Life & Health : กินอยู่กับเบาหวานอย่างง่ายๆเป็นสุข

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/357758

Life&Health : กินอยู่กับเบาหวานอย่างง่ายๆเป็นสุข

Life&Health : กินอยู่กับเบาหวานอย่างง่ายๆเป็นสุข

วันพุธ ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

พบว่าปีที่ผ่านมามีคนไทยเป็นเบาหวาน4.2 ล้านคน มีผู้ที่ไม่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นเบาหวานถึง 1.8 ล้านคน และมีผู้ที่มีความเสี่ยงที่จะเป็นเบาหวานถึง 8.2 ล้านคน จึงไม่ใช่เรื่องแปลก หากเราจะพบว่า มีคนใกล้ชิด หรือแม้กระทั่งตัวเองเป็นเบาหวาน หรือมีแนวโน้มที่จะเป็นเบาหวาน เมื่อไม่ใช่เรื่องไกลตัว คนส่วนใหญ่ต่างรู้กันดีว่า คนเป็นเบาหวาน หรือมีความเสี่ยงที่จะเป็นเบาหวานจะต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินอาหาร และออกกำลังกายอย่างเหมาะสม แต่อาจจะยังมีความเข้าใจไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการดูแลตัวเองที่ถูกวิธีและดีต่อสุขภาพ

การกินข้าวนอกบ้านไม่ใช่สิ่งต้องห้ามอีกแล้วสำหรับผู้เป็นเบาหวาน การออกไปหาอาหารอร่อยๆ รสชาติถูกปาก ก็เป็นการเปลี่ยนบรรยากาศให้ชีวิตมีความสุขขึ้นได้ หรือแม้แต่ในวันที่ไม่อยากทำอะไรจะเลือกซื้ออาหารสำเร็จรูปตามร้าน หรือสั่งอาหารฟาสต์ฟู้ด ใช้บริการเดลิเวอรี่มาส่งอาหารโดยไม่ต้องออกไปไหนก็ง่าย และสะดวกดี แค่ต้องเลือกเมนูที่เหมาะสม และมีปริมาณที่พอดีต่อสุขภาพเท่านั้นเอง

มักมีคำถามบ่อยๆ ว่าผู้เป็นเบาหวานกินอาหาร ฟาสต์ฟู้ด จังค์ฟู้ดได้หรือไม่ ข้อมูลจาก อ.ศัลยา คงสมบูรณ์เวช นักกำหนดอาหารขึ้นทะเบียนวิชาชีพ (สหรัฐอเมริกา) กรรมการบริหาร มูลนิธิคุณแม่คุณภาพ ให้คำแนะนำว่า ผู้เป็นเบาหวานสามารถกินอาหารได้ทุกอย่าง แต่ต้องมีปริมาณที่เหมาะสมทั้งคาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน และผักครบถ้วนในสัดส่วนที่เหมาะสมในมื้อที่จะกินเน้นการลด หวาน มัน เค็ม ซึ่งปฏิบัติได้ไม่ยากผู้เป็นเบาหวานกินง่ายอยู่ง่าย สามารถกินได้ทั้งบุฟเฟ่ต์ และ ฟาสต์ฟู้ด แต่ไม่ควรกินบ่อยต้องมีสติในการกิน เพราะต้องเข้าใจว่าอาหารฟาสต์ฟู้ดจะมันจัดและเค็มจัด จะต้องเลือกกินให้ดีโดยยึดหลักโภชนาการที่ดีในปริมาณน้อย เพราะฟาสต์ฟู้ด 1 มื้ออาจให้พลังงานสูงกว่า 1,000 แคลอรีขึ้นไป ทำให้ระดับน้ำตาลสูงขึ้นอย่างน่าตกใจ ส่วนการกินบุฟเฟ่ต์ มีข้อดีคือ มีอาหารให้เลือกหลากหลายและแปลกใหม่ แต่ต้องจำกัดปริมาณ โดยควรเลือกกินผักสลัดต่างๆ ให้มากขึ้น และเลือกน้ำสลัดที่ทำจากไขมันดี เช่น น้ำมันมะกอก เพราะการกินสลัดจะลดการกินเกินขนาดได้ดี ส่วนเมนูหลักควรเลือกเป็นอาหารทะเล เช่น เนื้อกุ้ง ปู ปลาแซลมอน หรือปลาชนิดอื่น และเนื้อสัตว์ไม่ติดมัน หากอยากกินขนมหวาน หรือไอศกรีมรสชาติแปลกใหม่ ควรลองกินดูสัก 2-3 คำ แค่พอหายอยาก

สูตรกินอยู่กับเบาหวานง่ายๆ คือ ต้องฝึกนับคาร์บ หรือการนับคาร์โบไฮเดรต ซึ่งประกอบไปด้วยหมวดข้าว แป้ง ธัญพืช หมวดผลไม้ ผักที่มีแป้งมาก และหมวดนมโดยอาจจะนับเป็นจำนวนกรัม หรือหน่วยคาร์โบไฮเดรต การนับปริมาณคาร์โบไฮเดรตที่เหมาะสมในแต่ละมื้อของแต่ละวัน จะช่วยให้คุมน้ำตาลให้อยู่ในเกณฑ์ที่ดี เนื่องจากคาร์โบไฮเดรต จะถูกย่อยเป็นน้ำตาลกลูโคสได้ 100% ก่อนที่จะถูกร่างกายนำไปใช้เป็นพลังงาน ต้องมองให้ออกว่าอาหารหมวดไหนบ้างที่มีคาร์บ ได้แก่ ข้าวแป้ง เส้นต่างๆ ผักที่มีแป้ง (เผือก มัน ฟักทอง ถั่วเมล็ดแห้ง) ผลไม้ นม และผลิตภัณฑ์จากนม และน้ำตาล ส่วนโปรตีน และไขมันไม่มีคาร์บ โดยการนับคาร์บ เทียบง่าย ๆ คือ “1 คาร์บ มีคาร์บคาร์โบไฮเดรต 15 กรัม” เช่น ข้าว 1 ทัพพี (1 อุ้งมือ) นับเป็น 1 คาร์บ ส่วนแซนด์วิช 1 คู่ (ขนมปัง 2 แผ่น) เท่ากับ 2 คาร์บ ถ้าเป็นขนมปังแผ่นใหญ่จะนับเป็น 1.5 คาร์บ ในขณะที่โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 1 ถ้วยตวง นับเป็น 1 คาร์บ (อ่านฉลากอาหาร เพื่อดูปริมาณคาร์บที่ระบุไว้) แอปเปิ้ลขนาดเล็ก 1 ผลเท่ากับ 1 คาร์บ แก้วมังกรครึ่งลูกเท่ากับ 1 คาร์บ กล้วยหอมขนาดกลางครึ่งผลเท่ากับ 1 คาร์บเช่นกัน ทั้งนี้ ควรระวังผลไม้ยิ่งแห้ง ความเข้มข้นของน้ำตาลยิ่งมากขึ้น ควรรับประทานในปริมาณที่น้อยลง อาจดูปริมาณได้จากฉลากอาหาร

โดยทั่วไปในหนึ่งวัน ผู้หญิงควรรับประทานคาร์บ 3-4 คาร์บ/มื้อ หรือประมาณ 12 คาร์บ/วัน ส่วนผู้ชายรับประทานคาร์บ 4-5 คาร์บ/มื้อ หรือประมาณ 15 คาร์บ/วัน ในการรักษาสุขภาพ หากจำเป็นที่จะต้องลดน้ำหนัก นักกำหนดอาหารอาจแนะนำให้ลดปริมาณคาร์บลง 1คาร์บ/มื้อ หากเราฝึกนับคาร์บของอาหารที่เรารับประทานแบบนี้บ่อย ๆ จนคล่อง ก็จะสามารถกะปริมาณอาหารที่ต้องรับประทานต่อมื้อได้แม่นยำมากขึ้น และควบคุมปริมาณน้ำตาลจากอาหารที่เหมาะสมต่อมื้อได้ดีขึ้นตามไปด้วย โดยให้จำง่ายๆว่า เราไม่ควรบริโภคน้ำตาลที่เติมในอาหารเกิน 6 ช้อนชา หรือ 24 กรัมต่อวัน

