ไต้หวันเตรียมลงประชามติครั้งสำคัญถึง 10 ประเด็น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/571638

  • วันที่ 22 พ.ย. 2561 เวลา 18:07 น.

ไต้หวันเตรียมลงประชามติครั้งสำคัญถึง 10 ประเด็น

ไต้หวันเตรียมจัดลงประชามติในประเด็นสำคัญต่างๆ รวม 10 เรื่อง ทั้งการแต่งงานเพศเดียวกัน และเปลี่ยนชื่อเข้าแข่งขันโอลิมปิก ช่วงสุดสัปดาห์นี้

ทางการไต้หวันเตรียมจัดการลงประชามติครั้งสำคัญ ซึ่งจะมีขึ้นในเสาร์ที่ 24 พ.ย. นี้ โดยการลงประชามติครั้งนี้จะครอบคลุมในประเด็นสำคัญมากถึง 10 ประเด็น ซึ่งมีประเด็นสำคัญที่ต้องจับตามอง 2 ประเด็นหลักๆคือ การที่ไต้หวันจะเปลี่ยนชื่อในการเข้าแข่งขันกีฬาโอลิมปิกจากเดิมในนาม”จีนไทเป” เป็นชื่อ “ไต้หวัน”

 

 

ซึ่งการเข้าร่วมการแข่งขันโอลิมปิกหลายครั้งที่ผ่านมานั้น นักกีฬาจากไต้หวันจะเข้าแข่งขันในนามผู้แข่งจาก “จีนไทเป” ซึ่งการเตรียมลงประชามติดังกล่าวจะเป็นที่จับตามองอย่างมากสำหรับรัฐบาลปักกิ่ง ซึ่งได้แสดงความไม่พอใจมาก่อนหน้านั้นแล้ว ซึ่งหากชาวไต้หวันลงประชามติเสียงส่วนใหญ่ให้ใช้ชื่อ “ไต้หวัน” ในการเข้าแข่งขันกีฬาโอลิมปิก จะมีการใช้ชื่อดังกล่าวในการแข่งขันโอลิมปิกโตเกียว 2020 ที่ประเทศญี่ปุ่น

อย่างไรก็ดี การลงมติเปลี่ยนชื่อดังกล่าวนั้น กลับไม่ได้รับการสนับสนุนจากบรรดานักกีฬาโอลิมปิกหลายคน โดยส่วนใหญ่ต่างหนุนให้ใช้ชื่อ “จีนไทเป” ตามเดิม ด้วยเหตุผลตามข้อตกลงโลซานน์ในปี 1981 ที่คณะกรรมาธิการโอลิมปิกสากล (OIC) และคณะกรรมาธิการโอลิมปิกจีนไทเป (CTOC) ลงนามร่วมกัน ซึ่งเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ทาง OIC ได้ยื่นจดหมายต่อทาง CTOC ถึงประเด็นดังกล่าวว่าไม่อาจเปลี่ยนชื่อจาก “จีนไทเป” เป็นชื่ออื่นได้

ขณะที่บรรดานักกีฬาที่ต่อต้านการเปลี่ยนชื่อครั้งนี้ ระบุว่า ด้วยเหตุผลตามข้อตกลงโลซานน์ การแข่งขันโอลิมปิกเป็นเพียงเวทีระดับนานาชาติเพียงไม่กี่แห่งที่ยอมรับพวกเขาในฐานะนักกีฬาตัวแทนไต้หวัน

 

 

ส่วนอีกประเด็นที่สำคัญไม่แพ้กันคือ การให้สิทธิการแต่งงานของคู่รักเพศเดียวกัน ซึ่งหากผลการลงประชามติในประเด็นดังกล่าวผ่านความเห็นชอบจากเสียงส่วนใหญ่ จะส่งผลให้ไต้หวันกลายเป็นชาติแรกในเอเชียที่อนุญาตให้คู่รักเพศเดียวกันแต่งงานกันได้

ด้านคณะกรรมการการเลือกตั้งของไต้หวัน ระบุว่าคาดว่าจะมีผู้ออกมาลงคะแนนใช้สิทธิประชามติครั้งนี้อย่างล้นหลาม จากจำนวนผู้มีสิทธิออกเสียงราว 19.8 ล้านคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นการเปลี่ยนชื่อการเข้าแข่งกีฬาโอลิมปิก เนื่องจากเป็นประเด็นสำคัญที่รัฐบาลพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า (DPP) ของประธานาธิบดีไช่ อิงเหวิน ผู้นำหญิงไต้หวันคนปัจจุบัน ชูประเด็นเรื่องความอิสระจากรัฐบาลจีนแผ่นดินใหญ่มาตลอด

สองเกาหลีเชื่อมถนนข้ามเขต DMZ แล้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/571629

  • วันที่ 22 พ.ย. 2561 เวลา 16:44 น.

