เดินทางสู่หัวหินมุมมองใหม่ ไปกับขบวนรถชุด‘เกียรติยศรถไฟไทย’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/357455

เดินทางสู่หัวหินมุมมองใหม่  ไปกับขบวนรถชุด‘เกียรติยศรถไฟไทย’

เดินทางสู่หัวหินมุมมองใหม่ ไปกับขบวนรถชุด‘เกียรติยศรถไฟไทย’

วันอังคาร ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

พราวพุธ ลิปตพัลลภ, สุภัทร์ วรวัฒนนุทัย, อมรสิริ บุญญสิทธิ์ และ หฤดี วรพงศ์พิสุทธิ์

การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ร่วมกับ นิตยสารเดอะไทยแลนเดอร์ส และนูเมโรไทยแลนด์ จัดเอ็กซ์คลูซีฟทริป “The Thailanders & NuméroThailand x SRT Prestige Train Exclusive Journey” (เดอะไทยแลนเดอร์ส& นูเมโร ไทยแลนด์ เอสอาร์ที เพรสทีจเทรน เอ็กซ์คลูซีฟ เจอร์นี่ย์) สัมผัสประสบการณ์ชาร์เตอร์เอ็กซ์คลูซีฟกับขบวนรถชุดเกียรติยศรถไฟไทย (SRT Prestige) เส้นทางกรุงเทพฯ-หัวหิน โดยมีเซเลบริตี้และทราเวลบล็อกเกอร์ร่วมเดินทาง เมื่อเร็วๆ นี้

สุภัทร์ วรวัฒนนุทัย รักษาการรองผู้อำนวยการด้านปฏิบัติการฝ่ายบริการโดยสาร การรถไฟแห่งประเทศไทย เผยว่า “เพื่อตอกย้ำพันธกิจของการรถไฟแห่งประเทศไทย ในการเป็นทางเลือกของการขนส่งและการเดินทางอย่างมีประสิทธิภาพ ปลอดภัย มอบความสุขแห่งการเดินทาง จึงได้ร่วมจัดทริป The Thailanders & NuméroThailand x SRT Prestige Train Exclusive Journey เพื่อมอบประสบการณ์ใหม่ๆ กับการเดินทางด้วยรถไฟ SRT Prestige รถไฟระดับเฟิร์สคลาส จำนวน 4 โบกี้ ที่มาพร้อมกับสิ่งอำนวยความสะดวก โดยเปิดให้บริการแก่บุคคลทั่วไป ที่สามารถเช่าเหมาทั้งขบวนหรือแบบเฉพาะโบกี้ โดยพ่วงไปกับการเดินขบวนรถปกติ หรือเช่าเป็นขบวนพิเศษที่วิ่งแยกต่างหาก สำหรับเดินทางประชุม สัมมนาย่อยหรือท่องเที่ยว ไปทุกจุดหมายปลายทางทั่วประเทศของเส้นทางการรถไฟฯ”

Mr.Laurent Sola, เพ็ญสุภา คชเสนี, อัญญา ศิริกุล และ สาริศา คชเสนี

อมรสิริ บุญญสิทธิ์ กรรมการ ผู้จัดการ และบรรณาธิการบริหาร เดอะไทยแลนเดอร์ส และนูเมโรไทยแลนด์ เผยว่า “วัตถุประสงค์ของการจัดทริปนี้เพื่อช่วยประชาสัมพันธ์รถไฟเช่าเหมาชุดเกียรติยศรถไฟไทย (SRT Prestige) ที่มาพร้อมกับสิ่งอำนวยความสะดวกสบาย ทั้งรถประชุม รถนอน รถเสบียง ดีไซน์หรูหราและเป็นรถปรับอากาศทุกโบกี้ เหมาะกับสภาพอากาศบ้านเรา รวมทั้งยังหวังว่าทริปนี้จะช่วยจรรโลงไว้ซึ่งวัฒนธรรมการเดินทางโดยรถไฟให้คงอยู่อย่างยั่งยืน การเดินทางด้วยรถไฟไทยในสปีดสบายๆ ทำให้เราได้ซึมซับถึงเสน่ห์ต่างๆ รอบสองข้างทาง รู้สึกผ่อนคลายและเป็นความสุขของการเดินทาง โดยย้อนวันวานทริปรถไฟของตัวเราเอง คือความสนุก เพราะทุกครั้งที่เดินทาง ไปกับเพื่อนๆ หรือเดินทางกับคุณพ่อคุณแม่ แต่ละสถานีจะมีอาหาร ของชำร่วยพื้นถิ่นขึ้นมาขาย ตื่นตาตื่นใจ กับแต่ละสถานี ที่มีความหลากหลายไม่ซ้ำกัน วันนี้มีรถไฟขบวนพิเศษที่มีแฟคซิลิตี้ครบ น่าจะเป็นอีกทางเลือกของการเดินทางที่ไม่ควรพลาด”

พราวพุธ ลิปตพัลลภ กรรมการบริหาร บริษัท พราว เรียลเอสเตท จำกัด เผยว่า “การนั่งรถไฟมาเที่ยวหัวหิน ยังเป็นที่ชื่นชอบของหลายคน ซึ่งสถานีรถไฟหัวหิน เป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์คที่คนมาเที่ยวหัวหินจะไม่พลาดต้องไปเช็คอิน เพราะเป็นสถานีที่มีความสวยงาม ซึ่งในวัยเด็กตัวเองก็เคยนั่งรถไฟมาที่นี่เหมือนกัน หัวหินเป็นเมืองน่าเที่ยว โดยสามารถชมวิวทั้งเมืองหัวหินยามค่ำคืนได้ที่ สกายบาร์ บนโรงแรมแรมฮอลิเดย์ อินน์ วานา นาวาหัวหิน ซึ่งเป็นจุดชมวิวที่ดีที่สุด สูงที่สุดของหัวหินในขณะนี้ พร้อมทั้งมีสกายเดคพื้นกระจกใสที่ยื่นออกไป วัดใจให้ผู้มาพักผ่อนให้เดินออกไปชมวิวกับความสูงของตึก 27 ชั้น ที่นี่จึงเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ของหัวหิน”

ก้อง-กมลสุทธิ์ ทัพพะรังสี

สาริศา คชเสนี เผยว่า “ตื่นเต้นมากกับการเดินทางด้วยรถไฟไทยเป็นครั้งแรกในชีวิต ต่างจากการนั่งรถไฟที่ยุโรป เพราะรถไฟไทยนั่งสบายๆ รู้สึกชิลล์ๆ มีเวลามองวิวทิวทัศน์ วิถีชุมชนข้างทาง ความเป็นอยู่ของคน ทำให้เราซึมซับบรรยากาศการเดินทางอย่างแท้จริง และสำหรับทริปพิเศษครั้งนี้ ยังรู้สึกสนุก เพราะมีกิจกรรมให้ได้สัมผัสตลอดเส้นทางการเดินทาง โดยมีโอกาสได้มาเที่ยวหัวหินค่อนข้างบ่อย ถึงแม้ว่าจะเห็นการเปลี่ยนแปลงของหัวหินที่มีความทันสมัยมากขึ้น แต่สิ่งที่ยังคงเสน่ห์ความเป็นหัวหิน คือบรรยากาศดี อาหารอร่อย การดำเนินชีวิตที่สโลว์ไลฟ์”

ก้อง-กมลสุทธิ์ ทัพพะรังสี คุณพ่อลูก 2 เล่าถึงความผูกพันในการเดินทางไปเที่ยวที่หัวหินว่า “ผมไปพักผ่อนที่หัวหินค่อนข้างบ่อย ประมาณ 3 เดือนครั้งพาลูกๆ มาเที่ยว หัวหินเจริญขึ้นและมีความทันสมัย สะดวกสบาย มากยิ่งขึ้นและเป็นทะเลที่สวยงาม ใกล้กรุงเทพฯส่วนใหญ่จะขับรถมาเที่ยว พอวันนี้ได้มาเห็นการเดินทางด้วยรถไฟอีกครั้ง ทำให้ผมคิดถึงบรรยากาศสมัยเด็กๆ ที่เคยนั่งรถไฟมาเที่ยวกับเพื่อนๆ สนุกมาก เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ และยิ่งได้เห็นความก้าวหน้าและการพัฒนาของรถไฟ มีสิ่งอำนวยความสะดวก มีห้องนอน เครื่องดื่มบนรถไฟ อยากที่จะกลับมาเดินทางด้วยรถไฟ ระลึกความหลังครั้งวัยเยาว์ และสร้างประสบการณ์ใหม่ในการท่องเที่ยวด้วยรถไฟให้กับลูกๆ ครับ

บรรยากาศภายในขบวนรถไฟ SRT Prestige

เอ็กซ์คลูซีฟทริป The Thailanders& Numéro Thailand x SRT Prestige Train Exclusive Journey” กับรถไฟไทยยุคใหม่ SRT Prestige มอบความสุขความสนุกของการเดินทางอย่างไร้ขีดจำกัด กับรถไฟดีๆ ของบ้านเราอัตราค่าบริการเริ่มต้น ระยะทาง 1-500 กม.รถเสบียงครัวร้อน /ครัวเย็น ราคา 17,000 บาท/ตู้/เที่ยว รถนอน/รถประชุมราคา 20,000 บาท/ตู้/เที่ยว สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับรถไฟ SRT Prestige ได้ที่การรถไฟแห่งประเทศไทย โทร.02-6218701 ต่อ 5202 หรือ http://www.railway.co.th

มะเร็งตับ ตรวจพบเร็ว รักษาได้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/357446

