สหรัฐเผยมีผู้เสียชีวิต12รายจากเหตุกราดยิงร้านอาหารในแคลิฟอร์เนีย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/570210

  • วันที่ 08 พ.ย. 2561 เวลา 20:33 น.

สหรัฐเผยมีผู้เสียชีวิต12รายจากเหตุกราดยิงร้านอาหารในแคลิฟอร์เนีย

เจ้าหน้าที่สหรัฐเผยมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 12 ราย จากเหตุกราดยิงในร้านอาหารที่แคลิฟอร์เนีย ขณะที่มือปืนและตำรวจ1นายดับด้วย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เจ้าหน้าที่ของสหรัฐได้ยืนยันว่า มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 12 ราย ซึ่งรวมถึงมือปืนผู้ก่อเหตุ และตำรวจรายหนึ่งและมีผู้บาดเจ็บ 10 ราย หลังเกิดเหตุกราดยิงที่ร้านอาหารกึ่งบาร์ที่ชื่อ บอร์เดอร์ไลน์ บาร์ แอนด์ กริลล์ ในเมืองเธาเซนด์ โอ๊คส์ รัฐแคลิฟอร์เนีย

เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นช่วงก่อนเที่ยงคืนเมื่อวานนี้ตามเวลาท้องถิ่น หรือก่อนเที่ยงวันนี้ (8พ.ย.)ตามเวลาไทย โดยขณะเกิดเหตุ มีผู้ที่อยู่ในบาร์ราว 200 คน ซึ่งกำลังจัดงานฉลองวันดนตรีแนวคันทรีของวิทยาลัยแห่งหนึ่ง

ขณะที่เจ้าหน้าที่ได้สั่งปิดกั้นบริเวณที่เกิดเหตุ และกำลังสอบสวนหาสาเหตุการกราดยิงของมือปืนรายดังกล่าว

เรือรบนอร์เวย์ชนกับชายฝั่งฟยอร์ด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/570203

  • วันที่ 08 พ.ย. 2561 เวลา 18:30 น.

เรือรบนอร์เวย์ชนกับชายฝั่งฟยอร์ด

เกิดเหตุเรือรบปะทะกับเรือขนน้ำมัน จนชนเข้ากับฟยอร์ดนอกชายฝั่งนอร์เวย์

สื่อท้องถิ่นนอร์เวย์รายงานว่า ช่วงเช้าของวันนี้ (8 พ.ย.) ตามเวลาท้องถิ่นในนอร์เวย์ ได้เกิดเหตุเรือรบลาดตระเวณที่ชื่อว่า KNM Helgeelge Ingstad ของกองทัพเรือนอร์เวย์ ปะทะเข้ากับเรือขนน้ำมันสัญชาติมอลต้า จนส่งผลให้เรือของกองทัพนอร์เวย์ชนเข้ากับชายฝั่งฟยอร์ดบริเวณท่าเรือนอกเมืองเบอร์เกน เมืองท่าสำคัญทางตอนใต้ของประเทศ

 

รายงานระบุว่า เรือรบลำดังกล่าวเพิ่งเดินทางกลับมาหลังจากเสร็จสิ้นภารกิจซ้อมรบทางทะเลกับกองทัพนาโต้

ส่วนเรือขนน้ำมันสัญชาติมอลต้าที่ชื่อ Sola TS นั้นรายงานระบุว่า ระหว่างเกิดเหตุมีน้ำมันบรรทุกอยู่บนเรือจำนวน 62,000 ตัน แต่เคราะห์ดีที่ไม่มีรายงานน้ำมันรั่วไหลแต่อย่างใด แต่เรือรบนอร์เวย์มีรายงานว่าลำตัวเรือได้รับความเสียหาย แต่มีน้ำมันรั่วออกมาเล็กน้อย ซึ่งเจ้าหน้าที่ท่าเรือสามารถควบคุมได้แล้ว

 

อย่างไรก็ดี ขณะนี้ยังไม่ชัดเจนนักว่าสาเหตุของการปะทะกันดังกล่าวเกิดอะไรขึ้น แต่ทางสถานีโทรทัศน์ท้องถิ่นของนอร์เวย์ระบุว่า ขณะเกิดเหตุเรือฟริเกตลำดังกล่าวมีลูกเรือประจำการอยู่จำนวน 137 นาย

