คุณแหน : 23 สิงหาคม 2561

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/359505

คุณแหน : 23 สิงหาคม 2561

วันพฤหัสบดี ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ll มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งศ.คลินิก นพ.นิเวศน์ นันทจิต เป็นอธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อีกวาระหนึ่งตั้งแต่31 ก.ค. 61 เป็นที่ยินดีของผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ศิษย์เก่า นักศึกษา และศิษย์เก่าด้วยประจักษ์ในผลงานของ อาจารย์หมอนิเวศน์ อย่างไม่มีข้อสงสัยใดๆ…

ll วิภาวรรณ-กฤษฎา มหาดำรงค์กุล ศิษย์เก่าหนังสือพิมพ์แนวหน้า MD. สวิสโฮเต็ลเลอ คองคอร์ด เปิดโรงแรมให้ “แนวหน้าฟอรั่ม”จัดเสาวนา “จับชีพจรเศรษฐกิจไทย” เชิญชวนนักลงทุนร่วมฟังข้อมูลที่ล้วงลึกถึงแก่นโดยทีมเศรษฐกิจรัฐบาล ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี,ดร.อุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม,ดร.วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมด้วย สุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย 23 ส.ค.18.00 น….

ll เสียงชมเชยไม่หยุด สำหรับ ฉัตรชัย ปานอยู่ รักษาการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการบินไทยสไมล์ สามารถแก้ปัญหาน้อยใหญ่ของลูกค้าทุกระดับได้อย่างดีเยี่ยม เสียดายแต่ว่าจะครบเกษียณปีนี้แล้ว…

ll ดร.ศุภชัยจันทร์สุวรรณ ศิลปินแห่งชาติ เป็นประธานประกอบพิธีไหว้ครูและครอบครูโขน-ละคร ประจำปีโรงมหรสพหลวงศาลาเฉลิมกรุง 23 ส.ค. 08.30 น….

ll พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานในพิธีมอบทุนการศึกษาของมูลนิธิช่วยการศึกษากรุงเทพมหานคร จำนวน 380 ทุน แก่เด็กนักเรียนยากจนในสังกัดกรุงเทพมหานคร  24 ส.ค. 10.00 น. ห้องรัตนโกสินทร์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร โดย ผาณิต พูนศิริวงศ์ ประธานมูลนิธิฯ พร้อมคณะกรรมการ ต้อนรับ ส่วนนักสังคมสงเคราะห์ฯสังกัด กทม. ซึ่งเป็นผู้คัดเลือกเด็กๆ และพามารับทุนคงดีใจที่นายโดยตรงมาเอง…

ll ศ.ดร.ชาญณรงค์พรรุ่งโรจน์ ประธานมูลนิธิศิลปะเพื่อมวลมนุษย์ ร่วมกับกระทรวงวัฒนธรรม จัดคอนเสิร์ตการกุศลHeart For All 25 ส.ค. 14.00 น. โรงละครแห่งชาติ โดยศิลปินชื่อดัง อาทิ ป๊อด โมเดิร์นด็อก,วินัย-วิตติวัต พันธุรักษ์, ดร.ดาวใจ ไพจิตร,วง S2S, อ.เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์, ศ.ดร.โกวิทย์ ขันธศิริ, สันติ ลุนเผ่, กาญจนปกรณ์ แสดงหาญ รายได้ไม่หักค่าใช้จ่าย จัดสร้างอาคารพัฒนาศักยภาพคนพิการ Art for All Village…

ll เสียดายที่สูญเสีย รศ.นพ.ศุภชัย ฐิติอาชากุลอดีต ผอ.รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ด้วยโรคมะเร็งลำไส้อายุเพียง 54 ปีมีพิธีสวดพระอภิธรรมณ วัดโพธิ์ราษฎร์บูรณะ อ.เมือง ราชบุรี 21-24 ส.ค.19.00 น. สมาคมธรรมศาสตร์ฯเป็นเจ้าภาพ 23 ส.ค.และกำหนดฌาปนกิจ 26 ส.ค. 16.00 น….ll

น้อง

กรุงศรี เอ็กซ์คลูซีฟ ชวนคนดัง สืบสานงานหัตถศิลป์ดอกไม้ไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/359486

กรุงศรี เอ็กซ์คลูซีฟ ชวนคนดัง  สืบสานงานหัตถศิลป์ดอกไม้ไทย

กรุงศรี เอ็กซ์คลูซีฟ ชวนคนดัง สืบสานงานหัตถศิลป์ดอกไม้ไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

สิริผกา กรรณสูต, ลาลีวรรณ โกมลสุทธิ์, จารุจิต-พิมพ์เลิศ ใบหยก

เอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม คือความงดงามอันทรงคุณค่าที่พึงรักษาไว้ กรุงศรี เอ็กซ์คลูซีฟ (KRUNGSRI EXCLUSIVE) นำโดย กนกวรรณ ศุภนันตฤกษ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงาน
บริหารความมั่งคั่งและลูกค้ากรุงศรีเอ็กซ์คลูซีฟ มอบประสบการณ์ร่วมสืบสานหัตถศิลป์ของแผ่นดินไทยด้วยกิจกรรม “กรุงศรี เอ็กซ์คลูซีฟ ฟลาวเวอร์ เวิร์กช็อป : KRUNGSRI EXCLUSIVE Flower Workshop” นำเสนอวัฒนธรรมความเป็นไทยผ่านเสน่ห์อันงดงามของดอกไม้ที่เปี่ยมด้วยความสุข ณ พิพิธภัณฑ์วัฒนธรรมดอกไม้ สามเสน

ภายในงานเริ่มต้นด้วยการรับความรู้เกี่ยวกับงานดอกไม้ไทยและวัฒนธรรมประเพณีที่คนไทยใช้ดอกไม้เป็นส่วนหนึ่งของขนบธรรมเนียมต่างๆ ต่อด้วยกิจกรรมเวิร์กช็อปการจัดดอกไม้ไทยอันประณีตและงดงาม โดยมี สกุล อินทกุล ศิลปินนักจัดดอกไม้ชื่อดัง ผู้สรรค์สร้างพิพิธภัณฑ์วัฒนธรรมดอกไม้ไทยร่วมสมัย เป็นวิทยากร ท่ามกลางบรรดาเซเลบริตี้ผู้ชื่นชอบในความงดงามของดอกไม้ อาทิ ม.ล.ทรงลักษณ์ สวัสดิวัตน์, รติรส ภู่วิภาดาวรรธน์, สิริผกา กรรณสูต, ลาลีวรรณ โกมลสุทธิ์, แพรดาว พานิชสมัย, แดน เหตระกูลและ จารุจิต-พิมพ์เลิศ ใบหยก

งานนี้หัวเรือใหญ่อย่าง กนกวรรณศุภนันตฤกษ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานบริหารความมั่งคั่งและลูกค้ากรุงศรี เอ็กซ์คลูซีฟกล่าวว่า “เราเชื่อว่าความสุข คือผลตอบแทนที่มีค่าที่สุดในชีวิตครั้งนี้ถือเป็นโอกาสอันดีในการมอบประสบการณ์สุดพิเศษที่สะท้อนถึงเอกลักษณ์ไทยและเปี่ยมไปด้วยความสุข ความประทับใจ แทนคำขอบคุณที่ให้การสนับสนุนกรุงศรี เอ็กซ์คลูซีฟด้วยดีเสมอมา”

ด้าน ม.ล.ทรงลักษณ์ สวัสดิวัตน์กล่าวว่า “หากพูดถึงวัฒนธรรมคงปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับคนไทยทุกคนอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของวัฒนธรรมการแต่งกายการไหว้ รวมถึงศิลปะหรืองานประณีตศิลป์ มันคือสิ่งที่คนไทยควรกลับมาตระหนักถึงและร่วมกันรักษาไว้เป็นอย่างยิ่ง อาจจะเรียกง่ายๆ ว่าวัฒนธรรมคือ รากเหง้าของความเป็นไทย เพราะมันคือสิ่งแรกที่หากมีใครมองเข้ามาก็จะรับรู้ได้ทันทีว่านี่คือไทย”

