4 พรรคการเมือง ยืนยัน ไม่ร่วมรัฐบาล พปชร.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/355778

4 พรรคการเมือง ยืนยัน ไม่ร่วมรัฐบาล พปชร.

การเมือง,เลือกตั้ง,เศรษฐกิจ,พรรคพลังประชารัฐ,พปชร,พรรคประชาธิปัตย์,ปชป,พรรคไทยรักษาชาติ,ทษช,พรรคเพื่อไทย,พท,พรรคอนาคตใหม่,ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ,กอบศักดิ์ ภูตระกูล,จุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์,พิชัย นริพทะพันธุ์,กิตติรัตน์ ณ ระนอง

“4 พรรคการเมือง” เห็นพ้อง เลือกตั้งปี 62 ได้ “ประชาธิปไตย” ครึ่งใบ “ธนาธร” เชื่อ โคตรโกง “จุรินทร์” เตือน พฤษภาทมิฬ ภาค 2

 

เมื่อวันที่ 14 ธ.ค. 61  ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว ในงาน ไทยแลนด์ สมาร์ท มันนี่ กรุงเทพฯ ครั้งที่ 9 เทศกาลการเงิน – ลงทุน จัดเสวนาหัวข้อ Smart outlook “เศรษฐกิจการเมืองไทยหลังการเลือกตั้ง” โดยมีวิทยากร นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการบริหาร และโฆษกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นายพิชัย นริพทะพันธุ์ ประธานคณะทำงานด้านเศรษฐกิจ พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) และนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่

นายพิชัย กล่าวในการเสวนาตอนหนึ่งถึงการเลือกตั้ง 24 ก.พ. 62 จะไม่นำไปสู่การเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง เพราะรัฐธรรมนูญ ปี 60 และยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี จะเกิดปัญหา และหาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กลับมาเป็น นายกฯ อีกครั้ง ประเทศไทยจะถอยหลังไปอีก 5 – 20 ปี เพราะไม่มีวิสัยทัศน์ และในช่วง 4 ปี ที่ผ่านมา เศรษฐกิจไทยชะลอตัวลงไปมาก รวมถึงปีหน้าด้วย หากสถานการณ์ยังเป็นเช่นนี้ เศรษฐกิจจะเสื่อมถอยไปเรื่อย

นายจุรินทร์ กล่าวเห็นด้วยว่า การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในเร็ววันนี้ จะไม่นำไปสู่ประชาธิปไตยที่แท้จริง เนื่องจากการเลือกตั้งวันที่ 24 ก.พ. 62 นี้ อยู่ภายใต้บริบท ประชาธิปไตยครึ่งใบ เนื่องจากการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น เกิดจากคนที่มีอำนาจสูงสุดคือ คสช. ไม่ใช่ กกต. และมาตรา 44 ก็ยังคงอยู่จนการเลือกตั้งเสร็จสิ้น การแก้รัฐธรรมนูญปี 60 ทำได้ยาก มีเงื่อนไขหลายประการ เช่น ต้องได้เสียงในรัฐสภาเกินกึ่งหนึ่ง และต้องรับฉันทามติเห็นพ้องต้องกัน ทั้งรัฐบาล ฝ่ายค้าน วุฒิสภา และบางประเด็นในรัฐธรรมนูญ หากจะแก้ไข ต้องทำประชามติ

นายจุรินทร์ มองอีกว่า การเลือกตั้งปี 62 สามารถเป็นได้ทั้งจุดเริ่มต้นของการสร้างประเทศได้ ถ้าการเลือกตั้งเป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ ยุติธรรม ทุกฝ่ายยอมรับ ในขณะเดียวกัน จะกลายเป็นจุดจบของประเทศ หากการเลือกตั้งไม่ยุติธรรม คนส่วนใหญ่ไม่ยอมรับ มีการเอื้อประโยชน์บางพรรคการเมือง และจะได้รัฐบาลชุดใหม่ เกิดจากการเลือกตั้งไม่เป็นธรรม สร้างชนวนแตกแยก เกิดพฤษภาทมิฬภาค 2 และหากได้ นายกฯ คนเดิม บริบทบริหารราชการแผ่นดินเหมือนเดิม เศรษฐกิจ 4 ปี จีดีพี เติบโตต่ำสุดในอาเซียน ยกเว้น สิงคโปร์ บรูไน เศรษฐกิจเติบโตฐานบน แต่ฐานล่างเกิดปัญหา

นายกิตติรัตน์ บอกว่า ไม่รู้สึกกังวลเรื่องความไม่ยุติธรรมในการเลือกตั้ง หากคนกระทำไม่มีความละอาย ต้องปล่อยให้ดำเนินการ ซึ่งประชาชนทั้งประเทศจับจ้องอยู่ อย่างไรก็ตาม มองว่าการเลือกตั้ง ปี 62 เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีการเมืองไปสู่ประชาธิปไตย แต่ผลการเลือกตั้งออกมาทางใด ทางหนึ่ง ต่อให้จะเขียนรัฐธรรมนูญอย่างไร หากได้รับการเลือกตั้งถล่มทลาย คะแนนจะบ่งบอกความต้องการของประชาชน คนได้คะแนนสูงสุดจะมีความชอบธรรมในการเปลี่ยนแปลง และจะนำไปสู่การคลี่คลายปัญหา แต่ กกต. ต้องดูแลเลือกตั้งให้เกิดความยุติธรรม

นายธนาธร เห็นว่า การเลือกตั้งวันที่ 24 ก.พ. 62 มีแนวโน้มสูง การเลือกตั้งโกงมากที่สุด ทั้งกติกา เส้นแบ่งเขต บัตรเลือกตั้ง มีการดูด ส.ส. หัวคะแนน โดยใช้ทั้งเงิน การข่มขู่ด้วยกฎหมาย หรือตำแหน่ง หรือแม้แต่การใช้ภาษีของประชาชนเพื่อหนุนบางพรรคการเมืองที่เสนอ พล.อ.ประยุทธ์ เป็น นายกรัฐมนตรี และการเลือกตั้ง เป็นกึ่งประชาธิปไตย และหากไม่ต้องการอยู่บนความขัดแย้ง และเข้าสู่ประชาธิปไตยโดยไม่เกิดความวุ่นวาย ผ่านกระบวนการรัฐสภา 1. หยุดการสืบทอดอำนาจ คสช. 2. แก้รัฐธรรมนูญ 60 ทั้งฉบับ 3. ล้มผลพวงคณะรัฐประหาร

นายกอบศักดิ์ กล่าวว่า การเลือกตั้งปี 62 ประชาชนฝากความหวังไว้มาก ทั้งนี้ พรรคพลังประชารัฐ อยากเป็นตัวเลือกของประชาชน และต้องให้เกียรติประชาชนเป็นผู้เลือกว่าพอใจอะไร เชื่อว่า หลังเลือกตั้งประชาชนได้เข้าสู่สภาวะปกติ ประเทศเดินหน้า ส่วนการเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรีนั้น ขณะนี้ท่านยังไม่ตัดสินใจ และพรรคก็ยังไม่ได้คิดตรงนี้เพราะยังเร็วเกินไป ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ ตอบรับ ให้ประชาชนตัดสินใจว่าเอาหรือไม่ และวันที่ 24 ก.พ. 62 คนไทยจะได้เฉลิมฉลองการเลือกตั้งอีกครั้ง ส่วนเศรษฐกิจในช่วง 4 ปี เติบโต 2 – 3% นั้น ต้องกลับไปถามประชาชนว่า เศรษฐกิจโตไม่ได้เพราะอะไร เนื่องจากเราเสียเวลาอยู่บนความขัดแย้งมา 10 กว่าปี และพรรคประชารัฐ เป็นทางเลือกหนึ่งให้ประชาชนไม่กลับไปสู่ความขัดแย้ง

 

 

 

นอกจากนี้ 4 พรรคการเมือง ยืนยัน ไม่ร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐ โดยเฉพาะนายจุรินทร์ประกาศสนับสนุน นายอภิสิทธิ์ เวชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นนายกรัฐมนตรี เพียงผู้เดียว และเชื่อว่าพรรคประชาธิปัตย์มีโอกาสเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ส่วนพรรคใดจะมาร่วมกับพรรคประชาธิปัตย์นั้น ต้องดูจากคะแนนเสียงของประชาชน

4 พรรคการเมือง ยืนยัน ไม่ร่วมรัฐบาล พปชร.

