ควายป่าแอฟริกาลอยตาย ขณะข้ามแม่น้ำในบอตสวานา กว่า 400 ตัว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/570321

  • วันที่ 10 พ.ย. 2561 เวลา 11:03 น.

ควายป่าแอฟริกาลอยตาย ขณะข้ามแม่น้ำในบอตสวานา กว่า 400 ตัว

ฝูงสิงโตไล่ควายป่าแอฟริกาลงแม่น้ำในบอตสวานา แต่สุดท้ายว่ายไม่ถึงฝั่งจมน้ำตายกว่า 400 ตัว

เมื่อวันที่ 8 พ.ย. ที่ผ่านมา มีการรายงานปรากฎการณ์ทางธรรมชาติตามสัญชาตญาณของสัตว์ป่าในทวีปแอฟริกา เมื่อเกิดเหตุควายป่าแอฟริกาจำนวนมากกว่า 400 ตัว จมน้ำตายในแม่น้ำโจเบ ทางตอนเหนือของประเทศบอตสวานา ใกล้กับพรมแดนประเทศนามิเบีย

 

รายงานระบุว่าจากการสืบสวนของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติบอตสวาน่าระบุว่า สาเหตุการตายของควายป่าจำนวนมากเหล่านี้ น่าจะมาจากการที่พวกมันถูกฝูงสิงโตไล่ต้อนพวกมันจนลงไปในแม่น้ำโจเบที่มีความลึก

 

โดยควายป่าแอฟริกาพวกมันพยายามว่ายน้ำเพื่อหนีการไล่ต้อนของฝูงสิงโต แต่ไม่สามารถว่ายไปถึงฝั่งได้ และจมน้ำตายในที่สุด โดยทางรายงานจากระทรวงทรัพยากรบอตสวานาระบุว่า นับเป็นเหตุการณ์แปลกประหลาดที่สุด เท่าที่เคยเกิดขึ้น

 

 

ซึ่งหลังจากที่ควายป่าเหล่านี้จมน้ำตายหลายร้อยตัวนั้น ได้มีชาวบ้านในพื้นที่ใกล้เคียงจำนวนมาก ต่างพากันมาแห่แร่เนื้อควายเพื่อนำกลับไปบริโภค ทั้งนี้ ฝูงควายป่าที่อาศัยอยู่ในทวีปแอฟริกาใต้นั้นมีอยู่จำนวนหลายฝูง โดยแต่ละฝูงจะมีจำนวนตั้งแต่ 50-500 ตัว โดยพวกมันจะอาศัยการกินหญ้าในทุ่งหญ้าสะวันนาเป็นอาหาร

แคลิฟอร์เนียสั่งอพยพกว่าแสนคน หนีไฟป่าภาคเหนือ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/570315

  • วันที่ 10 พ.ย. 2561 เวลา 10:22 น.

แคลิฟอร์เนียสั่งอพยพกว่าแสนคน หนีไฟป่าภาคเหนือ

รวมภาพ ความเสียหายจากไฟป่าทางเหนือของรัฐแคลิฟอร์เนีย บ้านเรือนปชช.เสียหายถึง 1,000 หลัง สังเวยแล้วอย่างน้อย 9 ราย

สื่อท้องถิ่นสหรัฐรายงานว่า สำนักดับเพลิงของรัฐแคลิฟอร์เนียได้รับรายงานว่าเกิดเหตุไฟป่าขึ้นในหลายพื้นที่ของบริเวณทางเหนือของรัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งเป็นผลจากความรุนแรงของไฟป่าที่ปะลุเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา และได้ลุกลามเผาทำลายพื้นที่ไปแล้วมากกว่า 70,000 เอเคอร์ ส่งผลให้บ้านเรือนมากกว่า 1,000 หลังได้รับความเสียหาย

 

ทางการต้องสั่งอพยพประชาชนมากว่า 150,000 คน ในจำนวนนี้ส่วนใหญ่กว่า 20,000 คนเป็นประชากรในเมืองพาราไดซ์ ในเขตบุตต์ ห่างจากเมืองแซคคราเมนโต เมืองเอกของรัฐแคลิฟอร์เนีย ไปทางเหนือราว 157 กิโลเมตร

