รัดเกล้าล้ำค่าของราชวงศ์อังกฤษถูกขโมย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/571783

  • วันที่ 24 พ.ย. 2561 เวลา 10:34 น.

รัดเกล้าล้ำค่าของราชวงศ์อังกฤษถูกขโมย

“เดอะ พอร์ตแลนด์ เทียร่า” รัดเกล้าเพชรล้ำค่าของราชวงศ์อังกฤษถูกขโมย คาดเพชรถูกถอดขายในตลาดมืดแล้ว

ไอทีวีของอังกฤษรายงานว่า The Portland tiara ซึ่งเป็นรัดเกล้าประดับเพชรมูลค่านับล้านปอนด์ของราชวงศ์อังกฤษได้ถูกขโมยไปจากการจัดแสดงที่ The Welbeck Estate ที่ตั้งของ Welbeck Abbey ซึ่งเป็นคฤหาสน์ประจำตระกูลของดยุกแห่งพอร์ตแลนด์ ในเมือง Worksop มณฑล Nottinghamshire เมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา

เจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิฐานว่าหัวขโมยซึ่งคาดว่าจะมีหลายคน ได้บุกรุกเข้าไปในส่วนจัดแสดงของ Portland Collection Gallery ช่วงเวลาระหว่าง 21.45 น. ถึง 22.00 น. นอกจากรัดเกล้าชิ้นดังกล่าวแล้ว หัวขโมยยังได้นำเข็มกลัดประดับเพชรซึ่งถูกจัดแสดงอยู่ในตู้เดียวกันไปด้วย ซึ่งขณะนั้นสัญญาณเตือนได้ดังขึ้นแล้ว

 

 

นาย Richard Edgcumbe ภัณฑารักษ์ผู้ดูแลเครื่องประดับราชวงศ์ของพิพิธภัณฑ์ พระราชินีวิคตอเรีย และเจ้าชายอัลเบิร์ต ในกรุงลอนดอนเผยว่า รัดเกล้าชิ้นนี้นับว่าเป็นเครื่องประดับราชวงศ์ชิ้นสำคัญชิ้นหนึ่งของอังกฤษ

ได้รับการจัดสร้างโดย Cartier ผู้ผลิตเครื่องประดับชื่อดังของฝรั่งเศสในปี 1902 และเคยเป็นหนึ่งในเครื่องประดับชิ้นสำคัญที่ถูกครอบครองโดยดยุกแห่งพอร์ตแลนด์ และเคยถูกสวมโดยดัชเชสแห่งพอร์ตแลนด์ ในพิธีบรมราชาภิเษกของพระเจ้าเอ็ดเวิรด์ที่ 7 แห่งอังกฤษ

โดยบรรดาแวดวงเครื่องประดับเพชรจะทราบกันดีว่ารัดเกล้าชิ้นนี้มีมูลค่านับล้าน แต่ไม่มีการนำออกมาขายทอดตลาด

นอกจากนี้ตำรวจยังเชื่อว่า รถยนต์ออดี้ เอส 5 สีน้ำเงิน ซึ่งพบว่าถูกเผาในเขตครอส เลน ที่เมืองบิลด์เวิร์ธ นั้นจะเป็นรถยนต์ที่คนร้ายใช้ก่อเหตุเพื่อทำลายหลักฐาน ขณะที่ตัวเพชรนั้นคาดว่าจะถูกแยกชิ้นส่วนและนำออกขายในตลาดมืดเรียบร้อยแล้ว

รมว.คลังสิงคโปร์ ตัวเก็งนายกฯคนต่อไป

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/571744

  • วันที่ 23 พ.ย. 2561 เวลา 18:43 น.