4 พรรคการเมือง ยืนยัน ไม่ร่วมรัฐบาล พปชร.

4 พรรคการเมือง ยืนยัน ไม่ร่วมรัฐบาล พปชร.

4 พรรคการเมือง ยืนยัน ไม่ร่วมรัฐบาล พปชร.

4 พรรคการเมือง ยืนยัน ไม่ร่วมรัฐบาล พปชร.

4 พรรคการเมือง ยืนยัน ไม่ร่วมรัฐบาล พปชร.

วิจารณ์ “หมุดคณะราษฎร” หาย “รัฐธรรมนูญ” คุ้มครอง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/355775

วิจารณ์ “หมุดคณะราษฎร” หาย “รัฐธรรมนูญ” คุ้มครอง

การเมือง,ยกฟ้อง,วัฒนา เมืองสุข,โพสต์,เฟซบุ๊ก,หมุดคณะราษฎร,รัฐธรรมนูญ

ศาล ชี้ ข้อความบนเฟซบุ๊ก เป็นการแสดงความคิดเห็นทางวิชาการโดยสุจริต ในการทำงาน จนท.รัฐ ติดตาม “หมุดคณะราษฎร” เป็นเสรีภาพ รัฐธรรมนูญคุ้มครอง

 

14 ธ.ค. 61 ที่ ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก  ศาลอ่านคำพิพากษา คดีหมายเลขดำ อ.3158/2560 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 6 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายวัฒนา หรือ ไก่ เมืองสุข อายุ 60 ปี อดีต รมว.พาณิชย์ และสมาชิกพรรคเพื่อไทย เป็นจำเลย ในความผิดฐานกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือ หรือวิธีอื่นใด เพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชนฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 14

กรณีเมื่อวันที่ 17 เม.ย. – 30 พ.ค. 60 จำเลยได้โพสต์เฟซบุ๊กโดยใช้ชื่อ Watana Muangsook เรื่องหมุดที่หายไปสมบัติของชาติ ทำนองว่า รู้สึกสังเวชใจในพฤติกรรมของ รอง ผบ.ตร. ท่านหนึ่ง ที่ออกมาถามนิสิตนักศึกษาที่ไปแจ้งความกับ สน.ดุสิต เพื่อให้ติดตาม “หมุดคณะราษฎร” ที่หายไปว่า เป็นผู้เสียหายหรือไม่ ผมขอตอบแทนว่า “หมุดคณะราษฎร” เป็นสังหาริมทรัพย์ เป็นของโบราณที่ประดิษฐ์ขึ้นเป็นประโยชน์ในทางประวัติศาสตร์ เป็นสัญลักษณ์ของการอภิวัฒน์สยามเมื่อปี พ.ศ. 2475 ถือเป็นโบราณวัตถุตามมาตรา 4 พ.ร.บ.โบราณสถานฯ พ.ศ. 2504 หมุดดังกล่าวจึงเป็นสมบัติของชาติ การที่หมุดคณะราษฎรดังกล่าวสูญหายไป ผู้ที่เก็บหรือเบียดบังเอาเป็นของตนเองหรือผู้อื่น มีความผิดตามมาตรา 31 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 700,000 บาท สำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงควรจะขอบคุณนิสิตนักศึกษาที่ใส่ใจติดตามเอาสมบัติของชาติคืนมา ส่วนรัฐบาลที่กินเงินเดือนภาษีอากรของประชาชนต่างหากที่สมควรถูกประณาม แต่กลับไม่มีปัญญารักษาไว้ แบบนี้โบราณเรียก เลี้ยงไว้เสียข้าวสุก และข้อความอื่นๆ

โดยจำเลยให้การปฏิเสธ และต่อสู้คดีมาโดยตลอด ซึ่ง “ศาล” พิเคราะห์คำเบิกความและพยานหลักฐานทั้งสองฝ่ายที่นำสืบหักล้างกันแล้ว เห็นว่า จำเลยโพสต์ข้อความเป็นการแสดงความคิดเห็นทางวิชาการด้านกฎหมายเท่านั้น จึงไม่เป็นการนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ที่จะก่อให้เกิดความเสียหายต่อการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ รวมทั้งจำเลยได้ตำหนิติชมการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐลักษณะการวิพากษ์วิจารณ์เปรียบเปรยการบริหารราชการแผ่นดินอย่างตรงไปตรงมาโดยสุจริตตามที่จำเลยแสดงความคิดเห็นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นเสรีภาพของบุคคลที่ย่อมแสดงความคิดเห็นตามระบอบการปกครองประชาธิปไตยตามรัฐธรรมนูญ โดยไม่มีข้อบ่งชี้ว่าจำเลยได้ยุยง ปลุกปั่นชักชวนให้ประชาชนตื่นตระหนกออกมาชุมนุมก่อความวุ่นวายกระทบหรือกระด้างกระเดื่องต่อความมั่นคงของรัฐ

ดังนั้น การกระทำของจำเลย จึงเป็นการแสดงความคิดเห็นตามเสรีภาพ ทางวิชาการ และเป็นการติชมการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐโดยสุจริต ย่อมได้รับความคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 มาตรา 34 วรรคสอง จึงไม่เป็นความผิดตามฟ้อง ศาลจึงพิพากษายกฟ้อง

จัดระเบียบ “ประมงไทย” เผาบ้านไล่แมลงสาบ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/355749

จัดระเบียบ “ประมงไทย” เผาบ้านไล่แมลงสาบ

การเมือง,พรรคเพื่อไทย,เจรจา,ไอยูยู,ประมงไทย,วิโรจน์ เปาอินทร์,สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์,ปลอดประสพ สุรัสวดี,ไตรฤกษ์ มือสันทัด

“เพื่อไทย” เล็ง เจรจา “ไอยูยู” ทำข้อตกลงประมงใหม่ให้สมเหตุผล ชี้ มีกฎระเบียบกว่า 500 เรื่อง ชาวประมงต้องหอบเอกสารกว่า 40 ฉบับลงเรือ ซัด รัฐบาลไม่มองวิถีดั้งเดิม

 

ที่ พรรคเพื่อไทย  พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย รับฟังปัญหาด้านการประมง จากตัวแทนสมาคมชาวประมง นำโดย นายไตยฤกษ์ มือทันทัด รองประธานสมาคมการประมงแห่งประเทศไทย (อ่าวไทย)

คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า การประมงไทย 3 – 4 ปี ที่ผ่านมา มีการบริหารจัดการที่ไม่เข้าใจ และยินยอมทำตามต่างชาติโดยไม่ได้พูดจาต่อรองให้เหมาะสม ส่งผลต่อรายได้ โดยเฉพาะการส่งออกสัตว์น้ำ ซึ่งอดีตเคยส่งออกได้ถึง 1.6 ล้านตันต่อปี สวนทางกับการนำเข้าสัตว์น้ำที่เพิ่มสูงขึ้น ตรงนี้ส่งผลต่อรายได้จากการประมง ที่ควรเป็นรายได้ที่นำมาพัฒนาหรือส่งเสริมประเทศได้ ซึ่งอดีตเรือประมงเคยมีอยู่ถึง 80,000 ลำ ปัจจุบันมีชาวประมงที่ออกเรือประมาณ 30,000 ลำ เท่านั้น เหล่านี้คือปัญหา ที่แม้จะมีเรื่องของกติกาสากลเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่ถ้าบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ ก็จะสามารถนำรายได้จากประมงกลับเข้าสู่ประเทศได้อีกครั้ง ซึ่งมีผลต่อการยกระดับทางเศรษฐกิจ

คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวต่อว่า 3 – 4 ปี ประเทศเสียโอกาสให้กับเพื่อนบ้านอย่างมาก กลายเป็นจุดอ่อนอีกหนึ่งทางของประเทศ ซึ่งมีผลกระทบต่อคนที่อยู่ในธุรกิจของประมง รวมถึงรายได้ของประเทศหดหายไป พรรคเพื่อไทย ยืนยันว่า จะมุ่งผลักดันให้เกิดความเสมอภาค โดยเฉพาะในแง่ของกฎหมาย รวมถึงจะคว้าโอกาสในโลกยุคใหม่ และต่อยอดไปสู่การพัฒนาครัวไทยสู่ครัวโลก ซึ่งจะเป็นผลดีต่อภาคการเกษตร รวมถึงภาคการประมง  ดังนั้น ต้องมาคิดว่าทำอย่างไรให้อาหารไทยเป็นอาหารที่มีคุณภาพของโลก และเป็นแหล่งผลิตอาหารปลอดภัยของโลก ซึ่งนโยบายเหล่านี้จะต้องประสบความสำเร็จ เพียงอยู่ที่การบริหารจัดการให้เป็น

