“อสังหาฯ”เอเชียโตสะดุด ลงทุนร่วง27%

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/572971

  • วันที่ 05 ธ.ค. 2561 เวลา 14:15 น.

"อสังหาฯ"เอเชียโตสะดุด ลงทุนร่วง27%

ลงทุนอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์เอเชียสะดุด เหตุหลายชาติปรับขึ้นดอกเบี้ย-วิตกสงครามการค้า

บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลด้านอสังหาริมทรัพย์ เรียล แคปปิตอล อนาลิติกส์ (อาร์ซีเอ) เปิดเผยว่า ยอดการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ช่วงไตรมาส 3 ของปีนี้ อยู่ที่ 2.7 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 8.83 หมื่นล้านบาท) ลดลง 27% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ซึ่งเป็นการปรับลดครั้งแรกในรอบ 9 ไตรมาส

อาร์ซีเอ ระบุว่า ปัจจัยหลักที่ฉุดการลงทุนอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก คือความเคลื่อนไหวของธนาคารกลางในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยและพยุงค่าเงินที่อ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งส่งผลให้บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดมทุนสำหรับข้อตกลงใหม่ได้ยากขึ้น

ขณะเดียวกันความพยายามของรัฐบาลจีนในการจำกัดการปล่อยเงินกู้ให้กับนักลงทุนและผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ก็มีส่วนด้วย เช่นเดียวกับสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน ซึ่งมีผลกระทบต่อความมั่นใจของนักลงทุน

นอกจากนี้ อาร์ซีเอ เปิดเผยว่า ปริมาณการลงทุนในรอบ 12 เดือน นับตั้งแต่เดือน ต.ค. 2017 ถึงเดือน ก.ย. 2018 ขยายตัวเพียง 3% ต่ำที่สุดในรอบ 6 ไตรมาส โดยการลงทุนในจีน ตลาดใหญ่ที่สุดของภูมิภาค อยู่ที่ 3.41 หมื่นล้านดอลลาร์ (ราว 1.11 ล้านล้านบาท) ลดลง 16% เทียบกับปีก่อนหน้า และเป็นยอดต่ำที่สุดในรอบ 5 ปี

ขณะที่ปริมาณการลงทุนในชาติเศรษฐกิจขนาดใหญ่ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม ลดลงมากกว่า 25% จากปีที่แล้ว เนื่องจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยใน 2 ประเทศดังกล่าว ทำให้ต้นทุนการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ปรับสูงขึ้น เช่นเดียวกับปริมาณการลงทุนของญี่ปุ่น ซึ่งปรับลดมาอยู่ในระดับต่ำที่สุด นับตั้งแต่วิกฤตการเงินปี 2007-2008 แต่การลงทุนของเกาหลีใต้เพิ่มขึ้น 23% เนื่องจากมีดีมานด์ซื้อในประเทศสูง

ภาพ เอเอฟพี

รัฐบาลสหรัฐ หวังว่าปี 62 ไทยจะจัดการเลือกตั้งสำเร็จ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/572963

  • วันที่ 05 ธ.ค. 2561 เวลา 12:38 น.

รัฐบาลสหรัฐ หวังว่าปี 62 ไทยจะจัดการเลือกตั้งสำเร็จ

รมว.ต่างประเทศสหรัฐ แสดงความยินดีเนื่องในโอกาสวันชาติไทย เผยหวังว่าปี 2562 ไทยจะประสบแต่ความสำเร็จในการจัดการเลือกตั้ง

เมื่อวันที่ 5 ธ.ค.  นายไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศสหรัฐ ออกแถลงการณ์แสดงความยินดีเนื่องในวันชาติไทย โดยระบุว่า ในนามของรัฐบาลสหรัฐอเมริกา ข้าพเจ้าขอส่งความปรารถนาดีมายังราชอาณาจักรไทยเนื่องในโอกาสวันชาติไทย ปีนี้เป็นวาระครบรอบ 200 ปีแห่งมิตรภาพที่สำคัญระหว่างสหรัฐฯ และไทย ซึ่งได้รวมประเทศของเราทั้งสองเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ในยามสงครามและสันติภาพ ยามลำเค็ญและรุ่งเรือง ประเทศไทยยังคงความเจริญรุ่งเรืองต่อมาภายใต้ร่มพระบารมีของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร

นอกจากนี้ ประเทศของเราทั้งสองยังได้รับคุณประโยชน์จากมิตรภาพและความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นของเรา ดังที่เห็นจากภารกิจช่วยเหลือทีมฟุตบอลหมูป่าที่สำเร็จลุล่วงภายใต้การนำของประเทศไทย

เราหวังว่า ในปี 2562 ที่ประเทศไทยจะดำเนินการจัดการเลือกตั้งและดำรงบทบาทผู้นำในภูมิภาคในฐานะประธานอาเซียน จะประสบแต่ความสำเร็จ ในโอกาสนี้ ข้าพเจ้าขอฝากความระลึกถึงมายังชาวไทยทุกคน และขออวยพรให้ปีที่กำลังจะมาถึงนี้มีแต่ความสุขความเจริญ

แถลงการณ์ : https://th.usembassy.gov/statement-secretary-pompeo-thailand-national-day-2018/?fbclid=IwAR2wSmBxQ5cZg-fHN0kFjNd0Cgf2y5t1a_imZQhcPpeqsUO6UUFocjdMpm0

“จีน”ครองแชมป์ขอสิทธิบัตรทรัพย์สินทางปัญญามากสุดในโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/572944

  • วันที่ 05 ธ.ค. 2561 เวลา 08:30 น.

"จีน"ครองแชมป์ขอสิทธิบัตรทรัพย์สินทางปัญญามากสุดในโลก

จีนครองแชมป์จดสิทธิบัตรทรัพย์สินทางปัญญา 7 ปีติด ด้านไทยเพิ่ม 67% อันดับ 40

องค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (ไวโป) เปิดเผยรายงานตัวบ่งชี้ทรัพย์สินทางปัญญาโลก ปี 2018 พบว่าจีนครองตำแหน่งแชมป์ประเทศที่มีการยื่นขอจดสิทธิบัตรทรัพย์สินทางปัญญา (ไอพี) มากที่สุดในโลกติดต่อกันเป็นปีที่ 7 โดยในปี 2017 จีนได้ยื่นจดสิทธิบัตรรวมทั้งสิ้น 1.38 ล้านฉบับ หรือคิดเป็น 40% ของการยื่นจดสิทธิบัตรทั่วโลกที่มีจำนวน 3.17 ล้านฉบับ

การยื่นจดสิทธิบัตรไอพีของจีนส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีถ่ายโอนข้อมูลด้านดิจิทัล โดยมีบริษัท หัวเว่ย และบริษัท แซดทีอี ยักษ์เทคโนโลยีจีน ได้ยื่นขอจดสิทธิบัตรไอพีเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก

ทั้งนี้ นิกเกอิ เอเชียน รีวิว รายงานว่า การยื่นขอจดสิทธิบัตรที่เพิ่มขึ้นอย่างมากในจีนเป็นผลมาจากยุทธศาสตร์เมดอินไชน่า 2025 ของรัฐบาล ที่ให้การสนับสนุนด้านการเงินแก่ภาคอุตสาหกรรมเทคโนโลยี จนส่งผลให้แนวโน้มเรื่องการปกป้องไอพีในจีนเพิ่มขึ้นอย่างมาก

ด้านประเทศที่ยื่นจดสิทธิบัตรไอพีมากเป็นอันดับที่ 2 คือ สหรัฐ จำนวน 6.06 แสนฉบับ ซึ่งนับว่าน้อยกว่าจีนถึง 2 เท่า ตามมาด้วยญี่ปุ่นที่ 3.18 แสนฉบับ เกาหลีใต้ 2.04 แสนฉบับ และสหภาพยุโรป 1.66 แสนฉบับ ส่วนประเทศไทยยื่นขอจดสิทธิบัตรไอพีมากเป็นอันดับ 40 ของโลก จากอันดับ 54 ในปี 2016 จำนวน 3,080 ฉบับ หรือเพิ่มขึ้น 67.6%

ภาพ เอเอฟพี

ฝรั่งเศสล้มแผนขึ้นภาษีน้ำมัน หลังประชาชนชุมนุมประท้วงต้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/572941

  • วันที่ 05 ธ.ค. 2561 เวลา 07:35 น.

