู้บริโภคจะรู้สึกดีต่อทุกๆ คำและทุกๆ จานที่รับประทาน ภายใต้คอนเซ็ปต์“Feel Good Food” ที่เริ่มต้นมาจากคนต้นน้ำส่งต่อมาสู่คนปลายน้ำโดยร้านฌานา เกิดเป็น “ห่วงโซ่อาหารแห่งความสุข” (Happy Supply Chain) ที่ยั่งยืน

ชาตยา สุพรรรณพงศ์ เจ้าของบ้านฌานา ชั้น 2 สยามเซ็นเตอร์ บอกว่า มีความตั้งใจที่จะส่งต่อความสุขให้กับผู้คนโดยมีอาหารเป็นสื่อกลาง โดยเฉพาะผู้ที่รักสุขภาพ เราจึงสร้างสรรค์และออกแบบให้ฌานา คือภาพใหม่ของการทานอาหารสุขภาพที่จะเต็มไปด้วยความสุขกับทุกๆ รสชาติแห่งความอร่อย เสริมด้วยคุณค่าบนทุกๆ จาน ด้วยเรื่องราวแห่งคุณภาพของวัตถุดิบที่ดี ปลูกและเลี้ยงด้วยความรักส่งตรงจากฟาร์มเพื่อนเกษตรกร ที่นำมาปรุงอย่างพิถีพิถันเป็นเมนูสุขภาพ หรือมื้อสมดุลที่มีทั้งเนื้อสัตว์และผักผลไม้คุณภาพ ครบใน 1 มื้อ ด้วยหลากหลายเมนูให้เลือกทานได้เรื่อยๆ ในบรรยากาศสบายๆ และ ที่สำคัญคือ พนักงานของ ฌานา ทุกคนก็ต่างพร้อมต้อนรับด้วยรอยยิ้มและเสิร์ฟเครื่องดื่มดับกระหาย เหมือนเวลาที่เราไปบ้านเพื่อน แถมยังรู้จริงเรื่องวัตถุดิบและเมนู จริงใจ พร้อมช่วยเหลือและให้ข้อมูลอาหารได้เป็นอย่างดี

ร้านอาหาร ฌานา ร้านที่จะทำให้ทุกคนรู้สึกเชื่อมต่อเข้าสู่วิถีธรรมชาติโดยไม่ขัดเขิน บรรยากาศในร้านสะท้อนวิถีบ้านไทย คงความเป็นไทยแบบคนรุ่นใหม่การตกแต่งภายในร้านเป็นแบบทันสมัยแต่เรียบง่าย ด้วยยึดรูปแบบของบานเกล็ดช่องลม ขื่อบ้าน หรือแม้แต่ตู้กับข้าวที่คุ้นเคย โดยเน้นการใช้โทนสีอบอุ่น นั่งสบายหน้าบ้านสว่างด้วยแสงธรรมชาติ ไม่เพียงเท่านั้น “ฌานา” ยังสร้างสรรค์เมนูสุดพิเศษที่ทั้งอร่อยและดีต่อสุขภาพ มีให้เลือกอย่างหลากหลาย ที่ไม่เพียงแค่อร่อยครบรส แต่ยังจัดตกแต่งมาอย่างมีสไตล์ ปรุงด้วยวัตถุดิบ “ของดีจากฟาร์มเพื่อนเกษตรกร” ที่ทั้งแตกต่าง หารับประทานได้ยาก แถมยังดีต่อสุขภาพ มีเมนูจานไฮไลท์ประเภทต่างๆ ให้เลือกรับประทานได้มากมาย

