โชว์ App เช็คพัฒนาการเด็ก และแบบประเมินโรคไตในผู้ป่วยเบาหวาน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/359478

โชว์ App เช็คพัฒนาการเด็ก และแบบประเมินโรคไตในผู้ป่วยเบาหวาน

โชว์ App เช็คพัฒนาการเด็ก และแบบประเมินโรคไตในผู้ป่วยเบาหวาน

วันพฤหัสบดี ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

พญ.รสวันต์ อารีมิตร

สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) นำเสนอนวัตกรรมผลงานวิจัย แอปพลิเคชั่นติดตามพัฒนาการเด็ก แบบประเมินโรคไตในผู้ป่วยเบาหวานต้นทุนต่ำ ฯลฯ ในงานประชุมวิชาการและมหกรรมการแสดงผลงาน 100 ปีการสาธารณสุขไทย ที่จัดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ ที่เมืองทองธานี

พญ.รสวันต์ อารีมิตร นักวิจัยเครือข่าย สวรส.สังกัดภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น หัวหน้าโครงการพัฒนาแอปพลิเคชั่นบนอุปกรณ์พกพา เพื่อส่งเสริมสุขภาพและพัฒนาการเด็กไทย (ปีที่ 2) กล่าวว่า แอปพลิเคชั่นคุณลูก พัฒนาขึ้นมาเพื่อให้ผู้ปกครองและบุคลากรทางการแพทย์มีความสะดวก และช่วยในการบันทึก ประเมิน และคัดกรองภาวะผิดปกติของการเจริญเติบโตและพัฒนาการ ตลอดจนการสร้างเสริมสุขภาพเด็ก ให้มีพัฒนาการอย่างเต็มศักยภาพ ซึ่งการเลี้ยงดูและการส่งเสริมพัฒนาการเด็กอย่างถูกต้องเหมาะสม จะมีส่วนสนับสนุนให้เด็กมีพัฒนาการที่สมวัยในทุกด้าน พร้อมที่จะเรียนรู้ และเติบโตเป็นประชากรที่มีคุณภาพต่อไปในอนาคต

“งานวิจัยเริ่มจากการพัฒนาชุดข้อมูลที่นำไปออกแบบแอปพลิเคชั่นให้มีความสมบูรณ์ โดยเก็บข้อมูลความต้องการจากทีมสหวิชาชีพ และพ่อแม่ผู้ปกครองเด็กตามเกณฑ์มาตรฐานทางการแพทย์ รวมทั้งการประเมินจากผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญ จนได้ต้นแบบผลิตภัณฑ์แอปพลิเคชั่นคุณลูก “KhunLook” ใช้ได้กับเด็กอายุ 0-18 ปี ที่สามารถดาวน์โหลดบนสมาร์ทโฟนได้ ซึ่งเมื่อดาวน์โหลดมาแล้วสามารถใช้แอปพลิเคชั่นได้โดยไม่จำเป็นต้องเข้าถึงระบบอินเตอร์เนตช่วยในการติดตามประเมินการเจริญเติบโตและพัฒนาการเด็ก อีกทั้งสามารถบันทึกข้อมูลสุขภาพ เช่น ช่องปากและฟันการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค การป้องกันอุบัติเหตุ และเปิดอ่านคำแนะนำล่วงหน้าในการเลี้ยงดูและดูแลสุขภาพของแต่ละวัยที่เหมาะสม ปัจจุบันแอปพลิเคชั่นคุณลูกได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้ใช้และได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เพื่อประชาสัมพันธ์ขยายผลภายใต้โครงการสิ่งเล็กๆ ที่สร้างลูกอีกด้วย”

นอกจากนี้ ผศ.ดร.สิริมา มงคลสัมฤทธิ์ เครือข่ายนักวิจัย สวรส. สังกัดคณะสาธารณสุขศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์หัวหน้าโครงการศึกษาวิจัยประสิทธิภาพและประสิทธิผลของเครื่องมือคัดกรองไมโครแอลบูมินนูเรียด้วยระบบคะแนนสำหรับผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่รับบริการในหน่วยบริการปฐมภูมิของรัฐและเอกชน ใน จ.ปทุมธานี กล่าวว่า หนึ่งในแนวทางปฏิบัติสำหรับการประเมินภาวะแทรกซ้อนที่ไตของผู้ป่วยเบาหวาน คือ การติดตามค่าไมโครแอลบูมินนูเรีย ที่ปัจจุบันต้องมีการตรวจปัสสาวะทั้งหมด 3 ครั้ง ด้วยวิธีมาตรฐานมีค่าใช้จ่ายประมาณ 1,450 บาทต่อผู้ป่วย 1 ราย ซึ่งถือว่ามีราคาค่อนข้างสูง และวิธีการใช้แถบจุ่มปัสสาวะ (Rapid Test) ซึ่งใช้เป็นทางเลือกในการตรวจหาไมโครแอลบูมินนูเรีย มีค่าใช้จ่ายราว 280 บาท แต่ในทางปฏิบัติการตรวจด้วยวิธีการใช้แถบจุ่มปัสสาวะในสถานบริการปฐมภูมิหลายแห่ง พบว่า ส่วนใหญ่จะได้รับการตรวจไมโครแอลบูมินนูเรียเพียงปีละ 1 ครั้ง ตามที่กำหนดไว้ในสิทธิประโยชน์ในระบบหลักประกันสุขภาพ ส่วนอีก2 ครั้ง ถ้าคนไข้จะตรวจต้องจ่ายเงินเอง ซึ่งอาจทำให้ผู้ป่วยไม่ได้รับการตรวจครบตามเกณฑ์มาตรฐาน อีกทั้งการตรวจจากแถบจุ่มปัสสาวะมีความยุ่งยากสำหรับผู้ป่วยในการเก็บตัวอย่างปัสสาวะ

ผศ.ดร.สิริมา กล่าวต่อไปว่า ทีมวิจัยจึงได้พัฒนาเครื่องมือคัดกรองที่เรียกว่า “การตรวจหาไมโครแอลบูมินนูเรียด้วยระบบคะแนนความเสี่ยง” เป็นวิธีทางสถิติ โดยการสร้างสมการประเมินค่าจากปัจจัยเสี่ยงในประวัติคนไข้จาก 9 ตัวแปร ประกอบด้วย เพศ ไขมันไม่ดี น้ำตาลสะสมในเลือด ความดันโลหิตตัวบน ค่าคีอะตินิน ปริมาณไนโตรเจนในกระแสเลือด ระยะเวลาป่วยเบาหวาน ประวัติเบาหวานของบิดาและมารดา โดยเครื่องมือดังกล่าวได้ถูกนำมาใช้กับกลุ่มตัวอย่างผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 จำนวน 1,211 ราย ผลการศึกษา พบว่า วิธีการตรวจด้วยระบบคะแนนความเสี่ยง มีต้นทุนค่าใช้จ่ายประมาณ 40 บาทต่อราย ซึ่งมีราคาถูกกว่าการตรวจด้วยวิธีการใช้แถบจุ่มปัสสาวะ ประมาณ 7 เท่า และผลด้านความสามารถในการคัดกรองสูงกว่าการตรวจด้วยวิธีใช้แถบจุ่มปัสสาวะ

นับเป็นผลงานวิจัยที่น่าสนใจ เพื่อสุขภาพคนไทยในอนาคต

ผศ.ดร.สิริมา มงคลสัมฤทธิ์

ผศ.ดร.สิริมา มงคลสัมฤทธิ์

กรมการแพทย์มีความรู้มาฝาก ‘ฟอกสีฟัน’ไม่อันตรายอย่างที่คิด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/359341

กรมการแพทย์มีความรู้มาฝาก 'ฟอกสีฟัน'ไม่อันตรายอย่างที่คิด

กรมการแพทย์มีความรู้มาฝาก ‘ฟอกสีฟัน’ไม่อันตรายอย่างที่คิด

วันพุธ ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 10.08 น.