นายปลอดประสพ แถลงว่า ขณะนี้อยู่ในช่วงสุดท้ายขอการร่างนโยบายของพรรคเพื่อใช้ในการเลือกตั้งที่จะถึง ซึ่งที่ผ่านมาพรรคก็ได้ลงไปรับฟังปัญหาของพี่น้องประชาชนมาโดยตลอด ทั้งนี้ วันนี้เราได้เชิญผู้แทนผู้ประกอบอุตสาหกรรมประมงทุกสาขา และชาวประมงในพื้นที่มารับฟังปัญหา โดยเรามี 4 ประเด็นใหญ่ คือ 1. การประมงพื้นบ้าน การประมงพาณิชย์ และการประมงนอกน่านน้ำ จะต้องอยู่ร่วมกันได้โดยไม่เลือกว่าอะไรมาก่อนมาหลัง 2. เรายืนยันกับชาวประมงว่า เราจะฟื้นฟูการประมงและทรัพยากรประมง รวมถึงจัดระเบียบการประมงให้ยั่งยืน และเกิดการกระจายรายได้ 3. สิ่งที่สร้างปัญหาให้การประมงขณะนี้คือ ไอยูยู โดยประเทศไทยไปยอมรับโดยไม่คำนึงถึงความสมเหตุสมผล ทำให้เกิดกฎระเบียบมากถึง 500 เรื่อง เราเห็นว่าเรื่องนี้ต้องมีการเจรจากับไอยูยูใหม่อย่างเร่งด่วน เพื่อให้เกิดการผ่อนปรน และเลือกรับข้อตกลงอย่างสมเหตุสมผล เพื่อไม่ให้ทำร้ายชาวประมงและเศรษฐกิจประมงไทย และ 4. เราจะพยายามนำประเทศไทยกลับไปสู่การเป็นผู้นำด้านการประมงของภูมิภาคและของโลกอีกครั้งหนึ่ง วันนี้พรรคเพื่อไทยเรามองเห็นปัญหาของชาวประมง และเราจะหาทางแก้ไข และผู้สมัคร ส.ส. ของเราแถบภาคใต้ครั้งนี้ จะมาจากชาวประมงด้วย เพราะเราเห็นว่าปัญหาเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่

นายไตรฤกษ์ กล่าวว่า อาชีพประมงเราเริ่มประสบปัญหามาตั้งแต่ปี 58 บางคนฆ่าตัวตายเพราะกฎระเบียบต่างๆ ที่ออกมามากมาย วันนี้มีเอกสาร 30 – 40 ฉบับ ที่ต้องหอบลงเรือประมง ตนเชื่อว่ามีเพียงประเทศไทยที่จะทำอาชีพแล้วต้องหอบเอกสารมากมายขนาดนี้โดยที่รัฐไม่ได้มองถึงวิถีชีวิตที่มีมาดั้งเดิม เหมือนการหักพร้ากับเข่า พี่น้องชาวประมงเราพร้อมจะปฏิบัติตามกฎระเบียบ แต่วันนี้ประเทศไทยยังไม่เป็นสากล ผู้นำยังไม่เป็นสากล แต่กลับบอกให้ประชาชนเป็นสากล ตนว่ามันผิดที่ผิดทาง วันนี้เราต้องเผาบ้านไล่แมลงสาบหรือ ที่ผ่านมาพวกเราไม่เคยขอ ไม่เคยเรียกร้องอะไรจากรัฐบาล แต่วันนี้รัฐบาลกลับมาสร้างปัญหาให้อาชีพประมงต้องล่มสลาย เราต้องสั่งปลาเข้ามาจากต่างประเทศ เพราะประเทศไทยไม่มีปลา เนื่องจากเราไม่มีเรือ รัฐบาลลืมดูว่าวันนี้ชาวประมงอยู่กินกันอย่างไร การจัดระเบียบประมงไทยนั้นไม่ยาก เราเคยเป็นอันดับต้นๆ ของโลก แต่วันนี้เราติดลบ วันนี้ตนขอเป็นตัวแทนพี่น้องชาวประมงทั้งประเทศ ตนพร้อมที่จะมาแก้ไขปัญหาให้พี่น้องชาวประมง

จัดระเบียบ "ประมงไทย" เผาบ้านไล่แมลงสาบ

จัดระเบียบ "ประมงไทย" เผาบ้านไล่แมลงสาบ

พปชร. ปัดขอเก้าอี้ รมต. หนุน “บิ๊กตู่” นั่ง นายกฯ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/355622

พปชร. ปัดขอเก้าอี้ รมต. หนุน “บิ๊กตู่” นั่ง นายกฯ

การเมือง,พรรคพลังประชารัฐ,พปชร,พรรคเพื่อไทย,ธนกร วังบุญคงชนะ,เฉลิม อยู่บำรุง,สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ,สมศักดิ์ เทพสุทิน,สุชาติ ตันเจริญ,ประยุทธ์ จันทร์โอชา,ขอตำแหน่ง,รัฐมนตรี,เลิกสาดโคลน,ขัดแย้ง

“ธนกร” ปัด “สุริยะ – สมศักดิ์ – สุชาติ” ขอเก้าอี้ รมต. หนุน “บิ๊กตู่” นั่ง นายกฯ เหตุ ทำบ้านเมืองสงบ ซัด “เฉลิม” เลิกสาดโคลน

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกคณะกรรมการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงกรณีที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวพาดพิงแกนนำพรรคพลังประชารัฐว่าได้มีการขอตำแหน่งรัฐมนตรีกันแล้ว ว่า เรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน และ นายสุชาติ ตันเจริญ แกนนำพรรคพลังประชารัฐ ไม่ได้มีการขอตำแหน่งรัฐมนตรีตามที่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวหา

โดยเฉพาะนายสุริยะนั้นยืนยันอย่างชัดเจนว่า กลับมาทำงานการเมืองอีกครั้ง เนื่องจากเห็นว่าบ้านเมืองบอบช้ำและมีความขัดแย้งมานาน รวมถึงได้เห็นความมุ่งมั่นและตั้งใจของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่อาสาเข้ามาแก้ปัญหาให้กับบ้านเมือง ทำให้บ้านเมืองสงบ จึงออกมาทำการเมืองในสังกัดพรรคพลังประชารัฐ เพื่อสนับสนุนให้ พล.อ.ประยุทธ์ เป็น นายกฯ ต่อไป

ทั้งนี้ ที่ผ่านมาในสมัยที่อยู่พรรคไทยรักไทย นายสุริยะและนายสมศักดิ์ก็ไม่เคยต่อรองตำแหน่งรัฐมนตรี แต่ผู้นำในขณะนั้นเห็นว่าเป็นคนมีความรู้ความสามารถ จึงเลือกให้เป็นรัฐมนตรี จึงอยากให้ ร.ต.อ.เฉลิม เล่นการเมืองอย่างสร้างสรรค์ ไม่อยากให้ออกมาโจมตีกันไปมา เพราะจะทำให้บรรยากาศการเลือกตั้งเป็นไปด้วยความไม่เรียบร้อย นำไปสู่ความขัดแย้งอีก

นอกจากนี้ ตนเคยบอกไปหลายครั้งแล้วว่า นายสมศักดิ์และนายสุริยะเป็นรัฐมนตรีมาโดยตลอด จึงไม่ค่อยได้อภิปรายในสภาฯ และถนัดทำงาน ไม่ชอบพูดไปเรื่อยโดยไม่มีสาระแก่นสาร และรัฐธรรมนูญ ปี 60 ก็ไม่ได้อัปยศ เพราะผ่านการลงประชามติจากพี่น้องประชาชนทั่วประเทศที่เห็นชอบกว่า 16.7 ล้านคน ดังนั้น หยุดสร้างเงื่อนไข แล้วมุ่งหน้าไปสู่การเลือกตั้งจะดีกว่า

อย่างไรก็ตาม ขอย้ำว่า กระแสพรรคพลังประชารัฐดีวันดีคืน จนทำให้เชื่อว่าพี่น้องประชาชนน่าจะให้โอกาสเราอย่างแน่นอน

