ความก้าวหน้าครั้งสำคัญ! เด็กคนแรกจากมดลูกผู้เสียชีวิต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/573106

  • วันที่ 06 ธ.ค. 2561 เวลา 18:23 น.

ความก้าวหน้าครั้งสำคัญ! เด็กคนแรกจากมดลูกผู้เสียชีวิต

หญิงที่ได้รับการปลูกถ่ายมดลูกจากผู้บริจาคที่เสียชีวิตสามารถให้กำเนิดทารกเพศหญิงได้สำเร็จ ถือเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญทางการแพทย์

วารสารการแพทย์แลนเซท (The Lancet) รายงานความก้าวหน้าทางการแพทย์ที่สร้างความหวังให้สตรีที่ไม่สามารถมีลูกได้ เพราะปัญหามดลูก หลังทีมแพทย์โรงพยาบาลโรคเฉพาะทาง ในนครเซาเปาโล ประเทศบราซิล ได้ผ่าตัดปลูกถ่ายมดลูกให้หญิงวัย 32 ปี ที่ไม่มีมดลูกแต่กำเนิด จากผู้บริจาคที่เสียชีวิต จนสามารถให้กำเนิดทารกเพศหญิงได้สำเร็จ

หญิงผู้รับบริจาควัย 32 ปี เกิดมาพร้อมความผิดปกติทางร่างกายทำให้ไม่มีการเจริญของมดลูก ท่อนำไข่ และช่องคลอดส่วนบน ซึ่งจะเกิดขึ้นกับสตรี 1 ใน 4,500 คน แต่รังไข่ยังสามารถทำงานได้อย่างสมบูรณ์ ส่วนผู้บริจาคเป็นแม่ลูกสามวัยกลางคน ช่วงอายุ 40 ปี ที่เสียชีวิตจากภาวะเลือดออกในสมอง

โดยหญิงคนดังกล่าวเข้ารับการปลูกถ่ายมดลูกเมื่อปี 2016 แพทย์ใช้เวลาผ่าตัด 10 ชม.ในการเชื่อมต่อเส้นเลือด เส้นเอ็น และช่องคลอด โดยแพทย์ได้ให้ยาที่ส่งผลให้ระบบภูมิคุ้มกันของคนไข้อ่อนแอลง เพื่อป้องกันไม่ให้ร่างกายต่อต้านและปฏิเสธการปลูกถ่ายอวัยวะใหม่ ต่อมาหลังผ่านพ้นกระบวนการผ่าตัด 6 สัปดาห์ ผลการสแกนพบว่ามดลูกใหม่ทำงานเป็นปกติและคนไข้ประจำเดือนมาอย่างสม่ำเสมอ หลังจากนั้นอีก 7 เดือน แพทย์จึงได้นำไข่ที่ปฏิสนธิกับเชื้ออสุจิของสามีและแช่แข็งไว้ฝังเข้าไปในมดลูก และมีข่าวดีว่าเธอตั้งครรภ์ ทารกถือกำเนิดโดยวิธีผ่าคลอดเมื่อวันที่ 15 ธ.ค. 2017 มีน้ำหนักตัว 2.5 กก.

ดานี อีจเซนเบิร์ก แพทย์จาก รพ.ดาส คลีนิคัส กล่าวว่า การปลูกถ่ายมดลูกครั้งแรกจากผู้บริจาคที่มีชีวิตอยู่ ถือเป็นความก้าวหน้าทางการแพทย์ ทำให้เกิดโอกาสสำหรับสตรีที่มีบุตรยากหลายราย อย่างไรก็ตามผู้บริจาคที่ยังมีชีวิตอยู่มีน้อยมาก และมีข้อจำกัด ส่วนมากจะเป็นสมาชิกในครอบครัวหรือเพื่อนสนิท

ซาสจัน ซาโซ จาก อิมพีเรียล คอลเลจ ลอนดอน กล่าวว่า เป็นเคสที่น่าตื่นเต้นอย่างยิ่ง ต่อไปจะสามารถใช้ผู้บริจาคที่มีศักยภาพมากขึ้น ลดค่าใช้จ่าย และเป็นการหลีกเลี่ยงความเสี่ยงในการผ่าตัดของผู้บริจาคที่ยังมีชีวิต