สองเกาหลีเชื่อมถนนข้ามเขต DMZ แล้ว

เกาหลีเหนือ-เกาหลีใต้ สร้างถนนเชื่อมพรมแดนบริเวณเขตปลอดทหารระหว่างกันเป็นครั้งแรกในรอบ 14 ปี

กระทรวงกลาโหมเกาหลีใต้เปิดเผยในวันนี้ (22 พ.ย.) ว่า ฝ่ายทหารของทั้งเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ได้เชื่อมถนนของทั้งฝ่ายกันแล้ว ในบริเวณจุดกึ่งกลางของเขตปลอดทหาร (DMZ) บนคาบสมุทรเกาหลีแล้ว ซึ่งนับเป็นการเชื่อมถนนระหว่างกันในบริเวณพรมแดนเป็นครั้งแรกในรอบ 14 ปี

 

 

รายงานระบุว่าถนนสายดังกล่าวจะมีความกว้าง 12 เมตร ก่อสร้างในพื้นที่เขต Cheorwon-gun มีระยะทางยาว 3 กิโลเมตรระหว่างกึ่งกลางของพรมแดนทั้งสองชาติ โดยโครงการดังกล่าวเริ่มก่อสร้างเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งแล้วเสร็จในวันนี้ และเตรียมเปิดใช้งานภายในปีหน้า เพื่อใช้ในภารกิจปฎิบัติการร่วมการส่งคืนกระดูกของทหาร และผู้เสียชีวิตในช่วงสงครามเกาหลีคืนสู่ญาติๆ

 

ทั้งนี้ การสร้างเชื่อมถนนของทั้งสองเกาหลีนั้น เป็นไปตามข้อตกลงของประธานาธิบดี มุน แจ-อิน แห่งเกาหลีใต้ และนาย คิม จอง-อึน ผู้นำเกาหลีเหนือที่ลงนามไว้เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา

อย่างไรก็ดี ก่อนหน้านี้ทั้งสองเกาหลีได้ร่วมกันทำลายป้อมสังเกตการณ์ทางทหารที่ตั้งอยู่ตามพรมแดนของทั้งสองฝ่ายด้วย

 

พายุฝุ่นถล่มนครซิดนีย์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/571612

  • วันที่ 22 พ.ย. 2561 เวลา 15:32 น.

พายุฝุ่นถล่มนครซิดนีย์

พายุฝุ่นพัดถล่มหลายพื้นที่ในแถบตะวันออกเฉียงใต้ของออสเตรเลีย ทางเตือนภัยคุณภาพอากาศ

สื่อท้องถิ่นออสเตรเลียรายงานว่า หลายพื้นที่ในแถบตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศกำลังเผชิญกับสภาพอากาศย่ำแย่ที่เกิดจากการพัดถล่มของพายุฝุ่นที่พัดถล่มจนส่งผลให้ทางการต้องออกมาเตือนภัยคุณภาพอากาศ รวมถึงประชาชนที่มีปัญหาด้านระบทางเดินหายใจ

 

ภาพ : 9News.au

 

รายงานะระบุว่า ทางการได้ออกประกาศเตือนภัยสุขภาพแก่ประชาชนในเมืองใหญ่อย่าง นครซิดนีย์ ตั้งแต่เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาหลังจากเกิดปรากฏการณ์พายุฝุ่นความยาวกว่า 500 กิโลเมตรพัดถล่ม จนส่งผลให้การจราจรในเมืองต้องประสบปัญหา หลายเที่ยวบินของสนามบินซิดนีย์ต้องล่าช้า ขณะเดียวกันหลายพื้นที่ของรัฐนิวเซาท์เวลส์ ประสบปัญหากับทัศนวิสัยไม่ชัดเจน