“ภูมิใจไทย” เปิดแนวคิด “กรุงเทพ สะดวก สบาย”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/355263

“ภูมิใจไทย” เปิดแนวคิด “กรุงเทพ สะดวก สบาย”

การเมือง,พรรคภูมิใจไทย,ตัวเลือกใหม่,คนกรุง,กรุงเทพฯ,อนุทิน ชาญวีรกูล,เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ,จุลภาส เครือโสภณ

“อนุทิน” เปิด 4 แนวคิด “กรุงเทพ สะดวก สบาย” ยกระดับชีวิต ขอ “ภูมิใจไทย” ตัวเลือกใหม่ “คนกรุง”

 

ที่ พรรคภูมิใจไทย  นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เปิดแนวคิด “กรุงเทพ สะดวก สบาย” มี พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ โฆษกพรรคภูมิใจไทย นายจุลภาส เครือโสภณ คณะทำงานด้านยุทธศาสตร์พรรค พร้อมผู้บริหารพรรค ทีมกรุงเทพมหานคร และสมาชิกพรรคเข้าร่วม

นายอนุทิน กล่าวถึงที่มาของแนวคิด ปัจจุบัน กรุงเทพฯ มีคนทำงาน นักเรียน นักศึกษา ซึ่งมีปัญหาใหญ่ คือ ปัญหาการจราจร สร้างความแออัดบนถนน ปัญหามลพิเศษ ปัญหาค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ปัญหาสุขภาพร่างกายจิตใจ และวุฒิภาวะทางอารมณ์ ส่งผลอย่างมากมายต่อคุณภาพชีวิต พรรคภูมิใจไทย มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาการจราจรด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล

1. เรียกรถผ่าน แอปพลิเคชัน ถูกกฎหมายทุกคัน สร้างทางเลือกใหม่ในการเดินทางของประชาชนในเขต กทม. และปริมณฑล ด้วยการสนับสนุนเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาเพิ่มทางเลือกด้านการให้บริการประชาชนในการคมนาคม พร้อมจัดการระบบการเดินรถ ทั้งรถยนต์และรถจักรยานยนต์อย่างถูกต้อง แอปพลิเคชันเรียกรถ ต้องได้รับความคุ้มครองทางกฎหมาย ชำระภาษีอย่างถูกต้อง ทั้งผู้ให้บริการและผู้ใช้บริการ ให้ความสะดวกปลอดภัย คุ้มครองสวัสดิภาพให้ผู้โดยสาร เป็นการเพิ่มความสะดวก เพิ่มทางเลือก สร้างงาน สร้างรายได้ ลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล ลดปริมาณการจราจร ลดการใช้พลังงานและลดมลพิษ ซี่งจะออกกฎหมายรับรองความถูกต้องของบริการทางเทคโนโลยี ภายใน 90 วัน

2 . Home Office อยู่บ้านก็ทำงานได้ เป็นการลดค่าใช้จ่าย ลดปัญหาการจราจร ลดการใช้พลังงาน ลดมลพิษ อย่างละ 25% ทั้งนี้ หน่วยงานภาครัฐ จะทำงานที่บ้านสัปดาห์ละ 1 วัน จากบุคลากรที่ทำงานในลักษณะที่เหมาะสมและสามารถใช้เทคโนโลยีดิจิทัลมาสนับสนุน หน่วยงานภาคเอกชน ใช้มาตรการทางภาษีแก่บริษัทเอกชนที่เข้าร่วมโครงการทำงานที่บ้าน ในฐานะองค์กรที่ให้การสนับสนุน นอกจากนี้จะมีการใช้การสนับสนุนต้นทุนเทคโนโลยีดิจิทัลราคาถูกแก่เอกชนที่เข้าร่วมโครงการ ในส่วนของประชาชน ให้การสนับสนุนค่าใช้จ่ายด้านการสื่อสารและเทคโนโลยีดิจิทัล ไม่เกิน 15,000 บาทต่อปี แก่ประชาชนที่ทำงานที่บ้านหรือที่พักอาศัย

3. Digital Home School อยู่บ้านก็เรียนได้ เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ลดปัญหาจราจร ลดการใช้พลังงาน ลดมลพิษ สร้างความสัมพันธ์กับครอบครัว โดยจะสนับสนุนการจัดการเรียนการสอนแบบ Digital Home School ด้วยการศึกษาผ่านออนไลน์ ตามโครงการ “Thailand Sharing University เรียนฟรี ตลอดชีวิต”

4. Co-Working Space 1 แขวง 1 ออฟฟิศ เพื่อลดต้นทุนการทำงานและการประกอบอาชีพ ลดการใช้พื้นที่อาคารสำนักงาน สนับสนุนการประกอบอาชีพให้กับกลุ่ม Start-Up ด้วยการจัดสร้างสำนักงานสำหรับผู้ประกอบอาชีพอิสระใช้ประโยชน์ร่วมกัน สนับสนุนการให้เอกชน จัดสร้างสำนักงาน Co-Working Space บนที่ดินของรัฐ และที่ดินเอกชนโดยให้สิทธิประโยชน์ด้านภาษี

นายอนุทิน กล่าวว่า คนกรุงเทพฯ ผ่านการเลือกตั้งมาหลายครั้ง ทราบดีว่า เลือกอะไร ได้ผลอะไรกลับคืนมา สำหรับพรรคภูมิใจไทย ขอเข้าไปเป็นตัวเลือกใหม่แก่พี่น้องชาวกรุงเทพฯ และพื้นที่ใกล้เคียง เราเคยจะถอดใจจากพื้นที่นี้ แต่เมื่อมีโอกาสพูดคุยกับพี่น้องชาวกรุงเทพฯ รับรู้ได้ว่า พี่น้องต้องการทางเลือกใหม่ และพรรคภูมิใจไทยอาจจะเป็นหนึ่งในทางเลือกนั้น ดังนั้น เราจึงไม่ปฏิเสธในการขอโอกาสรับใช้พี่น้องประชาชน สำหรับปัญหาของคนกรุงเทพฯ มีความต่างจากจากพี่น้องต่างจังหวัด แนวทางการแก้ปัญหา มีลักษณะเฉพาะทาง

ทั้งนี้ ความทุกข์ของคน กทม. และปริมณฑล คือ เรื่องของปัญหารถติด ทำลายทั้งสุขภาพกาย และสุขภาพจิต เราต้องลดปริมาณรถบนท้องถนน แนวทางของพรรค คือ การให้รถรับจ้างผ่าน APP ต้องเป็นเรื่องถูกกฎหมาย พร้อมไปกับสนับสนุนให้ประชาชนทำงานอยู่บ้าน เด็กนักเรียน ต้องสามารถเรียนอยู่บ้าน ทั้งหมดเพื่อลดจำนวนรถบนท้องถนน พร้อมไปกับเปิดช่องทางให้ประชาชนได้ทำมาหากินสะดวกขึ้น ไม่ยึดติดกับกฎกรอบแบบเดิม

นอกจากนี้ ทางพรรคมองถึง Co-Working Space คือ ให้คนนอกเมือง ได้มาพบปะสร้างสรรค์งานในพื้นที่ ที่ภาครัฐจัดให้ และไม่ต้องเดินทางเป็นระยะทางไกลเพื่อเข้าเมืองอีกต่อไป เป็นการสกัดรถ ไม่ให้ต้องมาแออัดอยู่ในเมือง มันถึงเวลาที่พรรคการเมืองต้องกล้านำเสนอทางเลือกใหม่ ที่สามารถทำได้จริง ทำได้เลย ทั้งนี้ แนวคิดของพรรคภูมิใจไทย ไมใช่เรื่องเพ้อฝัน ทางพรรคมีทีมยุทธศาสตร์ที่เชี่ยวชาญเรื่องนี้อย่างอดีตรองประธาน กสทช. อย่าง พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ อยู่ในทีม สิ่งที่เราคิด สามารถทำได้แน่นอน