ทั้งนี้ ที่ผ่านมามีการปลูกถ่ายมดลูกจากผู้บริจาคที่ยังมีชีวิต 39 เคส ผลลัพธ์คือมีการให้กำเนิดเด็กทารกจำนวน 11 คน แต่จำนวนผู้บริจาคที่ยังมีชีวิตมีน้อยมากเมื่อเทียบกับจำนวนสตรีที่ต้องการรับการปลูกถ่าย วงการแพทย์จึงได้พยายามทดลองปลูกถ่ายมดลูกจากผู้บริจาคที่เสียชีวิตแล้ว แต่การทดลองที่ผ่านมาก่อนหน้านี้ราว 10 เคสในหลายประเทศ ล้มเหลวหรือบางครั้งก็เกิดภาวะแท้งบุตร เพิ่งมีรายงานผลการผ่าตัดที่ประสบความสำเร็จเป็นรายแรก ซึ่งก็คือเคสของแม่วัย 32 ปีรายนี้ที่บราซิล ซึ่งแพทย์ได้เปิดเผยภาพล่าสุดเมื่อวันที่ 4 ธ.ค.ที่ผ่านมาว่า ทารกเพศหญิงมีอายุครบ 1 ปี เติบโตและสมบูรณ์แข็งแรงดี

ภาพจาก Hospital das Clinicas da FMUSP

ที่มา www.m2fnews.com

คาดคิมจองอึนอาจเยือนเกาหลีใต้เดือนธ.ค.นี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/573103

  • วันที่ 06 ธ.ค. 2561 เวลา 18:13 น.

คาดคิมจองอึนอาจเยือนเกาหลีใต้เดือนธ.ค.นี้

อดีตรมว.เกาหลีใต้อ้าง นายคิมจองอึน เตรียมเดินทางเยือนเกาหลีใต้ครั้งประวัติศาสตร์ในวันที่ 18 ธันวาคมนี้

นาย จอง เซฮยอน อดีตรัฐมนตรีกระทรวงรวมชาติของเกาหลีใต้ ได้ให้สัมภาษณ์ต่อสถานวิทยุท้องถิ่นว่าโดยอ้างแหล่งข่าวใกล้ชิดในรัฐบาลว่า นายคิมจองอึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ เตรียมเดินทางเยือนกรุงโซล ของเกาหลีใต้ เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ภายในวันที่ 18 ธันวาคมนี้ โดยมีกำหนดการเยือนเป็นเวลา 3 วัน

รายงานระบุว่า การเลือกวันที่ 18 ธันวาคมนั้น มีเห็นผลในเชิงสัญลักษณ์เนื่องจากเป็นหนึ่งวันหลังวันคล้ายวันถึงแก่อสัญกรรมของนายคิม จองอิล ผู้เป็นบิดา อีกทั้งครบ 3 เดือนหลังจากการเดินทางเยือนเกาหลีเหนืออย่างเป็นทางการครั้งแรกของประธานาธิบดีมุนแจอินพอดี

 

นายจองกล่าวว่า เขาเชื่อว่าขณะนี้ทางการของสองเกาหลีกำลังเจรจากันอย่างลับๆถึงแผนการเดินทางเยือนของนายคิม โดยเฉพาะมาตรการรักษาความปลอดภัย

กระแสข่าวดังกล่าวสอดคล้องกับที่นายมุนแจอิน ได้กล่าวไปเมื่อก่อนหน้านี้ว่า มีความเป็นไปได้ว่าผู้นำสูงสุดคิมจองอึน จะเดินทางเยือนเกาหลีใต้ช่วงก่อนสิ้นปี 2018 นี้ ซึ่งส่วนตัวของเขาหวังว่าจะเป็นเช่นนั้น

การมาเยือนของนายคิมจองอึนในครั้งนี้นับว่าเป็นหนึ่งในกระบวนการสำคัญในการสร้างสันติภาพบรคาบสมุทรเกาหลี แต่อย่างไรก็ดี ด้านสำนักข่าวซีเอ็นเอ็นได้เปิดเผยรายงานที่เป็นภาพถ่ายดาวเทียมที่ระบุว่า เกาหลีเหนือยังคบแอบพัฒนาฐานยิงนิวเคลียร์ Yeongjeo-dong ภายในแถบเทือกเขาของเกาหลีเหนืออยู่เป็นการลับๆ

เฟลระดับโลก! ปธน.โปรตุเกส น้ำลายหก ขณะจับมือผู้นำจีน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/573095

  • วันที่ 06 ธ.ค. 2561 เวลา 17:13 น.

