สื่ออ้างจีนคุมตัวพลเมืองแคนาดารายที่สาม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/574427

  • วันที่ 19 ธ.ค. 2561 เวลา 16:43 น.

สื่ออ้างจีนคุมตัวพลเมืองแคนาดารายที่สาม

สื่อแคนาดารายงานอ้าง ทางการจีนควบคุมตัวพลเมืองแคนาดาเป็นรายที่ 3 แม้ปล่อยตัวลูกสาวหัวเว่ยแล้ว

ความบาดหมางทางการทูตระหว่างแคนาดากับจีน อาจกำลังกลับมาปะทุอีกรอบ หลังจากที่เกิดกรณีการจับตัวนางสาง เมิ่ง หว่านโจว ซีเอฟโอ และทายาทของผู้ก่อตั้งบริษัทหัวเว่ย จนกลายเป็นข่าวดัง และสร้างความไม่พอใจต่อทางการจีนอย่างมาก กระทั่งทางการจีนได้ตอบโต้ด้วยจับกุมตัวพลเมืองแคนาดาก่อนหน้านี้ไปสองรายคือ  นายไมเคิล สปาวอร์ (Michael Spavor) นักธุรกิจชาวแคนาดา และไมเคิล โควริก อดีตนักการทูตแคนาดา แม้ว่าภายหลังศาลของแคนาดาได้ให้ประกันตัวนางสาวเมิ่งแล้วก็ตามที

โดยล่าสุด ( 19 ธ.ค.)  หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นของแคนาดา National Post ได้รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวในกระทรวงการต่างประเทศของแคนาดาระบุว่า ทางการจีนได้จับกุมตัวพลเมืองแคนาดาเป็นรายที่สาม

 

อย่างไรก็ดี รายงานดังกล่าวไม่ได้ระบุชื่อของพลเมืองรายที่สามที่ถูกควบคุมตัวแต่อย่างใด โดยทางแหล่งข่าวในกระทรวงต่างประเทศแคนาดาระบุว่าขณะนี้ยังไม่ทราบรายละเอียดว่าบุคคลดังกล่าวนั้นถูกควบคุมตัวอยู่ที่ใด แต่ระบุเพียงว่าพลเมืองคนที่สามนี้ไม่ใช่นักการทูตหรือนักธุรกิจเหมือนอย่างสองคนแรกที่ถูกจับกุมแต่อย่างใด แต่กระทรวงต่างประเทศแคนาดาได้ติดต่อกับญาติของพลเมืองรายนี้แล้ว

ขณะที่ทางสำนักข่าวรอยเตอร์ได้สอบถามไปยังสถานทูตแคนาดาประจำกรุงปักกิ่ง แต่ทางสถานทูตได้ปฎิเสธให้ความคิดเห็นในรายงานข่าวดังกล่าว

ด้านโฆษกประจำกระทรวงต่างประเทศของจีน ได้ระบุในระหว่างการแถลงข่าวประจำวันว่ายังไม่ได้รับรายงานการควบคุมตัวพลเมืองแคนาดารายที่สามนี้แต่อย่างใด ส่วนพลเมืองแคนาดาสองรายที่ถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้ กำลังถูกทางการจีนสอบสวนว่าจะเป็นอันตรายต่อความมั่นคงของประเทศจีน

ส่วนนางสาวเมิ่งนั้นขณะนี้ได้ถูกให้ประกันตัวแล้ว แต่ศาลได้สั่งห้ามเธอเดินทางออกจากแคนาดา พร้อมทั้งขณะเดียวกันทางอัยการได้เตรียมส่งเธอไปดำเนินคดีต่อในสหรัฐ

ฟิลิปปินส์ขึ้นแท่นประเทศ “เท่าเทียมทางเพศ” ที่สุดของเอเชียประจำปี 2018

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/574422

  • วันที่ 19 ธ.ค. 2561 เวลา 15:36 น.