ยิ่งไปกว่านั้น การตรวจระดับน้ำตาลในเลือดด้วยตนเอง (Self-monitoring of blood glucose, SMBG) ก็เป็นส่วนสำคัญในการช่วยเลือกชนิดและปริมาณคาร์บที่เหมาะสมในมื้ออาหารได้ การตรวจน้ำตาลในเลือดด้วยตนเองเป็นประจำทุกวันในระยะแรกจะช่วยให้เกิดการเรียนรู้การดูแลตัวเองในหลายเรื่อง สำหรับเรื่องอาหาร ควรตรวจหลังรับประทานอาหาร 2 ชั่วโมง นับจากตอนเริ่มกิน จะบอกให้รู้ว่าเรากินคาร์บมากไปหรือน้อยไป สิ่งที่ผู้เป็นเบาหวานจะได้เรียนรู้คือ อาหารอะไรที่กินแล้วน้ำตาลจะขึ้นหรือขึ้นไม่สูงมาก หลักคือถ้าน้ำตาลหลังอาหารไม่เกิน 180 มก./ดล. แสดงว่าอาหารที่กินมื้อนั้นคาร์บไม่มากเกินไปสามารถกินได้ แต่ถ้าน้ำตาลสูงเกิน 180 มก./ดล. ก็ต้องพิจารณาลดคาร์บที่มีแต่แป้ง น้ำตาล เราอาจใช้วิธีนี้ทดสอบดูว่าอาหารคาร์บชนิดใด ที่ทำให้น้ำตาลขึ้นสูงและขึ้นเร็ว ส่วนอาหารอะไรที่กินแล้วค่าน้ำตาลสูงก็ควรหลีกเลี่ยง เพื่อปรับพฤติกรรมการกินอาหาร จะช่วยให้ควบคุมน้ำตาลได้ดีขึ้น และลดโรคแทรกซ้อนจากเบาหวาน เช่น ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจไตเสื่อม รวมทั้งมะเร็งด้วย

ผู้เป็นเบาหวานควรเลือกกินอาหารให้เป็น และปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตให้ได้ ก็จะสามารถกินอาหารนอกบ้านได้อย่างมีความสุขเช่นเดียวกับคนปกติ อย่าเครียดจนไม่กล้าออกจากบ้าน แต่ควรวางแผนไปร้านอาหารให้ใกล้เคียงกับเวลาอาหารปกติ เนื่องจากผู้เป็นเบาหวานจะต้องกินยา หรือฉีดอินซูลินตรงเวลา อย่านัดช่วงที่ร้านคนเยอะ หากจะต้องกินอาหารล่าช้าแนะนำให้กินผลไม้ หรือถั่ว หรือนมรองท้องไปก่อนประมาณ 1 คาร์บ เน้นสั่งอาหารประเภทอบ ต้ม ตุ๋น นึ่ง ย่าง หรือยำ เลือกสั่งผลไม้ แทนขนมหวาน สั่งน้ำเปล่า น้ำชา น้ำสมุนไพร หรือเครื่องดื่มที่ไม่มีน้ำตาล รวมทั้งจำกัดปริมาณเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ควรเคี้ยวอาหารช้าๆ ให้ละเอียดในปริมาณที่เหมาะสมจะช่วยให้เราควบคุมปริมาณน้ำตาลในเลือดได้อย่างเหมาะสม ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคแทรกซ้อนต่างๆ ได้

ผศ.(พิเศษ) ดร.อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์

ประธานกรรมการ มูลนิธิคุณแม่คุณภาพ

งาน ‘เทสต์ ออฟ แคนาดา ครั้งที่ 7’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/357746

งาน ‘เทสต์ ออฟ แคนาดา ครั้งที่ 7’

งาน ‘เทสต์ ออฟ แคนาดา ครั้งที่ 7’

วันพุธ ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ยังคงตอกย้ำความเป็นผู้นำแห่งการเปิดประสบการณ์ด้านรสชาติให้กับนักชิมชาวไทย พร้อมยกระดับซูเปอร์มาร์เก็ตไทย ให้ไปไกลในระดับโลกอย่างต่อเนื่อง กูร์เมต์ มาร์เก็ต ซูเปอร์มาร์เก็ตระดับเวิลด์คลาส ในกลุ่มเดอะมอลล์ กรุ๊ป จึงได้ร่วมกับ สถานทูตแคนาดา จัดงาน“Taste of Canada” ต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 7 เพื่อส่งมอบประสบการณ์แห่งรสชาติระดับโลก ด้วยการรวบรวมผลิตภัณฑ์ด้านอาหารและวัตถุดิบชั้นเลิศที่มีคุณภาพส่งตรงจากแหล่งที่ดีที่สุดในประเทศแคนาดา มาพร้อมเสิร์ฟให้ฟู้ดเลิฟเวอร์ชาวไทยได้สัมผัสมนต์เสน่ห์แห่งรสชาติแบบฉบับแคนาเดียนแท้ โดยในพิธีเปิดงานได้รับเกียรติจาก ฯพณฯโดนิกา พอตตี้ เอกอัคราชทูต สถานทูตแคนาดาประจำประเทศไทย ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงาน พร้อมร่วมการันตีคุณภาพและรสชาติความอร่อยของอาหารและวัตถุดิบด้วยตนเองโดยงานนี้จะจัดให้มีขึ้นตั้งแต่วันนี้ถึง15 สิงหาคม

อาณัติ จุลินทร ผู้อำนวยการใหญ่อาวุโสบริหารสินค้าซูเปอร์มาร์เก็ตบริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า“ประเทศแคนาดาเป็นอีกประเทศหนึ่งที่มีชื่อเสียงในระดับโลก เรื่องอุตสาหกรรมด้านอาหารและการเกษตรที่มีความปลอดภัย สด สะอาด บริสุทธิ์ และมีคุณภาพ และเพื่อตอกย้ำความเป็นเวิลด์คลาส กูร์เมต์ เดสติเนชั่น ของ กูร์เมต์ มาร์เก็ต ที่ต้องการสรรหาและคัดสรรสิ่งที่ ดีที่สุดเพื่อผู้บริโภค เราจึงได้จัดงาน “Taste of Canada” ขึ้น โดยไฮไลท์สุดพิเศษ เราได้นำเข้า “กุ้งล็อบสเตอร์แคนาดายักษ์” น้ำหนักกว่า 5 กิโลกรัม/ตัว ซึ่งการันตีเรื่องรสชาติความอร่อย เนื้อล็อบสเตอร์ มีรสชาติหวาน เนื้อแน่นเนื่องจากประเทศแคนาดาขึ้นชื่อว่าเป็นประเทศที่มีเมืองที่มีฟาร์มล็อบสเตอร์ที่ดีที่สุด และใหญ่ที่สุดในโลก นอกจากนี้ยังมีหอยนางรมแปซิฟิกร็อก ที่มีรสหวานละมุนนุ่มลิ้น และมีเนื้อแน่น ปลาแซลมอนทรูนอร์ทแคนาดา ที่คนรักแซลมอนยกให้เป็นที่หนึ่งมีรสสัมผัสที่นุ่มชุ่มลิ้นแล้ว ยังยังอุดมไปด้วย Omega 3 อีกด้วย