เฟลระดับโลก! ปธน.โปรตุเกส น้ำลายหก ขณะจับมือผู้นำจีน

ชมคลิป สุดเฟลของประธานาธิบดีโปรตุเกส ระหว่างทำพิธีต้อนรับปธน.สีจิ้งผิงของจีน

กลายเป็นคลิปไวรัลในการเมืองระดับโลก โดยเมื่อวันที่ 5 ธ.ค. ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีสีจิ้งผิง ของจีน ได้อยู่ระหว่างเดินทางเยือนประเทศโปรตุเกสอย่างเป็นทางการเป็นเวลา 2 วัน โดยในการนี้นายสี ได้มีโอกาสเข้าเยี่ยมคารวะนาย มาร์ซีโล เรเปโล เดอ เซาซา ประธานาธิบดีโปรตุเกสวัย 69 ปี

 

 

แต่ทว่าระหว่างที่ผู้นำทั้ง กำลังจับมือเพื่อให้สื่อมวลชนถ่ายรูปนั้น ปรากฎว่านายเซาซา ผู้นำโปรตุเกสมีอาการน้ำลายหก ต่อหน้าปธน.สี และต่อหน้าสื่อมวลชนที่ร่วมทำข่าวเป็นจำนวนมาก แต่นายเซาซา ก็เก็บอาการด้วยการนำมือข้างขวาขึ้่นมาเช็ดน้ำลาย ก่อนที่ทั้งสองจะแถลงข่าวรวมกันในประเด็นความร่วมมือทางเศรษฐกิจในโครงการ One Belt One Road รวมถึงการลงทุนของจีนในโปรตุเกสด้วย ก่อนที่หลังจากแถลงข่าวเสร็จทั้งสองได้จับมือแสดงความยินดีกันอีกครั้ง

 

 

 

 

 

 

เดนมาร์กเล็งเนรเทศผู้ลี้ภัยไปเกาะกลางทะเล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/573076

  • วันที่ 06 ธ.ค. 2561 เวลา 16:05 น.

เดนมาร์กเล็งเนรเทศผู้ลี้ภัยไปเกาะกลางทะเล

เดนมาร์กมีแผนส่งผู้ลี้ภัย-อาชญากรต่างชาติไปเกาะห่างไกลกลางทะเล

สื่อต่างประเทศรายงานว่า ทางการสหประชาชาติได้แสดงความกังวล หลังจากที่มีรายงานเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่ารัฐบาลเดนมาร์ก มีแผนจะส่งผู้อพยพที่ถูกปฎิเสธการขอลี้ภัย และอาชญากรต่างชาติไปยังเกาะลินด์โฮล์ม ซึ่งปัจจุบันเป็นที่ตั้งของสถานที่วิจัยโรคระบาดในสัตว์ ซึ่งเกาะดังกล่าวตั้งอยู่กลางทะเลนอกชายฝั่งของคาบสมุทรจัตแลนด์ เป็นที่อยู่ของอาชญากรและผู้ลี้ภัยต่างชาติราว 100 คน

เหตุที่รัฐบาลเดนมาร์กต้องการส่งกลุ่มคนเหล่านี้ไปยังเกาะห่างไกลกลางทะเล เนื่องจากไม่สามารถผลักดันคนเหล่านี้ออกนอกประเทศได้

รายงานระบุว่าแนวคิดดังกล่าวมีขี้นจากการที่ นาง Inger Stojberg รมว.กระทรวงการอพยพเข้าเมืองและที่พักอาศัยของเดนมาร์ก ได้เสนอแผนที่จะจำกัดผู้อพยพชาวมุสลิมซึ่งกำลังทะลักเข้าประเทศอยู่ขณะนี้ และได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากพรรคประชาชนเดนมาร์ก (Dansk Folkeparti) ซึ่งเป็นพรรคขวาจัดในรัฐสภาและเป็นพรรคร่วมรัฐบาลที่มีจุดยืนต่อต้านการอพยพเข้าเมืองมาโดยตลอด

 