ฟิลิปปินส์ขึ้นแท่นประเทศ "เท่าเทียมทางเพศ" ที่สุดของเอเชียประจำปี 2018

ฟิลิปปินส์อยู่ในอันดับที่ 8 ของโลกในดัชนีอันดับประเทศที่มีความเท่าเทียมกันทางเพศ ส่วนไทยอยู่ที่ 73 จากทั้งหมด 149 ประเทศ

เวิลด์อีโคโนมิกฟอรั่ม สถาบันวิจัยในสวิตเซอร์แลนด์ได้จัดอันดับให้ประเทศไอซ์แลนด์ เป็นประเทศที่มีความเท่าเทียมทางเพศมากที่สุดในโลก ตามมาด้วย นอร์เวย์, สวีเดน, ฟินแลนด์ นิคารากัว รวันดา นิวซีแลนด์ ฟิลิปปินส์ ไอร์แลนด์ และนามิเบียตาม 10 ลำดับแรก

ซึ่งสำหรับประเทศฟิลิปปินส์นั้นนับว่าเป็นประเทศที่มีความเท่าเทียมทางเพศมากที่สุดในเอเชียของปีนี้ จากการจัดอันดับ The Global Gender Gap Report 2018 โดยอ้างถึงจำนวนของสมาชิกรัฐสภาและผู้จัดการในบริษัทต่าง ๆ ที่เป็นผู้หญิงซึ่งมีจำนวนไม่มากนัก

สถาบันวิจัยในสวิตเซอร์แลนด์ได้จัดให้ญี่ปุ่นอยู่ในอันดับที่ 110 ของโลกด้านความเท่าเทียมกันทางเพศ โดยอ้างถึงจำนวนของสมาชิกรัฐสภาและผู้จัดการในบริษัทต่าง ๆ ที่เป็นผู้หญิง

นอกจากนี้การจัดอันดับดังกล่าวยังได้ใช้องค์ประกอบของข้อมูลด้านการเมือง เศรษฐกิจ การศึกษา และสุขภาพ ร่วมด้วย ซึ่งในบรรดาประเทศที่ทำการสำรวจ 149 ประเทศ ไอซ์แลนด์เป็นประเทศที่มีความเท่าเทียมกันทางเพศมากที่สุดในโลกติดต่อกันเป็นปีที่ 10 แล้ว

สำหรับฟิลิปปินส์นั้นรายงานระบุว่านอกจากจะมีจำนวนผู้หญิงในงานด้านการเมือง และผู้บริการในบริษัทต่างๆเป็นจำนวนมากแล้ว ฟิลิปปินส์ยังสามารถลดช่องว่างระหว่างเพศชาย-หญิงได้สูงสุดเป็นประวัติกาลสูงถึง 80% โดยฟิลิปปินส์สามารถปรับตัวได้ดีขึ้นอย่างมากในด้านสุขภาพ และการดำรงชีพ หากเทียบกับเมื่อ 12 ปีที่แล้ว อันสืบเนื่องมากจากการเติบโตทาง ซึ่งส่งผลให้เกิดชนชั้นกลางเพิ่มสูงขึ้น

ส่วนประเทศไทยนั้นอยู่ในอันดับที่ 73 จากทั้งหมด 149 ประเทศ

ไบค์แชร์ริ่ง “โอโฟ่” งานเข้า ลูกค้านับล้านคนทวงเงินประกันคืน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/574415

  • วันที่ 19 ธ.ค. 2561 เวลา 14:41 น.

ไบค์แชร์ริ่ง "โอโฟ่" งานเข้า ลูกค้านับล้านคนทวงเงินประกันคืน

หวั่นฟองสบู่ไบค์แชร์ริ่งจีนใกล้แตก หลังOfo เบี้ยวคืนเงินมัดจำลูกค้ากว่า 4 พันล้านบาท

ธุรกิจแชร์จักรยาน หรือไบค์แชร์ริ่งในจีนนั้น นับว่าเป็นธุรกิจที่น่าจับตามองอย่างมากในช่วงตั้งแต่ปี 2015 อีกทั้งยังมีกระแสตอบรับ และการเติบโตของธุรกิจรูปแบบนี้ในประเทศจีนอย่างมาก แต่ทว่าหลังจากที่เวลาผ่านไปเพียงไม่กี่ปี ธุรกิจไบค์แชร์ริ่งเริ่มมีท่าทีว่าจะจบไม่สวย โดยเมื่อต้นปี 2018 ที่ผ่านมานี้ บริษัท Bluegogo ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการไบค์แชร์ริ่งรายต้นๆของจีนได้ประกาศปิดตัวลงหลังเปิดบริการได้เพียง 6 เดือนเท่านั้น