สถาบันทันตกรรม กรมการแพทย์ เผยการฟอกสีฟัน เป็นการรักษาเพื่อแก้ไขสีของฟันให้ขาวขึ้น แต่ไม่ใช่ทุกคน จะทำได้ควรมาพบทันตแพทย์เพื่อรับการปรึกษาก่อนรับบริการ

นายแพทย์ณัฐพงศ์ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า การฟอกสีฟันหรือฟอกฟันขาวเป็นการรักษาเพื่อแก้ไขสีของฟันที่มีสีเหลือง  สีน้ำตาล สีคล้ำ ให้มีความขาวมากขึ้นโดยอาจมีสาเหตุจากอายุที่เพิ่มขึ้น  อาหาร คราบบุหรี่ ชา กาแฟ หรือยาบางชนิด เป็นต้น แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะสามารถแก้ไขด้วยการฟอกสีฟันได้เพราะมีข้อจำกัด เช่น ฟันตกกระที่เกิดจากผลข้างเคียงของยา ภาวะเหงือกร่น ฟันที่เปลี่ยนสีจากอุบัติเหตุหรือตามอายุของการใช้งาน อย่างไรก็ตามควรปรึกษาทันตแพทย์ก่อนรับบริการและไม่ควรซื้ออุปกรณ์ที่เกี่ยวกับการฟอกสีฟันผ่านสื่อมาทำเองที่บ้าน

 

ทันตแพทย์บุญชู สุรีย์พงษ์ ผู้อำนวยการสถาบันทันตกรรม กรมการแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การฟอกสีฟัน สิ่งแรกที่ควรทำคือการมาพบทันตแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยสาเหตุของสีฟันเพื่อวางแผนการรักษา ตรวจสุขภาพฟันให้แน่ชัดว่าไม่มีฟันผุ อาการเสียวฟัน เนื่องจากภาวะเหงือกร่น หลังจากนั้นจะขูดหินปูน หรือขัดคราบสีออก แล้วจึงพิมพ์ปากคนไข้เพื่อสร้างแบบจำลองฟัน นำมาทำถาดฟอกสีฟันโดยทำการบันทึกสีของฟันก่อน จากนั้นจึงทำการรักษาต่อไป การฟอกสีฟันจะใช้น้ำยาฟอกสีฟันที่มีความเข้มข้นสูงร่วมกับการกระตุ้นด้วยแสง เพื่อเร่งปฏิกิริยาในการฟอกสีฟัน โดยทำปฏิกิริยากับสารที่มีในฟันทำให้สีเหลืองหรือดำคล้ำที่สะสมอยู่ในเนื้อฟันสีอ่อนลงโดยไม่มีผลต่อโครงสร้างของฟัน แต่ในบางคนอาจมีอาการเสียวฟันขณะทำหรือหลังทำได้ และจะหายไปเองภายใน 1 – 2 วันหลังการฟอกสีฟันควรหลีกเลี่ยงรับประทานอาหารและเครื่องดื่มที่ก่อให้เกิดคราบสีบนฟันรวมทั้งงดสูบบุหรี่ อย่างน้อย 1 สัปดาห์ แปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง  ร่วมกับใช้ไหมขัดฟันอย่างน้อยวันละ 1 – 2 ครั้ง บ้วนปากด้วยน้ำยาผสมฟลูออไรด์ก่อนนอนทุกวัน และควรพบทันตแพทย์เป็นประจำทุก 6 เดือน

‘โรคอ้วน’กระทบเมตาบอลิกซินโดรม เสี่ยงเกิดถุงนํ้ารังไข่หลายใบในผู้หญิง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/359208

‘โรคอ้วน’กระทบเมตาบอลิกซินโดรม  เสี่ยงเกิดถุงนํ้ารังไข่หลายใบในผู้หญิง

‘โรคอ้วน’กระทบเมตาบอลิกซินโดรม เสี่ยงเกิดถุงนํ้ารังไข่หลายใบในผู้หญิง

วันพุธ ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ความอ้วนไม่ใช่เรื่องดี เป็นอันตรายต่อสุขภาพรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นผลกระทบต่อโรค Metabolic Syndrome และยังเสี่ยงทำให้เกิดภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบในผู้หญิงได้อีกด้วย

รศ.นพ.สุเทพ อุดมแสวงทรัพย์ ศัลยแพทย์ส่องกล้องและการผ่าตัดโรคอ้วน ศูนย์ผ่าตัดและรักษาโรคอ้วน โรงพยาบาลกรุงเทพ ให้ข้อมูลว่า เมตาบอลิกซินโดรม (Metabolic Syndrome) คือกลุ่มความผิดปกติของระบบเมตาบอลิก จากข้อมูลของ Interasia ที่ได้ทำการศึกษาในประชากรไทยทั่วประเทศที่อายุตั้งแต่ 35 ปีขึ้นไป จำนวน 5,091 คน พบว่าความชุกของโรคอยู่ที่ร้อยละ21.9-33.3 ขึ้นอยู่กับเกณฑ์ที่ใช้ในการวินิจฉัย และพบได้ในเพศหญิงมากกว่าเพศชายโดยเฉพาะในผู้สูงอายุ ทั้งนี้ ความผิดปกติที่พบได้บ่อย คือระดับคอเลสเตอรอลชนิดดี HDL-Cholesterol ต่ำ และพบว่าเมื่ออายุเพิ่มขึ้นโอกาสที่จะเป็น Metabolic Syndrome ก็เพิ่มขึ้นตาม สาเหตุของโรคเมตาบอลิกซินโดรมในปัจจุบันมีความเชื่อว่าเป็นผลมาจากโรคอ้วน โดยเฉพาะอ้วนลงพุง นำไปสู่ความดันโลหิตสูงน้ำตาลในเลือดสูง ไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูงไขมันดีในเลือดต่ำ รวมถึงโรคหัวใจและหลอดเลือด และภาวะดื้อต่ออินซูลิน ซึ่งเกิดได้ทั้งจากพันธุกรรมและสาเหตุภายนอก เช่น ผลกระทบจากการใช้ยาบางชนิด โดยคนที่อ้วนลงพุงจะมีภาวะดื้อต่ออินซูลินมากกว่าคนที่อ้วนบริเวณสะโพก

วิธีการรักษาคือ ควรแก้ที่ปัญหาโรคอ้วนและภาวะดื้อต่ออินซูลิน ได้แก่ ควบคุมการรับประทานอาหาร เลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายและในปริมาณที่เหมาะสม ออกกำลังกายเป็นประจำสม่ำเสมอ งดสูบบุหรี่ หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ลดน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม มีการศึกษาพบว่าการลดน้ำหนักให้เป็นไปตามเกณฑ์ ทำให้ภาวะเมตาบอลิกซินโดรมดีขึ้นได้ด้วยการควบคุมอาหารและออกกำลังกาย และบางครั้งแพทย์อาจให้รับประทานยาร่วมด้วย เช่น ยาที่ป้องกันการดูดซึมของไขมัน ยาที่ช่วยลดความอยากอาหาร ซึ่งต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้น เพราะการใช้ยาอาจให้ผลดีในระยะสั้นและมีโอกาสเกิดผลข้างเคียงได้ การผ่าตัดใช้ในกรณีที่ผู้ป่วยเป็นโรคอ้วนและลดน้ำหนักไม่ได้ตามเป้าหมายที่ต้องการ ปัจจุบันจึงได้นำมาใช้กับผู้ป่วยที่มีภาวะเมตาบอลิกซินโดรมซึ่งเห็นผลทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

ที่สำคัญการผ่าตัดมีหลายวิธีขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของแพทย์ที่ตรวจวินิจฉัยโดยละเอียด ได้แก่ 1.การผ่าตัดส่องกล้องลดขนาดกระเพาะ Laparoscopic Sleeve Gastrectomy การผ่าตัดปรับรูปร่างของกระเพาะให้มีความจุเหลือ 150 ซีซี โดยตัดกระเพาะและส่วนที่ผลิตฮอร์โมนควบคุมความหิวออกประมาณ 80% เป็นการผ่าตัดแบบส่องกล้องบริเวณหน้าท้อง แผลเล็กขนาด 0.5 ซม. แพทย์ผู้ทำการผ่าตัดต้องมากด้วยประสบการณ์ วิธีนี้เหมาะกับผู้ที่มีค่า BMI หรือดัชนีมวลกายไม่เกิน 45 และมีโรคร่วม 2.การผ่าตัดส่องกล้องลดขนาดกระเพาะและทำบายพาส Laparoscopic Gastric Bypass การผ่าตัดแยกกระเพาะอาหารให้มีขนาดเล็กลงเป็นรูปกระเปาะมีความจุ 30 ซีซี จากนั้นตัดแยกลำไส้เป็นสองส่วน ส่วนหนึ่งมาต่อกับกระเพาะเพื่อบายพาสอาหารความยาว 100-150 ซม. เหมาะกับผู้ที่มีค่า BMI หรือดัชนีมวลกายมากกว่า 45 และมีโรคร่วม