ปัจจุบันเกาะลินด์โฮล์ม เป็นเกาะกลางทะเลขนาด 17 เอเคอร์ (43 ไร่) ถูกใช้เป็นที่ตั้งของศูนย์วิจัยโรคระบาดในสัตว์มาตั้งแต่ปี 1926 ซึ่งการเปลี่ยนแปลงจากเกาะสถานีวิจัยเป็นสถานที่พักพิงของผู้อพยพนี้คาดว่าจะใช้งบประมาณเป็นจำนวนเกือบ 4 พันล้านบาทในการปรับปรุงเกาะให้เหมาะสมแก่การอยู่อาศัย

ทั้งนี้ คาดว่าหากได้รับการอนุมัติจากสภาจะสามารถเริ่มดำเนินการส่งผู้ลี้ภัย-และอาชญากรต่างชาติไปยังเกาะแห่งนี้ได้ในปี 2019 และมันจะกลายเป็นที่อยู่ของผู้ลี้ภัยราว 100 คนภายในปี 2021

 

 

อย่างไรก็ หลังจากมีรายงานข่าวดังกล่าวออกไปส่งผลให้ทางยูเอ็น และบรรดาองค์กรเพื่อสิทธิมนุษยชนทั้งหลายต่างกังวลว่าแผนดังกล่าวอาจจะเข้าข่ายที่รัฐบาลเดนมาร์กละเมิดอนุสัญญาเจนีวา ที่ว่าด้วยการห้ามคุมขังโดยมิชอบ และเป็นการกระทำที่ไร้มนุษยธรรม

สำหรับเดนมาร์กนั้นเช่นเดียวกับบรรดาชาติในยุโรปหลายชาติที่กำลังประสบปัญหาผู้ลี้ภัยทะลักเข้าประเทศในขณะนี้ โดยระหว่างปี 2015-2016 นั้นเดนมาร์กมีจำนวนผู้อพยพเข้าประเทศจากราว 14,000 คนพุ่งขึ้นเป็น กว่า 21,000 คนภายในปีเดียว แต่ทว่าปี 2017 ที่ผ่านมาจำนวนผู้อพยพได้ลดลงเหลือเพียง 3,400 คนต่อปี อันเนื่องมาจากนโยบายกีดกันผู้ลี้ภัยของรัฐบาลพรรค Venstre ซึ่งมีแนวคิดอนุรักษ์นิยม

ทั้งนี้ เดนมาร์กเคยได้รับเสียงวิจารณ์จากบรรดากลุ่มสิทธิมนุษยชนมาก่อนหน้านี้แล้ว หลังจากที่รัฐบาลได้ออกกฎหมายห้ามสตรีมุสลิมสวมผ้าคลุมศีรษะตามหลักอิสลามในที่สาธารณะโดยอ้างเหตุผลด้านความปลอดภัยของประชาชนในที่สาธารณะเนื่องจากอาจถูกกลุ่มก่อการร้ายใช้เป็นเครื่องมือก่อเหตุก่อการร้ายได้

เครื่องบินทัพสหรัฐชนกันนอกชายฝั่งญี่ปุ่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/573065

  • วันที่ 06 ธ.ค. 2561 เวลา 14:09 น.

เครื่องบินทัพสหรัฐชนกันนอกชายฝั่งญี่ปุ่น

เกิดเหตุเครื่องบินนาวิกโยธินสหรัฐชนกันจนตกทะเลนอก ชายฝั่งของญี่ปุ่น จนท.สูญหาย 5 ราย

สื่อท้องถิ่นญี่ปุ่นรายงานว่า เกิดเหตุเครื่องบินของกองทัพสหรัฐ 2 ลำชนกันที่นอกชายฝั่งด้านตะวันตกเฉียงใต้ของญี่ปุ่นเมื่อเวลาประมาณ 02.00 น.ตามเวลาท้องถิ่นของวันนี้ (6 ธ.ค.)

