4 ผลงาน “ปชช” แก้ทุกข์ร้อน ปชช.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/357415

4 ผลงาน “ปชช” แก้ทุกข์ร้อน ปชช.

การเมือง,ไพบูลย์ นิติตะวัน,พรรคประชาชนปฏิรูป,ปชช,แก้ทุกข์ร้อน,ปชช,ตลาดนัดจตุจักร,สหกรณ์คลองจั่น,สิทธิ์คนพิการ,ลูกหนี้ กยศ,ประมงชายฝั่ง

“ไพบูลย์” เผย 4 ผลงาน “พรรคประชาชนปฏิรูป” แก้ทุกข์ร้อน ปชช. ตลาดนัดจตุจักร , สหกรณ์คลองจั่น , คุ้มครองสิทธิ์คนพิการ และช่วยเหลือลูกหนี้ กยศ.

31 ธ.ค. 61  นายไพบูลย์ นิติตะวัน หัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูป (ปชช) เปิดเผยว่า 4 ผลงานในปี 2561 ที่ พรรคประชาชนปฏิรูป ได้ช่วยแก้ไขปัญหาทุกข์ร้อนให้ประชาชน ได้แก่ 1. กรณีผู้ค้าตลาดนัดจตุจักรทุกข์ร้อนถูกเรียกเก็บค่าเช่าแผงค้าที่แพงไม่เป็นธรรมจากการรถไฟจำนวนนับหมื่นราย

2. ฟ้อง สหกรณ์คลองจั่น คดีฉ้อโกงประชาชนที่ศาลอาญา ขอความยุติธรรมให้แก่ประชาชนผู้ทุกข์ร้อนเสียหายจากสหกรณ์คลองจั่น 410 คน และจะเพิ่มขึ้นอีกจำนวนกว่า 1,000 คน จะได้โอกาสรับการเยียวยาความเสียหายกว่า 2,000 ล้านบาท 3. ฟ้องคดีไปศาลแรงงานคุ้มครองสิทธิ์คนพิการ เพื่อเรียกเงินคืนตามสิทธิ์ที่คนพิการพึงได้รับ 4. ฟ้องคดีเพื่อยกเลิกการยึดที่ดินขายทอดตลาดที่ลูกหนี้ กยศ. ได้รับความทุกข์ร้อนไม่เป็นธรรม ไปที่ศาลจังหวัดมหาสารคาม

นายไพบูลย์ กล่าวต่อว่า งานของพรรค ปชช ที่ยังค้างอยู่ต้องดำเนินการต่อในต้นปี 2562 ได้แก่ กรณีลูกหนี้ กยศ. หลายจังหวัดในภาคอีสาน ขอความช่วยเหลือให้แก้ไขทุกข์ร้อน ทั้งกรณีกำลังถูกบังคับให้ขายบ้านและที่ดินในราคาถูกๆ เพื่อใช้หนี้ที่ส่วนใหญ่เป็นดอกเบี้ยค่าปรับ และลูกหนี้ กยศ. มีอีกจำนวนนับแสนรายที่ทุกข์ร้อนในยามเศรษฐกิจฝืดเคืองขณะนี้ไม่สามารถผ่อนจ่ายเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยได้ หลายรายถูกฟ้องคดีซํ้าเติมให้ทุกข์เพิ่มขึ้นอีก

และกรณีความทุกข์ร้อนของประชาชนที่ทำประมงชายฝั่งที่จังหวัดนครศรีธรรมราชและจังหวัดอื่นหลายหมื่นคน ที่มีปัญหาจากเจ้าหน้าที่ละเลยไม่ดูแลแก้ไขปัญหาข้อขัดข้องให้ กลับซ้ำเติมจับกุมดำเนินคดีอย่างไม่เป็นธรรม สร้างความทุกข์ร้อนเพิ่มขึ้นไปอีก

ทั้งนี้ พรรคประชาชนปฏิรูป จะลงมือแก้ไขปัญหาทุกข์ร้อนดังกล่าวให้ประชาชนทันที เพราะประชาชนที่ได้รับความทุกข์ ไม่สามารถรอคอยการช่วยเหลือไปหลังเลือกตั้งได้

“ศิลปอาชา” ภาคสอง !! รับประกันสีสัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/357319

“ศิลปอาชา” ภาคสอง !! รับประกันสีสัน

การเมือง,ประภัตร โพธสุธน,พรรคชาติไทยพัฒนา,ชทพ,ปทุมธานี,ลดต้นทุนการผลิต,ปุ๋ย,น้ำมัน,นโยบาย

ชทพ. ชูนโยบายไม่คิดค่าการตลาดค่าปุ๋ย – ไม่เก็บภาษีน้ำมันเพื่อเกษตรกร หวังลดต้นทุนด้านการผลิต ด้าน “วราวุธ” บอกรอชม “ศิลปอาชาภาคสอง” รับประกันสีสัน

ปทุมธานี 29 ธันวาคม 2561 ที่ เวทีปราศรัยครั้งแรกของพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) พื้นที่เขตเลือกตั้งที่ 5 จังหวัดปทุมธานี  นายประภัตร โพธสุธน เลขาธิการพรรคชาติไทยพัฒนา ปราศรัยตอนหนึ่งในเวทีที่ปทุมธานี พื้นที่เลือกตั้งเขต 5 ถึงนโยบายเพื่อเกษตรกร ด้านการลดต้นทุนการผลิต ในส่วนของค่าปุ๋ย และค่าน้ำมัน ทั้งนี้ นโยบายดังกล่าวจะทำอย่างจริงจัง

กล่าวคือ ราคาปุ๋ยที่ขายให้กับเกษตรกรจะไม่คิดค่าการตลาดและค่าขนส่ง ส่วนค่าน้ำมันที่เกษตรกรต้องไปใช้กับอุปกรณ์สูบน้ำ เตรียมใช้แนวทางที่บริษัทค้าน้ำมันที่ส่งขายไปยังต่างประเทศ​ราคาลิตรละ 14 บาท เป็นแนวทางเพื่อเกษตรกร โดยเฉพาะการไม่เก็บภาษีสรรพสามิตสำหรับน้ำมันที่จำหน่ายให้กับเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียน

ขณะที่ นายวราวุธ ศิลปอาชา ประธานคณะทำงานด้านนโยบายและยุทธศาสตร์ ปราศรัยถึงนโยบายด้านสาธารณสุขตอนหนึ่งว่า หากพรรคชาติไทยพัฒนามีโอกาสบริหารประเทศ เตรียมจัดตั้งศูนย์สุขภาพ 4 มุมเมือง เพื่อดูแลสุขภาพของประชาชน เพื่อลดเวลาเข้าคิวรักษาโรคที่โรงพยาบาล อย่างไรก็ตาม ในการทำงานการเมืองของชาติไทยพัฒนา ที่ไม่มี นายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตหัวหน้าพรรค หลายฝ่ายมองว่าพรรคจะไม่มีโอกาส แต่ยืนยันว่าดีเอ็นเอของนายบรรหารยังอยู่กับพรรค ซึ่งตนเชื่อว่าศิลปอาชาภาคสองจะมีสีสันมากกว่าภาคหนึ่งมาก

“พรรคชาติไทยพัฒนาไม่ใช่พรรค 2 พี่น้อง เพราะยังมีผู้ใหญ่ และว่าที่ผู้สมัครรับเลือกตั้งที่อาสารับใช้ประชาชน ดังนั้น ในการเลือกตั้งวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 ขอที่ยืนในหัวใจของประชาชน โดยเฉพาะเขต 5 ปทุมธานี” ​นายวราวุธ กล่าว