รมว.คลังสิงคโปร์ ตัวเก็งนายกฯคนต่อไป

พรรคกิจประชาชนของรัฐบาลสิงคโปร์ เลือกนายเฮง สวีกีต นั่งเลขาฯพรรคคนใหม่

สื่อท้องถิ่นของสิงคโปร์รายงานว่า พรรคกิจประชาชน (PAP) ของนายกรัฐมนตรีลีเซียนลุง และเป็นพรรครัฐบาลสิงคโปร์ ได้ประกาศรายชื่อคณะกรรมาธิการบริหารพรรคชุดใหม่ โดยได้เสนอให้นาย นายเฮง สวีกีต (Heng Swee Keat) วัย 57 ปี ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งเป็นรมว.การคลังของสิงคโปร์รับตำแหน่งเลขาธิการพรรคคนใหม่แทน

ขณะเดียวการนายลีเซียนลุง นายกฯสิงคโปร์ ซึ่งดำรงตำแหน่งในเลขาฯพรรคกำลังก้าวลงจากตำแหน่งเลขาพรรค รวมถึงกำลังจะหมดวาระนายกสิงคโปร์ในปี 2021 นี้ แต่นายลีได้เผยเป็นนัยว่า อาจจะมีการเลือกตั้งก่อนกำหนดภายในปีหน้า

ทั้งนี้ การเลือกนายเฮง ขึ้นมาเป็นเลขาพรรคครั้งนี้ ทำให้หลายฝ่ายจับตามองว่า เขามีโอกาสสูงที่จะได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรีของสิงคโปร์คนต่อไป จากความนิยมในพรรคกิจประชาชนซึ่งเป็นพรรคที่ได้รับการเลือกให้เป็นพรรครัฐบาลมาโดยตลอดนับคตั้งแต่นายลีกวนยู

ผู้ก่อตั้ง “ดอลเช่ & กาบบานา” ออกแถลงการณ์ขอโทษต่อชาวจีน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/571740

  • วันที่ 23 พ.ย. 2561 เวลา 17:16 น.

ผู้ก่อตั้ง "ดอลเช่ & กาบบานา" ออกแถลงการณ์ขอโทษต่อชาวจีน

นายโดมินิโก โดลเช่ และนายสเตฟาโน กาบบานา ผู้ร่วมก่อตั้งแบรนด์ D&G ออกแถลงการณ์ขอโทษกรณีหมิ่นวัฒนธรรมจีน

วันนี้ (23 พ.ย.) นายโดมินิโก โดลเช และนายสเตฟาโน กาบบานา ผู้ร่วมก่อตั้งและหัวหน้าทีมออกแบบของDolce & Gabbana แบรนด์แฟชั่นชื่อดังสัญชาติอิตาลีได้ออกแถลงการณ์ผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย ขอโทษต่อชาวจีนต่อกรณีดราม่าโฆษณาหมิ่นวัฒนธรรม จนส่งผลให้ต้องมีการระงับงานแสดงแฟชั่นโชว์ที่นครเซี่ยงไฮ้ เมื่อวันพุธที่ผ่านมา

โดยทั้งนายโดมินิโก และนายสเตฟาโน ได้กล่าวผ่านคลิปวิดิโอความยาว 1.26 นาที ซึ่งมีใจความสำคัญระบุว่า พวกเขารู้สึกเสียใจต่อสิ่งที่เกิดขึ้น รวมถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นจากคำพูดของเขา โดยเฉพาะในแง่ของความเข้าใจผิดทางด้านวัฒนธรรม พวกเราเคารพต่อวัฒนธรรมของทุกประเทศ เราหวังว่าพวกคุณ (ชาวจีน) จะให้อภัยพวกเรา

“เราต้องขอกล่าวคำขอโทษต่อชาวจีนทั่วโลกอย่างจริงใจ ไม่เพียงแค่ข้อความนี้เท่านั้น  เรารักประเทศจีน เราเคยเดินทางเยือนหลายเมืองของจีน เรารักในวัฒนธรรมของพวกคุณ และเราได้เรียนรู้จากวัฒนธรรมเหล่านั้นในหลายอย่าง นั้นคือเหตุผลที่ทำไมเราต้องขอโทษหากทำอะไรที่ผิดพลาด”