การปิดตัวของบริษัทเช่าจักรยานหลายแห่งของจีนที่ผ่านมานั้น เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว อีกทั้งลูกค้าหลายคนกลับไม่ได้รับเงินมัดจำคืนหลังจากการปิดกิจการของหลายบริษัท

 

บรรดาลูกค้า Ofo รวมตัวเรียกร้องเงินมัดจำคืนหน้าบริษัท

 

ล่าสุด (19 ธ.ค.) ได้มีกลุ่มลูกค้าราว 2,000 ได้ไปรวมตัวที่ด้านหน้าสำนักงานของบริษัท Ofo ผู้ให้บริการแชร์ริ่งจักรยานชื่อดังของจีนในย่านธุรกิจใจกลางกรุงปักกิ่ง เพื่อเป็นตัวแทนของบรรดาสมาชิกผู้ใช้บริการโอโฟ่อีกเกือบ 10 ล้านคน ในการทวงคืนเงินมัดจำค่าแรกเข้าเป็นสมาชิก

รายงานระบุว่า บรรดาลูกค้าของโอโฟ่นั้นต้องจ่ายค่ามัดจำแรกเข้าเป็นเงินจำนวน 99 หยวน (ราว 470 บาท) สำหรับลูกค้าที่เข้าร่วมโปรโมทชั่นกับบริษัทในช่วงแรกๆ ขณะที่อีก 199 หยวน (ราว 940 บาท) สำหรับลูกค้าที่จ่ายในราคาปกติ

 

 

โดยขณะนี้มีลูกค้าของโอโฟ่จำนวน 10 ล้าน 6 แสนรายที่แสดงความจำนงต้องการขอเงินค่ามัดจำดังกล่าวคืนจากบริษัท ซึ่งคาดว่ารวมมูลค่าแล้วสูงถึงอย่างน้อย 1พันล้าน หยวน (ราว 4,740 ล้านบาท)

ด้านสื่อท้องถิ่นของจีนได้เผยคำสัมภาษณ์ของ CFO ของบริษัทโอโฟ่ระบุว่า แม้ขณะนี้บริษัทจะมี”ปัญหาบางอย่าง” เกี่ยวกับการจ่ายเงินคืนลูกค้า แค่จะไม่ส่งผลถึงกับทำให้บริษัทล้มละลายแต่อย่างใด

ทั้งนี้ สำหรับ Ofo นั้นนับว่าเป็นหนึ่งในยักษ์ใหญ่ด้านไบค์แชร์ริ่งของจีนเคียงคู่กับอีกบริษัทหนึ่งคือ Mobike โดยปี 2017 ที่ผ่านมา Ofo เริ่มขยายธุรกิจไปยังเมืองใหญ่แห่งอื่น 250 เมืองใน 20 ประเทศทั่วโลก โดยบริษัทมูลค่าในตลาดสูงถึง 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีผู้ใช้งานมากกว่า 62 ล้านคนต่อเดือน

แต่ทว่าผ่านมาเพียงปีเดียว ในปี 2018 ที่ผ่านมา Ofo ได้ประกาสลดการดำเนินงานลง และถอนทุนออกจากหลายเมืองในสหรัฐ รวมถึงในประเทศไทยด้วย

นักอนุรักษ์นำชื่อ”ทรัมป์”ไปตั้งชื่อสัตว์เลี้อยคลานสายพันธุ์ใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/574396

  • วันที่ 19 ธ.ค. 2561 เวลา 12:23 น.

นักอนุรักษ์นำชื่อ"ทรัมป์"ไปตั้งชื่อสัตว์เลี้อยคลานสายพันธุ์ใหม่

“Dermophis donaldtrumpi” ชื่อวิทยาศาสตร์ของสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำสายพันธุ์ใหม่ที่เพิ่งค้นพบ

ซีอีโอของบริษัท EnviroBuild ผู้ผลิตวัสดุก่อสร้างจากธรรมชาติของอังกฤษ ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มนักอนุรักษ์ด้านสิ่งแวดล้อมด้วย ได้จ่ายควักกระเป๋าจ่ายเงินจำนวน 25,000 ดอลลาร์สหรัฐ  (ราว 817,000 บาท) เพื่อประมูลให้มีการใช้ชื่อของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ เป็นชื่อวิทยาศาสตร์ของสัตว์เลี้อยคลานครึ่งบกครึ่งน้ำสายพันธุ์ใหม่ที่เพิ่งค้นพบในแถบป่าลึกของประเทศปานามา