รายงานระบุว่าเหตุดังกล่าว เกิดขึ้นห่างจากชายฝั่งของญี่ปุ่นราว 322 กิโลเมตร โดยเป็นเครื่องบินประเภทขนส่ง-เติมเชื้อเพลิง C-130 และเครื่องบินขับไล่  F/A-18 ตกลงในทะเลนอกฝั่งของจังหวัดโคชิ โดยบนเครื่อง C-130 นั้นมีทหารประจำการบนเครื่อง 5 นาย ขณะที่เครื่องขับไล่ F18 มีนักบินประจำการ 2 ราย

 

คาดว่าเครื่องบินทั้งสองจะชนกันในระหว่างที่ปฎิบัติภารกิจเติมน้ำมันกลางอากาศ ขณะทำการฝึกซ้อมหลังจากออกบินจากฐานนาวิกโยธินอิวากูนิ ของกองทัพสหรัฐใกล้กับเกาะโอกินาวะ

ขณะหน่วยยามฝั่งของญี่่ปุ่นได้ช่วยชีวิตนาวิกโยธินสหรัฐได้แล้ว 2 ราย และกำลังดำเนินการค้นหาอีก 5 รายที่เหลือ

ผู้นำ-อดีตผู้นำสหรัฐ ร่วมพิธีศพ “จอร์จ บุช”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/573058

  • วันที่ 06 ธ.ค. 2561 เวลา 12:51 น.

ผู้นำ-อดีตผู้นำสหรัฐ ร่วมพิธีศพ "จอร์จ บุช"

ชมภาพ อดีตปธน.สหรัฐฯ-ผู้นำโลกร่วมพิธีศพ ‘จอร์จ เอช ดับเบิลยู บุช’ ณ มหาวิหารแห่งชาติวอชิงตัน

เมื่อวันที่ 5 ธ.ค. ที่ผ่านมาบรรดาผู้นำโลกจากหลายชาติ รวมถึงนายโดนัลด์ ทรัมป์ นางเมลาเนีย ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ และสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง นายบารัก โอบามา นางมิเชล โอบามา นายบิล คลินตัน ได้เข้าร่วมในพิธีศพของนาย จอร์จ เอช ดับเบิลยู บุช อดีตผู้นำสหรัฐคนที่ 41 ณ มหาวิหารแห่งชาติวอชิงตันดี.ซี. ซึ่งถึงแก่กรรมไปเมื่อวันที่ 1 ธ.ค. ที่ผ่านมา ด้วยวัย 94 ปี

 

รายงานระบุว่า นายจอร์จ ดับเบิลยู บุช อดีตประธานาธิบดีคนที่ 43 บุตรชายของปธน.จอร์จ บุช ผู้ล่วงลับได้กล่าวสรรเสริญบิดาของว่าเป็น  “รัฐบุรุษ” ผู้ยิ่งใหญ่และมีเกียรติ เป็นพ่อที่ดีที่สุด เท่าที่ลูกชายหรือลูกสาวคนหนึ่งจะมีได้

 

 

อดีตปธน.คนที่ 43 ยังกล่าวทั้งน้ำตาอีกว่า “บิดาของเขาแสดงให้เขาเห็นถึงการเป็นประธานาธิบดีผู้รับใช้ประเทศชาติด้วยความซื่อตรง เป็นผู้นำที่กล้าหาญ แสดงออกด้วยความรักที่มีต่อประชาชนและประเทศชาติของเราอย่างแท้จริง”

 

ทั้งนี้ บริเวณรอบนอกย่านแคปปิตอล ฮิลล์ ได้มีประชาชนจำนวนหลายหมื่นคนมาร่วมงานและแสดงความอาลัยให้แก่อดีตปธน.จอร์จ บุช เป็นครั้งสุดท้ายด้วย ก่อนจะเคลื่อนย้ายร่างของอดีตผู้นำสหรัฐผู้นี้ไปโบสถ์ในเมืองฮิวสตัน เพื่อให้ประชาชนชาวเท็กซัสร่วมแสดงความอาลัย ก่อนจะมีพิธีฝังใกล้กับห้องสมุดจอร์จ เอช. ดับเบิลยู. บุช ภายในมหาวิทยาลัยเท็กซัส  เอแอนด์เอ็ม เคียงคู่กับนางบาบาร่า บุช ภริยาของเขาซึ่งเสียชีวิตไปแล้วก่อนหน้านี้

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ลักเซมเบิร์กเตรียมให้ประชาชนใช้ขนส่งสาธารณะฟรีทั้งประเทศ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/573046

  • วันที่ 06 ธ.ค. 2561 เวลา 11:42 น.