 

 

 

สำนักงานอุตุนิยมวิทยาของออสเตรเลีย อธิบายว่าปรากฏการณ์พายุฝุ่นครั้งนี้ เกิดขึ้นในแถบเมือง Broken Hill ห่างจากนครซิดนีย์ไปทางตะวันตกราว 1,100 กิโลเมตร เมื่อวันพุธที่ผ่านมา มีปัจจัยจากกระแสลมที่พัดหอบเอาฝุ่นจากพื้นดินที่แห้งแล้งขึ้นสู่อากาศ ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องมาจากสภาวะภัยแล้งในหลายพื้นที่ของรัฐนิวเซาท์เวลส์ตั้งแต่เดือนสิงหาคม

 

ภาพ : MATT WHITELUM

 

ด้านหน่วยสาธารณะสุขของรัฐ ได้รับรายงานมีผู้ป่วยเข้ารับการรักษาพยาบาลด้วยอากาศป่วยที่เกี่ยวกับระบบทางเดินหลายใจแล้วหลายราย แต่ไม่ได้ระบุจำนวนอย่างแน่ชัด

ขณะที่ผู้ใช้งานโซเชียลมีเดียหลายราย ได้มีการแชร์ภาพท้องฟ้าจากหลายพื้นที่รอบนครซิดนีย์ซึ่งมีสีน้ำตาล และมีทัศนะวิสัยที่ย่ำแย่ ทั้งนี้สำหรับนครซิดนีย์ เคยเผชิญพายุฝุ่นพัดถล่มครั้งรุนแรงมาแล้วเมื่อปี 2009

 

 

ใครคือหนุ่มมะกันที่ถูกชนเผ่าฆาตกรรมบนเกาะห่างไกล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/571594

  • วันที่ 22 พ.ย. 2561 เวลา 13:29 น.

ใครคือหนุ่มมะกันที่ถูกชนเผ่าฆาตกรรมบนเกาะห่างไกล

เปิดประวัติหนุ่มอเมริกัน ผู้ถูกชนเผ่าเซนทิเนลใช้ธนูยิงเสียชีวิต คาดเป็นมิชชันนารีหวังเข้าไปเผยแพร่ศาสนา

จากที่มีรายงานข่าวว่าพบนักท่องเที่ยวชาวอเมริกันรายหนึ่ง ถูกฆาตกรรมโดยชนเผ่าพื้นเมืองเซนทิเนล ผู้อาศัยบนเกาะเซนทิเนลเหนือ ซึ่งเป็นเกาะในพื้นที่สันโดษอันห่างไกล ในแถบหมู่เกาะอันดามัน

 

 

โดยนาย John Allen Chau ชาวอเมริกัน วัย 27 ปี ได้ถูกชนเผ่าเซนทิเนล ใช้ธนูยิงเขาจนเสียชีวิต หลังจากที่เขาพยายามขึ้นเกาะดังกล่าวเพื่อติดต่อกับชนพื้นเมือง ก่อนที่จะมีชาวประมงกู้ศพของเขาขึ้นจากทะเล

อ่านเพิ่มเติม : นักท่องเที่ยวสหรัฐ ถูกชนเผ่าเซนทิเนลใช้ธนูยิงดับ

 

จากรายงานตำรวจในท้องถิ่นระบุว่า นาย Chau ผู้นี้เป็นคริสเตียนมิชชันนารี ซึ่งหลังจากการตายของเขานั้น ในสื่อสังคมออนไลน์ได้มีการแชร์บทสัมภาษณ์ของเขา ซึ่งเคยให้สัมภาษณ์กับ Outbound Collective ซึ่งเป็นสื่อออนไลน์เกี่ยวกับการผจญภัย เมื่อ 4 ปี ก่อนโดยเขาระบุว่า

“ส่วนตัวเขารักการผจญภัย ไม่ว่าจะเป็นการเดินป่าไปตามเส้นทางพรมแดนระหว่างสหรัฐ-แคนาดา, หาน้ำตกที่ยังไม่เคยมีใครค้นพบในป่าลึกของหมู่เกาะอันดามัน หรือแค่เดินสำรวจไปรอบๆเมือง เพียงแค่นี้ก็ทำให้เขารู้สึกถึงการผจญภัยแล้ว” นาย Chau กล่าว