สิริผกา กรรณสูต กล่าวเสริมว่า “ในช่วงที่ผ่านมา กระแสการอนุรักษ์ไทยในบ้านเราค่อนข้างมาแรง ความคิดเห็นส่วนตัวน้อยหน่ามองว่า ไม่อยากให้มันเป็นเพียงแค่กระแสที่มาไวและไปไว อยากให้คงไว้แบบนี้เรื่อยๆ อาจจะไม่ต้องถึงขั้นแต่งชุดไทยทุกวันก็ได้ แต่ควรให้ความสำคัญถึงความเป็นไทยในทุกวัน ซึ่งเราสามารถเริ่มจากอะไรง่ายๆ อาทิ การไหว้ให้สวย,การวางตัวให้เหมาะสม หรือจะเป็นการเรียนรู้เรื่องราวความเป็นไทยผ่านสิ่งของใกล้ตัวอย่าง การจัดดอกไม้ หรือร้อยมาลัยแบบง่ายๆ ซึ่งทุกคนสามารถทำได้ และอาจจะชอบจนเกิดเป็นงานอดิเรกก็ได้นะคะ”

ปิดท้ายด้วยสาวเก่ง ลาลีวรรณโกมลสุทธิ์ กล่าวว่า “ขวัญรู้สึกว่าคนไทยมีความคิดสร้างสรรค์และฝีมือในการประดิษฐ์มากๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเย็บปัก ถักร้อย หรือเรื่องของการจัดดอกไม้ ร้อยมาลัย มันเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับคนไทยมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน และขวัญว่ามันคงจะเป็นวัฒนธรรมที่จะอยู่กับเราไปอีกนาน ตราบที่คนไทยยังให้ความสำคัญกับกิจกรรมเหล่านี้ เพราะเสน่ห์ในแบบไทยหาที่ไหนไม่ได้ในโลกนี้นั่นคือความภูมิใจที่คนไทยทุกคนรับรู้และคงดีไม่น้อยถ้าเราช่วยกันอนุรักษ์และสืบสานให้สิ่งเหล่านี้งอกงามอยู่คู่คนไทยตลอดไป”

(ซ้าย) ม.ล.ทรงลักษณ์ สวัสดิวัตน์,กนกวรรณ ศุภนันตฤกษ์, รติรสภู่วิภาดาวรรธน์

(ซ้าย) ม.ล.ทรงลักษณ์ สวัสดิวัตน์,กนกวรรณ ศุภนันตฤกษ์, รติรสภู่วิภาดาวรรธน์
สกุล อินทกุล

สกุล อินทกุล

กิน ช็อป เที่ยว จบในแอพฯเดียว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/359487

กิน ช็อป เที่ยว จบในแอพฯเดียว

กิน ช็อป เที่ยว จบในแอพฯเดียว

วันพฤหัสบดี ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

บิวตี้ โซไซตี้ กรุ๊ป เปิดตัวแอพพลิเคชั่นใหม่ BSG Privilege กิน ช็อป เที่ยว ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ครบจบในแอพฯเดียว

บริษัท บิวตี้ โซไซตี้ กรุ๊ป จำกัด เปิดตัวแอพพลิเคชั่นใหม่ BSG Privilege ภายใต้คอนเซ็ปต์ “รวมความสุขมากมายไว้ที่นี่” ซึ่งรวบรวมโปรโมชั่น สิทธิพิเศษ และกิจกรรมดีๆ ไว้อย่างครบครัน อาทิร้านอาหาร สถาบันเสริมความงามและสินค้าแฟชั่น สถานที่ท่องเที่ยว และสถานที่พักผ่อนจากทุกจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อเป็นการตอบแทนลูกค้าคนสำคัญให้ได้อัพเดทเทรนด์และเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลผ่านโมบาย แอพพลิเคชั่น

งานเปิดตัวจัดขึ้นที่ เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว มาพร้อมสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้า 100 คนแรกของ AlyssaClinic ที่ดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น พร้อมลงทะเบียน รับฟรี Impressive Skin Relaxing โปรแกรมนวดหน้าด้วยศาสตร์การนวดหน้า 36 ขั้นตอน มูลค่า 6,000 บาท (สามารถกดรับสิทธิ์ในแอพพลิเคชั่นได้ทันที) ขณะที่ลูกค้า 100 คนแรกของ The Touch ที่ดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น พร้อมลงทะเบียน รับไปเลย ทรีทเม้นท์ Basic Facial Program โปรแกรมปรนนิบัติผิวด้วยศาสตร์การนวดหน้า 16 ขั้นตอน มูลค่า 10,000 บาท(สามารถกดรับสิทธิ์ได้ภายในแอพพลิเคชั่นได้ทันที)

ตามอัพเดทโปรโมชั่นเด่น แคมเปญโดนใจอีกมากมาย เพียงดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น “BSG Privilege” ได้แล้ววันนี้ผ่านทาง iOS คลิกที่นี่ https://apple.co/2Ntn0ol และ Android คลิกที่นี่ http://bit.ly/2NpFh60

‘70 คำสอนพระราชา ทวยราษฎร์น้อมรำลึก’ หนังสือคำสอนที่ไม่ได้เป็นเพียงนามธรรม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/359451

‘70 คำสอนพระราชา ทวยราษฎร์น้อมรำลึก’  หนังสือคำสอนที่ไม่ได้เป็นเพียงนามธรรม

‘70 คำสอนพระราชา ทวยราษฎร์น้อมรำลึก’ หนังสือคำสอนที่ไม่ได้เป็นเพียงนามธรรม

วันพฤหัสบดี ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

มูลนิธิ ดร.เทียม โชควัฒนา โดย ดร.ศิรินา โชควัฒนา ปวโรฬารวิทยา ประธานโครงการจัดทำหนังสือ “70 คำสอนพระราชา ทวยราษฎร์น้อมรำลึก” จัดงานเปิดตัวหนังสือ โดยเชิญนักเขียนสองท่าน คือ บุญเกียรติ โชควัฒนา, ธีรดา อำพันวงษ์ เสวนาร่วมกับนักอ่าน ณัชกานต์ อำพันวงษ์ ณ ไบเทค บางนา

ดร.ศิรินา โชควัฒนา ปวโรฬารวิทยา ประธานโครงการฯ กล่าวถึงความริเริ่มในการทำหนังสือเล่มนี้ว่า ตั้งแต่เล็กจนโต ครอบครัวโชควัฒนา ได้รับคำสั่งสอนจากคุณพ่อ ดร.เทียม โชควัฒนา ว่าพวกเราโชคดีที่ได้เกิดบนแผ่นดินไทย มีพระมหากษัตริย์ผู้ปกครองบ้านเมืองด้วยหลักทศพิธราชธรรม ขอให้รำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณด้วยการเป็นคนดี ซื่อสัตย์ ไม่สร้างปัญหาให้สังคมและประเทศชาติ

วันที่ 13 ตุลาคม 2559 ในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จสวรรคตเป็นวันที่ฟ้าไทยมืดมิด ประชาชนคนไทยมีความรู้สึกเศร้าสุดอาลัย ตลอด 1 ปีที่ผ่านมา ภาพพระราชกรณียกิจ พระราชดำรัส พระบรมราโชวาท บทเพลงพระราชนิพนธ์ของในหลวงรัชกาลที่ 9 ปรากฏขึ้นในมโนภาพชัดเจนมากขึ้นเป็นลำดับ เศรษฐกิจพอเพียง ปิดทองหลังพระ วิริยะอุตสาหะ อบรมบ่มนิสัย ฯลฯ ล้วนเป็นพระบรมราโชวาทสร้างคนไทยให้เป็นคนดี มีความสุขอย่างพอเพียง

มูลนิธิ ดร.เทียม โชควัฒนา จึงได้รวบรวมอัญเชิญพระบรมราโชวาท พระราชดำรัส และเพลงพระราชนิพนธ์ ที่พระองค์พระราชทานตลอด 70 ปี ที่ทรงครองราชย์ โดยได้ทำวิจัยด้วยการสัมภาษณ์นักบริหาร 70 คนที่น้อมนำมาใช้ในการบริหารงานและประสบความสำเร็จ หนังสือ “70 คำสอนพระราชา ทวยราษฎร์น้อมรำลึก” จะเป็นประโยชน์ต่อนักเรียน นักศึกษา ผู้ปฏิบัติงาน ประชาชนชาวไทยที่นำคำสอนมาปฏิบัติให้เป็นนิสัยที่ดี เพื่อให้ทุกคนในประเทศชาติมีความสุขความเจริญ รายได้จากการจำหน่ายหนังสือเล่มนี้มอบให้มูลนิธิอุทกพัฒน์ฯ เพื่อสร้างระบบเชื่อมต่อสระกักเก็บและกระจายน้ำโครงการเพชรน้ำหนึ่ง จังหวัดเพชรบุรี ตามพระราชดำรัส พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9พระราชทานเมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2539 “…หลักสำคัญว่าต้องมีน้ำ น้ำบริโภคและน้ำใช้ น้ำเพื่อการเพาะปลูก เพราะชีวิตอยู่ที่นั่น ถ้ามีน้ำ คนอยู่ได้ ถ้าไม่มีน้ำ คนอยู่ไม่ได้ ไม่มีไฟฟ้า คนอยู่ได้ แต่ถ้ามีไฟฟ้า ไม่มีน้ำ คนอยู่ไม่ได้”

