พปชร. พร้อมดันนโยบายยกระดับเกษตรกร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/355123

พปชร. พร้อมดันนโยบายยกระดับเกษตรกร

การเมือง,พรรคพลังประชารัฐ,พปชร,วัว,โค,ส่งออก,สมศักดิ์ เทพสุทิน,สุโขทัย

“สมศักดิ์” เตรียมเสนอรัฐบาล ส่งออกวัวหมื่นตัวต่อเดือน พร้อมดันนโยบายยกระดับเกษตรกร

 

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ประธานคณะกรรมการรณรงค์การหาเสียงเลือกตั้ง พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ลงพื้นที่รับฟังปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกรใน จ.สุโขทัย 2 จุด คือ ต.หนองกลับ อ.สวรรคโลก ที่เพาะปลูกข้าวโพดหวาน และ ต.บ้านสวน อ.เมืองสุโขทัย ที่เลี้ยงโคไว้เพื่อจำหน่าย และเกษตรกรบางส่วนยังคงได้รับผลกระทบในเรื่องราคาสินค้าเกษตร ซึ่งรัฐบาลเองก็ช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องข้าว อ้อย เหตุเพราะไม่มีการควบคุมการปลูก (อุปสงค์และอุปทาน)

ทั้งนี้ รัฐบาลต้องนำงบประมาณมาดูแล ดังนั้น แนวทางที่ดีที่สุด คือ การทำ คอนแทรคท์ฟาร์มมิ่ง ผูกสัญญาราคากันตั้งแต่ตอนปลูก หากอยากเห็นเกษตรกรอยู่ดีกินดี กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ต้องผลักดันให้เกษตรกรปลูกพืชผลตามที่ตลาดต้องการ รวมถึงนำผลผลิตบางอย่างมาแปรรูปทำเป็นอาหาร และหาตลาดส่งออกให้พวกเขามีอาชีพเสริม

นายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า ในส่วนของ โค เวลานี้ยังมีปัญหา คือ ราคาไม่คงที่ ไม่มีการกำหนดโควตาการส่งออกที่ชัดเจน เวลานี้เกษตรกรเลี้ยงวัวขุน 2 – 3 เดือน เพื่อเพิ่มน้ำหนักจาก 400 กิโลกรัม เป็น 500 กิโลกรัม ต้นทุนโลละ 80 กว่าบาท จากนั้นก็ขายส่งไปประเทศจีน และการเลี้ยงโคอีกแบบคือ การขุนโคไว้ 2 ปี แล้วขายเนื้อเป็นเกรดพรีเมียมมีราคากิโลหลักพันบาท

ต้องยอมรับว่า กรมปศุสัตว์ทำงานไม่ทัน ดูแลเกษตรกรผู้เลี้ยงโคไม่ทั่วถึง สิ่งที่รัฐบาลทำได้เวลานี้ ต้องมีที่ปรึกษาจากผู้มีความเชี่ยวชาญ และถ้าหากการเลี้ยงโคยังไม่มีการกำหนดชัดเจน อีกไม่นานคนจะเลี้ยงกันมาก ปัญหาราคาก็จะเกิดขึ้น ดังนั้น ตนจึงอยากเสนอให้รัฐกำหนดโควตาการส่งออกวัวให้ชัดเจน เพราะหากส่งออกได้หนึ่งหมื่นตัวต่อเดือน ผู้เลี้ยงโคก็จะสามารถอยู่ได้ วันนี้เราต้องคิดพลิกแพลงให้เกษตรกรสามารถแปรรูปผลผลิตให้ได้ ไม่ใช่ขายของที่ปลูกได้แค่ด้านเดียว เพราะขณะนี้เกษตรกรกู้เงินกองทุนหมู่บ้านมาลงทุน

               อย่างไรก็ตาม เมื่อผลผลิตขายได้ไม่ตามเป้า ก็จบลงด้วยการเป็นหนี้ กู้นอกระบบมาชำระ จนสุดท้ายวันนี้เกษตรกรอยากเสนอให้เราพักชำระหนี้กองทุนหมู่บ้านเพื่อประคองชีวิต ตนจะเก็บข้อมูลอย่างละเอียดและไปทำนโยบายด้านเกษตรกรรมให้กับพรรคพลังประชารัฐ และตนเชื่อว่าชาวบ้านจะชื่นชอบ

“สมชัย” ค้านบัตรเลือกตั้งเหลือแค่เบอร์ – ชื่อผู้สมัคร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/355118

“สมชัย” ค้านบัตรเลือกตั้งเหลือแค่เบอร์ – ชื่อผู้สมัคร

การเมือง,พรรคประชาธิปัตย์,สมชัย ศรีสุทธิยากร,กกต,ประยุทธ์,ชื่อ,โลโก้,พรรค,เจตนารมณ์,เลือกตั้ง

“สมชัย” ไม่เห็นด้วย ให้บัตรเลือกตั้งเหลือเพียง “เบอร์ – ชื่อผู้สมัคร” ชี้ ขัดเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ กกต. ควรพิจารณาเองไม่ใช่ฟัง นายกฯ

 

เมื่อวันที่ 8 ธ.ค. 61  นายสมชัย ศรีสุทธิยากร สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ และอดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์ข้อความบนเฟชบุ๊กส่วนตัว สมชัย ศรีสุทธิยากร ระบุว่า ” ไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ให้บัตรเลือกตั้งมีเพียงเบอร์และชื่อผู้สมัคร เพราะบัตรเลือกตั้งที่สมบูรณ์ต้องประกอบด้วยอะไรบ้าง เคยมีแบบแผนปฏิบัติอย่างไรในอดีต และเจตนารมณ์ของการเลือกตั้งครั้งนี้ที่ให้เป็นบัตรใบเดียว เพื่อนำไปรวมเป็นคะแนนของพรรคทั้งประเทศ ก็บ่งบอกอยู่แล้วว่า

ชื่อพรรคหรือโลโก้ของพรรคเป็นสาระสำคัญของการกาบัตร ดังนั้น บัตรเลือกตั้งที่สมบูรณ์ ควรประกอบด้วย หมายเลขที่จะให้เลือก ชื่อพรรค โลโก้พรรค และชื่อผู้สมัคร นอกจากนี้ ยังต้องคำนึงถึงการอ่านออกเขียนได้ของประชาชนว่า จะสามารถอ่านชื่อผู้สมัครได้หรือไม่ จึงต้องคิดให้รอบคอบ การที่นายกรัฐมนตรีเสนอให้เหลือเพียง เบอร์และชื่อผู้สมัคร ถือเป็นเพียงเสียงจากประชาชนคนหนึ่งที่มีสิทธิ์เลือกตั้ง ไม่ใช่ผู้บังคับบัญชาของ กกต. ”

“ข้อเสนอของ พล.อ.ประยุทธ์ เรื่องให้บัตรเลือกตั้งมีแค่เบอร์และชื่อผู้สมัคร ไม่มีโลโก้พรรคนับว่าแย่แล้ว ข้อเสนอที่เอาแต่ง่ายของ สนง. กกต. ที่จะพิมพ์บัตรโหล แบบเดียวใช้ทั้งประเทศ ที่มีแต่เบอร์ผู้สมัครกลับแย่กว่าอีก” นายสมชัย ระบุ