เมนูอาหารแบ่งออกเป็นประเภทต่างๆ ได้แก่ FARM POT เมนูซิกเนเจอร์ที่ต้องสั่งทุกโต๊ะ หม้อที่มาพร้อมน้ำซุปรสกลมกล่อม หอมสมุนไพรและเครื่องเทศนานาชนิดที่เป็นสูตรลับกว่า 20 ปี มีทั้งแบบซุปไก่สมุนไพร และซุปแซ่บสมุนไพร จับมามิกซ์แอนด์แมทช์กับน้ำจิ้มแจ่วซิกเนเจอร์ ก็สุขนัวแบบถึงเครื่องเลยทีเดียวนอกจากนี้ ยังสามารถเติมความนัวของรสชาติและส่วนผสมได้ตามใจชอบด้วย และยังมีน้ำจิ้มอื่นๆ ให้เลือกแบบหลากหลายอาทิ น้ำจิ้มงา น้ำจิ้มเต้าเจี้ยว น้ำจิ้มซีฟู้ด แถมยังสามารถเติมผักนานาชนิดที่หาทานได้ยากในแบบไม่อั้นที่ Farm Stationอีกด้วย อาทิ จิงจูฉ่าย มะระขี้นก ปวยเล้งเป็นต้น

FARM GRILL คัดสรรเนื้อสัตว์จากฟาร์มเพื่อนเกษตรกรที่มีคุณภาพ สดใหม่วันต่อวัน นำมาผ่านกรรมวิธีการย่างให้ได้รสสัมผัสที่ดีที่สุด ทั้งการย่างบนเตาหินลาวา ย่างสมุนไพร ย่างถ่าน ย่างขมิ้น ซึ่งแต่ละวิธีทำให้ได้กลิ่นและรสที่แตกต่างกันออกไป เสิร์ฟพร้อมผักผลไม้ 5 สีมีทั้งชุดกุ้งแม่น้ำอินทรีย์ย่างถ่าน เป็นต้น THAI COMFORT เมนูอาหารจานเดี่ยวที่ดัดแปลงให้เป็นสไตล์แบบฟิวชั่น เสิร์ฟพร้อมกับสลัดฌานา ซุป และไข่ขบถออนเซ็นซึ่งไข่ขบถ คือไข่จากแม่ไก่ที่เลี้ยงแบบอินทรีย์ ปล่อยอิสระ ไม่ใช้ยาปฏิชีวนะ SALAD & APPETIZERS ผักปลอดสารพิษที่สดกรอบ ส่งตรงจากฟาร์มเพื่อนเกษตรกรทุกวันนำมาปรุงรส ทำให้ทานง่ายและเพลิดเพลินทุกเมนู มีให้เลือกสั่งได้หลากหลายแบบ หลากหลายรสชาติตามใจชอบ เช่น ส้มตำข้าวโพดทับทิมสยามไข่เค็ม, สลัดลาบไก่ผักเคล เป็นต้น DRINK & DESSERT คนรักสุขภาพห้ามพลาดน้ำผลไม้สกัดเย็น COLD PRESSED JUICE ที่เก็บประโยชน์ทั้งวิตามินและเอนไซม์ได้อย่างครบถ้วน รวมทั้งน้ำมะพร้าวน้ำหอมอินทรีย์วิถีไทย และเมนูขนมหวานแบบไทยๆ ที่เอาใจคนรักกะทิ รวมถึงผลไม้ลอยแก้วตามฤดูกาล

นอกจากนี้ เรายังมีเพื่อนบ้านคนสำคัญ หรือฟาร์มเพื่อนเกษตรกร ซึ่งเป็นกลุ่มเกษตรกรรุ่นใหม่ที่มีความมุ่งมั่นทำการเกษตรอินทรีย์ ใส่ใจในทุกๆ ขั้นตอนและปลอดภัยจากสารพิษ ไม่ว่าจะเป็นอาหารทะเลจากเครือข่ายรักษ์ปลา รักษ์ทะเลกลุ่มเครือข่ายชาวประมงกลุ่มเดียวในประเทศไทย ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ จากสำนักงานมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ (มกท.), เนื้อจากสหกรณ์เครือข่ายโคเนื้อ จำกัด, หมูเลี้ยงธรรมชาติ หรือหมูกรีนพอร์ค ปลอดสารพิษจาก QMP Group, ไข่ขบถ จากบ้านรักษ์ดิน เป็นไข่ที่ได้จากแม่ไก่ที่เลี้ยงแบบปล่อยตามธรรมชาติ ให้อาหารจากธรรมชาติ และใช้สมุนไพรในการรักษาโรค, มะพร้าวน้ำหอมจาก Aromatic Farm, ผักปลอดสารพิษจากไร่บุญฉลวย และจอนนอนไร่ การทำเกษตรอินทรีย์สุดแนว เจ้าของสโลแกน “ไม่แปลกไม่ปลูก” “ไม่อร่อย ปาทิ้ง”ฉีกกฎ “หวานเป็นลม ขมเป็นยา” จึงทำให้มีผักหลากหลายในสวนที่สามารถรักษาโรคต่างๆ ได้