ฝรั่งเศสล้มแผนขึ้นภาษีน้ำมัน หลังประชาชนชุมนุมประท้วงต้าน

ฝรั่งเศสล้มแผนขึ้นภาษีน้ำมัน ยอมจำนนกลุ่มเสื้อกั๊กเหลือง หวั่นกระทบท่องเที่ยว

นายกรัฐมนตรี เอดูอาร์ด ฟิลิป แห่งฝรั่งเศส ประกาศว่ารัฐบาลจะล้มเลิกแผนขึ้นภาษีน้ำมัน ตามแผนเดิมซึ่งจะเริ่มขึ้นภาษีในวันที่ 1 ม.ค. 2019 เพื่อยุติการประท้วงของประชาชนที่พร้อมใจใส่เสื้อกั๊กสีเหลืองออกมาชุมนุมทั่วประเทศต่อต้านนโยบายพลังงานของประธานาธิบดี เอ็มมานูเอล มาครง ซึ่งเก็บภาษีน้ำมันเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามต่อสู้ปัญหามลพิษ

นอกจากนี้ รัฐบาลฝรั่งเศสจะมีมาตรการอื่นๆ ใช้ควบคู่กับแผนล้มเลิกขึ้นภาษีน้ำมันด้วย หลังประชาชนเริ่มการประท้วงตั้งแต่วันเสาร์ที่ 17 พ.ย. และมีเหตุรุนแรงใจกลางกรุงปารีส ในการประท้วงครั้งล่าสุดเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา

ขณะที่ โรลองด์ เออกี ประธานสมาพันธ์ท่องเที่ยวฝรั่งเศส เปิดเผยว่า เหตุจลาจลได้ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของกรุงปารีสและฝรั่งเศส ทั้งยังอาจส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวช่วงเทศกาลคริสต์มาสด้วย พร้อมระบุว่าภาพรวมของการท่องเที่ยวฝรั่งเศสในปีนี้กำลังอยู่ในเส้นทางที่ดี และกำลังจะฟื้นตัวจากภาวะซบเซา หลังเกิดเหตุก่อการร้ายในปี 2015 โดยยอดจองโรงแรมช่วงครึ่งแรกของปีนี้แตะสถิติสูงสุดที่ 17.1 ล้านครั้ง

ด้าน บรูโน เลอ แมร์ รัฐมนตรีคลังฝรั่งเศส ระบุว่า นับตั้งแต่มีการประท้วงครั้งแรก ยอดจองโรงแรมในกรุงปารีสลดลงราว 15-20%

โซเชียลอาเซียนดราม่า”ขนมลอดช่อง”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/572906

  • วันที่ 04 ธ.ค. 2561 เวลา 18:31 น.

โซเชียลอาเซียนดราม่า"ขนมลอดช่อง"

โลกโซเชียลมาเลย์เดือด หลังซีเอ็นเอ็นลงบทความยก “ลอดช่อง” ของ “สิงคโปร์” เป็นหนึ่งในสุดยอดของหวาน

กลายเป็นประเด็นดราม่าอีกครั้งหนึ่งสำหรับประชาคมอาเซียนร่วมใจ หลังจากที่เมื่อวันที่ 1 ธ.ค. ที่ผ่านมาเว็บไซต์ CNN Travel ของสำนักข่าวซีเอ็นเอ็นได้ลงบทความเรื่อง  “50 of the world’s best desserts” (ของหวาน 50 อย่างที่ดีที่สุดของโลก) โดยหนึ่งในนั้นมี เจ็นดล (chendol) หรือลอดช่อง ที่เรารู้จักกัน เป็นของหวานสัญชาติสิงคโปร์ที่นับเป็นหนึ่งในของหวานที่รสชาติดึงดูดใจที่สุดในโลก

ตอนหนึ่งในบทความของซีเอ็นเอ็นระบุว่า เจ็นดล นั้นเป็นหนึ่งในขนมหวานเย็นที่พบในทั่วในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่สำหรับเจ็นดลของสิงคโปร์นั้นเป็นที่น่าดึงดูดใจที่สุดเนื่องจากมีการรับประทานคู่กับถั่วแดงและน้ำแข็ง จึงทำให้มีรสชาติและความลงตัวที่เป็นเอกลักษณ์