ด้าน พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ กล่าวว่า ในทุกวันจะมีคน 7 ล้านคนเป็นอย่างน้อย เดินทางไป กลับ เช้า เย็น ในกรุงเทพฯ บนถนนที่มีจำกัด คนเหล่านั้นเสียเวลาแค่ไหน เสียงพลังงาน เสียค่าใช้จ่ายขนาดไหน เหล่านั้น เป็นพลังของชาติที่ถูกแช่แข็งไว้ในรถ มันถึงเวลาที่เราต้องหาทางใช้ประโยชน์จากพลังเหล่านั้น ตนทำงานกับกลุ่ม E-Sport คนกลุ่มนี้ ไม่ต้องรถติดไปทำงาน เขาใช้เวลาที่ไหนก็ได้ แล้วใช้พลังงานอย่างเต็มที่ในการทำงาน ขอพูดเรื่อง Start-Up ตนมองว่ารัฐบาลมาถูกทางแล้ว แต่กฎหมายมันไม่สอดคล้องกับเป้าหมาย กฎหมายประเทศไทยถูกร่างขึ้นมาในยุคที่เราต้องเอาคนมาทำงานที่เดียวกัน เพราะระบบการสื่อสาร ยังไม่ทันสมัยขนาดนี้ การเห็นหน้าตา ได้เรียกใช้ ถือเป็นความจำเป็น แต่ปัจจุบัน เทคโนโลยีมันเปลี่ยนไปแล้ว ถึงเวลาที่กฎหมายต้องปรับตาม

ขณะที่ นายจุลภาส กล่าวว่า สิ่งที่พรรคภูมิใจไทยนำเสนอไม่ใช่ความฝัน แต่มันเป็นสิ่งที่ถูกพิสูจน์แล้วว่าทำได้จริง ขอยกตัวอย่างที่สหรัฐอเมริกา ในหลายเมืองมีการลดเวลาทำงานของข้าราชการลง และจำนวนรถบนท้องถนนก็ลดลงจริง จนเป็นแนวทางแก้ปัญหารถติด และเมื่อเช็กย้อนไปที่ประสิทธิภาพการทำงาน ปรากฏว่า แม้จะให้ทำงานอยู่บ้าน แต่องค์กรต่างๆ ยังรักษาประสิทธิภาพการทำงานได้เท่าเดิม เท่ากับว่า เราต้องทบทวนรูปแบบการทำงานแบบเดิม เพื่อหาแนวทางการทำงานแบบใหม่

"ภูมิใจไทย" เปิดแนวคิด "กรุงเทพ สะดวก สบาย"

นายอนุทิน กล่าวถึงกรณีการตัดโลโก้พรรคการเมืองบนบัตรเลือกตั้งออกว่า อาจทำให้เกิดความสับสน และเห็นว่า ควรปฏิบัติตามสิ่งที่เคยดำเนินการมา ไม่เช่นนั้นอาจถูกครหาว่าเป็นเรื่องของการเอารัดเอาเปรียบ ซึ่งก็ไม่เป็นผลดี พร้อมเห็นด้วยกับข้อเสนอแก้ไข มาตรา 48 เพื่อให้ทุกเขตใช้เบอร์เดียวกัน เพื่อง่าย และประหยัดค่าใช้จ่าย ตลอดจนเพื่อความสะดวกของประชาชน แต่ส่วนตัวยังเชื่อมั่นวิจารณญาณของประชาชน และไม่อยากให้มองว่า การที่ผู้ใหญ่ในประเทศลงมาแข่งขันแล้วจะเป็นปัญหา เพราะสมัยก่อนการเลือกตั้งก็ต้องต่อสู้กับพรรคของนายกรัฐมนตรี โดยไม่มีอะไรแตกต่าง

เสวนา มธ. ถก “รัฐธรรมนูญ” ต้องแก้ด่วน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/355262

เสวนา มธ. ถก “รัฐธรรมนูญ” ต้องแก้ด่วน

พรรคเพื่อไทย,การเมือง,พรรคอนาคตใหม่,พรรคประชาธิปัตย์,ฝ่าวิกฤตรัฐธรรมนูญ,มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์,เสวนา,คปอ,พรรคใต้เตียง มธ

เสวนา มธ. “เพื่อไทย” ชี้ ต้องให้ ปชช. รู้ว่า “รัฐธรรมนูญ” มีปัญหา “อนาคตใหม่” ชู แคมเปญแก้รัฐธรรมนูญทันที “ประชาธิปัตย์” ซัด ม.44 เครื่องมือยึดอำนาจ

 

10 ธ.ค. 61  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 13.00 น. ที่ ห้องประชุมประกอบ หุตะสิงห์ อาคารเอนกประสงค์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีการจัดงานเสวนาในหัวข้อ “ฝ่าวิกฤตรัฐธรรมนูญ” จัดโดยคณะประชาชนเพื่ออิสรภาพ (คปอ.) และพรรคใต้เตียง มธ. โดยมี นายโภคิน พลกุล แกนนำพรรคเพื่อไทย นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ นายราเมศ รัตนะเชวง ตัวแทนจากพรรคประชาธิปัตย์ ร่วมเสวนา

นายโภคิน กล่าวว่า สังคมไทยเป็นสังคมที่ถูกครอบงำ โดยวัฒนธรรมและความคิดแบบอำนาจนิยม ซึ่งเป็นหัวใจของเรื่องทั้งหมด ไม่ใช่เพียงประชาชน แต่ยังรวมไปถึงกระบวนการยุติธรรม ซึ่งคอนเซปต์ดังกล่าวมีมาอย่างยาวนาน ขณะที่รัฐธรรมนูญ 2560 ระบุว่า อำนาจเป็นของประชาชน หน่วยงานต่างๆ ต้องยึดหลักนิติธรรม พร้อมระบุว่า หาก นายกฯ ใช้ ม.44 ให้ถือว่า ชอบด้วยกฎหมาย ยิ่งเป็นการตอกย้ำแนวคิดดังกล่าว ซึ่งการยึดอำนาจนั้นเป็นการโกงประชาชน พร้อมมีการเขียนเรื่องการนิรโทษกรรมผู้ยึดอำนาจ กระบวนการ และผู้เกี่ยวข้อง ซึ่งศาลเองก็เห็นดีเห็นงามกับเรื่องนี้ไปด้วย ซึ่งปัญหาคือ ทำอย่างไรให้ศาลไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้

นายโภคิน กล่าวว่า ประเทศนี้น่ารักตรงที่บางยุคมี นายกฯ ที่โปร่งใส แต่เมื่อมีบางเรื่องที่ไม่โปร่งใสขึ้นมา พอประชาชนถาม เขากลับบอกว่า ต้องเชื่อ เพราะตนเป็นคนโปร่งใส ตรงนี้คือตรรกะของระบอบอำนาจนิยม ขณะที่อีกคน บอกว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นฉบับปราบโกง ต้องโปร่งใส แต่เมื่อขอให้แจ้งบัญชีทรัพย์สิน กลับลาออกจากตำแหน่ง แล้วสรุปว่าใครเป็นคนดีหรือคนไม่ดี หากเราแก้ความคิดเรื่องอำนาจนิยมไม่ได้ เราก็ไม่สามารถหลุดพ้นจากวงเวียนนี้ได้ สิ่งสำคัญ คือ การทำให้สังคมเข้าใจ ผ่านกลไกการพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างรอบด้าน สร้างความเป็นอยู่ที่ดีแก่ประชาชนผ่านกลไกต่างๆ สร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนว่า ประชาธิปไตยกินได้ และเข้าใจว่ารัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าว มีปัญหาอย่างไร

นายปิยบุตร กล่าวว่า การแก้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ต้องอาศัยเสียงพรรคฝ่ายค้าน 20% ส.ว. อีก 1 ใน 3 หรือหากเป็นประเด็นสำคัญต้องผ่านประชามติ แม้ในทางตัวอักษรจะเขียนว่า แก้ได้ แต่ในทางปฏิบัติจริงนั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยจากเงื่อนไขที่กำหนด พรรคอนาคตใหม่ มองว่า มาตรา 279 เป็นหลุมดำ ที่ทำให้รัฐธรรมนูญไม่เป็นไปตามที่ควรจะเป็น ควรต้องมีการยกเลิก เมื่อยกเลิกแล้ว บรรดาประกาศของ คสช. จะไม่มีเกราะคุ้มกันอีกต่อไป ทำให้เราสามารถตรวจสอบได้ จากนั้นต้องมีการนำประกาศคำสั่ง คสช. มาพิจารณาใหม่ทั้งหมด หากฉบับไหนสามารถใช้ได้ ให้นำเข้าสภาฯ เปลี่ยนเป็น พ.ร.บ. หรือ กฎกระทรวง แต่ประกาศฉบับไหนมีการละเมิดสิทธิมนุษยชน ต้องยกเลิก และผู้เสียหายต้องได้รับการเยียวยา ในวันที่ 25 ก.พ. ปีหน้า หลังการเลือกตั้ง 1 วัน พรรคอนาคตใหม่ จะเริ่มรณรงค์แคมเปญแก้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ทันที