ลักเซมเบิร์กเตรียมให้ประชาชนใช้ขนส่งสาธารณะฟรีทั้งประเทศ

ลักเซมเบิร์กจะกลายเป็นชาติแรกของโลกที่ให้ปชช.ใช้ขนส่งสาธารณะฟรี

เดอะการ์เดี้ยนรายงานว่า รัฐบาลลักเซมเบิร์กเตรียมอนุมัติกฎหมายการยกเลิกเก็บค่าธรรมเนียมโดยสารขนส่งสาธารณะทุกรูปแบบในช่วงฤดูร้อนปีหน้า ซึ่งจะเปิดทางให้ประชาชนสามารถใช้ระบบขนส่งสาธาณะต่างๆได้ฟรีทั่วประเทศ

รายงานระบุว่าแผนการดังกล่าวนี้เป็นไปตามที่รัฐบาลของนาย ซาวีเยร์ เบตแตล นายกรัฐมนตรีลักเซมเบิร์กได้ให้คำมั่นไว้ว่าจะดำเนินแก้ปัญหาการจราจรติดขัดภายในเมือง หลังจากที่เขาได้รับเลือกตั้งให้เป็นนายกรัฐมนตรีต่อในสมัยที่สอง

ซึ่งนอกจากประเด็นเรื่องขนส่งสาธาณะแล้ว รัฐบาลชุดใหม่ยังจะให้ความสำคัญกับการปลดล็อกใช้กัญชา และเพิ่มวันหยุดราชการใหม่อีก 2 วันด้วย

ทั้งนี้ นครลักเซมเบิร์ก ซึ่งมีประชากรอาศัยอยู่ราว 110,000 คนต้องเผชิญปัญหาการจราจรติดขัดอย่างหนักในเมือง เนื่องจากเป็นเหมืองหลวงเก่าแก่ที่มีความหนาแน่นของประชากร รวมถึงมีถนนตรอกซอกซอยขนาดเล็ก จึงไม่เหมาะต่อการเดินทางโดยใช้รถยนต์ อีกทั้งที่ผ่านมารัฐบาลได้ลงทุนขยายเส้นทางขนส่งสาธารณะต่างๆทั้งรถไฟฟ้า และรถรางให้ครอบคลุมในทุกพื้นที่ของประเทศขนาดเล็กแห่งนี้

จากผลวิจัยเมื่อปี 2016 พบว่า ผู้ขับรถยนต์ต้องใช้เวลาบนถนนมากเฉลี่ยมากถึง 33 ชั่วโมง ขณะที่ประชากรทั้่งประเทศของลักเซมเบิรก์มีอยู่ราว 6 แสนคน และมีอีกเกือบ 2 แสนคนซึ่งเป็นประชากรจากฝรั่งเศส เบลเยี่ยม และเยอรมนี เดินทางข้ามพรมแดนเพื่อมาทำงานในลักเซมเบิร์กทุกวันด้วยเช่นกัน

อย่างไรก็ดีก่อนหน้านี้ทางการลักเซมเบิร์กได้อนุญาตให้นักเรียนมัธยมฯสามารถเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะฟรีไปก่อนหน้านี้แล้ว ขณะที่ราคาตั๋วรถไฟโดยเฉลี่ยอยู่ที่ราว 2 ยูโร (75 บาท) ต่อเที่ยว นอกจากนี้ลักเซมเบิร์กยังนับว่าเป็นหนึ่งในประเทศสมาชิกอียู ที่มีการเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสูงสุดที่ระหว่าง 43-48% ของรายได้ประชากรต่อคนต่อปี ขึ้่นอยู่กับฐานรายได้

แต่สำหรับลักเซมเบิร์กแล้วนับว่าเป็นหนึ่งในประเทศที่ประชากรมีรายได้ต่อหัวสูงเป็นอันดับต้นๆของโลก โดยจากข้อมูลของไอเอ็มเอฟพบว่า ชาวลักเซมเบิร์กมีกำลังซื้ออยู่ในระดับสูงถึงเฉลี่ยที่ราว 109,000 ดอลลาร์ (ราว 3 ล้านบาท) ต่อคน อีกทั้งจากดัชนีคอรัปชั่นในปี 2017 พบว่าลักเซมเบิร์กอยู่ในอันดับที่ 8 ของประเทศปลอดคอรัปชั่นมากที่สุดในโลก

รัฐอะแลสกาซ่อมถนนพังจากแผ่นดินไหวเสร็จใน 5 วัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/573035

  • วันที่ 06 ธ.ค. 2561 เวลา 11:02 น.