ข้อความดังกล่าวส่งผลให้ชาวมาเลเซียไม่พอใจอย่างมาก เนื่องจากทางซีเอ็นเอ็นได้มีการยกเครดิตให้กับทางสิงคโปร์ แทนที่จะเป็นมาเลเซีย โดยบรรดาผู้ใช้โซเชียลมีเดียชาวมาเลเซียได้แสดงความไม่พอใจนัน พร้อมกับตั้งคำถามว่าเจ็นดลของสิงคโปร์นั้นมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่สุดในอาเซียนหรือไม่ อีกทั้งวัฒนธรรมส่วนใหญ่ของสิงคโปร์ก็ล้วนมาจากมาเลเซียทั้งสิ้น ตอนหนึ่งของข้อความในโซเชียลมีเดียระบุ

ขณะที่ผู้ใช้งานทวิตเตอร์บางรายระบุว่า เจ็นดล นั้นไม่ใช่ของสิงคโปร์ แต่มีต้นกำเนิดมาจากมาเลเซีย “ลองถามคนสิงคโปร์ซิ ว่าพวกเขาหาน้ำตาลปี๊ปซึ่งใช้เป็นส่วนผสมของลอดช่องนี้มาจากไหน ถ้าไม่ได้มาจากมาเลเซีย”

อย่างไรก็ดี ในการจัดอันดับดังกล่าวของซีเอ็นเอ็นมีการระบุของหวานของไทยด้วยคือ ข้าวเหนียวมะม่วง และทับทิมกรอบ

 

ภาพ : straitstimes

เปิดชีวิตสามัญชนของ “เจ้าชายเกาหลี”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/572918

  • วันที่ 04 ธ.ค. 2561 เวลา 18:26 น.

เปิดชีวิตสามัญชนของ "เจ้าชายเกาหลี"

รู้จักกับ “แอนดรูว์ ลี” มกุฎราชกุมารองค์ใหม่แห่งราชวงศ์โชซอนที่ปกครองเกาหลีใต้มานานถึง 500 ปี

เจ้าชายเกาหลีไม่ได้มีเฉพาะในซีรีส์ เมื่อ กษัตริย์อีซอก ทายาทที่เหลือเพียงคนเดียวของราชวงศ์โชซอนที่ปกครองเกาหลีใต้มานานถึง 500 ปี ประกาศแต่งตั้งแอนดรูว์ ลี หนุ่มอเมริกันเชื้อสายเกาหลี วัย 34 ปี เป็นมกุฎราชกุมารองค์ใหม่ผ่านการทำพิธีมอบดาบต่อหน้าสมาชิกครอบครัวและคนสนิท ตั้งแต่วันที่ 6 ต.ค.ที่ผ่านมา ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในรัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐ

แอนดรูว์ ลีเกิดและเติบโตในเมืองอินเดียแอนาโพลิส รัฐอินดีแอนาของสหรัฐ เป็นเจ้าของบริษัทเครือข่ายส่วนตัวเสมือน (VPN) Private Internet Access ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการ VPN ชื่อดังของโลก ปัจจุบันสมรสกับ เจ้าหญิงนานะ ลีมีทายาทด้วยกันสองคน

ชีวิตธรรมดาของแอนดรูว์ ลี เปลี่ยนไปราวกับนิยายเมื่อ 5 ปีก่อน เมื่อได้รู้ว่าตัวเองเป็นญาติกับกษัตริย์อีซอก กษัตริย์ในนามของเกาหลีใต้ จากนั้นจึงได้มีโอกาสพบกับกษัตริย์ ทั้งคู่เข้ากันได้ดีจนกษัตริย์อีซอกแต่งตั้งให้แอนดรูว์ ลี เป็นทายาทสืบทอดตำแหน่ง เนื่องจากอีซอกมีแต่ทายาทผู้หญิง โดยจะทำพิธีมอบตำแหน่งกษัตริย์อย่างเป็นทางการที่เมืองชอนจูบ้านเกิดของตระกูลลีในปีหน้า