และขาดไม่ได้กับซิกเนเจอร์ของประเทศแคนาดาอย่าง น้ำเชื่อมจากต้นเมเปิ้ล ซึ่งแคนาดานับเป็นแหล่งผลิตน้ำเชื่อมจากต้นเมเปิ้ลชั้นนำของโลก ที่มีขั้นตอนการผลิตที่พิถีพิถันตั้งแต่นำน้ำเลี้ยงในลำต้นของต้นเมเปิลมาเคี่ยวให้น้ำ ระเหยออกจนหมดจนได้มาเป็นเมเปิลไซรัปที่มีรสชาติยอดเยี่ยมและอุดมไปคุณค่าทางสารอาหารมากมาย นอกจากนี้ยังมีผลไม้ที่ดีที่สุดของฤดูกาลอย่าง เชอรี่และบลูเบอร์รี่ ซูเปอร์ฟรุ้ตจากรัฐบริติชโคลัมเบียซึ่งเป็นแหล่งเพาะปลูกที่ดีที่สุดในแคนาดา โดยได้ส่งตรงจากประเทศแคนาดามาให้นักชิมชาวไทยได้ลิ้มรสชาติแบบแคนาเดียนสไตล์ขนานแท้ก่อนใคร

และเพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสประสบการณ์แห่งรสชาติความอร่อย และคุณภาพของวัตถุดิบจากประเทศแคนาดาแท้แบบสดๆ กูร์เมต์ มาร์เก็ต มีบริการ “You Hunt We Cook” บริการ “เชฟ เซอร์วิส” ที่ให้คุณสามารถเลือกซื้อกุ้งล็อบสเตอร์แคนาดาไซส์ยักษ์ หรือวัตถุดิบสดๆ อื่นๆ อีกมากมายภายในงาน Taste of Canada จากนั้น เพียงนำวัตถุดิบมาที่เคาน์เตอร์ เชฟมืออาชีพระดับกูร์เมต์พร้อมให้คำแนะนำ ตลอดจนรังสรรค์เมนูให้ตามที่ต้องการ พร้อมเสิร์ฟให้ลูกค้าได้อร่อยที่เคาน์เตอร์ในทันที

สนใจแวะมาพบกับเทสต์ออฟ แคนาดา ตั้งแต่วันนี้-15 สิงหาคม 2561ที่กูร์เมต์ มาร์เก็ต สาขาเอ็มโพเรียม, เอ็มควอเทียร์และพารากอน ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์

ผู้หญิงสู้มะเร็ง 2018 รู้ลึก รู้ทัน ทางรอดใหม่ดูแลสุขภาพแบบองค์รวม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/357743

ผู้หญิงสู้มะเร็ง 2018 รู้ลึก รู้ทัน ทางรอดใหม่ดูแลสุขภาพแบบองค์รวม

ผู้หญิงสู้มะเร็ง 2018 รู้ลึก รู้ทัน ทางรอดใหม่ดูแลสุขภาพแบบองค์รวม

วันพุธ ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

โรคมะเร็งเป็นปัญหาสาธารณสุขสำคัญ สาเหตุใหญ่การเสียชีวิตของคนทั่วโลก ข้อมูลขององค์การอนามัยโลก (ข้อมูลปี 2558) ระบุว่า จากจำนวนผู้เสียชีวิตทั่วโลกราว 8.8 ล้านคน พบว่าประมาณ 1 ใน 6 มีสาเหตุจากโรคมะเร็ง

ตามข้อมูลของสถาบันมะเร็งแห่งชาติของไทย ในจำนวนผู้ป่วยมะเร็งในผู้หญิงรายใหม่ที่ลงทะเบียนในปี 2559 นอกจากมะเร็งเต้านมที่พบมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งแล้ว มะเร็งปากมดลูก มะเร็งมดลูก และรังไข่ พบเป็นอันดับรองลงมา ตั้งแต่ปี 2550 เป็นต้นมา มีจำนวนผู้ป่วยรายใหม่เข้ามารับการรักษาเป็นเพศหญิงมากกว่าเพศชาย และยังมีจำนวนที่เพิ่มขึ้นทุกปีโดยช่วงอายุที่ผู้หญิงเป็นมะเร็งมากอยู่ระหว่าง 45-65 ปี

มะเร็งเต้านมซึ่งเป็นมะเร็งในผู้หญิงที่พบบ่อย ได้คร่าชีวิตผู้หญิงทั่วโลกกว่า 570,000 คน ต่อปี ประเทศไทยพบผู้หญิงป่วยเป็นมะเร็งเต้านมราว 20,000 คนต่อปี หรือ 55 คนต่อวัน ส่วนมะเร็งปากมดลูก เป็นโรคมะเร็งในสตรีที่พบเป็นอันดับ 2 รองจากมะเร็งเต้านม ทุกปีจะมีผู้หญิงไทยป่วยมะเร็งปากมดลูกรายใหม่เพิ่มขึ้นกว่า 10,000 คน ในจำนวนนี้เสียชีวิตเฉลี่ยปีละประมาณ 6,500 คน หรือวันละ 17 คน สำหรับมะเร็งรังไข่แม้จะมีสถิติการเกิดน้อย แต่มะเร็งรังไข่กลับมีอัตราการเสียชีวิตถึงร้อยละ 50 เพราะประมาณ 4 ใน 5 ผู้ป่วยมะเร็งรังไข่ ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นเมื่อโรคเข้าสู่ระยะที่แพร่กระจายไปทั่วโพรงในช่องท้องแล้ว ทำให้ยากแก่การรักษา

ชมรมฟื้นฟูสุขภาพผู้ป่วยโรคมะเร็ง ขอชวนผู้หญิงหันมาดูแลตนเอง สวยและแข็งแรง ป่วยแต่ดูดี ในงาน “รู้ลึก รู้ทันมะเร็งในผู้หญิง – Women’s Cancer Awareness Day” กับ2 วิทยากรที่เข้าใจผู้หญิง พญ.ปิยะนุช จิตต์เที่ยง อายุรศาสตร์มะเร็งวิทยา จากโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ และแพทย์จีน มาลินปิยะชินวรรณ แพทย์แผนจีนผู้เชี่ยวชาญสูตินรีเวช จะมาร่วมพูดคุยกับพิธีกรสาว ปราย ธนาอัมพุช เพื่อให้ผู้หญิงยุค 2018 รู้ทันมะเร็ง รู้ลึกเกี่ยวกับการรักษา รู้จักดูแลฟื้นฟูเมื่อป่วยด้วยมะเร็ง วันอาทิตย์ที่ 9 กันยายน 2561 ตั้งแต่เวลา 13.00 น. เป็นต้นไป ที่ห้องประชุม 4-6 อาคารเฉลิมพระบารมี 50 ปี ซ.ศูนย์วิจัย เพชรบุรีตัดใหม่ 47

นอกจากนี้ภายในงาน ยังมีกิจกรรมมากมายเพื่อให้ผู้หญิงเข้าร่วมงานสนุก และลุ้นรับของที่ระลึก ประกอบด้วย บอร์ดนิทรรศการ มะเร็งในผู้หญิง อาหารและโภชนาการสำหรับผู้หญิงสู้มะเร็ง ร่วมตอบคำถามรับของที่ระลึก ฝึกตรวจเต้านมด้วยตนเอง เป็นจิตอาสากับกิจกรรมเย็บเต้านมเทียม ทำผ้าคลุมผม

ซุ้มถ่ายภาพ และกิจกรรม Like & Share รณรงค์รู้ทันมะเร็งในผู้หญิง ติด #ผู้หญิงสู้มะเร็ง2018 สุ่มรับบัตรกำนัลจากเซ็นทรัล 5 รางวัล ส่งให้ถึงบ้าน บูธแนะนำสินค้าจากผู้สนับสนุน

ผู้สนใจสำรองที่นั่งกันได้ โทรศัพท์ 02-6640079 ทางออนไลน์ที่ http://www.siamca.com หรือ Line ID : @tianxian (ต้องมี @) Hastag #ผู้หญิงสู้มะเร็ง2018