มะเร็งตับ ตรวจพบเร็ว รักษาได้

มะเร็งตับ ตรวจพบเร็ว รักษาได้

วันอังคาร ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

มะเร็งตับ โรคร้ายที่เป็นปัญหาสุขภาพของคนไทยมานาน และสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆ ของมะเร็งทั้งหมดที่พบในเพศชาย หากตรวจพบช้าจะมีโอกาสเสียชีวิตได้ ดังนั้นการตรวจพบตั้งแต่ระยะเริ่มต้น เเละได้รับการรักษาอย่างถูกวิธี สามารถทำให้ปลอดจากโรคได้

รองศาสตราจารย์ นายแพทย์คมกริช ฐานิสโร หัวหน้าศูนย์รังสีร่วมรักษา โรงพยาบาลวัฒโนสถ ให้ข้อมูลว่า ปัจจุบันสถานการณ์โรคมะเร็งตับ ถือเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆ ของมะเร็งทั้งหมดที่พบในเพศชายเนื่องจากตับเป็นอวัยวะที่มีเลือดเข้าไปเลี้ยงมาก และเป็นอวัยวะสำคัญที่ช่วยกำจัดสารพิษและของเสีย ผลิตน้ำดีในการย่อยอาหาร ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด สร้างและเก็บสะสมแป้งและไขมันเพื่อเป็นพลังงาน และรักษาสมดุลในร่างกาย ดังนั้น เมื่อเซลล์บริเวณตับเกิดการแบ่งตัว เพิ่มจำนวนอย่างผิดปกติจนพัฒนากลายมาเป็นมะเร็งตับ(Liver Cancer) ได้ในที่สุด

นายแพทย์คมกริช ฐานิสโร

สาเหตุของมะเร็งตับ เกิดได้จากภาวะตับแข็งจากสาเหตุต่างๆ เช่น การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี ไวรัสตับอักเสบซี การดื่มแอลกอฮอล์ ไขมันเกาะตับ โรคเบาหวาน โรคอ้วน หรือรับประทานอาหารที่ปนเปื้อนสารอะฟลาทอกซิน (Aflatoxin) ที่พบมากในถั่วลิสงเเห้งหรือพริกป่นแห้งที่ไม่สะอาด อาการที่เป็นสัญญาณเตือนคือ ผู้ป่วยจะมีอาการปวด แน่น และเจ็บบริเวณท้องบนด้านขวาและลิ้นปี่ คล้ายกับโรคกระเพาะอาหาร มีอาการเบื่ออาหาร น้ำหนักลดแบบไม่ทราบสาเหตุ และเมื่อมะเร็งทำลายตับมากขึ้นหรือเกิดการอุดตันของท่อน้ำดีก็จะมีอาการตัวเหลือง ตาเหลือง ท้องโต ปัสสาวะมีสีเหลืองเข้มคลำเจอก้อนขนาดใหญ่ใต้ชายโครงด้านขวา

ที่ต้องระวังคือ โรคมะเร็งตับในระยะแรกนั้นจะไม่ค่อยแสดงอาการ การวินิจฉัยทำได้โดย 1.การตรวจอัลตราซาวนด์ ซึ่งเป็นวิธีเบื้องต้นที่ง่ายที่สุด 2.ตรวจเลือดหาค่า AFP ซึ่งเป็นสารบ่งชี้มะเร็งตับ หากมีค่า AFPสูงอาจบ่งบอกได้เบื้องต้นว่ามีเซลมะเร็งตับในตัวคนไข้ ซึ่งแพทย์จะอาจพิจารณาให้ตรวจวินิจฉัยอื่นๆ เพิ่มเติมต่อไป 3.การตรวจด้วยการเอกซเรย์ด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ (CT Scan) 4.การตรวจ MRI (Magnetic Resonance Imaging) คือ การตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่ทำให้เห็นความผิดปกติของตับอย่างชัดเจน เเละท้ายสุดคือ 5.การตัดชิ้นเนื้อตรวจด้วยเข็ม (needle biopsy) เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยวินิจฉัยโรคมะเร็งตับได้อย่างตรงจุด

การรักษามะเร็งตับขึ้นอยู่กับระยะของโรค เริ่มตั้งแต่ 1.การผ่าตัด เป็นวิธีรักษาที่ได้ผลเเต่ต้องระวังถึงผลกระทบต่อเนื้อเยื่อข้างเคียง ที่ก่อให้เกิดอันตรายถึงตับวายหลังผ่าตัดได้ 2.การใช้เข็มจี้ด้วยความร้อน ซึ่งอาจใช้คลื่นไมโครเวฟ (Microwave) หรือคลื่นความถี่วิทยุ (RF)ใช้ในกรณีที่ก้อนเนื้องอกมีขนาดไม่เกิน 5 เซนติเมตร วิธีนี้ข้อดีคือเนื้อตับถูกทำลายน้อยช่วยทำลายเซลล์มะเร็งได้แบบถาวร นอน โรงพยาบาลเเค่คืนเดียว แผลเล็กเเค่ 3 มม.ทำให้ฟื้นตัวเร็วมาก  3.การให้เคมีบำบัดผ่านทางหลอดเลือดแดง (Transarterial Chemoembolisation หรือ TACE) เป็นการรักษาผู้ป่วยมะเร็งตับในกรณีที่ไม่สามารถทำการผ่าตัดได้ เนื่องจากมีความเสี่ยงสูงและก้อนเนื้อมีขนาดใหญ่มากกว่า 5 ซม. โดยการสอดกล้องหรือท่อเล็กๆ เข้าไปทางหลอดเลือดแดงตรงขาหนีบเเล้วใช้เครื่องเอกซเรย์หลอดเลือดตรวจหาหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงก้อนเนื้องอกที่ตับ จากนั้นให้ยาฆ่าเซลล์มะเร็งและให้สารอุดกั้นหลอดเลือดแดง ทำให้ก้อนเนื้องอกถูกทำลายลงและขาดเลือดไปเลี้ยง ปัจจุบันกระบวนการรักษามะเร็งตับ จะพยายามเลี่ยงการทำลายส่วนของเนื้อตับปกติ ที่ไม่ใช่เซลล์มะเร็ง ฉะนั้นเทคโนโลยีการรักษามะเร็งตับที่ช่วยให้สามารถทำลายก้อนเนื้อได้แบบตรงจุด คือทางเลือกที่ดีต่อผู้ป่วย Fusion Ultrasound ช่วยให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาที่มีประสิทธิภาพ สามารถดึงภาพเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT SCAN) หรือคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) มารวมกับภาพจากเครื่องอัลตราซาวนด์ กลายเป็นภาพ 4 มิติที่มองเห็นก้อนเนื้อและขอบเขตได้ละเอียด ช่วยในการรักษาได้ตรงตามตำแหน่งที่ต้องการ เมื่อนำมาใช้ร่วมกับการรักษามะเร็งตับด้วยคลื่นไมโครเวฟ (Microwave Ablation) ที่ใช้พลังงานความร้อนเข้าไปทำลายก้อนเนื้อ เเละใช้เครื่องมือรังสีวินิจฉัย เช่น เครื่องอัลตราซาวนด์ เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT SCAN) ช่วยนำทาง จึงช่วยให้ทำลายก้อนเนื้อได้ถูกตำแหน่ง ลดผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นกับผู้ป่วย ฟื้นตัวเร็ว กลับไปใช้ชีวิตได้เป็นปกติ

เนื่องจากไวรัสตับอักเสบชนิดบีและซีเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดตับแข็งและมะเร็งตับ ดังนั้น การตรวจเลือดว่าเรามีเชื้อหรือมีภูมิต้านทานของไวรัสทั้งสองชนิดนี้หรือไม่ เป็นวิธีการที่จะป้องกันมะเร็งตับได้ดีที่สุด หากพบว่าไม่มีเชื้อและยังไม่มีภูมิต้านทานก็สามารถฉีดวัคซีนป้องกัน แต่หากพบว่ามีเชื้อ ก็สามารถทำการรักษาได้ในปัจจุบัน หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับเรื่องของไวรัสตับอักเสบบีและซี ควรปรึกษากับแพทย์ทางอายุรกรรมหรือแพทย์อายุรกรรมระบบตับทางเดินอาหาร

พฤติกรรมที่อาจช่วยให้หลีกเลี่ยงมะเร็งตับ เช่น งดสุราและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์รวมทั้งของหมัก ของดอง เพราะการกินติดต่อเป็นเวลานานจะเสี่ยงต่อการเกิดตับแข็งที่อาจนำไปสู่การเป็นมะเร็งตับ เลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง เพราะอาหารไขมันสูงส่งผลให้ตับทำงานหนักในการสร้างน้ำดีมาย่อยอาหาร ควบคุมน้ำตาลเเละน้ำหนักเพื่อไม่ให้เสี่ยงกับโรคเบาหวานและโรคอ้วน ซึ่งเป็นต้นเหตุอย่างหนึ่งของโรคมะเร็งตับ เลี่ยงการทานยาติดต่ดกันเป็นเวลานานมากเกินไป เพราะยาเกือบทุกชนิดส่งผลต่อการทำงานของตับเเละควรอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์ท้ายสุดคือการเลี่ยงอาหารที่มีโอกาสปนเปื้อนสารอะฟลาทอกซิน (Aflatoxin)

ทั้งนี้ โรงพยาบสลวัฒโนสถเป็นโรงพยาบาลด้านโรคมะเร็ง การตรวจวินิจฉัยด้วยเครื่องมือและเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ครบทุกมิติ ผลลัพธ์ที่ได้นอกจากการรักษาคือการเพิ่มคุณภาพชีวิต ลดอัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 02-3103000 หรือ Call Center โทร.1719