 

นางลินน์ โทลมาคอฟฟ์ โฆษกหน่วยงานป่าไม้และป้องกันไฟป่ารัฐแคลิฟอร์เนีย เปิดเผยว่า ไฟป่าทำให้พลเรือนและเจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก

นางโทลมาคอฟฟ์กล่าวให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ว่า ส่วนมากของความเสียหายเกิดขึ้นในเมืองพาราไดซ์ และว่า เหตุไฟป่าดังกล่าวเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ประชาชนต้องใช้เวลาเพื่อหลบหนีออกจากบ้านเรือน

 

 

นางโทลมาคอฟฟ์ยังกล่าวด้วยว่า ชาวบ้านส่วนมากได้รับการอพยพไปยังเมืองที่อยู่ใกล้เคียง ขณะที่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงยังคงทำงานเพื่อช่วยเหลือผู้ที่ยังไม่ได้รับการอพยพออกไป

ทั้งนี้ ทางการได้ส่งเจ้าหน้าที่เร่งเข้าควบคุมสถานการณ์แล้ว แต่เนื่องจากสภาพอากาศที่แห้งจัดในช่วงเข้าฤดูหนาว ประกอบกับกระแสลมแรงจัด ส่งผลให้ไฟกลับมาลุกลามอีกครั้ง โดยทางการแคลิฟอร์เนีย ต้องส่งเจ้าหน้ากว่า 2 พันคน พร้อมอุปกรณ์ดับเพลิง และสารเคมี เข้าควบคุมสถานการณ์ในพื้นที่

 

 

 

เงินเฟ้อเวเนซุเอลา พุ่งทะลุ 830,000%

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/570286

  • วันที่ 09 พ.ย. 2561 เวลา 19:41 น.

เงินเฟ้อเวเนซุเอลา พุ่งทะลุ 830,000%

เผยเงินเฟ้อเวเนฯ พุ่งสูงเป็นประวัติกาลในรอบ 1ปี คาดจะยิ่งสูงทะลุ 1 ล้านเปอร์เซ็นต์ก่อนสิ้นปีนี้

รอยเตอร์รายงานว่า อัตราเงินเฟ้อของเวเานซุเอล เพิ่มสูงขึ้นถึง 830,000% ในช่วงเวลาเพียง 1 ปี นับตั้งเดือนตุลาคมปีที่ผ่านมา ตามรายงานของสภาคองเกรสสหรัฐ ซึ่งนับว่าเป็นสัญญาณล่าสุดนับตั้งแต่ที่มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายทางการเงินของรัฐบาลเวเนฯ

รายงานระบุว่าอัตราเงินเฟ้อของเวเนซุเอลาลดลงต่ำสุดราว 148% จาก 233% ในช่วงเดือนกันยายนที่ผ่านมา และคาดว่าอาจพุ่งสูงขึ้นถึง 1 ล้านเปอร์เซ็นต์ก่อนสิ้นปี 2018 นี้ ตามการคาดการณ์ของIMF

“การล่มสลายของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ภาวะเงินเฟ้อสูง และความเสื่อมโทรมที่เพิ่มขึ้น อาจนำไปสู่ผลกระทบอย่างรุนแรงต่อประเทศเพื่อนบ้าน” ผู้อำนวยการฝ่าย Western Hemisphere ของ IMF กล่าว

อัตราเงินเฟ้อของเวเนฯอาจพุ่งสูงยิ่งขึ้นในช่วงปลายปีนี้ เนื่องจากภาคแรงงานได้รับโบนัสก่อนช่วงวันหยุดสิ้นปี ซึ่งจะส่งผลให้กำลังซื้อเพิ่มขึ้น และผลักดันให้ต้นทุนสินค้าเพิ่มขึ้นเช่นกัน