พระองค์โสมฯ เสด็จประทานรางวัล ‘แม่ดีเด่น’ประจำปี2561

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/357756

พระองค์โสมฯ เสด็จประทานรางวัล ‘แม่ดีเด่น’ประจำปี2561

พระองค์โสมฯ เสด็จประทานรางวัล ‘แม่ดีเด่น’ประจำปี2561

วันพุธ ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ทรงรับพวงมาลัยจากพลตรีหญิง คุณหญิงอัสนีย์ เสาวภาพ ประธานที่ปรึกษาคณะกรรมการอำนวยการสภาสังคมสงเคราะห์ฯ

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ เสด็จแทนพระองค์ทรงเปิดงาน“วันแม่แห่งชาติ ประจำปี 2561” พร้อมประทานรางวัลแก่ผู้ได้รับการคัดเลือกให้เป็น “แม่ดีเด่น” และ “ลูกที่มีความกตัญญูกตเวทีอย่างสูงต่อแม่” จัดโดยสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ณ โรงแรมเซ็นทราบายเซ็นทารา ศูนย์ราชการและคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2561 ที่ผ่านมา ท่ามกลางความอบอุ่นของครอบครัวที่มาร่วมแสดงความยินดีกันอย่างคับคั่ง

สำหรับปีนี้มีแม่ที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นแม่ดีเด่น ประจำปี 2561 ในประเภทต่างๆ รวมจำนวน 225 คน ประกอบด้วย แม่ของผู้ทำประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติ,แม่ผู้ทำประโยชน์ต่อสังคม, แม่ผู้มีความมานะอดทนขยันหมั่นเพียร, แม่ของผู้เสียสละฝ่ายอาสาสมัครและแม่ผู้เป็นอาสาสมัคร,แม่ผู้เสียสละฝ่ายทหารบก, แม่ผู้เสียสละฝ่ายทหารเรือ, แม่ผู้เสียสละฝ่ายทหารอากาศ,แม่ผู้เสียสละฝ่ายตำรวจ และแม่ผู้เป็นเกษตรกร ส่วนลูกที่มีความกตัญญูกตเวทีอย่างสูงต่อแม่มีจำนวน 108 คน แบ่งเป็นประเภท นักเรียนนักศึกษา, ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ, นักร้อง นักแสดงศิลปิน,สื่อมวลชน, ประชาชนทั่วไป และลูกกตัญญูประจำภาคของสภาสังคมสงเคราะห์ฯ

ในโอกาสนี้ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุทรงมีพระดำรัส ว่า “แม่เป็นผู้ควรแก่การเคารพเทิดทูนของลูก เพราะแม่มีบทบาทสำคัญยิ่ง ในการอบรมเลี้ยงดูลูก ให้เจริญเติบโตเป็นคนดี มีความรู้ และมีความอยู่ดีมีสุข บทบาทของแม่ที่มีต่อลูกดังกล่าวนี้นับเป็นบุญคุณอันยิ่งใหญ่ที่ลูกควรตระหนักถึงและตั้งจิตระลึกรู้ถึงบุญคุณที่แม่ได้อบรมเลี้ยงดูมาด้วยการทำความดีตอบแทน โดยปฏิบัติหน้าที่ของลูกที่มีต่อแม่ให้ดีที่สุด ปรนนิบัติดูแล ช่วยเหลือรับใช้และประพฤติตนอยู่ในขนบธรรมเนียมอันดีของวงศ์ตระกูล นอกจากจะเป็นการเคารพเทิดทูนแม่ได้อย่างประเสริฐแล้ว ยังเป็นการแสดงความกตัญญูกตเวทีได้อย่างน่าสรรเสริญยิ่งทั้งจะเป็นสิริมงคลสูงสุด อันจะนำพาความเจริญร่มเย็นเป็นสุขมาสู่ชีวิตอีกด้วย ท่านทั้งหลายผู้เป็นแม่และลูก ย่อมมีความรับผิดชอบในบทบาทและหน้าที่กันดีอยู่แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ได้รับคัดเลือกเป็นแม่ดีเด่นแห่งชาติลูกที่มีความกตัญญูกตเวทีอย่างสูงต่อแม่ เชื่อว่า จะต้องปฏิบัติบทบาทของแม่ และหน้าที่ของลูกได้อย่างเหมาะสมครบถ้วนสมบูรณ์ จึงได้รับเกียรติยกย่องอันน่าภาคภูมิใจในวันนี้ ขอให้ทุกท่านได้รักษาเกียรตินี้ไว้มิให้เสื่อมถอย พร้อมทั้งมีกำลังใจในอันที่จะปฏิบัติบทบาทในฐานะแม่ และหน้าที่ในฐานะลูก ให้ดีงามเป็นที่ประจักษ์ยิ่งๆ ขึ้น เพื่อจะได้เป็นแบบอย่างและค่านิยมให้อนุชนผู้เป็นแม่และลูกตลอดกระทั่งบุคคลในสังคมได้ยึดถือปฏิบัติตามและสืบสานต่อไป”

หนึ่งในแม่ดีเด่น แม่ผู้บำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม ท่านผู้หญิงสุวรรณี พัฒน์พงศ์พานิช นายกกิตติมศักดิ์ สมาคมสตรีภาคพื้นแปซิฟิกและเอเชียอาคเนย์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ เผยว่า “รู้สึกดีใจที่ได้รับรางวัลอันทรงเกียรตินี้ ซึ่งรางวัลนี้จะเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับลูก สำหรับการเลี้ยงดูลูกนั้นตนจะปฏิบัติตัวเป็นแบบอย่างให้เขาเห็น และจะสอนเขาเสมอว่าให้จงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ สอนให้เขาเป็นคนดี และมีความกตัญญูต่อผู้มีพระคุณ และที่สำคัญสอนให้เขามีความเกรงกลัวต่อบาป ซึ่งลูกๆ ก็ทำให้เราภูมิใจ เขาเป็นคนดีชอบเข้าวัดตั้งแต่เด็กๆ พอโตมาก็ชอบช่วยเหลือผู้อื่นด้วยการไปช่วยงานทางด้านสังคมสงเคราะห์ ตามสมาคมต่างๆ”

ผศ.มณทิรา ล่ำซำ อดีตข้าราชการครูแม่ผู้บำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม เผยว่า “ภูมิใจและเป็นเกียรติกับครอบครัวที่ได้รับรางวัลแม่ดีเด่นประจำปี 2561 สำหรับการเลี้ยงดูลูกๆ นั้น จะให้ความรัก และมอบความสุขให้กับเขา พร้อมทั้งปลูกฝังให้เป็นคนดี มีจิตใจที่อ่อนโยน มีความเมตตา และที่สำคัญที่ตนทำเป็นแบบอย่างให้เขาได้เห็น คือ ความกตัญญูกตเวทีต่อ พ่อ แม่ และผู้ที่มีพระคุณกับเรา ซึ่งขาก็ซึมซับ และทำให้เราเห็น เราก็แอบภูมิใจในตัวลูกๆ และอีกหนึ่งคำสอนที่สำคัญคือ ให้เขาทำตัวเป็นประโยชน์แก่ผู้อื่น เพราะเรารู้สึกว่าลูกๆ อยู่ในครอบครัวที่อบอุ่น และมีความรู้ เมื่อมีโอกาสต้องยื่นมือไปช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสเช่นกัน”

คุณหญิงสุภา วุฒิศิริ แม่ของลูกผู้ทำประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติเผยว่า “รู้สึกเป็นเกียรติและภูมิใจกับรางวัลนี้มาก สำหรับการอบรมเลี้ยงดูลูกๆ จะทำให้เขาเห็น เป็นแบบอย่างที่ดีให้กับเขา โดยจะสอนให้เขาเป็นคนดีของสังคม มีความเมตตาและความเอื้อเฟื้อกับผู้อื่น พร้อมทั้งสอนให้เขาช่วยเหลือผู้ยากไร้และผู้ด้อยโอกาส”