SACICT ชวนชาวขอนแก่นร่วมงาน เพลิน Craft 2561 ครั้งที่ 2

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/357459

SACICT ชวนชาวขอนแก่นร่วมงาน เพลิน Craft 2561 ครั้งที่ 2

SACICT ชวนชาวขอนแก่นร่วมงาน เพลิน Craft 2561 ครั้งที่ 2

วันอังคาร ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

อัมพวัน พิชาลัย ผอ.SACICT พร้อมด้วยผู้บริหาร CPN

เพื่อยกระดับงานหัตถกรรมให้สามารถเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ ที่มีไลฟ์สไตล์แบบวิถีชีวิตของคนเมือง ตลอดจนเป็นการขยายสู่คนภาคต่างๆ ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) เตรียมจัดงาน “SACICT เพลิน Craft 2561” ครั้งที่ 2 ชวนชาวขอนแก่นมาผ่อนคลายกับคราฟต์บำบัด สัมผัสงานคราฟต์ร่วมสมัย ภายใต้แนวคิด “Craft Therapy” ร่วมเรียนรู้ภูมิปัญญาจากช่างหัตถกรรมและคนทำงานคราฟต์ พร้อมกิจกรรมสุดเพลิดเพลินอีกมากมาย ระหว่างวันที่ 23-26 สิงหาคม ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ขอนแก่น

อัมพวัน พิชาลัย ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ กล่าวว่า งาน “SACICTเพลิน Craft 2561” จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Craft Therapy” เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ในการบำบัด และผ่อนคลาย ทั้งนี้ จากพฤติกรรมการใช้ชีวิตของคนปัจจุบัน ที่อยู่กับโทรศัพท์มือถือ อยู่ท่ามกลางความเร่งรีบ แข่งขันกันตลอดเวลา SACICT จึงเห็นว่าถึงเวลาที่ทุกคนควรจะได้รับการ Detox ความเครียดเหล่านั้น โดยนำงานคราฟต์ประเภท Digital Detoxing ซึ่งเป็นงานที่ถูกออกแบบมาจากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ต้องการหลีกหนีความรวดเร็วของการใช้ชีวิตที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยี ผ่านการบำบัดด้วยความประณีตในการทำคราฟต์เพื่อสร้างความผ่อนคลาย เนื่องจากงานฝีมือนั้นต้องใช้ความตั้งใจ ต้องจริงจัง ดังนั้นงานคราฟต์จึงเป็นกิจกรรมหนึ่งที่ช่วยให้สามารถหลีกเร้นจากความวุ่นวาย สุข + เพลิน ทั้งตอนทำ และตอนใช้ พร้อมกระตุ้นให้เกิดการเปิดรับ ชื่นชอบ และซื้อใช้หรือทำเป็นงานอดิเรก ซึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างคนทำงานคราฟต์รุ่นใหม่ๆ เพื่อ
ต่อยอดไปสู่การสร้างรายได้ สร้างชื่อเสียง และการยอมรับในสังคมได้

นอกจากนี้ยังเป็นการอนุรักษ์ สืบสาน ต่อยอด พร้อมทั้งเชิดชูผลงานจากองค์ความรู้ด้านงานหัตถศิลป์ของช่างหัตถกรรมและคนทำงานคราฟต์ ให้เป็นที่รู้จักและยอมรับทั้งชาวไทยและ
ชาวต่างประเทศ

ภายในงานมีการจัดโซนต่างๆ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานได้เปิดประสาทสัมผัสทั้งหก สู่การผ่อนคลาย ฟื้นฟูร่างกายด้วยงานคราฟต์ (Craft Therapy) และบรรเทาความตึงเครียดด้วยทรีทเม้นท์ที่ได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถันตั้งแต่ต้นจนจบงาน ผ่านโซนต่างๆ ซึ่งเราตั้งชื่อให้มีความสอดคล้องกับชื่องานทั้งสิ้น 8 โซน ได้แก่แวะเพลิน เพลินกรุ่นครุ่นคิด ห้วงเพลาเพลิน เพลิดเพลินจับจ่าย ลานเพลิน เพลินต่อยอด จับเข่าเพลินกัน และเพลินกายสบายใจ

ผู้ที่สนใจสามารถเข้าร่วมงาน “SACICT เพลิน Craft 2561” ครั้งที่ 2 ได้ระหว่างวันที่ 23-26 สิงหาคม นี้ ณ ลานข้าวเหนียวศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ขอนแก่น เวลา 10.00-21.00 น. ผู้ที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมเวิร์กช็อป งาน Art & Crafts สามารถลงทะเบียนที่จุดลงทะเบียนหน้างาน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Call Center 1289 http://www.sacict.or.th และ http://www.facebook.com/sacict

เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ในรัชกาลที่ 9 สภากาชาดไทย จัดกิจกรรมเปิดโครงการ‘ป่าที่ภักดี’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/357463

เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ในรัชกาลที่ 9  สภากาชาดไทย จัดกิจกรรมเปิดโครงการ‘ป่าที่ภักดี’

เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ในรัชกาลที่ 9 สภากาชาดไทย จัดกิจกรรมเปิดโครงการ‘ป่าที่ภักดี’

วันอังคาร ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เสด็จฯ เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2522

ศูนย์ราชการุณย์สภากาชาดไทย เขาล้าน อำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด มีชื่อเดิมว่า “ศูนย์สภากาชาดไทย เขาล้าน จังหวัดตราด” ตั้งอยู่ถนนตราด-คลองใหญ่ กิโลเมตรที่ 48 ริมทางหลวงหมายเลข 318 ได้ก่อกำเนิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2522 โดยพระราชเสาวนีย์ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 สภานายิกาสภากาชาดไทย ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานความช่วยเหลือแก่ผู้อพยพชาวกัมพูชาจำนวนนับแสนคนที่หนีภัยสงครามภายในประเทศเข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารในเขตราชอาณาจักรไทยบริเวณ บ้านเขาล้าน ตำบลไม้รูด อำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด ในระยะแรกมีการก่อสร้างเพิงชั่วคราว เพื่อใช้เป็นที่ทำการ ที่พัก หน่วยพยาบาล ต่อมาจึงทำการก่อสร้างอาคารถาวร ประกอบด้วย สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า โรงฝึกอบรม โรงเรียน และบ้านพัก เป็นต้น

ภายในพิพิธภัณฑ์ จัดแสดงความเป็นมาของค่ายอพยพ สิ่งของ และภาพถ่าย ในศาลาราชการุณย์

ศูนย์สภากาชาดไทยแห่งนี้ให้ความอนุเคราะห์แก่ผู้ลี้ภัยช่วงเวลาหนึ่ง และได้ปิดลงอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2529 บริเวณดังกล่าวจึงถูกปล่อยทิ้งว่างไม่ได้ใช้ประโยชน์ หลังจากปิดศูนย์ฯ ต่อมา ในปี 2534 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี องค์อุปนายิกาผู้อำนวยการสภากาชาดไทย ทรงมีพระราชดำริให้สภากาชาดไทยจัดทำโครงการพัฒนาศูนย์สภากาชาดไทยแห่งนี้ ได้พระราชทานแนวพระราชดำริไว้ 3 ประการ คือ 1) จัดสร้างพิพิธภัณฑ์เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สภานายิกาสภากาชาดไทย ในโอกาสทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 5 รอบ ในปี 2535 โดยสร้างศาลาราชการุณย์ เพื่อเป็นอนุสรณ์สถานน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณที่พระราชทานแก่ผู้อพยพชาวกัมพูชา เป็นที่จัดแสดงความเป็นมาของค่ายอพยพ สิ่งของและภาพถ่าย รวมทั้งหุ่นจำลองขนาดเท่าของจริงเกี่ยวกับกิจวัตรประจำวันของผู้อพยพชาวกัมพูชา เช่น หุงหาอาหาร เย็บปักถักร้อย เป็นต้น 2) ใช้อาคารสถานที่บริเวณศูนย์ฯ ให้เกิดประโยชน์ จัดทำเป็นศูนย์ฝึกอบรมและเข้าค่ายพักแรมของเยาวชน และ 3) ใช้ประโยชน์จากสภาพภูมิประเทศที่ติดชายหาด เป็นแหล่งท่องเที่ยวไว้พักผ่อนหย่อนใจ ดัดแปลงอาคารเดิมเป็นห้องพักและอาคารจัดกิจกรรม พร้อมติดตั้งเครื่องอำนวยความสะดวกต่างๆจากนั้น สภากาชาดไทยได้ขอให้กองทัพเรือส่งทหารเข้ามาดูแลพื้นที่ กองทัพเรือได้จัดให้ชุดควบคุมทหารพรานนาวิกโยธินที่ 3 เข้ามาอยู่ดูแลพื้นที่ในปี 2535 และภายหลังได้เปลี่ยนชื่อเป็น “ศูนย์ราชการุณย์สภากาชาดไทย เขาล้าน จังหวัดตราด”นับจากนั้นเป็นต้นมา

เตช บุนนาค ผช.เลขาธิการสภากาชาดไทย ฝ่ายบริหาร เปิดโครงการ “ป่าที่ภักดี” เฉลิมพระเกียรติฯ โดยมี นพ.พินิจ กุลละวณิชย์ ผช.เลขาธิการสภากาชาดไทย, ธาริกา วงศ์สินศิริกุล รอง ผอ.สนง.ยุวกาชาดสภากาชาดไทย,สุวรรณ พิมลแสงสุริยา ผจก.ศูนย์ราชการุณย์, สมจิตต์ ไหมดี ผช.ผอ.สนง.ยุวกาชาดสภากาชาดไทย ร่วมพิธี 