ที่ผ่านมารัฐบาลนายนิโคลัส มาดูโร ล้มเหลวในการแก้ปัญหาทางเศรษฐกิจอย่างสิ้นเชิง โดยนโยบายล่าสุดของเขาคือการลดค่าเงินโบลิวาร์ลงราว 95% ด้วยการตัด 0 ออกห้าตัวจากเงินโบลิวาร์ รวมถึงเปิดการซื้อขายเงินสกุลเงินดิจิทัล และเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำถึงสามเท่า เพื่อพยายามรักษาเสถียรภาพของเงินเฟ้อไว้ แต่ทว่าชาวเวเนฯก็ยังคงได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจเช่นเดิม โดยพบว่านับตั้งแต่ปี 2015 เป็นต้นมา มีชาวเวเนฯอพยพลี้ภัยเศรษฐกิจออกจากประเทศไปแล้วกว่า 2 ล้านคน

ทีวีญี่ปุ่นเลื่อนโชว์วง BTS ของเกาหลี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/570281

  • วันที่ 09 พ.ย. 2561 เวลา 18:28 น.

ทีวีญี่ปุ่นเลื่อนโชว์วง BTS ของเกาหลี

ทีวีอาซาฮีของญี่ปุ่นยกเลิกงานโชว์วงบอยแบนด์ดังของเกาหลี เหตุสวมเสื้อลายระเบิดปรมาณู

สถานีโทรทัศน์อาซาฮีของญี่ปุ่น ประกาศยกเลิกงานแสดงของวงบอยแบนด์ชื่อดังของเกาหลีใต้อย่าง วง BTS เป็นการกระทันหัน จากการที่เกิดประเด็นถกเถียงผ่านโซเชียลมีเดีย เมื่อพบว่าปรากฎภาพของ “จีมิน” สมาชิกของวงคนหนึ่ง สวมเสื้อที่ลายดูคล้ายกับกลุ่มควันรูปดอกเห็นที่เกิดจากระเบิดนิวเคลียร์

 

 

รายงานระบุว่า เสื้อตัวดังกล่าวนอกจากจะมีรูปกลุ่มควันดังกล่าวแล้ว ด้านข้างยังสกรีนคำขวัญของกลุ่มปลดแอกเกาหลีในสมัยสงครามโลกครั้งที่สองด้วย จนส่งผลให้กลายเป็นไวรัลบนโลกออนไลน์ของญี่ปุ่น

ด้านสถานีโทรทัศน์อาซาฮี ระบุในแถลงการณ์ว่า การโชว์ตัวของวง BTS ซึ่งจะมีขึ้นในวันนี้ (9 พ.ย.) ได้ถูกยกเลิก เนื่องจากเสื้อยืดที่สมาชิกคนหนึ่งสวมใส่ได้กลายเป็นข่าว และเป็นประเด็นที่ถกเถียง ทั้งนี้ทางสถานีได้หารือถึงเจตนาของเสื้อดังกล่าวกับทางต้นสังกัดของศิลปินแล้ว จึงตัดสินใจยกเลิกการโชว์ดังกล่าว

 

 

ด้านวง BTS ได้ออกแถลงการณ์โดยระบุว่าขอโทษที่สร้างความผิดหวังให้แฟนๆชาวญี่ปุ่นที่ตั้งตารอ และจะเดินหน้าความพยายามเชื่อมโยงแฟนๆ ผ่านการแสดงบนเวที และเสียงเพลงต่อไป

อย่างไรก็ดีแถลงการณ์ดังกล่าวไม่ได้ระบุถึงเหตุผลของการยุติโชว์แต่อย่างใด

 

 

 

สำหรับเสื้อตัวดังกล่าวนั้น ได้สร้างประเด็นข้อถกเถียงในโลกเชียลของญี่ปุ่นอย่างมากในประเด็นประวัติศาสตร์ของทั้งสองประเทศ จากการที่ญึ่ปุ่นถูกทิ้งระเบิดปรมาณูในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง

ส่วนข้อความด้านข้างที่ระบุว่า “PATRIOTISM OURHISTORY LIBERATION KOREA” หรือ “ความรักชาติ ประวัติศาสตร์ของเรา การปลดแอก เกาหลี” นั้นเป็นของข้อความที่ชาวเกาหลีเฉลิมฉลองการสิ้นสุดการรุกรานของญี่ปุ่นในปี 1945 หรือช่วงสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สอง

ชาวญี่ปุ่นเตรียมฟ้องรัฐ ใช้ภาษีปชช.จัดพิธีครองราชย์พระจักรพรรดิ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/570267

  • วันที่ 09 พ.ย. 2561 เวลา 16:29 น.