ทั้งนี้ หลังจากญี่ปุ่นเข้ายึดครองเกาหลีใต้ในปี 1910 บรรดาสมาชิราชวงศ์ก็สูญเสียตำแหน่ง ต่อมาในปี 1945 หลังการประกาศอิสรภาพจากญี่ปุ่น เชื้อพระวงศ์รวมทั้งกษัตริย์อีซอกก็ถูกขับไล่จากพระราชวังซาทง ทั้งยังถูกรัฐบาลภายใต้การบริหารของ ประธานาธิบดี อีซึงมัน ยึดทรัพย์สินเป็นของชาติ เนื่องจากเกรงว่าราชวงศ์จะฟื้นฟูขึ้นมาอีก จากนั้นในปี 1948 ตระกูลลีถูกริบตำแหน่งและไม่ได้รับการยอมรับในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ของเกาหลีใต้ และไม่ได้รับความความสนใจจากจากชาวเกาหลีใต้อีกเลย

ปัจจุบันแม้จะไม่มีระบบกษัตริย์แล้ว แต่ยังมีกษัตริย์ในนามเพื่อเป็นผู้นำในการประกอบพิธีสำคัญ เช่น เซ่นสรวงดวงวิญญาณบรรพบุรุษ ขณะที่กษัตริย์ในนามและมกุฎราชกุมารปัจจุบันมีแผนจะร่วมกันก่อตั้งกองทุนเพื่อลงทุนในกิจการสตาร์ทอัพของเกาหลีใต้ในปีหน้า รวมทั้งเปิดโรงเรียนสอนการเขียนโค้ด ซึ่งทั้งสองมองว่าจะเป็นภาษาแห่งอนาคต

แม้จะมีการประกาศแต่งตั้งผู้สืบทอดตำแหน่ง แต่ผู้เชี่ยวชาญต่างมองว่าระบบกษัตริย์ของเกาหลีจะไม่ฟื้นฟูกลับมาอีก อาทิ ชินกีอุค ศาสตราจารย์ด้านสังคมวิทยาจาก ม.สแตนฟอร์ด มองว่าระบบราชวงศ์ของเกาหลีถูกมองว่าเป็นเพียงอดีตที่ผ่านไปแล้วเท่านั้น อย่างไรก็ตาม มีผลสำรวจเมื่อปี 2006 พบว่าชาวเกาหลีใต้ถึง 54.4% ต้องการให้รื้อฟื้นระบอบกษัตริย์ ต่อมาในปี 2010 ตัวเลขลงมาอยู่ที่ 40.4% แต่ยังถือเป็นอัตราที่สูงมากสำหรับประเทศสาธารณรัฐ

ภาพ www.joseon.kr

ที่มา www.m2fnews.com

ศาลอินเดียสั่งปรับกรุงนิวเดลีนับร้อยล้านบาท ฐานหย่อนยานควบคุมมลพิษ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/572912

  • วันที่ 04 ธ.ค. 2561 เวลา 17:51 น.

ศาลอินเดียสั่งปรับกรุงนิวเดลีนับร้อยล้านบาท ฐานหย่อนยานควบคุมมลพิษ

ศาลสิ่งแวดล้อมอินเดียสั่งปรับ ทางการกรุงนิวเดลี 115 ล้านบาท ฐานไม่จริงจังในการแก้ปัญหามลพิษในเมืองหลวง

เอเอฟพีรายงานว่า ศาลสิ่งแวดล้อมแห่งชาติของอินเดีย ได้ตัดสินสั่งปรับหน่วยงานท้องถิ่นของกรุงนิวเดลี เมืองหลวง เป็นจำนวนเงิน 3.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 115 ล้านบาท ฐานไม่ทำการบังคับใช้กฎระเบียบลดหมอกควันพิษอย่างเคร่งครัด

คำตัดสินครั้งนี้มีขึ้นเนื่องจากชาวกรุงนิวเดลี รวมถึงหน่วยงานเอ็นจีโอด้านสิ่งแวดล้อมในอินเดีย ได้ร้องทางศาล เนื่องจากมีการพบว่าบรรดาโรงงานต่างๆ ได้ฝ่าฝืนกฎระเบียบของกรุงนิวเดลีที่ไม่บังคับใช้อย่างจริงจังในการลดค่ามลพิษในเมืองหลวง ซึ่งติดหนึ่งในเมืองที่มีค่ามลพิษมากที่สุดในโลก