ในปีนี้ สภากาชาดไทยได้จัดโครงการ “ป่าที่ภักดี” ณ ศูนย์ราชการุณย์สภากาชาดไทย เขาล้าน จังหวัดตราดจัดขึ้นโดยสำนักงานยุวกาชาด สภากาชาดไทย เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 สภานายิกาสภากาชาดไทย เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 86 พรรษา 12 สิงหาคม 2561 และในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนากิจการยุวกาชาดไทยครบ 96 ปี “8 รอบสถาปนาก้าวสู่ 10 ทศวรรษที่ยั่งยืน” เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2561เวลา 09.00 น. โดยมี เตช บุนนาค ผู้ช่วยเลขาธิการสภากาชาดไทย ฝ่ายบริหาร เป็นประธานในพิธี กิจกรรมภายในงาน มีเยาวชน อาสายุวกาชาด ประชาชน และหน่วยงานทุกภาคส่วน ร่วมกันปลูกต้นราชพฤกษ์ จำนวน 860 ต้น ในพื้นที่ 6 ไร่ นอกจากนี้ยังมีต้นมหาพรหมราชินีต้นรวงผึ้ง และต้นเหลืองสิรินธร โดยมุ่งหวังให้เป็นอีกหนึ่งสถานที่สำคัญของศูนย์ราชการุณย์ฯ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 สภานายิกาสภากาชาดไทย สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร และ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี อุปนายิกาผู้อำนวยการสภากาชาดไทย ซึ่งจะมีการพัฒนาโครงการนี้ให้ยั่งยืนสืบไปอีก 5 ปีข้างหน้า และโอกาสนี้ยังมีการปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำปลาตะเพียน จำนวน 86,000 ตัวลงสู่บึงบัวธรรมชาติถวายเป็นพระราชกุศลด้วย

ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำปลาตะเพียนลงสู่บึงบัวธรรมชาติถวายเป็นพระราชกุศล

ฉลอง 120 ปี ลอมป์ เบอร์ชเย่ ปารีส

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/357452

ฉลอง 120 ปี ลอมป์ เบอร์ชเย่ ปารีส

ฉลอง 120 ปี ลอมป์ เบอร์ชเย่ ปารีส

วันอังคาร ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เรืองวิทย์ นันทาภิวัฒน์, ลดาริน นันทาภิวัฒน์, นนทกานต์ ทัพพะรังสี อึง, เคนเนธ อึง

แบรนด์ต้นตำรับตะเกียงน้ำหอมฟอกอากาศจากฝรั่งเศส ลอมป์ เบอร์ชเย่ ปารีส (Lampe Berger Paris) จัดงาน Celebrating 120 Years Lampe Berger Paris ฉลองครบรอบ 120 ปี ตัวจริงเครื่องหอมสำหรับบ้านอย่างยิ่งใหญ่ ณ ชั้น 1 เซ็นทรัล ชิดลม นอกจากนี้ ยังเปิดตัวน้ำหอม 3 กลิ่นใหม่ล่าสุด ในคอนเซ็ปต์ Iconic Asian Fragrance ที่ออกแบบเพื่อเอาใจคนรักเสน่ห์ความหอมแบบเอเชีย พร้อมแนะนำนวัตกรรมน้ำหอมบ้านในกลุ่มแอนตี้ โอดอร์ ซีรี่ส์(anti-odour series) ที่มาในรูปแบบก้านกระจายความหอมและเทียนหอมที่ผลิตจากถั่วเหลือง 100%

งานนี้ มร.เอริค ซาเยตต้า อัครราชทูตที่ปรึกษาฝ่ายเศรษฐกิจ สถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย ให้เกียรติมาร่วมทำพิธีเปิดงาน พร้อมด้วย นนทกานต์ ทัพพะรังสี อึง กรรมการผู้จัดการ บริษัท เบอร์เจอร์ โพรดักส์ (ประเทศไทย) จำกัด และ ยุวดี จิราธิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธุรกิจห้างสรรพสินค้า ในเครือกลุ่มเซ็นทรัล โดยมีแฟนคลับเซเลบริตี้ อาทิ ปวีณา พหิทธานุกร,กมลสุทธิ์ ทัพพะรังสี, เคนเนธ อึง, มัญชุมาศ นำเบญจพล, ณัฏฐิ์ประภา–ณัฏฐิ์มาฎา-ณัฏฐกรม์ ชุณหะวัณ, ชนินธิดา จันทรุเบกษา ฯลฯ ร่วมงาน

มร.เอริค ซาเยตต้า และ สุกัญญา เอื้อชูชัย

นนทกานต์ ทัพพะรังสี อึง ผู้นำเข้า ลอมป์ เบอร์ชเย่ ปารีส กล่าวว่า ลอมป์ เบอร์ชเย่ ปารีส รังสรรค์ผลิตภัณฑ์ด้วยความเชี่ยวชาญของมาสเตอร์เพอร์ฟูมเมอร์ คัดเลือกส่วนผสมจากธรรมชาติที่ดีที่สุด ไม่ว่าจะเป็นดอกไม้ ผลไม้ ไม้ใบ หรือแม้แต่เครื่องเทศ เพื่อให้ผู้รักน้ำหอมได้รื่นรมย์กับความหอมที่ผ่อนคลายและใกล้ชิดความเป็นธรรมชาติมากที่สุด ในโอกาสฉลองครบรอบ 120 ปี ลอมป์ เบอร์ชเย่ ปารีส จึงได้นำเสนอน้ำหอมสำหรับบ้านคอลเลคชั่นล่าสุดปี 2018 ในแนวคิด “Iconic Asian Fragrance” รวม 3 กลิ่น ได้แก่ Delicate Osmanthus, Water Fruit และ Enchanting Sandalwood ที่เลือกสรรส่วนผสมหลักจากดอกไม้หลายชนิด ผลไม้ เปลือกไม้ และเครื่องเทศของทวีปเอเชีย ซึ่งขึ้นชื่อว่ามีกลิ่นหอมรัญจวนใจ มีเสน่ห์ และเอกลักษณ์ความหอมเฉพาะตัวที่แตกต่างจากส่วนผสมในทวีปอื่น ผสมผสานกับส่วนผสมธรรมชาติอย่างลงตัว

ศศิกานต์ สิมะวรา

นอกจากนี้ ยังได้เปิดตัวนวัตกรรมใหม่ของน้ำหอมบ้านในกลุ่มแอนตี้ โอดอร์ ซีรี่ส์ (anti-odour series) ที่มาในรูปแบบก้านกระจายความหอม ที่ผลิตจากโพลีมอร์สามารถซึมซับน้ำหอมและกระจายความหอมได้ไว ไม่ทำให้น้ำหอมเปลี่ยนสีหรือกลิ่น และเทียนหอมที่ผลิตจากถั่วเหลือง 100% ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดในกลุ่ม ผลิตจากน้ำหอมแท้และใช้วัตถุดิบธรรมชาติ 100% (100% Vegan) มีประสิทธิภาพกำจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์ในห้องน้ำ ห้องครัว กลิ่นสัตว์เลี้ยง และกลิ่นบุหรี่ได้อย่างตรงจุดกว่า 80% ด้วยนวัตกรรมโมเลกุลเฉพาะที่ได้รับการจดสิทธิบัตร เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และให้ระยะเวลาการใช้งานได้ยาวนาน 4-6 สัปดาห์

จูน-สาวิตรี โรจนพฤกษ์ แนะนำผลิตภัณฑ์

พบกับผู้เชี่ยวชาญด้านกลิ่นหอมได้ที่ ลอมป์เบอร์ชเย่ ปารีส ทุกสาขา สอบถามเพิ่มเติมได้ที่02-6720498 หรือเข้าไปเยี่ยมชมได้ที่ FB:lampebergerthai,IG:lampebergerth_original, Line@: @lampebergerthai,และ http://lampebergerthai.com #lampebergerparis#lampebergerthai #besthomefragrance#frenchbasedhomefragrance

ตะเกียงน้ำหอม ลอมป์ เบอร์ชเย่ ปารีส

คุณแหน : 14 สิงหาคม 2561

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/357462

คุณแหน : 14 สิงหาคม 2561

วันอังคาร ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ll มูลนิธิพลังที่ยั่งยืน ปตท.ส่งมอบอาคารประหยัดพลังงานและโรงเพาะชำผักกางมุ้งให้ สถานแรกรับเด็กชายปากเกร็ด (บ้านภูมิเวท) ไว้ใช้เป็นศูนย์เรียนรู้การใช้พลังงานแสงอาทิตย์และห้องเรียนดนตรี นันทนาการ โดยมี พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รมว.พม.เป็นประธานในพิธี เมื่อวันศุกร์ที่ผ่าน ตลอดเส้นทางเยี่ยมชมเด็กๆ ทำกิจกรรมต่างๆ เรียกเสียงหัวเราะและความชอบใจจากทั้งเด็กและผู้ใหญ่โดยผู้ใหญ่เอ่ยชมว่าเด็กๆ มีแววตาสดใสมีความสุข เป็นธรรมชาติ…ต้นแบบงานดูแลเด็กด้อยโอกาสดีๆ แบบนี้ อธิบดี วิทัศน์ เตชะบุญ แห่งกรมเด็กและเยาวชน พ่องานมาถูกทางแล้วขอชื่นชม สุดท้ายขอปรบมือให้ ศิริดา ทรงธรรมเสนีย์ ผู้ปกครองบ้านภูมิเวท ต้นคิดพลิกเปลี่ยนโฉมบ้านภูมิเวทใหม่ทิ้งทวนก่อนเกษียณกันยายนนี้…

ll ไปทริปญี่ปุ่นกัน คู่นี้ไปฮอกไกโด พล.อ.ต.เสนาะ-พล.อ.ต.หญิงยลสรวล วาริทสวัสดิ์…ส่วนพี่สาวกับน้องสาว ดารณี มณีดิษฐ์ ก็ไปดินแดนอาทิตย์อุทัย พร้อมถ่ายรูปกับสวนดอกไม้หลากสี
สวยงามในพื้นที่หลายเอเคอร์มาอวดมิตรสหายด้วย…

