Life & Health : รู้จักโรคด่างขาวและการรักษา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/359206

Life&Health : รู้จักโรคด่างขาวและการรักษา

Life&Health : รู้จักโรคด่างขาวและการรักษา

วันพุธ ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

การมีผิวที่เนียนสวย สดใสเป็นเรื่องที่หนุ่มสาวทั้งหลายต่างให้ความสำคัญ แต่ด้วยแสงแดดและมลพิษต่างๆ ที่ต้องเจออยู่ทุกวัน ทำให้ใบหน้าหมอง คล้ำ ดำ อีกทั้งกระและฝ้า ไหนจะอายุที่มากขึ้น ทำให้การดูแลผิวเป็นไปได้ยากมากขึ้นไป นอกจากนี้ยังมีโรคผิวหนังต่างๆ ที่อาจมาเยือนโดยไม่ได้เชื้อเชิญอีก เช่น บางคนอาจมีผิวด่างขาว หรือบางคนเป็นคนเผือก หรืออดีตนักร้องผิวสีชื่อดังไมเคิล แจ็คสัน ทำไมถึง
ผิวขาวขึ้นได้

ข้อมูลจาก ผศ.พญ.สุวิรากรโอภาสวงศ์ ประธานฝ่ายกิจกรรมสังคม สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย และผู้อำนวยการคลินิกสยามเดอร์มาติกส์ เปิดเผยว่าผิวด่างขาว เป็นโรคผิวหนังชนิดหนึ่งเรียก โรคด่างขาว หรือ วิทิลิโก (Vitiligo) โรคนี้พบได้ 1-2% ของประชากรโลก ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่เราจะพบเห็นโรคนี้ ลักษณะโรคนี้ คือ พบรอยด่างสีขาวเกิดขึ้นบริเวณผิวหนังโดยไม่มีผื่นคันนำมาก่อน ผิวส่วนอื่นมีลักษณะเป็นปกติทุกอย่าง รูปร่างรอยด่างอาจกลมรี หรือเป็นเส้นยาวก็ได้ มีขนาดต่างกันตั้งแต่เล็กถึงใหญ่ อาจมีวงเดียวหรือหลายวง กระจายได้ทั่วตัว ลักษณะสีผิวจะสีขาวเหมือนชอล์ก บางคนก็ว่าเหมือนน้ำนม ตำแหน่งที่พบบ่อย คือ ใบหน้า รอบปาก รอบดวงตา คอ มือ ปลายนิ้ว แขน ขา และตำแหน่งที่มีการเคลื่อนไหวมาก ได้แก่ ข้อพับ เข่า ข้อมือ หลังมือ เป็นต้น นอกจากที่ผิวหนังแล้ว ยังพบรอยด่างได้ตามเยื่อเมือกบุในอวัยวะต่างๆ เช่น ในช่องปาก เหงือก อวัยวะเพศ หัวนม รอยขาวที่หนังศีรษะ หรือตำแหน่งที่มีขนซึ่งจะทำให้ผมและขนบริเวณนั้นเป็นสีขาวไปด้วย

สาเหตุที่เกิดโรคด่างขาว เป็นโรคที่เกิดจากความผิดปกติของเม็ดสี ( Melanocyte) มีการทำลายเซลล์เม็ดสี ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดในการเกิดโรคด่างขาวมีหลายทฤษฎีที่เกี่ยวกับสาเหตุของโรคซึ่งทำให้เกิดการทำลายเซลล์เม็ดสีเช่น จากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันต้านทานในร่างกาย จากขบวนการ สร้างสีซึ่งมีการสร้างสารที่เป็นพิษต่อเซลล์เม็ดสี จากกลไกการเกิดอนุมูลอิสระ จากภาวะเซลล์เม็ดสีผิดปกติ หรือจากภาวะทางระบบประสาท ซึ่งกลไกต่างๆเหล่านี้มีผลทำลายเซลล์เม็ดสี ทำให้เกิดรอยด่างขาว นอกจากนี้ เชื่อว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับพันธุกรรมถึง 30%ซึ่งทำให้เซลล์สร้างสีผิวอ่อนแอและถูกทำลายได้ง่าย

โรคด่างขาวมีอันตรายหรือไม่โรคนี้ไม่มีอันตรายถึงชีวิต แต่ก่อให้เกิดความวิตกกังวล ภาพลักษณ์ที่ไม่สวยงาม พบว่าคนไข้ส่วนหนึ่งอาจจะสัมพันธ์กับความผิดปกติของอวัยวะอื่นเช่น

l ดวงตา เนื่องจากเยื่อเมือกบุตา มีเซลล์เม็ดสี เป็นส่วนประกอบสำคัญ ผู้ป่วยจึงอาจมีอาการทางดวงตาร่วมด้วยได้ เช่น ม่านตาอักเสบ

l โรคภูมิต้านตนเอง โรคของต่อมไร้ท่อ (ที่พบบ่อยได้แก่ โรคของต่อมไทรอยด์ โรคเบาหวาน) โรคเลือด และโรคผมร่วงเป็นหย่อมซึ่งมักพบร่วมกับโรคด่างขาวที่เกิดกระจัดกระจายเป็นหย่อมๆ (Nonsegmental Vitiligo) และโรคด่างขาวที่เป็นกรรมพันธุ์

l โรคทางหู เนื่องจากเซลล์เม็ดสี เป็นส่วนประกอบในโครงสร้างและการทำงานของหูชั้นในและระบบการได้ยิน จึงอาจพบความผิดปกติทางการได้ยินร่วมกับโรคด่างขาวได้