บุญเกียรติ โชควัฒนา กล่าวว่า “คนไทยทุกคนต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 พระองค์ทรงรักและห่วงใยประชาชนตลอดเวลาที่ผมเผชิญปัญหาหรือวิกฤติผมจะรู้สึกกังวลมาก สิ่งที่ผมได้เรียนรู้จากพระองค์ท่าน คือ ความเพียรพยายามในการแก้ปัญหาให้ได้ ด้วยการคิดในทางที่ดี เพื่อให้องค์กรก้าวหน้า ผมได้น้อมนำพระบรมราโชวาทของพระองค์มาเป็นแนวทางในการทำงานและดำเนินชีวิต”

ธีรดา อำพันวงษ์ กล่าวว่า ดีใจที่หนังสือ “70 คำสอนพระราชา ทวยราษฎร์น้อมรำลึก” ได้อัญเชิญพระบรมราโชวาท และทำวิจัยด้วยการสัมภาษณ์นักบริหาร 70 ท่าน เพื่อสื่อให้เห็นว่าคำสอนของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เป็นประโยชน์แก่คนไทยทุกคน สามารถนำไปใช้เป็นหนังสือสอนนักเรียนและเยาวชนคนไทยทั่วประเทศ เป็นหนังสือที่มีค่าในการเรียนรู้เพื่อการปฏิบัติในชีวิตจริง “ดิฉันเคยได้ยินพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ในเรื่องการประมาณตน ที่พระราชทานแก่บัณฑิตจบใหม่ คือหลักคำสอนที่ดิฉันจดจำและนำมาใช้ นับตั้งแต่เริ่มทำงานโดยจะหมั่นสังเกตและเรียนรู้จากผู้ที่มีความสามารถ ถามความเห็นจากหัวหน้างาน และผู้อยู่ใต้สายงานเพื่อประมวลข้อมูลในการตัดสินใจ หลักคำสอนของพระองค์ท่านยังเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาความสามารถของบุคลากร หากบุคคลใดทำงานตามความถนัด ทำในสิ่งที่เป็นจุดเด่นแล้ว การทำงานจะมีทั้งประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากที่สุด”

ณัชกานต์ อำพันวงษ์ นักอ่านคนรุ่นใหม่ กล่าวว่า “แนทอ่านจบทั้งเล่มแล้วค่ะ เนื้อหาด้านในมี 70 คำสอน ที่แบ่งเป็นบทชัดเจน คือ บทที่ 1 เป็นเรื่องการเรียนรู้มี 23 คำสอน บทที่ 2 การปฏิบัติ 13 คำสอน บทที่ 3 พอเพียง มี 7 คำสอน บทที่ 4 คุณธรรม 12 คำสอน และบทที่ 5 คือ ความสุข ประกอบด้วย 15 คำสอน แต่ละคำสอนมีความแตกต่างกันและมีประโยชน์มาก เราสามารถเลือกนำไปปฏิบัติได้ในแต่ละช่วงวัย หนังสือเล่มนี้ไม่มีข้อจำกัด เป็นหนังสือสำหรับทุกคน ทุกวัย ทุกอาชีพแนทอ่านแล้ว มานึกย้อนถึงตนเองค่ะ ว่าเรานำคำสอนใดมาอยู่ในชีวิตโดยที่เราไม่รู้ตัวบ้าง เช่น เรื่องปิดทองหลังพระ เป็นเรื่องจริงค่ะ การที่เราทำอะไร ไม่จำเป็นต้องให้ทุกคนรู้ว่าเราเป็นคนทำ เราควรมุ่งทำหน้าที่นั้นให้สมบูรณ์ที่สุดไม่ต้องไปคิดว่าทำแล้วต้องมีคนเห็นคนรู้ แต่ให้มองถึงผลนั้นๆ มากกว่า และถ้าเราประสบความสำเร็จ ก็จะพบความสุขใจ ซึ่งดียิ่งกว่าคำชม”

หนังสือ “70 คำสอนพระราชา ทวยราษฎร์น้อมรำลึก” หาซื้อได้ที่โรงเรียนคุณธรรม ดร.เทียม โชควัฒนา ร้านนายอินทร์ เล่มละ 99 บาท และรายได้มอบให้มูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ นำไปใช้ในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ในโครงการเพชรน้ำหนึ่งสอบถามเพิ่มเติมที่ บมจ.บูติคนิวซิตี้ กนกวรรณ มากล้น โทร.085-1153605

หนังสือ “70 คำสอนพระราชาทวยราษฎร์น้อมรำลึก” รวบรวมบทสัมภาษณ์จากนักบริหารที่ได้น้อมนำพระราชดำรัส พระบรมราโชวาท และบทเพลงพระราชนิพนธ์ของในหลวงรัชกาลที่ 9 มาปฏิบัติในการบริหารงานและดำเนินชีวิต
เป็นประโยชน์ต่อนักเรียน นักศึกษา ผู้ปฏิบัติงาน ประชาชนชาวไทย

หนังสือ “70 คำสอนพระราชาทวยราษฎร์น้อมรำลึก” รวบรวมบทสัมภาษณ์จากนักบริหารที่ได้น้อมนำพระราชดำรัส พระบรมราโชวาท และบทเพลงพระราชนิพนธ์ของในหลวงรัชกาลที่ 9 มาปฏิบัติในการบริหารงานและดำเนินชีวิต เป็นประโยชน์ต่อนักเรียน นักศึกษา ผู้ปฏิบัติงาน ประชาชนชาวไทย
มูลนิธิ ดร.เทียม โชควัฒนา โดย ดร.ศิรินา โชควัฒนา ปวโรฬารวิทยา ประธานโครงการจัดทำหนังสือ “70 คำสอนพระราชา ทวยราษฎร์น้อมรำลึก” เปิดตัวหนังสือ โดยมีนักเขียนบุญเกียรติ โชควัฒนา, ธีรดา อำพันวงษ์ เสวนาร่วมกับนักอ่าน ณัชกานต์ อำพันวงษ์

มูลนิธิ ดร.เทียม โชควัฒนา โดย ดร.ศิรินา โชควัฒนา ปวโรฬารวิทยา ประธานโครงการจัดทำหนังสือ “70 คำสอนพระราชา ทวยราษฎร์น้อมรำลึก” เปิดตัวหนังสือ โดยมีนักเขียนบุญเกียรติ โชควัฒนา, ธีรดา อำพันวงษ์ เสวนาร่วมกับนักอ่าน ณัชกานต์ อำพันวงษ์
ดร.ศิรินา โชควัฒนา ปวโรฬารวิทยา เล่าถึงการริเริ่มจัดทำหนังสือ, บุญเกียรติ โชควัฒนา กล่าวถึงความพากเพียร และ ธีรดา อำพันวงษ์ กล่าวถึงยึดหลักการประมาณตน

ดร.อุษณีย์มหากิจศิริ ลีโอณีโอประธานฝ่ายปชส. (AUAA)

ดร.ศิรินา โชควัฒนา ปวโรฬารวิทยา เล่าถึงการริเริ่มจัดทำหนังสือ, บุญเกียรติ โชควัฒนา กล่าวถึงความพากเพียร และ ธีรดา อำพันวงษ์ กล่าวถึงยึดหลักการประมาณตน ดร.อุษณีย์มหากิจศิริ ลีโอณีโอประธานฝ่ายปชส. (AUAA)
คณะกรรมการมูลนิธิ ดร.เทียม โชควัฒนา และผู้บริหารที่ร่วมเขียนบทความในหนังสือ