ll ด้วยวัยเกือบใกล้ 90 ปี เข้ารับการผ่าตัดมาหลายครั้ง อำนาจ สอนอิ่มสาตร์ บุรุษเหล็ก นักจัดรายการมากความสามารถ แต่เดิมทุกๆ เช้าจะ phone in มาที่คลื่น TRS 99.5 FM ทว่าช่วงนี้มอบหมายให้ผู้จัดรายการร่วมฯนุชนารถ อุมานันท์ จัดรายการฯแบบฉายเดี่ยว วันวูแมนโชว์ด้วยเหตุผลความจำเป็นบางประการ…

ll ไปตั้งรกรากอยู่ที่นิวยอร์กนานมากแล้ว ภรณี สาริกบุตร กลายร่างเป็น The New Yorker ไปเรียบร้อยแล้ว…

ll นับเป็นเรื่องน่าชื่นชม สิริพร ตันบุตร ผอ.สิ่งแวดล้อมระนอง ช่วยรณรงค์ใช้พลาสติกให้น้อยที่สุด ยามนี้เมื่อต้องไปจับจ่ายซื้อของเธอจะถือถุงผ้าใบงาม พร้อมปิ่นโตเถาเขื่องไปบรรจุข้าวของตลอดจนอาหารสำเร็จรูปกลับบ้าน…เป็นตัวอย่างที่ดีงามยิ่งนัก..

ll หลังผ่าเข่าหายดีทั้ง 2 ข้างเดินเหินได้คล่องแคล่ว ปณิดา กัลยาณประพฤทธิ์ ขณะนี้อยู่ระหว่างทัวร์ยุโรป บันทึกภาพสิ่งต่างๆ ที่น่าสนใจ ทั้งปราสาทเก่าแก่ ตึกรามบ้านช่อง รวมถึงอาหารการกินมาอวดเพื่อนฝูงให้ได้พลอยอิ่มตาอิ่มใจไปกับเจ้าตัวด้วย…

ll เป็นเพราะแม่พาไปหม่ำก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นเนื้อศรีย่านตอนเด็กบ่อยๆ ปิยะพงษ์ จันทรวงศ์ ใฝ่ฝันว่าสักวันจะต้องมาเป็นเจ้าของกิจการนี้ให้ได้ซึ่งก็เป็นความจริงในกาลต่อมา ได้เป็นเจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นเนื้ออร่อยเด็ด ราชดำเนิน เท่านั้นยังไม่พอยังมีกิจการบ้านเรือนไทย Siam House สถานที่จัดเลี้ยงที่ผู้คนนิยมไปใช้บริการย่านพุทธมณฑลอีกด้วย…คนจะรวยห้ามกันไม่ได้…

ll เพิ่งฉลองอายุครบรอบ 100 ปีไปเมื่อเร็วๆ มานี้ คุณแม่ตติยา และเลิศผล มารดาของ วันจันทร์ บวรพานิชต้องเข้าโรงพยาบาลด่วน เพราะอาการติดเชื้อในกระแสโลหิตโรคฮิตในหมู่ผู้สูงอายุซึ่งต้องระวังกันมากเป็นพิเศษ…

llขอแสดงความยินดีกับ ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลัอม ในโอกาสที่ คุณแม่บุญเรือง ได้รับรางวัล คุณแม่ดีเด่น ประจำปี 2561 จัดโดยสภาวัฒนธรรมจังหวัดศรีสะเกษ…

ll ส่วน โชติเมธา นิ่มกิ่งรัตน์ เซียนพระชื่อดังของศรีสะเกษ ภาคภูมิใจกับภาพคุณแม่กำลังตั้งท่ายิงปืนอย่างเท่ โดยโพสต์โชว์เพื่อนๆ ว่า คุณแม่ผมเป็น “นักบู๊” ซึ่งดูยังไงก็ออกแนวน่ารัก !!…ll

บารอนเนส

36 ปี แห่งความกตัญญู มูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/357458

36 ปี แห่งความกตัญญู มูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์

36 ปี แห่งความกตัญญู มูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์

วันอังคาร ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เสด็จทรงเปิดการประชุมปฐมฤกษ์มูลนิธิฯ โดยมี หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร และคณะกรรมการ รับเสด็จ ณ ตึกสันติไมตรีทำเนียบรัฐบาล

ในโอกาสที่มูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชน ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ก่อตั้งมาครบ 36 ปี ในปี 2561 นี้พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลีพระวรราชาทินัดดามาตุ ประธานมูลนิธิทรงพระกรุณาเสด็จไปทรงเป็นประธานงาน “ร่วมจิตต์น้อมเกล้าเพื่อเยาวชนฯ ดิเรกดล 36 ปี” วันที่ 22 สิงหาคม 2561 ณ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ วิทยาเขตสุวรรณภูมิ

เมื่อ 36 ปีที่แล้ว มูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชนฯ ได้ก่อกำเนิดขึ้นเมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2525 โดย สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทรงเป็นองค์ประธานก่อตั้งและองค์ประธาน กิตติมศักดิ์มูลนิธิฯ ตามคำกราบทูลเชิญของ หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร บุคคลสำคัญของโลก ปัจจุบัน พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุทรงพระกรุณารับเป็นองค์ประธานมูลนิธิ ตั้งแต่ปี 2553 จึงขอเสนอเรื่องราวภารกิจอันทรงคุณค่าของมูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชน ในรอบ 36 ปีที่ผ่านมา ที่มีต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์

ความหมายอันยิ่งใหญ่

มูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชน ในพระบรมราชินูปถัมภ์ มุ่งหวังที่จะสร้างอนาคตอันสดใสให้กับเยาวชนไทย ด้วยการให้การศึกษา มิใช่เพียงแต่เยาวชนคนใดคนหนึ่ง แต่หมายถึงเยาวชนไทยทั่วประเทศ ความหมายอันยิ่งใหญ่ที่เปี่ยมล้นอยู่ในคำต่างๆ ต่อไปนี้

“ร่วมจิตต์” หมายถึงการรวมจิตใจกันระหว่างองค์การเอกชนที่มีสาขาทั่วประเทศ 10 องค์การ อาทิ สภาสตรีแห่งชาติฯ สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยฯ โดย สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทรงเป็นประธานก่อตั้ง ตามคำกราบทูลเชิญของ หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตรผู้ริเริ่มประสานการก่อตั้ง เพื่อเป็นศูนย์กลางให้เกิดความร่วมมือร่วมใจกัน เพื่อช่วยเหลือเยาวชนที่ขาดแคลนโอกาสทางการศึกษาทั่วประเทศ

“น้อมเกล้า” หมายถึงการน้อมเกล้าฯ ถวายความจงรักภักดีอย่างสูงในสถาบันพระมหากษัตริย์ในโอกาสสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี เมื่อพุทธศักราช 2525 มูลนิธิฯ จึงได้ก่อตั้งขึ้น เพื่อเป็นการสักการบูชาถวายแด่สมเด็จบูรพมหากษัตราธิราช และพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร

“เพื่อเยาวชน” หมายถึงความมุ่งมั่นของคณะผู้ก่อตั้งที่ปรารถนาจะเห็นเยาวชนที่ขาดแคลนด้อยโอกาสทางการศึกษา ให้ได้รับการศึกษาและเป็นพลเมืองดีในอนาคต

เจตนารมณ์ที่งดงาม

มูลนิธิฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเด็กและเยาวชน (รวมทั้งสามเณร) ประพฤติดียากไร้ที่ขัดสนจากหมู่บ้านต่างๆ ทั่วประเทศ เริ่มต้นด้วยจำนวน 2,525 คน ให้ได้มีโอกาสรับการศึกษาและการอบรมคุณธรรมอย่างต่อเนื่อง จนสามารถประกอบอาชีพที่สุจริตได้ตามอัตภาพของตน เพื่อจะได้เป็นกำลังสำคัญช่วยกันรับช่วงสืบทอด รักษาเอกราช วัฒนธรรมและพัฒนาประเทศชาติให้เจริญรุ่งเรืองสืบไปในอนาคต

ชื่อ “มูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชน” มีความหมายว่า ประชาชนทุกคนที่เห็นความสำคัญของการให้การศึกษา และการอบรมคุณธรรมแก่เยาวชน ร่วมใจกันน้อมเกล้าฯ ถวายความกตัญญูต่อพระมหากษัตริย์ และแสดงความ กตัญญูต่อบรรพบุรุษของเรา ผู้เสียสละเลือดเนื้อและชีวิต เพื่อสร้างความเป็นปึกแผ่นและพัฒนาประเทศชาติสืบต่อมาจนถึงปัจจุบัน

สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทรงพระกรุณาโปรดให้พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสุทธสิริโสภา นำ ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรังสิต คณะผู้บริหารคณาจารย์ และนักศึกษา เข้าเฝ้าเพื่อถวายเงินสมทบทุนมูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ ณ วังแสงมุกดา