               “การป้องกันไม่ให้เกิดการรัฐประหารในอนาคต ผมคิดว่ามีเทคนิคทางกฎหมายที่ทำได้หลายเรื่อง คือ การล้มล้างผลพวงรัฐประหาร โดยการประกาศให้การยึดอำนาจเมื่อปี 57 เป็นโมฆะ หมายความว่า เกราะคุ้มกันคนยึดอำนาจไม่มีแล้ว สามารถนำผู้ยึดอำนาจไปดำเนินคดีได้ทันที หลายประเทศทำสำเร็จมาแล้ว อย่าง ฝรั่งเศส กรีซ หรือ ตุรกี ซึ่งหากไม่ทำในส่วนนี้ คนที่มีอาวุธในมือ ก็จ้องจะออกมายึดอำนาจอยู่ดีเมื่อสถานการณ์สุกงอม แต่หากเราแสดงให้เห็นเป็นตัวอย่าง เชื่อว่า อาจไม่มีรัฐประหารเกิดขึ้นอีก เพราะมีตัวอย่างโดยการดำเนินคดีอดีตผู้มีอำนาจ และในอนาคตเราต้องเขียนมาตราสุดท้ายในรัฐธรรมนูญให้ได้ว่า การยึดอำนาจเป็นสิ่งผิด หากมีการยึดอำนาจเกิดขึ้น และเมื่อประชาชนได้รับอำนาจคืนมา สามารถดำเนินคดีกลุ่มผู้ยึดอำนาจได้ทันที โดยไม่มีอายุความ ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องปกติในสังคมประชาธิปไตย”

นายราเมศ กล่าวว่า การตั้งต้นร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ได้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของประชาชนตั้งแต่เริ่ม เมื่อคนที่แสดงความเห็นไม่เห็นด้วยกับการร่างถูกเชิญตัวไป ขณะที่คนที่สนับสนุนกลับได้รับโอกาสในการแสดงออกอย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตาม หากผู้มีอำนาจยึดหลักประชาธิปไตยในการร่าง ผลลัพธ์คงไม่ออกมาเป็นแบบนี้ ซึ่งการทำประชามติครั้งที่ผ่านมา เป็นการรณรงค์อยู่ฝ่ายเดียว คือ ฝ่ายสนับสนุน สมเจตนาของผู้มีอำนาจ อย่างไรก็ดี หากรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าวเป็นไปตามเจตนารมณ์ของประชาธิปไตยจริง คะแนนการลงประชามติต้องเป็นเอกฉันท์ แต่ที่ผ่านมากลับไม่เป็นไปตามนั้น เพราะคะแนนที่ไม่เห็นด้วยกลับสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์

“ขณะที่วิกฤตที่รุนแรงของรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าวในสายตาผม คือ การมี ม.44 ติดมาด้วย เท่ากับว่าประชาชนสามารถโดนยึดอำนาจได้ทุกวัน เป็นการตอกย้ำว่า ม.44 อยู่เหนือรัฐธรรมนูญ เช่นเดียวกับทุกอย่างที่เกิดขึ้นในบ้านเมือง สวนทางกับคำพูดที่บอกว่าจะปฏิรูป ม.35 ระบุเรื่องสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อมีการตรวจสอบผู้มีอำนาจ กลับถูกเรียกไปปรับทัศนคติ”

เสวนา มธ. ถก "รัฐธรรมนูญ" ต้องแก้ด่วน

เสวนา มธ. ถก "รัฐธรรมนูญ" ต้องแก้ด่วน

เคาะ “11 อรหันต์” คัดผู้สมัคร ส.ส. พปชร.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/355259

เคาะ “11 อรหันต์” คัดผู้สมัคร ส.ส. พปชร.

การเมือง,พรรคพลังประชารัฐ,พปชร,อรหันต์,คัด,สส,อุตตม สาวนายน,สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์,ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ,วิเชียร ชวลิต,อิทธิพล คุณปลื้ม

“พปชร.” เคาะ 11 อรหันต์ คัดผู้สมัคร ส.ส. “สนธิรัตน์ – ณัฏฐพล – สมศักดิ์ – สุชาติ – ผู้กองมนัส – สุริยะ – สุพล” นำทัพ เตือน “กกต.” บัตรเลือกตั้งต้องเป็นธรรม

 

เมื่อวันที่ 10 ธ.ค. 61 เวลา 13.00 น. ที่ ห้องแคทลียา โรงแรมรามาการ์เด้นส์  พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ได้จัดการประชุมใหญ่ครั้งที่ 2 โดยมีวาระสำคัญเพื่อพิจารณาลงมติเลือกกรรมการสรรหาผู้สมัคร ส.ส. จำนวน 11 คน โดยนายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รองหัวหน้าพรรค นายวิเชียร ชวลิต นายทะเบียนพรรคการเมือง นายอิทธิพล คุณปลื้ม ผอ. พรรค และกรรมการบริหารพรรค พร้อมสมาชิกพรรคประมาณ 500 คน เข้าร่วมประชุม

หลังเสร็จสิ้นการประชุมซึ่งใช้เวลา 2 ชั่วโมง นายอุตตม เปิดเผยว่า ที่ประชุมได้มีมติเลือกเป็นกรรมการสรรหาผู้สมัคร ส.ส. จำนวน 11 คน โดยแบ่งเป็นกรรมการบริหารพรรค 4 คน ได้แก่ 1. นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ 2. นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ 3. นายอิทธิพล คุณปลื้ม 4. นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ และในส่วนประเภทตัวแทนสมาชิก 7 คน 1. นายสมศักดิ์ เทพสุทิน 2. นายวิรัช รัตนเศรษฐ 3. พ.อ.สุชาติ จันทรโชติกุล 4. นายสุชาติ ตันเจริญ 5. นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ 6. ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า และ 7. นายสุพล ฟองงาม โดยกรรมการชุดดังกล่าวจะทำหน้าที่สรรหาผู้สมัคร ส.ส. ในนามพรรคพลังประชารัฐ และจะเริ่มทำงานในทันที ซึ่งเมื่อได้สรุปแล้วต้องนำเข้าที่ประชุมกรรมการบริหารพรรคให้ความเห็นชอบ ก่อนนำรายชื่อส่งให้ กกต. ตรวจสอบในเดือน ม.ค. 62 โดยชุดนี้จะไม่เกี่ยวกับการทำไพรมารีโหวต 3 บุคคลที่พรรคจะเสนอชื่อเป็น นายกฯ ในบัญชีพรรค

เคาะ "11 อรหันต์" คัดผู้สมัคร ส.ส. พปชร.

นายอุตตม ให้สัมภาษณ์กรณีวิพากษ์วิจารณ์พรรคเตรียมจัดโต๊ะจีนระดมทุน 600 ล้านบาท วันที่ 19 ธ.ค. ที่ อิมแพ็ค เมืองทองธานี ว่า เรื่องนี้ฝ่ายกฎหมายของพรรคดูแลอยู่ และตนได้ทำหนังสือถึง คสช. และ กกต. เพื่อขออนุญาตดำเนินการในส่วนนี้แล้ว เดี๋ยวก็รอดู

ส่วนกรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์บัตรเลือกตั้ง เรียกร้องให้กลับไปใช้แบบบัตรเดียวเบอร์เดียวนั้น หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า ตนคิดว่ากฎกติกาผู้ที่เกี่ยวข้องได้วางมาแล้ว พรรคพลังประชารัฐเราก็เคารพในกฎกติกาในการเลือกตั้ง ตนเชื่อว่า กกต. คงต้องรับฟังความเห็นทุกฝ่าย เพื่อให้การเลือกตั้งเกิดความเป็นธรรม เป็นที่รับได้ของคนไทย เมื่อถามว่า หลายพรรคการเมืองออกมาคัดค้านไม่เห็นด้วยกับการตัดโลโก้และชื่อพรรคในบัตรเลือกตั้ง นายอุตตม กล่าวว่า เรื่องสำคัญที่สุดไม่ว่าจะได้ผลสรุปออกมาอย่างไร ต้องเกิดความเป็นธรรมให้กับทุกพรรคการเมือง ไม่ก่อให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบ ตนคิดว่าเรื่องนี้คงต้องปล่อยให้ทาง กกต. ไปดำเนินการรับฟังความเห็นเพื่อตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่ง และต้องชี้แจงเหตุผลให้ชัดเจนว่า สิ่งที่ตัดสินใจนั้นเป็นเพราะอะไร พรรคพลังประชารัฐก็ติดตามเรื่องนี้อยู่ อย่างไรก็ตาม เราพร้อมถ้าเห็นระบบที่ออกมาแล้วเป็นธรรม ไม่ว่ารูปแบบจะออกมาหน้าตาอย่างไร เราก็พร้อม