ขณะเดียวกัน ความอ้วนยังส่งผลกระทบต่อภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ (Polycystic Ovary Syndrome-PCOS) ในผู้หญิง ภาวะนี้เป็นความผิดปกติของระบบต่อมไร้ท่อหรือฮอร์โมนในร่างกาย โดยจะพบซีสต์หรือถุงน้ำหลายใบในรังไข่ เมื่อซีสต์หรือถุงน้ำเข้าไปเบียดรังไข่ ส่งผลให้การทำงานของรังไข่ผิดปกติ ซึ่งสาเหตุของการเกิดภาวะนี้ยังไม่แน่ชัด อาจเกิดจากกรรมพันธุ์หรือความผิดปกติของหลายระบบในร่างกาย อาทิ ต่อมใต้สมอง รังไข่ ต่อมหมวกไต การมีน้ำหนักเกินเกณฑ์จึงไม่ใช่เรื่องดี โดยเฉพาะคุณผู้หญิงหากตกอยู่ในภาวะอ้วน อาจส่งผลให้มีรอบเดือนผิดปกติ ความอ้วนมีส่วนทำให้ร่างกายผลิตฮอร์โมนเอสโตรเจนผิดปกติโดยเฉพาะการอ้วนลงพุง เนื่องจากฮอร์โมนเอสโตรเจนผลิตจากไขมัน เมื่อไขมันมากไปการสร้างฮอร์โมนเอสโตรเจนที่ควบคุมการตกไข่ในเพศหญิง อาจเกิดความผิดปกติ ส่งผลให้ไม่มีการตกไข่ ประจำเดือนมาน้อยแบบกะปริดกะปรอย หรือประจำเดือนขาดหายไป ทำให้มีบุตรยาก ซึ่งมักพบในวัยเจริญพันธุ์อายุประมาณ 25-35 ปี หากไม่รีบรักษาอาจทำให้มีบุตรยาก เสี่ยงต่อการมีเยื่อบุโพรงมดลูกหนาผิดปกติและมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกได้ในอนาคต

ทั้งนี้ อาการที่ผู้หญิงควรสังเกตคือ 1.ประจำเดือนเว้นช่วงนาน มาห่างกันมากกว่า 35 วัน หรือมาไม่เกิน 6-8 ครั้งต่อปี2.รอบประจำเดือนขาด มาไม่ติดต่อกันนานเกิน 3 รอบ เทียบกับผู้หญิงที่ประจำเดือนมาสม่ำเสมอ หรือมาไม่ติดต่อกัน 6 เดือนในผู้หญิงที่ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ แสดงถึงภาวะไม่ตกไข่เรื้อรัง 3.ประจำเดือนมากะปริดกะปรอย มามากเกินไป นานเกินไป อาจเกิดเยื่อบุโพรงมดลูกหนาผิดปกติ 4.ภาวะแอนโดรเจน (Androgen) เกิน คือ ฮอร์โมนเพศชายที่มีอยู่ในร่างกายทั้งของผู้ชายและผู้หญิงเมื่อผู้หญิงมีมากเกินไป ทำให้เกิดภาวะขนดกสิวขึ้นมากกว่าปกติ ผิวมัน ศีรษะล้าน 5.อ้วน น้ำหนักเกินมาก ทำให้ดื้อต่อน้ำตาลอินซูลิน เพิ่มอาการของภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ (PCOS) ได้ ความรุนแรงของภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบหากไม่รีบรักษา อาจส่งผลให้มีบุตรยาก หรือเพิ่มความเสี่ยงการหนาตัวของเยื่อบุโพรงมดลูก เสี่ยงมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกและมะเร็งเต้านม

วิธีรักษาคือ ลดความอ้วน ควบคุมน้ำหนัก หากไม่แน่ใจควรพบแพทย์และรับประทานยาตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนในระยะยาว ได้แก่ รักษาดื้ออินซูลิน ลดความเสี่ยงการเกิดโรคเบาหวาน โรคหัวใจและหลอดเลือด รักษาและป้องกันเยื่อบุโพรงมดลูกหนาตัว ฯลฯ ดังนั้นผู้หญิงที่มีความเสี่ยง ควรป้องกัน ด้วยการควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ครบ 5 หมู่เน้นผักผลไม้ เลี่ยงแป้งและอาหารไขมันสูง ออกกำลังกายให้สม่ำเสมอ และไม่เครียด ทำจิตใจให้แจ่มใส เพราะความเครียดทำให้ฮอร์โมนผิดปกติ

ทั้งนี้ การรักษาทั้ง 2 รูปแบบ จะเน้นที่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อลดน้ำหนัก และการรับประทานยาก่อน แต่หากไม่เป็นผลแพทย์จะพิจารณาให้เข้ารับการผ่าตัด ซึ่งการผ่าตัดมักได้ผลดีในกรณีที่ผู้ป่วยมีโรคอ้วนร่วมด้วย ช่วยให้ผู้ป่วยกลับมามีสุขภาพแข็งแรงรูปร่างที่เหมาะสม ลดเสี่ยงและห่างไกลจากโรคเรื้อรัง สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์ผ่าตัดและรักษาโรคอ้วนกรุงเทพ รพ.กรุงเทพ โทร.02-3103788 หรือ Call Center โทร.1719

เซเลบฯเผยวิธีเลือก‘เพชร’เพื่อผู้หญิงคนพิเศษ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/359199

เซเลบฯเผยวิธีเลือก‘เพชร’เพื่อผู้หญิงคนพิเศษ

เซเลบฯเผยวิธีเลือก‘เพชร’เพื่อผู้หญิงคนพิเศษ

วันพุธ ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

“เพชร” อัญมณีสุดเลอค่าและคู่ควรของผู้หญิงทุกคน ที่เพียงได้ครอบครองหรือชื่นชมก็มีความสุขแล้ว และยิ่งได้จากคนรัก คนใกล้ตัว เลือกให้เป็นของขวัญแทนใจอันล้ำค่าในทุกโอกาสสำคัญของชีวิตก็ฟินไปอีก ฉะนั้นในวันสำคัญต่างๆ JUBILEE DIAMOND (ยูบิลลี่ ไดมอนด์) นำเสนอเครื่องประดับเพชรคอลเลคชั่น Celebrating My Special Woman (เซเลเบรติ้งมาย สเปเชียล วูแมน) เพื่อเฉลิมฉลองความพิเศษของผู้หญิงทุกคน โดยเชิญเซเลบริตี้มาร่วมแชร์ไลฟ์สไตล์การเลือกเครื่องประดับเพชรสุดหรูในแบบฉบับของตัวเอง

เริ่มจากเซเลบริตี้แม่ลูก ใจสคราญกับ ณัฐริยา โค้วไพโรจน์  ที่งานนี้ลูกสาวออกตัวเลยว่ามีคุณแม่เป็นไอดอล เป็นผู้หญิงเก่งเรื่องงานและการดูแลเลี้ยงลูกดังนั้นในโอกาสสำคัญลูกจัดเซอร์ไพรส์แม่ตลอด เพื่อตอบแทนความรักอันบริสุทธิ์อย่างเช่นวันเกิดก็จะวาดรูปคุณแม่ซึ่งคุณแม่ประทับใจ หรือวันแม่ปีนี้เราก็เลือก แหวนเพชรรูปทรงดอกไม้ งดงาม เหมาะกับบุคลิกและไลฟ์สไตล์คุณแม่มากๆ เพราะสวมใส่ได้ในทุกวัน ด้วยเพชรเม็ดกลาง D Colorน้ำ 100 ดีไซน์โมเดิร์น รายล้อมด้วยเพชรเม็ดเล็กๆ เป็นรูปทรงดอกไม้ดูอ่อนหวานพลิ้วไหวเติมเต็มวันธรรมดาของคุณแม่ให้ดูโดดเด่น

คู่รักรุ่นใหญ่เพิ่งฉลองทริปฮันนีมูนครบรอบแต่งงาน 33 ปี  ที่สวิตเซอร์แลนด์ อย่าง สถิตย์ เทศวิเชียรชัย และ ทัศนีย์ชลสายพันธ์ เล่าว่า ภรรยาชอบออกงานสังคมและชอบสะสมเครื่องเพชร ดังนั้นจะต้องเลือกให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของเขา ด้วยภาพจำครั้งแรกสมัยหนุ่ม-สาวที่เราพบรักกันใหม่ๆ ภรรยาใส่ต่างหูลักษณะตุ้งติ้งปลายระย้าซึ่งน่ารักมาก ดังนั้นการเลือกให้ถูกใจและเหมาะกับเขาต้อง เซตสร้อยคอเพชรระย้ารูปเลข 8 ตัวเลขมงคล พร้อมต่างหูเพชรเข้าเซตกัน ซึ่งเซตนี้มีความหมายอินฟินิตี้(Infinity) ความโชคดีไม่มีที่สิ้นสุด เสริมเสน่ห์งานดีไซน์ด้วยลายเส้นสายระย้าที่สามารถพลิ้วไหว ผสานการร้อยเรียงเพชรรูปทรงกลมและทรงหยดน้ำ ด้วยเพชรคุณภาพE Color น้ำ 99 ทุกเม็ด