รายงานระบุว่าสัตว์เลี้อยคลานชนิดนี้มีชื่อว่า Dermophis donaldtrumpi ซึ่งตั้งตามชื่อของประธานาธิบดีทรัมป์ ด้วยเหตุผลที่ว่าสัตว์สายพันธุ์ดังกล่าวเป็นสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก ซึ่งมีพฤติกรรมหลายอย่างที่ชวนให้นึกถึงผู้นำสหรัฐฯ

 

Dermophis donaldtrumpi

อีกทั้งดวงตาของมันค่อนข้างมองเห็นได้อย่างจำกัด โดยมันเพียงแต่สามารถตรวจจับแสงในความมืดได้เท่านั้น แต่จะตาบอดในเวลากลางวัน ซึ่งมีความคล้ายกับนายทรัมป์ที่มักมีวิสัยทัศน์มองโลกในแง่ขาวดำ รวมถึง”ตาบอด”ต่อประเด็นการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก

สิ่งมีชีวิตชนิดนี้ยังมีลักษณะนิสัยชอบขุดและมุดหัวอยู่ใต้ดิน ซึ่งทาง EnviroBuild ระบุว่า มีความคล้ายกับปธน.ทรัมป์ ที่มักจะปฎิเสธและยอมรับข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ทั้งนี้ การประมูลชื่อดังกล่าวมีขึ้นเพื่อจัดหารายได้ให้กับมูลนิธิ Rainforest Trust เพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในนครนิวยอร์ก

อย่างไรก็ดี นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่นายทรัมป์เคยถูกนำชื่อของตนไปตั้งเป็นชื่อวิทยาศาสตร์ของสัตว์มาแล้วในปี 2017 โดยเขาถูกนำชื่อไปตั้งเป็น Neopalpa donaldtrumpi ซึ่งเป็นสายพันธุ์ของผีเสื้อกลางคืนชนิดหนึ่งที่มีขนลักษณะสีเหลืองคล้ายกับทรงผมของนายทรัมป์

 

ภาพ : EnviroBuild

ดาวเสาร์กำลังจะสูญเสียวงแหวน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/574391

  • วันที่ 19 ธ.ค. 2561 เวลา 11:17 น.

ดาวเสาร์กำลังจะสูญเสียวงแหวน

นาซาเผย วงแหวนของดาวเสาร์กำลังจะหายในอีก 300 ล้านปีข้างหน้า

องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐ หรือ นาซา (NASA) ได้เผยแพร่งานวิจัยล่าสุดที่ระบุว่าวงแหวนที่สวยงามอันเป็นเอกลักษณ์ของดาวเสาร์นั้นกำลังจะหายไปในระยะเวลาภายใน 100 ล้านปีต่อจากนี้

 

 

เหตุที่วงแหวนดาวเสาร์กำลังจะหายไปนั้น สืบเนื่องจากบรรดาองค์ประกอบของวงแหวนซึ่งล้วนเป็นอนุภาคขนาดเล็ก ทั้งฝุ่น หิน น้ำแข็งและสสารขนาดเล็กอื่นที่เกาะกลุ่มกัน กำลังถูกแรงโน้มถ่วงของดาวยักษ์ดวงนี้ดึงดูดให้ตกลงสู่ดาว ด้วยปัจจัยของสนามแม่เหล็กของดาวเสาร์เอง

นาซาคาดว่าวงแหวนของดาวเสาร์จะเริ่ม “แหว่ง” จนสังเกตได้ภายในระยะเวลาไม่เกิน 100 ล้านปี และคาดว่าภายใน 300 ล้านปีต่อจากนี้ ดาวเสาร์จะไม่เหลือวงแหวนอันสวยงามอีกต่อไป

 

 

รายงานยังระบุอีกว่า ขณะนี้ดาวเสาร์ได้เข้าสู่ช่วง”กลางอายุขัย” ของมันแล้ว ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ของนาซาคาดว่าดาวเสาร์มีอายุได้ราว 4 พันล้านปีแล้ว