"ศิลปอาชา" ภาคสอง !! รับประกันสีสัน

"ศิลปอาชา" ภาคสอง !! รับประกันสีสัน

“ชทพ.” บุกปทุมฯ เปิดตัว “สดใส” ลงสมัคร ส.ส. เขต 5

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/357317

“ชทพ.” บุกปทุมฯ เปิดตัว “สดใส” ลงสมัคร ส.ส. เขต 5

การเมือง,ปทุมธานี,ประภัตร โพธสุธน,วราวุธ ศิลปอาชา,กัญจนา ศิลปอาชา,สดใส โรจนวิชัย,สดใส รุ่งโพธิ์ทอง,สมัคร สส,พรรคชาติไทยพัฒนา,ชทพ,เปิดตัว,เขต 5,เปรม ติณสูลานนท์,ยิ่งยง ยอดบัวงาม

“ชทพ.” เปิดตัว “สดใส” ลงสมัคร ส.ส. ปทุมธานี เขต 5 “กัญจนา” อ้อนขอคะแนนเสียง วอนอย่าเลื่อนเลือกตั้ง 24 ก.พ. 62 เหตุ ปชช. ต้องการรัฐบาลประชาธิปไตยแก้ปัญหาประเทศ

ปทุมธานี 29 ธันวาคม 2561 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 17.30 น. แกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) นำโดย น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา พร้อมด้วยแกนนำพรรค อาทิ นายวราวุธ ศิลปอาชา ประธานคณะทำงานด้านนโยบายและยุทธศาสตร์ , นายประภัตร โพธสุธน เลขาธิการพรรค ร่วมพบปะประชาชนพื้นที่ลำลูกกา คลอง 8 และร่วมเปิดตัว นายสดใส โรจนวิชัย หรือ สดใส รุ่งโพธิ์ทอง ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ปทุมธานี เขต 5 โดยมีประชาชนทั้งคนไทยพุทธ และไทยมุสลิม รอมอบดอกไม้และพวงมาลัยดอกดาวเรืองต้อนรับอย่างคับคั่ง

ทั้งนี้ น.ส.กัญจนา ปราศรัยตอนหนึ่งว่า ขอความเมตตาจากประชาชนปทุมธานี ให้โอกาสพรรคชาติไทยพัฒนาดูแลประชาชน โดยพื้นที่ จ.ปทุมธานี พรรคชาติไทยพัฒนาจะส่งผู้สมัครทุกเขตเลือกตั้ง โดยพื้นที่เขต 5 มี นายสดใส เป็นตัวแทนของพรรค และในวันเลือกตั้งที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 ที่หวังว่าจะไม่เลื่อนเลือกตั้ง ประชาชนจะพิจารณาตัวแทนของพรรค อย่างไรก็ตาม ในการเลือกตั้งที่จะมาถึง ถือเป็นสิ่งที่ประชาชนรอคอย และต้องการรัฐบาลประชาธิปไตยเข้ามาบริหารราชการแผ่นดิน และต้องการฝ่ายที่เกี่ยวข้องมาแก้ไขข้อผิดพลาด

น.ส.กัญจนา กล่าวด้วยว่า ตนต้องการให้ทุกฝ่ายในสังคม นำคำพูดของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษ ที่เตือนสติว่า คนที่เห็นต่างไม่ใช่ความขัดแย้ง ทั้งนี้ พรรคชาติไทยพัฒนามีแนวคิดที่จะไม่ขัดแย้งเป็นนโยบายหลัก ดังนั้น พรรคชาติไทยพัฒนาจะยืนในจุดที่ทำให้ประเทศเดินหน้าได้ ไม่ยืนอยู่ข้างความขัดแย้ง เพราะความขัดแย้งทำให้ประเทศไม่เดินหน้า และบางครั้งทำให้ประเทศถอยหลัง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนการเริ่มงานปราศรัยและเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. มีการแสดงจากเยาวชนมุสลิม และนายยิ่งยง ยอดบัวงาม นักร้องเพลงลูกทุ่งชื่อดัง ร่วมร้องเพลงเพื่อสร้างความบันเทิงให้กับผู้ที่มาร่วมฟังการปราศรัยด้วย โดยนายยิ่งยง กล่าวตอนหนึ่งด้วยว่า ขอให้ประชาชนพิจารณาเลือกนายสดใสในการลงเลือกตั้ง​และอวยพรให้นายสดใสประสบความสำเร็จ

"ชทพ." บุกปทุมฯ เปิดตัว "สดใส" ลงสมัคร ส.ส. เขต 5

"ชทพ." บุกปทุมฯ เปิดตัว "สดใส" ลงสมัคร ส.ส. เขต 5

"ชทพ." บุกปทุมฯ เปิดตัว "สดใส" ลงสมัคร ส.ส. เขต 5

"ชทพ." บุกปทุมฯ เปิดตัว "สดใส" ลงสมัคร ส.ส. เขต 5

"ชทพ." บุกปทุมฯ เปิดตัว "สดใส" ลงสมัคร ส.ส. เขต 5

"ชทพ." บุกปทุมฯ เปิดตัว "สดใส" ลงสมัคร ส.ส. เขต 5

“เต้น” เชื่อ คสช. ปลดล็อกเอื้อ พปชร. ดูด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/357308

“เต้น” เชื่อ คสช. ปลดล็อกเอื้อ พปชร. ดูด

การเมือง,นิคม ไวยรัชพานิช,พรรคไทยรักษาชาติ,ทษช,ปปช,คสช,กกต,พรรคพลังประชารัฐ,พปชร,มาตรา 44,ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ,รัฐบาล,ถอดถอน

“เต้น” จี้ กกต. แสดงจุดยืน ไม่เลื่อนเลือกตั้ง วอน ประชาชนจับตาการทำหน้าที่องค์กรอิสระ หลัง ป.ป.ช. ทำผิดหวัง ยกคำร้องปมนาฬิกาหรู “บิ๊กป้อม”

เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 29 ธ.ค. 61 ที่ พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.)  นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ประธานคณะกรรมการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง พรรคไทยรักษาชาติ เรียกร้องให้ คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. แสดงจุดยืน หลังมีข่าวว่าอาจจะเลื่อนกำหนดวันเลือกตั้งไปอีก 1 เดือน เป็นวันที่ 24 มีนาคม 2562 โดยอ้างเหตุผลว่า พิมพ์บัตรเลือกตั้งที่มีชื่อพรรคและโลโก้พรรคไม่ทัน ทั้งที่ตามหลักการเลือกตั้งทั่วไป ไม่น่าที่จะนำมาเป็นข้ออ้าง โดยขอให้ประชาชนจับตาดูการทำงานของ กกต. ซึ่งเป็นหนึ่งในองค์กรอิสระ หลังจากผิดหวังกรณี ป.ป.ช. ยกคำร้องปมนาฬิกาหรู เพราะหากไม่ยุติธรรม ไม่ถูกต้อง จะเป็นเหตุชนวนความขัดแย้งขึ้นได้

นายณัฐวุฒิ ยังกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังมีข่าวว่าอาจจะมีการใช้คำสั่งหัวหน้า คสช. ตามมาตรา 44 เพื่อปลดล็อกการเป็นสมาชิกพรรคการเมือง 90 วัน ซึ่งส่วนตัวเชื่อว่าจะเป็นการเปิดช่องเอื้อให้พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) สามารถดึงอดีต ส.ส. ที่มีฐานเสียงมั่นคง เข้าสังกัดพรรคได้จนถึงวันสมัคร ส.ส. ขอยืนยันว่า พรรคไทยรักษาชาติ พร้อมเดินหน้าสู่การเลือกตั้งวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 โดยหลังปีใหม่จะมีการเปิดเวทีปราศรัยใหญ่ในเขตเลือกตั้ง วันละไม่ต่ำกว่า 5 จุด โดยมีแกนนำพรรคสลับกันขึ้นเวทีเพื่อประกาศนโยบาย