ชาวญี่ปุ่นเตรียมฟ้องรัฐ ใช้ภาษีปชช.จัดพิธีครองราชย์พระจักรพรรดิ

ชาวญี่ปุ่นเตรียมยื่นฟ้องรัฐบาล ทำผิดรัฐธรรมนูญเนื่องจากเตรียมจัดงานพิธีราชาภิเษกของจักรพรรดิองค์ใหม่

สำนักข่าวเกียวโด รายงานว่า ชาวญี่ปุ่นจำนวนอย่างน้อย 120 คน เตรียมลงชื่อยื่นฟ้องต่อรัฐบาลญี่ปุ่น ให้พิจารณาการนำเงินภาษีของประชาชนในการจัดงานพิธีขึ้นครองราชย์พระจักรพรรดิพระองค์ใหม่ซึ่งกำลังจะมีขึ้นในปีหน้า

รายงานระบุว่า ชาวญี่ปุ่นบางส่วนซึ่งนับถือศาสนาคริสต์ รวมถึงพระสงฆ์ในศาสนาพุทธ กำลังเตรียมยื่นฟ้องต่อศาลแขวงกรุงโตเกียวในช่วงต้นเดือนธันวาคมนี้ โดยให้เหตุผลว่า รัฐบาลไม่ควรใช้เงินภาษีของประชาชน ในพิธีทางศาสนาซึ่งรวมถึงพิธีการขึ้นครองราชย์ของพระจักรพรรดิองค์ใหม่ด้วย เนื่องจากรัฐและศาสนาควรแยกออกจากกันตามหลักของรัฐธรรมนูญญี่ปุ่น

 

เจ้าชายนารูฮิโตะ

อย่างไรก็ดี กรณีการยื่นฟ้องลักษณะคล้ายกันนี้ เคยเกิดขึ้นมาแล้วเมื่อปี 1990 ช่วงที่สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ ทรงขึ้นครองราชย์ต่อจากพระราชบิดาที่สิ้นพระชนม์ลงก่อนหน้านั้น

โดยครั้งนั้น โจทก์ได้ยื่นฟ้องต่อศาลในนครโอซากะ ระบุว่าพิธีการขึ้นครองราชย์ของสมเด็จพระจักรพรรดินั้น เป็นพิธีทางศาสนาอย่างชัดเจน เนื่องจากมีการใช้สัญลักษณ์อันศักดิ์สิทธิ์ของราชวงศ์ 3 ชิ้น (Presentation of the Three Sacred Treasures) ซึ่งล้วนเป็นการทำพิธีตามลัทธิชินโตทั้งสิ้น และอาจจะขัดกับหลักตามรัฐธรรมนูญของญี่ปุ่น ที่ระบุว่ารัฐและศาสนาควรแยกออกจากกัน

 

โดยในครั้งนั้นศาลสูงในนครโอซาก้าได้มีคำตัดสินต่อมาในปี 1995 โดยระบุว่าไม่มีหลักฐานใดที่บ่งชี้ว่ารัฐบาลญี่ปุ่นละเมิดบทบัญญัติตามรัฐธรรมนูญ

ด้าน ศ.Koichi Yokota จากมหาวิทยาลัยคิวชู ระบุว่า หลายครั้งที่ผ่านมา พิธีครองราชย์ของพระจักรพรรดิญี่ปุ่นถูกมองว่าขัดกับรัฐธรรมนูญในประเด็นเรื่องรัฐ กับศาสนาอยู่บ่อยครั้ง แต่เขาคาดว่าสำหรับกรณีล่าสุดนี้ ศาลสูงโตเกียวก็อาจมีคำตัดสินคล้ายกับกรณีในปี 1995

ด้านรายงานของเอเอฟพีระบุว่า เมื่อครั้งพิธีราชาภิเษกในปี 1990 นั้น มีการใช้งบประมาณ 12.3 พันล้านเยน หรือประมาณ 108 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ตามค่าเงินในปัจจุบัน