 

ขณะที่เรือขนน้ำมันมีลูกเรือประจำการ 23 นาย ซึ่งขณะเกิดเหตุเป็นช่วงเช้ามืด และทางเรือนอร์เวย์ได้สั่งอพยพลูกเรือ ก่อนที่ช่วงเช้าสื่อท้องถิ่นนอร์เวย์ได้มีการเผยภาพของเรือ KNM Helgeelge Ingstad ในสภาพที่เกยเข้ากับชายฝั่งฟยอร์ดโดยมีระดับน้ำท่วมสูงถึงลาดจอดเฮลิคอปเตอร์ท้ายลำเรือ

เหตุดังกล่าวไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ หรือเสียชีวิตแต่อย่างใด และทางกองทัพเรือนอร์เวย์ได้เข้าตรวจสอบความเสียหายแล้ว

 

เรือ Sola TS

 

 

 

ภาพ : AFP, NRK

“ซินหัว” เปิดตัวนักข่าวเอไอ’คน’แรกของโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/570193

  • วันที่ 08 พ.ย. 2561 เวลา 17:53 น.

"ซินหัว" เปิดตัวนักข่าวเอไอ'คน'แรกของโลก

สำนักข่าวซินหัว เปิดตัวผู้ประกาศข่าวโดยใช้ปัญญาประดิษฐ์เป็นแห่งแรก

วันนี้ (8 พ.ย.) สำนักข่าวซินหัวได้เปิดตัวผู้ประกาศข่าวเสมือนจริงซึ่งเป็นเอไอ หรือ ปัญญาประดิษฐ์ “คน” แรกของโลกในงานประชุมอินเตอร์เน็ตโลกครั้งที่ 5 ซึ่งจัดขึ้นในมณฑลเจ้อเจียงของจีน

ผู้ประกาศข่าวเอไอ “คน”นี้ถูกพัฒนาขึ้นโดยความร่วมมือระหว่างสำนักข่าวซินหัว กับบริษัทเซิร์ชเอนจินยักษ์ใหญ่ของจีน อย่างเว็บไซต์ Sogou.com โดยได้ต้นแบบมากจากนายจางจ้าว ผู้ประกาศข่าวของซินหัวซึ่งมีตัวตนจริงๆ

 

รายงานระบุว่า นักข่าวปัญญาประดิษฐ์คนนี้ได้เรียนรู้วิธีการอ่านข่าวจากการถ่ายทอดสด และการรายงานข่าวตามช่องทางต่างๆด้วยตนเอง ซึ่งส่งผลให้เขาสามารถอ่านข่าวได้อย่างเป็นธรรมชาติไม่ต่างจากนักข่าวตัวจริงๆเลย

ซินหัวยังระบุว่า นักข่าวเอไอรายนี้ จะกลายมาเป็นสมาชิกใหม่ของทีมข่าว ซึ่งสามารถรายงานข่าวได้ตลอด 24 ชั่วโมงทั้งทางเว็บไซต์ และบนโซเชียลมีเดียอื่นๆ ซึ่งจะสามารถลดต้นทุนการนำเสนอข่าวพร้อมยกศักยภาพการรายงานข่าวให้ดียิ่งขึ้น

 

 

ที่มา : http://www.xinhuanet.com/

เกิดเหตุกราดยิงกลางร้านอาหารในแคลิฟอร์เนีย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/570182

  • วันที่ 08 พ.ย. 2561 เวลา 16:12 น.