นายนิคม ไวยรัชพานิช แกนนำพรรคไทยรักษาชาติ ตั้งข้อสังเกตถึงการคัดเลือก ส.ว. โดยใช้งบประมาณกว่า 1,300 ล้านบาท แต่กลับไม่ได้ผู้สมัครตามเป้าที่ตั้งไว้ และเมื่อพิจารณารายชื่อที่ คสช. จะเลือก 50 รายชื่อ จาก 200 คน ก็ไม่ต้องคาดเดาว่าใครจะได้เป็น เพราะเป็นที่รู้กันอยู่แล้ว ขณะเดียวกันผิดหวังที่ ป.ป.ช. ยกคำร้องปมนาฬิกาหรู แสดงให้เห็นถึงมาตรฐานที่ไม่ถูกต้อง และเป็นเรื่องที่น่าผิดหวัง ซึ่งต่อไปจะเป็นบรรทัดฐานให้สังคม โดยเฉพาะข้าราชการและนักการเมืองที่ต้องเปิดเผยบัญชีทรัพย์สิน จะอ้างในเรื่องของการยืม ทั้งนี้ หากพรรคไทยรักษาชาติได้เป็นรัฐบาล สิ่งแรกที่จะทำคือ การยื่นถอดถอน ป.ป.ช. ในฐานะที่สร้างมาตรฐานไม่ถูกต้อง

"เต้น" เชื่อ คสช. ปลดล็อกเอื้อ พปชร. ดูด

"เต้น" เชื่อ คสช. ปลดล็อกเอื้อ พปชร. ดูด

“พปชร.” ฟุ้งพี่น้อง “ชาวเหนือ” ตอบรับเพียบ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/357249

“พปชร.” ฟุ้งพี่น้อง “ชาวเหนือ” ตอบรับเพียบ

การเมือง,ธนกร วังบุญคงชนะ,พปชร,พรรคพลังประชารัฐ,น่าน,สส,สมศักดิ์ เทพสุทิน,สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ,ธรรมนัส พรหมเผ่า,ภิรมย์ พลวิเศษ

“พปชร.” ฟุ้ง “คนน่าน” ตอบรับเพียบ เชื่อหลัง “เลือกตั้ง” เป็นแกนนำจัดตั้ง “รัฐบาล” แน่ เผย “สมศักดิ์ – สุริยะ” เปิดเวทีใหญ่ “อีสาน” หลังปีใหม่

เมื่อวันที่ 28 ธ.ค. 61  นายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวว่า จากการเดินทางไปรับฟังปัญหาของพี่น้องประชาชนและเปิดศูนย์ประสานงานที่ จ.น่าน พี่น้องประชาชนตอบรับพรรคพลังประชารัฐมาก โดยเฉพาะนโยบายด้านการสร้างความเข้มแข็งให้พี่น้องเกษตรกร การส่งเสริมการท่องเที่ยวที่ทำรายได้ให้ประเทศถึงปีละ 2.7 ล้านล้านบาท

ดังนั้น เชื่อว่าหลังการเลือกตั้ง พรรคพลังประชารัฐจะได้เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลอย่างแน่นอน นอกจากนี้ หลังปีใหม่ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานยุทธศาสตร์ภาคอีสาน และนายสมศักดิ์ เทพสุทิน ประธานคณะกรรมการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง พรรคพลังประชารัฐ และแกนนำพรรค จะเดินทางไปเปิดเวทีใหญ่พบปะพี่น้องประชาชนในภาคอีสานอีกด้วย

ลุ้นเหมา “ส.ส. น่าน” ทั้ง 3 เขต

นายสมศักดิ์ เปิดเผยว่า ตนและคณะนอกจากมาเปิดศูนย์ประสานงานของพรรคแล้ว ยังลงพื้นที่พบชาวบ้านที่ อ.ทุ่งช้าง อ.เชียงกลาง และ อ.ปัว โดยรวมแล้วในแต่ละพื้นที่มีพี่น้องประชาชนสนใจหลายพันคน ซึ่งพื้นที่แถบนี้เป็นแนวป่าและเขา ชาวบ้านมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องที่ดินทำกิน เรื่องการเดินทาง โดยเฉพาะปัญหาเรื่องสะพาน รวมทั้งปัญหาความเป็นอยู่ที่ชาวบ้านต้องการให้ช่วยเหลือและพัฒนา ทั้งนี้ จากการลงพื้นที่ทั้ง 3 เขต พบว่า ประชาชนให้การตอบรับพรรคพลังประชารัฐเป็นอย่างดี หากเรายังลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เชื่อว่า เรามีลุ้นมากที่จะได้ ส.ส. น่าน ทั้ง 3 เขต

               ส่วนกระแสอาจจะมีการเลื่อนการเลือกตั้งออกไปอีกอย่างน้อย 1 เดือน นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ตนยังไม่เคยได้ยินกระแสข่าวดังกล่าว โดยส่วนตัวคิดว่าไม่ควรที่จะมีการเลื่อนเลือกตั้งออกไปอีกจากกำหนดเดิมที่จะมีในเดือน ก.พ. 62 เพราะขณะนี้ประชาชนต่างคาดหวังว่าจะมีการเลือกตั้ง และกระแสของพรรคพลังประชารัฐกำลังมาแรง แต่หากจะมีการเลื่อนจริงๆ ต้องดูว่ามีเหตุผลใดที่จะทำเช่นนั้น ถ้าสมเหตุสมผลก็ยอมรับได้ แต่หากไม่สมเหตุสมผลอาจจะเกิดปัญหาตามมาได้

"พปชร." ฟุ้งพี่น้อง "ชาวเหนือ" ตอบรับเพียบ

“อนุทิน” โว 1 ปี สร้างความเปลี่ยนแปลง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/357247

“อนุทิน” โว 1 ปี สร้างความเปลี่ยนแปลง

การเมือง,พรรคภูมิใจไทย,อนุทิน ชาญวีรกูล,สรอรรถ กลิ่นประทุม,สกลนคร,ทรงศักดิ์ ทองศรี,ศุภชัย โพธิ์สุ,เฉลิมชาติ การุญ

“อนุทิน” ลงพื้นที่สกลนคร โว 1 ปี สร้างความเปลี่ยนแปลง ยัน ไม่ขัดแย้งพรรคไหน พร้อมร่วมรัฐบาลกับพรรคที่ให้เกียรตินำนโยบาย “ภูมิใจไทย” ไปใช้

วันที่ 28 ธ.ค. 61 ที่ วัดพระนอน พระพุทธไสยาสน์ อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร  นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วยคณะทำงานของพรรค อาทิ นายสรอรรถ กลิ่นประทุม ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค , นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองหัวหน้าพรรค นายศุภชัย โพธิ์สุ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และนายเฉลิมชาติ การุญ อดีต ส.ส. สกลสนคร พรรคภูมิใจไทย และว่าที่ผู้สมัครของพรรค ได้ลงพื้นที่พบปะประชาชน

นายอนุทิน กล่าวว่า วันนี้ได้เป็นหัวหน้าพรรคการเมือง อยากตอบแทนไมตรีของท่าน ทำให้ท่านอยู่ดีกินดี เราต้องช่วยกันทำให้พี่น้องสามารถหาเงินได้ง่ายขึ้น ด้วยการแก้กฎหมายเพื่ออำนวยความสะดวกในการประกอบอาชีพ ที่ผ่านมา ประชาชนลองผิดลองถูกมามาก อยากขอโอกาสให้ภูมิใจไทยบ้าง พรรคอื่นเขามีปัญหากัน การทำนโยบายของเขามีแต่ความขลุกขลัก แต่พรรคเราไม่มีปัญหากับใคร การทำนโยบายของบเราต้องเป็นไปอย่างราบรื่น ส่วนผู้สมัครของพรรค ใครไม่นอบน้อม ไม่มุ่งมั่นตั้งใจ ให้โทรหาผม ตนจะลุยเอง เราต้องทำงานใกล้ชิดประชาชน ถึงลูก ถึงคน

“เราทำงานการเมืองแบบให้เกียรติกันและกัน เราพร้อมเป็นรัฐบาล ถ้าคุณให้เกียรตินโยบายของเรา และนำไปปรับใช้เพื่อแก้ไขปัญหาให้ประชาชน เงื่อนไขเรามีเท่านี้ และถ้าหากเราได้ทำงาน ขอให้มั่นใจได้ว่า เราสามารถทำนโยบายให้เกิดเป็นรูปธรรมภายใน 1 ปี หาก 1 ปี ไม่เกิดความเปลี่ยนแปลง เราอยู่ไม่ได้แน่นอน เตรียมมารดน้ำได้เลย”