 

นาย Chau ยังได้เผยในบทสัมภาษณ์อีกว่า เขาได้แรงบันดาลใจในการผจญภัยมาจาก ดร. เดวิด ลิฟวิงสโตน นักสำรวจและนักเผยแพร่ศาสนาชื่อดังในยุควิคตอเรียน

ตามรายงานระบุว่า เขาถูกสังหารโดยชนเผ่าเซนทิเนลด้วยธนู หลังจากที่พยายามพายเรือแคนูขึ้นฝั่งไปที่เกาะดังกล่าว ซึ่งเป็นพื้นที่ทางรัฐบาลอินเดียประกาศเป็นพื้นที่สงวนของบุคคลภายนอก

ขณะที่รายงานของบีบีซีฮินดี ระบุว่า นาย Chau เคยพยายามเดินทางไปที่เกาะแห่งนี้ราว 4-5 ครั้ง ด้วยการจ้างเรือประมงท้องถิ่น

นาย Dependra Pathak ผู้อำนวยการตำรวจของหมู่เกาะอันดามัน ได้เผยต่อเว็บไซต์ข่าวท้องถิ่นของอินเดียว่า นาย Chau เป็นแพทย์เฉพาะทางบางอย่างจากรัฐอลาบามา

 

 

“หลายคนคิดว่าเขาเป็นมิชชันนารีผู้เผยแพร่ศาสนา เนื่องจากหลายครั้งเขามักโพสต์ข้อความที่เกี่ยวกับพระเจ้าในสื่อสังคมออนไลน์ แต่ทางตำรวจเชื่อว่าเขาอาจจะไม่ใช่มิชชั่นนารีตามที่สื่อรายงานกัน” นาย Dependra กล่าว “เขาอาจเป็นเพียงนักผจญภัย ที่อยากจะติดต่อกับชาวเซนทิเนลเท่านั้น”

 

 

ตำรวจระบุว่า นาย Chau ได้ว่าจ้างเรือประมงท้องถิ่นให้พาเขาไปยังจุดที่ใกล้ที่สุดของเกาะ ก่อนที่จะใช้เรือแคนูพายขึ้นฝั่ง แต่ก็ถูกชนพื้นเมืองสังหารดังกล่าว โดยชาวประมงรายหนึ่งได้อ้างว่า นาย Chau ได้เตรียมนำของขวัญหลายชนิดไปให้ชาวเกาะด้วย ทั้งลูกฟุตบอล เบ็ดตกปลา และกรรไกร

อย่างไรก็ดี หลังจากที่มีรายงานข่าวการเสียชีวิตของนาย Chau บรรดาเพื่อนของเขาหลายคนได้โพสต์ข้อความแสดงความเสียใจต่อการจากไปของเขา

‘อิเกีย’ เตรียมปลดพนักงานทั่วโลกกว่า 7,500 ตำแหน่ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/571584

  • วันที่ 22 พ.ย. 2561 เวลา 12:17 น.

'อิเกีย' เตรียมปลดพนักงานทั่วโลกกว่า 7,500 ตำแหน่ง

อิเกียเตรียมปรับแผนธุรกิจครั้งใหญ่ ลดจำนวนพนักงาน เน้นขยายสาขาย่อยในเมือง มุ่งจำหน่ายออนไลน์

สื่อต่างประเทศรายงานว่า บริษัทอิเกีย ผู้ผลิตและจำหน่ายเฟอร์นิเจอร์ชื่อดังสัญชาติสวีเดน ได้เตรียมแผนการปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ทั่วโลก เพื่อเข้าถึงลูกค้าในเขตตัวเมืองมากขึ้นด้วยการขยายสาขาย่อย แทนการเปิดโชว์รูมใหญ่ รวมถึงการปรับลดพนักงานบางส่วนทั่วโลก

รายงานระบุว่าบริษัท Ingka Group ซึ่งเป็นบริษัทแม่ และรับผิดชอบการดำเนินธุรกิจโชว์รูมจำหน่ายสินค้าแบรนด์อิเกีย ได้เปิดเผยเมื่อวันพุธที่ผ่านมาว่า ได้เตรียมแผนปรับลดพนักงานทั่วโลกลงราว 5% หรือประมาณ 7,500 ตำแหน่ง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นงานในตำแหน่งฝ่ายธุรการ ในอีก 2-3 ปีข้างหน้า