และแม้ว่าจะยังไม่ทราบถึงต้นกำเนิดของวงแหวนอันเป็นเอกลักษณ์ของมันอย่างชัดเจนนัก แต่นาซาคาดว่าวงแหวนอันประกอบด้วยสสารจำนวนมหาศาลนี้จะไม่มีทางอยู่ได้อย่างยืนยาวตามอายุของดาว แต่มันจะค่อยๆสลายตัวไปด้วยปัจจัยด้านสนามแม่เหล็กของดาว ซึ่งนั่นนำไปสู่คำถามต่อไปว่า แล้วรัศมีของสนามแม่เหล็กของดาวเสาร์นั้นแผ่กว้างออกไปในอวกาศแค่ไหน และมันจะมีอิทธิพลต่อบรรดาเศษดาว หรืออุกาบาตที่โคจรเข้าใกล้ดาวให้ดึงตกลงมายังดาวด้วยเช่นกันหรือไม่

รบ.ญี่ปุ่นไฟเขียว ต่อเรือบรรทุกเครื่องบินครั้งแรกนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่สอง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/574383

  • วันที่ 19 ธ.ค. 2561 เวลา 10:19 น.

รบ.ญี่ปุ่นไฟเขียว ต่อเรือบรรทุกเครื่องบินครั้งแรกนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่สอง

ญี่ปุ่นจะมีเรือบรรทุกเครื่องบินเข้าประจำการในกองทัพเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่ยุคสงครามโลกครั้งที่สอง รวมถึงเตรียมซื้อเครื่องบินรบอีกหลายลำ

รัฐบาลญี่ปุ่นได้อนุมัติแผนงานด้านกลาโหมระยะเวลา 5 ปี ที่กำหนดให้มีการปรับปรุงเรือบรรทุกเฮลิคอปเตอร์พิฆาตชั้นอิซูโม ซึ่งเข้าประจำการอยู่แล้ว 2 ลำ ให้เป็นเรือบรรทุกเครื่องบินที่สามารถให้เครื่องบินขับไล่บินขึ้น-ลงได้

นโยบายดังกล่าวนี้ เป็นไปตามแผนของรัฐบาลนายกรัฐมนตรีชินโซะ อาเบะ ที่ต้องการเสริมเขี้ยวเล็บให้กับกองกำลังป้องกันตนเองของญี่ปุ่น เพื่อถ่วงดุลอำนาจทางทหารของจีนภายในภูมิภาค

นอกจากนี้แผนระยะ 5 ปี ดังกล่าวยังรวมถึงการจัดซื้อเครื่องบินขับไล่แบบ เอฟ-35 จำนวนอีก 42 ลำในระยะเวลา 10 ปีข้างหน้าด้วย รวมถึงเครื่องบินขับไล่ที่ใช้ทางวิ่งระยะสั่น และสามารถขึ้นลงแนวดิ่งได้อย่าง เครื่องบินขับไล่แบบสเตลธ เอฟ-35บี เพื่อให้สามารถประจำการบนเรือบรรทุกเครื่องบินลำใหม่ได้

 

ตัวเลขมหัศจรรย์ทางเศรษฐกิจของจีน 40 ปี โตแค่ไหน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/574333

  • วันที่ 18 ธ.ค. 2561 เวลา 18:33 น.

ตัวเลขมหัศจรรย์ทางเศรษฐกิจของจีน 40 ปี โตแค่ไหน

ครบรอบ 40 ปีปฏิรูปจีน เศรษฐกิจโตขึ้น 42 เท่า ส่งออกเพิ่ม 119 เท่า คนจนลดลง คนรวยเพิ่มขึ้น

วันนี้ (18 ธ.ค.) ประธานาธิบดีสีจิ้งผิงของจีน ได้กล่าวสุนทรพจน์ฉลองความสำเร็จเนื่องในโอกาสครบรอบ 40 ปีของการปฏิรูปเศรษฐกิจ-เปิดประเทศนับตั้งแต่ปี 1978 โดยนโยบายดังกล่าวเป็นไปตามดำริของอดีตประธานาธิบดี เติ้ง เสี่ยวผิง ผู้นำจีนในขณะนั้น จนส่งผลให้จีนมีการเติบทางเศรษฐกิจควบคู่ไปกับการเติบโตทางสังคมมาอย่างต่อเนื่อง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : สี จิ้นผิง ประกาศความสำเร็จปฏิรูปสังคมในทุกด้าน ตลอด 40 ปีหลังเปิดประเทศ