มูลนิธิฯนี้ เป็นสัญลักษณ์แห่งความกตัญญูของประชาชนชาวไทย ทั้งภายในและภายนอก ประเทศที่ระลึกถึงพระคุณและคุณงามความดีของชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และบรรพบุรุษที่ได้รักษาเอกราช และความมั่นคงของประเทศไว้ให้ชาวไทย สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ด้วยความภูมิใจในเอกราชประชาธิปไตยของประเทศตลอดมานี้ จึงเป็นหน้าที่ของเราชาวไทยทุกคนที่จะต้องร่วมมือร่วมใจกันช่วยเยาวชนที่ยากไร้และประพฤติดี ให้ได้รับการศึกษาอบรมเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตตามอัตภาพของตน รู้จักบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นและสังคม มีความจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ จนสามารถพิทักษ์รักษาประเทศชาติสืบต่อไปซึ่งคุณธรรมล้ำค่าดังกล่าว คู่ควรแก่การที่จะได้มีการปลูกฝังไว้ในสายเลือดของเยาวชนไทยทุกคนสืบไป

หลักการสำคัญการให้ทุนเยาวชนด้อยโอกาสที่มีความประพฤติดี จะได้รับความอุปถัมภ์ด้านเงินทุนการศึกษา โดยคณะกรรมการสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ฯ เมื่อปี 2525 ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ได้รับโครงการของมูลนิธิฯ เป็นโครงการหนึ่งของรัฐบาล โดยมอบให้กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงมหาดไทยเป็นเจ้าของ

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นองค์ประธานที่ปรึกษามูลนิธิฯ ศ.ดร.ก่อ สวัสดิพาณิชย์ เป็นประธานกรรมการอำนวยการคนแรก พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสุทธสิริโสภา และ พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิมลฉัตรทรงดำรงตำแหน่ง อดีตองค์ประธานกรรมการอำนวยการและอดีตองค์ประธานกรรมการดำเนินงานด้วย และปัจจุบันพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ทรงพระกรุณารับเป็นองค์ประธานมูลนิธิ ตั้งแต่ปี 2553

ภารกิจอันกว้างไกล

มูลนิธิฯ ได้ให้ความสำคัญในการพัฒนาเยาวชนของชาติโดยให้เยาวชนมีการพัฒนาที่สมบูรณ์ทุกด้าน โดยเฉพาะในด้านจิตใจ ศาสนา ศีลธรรม คุณธรรม จริยธรรม ต้องการให้เยาวชนรู้สึกอบอุ่นไม่อ้างว้างท้อถอย หรือหมดหวัง จึงจัดให้เยาวชนได้มีท่านเจ้าของกองทุนเป็นรายบุคคล โดยมูลนิธิฯ เป็นผู้ประสานสัมพันธ์ระหว่างท่านเจ้าของกองทุนกับเยาวชนผู้รับทุน คือ มูลนิธิฯ จัดส่งข้อมูลให้ท่านเจ้าของกองทุนได้ทราบถึงประวัติพื้นฐานความเป็นอยู่ของเยาวชนและรายงานผลการเรียน รวมทั้งการพัฒนาทุกด้านของเยาวชนให้ทราบในแต่ละปีการศึกษา สำหรับเยาวชนจะได้ทราบนามของท่านเจ้าของกองทุน และได้รับการอบรมให้รู้คุณค่าในความเมตตาของท่านเจ้าของกองทุน รู้จักแสดงกตเวทิตาคุณต่อผู้มีพระคุณด้วยการตั้งใจเรียน ประพฤติตนเป็นคนดี และติดต่อกับผู้อุปการคุณทางจดหมาย หรือส่งบัตรอวยพรให้ในโอกาสต่างๆ เป็นต้น

สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทรงพระกรุณาโปรดให้พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิมลฉัตร นำคณะกรรมการมูลนิธิ เข้าเฝ้าและประชุมมูลนิธิฯ ปี 2545ณ วังเลอดิส

นอกจากนี้ภริยาผู้ว่าราชการจังหวัด ในฐานะประธานคณะกรรมการอุปการะเยาวชนประจำจังหวัดของมูลนิธิฯยังได้ออกไปเยี่ยมเยียนติดตามดูแลทุกข์สุขของเยาวชนด้วยจิตใจที่เปี่ยมด้วยเมตตาธรรม ช่วยแก้ไขปัญหาต่างๆ ของเยาวชนและครอบครัวผู้รับทุนมูลนิธิฯ อย่างใกล้ชิดด้วย ซึ่งเยาวชนเหล่านี้เป็นผู้ด้อยโอกาสและขาดแคลน อันจะเป็นผลให้เยาวชนรู้สึกอบอุ่นไม่โดดเดี่ยว เป็นการส่งเสริมสถาบันครอบครัวให้เข้มแข็งและเป็นการสกัดกั้นต้นเหตุแห่งปัญหายาเสพติดในกลุ่มเยาวชนผู้ด้อยประสบการณ์ชีวิตได้อย่างดีที่สุด

มูลนิธิฯมุ่งมั่นพัฒนาเยาวชนโดยการให้ทุนการศึกษาอบรมคุณธรรมอย่างต่อเนื่องแก่เยาวชนผู้ด้อยโอกาสทุกอำเภอ ทุกสังกัด ทุกระดับการศึกษาทั่วประเทศ ปัจจุบันให้ทุนต่อเนื่องปีละกว่า 2,000 ทุน เป็นเงินปีละประมาณ 8 ล้านบาทปัจจุบันมูลนิธิฯ ได้ให้ทุนการศึกษาอบรมแก่เยาวชนไปแล้วรวมทั้งสิ้นเกือบ 29,000 ทุน เป็นเงินทุนทั้งสิ้นกว่า 223 ล้านบาท โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานทุนการศึกษา เป็นที่น่าชื่นชมยินดีที่นักเรียนทุนจำนวนมากประสบความสำเร็จในชีวิต มีงานทำเป็นหลักฐานทั้งในภาคราชการ รัฐวิสาหกิจ เอกชนและบริษัทต่างๆ ที่สามารถทำคุณประโยชน์ให้แก่ชาติบ้านเมืองได้

ผู้มีจิตศรัทธาที่จะช่วยเหลือให้โอกาสแก่เยาวชนผู้ยากไร้ ด้อยโอกาสทั่วประเทศได้มีทุนการศึกษาอย่างต่อเนื่องเชิญบริจาคเงิน เข้าบัญชีมูลนิธิฯได้ที่ธนาคารไทยพาณิชย์ เลขที่ 404-2-04226-6 และส่งหลักฐานการโอนเงิน (สำเนาใบนำฝาก) ให้มูลนิธิฯ ทางโทรสารหมายเลข 02-3547391-4 ต่อ 101, 115 โทรศัพท์ ต่อ 108, 103 ใบเสร็จรับเงินสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ หรือติดตามการดำเนินงานของมูลนิธิได้ทาง http://www.ruamchit-normklao.org และ Facebook: มูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯเพื่อเยาวชน

พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ฉายพระรูปร่วมกับพลเอกสุรยุทธ์
จุลานนท์ และคณะกรรมการ เนื่องในโอกาสที่เสด็จไปทรงเป็นประธานงานฉลองครบรอบ 25 ปี มูลนิธิฯ ในปี 2550 ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล

พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ฉายพระรูปร่วมกับพลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ และคณะกรรมการ เนื่องในโอกาสที่เสด็จไปทรงเป็นประธานงานฉลองครบรอบ 25 ปี มูลนิธิฯ ในปี 2550 ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล
พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ องค์ประธานมูลนิธิฯ องค์ปัจจุบัน ประทานทุนการศึกษาแก่เยาวชน ณ วังสวนกุหลาบ

พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ องค์ประธานมูลนิธิฯ องค์ปัจจุบัน ประทานทุนการศึกษาแก่เยาวชน ณ วังสวนกุหลาบ
องค์ประธานมูลนิธิฯ ฉายพระรูป ร่วมกับ เยาวชนที่ได้รับทุนการศึกษาของมูลนิธิฯ ณ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร

องค์ประธานมูลนิธิฯ ฉายพระรูป ร่วมกับ เยาวชนที่ได้รับทุนการศึกษาของมูลนิธิฯ ณ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร

มูลนิธิพระยาภิรมย์ภักดี มอบทุนอาหารกลางวัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/357441

มูลนิธิพระยาภิรมย์ภักดี มอบทุนอาหารกลางวัน

มูลนิธิพระยาภิรมย์ภักดี มอบทุนอาหารกลางวัน

วันอังคาร ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

มูลนิธิพระยาภิรมย์ภักดี จัดโครงการมอบทุนอาหารกลางวันเพื่อเครือข่ายโรงเรียนภาคเหนือ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 34 โดยมอบทุนอาหารกลางวันให้กับกลุ่มโรงเรียนจังหวัดเชียงราย และจังหวัดน่าน โดยปีนี้ได้รับเกียรติจากคุณรังสฤษดิ์ ลักษิตานนท์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด เป็นประธานในการมอบทุนดังกล่าว ซึ่งมีคณะครู เด็กๆ เยาวชนและนักเรียนเข้าร่วมกิจกรรมมอบทุนอาหารกลางวันจำนวนมาก ซึ่งบรรยากาศเต็มไปด้วยรอยยิ้มและความสุขที่สิงห์ ปาร์ค เชียงราย จ.เชียงราย เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม ที่ผ่านมา

รังสฤษดิ์ ลักษิตานนท์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่จำกัด เปิดเผยว่า มูลนิธิพระยาภิรมย์ภักดี ให้ความสำคัญกับการศึกษาของเด็กๆ และเยาวชน เพราะการศึกษาจะนำพาความรู้ให้เด็กและเยาวชนเติบโตขึ้นเป็นทรัพยากรบุคคลที่ขับเคลื่อนประเทศไปสู่ความเจริญก้าวหน้า ดังนั้นมูลนิธิพระยาภิรมย์ภักดี จึงมอบทุนอาหารกลางวันเพื่อเครือข่ายโรงเรียนภาคเหนือ ให้แก่โรงเรียนต่างๆ รวมถึงศูนย์พัฒนาเด็กเล็กครอบคลุมพื้นที่ 12 ตำบลในจังหวัดเชียงรายและจังหวัดน่านจำนวนทั้งสิ้น57 โรงเรียน รวมมูลค่าทุนการศึกษากว่า 15 ล้านบาท