คณะกรรมการมูลนิธิ ดร.เทียม โชควัฒนา และผู้บริหารที่ร่วมเขียนบทความในหนังสือ
อุษา อุษณาจิตต์ ศิริขวัญ-ดร.การุญ จันทรางศุ ร่วมเขียนบทสัมภาษณ์

อุษา อุษณาจิตต์ ศิริขวัญ-ดร.การุญ จันทรางศุ ร่วมเขียนบทสัมภาษณ์
ชัยลดล โชควัฒนา, ธีรดา
อำพันวงษ์, อุษา อุษณาจิตต์, ดร.ศิรินา โชควัฒนา
ปวโรฬารวิทยา, ศิริขวัญ-ดร.การุญ จันทรางศุ และ ประวรา เอครพานิช

ชัยลดล โชควัฒนา, ธีรดา อำพันวงษ์, อุษา อุษณาจิตต์, ดร.ศิรินา โชควัฒนา ปวโรฬารวิทยา, ศิริขวัญ-ดร.การุญ จันทรางศุ และ ประวรา เอครพานิช
บุณยสิทธิ์-บุญปกรณ์-บุณย์เอก โชควัฒนา

บุณยสิทธิ์-บุญปกรณ์-บุณย์เอก โชควัฒนา

แพทย์แนะปกป้องลูกน้อยให้ห่างไกลจากโรคภูมิแพ้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/359474

แพทย์แนะปกป้องลูกน้อยให้ห่างไกลจากโรคภูมิแพ้

แพทย์แนะปกป้องลูกน้อยให้ห่างไกลจากโรคภูมิแพ้

วันพฤหัสบดี ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

มั่นใจว่าคุณแม่ยุคใหม่หลายๆ คนมักจะให้ความสำคัญและใส่ใจในการดูแลสุขภาพของลูกน้อย ทั้งเรื่องอาหารการกินการออกกำลังกาย และการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ แต่มีอีกหนึ่งปัจจัยที่คุณแม่หลายๆ ท่านอาจมองข้าม นั่นคือ สภาพแวดล้อมภายในบ้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อากาศที่เราหายใจเข้าไป ตามสถิติแล้ว คนเราหายใจเข้า-ออกถึงวันละ 24,000 ครั้ง และเมื่ออากาศภายในบ้านเต็มไปด้วย สิ่งแปลกปลอมแฝงหรือผงฝุ่นที่มีโมเลกุลขนาดเล็ก ผลกระทบที่ตามมา คือ ลูกน้อยของคุณอาจป่วยเป็นโรคภูมิแพ้หรือหอบหืดแบบที่ตัวคุณแม่เองก็คาดไม่ถึง

และเพื่อให้ความรู้ ตลอดจน การดูแลสุขภาพที่ยั่งยืน บริษัท ฟิลิปส์ (ประเทศไทย) จำกัด โดย นางสาวสิริวรรณนิจกิจจาทร ผู้จัดการทั่วไปกลุ่ม ธุรกิจ Personal Health จึงได้จัดงาน “รวมพลคนไม่(ยอม) แพ้ by Philips Air Purifier” ขึ้น เพื่อให้ผู้บริโภคได้ตระหนักถึงความสำคัญของอากาศภายในบ้าน ซึ่งต้องบอกว่าหลายๆ คนอาจลืมคิดไปว่าอากาศในบ้านสำคัญอย่างไร โดย สิริวรรณ เผยว่าเพราะเราใช้ชีวิตในบ้านมากกว่า 8-10 ชั่วโมง โดยเฉพาะครอบครัวที่มีลูกเล็กๆ จะใช้เวลาอยู่ที่บ้านมากกว่าปกติ และที่น่าตกใจคือ ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลกพบว่า อากาศในบ้านนั้นอาจสกปรกกว่าอากาศนอกบ้านได้ถึง 2-5 เท่า ซึ่งอากาศที่เราสูดเข้าไปเป็นสิ่งที่มองไม่เห็น แต่มีความสำคัญกับร่างกายและสุขภาพของเราอย่างมาก เพราะเป็นปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดภูมิแพ้ และโรคอื่นๆ ได้”

ด้าน รศ.พญ.รวีรัตน์ สิชฌรังษี(หมอใหม่) กุมารเวชศาสตร์โรคภูมิแพ้ โรงพยาบาลพระรามเก้า มาร่วมให้ความรู้เกี่ยวกับการปกป้องลูกน้อยให้ห่างไกลจากโรคภูมิแพ้ในงานฯ โดยคุณหมอใหม่กล่าวว่า “โดยปกติแล้วโรคภูมิแพ้ที่พบบ่อยๆ ในประเทศไทย คือ โรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ (Allergic rhinitis) โรคหอบหืด(Asthma) และโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง (Atopic dermatitis) โดยทั้งสามโรคจะเกิดอาการ เมื่อร่างกายได้รับสารกระตุ้นบางอย่าง และมีปฏิกิริยาตอบสนองสารกระตุ้นมากกว่าปกติหรือไวกว่าปกติ ทำให้เกิดอาการแพ้ที่อวัยวะต่างๆ อาทิ ไอจาม คัดจมูก คันตา มีน้ำมูก หรือเกิดอาการหายใจหอบเหนื่อย เพราะหลอดลมมีอาการหดเกร็งตัว ทั้งนี้สารก่อภูมิแพ้ภายในบ้านสามารถเกิดได้จากทั้งไรฝุ่นบนที่นอน แมลง สัตว์เลี้ยงแสนรัก เชื้อราในบ้านหรือแม้กระทั่งการทำครัว”

“สำหรับ 4 ขั้นตอนง่ายๆ ในการดูแลลูกๆ เมื่อป่วยเป็นโรคภูมิแพ้ นั่นคือ ล้างจมูก-ลูกต้องนอน-สอนให้ออกกำลัง -รวมพลังไปหาหมอ โดยแต่ละขั้นตอน คุณหมอให้รายละเอียดว่า

1. ล้างจมูก

การล้างจมูกด้วยน้ำเกลือนั้นแสนง่าย ช่วยให้จมูกโล่งได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ และการล้างจมูกนี้มีประโยชน์มาก ทั้งช่วยชะล้างเอาน้ำมูกที่อุดตันเวลาเป็นหวัด ล้างสารก่อภูมิแพ้และสิ่งสกปรกออกไปจากจมูก ทำให้โพรงจมูกโล่ง สำหรับผู้ที่เป็นโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ หากล้างจมูกก่อนการพ่นยาจะทำให้ยาพ่นจมูกออกฤทธิ์ได้ดีขึ้นเพราะสัมผัสกับเยื่อบุจมูกได้มากขึ้นอีกด้วยนะคะ ควรฝึกหัดตั้งแต่เด็กน้อยอายุ 3 ขวบขึ้นไปและควรปรึกษาแพทย์อย่างใกล้ชิด

2.ลูกต้องนอน

การพักผ่อนให้เพียงพอ คือสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับเด็กๆ เพราะการนอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอจะเป็นตัวเสริมให้ร่างกายตอบสนองต่อสิ่งแปลกปลอมได้อย่างเหมาะสม

3.สอนให้ออกกำลัง

การออกกำลังกายให้สมํ่าเสมอ นอกจากจะช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงทางร่างกายแล้ว ยังเสริมสร้างความอบอุ่นในครอบครัว คุณพ่อคุณแม่และคุณลูกได้ใช้เวลาสร้างสายสัมพันธ์ผ่านการออกกำลังกายร่วมกัน

4.รวมพลังไปหาหมอ

การใช้ยาตามแพทย์แนะนำอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงหลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้จะช่วยให้ลูกน้อยมีสุขภาพที่แข็งแรงขึ้น