ส่วน 2 พี่น้องเวิร์กกิ้งวูแมน สิตานันท์กับ ฐิตานันท์ ทวีผล  ที่น้องสาว ฐิตานันท์มองว่าพี่สาวเป็นผู้หญิงคนพิเศษและด้วยวัยที่ใกล้เคียงกัน เลยมีความใกล้ชิด และรู้ใจกันมากๆ เรามักจะมีของมาเซอร์ไพรส์กันเสมอ ดังนั้นการเลือกเครื่องเพชรต้องเข้ากับบุคลิก สวมใส่ง่าย ใส่ได้ทุกวันอย่างสร้อยคอและต่างหูเพชรปลายห้อยระย้า รูปทรงหยดน้ำดีไซน์เรียบหรู โดดเด่นด้วยเพชรคุณภาพ น้ำ 99 E Color ใส่แล้วดูเป็นผู้หญิงมีรสนิยม เสน่ห์แพรวพราว

มอบคุณค่าแห่งรักนิรันดร์ให้กับผู้หญิงคนพิเศษในทุกบทบาทของชีวิตด้วยคอลเลคชั่น“Celebrating My Special Woman” (เซเลเบรติ้ง มาย สเปเชียลวูแมน) ช็อปเติมเต็มโททัลลุคได้แล้ววันนี้ที่เคาน์เตอร์ JUBILEE DIAMOND (ยูบิลลี่ ไดมอนด์) กว่า 125 สาขาในห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วประเทศ

คุณแหน : 22 สิงหาคม 2561

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/359218

คุณแหน : 22 สิงหาคม 2561

วันพุธ ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ll ทีฆายุกา โหตุ นาถปรมราชินี ข้าพระพุทธเจ้าขอถวายพระพรชัยมงคล ขอพระองค์ทรงพระเจริญ มีพระชนมพรรษายิ่งยืนนาน ทรงพระสิริสวัสดิ์ทรงพระเกษมสำราญ ทรงมีพระพลานามัยสมบูรณ์ เจริญด้วยจตุรพิธพรชัย ทรงหายจากพระอาการประชวรโดยเร็วพลัน ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ…

llมาลียา บุราวาศ อินกับละคร “เมีย 2018” ถึงกับขอแนะนำให้คุณแม่อรุณา ย้ายโรงเรียนให้นุดา เพราะเห็นได้จากเหตุการณ์เด็กตกชิงช้าสลบ แม่ไปถึงคุณครูยังให้เด็กนอนอยู่บนเตียงปฐมพยาบาล แล้วยังปล่อยให้คนอื่นมารับเด็ก โดยไม่มีการติดต่อสอบถามคุณแม่อีก …ละครฮอตฮิตติดตลาดถึงสหราชอาณาจักรเลยเชียวนะ…

ll ออกกำลังหนักจนมี 6pax วศิน ศิวสิริการุณย์ เลยไม่เคยคิดว่าตัวเองจะเป็นโรคหัวใจเฉียบพลัน ซึ่งเป็นภัยมืดที่อันตรายมาก ไม่มีอาการบ่งบอกเลย จู่ๆ ตี 2 ของวันที่ 14 ส.ค. 2561 แน่นหน้าอก หายใจติดขัด ใจสั่น เหงื่อแตก เป็นอาการโรคหัวใจ ให้ลูกรีบนำส่งโรงพยาบาลเกือบไม่ทัน สรุปเส้นเลือดหัวใจตัน 1 เส้น ตีบ 1 เส้น ทำบอลลูนเสร็จ กลับไปพักฟื้นที่บ้านได้แล้ว…

ll พระเอกละครที่กำลังเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงในขณะนี้ซึ่งอะไรก็ฉุดไว้ไม่อยู่คงเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก ฟิล์ม-ธนภัทร กาวิละ จากเรื่อง “เมีย 2018” ทางช่องเดอะวันได้รับเชิญมาปรากฏตัวในงาน Love Mom Ever Royal Projects & Embassy Fair โดยเรียกเสียงฮือฮาจากเหล่าแฟนคลับได้อย่างเกรียวกราว…

ll เหล่าผู้ปกครองโรงเรียนบางกอกเพรพแผนกประถมที่สุขุมวิท 53 เห็นรูปโรงเรียนปรับโฉมใหม่ที่ พิมภัทร์ ยมนาค โพสต์ลงเฟซบุ๊ค สวย กิ๊บ เก๋ คุ้มค่า สมราคาค่าเทอม ทำเอาอยากให้เปิดเทอมได้เห็นของจริงไวๆ…

ll ยินดีกับครอบครัว ต้องใจ-พร้อมพร ตั้งสง่า สำหรับทายาทคนที่ 3 ของครอบครัว เพศชาย ชื่อ ด.ช.ตามใจ ลงท้ายว่า “ใจ” ตามเคย (ครอบครัวนี้ คำว่า ใจ มีอิทธิพลมาก) เห็นท้องเล็กๆ แต่ทารกน้อยหนักตั้ง 3,380 กรัม …“คุณย่าดวงใจ” กลายเป็นคุณย่าหลานดกไปแล้ว…

ll นันทวัน เมฆใหญ่ ตกบันไดศีรษะโนมาได้เดือนหนึ่งแล้ว ด้วยความเป็นคนแข็งแรง จึงไม่มีอาการแทรกซ้อนอะไร ยังขับรถไปไหนๆ ได้ จนวันหนึ่งที่มีอาการไม่ดี ขับรถชนเสาไฟฟ้าแถวบ้าน จึงได้รู้ว่ามีเลือดซึมในสมอง เข้ารับการผ่าตัดระบายเลือดออกแล้ว แต่แพทย์อยากให้พักผ่อนก่อน งดให้เยี่ยม เพราะอาจเสี่ยงต่อการติดเชื้อ และผู้ป่วยก็อาจยังไม่รู้ตัวดีนัก แฟนคลับยินดีที่การผ่าตัดเป็นไปด้วยดี เยี่ยมกันทาง social media ตรึม…

ll แม้จะนามสกุลเป็นฝรั่ง เพราะแต่งงานกับฝรั่ง หน้าก็ฝรั่ง เพราะเป็นลูกครึ่ง ลูกค่อน อ่าน-พูดภาษาไทยก็ไม่ค่อยจะแตกฉาน ตอนเด็กๆ เรียนการเรือน ก็มีหน้าที่ตักน้ำมาให้เพื่อนๆ ดื่ม เพราะไร้ฝีมือทำครัว แต่เดี๋ยวนี้ เปรมวดี ซัลสเบอรี่ ก็มีฝีมือเลื่องลือในการทำอาหารสารพัดอย่าง โดยเฉพาะไข่พะโล้ แว่วว่า เธอไม่ได้ทำขาย แต่คนขอต้องคอยคิวก็แล้วกัน เธอทำทีละ 30 ฟองเอง…ll

หนูภาฯ

พีเจ้น แสดงพลังความรักครั้งยิ่งใหญ่ของแม่ สร้างสถิติการให้นมลูกจากอกแม่พร้อมกัน 1,200 คน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/359200

พีเจ้น แสดงพลังความรักครั้งยิ่งใหญ่ของแม่  สร้างสถิติการให้นมลูกจากอกแม่พร้อมกัน 1,200 คน

พีเจ้น แสดงพลังความรักครั้งยิ่งใหญ่ของแม่ สร้างสถิติการให้นมลูกจากอกแม่พร้อมกัน 1,200 คน