FARM POT ซุปแซ่บสมุนไพรฌานา

FARM POT ซุปแซ่บสมุนไพรฌานา

FARM GRILL กุ้งแม่น้ำอินทรีย์ย่างเตาถ่าน

FARM GRILL กุ้งแม่น้ำอินทรีย์ย่างเตาถ่าน

SALAD & APPETIZERS ส้มตำข้าวโพดทับทิมสยามไข่เค็ม

SALAD & APPETIZERS ส้มตำข้าวโพดทับทิมสยามไข่เค็ม

นํ้าผลไม้สกัดเย็น COLD PRESSED JUICE

นํ้าผลไม้สกัดเย็น COLD PRESSED JUICE

ชาตยา สุพรรรณพงศ์

ชาตยา สุพรรรณพงศ์

เปิดร้านเครือเจริญโภคภัณฑ์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/382698

เปิดร้านเครือเจริญโภคภัณฑ์

เปิดร้านเครือเจริญโภคภัณฑ์

วันศุกร์ ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เครือเจริญโภคภัณฑ์ โดย นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส นายสุภกิต เจียรวนนท์ ประธานกรรมการ ร่วมย้อนยุคในงานอุ่นไอรัก คลายความหนาว “สายน้ำแห่งรัตนโกสินทร์” เปิดร้าน “เครือเจริญโภคภัณฑ์” คัดสรรสินค้าและบริการของบริษัทในเครือ ได้แก่ บมจ.เจริญโภคภัณฑ์อาหาร(ซีพีเอฟ) บมจ.ซีพี ออลล์ (ซีพี ออลล์) บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น (ทรู) และ บริษัท เพอร์เฟค คอมพาเนียน กรุ๊ป จำกัด มาจำหน่ายในราคาพิเศษบริการแก่ประชาชนที่มาร่วมงาน พร้อมจัดเชฟยอดฝีมือจากซีพีเอฟรังสรรค์เมนูสุดพิเศษสำหรับช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 19 มกราคม 2562 ณ พระลานพระราชวังดุสิตและสนามเสือป่า

‘จุฬาลักษณ์ ผลภิภม’เปิดตัว‘ดราม่าควีน’ สืบทอดตำรับพริกคั่วคุณยายให้แซ่บแบบคุณนาย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/382700

‘จุฬาลักษณ์ ผลภิภม’เปิดตัว‘ดราม่าควีน’ สืบทอดตำรับพริกคั่วคุณยายให้แซ่บแบบคุณนาย

‘จุฬาลักษณ์ ผลภิภม’เปิดตัว‘ดราม่าควีน’ สืบทอดตำรับพริกคั่วคุณยายให้แซ่บแบบคุณนาย

วันศุกร์ ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

สืบทอดตำนานความแซ่บของน้ำพริก “สิริสมบุญ” ที่ได้ชื่อว่าตำรับน้ำพริกเข้าวังมาแต่รุ่นคุณยายมากว่า 100 ปี โดย จุฬาลักษณ์  ผลภิภม นำมาครีเอทใหม่ให้โมเดิร์นและลงตัวกับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ภายใต้ชื่อ “ดราม่าควีน” (Drama Queen)” จัดงานเปิดตัวพริกคั่วกรอบดราม่าควีน 4 สูตรหลัก ได้แก่ สูตรดั้งเดิม, สูตรโลว์แฟต, สูตรเผ็ดน้อยและ สูตรทรัฟเฟิล ที่จะมาเพิ่มรสชาติให้อาหารจานโปรดและทำให้การรับประทานอาหารธรรมดาเป็นเรื่องไม่น่าเบื่ออีกต่อไปที่ทานคู่กับอะไรก็อร่อย โดยในงานมีพาร์ทเนอร์และดาราเซเลบริตี้ชื่อดัง อาทิ เจี๊ยบ-โสพิศภูสนาคม แห่งวิลล่า มาร์เก็ต, โชดก พิจารณ์จิตรแห่ง JD Central, ม.ล.ภูมิใจ ชุมพล เจ้าของร้านอะกาลิโก, บิ๊ก-วเรศรา สมิตะสิริเจ้าของร้านคั่วกลิ้งผักสด, ยูกิ ศรีกาญจนา เจ้าของร้านนารา, ร่วมสัมผัสประสบการณ์ความแซ่บ ณ ร้านอะกาลิโก