เกิดเหตุกราดยิงกลางร้านอาหารในแคลิฟอร์เนีย

ตร.สหรัฐได้รับแจ้งเหตุกราดยิงร้านอาหารในเมืองเทาซันด์โอ๊คส์ รัฐแคลิฟอร์เนีย บาดเจ็บหลายราย

สื่อท้องถิ่นสหรับรายงานว่า ช่วงเวลาราว 3 นาฬิกาของวันนี้ (8 พ.ย.) ตามเวลาท้องถิ่น เจ้าหน้าที่ตำรวจในเมืองเทาซันด์โอ๊คส์ ห่างจากนครลอสแองเจลิส ของรัฐแคลิฟอร์เนียไปทางตะวันตกเฉียงเหนือราว 64 กิโลเมตร ได้รับแจ้งเหตุกราดยิงในร้านอาหารในท้องถิ่นที่ชื่อว่า Borderline Bar and Grill ด้านสำนักข่าวเอ็นบีซีรายงานว่ามีผู้บาดเจ็บอย่างน้อย 11 ราย รายงานจากสื่อท้องถิ่นยังระบุอีกว่าคนร้ายมีการใช้ระเบิดควันในการก่อเหตุด้วย

เว็บไซต์ของบาร์แจ้งไว้ว่าคืนวันพุธเป็นดนตรีแนวคันทรี แสดงระหว่างเวลา 21.00-02.00 น. ของวันรุ่งขึ้น

โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นกำลังเข้าควบคุมสถานการณ์ พร้อมสั่งให้ประชาชนใกล้เคียงอยู่ห่างจากพื้นที่ดังกล่าวแล้ว ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังไม่ยืนยันว่าสามารถควบคุมตัวคนร้ายได้แล้วหรือไม่

 

ภาพ : Los Angeles Times

นักวิทย์อังกฤษแนะรัฐบาลประเทศต่างๆเก็บภาษีเนื้อ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/570177

  • วันที่ 08 พ.ย. 2561 เวลา 15:36 น.

นักวิทย์อังกฤษแนะรัฐบาลประเทศต่างๆเก็บภาษีเนื้อ

“ม.ออกซ์ฟอร์ด”เสนอประเทศต่างๆเก็บภาษีเนื้อแดง-เนื้อแปรรูป ชี้เป็นตัวทำลายสุขภาพปชช.

เดอะการ์เดี้ยน รายงานว่า นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดของอังกฤษ ได้เผยผลวิจัยที่เรียกร้องให้รัฐบาลประเทศต่างๆเรียกเก็บภาษีเนื้อแดง ทั้งเนื้อวัว เนื้อหมู และเนื้อแกะ รวมไปถึงเนื้อแปรรูปลชนิดต่างๆ เนื่องจากมีผลการวิจัยที่่ระบุว่าเนื้อเหล่านี้ส่งผลเสียต่อสุขภาพของประชาชน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้รัฐต้องรับภาระทางงบประมาณด้านสาธารณสุข

วิจัยดังกล่าวระบุว่า การรับประทานเนื้อแดงจำพวกนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ หลอดเลือดอุดตัน และโรคเบาหวาน โดยคาดว่าภาษีลักษณะดังกล่าวสามารถช่วยลดการบริโภคเนื้อสัตว์ได้ประมาณ 2 ครั้งต่อสัปดาห์ต่อประชากรหนึ่งคนในประเทศที่ร่ำรวย และจะส่งผลให้รัฐบาลสามารถประหยัดงบประมาณด้านการรักษาพยาบาลไปได้ปีละ 1.3 ล้านล้านบาท

ซึ่งสำหรับประเทศอังกฤษนั้น วิจัยดังกล่าวได้แนะนำว่าควรเก็บภาษีเนื้อแดงที่ราว 14% และอีก 79% ของภาษีเนื้อแปรรูป หรือเก็บในอัตรา20 เปอร์เซนต์ และ 110 เปอร์เซนต์สำหรับเนื้อแดงแปรรูป เช่น เบคอน หรือ ไส้กรอก จะสามารถลดอัตราการเสียชีวิตของประชาชนได้ปีละกว่า 2 แสนคน และมีเงินเข้ารัฐมากกว่า 130 พันล้านปอนด์ หรือราว 5.6 ล้านล้านบาท

ด้านนาย Marco Springmann หัวหน้าทีมวิจัยดังกล่าวระบุว่า “ไม่มีใครต้องการให้รัฐบาลไปยุ่งกับปชช.ว่า อาหารแบบไหนควรกิน หรือไม่ควรกิน แต่ต้องยอมรับว่าปัจจุบันรัฐรับภาระค่ารักษาพยาบาลที่เกิดขึ้นจากการบริโภคเนื้อแดงอย่างมาก และสร้างภาระให้กับผู้เสียภาษีทุกคน”