วันพุธ ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

“พีเจ้น” สานต่อเจตนารมณ์ในการสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ผ่านแคมเปญปีที่ 4 กับ “Thailand Breastfeeding Day By Pigeon อุ่นรักจากอกแม่ ร่วมสร้างสถิติแห่งความภาคภูมิใจ” เพื่อเป็นแรงบันดาลใจ และร่วมรณรงค์การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในประเทศไทย โดยได้รับความร่วมมือจากคุณแม่ทั่วเมืองไทยในการเข้าร่วมแสดงพลังแห่งความรักของคุณแม่กว่า 1,200 แม่ลูก ที่พร้อมทุบสถิติการให้นมลูกจากอกแม่พร้อมกันเป็นเวลา 3 นาที บันทึกใน Thailand Records โดยภายในงานยังได้แขกรับเชิญสุดพิเศษ คุณพ่อ-คุณแม่ซูเปอร์สตาร์ อย่าง ตู่-ภพธร และ นุ้ย-สุจิราร่วมแชร์ประสบการณ์ล้ำค่าในการเลี้ยงลูกผ่านมุมมองของคุณพ่อ คุณแม่มืออาชีพ และครั้งแรกของครอบครัวจารุจินดา หลังผ่านมรสุมครรภ์เป็นพิษ คุณพ่อเติ้ล-ตะวันคุณแม่กระแต หอบลูกสาวสุดน่ารัก น้องมียาเปิดตัวครั้งแรกพร้อมแชร์ประสบการณ์เพื่อเป็นกำลังใจ ส่งพลังบวกสร้างแรงบันดาลใจให้กับคุณแม่ที่มาร่วมงาน

สุวรรณา โชคดีอนันต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มุ่งพัฒนาอินเตอร์แนชชั่นแนล จำกัด (มหาชน)ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์สำหรับแม่และเด็กแบรนด์ “พีเจ้น” กล่าวว่า “ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา แคมเปญ “Thailand Breastfeeding Day By Pigeon อุ่นรักจากอกแม่ร่วมสร้างสถิติแห่งความภาคภูมิใจ” ได้รับการตอบรับจากคุณแม่เป็นอย่างดี โดยในปีแรกมีคู่แม่ลูกจำนวน 410 แม่ลูก, ในปีที่สองจำนวน 796 แม่ลูก, ในปีที่สามจำนวน 1,018 แม่ลูก และในปีนี้มีมากถึง 1,200 แม่ลูก พีเจ้นให้ความสำคัญในเรื่องประโยชน์ของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เสมอมา และอยากส่งต่อคุณค่านี้ให้ยาวนานที่สุดเป็นช่วงเวลาดีๆ ที่คุณแม่กับลูกน้อยได้ใกล้ชิดและสานสัมพันธ์ความรักกันอย่างลึกซึ้งจากแม่สู่ลูก เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกน้อยมีสุขภาพแข็งแรงและมีพัฒนาการที่ดีในอนาคต ซึ่งกิจกรรมครั้งนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของการรณรงค์และสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ที่จะช่วยส่งเสริมให้สังคมไทย ตระหนักถึงความสำคัญ และหันมาใส่ใจกับการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่มากขึ้น และถึงแม้ว่าการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่จะไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับสังคมไทย แต่พีเจ้นก็ยังมุ่งมั่นในเจตนารมณ์ที่จะสนับสนุนกิจกรรมในการรับรู้และร่วมรณรงค์อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่มีอัตราที่สูงขึ้น และเป็นทางเลือกอันดับแรกในการวางแผนเลี้ยงลูกของทุกครอบครัว”

การสร้างสถิติการร่วมให้นมลูกจากอกแม่พร้อมกันทั่วประเทศ ในครั้งนี้ได้จัดกิจกรรมขึ้นพร้อมกัน 2 แห่ง คือ กรุงเทพมหานคร และเชียงใหม่ โดยที่เชียงใหม่ได้รับความร่วมมือจากโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ เปิดโอกาสให้คุณแม่ในจังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดใกล้เคียงได้เข้าร่วมกิจกรรม อีกทั้งยังเปิดโอกาสให้คุณแม่ที่ไม่สะดวกเดินทางมาเข้าร่วมในงานทั้งที่กรุงเทพฯ และเชียงใหม่ มีโอกาสได้เข้าร่วมกิจกรรมในการทำสถิติผ่านทางเฟซบุ๊คพีเจ้นอีกด้วย ซึ่งจำนวนแม่ลูกที่เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ทั้งหมด จะถูกบันทึกลงใน Thailand Records ซึ่งไม่ใช่เป็นเพียงแค่การทำสถิติของจำนวนเท่านั้น แต่ยังเป็นการแสดงออกถึงการมีส่วนร่วมและจุดยืนของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ร่วมกัน ซึ่งเป็นวิธีการเลี้ยงลูกตามธรรมชาติที่มีประโยชน์และส่งผลดีต่อทั้งลูกและแม่มากที่สุด พร้อมตอกย้ำความเป็นผู้นำและเป็นผู้เชี่ยวชาญพัฒนาการเด็กและทารกของพีเจ้น ที่ตระหนักถึงความสำคัญของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่มาตลอดระยะเวลามากกว่า 35 ปี”

ภายในงานได้รับเกียรติจากทีมผู้เชี่ยวชาญจากคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ที่มาให้ความรู้การดูแลคุณแม่และลูกน้อยถึงในงาน นอกจากนี้คุณแม่ผู้ร่วมทำสถิติยังได้รับประกาศนียบัตรแห่งความภาคภูมิใจจากพีเจ้น และในปีนี้ได้มีการมอบ Pigeon “Best Breastfeeding Moments” Awards ให้กับคุณแม่ที่ส่งเรื่องราวความสุขอุ่นรักจากอกแม่ มากว่า 600 เรื่องราว จำนวน 4 รางวัล พร้อมกิจกรรมสร้างสรรค์ที่อีกมากมาย

สิ่งล้ำค่าที่สุดสำหรับลูกมีอยู่แล้วในคุณแม่ทุกคน นั่นคือ “น้ำนมแม่” พีเจ้นอยากส่งต่อคุณค่านี้ให้นานที่สุด เพราะการได้ให้นมลูกจากอกแม่คืออีกหนึ่ง “True Love True Breastfeeding Moments”ความสุขอุ่นรักจากอกแม่ “พีเจ้นสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่” #PigeonSupportBreastfeeding และสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : www.facebook.com/mypigeonlittlemomentsclub/

ดลนภา ธรรมวัฒนะ เผยคอลเลคชั่นใหม่ ‘บอดี้ โกลฟ’เอาใจคนรักแฟชั่นสปอร์ตแวร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/359212

ดลนภา ธรรมวัฒนะ เผยคอลเลคชั่นใหม่  ‘บอดี้ โกลฟ’เอาใจคนรักแฟชั่นสปอร์ตแวร์

ดลนภา ธรรมวัฒนะ เผยคอลเลคชั่นใหม่ ‘บอดี้ โกลฟ’เอาใจคนรักแฟชั่นสปอร์ตแวร์

วันพุธ ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เทรนด์สปอร์ตแฟชั่นในปัจจุบันยังคงเป็นที่นิยมกันอย่างแพร่หลาย เพราะนอกจากความสนุกสนานในการเลือกสวมใส่แล้วยังบ่งบอกถึงรสนิยมและไลฟ์สไตล์ได้ เป็นอย่างดี โดยล่าสุดแบรนด์เสื้อผ้า “บอดี้โกลฟ” (Body Glove) เปิดตัว 4 คอลเลคชั่นดีไซน์ใหม่ต้อนรับฤดูกาล ออทั่ม/วินเทอร์2018 พร้อมชวนหนุ่มสาวมาสนุกสนานไปกับการมิกซ์แอนด์แมทช์สร้างสไตล์ สุดเท่

“บอดี้ โกลฟ” (Body Glove)มีต้นกำเนิดจากการคิดค้นเวทสูทหรือชุดดำน้ำรายแรกของโลก ในปี ค.ศ. 1953 ในมลรัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา และในประเทศไทย “บอดี้ โกลฟ” (Body Glove) ได้มีความตั้งใจที่จะพัฒนาเสื้อผ้าให้เหมาะกับยุคสมัย จึงได้สอดแทรกไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ลงไปในการดีไซน์เสื้อผ้า “บอดี้ โกลฟ” (Body Glove) จึงเป็นแบรนด์เสื้อผ้าแฟชั่นที่มีความสปอร์ตแฝงอยู่ในตัว ทำให้ผู้สวมใส่รู้สึกคล่องแคล่ว ทะมัดทะแมง สามารถสวมใส่ได้ทั้งในชีวิตประจำวันและเวลาออกกำลังกาย

ดลนภา ธรรมวัฒนะ กล่าวถึงแนวคิดหลักของการออกแบบว่า “คอลเลคชั่นต้อนรับฤดูกาลออทั่ม/วินเทอร์ 2018 เราได้ออกแบบชุดสปอตแวร์ที่โดดเด่นด้วยงานดีไซน์ที่เหมาะสำหรับการสวมใส่ในทุกๆ วันรวมไปถึงชุดออกกำลังกายเนื้อผ้าชนิดพิเศษจากเส้นใยโพลีเอสเตอร์ และสแปนเด็กซ์ ที่มีความยืดหยุ่น ให้สัมผัสที่นุ่มและสวมใส่สบาย อีกทั้งยังมาพร้อมกับลวดลายและสีสันที่หลากหลาย สามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์หนุ่มสาวที่รักแฟชั่นสปอร์ตแวร์ ให้สนุกสนานไปกับการเลือกมิกซ์แอนด์แมทช์ชุดเท่ในแต่ละวันได้อย่างลงตัว”