 

 

 

สำนักข่าวเอเอฟพีจึงรวบรวมตัวเลขแห่งความมหัศจรรย์ทางเศรษฐกิจตลอด 40 ปี ของการปฏิรูป ซึ่งจีนได้พิสูจน์แล้วว่าแนวคิดดังกล่าวสามารถนำจีนขึ้นสู่เวทีโลกได้อย่างภาคภูมิ

42 : นับตั้งแต่ปี 1978 – 2018 ขนาดเศรษฐกิจของจีนโตขึ้น 42 เท่า จาก 305,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( 9.99 ล้านล้านบาท) ในปี 1980 เป็น 12.7 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (416 ล้านล้านบาท) ในปี 2017

476 : นิตยสารฟอร์บส์ได้คาดคะเนว่าจีนมีมหาเศรษฐีที่รวยระดับพันล้าน (Billionaires) มากถึง 476 ราย โดยบุคคลที่รวยที่สุดของจีนคือนาย หม่า ฮั่วเถิง หรือที่รู้จักกันในนาม โพนี หม่า ผู้ก่อตั้งและเจ้าของบริษัท เทนเซ็นต์ (Tencen) ยักษ์ใหญ่ด้านไอทีของจีน

 

หม่า ฮั่วเถิง

 

10.2 : อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจจีนระหว่างปี 1980-2016 เฉลี่ยที่ร้อยละ 10.2 ต่อปี

168 : จำนวนมูลค่าการลงทุนจากต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในจีนเมื่อปี 2017 ที่ผ่านมา สูงถึง 168,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 5.5 ล้านล้านบาท) จากก่อนหน้านี้ที่ไม่เคยมีการลงทุนจากต่างชาติเลยในปี 1980

216 : ตัวเลขที่จีนเข้าไปลงทุนในประเทศต่างๆตลอดปี 2016 มีมูลค่ามากถึง 216,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 7.07 ล้านล้านบาท)

 

 

 

 

5 : การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของจีน นำมาซึ่งจำนวนก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เพิ่มขึ้นถึง 5 เท่า ระหว่างปี 1980 ถึง 2014

90 : ครัวเรือนจีนบริโภคเพิ่มขึ้น 90 เท่า จาก 49,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.6 ล้านล้านบาท) ในปี1980 เป็น 4.4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 144 ล้านล้านบาท) ในปี 2016

13.9 : คนรวยที่สุดร้อยละ 1 ของจีนครอบครองทรัพย์สินประเทศร้อยละ 13.9 ในปี 2015 เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 6.4 ในปี 1980 ขณะที่คนจนที่สุดครึ่งหนึ่งของประเทศครอบครองทรัพย์สินประเทศร้อยละ 14.8 ลดลงจากร้อยละ 26.7 ในปี 1980 คนจนลดลง จำนวนคนรวยเพิ่มขึ้น

 

 

76 : ชาวจีนมีอายุขัยเฉลี่ยที่ 76 ปีในปี 2016 เพิ่มขึ้นจาก 66 ปี ในปี1979

4 : ด้านการศึกษานั้น อัตราประชาชนไม่รู้หนังสือลดลงเหลือร้อยละ 4 ของจำนวนประชากรทั้งหมดในปี 2010 หากเทียบกับปี 1982 ที่มีจำนวนประชากรไม่รู้หนังสือสูงถึงร้อยละ 22 ของประชากร

3.1 : อัตราประชากรที่ยากจนในเขตชนบทของจีนลดลงเหลือร้อยละ 3.1% ในปีที่ผ่านมา จากเดิมที่มีอัตราประชากรที่ยากจนในชนบทสูงถึง 97.5% เมื่อ 40 ปีที่แล้ว

 

วิจัยเผยวง BTS สร้างเศรษฐกิจให้โสมใต้ถึงปีละแสนล้านบาท

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/574325

  • วันที่ 18 ธ.ค. 2561 เวลา 17:07 น.