และนี่คือเหตุผลที่ทำเราต้องการการให้อภัยของคุณ (ชาวจีน) หากเราทำสิ่งใดให้พวกคุณขุ่นเคือง

นายกาบบานา ระบุว่า “เราจะไม่มีวันลืมประสบการณ์และบทเรียนราคาแพงนี้ และมันจะไม่มีวันเกิดขึ้นอีก เราเคารพวัฒนธรรมจีนในทุกด้าน และจากก้นบึ้งของหัวใจเราขอการให้อภัยจากพวกคุณ” จากนั้นทั้งสองได้กล่าวปิดท้ายคลิปดังกล่าวเป็นคำว่า “ขอโทษ” ในภาษาจีน

ทั้งนี้ การออกมาขอโทษของทั้งสองมีขึ้นหลังจากที่ มีรายงานว่าทางเว็บไซต์อีคอมเมิรซ์ชื่ิอดังของจีนหลายแห่งอย่าง Alibaba, JD, Secoo และอีกหลายแห่ง ต่างพากันถอดสินค้าของทางแบรนด์ออกจากหน้าเว็บไซต์ ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวจะส่งผลเสียให้ทางแบรนด์ต้องสูญเสียฐานลูกค้าชาวจีนซึ่งมีกำลังซื้อสูง และเป็นตลาดใหญ่ไป

 

ฮิลลารี คลินตัน : ยุโรปต้องจัดการปัญหาผู้อพยพ เพื่อต่อต้านลัทธิชาตินิยมขวาจัด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/571737

  • วันที่ 23 พ.ย. 2561 เวลา 16:03 น.

ฮิลลารี คลินตัน : ยุโรปต้องจัดการปัญหาผู้อพยพ เพื่อต่อต้านลัทธิชาตินิยมขวาจัด

นางฮิลลารี คลินตัน หนุนยุโรปจัดการปัญหาผู้อพยพอย่างจริงจัง เพื่อหยุดยั้งแนวคิดชาตินิยมขวาจัด

นางฮิลลารี คลินตัน อดีตผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดี และอดีตรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ได้เปิดเผยผ่านสื่อว่า ยุโรปความจัดการอย่างเด็ดขาดกับประเด็นผู้อพยพ ซึ่งเป็นต้นเหตุของการนำไปสู่แนวคิดชาตินิยมขวาจัด

คำกล่าวของนางคลินตันครั้งนี้ มีขึ้นระหว่างการให้สัมภาษณ์ต่อสำนักข่าวเดอะการ์เดี้ยน โดยเธอได้ยกย่องนางอังเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีเยอรมนี ต่อนโยบายการเปิดรับผู้อพยพด้วย แต่ทว่า การเปิดรับผู้อพยพดังกล่าวนั้นไม่อาจจะสนับสนุนได้ตลอดเวลา

นางคลินตันระะบุว่า ยุโรปควรต้องจัดการกับปัญหาผู้อพยพอย่างจริงจัง ไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นสิ่งที่จุดเปลวไฟแห่งความขัดแย้งขึ้นมาได้

นางคลินตันยังกล่าวได้เปรียบเทียบปัญหาผู้อพยพที่อาจนำไป ผลลัพธ์ทางความเสี่ยงด้านประชาธิปไตยอย่าง การได้รับชัยชนะของประธานาธิบดีทรัมป์ ว่า “การใช้ประเด็นผู้อพยพเป็นเครื่องมือทางการเมือง รวมถึงการถูกใช้ในฐานะสิ่งที่ทำลายอัตลักษณ์ของชาตินั้นได้เกิดขึ้นแล้วในคณะบริหารชุดปัจจุบัน”