โดยคอลเลคชั่นดีไซน์ใหม่ล่าสุดประกอบด้วยคอลเลคชั่น “เรโทร สปอร์ต แอคทีฟ คอลเลคชั่น ฟอล 2018” (Retro Sport Active Collection Fall 2018) คอลเลคชั่นที่ถ่ายทอดสีสันและลวดลายความงดงามของแฟชั่นยุค 90s ผ่านชุดแอคทีฟแวร์ ให้ดูโดดเด่นด้วยการผสมผสานระหว่างสีสันที่จัดจ้านอย่างสีแดง สีเหลืองและสีชมพู เข้าคู่กับสีเบสิคอย่างสีดำและสีเทา ที่จะช่วยให้ผู้สวมใส่ทุกเพศทุกวัยได้สนุกสนานสนานไปกับการเลือกมิกซ์แอนด์แมทช์ ถัดมาที่ “สปอร์ต แคชชวล”(Sport Casual) โดดเด่นด้วยเสื้อฮู๊ดดี้(Hoodie) รุ่นใหม่ที่มีชื่อว่า “โพลี เอสซี” (Poly SC) เสื้อฮู๊ดดี้ที่ผลิตจากเส้นใยโพลีเอสเตอร์ผสมกับผ้าสแปนเด็กซ์ ที่มีความยืดหยุ่นและสัมผัสนุ่มเป็นพิเศษ สร้างลุคสปอร์ตที่สดใสด้วยลูกเล่นจากสีสันอันหลากหลายตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์หนุ่มสาวแฟชั่นนิสต้า ถัดมาที่ “พีม่า ที” (Pima Tee) คอลเลคชั่นเสื้อยืดสุดพิเศษที่ผลิตมาจากเส้นใยผ้าฝ้ายพีม่าที่มีเนื้อสัมผัสเนียนนุ่มไม่ขึ้นขนหรือเป็นก้อน ผ่านการปรินท์สกรีนลายพิมพ์ โลโก้สุดพิเศษจาก บอดี้ โกลฟให้ลุคสวยเท่ในวันสบายได้อย่างลงตัวปิดท้ายที่ “แอคทิเวท แวร์” (Activate Wear) เสื้อผ้าสำหรับการออกกำลังกายที่มีดีไซน์สุดเท่ด้วยลายกราฟิกสไตล์ บอดี้ โกลฟ มาพร้อมกับสีสันที่โดนใจ ถ่ายทอดบนผืนผ้าโพลีเอสเตอร์ และสแปนเด็กซ์ ให้ความยืดหยุ่นเข้ากับสรีระผู้สวมใส่พร้อมให้ความสะดวกคล่องแคล่วยามออกกำลังกาย

พบกับคอลเลคชั่นใหม่ ได้แล้ววันนี้ที่ร้าน “บอดี้ โกลฟ” (Body Glove)ในห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วประเทศ รวมถึงสามารถสั่งซื้อและอัพเดทเทรนด์เสื้อผ้าใหม่ๆ ได้ทางเว็บไซต์ www.bgt4u.com หรือ Inbox ผ่านทาง FB: Body Glove Thailand, IG: bodygloveth และ Line: @bodyglovet

ทริคลบเครื่องสำอางหมดจด เผยผิวพร้อมรับการบำรุง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/359205

ทริคลบเครื่องสำอางหมดจด  เผยผิวพร้อมรับการบำรุง

ทริคลบเครื่องสำอางหมดจด เผยผิวพร้อมรับการบำรุง

วันพุธ ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

พื้นฐานสำคัญของการแต่งหน้าให้ติดทนและเรียบเนียนนั้น มาจากการที่มีผิวหน้าสะอาด สุขภาพดี แบรนด์ผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลสุขภาพผิวและเส้นผม ธัญ (THANN) โดยผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเครื่องสำอางสูตรใหม่ล่าสุด “แอสทริงเจนท์ คลีนซิ่ง วอเตอร์” (Astringent Cleansing Water) ร่วมกับเมคอัพอาร์ติสท์ชื่อดัง จิม-ปรีชา ดวงเพชร จัดเวิร์กช็อปแนะนำขั้นตอนการเช็ดทำความสะอาดเครื่องสำอางอย่างถูกวิธี โดยมีเหล่าเซเลบริตี้สาวสวย พลอยพยัพศรีกาญจนา, วารีนิธิ กันท์ไพบูลย์ รวมถึง พิม บูแบร์ นางแบบสาวชื่อดังหนึ่งในผู้เข้าประกวดเวที Asia’s Next Top Model ร่วมเวิร์กช็อปด้วย

จิม-ปรีชา ดวงเพชร กล่าวถึงความสำคัญของการทำความสะอาดผิวหน้าว่าการทำความสะอาดผิวหน้าให้สะอาดใสอย่างหมดจด นับเป็นขั้นตอนพื้นฐานที่สำคัญที่สุดของการมีสุขภาพผิวดี เพราะหากทำความสะอาดไม่ถูกวิธี ทำให้เครื่องสำอางตกค้างอยู่ในรูขุมขน ยิ่งนานวันเข้าก็จะเกิดสิวอุดตัน ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวต่างๆ ไม่ซึมซาบลงสู่ผิวได้อย่างเต็มที่ อีกทั้ง การเช็ดทำความสะอาดไม่ถูกวิธียังทำให้เกิดริ้วรอยอีกด้วย

สำหรับขั้นตอนการเช็ดทำความสะอาดเครื่องสำอางที่ถูกวิธี เมคอัพอาร์ติสท์ชื่อดัง แนะนำว่า ควรเริ่มจากการเช็ดเครื่องสำอางที่บริเวณดวงตาและริมฝีปาก เคล็ดลับที่แนะนำเลยก็คือ ให้ใช้สเปรย์น้ำแร่ฉีดลงบนแผ่นสำลีก่อนเพราะจะทำให้สำลีนุ่มขึ้นช่วยลดการบาดผิว จากนั้นให้หยดผลิตภัณฑ์ล้างเครื่องสำอางลงบนสำลีแผ่นให้พอชุ่ม แล้วโปะไว้บริเวณดวงตาและริมฝีปากประมาณ 30 วินาที แล้วเช็ดออกอย่างเบามือ ที่สำคัญควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ไม่ก่อให้เกิดอาการระคายเคืองกับผิว เพราะบริเวณรอบดวงตาและริมฝีปากเป็นส่วนที่บอบบาง ผิวบริเวณนั้นมักแห้ง และเกิดการอักเสบได้ง่าย ตามด้วยการทำความสะอาดผิวบริเวณใบหน้าและลำคอ ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับผู้หญิงเอเชียควรเลือกแบบที่เป็น คลีนซิ่ง วอเตอร์ จะดีเป็นพิเศษ เพราะไม่ทำให้ผิวหน้ามัน ไม่อุดตันรูขุมขน ทั้งยังช่วยกระชับรูขุมขน และลดการอักเสบของผิวได้ดีอีกด้วย หลังจากเช็ดเครื่องสำอางเรียบร้อยแล้ว จึงล้างทำความสะอาดผิวด้วยผลิตภัณฑ์ล้างหน้าตามสภาพผิว แล้วจึงเข้าสู่ขั้นตอนการบำรุงผิวตามปกติ เพื่อเป็นการเตรียมผิวให้พร้อมสำหรับการแต่งหน้าในเช้าวันใหม่