 

 

นอกจากนี้ทางศาลยังสั่งให้ทางการกรุงนิวเดลี แจ้งให้ศาลทราบถึงมาตรการในการแก้ปัญหาต่างๆด้วย เนื่องจากปัญหาค่ามลพิษในกรุงนิวเดลี ซึ่งมีประชากรราว 20 ล้านคนนี้ เกิดขึ้นซ้ำเป็นประจำทุกปี

สำหรับกรุงนิวเดลีนี้มีค่ามลพิษหมอกควันเป็นประจำทุกปีในช่วงฤดูหนาว โดยพบว่ามีสารก่อมลพิษในอากาศสูงกว่าเกณฑ์ปลอดภัยไม่ต่ำกว่า 30 เท่า โดยจากข้อมูลของสถานีตรวจวัดค่ามลพิษทางอากาศที่สถานทูตสหรัฐพบว่ามีค่าฝุ่นละอองอันตรายในอากาศวันนี้สูงถึง 290 จุด หรือเกือบ 12 เท่าของเกณฑ์ความปลอดภัยขององค์การอนามัยโลก

 

โดยที่ผ่านมาทางการกรุงนิวเดลีมักหย่อนยานในการบังคับใช้กฎหมายควบคุมมลพิษ รวมถึงกล่าวโทษว่ารัฐอื่นที่อยู่ทางเหนือโดยเฉพาะรัฐปัญจาบและรัฐหรยาณาว่าเป็นต้นเหตุการก่อควันพิษ เนื่องจากพบการเผาพื้นที่การเกษตร จนส่งผลให้ควันพิษพัดเข้ามายังเขตเมือง รวมกับควันพิษที่มาจากรถยนต์

จากการประเมินพบว่า แต่ละปีมีชาวอินเดียเสียชีวิตเนื่องจากมลพิษในอากาศสูงถึง 1.1 ล้านคน อีกทั้งจาการจัดอันดับขององค์การอนามัยโลกพบว่าอินเดียติดถึงใน 13 เมืองจากทั้งหมด 20 เมืองทั่วโลกที่มีค่ามลพิษสูงที่สุด

ฝรั่งเศสยอมระงับขึ้นภาษีน้ำมันแล้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/572897

  • วันที่ 04 ธ.ค. 2561 เวลา 14:40 น.

ฝรั่งเศสยอมระงับขึ้นภาษีน้ำมันแล้ว

ทางการฝรั่งเศสยอมระงับขึ้นภาษีเชื้อเพลิงแล้ว หลัง “ม็อบเสื้อกั๊กเหลือง” ประท้วงรุนแรงทั่วประเทศ

สำนักข่าวเอเอฟพีได้รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวในรัฐบาลฝรั่งเศสว่า นาย Edouard Philippe นายกรัฐมนตรีฝรั่งเศสเตรียมประกาศระงับการขึ้นภาษีเชื้อเพลิงประเภทน้ำมันแล้ว หลังจากเกิดเหตุรุนแรง “ม็อบเสื้อกั๊กเหลือง” ก่อเหตุประท้วงใหญ่ในหลายพื้นที่ของประเทศโดยเฉพาะที่กรุงปารีส เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ทีผ่านมา จนส่งผลให้กรุงปารีสกลายเป็นทะเลเพลิงเสียหายในหลายพื้นที่

ทั้งนี้ ผลจากความรุนแรงดังกล่าวทำให้คะแนนนิยมในตัวของนายเอ็มมานูเอล มาครง รวมถึงนายกรัฐมนตรีเอดัวร์ ฟีลิป มีคะแนนนิยมลดลงต่ำสุด โดยคะแนนนิยมในตัวมาครงลดลง 6 จุดจากการสำรวจเดือนก่อนมาอยู่ที่ร้อยละ 23 ขณะที่นายกรัฐมนตรีฟิลิป มีคะแนนนิยมลดลง 10 จุดมาอยู่ที่ร้อยละ 26 เป็นคะแนนนิยมต่ำสุดสำหรับทั้งสองคน

กาตาร์ถอนตัวจากสมาชิกกลุ่มโอเปก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/572889

  • วันที่ 04 ธ.ค. 2561 เวลา 14:31 น.