อีกทั้งเตรียมจะมุ่งเป้าการจำหน่ายสินค้าในลักษณะจำหน่ายทางออนไลน์มากขึ้น รวมถึงการมุ่งขยายสาขาย่อยในเขตตัวเมืองแทน ที่จะเปิดเป็นสาขาที่เป็นโชว์รูมขนาดใหญ่รอบนอกเมือง

ในการนี้ ทางอิเกียได้เตรียมแผนเพิ่มการจ้างงานอีกราว 11,500 ตำแหน่ง รองรับการขยายสาขารูปแบบใหม่ในอีก 30 เมืองใหญ่ทั่วโลก รวมถึงการจำหน่ายสินค้าผ่านออนไลน์ด้วย

ทั้งนี้ สำหรับอิเกียนั้น ปัจจุบันมีสาขาอยู่ทั่วโลกราว 367 แห่ง มีพนักงานอยู่ทั่วโลกราว 208,000 คน มียอดจำหน่ายสินค้าตลอดปี 2018 อยู่ที่ราว 38.8 พันล้านยูโร

วัยรุ่นเยอรมันถูกยึดใบขับขี่ หลังเพิ่งสอบผ่านได้เพียง 49 นาที

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/571581

  • วันที่ 22 พ.ย. 2561 เวลา 11:50 น.

วัยรุ่นเยอรมันถูกยึดใบขับขี่ หลังเพิ่งสอบผ่านได้เพียง 49 นาที

วัยรุ่นเยอรมันเห่อได้ใบขับขี่ครั้งแรก ซิ่งเกินลิมิตในเขตจำกัดความเร็ว ถูกยึดใบขับขี่ทันทีหลังเพิ่งสอบผ่าน

บีบีซีรายงานว่า ตำรวจของรัฐนอร์ทไรน์-เวสต์ฟาเลีย ในประเทศเยอรมนีเปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ยึดใบขับขี่ของวัยรุ่นชายรายหนึ่งวัย 18 ปี ด้วยความผิดฐานใช้ความเร็วเกินกำหนดถึง 2 เท่า

รายงานระบุว่า หนุ่มรายนี้เพิ่งได้รับใบขับขี่เป็นครั้งแรก หลังจากที่เขาสอบผ่านได้เพียง 49 นาที ก็ทำผิดกฎจราจรเสียแล้ว

เจ้าหน้าที่ระบุว่า หนุ่มรายนี้ใช้ความเร็วเกินกำหนดในเขตชุมชนถึง 95 กม./ชม. ในพื้นที่ของเมือง Hemer ของรัฐนอร์ทไรน์-เวสต์ฟาเลีย ซึ่งมีกฏให้ใช้ความเร็วไม่เกิน 50 กม./ชม.

 

 

ตำรวจยังเผยอีกว่า หนุ่มรายนี้พยายามสร้างความประทับใจให้กับเพื่อนอีก 4 คนที่โดยสารมาในรถยนต์คันดังกล่าวด้วยทักษะการซิ่งของเขา แต่ก็ไม่รอดพ้นจากเครื่องตรวจจับความเร็วภายในเมือง

ตำรวจระบุว่า เขาถูกสั่งห้ามขับขี่รถยนต์เป็นเวลา 4 สัปดาห์ พร้อมกับสั่งยึดใบขับขี่ และหลังจากนั้นเขาจะต้องกลับมาทดสอบอีกครั้ง ทางตำรวจจึงจะคืนใบขับขี่ให้ พร้อมกับจ่ายค่าปรับอีก 200 ยูโร หรือราว 7,500 บาท

 

ภาพประกอบข่าวไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา

แบรนด์แฟชั่นดัง เจอจีนบอยคอตต์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/571574

  • วันที่ 22 พ.ย. 2561 เวลา 10:43 น.