นายอนุทิน กล่าวว่า แนวคิดและนโยบายของภูมิใจไทย ภายใต้สโลแกนว่า “ลดอำนาจรัฐ เพิ่มอำนาจประชาชน” มีโอกาสสำเร็จสูง เพราะพรรคไม่ขัดแย้งกับใคร การทำนโยบายไม่มีสะดุด แต่ทั้งนี้ ทั้งนั้น ต้องขอโอกาสประชาชนเข้าไปทำงาน

               ขณะที่ นายศุภชัย กล่าวว่า ในอดีตนักการเมืองทะเลาะกัน พาบ้านเมืองสู่ความแตกแยก พรรคภูมิใจไทยตระหนักถึงปัญหาตรงนี้ เลยขอพาตัวเองหลุดจากวังวนเดิมๆ เพื่อเป็นทางเลือกให้กับประชาชน เพื่อก้าวข้ามความขัดแย้ง

ต่อจากนั้น นายอนุทินและทีมผู้บริหารพรรค ได้เดินทางไปที่อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร ในพื้นที่ดังกล่าวมีประชาชนมาต้อนรับกว่า 2 พันคน พร้อมเปิดตัวผู้สมัครจังหวัดสกลนคร อาทิ นายอาทิตย์ แสนมะฮุง , นายดำเกิง วงศ์กาฬสินธุ์ , นายพูลถนอม ปัตฆาต , นายวรวุฒิ คอมแพงจันทร์ และ นายประวิน การุญ

"อนุทิน" โว 1 ปี สร้างความเปลี่ยนแปลง

"อนุทิน" โว 1 ปี สร้างความเปลี่ยนแปลง

"อนุทิน" โว 1 ปี สร้างความเปลี่ยนแปลง

ปม “นาฬิกาหรู” ไม่จบ !!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/357246

ปม “นาฬิกาหรู” ไม่จบ !!

การเมือง,ชาญชัย อิสระเสนารักษ์,อดีต สส,นครนายก,พรรคประชาธิปัตย์,ปปช,นาฬิกาหรู,ความผิดสำเร็จ,บิ๊กป้อม,ลาออก,ถอดถอน,คสช,เปิดช่องโกง

ปม “นาฬิกาหรู” โกหก ปชช. “ชาญชัย” ชี้ ความผิดสำเร็จ แนะ “บิ๊กป้อม” ลาออก – ถอดถอน 5 ป.ป.ช. จวก คสช. ออก ก.ม. ย้อนแย้ง เปิดช่องโกง ตัด ม.103/7 ทิ้ง กลัวถูกสอบ

เมื่อวันที่ 28 ธ.ค. 61  นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีต ส.ส. นครนายก พรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติเสียงข้างมาก 5 : 3 ให้ข้อกล่าวหาคดีนาฬิกาหรู 25 เรือน ของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ตกไป ว่า

กรณีนี้สรุปแล้ว ป.ป.ช. ไม่ได้แสวงหาข้อเท็จจริง แต่ไปแสวงหาเพื่อหาคำตอบแก้ตัวให้กับ พล.อ.ประวิตร ไม่มีปัญญาหาข้อเท็จจริงของนาฬิกาทั้ง 25 เรือน นั่นคือความเสื่อมและนำไปสู่ความหายนะขององค์กร ป.ป.ช. เอง เพราะโดยหลักการซื้อนาฬิกายี่ห้อหรูดังๆ เช่นนี้ ต้องมีการระบุตัวผู้ซื้อเพราะมีการรับประกัน บริษัทที่เป็นตัวแทนจำหน่ายต้องมีหลักฐานและต้นทางก็ล้วนเป็นประเทศที่ร่วมในสัญญาป้องกันและปราบปรามการทุจริตและการฟอกเงิน การที่ ป.ป.ช. อ้างว่าไม่สามารถตรวจสอบข้อเท็จจริงได้ เป็นการโกหกประชาชน กรรมที่ทำไว้จะส่งผลต่อจริยธรรม คุณธรรม ในการตรวจสอบของนักการเมือง ข้าราชการในอนาคตทั้งระบบ เพราะทุกคนจะอ้างกรณีนี้ว่า เพื่อนให้ ยืมเพื่อนมา โดยยึดคดีของ พล.อ.ประวิตร เป็นบรรทัดฐานอ้างได้ ทำไมเรื่องนี้ ป.ป.ช. ไม่ส่งศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ให้พิจารณาเหมือนกับคดีอื่นๆ อาทิ คดีอดีตปลัดกระทรวงคมนาคม ที่ถูกยึดทรัพย์และติดคุกมาแล้ว

ชี้ความผิดสำเร็จ แนะ “บิ๊กป้อม” ลาออก เดินหน้าภาค ปชช. ถอดถอน 5 ป.ป.ช.

“ซึ่งกรณีของ พล.อ.ประวิตร แม้จะบอกว่า ยืมเพื่อนมา แล้วเมื่อถูกจับได้ แล้วบอกว่าเอาไปคืนแล้ว ก็ต้องมีความผิด เพราะถือว่าเอามาใช้ได้รับประโยชน์แล้ว และได้ทำความผิดสำเร็จแล้ว ซึ่งกฎเกณฑ์รับของเกิน 3,000 บาท ยังมีผลบังคับใช้ตามกฎหมายอยู่ แต่ ป.ป.ช. กลับแถลงออกมาขัดสายตาประชาชน อย่างนี้ ป.ป.ช. ควรยุบไปเลยหรือไม่ แล้วอย่างนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ที่ระบุจะกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีก ในเมื่อพวกพ้องน้องพี่ของท่านทำตัวเช่นนี้ แล้วจะเป็นการปฏิรูปได้อย่างไร แบบนี้เป็นตัวถ่วงการพัฒนาประเทศ ถ้าผมเป็น พล.อ.ประวิตร คงจะลาออกจากตำแหน่งไปตั้งแต่ 8 เดือนที่แล้ว จะไม่เดินไป ขาลากไป ไม่อยู่ให้คนเขามาด่าอย่างนี้ ท่านเป็น ท. ทหารอดทน สามารถพลีชีพให้บ้านเมืองได้ แต่เรื่องแบบนี้ ท่านควรจะพิจารณาตัวเอง สิ่งที่ผมพูดอยากให้มีการดำเนินการต่อไป ที่พูดไม่ได้เกลียดอะไร พล.อ.ประวิตร แต่อยากให้ ป.ป.ช. รื้อคดีและนำคดีขึ้นสู่ศาลคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองต่อไป ที่ผ่านมา ผมคิดว่าจะไม่ลง ส.ส. เลย แต่วันนี้เมื่อเกิดปัญหานี้ขึ้น ผมจะขอลงในระบบบัญชีรายชื่อ หากสามารถเข้าไปอยู่ในสภาฯ ได้ ผมจะจับพวกคุณเข้าคุกให้ได้ ยืนยัน กรณีนาฬิกาหรูนี้ไม่จบ เพราะมีภาคประชาชนสอบถามมามาก ตามกฎหมาย ป.ป.ช. มาตรา 45 ให้ประชาชนเข้าชื่อ 2 หมื่นชื่อเพื่อถอดถอน ป.ป.ช. ทั้ง 5 คนได้ ซึ่งตนก็เป็นหนึ่งในเครือข่ายภาคประชาชนชี้เป้าปราบโกง เราจะดำเนินการต่อกับเครือข่ายภาคประชาชนอื่นที่เห็นตรงกัน” นายชาญชัย กล่าว