เราจะทราบได้อย่างไรว่าเป็นโรคด่างขาวหรือไม่ ส่วนใหญ่แพทย์วินิจฉัยโรคด่างขาวได้จากลักษณะรอยด่างขาวที่เป็น แต่อาจต้องแยกโรคที่ทำให้เกิดเป็นรอยขาวอื่นๆ ด้วย เช่น เกลื้อน ปานขาว กลากน้ำนม โรคเรื้อน ที่จะมีอาการชาร่วมด้วย หรือผิวหนังด่างจากที่เคยเป็นโรคผิวหนังชนิดอื่นๆมาก่อน และเนื่องจากโรคด่างขาวสัมพันธ์กับโรคภูมิต้านตนเองที่เกิดกับอวัยวะ/เนื้อเยื่ออื่นๆ แพทย์จึงอาจตรวจเลือดทางห้องปฏิบัติการอื่นๆเพิ่มเติม ทั้งนี้ขึ้นกับอาการผู้ป่วยและดุลพินิจของแพทย์

การรักษา ปัจจุบันยังไม่มีการรักษาที่ได้ผล 100% การรักษาขึ้นกับตำแหน่ง ความรุนแรง บริเวณที่เป็น ถ้าเป็นน้อยๆ อาจจะให้ครีมทากลบให้สีผิวสม่ำเสมอ และทายากันแดดกันการไหม้แดด ถ้าเป็นบริเวณกว้างมากๆจนเหลือผิวปกติน้อย อาจใช้ยาทาที่ทำลายเม็ดสีฟอกเพื่อทำลายเม็ดสี ให้ผิวเป็นสีขาวหมด (เหมือนที่ ไมเคิล แจ็คสัน เคยทำ)

สำหรับการรักษาโดยการกระตุ้นเซลล์เม็ดสีให้กลับคืนมา มีหลายวิธี ได้แก่

l ยาทา ในกรณีที่เป็นบริเวณน้อยๆ ประมาณ 5-10% ของผิวหนัง อาจใช้ยาทาเฉพาะที่ เพื่อกระตุ้นเซลล์เม็ดสี ให้กลับมาทำงานปกติ ยากลุ่ม
ที่ใช้ เช่น Corticosteroid, Tacrolimus, และ Vitamin D analogue

l การฉายแสงอัลตราไวโอเลตหรือ แสงยูวี (Ultra violet หรือUV light) เพื่อกระตุ้นเซลล์เม็ดสีใช้ในกรณีรอยโรคมีบริเวณกว้าง ซึ่งผลการรักษา ขึ้นกับตำแหน่งของรอยโรค ซึ่งที่ใบหน้า ลำตัว แขน ขา จะให้ผลดีกว่า ส่วนบริเวณปลายมือ เท้า บริเวณกระดูก และ รอบปาก จะไม่ค่อยได้ผล การรักษาวิธีนี้ ต้องรักษาต่อเนื่อง และสม่ำเสมอเป็นเวลา นาน เป็นเดือนถึงปีผลข้างเคียงจากการรักษา ที่พบคือ อาจมีอาการผิวไหม้แดด สีผิวคล้ำขึ้น อาจมีกระ ฝ้า จุดด่างดำหลังฉายแสงยูวีไปนานๆ ถึงแม้การรักษาโดยแสงยูวี จะสามารถกระตุ้นเม็ดสีกลับมาได้ แต่สีที่กลับมาอาจไม่ทั้งหมด และไม่ได้เรียบเท่ากับสีผิวปกติ

l การใช้เลเซอร์ เช่น Excimerlaser เป็นแสงเลเซอร์ที่สามารถรักษาโรคสะเก็ดเงินและด่างขาวได้ดี แต่มีข้อจำกัด คือต้องเป็นบริเวณเล็กๆเท่านั้น และราคายังสูงอยู่ ปัจจุบันมี Excimer light (Therabeam) ซึ่งเป็นแสง UVB ที่มีความยาวคลื่น 308 nm สามารถทำในบริเวณที่กว้าง ใช้เวลาน้อย เนื่องจากมี filter กรองแสงที่เป็นอันตรายออก ทำให้ประสิทธิภาพการรักษาดีขึ้น การรักษาคล้ายการฉายแสงยูวี คือ ต้องทำสัปดาห์ละอย่างน้อย 1-2 ครั้ง เป็นเวลาต่อเนื่อง และเพื่อประสิทธิภาพดีขึ้นอาจรักษาร่วมกับการทายาด้วย

l การปลูกถ่ายเซลล์เม็ดสี(Melanocyte Graft) แต่การรักษาวิธีนี้จะต้องเป็นรอยโรคที่สงบ ไม่มีการลุกลามแล้วอย่างน้อย 2 ปี โดยหลีกเลี่ยงการปลูกถ่ายผิวในบริเวณที่มีการเคลื่อน ไหวตลอด เช่น ตามข้อพับ หรือ รอบๆปาก

โรคด่างขาวเป็นโรคที่ไม่อันตรายถึงชีวิตและมีทางรักษาได้แต่อาจจะไม่หายขาด อย่างไรก็ตามหากมีอาการดังกล่าวแล้วไม่สบายใจ หรือเป็นบริเวณกว้างและลุกล่ามเร็ว ควรรีบไปปรึกษาแพทย์ผิวหนัง

 

ผศ.(พิเศษ)ดร.อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์

ประธานกรรมการ มูลนิธิคุณแม่คุณภาพ

วิทย์สร้างคน สร้างแรงบันดาลใจ 1.2 ล้านเยาวชนไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/359203

วิทย์สร้างคน สร้างแรงบันดาลใจ 1.2 ล้านเยาวชนไทย

วิทย์สร้างคน สร้างแรงบันดาลใจ 1.2 ล้านเยาวชนไทย

วันพุธ ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เปิดงานไปอย่างยิ่งใหญ่ สำหรับ มหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ประจำปี 2561 เพื่อเฉลิมฉลองในโอกาสวันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ วันที่ 18 สิงหาคม ของทุกปีโดยเป็นโอกาสสำคัญในการเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวในฐานะพระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย และเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตรในฐานะพระบิดาแห่งเทคโนโลยีของไทยและพระบิดาแห่งนวัตกรรมไทย