วิจัยเผยวง BTS สร้างเศรษฐกิจให้โสมใต้ถึงปีละแสนล้านบาท

บอยแบนด์วง BTS สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้เกาหลีใต้กว่า 3.6 พันล้านดอลลาร์ต่อปี

เอเอฟพีรายงานว่า หนุ่มๆบอยแบนด์วง BTS ของเกาหลีใต้ได้สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับประเทศเกาหลีใต้สูงถึง 3.6 พันล้านดอลลาร์ หรือราว 117,900 ล้านบาทต่อปี ซึ่งเทียบเท่ากับมูลค่าทางเศรษฐกิจของบริษัทขนาดกลาง 26 แห่งรวมกัน

สถาบันวิจัยฮุนไดระบุว่า กระแสความนิยมในหนุ่มๆ BTS ยังเป็นเหตุผลที่ทำให้หนึ่งในนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมาท่องเที่ยวในเกาหลีใต้นับตั้งแต่ปี 2017 มากขึ้นด้วย

 

 

นอกจากนี้เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ผลงานของหนุ่มๆ ทั้ง 7 คน ยังได้สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการเป็นวงเค-ป็อปวงแรกที่ขึ้นอันดับหนึ่งในชาร์ตอัลบั้มของสหรัฐอเมริกา และได้กลายเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมดนตรีส่งออกที่ประสบความสำเร็จที่สุดของเกาหลีใต้

สถาบันวิจัยฮุนไดยังระบุอีกว่า การที่วง BTS สามารถก้าวขึ้นมาตีตลาดเพลงในระดับเวทีโลกได้นั้น นับว่าเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างมูลค่าแบรนด์สินค้าของเกาหลีใต้ให้เป็นที่รู้จักในระดับโลกนอกเหนือจากแบรนด์สินค้าด้านอิเล็กทรอนิกส์อย่าง แอลจี หรือ ซัมซุง ที่ทั่วโลกต่างรู้จักกันดีอยู่แล้ว จึงไม่แปลกที่วง BTS จะถือเป็นหนึ่งในสินค้าส่งออกของเกาหลีใต้ที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับประเทศ

 

นอกจากนี้งานวิจัยยังระบุอีกว่า วง BTS นั้น เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้การท่องเที่ยวของเกาหลีใต้เติบโตขึ้นกว่า 7% ตลอดปีทีผ่านมาด้วย โดยเชื่อว่านักท่องเที่ยวราว 8 แสนคนที่เดินทางมายังเกาหลีใต้ในปีที่ผ่านมา เดินทางมาท่องเที่ยวเพราะวง BTS

และหากวง BTS สามารถรักษาชื่อเสียงเช่นนี้ไปได้อีกอย่างน้อย 10 ปี จะส่งผลให้สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับเกาหลีใต้สูงกว่า 37 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1.2 ล้านล้านบาท

กลุ่มนักสิทธิ์เกาหลีใต้ เตรียมริบรางวัลซูจี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/574317

  • วันที่ 18 ธ.ค. 2561 เวลา 16:04 น.

กลุ่มนักสิทธิ์เกาหลีใต้ เตรียมริบรางวัลซูจี

กลุ่มสิทธิมนุษยชนในเกาหลีใต้ เตรียมริบคืนรางวัลเชิดชูเกียรติของนางอองซาน ซูจี เซ่นปมโรฮีนจาเช่นเคย

เอเอฟพีรายงานว่า มูลนิธิอนุสรณ์ 18 พฤษภาคม (May 18 Memorial Foundation) กลุ่มสิทธิมนุษยชนที่ใหญ่ที่สุดของเขาหลีใต้เตรียมริบคืนรางวัล เกียรติยศกวางจู (Gwangju human rights award) ที่เคยมอบนางอองซาน ซูจี ผู้นำของเมียนมาในปี 2004 ด้วยเหตุผลเดียวกับที่หลายองค์กรเคยประกาศริบรางวัลเธอไปก่อนหน้านี้คือ ไม่ใส่ใจต่อการละเมิดสิทธิมนุษยชนชาวโรฮีนจาในเมียนมา