“ข้อเสนอดังกล่าวจึงไม่ใช่ห้ามประชาชนบริโภค แต่เป็นการสร้างความเป็นธรรมให้กับส่วนรวมมากว่า เพราะการบริโภคเนื้อล้วนเป็นพฤติกรรมความชอบของแต่ละคน”

อย่างไรก็ดี ข้อเสนอดังกล่าวก็มีฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยโดยระบุว่า การเก็บภาษีอาหารเหล่านี้ จะส่งผลให้รัฐบาลไม่ต่างจากรัฐพี่เลี้ยง ที่ต้องค่อยชี้นำประชาชนว่าอะไรควรหรือไม่ควรทาน อีกทั้งจะเป็นการเพิ่มค่าครองชีพให้กับประชาชนโดยไม่จำเป็น ซึ่งกลุ่มคนที่น่าเป็นห่วงกว่าคือคนที่มีรายได้น้อยจะไม่สามารถบริโภคเนื้อได้อย่างเท่าเทียม

20 เรื่องน่าสนใจของ “มิคกี้ เม้าส์” ที่คุณอาจไม่เคยรู้!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/570168

  • วันที่ 08 พ.ย. 2561 เวลา 14:23 น.

20 เรื่องน่าสนใจของ "มิคกี้ เม้าส์" ที่คุณอาจไม่เคยรู้!

20 เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับ “มิคกี้ เม้าส์” การ์ตูนดังของโลกที่จะอายุครบ 90 ปีในวันที่ 18 พ.ย.นี้

มิคกี้ เม้าส์เป็นของทุกคน ไม่ว่าจะอายุเท่าไร ทำอาชีพใด หรือหน้าตาเป็นอย่างไรก็ตาม แฟนๆ ของเขาจึงไม่ได้จำกัดอยู่แค่เด็กน้อยตัวเล็กๆ เท่านั้น หลายคนมีความผูกพันกับมิคกี้ เม้าส์มาตั้งแต่เกิดจนโต

เนื่องในวันคล้ายวันเกิดปีที่ 90 ของมิคกี้ เม้าส์ที่มาถึงในวันที่ 18 พ.ย.นี้ เราขอร่วมย้อนรำลึกถึงการผจญภัยฝ่ากาลเวลาของมิคกี้ เม้าส์ ผ่าน 20 เรื่องน่าสนใจของคาแรกเตอร์ชื่อก้องโลกตัวนี้

วันเกิดของมิคกี้ เม้าส์

ในวันที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2471 วอลท์ ดีสนีย์ได้สร้างสรรค์ ‘สตีมโบท วิลลี่ (Steamboat Willie)’ การ์ตูนสั้นที่มีเสียงสอดคล้องกับภาพเรื่องแรกของโลก (The first-ever fully synchronized-sound animated short cartoon) โดยมีมิคกี้ เม้าส์เป็นผู้แสดงนำ ซึ่งประสบความสำเร็จไปทั่วโลก และถือเป็นการเดบิวต์ตัวละครตัวนี้อย่างเป็นทางการ วันนั้นจึงกลายมาเป็นวันเกิดของมิคกี้ เม้าส์ตั้งแต่นั้นมา

“สตีมโบท วิลลี่” ไม่ใช่เรื่องแรกของมิคกี้ เม้าส์

ก่อนที่เรื่อง ‘สตีมโบท วิลลี่’ จะออกฉาย วอลท์ ดีสนีย์ได้ผลิตการ์ตูนสั้นที่ไม่มีเสียง โดยมีมิคกี้ เม้าส์เป็นผู้แสดงนำออกมาสองเรื่อง คือ ‘เพลน เครซี่ (Plane Crazy)’ และ ‘เดอะ แกลอปปิน เกาโช (The Gallopin’ Gaucho)’ แต่ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร ซึ่งหลังจากที่ได้เรียนรู้จากความสำเร็จของ ‘สตีมโบท วิลลี่’ แล้ว จึงได้มีการใส่เสียงเข้าไปให้กับสองเรื่องนี้ในภายหลัง

ชื่อเดิมของมิคกี้ เม้าส์คือ “มอร์ติเมอร์”

ในตอนแรก วอลท์ ดีสนีย์ให้ชื่อมิคกี้ เม้าส์ว่า ‘มอร์ติเมอร์ (Mortimer)’ แต่ถูกเปลี่ยนตามคำแนะนำของลิเลียน ภรรยาของเขา ด้วยเหตุผลที่ว่า ‘มิคกี้ เม้าส์’ ฟังดูน่ารักและเข้าถึงได้ง่ายกว่า

นาฬิกามิคกี้ เม้าส์เรือนแรกของโลก

หนึ่งในสินค้าที่ได้รับความนิยมที่สุดของมิคกี้ เม้าส์ คือนาฬิกาที่จัดทำโดยบริษัท อินเกอร์โซล-วอเตอร์บิวรี่ (Ingersoll-Waterbury) ในปีพ.ศ. 2476 โดยวางขายในราคา 3.75 ดอลล่าร์

มิคกี้ เม้าส์บนฮอลลีวูด วอล์ก ออฟ เฟม

ในการเฉลิมฉลองวันเกิดปีที่ 50 ของมิคกี้ เม้าส์ในปีพ.ศ. 2521 มิคกี้ เม้าส์กลายเป็นตัวการ์ตูนตัวแรกที่ได้มีชื่ออยู่บนฮอลลีวูด วอล์ก ออฟ เฟม (Hollywood Walk of Fame)

บอลลูนมิคกี้ เม้าส์ยักษ์ลูกแรก

บอลลูนมิคกี้ เม้าส์ยักษ์ได้เปิดตัวเป็นครั้งแรกในขบวนพาเหรดวันขอบคุณพระเจ้าของห้างสรรพสินค้าเมซีส์ (Macy’s Thanksgiving Day) ในนครนิวยอร์ก เมื่อปีพ.ศ. 2477 หลังจากนั้นเป็นต้นมา มิคกี้ เม้าส์และผองเพื่อนก็กลายเป็นตัวการ์ตูนยอดนิยมที่นำมาร่วมในขบวนพาเหรดจนถึงปัจจุบัน

ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับมิคกี้ เม้าส์

มีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นมากมายตั้งแต่มิคกี้ เม้าส์ถือกำเนิดขึ้นจนถึงปัจจุบัน ในปีพ.ศ. 2472 มิคกี้ เม้าส์ได้สวมถุงมือสีขาวเป็นครั้งแรกในเรื่อง ‘เว็น เดอะ แคทส์ อะเวย์ (When the Cat’s Away)’ และพูดคำว่า “ฮอทด็อก!” เป็นคำแรกในเรื่อง ‘เดอะ คาร์นิวาล คิด (The Karnival Kid)’ ในปีเดียวกัน มิคกี้ เม้าส์ได้รับการดีไซน์ใหม่ โดย เฟร็ด มัวร์ (Fred Moore) เมื่อปีพ.ศ. 2482 ในเรื่อง ‘เดอะ พอยน์เตอร์ (The Pointer)’ และได้มีการวาดคิ้วเพิ่มเข้าไปในเรื่อง ‘พลูโตส์ ปาร์ตี้ (Pluto’s Party)’ ในปีพ.ศ. 2495 หลังจากนั้นในช่วงปีพ.ศ. 2533 – 2543 มิคกี้ เม้าส์ก็ได้ก้าวเข้าสู่โลกของการ์ตูนที่สร้างจากคอมพิวเตอร์กราฟฟิคอย่างเต็มตัว

5 นักพากย์ของมิคกี้ เม้าส์

มีนักพากย์เพียง 5 ท่านเท่านั้นที่ได้ชื่อว่าเป็นนักพากย์ของมิคกี้ เม้าส์อย่างเป็นทางการ คือ วอลท์ ดีสนีย์ (Walt Disney) , จิม แมคโดนัลด์ (Jim Macdonald), เวย์น ออลไวน์ (Wayne Allwine), เบรท อิวาน (Bret Iwan) และคริส ไดอามานโทพาวลัส (Chris Diamantopoulos)