นอกจากเคล็ดลับดีๆ จากคุณหมอใหม่แล้ว ภายในงานยังจัดกิจกรรม“ชนะภูมิแพ้ด้วยโยคะ” จากสถาบันHolistic Yoga ซึ่งกิจกรรมโยคะเป็นการออกกำลังกายที่สามารถทำได้ทุกเพศทุกวัย เพราะการฝึกโยคะประกอบด้วย การบริหารกาย การบริหารการหายใจ และการฝึกความผ่อนคลาย ฝึกสมาธิ เป็นการฝึกทั้งด้านร่างกายและจิตใจไปพร้อมกัน เนื่องจากโรคภูมิแพ้ทางเดินหายใจมีปัจจัยหลายประการ ฉะนั้นในการฝึกจึงต้องฝึกอย่างเป็นองค์รวม (Holistic approach) โดยเริ่มจากการฝึกอาสนะในแนวผ่อนคลาย ร่วมกับการฝึกการหายใจแบบลึกๆ ช้าๆ ช่วยเรื่องบริหารปอดฝึกการหายใจเข้าออกได้อย่างเต็มที่ ส่งผลให้อาการของภูมิแพ้ทุเลาลง อย่างไรก็ตามการฝึกหายใจเพื่อบริหารปอดนั้น ควรให้ความสำคัญกับอากาศที่อยู่รอบตัวและอากาศที่เราหายใจเข้าไป นั่นคืออากาศต้องสะอาด ปราศจาก PM2.5 ซึ่งเป็นสารแปลกปลอมภายในอากาศที่ตาเรามองไม่เห็น

รศ.พญ.รวีรัตน์ สิชฌรังษี (หมอใหม่)

รศ.พญ.รวีรัตน์ สิชฌรังษี (หมอใหม่)

BAO BAO ปรับราคาครั้งใหญ่ ไม่ต้องบินไปซื้อไกลถึงญี่ปุ่นแล้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/359489

BAO BAO ปรับราคาครั้งใหญ่  ไม่ต้องบินไปซื้อไกลถึงญี่ปุ่นแล้ว

BAO BAO ปรับราคาครั้งใหญ่ ไม่ต้องบินไปซื้อไกลถึงญี่ปุ่นแล้ว

วันพฤหัสบดี ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

Club21 ประเทศไทย เอาใจเหล่าแฟชั่นนิสต้าสาวกกระเป๋าBAO BAO ISSEY MIYAKE ด้วยการปรับราคากระเป๋าทุกรุ่นให้เบาสมชื่อ เหมือนบินไปซื้อเองที่ญี่ปุ่น ไม่ต้องพรีออเดอร์ ได้ของแน่นอนไม่ต้องลุ้นให้เสียเวลา แถมยังเป็นของแท้การันตี 100 เปอร์เซ็นต์

ตั้งแต่กระเป๋า BAO BAO ISSEY MIYAKE ได้เริ่มวางขายในประเทศไทย ก็ได้กระแสตอบรับแบบฮอตสุดๆ จนฮิตกันไปทั่วบ้านทั่วเมือง ทำให้ขณะนี้กระเป๋า BAO BAO ISSEY MIYAKE กลายเป็นไอเท็มโปรดของใครหลายๆ คน เพราะดีไซน์สุดเก๋ เน้นการใช้งานได้จริง จุของได้เยอะ กะทัดรัด และน้ำหนักที่เบาอย่างไม่น่าเชื่อ

ไม่แปลกใจที่จะเห็นใครต่อใครก็ถือกระเป๋า BAO BAO ISSEYMIYAKE เรียกได้ว่าตั้งแต่วัยเรียนวัยทำงาน ไปจนถึงรุ่นคุณแม่เลยทีเดียว และครั้งนี้ BAO BAO ISSEY MIYAKE ก็มาพร้อมเซอร์ไพรส์ครั้งใหญ่กับการปรับลดราคากระเป๋าทุกรุ่นจนใกล้เคียงกับราคาที่ญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นรุ่น WRIN รุ่น BATEAU MATTE รุ่นPRISM BI TEXTURE รุ่น ROW METALLIC รุ่น PRISM BI TEXTURE รุ่น PRISM BASIC รุ่น PLATINUM รุ่น LANDER MATTE รุ่น HIKER รุ่น DAYPACK

พิเศษไปกว่านั้น กระเป๋า BAO BAO ISSEY MIYAKE รุ่นใหม่ล่าสุดที่ออกมาในแต่ละเดือน ราคาก็จะปรับตามลงเช่นกัน ทำให้ราคาแทบไม่ต่างจากที่ซื้อที่ญี่ปุ่น และมีกระเป๋าพร้อมส่งแน่นอน บริการจัดส่งทั่วประเทศ ไม่เกิน 2 วัน รับประกันสินค้า 1 ปีเต็ม พิเศษขนาดนี้รีบไปจับจองกันได้ที่ร้าน Bao Bao Issey Miyake ทั้ง 4 สาขา สยามดิสคัฟเวอรี่ ดิ เอ็มควอเทียร์ เซ็นทรัล ชิดลม และเซ็นทรัล ลาดพร้าว และยังสามารถซื้อสินค้าผ่าน LINE@BAOBAOISSEYMIYAKE ได้อีกด้วย

ผิวใสทั้งตัว ไม่กลัวแดด แบบมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2018

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/359493

ผิวใสทั้งตัว ไม่กลัวแดด แบบมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2018

ผิวใสทั้งตัว ไม่กลัวแดด แบบมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2018

วันพฤหัสบดี ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

(ซ้าย) ขวัญลดา รุ่งโรจน์อำภา, สุชาดา ธีรวชิรกุล, กุลรัตน์ ทวีนุช, มนต์ชัยเดโชจรัสศรี และ อิษฏ์วรรณ สุทธินาค

แดดจะแรงแค่ไหนสาวๆ หมดกังวลได้เลย กับตัวช่วยตัวใหม่ aviance Gluta-Orange (อาวียองซ์กลูตา-ออเร้นจ์) ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร แอล-กลูตาไธโอน ผสมสารสกัดจากส้มสีแดง สรรค์สร้างโดย อาวียองซ์ (aviance) แบรนด์ความงามระดับพรีเมียม โดย ยูนิลีเวอร์ เน็ทเวิร์ค ซึ่งได้จัดงาน “อาวียองซ์ กลูตา-ออเร้นจ์ เมค ยู โกลว์…ผิวใสทั้งตัว ไม่กลัวแดด (aviance Gluta-Orange Makes You Glow) โดยมี มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2018 นิ้ง-โศภิดากาญจนรินทร์ มาเผยการดูแลตัวเองเตรียมผิวให้เปล่งประกาย เพื่อก้าวสู่การประกวดเวทีระดับโลก ร่วมด้วย 3 สาวเจ้าของแอคทีฟไลฟ์สไตล์ ออย-อิษฏ์วรรณ สุทธินาค เจ้าของธุรกิจซันแทน ทัวร์, ร็อค-ขวัญลดา รุ่งโรจน์อำภา รองอันดับ 1 มิสทิฟฟานี่ยูนิเวิร์ส 2017 และ ครูบี-กุลรัตน์ ทวีนุช ครูสอนโยคะ ออนบอร์ด และผู้ร่วมก่อตั้ง Yoga & Me ร่วมงาน ณ ยูนิลีเวอร์ เฮาส์ ถนนพระราม 9

ดร.พงศกรพัฒน์ อรุโณทยานันท์ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาความรู้ผลิตภัณฑ์ระดับภูมิภาค ยูนิลีเวอร์ เน็ทเวิร์ค อะคาเดมีเผยว่า “การดูแลผิวที่ดีเพียงแค่ทาครีมกันแดดอย่างเดียวนั้นอาจไม่เพียงพอควรมีการเติมสารต้านอนุมูลอิสระให้ผิวด้วย เพื่อเสริมให้ผิวมีความแข็งแรงต่อต้านอนุมูลอิสระจากแสงแดดได้มากยิ่งขึ้น ซึ่งกลูตาไธโอนเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีอยู่ในร่างกาย ที่ช่วยให้ผิวมีความแข็งแรง ปกป้องผิวไม่ให้ถูกทำลาย และเกี่ยวข้องกับความกระจ่างใสของผิว ซึ่งสีผิวของคนเรานั้นจะประกอบด้วยเม็ดสีผิวขาวอมชมพู และเม็ดสีผิวน้ำตาล คนผิวคล้ำจะมีเม็ดสีผิวน้ำตาลมากกว่าเม็ดสีผิวขาวอมชมพู โดยมีงานวิจัยค้นพบว่า กลูตาไธโอนจะลดการสร้างเม็ดสีผิวน้ำตาลและเพิ่มเม็ดสีผิวขาวอมชมพู จึงช่วยให้ผิวมีความกระจ่างใสเพิ่มขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติปัจจุบันมีการผลิต แอล-กลูตาไธโอน ด้วยเทคโนโลยีชีวภาพ ที่ได้รับการรับรองความปลอดภัยจากองค์การอาหารและยาสหรัฐอเมริกา USFDA และมีงานวิจัยว่าสามารถถูกดูดซึมได้เมื่อรับประทาน จึงเริ่มมีการนำกลูตาไธโอนมาใช้ในรูปแบบรับประทาน เพื่อเสริมให้ผิวแข็งแรง แลดูกระจ่างใสสุขภาพดีนอกจากนี้ ยังมีงานวิจัยพบว่า สารสกัดจากส้มสีแดง 3 สายพันธุ์ (Red Orange Complex) ที่อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ เมื่อรับประทานอย่างต่อเนื่อง สามารถเพิ่มระดับกลูตาไธโอนในร่างกายได้ จึงป้องกันความร่วงโรยของผิวจากรังสี UV ในแสงแดด ที่เป็นสาเหตุของผิวหมองคล้ำ แก่ก่อนวัย”