จุฬาลักษณ์ ผลภิภม ผู้บริหารแบรนด์ “ดราม่า ควีน” กล่าวว่า ตนเองได้รับการสืบทอดสูตรพริกคั่วกรอบมาจากครอบครัวของสามี (แทนธวัช เรืองศร) ก่อนจะตั้งชื่อว่า “ดราม่าควีน” คุณแม่อยากให้ตั้งชื่อว่า “สิริสมบุญ”ที่เป็นชื่อของคุณตาคุณยาย และเป็นชื่อเดิมของร้านน้ำพริกในสมัยนั้น ที่ได้ทำน้ำพริกส่งเข้าในวังอยู่เรื่อยๆ แต่ต่อมาก็ไม่ได้สืบทอดร้าน เพราะท่านได้ผันตัวไปทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์หลังจากที่เรียนจบจากนิวซีแลนด์ ซึ่งความตั้งใจของเราอยากให้มีชื่อเข้าใจได้ทั้งภาษาไทยและอังกฤษ เพราะจะทำการตลาดที่ต่างประเทศด้วย กว่าจะได้ชื่อนี้มาใช้เวลาเกือบปี จนมีอยู่วันหนึ่งลูกสาว น้องมิกก้า ที่ตอนนั้นอายุได้เพียง 6-7 เดือน ชอบร้องไห้โดยไม่มีเหตุผล สามีเลยพูดออกมาว่าลูกสาวเธอเป็น “ดราม่าควีน” มากๆ เหมือนแม่ที่สุด จึงรู้สึกว่าถูกใจชื่อนี้ เพราะมีคาแร็กเตอร์ตรงกับรสชาติของพริกที่เราทำ ที่แม้จะเผ็ดจนอยากร้องไห้ แต่ก็อยากจะกินต่อๆ ไปเป็นความเผ็ดที่มีความสุขในรสชาติของดราม่าควีน”

ภายในงาน “ดราม่า ควีน” ยังได้ร่วมกับ 9 ร้านอาหารชื่อดังของไทย นำหลากหลายสูตรความแซ่บในแบบฉบับของแต่ละร้าน รังสรรค์เป็นพริกคั่วกรอบ 10 สูตรพิเศษ ได้แก่ สูตรคั่วกลิ้ง-ร้านคั่วกลิ้งผักสด, สูตร Double Truffle-ร้าน Urbani Truffle Bar&Restaurant, สูตรต้มยำ และ สูตรผัดผงกะหรี่-ร้านนารา, สูตรโคชูจัง-ร้านซูกิชิ, สูตรเม็กซิกัน-ร้านลาโมนิต้า,สูตรพิซซ่า-ร้านคุณทอง 2020, สูตรน้ำจิ้มซีฟู้ด-ร้านเสวย, สูตรงา-ร้านไทย มาเช่ และสูตรกะเพรากรอบ-ร้าน Asian Mint และ EnjoyMint