 

 

อย่างไรก็ดี การสละราชย์สมบัติของพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ ในครั้งนี้ ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในรอบ 200 ปีของราชวงศ์ญี่ปุ่น ซึ่งเป็นเหตุให้รัฐบาลญี่ปุ่นต้องทำการแก้กฎหมาย และข้อบัญญัติบางประการ เพื่อให้การสละราชย์เป็นไปอย่างราบรื่น

สำหรับเจ้าชายนารูฮิโตะ จะทรงมีกำหนดขึ้นครองราชย์ในวันที่ 22 ตุลาคม 2019  ก่อนที่จะตามมาด้วยพระราชพิธีราชาภิเษกตามแบบราชสำนักญี่ปุ่นในวันที่ 14-15 พฤศจิกายนปีหน้า

 

ดัชเชสเมแกนอาจกำลังสร้างความลำบากพระทัยให้เจ้าชายแฮร์รี่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/570257

  • วันที่ 09 พ.ย. 2561 เวลา 15:05 น.

ดัชเชสเมแกนอาจกำลังสร้างความลำบากพระทัยให้เจ้าชายแฮร์รี่

วงในเผย ควีนเอลิซาเบธที่ 2 ทรงเตือนเจ้าชายแฮร์รี่ เรื่องพฤติกรรม ของดัชเชสเมแกน

เดอะมิร์เรอร์ และเดอะซันของอังกฤษ รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวผู้ใกล้ชิดในราชสำนักอังกฤษว่า ดัชเชสคนใหม่ของราชวงศ์ อาจกำลังสร้างความลำบากพระทัยให้กับเจ้าชายแฮร์รี่ หลังจากที่สมเด็จพระราชินีทรงออกมากล่าวตักเตือนเจ้าชายแฮร์เกี่ยวกับพฤติกรรมของเธอ ที่สร้างวิวาทะในระหว่างงานพิธีเสกสมรส

 

 

รายงานระบุว่า ย้อนกลับไปเมื่อช่วงงานพิธีเสกสมรสระหว่าง เจ้าชายแฮร์รี่ กับ เมแกน มาร์เคิล นั้น ดัชเชสเมแกน ได้แสดงความไม่พอใจ เนื่องจากเธอไม่สามารถสวมรัดเกล้าประดับมรกต ซึ่งเป็นรัดเกล้าที่เธอปรารถนาจะสวมในวันทำพิธีในโบสถ์ได้ เนื่องจากรัดเกล้าชิ้นดังกล่าวนั้น อาจได้รับตกทอดมาจากรัสเซีย ซึ่งขณะนี้ทางอังกฤษกำลังมีปัญหาด้านการทูตกับทางรัสเซียอยู่ โดยเกรงว่าหากเธอเลือกสวมรัดเกล้าชิ้นดังกล่าว อาจทำให้มีข้อครหาตามมาได้

ด้านเจ้าชายแฮร์รี่ได้ทรงมีรับสั่งว่า “หากเมแกนต้องการสิ่งใด เธอต้องได้สิ่งนั้น”

 

 

เรื่องดังกล่าวส่งผลให้สมเด็จพระราชินีต้องลงมาจัดการด้วยพระองค์เอง โดยทรงเลือกรัดเกล้าประดับเพชรให้เธอประดับในพิธีแทน ดังที่เธอสวมในงานเสกสมรสที่โบสถ์เซนต์จอร์จดังกล่าว

 

ขณะที่สมเด็จพระราชินีทรงเตือนดัชเชสองค์ใหม่ผ่านทางเจ้าชายแฮร์รี่ด้วยว่า เธอไม่สามารถได้ทุกสิ่งที่เธอต้องการ รวมถึงให้เธอระวังเรื่องคำพูดที่เธอใช้กับบรรดาข้าราชบริพารด้วย

นอกจากนี้ แหล่งข่าวดังกล่าวยังระบุด้วย สมเด็จพระราชินีทรงยังตั้งคำถามด้วยว่า เหตุใดดัชเชสเมแกน ต้องสวมผ้าคลุมหน้าเจ้าสาว ขณะเข้าทำพิธีในโบสถ์ด้วย เพราะเธอเคยแต่งงาน และผ่านการหย่าร้างมาแล้วหนึ่งครั้ง