สำหรับทุนอาหารกลางวันถือว่ามีส่วนสำคัญในการพัฒนาและเสริมสร้างความสุขให้กับเด็ก เยาวชน และนักเรียน อีกทั้งตลอดระยะเวลากว่า 34 ปี ที่มูลนิธิพระยาภิรมย์ภักดีได้มอบทุนอาหารกลางวันเพื่อเครือข่ายโรงเรียน ภาคเหนือนั้น ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก สามารถตอบโจทย์ในหลายๆ ด้าน โดยเฉพาะด้านโภชนาการ และด้านการศึกษา

“เหนือสิ่งอื่นใด มูลนิธิพระยาภิรมย์ภักดี มุ่งช่วยเหลือโรงเรียนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ และอาหารกลางวัน เพราะเรามุ่งหวังและต้องการให้เด็กๆ ได้กินดี อยู่ดี และเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้กับเด็กๆ เยาวชน นักเรียน เหล่านี้ ให้เติบโตแข็งแรงขึ้นอย่างสมบูรณ์ทั้งร่างกาย และจิตใจ เด็กๆ ต้องได้รับอาหาร และสารอาหารที่มีประโยชน์ครบถ้วน เพื่อให้เขาเหล่านี้เติบโตขึ้นอย่างดีและมีประสิทธิภาพ ซึ่งยืนยันว่า มูลนิธิพระยาภิรมย์ภักดีจะดำเนินการมอบทุนอาหารกลางวันอย่างต่อเนื่องทุกๆปีเพื่อให้ครอบคลุมทุกพื้นที่และเข้าถึงเด็กๆ เยาวชน นักเรียน เครือข่ายโรงเรียนภาคเหนือของประเทศไทย”

ทั้งนี้โรงเรียนที่ได้รับมอบทุนอาหารกลางวันนั้น จะนำเงินทุนอาหารกลางวันส่วนหนึ่งไปดำเนินการพัฒนาต่อยอดกิจกรรมด้านอาหารกลางวันโดยการปรับพื้นที่ภายในโรงเรียน เป็นเรือนเกษตรตามโครงการ “โรงเรียนเกษตรพอเพียง” ซึ่งจะมีการปรับพื้นที่เพื่อปลูกพืชผักสวนครัว รวมถึงการเพาะเลี้ยงสัตว์ถือเป็นการพัฒนาโครงการอาหารกลางวันให้กับโรงเรียนและนักเรียนได้แบบยั่งยืนต่อไป

โครงการอาหารกลางวันเพื่อเครือข่ายโรงเรียนภาคเหนือ ปีที่ 34 โดย มูลนิธิพระยาภิรมย์ภักดี ปีการศึกษา 2561 ซึ่งมอบให้กลุ่มโรงเรียนจังหวัดเชียงรายและจังหวัดน่านรวมมูลค่าทุนการศึกษากว่า 15 ล้านบาท ประกอบด้วยโรงเรียนในพื้นที่ตำบลป่าอ้อดอนชัย, ตำบลดอยฮาง, ตำบลแม่กรณ์,ตำบลห้วยชมภู, ตำบลแม่ยาว, ตำบลแม่ข้าวต้ม,ตำบลท่าข้าวเปลือก, ตำบลห้วยสัก,ตำบลแม่วาวี, ตำบลแม่ลาว, ตำบลแม่สรวย จ.เชียงราย และกลุ่มโรงเรียนใน จ.น่านรวมทั้งสิ้นจำนวน 57 โรงเรียน

สารอาหารสำคัญ เติมเต็มโภชนาการนักวิ่ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/357448

สารอาหารสำคัญ เติมเต็มโภชนาการนักวิ่ง

สารอาหารสำคัญ เติมเต็มโภชนาการนักวิ่ง

วันอังคาร ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ปัจจุบันการวิ่ง นับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมการออกกำลังกายที่คนไทยนิยมอย่างแพร่หลาย ซึ่งนักวิ่งแต่ละคนก็ล้วนมีวัตถุประสงค์ในการวิ่งแตกต่างกันไป บ้างวิ่งเพื่อทดสอบพละกำลังของตนเอง บ้างวิ่งเพื่อออกกำลังกาย รวมถึงเพื่อรักษารูปร่าง

และน้ำหนักให้เหมาะสม บ้างก็วิ่งเพื่อสร้างเป้าหมายใหม่ๆ ที่ท้าทายให้กับชีวิต แต่ไม่ว่าจะวิ่งเพื่อวัตถุประสงค์ใดก็ตามนักวิ่งทั้งมือใหม่ มือสมัครเล่นและมืออาชีพไม่ควรจะละเลยนั่นคือ “โภชนาการที่ดีสำหรับนักวิ่ง” เพราะการมีโภชนาการที่ดี ที่เหมาะสมจะช่วยให้บรรลุเป้าหมายในการวิ่งนั่นเอง

นายแพทย์กรกฎ พานิช

นายแพทย์กรกฎ พานิช คณะกรรมการที่ปรึกษาด้านโภชนาการ เฮอร์บาไลฟ์นิวทริชั่น (NAB) เผยว่า โภชนาการ คือสิ่งที่ทุกคนควรตระหนักและให้ความใส่ใจอย่างยิ่ง เนื่องจากโภชนาการมีบทบาทความสำคัญและมีคุณประโยชน์ต่อร่างกายของเรานานัปการ โดยเฉพาะในหมู่นักวิ่งเอง โภชนาการที่ดีไม่เพียงแต่ช่วยให้เรามีสุขภาพองค์รวมที่ดีเท่านั้น แต่ยังช่วยส่งเสริมให้การออกกำลังกายของเรามีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย

โภชนาการที่ดีสำหรับนักวิ่งนั้น ประกอบไปด้วย 5 สารอาหารสำคัญดังต่อไปนี้คาร์โบไฮเดรต (ข้าว แป้ง น้ำตาล) คาร์โบไฮเดรตถือเป็นแหล่งพลังงานหลักของร่างกายจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้องรับประทานคาร์โบไฮเดรตในทุกมื้ออาหาร เพื่อเติมเต็มพลังงานสำหรับการทำกิจกรรมต่างๆ ตลอดวันสำหรับนักวิ่งเองก็เช่นกัน การรับประทานอาหารมื้อเล็กที่มีคาร์โบไฮเดรต เช่น ขนมปัง 1-2 แผ่น (80 แคลอรี่/แผ่น) หรือ นม 1 กล่อง (70-140 แคลอรี่/กล่อง) ที่รวมแล้วให้พลังงานประมาณ 100-200 แคลอรี่ ก่อนการวิ่งประมาณ 1 ชั่วโมง จะช่วยให้ร่างกายมีพลังงานเพียงพอที่จะวิ่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โปรตีน (เนื้อสัตว์ นม ไข่ถั่วเหลือง และโปรตีนจากพืช) โปรตีนมีหน้าที่ซ่อมแซมกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อที่ถูกทำลายจากการทำกิจกรรมในแต่ละวัน หลังจากการวิ่งทุกครั้งเราจะรู้สึกถึงความปวดเมื่อยกล้ามเนื้อโดยเฉพาะบริเวณต้นขาและน่อง ซึ่งเป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าเนื้อเยื่อต้องการโปรตีนเพื่อใช้ในการฟื้นฟูและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ เมื่อได้รับโปรตีนในปริมาณที่เหมาะสม พร้อมทั้งการพักผ่อนที่เพียงพอ กล้ามเนื้อจะถูกซ่อมแซมและสร้างขึ้นใหม่และจะแข็งแรงขึ้นกว่าเดิมด้วย ดังนั้น โปรตีนจึงเป็นโภชนาการที่จำเป็นและขาดไม่ได้ในแต่ละมื้ออาหาร ซึ่งนอกจากเนื้อสัตว์ นม และไข่แล้ว ถั่วเหลืองยังเป็นอีกหนึ่งแหล่งโปรตีนชั้นยอด เพราะเป็นหนึ่งในโปรตีนจากพืชเพียงไม่กี่ชนิดที่มีกรดอะมิโนสำคัญทั้ง 9 ชนิดที่ร่างกายไม่สามารถผลิตขึ้นเองได้ นอกจากนี้ เรายังพบโปรตีนจากพืชอื่นๆ อีก เช่น ถั่วต่างๆ เมล็ดถั่ว ถั่วเลนทิลและเมล็ดธัญพืชด้วย

ไขมัน (ไขมันและน้ำมัน) ไขมันเป็นอีกหนึ่งแหล่งพลังงานที่ร่างกายเก็บสะสมไว้ในการออกกำลังกายไขมันมักจะถูกนำออกมาใช้เป็นพลังงานหลังจากใช้คาร์โบไฮเดรตไประยะหนึ่ง โดยร่างกายจะเผาผลาญไขมัน ในปริมาณมากอย่างที่เราต้องการ เมื่อมีการออกกำลังกายนานถึง 30-60 นาที จะเห็นว่าไขมันเข้ามาอยู่ในตัวเรานั้นแสนง่าย แต่กว่าจะขับออกไปใช้เวลานาน เราจึงควรเลือกบริโภคไขมันแต่พอดี และควรเลี่ยงไขมันที่อร่อยๆ เช่น อาหารฟาสต์ฟู้ด มันฝรั่ง โดนัท เบเกอรี่ ขนมขบเคี้ยว ครีมเทียม วิปปิ้งครีม เนยขาว มาร์การีน และคุกกี้ เพราะเหล่านี้คือกลุ่มไขมันที่อันตรายต่อหัวใจ