จวก ป.ป.ช. – คสช. ออก ก.ม. ย้อนแย้ง เปิดช่องโกง

นายชาญชัย กล่าวถึงกรณี ป.ป.ช. มีคำสั่งให้ยกเลิกการยื่นแบบแสดงบัญชีรายรับรายจ่ายของโครงการ (บช.1) ต่อกรมสรรพากร ว่า ป.ป.ช. มีคำสั่งนี้ เมื่อวันที่ 31 ต.ค. ที่ผ่านมา โดยให้มีผลย้อนตั้งแต่วันที่ 22 ก.ค. 2561 โดยเฉพาะยกเลิกการบังคับใช้มาตรา 103/7 ทำให้เอกชนที่ประมูลงานของรัฐกับหน่วยงานรัฐไม่ต้องยื่นบัญชีหนึ่ง (บช.1) เกี่ยวกับรายรับรายจ่ายแก่กรมสรรพากร เป็นการแก้ไขเพื่อทำลายสาระสำคัญของกฎหมาย ป.ป.ช. และเปิดช่องให้เจ้าหน้าที่รัฐและเอกชนร่วมทำการทุจริตเพิ่มขึ้น โดยกฎหมาย ป.ป.ช. มาตรา 103/7 ออกโดยสภาผู้แทนราษฎรในสมัยรัฐบาลประชาธิปัตย์ เราเห็นชอบให้ตรวจสอบเส้นทางการเงินกับบริษัทเอกชนที่รับงานของรัฐที่ต้องแจ้งบัญชีรายรับรายจ่าย และห้ามมิให้เบิกเงินสดจากธนาคารเพื่อนำเงินมาวิ่งเต้นใต้โต๊ะ รวมถึงตรวจสอบการทำราคากลางและการเลี่ยงภาษี เพื่อเอาผิดกับนักการเมืองทุกระดับ ข้าราชการขี้โกง และเอกชนที่หากินกับงบประมาณแผ่นดินโดยฉ้อราษฎร์บังหลวง ทั้งที่ พล.อ.ประยุทธ์ หัวหน้า คสช. เคยมีคำสั่ง ที่ 69/2557 เมื่อวันที่ 18 มิ.ย. 2557 เน้นย้ำเรื่องมาตรการป้องกันและแก้ไขการทุจริตประพฤติมิชอบให้ยึดใช้กฎหมาย ป.ป.ช. อย่างเข้มงวด รัดกุม

แฉแก้ไข ก.ม. ป.ป.ช. ตัด ม.103/7 ทิ้ง กลัวถูกสอบเส้นทางเงินแม่น้ำ 5 สาย

“โดยเฉพาะ ข้อ 3. ของคำสั่ง คสช. ที่ 69/2557 เมื่อยึดคำสั่งนี้ ยังถือว่า การใช้มาตรา 103/7 ยังเป็นกฎหมายที่บังคับใช้อยู่ ถามว่า ทั้ง คสช. รัฐบาล สนช. และ ป.ป.ช. พวกท่านทำงานกันอย่างไร ถึงมีคำสั่งมาบังคับใช้กฎหมาย แต่มีผลย้อนแย้ง สับสนจนมั่วกันเอง และกระทบถึงกระบวนการตรวจสอบการทุจริตคอร์รัปชัน ฉ้อราษฎร์บังหลวง ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่และวาระแห่งชาติที่ คสช. อ้างเป็นผลงานหลัก แต่พวกท่านทั้งฝ่ายบริหาร นิติบัญญัติ กลับกลัวการตรวจสอบเส้นทางการเงินของตัวเองหรือพวกพ้องใช่หรือไม่ จึงออก พ.ร.บ. ป.ป.ช. ฉบับ พ.ศ. 2561 ให้ยกเว้นการตรวจสอบเส้นทางการเงินทุจริตจากการใช้งบประมาณแผ่นดินที่มาจากเงินภาษีประชาชน” นายชาญชัย กล่าว

“ชัช เตาปูน” ฝันเห็น “คึกฤทธิ์” ก่อนตัดสินใจเป็น หน. พรรค

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/357174

“ชัช เตาปูน” ฝันเห็น “คึกฤทธิ์” ก่อนตัดสินใจเป็น หน. พรรค

การเมือง,ชัชวาลย์ คงอุดม,พรรคพลังท้องถิ่นไทย,พทท,นพดล แก้วสุพัฒน์,เกรียงไกร ภูมิเหล่าแจ้ง,วัฒนา จำปาดิบรัตนกุล,ไฉน ก้อนทอง,ประสพโชค นิ่มเรือง,อัษฎายุทธ คุณวิเศษพงษ์,รัตนชัย ไชยคำมี,ชื่นชอบ คงอุดม,รัฐภูมิ โตคงทรัพย์

“ชัช เตาปูน” เลี้ยงระดมทุนโต๊ะจีน รร. หรู ขั้นต่ำโต๊ะละ 1 ล้าน บอกฝันเห็น “คึกฤทธิ์” ก่อนตัดสินใจเป็น หน. พรรค พาประเทศฝ่าวิกฤติ

เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 27 ธ.ค. 61 ที่ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์  พรรคพลังท้องถิ่นไทย (พทท.) ได้จัดงานเลี้ยงเพื่อระดมทุน ในชื่องาน “ประเทศไทยต้องเดินหน้า” โดยมีการจัดเลี้ยงโต๊ะจีนทั้งหมดจำนวน 55 โต๊ะ โดยขั้นต่ำผู้ที่ต้องการเข้าร่วมงานต้องบริจาคเงินเข้าพรรคค่าโต๊ะจีนขั้นต่ำโต๊ะละ 1 ล้านบาท สามารถขายได้ 55 โต๊ะ เพื่อระดมทุนเข้าพรรคใช้ในการเลือกตั้งในปีหน้า

สำหรับงาน มีแกนนำพรรคพลังท้องถิ่นไทยเข้าร่วมอย่างพร้อมหน้า อาทิ นายชัชวาลย์ คงอุดม หัวหน้าพรรค , ดร. นพดล แก้วสุพัฒน์ รองหัวหน้าพรรค คนที่ 1 , ดร. เกรียงไกร ภูมิเหล่าแจ้ง รองหัวหน้าพรรค ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ , นายไฉน ก้อนทอง รองหัวหน้าพรรค ภาคเหนือ , นายวัฒนา จำปาดิบรัตนกุล รองหัวหน้าพรรค ภาคกลาง , นายประสพโชค นิ่มเรือง รองหัวหน้าพรรค ภาคตะวันออก , นายเสน่ห์ ทองสัก รองหัวหน้าพรรค ภาคใต้ โดยมีกรรมการพรรค เช่น นายอัษฎายุทธ คุณวิเศษพงษ์ , นายรัตนชัย ไชยคำมี , นายดม พรอิน พร้อมด้วย นายชื่นชอบ คงอุดม โฆษกพรรค และ นายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ รองโฆษกพรรค

นายชัชวาลย์ กล่าวว่า ตนไม่เคยคิดจะอยู่ตำแหน่งหัวหน้าพรรคการเมือง เพราะหม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช อดีตนายกรัฐมนตรี และผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์สยามรัฐ หรือ อ.หม่อม ได้สั่งไม่ให้ตนเล่นการเมือง ท่านบอกว่า เดี๋ยวจะฉิบหาย เพราะตนเป็นคนใจใหญ่ และอะไรที่ไม่ถูกต้องตนก็ไม่เคยยอม ถ้าเข้าไปเห็นคนคดโกงประเทศ ตนคงไม่ยอมใครทั้งนั้น แต่ภายหลังมารู้จักกับ อบต. แห่งประเทศไทย ที่คิดจะตั้งพรรคการเมือง และมีตัวแทนอยู่ในรัฐสภา เพื่อมีพลังในการกระตุ้นรัฐบาล จึงมาชวนตนและตั้งพรรคการเมือง ซึ่งตอนแรกก็ไม่คิดจะตั้งพรรคการเมือง แต่ที่ผ่านมาประเทศมีความวุ่นวายมาหลายปีจนมีความรู้สึกเป็นห่วงประเทศ และคิดว่าเราต้องเข้าไปแล้ว เพราะเราก็เป็นเจ้าของประเทศ จึงตัดสินใจเข้ามา