สำราญ กุนัน แม่ของ นาวาตรี สมานกุนัน หรือ จ่าแซม อดีตนักทำลายใต้น้ำจู่โจม แม่ของผู้เสียสละ เป็นกรณีพิเศษ เผยว่า“รู้สึกภูมิใจในตัวลูกชายที่ได้เสียสละ เพื่อประเทศชาติ และสังคม ที่ผ่านมาตนเลี้ยงดูลูกแบบปกติทั่วไป โดยสอนให้เป็นคนดี และสอนให้ทำประโยชน์เพื่อสังคมและประเทศชาติมาตั้งแต่เด็ก หลังจากที่ลูกชายจากไป ก็คิดถึงลูกชายทุกวันเพราะเขาเป็นลูกชายคนเดียวของแม่ ก็ได้แต่ส่งกำลังใจให้ลูกชายไปสู่สุคติสู่ภพที่ดี และฝากถึงคุณแม่ทุกคนว่าให้สอนลูกเป็นคนดี เพื่อให้ลูกเติบโตขึ้นมาเป็นคนดีของสังคม”

ชัยรัตน์ จิตรกล้า กำลังศึกษาชั้นปี 4มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ ลูกที่มีความกตัญญูกตเวทีอย่างสูงต่อแม่ เผยว่า “ดีใจและภูมิใจมากที่ได้รับรางวัลนี้ รางวัลนี้ก็จะมอบให้กับคุณแม่ เพราะท่านสอนให้เราเป็นคนดีสอนให้รู้จักหน้าที่ของตนเอง และที่ปลูกฝังมาโดยตลอดคือการช่วยเหลือคนอื่น เพื่อเป็นการตอบแทนสังคม”

พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ประทานรางวัลให้กับ
คุณหญิงสุภา วุฒิศิริ แม่ของลูกผู้ทำประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติ

พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ประทานรางวัลให้กับ คุณหญิงสุภา วุฒิศิริ แม่ของลูกผู้ทำประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติ
พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ประทานรางวัลให้กับ
สำราญ กุนัน แม่ของผู้เสียสละ เป็นกรณีพิเศษ

พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ประทานรางวัลให้กับ สำราญ กุนัน แม่ของผู้เสียสละ เป็นกรณีพิเศษ
ท่านผู้หญิงสุวรรณี พัฒน์พงศ์พานิช พร้อมด้วย บุตรสาวทั้ง 2 คน และครอบครัว

ท่านผู้หญิงสุวรรณี พัฒน์พงศ์พานิช พร้อมด้วย บุตรสาวทั้ง 2 คน และครอบครัว
ผศ.มณทิรา ล่ำซำ และบุตรสาว ดวงฤทัย พุ่มชูศรี

ผศ.มณทิรา ล่ำซำ และบุตรสาว ดวงฤทัย พุ่มชูศรี
ชัยรัตน์ จิตรกล้า กับ คุณแม่เพียร

ชัยรัตน์ จิตรกล้า กับ คุณแม่เพียร
ยุพา ล่ำซำ ร่วมยินดีกับ ท่านผู้หญิงสุวรรณี 
พัฒน์พงศ์พานิช แม่ผู้บำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม

ยุพา ล่ำซำ ร่วมยินดีกับ ท่านผู้หญิงสุวรรณี พัฒน์พงศ์พานิช แม่ผู้บำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม

สส.จัดนิทรรศการ ‘มุมกล้องเมื่อมองขยะ’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/357748

สส.จัดนิทรรศการ ‘มุมกล้องเมื่อมองขยะ’

สส.จัดนิทรรศการ ‘มุมกล้องเมื่อมองขยะ’

วันพุธ ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

สุรชัย อจลบุญ รองอธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมฯ,ภาวินี ณ สายบุรี ผอ.กองส่งเสริมและเผยแพร่และ อนงค์ ชนะมูล ผอ.ศูนย์วิจัยและฝึกอบรมด้านสิ่งแวดล้อมฯ

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) โดยกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม (สส.)  จัดกิจกรรม“มุมกล้องเมื่อมองขยะ” เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญและมีส่วนร่วมในการจัดการปัญหาขยะมูลฝอยโดยอาศัยสื่อสังคมออนไลน์เป็นช่องทางในการสะท้อนปัญหาขยะและสิ่งแวดล้อมผ่านทางภาพถ่ายใน 2 มุมมอง โดยมีการจัดแสดงนิทรรศการภาพถ่ายและการเสวนา “มุมกล้องเมื่อมองขยะ วายร้ายและ มายด์ฮีโร่” (Villain vs Mind’s Hero) เมื่อเร็วๆ นี้ ณ Zpell ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต ชั้น 2

รัชฎา สุริยกุล ณ อยุธยา อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กล่าวว่าปัญหาขยะมูลฝอยเป็นอีกปัญหาสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สุขภาพและทัศนียภาพ ทั้งในบ้านเรือน ชุมชน และทุกแหล่งท่องเที่ยวในประเทศ กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ในฐานะเป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินงานด้านการเสริมสร้างจิตสำนึก สร้างความรู้ ความเข้าใจ และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการบริการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะปัญหาขยะมูลฝอย ซึ่งได้ดำเนินการรณรงค์ร่วมกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขปัญหาขยะมูลฝอย โดยเฉพาะการจัดการขยะมูลฝอยตั้งแต่ต้นทาง พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางสื่อต่างๆ มาอย่างต่อเนื่อง

ล่าสุด ได้จัดกิจกรรม “มุมกล้องเมื่อมองขยะ” ขึ้น เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญและมีส่วนร่วมในการจัดการปัญหาขยะมูลฝอย โดยอาศัยสื่อสังคมออนไลน์เป็นช่องทางในการสะท้อนปัญหาขยะและสิ่งแวดล้อมผ่านทางภาพถ่ายใน 2 มุมมอง ทั้งมุมมองของวายร้าย คือ บุคคล กิจกรรม สถานที่ ที่มีความไร้ระเบียบขาดวินัยในการทิ้งขยะ และมุมมองของมายด์ฮีโร่ คือ บุคคล กิจกรรม สถานที่ ที่มีความเป็นระเบียบมีการจัดการขยะที่ดี ทางเพจเฟซบุ๊ค“มุมกล้องเมื่อมองขยะ” โดยได้รับความสนใจจากประชาชนส่งภาพเข้าร่วมกิจกรรมจำนวน 480 ภาพ ซึ่งในจำนวนนี้มี 20 ภาพที่ได้รับการคัดเลือกมาร่วมจัดแสดง ณ Zpell ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต

นอกจากนี้ ภายในงานมีการเสวนา“มุมกล้องเมื่อมองขยะ : วายร้าย และ มายด์ฮีโร่” โดยมี ณทวีรัตน์ โชคชัยเพิ่มพูนผล ช่างภาพใต้น้ำ นักอนุรักษ์ทางทะเล ปอ วิถีตากล้อง บล็อกเกอร์เพจ“วิถีตากล้อง” ผู้ที่มีคนติดตามการท่องเที่ยวของเขากว่า 400,000 Like และ แบงค์-ธิติ มหาโยธารักษ์ ดารานักแสดง ร่วมเสวนา พร้อมทั้งมีการมอบเกียรติบัตรให้กับผู้ที่ได้รับการคัดเลือกให้ร่วมจัดแสดงนิทรรศการภาพถ่ายในครั้งนี้ด้วย นอกจากนี้ ยังเปิดโอกาสให้ผู้สนใจส่งภาพถ่ายที่สะท้อนเรื่องราวของการจัดการขยะและสิ่งแวดล้อมที่ได้พบในสถานที่ต่างๆ ผ่านทางเพจเฟซบุ๊ค“มุมกล้องเมื่อมองขยะ” ได้อย่างต่อเนื่องเพื่อเป็นสื่อกลางในการส่งเสริมให้เกิดการแลกเปลี่ยนและแก้ไขปัญหาขยะมูลฝอยของประเทศไทยต่อไป