นายสมชัย ระบุด้วยว่า แนวคิดดังกล่าวขัดเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญที่ใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียวแทนบัตรสองใบในอดีต ทั้งสร้างภาระความสับสนให้แก่ประชาชน เนื่องจากเบอร์พรรคที่ต่างกันไปในแต่ละเขต ทั้งเอื้อต่อการทุจริตที่ตรวจสอบยากว่าบัตรโกงเป็นของเขตใด ความเป็น กกต. คือ ต้องจัดการเลือกตั้งให้ดี เป็นการเลือกตั้งที่มีคุณภาพ และผลการเลือกตั้งสะท้อนเจตนารมณ์ของประชาชน มิใช่จัดเอาแค่ง่ายๆ สะดวกแค่เจ้าหน้าที่

"สมชัย" ค้านบัตรเลือกตั้งเหลือแค่เบอร์ - ชื่อผู้สมัคร

“หญิงหน่อย” ถามหา “จิตสำนึกของผู้นำ”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/355117

“หญิงหน่อย” ถามหา “จิตสำนึกของผู้นำ”

การเมือง,พรรคเพื่อไทย,พรรคพลังประชารัฐ,คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์,Sudarat Keyuraphan,กกต,บัตรเลือกตั้ง,คสช,ประยุทธ์,จิตสำนึกของผู้นำ

“คุณหญิงสุดารัตน์” โพสต์ถาม คสช. กลัวอะไร ไม่พิมพ์ชื่อ – โลโก้พรรคในบัตรเลือกตั้ง ชวนเดินเข้าสนามเลือกตั้งด้วยกติกาที่เป็นธรรม

 

เมื่อวันที่ 8 ธ.ค. 61  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้ง พรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความในเพจเฟชบุ๊ก คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ Sudarat Keyuraphan ระบุข้อความว่า ” ชงบัตรเลือกตั้ง “ไร้ชื่อพรรค – ไม่มีโลโก้พรรค” ผู้มีอำนาจกลัวอะไร ? วันนี้ได้มารับสมัครสมาชิกพรรคเพื่อไทย เขตลาดพร้าว ที่ ตลาดอมรพันธ์นิเวศ จึงมีคำถามจากน้องๆ นักข่าวเรื่อง ข้อเสนอที่ พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งขณะนี้สวมหมวกหลายใบ ทั้ง “หัวหน้า คสช.” “นายกรัฐมนตรี” และ “แคนดิเดต ชิง นายกรัฐมนตรี” จากพรรคพลังประชารัฐ เวลานี้กำลังเดินหน้าชงเรื่อง บัตรเลือกตั้งในวันที่ 24 ก.พ. 62 ใช้ชื่อของผู้สมัครกับเบอร์เท่านั้น โดยไม่ต้องมีชื่อพรรคการเมือง – ไม่มีโลโก้พรรคการเมือง ปรากฏอยู่ในบัตร ในฐานะนักมวยร่วมสนาม ซึ่งหวังเห็นกติกาการเลือกตั้งที่เสรีและเป็นธรรม ดิฉันขอตั้งคำถามกลับไปยังผู้มีอำนาจ ข้อบัญญัติในรัฐธรรมนูญ กำหนดให้ ส.ส. ต้องสังกัดพรรคการเมือง ซึ่งเป็นไปตามหลักการประชาธิปไตยที่ต้องการให้พรรคการเมืองได้คัดสรรคนที่เหมาะสมมาลงสมัครรับเลือกตั้ง หรือติดปากกันว่า “พรรคเลือกคน ประชาชนเลือกพรรค” แต่บัตรเลือกตั้งกลับจะไม่ให้พิมพ์ชื่อพรรคที่นักการเมืองสังกัด แล้วจะบังคับให้สังกัดพรรคการเมืองกันไปเพื่ออะไร ”

คุณหญิงสุดารัตน์ ระบุอีกว่า ประเด็นต่อมาที่อยากฝากไว้ คือ ถึงที่สุดแล้ว “หน้าที่ในการทำบัตรเลือกตั้งเป็นของคนทำรัฐประหารหรือหน้าที่ของ กกต. ? ที่สำคัญต้องถามกลับไปยังหัวหน้า คสช. ว่า “กลัวอะไร ?” ถึงจะไม่ยอมให้พิมพ์ชื่อพรรรคการเมือง – โลโก้พรรคการเมืองลงในบัตรเลือกตั้ง ถ้าคณะกรรมการการเลือกตั้ง ยอมทำตาม หัวหน้า คสช. ก็เท่ากับว่า พล.อ.ประยุทธ์ ที่ขณะนี้มีสถานะเป็นผู้ลงแข่งขันในการเลือกตั้งครั้งนี้ด้วยได้ใช้อำนาจของหัวหน้า คสช. และหัวหน้ารัฐบาลที่ยกตนอ้างว่าเป็น “กรรมการกลาง” สั่งการชี้นำ กกต. เพื่อเอาเปรียบคู่แข่งทางการเมืองคนอื่นๆ การเรียกร้องต่อ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ให้ใช้อำนาจเอาเปรียบคู่แข่งทางการเมืองคงจะเป็นการยาก เพราะเป็นเรื่อง “จิตสำนึกของผู้นำ” แต่ดิฉันขอเรียกร้องต่อ กกต. ซึ่งเป็น “องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ” มีหน้าที่ทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นไปอย่างบริสุทธิ์ ยุติธรรม และเป็นกลาง ต้องไม่ยอมตกอยู่ภายใต้การควบคุม กำกับ สั่งการ และการแทรกแซงจากผู้มีอำนาจ

“ดิฉันขอชวนทุกฝ่ายมาร่วมกันสร้าง #Free&FairElection ไปด้วยกัน ชวนเดินสู่สนามการเลือกตั้งด้วยกติกาที่เป็นธรรมต่อทุกฝ่าย ต้องไม่มีการซื้อเสียงและใช้อำนาจรัฐอย่างเด็ดขาด” คุณหญิงสุดารัตน์ ระบุ

“อลงกรณ์” หวั่น เลือกตั้งเป็นโมฆะ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/355116

“อลงกรณ์” หวั่น เลือกตั้งเป็นโมฆะ

การเมือง,ปชป,กกต,เลือกตั้ง,โมฆะ,บัตรเลือกตั้ง,แบบใหม่,ส่อ,ขัด,เจตนารมณ์,รัฐธรรมนูญ,ศร

“อลงกรณ์” ชี้ บัตรเลือกตั้งแบบใหม่ ส่อขัดเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ จ่อเสนอที่ประชุม ปชป. เพื่อยื่น ศร. ตีความ ซัด “กกต.” พิจารณาตัวเอง หากอ้างแก้ปัญหาเรื่องพิมพ์บัตร

 

8 ธันวาคม 2561  นายอลงกรณ์ พลบุตร รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้ความเห็นต่อกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เตรียมออกแบบบัตรเลือกตั้งรูปแบบใหม่ ที่มีเพียงหมายเลขผู้สมัครและช่องกาคะแนน ว่า เป็นความแตกต่างจากที่เคยมีบัตรเลือกตั้ง ที่จะมีรายละเอียด อาทิ สัญลักษณ์ของพรรค , หมายเลขผู้สมัคร และชื่อพร้อมนามสกุลของผู้สมัครในแต่ละพื้นที่ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้สิทธิ์ลงคะแนน

ดังนั้น หาก กกต. ยืนยันจะใช้บัตรเลือกตั้งรูปแบบใหม่ ตนเชื่อว่าจะขัดกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ที่กำหนดประชาชนได้รับการอำนวยความสะดวกต่อการใช้สิทธิ์เลือกตั้งตามเจตจำนงของตนเอง ทั้งนี้ ตนจะนำประเด็นข้อสังเกตดังกล่าวเข้าสู่การประชุมกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อให้ที่ประชุมแสดงความเห็น และอาจเตรียมยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญ (ศร.) ให้วินิจฉัยกรณีดังกล่าวด้วย