นายชัชวาลย์ กล่าวต่ออีกว่า ก่อนจะรับเป็นหัวหน้าพรรคในวันหนึ่งตนนอนฝันว่าอยู่พลับพลามีสายน้ำกว้างประมาณ 30 เมตร อ.หม่อม นั่งทวนน้ำมาหา ซึ่งตอนนั้นตนดีใจมาก และวิ่งลงไปกอดท่าน บอกว่า “พ่อ ผมจะตั้งพรรคการเมือง ท่านก็ลูบหัวผม และตอบกลับมาว่า ได้เลยลูก และท่านก็นั่งทวนน้ำกลับไป 100 เมตร บอกว่า อยู่ไม่ได้แล้วต้องไปแล้ว และผมก็ตกใจ แต่หลังจากนั้นไม่กี่วัน ทางคุณนพดลมาชวนผมจะทำพรรคการเมือง จึงตัดสินใจ เพราะท่านบอกว่าได้ แล้วนี่คือที่มาที่ผมต้องมายืนอยู่ตรงนี้” นายชัชวาลย์ กล่าวและว่า และเมื่อมายืนอยู่ตรงนี้แล้วต้องยอมรับว่าเหนื่อย วันนี้คุณต้องออกมาขอความอนุเคราะห์จากบรรดาญาติมิตรที่ให้การสนับสนุนจัดงานวันนี้ขึ้นมาเพื่อหาทุนมาสมทบ เพราะการทำพรรคการเมืองต้องใช้เงิน

               นายชัชวาลย์ กล่าวเชื่อมั่นว่า จะสามารถดึงคะแนนเสียงจากเจ้าหน้าที่ ข้าราชการท้องถิ่น จำนวน 4 แสนกว่าคน หากได้บ้านละ 2 คะแนน คงจะมีคะแนนไม่น้อย ส่วน กทม. ซึ่งตนก็มีความสัมพันธ์ต่อเนื่องมาพอสมควรในชุมชนต่างๆ เชื่อว่าภายในชุมชนจะสามารถช่วยได้เยอะ

“ในวันนี้เราทำพรรคการเมืองกันแล้ว และตั้งใจที่จะทำให้ประเทศชาติจริงๆ ขณะนี้ตนก็อายุย่าง 76 ปี แล้ว คิดว่าก่อนจะตายทำให้ประเทศสักครั้งหนึ่ง เพื่อนำสิ่งที่ถูกต้องคืนมาให้กับคนไทย ตนเป็นคนรักประเทศ พรรคเราไม่ใช่เป็นพรรคเฉพาะกิจ แต่ต้องเป็นสถาบันในอนาคต”

โดยก่อนหน้านั้น นายชื่นชอบ กล่าวก่อนเปิดงานระดมทุนว่า ในเรื่องนโยบายของพรรค จะมีความชัดเจนในวันที่ 9 ม.ค. 2562 นี้ อย่างไรก็ตาม เราต้องการแสดงออกให้เห็นว่า ภายในพรรคของเรามีคนหลาย Generation สำหรับการชี้แจงรายละเอียดเรื่องการจัดโต๊ะจีน และการบริจาคเงินนั้น ทางคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีระยะเวลาให้ชี้แจงอยู่แล้วในส่วนของผู้ที่จะมาบริจาคและร่วมลงทุนของแต่ละพรรคภายใน 30 วัน ซึ่งเราจะใช้เวลาตรงนั้นให้เกิดประโยชน์ที่สุด รวมถึงผู้ที่จะเข้ามาระดมทุนทำผิดกฎหมายบ้างหรือไม่ และสักพักจะชี้แจงเป็นหนังสือออกมาต้องให้ทราบถึงตัวเลขที่ชัดเจนในการระดมทุนครั้งนี้ อย่างไรก็ตาม การระดมทุนครั้งนี้แล้วแต่จิตศรัทธา ทั้งนี้ ได้เปิดให้จองโต๊ะเพื่อระดมทุนโต๊ะละ 1 ล้านบาท โดยมีผู้สนับสนุนมาจองเกือบเต็ม

"ชัช เตาปูน" ฝันเห็น "คึกฤทธิ์" ก่อนตัดสินใจเป็น หน. พรรค

"ชัช เตาปูน" ฝันเห็น "คึกฤทธิ์" ก่อนตัดสินใจเป็น หน. พรรค

"ชัช เตาปูน" ฝันเห็น "คึกฤทธิ์" ก่อนตัดสินใจเป็น หน. พรรค

"ชัช เตาปูน" ฝันเห็น "คึกฤทธิ์" ก่อนตัดสินใจเป็น หน. พรรค

"ชัช เตาปูน" ฝันเห็น "คึกฤทธิ์" ก่อนตัดสินใจเป็น หน. พรรค

"ชัช เตาปูน" ฝันเห็น "คึกฤทธิ์" ก่อนตัดสินใจเป็น หน. พรรค

"ชัช เตาปูน" ฝันเห็น "คึกฤทธิ์" ก่อนตัดสินใจเป็น หน. พรรค

"ชัช เตาปูน" ฝันเห็น "คึกฤทธิ์" ก่อนตัดสินใจเป็น หน. พรรค

"ชัช เตาปูน" ฝันเห็น "คึกฤทธิ์" ก่อนตัดสินใจเป็น หน. พรรค

“นายกฯ” แวะ “บ้านราชวิถี” ให้กำลังใจหลานๆ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/357173

“นายกฯ” แวะ “บ้านราชวิถี” ให้กำลังใจหลานๆ

การเมือง,พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์,ประยุทธ์ จันทร์โอชา,นายกฯ ลุงตู่,แวะ,ก่อนกลับบ้าน,สถานสงเคราะห์เด็กหญิงบ้านราชวิถี,เลี้ยง,ไอศกรีม,เฟซบุ๊ก

“นายกฯ” แวะ “บ้านราชวิถี” ก่อนกลับบ้าน เลี้ยงไอศกรีม – มอบของเล่นเด็ก พร้อมบริจาคหนังสือห้องสมุด สั่งดูแลพิเศษ “เด็กปากแหว่งเพดานโหว่”

เมื่อวันที่ 27 ธ.ค. 61  นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง และโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เมื่อเวลา 16.30 น. ภายหลัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. เสร็จสิ้นภารกิจที่ทำเนียบรัฐบาล และเดินทางกลับบ้าน

นายกฯ ได้แวะที่สถานสงเคราะห์เด็กหญิงบ้านราชวิถี นำไอศกรีมไปเลี้ยงเด็กๆ 51 คน และนำของเล่นไปมอบให้ด้วย พร้อมบริจาคหนังสือให้กับห้องสมุดบ้านราชวิถี ทั้งนี้ นายกฯ ได้ขอให้ทีมงานไปดูเด็กคนหนึ่งที่ นายกฯ สังเกตเห็นว่า มีภาวะปากแหว่งเพดานโหว่ เพื่อดูเรื่องการผ่าตัดรักษาและดูแลเป็นพิเศษ การเดินทางครั้งนี้เป็นการไปส่วนตัว เพราะเห็นว่าเป็นช่วงเทศกาลปีใหม่ โดยไม่ได้มีการกำหนดไว้ล่วงหน้า

ทั้งนี้ นายกฯ ยังได้โพสต์ภาพระหว่างที่ไปพบกับเด็กๆ ผ่านทางเฟซบุ๊ก “ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut Chan-o-cha” พร้อมข้อความว่า “ใกล้ #ปีใหม่2562 แวะมาเยี่ยมเด็กๆ มอบของขวัญ แล้วก็เลี้ยงไอศกรีมกันนิดหน่อย ให้กำลังใจหลานๆ”

"นายกฯ" แวะ "บ้านราชวิถี" ให้กำลังใจหลานๆ

"นายกฯ" แวะ "บ้านราชวิถี" ให้กำลังใจหลานๆ

"นายกฯ" แวะ "บ้านราชวิถี" ให้กำลังใจหลานๆ

"นายกฯ" แวะ "บ้านราชวิถี" ให้กำลังใจหลานๆ

“ป.ป.ช.” คืนความสุข “บิ๊กป้อม” นาฬิกาหรูยืมเพื่อน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/357158

“ป.ป.ช.” คืนความสุข “บิ๊กป้อม” นาฬิกาหรูยืมเพื่อน

การเมือง,ปปช,เสียงข้างมาก,เสียงข้างน้อย,นาฬิกาหรู,บิ๊กป้อม

มติ 5 ต่อ 3 “ป.ป.ช.” ตีตก “นาฬิกาหรูบิ๊กป้อม” ของเพื่อนที่ชอบให้ยืมประจำ สะพัด “เสียงข้างน้อย” อยากให้สอบต่อ ยกเคส “สุพจน์” ยืมรถตู้โฟล์ค

เมื่อวันที่ 27 ธ.ค. 61 ที่ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีการประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อพิจารณาวาระที่คณะทำงานแสวงหาข้อเท็จจริง กรณีถือครองนาฬิกาหรู และแหวนเพชรของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ไม่ได้อยู่ในรายการแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน โดยในการประชุมครั้งนี้ มีกรรมการ ป.ป.ช. เข้าร่วมประชุม จำนวน 8 คน โดยมี นายปรีชา เลิศกมลมาศ กรรมการ ป.ป.ช. ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม เนื่องจาก พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช. ได้ขอถอนตัวจากการพิจารณาเรื่องดังกล่าว โดยที่ประชุมใช้เวลาพิจารณาทั้งสิ้น 2 ชั่วโมง 20 นาที ตั้งแต่เวลา 11.40 – 14.00 น. ทั้งนี้ ปรากฏว่า นายเอกชัย หงส์กังวาน แกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ได้มาติดตามการพิจารณาเรื่องดังกล่าวของ ป.ป.ช. ตั้งแต่ช่วงสาย ก่อนที่จะได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ให้เข้าร่วมฟังการแถลงข่าวได้

จากนั้นเวลา 15.40 น. นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการ ป.ป.ช. แถลงผลการประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. ว่า กรณีปรากฏเป็นข่าวทางสื่อมวลชนว่า พล.อ.ประวิตร สวมใส่นาฬิกาหรู แต่ไม่แจ้งนาฬิกาดังกล่าวในบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินที่ยื่นต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. กรณีเข้ารับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เมื่อวันที่ 4 ก.ย. และกรณีที่มีผู้ร้องเรียนให้ตรวจสอบ พล.อ.ประวิตร ว่าจงใจยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ กรณีไม่แสดงนาฬิกาหรูและแหวนประดับมีค่าที่สวมใส่ในโอกาสต่างๆ ที่ปรากฏเป็นภาพข่าวตามสื่อมวลชนนั้น คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้พิจารณารายงานผลการตรวจสอบ ปรากฏว่า สำนักงาน ป.ป.ช. ได้ให้ พล.อ.ประวิตร ชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว จำนวน 4 ครั้ง

นายวรวิทย์ กล่าวว่า พล.อ.ประวิตร ได้ชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวมาแล้วว่า นาฬิกาทั้งหมดจำนวน 22 เรือน ได้ยืมจาก นายปัฐวาท สุขศรีวงศ์ เพื่อนสนิท และได้คืนไปหมดแล้ว ส่วนแหวนมีทั้งที่เป็นมรดกของบิดาที่มารดามอบให้ระหว่างที่ พล.อ.ประวิตร ดำรงตำแหน่งดังกล่าว บางวงเป็นแหวนรุ่นหรือแหวนวัตถุมงคลมีมูลค่าไม่สูงมาก จากการสอบปากคำพยานบุคคลที่เกี่ยวข้อง และขอเอกสารหลักฐานจากผู้แทนจำหน่ายนาฬิกาหรูในประเทศไทย รวมทั้งขอเอกสารและความร่วมมือจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กรมศุลกากร และกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อตรวจสอบการสำแดงรายการนาฬิกาที่นำเข้าจากต่างประเทศ รวมทั้งผู้จำหน่ายนาฬิกาในต่างประเทศ ปรากฏข้อเท็จจริงว่า นายปัฐวาท เป็นนักธุรกิจที่มีฐานะทางการเงิน และมีทรัพย์สินเป็นจำนวนมาก และชอบสะสมนาฬิการาคาแพง ซึ่งสำนักงาน ป.ป.ช. ได้ตรวจสอบพบว่ามีการเก็บรักษานาฬิการาคาแพงอยู่ในบ้านของนายปัฐวาทจำนวนมากกว่าที่ร้องเรียน

นายวรวิทย์ กล่าวว่า จากคำให้การของพยานบุคคลที่เกี่ยวข้อง ได้ข้อเท็จจริงว่า นายปัฐวาทเป็นคนมีฐานะดี คอยช่วยเหลือสนับสนุนทางด้านการเงินให้กับกลุ่มเพื่อนที่เคยศึกษาที่โรงเรียนเซนต์คาเบรียล และได้ให้เพื่อนในกลุ่มโรงเรียนเซนต์คาเบรียลยืมนาฬิการาคาแพงไปใช้สวมใส่ ซึ่งรวมถึง พล.อ.ประวิตร เพื่อนร่วมห้องเดียวกับนายปัฐวาท ที่มีความสนิทสนมกันด้วย นอกจากกลุ่มเพื่อนในโรงเรียนเซนต์คาเบรียลแล้ว นายปัฐวาทยังให้เพื่อนกลุ่มอื่นยืมนาฬิกาไปสวมใส่ด้วย เมื่อพิจารณาภาพของนาฬิกา จำนวน 25 เรือน ที่ปรากฏเป็นข่าว พบว่า มีภาพซ้ำกัน 3 คู่ จึงมีนาฬิกาที่ต้องตรวจสอบจำนวน 22 เรือน โดยพบว่าอยู่ในบ้านของนายปัฐวาท จำนวน 20 เรือน และพบใบรับประกันนาฬิกาอีก 1 เรือน แต่ไม่พบตัวเรือน รวมเป็น 21 เรือน โดย 21 เรือนดังกล่าวพบหลักฐานว่านายปัฐวาทเป็นผู้ซื้อจากผู้จำหน่ายในต่างประเทศจำนวน 1 เรือน ซื้อต่อจากผู้อื่นจำนวน 2 เรือน ส่วนที่เหลือไม่พบหลักฐานการซื้อจากผู้จัดจำหน่ายภายในประเทศ และกรมศุลกากรก็ไม่สามารถตรวจสอบยืนยันการนำเข้านาฬิกาจากต่างประเทศได้ เพราะผู้นำเข้าบางรายไม่สำแดงข้อมูลรายละเอียดของนาฬิกา ในส่วนการขอข้อมูลการซื้อขายนาฬิกาจากต่างประเทศ บางประเทศได้ปฏิเสธที่จะให้ข้อมูล หรือบางประเทศตอบว่าไม่สามารถตรวจสอบได้