แบรนด์แฟชั่นดัง เจอจีนบอยคอตต์

“โดลเช แอนด์ กาบบานา” โดนจีนยกเลิกแฟชั่นโชว์ หลังถูกวิจารณ์ปมโฆษณาหมิ่นวัฒนธรรม

สื่อต่างประเทศรายงานว่า โดลเช แอนด์ กาบบานา หรือที่รู้จักกันในชื่อ D&G แบรนด์แฟชั่นชื่อดังสัญชาติอิตาลี ได้ออกแถลงการณ์ในนามนายโดมินิโก โดลเช และนายสเตฟาโน กาบบานา ผู้ร่วมก่อตั้งและหัวหน้าทีมออกแบบของแบรนด์ดังกล่าว ถึงประเด็นการถูกยกเลิกงานแฟชั่นโชว์ที่นครเซี่ยงไฮ้ของจีน พร้อมทั้งกล่าวขอโทษต่อชาวจีน ต่อกรณีที่ทางแบรนด์ได้นำเสนอโฆษณาประชาสัมพันธ์ชิ้นหนึ่ง ที่มีเนื้อหาเสียดสีทางวัฒนธรรม ส่งผลให้บรรดาชาวเน็ตของจีนมีการโต้เถียงกันอย่างรุนแรง

 

 

สำหรับจุดเริ่มต้นของประเด็นดราม่าดังกล่าวนั้น มีขึ้นหลังจากที่ทางแบรนด์ D&G ได้ออกโฆษณาสำหรับงานแฟชั่นโชว์ที่จะมีขึ้นชิ้นหนึ่ง เป็นภาพของสาวเอเชียใช้ตะเกียบรับประทานอาหารอิตาเลียนหลายชนิด ทั้งสปาเก็ตตี้ คาโนลี่ และพิซซ่า ส่งผลให้โฆษณาดังกล่าวจุดประเด็นบอยคอตต์สินค้าของ D&G จากการที่ว่าโฆษณาดังกล่าวนั้นทำลายความรู้สึก และวัฒนธรรมอันเก่าแก่ของจีน โดยส่วนหนึ่งของคอมเมนต์ชาวเน็ตจีนระบุว่า

 

“คนจีนไม่ได้กินอาหารด้วยตะเกียบไปซะทุกอย่าง คลิปนี้เหมือนกับดูถูกคนจีนว่าไม่รู้จักวิธีการกินแบบคนยุโรป”

แต่ประเด็นการใช้ตะเกียบรับประทานอาหารนี้ ยังไม่ทำให้โซเชียลของจีนลามเป็นไฟเท่ากับ หลังจากที่มีโฆษณาดังกล่าวออกไปนั้น ได้มีชาวเน็ตจีนรายหนึ่งส่งข้อความไปหานายสเตฟาโน กาบบานา ถึงเรื่องดังกล่าว แต่กลับได้คำตอบที่ไม่เป็นที่น่าพอใจนัก ส่งผลให้ดราม่าดังกล่าวกลายเป็นไฟลามทุ่ง แต่สำหรับประเด็นเรื่องแชตดังกล่าว ทางแบรนด์ได้ออกมาแก้ต่างว่าเพราะถูกแฮก ส่งผลให้ชาวเน็ตจีนต่างวิจารณ์ D&G อย่างหนัก พร้อมทั้งมีการนำสินค้าของ D&G ไปทำลายด้วย ขณะที่มีรายงานว่าบางส่วนได้นำป้ายไปติดประจานที่หน้าร้าน D&G ในเมืองสำคัญของจีนอย่างเซี่ยงไฮ้ด้วย

ขณะเดียวกัน บรรดาคนดังที่มีชื่อเสียงหลายคนในแวดวงบันเทิงจีน ก็ต่างออกมาแสดงประกาศจุดยืนถอนตัวไม่ร่วมงานแฟชั่นโชว์ของ D&G อีก ขณะที่บางรายระบุถึงขั้นจะไม่ซื้อสินค้าของ D&G อีกเป็นอันขาด

นักท่องเที่ยวสหรัฐ ถูกชนเผ่าเซนทิเนลใช้ธนูยิงดับ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/571519

  • วันที่ 21 พ.ย. 2561 เวลา 17:28 น.

