แง้มภาพ 4ไฮไลท์ต้องไปอินยามค่ำคืน! ‘เชียงใหม่ดีไซน์วีค2018’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/381340

แง้มภาพ 4ไฮไลท์ต้องไปอินยามค่ำคืน! 'เชียงใหม่ดีไซน์วีค2018'

แง้มภาพ 4ไฮไลท์ต้องไปอินยามค่ำคืน! ‘เชียงใหม่ดีไซน์วีค2018’

วันพฤหัสบดี ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 15.28 น.

ปลุกความสดใส เนรมิตเชียงใหม่ให้มีสีสันกว่าที่เคยผสมผสานเอกลักษณ์ล้านนา สู่มหานครแห่งความคิดสร้างสรรค์ กับงานเทศกาลออกแบบเชียงใหม่ หรือเชียงใหม่ดีไซน์วีค2018 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 8-16 ธันวาคม 2561งานเดียวที่รวบรวมผลงานการออกแบบสร้างสรรค์ นำเสนอไอเดียใหม่ๆ ภายใต้คอนเซปต์ ‘Keep Refining ยิ่งขัดเกลา ยิ่งแหลมคม’ งานที่รวบรวมผลงานศิลปินนักออกแบบ ดีไซน์เนอร์สัญชาติไทยและต่างประเทศ ร่วมกับประดับประดา สร้างสีสัน กว่า 126ชิ้น บนแลนด์มาร์คสำคัญทั่วเมืองเชียงใหม่เชียงใหม่ดีไซน์วีค2018 ถือเป็นนิทรรศการยิ่งใหญ่ส่งท้ายปี เพราะแต่ละชิ้นที่นำมาจัดแสดง ผ่านการตกตะกอนทางความคิด รังสรรค์เป็นผลงานสุดครีเอท ทั้งในรูปแบบโชว์เคส (Showcase) อินสตอลเลชั่น(Installation) ฯลฯ พร้อมสะท้อนแนวคิดหลากมิติ ทั้งงานหัตถกรรมต่างๆ  งานออกแบบที่สอดแทรกมนต์เสน่ห์ไลฟ์สไตล์ของท้องถิ่น และยังเพิ่มความน่าสนใจให้งานสร้างสรรค์ที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่หลากหลาย เพื่อให้ผู้เข้าชมงานได้สัมผัสถึงกลิ่นอายของงานดีไซน์ทุกชิ้นได้อย่างง่ายดาย โดยมี 10ไฮไลท์ผลงานที่น่าสนใจ ดังนี้

• SOS Garden

การผสมผสานงานด้านสถาปัตยกรรมผ่านพื้นที่สีเขียว โดยนำวัสดุจากธรรมชาติและของรีไซเคิลต่างๆ นำออกออกแบบให้เป็นงานดีไซน์หลังคาฉากฉลุโปร่ง ตกแต่งให้เป็นพื้นที่นั่งเล่นในสวน สะท้อนแนวคิดให้ตระหนักถึงการรักษาสิ่งแวดล้อม ที่กำลังส่งสัญญาณเตือนขอความร่วมมือจากทุกฝ่าย ให้มาช่วยกันแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นโดยการเพิ่มพื้นที่สีเขียวกลางเมือง เกิดจากความร่วมมือระหว่างนักออกแบบและศิลปินอิสระ ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ เชียงใหม่ และบริษัท พีทีที โกลบอลเคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ จีซี เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องมาร่วมกันคิดและลงมือทำไปด้วยกัน

พิกัด    ลานประตูท่าแพ

• COTHStudio

การเล่าเรื่องผ่านแสงที่เคลื่อนไหวสาดส่องกับสิ่งของเครื่องใช้ที่มีความหลากหลายของชุมชนวัดล่ามช้าง และชุมชนควรค่าม้า หมุนวนเป็นวง 360 องศา สะท้อนเรื่องราวในชีวิตประจำวันที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมสามารถมีส่วนร่วมในการหมุนดวงไฟ  เพื่อดื่มด่ำและสร้างความรู้สึกร่วมกับนิทรรศการ ที่ชวนให้สัมผัสกับเสน่ห์ของวิถีชีวิตของชุมชนไปพร้อมๆกัน

พิกัดหอศิลปวัฒนธรรมเมืองเชียงใหม่

• การแสดงแสงไฟ Living Spirits

ผลงานออกแบบที่จะเนรมิตค่ำคืนที่แสนมืดมิด ให้เต็มไปด้วยสีสันของแสงไฟ ด้วยศิลปะการจัดวางโคมลอย ที่จะเชื่อมโยงกับผู้ชม ผ่านนิทรรศการที่ใช้การเล่าเรื่องแบบเดียวกับโรงมหรสพ คือ แบ่งออกเป็น 3 องก์ เล่าเรื่องราวของกลุ่มก้อนความคิดต่างๆ ที่เชื่อมโยงกัน จนหลอมรวมกลายเป็นกระบวนการทำงานที่ชัดเจน

พิกัด    พิพิธภัณฑ์พื้นถิ่นล้านนา

• Projection mapping

การแสดงมัลติมีเดียบนผนังอาคารพิพิธภัณฑ์พื้นถิ่นล้านนาพิพิธภัณฑ์พื้นถิ่นล้านนา จะกลายเป็นแลนด์มาร์กสำคัญในยามค่ำคืน ที่ฉาบด้วยเทคนิคแสงสีจากเครื่องโปรเจกเตอร์ซึ่งการแสดงนี้เป็นการแสดงทัศนะเกี่ยวกับสิ่งรอบตัว ศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยในจังหวัดเชียงใหม่ ให้สุนทรีย์การรับชมแบบเธียร์เตอร์กลางแจ้ง

พิกัด    พิพิธภัณฑ์พื้นถิ่นล้านนา

สำหรับอินสตอลเลชั่นข้างต้น เป็นเพียงส่วนเสี้ยวหนึ่งภายในเทศกาลงานออกแบบเชียงใหม่ 2561 เท่านั้น เพราะภายในงานยังมีงานอาร์ต ที่ประดับประดาทั่วเมืองเชียงใหม่ ที่สามารถเดินชม หรือตระเวนถ่ายภาพอัพลงเชียลได้เก๋ๆ อีกเพียบ นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมดีดีที่สำหรับคนสายครีเอทีฟ และผู้มีใจรักงานดีไซน์จำนวนมาก ทั้งงานป็อปมาร์เก็ต(Pop Market) ตลาดนัดแหล่งรวมสินค้าครีเอทีฟ นับสิบร้าน งานเวิร์คชอป(Workshop) ทดลองทำชิ้นงานแฮนด์เมดด้วยตัวเองเก๋ๆ งานเสวนา (Talk) กิจกรรมสร้างแรงบันดาลใจจากกูรูงานดีไซน์ ที่งานนี้จะได้พบกับตัวท็อปไอเดียสุดครีเอทีฟ จากทั้งในและต่างประเทศ ที่พร้อมมาแชร์ไอเดียขั้นเทพฯลฯดังนั้น จึงไม่ควรพลาดกับเทศกาลงานออกแบบในครั้งนี้ เพราะ 1 ปีมีเพียงครั้งเดียวเท่านั้น สำหรับจุดแสดงในบริเวณต่างๆ สามารถเดินทางได้อย่างสะดวก ทั้งการเดินเท้า นั่งรถราง รถส่วนตัว หรือจะเลือกใช้บริการรถสาธารณะก็ได้เช่นกัน อีกทั้งยังสามารถเข้าชมได้ฟรี! โดยไม่มีค่าใช้จ่ายตั้งแต่วันนี้ – 16 ธันวาคม 2561 ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.facebook.com/chiangmaidesignweek,www.chiangmaidesignweek.com หรือ ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ เชียงใหม่ 052-080-500 ต่อ 311 และ 312

‘กรีนโมเดล’ต่อลมหายใจให้โลกเพื่อทุกชีวิต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/381143

‘กรีนโมเดล’ต่อลมหายใจให้โลกเพื่อทุกชีวิต

‘กรีนโมเดล’ต่อลมหายใจให้โลกเพื่อทุกชีวิต

วันพฤหัสบดี ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

อุทัย อุทัยแสงสุข

ด้วยสภาพแวดล้อม และภัยพิบัติต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากหลายประเทศทั่วโลก ส่งผลให้คณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยความเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (IPCC) ได้ส่งสารถึงผู้นำทั่วโลกว่า ให้ประชาชนทุกคนช่วยกัน “ควบคุมการเพิ่มอุณหภูมิโลกจาก 2 องศาเซลเซียส เหลือเพียง 1.5 องศาเซลเซียส” โดยกำหนดเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้ได้ 45% ภายในปีพ.ศ.2573 และกลายเป็นศูนย์ ภายในปีพ.ศ.2593 ส่งผลบวกให้น้ำทะเลเพิ่มน้อยกว่า 10 เซนติเมตรในปีพ.ศ.2643 หรือลดปรากฏการณ์ฟอกขาวของปะการังให้อยู่ที่ 70-90% หลายประเทศเริ่มมีมาตรการต่างๆ ออกมาสร้างความตระหนักรู้ให้กับประชาชนเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม อาทิ ไอร์แลนด์, อิตาลี, เนเธอร์แลนด์ และสหราชอาณาจักร

จารุพัชร อาชวะสมิต

เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลกที่ผ่านมา กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เชิญชวนประชาชนร่วมกันใส่ใจ “ลดขยะพลาสติก” หรือถ้าเราเอามันกลับมาใช้ใหม่ไม่ได้ ก็จงปฏิเสธมันซะ! จนเป็นที่มาของการเปิดเวทีแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านรักษาสิ่งแวดล้อม โดย บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ได้ผนึกกำลังรวมตัวผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ อาทิ นักวิชาการ ผู้ออกแบบผลิตภัณฑ์ด้าน Upcycling และนักออกแบบสถาปัตยกรรม มาร่วมให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับมุมมองด้านการก่อสร้าง รวมทั้งการออกแบบนวัตกรรมและผลิตภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อม

เริงรงค์ วงษ์สวรรค์

อุทัย อุทัยแสงสุข ประธานผู้บริหารสายงานปฏิบัติการ บริษัทแสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ด้วยวิสัยทัศน์ของแสนสิริ ที่ไม่เพียงแค่พัฒนาหรือสร้างที่อยู่อาศัย แต่ดำเนินธุรกิจบนรากฐานของการใส่ใจด้านคุณภาพชีวิตและไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัยให้แก่ลูกค้าภายใต้แนวคิด Customer-Centric พร้อมทั้งใช้องค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและจัดการพลังงานอย่างยั่งยืน ภายใต้โมเดลต้นแบบ “แสนสิริ กรีน มิชชั่น-Sansiri Green Mission”สะท้อนปรัชญาของแนวคิด “เศรษฐกิจหมุนเวียน” หรือ “Circular Economy” ภายใต้การวิจัยและพัฒนาเพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและจัดการพลังงานอย่างยั่งยืน ซึ่งปัจจัยหลักประการ 4 ได้แก่ Waste Management การจัดการของเสียอย่างมีประสิทธิภาพ Energy Saving & Generation การบริหารจัดการและการผลิตพลังงานไฟฟ้าทดแทน Smart Move การเติมเต็มประสบการณ์ที่อยู่อาศัยด้วยแพลตฟอร์มบริการยานพาหนะและ Sustainability การบริหารเพื่อขับเคลื่อนองค์กรสู่ความยั่งยืน ซึ่งมุ่งเป้าในการลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนมอนออกไซด์เฉลี่ย 2,120 ตัน หรือเทียบเท่าพื้นที่ป่าสีเขียวกว่า 1,700 ไร่ ภายในปีพ.ศ.2564 ซึ่งโมเดลนี้จะเป็นกุญแจขับเคลื่อนการสร้างเมืองแห่งอนาคตที่มีความยั่งยืนและเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญที่จะยกระดับมาตรฐานของวงการอสังหาริมทรัพย์ไทยให้ก้าวสู่การให้ความสำคัญด้านสิ่งแวดล้อมอย่างครบวงจร

ด้าน กฤษณ์ จินดาวานิชสกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสซีจี แลนด์สเคป จำกัด กล่าวว่า ได้เร่งดำเนินการตามนโยบายหลัก “Passion for Better living-ทำให้ดีและดียิ่งขึ้น เพื่อให้คุณมีชีวิตที่ดียิ่งกว่า” ผ่านมุมมองด้านนวัตกรรม Earth Blox ที่นำเศษคอนกรีตที่ใช้แล้วทิ้งหรือเศษที่เหลือจากการก่อสร้างกลับมาเป็นส่วนผสมในการแปรรูปเพื่อสร้างบล็อกคอนกรีตใหม่โดยสามารถลดการใช้คอนกรีตธรรมชาติได้มาถึง 40% ส่งเป็นรูปธรรมตามวงจร Circular Economy ที่ผสานการสร้างสรรค์นวัตกรรมและเทคโนโลยีภายใต้การวิจัยและพัฒนาในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง

จารุพัชร อาชวะสมิต อาจารย์ประจำภาควิชาศิลปอุตสาหกรรมคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และ Material Designer กล่าวว่า ในมุมมองของนักวิชาการออกแบบ เรามองว่าถ้าเราเริ่มจากศูนย์จนถึงสิบ แล้วกลับมาศูนย์ใหม่ เราไม่ควรสูญเสียอะไรเลย โดยเฉพาะพลังงาน ซึ่งเรามองว่าการทิ้งขยะ 1 ชิ้นแล้วเราสามารถนำขยะชิ้นนั้นกลับมาใช้อะไรได้บ้าง ความคิดนี้อาจจะเป็นความคิดเมื่อ 10 ปีที่แล้ว แต่ปัจจุบันเราต้องมองว่าเราจะหาพลังงานใหม่ๆ อะไรกลับมาใช้ได้บ้าง อาทิ พลังงานจากร่างกายคนเราต้องคิดว่าพลังงานความร้อนจากร่างกาย เราสามารถนำพลังงานกลับมาใช้เพื่อชาร์จแบตมือถือ หรือการนำขยะถุงพลาสติก PE มารีไซเคิลเป็นกระเป๋าไลฟ์สไตล์ หรือขยะจากอาคารจากการก่อสร้าง เราสามารถนำมาแปรรูปเป็นโคมไฟ หรือเราสามารถนำเปลือกถั่วลิสงมาอัดเป็นแผ่นไม้หรือบอร์ดบุผนังได้ ทุกวันนี้ ถ้าเราศึกษาวัสดุจริงๆ ต้องนับว่าทุกอย่างสามารถนำกลับมาใช้ได้ และถ้าวันนี้เราเริ่มให้ความสนใจและหันใจ เราจะสามารถช่วยโลก ช่วยสิ่งแวดล้อมของเราได้ในอนาคต

ส่วน เริงรงค์ วงษ์สวรรค์นักออกแบบและผู้ก่อตั้งแบรนด์ Rubber Killer ให้ความเห็นว่า แบรนด์ของเราคือการนำยางในรถยนต์ หรือรถสิบล้อนำกลับมาใช้เป็นสินค้าไลฟ์สไตล์ ทั้งกระเป๋า รองเท้า หรือหมวก เป็นต้น ซึ่งเราสามารถลดการใช้ขยะยางรถยนต์เหลือใช้ใน 8 ปี ได้ถึง 30,000 เส้น ซึ่งหากปล่อยไว้ยางรถนี้จะใช้เวลานานมากในการย่อยสลายตามธรรมชาติ หรืออาจจะไม่ย่อยสลายเลย และหากนำไปเผาทิ้งก็จะเกิดเป็นควันและมลพิษ นำไปสู่หนึ่งในสาเหตุการเกิดภาวะเรือนกระจก ดังนั้น การ Upcycling จึงเป็นวิธีที่ทำให้เกิดการหมุนเวียนของขยะยางรถยนต์ ให้สามารถนำมาใช้เป็นสินค้าไลฟ์สไตล์ที่เกิดประโยชน์ได้อีกต่อๆ ไป ถ้าเราทุกคนในประเทศไทยช่วยกัน และเข้าใจวงจรขอแนวคิด Circular Economy ที่นำเอา Reduce-Recycle-Design-Retailer-Consumers มาใช้ในชีวิตประจำวันได้เราทุกคนก็จะสามารถเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยโลกและรักษาสิ่งแวดล้อมได้ทุกคน

คุณแหน : 6 ธันวาคม 2561

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/381182

คุณแหน : 6 ธันวาคม 2561

วันพฤหัสบดี ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ll วีรวรรณ ชวนะสุนทร ไปเที่ยวญี่ปุ่นกับ พลตรีหญิงระพีพรรณ ภักดีสงคราม แต่ไม่ได้เที่ยวญี่ปุ่น เพราะมัวต้องเฝ้าเพื่อนที่เกิดอุบัติเหตุหกล้มเมื่อลงเครื่องบินที่ญี่ปุ่น ต้องเข้าโรงพยาบาลผ่าตัดทันทีแพทย์ให้นอนต่ออีก 10 วัน เพราะกลัวว่าขึ้นเครื่องบินแล้วลิ่มเลือดจะอุดตัน…

ll อรรคพร บัวสรวงเริ่มต้นการเกษียณอายุการทำงานด้วยการเดินสายทำบุญ…อิ่มบุญอิ่มใจอิ่มท้อง…

ll ด้วยวัย12 ปี“กาญ่า” หลานสาวคนเก่งของคุณย่าม.ร.ว.ดัจฉราพิมล รัชนี ชนะเลิศศิลปะการบังคับม้า (Dressage)Princess’s Cup Thailand 2018ม้าก็ได้รางวัลด้วยคุณย่าปลื้มใจที่สุด…

ll ธีรพล นพรัมภา ฉลองวันเกิดครบ 69 ปี เตรียมลงจากสะพานพระรามหก เตรียมขึ้นสะพานพระรามเจ็ด ด้วยการมอบทุนการศึกษาให้แก่เด็กด้อยโอกาสของโรงเรียนสุพรรณภูมิ เพราะเป็นคนผูกพันกับความหลัง ครั้งเป็นเด็กเคยอยู่สุพรรณบุรีกับครอบครัวซึ่งคุณพ่อเป็นผู้พิพากษารวม 11 ปี ได้บารมีหลวงพ่อโต วัดป่าเลไลยก์ปกปักษ์รักษาตลอดมา จึงได้มากราบขอพรและทำบุญสม่ำเสมอ…

ll ชนะรุ่งแสง, ไสว ยะกาศคะนอง, อภิชัย บุณยเกียรติ พาลูกน้องสาว(เหลือ)น้อย ไปทัศนาจรภูเก็ต กระบี่ ตรังนับอายุได้หลายพันปี ค่อยๆ ไปเป็นทัวร์หอยทากดีกว่านะคะ…

ll ขอแสดงความยินดีแก่ ภควุฒิ จิรดิลก ต.อ.รุ่น 72 นักเรียนทุนเล่าเรียนหลวงนักศึกษา ชั้นปีที่ 3 มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดอดีตผู้แทนประเทศไทยคณิตศาสตร์โอลิมปิก 4 สมัย ได้รับเลือกเป็นPutnam Fellow ในโอกาสที่สอบได้คะแนนสูงสุด 5 ลำดับแรกในการแข่งขันคณิตศาสตร์ William LowellPutnam Mathematical Competitionประเทศสหรัฐอเมริกา ถือเป็นนักศึกษาไทยคนแรกในประวัติศาสตร์ที่ได้รับเกียรตินี้ …เลี้ยงด้วยอะไรถึงได้เก่งอย่างนี้…

ll แน่งน้อย มาร์ติน ย้ายนิวาสสถาน มาอยู่ที่ Tasmania ได้ 2 ปีแล้ว แต่ไม่เคยได้เจอกับ อังคณา ปาร์กิ้นส์ เพื่อนร่วมรุ่นอักษรศาสตร์ ผู้อยู่มาก่อนเลย แม้จะคุยกันหลายหน นัดพบกันแต่คลาดกันก็หลายหนแต่ในที่สุดทั้งสองก็ได้พบกันแล้วส่งข่าวดีมาให้เพื่อนๆ ทราบทั่วกันค่ะ…

ll หนาวนี้ อริณี เมธเศรษฐ์ คงไม่ได้กลับเมืองไทย ต้องอยู่สอนภาษาไทยที่ออกซ์ฟอร์ด ให้ ผู้ช่วยทูตทหารที่จะมาประจำเมืองไทย ชนิด intensive course วันละ 3-6 ชม. เลยทีเดียว…ll

หนูภาฯ

เปิดหลักสูตรผู้นำยุคใหม่ โปร่งใส ต้านภัยทุจริต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/381180

เปิดหลักสูตรผู้นำยุคใหม่ โปร่งใส ต้านภัยทุจริต

เปิดหลักสูตรผู้นำยุคใหม่ โปร่งใส ต้านภัยทุจริต

วันพฤหัสบดี ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ศ.พิเศษ วิชา มหาคุณ เปิดอบรมหลักสูตร “ผู้นำยุคใหม่ โปร่งใส ต้านภัยทุจริต”

สังคมที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วทั้งโลกด้วยเทคโนโลยี่ที่เกิดขึ้นมากมาย จนมีมนุษย์หุ่นยนต์หรือเอไอ(AI) เข้ามาช่วยทำงาน แต่สิ่งหนึ่งที่ทั้งโลกตระหนักคือ เรื่องการให้ความสำคัญกับต่อต้านคอร์รัปชั่นในทุกรูปแบบ มูลนิธิต่อต้านการทุจริต ร่วมกับ สถาบันประเทศไทยต่อต้านการทุจริต แห่งมหาวิทยาลัยรังสิต เปิดอบรมหลักสูตร “ผู้นำยุคใหม่ โปร่งใส ต้านภัยทุจริต”
โดยมี ศาสตราจารย์พิเศษ วิชา มหาคุณประธานมูลนิธิต่อต้านการทุจริต และคณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต เป็นประธานเปิดพร้อมด้วยอาจารย์ประสาท พงษ์ศิวาภัย อดีตกรรมการป.ป.ช., ดร.อุทิศ ขาวเธียร อดีตผู้ทรงคุณวุฒิ ป.ป.ช., พล.อ.อ.วีรวิท คงศักดิ์ อดีต สว., พล.อ.ธีระเดช ฉัตรเสถียรพงศ์ เลขาธิการมูลนิธิฯ และ สมยศ สมวิวัฒน์ชัยอดีตสมาชิกร่างรัฐธรรมนูญ 2550 ร่วมบรรยาย

ทั้งนี้ หลักสูตร “ผู้นำยุคใหม่ โปร่งใส ต้านภัยทุจริต” คับคั่งไปด้วยบุคคลหลากหลายวงการเข้าร่วมการอบรม ทั้งจากภาครัฐและเอกชน นักธุรกิจ สภาวิชาชีพบัญชี อดีตข้าราชการ คณาจารย์
จากมหาวิทยาลัยจากภาครัฐ อาทินายสมชาย พหุลรัตน์ ผู้บริหารภาคธุรกิจและนักวิชาการอิสระ, พ.ต.อ.สุรโชคเจษฎาเดช, พ.ต.อ.ชนะ สุวรรณโกมล, ดร.ศรีชาติ นามบุรี, ชวนา วิวัฒน์พนชาติและ อาจารย์นิดาวรรณ เพราะสุนทร อาจารย์ด้านกฎหมาย คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต และนักวิจัยฯ และ สุวิมล กฤตยาเกียรติ ฯลฯ ซึ่ง ศาสตราจารย์พิเศษวิชา มหาคุณ ได้กล่าวเปิดการอบรครั้งนี้ว่า ผู้นำยุคใหม่ ต้องเป็นคนดีมีศีลธรรม ใช้ชีวิตแบบพอเพียงตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รู้จักละวางความชั่ว ความทุจริต ประพฤติปฏิบัติอยู่ในความสัตย์ ความดี วางตนอยู่ในกรอบศีลธรรม รู้จักรับผิดชอบชั่วดี ยึดมั่นในสิ่งที่ถูกต้อง เราต้องสร้างพื้นที่ให้คนดีมากขึ้น ขณะเดียวกันพวกโกงก็ต้องไม่มีที่ยืน”

นายสมชาย พหุลรัตน์ ตัวแทนจากภาคธุรกิจ-นักวิชาการอิสระ กล่าวว่า ถ้าเราจะเป็นผู้นำยุคใหม่ในยุคต่อจากนี้ไป จะ 4.0 หรือไปถึง 5.0 เราควรจะต้องเป็นแบบอย่างที่ดีขององค์กร ต่อสังคมและประเทศชาติ ผู้นำยุคใหม่จะต้องมีความซื่อสัตย์ มีจิตสาธารณะ มีความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างมาก หรือถ้าเราจะเข้าสู่การเมือง ก็ต้องพร้อมเสียสละ เป็นจิตอาสาที่จะทำงานและรับใช้ประเทศชาติ ที่สำคัญต้องมีคุณสมบัติติดตัวเลยว่าเราจะต้องซื่อสัตย์ สุจริตและโปร่งใส ผู้นำยุคใหม่จะต้องเป็นผู้นำทางสังคมหรือประเทศชาติที่แสดงออกให้เห็นตัวตนอย่างชัดเจน เราจะต้องซื่อสัตย์มีคุณธรรมและกล้าประกาศว่าเราจะต่อต้านการทุจริตในทุกรูปแบบ ตนจะเน้นย้ำกับเยาวชนเสมอเมื่อบรรยายให้กับเยาวชนในโครงการเยาวชนแลกเปลี่ยนมิตรภาพ-วัฒนธรรมฯ จงทำความดีแม้ไม่มีใครเห็น และต้องยึดมั่นในความซื่อสัตย์ตั้งแต่เด็กๆ ยกตัวอย่าง อ.ประสาท พงษ์ศิวาภัย อดีต กก.ป.ป.ช.สนทนาในรายการ “ที่นี่..สุวรรณภูมิ”ตอนหนึ่งว่า..เราจะต้องทำให้เรื่องการทุจริตคอรัปชั่นในประเทศไทยให้เหลือน้อยที่สุดหรือไม่มีเลยนั่นแหละ เพราะฉะนั้นจะต้องผนึกกำลังกันทุกภาคส่วน

(ซ้าย) สมชาย พหุลรัตน์, อาจารย์นิดาวรรณ เพราะสุนทร, อ.ประสาท พงษ์ศิวาภัย

ด้าน อาจารย์นิดาวรรณ เพราะสุนทรอาจารย์ด้านกฎหมาย คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ได้นำเสนอบทความเรื่องนี้ว่า สถานการณ์การคอร์รัปชั่นในประเทศไทยจากการสำรวจของTransparency International ประเทศไทยถูกจัดให้อยู่ในอันดับ 96 ในปี 2017 คะแนนความโปร่งใส่ 37 เต็ม 100 เท่ากับอินโดนีเซีย และจากการสำรวจของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย พบว่า การจ่ายสินบนใต้โต๊ะในปี 2560 อยู่ระดับ 20-25 เปอร์เซ็นต์ ของงบประมาณประเทศ แม้จะมีการปลอบใจว่าตัวเลขนี้ดีกว่าปีที่ผ่านมา แต่ตัวเลขสินบนนี้สูงเกือบหนึ่งในสามของงบประมาณประเทศ ซึ่งเงินจำนวนเหล่านี้ไปเข้าพกเข้าห่อบุคคลผู้ทุจริต แทนที่จะนำไปพัฒนาประเทศ ทำให้รายจ่ายรัฐสูงกว่าความเป็นจริง ประชาชนได้รับการบริการสาธารณะที่ไม่มีคุณภาพ เพราะต้องนำเงินส่วนหนึ่งไปจ่ายเป็นสินบน คุณภาพชีวิตคนในประเทศตกต่ำ ขัดขวางการพัฒนาประเทศและสังคมอาจนำไปสู่ความล่มจมของประเทศ ประการสำคัญ หากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องสามารถลดความอยากมี อยากได้อันเป็นเหตุใหญ่ของการทุจริตคอร์รัปชั่น โดยยึดแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้ การทุจริตคอร์รัปชั่นแม้จะไม่หายไปจากสังคมไทย แต่ย่อมลดความรุนแรงลงไปได้ ทุกฝ่ายหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการคอร์รัปชั่นจะไม่เป็นวัฒนธรรมของคนในชาติเกาะกินประเทศ นำไปสู่รัฐที่ล่มสลายในที่สุด

นอกจากนี้ ในการสัมมนาผู้นำยุคใหม่ โปร่งใส ต้านภัยทุจริต ยังได้ร่วมกันระดมสมองเพื่อหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นในประเทศไทย ประเด็นหนึ่งคือ การปลูกจิตสำนึกให้กับผู้ที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนให้เห็นถึงความเลวร้ายของการทุจริตคอร์รัปชั่น การมีส่วนรวมของประชาชนในการตรวจสอบการทุจริตคอร์รัปชั่น การมีกลไกตรวจสอบที่มีประสิทธิภาพฯลฯ ทั้งนี้ ผู้นำยุคใหม่ต้องเป็นตัวอย่างที่วางตนในกรอบศีลธรรมรู้ผิดชอบชั่วดี ยึดมั่นในสิ่งที่ถูกต้อง จะสามารถกำจัดการทุจริตคอร์รัปชั่นได้ สำหรับผู้นำข้าราชการและนักการเมืองนั้น ต้องทำหน้าที่อย่างมือสะอาดผู้นำธุรกิจต้องไม่เห็นแก่ประโยชน์จากการคอร์รัปชั่นมากกว่า ความเสียหายต่อสังคมและประเทศ

ติดตามเรื่องราวภาคประชาชนในการมีส่วนรวมกับการตรวจสอบทุจริตอย่างไรกับ อาจารย์ประสาท พงษ์ศิวาภัย อดีตกก.ป.ป.ช. ได้ในวันเสาร์ที่ 8 ธันวาคนนี้ เวลา 20.09-21.00 น. ชมสด Live พร้อมช่องทีวีทางมือถือทุกเครือข่ายที่ www.สุวรรณภูมิ.ทีวี.

เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ จัดกิจกรรมเพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/381150

เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ จัดกิจกรรมเพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ

เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ จัดกิจกรรมเพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ

วันพฤหัสบดี ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ วันที่ 5 ธันวาคม 2561 สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ได้จัดกิจกรรมเพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ดังนี้

วันจันทร์ที่ 3 ธันวาคม 2561 เวลา 13.00 น. จัดให้มีกิจกรรมรณรงค์และปฏิบัติการจิตอาสา “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” โดย ศ.พิเศษ พรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ พร้อมด้วย สุรชัยเลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ คนที่หนึ่ง และคณะจิตอาสา ซึ่งประกอบด้วย สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ บุคลากรในวงงานรัฐสภา บุคลากรของสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา และสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทน ราษฎร ได้ร่วมกันทำกิจกรรมจิตอาสาเพื่อสังคม ณ ชุมชนวัดสุคันธาราม โดยการทาสีและทำความสะอาดศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ศูนย์สุขภาพชุมชนตรวจเยี่ยมและมอบสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็นให้แก่ผู้ป่วยติดเตียง

วันอังคารที่ 4 ธันวาคม 2561 เวลา 07.00 น. ศ.พิเศษ พรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เป็นประธานในพิธีถวายภัตตาหารเช้าแด่พระภิกษุสงฆ์ โดยมี สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ บุคลากรของสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา และสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ร่วมพิธี ณ ห้องอาหารสมาชิกรัฐสภา ชั้น 2 อาคารรัฐสภา 1 จากนั้น เวลา 07.40 น. ได้ร่วมกันตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งแด่พระสงฆ์ จำนวน 92 รูป จากวัดบวรนิเวศวิหาร วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามวัดนรนารถสุนทริการาม และ วัดอัมพวัน ณ บริเวณหน้าพระสยามเทวาธิราชและเวลา 08.00 น. เป็นการถวายพานพุ่มดอกไม้หน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ของประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ประธานคณะกรรมาธิการสามัญประจำสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญการพิทักษ์และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ เลขาธิการวุฒิสภา เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า ณ บริเวณหน้าอาคารรัฐสภา 2

นอกจากนี้ เวลา 09.30 น. ได้จัดให้มีการแถลงข่าวเปิดตัวหนังสือ “The Wisdom of the Monarch : A World Leader in Sustainable Development Laws Supporting Royal Initiated Projects of His Majesty King Bhumibol Adulyadej” ซึ่งจัดทำขึ้นเพื่อรวบรวมกฎหมายที่สนับสนุนการดำเนินงานในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริให้เห็นเป็นรูปธรรม และนำไปสู่การพัฒนาหรือปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ นับเป็นการจัดทำขึ้นครั้งแรกและยังไม่มีหน่วยงานใดดำเนินการมาก่อน โดยมีเนื้อหาครอบคลุม 13 ด้าน ได้แก่ ด้านทรัพยากรน้ำ ด้านทรัพยากรป่าไม้ ด้านทรัพยากรดิน ด้านการเกษตร ด้านการส่งเสริมอาชีพ ด้านสาธารณสุข ด้านสวัสดิการสังคม ด้านการศึกษา ด้านคมนาคม ด้านการสื่อสาร ด้านสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ด้านนวัตกรรม และหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โดยเฉพาะหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (Sufficiency Economy Philosophy: SEP) ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ SDGs ของสหประชาชาติ ณ ห้องโถง ชั้น 1 อาคารรัฐสภา 1

ภายหลังการแถลงข่าว ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติได้มอบหนังสือให้แก่ผู้แทนหน่วยงานต่างๆ ประกอบด้วย กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงยุติธรรม คณะกรรมการการอุดมศึกษา เอกอัครราชทูต ผู้ประสานงานของสหประชาชาติ เลขาธิการบริหารคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมแห่งเอเชียและแปซิฟิก (ESCAP) และผู้อำนวยการโรงเรียนนานาชาติ จำนวน 2,000 เล่ม เพื่อนำไปเผยแพร่และใช้ประโยชน์สำหรับการศึกษาค้นคว้าต่อไป

 

รับปีใหม่ อย.มุ่งหวังคนไทยห่างไกลโรค NCDs รณรงค์เลือกซื้อกระเช้าปีใหม่ผลิตภัณฑ์ ‘ทางเลือกสุขภาพ’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/381177

รับปีใหม่ อย.มุ่งหวังคนไทยห่างไกลโรค NCDs รณรงค์เลือกซื้อกระเช้าปีใหม่ผลิตภัณฑ์ ‘ทางเลือกสุขภาพ’

รับปีใหม่ อย.มุ่งหวังคนไทยห่างไกลโรค NCDs รณรงค์เลือกซื้อกระเช้าปีใหม่ผลิตภัณฑ์ ‘ทางเลือกสุขภาพ’

วันพฤหัสบดี ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย.มุ่งส่งเสริมให้คนไทยมีภาวะโภชนาการที่เหมาะสม ลดความเสี่ยงโรค NCDs รณรงค์ให้ผู้บริโภคเรียนรู้ข้อมูลโภชนาการบนฉลากอาหาร พร้อมเลือกซื้อกระเช้าของขวัญปีใหม่จากผลิตภัณฑ์อาหารที่มีสัญลักษณ์โภชนาการ “ทางเลือกสุขภาพ (Healthier Choice)”ที่ได้รับการรับรองแล้วกว่า 812 ผลิตภัณฑ์ หลังพบว่ากลุ่มโรค NCDs เป็นสาเหตุการเสียชีวิตถึง 349,096 รายหรือร้อยละ 75 ของการเสียชีวิตของประชากรไทยทั้งหมด และขอให้เทศกาลปีใหม่นี้เริ่มต้นให้กระเช้าของขวัญด้วยผลิตภัณฑ์ที่แสดงสัญลักษณ์ดังกล่าว และในทุกช่วงโอกาสที่จะมีการมอบกระเช้าให้แก่กัน

สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) โดย นายแพทย์ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา ลงพื้นที่ห้างบิ๊กซี ซูเปอร์มาร์เก็ต สาขาติวานนท์ ซึ่งเป็นห้างสรรพสินค้าที่ 5 รณรงค์ประชาสัมพันธ์ส่งเสริมการมอบกระเช้าผลิตภัณฑ์ที่มีสัญลักษณ์โภชนาการทางเลือกสุขภาพ หรือ (Healthier Choice)”

นายแพทย์ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยาเผยว่า ปัจจุบันสภาพแวดล้อมทางสังคมไทยที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้คนไทยมีพฤติกรรมการบริโภคอาหารนอกบ้าน และอาหารสำเร็จรูปมากขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่เป็นอาหารที่มีพลังงาน ไขมัน โซเดียม และน้ำตาลสูง การบริโภคผักและผลไม้ที่น้อยเกินไป รวมไปถึงการไม่ออกกำลังกายถือเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญของโรคอ้วนและโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (Non-Communicable Diseases: NCDs) ซึ่งจากรายงานภาวะโรคและการบาดเจ็บของประชากรไทย พ.ศ.2556 พบว่า กลุ่มโรค NCDs เป็นสาเหตุการเสียชีวิตถึง 349,096 ราย หรือ ร้อยละ 75 ของการเสียชีวิตของประชากรไทยทั้งหมด

ด้วยเหตุนี้ กระทรวงสาธารณสุขโดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) มีความมุ่งหวังให้ประชาชนมีสุขภาพดี จึงจัดทำกิจกรรมรณรงค์หลายรูปแบบเพื่อให้ผู้บริโภคได้เรียนรู้เรื่องการบริโภคที่เหมาะสม สามารถเข้าถึงข้อมูลโภชนาการได้ง่ายขึ้น ดังนั้น จึงให้มีการแสดงฉลากโภชนาการบนผลิตภัณฑ์อาหาร เพื่อเป็นเครื่องมือสื่อสารให้ข้อมูลด้านโภชนาการกับผู้บริโภคได้รับทราบถึงข้อมูลคุณค่าทางโภชนาการที่ได้รับต่อหนึ่งหน่วยบริโภค เพื่อให้เกิดการเลือกซื้อเลือกบริโภคผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมต่อสุขภาพ ทำให้ช่วยป้องกันปัญหาภาวโภชนาการเกินและลดปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เช่น โรคอ้วน โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ภาวะไตวายเรื้อรัง หัวใจและหลอดเลือด ฯลฯ ซึ่งกระทรวงสาธารณสุข โดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้จัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์สัญลักษณ์โภชนาการทางเลือกสุขภาพ (Healthier Choice) เพื่อให้ผู้บริโภคเข้าใจและนำไปปรับใช้ในการอ่านฉลากโภชนาการให้ถูกต้อง ให้รู้จักสัญลักษณ์โภชนาการอย่างแพร่หลาย รวมถึงให้สามารถเลือกซื้อกระเช้าสุขภาพได้อย่างปลอดภัย เพื่อเป็นของขวัญในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่ใกล้จะถึงนี้

เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวต่อว่า หากอยากให้คนที่ได้รับกระเช้ามีสุขภาพดี ขอแนะนำให้สังเกตและเลือกกระเช้าที่บรรจุผลิตภัณฑ์อาหารที่แสดงสัญลักษณ์โภชนาการ “ทางเลือกสุขภาพ (Healthier Choice)” บนฉลากผลิตภัณฑ์ ซึ่งจะแตกต่างจากกระเช้าสุขภาพโดยทั่วไป เพราะเป็นกระเช้าที่รวบรวมผลิตภัณฑ์สุขภาพที่มีการปรับสูตรให้ลด หวาน มัน เค็ม ลงอย่างเหมาะสมกับปริมาณที่ร่างกายต้องการต่อวันและผ่านการพิจารณาจนได้รับสัญลักษณ์ “ทางเลือกสุขภาพ หรือ Healthier Choice” เป็นการช่วยให้ผู้บริโภคสามารถเลือกซื้อได้ง่ายขึ้นเพียงแค่สังเกตสัญลักษณ์ทางเลือกสุขภาพ ทั้งนี้ เทคนิคในการเลือกซื้อกระเช้าหรือจัดกระเช้าด้วยตนเอง นอกจากจะดูที่ฉลากและวันหมดอายุแล้ว ให้ดูเป็น 3 ป.คือ ประโยชน์ ประหยัด ปลอดภัย เป็นหลัก อีกทั้ง ควรสังเกตที่หีบห่อบรรจุภัณฑ์ให้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ไม่ฉีกขาด หากเป็นกระป๋องต้องไม่โป่งพองและขณะนี้อย.ก็ได้รับความร่วมมืออย่างดีจากผู้ประกอบการ ห้างสรรพสินค้า และห้างร้าน จัดมุมจำหน่ายผลิตภัณฑ์สัญญลักษณ์ “ทางเลือกสุขภาพ หรือ Healthier Choice” โดยเฉพาะ และยังได้รับความสนใจจากผู้บริโภคเป็นจำนวนมากด้วย

สำหรับผู้ประกอบการรายใดต้องการให้ผลิตภัณฑ์ได้รับการรับรองสัญลักษณ์โภชนาการ “ทางเลือกสุขภาพ (Healthier Choice)” สามารถติดต่อสอบถามหรือส่งใบสมัครขอรับการรับรองได้ที่มูลนิธิส่งเสริมโภชนาการฯ สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล โดยดาวน์โหลดใบสมัคร และศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์ (http://healthierlogo.com หรือwww.ทางเลือกสุขภาพ.com) ซึ่ง อย. ยินดีที่จะให้คำแนะนำ เพื่อให้มีผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการรับรองสัญลักษณ์ดังกล่าวออกจำหน่ายอย่างแพร่หลายให้แก่ประชาชนผู้บริโภค ทั้งนี้ ผู้ที่สมัครก่อนวันที่ 29 ธันวาคม 2561 จะได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียมในการสมัครด้วย สิ่งสำคัญอย.หวังให้ประชาชนไทยมีสุขภาพที่ดี ลดภาระค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลโรคดังกล่าวในระยะยาวต่อไป

เสน่ห์พวงแก้มสีสวยละมุนเป็นธรรมชาติ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/381173

เสน่ห์พวงแก้มสีสวยละมุนเป็นธรรมชาติ

เสน่ห์พวงแก้มสีสวยละมุนเป็นธรรมชาติ

วันพฤหัสบดี ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เพราะการแต่งหน้าไม่ใช่เพียงแค่ทาอายแชโดว์สีเข้ม หรือสีปากสดชัดตลอดเวลา แต่เราสามารถเลือกแต่งหน้า โดยแต่งตาทาลิปสติกสีนู้ด หรือทาลิปกลอสในวันที่ต้องการแต่งลุคดูใสๆ ก็สามารถสร้างเสน่ห์สวยหวานให้กับคุณได้ ซึ่งอีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญในการปรับช่วยปรับลุคเมคอัพในแต่ละลุคที่ต้องการ เพียงแค่เลือกสีบลัชออนที่ใช่ ก็สามารถสร้างเสน่ห์การแต่งหน้าได้ไม่ยากลอร่า เมอร์ซิเอ จึงเล็งเห็นถึงความต้องการแต่งหน้า ในสไตล์สวยใสแบบธรรมชาติ ที่แต่งน้อยแต่ดูสวยครบในทุกมุมมอง

ลอร่า เมอร์ซิเอ จึงได้คิดค้น Blush Colour Infusion บลัชออนรุ่นใหม่ที่มีให้เลือกถึง 10 สี ที่มอบเสน่ห์ความสดใส ชวนหลงใหล กับหลากหลายเฉดสีที่แต่งแต้มพวงแก้มคุณให้ดูระเรื่อ ดูสุขภาพดีอย่างเป็นธรรมชาติ ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากฤดูกาลแห่งความสนุกสนานในหน้าร้อน ช่วงเวลาที่ผิวดูสุขภาพดีท่ามกลางแสงแดดเจิดจ้า พวงแก้มสีสวยระเรื่อเปล่งปลั่งแม้ในยามค่ำคืน พวงแก้มอมชมพูแลดูสดชื่นเหมือนช่วงเวลาที่ได้จิบค็อกเทลผสมผลไม้สดหลากหลายสีสันในวันที่อากาศสดใส หรือพวงแก้มแบบสาวแก้มแดงดูนวลตาในวันที่ได้จิบเครื่องดื่มโรเซ่ยามเย็น ทั้งหมดนี้คือแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์สีบลัชรุ่นใหม่ที่เหมาะสำหรับทุกคนในทุกช่วงความทรงจำ

เทคนิคการแต่งหน้าแบบช่างแต่งหน้ามืออาชีพ:

พวงแก้มแบบดูเป็นธรรมชาติ

l การสร้างพวงแก้มให้สวยดูเป็นธรรมชาตินั้น ควรที่จะเลือกใช้สีที่เหมาะกับโทนสีผิวจริง เช่น หากเป็นสาวผิวขาวควรเลือกสีชมพู ผิวเหลืองเลือกสีชมพูหรือแดงเบอร์รี่ ผิวสีน้ำผึ้งเลือกสีลูกพลัม

l เวลายิ้ม จะเห็นบริเวณกึ่งกลางพวงแก้มได้ดีที่สุด ง่ายต่อการลงบลัช

l การใช้สีทาแก้ม ควรเริ่มจากกลางแก้ม เริ่มไล่จากกรอบสู่กลางหน้า โดยถือแปรงให้ปลายแปรงชี้ลงด้านล่าง ขนแปรงขนานไปกับผิวหน้า ปัดจนทั่ว

l ไม่ควรปัดให้สีบลัชใกล้จมูกเกินไป ระวังด้วยการวางนิ้วมือคั่นไว้ที่ข้างจมูกระหว่างปัด

l การปัดจนเลยโหนกแก้มขึ้นไปใกล้ปลายหางตาเล็กน้อย จะทำให้ดูสดใสมากยิ่งขึ้น

พวงแก้มสีชัดแลดูมีมิติ

l สร้างมิติให้พวงแก้มได้ไม่ยาก ด้วยการเบลนสีระเรื่อแบบโทนชมพูหรือเบอร์รี่ให้สีแก้มสวยทุกมุมมอง

l เลือกสีที่ดูเป็นธรรมชาติและเหมาะกับโทนสีผิว ใช้แปรงปลายเฉียง แต้มสีบลัชบริเวณปลายแปรง ทาที่โหนกแก้มให้ดูฟุ้ง

l เริ่มปัดแก้มจากด้านกรอบหน้าข้างหูจนถึงแก้ม ไล่ต่ำกว่าเส้นโหนกแก้ม

l แล้วแต้มสีบลัชอีกครั้ง ปัดที่บริเวณกลางแก้มให้ชัดอีกนิด แล้วปัดยาวไปจนถึงไรผม สร้างพวงแก้มเด่นสีชัดเจนยิ่งขึ้น

l ข้อแนะนำแบบมือโปร เทคนิค Cocktailing การเลือกใช้บลัช 2 สี คือโทนสีเดียวกับผิวที่บริเวณโหนกแก้ม และอีกเฉด ให้เลือกโทนสีแดงแบบเลือดฝาด ลงบริเวณพวงแก้ม ก็จะช่วยเพิ่มระดับความสวยให้ดูมีมิติ น่าค้นหามากยิ่งขึ้น

คืนพลังบวกให้ร่างกายและจิตใจ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/381174

คืนพลังบวกให้ร่างกายและจิตใจ

คืนพลังบวกให้ร่างกายและจิตใจ

วันพฤหัสบดี ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

หลีกหนีจากความวุ่นวายของเมืองกรุงเทพฯ แล้วมาผ่อนคลายแบบขั้นสุด ที่ อะเวย์ สปา (AWAY® Spa) ชั้น 6 โรงแรม ดับเบิ้ลยู กรุงเทพ ด้วยทรีทเม้นต์ใหม่ล่าสุด ที่ช่วยปรนนิบัติผิวคุณตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า เพื่อให้คุณดูดี รู้สึกดี พร้อมไปต่ออย่างมีพลัง

ตลอดเดือนธันวาคม นี้ ยังคงนำเสนอทรีทเม้นต์ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากแร่ธาตุและอัญมณีที่จะมาช่วยให้คุณเปล่งประกายและรู้สึกดีอย่างที่สุด ได้แก่ รูบี้ (Ruby), เอมเมอรัลด์(Emerald), โรส ควอตซ์ (Rose Quartz), แอเมทิสต์ (Amethyst) และ เจด (Jade) พร้อมอีก 2 ทรีทเม้นต์ใหม่ประจำซีซั่น ได้แก่ คริสตัล (Crystal) และ บลู แซฟไฟร์ (Blue Sapphire) เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่ 10.00-22.00 น. สำรองทรีทเม้นต์ล่วงหน้าโทร.02-3444160 หรือ อีเมล์ awayspa.wbangkok@whotels.com ติดตามข้อมูลข่าวสารที่ www.facebook.com/wbangkok หรือเว็บไซต์ www.wbangkok.com

ปวดหัวแบบไหน เรื่องใกล้ตัวที่ควรรู้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/381176

ปวดหัวแบบไหน เรื่องใกล้ตัวที่ควรรู้

ปวดหัวแบบไหน เรื่องใกล้ตัวที่ควรรู้

วันพฤหัสบดี ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

อาการปวดศีรษะ เป็นโรคยอดฮิตของทุกเพศทุกวัย โดยอาการปวดศีรษะส่วนใหญ่ที่พบได้บ่อยมักเป็นชนิดไม่รุนแรง สามารถรักษาได้ด้วยการดูแลตนเอง หรือรับประทานยาเพื่อบรรเทาอาการ แต่ในบางกรณี อาจเกิดจากเนื้องอกในสมอง หรือโรคร้ายแรงอื่นๆ ดังนั้นสิ่งสำคัญที่ผู้ที่มีอาการปวดศีรษะควรรู้คือ อาการปวดแบบไหนเป็นชนิดไม่รุนแรง และอาการปวดแบบไหนเป็นอันตรายและควรรีบพบแพทย์ เพื่อเข้ารับการรักษาอย่างทันท่วงที ลองมาดูกันว่าอาการเหล่านั้นมีอะไรบ้าง

พญ.ศุภมาศ วิบูรณ์สุขสันต์ อายุรศาสตร์โรคสมองและระบบประสาทรพ.เวชธานี เผยว่า อาการปวดศีรษะชนิดรุนแรง บางกรณี อาจมีสาเหตุมาจากโรคร้ายแรงในสมอง เช่น เลือดออกในสมอง ติดเชื้อในสมอง หรือ เนื้องอกในสมอง ถึงแม้จะพบไม่บ่อย แต่จำเป็นต้องรีบพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยโดยละเอียด เช่น การตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ CT-Scan หรือ ตรวจวินิจฉัยโรคด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า MRI เป็นต้น

โดยอาการปวดศีรษะที่ต้องรีบพบแพทย์มีดังนี้ ปวดศีรษะเฉียบพลัน และรุนแรงขึ้นมาทันที โดยเฉพาะผู้ที่ไม่เคยมีอาการปวดศีรษะ แบบเป็นๆ หายๆ มาก่อน, ปวดศีรษะมากขึ้นเรื่อยๆ ปวดขึ้นทุกวัน ทานยาแก้ปวดแล้วก็ไม่ดีขึ้น, ปวดมากจนไม่สามารถนอนหลับได้ หรือปวดมากจนตื่นกลางดึก, มีอาการผิดปกติอื่นๆร่วมด้วย เช่น ไข้ ตามัว เห็นภาพซ้อนชาแขนขา แขนขาอ่อนแรง คลื่นไส้อาเจียนรุนแรง, เป็นการปวดศีรษะครั้งแรก หลังอายุ 50 ปี สำหรับผู้ที่ไม่มีลักษณะอาการตามที่ระบุมาข้างต้น ก็มักจะเป็นอาการปวดศีรษะชนิดที่ไม่รุนแรง

พญ.ศุภมาศ วิบูรณ์สุขสันต์

ส่วนอาการปวดศีรษะชนิดไม่รุนแรง สาเหตุ อาจเกิดจากปวดศีรษะจากความเครียด (Tension Type Headache) พบมากที่สุดในทุกช่วงอายุ เกิดจากการเกร็งของกล้ามเนื้อบริเวณศีรษะซึ่งกระตุ้นจากความเครียด พักผ่อนน้อย หรือการกระทำที่ส่งผลให้กล้ามเนื้อคอบ่า ไหล่ เกร็งหรือตึง มีลักษณะปวดแบบตื้อๆ มึนๆ (Dull Aching) เหมือนมีอะไรมาบีบรัดบริเวณหน้าผาก ขมับ หรือท้ายทอย อาการปวดมักเป็นไม่มาก อาจปวดได้ตั้งแต่ไม่กี่ชั่วโมงจนถึงหลายวันการรักษาเบื้องต้น อาจรับประทานยาแก้ปวดชนิดพาราเซตามอล และพักผ่อนให้เพียงพอ ลดความเครียด อาการจะดีขึ้นหลังจากนั้น ปวดศีรษะไมเกรน พบได้บ่อยเป็นอันดับ 2 มักพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย ช่วงวัยรุ่นถึงวัยกลางคน อาการปวดค่อนข้างจำเพาะมีลักษณะปวดตุ๊บๆ (Throbbing) บริเวณขมับ ร้าวมาที่กระบอกตา หรือร้าวไปท้ายทอย มักปวดบริเวณข้างใดข้างหนึ่ง แต่บางรายอาจปวดทั้ง 2 ข้าง ส่วนใหญ่จะมีอาการคลื่นไส้อาเจียนร่วมด้วย และอาจมีอาการกลัวแสงหรือกลัวเสียง(Photophobia, Phonophobia) มีอาการนำก่อนปวด เช่น เห็นแสงผิดปกติ ทั้งนี้ อาการปวดมักมีปัจจัยกระตุ้นชัดเจน เช่น อากาศร้อน ความเครียด กลิ่นบางชนิด เช่น น้ำหอม บุหรี่ อาหารบางชนิด เช่น ชีส ช็อกโกแลต หรือรอบประจำเดือน เป็นต้น ระดับความปวดจะปวดมากกว่าชนิดแรก ตั้งแต่ปวดปานกลางไปจนถึงรุนแรงได้ มักจะมีอาการปวดอยู่นาน 4-72 ชั่วโมง การรักษาเบื้องต้น แนะนำให้นอนพักและอยู่ในที่เงียบ สงบ แสงไม่จ้าจนเกินไปหลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้นต่างๆ อาจรับประทานยาแก้ปวดชนิดที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) เช่น Naproxen, Ibuprofen หรือรับประทานยาแก้ปวดไมเกรน เช่นกลุ่ม Ergot, Triptans แต่ควรใช้ยาภายใต้คำแนะนำของแพทย์ ปวดศีรษะชนิดคลัสเตอร์ (Cluster headache) พบได้รองลงมา มักพบในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง และวัยกลางคนขึ้นไป เกิดจากความผิดปกติของการทำงานของระบบประสาทสมองคู่ที่ 5 และหลอดเลือดที่เกี่ยวข้อง รวมถึงระบบประสาทอัตโนมัติ มีลักษณะอาการปวดศีรษะเป็นชุดๆ มักปวดเวลาเดิมๆ ปวดติดต่อกันระยะเวลาหนึ่งแล้วหายไป อาการปวดแต่ละครั้งมักไม่นานมาก ประมาณ 1 ชั่วโมง แต่จะปวดรุนแรงกว่าไมเกรน ตำแหน่งมักปวดที่รอบกระบอกตา และอาจมีอาการตาแดง น้ำตาไหล น้ำมูกไหลหนังตาตกร่วมด้วยได้ การรักษาเบื้องต้นเวลามีอาการปวด ผู้ป่วยมักจะกระสับกระส่าย นอนนิ่งๆ ไม่ได้ การดมออกซิเจน และใช้ยาแก้ปวดที่จำเพาะ จะช่วยลดอาการปวดศีรษะได้ ดังนั้นเมื่อมีอาการปวดจึงควรมาพบแพทย์

อย่างไรก็ตาม อาการปวดศีรษะมีได้หลายชนิด และมีวิธีการรักษาที่ต่างกัน หากไม่แน่ใจอาการ ควรปรึกษาและพบแพทย์เพื่อให้ได้การวินิจฉัยที่ถูกต้อง ไม่ควรซื้อยารับประทานเอง เนื่องจากอาจจะมีผลข้างเคียงจากยา หรือเกิดภาวะใช้ยาแก้ปวดเกินขนาด

ริดสีดวงทวารหนักรักษาง่าย ไม่ยากอย่างที่คิด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/381172

ริดสีดวงทวารหนักรักษาง่าย ไม่ยากอย่างที่คิด

ริดสีดวงทวารหนักรักษาง่าย ไม่ยากอย่างที่คิด

วันพฤหัสบดี ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ริดสีดวงทวารหนัก (Hemorrhoids) คือ การมีหลอดเลือดดำบริเวณปลายสุดของลำไส้ใหญ่และที่ขอบรูทวารหนักโป่งพองและยื่นออกมา โดยสามารถแบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ 1.ริดสีดวงทวารชนิดภายใน ที่ปกติจะไม่โผล่ออกมา และคลำไม่ได้  และ 2.ริดสีดวงทวารชนิดภายนอก ที่สามารถมองเห็น และคลำได้ โดยอาจจะมีเลือดออกขณะหรือหลังถ่ายอุจจาระ ดังนั้นมาไขข้อสงสัยจาก “ริดสีดวงทวารหนัก”ในแง่มุมของสาเหตุ และการรักษา ได้จาก ข้อมูลดีๆ โดย ทีมแพทย์โรงพยาบาลในเครือบริษัท พริ้นซิเพิลเฮลท์แคร์ จำกัด ดังนี้

สาเหตุ ที่พบบ่อยคือ อุปนิสัยการรับประทานอาหารและการขับถ่าย รวมทั้งการตั้งครรภ์การยืนนานๆ หรือโรคบางอย่าง โดยการรักษาริดสีดวงทวารหนักนั้น สามารถทำได้หลายวิธี อาทิ แช่ก้นในน้ำอุ่นผสมด่างทับทิมการเหน็บยา ฉีดยา จี้ด้วยอินฟราเรดผูกรัดหัวริดสีดวง ผ่าตัด เป็นต้น

แต่ทั้งนี้ ริดสีดวงทวารหนักรักษาง่ายไม่ยากอย่างที่คิด การผ่าตัดด้วยเครื่องตัดเย็บอัตโนมัติ หรือ STAPLER HEMORRHOIDECTOMY โดยการตัดเนื้อเยื่อทวารหนักส่วนเกินและเย็บดึงรั้งส่วนที่เหลือขึ้นไปในทวารหนัก โดยรอยเย็บจะอยู่สูงกว่าแนวเส้นประสาทรับความรู้สึกเจ็บปวด ทำให้มีอาการเจ็บหลังผ่าตัดน้อยกว่าการผ่าตัดแบบเก่า และไม่มีบาดแผลภายนอก

โดยปัจจุบัน การรักษาแบบไม่เจ็บด้วยนวัตกรรม HAL-RAR เป็นแนวทางใหม่ในการรักษาริดสีดวงทวาร โดยใช้คลื่นเสียงความถี่สูงช่วยตรวจหาตำแหน่งหลอดเลือดแดงที่มาเลี้ยงหัวริดสีดวงทวารหนัก แล้วเย็บผูกหลอดเลือดบริเวณที่ไม่มีเส้นประสาทรับความรู้สึกทำให้ไม่มีการเจ็บปวดหัวริดสีดวงที่ถูกผูกรัดจะยุบตัวและฝ่อลง ในกรณีที่ก้อนริดสีดวงมีขนาดใหญ่ยื่นออกมาก็สามารถทำการเย็บรั้งดึงหัวริดสีดวงกลับเข้าไปด้านในทวารหนักได้ โดยไม่มีการตัดเนื้อเยื่อออก

ข้อดีของการรักษาด้วยวิธีHAL-RAR 1.เจ็บน้อย ลดความทรมานจากเจ็บปวดบาดแผล 2.ไม่มีแผลผ่าตัดบริเวณรอบปากทวารหนัก 3.ฟื้นตัวเร็ว ลดภาวะแทรกซ้อนต่างๆ บางรายสามารถกลับบ้านได้หลังผ่าตัด โดยไม่ต้องนอนโรงพยาบาล และสามารถกลับไปทำงานได้ภายใน 2-3 วัน

เพียงเท่านี้ คุณก็สามารถเอาชนะ อาการริดสีดวงทวาร ได้ไม่ยาก หรือสามารถขอคำปรึกษาจากทีมแพทย์โรงพยาบาลในเครือบริษัท พริ้นซิเพิล เฮลท์แคร์ จำกัด โรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิ (จังหวัดสมุทรปราการ)โรงพยาบาลพริ้นซ์ ปากน้ำโพ (จังหวัดนครสวรรค์) โรงพยาบาลพิษณุเวช (จังหวัดพิษณุโลก) และโรงพยาบาลสหเวช (จังหวัดพิจิตร)) และสามารถติดตามสาระดีๆ เกี่ยวกับการแพทย์ได้ที่ www.princhealth.com