บรรยากาศระหว่างการทำกิจกรรมเต็มไปด้วยความสนุกสนาน เหล่าเซเลบริตี้สาวต่างก็ให้ความสนใจร่วมทดลองประสิทธิภาพในการทำความสะอาดเครื่องสำอาง ด้วย“ธัญ แอสทริงเจนท์ คลีนซิ่ง วอเตอร์” พร้อมเผยถึงเครื่องสำอางและอุปกรณ์แต่งหน้าชิ้นโปรด รวมถึงเคล็ดลับการเตรียมผิวให้พร้อมก่อนแต่งหน้า เพื่อให้สวยดูดีตลอดวัน เริ่มจากสาวหน้าหวาน พลอยพยัพ ศรีกาญจนา เผยว่า “พลอยเป็นคนที่ให้ความสำคัญเกี่ยวกับการล้างทำความสะอาดผิวหน้ามาก เพราะถูกคุณแม่ปลูกฝังมาแต่ตั้งเด็กเรื่องการล้างหน้า และการบำรุงผิวก่อนเข้านอน ถ้าหากผิวไม่สะอาดเวลาทาครีมบำรุงลงไปก็จะไม่ได้ประสิทธิภาพดีเท่าที่ควร ส่วนสไตล์การแต่งหน้าช่วงนี้จะชอบใช้พวกคอนทัวร์ บรอนเซอร์ แต่งให้ผิวดูโกลว์ ส่วนไอเท็มที่ขาดไม่ได้คือ ที่เขียนคิ้ว เพราะรู้สึกว่าคิ้วสามารถเสริมให้เราโดดเด่นได้ สำหรับผลิตภัณฑ์เช็คเครื่องสำอางจะเลือกใช้แบบที่เป็น คลีนซิ่ง วอเตอร์ ชอบสูตรที่ช่วยเติมความสดชื่นให้ผิวด้วย เพราะการแต่งหน้าก็ทำให้ผิวอ่อนล้าได้เหมือนกัน”

สาวสวยมีเสน่ห์ วารีนิธิ กันท์ไพบูลย์ เล่าว่า “สไตล์การแต่งหน้าของบูบีจะเป็นแนวสดใส เน้นความโดดเด่นของริมฝีปาก ดังนั้นไอเท็มที่ขาดไม่ได้เลยคือ ลิปสติก เพราะสามารถเปลี่ยนลุคของเราได้หลากหลาย เพียงแค่เปลี่ยนสีลิป บูบีชอบแต่งหน้าลุคธรรมชาติแบบ Make up no Make up ซึ่งสิ่งสำคัญสุดของการแต่งหน้าแนวนี้ คือผิวหน้าต้องสุขภาพดีจริง โดยมีพื้นฐานจากการเลือกผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวที่เหมาะสม สูตรอ่อนโอนโดยไม่ทำร้ายผิว สามารถทำความสะอาดได้อย่างล้ำลึกและต้องบำรุงผิวได้ไปในตัวได้ด้วย”

ปิดท้ายที่นางแบบสาวที่กำลังมาแรง พิม บูแบร์ เผยว่า “ด้วยอาชีพแน่นอนว่าพิมต้องถูกแต่งหน้าทุกวันโดยเฉพาะช่วงแฟชั่นวีค วันหนึ่งจะต้องแต่งหน้าหลายครั้ง และหลายแบบมาก เพื่อให้เหมาะสมกับชุดที่จะใส่เดิน พิมจึงให้ความสำคัญเรื่องการทำความสะอาดผิวอย่างมาก เพื่อเตรียมผิวให้พร้อมสำหรับงานวันถัดไป ดังนั้น จะค่อนข้างพิถีพิถันในการเลือกผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวเป็นพิเศษ โดยจะเลือกเมคอัฟรีมูฟเวอร์ที่เป็นสูตรน้ำ และต้องมีคุณสมบัติช่วยเติมความชุ่มชื้นให้ผิวได้ดีอย่าง คลีนซิ่ง วอเตอร์ ถ้าไม่ใช่วันทำงาน พิมชอบสไตล์การแต่งหน้าแบบบางๆ น้อยๆ แบบโชว์ผิว ซึ่งการแต่งหน้าแนวนี้จะเป็นการพักผิวไปในตัว ส่วนเครื่องสำอางที่ชอบ คือลิปสติกเฉดสีบางๆ หรือสีน้ำตาลนู้ด ที่จะพกติดกระเป๋าเอาไว้ตลอดเวลา”

HOURGLASS เปิดตัวเคาน์เตอร์ดีไซน์ใหม่ล่าสุดแห่งแรกในเอเชีย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/359215

HOURGLASS เปิดตัวเคาน์เตอร์ดีไซน์ใหม่ล่าสุดแห่งแรกในเอเชีย

HOURGLASS เปิดตัวเคาน์เตอร์ดีไซน์ใหม่ล่าสุดแห่งแรกในเอเชีย

วันพุธ ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เปิดตัวแบรนด์ อาวร์กลาส (HOURGLASS) เครื่องสำอางโมเดิร์นลักชัวรี่แบรนด์แรกจากสัญชาติอเมริกัน ที่โดดเด่นด้วยความก้าวล้ำทางเทคโนโลยีในการผสมผสานระหว่างนวัตกรรม ความงดงาม และความหรูหรา โดย คาริสา เจนส์(Carisa Janes) ผู้ก่อตั้งและผู้บริหารแบรนด์อาวร์กลาส มุ่งเน้นการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมและวัตถุดิบอันล้ำสมัยที่ปราศจากพาราเบนและซัลเฟต ซึ่งอาวร์กลาสถือเป็นหนึ่งในเมคอัพแบรนด์ที่ให้ความสำคัญในการใช้ส่วนผสมที่ไม่ก่อให้เกิดสารปนเปื้อนหรือความระคายเคืองต่อผิว อีกทั้งยังตระหนักถึงจริยธรรมในทุกขั้นตอนการผลิตโดยไม่มีการทดลองกับสัตว์ ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นเมคอัพแบรนด์ที่เป็นวีแกนตัวจริง

นอกจากนี้อาวร์กลาสยังมีชื่อเสียงในการรังสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่สร้างความตื่นตาตื่นใจกับผลลัพธ์อันน่าประทับใจอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นหนึ่งในแบรนด์เครื่องสำอางคุณภาพชั้นนำที่สาวๆ ทั่วโลกหลายคนเทใจให้ร่วมสัมผัสความพิเศษทุกเมคอัพไลน์ของอาวร์กลาสพร้อมเหล่าเซเลบริตี้และคนดังอีกมากมาย ที่ Gaysorn Urban Resort เมื่อวันก่อน

คาริสา เจนส์ ผู้ก่อตั้งและผู้บริหารแบรนด์อาวร์กลาส กล่าวว่า “แบรนด์ของเราตั้งใจในการพัฒนาเครื่องสำอางอย่างต่อเนื่องเพื่อให้สาวๆ ทุกคนได้ครีเอทลุคสวยในแบบฉบับของตนเอง พร้อมประสบการณ์แต่งหน้าใหม่ๆ จากผลิตภัณฑ์ที่มีคุณสมบัติดีเยี่ยม ด้วยส่วนผสมที่ไร้สารปนเปื้อนไม่ก่อให้เกิดอันตราย เราตั้งใจว่าในปี 2020 อาวร์กลาสจะเป็นแบรนด์เครื่องสำอางวีแกนอย่างเต็มตัว วันนี้รู้สึกดีใจมากที่ได้มาเปิดแฟลกชิพสโตร์แห่งแรกในประเทศไทยอยากให้ทุกคนติดตามผลิตภัณฑ์ของเราที่จะพัฒนาคุณภาพให้ดียิ่งขึ้นไปเรื่อยๆ”

บรรยากาศในงานเต็มไปด้วยไปด้วยเหล่าเซเลบริตี้และดารามาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง แขกผู้มีเกียรติ ต่างเพลิดเพลินไปกับผลิตภัณฑ์ของอาวร์กลาสที่ขนทัพทุกเมคอัพไลน์มาให้ได้สัมผัสกันอย่างเต็มอิ่ม โดยมี เมคอัพอาร์ติสท์ชื่อดัง ลิซ่า มารีรักกิเอโร ที่ฝากผลงานให้กับแบรนด์ระดับโลกมามากมาย บินลัดฟ้ามาร่วมถ่ายทอดเทคนิคสุดพิเศษและเคล็ดลับในการแต่งหน้าให้ได้ลุคสวยหรูภายในเวลา 10 นาที ด้วยคอลเลคชั่นใหม่ Ambient Lighting Powder พร้อมถ่ายรูปในมุมที่โดดเด่นในแบบที่ไม่ซ้ำใคร

อาวร์กลาสเป็นเครื่องสำอางที่มีเอกลักษณ์ในความเป็นศิลปะที่ทันสมัยสำหรับวงการเมคอัพ ด้วยความพิถีพิถันในทุกขั้นตอนการผลิตเพื่อให้ได้คุณภาพขั้นสูงของทุกผลิตภัณฑ์ ซึ่งให้ความรู้สึกที่แตกต่างด้วยเนื้อผลิตภัณฑ์อันละเมียดละมุนและบางเบา ให้งานผิวที่สวยงามเปล่งปลั่งอย่างเป็นธรรมชาติ ด้วยคอลเลคชั่นที่มีการใช้สีอันทันสมัยและแพ็กเกจที่เรียบหรูโดยแรงบันดาลใจของแบรนด์มาจากนาฬิกาทรายที่สื่อถึงความงดงามเหนือกาลเวลาของหญิงสาว ที่ผู้หญิงทุกคนสามารถคงความงดงามได้ด้วยการเนรมิตลุคสวยให้ตัวเองได้อย่างสมบูรณ์แบบเสมือนมีเมคอัพอาร์ติสท์ข้างกาย