นักท่องเที่ยวสหรัฐ ถูกชนเผ่าเซนทิเนลใช้ธนูยิงดับ

นทท.สหรัฐฯ ถูกชนเผ่าพื้นเมืองใช้ธนูยิงเสียชีวิต หลังพยายามขึ้นเกาะเซนทิเนลซึ่งตัดขาดจากโลกภายนอก

เอเอฟพีรายงานว่า นักท่องเที่ยวชาวอเมริกันที่ชื่อว่านาย John Allen Chau วัย 27 ปี ถูกชนเผ่าพื้นเมืองที่อาศัยอยู่บนเกาะเซนทิเนลเหนือ ในหมู่เกาะอันดามันและนิโคบาร์ ซึ่งเป็นดินแดนโพ้นทะเลของอินเดีย ใช้ธนูยิงจนเสียชีวิต

รายงานระบุว่า ชายชาวอเมริกันคนดังกล่าวได้อาศัยเรือประมงของชาวบ้านในแถบหมู่เกาะอันดาร์มันไปยังแถบเกาะเซนทิเนลเหนือ ก่อนจะใช้เรือแคนูพยายามพายขึ้นฝั่งที่เกาะดังกล่าว

เอเอฟพีรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า ทันทีที่เขาก้าวเท้าถึงชายหาดของเกาะแห่งนี้ ได้พบกับลูกดอกธนูจำนวนหลายดอกเข้าที่ตัวเขาจนเสียชีวิต

 

 

 

ทั้งนี้ ไม่เป็นที่ทราบแน่ชัดว่าเขามีเหตุผลใดในการพยายามขึ้นไปบนเกาะแห่งนี้ แต่จากรายงานระบุว่า นาย Chau ได้เดินทางมายังหมู่เกาะอันดามันหลายครั้ง และพยายามเสนอเงินให้ชาวประมงท้องถิ่นพาเขาไปยังเกาะดังกล่าว

เขาพยายามเดินทางไปยังเกาะเซนทิเนลในวันที่ 14 พ.ย. แต่ไม่สำเร็จ หลังจากนั้นอีก 2 วันถัดมาเขาก็เตรียมเดินทางไปยังเกาะดังกล่าวอีกครั้ง พร้อมมีการเตรียมเรือแคนูไปด้วย โดยให้เรือประมงไปส่งเขาในจุดที่ใกล้ที่สุด ก่อนที่จะพายเรือแคนูขึ้นฝั่งด้วยตัวเอง แหล่งข่าวเปิดเผยต่อเอเอฟพี

“ทันทีที่เขาขึ้นฝั่ง เขาพยายามติดต่อกับชนพื้นเมืองบนเกาะ แต่ก็ถูกธนูยิง และใช้เชือกผูกรอบคอก่อนลากร่างของเขาไปตามพื้น” ชาวประมงคนหนึ่งกล่าว ก่อนที่เช้าวันถัดมาพวกเขาได้กู้ศพของนาย Chau ขึ้นจากทะเล

 

 

ด้านตำรวจในท้องถิ่นได้ระบุให้การตายของนาย Chau เป็นคดีฆาตกรรม พร้อมจับกุมชาวประมงอีกราว 7 คน ฐานบุกรุกพื้นที่หวงห้าม

สำหรับชาวเซนนิเนล เป็นชนพื้นเมืองที่อาศัยอยู่บนเกาะเซนทิเนลเหนือ ทางตะวันตกของกลุ่มเกาะอันดามันและนิโคบาร์ เป็นที่รู้จักว่าเป็นชนกลุ่มน้อยชาวเกาะที่อาศัยโดยการตัดขาดจากโลกภายนอกโดยสิ้นเชิง และทางรัฐบาลอินเดียได้ประกาศให้บริเวณพื้นที่รอบนอกเราเป็นพื้นที่หวงห้าม เนื่องจากหลายครั้งที่ผ่านมาชนกลุ่มนี้ต้องเผชิญภัยคุกคามจากโลกภายนอกที่พยายามติดต่อพวกเขา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเชื้อโรคจากภายนอกที่พวกเขายังไม่มีภูมิคุ้มกัน

อย่างไรก็ดี ไม่มีตัวเลขชัดเจนนักว่ามีชาวเซนนิเนลอาศัยอยู่บนเกาะดังกล่าวเป็นจำนวนเท่าใด แต่คาดว่าจะมีอยู่ราว 300-500 คน หรืออาจน้อยกว่านั้น

เมืองที่พระอาทิตย์ไม่ขึ้นนาน 65 วัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/571515

  • วันที่ 21 พ.ย. 2561 เวลา 16:35 น.