เมื่อถามว่า มีข้อสังเกตว่าดูเหมือนพรรคพลังประชารัฐจะได้เปรียบหากบัตรเลือกตั้งไม่มีโลโก้และชื่อพรรค นายอุตตม กล่าวว่า ตนคิดว่าคงไม่ใช่ว่าจะได้เปรียบหรือเสียเปรียบ แต่ถึงอย่างไรก็ต้องรอดูว่าข้อสรุปส่วนนี้จะออกมาอย่างไร ตนคิดว่าคนไทยก็คงติดตามเรื่องนี้อยู่เช่นเดียวกัน และเชื่อมั่นใน กกต. ว่าจะดำเนินการได้อย่างเป็นธรรม

เคาะ "11 อรหันต์" คัดผู้สมัคร ส.ส. พปชร.

เมื่อถามว่า ไทม์ไลน์เลือกตั้งเริ่มชัดเจนแล้ว 4 รัฐมนตรีจะลาออกเมื่อใด นายอุตตม กล่าวว่า ขอให้รอดู เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม ทั้ง 4 คน จะออกมาปฏิบัติหน้าที่ทางการเมืองอย่างเดียว ขอให้ดูด้วยว่าปัจจุบันนี้เราปฏิบัติตัวอย่างไร ไม่ต้องห่วงเรื่องนี้ เพราะวันนี้ตารางเวลาการเลือกตั้งเริ่มชัดเจนแล้ว แต่รัฐมนตรีทั้ง 4 คน ต่างล้วนมีภารกิจที่ต้องทำเพื่อประเทศชาติ และมีความตั้งใจจริงที่จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ให้งานต่างๆ เสร็จสิ้นสมบูรณ์ อยากให้ดูด้วยว่าปัจจุบันนี้เราได้ทำอะไรที่หลุดออกไปจากกรอบหรือไม่ ดังนั้น เราจึงไม่ได้เปรียบพรรคการเมืองอื่น เพราะเวลาที่ทำงานในตำแหน่ง เราไม่ได้ทำงานพรรคการเมือง เราต้องการทำงานที่รับผิดชอบไปให้ถึงฝั่ง

เมื่อถามว่า จะลาออกก่อนหรือหลังที่จะหาเสียงได้ นายอุตตม กล่าวว่า เราต้องการทำงานให้สมบูรณ์ก่อน ไม่เช่นนั้นจะเกิดผลกระทบต่อประเทศ และเมื่อเวลานั้นมาถึง พวกตนก็จะไม่อยู่ในตำแหน่งรัฐมนตรีแล้ว เราเข้าใจว่ามีหลายคนเรียกร้องให้เราลาออก แต่ขอให้ดูการปฏิบัติด้วย เพราะมาตรฐานในอดีตกับมาตรฐานที่พวกเราทำนั้น ไม่เหมือนกัน โดยเรามีมาตรฐานของเรา ที่สาธารณชนสามารถพิสูจน์ได้

“นายกฯ” ไม่ได้ชงตัด “โลโก้ – ชื่อพรรค”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/355258

“นายกฯ” ไม่ได้ชงตัด “โลโก้ – ชื่อพรรค”

การเมือง,พรรคพลังประชารัฐ,พปชร,พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์,นายกฯ,โยน,กกต,โลโก้,ชื่อพรรค,บัตรเลือกตั้ง

“โฆษกรัฐบาล” ปัด “ประยุทธ์” ชงตัด “โลโก้ – ชื่อพรรค” ใน “บัตรเลือกตั้ง” โยน ไอเดีย “กกต.” อ้างปัญหา “กาบัตร” ล่วงหน้า ตปท. เผย ปลดล็อกก่อนปีใหม่

 

เมื่อวันที่ 10 ธ.ค. 61 เวลา 15.00 น. ที่ โรงแรมรามากาเด้นส์ วิภาวดี  นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง และโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวชี้แจงกรณีมีข่าว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เสนอตัด โลโก้ และชื่อพรรค ในบัตรเลือกตั้ง ว่า

ยืนยันว่า นายกฯ ไม่ได้เป็นผู้เสนอ แต่มีตัวแทน 1 – 2 พรรคการเมือง สอบถาม กกต. ว่า ควรมีชื่อและโลโก้พรรคในบัตรเลือกตั้งหรือไม่ ทางเลขาธิการ กกต. ได้ชี้แจงแนวทางที่กำหนดไว้เบื้องต้นว่า 1. กรณีเลือกตั้งล่วงหน้าในต่างประเทศ ซึ่งเบอร์ผู้สมัครในแต่ละเขตเลือกตั้งไม่เหมือนกัน การจะมีทั้งชื่อและโลโก้พรรค จะเกิดความสับสน และต้องส่งบัตรเลือกตั้งทั้ง 350 แบบไปตามแต่ละประเทศ แต่หากใช้เบอร์อย่างเดียว ผู้ใช้สิทธิ์สามารถสอบถามมายังคนใกล้ชิดและคนในครอบครัวว่าผู้สมัครแต่ละคนใช้เบอร์อะไร และ 2. เรื่องดังกล่าวยังเป็นเพียงแนวทางเบื้องต้นของ กกต. ซึ่งเมื่อมีการสอบถามเรื่องนี้ในที่ประชุมวันที่ 7 ธ.ค. นายกฯ เพียงแต่ระบุว่า ถ้าจะเลือกใคร ทุกคนก็ต้องจำให้ได้ ยืนยัน รัฐบาลและ นายกฯ ไม่ได้เข้าไปก้าวก่ายการทำงานของ กกต. อย่างไรก็ตาม กกต. จะได้นำเรื่องดังกล่าวไปพิจารณาอีกครั้ง

นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า ส่วนที่มีการมองว่าเป็นการเอื้อให้พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นั้น ยืนยัน ไม่ได้เอื้อให้พรรคใดทั้งสิ้น เพราะเมื่อเข้าคูหาประชาชนคงมีการไตร่ตรองมาแล้ว เชื่อในวิจารณญาณและการตัดสินใจของประชาชน อย่าคิดแทนและดูถูกประชาชนว่าจะจำรายละเอียดอะไรไม่ได้ ประชาชนจะใช้ความรอบคอบในการตัดสินใจเลือกตั้ง โดยจะออกไปใช้สิทธิ์ด้วยความภาคภูมิใจ ไม่คิดว่าเรื่องดังกล่าวจะเป็นปัญหา ส่วนที่มีข้อเสนอให้แก้ไขมาตรา 48 พ.ร.ป. ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ให้พรรคการเมืองกลับมาใช้เบอร์เดียวทุกเขตเลือกตั้งนั้น รัฐบาลไม่ก้าวก่ายการทำงาน กกต. แต่หากในอนาคตไม่สามารถดำเนินการส่วนนี้ได้ตามปกติก็เป็นเรื่องหนึ่ง ตอนนี้ปล่อยให้ กกต. ทำหน้าที่

นายพุทธิพงษ์ กล่าวอีกว่า ในวันที่ 11 ธ.ค. ที่ พ.ร.ป. ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. จะมีผลบังคับใช้นั้น ได้มีการแนะนำพรรคการเมืองไปแล้วว่า ในการดำเนินการเรื่องต่างๆ ให้ระมัดระวัง ส่วนเรื่องการปลดล็อกเป็นเรื่องของ คสช. ที่จะมีการประชุมในเวลาอันใกล้นี้ เชื่อว่าทันก่อนปีใหม่แน่นอน

"นายกฯ" ไม่ได้ชงตัด "โลโก้ - ชื่อพรรค"

โอกาสสูงมาก !! “ลุงตู่” กลับมาเป็น นายกฯ อีก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/355241