ด้าน สุรชัย อจลบุญ อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม เผยว่าปัญหาขยะ เป็นปัญหาของพวกเราทุกคน และเกิดจากพวกเราทุกคนดังนั้นเราทุกคนต้องมีส่วนร่วมเพื่อแก้ไขปัญหาขยะที่เกิดขึ้น สร้างวินัยในการจัดการขยะให้กับตนเอง ตระหนักถึงการรักษาความสะอาดของบ้านเมืองและการจัดการขยะครบวงจร เริ่มตั้งแต่การทิ้งขยะให้เป็นที่ ด้วยแนวคิด“คิดก่อนทิ้ง” ลดและคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง ด้วยแนวคิด “แยกเพื่อนำกลับไปใช้ใหม่” รวมถึงลดการใช้ถุงพลาสติกและโฟม ด้วยวิธีง่ายๆ ที่ทุกคนสามารถทำได้ด้วยตัวเอง เช่น ลดใช้ถุงพลาสติก ใช้ถุงผ้า แก้วน้ำส่วนตัว ปฏิเสธกล่องโฟมซึ่งย่อยสลายยาก เพื่อร่วมกันปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการจัดการขยะมูลฝอยของประเทศไทยและแก้ไขปัญหาขยะและสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืน

‘Chanintr Craft’ สร้างประสบการณ์ไลฟ์สไตล์ ด้วยศาสตร์และศิลป์แห่งงานฝีมือ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/357747

‘Chanintr Craft’ สร้างประสบการณ์ไลฟ์สไตล์  ด้วยศาสตร์และศิลป์แห่งงานฝีมือ

‘Chanintr Craft’ สร้างประสบการณ์ไลฟ์สไตล์ ด้วยศาสตร์และศิลป์แห่งงานฝีมือ

วันพุธ ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ชนินทร์ (CHANINTR) จัดงาน “Chanintr Craft” นำเสนอประสบการณ์ไลฟ์สไตล์ ภายใต้แนวคิด The Art of Craftsmanship หรือศาสตร์และศิลป์แห่งงานฝีมือ เน้นงานสร้างสรรค์ ผ่านหลากหลายกิจกรรมเอาใจคนรักงานออกแบบและการตกแต่งบ้าน ได้มีโอกาสสัมผัสเฟอร์นิเจอร์ชิ้นไอคอนระดับโลกอย่างใกล้ชิด พร้อมเพลิดเพลินกับการเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์และของแต่งบ้านมากมาย ณ “CHANINTR 61”

ชนินทร์ สิริสันต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ชนินทร์ ลิฟวิ่ง จำกัด กล่าวว่า “ทางชนินทร์ได้จัดงานชนินทร์ คราฟต์ (Chanintr Craft) ในรูปแบบไลฟ์สไตล์อีเว้นต์เป็นครั้งแรก ภายใต้แนวคิด The Art of Craftsmanship เพื่อที่จะนำเสนอกิจกรรม สำหรับคนรักการตกแต่งบ้านและงานออกแบบ ได้เยี่ยมชม สัมผัส และเข้าถึงชิ้นงานเฟอร์นิเจอร์ชิ้นไอคอนของโลกอย่างใกล้ชิด ทั้งยังได้เห็นถึงความประณีต พิถีพิถัน ผ่านการสาธิตขั้นตอนการผลิตอย่างน่าตื่นตาอันเป็นเทคนิคเฉพาะ ตลอดจนมีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมเวิร์กช็อปต่างๆ ในบรรยากาศสนุกสนาน เพลิดเพลิน ได้รับทั้งสาระความรู้ และเรียนรู้เรื่องราวความเป็นมาของเฟอร์นิเจอร์แต่ละแบรนด์ ซึ่งนับเป็นส่วนสำคัญของประวัติศาสตร์วงการออกแบบเฟอร์นิเจอร์ของโลกก็ว่าได้”

ทั้งนี้ แบรนด์ต่างๆ ที่ชนินทร์คัดสรรมานำเสนอในงาน Chanintr Craft ได้แก่ Carl Hansen & Son และ Louis Poulsenจากเดนมาร์ก, DCW Editions จากฝรั่งเศส,Maruni และ Conde House จากญี่ปุ่น, Emeco จากสหรัฐอเมริกา, Ton จากเชค รีพับลิก และ Ethnicraft จากเบลเยียม

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีกิจกรรมสนุกสนานให้เข้าร่วมได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายอาทิ การสาธิตการถักเก้าอี้ รุ่น CH24 ของแบรนด์ Carl Hansen & Son ซึ่งเป็นเก้าอี้ไอคอนในดวงใจของนักสะสมเฟอร์นิเจอร์ทั่วโลก โดย Mr.BennyHammer Larsen ช่างฝีมือมากประสบการณ์ผู้ถักเก้าอี้รุ่นนี้มาแล้วหลายพันตัว บินตรงมาจากประเทศเดนมาร์ก เพื่อมาสาธิตการถักเป็นครั้งแรกในประเทศไทยนี้ ไม่เพียงเท่านั้น ในทุกบ่ายของวันเสาร์และวันอาทิตย์ยังมีการจัดกิจกรรมเวิร์กช็อปให้ผู้สนใจสามารถเลือกเรียนได้ อาทิ การจัดดอกไม้แบบอิเคบานะ ศิลปะการถักเชือกแบบมาคราเม่ (Macrame) การวาดภาพสีน้ำ และการปรุงกลิ่นน้ำหอมด้วยตนเองขณะที่ในช่วงเย็นของทุกวันศุกร์และวันเสาร์จะมีการจัดแสดงดนตรีสดแบบอะคลูสติก ให้ฟังอย่างเพลิดเพลิน

อีกทั้ง ผู้เข้าชมงานยังสามารถเพลิดเพลินกับการช็อปปิ้ง และเป็นเจ้าของงานเฟอร์นิเจอร์แบรนด์ระดับโลกได้ในราคาพิเศษ

ชนินทร์ สิริสันต์ และ มร. เทตสึยะ ฟุจิตะ จากแบรนด์ Conde House

ชนินทร์ สิริสันต์ และ มร. เทตสึยะ ฟุจิตะ จากแบรนด์ Conde House

เชิญชวนบริจาคโลหิต 86 ล้านซีซี เฉลิมพระเกียรติ 86พรรษา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/357755

เชิญชวนบริจาคโลหิต 86 ล้านซีซี เฉลิมพระเกียรติ 86พรรษา

เชิญชวนบริจาคโลหิต 86 ล้านซีซี เฉลิมพระเกียรติ 86พรรษา

วันพุธ ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ณัฐศมน วงศ์กิตติพัฒน์ และ สินีนาฏ อุทา ผช.ผอ.ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย

ร่วมทำความดีบริจาคโลหิตให้ครบ 86 ล้านซีซี เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล แด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ภายใต้โครงการ “M Heartสายโลหิต สายใจ สายใย แห่งความผูกพัน”จัดโดย  บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัดร่วมกับ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ที่ เอ็มซีซี ฮอลล์ ชั้น 4เดอะมอลล์ บางกะปิ

ณัฐศมน วงศ์กิตติพัฒน์ ผู้อำนวยการใหญ่การตลาด บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป กล่าวว่า “โครงการ “M Heart สายโลหิต สายใจ สายใยแห่งความผูกพัน”เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่างบริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด และศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ที่ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการจัดหาโลหิตเพื่อนำไปช่วยชีวิตเพื่อนมนุษย์ที่เจ็บป่วยให้มีชีวิตอยู่ต่อไปได้ โดยได้ร่วมดำเนินงานมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2549 นับแต่ในโอกาสฉลองสิริราชสมบัติ ครบ 60 ปี พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เป็นต้นมา และในโอกาสนี้จึงจัดกิจกรรมร่วมทำความดีบริจาคโลหิต 86 ล้านซีซี เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล แด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถในรัชกาลที่ 9 บริษัท จึงมีแนวคิดในการจัดกิจกรรมรณรงค์ รับบริจาคโลหิตครั้งสำคัญขึ้นโดยเชิญชวนองค์กรพันธมิตรทั้งภาครัฐ,ภาคเอกชน, นักเรียน, นักศึกษา รวมถึงประชาชนทั่วไป มาร่วมบริจาคโลหิต สร้างกุศลทำความดีช่วยต่อชีวิตให้กับเพื่อนมนุษย์ พร้อมกันนี้ยังได้จัดกิจกรรมเวิร์กช็อป “ร้อยมาลัย ร้อยดวงใจ มอบให้แม่” สำหรับผู้ที่เข้ามาร่วมกิจกรรมภายในงาน เพื่อเป็นสื่อรักแทนใจมอบให้แม่

นาวาโทหญิง พญ.อุบลวัณณ์จรูญเรืองฤทธิ์ ผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย กล่าวว่า“สภากาชาดไทยในฐานะผู้มีหน้าที่ จัดหาโลหิตให้มีปริมาณเพียงพอเพื่อนำไปใช้รักษาผู้ป่วยทั่วประเทศ จึงมีเป้าหมายในการจัดหาโลหิตสำรองของประเทศไทย แต่ปัจจุบันยังไม่สามารถดำเนินการได้ตามเป้าหมาย เนื่องจากประชาชนยังขาดความรู้ความเข้าใจ จึงต้องมีการรณรงค์ให้ประชาชนมีความเข้าใจ และร่วมบริจาคโลหิตอย่างสม่ำเสมอในทุกๆ 3 เดือน ซึ่งจะช่วยทำให้ผู้ป่วยมีปริมาณโลหิตที่เพียงพอ และช่วยลดปัญหาการจัดหาโลหิตที่ไม่สม่ำเสมอได้ทั้งนี้ทางศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติสภากาชาดไทยต้องขอขอบคุณ โครงการ M Heart สายโลหิต สายใจ ที่ได้จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องมากว่า 13 ปีและปัจจุบันภายใต้โครงการฯ มีโลหิตสนับสนุนศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติต่อเนื่องมากกว่า 300 ล้านซีซี ทั้งจากการจัดกิจกรรมรณรงค์รับบริจาคโลหิต ที่เดอะมอลล์ สาขาต่างๆ,การจัดทำห้องบริจาคโลหิตถาวร 365 วัน ในห้างสรรพสินค้าซึ่งถือเป็นห้องรับบริจาคโลหิตแห่งแรกของประเทศไทย และกิจกรรมรณรงค์รับบริจาคโลหิตในวันสำคัญ อย่างเช่นงานในวันนี้ที่จัดขึ้น ก็เป็นหนึ่งในกิจกรรมที่มีส่วนช่วยให้สภากาชาดไทยได้มีโลหิตสำรองเพิ่มขึ้น

สำหรับในวันเปิดโครงการ “M Heartสายโลหิต สายใจ สายใยแห่งความผูกพัน”ได้รับเกียรติจาก สินีนาฎ อุทา ผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เป็นประธานเปิดงานร่วมด้วยศิลปินดาราและเซเลบริตี้ที่มาร่วมกิจกรรมเวิร์กช็อป “ร้อยมาลัย ร้อยดวงใจ มอบให้แม่”และบริจาคโลหิตในงาน อาทิ บอย-ปกรณ์ และคุณแม่งามทิพย์ ฉัตรบริรักษ์, ศิลปินวง SB5, ปัทมวดี เสนาณรงค์, ขนิษฐา ดรุณเนตร, สิตาวีร์ คงธนะ, ปณิตา ศรไทยเทวาและอีกมากมาย

ผู้มีจิตศรัทธาท่านใดที่สนใจยัง สามารถร่วมบริจาคโลหิตได้ตลอด 365 วันที่ “ห้องรับบริจาคโลหิต MHeart สายโลหิตสายใจ” ห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ งามวงศ์วาน (ชั้น 1), บางแค (ชั้น P ล็อบบี้ 5),บางกะปิ (ชั้น 3A) และนครราชสีมา (ชั้น 3) โดยห้องดังกล่าวเปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่12.00-18.00 น. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร.02-3101635

ปณิตา ศรไทยเทวา, หฤทัย ไชยันต์ ณ อยุธยา, รจนา บุนฑารักษ์, ปัทมวดี เสนาณรงค์, สิตาวีร์ คงธนะ, ขนิษฐา ดรุณเนตร

ปณิตา ศรไทยเทวา, หฤทัย ไชยันต์ ณ อยุธยา, รจนา บุนฑารักษ์, ปัทมวดี เสนาณรงค์, สิตาวีร์ คงธนะ, ขนิษฐา ดรุณเนตร

‘รากฟันเทียม’ด้วยระบบคอมพิวเตอร์ แก้ไขปัญหาสุขภาพช่องปากผู้สูงวัย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/357757

‘รากฟันเทียม’ด้วยระบบคอมพิวเตอร์  แก้ไขปัญหาสุขภาพช่องปากผู้สูงวัย

‘รากฟันเทียม’ด้วยระบบคอมพิวเตอร์ แก้ไขปัญหาสุขภาพช่องปากผู้สูงวัย

วันพุธ ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ปัจจุบันผู้สูงอายุที่ใส่ฟันปลอมแบบถอดได้มีจำนวนมาก เนื่องจากอายุที่มากขึ้น ส่งผลให้ประสิทธิภาพในการดูแลสุขภาพช่องปากลดลง และก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพช่องปากตามมา ผู้สูงอายุบางรายจึงจำเป็นต้องรักษาโดยการถอนฟัน และใส่ฟันปลอมชนิดถอดได้แทน

ทันตแพทย์กิตติศักดิ์ เบญจสิริพรทันตแพทย์สาขาทันตกรรมประดิษฐ์ โรงพยาบาลเวชธานี ให้ข้อมูลว่า การใส่ฟันปลอมชนิดถอดได้ แม้จะเป็นวิธีที่ง่ายสะดวก และรวดเร็ว แต่มักเกิดปัญหากวนใจตามมา ทั้งอาการเจ็บขณะบดเคี้ยวอาหาร หลวมและหลุดขณะพูด รวมถึงอาจทำให้เกิดความรู้สึกคลื่นไส้อาเจียน อย่างไรก็ดี ปัญหาเหล่านี้สามารถแก้ไขได้ด้วยการผ่าตัดใส่รากฟันเทียม

รากฟันเทียมกับผู้สูงอายุ ข้อดีของการใส่ฟันบนรากฟันเทียมนั้น ให้ความรู้สึกใกล้เคียงฟันธรรมชาติมากที่สุด เนื่องจากมีความกระชับและแน่นขึ้นทำให้ผู้ที่ใส่รากฟันเทียมไม่รู้สึกอึดอัดบดเคี้ยวอาหารได้ดี และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น แต่ผู้สูงอายุส่วนใหญ่มักเข้าใจว่าปัจจัยเรื่องอายุอาจส่งผลกระทบต่อการผ่าตัดใส่รากฟันเทียม แต่หากผู้สูงอายุมีสุขภาพแข็งแรง ก็สามารถผ่าตัดใส่รากฟันเทียมได้ สำหรับชนิดของฟันปลอมที่ใส่บนรากฟันเทียมนั้น ขึ้นอยู่กับความต้องการและสภาวะในช่องปากของผู้ป่วยเป็นหลัก