แร่ธาตุและวิตามิน (ผักและผลไม้) แร่ธาตุและวิตามินมีหลากหลายชนิด โดยแต่ละชนิดมีหน้าที่ในการรักษาสมดุลการทำงานของระบบต่างๆ ในร่างกายที่แตกต่างกันในขณะออกกำลังกาย ร่างกายจะทำการขับของเสียทางผิวหนังในรูปของเหงื่อ และขณะเดียวกันร่างกายสูญเสียเกลือแร่ไปด้วย หากเราออกกำลังกายต่อเนื่องเกิน 2 ชั่วโมง ขอแนะนำให้ดื่มเครื่องดื่มที่ให้พลังงานและเกลือแร่ เพื่อทดแทนส่วนที่สูญเสียไปกับเหงื่อ เพราะถ้าร่างกายขาดเกลือแร่มากเกินไป และเราดื่มแต่น้ำเปล่า อาจทำให้เกิดภาวะโซเดียมในเลือดเจือจาง อาจมีอันตรายต่อสมอง และแย่กว่านั้นอาจอันตรายถึงชีวิตได้

น้ำ กว่าร้อยละ 70 ของร่างกายมนุษย์ประกอบไปด้วยน้ำและเป็นสิ่งที่ร่างกายขาดไม่ได้ น้ำเป็นตัวนำพาสารอาหารต่างๆ เข้าสู่เนื้อเยื่อและเซลล์ อีกทั้งช่วยขับของเสียออกจากร่างกายด้วย นักวิ่งจึงต้องรักษาสมดุลของน้ำในร่างกายให้ดีทั้งช่วงก่อน ระหว่างและหลังจากการวิ่ง เพราะนอกจากน้ำจะช่วยหล่อเลี้ยงให้ระบบต่างๆ ในร่างกายทำงานได้ดีแล้ว ยังช่วยควบคุมอุณหภูมิในร่างกายให้ไม่ร้อนจนเกินไปด้วย ข้อควรระวัง คืออย่าให้สูญเสียปริมาณน้ำเกิน 2% ของน้ำหนักตัว ในขณะออกกำลังกาย เพราะจะทำให้ประสิทธิภาพการออกกำลังกายลดลงหากออกกำลังกายเป็นประจำ การชั่งน้ำหนักก่อนและหลังออกกำลังกาย จะทำให้ท่านทราบปริมาณน้ำที่ท่านสูญเสียในการออกกำลังกายในแต่ละครั้ง

ทั้งนี้ การวิ่งนอกจากจะช่วยให้ร่างกายแข็งแรงแล้ว ยังช่วยเผาผลาญแคลอรี่และไขมันได้จริง ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับเป้าหมายในการวิ่งของแต่ละบุคคลด้วย หากเป้าหมายในการวิ่งคือการเผาผลาญแคลอรี่ และไขมัน แต่มีเวลาน้อย ขอแนะนำให้วิ่งเร็วสลับช้า หรือ interval training โดยวิ่งเพื่อกระตุ้นให้หัวใจเต้นเร็วที่อัตราประมาณ80-90% ของอัตราการเต้นสูงสุดของหัวใจแต่ละคน ต่อเนื่องเป็นเวลาสั้นๆ เช่น 30-60 วินาที สลับการวิ่งช้า โดยกระตุ้นให้หัวใจเต้นเร็วที่อัตราประมาณ 50% ของอัตราการเต้นสูงสุดของหัวใจ ประมาณ 1-2 นาที สลับไปเรื่อยๆ เร็ว-ช้า เร็ว-ช้า จนรู้สึกเหนื่อยซึ่งการวิ่งแบบนี้จะช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น และทำให้หัวใจแข็งแรงขึ้น กล้ามเนื้อมีกำลังมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ควรระมัดระวังไม่ให้อัตราการเต้นของหัวใจสูงเกินไป และไม่ให้เหนื่อยจนทนไม่ได้ เพราะอาจเกิดอันตรายได้แต่หากเป้าหมายคือการเผาผลาญไขมัน และพอมีเวลาสามารถวิ่งช้าๆ กระตุ้นให้หัวใจเต้นที่อัตราเร็วประมาณ 40-60% ของอัตราการเต้นสูงสุดของหัวใจ อย่างน้อย 45-60 นาทีต่อครั้ง

แต่ไม่ว่าเป้าหมายในการวิ่งของคุณจะเป็นอย่างไร คุณจะต้องไม่ลืมใส่ใจที่จะเติมเต็มโภชนาการให้ครบถ้วนตามที่ร่างกายควรได้รับในแต่ละวัน และออกวิ่งอย่างสม่ำเสมอโดยไม่กังวลกับเป้าหมายที่ตั้งไว้มากจนเกินไป แล้วผลลัพธ์ดีๆ ที่ได้กลับมาจะทำให้คุณหลงรักการวิ่งมากขึ้นอย่างแน่นอน

‘ปทุมมาราชินีป่าฝน’ ตระการตาสวยงามกลางกรุง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/357442

‘ปทุมมาราชินีป่าฝน’ ตระการตาสวยงามกลางกรุง

‘ปทุมมาราชินีป่าฝน’ ตระการตาสวยงามกลางกรุง

วันอังคาร ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

สกนธ์ วรัญญูวัฒนา ผช.รัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ ประธานในพิธี ร่วมด้วย สุธาวดี ศิริธนชัย ผู้บริหารศูนย์การค้าฯ, พรทิพย์ อัษฎาธร กก.ผจก.อุทยานไม้ดอก เพ ลา เพลิน, มร.โทมัส ลีเว่น อุปทูตเนเธอร์แลนด์ ประจำประเทศไทย, อัมพวัน พิชาลัย ผอ.ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน), อัญชลี จรัสยศวุฒิชัย ผอ.อาวุโส E-Payment ธ.ไทยพาณิชย์ (จำกัด) มหาชน

ในโอกาสมหามงคลวันเฉลิมพระชนมพรรษา 86 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 และเทศกาลวันแม่แห่งชาติ 12 สิงหาคม 2561 ศูนย์การค้า ดิ เอ็มโพเรียม และ ดิ เอ็มควอเทียร์ ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ได้แก่ อุทยานไม้ดอก เพ ลา เพลิน จังหวัดบุรีรัมย์, กระทรวงพาณิชย์, สถานเอกอัครราชทูตเนเธอร์แลนด์ประจำประเทศไทย, ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) โดยได้รับการสนับสนุนจาก ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) จัดงาน “ปทุมมาราชินีป่าฝน ประจำปี 2561” ร่วมอนุรักษ์และสืบสานปณิธานแม่หลวง จัดแสดงผลงานหัตถศิลป์รวมไปถึงสินค้าและนวัตกรรมต่อยอดผลิตภัณฑ์จากกระเจียวและปทุมมา ประติมากรรมหนุมานอมพลับพลาความสูงกว่า 7 เมตรที่ประดับประดาโดยกระเจียว, ไฮเดรนเยียและพันธุ์ไม้อื่นๆ กว่า 100,000 ดอกณ ศูนย์การค้า ดิ เอ็มโพเรียม และ ดิ เอ็มควอเทียร์โดยมี สกนธ์ วรัญญูวัฒนา ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานในพิธีเปิดงาน ร่วมด้วย สุธาวดี ศิริธนชัย ผู้บริหารศูนย์การค้า ดิ เอ็มโพเรียม และ ดิ เอ็มควอเทียร์,พรทิพย์ อัษฎาธร กรรมการผู้จัดการ อุทยานไม้ดอก เพ ลา เพลิน,มร.โทมัส ลีเว่น อุปทูตเนเธอร์แลนด์ ประจำประเทศไทย, อัญชลี จรัสยศวุฒิชัย ผู้อำนวยการอาวุโส E-Paymentธนาคารไทยพาณิชย์ (จำกัด) มหาชน, อัมพวัน พิชาลัย ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) พร้อมทั้ง
เหล่าเซเลบฯคู่แม่-ลูกที่มาร่วมเวิร์กช็อปจัดดอกไม้เพื่อเป็นของขวัญให้กับคุณแม่ในวันสำคัญอีกด้วย

สุดถนอม กับ ภัทรินี-อัญจิฏา กรรณสูต

ภายในงานจัดแสดงผลงานหัตถศิลป์ รวมไปถึงสินค้าและนวัตกรรมต่อยอดผลิตภัณฑ์จากกระเจียวและปทุมมา เพื่ออนุรักษ์และสืบสานพระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ในการพัฒนาศักยภาพดอกไม้พื้นถิ่นให้มีมูลค่าเพื่อสร้างรายได้ให้กับชาวไทย โดยร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ ในการนำผลิตภัณฑ์แปรรูปไปต่อยอดจนเกิดรายได้ให้กับชาวไทยอีกด้วย พร้อมกันนี้ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) นำผลงานหัตถศิลป์ไทยโดย “ครูศิลป์ของแผ่นดิน” และงานศิลปหัตถกรรมจาก ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศฯ อาทิ เครื่องประดับทองโบราณลงยาสี และงานปักสะดึงกรึงไหมมาจัดแสดงให้ชมอย่างใกล้ชิดอีกด้วย

ม.ล.จิราวดี ชยางกูร

ม.ล.จิราวดี ชยางกูร
มาย-ชวัฉรา สิงหะ

มาย-ชวัฉรา สิงหะ

พรนภา-นภิษา จันศิริ

พรนภา-นภิษา จันศิริ
พรรณภิลาศ พลธนะวสิทธิ์

พรรณภิลาศ พลธนะวสิทธิ์
บรรยากาศในงาน “โขน” หัตถศิลป์แห่งแผ่นดิน โดยศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน)

บรรยากาศในงาน “โขน” หัตถศิลป์แห่งแผ่นดิน โดยศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน)