‘ชีส์ เมอร์เซเดส’ชวนผู้หญิงไทย ร่วมสร้างและส่งต่อแรงบันดาลใจ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/357331

‘ชีส์ เมอร์เซเดส’ชวนผู้หญิงไทย  ร่วมสร้างและส่งต่อแรงบันดาลใจ

‘ชีส์ เมอร์เซเดส’ชวนผู้หญิงไทย ร่วมสร้างและส่งต่อแรงบันดาลใจ

วันจันทร์ ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

มร.ฟรังค์ ชไตน์อัคเคอร์ และ 4 สาวเก่ง พนิดา เอี่ยมศิรินพกุล, รรินทร์ ทองมา, มณีรัตน์ อนุโลมสมบัติ และ ช่อทิพย์ ส่งวัฒนา วุฒิพงศ์

เมอร์เซเดส-เบนซ์ เปิดตัว โกลบอล แพลตฟอร์ม “She’s Mercedes-ชีส์ เมอร์เซเดส” ชวนผู้หญิงไทยร่วมเป็นส่วนหนึ่งในสังคมแห่งแรงบันดาลใจเพื่อผลักดันสู่จุดที่ดีที่สุดของตนเอง

บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัวโกลบอล แพลตฟอร์ม “She’s Mercedes-ชีส์ เมอร์เซเดส” เพื่อเป็นพื้นที่ในการสร้างและส่งต่อแรงบันดาลใจให้กับผู้หญิงไทย โดยมี 4 ตัวแทนผู้หญิงเก่ง อย่าง ช่อทิพย์ ส่งวัฒนา วุฒิพงศ์ ผู้ก่อตั้งแบรนด์ Bibury Coln มณีรัตน์ อนุโลมสมบัติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท การีนา ออนไลน์ (ประเทศไทย) รรินทร์ ทองมา ผู้ก่อตั้ง O&B และ ตุ๊กตา-พนิดา เอี่ยมศิรินพกุลบรรณาธิการสำนักพิมพ์ยาหยี มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์ “From Great to The Best” เพื่อผลักดันให้ผู้หญิงไทยก้าวสู่จุดที่ดีที่สุดของตนเอง อีกทั้ง ยังมีผู้หญิงเก่งของไทย อาทิ ปรางค์-อภินรา ศรีกาญจนา, เชฟแพม-พิชญา อุทารธรรม และ ปลาเข็ม-กรัชเพชร อิสสระ ให้เกียรติเข้าร่วมงาน ณ กิสโม่ สุขุมวิท 39 ไปเมื่อเร็วๆ นี้

มร.ไมเคิล เกรเว่ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “She’s Mercedes – ชีส์ เมอร์เซเดส” เป็นหนึ่งในกิจกรรมภายใต้กลยุทธ์ “Best Customer Experience” ที่นับเป็นโกลบอล แพลตฟอร์ม ที่ทางเมอร์เซเดส-เบนซ์ ดำเนินการอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 แล้วโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อมุ่งสร้างการสื่อสาร และการมีปฏิสัมพันธ์ร่วมกันระหว่างแบรนด์กับลูกค้ากลุ่มผู้หญิง ผ่านการสร้างเครือข่ายสำหรับผู้หญิง พร้อมเป็นพื้นที่ในการสร้างและส่งต่อแรงบันดาลใจให้กับผู้หญิงไทย

มร.ฟรังค์ ชไตน์อัคเคอร์ รองประธานบริหารฝ่ายขายและการตลาด บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า งานแถลงข่าวในวันนี้ถือเป็นการเปิดตัว “She’s Mercedes-ชีส์ เมอร์เซเดส” ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ โดย เมอร์เซเดส-เบนซ์ ได้รับเกียรติจากผู้หญิงเก่งระดับแถวหน้าของเมืองไทย 5 ท่าน ได้แก่ ชมพู่-อารยา เอ. ฮาร์เก็ต แบรนด์ แอมบาสซาเดอร์ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย, ช่อทิพย์  ส่งวัฒนา วุฒิพงศ์, มณีรัตน์ อนุโลมสมบัติ, รรินทร์ ทองมา และ ตุ๊กตา-พนิดา เอี่ยมศิรินพกุล มาร่วมสะท้อนแนวคิด “From Great to the Best” บอกเล่าเรื่องราวจากประสบการณ์การใช้ชีวิต และการทำงานของพวกเธอว่ากว่าจะมาถึงจุดที่เรียกว่าเป็นจุดที่ดีที่สุดของเธอเหล่านั้น พวกเธอได้ผ่านประสบการณ์อะไรมาบ้าง เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้หญิงไทยคนอื่นๆ ได้ก้าวสู่จุดที่ดีที่สุดของตนเองดังเจตคติที่ว่า “The Best or Nothing”

ไฮไลท์ของ “ชีส์ เมอร์เซเดส” ในปีนี้ คือการสร้างสรรค์ภาพยนตร์สั้นออนไลน์ในชื่อ The Face of She’s ถ่ายทอดเรื่องราวของผู้หญิงเก่งทั้ง 5 ท่าน โดยภาพยนต์สั้นดังกล่าวจะถูกเผยแพร่ในช่องทางออนไลน์ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย
ทั้งทางเฟซบุ๊คแฟนเพจ http://www.facebook.com/MercedesBenzThailand และ Youtube channel http://www.youtube.com/mercedesbenzthailand นอกจากนี้ ทางบริษัทยังจัดกิจกรรม “She’s Mercedes Workshop” ภายใต้แนวคิด “She‘s Mentoring Program” โดยมี 4 สาวเก่ง ช่อทิพย์ ส่งวัฒนา วุฒิพงศ์, นก-มณีรัตน์อนุโลมสมบัติ, ต้าร์-รรินทร์ ทองมา และ ตุ๊กตา-พนิดา เอี่ยมศิรินพกุลมาร่วมเป็นเมนเทอร์ให้กับผู้เข้าร่วมเวิร์กช็อป ซึ่งจะถูกจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี ในรูปแบบที่แตกต่างกันเพื่อสร้างแรงบันดาลใจและร่วมผลักดันให้ผู้หญิงในสังคมไทยสามารถก้าวสู่จุดที่ดีที่สุดในแบบของตนเอง และไฮไลท์สุดท้าย คือการสร้างสังคมแห่งแรงบันดาลใจบนโลกออนไลน์ ผ่านช่องทาง Facebook Group โดยใช้ชื่อว่า “She’s Mercedes Thailand” เพื่อเป็นพื้นที่ให้ผู้หญิงได้มาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นแบ่งปันประสบการณ์ร่วมกัน อีกทั้ง ยังใช้เป็นช่องทางติดตามความเคลื่อนไหวของ She’s Mercedes และการเข้าร่วมกิจกรรมเวิร์กช็อปได้ตลอดทั้งปีด้วย

ช่อทิพย์ ส่งวัฒนา วุฒิพงศ์ ผู้ก่อตั้งแบรนด์ Bibury Coln ร่วมบอกเล่าประสบการณ์ในการบริหารงานที่เริ่มต้นจากศูนย์สู่แบรนด์ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล “ดิฉันเชื่อว่า ถ้าความคิดเราไม่ยอมแพ้ ก็ไม่มีอะไรในโลกนี้ที่จะหยุดเราจากความสำเร็จได้ การจะเดินไปถึงเป้าหมาย ไม่ได้ต้องการความสำเร็จตลอดเวลา การได้ล้มบ้าง ถือเป็นบทเรียนที่ดี เพราะในวันที่เราผิดหวังที่สุด พอเราลุกขึ้นตั้งหลักได้ เรื่องราวเหล่านั้นจะกลายเป็นบทเรียนที่ดีที่สุดที่เตรียมตัวเราให้พร้อมสำหรับก้าวต่อไป”

มณีรัตน์ อนุโลมสมบัติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท การีนา ออนไลน์ (ประเทศไทย) มาเล่าถึงแนวคิดที่ทำให้ตนเองประสบความสำเร็จว่า “ธุรกิจเราเริ่มต้นบนโลกดิจิทัล จากบริษัทสตาร์ทอัพ ที่เกิดจากคนไม่กี่คน ผ่านความมุ่งมั่น ความตั้งใจ การล้มลุกคลุกคลาน จนเกือบจะเลิกพยายาม และในที่สุดประสบความสำเร็จ ซึ่งจากประสบการณ์ที่ผ่านมา ทำให้เรารู้ว่าความสำเร็จไม่มีที่สิ้นสุด ต่อให้วันนี้เรามาได้ไกลแค่ไหน แต่อย่างไรก็ยังคงมีพื้นที่ให้เราได้เรียนรู้ และเติบโตเสมอ ถ้าหากเรามีความมุ่งมั่น และพยายามมากพอ เราก็จะเห็นประตูโอกาสใหม่ๆ อยู่ตลอด นี่คือสิ่งที่ดิฉันเชื่อมาเสมอค่ะ”

รรินทร์ ทองมา ผู้ก่อตั้ง O&B แบรนด์รองเท้า และกระเป๋าออนไลน์ พูดถึงเส้นทางการทำงานที่ต้องใช้ความกล้าหาญ เพื่อจะประสบความสำเร็จว่า “สำหรับต้าร์มองว่าเราต้องไม่กลัว และกล้าที่จะลงมือทำ เพราะในวันที่เราจะเริ่มต้นธุรกิจ บางทีจะมีเสียงเตือนด้วยความเป็นห่วงจากคนใกล้ตัว จนทำให้เรารู้สึกเหมือนความฝันของเราเป็นเรื่องน่ากลัว แต่สุดท้ายเราจะคอยถามว่า ถ้าเราไม่เริ่มต้นทำวันนี้แล้วเราจะมาเสียใจที่หลังไหม ซึ่งสิ่งนี้กลายมาเป็นแรงผลักดันให้เรากล้าลงมือทำธุรกิจของตัวเองเป็นครั้งแรก ทุ่มเททุกอย่าง ลุยทุกปัญหาที่เจอ จนในที่สุดแบรนด์ของเราได้รับการยอมรับและเป็นที่รู้จักไปไกลถึงต่างประเทศ”

พนิดา เอี่ยมศิรินพกุล นักเขียนคนเก่งเจ้าของสำนักพิมพ์ยาหยี กับวิธีคิดอย่างสร้างสรรค์เพื่อสร้างความแตกต่างในวงการสิ่งพิมพ์ “ความสำเร็จไม่จำเป็นต้องขึ้นอยู่กับเรื่องธุรกิจเสมอไป บางครั้งความสำเร็จคือเรื่องที่ทำให้คนรอบข้างตัวเรามีความสุขซึ่งหลายคนมองว่าเรามีพรสวรรค์ในการเขียน เล่าเรื่องสนุกน่าสนใจ แต่จริงๆ แล้วเพราะจินตนาการและความครีเอทีฟมากกว่า ดังนั้น เราต้องคอยเติมเต็มแรงบันดาลใจใหม่ๆ หามุมมองในการเล่าเรื่องให้หลากหลายและน่าสนใจ เพราะเราหวังว่าเรื่องราวจากหนังสือของเรา จะสร้างความสุขและสร้างแรงบันดาลใจรวมทั้งสิ่งดีๆ ให้กับคนอ่านด้วยเช่นกัน”

คุณแหน : 13 สิงหาคม 2561

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/357380

คุณแหน : 13 สิงหาคม 2561

วันจันทร์ ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ll สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯบำเพ็ญพระราชกุศล 50 วันพระราชทานศพ อารยา วิชิตชลชัย ภริยา ศ.พิเศษ พรเพชร วิชิตชลชัยประธาน สนช. ที่วัดโสมนัสฯ วันเสาร์ที่ 18 ส.ค.10.00 น. พระสงฆ์สวดพระพุทธมนต์ รับพระราชทานฉันและบังสุกุล เวลา 18.30 น. พระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม…

ll มูลนิธิสุนทราภรณ์ ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จะส่งบุคลากรจากโรงเรียนการดนตรีและวงสุนทราภรณ์ นำโดย อรอนงค์ เสนะวงศ์ ไปให้ความรู้และแนะนำคนรุ่นใหม่ให้รู้จักบทเพลงสุนทราภรณ์ตลอดเดือนส.ค.นี้ ที่รร.วัดไร่ขิงวิทยา, รร.สิรินธรราชวิทยาลัย และรร.กาญจนาภิเษกวิทยาลัย นครปฐม…

ll สมาคมสถาปนิกสยามฯ และสมาพันธ์สมาคมศิษย์เก่าคณะสถาปัตยกรรมฯ จัดแข่งวิ่งเพื่อสุขภาพ ASA Run 2018 : Green Running Design วิ่ง..เพื่อสร้างจิตสำนึกในการดูแลสิ่งแวดล้อมของไทย 14 ต.ค. กระทรวงสาธารณสุข ระยะ 10 กม.และ 3 กม. http://www.asarun.com…

ll ผศ.ดร.บังอร เบ็ญจาธิกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี ขอให้นักศึกษาที่จะเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร ทั้งระดับปริญญาตรี-ปริญญาเอก มาซ้อมใหญ่ 19 ส.ค. 09.00 น. ที่หอประชุมใหญ่อาคารชาญชัยอเคเดียม ม.กรุงเทพธนบุรี บุคคลใดไม่มาถือว่าสละสิทธิ์…

ll เพื่อนๆ ร่วมยินดีกับ อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ผู้บริหารคนเก่งจาก ปตท.ที่ได้รับเลือกตั้งเป็นนายกสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทยคนใหม่…

ll ของดีหายากจากนครศรีธรรมราช ณ ชนก รัตนทารส นำมังคุดคัดและส้มโอทับทิมสยาม มาสร้างสรรค์เมนูอาหารไทยรสชาติ ต้นตำรับสุดเก๋ ถึง 31 ต.ค. ที่ร้านชิงช้าชาลีสาขาสยามพารากอน และดิ เอ็มโพเรียม และร้านมูมมาม พาร์ค เทอร์มินอล 21…

ll โครงการดีปีละครั้ง บรรณรงค์ พิชญากร เอ็มดีหลักทรัพย์บัวหลวง ชวนเจ้าของกิจการและทายาทธุรกิจอายุ 30-45 ปี สมัครร่วมโครงการ The Stock Master Exclusive ตอน “Money Game… รู้รอบเกมส์การเงิน” หลักสูตรเรียนรู้ด้านการลงทุนแบบเอ็กซ์คลูซีฟ http://www.bualuang.co.th/thestockmaster ถึง 30 ส.ค. …

ll สวดพระอภิธรรม อรุณี โรจนเพียรสถิต ถึง 17 ส.ค. ศาลาบำเพ็ญกุศล วัดสระเกศ (ภูเขาทอง) กำหนดพิธีฌาปนกิจ18 ส.ค. …ll

คุณแหน

พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา เสด็จแทนพระองค์ทรงเปิดงาน‘โครงการหลวง 49’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/357334

พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา เสด็จแทนพระองค์ทรงเปิดงาน‘โครงการหลวง 49’

พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา เสด็จแทนพระองค์ทรงเปิดงาน‘โครงการหลวง 49’

วันจันทร์ ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูรทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา เสด็จแทนพระองค์ ไปยังศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ทรงเปิดงาน “โครงการหลวง 49” ซึ่งจัดขึ้นโดยมูลนิธิโครงการหลวง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ภายใต้แนวคิด “สืบสาน รักษา ต่อยอดอย่างยั่งยืน” เพื่อสืบสานรักษา และต่อยอด การดำเนินงานของมูลนิธิโครงการหลวง ตามพระราชปณิธานแน่วแน่ของ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร

ทั้งนี้ นายจรัลธาดา กรรณสูต องคมนตรี และในฐานะประธานกรรมการมูลนิธิโครงการหลวง,พลเอกกัมปนาท รุดดิษฐ์ ประธานกรรมการบริหารมูลนิธิโครงการหลวง, ดร.จงรัก วัชรินทร์รัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, ดร.ณรงค์ชัยพิพัฒน์ธนวงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายตลาด มูลนิธิโครงการหลวง, ผศ.ดร.นุชนาถ มั่งคั่ง รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, คุณหญิงสุจิตรา จิราธิวัฒน์ มงคลกิติ และ มุกดาจิราธิวัฒน์ เอื้อวัฒนะสกุล รับเสด็จณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

โอกาสนี้ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ทรงตัดแถบแพรเปิดงาน “โครงการหลวง 49” จากนั้นเสด็จทอดพระเนตรนิทรรศการ “49 ปี โครงการหลวง สืบสาน รักษา ต่อยอดอย่างยั่งยืน” แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร และเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 อีกทั้ง ร่วมน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร โดยจัดแสดงพระบรมฉายาลักษณ์ที่หาชมได้ยากพระราชดำรัส ราชกิจจานุเบกษาเกี่ยวกับงานโครงการหลวง และนิทรรศการผลความก้าวหน้า 3 ด้าน ได้แก่ 1.ด้านเศรษฐกิจ แสดงความก้าวหน้าเกี่ยวกับพันธุ์พืชใหม่ๆ เทคโนโลยีใหม่ 2.ด้านสังคม จำลองวิถีชนเผ่า งานหัตถกรรม ผ้าทอ งานฝีมือชนเผ่า ซึ่งเป็นการ
ส่งเสริมอาชีพนอกภาคการเกษตร และ 3.ด้านสิ่งแวดล้อม แสดงการจัดการทรัพยากรธรรมชาติบนพื้นที่สูง

จากนั้นเสด็จทอดพระเนตรร้านโครงการส่วนพระองค์และร้านจำหน่ายอาหาร ร้านจำหน่ายไอศกรีมอะโวคาโด ร้านจำหน่ายกาแฟ และเบเกอรี่ จากผลิตผลมูลนิธิโครงการหลวง บริเวณจำหน่าย ผัก ผลไม้ ไม้ดอก ไม้กระถาง ของมูลนิธิโครงการหลวง ผลิตภัณฑ์จากบริษัทดอยคำ ผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด และผลิตภัณฑ์จากโครงการพัฒนาดอยตุงจากนั้นจึงเสด็จกลับ

ทั้งนี้ งาน “โครงการหลวง 49” ได้คัดสรรผลิตภัณฑ์คุณภาพดี และมีคุณประโยชน์สูง ด้วยผลิตภัณฑ์แนะนำ ได้แก่ ควินัว, ชาสมุนไพรสด, ชาเขียวอัสสัม, เฟต้าชีส, ดอกไม้กินได้, ข้าวบือบอ, ไก่กระดูกดำ รวมทั้งผลิตภัณฑ์จากร้านโครงการส่วนพระองค์และจากโครงการหลวง กว่า3,000 รายการ มาจำหน่ายในราคาพิเศษ วันนี้ 13 สิงหาคม 2561 เป็นวันสุดท้าย ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

ฉลองใหญ่ 8 ปี ไฮไลฟ์ เน็ตเวิร์ค

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/357317

ฉลองใหญ่ 8 ปี ไฮไลฟ์ เน็ตเวิร์ค

ฉลองใหญ่ 8 ปี ไฮไลฟ์ เน็ตเวิร์ค

วันจันทร์ ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ห่างหายจากสังคมไปนาน ศศิลักษณ์ เหตระกูล นักธุรกิจสาวคนเก่ง ซุ่มเงียบสร้างธุรกิจขายตรง ไฮไลฟ์ เน็ตเวิร์ค จนประสบความสำเร็จ ถือโอกาสฉลองการก้าวเข้าสู่ปีที่ 8 จัดแถลงข่าวใหญ่อย่างเป็นทางการครั้งแรก “Hylife 8th Year of Infinite Success” เล่าตั้งแต่จุดเริ่มต้น กว่าจะสร้างเครือข่ายให้มีคุณภาพและแข็งแรงอย่างทุกวันนี้ ไปจนถึงการปรับตัวสู่ขายตรงยุค 4.0 พร้อมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ไฮไลท์แห่งปี ที่จะมาสร้างนิยามความงามบทใหม่ไม่สิ้นสุด ในวันที่ 15 สิงหาคม 2561 นี้ ณ โกลว์ฟิช สาทร

ศศิลักษณ์ เหตระกูล กล่าวว่า ไฮไลฟ์ เน็ตเวิร์ค คือสถานที่ที่มุ่งมั่นที่จะพัฒนาคุณภาพชีวิตและโลกใบนี้อย่างไม่มีวันหยุด พวกเราเชื่อว่าคนทุกคนมีศักยภาพในตัวเองซ่อนอยู่ และสิ่งเหล่านี้สามารถนำมาพัฒนาให้ดีขึ้นได้ ไม่ว่าคุณจะเป็นใครมาจากไหน หรือการศึกษาใด ตัวคุณเองคือโอกาส คุณสามารถสร้างโอกาสให้ตัวคุณเองเพื่อสร้างสรรค์ชีวิตที่ดีกว่าไฮไลฟ์ เน็ตเวิร์ค จะเป็นแรงผลักดัน และคอยเป็นกำลังใจให้เสมอ

โรคไต หากตรวจพบเร็ว รักษาได้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/357340

โรคไต หากตรวจพบเร็ว รักษาได้

โรคไต หากตรวจพบเร็ว รักษาได้

วันจันทร์ ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ปัจจุบันคนไทยป่วยด้วยโรคไตเรื้อรังประมาณ 8 ล้านคน เป็นผู้ป่วยไตเรื้อรังระยะสุดท้ายประมาณ 100,000 คน ที่ต้องได้รับการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม หรือล้างไตทางช่องท้อง และมีจำนวนผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะสุดท้ายรายใหม่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องประมาณ 20,000 คนต่อปี หรือคิดเป็นร้อยละ 15-20 ต่อปี และคาดว่าใน 5 ปี ข้างหน้าจะมีผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มสะสมเป็นกว่า 2 แสนราย แพทย์ผู้เชี่ยวชาญระบุโรคไต ตรวจพบเร็วสามารถรักษาให้หายขาดได้ หมั่นตรวจสุขภาพประจำปีอย่างสม่ำเสมอ ป้องกันโรคเบื้องต้นที่นำมาซึ่งโรคไต เช่น เบาหวาน ความดันควบคุมการกินอาหารรสเค็มหรือรสจัดมากเกินไป รวมถึงหลีกเลี่ยงการซื้อยารับประทานเองที่ไม่ได้ผ่านการรับรองว่าปลอดภัยต่อไต และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทานยา

 

นายแพทย์กำธร ลีลามะลิ หัวหน้าศูนย์ไตเทียมนายแพทย์เชี่ยวชาญ โรงพยาบาลราชวิถี เปิดเผยว่า โรคไตโดยทั่วไปจะมี 2 ประเภทคือ แบบเฉียบพลัน และแบบเรื้อรัง โดยโรคไตวายเฉียบพลัน เป็นภาวะการศูนย์เสียการทำงานอย่างรวดเร็ว เกิดจากหลายสาเหตุ เช่น ภาวะช็อครุนแรง การเสียเลือดในปริมาณมาก การได้รับสารพิษที่มีผลต่อไต เป็นต้น แต่หากได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง ไตก็สามารถกลับมาทำงานได้ภายใน 1 เดือน ขณะที่โรคไตแบบเรื้อรัง เป็นภาวะการทำลายไตอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน โดยจะไม่แสดงอาการในระยะแรกๆ ซึ่งสาเหตุที่พบบ่อยคือ โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคทางเดินปัสสาวะอุดตัน และโรคไตอักเสบ โดยไตเรื้อรังแบ่งออกเป็น 5 ระยะ ซึ่งส่วนมากจะมาแสดงอาการในระยะท้ายๆ การวินิจฉัยโรคไตนั้น ปัจจุบันวินิจฉัยจากอาการและโรคประจำตัวของผู้ป่วย การตรวจจากห้องปฏิบัติการ ทั้งปัสสาวะและเลือด และการอัลตร้าซาวนด์ไตว่าผิดปกติหรือไม่

ทั้งนี้ หากพบว่าเป็นโรคไต แพทย์จะหาสาเหตุว่าเกิดจากสาเหตุใด เช่น จากโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ทางเดินปัสสาวะอุดตัน หรือไตอักเสบ ถ้าทราบสาเหตุและได้รับการรักษาตั้งแต่ในระยะแรก โรคไตที่เป็นอยู่ก็มีโอกาสรักษาให้หายขาดได้ แต่ถ้าตรวจพบในระยะที่เป็นมากแล้ว เช่น โรคไตเรื้อรังระยะที่ 3 การรักษาให้หายขาดจะยาก แต่จะช่วยชะลอการเสื่อมของไต ลดโอกาสที่ผู้ป่วยต้องล้างไตได้ โดยการคุมน้ำและอาหาร หลีกเลี่ยงการกินยาที่มีผลทำให้ไตเสื่อม เช่น
ยาแก้ปวดข้อ ปวดกระดูกบางชนิด รวมทั้งยาที่ไม่ได้มีการพิสูจน์หรือรับรองว่าปลอดภัยกับไต เช่น ยาสมุนไพรต่างๆ ที่ไม่ได้
จดทะเบียนไว้ว่ามีความปลอดภัยต่อไตหรือไม่

นอกจากนี้ ผู้ป่วยที่เป็นโรคไตเรื้อรัง ในระยะที่ 5 ที่ต้องทำการรักษาโดยการฟอกเลือดผ่านเครื่องฟอกไตเทียมนั้นจะต้องมีการทำเส้นฟอกเลือด เพื่อใช้ในการนำเลือดออกจากร่างกายของผู้ป่วยไปยังเครื่องฟอกเลือดเพื่อกำจัดพิษต่างๆ และนำเลือดที่ฟอกสะอาดแล้วกลับคืนเข้าสู่ร่างกายของผู้ป่วยผ่านทางเส้นฟอกเลือดนี้ ข้อเสียของการรักษาด้วยวิธีนี้คือ
เส้นฟอกเลือดอาจเกิดการตีบและอุดตันได้ ซึ่งทางโรงพยาบาลราชวิถี มีแพทย์ผู้ชำนาญการสามารถแก้ไขเส้นฟอกเลือดที่ตีบหรืออุดตันให้สามารถกลับมาใช้งานได้เหมือนเดิม ช่วยให้คนไข้ไม่ต้องไปทำเส้นใหม่ หรือลดการใส่สายที่คอได้

ส่วนการรักษาโรคไตเรื้อรังระยะสุดท้ายที่ดีที่สุด คือการปลูกถ่ายไต ซึ่งเป็นวิธีที่ทำให้คนไข้กลับมามีใช้ชีวิตได้เหมือนคนปกติทั่วไป มีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุด และอยู่ได้ยาวนานที่สุด เมื่อเปรียบเทียบกับการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมหรือการ
ล้างไตทางช่องท้อง เพียงแต่ปัจจุบันมีการบริจาคไตค่อนข้างน้อยในอนาคตถ้ามีการบริจาคไตมากขึ้น คนไข้ที่ล้างไตอยู่ก็มีโอกาสที่ได้รับการปลูกถ่ายไตมากขึ้น แต่ผู้ป่วยจำเป็นต้องกินยากดภูมิต้านทานไปตลอดชีวิต เพื่อไม่ให้ร่างกายต่อต้านเนื้อไตของผู้บริจาค

ปัจจุบันโรคไตป้องกันได้ โดยหลีกเลี่ยงอาหารเค็ม ควบคุมโรคเบาหวาน และความดันโลหิตสูงให้ดี ควรหลีกเลี่ยงการใช้ยาบางตัวที่มีผลเสียต่อไต เช่น การใช้ยาแก้ปวด แก้อักเสบอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน หรือหลีกเลี่ยงการใช้ยาสมุนไพรที่ไม่มีการขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้องได้มาตรฐาน แต่ถ้าเกิดโรคไตขึ้นแล้ว โรคไตหลายอย่างสามารถรักษาให้หายได้ ถ้าตรวจพบตั้งแต่ในระยะแรกๆ ซึ่งมักจะตรวจพบได้จากการตรวจคัดกรองโรคไตในการตรวจสุขภาพประจำปี

โรงพยาบาลราชวิถี ได้รักษาผู้ป่วยโรคไตมากว่า 50 ปี มีผู้ป่วยเข้ารับการรักษากว่า 12,000 คนต่อปี โดยปัจจุบันยังมีผู้ป่วยที่ทำการรักษาที่ศูนย์ไตเทียมโรงพยาบาลราชวิถีกว่า 1,500 คนต่อปี เนื่องจากโรงพยาบาลราชวิถี มีพื้นที่ที่จำกัด ทำให้ผู้ป่วยโรคไตที่เข้ามารับการรักษาต้องรอรับการรักษาเป็นเวลานาน และปัจจุบันเทคโนโลยีสำหรับการวินิจฉัยและรักษาโรคไตมีการพัฒนาไปมาก

ดังนั้น ศูนย์โรคไตครบวงจร ที่อาคารศูนย์การแพทย์ราชวิถีแห่งใหม่ จึงถูกออกแบบเพื่อตอบปัญหาดังกล่าว ประกอบด้วย 5 หน่วยงานที่ดูแลผู้ป่วยคือ (1) คลินิกโรคไต (Kidney Disease Clinic) ที่ทำการวินิจฉัย รักษาโรคไตให้หาย หรือชะลอความเสื่อมในกรณีที่รักษาไม่หายขาด (2) คลินิกล้างไตทางช่องท้อง (Peritoneal Dialysis Clinic) สำหรับผู้ป่วยไตวาย ที่ต้องรักษาด้วยการล้างไตทางช่องท้องซึ่งเป็นการรักษาด้วยตนเองที่บ้านเป็นหลัก จึงต้องมีทีมที่ออกเยี่ยมผู้ป่วยที่บ้านและดูแลให้คำปรึกษาได้ตลอด 24 ชั่วโมง (3) หน่วยฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม (Hemodialysis Unit) ที่ทำการฟอกเลือดให้กับผู้ป่วยไตวายทั้งแบบวิกฤติ เฉียบพลัน และ แบบเรื้อรัง (4) คลินิกเส้นฟอกเลือด (Vascular Access Clinic) ที่ทำการเฝ้าติดตามประสิทธิภาพของเส้นฟอกเลือดและสายฟอกเลือด สำหรับการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม เพื่อดูแลรักษาเส้นฟอกเลือดให้ใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพและยาวนานที่สุด และ (5) ศูนย์ปลูกถ่ายไต ให้บริการครบวงจรตั้งแต่ก่อนปลูกถ่ายไต และดูแลต่อเนื่องหลังปลูกถ่ายไต

 

ศูนย์โรคไตครบวงจรนี้ จะสามารถรองรับผู้ป่วยได้มากขึ้น ลดระยะเวลาการรอคอย และเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาผู้ป่วย ทำให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและกลับไปใช้ชีวิตได้อย่างปกติ ซึ่งหน่วยงานต่างๆ ที่กล่าวมานี้ ยังขาดแคลนอุปกรณ์ และต้องการรับการบริจาคจากผู้มีจิตศรัทธา

ทั้งนี้ มูลนิธิรพ.ราชวิถี จะจัดงานโครงการ “เทศน์มหาชาติ เพื่ออาคารศูนย์การแพทย์ราชวิถี” ขึ้น เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลและน้อมรำลึกถึงพระกรุณาธิคุณของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาส
ราชนครินทร์ ที่ได้ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจทางด้านสาธารณสุขเพื่อประชาชนคนไทยมาอย่างยาวนาน

ผู้มีจิตศรัทธาสามารถร่วมปันน้ำใจสมทบทุนสร้างอาคารศูนย์การแพทย์ โดยร่วมเป็นเจ้าภาพกัณฑ์เทศน์ต่างๆ หรือร่วมทำบุญตามศรัทธา และร่วมฟังเทศน์มหาชาติ เวชสันดรชาดกทั้ง13 กัณฑ์ (1,000 พระคาถา) กับโครงการ “เทศน์มหาชาติ เพื่ออาคารศูนย์การแพทย์ราชวิถี ถวายเป็นพระราชกุศลฯ” โดยร่วมบริจาคได้ที่ “ศูนย์การแพทย์ราชวิถีในมูลนิธิโรงพยาบาลราชวิถี” ธนาคารไทยพาณิชย์ หมายเลขบัญชี 051-2-69056-1หรือ สอบถามโทร 02-3547997-9 ต่อ101, 104 และ 109 หรือที่เว็บไซต์ http://www.rajavithihospitalfoundation.org

‘วีรุทัย มณีนุชเนตร’ นายกสมาคมสตรีสัมพันธ์ สมัยที่ 32

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/357314

‘วีรุทัย มณีนุชเนตร’ นายกสมาคมสตรีสัมพันธ์ สมัยที่ 32

‘วีรุทัย มณีนุชเนตร’ นายกสมาคมสตรีสัมพันธ์ สมัยที่ 32

วันจันทร์ ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ได้รับการแต่งตั้งไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วในการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2561 สำหรับนายกสมาคมสตรีสัมพันธ์ สมัยที่ 32 นางสาววีรุทัย มณีนุชเนตร นักกฎหมายสาวสวยมากความสามารถ โดยมี ดร.จรรย์สมร วัธนเวคิน นายกผู้ก่อตั้งสมาคม คุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล ที่ปรึกษานายกสมาคมฯ นายกบริหารกิตติมศักดิ์ อุปนายก คณะกรรมการ และสมาชิก รวมทั้งแขกผู้มีเกียรติ ร่วมแสดงความยินดีอย่างคับคั่ง อาทิ รัตนา-มุกดา จิราธิวัฒน์ ผู้บริหารกลุ่มเซ็นทรัล และอาภัสรา หงสกุล ซึ่งนอกจากมาร่วมแสดงความยินดีแล้ว ยังให้การสนับสนุนการดำเนินกิจกรรมจำนวน 100,000 บาทรวมยอดผู้สนับสนุนเป็นจำนวนทั้งสิ้น 630,000 บาท

วีรุทัย มณีนุชเนตร นายกสมาคมสตรีสัมพันธ์ สมัยที่ 32 กล่าวว่า รู้สึกยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เป็นผู้แทนจากภาษาฮกเกี้ยน ดำรงตำแหน่งนายกสมาคมสตรีสัมพันธ์ สมัยที่ 32 ถือเป็นองค์กรสตรีแห่งเดียวในประเทศไทยที่มีการรวมกลุ่มของสตรี 9 ภาษา ได้แก่ ภาษาไหหลำ แต้จิ๋ว ฮากกา ฮกเกี้ยน กวางตุ้ง ไต้หวัน กว่างสี ยูนนาน และเจียงเจ๊อะสตรีไทยเชื้อสายจีนซึ่งประสบความสำเร็จในชีวิต ตำแหน่งหน้าที่การงาน ทั้งภาครัฐภาคธุรกิจ เป็นสตรีที่มีเกียรติ มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับของสังคมทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งได้เสียสละทั้งแรงกาย แรงใจ และกำลังทรัพย์ เพื่อทำกิจกรรมการกุศลอันก่อเกิดประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติอย่างต่อเนื่อง

ในปัจจุบันสมาคมสตรีสัมพันธ์ได้เชื่อมสัมพันธไมตรีกับองค์กรสตรีทั้งในและต่างประเทศ เช่น ศูนย์สมาชิกสัมพันธ์เชียงราย ศูนย์ฯเชียงใหม่ ศูนย์ฯเบตง จ.ยะลา ในส่วนต่างประเทศ ได้แก่ มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย เป็นต้น ซึ่งได้ช่วยเหลือสนับสนุนในการทำกิจกรรมสาธารณะร่วมกันที่เป็นประโยชน์หลายโครงการ

ทั้งนี้ สมาคมมีโครงการที่จะต้องดำเนินการทั้งสิ้น 19 โครงการ ซึ่งโครงการแรกคือ การนำเด็กและเยาวชนไทย-จีน
ดูงานที่รัฐสภา เพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วมของสังคม, กิจกรรมการบริจาคโลหิต 999 ลิตร,กิจกรรมการเผยแพร่ความรู้ด้านกฎหมาย, กิจกรรมปลูกจิตสำนึกเด็กและเยาวชนให้มีความตระหนักในหน้าที่ มีความจงรักภักดีต่อสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์, กิจกรรมแจกทุนการศึกษาแก่เด็ก, จัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ให้กับโรงพยาบาลหาดใหญ่ และโครงการอื่นๆ อีกมากมาย เพื่อน้อมเกล้าฯ ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร

วีรุทัย มณีนุชเนตร

วีรุทัย มณีนุชเนตร
นายกสมาคมสตรีสัมพันธ์คนล่าสุด วีรุทัย มณีนุชเนตร รับมอบเงินสนับสนุนในโอกาสเข้ารับตำแหน่ง

นายกสมาคมสตรีสัมพันธ์คนล่าสุด วีรุทัย มณีนุชเนตร รับมอบเงินสนับสนุนในโอกาสเข้ารับตำแหน่ง

สัตวแพทย์ไทย ใส่ใจสุขภาพทุกชีวิต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/357335

สัตวแพทย์ไทย ใส่ใจสุขภาพทุกชีวิต

สัตวแพทย์ไทย ใส่ใจสุขภาพทุกชีวิต

วันจันทร์ ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

นายสัตวแพทย์ สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ เป็นประธานเปิดงาน “สัตวแพทย์ไทย ใส่ใจสุขภาพทุกชีวิต” เนื่องใน วันสัตวแพทย์ไทย เพื่อเฉลิมฉลอง เนื่องในโอกาส 106 ปี แห่งการก่อตั้งการศึกษาสัตวแพทย์ไทย (พ.ศ.2555-2561) โดยมี
ผศ.น.สพ.ดร.ปิยนันท์ ทวีถาวรสวัสดิ์ อุปนายก สัตวแพทยสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นประธานจัดงาน และมี ศ.น.สพ.ดร.รุ่งโรจน์ ธนาวงษ์นุเวช คณบดี คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาฯ, น.สพ.สมชวน รัตนมังคลานนท์ นายกสัตวแพทยสมาคมฯ,ผศ.น.สพ.ดร.ธวัชชัย ศักดิ์ภู่อร่าม นายกสัตวแพทยสภา มาร่วมในพิธีเปิดงาน

PROENZA SCHOULER PS1 3 สีใหม่ที่หาไม่ได้จากที่ไหน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/357332

PROENZA SCHOULER PS1  3 สีใหม่ที่หาไม่ได้จากที่ไหน

PROENZA SCHOULER PS1 3 สีใหม่ที่หาไม่ได้จากที่ไหน

วันจันทร์ ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

กระเป๋า PS1 จาก Proenza Schouler กระเป๋าถือพร้อมสายสะพายทรงคลาสสิกที่หยิบกระเป๋านักเรียนมาเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบ ผสมผสานความหรูหราที่สอดแทรกความทะมัดทะแมง ถือแล้วได้ลุคที่ดูซ่าและเท่แบบไร้ความพยายาม (Effortless) และยังเป็นกระเป๋าคู่กายของเหล่าเซเลบริตี้คนดังมากมายไม่ว่าจะเป็น Dakota Fanning, Jessica Alba, Gigi Hadid และ Kirsten Dunst

Fall 2018 นี้ แบรนด์ Proenza Schouler จับมือกับ Club 21 Thailand รังสรรค์ 3 สีพิเศษสำหรับกระเป๋า PS1 ได้แก่ สีเขียว (Watermelon), สีนู้ด (Birch) และสีน้ำเงิน (Indigo) และยังมาในราคาเดียวกันกับสี Classic (สีดำ Black/ สีเทา Smoke / น้ำเงินเข้ม Midnight) ซึ่งต้องพากันร้องว้าว เพราะราคาที่ Shop ในเมืองไทยก็ไม่ได้ต่างจาก Shop ที่นิวยอร์ก เลยแม้แต่น้อย

ทั้ง 3 สีพิเศษนี้ถูกจัดให้เป็นสี New Classic สุด Exclusive ซึ่งไม่สามารถหาได้จากประเทศอื่นแม้แต่ นิวยอร์ก วางจำหน่ายที่ประเทศไทยที่เดียวในโลก ส่วนสายพรีออเดอร์ ขอบอกคำเดียวว่าหมดสิทธิ์ เพราะ 3 สีนี้ไม่มีให้หิ้วเข้ามาแน่นอน

สาวก Proenza Schouler สามารถจับจองกระเป๋า PS1 3 สีพิเศษ ได้แล้ววันนี้ที่ร้าน Proenza Schouler ชั้น เอ็ม สาขา ดิ เอ็มควอเทียร์ เท่านั้นค่ะ โทร.02-0212109

นมพิสตาชิโอ ดีต่อสุขภาพแม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/357336

นมพิสตาชิโอ ดีต่อสุขภาพแม่

นมพิสตาชิโอ ดีต่อสุขภาพแม่

วันจันทร์ ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

การเจริญเติบโตที่แข็งแรงทั้งกายและใจ ล้วนเป็นความปรารถนาของคุณแม่ทุกคน จึงทุ่มเททั้งร่างกายและความเอาใจใส่
ในการดูแลลูกอย่างดีที่สุด ซึ่งบางครั้งก็ละเลยสุขภาพของตัวเอง ดังนั้น “นมพิสตาชิโอ” ทางเลือกใหม่จากธรรมชาติที่ดีต่อดูแลสุขภาพแม่

ด้วยคุณสมบัติของนมพิสตาชิโอ นอกจากจะเป็นเครื่องดื่มที่อิ่ม อร่อย มีสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายมากมาย อาทิ ฟอสฟอรัส แมกนีเซียม ซึ่งเหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะสำหรับวัยผู้สูงอายุ เนื่องจากมีไขมันไม่อิ่มตัวสูง ซึ่งหากดื่มนมพิสตาชิโอเป็นประจำจะช่วยลดไขมันชนิดเลวและเสริมสร้างไขมันชนิดดี ช่วยควบคุมระดับคอเลสเตอรอลในร่างกาย ส่งผลต่อเนื่องให้ช่วยลดไขมันในลำไส้และทำให้ร่างกายมีการตอบสนองต่ออินซูลินดีขึ้น ทำให้ลดความเสี่ยงของการเกิดโรคเบาหวาน นอกจากนี้ยังมีวิตามินบี 6 ที่ช่วยลดโอกาสการเกิดโรคหัวใจและยังสามารถบำรุงสุขภาพของหัวใจไปพร้อมกัน ในนมพิสตาชิโอยังมีโฟเลตที่ดีต่อคุณผู้หญิงทุกวัยและเป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับหญิงตั้งครรภ์ เนื่องจากเป็นสารอาหารสำคัญที่ช่วยให้ทั้งคุณแม่และคุณลูกมีร่างกายแข็งแรง สำหรับผู้ที่มีปัญหาด้านสายตา การดื่มนมพิสตาชิโอจะช่วยเพิ่มสารต้านอนุมูลอิสระ ที่สามารถลดความเสี่ยงของการเกิดจอประสาทตาเสื่อม อาการสายตาพร่ามัวและดวงตาอักเสบ ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้หากเป็นผู้ใช้สายตามากหรือมีอายุมากขึ้น

ทั้งนี้ การคั้นนมพิสตาชิโอดื่มเอง อาจจะยุ่งยากหลายขั้นตอน แต่โชคดีประเทศไทยเป็นเพียงไม่กี่ประเทศในโลกที่มีการผลิตนมพิสตาชิโอคั้นสดโดยใช้วัตถุดิบคุณภาพสูงจากต่างประเทศ ที่ยังคงคุณค่าครบถ้วนของถั่วเต็มเมล็ด และใช้ความหวานเกสรดอกมะพร้าวจากธรรมชาติแทนการเติมน้ำตาล เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำตาลและไขมันในเลือด แถมยังมีการพัฒนารสชาติที่หลากหลายให้เลือก หาซื้อได้ง่ายตามร้านค้าชั้นนำและร้านสะดวกซื้อทั่วไป