ปัจจุบันทันตกรรมรากฟันเทียมบางชนิด สามารถทำสำเร็จได้ภายในวันเดียวด้วยเทคโนโลยี Digital CAD/CAM ซึ่งคือการนำระบบคอมพิวเตอร์เข้ามาช่วยในกระบวนการทางทันตกรรม ตั้งแต่การขั้นตอนการออกแบบไปจนถึงการผลิตชิ้นงาน โดยทันตแพทย์จะสแกนภายในช่องปากแบบ 3 มิติ แทนการพิมพ์ปากแบบเดิม ซึ่งมีข้อดีคือเก็บรายละเอียดที่แม่นยำมากขึ้น จากนั้นจะออกแบบชิ้นงานด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ และส่งข้อมูลออกแบบเข้าสู่กระบวนการกลึงชิ้นงาน แล้วนำชิ้นงานที่ได้มาใส่ในช่องปากให้กับผู้ป่วย

ทุกขั้นตอนและกระบวนการทำงานทั้งหมดนี้ ใช้ระยะเวลาโดยรวมประมาณ 2-3 ชั่วโมง ช่วยให้ผู้ที่มารับการใส่รากฟันเทียมสามารถมียิ้มสวยกลับบ้านในวันเดียวกับที่เข้ารับการรักษา*(ขึ้นอยู่กับสุขภาพช่องปากของผู้ป่วยแต่ละราย โดยผู้เข้ารับการรักษาต้องมารับการตรวจประเมินสภาพช่องปากเบื้องต้นก่อน)

ข้อดีจากเทคโนโลยี Digital CAD/CAM คือ 1.สแกนภายในช่องปากแบบ 3 มิติ แทนการพิมพ์ฟันแบบเดิม เก็บรายละเอียดได้ดีขึ้น 2.ชิ้นงานที่ได้จากการกลึงด้วยระบบคอมพิวเตอร์มีความละเอียดสวยงามเหมือนจริง 3.ลดขั้นตอน ลดระยะเวลา อย่างมีประสิทธิภาพ

ขณะที่ข้อดีของรากฟันเทียมในผู้สูงอายุ คือ 1.มีความใกล้เคียงฟันธรรมชาติ 2.เพิ่มประสิทธิภาพในการบดเคี้ยว 3.ดูแลสุขภาพช่องปากได้สะดวกมากขึ้น 4.การออกเสียงและการพูดดีขึ้น 5.ลดปัญหาการเคลื่อนตัว และความวิตกกังวลเกี่ยวกับปัญหาต่างๆ ของฟันปลอม

การดูแลรักษานั้น ผู้สูงอายุที่ผ่าตัดใส่รากฟันเทียม สามารถดูแลและรักษาสุขภาพของปากและฟันได้เหมือนการดูแลปกติทั่วไป โดยทำความสะอาดเป็นพิเศษบริเวณรากฟันเทียมและบริเวณเหงือกโดยรอบ นอกจากนี้ ควรเข้ารับการตรวจสุขภาพของปากและฟันกับทันตแพทย์เป็นประจำด้วยเช่นกัน

มุมนี้มีนัด : 15 สิงหาคม 2561

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/357749

587585

มุมนี้มีนัด : 15 สิงหาคม 2561

วันพุธ ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.
  1. l ศิษย์เก่าสามเสน จัดพิธีแสดงมุทิตาจิต

ขอเชิญศิษย์เก่าสามเสนฯ และครูอาวุโสทุกท่าน ร่วมพิธี ทักษิณานุปทาน…ทำบุญบำเพ็ญกุศลแด่คุณครูและศิษย์เก่าสามเสนฯผู้วายชนม์และ แสดงมุทิตาจิตระลึกถึงพระคุณครูแด่คุณครูอาวุโสประจำปี 2561 ในวันเสาร์ที่ 25สิงหาคม 2561 เวลา 09.00-13.30 น.  ณ ห้องประชุมอเนกประสงค์ รร.สามเสนวิทยาลัย โดยช่วงเช้าจะเป็นพิธีสงฆ์ จากนั้นจะเป็นพิธีแสดงมุทิตาจิตครู-อาจารย์ พร้อมรับประทานอาหารร่วมกัน (ศิษย์เก่าที่มาร่วมงาน รับเสื้อยืดที่ระลึก “งาน มุทิตาจิต ปี’61 ..ครูคุณธรรมนำศิษย์พัฒนา”ฟรี ภายในงาน..มีจำนวนจำกัด) จองไซส์เสื้อและประสงค์เข้าร่วมงานได้ที่ลิงค์นี้https://docs.google.com/…/1FAIpQLSfmxMuMkDZ9Jkbm92…/viewform หรือติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ 02-2784609 หรือคุณกัลยรัตน์ โทร.061-3129568

l มหกรรมไอที 

จังหวัดอุดรธานี ร่วมกับ ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 4 กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดอุดรธานี หอการค้าจังหวัดอุดรธานี สภาอุตสาหกรรมจังหวัดอุดรธานี สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม เตรียมจัดงาน มหกรรมไอที Digital Revolution 4.0@UdonThani “SMART ProvinceSMART Entrepreneur” ที่รวมสุดยอดองค์ความรู้ด้านไอที ดิจิทัล สำหรับผู้ประกอบการ SMEs ครบจบในงานเดียว ทั้ง เทคโนโลยี นวัตกรรม สินค้าไอที พบกับเทคนิคดีๆ ของผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จ พร้อมกูรูไอทีที่จะมาแนะนำ เทคนิค เคล็ดลับการทำธุรกิจยุคใหม่ให้แข่งขันได้ในตลาดสากล ภายในงานพบกับ“คลินิกอุตสาหกรรมและ Business Matching พร้อมเวทีแลกเปลี่ยนประสบการณ์ การค้าในยุคดิจิทัล ที่ SMEs ไม่ควรพลาด พิเศษสุดร่วมลุ้นของรางวัลภายในงาน ระหว่างวันที่ 24-26 สิงหาคม 2561” เวลา 10.00-21.00 น. ณ ลานพรีฟังก์ชั่น ชั้น 4 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา จ.อุดรธานี

l ความงามจากธรรมชาติ

พบกับงาน “Health & Beauty” ที่ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค ซึ่งรวบรวมสินค้าออร์แกนิคมาให้ สาวกสายเฮลท์ตี้ เลือกสรรกัน กว่า 50 รายการ ระหว่างวันที่ 23 สิงหาคม-3 กันยายน 2561 ณ ลานโปรโมชั่น ชั้นบี โซนโรบินสัน ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค ภายในงานยกขบวนสินค้าเพื่อสุขภาพและความงามที่ผ่านการคัดสรร จากธรรมชาติ 100% ให้คุณสวยสุขภาพดีแบบไม่ปนเปื้อนสารเคมี และยังบริสุทธิ์ปราศจากผลข้างเคียงต่อร่างกาย โดยรวบรวมสินค้าออร์แกนิคหลากหลายประเภท อาทิ ข้าวกล้อง, ข้าวไรเบอร์รี่, ผักปลอดสารพิษ, ลูกเดือย, ถั่วเขียว, ผลิตภัณฑ์สกัดจากน้ำมันมะพร้าว, โสม, รังนก อาหารเสริมบำรุงสุขภาพ, ตลอดจนผลิตภัณฑ์ดูแลผิวกายอย่างอ่อนโยนให้เลือกซื้อและทดลองแบบจุใจตลอดทั้งงาน

แนวหน้าวาไรตี้ สัมภาษณ์พิเศษ : รองศาสตราจารย์ คุณหญิงวินิตา ดิถียนต์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/357720

แนวหน้าวาไรตี้ สัมภาษณ์พิเศษ : รองศาสตราจารย์ คุณหญิงวินิตา ดิถียนต์

แนวหน้าวาไรตี้ สัมภาษณ์พิเศษ : รองศาสตราจารย์ คุณหญิงวินิตา ดิถียนต์

วันอังคาร ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 16.54 น.