“รัฐธรรมนูญกำหนดให้การเลือกตั้งเป็นหน้าที่ของประชาชน ดังนั้น การอำนวยความสะดวกของประชาชนควรต้องคำนึงถึง อีกทั้งผู้ใช้สิทธิ์เลือกตั้งในประเทศยังมีคนที่ไม่รู้หนังสือจำนวนหนึ่ง ดังนั้น หากไม่มีสัญลักษณ์ใดที่สื่อให้เขาเข้าใจ อาจขัดกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ และกรณีดังกล่าวอาจกลายเป็นเรื่องใหญ่ที่ทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะได้” นายอลงกรณ์ กล่าว

นายอลงกรณ์ กล่าวด้วยว่า หาก กกต. เลือกใช้บัตรเลือกตั้งที่ออกแบบใหม่ เพื่อแก้ปัญหากระบวนการตีพิมพ์บัตร ตนมองว่า กกต. ควรพิจารณาตนเอง เพราะที่ผ่านมาเคยมีการออกบัตรเลือกตั้งมาแล้วทุกรูปแบบ

"อลงกรณ์" หวั่น เลือกตั้งเป็นโมฆะ

"อลงกรณ์" หวั่น เลือกตั้งเป็นโมฆะ

"อลงกรณ์" หวั่น เลือกตั้งเป็นโมฆะ

เปิดรับการคัดเลือก ก.ต. ผู้ทรงคุณวุฒิบุคคลภายนอก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/355057

เปิดรับการคัดเลือก ก.ต. ผู้ทรงคุณวุฒิบุคคลภายนอก

การเมือง,กต,สราวุธ เบญจกุล,เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม,กต ผู้ทรงคุณวุฒิ,บุคคลภายนอก

เลขาฯ ศาล เผย เปิดรับสมัครบุคคลภายนอก ให้ผู้พิพากษาทั่วประเทศเลือกเป็น ก.ต. ศาลครั้งแรก 2 คน ตาม ก.ม. ใหม่ แทน ส.ว. เลือก เริ่ม 14 ธ.ค. – 2 ม.ค. ปีหน้า

 

7 ธ.ค. 61  นายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) เปิดเผยถึงการดำเนินการเลือก ก.ต. ผู้ทรงคุณวุฒิในส่วนของบุคคลภายนอก จำนวน 2  คน ตาม พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. 2543 มาตรา 36 วรรคหนึ่ง (3) ที่แก้ไขใหม่ ว่า นายชีพ จุลมนต์ ประธานศาลฎีกา ได้มีคำสั่งให้ตนซึ่งเป็นเลขานุการ ก.ต. ดำเนินการเลือก ก.ต. ผู้ทรงคุณวุฒิ ตาม พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. 2543 มาตรา 36 วรรคหนึ่ง (3) ที่แก้ไขใหม่

ซึ่งเดิมในกฎหมายดังกล่าวให้วุฒิสภาเป็นผู้มีอำนาจเลือกสัดส่วนดังกล่าว แต่ตามรัฐธรรมนูญฯ ปี 2560 ได้บัญญัติในหมวดของศาลยุติธรรม ได้กำหนดไว้ในมาตรา 196 เกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลผู้พิพากษาศาลยุติธรรม ต้องมีความเป็นอิสระ และดําเนินการโดย ก.ต. ซึ่งประกอบด้วยประธานศาลฎีกา เป็นประธาน และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งเป็นข้าราชการตุลาการในแต่ละชั้นศาล กับผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งไม่เป็นหรือเคยเป็น ข้าราชการตุลาการที่ได้รับเลือกจากข้าราชการตุลาการไม่เกิน 2 คน ซึ่งเป็นการบัญญัติให้อำนาจผู้พิพากษาดำเนินเลือกผู้ทรงคุณวุฒิบุคคลภายนอกที่ไม่เป็นตุลาการ แทน ส.ว. เป็นการป้องกันการเมืองแทรกแซง ดังนั้น จึงมีการแก้ไข พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรมฯ มาตรา 36 วรรคหนึ่ง (3) ให้ผู้พิพากษาทั่วประเทศ เป็นผู้ลงคะแนนคัดเลือกจากผู้สมัครที่จะต้องเป็นบุคคลภายนอก

จากอำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติ สำนักงานศาลยุติธรรม จึงได้เปิดรับสมัครบุคคลภายนอกที่มีคุณสมบัติและไม่มีคุณสมบัติต้องห้าม เข้าสมัครเป็น ก.ต. ผู้ทรงคุณวุฒิสัดส่วนบุคคลภายนอก จำนวน 2 คน ซึ่งเปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 14 ธ.ค. 61 – 2 ม.ค. 62 ขณะที่คุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้สมัครก็ยังเป็นไปตามที่กฎหมายเคยกำหนดไว้ คือ บุคคลที่จะสมัครเข้าเลือกนั้นจะต้องมีสัญชาติไทยโดยการเกิด , มีอายุไม่ต่ำกว่า 40 ปีบริบูรณ์ และสำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่า

ขณะที่ลักษณะต้องห้าม ก็มีดังนี้ ไม่เป็นข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม , ไม่เป็นผู้มีความประพฤติเสื่อมเสียหรือบกพร่องในศีลธรรมอันดี , ไม่เป็นผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัว , ไม่เป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกสั่งให้พักราชการหรือถูกสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนตาม พ.ร.บ. นี้ หรือตามกฎหมายอื่น , ไม่เป็นผู้เคยถูกลงโทษไล่ออก ปลดออก หรือให้ออกจากราชการ รัฐวิสาหกิจหรือหน่วยงานอื่นของรัฐ , ไม่เป็นผู้เคยต้องรับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ , ไม่เป็น ส.ส. – ส.ว. – ข้าราชการการเมือง – สมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น , ไม่เป็นกรรมการพรรคการเมือง สมาชิกพรรคการเมือง หรือผู้ดำรงตำแหน่งอื่นของพรรคการเมือง , ไม่เป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ – ตุลาการศาลปกครอง – กกต. – กรรมการตรวจเงินแผ่นดิน – ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา – ป.ป.ช. – กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) – หรือกรรมการในคณะกรรมการตุลาการศาลปกครองหรือศาลอื่น , ไม่เป็นทนายความ ข้าราชการตำรวจ หรือข้าราชการอัยการ , ไม่เป็นคนไร้ความสามารถ คนเสมือนไร้ความสามารถ หรือคนวิกลจริต หรือจิตฟั่นเฟือน ไม่สมประกอบ , ไม่เป็นกรรมการ ที่ปรึกษา พนักงาน ลูกจ้าง หรือดำรงตำแหน่งใดในรัฐวิสาหกิจ , ไม่ประกอบอาชีพหรือวิชาชีพอื่นใดอันเป็นการกระทบกระเทือนถึงการปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่ง ก.ต. ผู้ทรงคุณวุฒิ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับผู้ประสงค์จะสมัครรับการคัดเลือก ก.ต. ผู้ทรงคุณวุฒิบุคคลภายนอก ครั้งนี้ สามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ส่วนเลขานุการคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม หมายเลขโทรศัพท์ 02-142-4346 หรือติดตามรายละเอียดได้ที่ http://www.ojc.coj.go.th/doc/data/ojc/ojc_1544163352.pdf