 

 

 

สำหรับดัชเชสเมแกน ขณะนี้กำลังทรงพระครรภ์รัชทายาทพระองค์แรกในเจ้าชายแฮร์รี่ โดยมีกำหนดมีพระประสูติกาลในช่วงฤดูใบไม้ผลิปีหน้า

อย่างใดก็ดี เรื่องดังกล่าวยังไม่มีแถลงการณ์อย่างเป็นทางการจากสำนักพระราชวังเคนซิงตัน

อังกฤษจัดประมูลของใช้ส่วนตัว ศ.สตีเฟน ฮอวคิง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/570247

  • วันที่ 09 พ.ย. 2561 เวลา 14:02 น.

อังกฤษจัดประมูลของใช้ส่วนตัว ศ.สตีเฟน ฮอวคิง

ของใช้ส่วนตัว ศ.สตีเฟน ฮอว์คิง หลายชนิดทั้งรถเข็น และธีสิสฉบับแรก ถูกประมูลได้สูงถึง 77 ล้านบาท

รอยเตอร์รายงานว่า ของใช้ส่วนตัวของศาสตราจารย์ สตีเฟน ฮอว์คิง ผู้ล่วงลับ จำนวน 22 ชิ้นถูกประมูลโดยสำนักประมูลคริสตี้ สามารถทำเงินประมูลได้รวมกันสูงถึง 1.8 ล้านปอนด์ หรือราว 77 ล้านบาท

 

 

 

ในจำนวนสิ่งของส่วนตัวของศ.ฮอว์คิง ที่นำมาประมูลครั้งนี้ มีหนึ่งในสำเนาของวิทยานิพนธ์ปริญญาเอกของศาสตราจารย์ในหัวข้อ คุณสมบัติของจักรวาลที่ขยายตัว” ซึ่งมีเพียง 1 ใน 5 เล่มที่เหลืออยู่ นำมาออกประมูลด้วย โดยสารมารถทำเงินได้สูงถึง 584,750 ปอนด์

 

 

ขณะที่รถเข็นวิลแชร์คันแรกของของศาสตราจารย์สามารถทำเงินประมูลไปได้สูงถึง 296,750 ปอนด์ โดยเงินดังกล่าวจะถูกนำไปบริจาคให้องค์กรการกุศล นอกจากนั้นยังมีบทพูดของศาสตราจารย์ที่ปรากฎในการ์ตูนซิตคอม “เดอะซิมป์สันส์” ก็ถูกประมูลไปในราคา 6,250 ปอนด์

 

ในจำนวนสิ่งของส่วนตัวของศ.ฮอวกิง ที่นำออกมาประมูลครั้งนี้ วิทยานิพนธ์ฉบับแรกนั้นสามารถทำเงินได้สูงเกินกว่าที่ประเมินไว้ถึง 4 เท่า ขณะที่หนังสือชื่อดังของศ.ฮอว์คิง เรื่อง “ประวัติย่อของกาลเวลา” (A Brief History of Time) ฉบับที่มีนิ้วโป้งของศ.ฮอว์คิงประทับอยู่นั้นสามารถประมูลไปได้ถึง 68,750 ปอนด์

โดยเงินที่ได้จากการประมูลวีลแชร์จะถูกนำไปสมทบทุนมูลนิธิสตีเฟน ฮอว์คิง และสมาคมโรคเซลล์ประสาทสั่งการเสื่อม

 

 

ฟิลิปปินส์สั่งจับกุมอดีตสตรีหมายเลขหนึ่ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/570240

  • วันที่ 09 พ.ย. 2561 เวลา 12:52 น.