กาตาร์ถอนตัวจากสมาชิกกลุ่มโอเปก

กาตาร์ประกาศถอนตัวจากกลุ่มโอเปก  มีผล 1 ม.ค.นี้ ปัดปมขัดแย้งซาอุฯ

สื่อต่างประเทศรายงานว่า นายซาอัด เซอริดา อัลคาบี รมว.กิจการพลังงานของกาตาร์ระบุว่า กาตาร์จะถอนตัวออกจากการเป็นสมาชิกของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน หรือ โอเปก โดยให้มีผลในวันที่ 1 ม.ค. 2019 นี้เป็นต้นไป

นายอัลคาบี ให้เหตุผลในการออกจากสมาชิกโอเปกว่า เหตุที่กาตาร์จะถอนตัวนี้ เนื่องจากจะมุ่งความสนใจไปที่การผลิตก๊าซธรรมชาติเหลวเป็นหลักแทน เนื่องจากกาตาร์นับเป็นชาติที่ส่งออกก๊าซธรามชาติเหลวเป็นอันดับหนึ่งของโลก

อย่างไรก็ดี การประกาศลาออกดังกล่าวนั้นทางกาตาร์ระบุว่า ไม่เกี่ยวข้องกับข้อพิพาทระหว่างกาตาร์กับซาอุดิอาระเบีย ซึ่งเสมือนเป็นพี่ใหญ่ของกลุ่มโอเปกมาโดยตลอด แต่ให้เหตุผลเรื่องการมุ่งไปผลิตก๊าซธรรมชาติแทน รวมถึงจะมีการเพิ่มปริมาณการผลิตก๊าซธรรมชาติจากวันละ 4.8 ล้านตัน ให้เป็น 6.5 ล้านตันภายใน 10 ปีข้างหน้า

ทั้งนี้้ กาตาร์เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโอเปกตั้งแต่ปี 1961 หรือภายหลัง 1 ปีหลังจากที่มีการก่อตั้งกลุ่มโอเปก

อิสราเอลพบเหรียญทองโบราณอายุ900ปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/572880

  • วันที่ 04 ธ.ค. 2561 เวลา 13:08 น.

อิสราเอลพบเหรียญทองโบราณอายุ900ปี

นักโบราณคดีอิสราเอลพบผอบใส่เหรียญ-ต่างหูทองคำโบราณ ยุคสงครามครูเสด คาดอายุกว่า 900 ปี

สื่อต่างประเทศรายงานว่า ทีมนักโบราณคดีของอิสราเอลได้เปิดเผยเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ถึงการพบผอบที่ภายในบรรจุเหรียญทองคำจำนวน 24 เหรียญ และต่างหูทองคำอีกหนึ่งชิ้น จากแหล่งขุดค้นทางโบราณคดีที่อุทยานแห่งชาติคีซาเรีย (Caesarea) ใกล้ชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน

 

รายงานระบุว่า เหรียญทองคำและต่างหูทองคำที่พบนี้ ถูกบรรจุอยู่ในผอบสัมฤทธิ์ขนาดเล็ก โดยนักโบราณคดีคาดว่าผอบที่พบนี้จะมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ช่วงสงครามครูเสดพิชิตเมืองในช่วงปี ค.ศ. 1101 ในรัชสมัยของพระเจ้าบอลดวินที่ 1 แห่งเยรูซาเลม ซึ่งกองทัพของพระองค์ได้สังหารชาวคีซาเรียในยุคนั้นเป็นจำนวนมาก

นักโบราณคดีสันนิฐานว่า ผอบที่พบนี้เจ้าของเดิมอาจพยายามซ่อนสมบัติของตนจากการถูกจู่โจมโดยทหารของพระเจ้าบอลดวินที่ 1 ซึ่งได้มีการจับกุมชาวคีซาเรียไปขาย รวมถึงใช้แรงงานทาสเป็นจำนวนมาก