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สำหรับ ก.ต. นั้น เป็นองค์กรทำหน้าที่ในการบริหารงานบุคคลของข้าราชการตุลาการ มีหน้าที่ในการพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายผู้พิพากษา และให้คุณให้โทษผู้พิพากษาที่กระทำความผิดวินัย รวมถึงคุ้มครองความเป็นอิสระในการพิจารณาพิพากษาอรรถคดีโดยองค์ประกอบ ก.ต. มีทั้งหมด 15 คน ประกอบด้วย ประธานศาลฎีกา เป็นประธาน ก.ต. โดยตำแหน่ง , ก.ต. ชั้นศาลฎีกา 6 คน , ชั้นศาลอุทธรณ์ 4 คน , ศาลชั้นต้น 2 คน , ก.ต. ผู้ทรงคุณวุฒิที่มาจากบุคคลภายนอกอีก 2 คน ซึ่ง ก.ต. มีวาระ 2 ปี โดยสามารถรับเลือกเป็น ก.ต. ติดต่อกันได้ไม่เกิน 2 วาระ

ร้องศาลฎีกาเลือกตั้ง ส.ว. แล้ว 17 คดี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/355056

ร้องศาลฎีกาเลือกตั้ง ส.ว. แล้ว 17 คดี

การเมือง,เลือกตั้ง,สว,ศาลฎีกาเลือกตั้ง,รับเรื่อง,ร้อง,สิทธิ์,เลือก

เลือก ส.ว. ยกแรก มีร้องแล้วทั้งกลาง – อีสาน – ใต้ รวม 17 คดี จากยอดผู้สมัครกว่า 7 พันคน ศาลพร้อมทำงานทุกวันรวมเอกสารส่งวินิจฉัยเสร็จทัน 14 ธ.ค. นี้

 

ภายหลังการเปิดสมัครเลือก ส.ว. วาระแรก ตามบทเฉพาะกาลรัฐธรรมนูญใหม่ ปี 2560 ในสัดส่วนที่ให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เลือกในระดับอำเภอ , จังหวัด , ประเทศ รวม 200 คน เพื่อเสนอให้ คสช. คัดเลือกเหลือ 50 คน ซึ่ง กกต. เริ่มเปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 26 – 30 พ.ย. ที่ผ่านมา โดยการเลือก ส.ว. นั้นจะเริ่มการเลือกระดับอำเภอ , จังหวัด และประเทศ ตามลำดับ

ซึ่งวันที่ 5 ธ.ค. ที่ผ่านมา ได้มีประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สมัครรับเลือกระดับอำเภอแล้ว และตามขั้นตอนก็ให้ผู้ที่ยื่นสมัครแต่ไม่ได้รับการประกาศรายชื่อว่าเป็นผู้มีสิทธิ์รับเลือก หรือถูกลบชื่อ สามารถยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง ได้ตั้งแต่วันที่ 5 ธ.ค. ซึ่งเริ่มประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์รับเลือก ก่อนที่จะถึงวันเลือก ส.ว. ระดับอำเภอ ในวันที่ 16 ธ.ค. นี้ อย่างน้อย 1 วัน (ยื่นศาลได้ถึงวันที่ 14 ธ.ค. นี้) เพื่อให้ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งพิจารณาให้เพิ่มชื่อนั้น ซึ่งการสมัครเลือก ส.ว. ดังกล่าวก่อนหน้านี้ กกต. ได้เปิดเผยยอดผู้สมัครรับเลือก ส.ว. ครั้งนี้ มีจำนวน 7,210 คน

ล่าสุด วันนี้ (7 ธ.ค.) มีรายงานว่า ภายหลังมีการประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์รับเลือกระดับอำเภอแล้ว มีผู้สมัครยื่นคำร้องโดยตรงต่อศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง และส่วนที่ยื่นผ่านศาลจังหวัดในพื้นที่ต่างๆ ที่เป็นศาลชั้นต้นเสนอต่อศาลฎีกาฯ ขณะนี้ รวม 17 คดี โดยคดีที่ส่งมาจากพื้นที่ต่างจังหวัด ประกอบด้วย ชุมพร , สงขลา , กระบี่ , ยะลา , นครนายก , สกลนคร , ขอนแก่น , มหาสารคาม , นครราชสีมา , ศรีสะเกษ และศาลจังหวัดมีนบุรี ซึ่งผู้ร้องขอให้ศาลวินิจฉัยเกี่ยวกับสิทธิ์สมัครรับเลือก ส.ว.

โดยศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง ได้มีคำสั่งประทับฟ้องไว้แล้วทั้ง 17 คดี ระหว่างนี้อยู่ในกระบวนการขั้นตอนของมอบหมายให้ศาลชั้นต้นในพื้นที่จังหวัดที่มีการยื่นคำร้องได้นัดพร้อมคู่ความเพื่อรวบรวมเอกสารหลักฐานแล้วส่งมาให้ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง ที่มีอำนาจวินิจฉัยแต่เพียงศาลเดียว เพื่อพิจารณารายละเอียดตามคำร้องและเอกสารประกอบต่อไปจะต้องให้ไต่สวนอีกหรือไม่ หรือมีคำสั่งอย่างหนึ่งอย่างใด ขณะที่ในช่วงของการพิจารณาคดีสิทธิ์สมัครรับเลือก ส.ว. ศาลจะดำเนินการในทุกวันแม้จะเป็นช่วงวันหยุดก็ตาม เพื่อเปิดรับเรื่องและนัดพร้อมคดีที่จะต้องมีคำตัดสินให้เสร็จตามกรอบเวลาไม่เกินวันที่ 14 ธ.ค. นี้

คสช. ปลดล็อกเฉพาะข้อห้ามทำกิจกรรมการเมือง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/355054

คสช. ปลดล็อกเฉพาะข้อห้ามทำกิจกรรมการเมือง

การเมือง,เลือกตั้ง,โรดแม็พ,คสช,กกต

คสช. ขอบคุณทุกฝ่ายร่วมถกแม่น้ำ 5 สาย และพรรคการเมือง ลดอุปสรรค พร้อมเดินหน้าเลือกตั้ง ย้ำ ปลดล็อกเฉพาะข้อห้ามทำกิจกรรมการเมือง วอน ช่วยรักษาความสงบเรียบร้อย

 

วันที่ 7 ธ.ค. 61 ที่ สโมสรทหารบก (วิภาวดี)  พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษก คสช. กล่าวถึง คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จัดการประชุม “จัดทำแผนและขั้นตอนการดำเนินการทางการเมืองและแก้ไขปัญหาที่เป็นอุปสรรคต่อพรรคการเมืองเพื่อนำไปสู่การเลือกตั้งทั่วไป” โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เป็นประธาน มีผู้แทนจากแม่น้ำ 5 สาย ประกอบด้วย คณะรักษาความสงบแห่งชาติ , สภานิติบัญญัติแห่งชาติ , คณะรัฐมนตรี , คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ และคณะกรรมการการเลือกตั้ง พร้อมด้วยผู้แทนจาก 75 พรรคการเมือง รวม 225 ท่าน เข้าร่วมการประชุม

พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ กล่าวว่า การประชุมวันนี้เป็นไปตามข้อกำหนดในคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 53/2560 เรื่อง “การดำเนินการตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยพรรคการเมือง” ที่ระบุให้จัดประชุมแม่น้ำ 5 สาย และผู้แทนพรรคการเมือง เพื่อจัดทำแผนและขั้นตอนการดําเนินการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง พร้อมพิจารณาแก้ไขข้อจำกัด อันเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินการของพรรคการเมือง โดยในการประชุม พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวขอบคุณผู้แทนพรรคการเมืองและส่วนที่เกี่ยวข้องที่เข้าร่วมประชุม ระบุ การเมืองจะเสริมสร้างประเทศให้เข้มแข็ง ฝากให้ทุกฝ่ายให้ความสำคัญกับยุทธศาสตร์ชาติ

พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ เปิดเผยว่า ขณะที่ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมาย ได้ชี้เเจงถึงโรดแม็พทางการเมือง ซึ่งจะเริ่มต้นกระบวนการตั้งแต่วันที่ 11 ธ.ค. 61 ที่ พ.ร.บ. การเลือกตั้ง ส.ส. มีผลบังคับใช้ ทั้งนี้ คสช. จะปลดล็อกการห้ามทำกิจกรรมทางการเมือง โดยยกเลิกประกาศและคำสั่งหัวหน้า คสช. เฉพาะที่เกี่ยวกับการห้ามทำกิจกรรมทางการเมือง ในเบื้องต้นมีทั้งหมด 9 ฉบับ ภายในเดือนธันวาคม นี้ ก่อนวันที่จะมีประกาศใช้ พรฎ. ให้มีการเลือกตั้งทั่วไป

พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ กล่าวอีกว่า นายวิษณุยังได้ชี้แจงถึงปฏิทินการเลือกตั้งโดยสังเขป ดังนี้ 20 ธ.ค. 61 กกต. ประกาศใช้ระเบียบว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. , 2 ม.ค. 62 ประกาศใช้ พรฎ. ให้มีการเลือกตั้ง ส.ส. , 4 ม.ค. 62 กกต. ประกาศกำหนดวันเลือกตั้ง วันรับสมัคร จำนวน ส.ส. แต่ละจังหวัด เขตเลือกตั้ง สถานที่สมัคร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ , 14 – 18 ม.ค. 62 รับสมัคร ส.ส. , 25 ม.ค. 62 ประกาศรายชื่อผู้สมัคร ส.ส. , 17 ก.พ. 62 เลือกตั้งล่วงหน้า และ 24 ก.พ. 62 วันเลือกตั้ง ขณะที่เดือน เม.ย. 62 ในวันที่ 25 เม.ย. 62 เป็นวันสุดท้ายของการประกาศผลการเลือกตั้ง และในวันที่ 28 เม.ย. 62 เป็นวันสุดท้ายที่ คสช. จะคัดเลือก ส.ว. 250 คน นำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายและประกาศแต่งตั้งต่อไป โดยในวันที่ 9 พ.ค. 62 จะเป็นวันสุดท้ายที่จะต้องจัดการประชุมรัฐสภาเป็นครั้งแรก

พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ กล่าวต่อว่า ในส่วนของประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง นายอิทธิพร บุญประคอง ได้ชี้แจงที่ประชุมเกี่ยวกับแผนการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร , ระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร , การเตรียมบุคลากรที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง , การเตรียมสถานที่รับสมัคร , การพิมพ์บัตรเลือกตั้ง , การเตรียมสถานที่ลงคะแนน , การเตรียมเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร และการนำเทคโนโลยีมาสนับสนุนการเลือกตั้ง

พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ ยังระบุว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง และ รมว.กลาโหม ได้ขอความร่วมมือจากพรรคการเมืองและทุกภาคส่วนร่วมกันทำให้สถานการณ์สงบจนกว่าการเลือกตั้งจะแล้วเสร็จ และมีรัฐบาลใหม่เข้ามาบริหารราชการแผ่นดิน รวมทั้งขอความร่วมมือทุกพรรคการเมืองในการดำเนินกิจกรรมทางการเมืองอย่างสร้างสรรค์ มุ่งประโยชน์ของประเทศชาติในอนาคตเป็นหลัก พร้อมย้ำคณะรักษาความสงบแห่งชาติจะดำเนินการไปตามโรดแม็พที่กำหนดไว้ จนกว่าจะมีการเลือกตั้งทั่วไป

พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ บอกอีกว่า จากการประชุมครั้งนี้ คสช. ขอบคุณทุกฝ่าย พร้อมเชื่อว่าจะช่วยสร้างความเข้าใจในการเตรียมการของรัฐบาล และคณะกรรมการการเลือกตั้ง รวมถึงได้เห็นแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจน ในหลากหลายมิติ ซึ่งการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในวันนี้ จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการเดินหน้าสู่การเลือกตั้ง

อย่างไรก็ตาม คณะรักษาความสงบแห่งชาติ จะเดินหน้าสร้างสภาวะที่เอื้ออำนวยต่อการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นอย่างดีที่สุด ควบคู่ไปกับการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย

คสช. ปลดล็อกเฉพาะข้อห้ามทำกิจกรรมการเมือง

คสช. ปลดล็อกเฉพาะข้อห้ามทำกิจกรรมการเมือง

“พปชร. – ชพน. – ภท.” โอเค !!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/355053

“พปชร. – ชพน. – ภท.” โอเค !!

การเมือง,พรรคพลังประชารัฐ,พปชร,พรรคประชาธิปัตย์,ปชป,พรรคชาติพัฒนา,ชพน,พรรคภูมิใจไทย,ภท,คสช,กกต,เลือกตั้ง,ประยุทธ์,อุตตม สาวนายน,อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ,ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ,เทวัญ ลิปตพัลลภ,นิกร จำนง,สรอรรถ กลิ่นประทุม

“พปชร. – ชพน. – ภท.” พอใจ หลังร่วมถก “คสช. – พรรคการเมือง” เชื่อ 24 ก.พ. 62 พร้อมเลือกตั้ง ห่วง ปชช. ไม่เข้าใจบัตรเลือกตั้งใบเดียว

 

เมื่อวันที่ 7 ธ.ค. 61 เวลา 15.30 น. ที่ สโมสรทหารบก ถนนวิภาวดี  นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมชี้แจง แผนและขั้นตอนการดำเนินการทางการเมืองเพื่อนำไปสู่การเลือกตั้งทั่วไป ว่า พรรคต่างๆ ได้รับทราบการชี้แจงจาก คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในขณะที่ข้อสงสัยของพรรคการเมือง ก็จะตรวจสอบไปที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่จะให้คำตอบที่ชัดเจนต่อไป ในส่วนของพรรคไม่มีปัญหาอะไร

ผู้สื่อข่าวถามกรณีที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) แสดงจุดยืนไม่เข้าร่วมกับพรรค พปชร. ที่จะสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ นายอุตตม กล่าวว่า พปชร. ได้พูดและย้ำในหลักการเดิมว่า พร้อมที่จะพูดคุยกับพรรคที่มีอุดมการณ์ตรงกัน สามารถทำงานด้วยกันได้ เพราะวันนี้โลกและประเทศไทยจะก้าวไปสู่ยุคใหม่คือ 4.0 จะไป 5จี แล้ว เราควรทำเพื่อประเทศชาติไม่ย่ำอยู่ที่เดิม และคิดว่าทุกพรรคพร้อมที่จะเลือกตั้งแล้ว โดยให้เสียงประชาชนเป็นคนชี้ว่าอยากได้รัฐบาลอย่างไร เมื่อถึงจุดนั้นก็ให้รอดู

เมื่อถามย้ำว่า ประเมินแล้วสามารถร่วมงานกับพรรค ปชป. ได้หรือไม่ นายอุตตม กล่าวว่า ให้รอดู เพราะการทำงานร่วมกันต้องดู เพราะต้องเกิดจากการหารือของทั้งสองฝ่าย และนโยบายออกมาเป็นอย่างไร ยังมีเวลา ไม่น่าห่วงอะไรในเรื่องของการเดินหน้าสู่การเลือกตั้ง เมื่อประชาชนตัดสินแล้วว่าพรรคไหนเป็นอย่างไรก็จะต้องมาดูว่าจะคุยกันอย่างไร

เมื่อถามว่า พรรคได้รายชื่อบุคคลที่จะเสนอชื่อเป็น นายกฯ แล้วหรือยัง หัวหน้าพรรค พปชร. กล่าวว่า ยังไม่มีการยืนยัน การแสดงความคิดเห็นถือว่าเป็นเรื่องปกติ และอย่างที่บอกตั้งแต่ต้นว่า พรรคมีกระบวนการภายในที่จะนำเสนอชื่อบุคคลที่คิดว่าเหมาะสมเป็นนายกรัฐมนตรี ส่วนจะเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ เพียงชื่อเดียวหรือไม่นั้น ขณะนี้ยังอยู่ในกระบวนการ แต่ยังไม่ยืนยันว่าจะมีชื่อเดียว หรือ 3 ชื่อ

"พปชร. - ชพน. - ภท." โอเค !!

เมื่อถามถึงความชัดเจนในการลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรี นายอุตตม กล่าวว่า ยืนยันเหมือนเดิมว่าวันนี้ทำงานในภารกิจที่มีอยู่เพื่อประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชน เมื่อถึงจุดที่งานทั้งหลายลุล่วงไปได้ด้วยดีแล้ว และถึงช่วงเวลาที่เหมาะสม เราจะลาออก ขอให้รอดูการปฏิบัติของเรา ซึ่งเปิดเผยทุกขั้นตอน

ขณะที่ นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รองหัวหน้าพรรค พปชร. กล่าวหลังประชุมร่วม คสช. กกต. พรรคการเมือง ว่า พล.อ.ประยุทธ์ ได้เน้นย้ำในที่ประชุมถึงความมั่นใจในการเลือกตั้งให้เป็นไปตามโรดแม็พที่วางไว้ ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ได้เปิดโอกาสให้พรรคการเมืองสอบถามข้อสงสัยกับ กกต. ส่วนใหญ่เป็นเรื่องของการหาสมาชิกและการตั้งสาขาพรรค เนื่องจากกฎหมายบางข้อขัดกัน ทั้งนี้ ถือว่าวันนี้เป็นเจตนารมณ์ที่ชัดเจนที่ คสช. ตั้งใจให้การเลือกตั้งเป็นไปตามโรดแม็พ เมื่อตนได้ดูจากไทม์ไลน์เลือกตั้งทำให้เกิดความชัดเจนเป็นอย่างดี เพื่อนำไปสู่การเลือกตั้งวันที่ 24​ ก.พ. 62 ทั้งนี้ วันที่ 11 ธ.ค. ถือว่านับหนึ่งในกระบวนการ 150 วัน เพื่อไปสู่การเลือกตั้ง

"พปชร. - ชพน. - ภท." โอเค !!

“สำหรับพระราชกฤษฎีกาการเลือกตั้ง จะประกาศหลังช่วงปีใหม่คือ วันที่ 2 มกราคม 2562 ทั้งนี้ หากพรรคการเมืองสามารถหาเสียงได้ก่อนปีใหม่ก็ดี แต่ผมคิดว่าในเรื่องความเหมาะสมถือเป็นเรื่องที่ถูกต้อง หากคำนึงถึงวันปีใหม่ที่มีกิจกรรมเยอะมาก เกรงว่าจะมีการฟ้องร้องกันเยอะไปหมด ทาง กกต. ได้พิจารณาถึงส่วนนี้ จึงพูดถึงพระราชกฤษฎีกาการเลือกตั้งออกมาในช่วงหลังปีใหม่” นายณัฏฐพล กล่าว

นายณัฏฐพล กล่าวว่า ในที่ประชุมไม่ได้มีการให้พรรคการเมืองทำข้อตกลงใดๆ ร่วมกัน เพื่อนำไปสู่การปลดล็อกทางการเมือง และ นายกฯ ไม่ได้ชี้แจงข้อวิพากษ์วิจารณ์กรณีที่หลายฝ่ายมองว่าเอาเปรียบ จากเดิมเป็นกรรมการและมีโอกาสลงมาเป็นผู้เล่น อย่างไรก็ตาม นายกฯ ได้เน้นย้ำเรื่องยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ในการทำงานในอนาคต เพราะหากมีการเปลี่ยนแปลงเรื่อยๆ การพัฒนาประเทศจะไม่ต่อเนื่อง จึงอยากให้พรรคการเมืองที่ชนะการเลือกตั้งสานต่อในส่วนนี้

นายวิเชียร ชวลิต นายทะเบียนพรรค พปชร. กล่าวว่า สำหรับเรื่องการหาเสียงที่ประชุมได้ชี้แจงว่า สามารถทำได้หลังมีการประกาศ พ.ร.ฎ. เลือกตั้ง ในวันที่ 2 ม.ค. 62 รวมถึงการควบคุมค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้ง ส่วนวันที่ 11 ธ.ค. เป็นการปลดล็อกการดำเนินการตามขั้นตอนของ พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ที่จะมีผลบังคับใช้หลังครบ 90 วัน และ คสช. จะยกเลิกคำสั่งและประกาศ คสช. ทั้งหมด 9 ฉบับ ทันที

"พปชร. - ชพน. - ภท." โอเค !!

ด้าน นายเทวัญ ลิปตพัลล หัวหน้าพรรคชาติพัฒนา (ชพน.) ให้สัมภาษณ์ว่า บรรยากาศภายในงานเป็นไปโดยความเรียบร้อย และการชี้แจงแผนและขั้นตอนที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งตามโรดแม็พนั้นค่อนข้างชัดเจน และตนพอใจ โดยที่ประชุม ระบุว่า จะเลือกตั้งตามโรดแม็พ วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 ขณะที่การปลดล็อกให้พรรคการเมืองทำกิจกรรมทางการเมือง ซึ่งหมายถึงการหาเสียงเลือกตั้ง จะสามารถทำได้ตั้งแต่วันที่ 2 มกราคม 2562 เป็นต้นไป อย่างไรก็ตาม ในปฏิทินเลือกตั้งดังกล่าวต้องรอให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศอย่างเป็นทางการอีกครั้ง

นายเทวัญ กล่าวด้วยว่า สำหรับข้อเสนอของพรรค ชพน. ที่แจ้งไปยังที่ประชุม คือ การเร่งประชาสัมพันธ์ไปยังประชาชนทั่วประเทศถึงรายละเอียดของการเลือกตั้ง โดยเฉพาะการใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียวเพื่อเลือกผู้สมัคร ส.ส. แบบเขต ที่ล่าสุดทราบว่าบนบัตรเลือกตั้งจะมีเพียงหมายเลข และชื่อพร้อมนามสกุลของผู้สมัคร แต่ไม่มีสัญลักษณ์ของพรรค รวมถึงการเลือกตั้งที่จะมาถึงผู้สมัคร ส.ส. ของพรรค ต่างเขต จะไม่ใช้หมายเลขเดียวกัน อาจทำให้ประชาชนสับสนได้

“ระยะเวลาหาเสียงเลือกตั้งที่หลายฝ่ายกังวลว่าเวลาน้อยนั้น แต่พรรค ชพน. ไม่กังวล เพราะต่อให้มีเวลาหาเสียงเพียง 30 วัน ก็มีความพร้อมเข้าสู่การเลือกตั้ง ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ เองได้กล่าวกับที่ประชุมด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ ว่า ขอให้นักการเมืองช่วยกันประชาสัมพันธ์ขั้นตอนและกติกาเลือกตั้ง เพื่อให้เข้าสู่การเลือกตั้ง ขณะที่ กกต. รับปากว่าจะช่วยประชาสัมพันธ์ตามที่พรรคเสนอด้วย”​ นายเทวัญ กล่าว

นายนิกร จำนง ผู้อำนวยการพรรค ชพน ให้สัมภาษณ์ด้วยว่า ที่ประชุมไม่ได้ระบุชัดเจนถึงวันเลือกตั้งว่าเป็นวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 แต่ตนอนุมานได้ว่าการเลือกตั้งจะต้องเกิดขึ้นแน่นอน ส่วนกรณีที่หลายฝ่ายมองว่าหาก พล.อ.ประยุทธ์ ลงสู่สนามการเมืองจะทำให้พรรคการเมืองอื่นๆ เสียเปรียบนั้น หรือจะไม่เกิดความเป็นธรรมนั้น ตนมองว่าเป็นประเด็นที่ประชาชนมองออก​

"พปชร. - ชพน. - ภท." โอเค !!