ฟิลิปปินส์สั่งจับกุมอดีตสตรีหมายเลขหนึ่ง

ศาลฟิลิปปินส์ตัดสินความผิด นางอีเมลด้า มาร์กอส อดีตสตรีหมายเลขหนึ่ง ฐานรับสินบน

สื่อต่างประเทศรายงานว่า ศาลอาญาคดีทุจริตของฟิลิปปินส์ได้ตัดสินความผิดนาง อีเมลด้า มาร์กอส วัย 89 ปี อดีตสุภาพสตริมหาเลขหนึ่ง ผู้เป็นภริยาม่ายของ อดีตประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ เฟอร์ดินานด์ มาร์กอส ระหว่างปี 1965-1986 ในความผิดเกี่ยวกับการทุจริตและรับสินบนเป็นจำนวน 7 ข้อหา

รายงานระบุวาา นางมาร์กอส ซึ่งเคยเป็นอดีตสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง และอดีตนักการเมืองของฟิลิปปินส์ อาจเผชิญกับโทษจำคุกเป็นเวลา 6 ถึง 11 ปี จากการที่ทางการพบว่าเธอมีส่วนเกี่ยวข้องในการยักยอกเงินจำนวน 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไปยังธนาคารสวิส ช่วงที่เธอดำรงตำแหน่งผู้ว่าการกรุงมะนิลา

รายงานระบุว่าระหว่างนางมาร์กอสไม่ได้เข้าร่วมฟังการพิจารรณาคดีดังกล่าว ซึ่งแม้ว่าศาลจะออกคำตัดสินจับกุมแล้ว แต่ทางการอาจจะยังไม่สามารถจับกุมเธอได้ หากเธอมีการยื่นอุทธณ์คำตัดสินของศาล โดยคดีนี้ถูกฟ้องร้องต่อศาลและใช้เวลาในกระบวนการไต่สวนมายาวนานถึง 27 ปี ก่อนจะมีคำตัดสินดังกล่าว

สำหรับนายเฟอร์ดินาน มาร์กอส เป็นอดีตประธานาธานาฟิลิปปินส์ ผู้เคยปกครองฟิลิปปินส์อย่างโหดเหี้ยมมายาวนานถึงสองทศวรรษ และถูกระบุว่าเป็นผู้ยักยอกเงินกว่า 10 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่นางมาร์กอส เป็นผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นสตรีหมายเลขหนึ่งที่ใช้ชีวิตในสังคมอย่างหรูหรา เธอครอบครองเครื่องเพชร กระเป๋า และรองเท้าแบรนด์เนมไว้อย่างมากมาย ก่อนทั้งที่สองจะถูกขับไล่จนต้องลี้ภัยไปต่างประเทศ จนกระทั่งนายมาร์กอสผู้เป็นสามีเสียชีวิตในปี 1989

ลุงดัตช์ไม่ยอมแก่ ขอศาลลดอายุ หวังหาสาวเอ๊าะๆ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/570233

  • วันที่ 09 พ.ย. 2561 เวลา 11:31 น.

ลุงดัตช์ไม่ยอมแก่ ขอศาลลดอายุ หวังหาสาวเอ๊าะๆ

ลุงชาวดัตช์วัย 69 ร้องศาลขอลดอายุเหลือ 49 เพราะหาคู่ไม่ได้

สื่อท้องถิ่นเนเธอร์แลนด์ รายงานว่า นายเอมีล ราเทิลบานด์  (Emile Ratelband) หนุ่มใหญ่วัย 69 ปี ได้ยื่นฟ้องต่อศาลในบ้านเกิดเพื่อขอเปลี่ยนแปลงวันเกิดจากวันที่ 11 มีนาคม 1949 เป็นวันที่ 11 มีนาคม 1969 หรือของลดอายุลง 20 ปี จากอายุ 69 ให้เหบือ 49 นั้นเอง

โดยลุงมีลให้เหตุผลว่า ที่ขอลดอายุลงก็เพื่อที่จะช่วยเพิ่มโอกาสในการหาสาวๆผ่านแอปพลิเคชั่นทินเดอร์ได้ง่ายขึ้น ลุงมีลกล่าวว่า ถ้าในเมื่อเราสามารถเปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนเพศได้ แล้วทำไมเราจะเปลี่ยนอายุไม่ได้

 

 

เขาบอกกับสื่อรายหนึ่งว่า เวลาใช้แอพหาคู่แล้วบอกว่าอายุ 69 ปี สาวๆ จะเงียบกันหมด “แต่ผมมั่นใจว่าถ้าอายุ 49 แล้วหน้าแบบผมนี่สาวไม่เมินแน่”