รัฐอะแลสกาซ่อมถนนพังจากแผ่นดินไหวเสร็จใน 5 วัน

รัฐอะแลสกาซ่อมแซมถนนที่เสียหายจากเหตุแผ่นดินไหว 7.0 แมกนิจูด ในเวลาเพียง 5 วัน

สื่อสหรัฐรายงานว่า ทางการรัฐอะแลสกาได้มีการเปิดเผยว่า หน่วยงานคมนาคมท้องถิ่นได้ทำการซ่อมแซมถนนสายต่างๆที่เสียหายจากเหตุแผ่นดินไหวขนาด 7.0 แมกนิจูดเมื่อวันศุกร์ 30 พ.ย. ที่ผ่านมาจนส่งผลให้ทางหลวงและถนนหลายสายทั่วรัฐ โดยเฉพาะบริเวณโดยรอบเมืองแองเคอเรจ เมืองเอกของรัฐเสียหายเป็นวงกว้าง

 

ล่าสุดหน่วยงานด้านคมนาคมและโครงสร้างสาธารณะของรัฐ ได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความระบุว่า ขณะนี้ได้ทางการได้ซ่อมแซมถนนที่เสียหายจากแผ่นดินไหว จนส่งผลให้ถนนแตกร้าว ยุบเป็นหลุมลึกเสียหายหลายสายได้เสร็จสิ้นอย่างรวดเร็วในระยะเวลาเพียงแค่ 4-5 วันเท่านั้น

 

 

อย่างไรก็ดี ทางรัฐอะแลสการะบุว่า แม้จะเป็นการยากที่จะทำการซ่อมแซมถนนทุกสายที่เสียหายท่ามกลางสภาพอากาศที่หนาวจัดในเดือนธันวาคม ในเวลาเพียง 5 วัน แต่ก็สามารถทำได้

นอกจากนี้ทางสำนักโยธาธิการของรัฐได้ดำเนินการตรวจสอบสะพานทั้งหมด 243 แห่งทั่วทั้งรัฐที่อาจได้รับความเสียหายจากแผ่นดินไหว แต่ก็ยังไม่พบความเสียหายทางโครงสร้างใดๆ

 

แคนาดาจับกุมผู้บริหารระดับสูง”หัวเว่ย”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/573027

  • วันที่ 06 ธ.ค. 2561 เวลา 10:24 น.

แคนาดาจับกุมผู้บริหารระดับสูง"หัวเว่ย"

ทางการแคนาดาจับกุม เมิ่ง เวินโจว ซีเอฟโอบริษัทหัวเว่ยของจีน ฐานละเมิดมาตรการคว่ำบาตรอิหร่าน

สำนักข่าวซีบีซีของแคนาดารายงานโดยระบุว่า กระทรวงยุติธรรมของแคนาดาได้ออกแถลงการณ์ผลการจับกุมนางสาว เมิ่ง เวิ่นโจว ประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงินและบัญชี ( ซีเอฟโอ ) และเป็นบุตรสาวของนายเหริน เจิ้งเฟย ผู้ก่อตั้งบริษัทหัวเว่ย ยักษ์ใหญ่ด้านโทรคมนาคมของจีน ที่นครแวนคูเวอร์ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา จากการที่ทางแคนาดาระบุว่าหัวเว่ยได้ละเมิดกฎมติการคว่ำบาตรอิหร่านจากการที่หัวเว่ยทำการสนับสนุนด้านเทคโนโลยีแก่อิหร่าน

รายงานระบุว่าทางการแคนาดาได้เตรียมส่งตัวนางสาวเมิ่งไปดำเนินคดีต่อที่สหรัฐด้วย แต่อาจจะยังไม่มีกำหนดการส่งตัวในเร็วๆนี้ เนื่องจากทางทนายของนางสาวเมิ่งได้เตรียมยื่นขอประกันตัว

 

 

ด้านบริษัทหัวเว่ย ได้ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้แคนาดาปล่อยตัวนางสาวเมิ่งโดยเร็ว พร้อมทั้งยังระบุอีกว่า บริษัทฯ ได้รับข้อมูลเพียงเล็กน้อยเกี่ยวกับข้อกล่าวหา และยังไม่ทราบแน่ชัดว่าซีเอฟโอของเรา ทำผิดในข้อหาใด