ทั้งนี้ สำหรับปัญหาผู้อพยพในสหภาพยุโรปนั้น มีจำนวนทวีมากขึ้นนับตั้งแต่ปี 2015 ที่สหภาพยุโรปได้ออกมาตรการรับผู้อพยจากตะวันออกกลางที่ได้รับผลกระทบจากสงครามในซีเรีย กระทั่งปัจจุบันหลายประเทศได้ใช้มาตรการที่ปิดกันพรมแดน และไม่รับผู้อพยพอีกอันเนื่องมาจากการขึ้นมามีอำนาจของรัฐบาลฝ่ายขวาจัดในหลายประเทศ ทั้งอิตาลี ออสเตรีย รวมถึงมีพรรคการเมืองฝ่ายขวาหลายพรรคที่กำลังได้รับความนิยมอย่างท่วมท้นอย่างพรรค AfD ของเยอรมนี และ พรรคSweden Democrats ของสวีเดน

พบจอมปลวกโบราณอายุ 4,000 ปีในบราซิล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/571726

  • วันที่ 23 พ.ย. 2561 เวลา 14:52 น.

พบจอมปลวกโบราณอายุ 4,000 ปีในบราซิล

นักวิทย์ค้นพบอาณาจักรปลวกยุคโบราณอายุนับพันปี ขนาดพอๆกับเกาะอังกฤษ ทางตะวันออกเฉียงเหนือของบราซิล

ทีมนักวิจัยด้านกีฏวิทยาได้ตีพิมพ์งานวิจัยลงในวารสาร Current Biology ฉบับเดือนพ.ย.นี้ โดยระบุถึงการค้นพบอาณาจักรจอมปลวกโบราณขนาดใหญ่ ในพื้นที่แห้งแล้งของเขตป่าอันห่างไกลที่ยังไม่มีใครเข้าถึง แถบตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศบราซิล

รายงานระบุว่า จอมปลวกเหล่านี้คาดว่าจะมีอายุมากถึงราว 4,000 ปี และพวกมันอาจมีอาณาจักรใต้ดินขนาดใหญ่ครอบคลุมเนื้อที่ราว 230,000 ตางรางกิโลเมตร หรือ พอๆกับเกาะอังกฤษ

จอมปลวกเหล่านี้ถูกปกคลุมด้วยต้นไม้พุ่มเตี้ยๆอยู่เต็มพื้นที่ จึงส่งผลให้นักสำรวจไม่สามารถพบมันด้วยภาพจากดาวเทียมได้ โดยจากการประเมินของทีมนักวิจัยคาดว่า จะมีกองดินจอมปลวกลักษณะนี้อยู่ราว 200 ล้านจอม มีขนาดความสูงราว 2.5 เมตร เส้นผ่าศูนย์กลาง 9 เมตร

 

 

ศ. Stephen Martin หัวหน้าทีมนักวิจัย จากมหาวิทยาลัยซัลฟอร์ด สหราชอาณาจักร ระบุว่า กองจอมปลวกเหล่านี้ไม่ใช้รังของปลวกที่แยกจากกัน แต่พวกมันถูกสร้างให้มีเครือข่ายรังใต้ดินขนาดยักษ์ที่ซับซ้อนกินพื้นที่เป็นบริเวณกว้าง

“จากการประเมินแล้วคาดว่า จำนวนดินที่ถูกใช้มาสร้างจอมปลวกเหล่านี้มีจำนวนมหาศาลมากพอที่จะใช้สร้างมหาปีรามิดแห่งกีซาได้ถึง 4,000 แห่ง และนับว่าเป็นหนึ่งในการค้นพบทางชีววิทยาครั้งใหญ่ที่สุด สำหรับสิ่งมีชีวิตจำพวกแมลงสายพันธฺ์เดียว”

 

 

ทั้งนี้จากการเก็บตัวอย่างดินภายในจอมปลวกจำนวน 11 จอม ทีมนักวิจัยประเมินว่า จอมปลวกเหล่านี้อาจมีอายุตั้งแต่ 690 ถึง 3,820 ปี นั้นหมายความว่าอาณาจักรปลวกแห่งนี้อาจเป็นอาณาจักรปลวกที่มีอายุเก่าแก่ที่สุดในโลก จากก่อนหน้านี้ที่มีการค้นพบอาณาจักรปลวกในทวีปแอฟริกา

อย่างไรก็ดี ทีมนักวิจัยยังไม่ทราบคำตอบที่แน่ชัดถึงโครงสร้างภายในที่ชัดเจน รวมถึงปลวกที่สร้างรังดังกล่าวก็ยังไม่เคยมีการค้นพบมีไหนมาก่อนด้ว

คนร้ายกราดยิงถล่มสถานกงสุลจีนในปากีสถาน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/571710

  • วันที่ 23 พ.ย. 2561 เวลา 13:21 น.

คนร้ายกราดยิงถล่มสถานกงสุลจีนในปากีสถาน

เกิดเหตุคนร้ายยิงถล่มสถานกงสุลจีน ในนครการาจี ของปากีสถาน เบื้องต้นตำรวจเสียชีวิต 2 ราย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนกราดยิงที่บริเวณสถานกงสุลจีน ในนครการาจี ของประเทศปากีสถานเมืองเวลาราว 09.30 น.ตามเวลาท้องถิ่น

รายงานระบุว่ามีปืน 4 คน ได้ใช้อาวุธปืนกราดยิงเจ้าหน้าที่ด้านหน้าสถานทูตเสียชีวิตไป 2 นาย  พร้อมกับพยายามเข้าไปด้านใน แต่ถูกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของสถานทูตสกัดไว้ได้ก่อนส่งผลให้มือปืนทั้ง 4 รายเสียชีวิตแล้ว

 

ด้านผู้เห็นเหตุการณ์เปิดเผยว่า ได้ยิงเสียงที่คล้ายกับระเบิด กับเสียงปีนอีกหลายนัด ขณะที่สถานีโทรทัศน์ท้องถิ่นได้แพร่ภาพของกลุ่มควันด้านนอกสถานทูตดังกล่าว

ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจของปากีสถานได้เข้าปิดล้อมสถานกงสุลดังกล่าวเพื่อความปลอดภัยแล้ว อย่างไรก็ดีสื่อท้องถิ่นระบุว่า บรรดาเจ้าหน้าที่สถานทูตซึ่งทำงานอยู่ภายในยังคงปลอดภัย และไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ

ทั้งนี้ ได้มีกลุ่มแบ่งแยกดินแดนในแถบจังหวัด Balochistan ได้ออกมาอ้างความรับผิดชอบในเหตุโจมตีดังกล่าวแล้ว

สำหรับประเทศจีนนั้น เป็นหนึ่งในพันธมิตรที่ใกล้ชิดกับปากีสถานอย่างมาก โดยเฉพาะช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้ รัฐบาลจีนได้เข้าไปลงทุนในโครงการต่างๆของปากีสถานจำนวนมาก โดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐาน

รบ.ญี่ปุ่นอาจจ่ายเงินจ้างให้ประชาชนย้ายออกจากโตเกียว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/571701

  • วันที่ 23 พ.ย. 2561 เวลา 12:16 น.

รบ.ญี่ปุ่นอาจจ่ายเงินจ้างให้ประชาชนย้ายออกจากโตเกียว

รัฐบาลญี่ปุ่นอาจพิจารณาการมอบเงิน จำนวน 3 ล้านเยน จูงใจให้ปชช.ย้ายออกจากเมืองหลวงเพื่อลดความแออัด

สำนักข่าวเอ็นเอชเครายงานเมื่อวันที่ 22 พ.ย. ระบุว่า รัฐบาลญี่ปุุ่นกำลังพิจารณาทางเลือกในการจ่ายเงินจำนวนราว 3 ล้ายเยน หรือราว 890,000 บาท เพื่อจูงใจให้ประชาชนย้ายออกจากกรุงโตเกียว ไปทำงาน ใช้ชีวิต หรือสร้างครอบครัวในเมืองอื่นๆของญี่ปุ่น เพื่อลดความแออัดในเมืองหลวง

รายงานระบุว่ารัฐบาลญี่ปุ่นกำลังพิจารณามาตรการมอบเงินจำนวนราว 3 ล้านเยน ให้แก่ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ทั้ง 23 เขตของกรุงโตเกียว หากแสดงความจำนงในการย้ายออกจากเมืองหลวงไปหางานทำในเมืองอื่นของประเทศ โดยเงินช่วยเหลือดังกล่าวจะมาจากงบประมาณในปีถัดไป

ทั้งนี้ สำหรับกรุงโตเกียวรวมถึงพื้นที่ในเขตปริมณฑลอื่นๆ เป็นหนึ่งในเมืองหลวงที่มีจำนวนประชากรหนาแน่นที่สุดในโลก โดยมีจำนวนประชากรมากถึง 38 ล้านคน และมีแนวโน้มประชากรในเมืองเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ แม้การเพิ่มขึ้นดังกล่าวจะสวนทางกับอัตราประชากรของญี่ปุ่นที่มีอัตราการเกิดลดลง

ซึ่งนอกจากกรุงโตเกียวแล้ว เมืองแห่งอื่นๆของญี่ปุ่นก็มีอัตราการความหนาแน่นของประชากรเพิ่มขึ้นเช่นกันอย่าง จังหวัดชิบะ คานากาวะ และไซตามะ

รายงานของเอ็นเอชเคระบุว่า เป็นเวลากว่า 22 ปีแล้วที่กรุงโตเกียวมีจำนวนประชากรที่ย้ายเข้ามาในเมืองหลวงเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างก้าวกระโดด โดยพบว่าเกือบหนึ่งในสามของประชากรชาวญี่ปุ่นทั้งประเทศ อาศัยอยู่ในพื้นที่โตเกียว ขณะเดียวกันในหลายจังหวัดของญี่ปุ่น ก็มีอัตราการเพิ่มขึ้นของประชากรทุกปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมืองที่เป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมของประเทศในเขตภาคกลาง อย่างจังหวัดไอจิ

ซึ่งนอกจากการมอบเงินจำนวนดังกล่าวนั้นแล้ว ทางรัฐบาลอาจออกมาตรการทางภาษีเพื่อจูงใจให้ประชาชนย้ายออกจากเมืองใหญ่ ไปยังเมืองแห่งอื่นอย่างเมือง เซนได และซัปโปโร ด้วย

ทั้งนี้ รัฐบาลญี่ปุ่นได้ใช้ความพยายามมานานหลายทศวรรษ ในการสร้างแรงจูงใจให้ผู้คนย้ายออกจากเมืองหลวง อีกทั้งยังเป็นการช่วงพัฒนาพื้นที่แหล่งเสื่อมโทรมนอกเขตเมืองให้กับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งหนึ่งภายใต้โครงการที่เรียกว่า “การฟื้นฟูภูมิภาค” (revitalization of regions)

อีคอมเมิร์ซจีนถอดสินค้า D&G เซ่นปมหมิ่นวัฒนธรรม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/571690

  • วันที่ 23 พ.ย. 2561 เวลา 10:53 น.

อีคอมเมิร์ซจีนถอดสินค้า D&G เซ่นปมหมิ่นวัฒนธรรม

อีคอมเมิร์ซดังหลายแห่งของจีน พร้อมใจถอดสินค้า D&G จากเว็บไซต์

จากกรณีดราม่าของคลิปโฆษณางานแฟชั่นโชว์ ของแบรนด์สินค้าชื่อดังสัญชาติอิตาลีอย่าง โดลเช แอนด์ กาบบานา นั้น ล่าสุดทางเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซชื่อดังของจีนหลายแห่ง อย่างทีมอลล์ เจดีดอทคอม Xiaohongshu และเว็บไซต์ขนาดเล็กอื่นๆได้ถอดสินค้าแบรนด์ดังกล่าวออกจากหน้าเว็บไซต์แล้ว

 

 

ขณะเดียวกันรายงานจากเว็บไซต์เชี่ยงไฮลิสต์ ได้มีการระบุว่าบรรดาชาวจีนที่ไม่พอใจการแสดงความคิดเห็นของนายสเตฟาโน กาบบานา ผู้ร่วมก่อตั้งและดีไซน์เนอร์ของแบรนด์ดังกล่าว ได้มีการนำป้ายที่ระบุว่า NOT ME ไปติดประท้วงไว้ที่ด้านหน้าของร้าน D&G ตามสาขาต่างๆ เพื่อแสดงความเยาะเย้ยนายสเตฟาโน ที่ว่าข้อความที่มีการหลุดตามโซเชียลมีเดียที่เขากล่าวหาคนจีนว่ารับประทานเนื้อสุนัข และเป็นประเทศที่เต็มไปด้วยอุจจาระนั้น มาจากการถูกแฮกและไม่ใช่เขาที่เป็นคนกล่าวคำพูดเหล่านั้น

 

ไลอ้อนแอร์เตรียมทบทวนคำสั่งซื้อเครื่องบินโบอิ้ง หลังเกิดเหตุตกผู้โดยสารดับทั้งลำ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/571652

  • วันที่ 22 พ.ย. 2561 เวลา 21:55 น.

ไลอ้อนแอร์เตรียมทบทวนคำสั่งซื้อเครื่องบินโบอิ้ง หลังเกิดเหตุตกผู้โดยสารดับทั้งลำ

“ไลอ้อน แอร์”เตรียมทบทวนคำสั่งซื้อโบอิ้ง หลังเกิดอุบัติเหตุตกในทะเลทำให้ผู้ที่อยู่บนเครื่อง189คนเสียชีวิต

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายดาเนียล ปูทุต ผู้อำนวยการฝ่ายความปลอดภัยและมั่นคงของสายการบินไลอ้อน แอร์ กล่าวว่า ทางสายการบินจะเข้าพบบริษัทโบอิ้งในวันที่ 30 พ.ย. เพื่อพิจารณาทบทวนคำสั่งซื้อเครื่องบินโบอิ้งรุ่น 737 MAX แบบลำตัวแคบ จนถึงปี 2578

ไลอ้อน แอร์นับเป็นหนึ่งในลูกค้ารายใหญ่ที่สุดของโบอิ้ง โดยได้สั่งซื้อเครื่องบินโบอิ้ง 737 MAX 10 จำนวน 50 ลำ ในเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา โดยมีวงเงิน 6.24 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่บริษัทมีคำสั่งซื้อเครื่องบินโบอิ้งรุ่น 737 MAX จำนวน 261 ลำจนถึงปี 2578

การทบทวนคำสั่งซื้อเครื่องบินโบอิ้งของสายการบินไลอ้อน แอร์มีขึ้น หลังจากที่เครื่องบินโบอิ้ง 737 MAX ของสายการบินไลอ้อน แอร์ ได้ประสบอุบัติเหตุตกลงในอินโดนีเซียในเดือนที่แล้ว จนส่งผลให้ผู้ที่อยู่บนเครื่องทั้งหมด 189 คนเสียชีวิต

ภาพ เอเอฟพี

“หอเอนเมืองปิซา” อาจกำลังกลับมาตั้ง ‘ตรง’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/571647

  • วันที่ 22 พ.ย. 2561 เวลา 19:29 น.

"หอเอนเมืองปิซา" อาจกำลังกลับมาตั้ง 'ตรง'

“หอเอนเมืองปิซ่า” เอียงน้อยลง 4 เซนติเมตร หรือเท่ากับความเอียงในยุคศตวรรษที่ 19

หอเอนแห่งเมืองปิซา สถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังของอิตาลี ซึ่งเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกจากความ “เอียง” อันเป็นเอกลักษณ์นั้น อาจจะต้องสูญเสียเอกลักษณ์ของมันไปทีละเล็กทีละน้อยหลังจากนี้

เนื่องจากบรรดาวิศกร และผู้เชี่ยวชาญซึ่งเป็นทีมที่รับผิดชอบการบูรณะหอคอยดังกล่าวนี้ ได้เปิดเผยเมื่อวันพุธ (21 พ.ย.) ที่ผ่านมา รายงานระบุว่ากลุ่มอนุรักษ์หอเอนแห่งนี้ ได้ใช้ความพยายาม บูรณะเป็นเวลานานถึง 17 ปี เพื่อให้หอเอนดังกล่าว เอียงตัวช้าลง

ศ. Nunziante Squeglia ด้านวิศวกรรมธรณีเทคนิค จากมหาวิทยาลัยปิซา ระบุว่า หอคอยความสูง 57 เมตรแห่งนี้ ได้เคลื่อนกลับมาตั้งตรงราว 4 เซนติเมตรตลอดช่วง17 ปีที่ผ่านมา

ด้านกลุ่มเฝ้าระวังของหอคอย (The tower’s Surveillance Group) ซึ่งรับผิดชอบการเฝ้าระวังการเอียงระบุว่า “หลังจากนี้หอคอยจะค่อยๆ กลับมาตั้งตรงอย่างช้าๆ”

 

 

“สิ่งที่สำคัญที่สุดตอนนี้คือการรักษาเสถียรภาพของหอคอยให้ได้นานที่สุด ซึ่งความเอียงลดลงราว 4 เซนติเมตรนี้ ราวกับว่าหอดังกล่าวได้มีความเอียงกลับไปเท่ากับความเอียงที่มีการบันทึกไว้ในช่วงต้นศตวรรษที่ 19 และหลังจากนี้ความลาดเอียงของหอคอยจะค่อยๆลดลง ด้วยเหตุผลการแก้ปัญหาทางวิศวกรรม”

ทั้งนี้ สำหรับหอคอยดังกล่าว ครั้งหนึ่งเคยเปิดให้ผู้เข้าชมได้ขึ้่นไปจนถึงยอดของหอคอย แต่ทว่าได้ปิดการเข้าชมในช่วงปี 1990 หลังจากที่ทีมรักษาหอคอยพบว่า มันมีองศาเอียงที่เพิ่มมากขึ้นถึง 5.5 องศา จนหลายฝ่ายหวั่นว่า หอคอยสูงอายุ 646 ปีนี้ จะถล่มลงมาในวันหนึ่งหากไม่มีการป้องกัน

ด้วยเหตุนี้หอคอยดังกล่าวได้รับการบูรณะฐานรากครั้งใหญ่ระหว่างปี 1993-2001 โดยผลจากการบูรณะครั้งนั้น ทำให้ปัจจุบันหอคอยแห่งนี้มีความลาดเอียงลดลงรวมแล้วถึง 45 เซนติเมตร หรือเหลือความลาดเอียงราว 3.97 องศา

สำหรับหอคอยแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ.1173 แล้วเสร็จในปี ค.ศ.1372 โดยใช้เวลาสร้างทั้งหมด 177 ปี กระทั่งปี ค.ศ.1987 หอเอนเมืองปิซาถูกประกาศให้เป็นมรดกโลก โดยเป็นส่วนหนึ่งของ Piazza Dei Miracoli และยังนับเป็นหนึ่งใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลางอีกด้วย