และในปี 2561 มีแนวคิดเพื่อสื่อสารถึงความสำคัญ เป้าหมายของการพัฒนาอย่างยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ Sustainable Development Goals (SDG) และการเฉลิมฉลองครอบรอบ 150 ปี ปรากฏการณ์สุริยุปราคา ณ หว้ากอ โดย พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงาน และได้กล่าวถึงนโยบายของงาน คือ “วิทย์สร้างคน สร้างแรงบันดาลใจ 1.2 ล้านเยาวชนไทย”

ภายในงานที่น่าสนใจในปีนี้ผู้เข้าชมงานจะได้พบกับ 9 ไฮไลท์ ได้แก่ Royal Pavilion นําเสนอนิทรรศการเพื่อแสดงพระอัจฉริยภาพของ “พระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย”พระอัจฉริยภาพของ “พระบิดาแห่งเทคโนโลยีของไทย” และ “พระบิดาแห่งนวัตกรรมไทย” พระราชกรณียกิจและพระอัจฉริยภาพของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร “ปฐมกษัตริย์นักบินแห่งราชวงศ์จักรี” และพระบรมวงศานุวงศ์ ที่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม

วิทยาศาสตร์…ติดถํ้า (Science in the Cave) นําเสนอนิทรรศการเพื่อให้ผู้เข้าชมได้เรียนรู้และเข้าใจถึงวิทยาศาสตร์ของถํ้า (ด้านภูมิศาสตร์และธรณีวิทยา) เทคโนโลยีกู้ภัย (นวัตกรรมช่วยชีวิตมนุษย์) สภาพร่างกายเมื่ออยู่ในถํ้า (ชีววิทยาที่เกิดขึ้นกับร่างกาย) และการเตรียมตัวเมื่อจะไปท่องเที่ยวในถํ้า

วิกฤติขยะ (Waste : Global Challenges)นําเสนอนิทรรศการเพื่อให้ผู้เข้าชมเกิดความตระหนักเกี่ยวกับความสําคัญของการจัดการขยะและนําไปสู่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการเกี่ยวกับการจัดการขยะ ให้ความรู้ความเข้าใจว่าขยะเป็นปัญหาสิ่งแวดล้อมที่สําคัญต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อม การจัดการขยะที่มีประสิทธิภาพเป็นวิธีการลดและแก้ปัญหาขยะที่ยั่งยืนโดยนําเสนอในรูปแบบของ 4-D Theatre

เทคโนโลยีเปลี่ยนชีวิต (Disruptive You!) นําเสนอนิทรรศการเพื่อให้ผู้เข้าชมเข้าใจและตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นกับ
การดํารงชีวิต อันเนื่องจากการเกิดขึ้นของDisruptive Technology โดยให้ความรู้ว่าDisruptive Technology นั้นเกิดขึ้นมาตั้งแต่จนถึงปัจจุบันและมีต่อเนื่องไปถึงอนาคต ซึ่งเป็นการสร้างความเปลี่ยนแปลงและเกิดผลกระทบมากมาย

ยุคข้อมูลครองโลก (Data Sphere) นําเสนอนิทรรศการเพื่อให้ผู้เข้าชมเกิดความเข้าใจและเห็นถึงความสําคัญของการเก็บข้อมูลการวิเคราะห์ และการนําไปใช้ในชีวิตประจําวัน โดยให้ความรู้เรื่องภาษาเป็นตัวกลางของข้อมูล การอ่านออกเขียนได้เชิงข้อมูล (Ability to argue with data) ความสําคัญรวมถึงการสร้างทักษะด้านของ Data Literacy

อาหารแห่งศตวรรษ (Super Food) นําเสนอนิทรรศการเพื่อให้ผู้เข้าชมเกิดความเข้าใจ รู้จักอาหาร Super Foodสามารถเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์เหมาะสมกับเพศ อายุ อาชีพ รวมทั้งให้ความรู้เรื่องกระบวนการผลิตอาหารด้วยการนําเสนอผ่านแบบจําลอง วัสดุตัวอย่างสื่อมัลติมีเดีย กิจกรรมประกอบอาหารจาก Super Food

เทศกาลไทรสุขสันต์ (Fig Festivals) นําเสนอนิทรรศการความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ เรื่องพืชสกุลไทรความสําคัญของไทรที่มีความโดดเด่นทั้งต่อมนุษย์และระบบนิเวศเป็นแหล่งผลิตอาหารและเป็นตัวส่งผ่านพลังงานไปสู่ผู้บริโภคและเป็นตัวขับเคลื่อนให้ระบบนิเวศดํารงอยู่ได้ คนทั่วโลกได้ใช้ประโยชน์ทั้งเป็นอาหาร ยาสมุนไพรพืชประดับ ตลอดจนความเชื่อและวัฒนธรรมที่เกี่ยวข้องกับไทร

ภาพถ่าย “ดาวจรัสฟ้า” (Starry Sky Illumination) นําเสนอเรื่องราวของความสวยงาม และปรากฏการณ์บนท้องฟ้าและดาราศาสตร์ นําเสนอในรูปแบบของศิลปะผ่านภาพถ่ายและเทคโนโลยีมัลติมีเดีย โดยความร่วมมือจากพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งเมืองเซี่ยงไฮ้

วิศวกรน้อยนักประดิษฐ์ (Maker Space : HowThings Work) นําเสนอนิทรรศการและกิจกรรมเพื่อสร้างแรงบันดาลใจการเริ่มต้นเป็นนักประดิษฐ์ เพื่อแก้ไขปัญหาในชีวิตประจําวัน ผ่านการแสดงนิทรรศการของที่มาของสิ่งประดิษฐ์ หรือเทคโนโลยีที่มนุษย์สร้างขึ้นในปัจจุบัน ส่งเสริมให้เยาวชนและประชาชนสร้างทักษะการสร้างสิ่งประดิษฐ์และลงมือประดิษฐ์ด้วยตนเอง ด้วยการสร้างสรรค์สิ่งประดิษฐ์หรือแบบจําลองเพื่อแก้ปัญหาในชีวิตประจําวันและอาจต่อยอดไปสู่นวัตกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อการดํารงชีวิต

มหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติประจำปี 2561หรือ National Science and Technology Fair 2018 จะมีไปจนถึงวันที่ 26 สิงหาคม 2561 ณ อาคาร 2-8 ศูนย์การประชุมและแสดงสินค้าอิมแพค เมืองทองธานีผู้สนใจสามารถเข้าชมงานได้ ฟรี! สำหรับโรงเรียนจองเข้าชมเป็นหมู่คณะได้ที่ อพวช. โทร.02-5779960

ขายบัตรบุฟเฟ่ต์สุดคุ้ม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/358965

ขายบัตรบุฟเฟ่ต์สุดคุ้ม

ขายบัตรบุฟเฟ่ต์สุดคุ้ม

วันอังคาร ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

โรงแรมอีสติน แกรนด์ สาทร กรุงเทพฯ ขายบัตรบุฟเฟ่ต์ราคาพิเศษสุดคุ้ม ในงานไทยเที่ยวไทย วันที่ 30 สิงหาคม-2 กันยายนนี้ ที่บูธ P 172-173 ณ ห้องแพลนนารีฮอลล์ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ พลาดไม่ได้กับบุฟเฟ่ต์นานาชาติราคาพิเศษ ที่ห้องอาหาร เดอะ กลาส เฮ้าส์ สำหรับมื้อกลาง วันจันทร์-เสาร์ ราคาสุทธิ ท่านละ 535 บาท (ปกติท่านละ 900 บาท) และแกรนด์วีคเอนท์บุฟเฟ่ต์ ที่เสิร์ฟทั้ง ตับห่าน ปูทะเล ปูอลาสก้า กุ้งแม่น้ำ หอยแมงภู่นิวซีแลนด์ ปลาแซลมอน อาหารทะเลเผา อาหารญี่ปุ่น ซูชิ ซูชิหน้าเนื้อวากิว ซาชิมิ เทมปุระ ของหวาน ผลไม้นานาชนิด และอีกกว่า 100 รายการ สำหรับมื้อค่ำวันศุกร์-เสาร์ และมื้อกลางวัน วันอาทิตย์ ราคาสุทธิท่านละ 999 บาท (ปกติท่านละ 1,800 บาท) รวมน้ำดื่ม น้ำสมุนไพร กาแฟร้อน และชาร้อน

‘สิงหาหรรษา’เข้าพิพิธภัณฑ์ฟรียกครอบครัว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/358989

‘สิงหาหรรษา’เข้าพิพิธภัณฑ์ฟรียกครอบครัว

‘สิงหาหรรษา’เข้าพิพิธภัณฑ์ฟรียกครอบครัว

วันอังคาร ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เซียมสยามจัดแคมเปญ “สิงหาหรรษา” ภายใต้คอนเซ็ปต์เดือนแห่งครอบครัว (Family Month) เปิดโอกาสให้ผู้ชม ที่มาเที่ยวพิพิธภัณฑ์กับครอบครัว สามารถเข้าชมนิทรรศการได้ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายทั้งครอบครัว ตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 สิงหาคมนี้ โดยก่อนหน้านี้ในช่วงสัปดาห์วันแม่แห่งชาติ  ได้บริการรถรางรับส่งประจำจุด ระหว่างมิวเซียมสยาม วนรอบวัดพระแก้ว ถึงศาลหลักเมือง เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชน

ราเมศ พรหมเย็น ผู้อำนวยการสถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ (มิวเซียมสยาม) กล่าวว่า เนื่องด้วยมิวเซียมสยามเล็งเห็นถึงสาธารณประโยชน์ของพิพิธภัณฑ์ ในการเป็นพื้นที่ส่งเสริมการเรียนรู้ ตลอดจนเล็งเห็นถึงความสำคัญของการสร้างความสัมพันธ์ในครอบครัว อันเป็นรากฐานทางสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับเด็กและเยาวชน ตลอดเดือนสิงหาคมนี้ มิวเซียมสยามได้จัดแคมเปญ “สิงหาหรรษา” ภายใต้คอนเซ็ปต์เดือนแห่งครอบครัว(Family Month) โดยเปิดโอกาสให้ผู้ชมที่มาเที่ยวพิพิธภัณฑ์เป็นครอบครัว สามารถเข้าชมนิทรรศการได้ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายทั้งครอบครัว สำหรับผู้ที่ต้องการใช้สิทธิ์ เพียงแค่เดินทางมาเที่ยวพิพิธภัณฑ์พร้อมกันกับครอบครัว พร้อมแชร์ภาพถ่ายที่ถ่ายภายในมิวเซียมสยามผ่านโซเชียลมีเดีย พร้อมติดแฮชแท็กที่กำหนด โดยประชาชนสามารถเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าวได้ตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 สิงหาคม 2561

ปัจจุบัน มิวเซียมสยาม มีนิทรรศการที่กำลังจัดแสดง ได้แก่ นิทรรศการ “ถอดรหัสไทย” ที่นำเสนอทุกมุมมองความเป็นไทยและพัฒนาการความเป็นไทย ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน อาทิ เรื่องราวด้านประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม วัฒนธรรมประเพณี อาหารการกิน การแต่งกาย เป็นต้น และ นิทรรศการ “ชาย หญิง สิ่งสมมุติ”นิทรรศการเพื่อความเข้าใจความหลากหลายทางเพศ ประกอบไปด้วยเนื้อหาหลากประเด็น อาทิ ค่านิยมทางสังคม ความรัก กำลังใจ ประวัติศาสตร์การต่อสู้ ฯลฯ เพื่อให้ประชาชนได้เรียนรู้ และเปิดกว้างในทัศนคติด้านเพศ ทั้งนี้ ภายในยังมีบริการอื่นๆ ให้ประชาชนสามารถเข้ามาใช้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย อาทิ ห้องสมุดโคเวิร์กกิ้งสเปซ ที่มีการแบ่งโซนภายในเป็น 2 ส่วน ได้แก่ พื้นที่ห้ามใช้เสียง และพื้นที่สามารถใช้เสียงได้ ทำให้คุณพ่อ-คุณแม่ไม่ต้องเป็นกังวล ที่จะพาลูกๆ มาเล่น และเรียนรู้ในห้องสมุด นอกจากนี้ ประชาชนยังสามารถร่วมกิจกรรมพิเศษในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ของมิวเซียมสยามได้ ตลอดทั้งเดือน อาทิ การฉายภาพยนตร์ ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ เพื่อให้ทุกครอบครัวสามารถมาใช้เวลาร่วมกันได้อีกด้วย ราเมศกล่าวทิ้งท้าย

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้กับสถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ (มิวเซียมสยาม) หมายเลขโทรศัพท์ 02-2252777 ตลอดจน
ติดข่าวสารและกิจกรรมอื่นๆ ได้ที่ www.museumsiam.org หรือ facebook.com/museumsiamfan

คอลเลคชั่นแก้วเบญจรงค์จากสตาร์บัคส์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/358971

คอลเลคชั่นแก้วเบญจรงค์จากสตาร์บัคส์

คอลเลคชั่นแก้วเบญจรงค์จากสตาร์บัคส์

วันอังคาร ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ในโอกาสสุดพิเศษฉลองครบรอบ 20 ปี สตาร์บัคส์ คอฟฟี่ ประเทศไทย ร่วมกับศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ และทายาทของครูวิรัตน์ ปิ่นสุวรรณ(ครูศิลป์ของแผ่นดิน) รังสรรค์ชิ้นงานคอลเลคชั่นพิเศษ “แก้วเบญจรงค์” เพื่อสืบสานงานหัตถศิลป์ไทยให้เลื่องลือสู่สากลโดยผลงานชิ้นดังกล่าวมีจำหน่ายที่ร้านสตาร์บัคส์ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

เนตรนภา ศรีสมัย กรรมการผู้จัดการ สตาร์บัคส์ คอฟฟี่ (ประเทศไทย) เผยว่า “สตาร์บัคส์ ได้ร่วมสืบสานงานหัตถศิลป์ของไทย กับคอลเลคชั่นแก้วเบญจรงค์อันหลากหลาย เพื่อให้ลูกค้าได้เลือกสรร และสะสมในโอกาสพิเศษครบรอบ 20 ปีนี้ โดยหนึ่งในนั้นคือลาย “อยุธยา” ที่มีความสวยงาม และได้รับความนิยมต่อเนื่องจวบจนปัจจุบัน ซึ่งส่วนใหญ่จะนิยมทำเป็นลายดอกไม้ หรือดอกบัว ผสานเข้ากับลายไทยที่อ่อนช้อย”

ลายเบญจรงค์ ซึ่งเป็นศิลปะงานหัตถศิลป์ชั้นสูงนี้ เริ่มผลิตขึ้นครั้งแรกที่ประเทศจีน เมื่อปลายศตวรรษที่ 20 ซึ่งตรงกับสมัยกรุงศรีอยุธยาของไทย โดยในอดีตถือเป็นของใช้สำหรับเชื้อพระวงศ์และผู้มีฐานะเท่านั้น โดยชื่อ “เบญจรงค์” มาจากคำว่า “เบญจ” ในภาษาบาลีแปลว่าห้า และ คำว่า “รงค์” ในภาษาสันสกฤตแปลว่าสี รวมกันได้ความหมายว่า 5 สี ซึ่งประกอบไปด้วย สีแดง สีเหลือง สีเขียว สีน้ำเงิน และสีขาว โดยหลายครั้งจะเพิ่มสีม่วงเข้มอมน้ำตาล และทองคำบริสุทธิ์เข้าไปด้วย

ซึ่งกระบวนการเขียนลายเบญจรงค์ต้องใช้ความเชี่ยวชาญ และความประณีตของช่างอย่างมาก เพราะในการวาดลายและลงสี ล้วนทำด้วยมือทั้งสิ้น ลายของเครื่องเบญจรงค์นั้นมีวิวัฒนาการมาจากความเชื่อและค่านิยมที่แปรเปลี่ยนไปตามยุคสมัย ตั้งแต่สมัยอยุธยาจนถึงปัจจุบัน รวมถึงได้แรงบันดาลใจจากธรรมชาติด้วย

นิทรรศการเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ‘สานศิลป์ สีสันแห่งการให้’เพื่อสภากาชาดไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/358992

นิทรรศการเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9  ‘สานศิลป์ สีสันแห่งการให้’เพื่อสภากาชาดไทย

นิทรรศการเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ‘สานศิลป์ สีสันแห่งการให้’เพื่อสภากาชาดไทย

วันอังคาร ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

สภากาชาดไทย เชิญชมงานแสดงนิทรรศการภาพวาดศิลปกรรมเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ครั้งที่ 22 ภายใต้แนวคิด“สานศิลป์ สีสันแห่งการให้” จัดโดยสภากาชาดไทย ร่วมกับคุณหญิงทิพยวรรณ ตันตกิตติ์ และกลุ่มศิลปินอิสระ 96 ซึ่งนิทรรศการจะเปิดให้เข้าชมระหว่างวันที่ 24 สิงหาคม-23 กันยายน 2561 เวลา 10.00-20.00 น. ณ โรงแรมมณเฑียร กรุงเทพฯ ถนนสุรวงศ์ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายในการเข้าชมใดๆทั้งสิ้น รายได้จากการจำหน่ายภาพทูลเกล้าฯ ถวายโดยเสด็จพระราชกุศลบำรุงสภากาชาดไทย

จันทร์ประภา วิชิตชลชัย รองผู้อำนวยการสำนักงานจัดหารายได้ สภากาชาดไทย กล่าวถึง การจัดงานในครั้งนี้ว่า“งานนิทรรศการภาพวาดศิลปกรรมเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ครั้งที่ 22 นี้ มีแนวคิดในการจัดงานคือ “สานศิลป์ สีสันแห่งการให้” สื่อถึงความหลากหลายของงานศิลปะที่ถ่ายทอดแรงบันดาลใจแห่งการเป็นผู้ให้ของศิลปินกว่า 300 ท่าน ออกมาเป็นผลงานที่มีความงดงามตามความถนัดของศิลปิน โดยจัดแสดงตามกลุ่มผลงาน อาทิ ภาพวาดพันธุ์ไม้ที่ได้รับพระราชทานนามจากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถในรัชกาลที่ 9 ภาพวาดสัตว์มงคล วิวทิวทัศน์ วิถีชีวิต วัฒนธรรม เรียงร้อยเรื่องราวผสมผสานมุมมองของการให้ผ่านปลายพู่กันและเทคนิคการใช้สีในรูปแบบที่แตกต่างกัน ซึ่งผลงานทุกชิ้นที่นำมาจัดแสดงเป็นผลงานที่ไม่เคยจัดแสดงที่ไหนมาก่อน และจำหน่ายในราคาเพื่อการกุศล ให้ผู้ที่ชื่นชอบและสนใจงานศิลปะได้ร่วมเป็นเจ้าของภาพวาด และเป็นผู้ให้กับสภากาชาดไทย โดยรายได้จากการจำหน่ายภาพวาดจะนำไปใช้เพื่อการบรรเทาทุกข์ บำรุงสุข บำบัดโรค กำจัดภัย ช่วยเหลือผู้ยากไร้ และผู้ด้อยโอกาสในสังคมให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น”

ด้าน อาจารย์สมาน คลังจัตุรัส ประธานกลุ่มศิลปินอิสระ 96 และศิลปินเจ้าของฉายา Mr.Rose กล่าวถึงความพิเศษของงานในปีนี้ว่า “ปีนี้มีความพิเศษเกิดขึ้นหลายอย่าง สภากาชาดไทยครบรอบ 125 ปี ซึ่งสภากาชาดไทยเป็นองค์กรแห่งการให้มาโดยตลอดไม่ว่าจะเป็นให้การรักษาพยาบาล ให้การช่วยเหลือเมื่อเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติ ให้การดูแลทุกชีวิตอย่างเท่าเทียมกัน ซึ่งสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของศิลปินในกลุ่มที่อยากเป็นส่วนหนึ่งในการตอบแทนสังคมด้วยการให้ผ่านภาพวาด ส่งต่อความสุขให้กับผู้มาชมนิทรรศการ อีกทั้งยังได้ร่วมทำบุญกับสภากาชาดไทยอีกด้วย ซึ่งภาพไฮไลท์ของงานในครั้งนี้ได้แก่ ภาพวาดพันธุ์ไม้ที่ได้รับพระราชทานนามจากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 อาทิ ดุสิตา มณีเทวา ทิพเกสร สรัสจันทร ล้วนแล้วแต่เป็นพันธุ์ไม้ที่มีความอ่อนช้อยสวยงาม นอกจากนี้ยังมีภาพวาดสีน้ำมันดอกกุหลาบ“ควีนสิริกิติ์” ซึ่งเป็นภาพที่ผมตั้งใจวาดขึ้นมาเพื่อนิทรรศการนี้โดยเฉพาะการวาดดอกกุหลาบนอกจากจะเป็นสัญลักษณ์ของผมแล้ว ยังสื่อถึงการให้ ให้ทั้งความรัก ความสุข และความปรารถนาดีต่อผู้รับได้เป็นอย่างดีอีกด้วย”

นอกจากการแสดงผลงานและจำหน่ายภาพวาดในราคาการกุศลแล้ว ตลอดการจัดงานทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 13.00 น.เป็นต้นไป จะมีกิจกรรม work shop สอนการวาดภาพ เทคนิคต่างๆ ให้ผู้ที่สนใจโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ยกเว้นค่าอุปกรณ์การเรียนการสอนเท่านั้น สภากาชาดไทยจึงขอเชิญชวนทุกท่านที่รักและชื่นชอบงานศิลปะ นักเรียน นักศึกษา มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสีสันแห่งการให้กับสภากาชาดไทยในครั้งนี้ด้วยกัน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ฝ่ายประชาสัมพันธ์ สำนักงานจัดหารายได้ สภากาชาดไทยโทร.02-2564440, 02-2559911, โทรสาร.02-6524440 เว็บไซต์www.redcrossfundraising.org

อ.สมาน คลังจัตุรัส ประธานกลุ่มศิลปินอิสระ 96

อ.สมาน คลังจัตุรัส ประธานกลุ่มศิลปินอิสระ 96
จันทร์ประภา วิชิตชลชัย

งานประชุมใหญ่สามัญ ประจำปี 2561 สมาคมนักเรียนเก่าราชินี ในพระบรมราชินูปถัมภ์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/358964

งานประชุมใหญ่สามัญ ประจำปี 2561 สมาคมนักเรียนเก่าราชินี ในพระบรมราชินูปถัมภ์

งานประชุมใหญ่สามัญ ประจำปี 2561 สมาคมนักเรียนเก่าราชินี ในพระบรมราชินูปถัมภ์

วันอังคาร ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ เสด็จทรงเป็นประธานการประชุมใหญ่สามัญ ประจำปี 2561 สมาคมนักเรียนเก่าราชินี ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ในวันที่ 9 กันยายน 2561 เวลา 09.00 น. ณ ห้องเมย์แฟร์ แกรนด์ บอลรูม ชั้น 11 โรงแรมเดอะ เบอร์เคลีย์ กรุงเทพฯ

นางโสมรพี ศรีประเสริฐ นายกสมาคมนักเรียนเก่าราชินี ในพระบรมราชินูปถัมภ์ พร้อมด้วย คณะกรรมการบริหารสมาคม จัดงานแถลงข่าวการจัดงานประชุมใหญ่สามัญ ประจำปี 2561 สมาคมนักเรียนเก่าราชินีในพระบรมราชินูปถัมภ์ โดยได้รับพระกรุณาจาก พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ เสด็จเป็นองค์ประธาน ซึ่งในงานจะมี พิธีมอบรางวัลให้กับนักเรียนเก่าดีเด่น พร้อมชมการแสดงของนักเรียนปัจจุบันของโรงเรียนราชินีและราชินีบน การแสดงลีลาศชุดพิเศษจากแขกรับเชิญกิตติมศักดิ์ นักเรียนเก่าราชินีและราชินีบน การแสดงชุดพิเศษ “พิกุลแก้วจากหนึ่งสู่อนันต์” โดยตัวแทนนักเรียนเก่าของทั้งสองโรงเรียน ที่สละเวลาทุ่มเทแรงกายแรงใจฝึกซ้อม จำนวน 49 คนจากทั้งราชินีและราชินีบน รวม 33 รุ่น ประกอบด้วยศิษย์เก่าราชินี 12 รุ่น และศิษย์เก่าราชินีบน 21 รุ่น ซึ่งไม่เคยมีงานครั้งไหนรวบรวมนักแสดงจากหลายๆ รุ่นได้มากเท่านี้ โดยสามารถติดต่อซื้อบัตรเข้าร่วมงานได้ที่ สมาคมนักเรียนเก่าราชินี ในพระบรมราชินูปถัมภ์ โทร.02-6220018

‘ละมุนแบนด์’พร้อมคืนเวที !

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/359138

'ละมุนแบนด์'พร้อมคืนเวที !

‘ละมุนแบนด์’พร้อมคืนเวที !

วันอังคาร ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 14.14 น.

รวมตัวสร้างความสุขด้วยเสียงเพลงในนาม “ละมุนแบนด์” จนแฟนเพลงหลายๆ คนคิดถึง ล่าสุด ต้าร์ มิสเตอร์ทีม, จั๊ก-ชวิน จิตรสมบูรณ์ และ ปิงปอง-ศิรศักดิ์ อิทธิพลพาณิชย์ เตรียมโชว์สุดพิเศษ ในการเป็นศิลปินรับเชิญของ “เจนนิเฟอร์ คิ้ม” ในคอนเสิร์ต “GSB WOW CONCERT” ตอน Diva พบกัน ในวันเสาร์ที่ 25 สิงหาคม 2561  เวลาแสดง 14.00 น. (เวลาประตูเปิด 13.00 น.) ณ  Stage1  MONO29 STUDIO (สเตจ1 โมโนทเวนตี้ไนน์ สตูดิโอ) ถนนชัยพฤกษ์ คุณลูกค้าของธนาคารออมสินเชิญชมฟรี

เผยโฉม 8ผู้โชคดีร่วมทริป เวิลด์ทริปที่’โกลด์โคสต์-ออสเตรเลีย’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/359134

เผยโฉม 8ผู้โชคดีร่วมทริป เวิลด์ทริปที่'โกลด์โคสต์-ออสเตรเลีย'

เผยโฉม 8ผู้โชคดีร่วมทริป เวิลด์ทริปที่’โกลด์โคสต์-ออสเตรเลีย’

วันอังคาร ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 14.09 น.

คุณนันทพันธ์แสงไชยผู้ช่วยผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์ช่อง MONO29 (โมโนทเวนตี้ไนน์) ในเครือโมโนกรุ๊ปให้เกียรติจับรางวัลพร้อมประกาศผลผู้โชคดีที่จะร่วมเดินทางบินลัดฟ้าไปไกลถึงเมือง “โกลด์โคสต์”ประเทศออสเตรเลียจำนวน 4 รางวัลรางวัลละ 2 ท่านโดยทริปนี้ได้ 2 พิธีกรอารมณ์ดี “คริสโตเฟอร์ไรท์” จากรายการ Movie Language และ “ทิชา -พชรวรรณวาดรักชิต” จากรายการ Entertainment Now อาสาพาไปตะลุยโกลด์โคสต์เมืองตากอากาศริมทะเลสุดฮิตพร้อมบุกโลกบันเทิงกับสวนสนุก “วอร์เนอร์บราเธอร์สมูฟวี่เวิลด์”    ทั้งนี้จะเดินทางในวันที่ 14 – 19 ตุลาคม  2561

‘ไมค์ ภิรมย์พร’ผนึกกำลังพระเอก’จอร์จ ฐปนัท’เคลียร์ปมสงสัย 5 เรื่องที่ควรรู้เมื่อดูเอ็มวี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/359129

'ไมค์ ภิรมย์พร'ผนึกกำลังพระเอก'จอร์จ ฐปนัท'เคลียร์ปมสงสัย  5 เรื่องที่ควรรู้เมื่อดูเอ็มวี

‘ไมค์ ภิรมย์พร’ผนึกกำลังพระเอก’จอร์จ ฐปนัท’เคลียร์ปมสงสัย 5 เรื่องที่ควรรู้เมื่อดูเอ็มวี

วันอังคาร ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 13.15 น.

เป็นมิติใหม่แห่งวงการลูกทุ่งเลยก็ว่าได้ สำหรับมิวสิควิดิโอตัวใหม่ล่าสุดของนักร้องลูกทุ่งซุปตาร์ “ไมค์ ภิรมย์พร”กับเพลงที่มีชื่อว่า “ในความคึดฮอดมีแต่เจ้าผู้เดียว” ภายใต้ชายคา “แกรมมี่โกลด์”โดยหลังจากปล่อยมิวสิควิดิโอออกมาได้ยังไม่ถึงเดือนก็กลายเป็นทอล์คออฟเดอะทาวน์อย่างมาก ถึงความเศร้า ซาบซึ้ง กินใจ ตรงใจชาวบ้านหลายๆคน และที่สำคัญคือหักมุมอย่างสุดขีด เกินปกติของเพลงลูกทุ่ง ที่หลายๆ คนจะคุ้นชินกับเรื่องราวสบายๆ ตรงๆ รักก็คือรัก เลิกก็คือเลิก ดูแล้วเข้าใจง่าย โดยมิวสิควิดิโอเพลง “ในความคึดฮอดมีแต่เจ้าผู้เดียว” นี้เป็นผลงานการกำกับของผู้กำกับฝีมือเก๋าของวงการที่ลงมาจับลูกทุ่งเป็นครั้งแรก “เสือ-ยรรยง คุรุอังกูร”  ที่สามารถสร้างปรากฏการณ์ความแปลกใหม่ให้วงการลูกทุ่งอย่างมาก กับประเด็นที่บางคนบอกว่าอาจจะดูยาก ต้องย้อนกลับมาดูซ้ำหลายๆ รอบ แต่พอเข้าใจแล้วกับตราตรึงในเรื่องราวของเรื่องแบบน้ำตาซึมกันแทบทุกคน งานนี้ถูกถ่ายทอดออกมาโดยพระเอกที่ “ไมค์ ภิรมย์พร” ภูมิใจนำเสนอ นั่นก็คือนักแสดงหนุ่ม“จอร์จ-ฐปนัท สัตยานุรักษ์” นักแสดงมืออาชีพผู้มากความสามารถ ที่ใช้ทั้งกายและใจอินกับเพลงและบทบาทที่ได้รับอย่างมาก โดยเฉพาะฉากที่นางเอกโดนรถชน จอร์จร้องไห้หนักมากทุกเทค จนคนในกองถ่ายถึงกับน้ำตาซึมตาม

งานนี้ทั้งนักร้อง(ไมค์) และพระเอกของเรื่อง (จอร์จ) เลยขอทำบัญญัติ 5 เรื่องที่ควรรู้ ก่อนดูมิวสิควิดิโอ “ในความคึดฮอดมีแต่เจ้าผู้เดียว” มาให้เข้าใจได้อย่างง่ายในเบื้องต้น และพร้อมตามไปดูความซาบซึ้งของมิวสิควิดิโอกันอีกได้หลายร้อยรอบเลยเจ้าค่ะ

1. “จอร์จ ฐปนัท” นักแสดงมากฝีมือที่อินกับเพลงและบทบาทที่ได้รับมาก โดยเฉพาะฉากที่นางเอกโดนรถชน จอร์จร้องไห้หนักมากทุกเทค จนคนในกองถ่ายถึงกับน้ำตาซึมตาม

2. ในเรื่องมีนางเอก 2 คน คนนึงเป็นแฟนของพระเอกที่ทำอาชีพเก็บขยะเหมือนกัน และสุดท้ายโดนรถชนเสียชีวิต ส่วนอีกคนเป็นภรรยาของคนที่ขับรถชนแฟนพระเอกตาย (อย่าสับสนนะจ๊ะ)

3. กระดาษตอนท้ายที่หลายคนเห็น คือบิลเก็บค่าขยะที่พระเอกต้องเอามาให้กับครอบครัวที่ขับรถชนแฟนตัวเอง… ถือเป็นภาระหน้าที่ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เป็นสิ่งที่ต้องเผชิญกับคนที่ทำร้ายคนรักตัวเอง  แต่ในอีกมุมหนึ่ง พระเอกไม่รับเงินชดใช้จากการที่ครอบครัวนี้ชนแฟนเสียชีวิต  แต่กลับรับเงินค่าเก็บขยะเพียงเล็กน้อย เพราะถือเป็นหน้าที่ที่เค้าต้องทำ

4. หลายคนสงสัยว่าทำไมพระเอกถึงอมยิ้มตอนท้าย นั่นเป็นเพราะเค้ายอมรับความจริงที่เกิดขึ้น ทิ้งอดีต ความโกรธแค้นที่กลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้  ในความคิดของเขาเหลือไว้เพียงแค่ความทรงจำดีๆ ที่มีไว้คิดถึงคนรักเท่านั้น

5. เรื่องนี้เป็น MV หักมุมเรื่องแรกของลูกทุ่ง จากฝีมือผู้กำกับหน้าใหม่ในวงการลูกทุ่ง แต่เป็นผู้กำกับที่เก๋าเกมส์ผ่านงานคุณภาพมาแล้วมากมาย อาทิ เพลงเรื่องที่ขอ – ลุลา, เพลงครั้งหนึ่งไม่ถึงตาย – KLEAR, ภาพยนตร์ APPWAR เป็นต้น

สามารถติดตามเพลง “ในความคึดฮอดมีแต่เจ้าผู้เดียว” ได้แล้วทาง YouTube : Grammy Gold Official ช่องเดียวของคนลูกทุ่ง https://youtu.be/b57J1ok-yN8