ขวัญคู่ อ่อนจำรัส ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์ระดับภูมิภาค ยูนิลีเวอร์ เน็ทเวิร์ค กล่าวว่า “aviance Gluta-Orange เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใหม่ที่มีนวัตกรรมในการช่วยดูแลผิวสาวๆ ให้กระจ่างใสเป็นธรรมชาติ และสุขภาพดีคัดสรรส่วนผสมอย่าง แอล-กลูตาไธโอนที่นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น ผสานรวมกับสารสกัดจากส้มสีแดง 3 สายพันธุ์ (Red Orange Complex) จากประเทศอิตาลี ร่วมด้วย เซอรามายด์ ซึ่งเป็นสารสกัดจากจมูกข้าวญี่ปุ่น เสริมให้ผิวมีความชุ่มชื่น วิตามินซี และวิตามินบี 3 เหมาะสำหรับผู้หญิงยุคใหม่ที่มีแอคทีฟไลฟ์สไตล์เผชิญแสงแดด และยังเป็นผลิตภัณฑ์ที่ส่งต่อพลังให้ผู้หญิงทำลายข้อจำกัด กล้าที่จะทำอะไรเพื่อนำไปสู่ความสำเร็จและเปล่งประกายความสวยในแบบที่เป็นตัวคุณ”

เหมือนเช่นภายในงานที่มีสาวงามระดับประเทศ มาฉายแสงออร่าเปล่งประกาย ที่สวยทั้งความคิดและผิวพรรณ นิ้ง-โศภิดา กาญจนรินทร์ มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2018 ที่เผยถึงการดูแลตัวเอง เตรียมผิวให้เปล่งประกาย เพื่อก้าวสู่การประกวดเวทีระดับโลกว่า “เป็นเด็กผู้หญิงที่ขี้อาย แต่มีความฝันที่ชัดเจนว่าอยากเป็นนางงาม จึงใช้ความพยายามและความอดทนที่สูงมาก เพื่อจะนำไปสู่ความสำเร็จที่ตั้งเป้าหมายไว้ มีความเชื่อมั่นและมั่นใจว่าเราต้องทำได้ แม้ว่าฝันนี้จะทำสำเร็จแต่ต้องไม่หยุดพัฒนาตัวเองต่อไป ความสวยก็เช่นเดียวกันต้องหมั่นดูแลตัวเองและต้องมีวินัย เพราะการมีผิวพรรณที่ดีต้องเริ่มจากการดูแลตัวเองที่ดีมากๆ ต้องอาศัยเวลา เพื่อให้ผิวมีความเปล่งประกาย การทานอาหารที่มีประโยชน์อย่างอาหารคลีน ดื่มน้ำมากๆ และทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารควบคู่กับการบำรุงผิว ออกกำลังกาย และพักผ่อนให้เพียงพอ นิ้งคิดว่าผู้หญิงสวยในความคิดของนิ้ง นอกจากความสวยภายนอกแล้ว ภายในก็สำคัญ โดยเฉพาะเรื่องของการคิดบวก ต้องมีเสน่ห์ และมีความรู้ที่สามารถช่วยเหลือคนอื่นๆ ได้ สวยในแบบที่เป็นเรา ถึงจะเป็นความสวยที่แท้จริง”

นอกจากนี้ ภายในงานยังมี 3 สาวจาก 3 วงการเจ้าของแอคทีฟไลฟ์สไตล์ มาร่วมเผยถึงการดูแลผิว เริ่มที่ออย-อิษฏ์วรรณ สุทธินาค เจ้าของธุรกิจซันแทน ทัวร์ กล่าวว่า “คุณแม่ ซึ่งเป็นผู้หญิงที่ชอบทำกิจกรรมเอ้าท์ดอร์ มาก จึงพาเราไปทะเลทุกสัปดาห์เพื่อให้คุ้นชิน ตั้งแต่นั้นมาก็ไปทะเลบ่อยและรู้จักกับชาวมอร์แกนที่เขาดำน้ำแบบฟรีไดฟ์ จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เราฝึกดำน้ำแบบนี้ และรู้สึกอินไปกับมัน ทำให้ผิวเจอกับแสงแดด จากคนที่เคยผิวขาวก็กลายเป็นผิวสีแทน ก็ป้องกันผิวด้วยการทาครีมกันแดดและเลือกทานอาหาร โดยจะเน้นพวกสารเบต้าแคโรทีนแต่ผิวก็ยังคงมีความแห้งอยู่ และเมื่อได้ลองดื่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหารaviance Gluta-Orange พบว่าผิวที่เคยแห้งมีความชุ่มชื้นขึ้น ซึ่งคิดว่าต่อให้ผิวจะโดนแดดหรือไม่โดน ก็ควรที่จะต้องบำรุงดูแลผิวให้สวยจากข้างใน เพราะการดูแลเพียงข้างนอกอาจไม่เพียงพอ จึงต้องมีตัวช่วยให้ผิวสวยสดใส เปล่งประกายมาจากข้างใน ตอนนี้เวลามองผิวตัวเองรู้สึกว่าผิวดูมีสุขภาพที่ดีขึ้น”

ด้าน ร็อค-ขวัญลดา รุ่งโรจน์อำภา รองอันดับ 1 มิสทิฟฟานี่ยูนิเวิร์ส 2017 เผยว่า “ผิวพรรณกับนางงามเป็นสิ่งที่คู่กันต้องดูแล และถึงแม้ไม่ใช่นางงามก็ต้องดูแลผิว และการดูแลรักษาให้ผิวสวยตลอดไปนั้นยิ่งยากดังนั้นควรดูแลผิวทั้งภายนอกและภายใน ยิ่งตัวเองที่ต้องแต่งหน้ามาก และยังต้องเจอแสงไฟแสงแฟลช ทำให้ต้องดูแลผิวมากเป็นพิเศษ นอกเหนือจากการทานอาหารที่มีประโยชน์ การเสริมด้วยผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอย่าง aviance Gluta-Orange จึงเป็นสิ่งจำเป็น แม้จะเป็นคนผิวขาว ก็ยังช่วยให้ผิวเปล่งประกายเป็นสีอมชมพู”

ส่วน ครูบี-กุลรัตน์ ทวีนุช ครูสอนโยคะออนบอร์ด และผู้ร่วมก่อตั้ง Yoga & Me เผยว่า “การเล่นโยคะบนน้ำหรือโยคะออนบอร์ด มีความท้าทายมากกว่าการเล่นโยคะในสตูดิโอ เพราะต้องอาศัยการทรงตัวเป็นอย่างมาก ซึ่งเวลาที่เล่นโยคะแบบนี้ แน่นอนว่าผิวต้องเจอกับแสงแดด จึงต้องมีการทาครีมกันแดดป้องกันเอาไว้ และยังต้องทาซ้ำอยู่บ่อยๆ ซึ่งพอได้ลองดื่ม aviance Gluta-Orange รู้สึกได้ว่าผิวมีความลื่นขึ้น และสีผิวยังเนียนเรียบขึ้นด้วยซึ่งเหมาะสำหรับคนที่ไม่ค่อยดูแลผิววิธีนี้จึงเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ง่ายในการดูแลผิว”

อยากร่วมเป็นส่วนหนึ่งในกิจกรรมสนุกๆ เช่นนี้ สามารถติดตามข่าวสารได้ทางเฟซบุ๊คแฟนเพจavianceshop และ Unilever Network Thailand หรือผู้ร่วมธุรกิจยูนิลีเวอร์ เน็ทเวิร์ค ทั่วประเทศ

นิ้ง-โศภิดา กาญจนรินทร์ มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2018