โอกาสสูงมาก !! “ลุงตู่” กลับมาเป็น นายกฯ อีก

การเมือง,เลือกตั้ง,ลุงตู่,นายกฯ,สกปรก,ธีรยุทธ บุญมี,ประยุทธ์

“ธีรยุทธ” ชี้ “ลุงตู่” คงจัดตั้งรัฐบาลได้ แต่ความชอบธรรมจะต่ำ วอนระงับไม่ใช้อภินิหาร ก.ม. จนถึงขั้นกล่าวหา “การเลือกตั้งสกปรก”

 

10 ธ.ค. 61  ที่ ห้องประชุมอนุสรณ์สถาน 14 ตุลา 16 สี่แยกคอกวัว ถ.ราชดำเนิน เมื่อเวลา 12.00 น. เศษ ภายหลังเสร็จสิ้นการปาฐกถาในโอกาส 45 ปี 14 ตุลา ครั้งที่ 4 เรื่อง “มองประเทศไทยหลังการเลือกตั้ง ปัญหาที่ใหญ่กว่าวิกฤติการเมือง” นายธีรยุทธ บุญมี นักวิชาการ นักวิจารณ์การเมือง และนักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตย ให้สัมภาษณ์ถึงการจัดเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในเดือน ก.พ. 62 ซึ่งขณะนี้มีการวิจารณ์อย่างหนักถึงแนวคิดจะไม่พิมพ์ตราพรรค (โลโก้พรรค) และชื่ิอผู้สมัคร ส.ส.เขต ในบัตรเลือกตั้ง ว่า

การจะจัดเลือกครั้งนี้เริ่มต้นได้ไม่ค่อยสวยเท่าใด คำกล่าวหามันเยอะตั้งแต่เรื่องการประมูลคนเข้ามา ดึงคนเข้ามา อย่างไรก็ตาม อย่าทำให้ถึงขั้นว่าการเลือกตั้งสกปรก อย่าให้ลามปามไปถึงขั้นนั้น อย่าโกงเลือกตั้ง ซึ่งต้องระวังอย่างยิ่งไม่ให้เกิด เพราะจะทำให้ประชาชนไม่พอใจ โดยหลักคิดจะทำอย่างไรให้การเลือกตั้งนั้นให้ประชาชนได้ประโยชน์สูงสุด ให้ประชาชนได้แสดงออกได้ดีที่สุด อย่างเรื่องบัตรเลือกตั้ง เรื่องการหาเสียงปราศรัยที่ประกาศว่าจะห้ามหรือจะอะไรต่างๆ ตนเห็นว่า ควรให้ทำให้คนเขารับรู้และมีส่วนร่วมมากที่สุดก็จะดี โดยตนไม่คิดว่าจะมีใครก่อให้เกิดสถานการณ์ เพราะทุกคนจะระวังตัวหมด ถ้าไม่ระวังก็จะเสียคะแนนเสียง

“จุดสำคัญเลยผมคิดว่า นายกฯ ประยุทธ์ ต้องถือบทอย่างเดียวเลย คือบทเป็น นายกฯ ที่บริหารประเทศซึ่งกำลังจะมีการเลือกตั้ง ต้องเป็นธรรมสูงสุด ใจกว้างที่สุด” นายธีรยุทธ กล่าว เมื่อถามถึงปัญหาการพิมพ์บัตรเลือกตั้งครั้งนี้ว่าควรมีตราพรรคและชื่อผู้สมัครด้วยหรือไม่ อย่างไร นายธีรยุทธ กล่าวว่า ตนไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ ไม่รู้ในหลักการ จะทำอย่างไรก็แล้วแต่ไปดูก็แล้วกัน ขอให้ประชาชนสะดวกที่สุด ดีกับประชาชนมากที่สุด เมื่อถามว่า มองถึงโอกาสที่ พล.อ.ประยุทธ์ จะกลับมาเป็น นายกฯ บริหารประเทศได้อีกหรือไม่ นายธีรยุทธ กล่าวว่า โอกาสสูงมาก ก็อาจจะมาจากเสียง ส.ว. 250 เสียง และ ส.ส. เพิ่มเติม อีก 100 กว่าเสียง และยังมีเสียง ส.ส. ที่จะดึงเข้ามา กับพรรคอื่นที่พร้อมจะเข้าร่วมอีก ถ้าคนที่อยู่วงการการเมืองจะอ่านภาพการเมืองอ่านคะแนนเสียงก็จะรู้ได้ว่าเกณฑ์ 125 เสียง นี่จะพอดีเลยที่จะดึงมา ส่วนความสามารถที่จะเพิ่มก็เป็นเรื่องหนึ่ง

เมื่อถามว่า การมองว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะกลับมาในการเลือกตั้งครั้งนี้ แล้วประชาชนและพรรคการเมืองจะยอมรับการเลือกตั้งหรือไม่ นายธีรยุทธ กล่าวว่า ถ้าไม่มีการโกงเลือกตั้ง ไม่ใช่ถูกกล่าวหาว่าเลือกตั้งสกปรกนะ ทุกคนก็จะยอมรับ ยอมรับกติกานี้ไปก่อนแล้วก็หาทางแก้ไข พล.อ.ประยุทธ์ ต้องเปลี่ยนแนวคิดใหม่ จากที่คิดเหมือนตอนต้นๆ เป็นรัฏฐาธิปัตย์ ตอนคราวนี้จะเจอบรรยากาศว่ามีพรรคการเมืองอื่นเข้าร่วม มีกลุ่มพลังอื่น มีเสียงประชาชนต่างๆ ดังนั้น ก็จะเปลี่ยนไปมาก และความชอบธรรมที่มันต่ำแต่ต้นก็อาจทำให้เจอปัญหา โดยถ้าปรับวิธีคิดก็จะเป็น นายกฯ ต่อไปได้ และที่สำคัญคือปัญหาคอร์รัปชันที่ต้องแก้ไขให้ได้ด้วย เพราะปัญหาคอร์รัปชันจะนำมาซึ่งอายุรัฐบาลที่ไม่ยืนยาว ก็ขอฝากเรื่องนี้ไว้ด้วย

โอกาสสูงมาก !! "ลุงตู่" กลับมาเป็น นายกฯ อีก

โอกาสสูงมาก !! "ลุงตู่" กลับมาเป็น นายกฯ อีก

“อภิสิทธิ์” เรียกประชุม “ปชป.” หลังโรดแม็พชัดเจน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/355130

“อภิสิทธิ์” เรียกประชุม “ปชป.” หลังโรดแม็พชัดเจน

การเมือง,เลือกตั้ง,พรรคประชาธิปัตย์,ปชป,คสช,ประชุม,อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ,ชวน หลีกภัย,บัญญัติ บรรทัดฐาน

“ปชป.” รับรองตั้งสาขา , ตัวแทนพรรค สรรหาผู้สมัคร ส.ส. เตรียมแถลงรายละเอียด 9 ธ.ค. นี้

 

8 ธันวาคม 2561  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นัดประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค และผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาเตรียมความพร้อมต่อการเลือกตั้ง ตามที่มีความชัดเจนจากการประชุมคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม ว่าจะจัดการเลือกตั้งในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 โดยมีแกนนำเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง ขณะที่ นายชวน หลีกภัย ประธานที่ปรึกษา และนายบัญญัติ บรรทัดฐาน ที่ปรึกษา ลาการประชุม

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ในการประชุมดังกล่าวที่มีนายอภิสิทธิ์ เป็นประธาน ที่ประชุมได้มีมติอนุมัติตัวแทนพรรคประจำจังหวัดและสาขาพรรค และเตรียมขั้นตอนการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. แบบเขต และ บัญชีรายชื่อ หลังจากที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) พ.ศ. 2561 มีผลบังคับใช้วันที่ 11 ธันวาคม ทั้งนี้ ภายหลังการประชุม นายอภิสิทธิ์ปฏิเสธจะให้สัมภาษณ์ใดๆ ขณะที่ผลการประชุมดังกล่าว นายธนา ชีรวินิจ โฆษกพรรค จะแถลงรายละเอียดในวันที่ 9 ธันวาคม เวลา 10.30 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์

"อภิสิทธิ์" เรียกประชุม "ปชป." หลังโรดแม็พชัดเจน

"อภิสิทธิ์" เรียกประชุม "ปชป." หลังโรดแม็พชัดเจน

"อภิสิทธิ์" เรียกประชุม "ปชป." หลังโรดแม็พชัดเจน

"อภิสิทธิ์" เรียกประชุม "ปชป." หลังโรดแม็พชัดเจน