เมืองที่พระอาทิตย์ไม่ขึ้นนาน 65 วัน

หลายเมืองทางเหนือของรัฐอลาสก้า พระอาทิตย์จะขึ้นอีกครั้งในปีหน้า

ซีเอ็นเอ็นรายงานว่า เมื่อเวลา 13.43 น. ของวันอาทิตย์ที่ 18 พ.ย. ที่ผ่านมาเมืองขนาดเล็กที่ชื่อว่า Utqiagvik ทางตอนเหนือของรัฐอลาสก้า ได้พบกับแสงสว่างจากดวงอาทิตย์เป็นครั้งสุดท้ายของปีนี้ ซึ่งจะส่งผลให้เมืองแห่งนี้ไม่ได้พบกับแสงสว่างจากดวงอาทิตย์อีกเป็นเวลานานถึง 65 วัน นั้นหมายความว่าเมืองแห่งนี้จะมีพระอาทิตย์ขึ้นอีกครั้งในวันที่ 23 มกราคมปี 2019

 

 

สำหรับเมือง Utqiagvik แห่งนี้มีประชากรอาศัยอยู่ราว 4,000 คน กำลังเข้าสู่ช่วงเวลากลางคืนที่ยาวนานเกิน 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลานานถึง 65 วันที่เรียกว่าช่วง Polar night

ด้านนาย Judson Jones นักอุตุนิยมวิทยาได้อธิบายปรากฎการณ์ Polar night ว่า เป็นปรากฎการณ์ซึ่งจะเกิดขึ้นในสถานที่ในแถบอาร์คติกเซอร์เคิล ที่พระอาทิตย์จะลับขอบฟ้า และพระอาทิตย์จะไม่ขึ้นเป็นเวลาหลายสิบวัน

 

 

ซึ่งไม่เพียงแต่เมือง Utqiagvik แห่งนี้เท่านั้น ยังมีเมืองแห่งอื่นๆในรัฐอลาสก้าที่พบกับปรากฎการณ์ดังกล่าวด้วยเช่นกัน เช่นเมือง Kaktovik เมืองPoint Hope และเมือง Anaktuvuk Pass โดยจะมีระยะเวลาที่แตกต่างกันออกไป

ภาพ : university of alaska fairbanks

อินเตอร์โพลเลือกประธานคนใหม่แล้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/571506

  • วันที่ 21 พ.ย. 2561 เวลา 15:18 น.

อินเตอร์โพลเลือกประธานคนใหม่แล้ว

องค์การตำรวจสากลเลือกนาย คิม จอง-ยัง นั่งเก้าอี้ประธาน แทนคู่แข่งชาวรัสเซีย

สื่อต่างประเทศรายว่า ที่ประชุมของสมาชิกองค์การตำรวจสากล หรือ อินเตอร์โพล ทั้ง 194 ประเทศซึ่งจัดขึ้นที่นครดูไบ ได้ลงคะแนนเสียงเลือกนาย คิม จอง-ยัง ชาวเกาหลีใต้ นั่งเก้าอี้ประธานองค์การตำรวจสากลคนใหม่ แทนที่นาย เหม็ง หงเว่ย ชาวจีน ซึ่งถูกทางการจีนควบคุมตัวไปตั้งแต่เดือนตุลาคมที่ผ่านมา

การเลือกนายคิม จอง-ยัง ชาวเกาหลีใต้ขึ้นมานั่งเก้าอี้อินเตอร์โพลครั้งนี้ ผิดจากก่อนหน้านี้ที่มีหลายฝ่ายคาดคะเนไว้ว่า นาย อเล็กซานเดอร์ โพรคอปชุค ชาวรัสเซีย อดีตเจ้าหน้าที่ระดับสูงประจำกระทรวงมหาไทยของรัสเซีย ผู้ใกล้ชิดประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน เป็นตัวเต็งที่จะได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งดังกล่าว

ซึ่งกระแสข่าวตัวเต็งของนาย โพรคอปชุค ก่อนหน้านี้ได้สร้างความกังวลให้กับหลายฝ่ายว่าอาจทำให้รัฐบาลเครมลินชักใยอินเตอร์โพลได้ง่ายขึ้น

ทั้งนี้ สำหรับการดำรงตำแหน่งของนายคิม นั้นจะเข้ามารับหน้าที่ต่อในวาระที่เหลือของนายเหม็งในอีก 2 ปีจากนี้