ไม่เพียงแค่นั้น ลุงมีลยังแสดงความมั่นใจแบบสุดๆ โดยยืนยันว่าเขานั้นยังฟิตปั๋ง แตะปีบดังอบ่างแน่นอน “หมอที่ตรวจสุขภาพบอกว่าร่างกายผมอายุ 45 เอ๊ง” ลุงมีลกล่าว

เรื่องนี้ถึงกับทำให้ศาลในเมืองอาร์เนมของเนเธอร์แลนด์ถึงกับงง เพราะไม่มีกฎหมายมาตราไหนระบุว่าสามารถเปลี่ยนวันเกิดได้ แต่ศาลก็ยังรับคดีนี้ไว้พิจารณาโดยมีกำหนดตัดสินในอีก 1 เดือน แต่ทว่าเป็นข่าวขนาดนี้แล้ว สาวๆคงรู้หมดแล้วละว่าลุงโกงอายุมา

เผยตัวมือปืนบุกกราดยิงร้านอาหารในแคลิฟอร์เนียแล้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/570232

  • วันที่ 09 พ.ย. 2561 เวลา 10:54 น.

เผยตัวมือปืนบุกกราดยิงร้านอาหารในแคลิฟอร์เนียแล้ว

สหรัฐฯระบุตัวมือปืนบุกกราดในแคลิฟอร์เนีย จนเสียชีวิต 13 รายแล้ว พบเป็นอดีตนาวิกโยธิน

สื่อสหรัฐรายงานว่า จากเหตุที่คนร้ายบุกกราดยิงร้านอาหารแห่งหนึ่งในเมืองเทาสันส์ โอ๊ค ห่างจากนครลอสแองเจลิส ในรัฐแคลิฟอร์เนียราว 60 กิโลเมตร เมื่อช่วงคืนวันที่ 8 พ.ย. ที่ผ่านมานั้น

 

 

จากการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่ตำรวจพบว่า ผู้ก่อเหตุคือนายเอียน เดวิด ลอง วัย 28 ปี อดึตทหารนาวิกโยธินสหรัฐ โดยตำรวจสหรัฐระบุว่าระหว่างเกิดเหตุนั้นเจ้าหน้าที่ได้ทำการวิสามัญนายเอียนจนเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ

 

 

 

ด้านเอฟบีไอระบุว่า อดีตทหารรายนี้น่าจะเป็นผู้ลงมือเพียงคนเดียวเพียงลำพัง แต่ยังไม่ทราบถึงแรงจูงใจในการก่อเหตุ ซึ่งทางเอฟบีไอจะดำเนินการขยายผลสอบสวนต่อไป

รายงานระบุว่าระหว่างเกิดเหตุนั้น มีคนอยู่ในร้านอาหารดังกล่าวราว 200 คน โดยคนร้ายได้ใช้อาวุธปืนพกยี่ห้อกล็อค ขนาด .45 ที่มีแม็กกาซีนบรรจุกระสุนมากเป็นพิเศษ โดยจากลักษณะการยิงของเขาไม่ได้เจาะจงผู้ใดเป็นพิเศษ

 

 

ทั้งนี้ รายงานระบุว่า นายเอียน เคยเป็นนาวิกโยธินสหรัฐในช่วงปี 2008 – 2013 จนได้รับยศสิบตรี และทำหน้าที่พลประจำปืนกลของกองทัพสหรัฐในอัฟกานิสถานซึ่งเบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดว่าอาจจะมากจากอาการผิดปกติด้านความเครียดจากการรบในสงคราม หลังเกิดเหตุ ตำรวจเข้าตรวจค้นบ้านพักของมือปืนซึ่งอาศัยอยู่กับมารดา ส่วนสาเหตุที่ทำให้ตัดสินก่อเหตุ ไม่แน่ชัดว่าเกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายหรือไม่

สำหรับจำนวนผู้เสียชีวิตขณะนี้เพิ่มเป็น 13 ราย โดยในจำนวนนี้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยหนึ่งนาย ส่วนผู้บาดเจ็บอยู่ที่ 23 คน