นายสรอรรถ กลิ่นประทุม ประธานที่ปรึกษาพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวภายหลังการประชุมว่า บรรยากาศการประชุมเป็นไปด้วยดีและจากที่นายกรัฐมนตรีชี้แจง ก็ทำให้มั่นใจว่าจะมีการเลือกตั้งในวันที่ 24 ก.พ. 62  ส่วนเรื่องความชัดเจนในเรื่องรายละเอียดอื่นๆ กกต. จะเป็นผู้ประกาศ ทั้งนี้ จะมีการปลดล็อกให้พรรคการเมืองภายในเดือน ธ.ค. 61 และจะมี พ.ร.ฎ. เลือกตั้ง ส.ส. ในวันที่ 2 ม.ค. 62 เนื่องจากนายกรัฐมนตรีอยากให้ประกาศหลังปีใหม่ เพราะทุกฝ่ายจะได้ฉลองปีใหม่ได้ เนื่องจากหากมีการประกาศ พ.ร.ฎ. เลือกตั้ง ก็จะต้องเริ่มนับค่าใช้จ่ายทันที ทั้งนี้ ยืนยันว่าการหารือในวันนี้ยังไม่มีปัจจัยอะไรที่จะทำให้เลื่อนการเลือกตั้งในวันที่ 24 ก.พ. 62 ประกอบกับ กกต. ก็ขานรับถึงความพร้อมในการจัดเลือกตั้ง

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สำหรับปฏิทินที่ คสช. ชี้แจงกับตัวแทนพรรคการเมืองนั้น มีเนื้อหาสำคัญ ว่า ในวันที่ 11 ธันวาคม ที่เป็นวันครบกำหนดที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. พ.ศ. 2561 มีผลบังคับใช้ คสช. จะปลดล็อกคำสั่งที่ห้ามทำกิจกรรมทางการเมือง จำนวน 9 ฉบับ เพื่อให้พรรคการเมืองได้ทำกิจกรรม จากนั้น วันที่ 2 มกราคม 2562 จะมีพระราชกฤษฎีกาประกาศวันเลือกตั้ง รวมถึงให้พรรคการเมืองลงพื้นที่หาเสียง และจะนับเป็นวันที่คิดค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้ง

วันที่ 4 มกราคม เป็นวันประกาศเพื่อรับสมัครผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส. ทั่วประเทศ ที่ศูนย์ราชการ อาคารบี โดยมีกำหนดให้ยื่นใบสมัครระหว่างวันที่ 14 – 18 มกราคม ทั้งนี้ ในช่วงดังกล่าวพรรคการเมืองที่ประสงค์จะส่งบัญชีบุคคลที่พรรคสนับสนุนให้เป็น นายกฯ ต้องส่งรายชื่อให้ กกต. รับทราบด้วย ดังนั้นหาก พล.อ.ประยุทธ์ ​จะยินยอมให้พรรคการเมืองเสนอชื่อในบัญชี นายกฯ ของพรรค ต้องตัดสินใจภายในช่วงระยะเวลาดังกล่าว

จากนั้นวันที่ 25 มกราคม จะประกาศรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งของพรรคการเมืองต่างๆ ไปยังเขตเลือกตั้ง ขณะที่การเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร กำหนดให้เป็นวันที่ 4 – 16 กุมภาพันธ์ ขณะที่เลือกตั้งล่วงหน้า ในประเทศจะกำหนดวันที่ 17 กุมภาพันธ์ และวันที่ 24 กุมภาพันธ์ คือวันเลือกตั้งส่วนขั้นตอนหลังจากนั้น คือ ให้ กกต. ตรวจสอบการเลือกตั้งและต้องประกาศผลเลือกตั้งไม่เกินวันที่ 25 เมษายน

“ไทยรักษาชาติ” สู้เผด็จการสืบทอดอำนาจ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/355021

“ไทยรักษาชาติ” สู้เผด็จการสืบทอดอำนาจ

การเมือง,พรรคไทยรักษาชาติ,ทษช,กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง,ณัฏฐา มหัทธนา,วิบูลย์ บุญภัทรรักษา,ไผ่ ดาวดิน,ไม่สนับสนุน,สืบทอดอำนาจ,คสช,ปรีชาพล พงษ์พานิช,จาตุรนต์ ฉายแสง,ณัฐวุฒิ ใสเกื้อ,เสริมศักดิ์ พงษ์พานิช,ประชาธิปไตย

กลุ่มคนอยากเลือกตั้งให้กำลังใจพรรคไทยรักษาชาติ แสดงจุดยืนชัดเจน ไม่สนับสนุน คสช. สืบทอดอำนาจ – แทรกแซงการเลือกตั้ง

 

7 ธ.ค. 61 ที่ พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.)  กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง นำโดย น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา และนายวิบูลย์ บุญภัทรรักษา หรือพ่อของ ไผ่ ดาวดิน เดินทางมาที่พรรค ทษช. เพื่อให้กำลังใจพรรค ทษช. ที่ได้แสดงจุดยืนชัดเจนในการที่ไม่สนับสนุนการสืบทอดอำนาจของ คสช. และไม่สนับสนุน คสช. ในการแทรกแซงการเลือกตั้ง โดยมอบดอกไม้สีขาวเพื่อแสดงพลังอันบริสุทธิ์ของประชาชน ในการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยโดยไม่มีอะไรแอบแฝง ถ้าหากพรรค ทษช. ต่อสู่กับเผด็จการ หลังก็จะพิงประชาชนได้เสมอ โดยมี ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้าพรรค นายจาตุรนต์ ฉายแสง ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรค ทษช. นายณัฐวุฒิ ใสเกื้อ แกนนำพรรค ทษช. นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช แกนนำพรรค ทษช. ให้การต้อนรับ

ร.ท.ปรีชาพล กล่าวว่า พรรค ทษช. เราเป็นพรรคเกิดใหม่ที่มีขนาดเล็ก แต่จุดยืนชัดเจนในประชาธิปไตย กลุ่มคนอยากเลือกตั้งเคลื่อนไหวในภาคประชาชน เราก็จะขับเคลื่อนในภาคการเมือง เพื่อให้ประชาธิปไตยเติบโต แข็งแรง ปราศจากการแทรกแซงอำนาจนอกระบบ ทำให้ประชาชนกลับมาเป็นใหญ่ในแผ่นดินอีกครั้ง สิ่งที่เราทำสอดรับกันเพื่อให้อนาคตของประชาชนและประเทศไทยดีขึ้น

นายจาตุรนต์ กล่าวว่า การที่เขาเรียกประชุมวันนี้เป็นเหตุการณ์หนึ่งที่เราตัดสินใจได้ไม่ยาก การเลือกตั้งจะเสรี เป็นธรรม รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ว่าให้ กกต. เป็นผู้จัดการเลือกตั้ง ไม่ใช่ คสช. ที่จะมาเป็นกรรมการ ซึ่งเป็นผู้เล่น และผู้แข่งขันเอง ดังนั้น ถ้าเราไปยอมรับตรงนี้เท่ากับว่าเราไปยอมรับให้ คสช. แทรกแซงการเลือกตั้งได้