นิ้ง-โศภิดา กาญจนรินทร์ มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2018
สุชาดา ธีรวชิรกุล, ดร.พงศกรพัฒน์ อรุโณทยานันท์ และ ขวัญคู่ อ่อนจำรัส

สุชาดา ธีรวชิรกุล, ดร.พงศกรพัฒน์ อรุโณทยานันท์ และ ขวัญคู่ อ่อนจำรัส

จัดครบ 5 หมู่ กินนมเสริม ป้องกันวัยเตาะแตะขาดสารอาหาร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/359479

จัดครบ 5 หมู่ กินนมเสริม ป้องกันวัยเตาะแตะขาดสารอาหาร

จัดครบ 5 หมู่ กินนมเสริม ป้องกันวัยเตาะแตะขาดสารอาหาร

วันพฤหัสบดี ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

สองปัญหาน่าเป็นห่วงในเด็กเล็กวัยเตาะแตะอายุ 1-3 ปี คือการขาดวิตามินแร่ธาตุ และการเจริญเติบโตไม่สมดุล อาจส่งผลให้มีโอกาสเติบโตแคระแกร็น อ้วนเกิน-ผอมเกิน และไอคิวต่ำ ประเด็นนี้ถูกหยิบมาพูดคุยใน “การประชุมวิชาการโภชนาการแห่งชาติ ครั้งที่ 11” อาหารสุขภาพเพื่อชีวิต ในหัวข้อ “นมสำหรับเด็กเล็กกับภาวะโภชนาการและการเจริญเติบโต” มีการนำเสนอหัวข้อปัญหาที่พบในเด็กวัยเตาะแตะกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทย โดยวิตามินแร่ธาตุที่พบว่าเด็กวัยเตาะแตะได้รับไม่เพียงพอกับความต้องการของร่างกาย ได้แก่ วิตามิน A วิตามิน D วิตามิน C โฟเลต แคลเซียม เหล็ก ไอโอดีน แม้แต่ละวันร่างกายเด็กมีความต้องการสารอาหารเหล่านี้ในปริมาณน้อยก็ตาม แต่หากร่างกายขาดวิตามินแร่ธาตุอย่างต่อเนื่อง ย่อมส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโตโดยรวมทั้งร่างกายและสมองของเด็กวัยเตาะแตะซึ่งเป็นวัยที่มีการเจริญเติบโตมากที่สุดอีกช่วงหนึ่งของชีวิต

ดร.อุรุวรรณ แย้มบริสุทธิ์ นักวิชาการหน่วยมนุษยโภชนาการ สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้รวบรวมงานวิจัยที่เคยมีในต่างประเทศมาสรุป เรื่อง “ความไม่มั่นคงทางอาหารและโรคอ้วนในเด็ก” ตีพิมพ์ในวารสารสาธารณสุขศาสตร์ปีที่ 48 ฉบับที่ 1 (มกราคม-เมษายน 2561) กล่าวโดยสรุปว่า แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงสังคมในปัจจุบันที่ส่วนใหญ่เป็นครอบครัวเดี่ยว พ่อแม่ทำงานนอกบ้านทั้งคู่ และในครอบครัวที่ยากจน ผู้ปกครองอาจไม่สามารถจัดหาอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสำหรับเด็ก รวมทั้งวิธีการเลี้ยงดูซึ่งผู้ปกครองไม่ค่อยมีเวลาเตรียมอาหารให้ลูกเอง ส่งผลต่อคุณภาพอาหารของเด็ก เช่น เด็กอาจได้รับมื้ออาหารต่อวันลดลง กินผักผลไม้สดน้อยมาก หรือในอีกทางหนึ่ง เด็กอาจได้รับอาหารทอดอาหารรสหวานมากขึ้น จึงมีโอกาสสูงมากที่จะทำให้เด็กได้รับพลังงานมากเกินและอาจทำให้เกิดการขาดวิตามินแร่ธาตุในช่วงวัยนี้

ทั้งนี้ช่วงวัยเตาะแตะเป็นช่วงที่เด็กมีพัฒนาการด้านร่างกายเพิ่มขึ้นมากเพราะเคลื่อนไหวได้ดีขึ้นทั้งการเดินวิ่ง ปีนป่าย เป็นวัยที่ใช้พลังงานประมาณวันละ 1,000 กิโลแคลอรี่ในแต่ละวัน หากเด็กได้รับสารอาหารจำเป็นน้อยกว่าความต้องการที่กำหนด จะเป็นด้วยพฤติกรรมการกิน เช่น เลือกกิน กินน้อยกินยาก หรือเหตุจากความไม่มั่นคงทางอาหารของครอบครัว ย่อมทำให้เกิดผลลัพธ์เดียวกันคือ ภาวะโภชนาการเด็กขาดสมดุล

แนะแนวทางป้องกัน แก้ไขปัญหาโภชนาการวัยเตาะแตะ นักโภชนาการแนะนำว่า แนวทางแรกที่สำคัญมาก คือ แม่ต้องมีโอกาสเข้าถึงข้อมูลความรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับวิธีจัดอาหารมื้อหลัก คือ อาหาร 5 หมู่วันละ 3 มื้อและอาหารว่างวันละ 2 มื้อ เพื่อให้ลูกได้รับพลังงานและสารอาหารต่างๆ อย่างเพียงพอ ผัก ผลไม้สดต้องมีให้ลูกกินทุกวัน พร้อมด้วยการสร้างนิสัยการดื่มนมให้ลูกตั้งแต่เล็ก

ตัวอย่างความรู้โภชนาการที่คุณแม่คุณพ่อหรือผู้ดูแลเด็กวัยเตาะแตะต้องรู้ให้ชัดเจน เช่น ผัก ผลไม้สดเป็นแหล่งรวมวิตามินแร่ธาตุจำเป็นต่อการเจริญเติบโต อาทิ วิตามินเอมีในตับ ฟักทอง ผักใบเขียวและผักที่มีสีเหลือง ส้ม ช่วยบำรุงเนื้อเยื่อร่างกายและประสาทตา ธาตุเหล็ก ได้จากเนื้อสัตว์ ตับ ไข่แดงและผักใบเขียวเช่นกัน เป็นส่วนประกอบสำคัญของเม็ดเลือดแดง นำพาออกซิเจนไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกาย วิตามินบี 12 ช่วยกระตุ้นระบบประสาทและสมองมีมากในไข่และเนื้อสัตว์ เช่น ปลา ไก่วิตามินบี 6 อยู่ในเนื้อสัตว์ ปลา ถั่ว มันฝรั่ง กล้วย มีส่วนช่วยควบคุมการทำงานของสมองและเนื้อเยื่อโฟเลต ได้จากผักใบเขียวต่างๆ เห็ด ถั่วเมล็ดแห้ง และตับ ซึ่งมีส่วนช่วยการสร้างส่วนประกอบของเซลล์และเม็ดเลือดแดง ป้องกันอาการซีดยังมีสารอาหาร ดีเอชเอและโอเมก้า 3ที่ได้จากปลาทะเล สารอาหารกลุ่มนี้มีส่วนช่วยพัฒนาสมองและระบบประสาทสัมผัสซึ่งกำลังเติบโตมากในช่วงวัยนี้ ดังนั้นแต่ละมื้อแต่ละวันจึงต้องให้ลูกกินอาหารที่มาจากแหล่งต่างๆ ที่หลากหลายเพื่อให้ได้สารอาหารครบ

อีกแนวทางหนึ่งคือ การให้ลูกกินนมเป็นอาหารเสริม นมมีบทบาทสำคัญต่อการเสริมโภชนาการสำหรับเด็กในช่วงวัยนี้ แม้นมจะลดบทบาทมาเป็นอาหารเสริม แต่เด็กที่ยังกินนมแม่อยู่ก็ควรให้นมแม่ต่อไปส่วนเด็กที่ไม่ได้กินอาหารที่ครบถ้วนสมดุลทุกมื้อทุกวัน ก็ควรได้รับนมเสริมสารอาหารสำหรับเด็กเล็กที่มีการเสริมวิตามินและเกลือแร่โดยเฉพาะกลุ่มที่มักจะมีปัญหาขาดแคลนในวัยนี้ เช่น วิตามินดี และธาตุเหล็ก ก็เป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับเด็กวัยเตาะแตะที่มีปัญหาเติบโตช้า และช่วยลดโอกาสในการขาดสารอาหารที่จำเป็นได้ เพราะโดยธรรมชาติแล้วนมเป็นแหล่งรวมสารอาหารที่เด็กวัยเตาะแตะต้องการ อาทิ โปรตีน ไขมัน คาร์โบไฮเดรต วิตามินบีสอง วิตามินเอแคลเซียมและฟอสฟอรัส วัยเตาะแตะจึงควรกินนมสดรสจืดเป็นประจำทุกวัน วันละ 2-3 แก้ว เสริมกับอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการครบ 5 หมู่ เพื่อเติมเต็มโภชนาการแต่ละวันให้มีความสมดุล