และคาดว่าการจับกุมนี้อาจเป็นไปตามใบสั่งของทางการสหรัฐ แต่อย่างไรก็ตามทางบริษัทเชื่อว่าระบบกฎหมายของแคนาดาและสหรัฐฯจะสามารถยุติข้อพิพาทดังกล่าวได้ และหัวเว่ยพร้อมจะปฏิบัติตามกฎหมายบังคับใช้และข้อกำหนดในประเทศต่างๆ ที่ตัวเองให้บริการตลอดมา รวมไปถึงการควบคุมการส่งออก และมาตรการคว่ำบาตรต่างๆที่กำหนดโดยยูเอ็น สหรัฐ และสหภาพยุโรป โฆษกของหัวเว่ยระบุ

อย่างไรก็ดี หลังการจับกุมตัวนางสาวเมิ่ง ทางด้านสถานทูตจีนในกรุงออตตาวา ได้ออกแถลงการณ์ประท้วงการจับกุมดังกล่าว พร้อมกับเรียกร้องให้ทางแคนาดาปล่อยตัวซีเอฟโอสาวโดยเร็ว อีกทั้งทางการจีนจะติดตามกระบวนการสอบสวนนี้อย่างใกล้ชิด

ทึ่งทั้งโลก! 7 ขวบหาเงินได้ 720ล้าน “ไรอันทอย์รีวิว” สตาร์นัมเบอร์วันยูทูป

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/572974

  • วันที่ 05 ธ.ค. 2561 เวลา 15:02 น.

ทึ่งทั้งโลก! 7 ขวบหาเงินได้ 720ล้าน "ไรอันทอย์รีวิว" สตาร์นัมเบอร์วันยูทูป

สตาร์ดาวยูทูปเบอร์ดวงใหม่ไรอันทอย์รีวีวิว จากเด็กอเมริกันวัย 7 ขวบขึ้นแท่นยูทูปเบอร์ที่ทำเงินมากสุดในปี 2018

เอเอฟพี สื่อดังของสหรัฐอเมริกา รายงานว่าเจ้าของสถิติใหม่ผู้มีรายได้มากที่สุดทางช่องทีวีทางเว็บไซต์ยูทูปปี 2018 จากการสำรวจจากนิตยสารฟอร์บส์ ตกเป็นของ “ไรอันทอย์รีวิว” ยูทูปสตาร์ตัวจิ๋ววัยเพียง 7 ขวบ จากประเทศอเมริกา ซึ่งเป็นผู้ดำเนินการรีวิวของเล่น โดยมีท่าทีการแสดงทรรศนะความเห็นและสาธิตอันเป็นเอกลักษณ์

ทั้งนี้ช่องยูทูปดังกล่าวมีเอกลักษณ์ความตลกและสนุกสนาน จนสามารถกวาดรายได้ถึง 22 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 720 ล้านบาท และมียอดผู้ชมเกือบกว่า 26,000 ล้านวิว มีผู้ติดตามมากกว่า 17 ล้านคนในปัจจุบัน โดยแซงหน้ารุ่นพี่อย่าง Daniel Middleton จากช่อง DanTDM,Evan Fong จากช่อง VanossGaming หรือ Mark Edward Fischbach จากช่อง Markiplier จากทีเมื่อช่วงกลางปี ไรอันทอย์รีวิว รั้งอยู่อันดับที่ 9

อย่างไรก็ตามก่อนหน้าที่จะขึ้นแท่นตำแหน่งที่ 1 เมื่อช่วงปี 2017 เด็กชายไรอันในวัย 6 ขวบ ได้สร้างความฮือฮาด้วยการเป็นยูทูปเบอร์ดาวรุ่งที่น่าจับตาจากการสร้างรายรับก่อนหักภาษีกว่า 380 ล้านบาท (11ล้านดอลลาร์) ในระยะเวลาเพียง 2 ปี ที่รายการไรอันทอยส์รีวิวได้ถูกตั้งขึ้นจากคุณพ่อคุณแม่ที่อยากจะอัดวิดีโอคลิปไรอันในวัย 4 ขวบ หลังมีกระแสการรีวิวของเล่นของเด็กๆคนอื่น จนกลายมาเป็นไรอันทอย์รีวิวที่ทั้งลูกเด็กเล็กแดงรุ่นน้อยรุ่นกลางกระทั่งผู้ใหญ่รอคอยที่จะรับชมและติดตามทุกวันเสาร์ของสัปดาห์