มิชลิน รณรงค์ขับขี่ปลอดภัย สวมหมวกนิรภัย ปีที่ 8

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/357315

มิชลิน รณรงค์ขับขี่ปลอดภัย สวมหมวกนิรภัย ปีที่ 8

มิชลิน รณรงค์ขับขี่ปลอดภัย สวมหมวกนิรภัย ปีที่ 8

วันจันทร์ ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

บริษัท สยามมิชลิน จำกัด โดย นายเสกสรรค์ ไตรอุโฆษ กรรมการผู้จัดการใหญ่ จัดกิจกรรมส่งเสริมความปลอดภัยในโครงการ “FIA/มิชลิน รณรงค์ขับขี่ปลอดภัย สวมหมวกนิรภัย” มอบหมวกนิรภัยจำนวน 2,000 ใบ ให้กับเยาวชนและประชาชนในชุมชนณ โรงเรียนวัดบ้านโป่ง “สามัคคีคุณูปถัมภ์” อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี เป็นกิจกรรมเพื่อชุมชนที่ร่วมกับมูลนิธิเมาไม่ขับ และ FIA (TheFédérationInternationale de l’Automobile)ต่อเนื่องเป็นปีที่ 8

ในงานมีผู้ให้การสนับสนุนโครงการดังกล่าวเข้าร่วมกิจกรรมคับคั่ง อาทิ นายวิสาห์ พูลศิริรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี นายประยงค์ จันทร์เต็งนายอำเภอบ้านโป่ง พ.ต.อ.ศักดิ์ชัย อินทรปรีชา ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรบ้านโป่ง ดร.สุเมต สุวรรณพรหม กรรมการและประชาสัมพันธ์ราชยานยนต์สมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และนายสุรสิทธิ์ ศิลปะงาม ผู้จัดการมูลนิธิเมาไม่ขับ

นายเสกสรรค์ ไตรอุโฆษ กรรมการผู้จัดการใหญ่ กล่าวว่า โครงการ “FIA/มิชลิน รณรงค์ขับขี่ปลอดภัย สวมหมวกนิรภัย” เป็นส่วนหนึ่งของโครงการรณรงค์ขับขี่ปลอดภัยที่ทางบริษัทดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องยาวนานถึง 25 ปี ซึ่งวัตถุประสงค์หลักของโครงการก็เพื่อส่งเสริมให้เกิดความปลอดภัยบนท้องถนน และสร้างจิตสำนึกเกี่ยวกับการใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัยในหมู่ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ที่เป็นเยาวชนและประชาชนทั่วไป รวมถึงผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้าง เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีความจำเป็นในการใช้รถจักรยานยนต์ในชีวิตประจำวันมากกว่ากลุ่มอื่น โดยตั้งแต่เริ่มโครงการจนถึงปัจจุบัน มิชลินได้มอบหมวกนิรภัยให้กับชุมชนต่างๆ ทั่วประเทศไปแล้วกว่า 6,000 ใบ และได้ร่วมทำงานอย่างใกล้ชิดกับทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคประชาชน และองค์กรอิสระอย่างมูลนิธิเมาไม่ขับ

“อีกทั้งทางบริษัทยังจะได้รับความร่วมมือจากทางอำเภอบ้านโป่ง สถานีตำรวจบ้านโป่ง และโรงเรียนวัดบ้านโป่ง “สามัคคี
คุณูปถัมภ์” ในการช่วยประสานกับคนในชุมชนต่อไป เพื่อให้การรณรงค์เกิดผลในทางปฏิบัติอย่างต่อเนื่องและเป็นรูปธรรม รวมถึงส่งเสริมให้เกิดความปลอดภัยบนท้องถนนอย่างยั่งยืน”

ทั้งนี้ จากการจัดอันดับของ World Atlas Survey ประเทศไทยมีอัตราการเกิดอุบัติเหตุสูงที่สุดในโลก และจากสถิติขององค์การอนามัยโลก หรือ WHO พบว่าร้อยละ 73 ของอุบัติเหตุทั้งหมดเกิดจากการขับขี่รถจักรยานยนต์ ในขณะที่สถิติการเกิดอุบัติเหตุของประเทศไทยเองนั้น พบว่าร้อยละ 86 ของผู้เสียชีวิตจากรถจักรยานยนต์ไม่สวมหมวกนิรภัย ส่วนร้อยละ 70 ของผู้ประสบอุบัติเหตุเป็นคนในชุมชนและหมู่บ้านตามถนนสายรองต่างๆ และมีเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี เสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนถนนถึงปีละกว่า 700 ราย

“เยาวชน คืออนาคตของชาติ แต่ทุกวันนี้เด็กไทยสวมหมวกนิรภัยเพียง 8% เท่านั้น ซึ่งถือเป็นเปอร์เซ็นต์ที่น้อยมาก ดังนั้น
การรณรงค์ให้เยาวชนรู้จักวินัยจราจรและสวมหมวกนิรภัยจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพราะจะช่วยลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุ และช่วยให้ประเทศไทยของเรามีความปลอดภัยทางท้องถนนมากยิ่งขึ้น ซึ่งทางบริษัท สยามมิชลิน จำกัด มีความมั่นใจว่าโครงการนี้จะช่วยสร้างจิตสำนึกในการขับขี่ให้กับเยาวชนและคนในชุมชน เพื่อให้ลูกหลานของเรามีความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนมากยิ่งขึ้น

นอกจากกิจกรรมขับขี่ปลอดภัยสวมหมวกนิรภัยแล้ว สยามมิชลินยังร่วมมือกับหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน และองค์กรอิสระต่างๆ ในการจัดกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการรณรงค์เรื่องความปลอดภัยบนท้องถนนอีกหลายรูปแบบ ได้แก่ กิจกรรมตรวจเช็คสภาพรถและสภาพยางในช่วงวันหยุดยาวเทศกาล กิจกรรมตรวจเช็คสภาพรถให้กับรถตู้สาธารณะในช่วงฤดูฝน และการประกวดวาดภาพชิงทุนการศึกษา หัวข้อ เยาวชนไทย ขับขี่ปลอดภัย เคารพวินัยจราจร เป็นต้น”

เสกสรรค์ ไตรอุโฆษ สวมหมวกนิรภัยให้เด็กๆ

เสกสรรค์ ไตรอุโฆษ สวมหมวกนิรภัยให้เด็กๆ