การเปิดตัวเคาน์เตอร์ประเทศไทยในครั้งนี้ ถือเป็นการเปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรกและเป็นแห่งแรกของเอเชียของอาวร์กลาส ซึ่งถูกตกแต่งอย่างหรูหราในดีไซน์ด้วยสีดำ ขาว และ ทอง ที่เสริมให้ผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นดูโดดเด่นและน่าสนใจ พร้อมครบครันด้วยทุกไลน์ผลิตภัณฑ์ของอาวร์กลาส ไม่ว่าจะเป็น รองพื้น คอนซีลเลอร์ แป้ง อายแชโดว์ มาสคาร่า บลัชออน ไฮไลท์ บรอนเซอร์ สกินแคร์ รวมไปถึงเซตแปรงแต่งหน้า และอีกมากมายรอให้คุณมาสัมผัส โดยอาวร์กลาเคาน์เตอร์พร้อมเปิดให้บริการ ที่โซน Beauty Hall ชั้น M ศูนย์การค้าสยามพารากอน และเอ็มโพเรียม ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

D-Dance สร้างฝัน สร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/359210

D-Dance สร้างฝัน สร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนไทย

D-Dance สร้างฝัน สร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนไทย

วันพุธ ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เพราะเด็กไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก การเปิดโอกาส สร้างแรงบันดาลใจให้เขาได้รู้จักตัวเอง ได้รู้จักในสิ่งที่ตัวเองชอบได้พัฒนาทั้งความคิดและร่างกาย เขาก็จะประสบความสำเร็จในชีวิตได้ D-Dance Thailand โดย ครูอู๋-เปรมจิตต์ อำนรรฆมณี จึงได้คิดโปรเจกท์ “เด็ก Dance” ขึ้น เพื่อเป็นเวทีให้เด็กๆ ได้สร้างแรงบันดาลใจ ทำในสิ่งที่ตัวเองชอบ โดยปีนี้จัดขึ้นเป็นปีที่ 3 ภายใต้คอนเซ็ปต์ Me, Hero ยอดมนุษย์สุดพลัง พร้อมจัดกิจกรรม SHOWCASE สุดซ่าแห่งปี กับการรวมตัวของน้องๆ วัย 4-11 ปี ในโปรเจกท์ จำนวน 100 คน ให้มาปล่อยพลังความสนุก ความซ่า ความน่ารักที่ซ่อนอยู่ในตัวทุกคนผ่านการเต้น! เมื่อเร็วๆ นี้ ณ ควอเทียร์ อเวนิว ศูนย์การค้า เอ็มควอเทียร์

ครูอู๋-เปรมจิตต์ อำนรรฆมณี ผู้ก่อตั้งโครงการเด็ก dance และครีเอทีฟ เปิดเผยว่า “D Dance มองเห็นศักยภาพของเด็กไทย มองหาตัวแทน เด็กตาดีมองเห็นสิ่งที่ดี เด็กหูดีเลือกฟังสิ่งที่ดี เด็กหัวดีคิดแต่สิ่งดี เด็กใจดีทำแต่ความดี ซึ่งเชื่อว่าเด็กไทยมีศักยภาพ เพียงขาดพื้นที่และโอกาสในการแสดงออก พร้อมการพัฒนาทักษะของเด็ก โดยคุณครูที่มีความเข้าใจของเด็กในทุกๆ ด้าน ให้สังคมได้เห็นถึง เด็ก Dance เป็นโปรเจกท์เด็กแห่งปี ซึ่งเป็นการรวมตัวของเด็กๆ ที่ต้องการพื้นที่แสดงตัวตนผ่านการเต้น ร่วมแบ่งปันโอกาส ความฝัน แรงบันดาลใจ เพราะเราเชื่อว่า เด็กไทยคืออนาคตของชาติแต่เพียง…ขาดโอกาส โดยปีนี้จัดขึ้นเป็นปีที่ 3 ภายใต้คอนเซ็ปต์ Me, Hero ยอดมนุษย์สุดพลัง เพราะเรามองว่ายอดมนุษย์ คือ มนุษย์มหัศจรรย์ ยอดมนุษย์ คือ คนธรรมดา และยอดมนุษย์ คือ ตัวของเด็กๆ เอง เราสร้างเด็กที่ไม่ได้แค่พัฒนาทางร่างกายความสามารถ แต่เรายังพัฒนาด้านจิตใจและความอดทน เพราะเราเชื่อว่า เด็กทุกคนควรถูกปลูกฝังให้มีความศรัทธาในตัวเองและเคารพต่อผู้อื่น เราสร้างโอกาสให้เด็กทุกคนเป็นที่ถูกยอมรับและพึ่งพอใจต่อตนเองและเคารพผู้อื่น และเราให้เด็กได้เรียนรู้จักการแบ่งปันและหยิบยื่นโอกาสให้แก่สังคม”

สำหรับ หมอเกรท-เสกสรร รวยภิรมย์ ผู้ก่อตั้งมูลนิธิสติ บอกว่า “มูลนิธิสติเป็นมูลนิธิเกี่ยวกับสุขภาพ การศึกษาให้กับเด็กไทยที่ด้อยโอกาส และผมเองก็เข้าไปดูแลเรื่องสุขภาพให้กับศูนย์ Hub สายเด็กด้วย ทำให้ได้รู้จักกับครูอู๋ และร่วมโปรเจกท์กัน เราให้เด็กที่มูลนิธิมาร่วมจอยตั้งแต่ปีที่แล้ว เด็กๆ แฮปปี้มากได้มาเต้น ได้มาออกกำลังกาย ได้พัฒนาตัวเอง มาถึงปีนี้ก็มีเด็กจากปีที่แล้วเหมือนกัน มีใหม่บางส่วน การเข้าร่วมในครั้งนี้เหมือนเขาได้เข้ามาอีกโลกหนึ่ง ได้มาสัมผัส ได้เรียนรู้ ได้เพื่อนใหม่ นี่คือสิ่งสำคัญที่เด็กทุกคนควรจะได้โอกาส ได้สนุก ได้เต้น ได้มีเพื่อน ซึ่งสังคมเราไม่ได้ให้โอกาสกับเด็กทุกคน ซึ่งสิ่งที่ครูอู๋ทำมันดีมากที่ให้โอกาสเด็กๆ ได้มีความสุข ตลอดเวลาที่ซ้อม เด็กๆ ตั้งใจกันมาก ผมคิดว่าสิ่งที่เขาได้จากการเข้าร่วมโปรเจกท์ในครั้งนี้ คือ เขาได้ทำอะไรที่เขาชอบ เขาเห็นว่าตัวเองพัฒนา เหมือนทำได้ เด็กๆ จะถามตลอดว่าเมื่อไหร่จะมีอีก เขาอยากจะมา ครูก็ดี ทุกคนดี ทุกคนมาสร้างบรรยากาศบวกๆ ซึ่งทุกอย่างในโลกนี้มันก็ไม่ได้มีความบวกอยู่ตลอด ผมรู้สึกดีมากๆ ครับ”

โปรเจกท์ เด็ก Dance 2018 ตอน Me, Heroยอดมนุษย์สุดพลัง วางกลุ่มเป้าหมายไว้ที่เด็ก 3 กลุ่ม ที่มีอายุระหว่าง 4-11 ปี คือ 1.เด็กที่หลงใหลในงาน Performing Art อยู่ในครอบครัวที่เชื่อมั่นในพลังของเด็ก 2.เด็กจากกลุ่มมูลนิธิสติ และ 3.เด็กไอดอลที่มีความฝันและประสบความสำเร็จ เช่นน้องแพร-ณัฏฐนันท์ สนุ่นรัตน์ บล็อกเกอร์เด็กชื่อดัง, น้องภู บัวขาวน้อย จากรายการ Super10, น้องยูกิ จากรายการ We kid Thailand รวมกันทั้งหมดจำนวน 100 คน เข้าคลาสเพื่อฝึกฝน พัฒนาเด็กๆ ให้กล้าคิด กล้าแสดงออก และสร้างแรงบันดาลใจให้เด็กๆ ก้าวไปสู่ความฝันที่ตัวเองต้องการ