โสพิศ ภูสนาคม แห่งวิลล่า มาร์เก็ต บอกว่า “ผู้บริโภคสมัยใหม่มีรสนิยมในการทานมากๆ เวลาเขาจะซื้อของแต่ละครั้งก็จะคำนึงถึงคุณภาพ ดราม่าควีนก็ตอบโจทย์ลูกค้าเรา เพราะมีวัตถุดิบและขั้นตอนในการผลิตที่มีคุณภาพ ที่สำคัญคือการใส่ใจเรื่องแพ็กเกจจิ้ง ที่มีแบบซองซิปล็อกให้เลือกซื้อ เผื่อใครที่อยากนำติดตัวไประหว่างเดินทางก็จะสะดวก โดยส่วนตัวจะทานเผ็ดได้น้อยมากๆ กินดราม่าควีนครั้งแรกก็น้ำตาไหลเลย จึงชอบทานสูตรเผ็ดน้อย ชอบจับคู่กับอาหารประเภทเส้นไม่ว่าจะเป็นผัดไทย หรือพาสต้าสไตล์อิตาเลียนที่มีชีสเยอะๆ เมื่อได้ความเผ็ดมาตัดรสก็ทำให้เจริญอาหารยิ่งขึ้น”

โชดก พิจารณ์จิตร แห่ง JD Centralการได้พบกับดราม่าควีนเหมือนเป็นพรหมลิขิต เล่าว่า “พี่สาวผม (ศันสนา จิราธิวัฒน์) แนะนำให้ลองเอาพริกคั่วดราม่า ควีน มาขายใน JD Central และเมื่อไม่นานมานี้ผมได้มีโอกาสได้คุยกับคุณจุฬาลักษณ์ เลยเล่าให้ฟังว่าคุณแม่ของผมชอบทานพริกดราม่า ควีน มากๆ เลย ก่อนหน้านี้ผมก็ได้เห็นขวดพริกนี้วางไว้ที่บ้านอยู่แล้ว แต่ไม่รู้มาก่อนว่าเป็นแบรนด์อะไร แต่พอได้ลองทานแล้วก็ติดใจ ส่วนตัวทานเผ็ดได้ไม่มาก ได้ทานสูตรเผ็ดน้อยก็ประทับใจ และยังสามารถทานกับอาหารชนิดใดก็ได้อีกด้วย จึงนำดราม่า ควีน มาวางจำหน่ายที่แอพพลิเคชั่น JD Central และ JDcentral.co.th เพื่อให้ลูกค้าที่ชื่นชอบความแซ่บได้ซื้ออย่างสะดวกยิ่งขึ้น”

บิ๊ก-วเรศรา สมิตะสิริ เจ้าของร้านคั่วกลิ้งผักสด กล่าวว่า “ส่วนตัวเป็นคนทานเผ็ดมากๆ สูตรดั้งเดิมที่เผ็ดน้ำตาไหลจึงเป็นรสชาติที่ถูกใจ ซึ่งดราม่า ควีน ควรจะมีติดบ้านเอาไว้ เพราะไม่ว่าจะเอาไปทานคู่กับกับข้าวหรือครีเอทเมนูใหม่ๆ ออกมาก็ได้ ยิ่งถ้าได้ทานคู่กับไข่เจียวและผักสดก็เป็นการจับคู่ที่ลงตัวมาก ส่วนตัวได้ลองเอาไปผัดกับข้าวผัดกุ้งดูปรากฏว่าได้เมนูใหม่ออกมาอีก ก่อนหน้านี้เคยเอามาทานกับคั่วกลิ้งของที่ร้านก็พบว่ามันอร่อยมาก เลยเป็นที่มาของพริกคั่วกรอบสูตรคั่วกลิ้ง เพราะนิยามความแซ่บของตนคือการนำความแซ่บมาผสานกับความเผ็ดร้อนของสมุนไพรไทย เวลาทานจะได้ความกรอบของกระเทียมอีก ส่วนผสมหลักคือพริกกับกระเทียม เป็นเหมือนคิงกับควีน เพราะส่วนตัวไม่ชอบการปรุงรสที่ได้จากซอส แต่จะชอบความหอมของสมุนไพรไทย ซึ่งกระปุกนี้ลงตัวแบบ #แซ่บมงลงจริงๆ ค่ะ”

สัมผัสประสบการณ์ความแซ่บในแบบฉบับดราม่า ควีน ได้แล้ววันนี้ พร้อมกันทั่วประเทศที่ วิลล่า มาร์เก็ต (Villa Market) และสามารถสั่งความแซ่บผ่านช่องทางออนไลน์ที่ วิลล่า มาร์เก็ต ออนไลน์ เจดี เซ็นทรัล (JDCentral) และ ไลน์แมน (LINE MAN)