ส่วนการไม่สนับสนุนการสืบทอดอำนาจของ คสช. และการที่กลุ่มคนเลือกตั้งที่มาหาเราในวันนี้นั้นเป็นเรื่องสำคัญ สิ่งที่ คสช. กำลังทำทั้งหมดเพื่อสืบทอดอำนาจการปกครองโดยคณะรัฐประหาร ซึ่งเราในฐานะพรรคการเมือง เรายอมไม่ได้ และเราต้องหยุดการสืบทอดอำนาจของ คสช. ซึ่งเราจะให้กำลังใจกันและกัน

"ไทยรักษาชาติ" สู้เผด็จการสืบทอดอำนาจ

ล็อก “กาบัตร” 24 ก.พ. 62

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/355015

ล็อก “กาบัตร” 24 ก.พ. 62

การเมือง,ไทม์ไลน์,กกต,เลือกตั้ง,คสช,ครม,แคนดิเดต,นายกฯ

“วิษณุ” กางไทม์ไลน์ “กกต.” เปิดแคนดิเดต “นายกฯ” 14 ม.ค. 62 ล็อก “กาบัตร” 24 ก.พ. 62

 

เมื่อวันที่ 7 ธ.ค. 61 ที่ สโมสรทหารบก  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมจัดทำแผนขั้นตอนการดำเนินการทางการเมืองและแก้ไขปัญหาที่เป็นอุปสรรคต่อพรรคการเมือง เพื่อนำไปสู่การเลือกตั้งทั่วไป ได้จัดที่นั่ง 6 คน ได้แก่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ถัดไปคือ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. นายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. และนายศุภชัย ยาวะประภาษ อดีตคณบดีคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

โดย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวเริ่มการประชุมว่า ในการพบกันระหว่างพรรคการเมืองและแม่น้ำ 5 สายวันนี้ เนื่องด้วย คสช. และรัฐบาล มีหน้าที่ในการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย เพื่อการเลือกตั้งเป็นไปด้วยความปลอดภัย ไม่มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น ทุกอย่างเดินหน้าไปด้วยความสงบเรียบร้อย ในช่วงต่อจากนี้เป็นต้นไป รวมถึงที่ผ่านมาด้วยตลอด 4 ปี การประชุมครั้งนี้ เป็นครั้งที่ 2 หลังจากที่ครั้งแรก พล.อ.ประวิตร เป็นประธาน ซึ่งเป็นไปตามคำสั่ง คสช. ที่ 53/2560 ข้อ 8 เมื่อมีการประกาศพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ก็จัดให้มีการประชุมร่วมกัน เพื่อหารือ จัดทำแผนและขั้นตอนการดำเนินการทางการเมือง เพื่อนำไปสู่การเลือกตั้ง ส.ส. เพื่อให้เกิดความเรียบร้อย เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ พร้อมขอบคุณทุกคนที่ให้เกียรติมาร่วมประชุมในวันนี้ ถือเป็นก้าวแรกของการเดินหน้าสู่การเป็นประชาธิปไตยของประเทศไทย ในการสร้างการรับรู้ ความมั่นใจ และความเข้าใจ ในแต่ละฝ่ายที่จะไปปฏิบัติหน้าที่ของตนต่อไป ถือเป็นการสร้างบรรยากาศความสามัคคีปรองดองนั่นเอง ขอให้เป็นการหารือกันฉันมิตร เป็นการรักษาความสงบเรียบร้อยอย่างหนึ่ง

“หลายพรรคประกาศและให้สัมภาษณ์ว่า ยินดีจะมาร่วมวันนี้ ก็แสดงให้เห็นถึงความร่วมมือและความตั้งใจที่จะช่วยกันรักษาความสงบเรียบร้อย ส่วนบางพรรคการเมืองที่ประกาศว่าไม่เข้าร่วมประชุม ก็ไม่ทราบเหตุผลที่แท้จริง ว่าเข้าใจอะไรถ่องแท้แล้วถึงไม่มา หรือตั้งใจหรือไม่ได้ตั้งใจที่จะไม่ร่วมมือกับทุกภาคส่วน”

จากนั้นนายวิษณุได้กล่าวชี้แจงในที่ประชุมว่า โรดแม็พทางการเมืองที่รัฐบาลเคยชี้แจงให้กับที่ประชุมรับทราบในเดือน ธ.ค. 2561 ก่อนประกาศพระราชกฤษฎีกาการเลือกตั้ง จะปลดล็อกการทำกิจกรรมทางการเมือง คำสั่งและประกาศ คสช. จำนวน 9 ฉบับ (ยกเว้นในข้อที่ไม่เกี่ยวกับการทำกิจกรรม) และในวันที่ 20 ธ.ค. นี้ กกต. ประกาศใช้ระเบียบการเลือกตั้ง ส.ส. จากนั้นวันที่ 28 ธ.ค. รัฐบาลจะหยุดเสนอร่าง พ.ร.บ. ให้กับ สนช.

               นายวิษณุ กล่าวว่า ส่วนเดือน ม.ค. 2562 ในวันที่ 2 ม.ค. ประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาให้หาเสียงได้ วันที่ 4 ม.ค. กกต. ออกประกาศกำหนดวันเลือกตั้ง วันรับสมัคร ส.ส. จำนวน ส.ส. แต่ละจังหวัด เขตเลือกตั้งสถานที่รับสมัครแบบบัญชีรายชื่อและในระหว่างวันที่ 14 – 18 ม.ค. 2562 เปิดรับสมัคร ส.ส. จำนวน และให้แจ้งชื่อผู้ที่จะเสนอเป็น นายกฯ วันที่ 25 ม.ค. 2562 ประกาศรายชื่อผู้สมัครแบ่งเขต บัญชีรายชื่อของทุกพรรค

นายวิษณุ กล่าวว่า สำหรับเดือน ก.พ. 2562  ในวันที่ 4 – 16 ก.พ. เป็นวันเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร และกำหนดวันที่ 15 ก.พ. หยุดการพิจารณากฎหมาย จากนั้นวันที่ 17 ก.พ. เป็นวันเลือกตั้งล่วงหน้า วันที่ 24 ก.พ. เป็นวันเลือกตั้งทั่วไป ขณะที่เดือน เม.ย. 2562 ในวันที่ 25 เม.ย. เป็นวันสุดท้ายของการประกาศผลการเลือกตั้ง และในวันที่ 28 เม.ย. เป็นวันสุดท้ายที่ คสช. จะคัดเลือก ส.ว. 250 คน นำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย และประกาศแต่งตั้งต่อไป

“จากนั้นในวันที่ 9 พ.ค. จะเป็นวันสุดท้ายของการประชุมรัฐสภาครั้งแรก จากนั้นจะเป็นช่วงเวลาประธานสภาผู้แทนราษฎร ประธานวุฒิสภา เลือกนายกรัฐมนตรี ตั้ง ครม. และ ครม. ถวายสัตย์ฯ ซึ่ง ครม. และ คสช. จะพ้นจากตำแหน่ง และ ครม. ใหม่แถลงนโยบาย (ภายในเวลา 15 วัน นับแต่วันถวายสัตย์ฯ)”

ล็อก "กาบัตร" 24 ก.พ. 62

 

ล็อก "กาบัตร" 24 ก.พ. 62

 

ล็อก "กาบัตร" 24 ก.พ. 62