Cho Jin-tae โฆษกของมูลนิธิดังกล่าวระบุว่า การที่นางซูจีแสดงท่าทีเพิกเฉยต่อความโหดร้ายที่เกิดขึ้นกับชาวโรฮีนจานั้น ส่งผลให้เธอไม่คู่ควร และขัดต่อคุณค่าของรางวัลนี้อย่างชัดเจน ซึ่งคุณค่าของรางวัลดังกล่าวนั้นเพื่อเชิดชูบุคคลที่ปกป้องและส่งเสริมสิทธิมนุษยชน ดังนั้นทางคณะกรรมการมูลนิธิจึงตัดสินใจริบรางวัลดังกล่าวที่เคยมอบให้เธอในปี 2004 แต่ขณะนั้นนางซูจียังถูกควบคุมตัวภายในบ้านพัก จึงส่งผลให้เธอไม่สามารถไปรับรางวัลได้ด้วยตนเอง แต่เธอได้เดินทางไปรับรางวัลในภายหลัง

ทั้งนี้ สำหรับมูลนิธิ 18 พฤษภาคมนั้นก่อตั้งขึ้นในปี 1994 เพื่อรำลึกถึงการลุกฮือเรียกร้องประชาธิปไตยในเมืองกวางจูของเกาหลีใต้ เพื่อประท้วงรัฐบาลเผด็จการของนาย ช็อน ดู-ฮวัน อดีตผู้นำเผด็จการของเกาหลีใต้ จนสุดท้ายเหตุการณ์ครั้งนั้นจบด้วยการนองเลือดในวันทื่ 27 พฤษภาคมพร้อมกับมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตกว่า 200 คน

 

ศาลสั่งลงโทษพรานใจโหด ดูการ์ตูนกวางน้อยแบมบี้ กล่อมเกลาจิตใจในคุก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/574311

  • วันที่ 18 ธ.ค. 2561 เวลา 15:08 น.

ศาลสั่งลงโทษพรานใจโหด ดูการ์ตูนกวางน้อยแบมบี้ กล่อมเกลาจิตใจในคุก

ศาลสหรัฐสั่งลงโทษนายพรานล่าสัตว์ ให้ดูการ์ตูน “กวางน้อยแบมบี้” ทุกเดือน

สื่อสหรัฐรายงานว่า นายเดวิน เบอร์รี่ จูเนียร์ วัย 29 ปี  ชาวรัซมิสซูรี่ ถูกศาลของรัฐสั่งลงโทษจำคุกเป็นเวลา 1 ปี อีกทั้งศาลยังบังคับให้เขาชมการ์ตูนเรื่อง “กวางน้อยแบมบี้” (Bambi) อย่างน้อยเดือนละหนึ่งครั้งตลอดระยะเวลาที่ถูกจำคุก เพื่อกล่อมเกลาจิตใจด้วย

รายงานระบุว่านาย เดวิด เบอร์รี จูเนียร์ ถูกจับกุมเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา และถูกตัดสินจำคุกในฐานความผิดที่เขาได้ฆ่ากวางจำนวนหลายร้อยตัวไปอย่างผิดกฎหมาย อีกทั้งยังใช้วิธีการล่าที่ฝ่าฝืนกฎหมายการล่าสัตว์หลายข้อ ทั้งการออกล่าในช่วงนอกฤดูกาลล่าสัตว์ ใช้อาวุธต้องห้ามในการล่า ทั้งแสงไฟที่ทำให้กวางตาบอดไปชั่วขณะ รวมถึงใช้พาหนะไล่ล่ากวางด้วยการยิงจากด้านบนขณะที่กำลังวิ่ง

อย่างไรก็ดี การจับกุมดังกล่าวนั้นยังรวมถึง บิดา, พี่-น้อง ของเขาอีก 2 คน รวมเพื่อนของเขาอีกหนึ่งคนด้วย แต่นายเดวิด ถูกลงโทษสูงที่สุดเนื่องจากพบหลักฐานว่าเขาได้ดำเนินการล่ากวางนับร้อยๆตัว ซึ่งการจับกุมนายเดวิดครั้งนี้ ถือเป็นคดีลักลอบล่ากวางที่ใหญ่ที่สุดคดีหนึ่งในรัฐมิสซูรี

สำหรับการ์ตูนเรื่องกวางน้อยแบมบี้นั้น เป็นการ์ตูนแอนิเมชั่นของค่ายวอลท์ดิสนีย์ ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับการผจญภัยของลูกกวางตัวน้อยที่ต้องสูญเสียแม่จากการถูกพรานใจโหดฆ่า