นายวรวิทย์ กล่าวว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้วเห็นว่า พยานหลักฐานฟังได้ว่านาฬิกาที่ปรากฏเป็นข่าวเก็บรักษาอยู่ในบ้านของนายปัฐวาท และเป็นส่วนหนึ่งของนาฬิการาคาแพงที่นายปัฐวาทได้สะสมไว้ แม้ไม่ปรากฏเอกสารการซื้อขายว่านายปัฐวาทเป็นผู้ซื้อนาฬิกาดังกล่าว แต่ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1369 ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้ที่ยึดถือทรัพย์สินนั้นไว้เป็นการยึดถือเพื่อตน จึงต้องด้วยบทสันนิษฐานตามกฎหมายดังกล่าวว่า นายปัฐวาทเป็นเจ้าของนาฬิกาตามภาพข่าวจำนวน 21 เรือน และได้ให้ พล.อ.ประวิตร ยืมใช้ในโอกาสต่างๆ ตามที่ปรากฏในภาพข่าว ประกอบกับนายปัฐวาทได้ให้เพื่อนคนอื่นยืมใช้นาฬิการาคาแพงด้วย จึงรับฟังว่าเป็นการกระทำโดยปกติของนายปัฐวาทที่ช่วยดูแลกลุ่มเพื่อนเก่าโรงเรียนเซนต์คาเบรียลที่สนิทสนมกัน รวมถึงเพื่อนกลุ่มอื่นด้วย ในส่วนของนาฬิกาอีก 1 เรือน ที่ไม่พบตัวเรือนและไม่พบใบรับประกันนั้น จากการตรวจสอบยังไม่พบรายละเอียดข้อมูลนาฬิกาเรือนดังกล่าว แต่เมื่อนาฬิกาเป็นสังหาริมทรัพย์ที่เคลื่อนย้ายได้ง่าย และนายปัฐวาทได้เสียชีวิตไปแล้ว และเมื่อรับฟังว่า พล.อ.ประวิตร ได้ยืมนาฬิกาจากนายปัฐวาทมาสวมใส่ในการออกงานต่างๆ จำนวน 21 เรือนข้างต้น จึงรับฟังได้ว่า พล.อ.ประวิตร ได้มีการยืมนาฬิกาเรือนที่ยังตรวจสอบไม่พบมาสวมใส่เช่นกัน ทั้งนี้ ไม่ปรากฏว่านายปัฐวาทและบริษัทคอม-ลิงค์ เข้าเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมแต่อย่างใด

เลขาธิการ ป.ป.ช. กล่าวว่า กรณีแหวนที่ปรากฏตามภาพข่าวที่ พล.อ.ประวิตร สวมใส่จำนวน 12 วง นั้น คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้พิจารณาคำชี้แจงของ พล.อ.ประวิตร แล้วเห็นว่า พยานหลักฐานรับฟังได้ว่าแหวนจำนวน 3 วง เป็นทรัพย์มรดกของบิดาของ พล.อ.ประวิตร ที่ได้รับมาจากมารดาในขณะดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม จึงไม่มีหน้าที่ต้องแสดงแหวนดังกล่าวในบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินกรณีเข้ารับตำแหน่งดังกล่าว แหวนที่เหลือเป็นแหวนที่เป็นสัญลักษณ์หน่วยทหาร หรือแหวนวัตถุมงคลที่มีราคาไม่มาก นำมาใส่เพื่อเป็นสิริมงคล หรือใส่เพื่อแสดงสัญลักษณ์ของสังกัด จึงไม่ต้องแสดงในบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. เช่นกัน

“จากพยานหลักฐานและข้อเท็จจริงดังกล่าว คณะกรรมการ ป.ป.ช. จึงมีมติด้วยคะแนนเสียง 5 ต่อ 3 ว่า กรณียังไม่มีมูลเพียงพอว่า พล.อ.ประวิตร จงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ และมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินนั้น โดยกรรมการ ป.ป.ช. เสียงข้างน้อยเห็นว่า พยานหลักฐานยังไม่เพียงพอที่จะวินิจฉัยได้ให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม นอกจากนั้น คณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้แจ้งข้อมูลนาฬิกาจำนวน 22 เรือน ต่อกรมศุลกากรเพื่อดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป” นายวรวิทย์ กล่าว

เมื่อถามว่า ประเด็นการรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดอันอาจคำนวณเป็นเงินได้ ตามมาตรา 128 พ.ร.ป. ป.ป.ช. ยุติไปด้วยหรือไม่ นายวรวิทย์ กล่าวว่า ประเด็นดังกล่าวมีคณะทำงานอีกชุดดำเนินการตรวจสอบ เมื่อถามย้ำว่า ถือว่าเรื่องดังกล่าวยุติไปเลยหรือไม่ นายวรวิทย์ กล่าวว่า ในเรื่องการยื่นแสดงรายการบัญชีทรัพย์สินฯ คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติว่า ไม่มีมูล ส่วนนาฬิกา 22 เรือน ที่ส่งเรื่องให้กรมศุลกากรดำเนินการนั้น จะเป็นการดำเนินของกรมศุลกากร ซึ่งจะไม่มีการส่งเรื่องมาที่ ป.ป.ช. อีก

เมื่อถามว่า ป.ป.ช. นใจได้อย่างไรว่านาฬิกาทั้งหมดที่พบที่บ้านนายปัฐวาทเป็นของนายปัฐวาทจริง นายวรวิทย์ ปฏิเสธที่จะตอบคำถามดังกล่าว เพียงแต่กล่าวสั้นๆ ว่า เรื่องนี้มีการชี้แจงในการเอกสารการแถลงข่าวของ ป.ป.ช. แล้ว

รายงานข่าวจากสำนักงาน ป.ป.ช. แจ้งว่า สำหรับกรรมการเสียงข้างน้อย 3 เสียงนั้น เห็นว่า การสอบสวนยังสามารถดำเนินการต่อไปได้อีก โดยเฉพาะเรื่องการทำความร่วมมือระหว่างประเทศอย่างเป็นทางการ แต่ต้องดำเนินการโดยอัยการ อย่างไรก็ดี กรรมการเสียงข้างมากเห็นว่า ส่วนใหญ่การทำความร่วมมือระหว่างประเทศดังกล่าว การตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินมักไม่ทำกันในระดับนานาชาติ เรื่องที่ทำกันส่วนใหญ่เป็นคดีอาญา อีกทั้งในอิตาลี และสวิตเซอร์แลนด์ ไม่มีการทำความร่วมมือระหว่างประเทศในเรื่องการตรวจสอบ ดังนั้น ถ้าเกิดเดินต่อไปจะถือว่าเป็นการถ่วงเวลา หรือยื้อเรื่องนี้ออกไปอีกเปล่าๆ จึงควรจบเรื่องเพียงเท่านี้ กรรมการเสียงข้างน้อยเลยระบุว่า อยากให้สอบต่อไปเพื่อให้สิ้นกระแสความ เพราะเท่าที่ทำถึงตอนนี้ถือว่ายังไม่ได้เต็มที่ ยังมีช่องที่จะตรวจสอบเพิ่มเติมได้อีก ทั้งนี้ ตามกฎหมายใหม่ ป.ป.ช. กำหนดให้กรรมการที่เข้าร่วมพิจารณาคดีต้องทำความเห็นส่วนบุคคลทั้งหมด เพื่อให้ทราบว่ามีความเห็นต่อเรื่องนั้นอย่างไร

รายงานข่าวระบุอีกว่า สำหรับความเห็นของกรรมการเสียงข้างน้อย 3 ราย ยังมีการตั้งข้อสังเกตคดีนี้เทียบกับคดีของ นายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม อดีตปลัดกระทรวงคมนาคม กรณีการครอบครองรถโฟล์ค ราคา 2.9 ล้านบาท ที่อ้างว่า ภรรยายืมเพื่อนนักธุรกิจมา จึงไม่ได้แจ้งบัญชีทรัพย์สิน แต่เมื่อ ป.ป.ช. สอบเชิงลึกพบว่า การยืมรถยนต์มูลค่าเกือบ 3 ล้านบาท ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้ นอกจากนี้ยังพบพฤติการณ์ในส่วนของการต่อทะเบียน หรือลักษณะอื่นๆ ไม่น่าจะเป็นการยืม จึงมีมติชี้มูลความผิดนายสุพจน์กรณีจงใจปกปิดบัญชีทรัพย์สิน

ทั้งนี้ กรรมการ ป.ป.ช. เสียงข้างน้อย 3 คน ได้แก่ น.ส.สุภา ปิยะจิตติ , นางสุวณา สุวรรณจูฑะ และ พล.ต.อ.สถาพร หลาวทอง ส่วนกรรมการ ป.ป.ช. เสียงข้างมาก 5 ราย ได้แก่ นายปรีชา เลิศกมลมาศ , นายณรงค์ รัฐอมฤต , นายวิทยา อาคมพิทักษ์ , นายสุรศักดิ์ คีรีวิเชียร และ พล.อ.บุณยวัจน์ เครือหงส์