ดร.อุรุวรรณ แย้มบริสุทธิ์

ดร.อุรุวรรณ แย้มบริสุทธิ์

เทศกาลอาหารหัวหิน 2561

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/359491

เทศกาลอาหารหัวหิน 2561

เทศกาลอาหารหัวหิน 2561

วันพฤหัสบดี ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ตลอดช่วงสุดสัปดาห์แห่งความสนุกสุขสำราญ ระหว่างวันที่ 24-26 สิงหาคม 2561 นี้ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ บีช รีสอร์ท และวิลลา หัวหิน ร่วมกับเทศบาลเมืองหัวหิน และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ชวนร่วมงาน“เทศกาลอาหารหัวหิน 2561” พร้อมอิ่มเอมเต็มที่กับหลากหลายรายการอาหารขึ้นชื่อประจำเมืองหัวหิน ที่ยกขบวนความอร่อยมาให้บริการถึงที่ ณ สวนหลวงราชินี 19 ไร่ เมืองหัวหิน ในบรรยากาศริมทะเลยามเย็น และพลาดไม่ได้กับไฮไลท์จาก โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ บีช รีสอร์ท และวิลลา หัวหิน ที่พร้อมมอบช่วงเวลาแห่งความคลาสสิกผ่านรายการ ของหวานขึ้นชื่อนานาชนิด จาก เดอะ มิวเซี่ยมที่มาให้บริการในบรรยากาศย้อนยุคสไตล์โคโลเนียลดั้งเดิม ให้ชิมขนม ชมวิวพร้อมร่วมกิจกรรมแสนสนุกแบบคลาสสิกๆ ตลอดงาน โดยไม่เสียค่าเข้าชม

กรุงศรี เอ็กซ์คลูซีฟ ชวนคนดัง สืบสานงานหัตถศิลป์ดอกไม้ไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/359484

กรุงศรี เอ็กซ์คลูซีฟ ชวนคนดัง  สืบสานงานหัตถศิลป์ดอกไม้ไทย

กรุงศรี เอ็กซ์คลูซีฟ ชวนคนดัง สืบสานงานหัตถศิลป์ดอกไม้ไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม คือความงดงามอันทรงคุณค่าที่พึงรักษาไว้ กรุงศรี เอ็กซ์คลูซีฟ (KRUNGSRI EXCLUSIVE) นำโดย กนกวรรณ ศุภนันตฤกษ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงาน
บริหารความมั่งคั่งและลูกค้ากรุงศรีเอ็กซ์คลูซีฟ มอบประสบการณ์ร่วมสืบสานหัตถศิลป์ของแผ่นดินไทยด้วยกิจกรรม “กรุงศรี เอ็กซ์คลูซีฟ ฟลาวเวอร์ เวิร์กช็อป : KRUNGSRI EXCLUSIVE Flower Workshop” นำเสนอวัฒนธรรมความเป็นไทยผ่านเสน่ห์อันงดงามของดอกไม้ที่เปี่ยมด้วยความสุข ณ พิพิธภัณฑ์วัฒนธรรมดอกไม้ สามเสน

ภายในงานเริ่มต้นด้วยการรับความรู้เกี่ยวกับงานดอกไม้ไทยและวัฒนธรรมประเพณีที่คนไทยใช้ดอกไม้เป็นส่วนหนึ่งของขนบธรรมเนียมต่างๆ ต่อด้วยกิจกรรมเวิร์กช็อปการจัดดอกไม้ไทยอันประณีตและงดงาม โดยมี สกุล อินทกุล ศิลปินนักจัดดอกไม้ชื่อดัง ผู้สรรค์สร้างพิพิธภัณฑ์วัฒนธรรมดอกไม้ไทยร่วมสมัย เป็นวิทยากร ท่ามกลางบรรดาเซเลบริตี้ผู้ชื่นชอบในความงดงามของดอกไม้ อาทิ ม.ล.ทรงลักษณ์ สวัสดิวัตน์, รติรส ภู่วิภาดาวรรธน์, สิริผกา กรรณสูต, ลาลีวรรณ โกมลสุทธิ์, แพรดาว พานิชสมัย, แดน เหตระกูลและ จารุจิต-พิมพ์เลิศ ใบหยก

งานนี้หัวเรือใหญ่อย่าง กนกวรรณศุภนันตฤกษ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานบริหารความมั่งคั่งและลูกค้ากรุงศรี เอ็กซ์คลูซีฟกล่าวว่า “เราเชื่อว่าความสุข คือผลตอบแทนที่มีค่าที่สุดในชีวิตครั้งนี้ถือเป็นโอกาสอันดีในการมอบประสบการณ์สุดพิเศษที่สะท้อนถึงเอกลักษณ์ไทยและเปี่ยมไปด้วยความสุข ความประทับใจ แทนคำขอบคุณที่ให้การสนับสนุนกรุงศรี เอ็กซ์คลูซีฟด้วยดีเสมอมา”

ด้าน ม.ล.ทรงลักษณ์ สวัสดิวัตน์กล่าวว่า “หากพูดถึงวัฒนธรรมคงปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับคนไทยทุกคนอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของวัฒนธรรมการแต่งกายการไหว้ รวมถึงศิลปะหรืองานประณีตศิลป์ มันคือสิ่งที่คนไทยควรกลับมาตระหนักถึงและร่วมกันรักษาไว้เป็นอย่างยิ่ง อาจจะเรียกง่ายๆ ว่าวัฒนธรรมคือ รากเหง้าของความเป็นไทย เพราะมันคือสิ่งแรกที่หากมีใครมองเข้ามาก็จะรับรู้ได้ทันทีว่านี่คือไทย”

สิริผกา กรรณสูต กล่าวเสริมว่า “ในช่วงที่ผ่านมา กระแสการอนุรักษ์ไทยในบ้านเราค่อนข้างมาแรง ความคิดเห็นส่วนตัวน้อยหน่ามองว่า ไม่อยากให้มันเป็นเพียงแค่กระแสที่มาไวและไปไว อยากให้คงไว้แบบนี้เรื่อยๆ อาจจะไม่ต้องถึงขั้นแต่งชุดไทยทุกวันก็ได้ แต่ควรให้ความสำคัญถึงความเป็นไทยในทุกวัน ซึ่งเราสามารถเริ่มจากอะไรง่ายๆ อาทิ การไหว้ให้สวย,การวางตัวให้เหมาะสม หรือจะเป็นการเรียนรู้เรื่องราวความเป็นไทยผ่านสิ่งของใกล้ตัวอย่าง การจัดดอกไม้ หรือร้อยมาลัยแบบง่ายๆ ซึ่งทุกคนสามารถทำได้ และอาจจะชอบจนเกิดเป็นงานอดิเรกก็ได้นะคะ”

ปิดท้ายด้วยสาวเก่ง ลาลีวรรณโกมลสุทธิ์ กล่าวว่า “ขวัญรู้สึกว่าคนไทยมีความคิดสร้างสรรค์และฝีมือในการประดิษฐ์มากๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเย็บปัก ถักร้อย หรือเรื่องของการจัดดอกไม้ ร้อยมาลัย มันเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับคนไทยมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน และขวัญว่ามันคงจะเป็นวัฒนธรรมที่จะอยู่กับเราไปอีกนาน ตราบที่คนไทยยังให้ความสำคัญกับกิจกรรมเหล่านี้ เพราะเสน่ห์ในแบบไทยหาที่ไหนไม่ได้ในโลกนี้นั่นคือความภูมิใจที่คนไทยทุกคนรับรู้และคงดีไม่น้อยถ้าเราช่วยกันอนุรักษ์และสืบสานให้สิ่งเหล่านี้งอกงามอยู่คู่คนไทยตลอดไป”