มิคกี้ เม้าส์ มี 4 นิ้ว

มิคกี้ เม้าส์ เป็นตัวการ์ตูนที่มีนิ้วข้างละ 4 นิ้ว

ประกาศรางวัลออสการ์

มิคกี้ เม้าส์ได้เข้าร่วมการประกาศผลรางวัลออสการ์ถึง 2 ครั้ง ครั้งแรกในปีพ.ศ. 2531 โดยมิคกี้ เม้าส์เป็นผู้มอบซองให้กับทอม เซลเล็ค (Tom Selleck) นักแสดงและผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดัง และครั้งที่สองในปีพ.ศ. 2546 เขาก็ได้ขึ้นเวทีประกาศรางวัลพร้อมกับเจนนิเฟอร์ การ์เนอร์ (Jennifer Garner)

คนแรกที่มอบชีวิตให้มิคกี้ เม้าส์

ผู้วาดการ์ตูนเคลื่อนไหวของมิคกี้ เม้าส์เป็นคนแรกคือ อับ โอเวิกส์ (Ub Iwerks) เขาสามารถวาดภาพได้ถึง 700 ภาพในหนึ่งวัน และสามารถวาดการ์ตูนเคลื่อนไหวทั้งเรื่องได้ด้วยตัวคนเดียว ซึ่งจนถึงปัจจุบันก็ยังไม่เคยมีใครทำได้แบบเขา

การ์ตูนสั้น 121 เรื่องของมิคกี้ เม้าส์

มิคกี้ เม้าส์รับบทนำในการ์ตูนสั้นที่ฉายในโรงภาพยนตร์ทั้งหมด 121 เรื่อง

ชื่อของมิคกี้ เม้าส์ในภาษาต่างๆ

มิคกี้ เม้าส์มีชื่อเรียกที่ต่างกันไปในแต่ละภาษา เช่น โทโปลิโน่ (Topolino) แปลว่า หนูตัวจิ๋ว ในภาษาอิตาเลี่ยน, มิคกี้ เม้าส์ (Micky Maus) ในภาษาเยอรมัน, มิคกิ ฮีอิริ (Mikki Hiiri) ในภาษาฟินนิช, มิคาเอล มุสคุลุส (Michael Musculus) ในภาษาละติน และมูสเซ่ พิกก์ (Musse Pigg) ในภาษาสวีดิช

อนุสาวรีย์ “พาร์ทเนอร์ส”

เบลน กิ๊บสัน (Blaine Gibson) เป็นผู้สร้างอนุสาวรีย์วอลท์ ดีสนีย์จูงมือกับมิคกี้ เม้าส์ ที่มีชื่อว่า “พาร์ทเนอร์ส (Partners)” โดยอนุสาวรีย์นี้ถูกนำไปตั้งเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของดีสนีย์แลนด์ทั่วโลก และในเดอะ วอลท์ ดีสนีย์ สตูดิโอ ที่เมืองเบอร์แบงก์ รัฐแคลิฟอร์เนีย

ครั้งแรกของมิคกี้ เม้าส์ ในวงการสิ่งพิมพ์

เมื่อต้นปีพ.ศ. 2473 การ์ตูนของมิคกี้ เม้าส์ได้ตีพิมพ์เป็นครั้งแรกในหนังสือพิมพ์รายวัน โดยผู้วาดคนแรกคือ อับ โอเวิกส์ ที่เป็นคนวาดต้นฉบับอยู่เป็นเวลาหนึ่งเดือน ก่อนที่จะเปลี่ยนมือเป็นวิน สมิธ (Win Smith) อีกสามเดือน และตามมาด้วยฟลอยด์ ก็อตต์เฟร็ดสัน (Floyd Gottfredson) ที่ในตอนแรกถูกขอให้มาช่วยวาดเป็นเวลาไม่กี่อาทิตย์จนกว่าจะหาคนประจำแทนได้ แต่สุดท้ายแล้วเขาก็ได้วาดการ์ตูนเรื่องนี้อยู่ถึง 45 ปี จนถึงวันที่เขาเกษียณอายุการทำงาน

นิตยสาร ‘Mickey Mouse’

นิตยสาร ‘Mickey Mouse’ ถูกตีพิมพ์ขึ้นเป็นครั้งแรกในปีพ.ศ. 2476 เป็นนิตยสารเล่มเล็กที่มีทั้งเรื่องสั้น บทความ การ์ตูนช่อง เกมส์ และบทกลอน ขนาดของหนังสือถูกปรับเปลี่ยนอยู่เรื่อยๆ จนสุดท้ายก็มาจบที่ขนาดเท่าหนังสือการ์ตูนอย่างที่คุ้นเคยกันในปัจจุบัน

ผู้ที่มีไลแซนซีมากที่สุดในโลก

มิคกี้ เม้าส์ เป็นตัวละครที่มีผู้ขอใช้สิทธิ์ในผลงานมากที่สุดในโลก ตั้งแต่ของเล่น เสื้อผ้า เครื่องใช้ในครัว หรือแม้กระทั่งเครื่องเพชร

การเข้าร่วมแฟชั่นวีค

มิคกี้ เม้าส์ และมินนี่ เม้าส์ได้มีโอกาสเข้าร่วมแฟชั่นวีค (Fashion Week) ระดับโลกมาแล้วในหลายประเทศ อย่างในนครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา, มหานครเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน, เมืองปารีส ประเทศฝรั่งเศส, เมืองลอนดอน ประเทศอังกฤษ และเมืองมิลาน ประเทศอิตาลี

ตัวละครแรกบน Apple Watch

ทั้งมิคกี้ เม้าส์ และมินนี่ เม้าส์เป็นตัวละครสองตัวแรกที่ได้ไปอยู่บน Apple Watch โดยผู้ใช้สามารถกดให้ทั้งสอง ตัวละครพูดบอกเวลาได้

วันเกิดของมินนี่ เม้าส์

และรู้หรือไม่ ว่าจริงๆ แล้วมินนี่ เม้าส์ หวานใจขนตางอนของเจ้าหนูตัวจิ๋วของเราก็เดบิวต์เป็นครั้งแรกจากเรื่อง ‘สตีมโบท วิลลี่’ และนั่นทำให้ทั้งสองตัวละครมีวันเกิดวันเดียวกัน

‘เวเนซุเอลา’ขอถอนทองคำออกจากแบงก์ชาติอังกฤษ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/570160

  • วันที่ 08 พ.ย. 2561 เวลา 13:03 น.

'เวเนซุเอลา'ขอถอนทองคำออกจากแบงก์ชาติอังกฤษ

แบงก์ชาติอังกฤษ ปฏิเสธคืนทองคำแท่ง 15 ตัน แก่เวเนซุเอลา หวั่น “มาดูโร” ถลุงส่วนตัว

รอยเตอร์รายงานว่า ทางการเวเนซุเอลา ได้เรียกร้องขอถอนทองคำแท่งจำนวน 15 ตัน ที่ฝากไว้ในธนาคารกลางอังกฤษ คิดเป็นมูลค่าราว 550 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 18,078  ล้านบาท กลับคืนสู่ประเทศภายในสองเดือนข้างหน้า โดยทางรัฐบาลเวเนฯให้เหตุผลว่าต้องการเพื่อพยุงค่าเงิน และรับประกันความเสี่ยงในประเทศหลังจากได้รับผลกระทบจากมาตรการคว่ำบาตรของรัฐบาลสหรัฐ

ด้านเดอะไทมส์ของอังกฤษได้รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวภายในธนาคารกลางอังกฤษว่า “ขณะนี้นอกจากความกังวลเรื่องความปลอดภัยในการขนย้ายข้ามทะเลไปยังเวเนซุเอลาแล้ว ทางแบงก์ชาติอังกฤษยังกังวลว่าประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร อาจจะยึดทองคำเหล่านี้ไว้เพื่อเป็นหลักประกันและใช้จ่ายส่วนตัว”

อย่างไรก็ดี ยังไม่มีแถลงการณ์อย่างเป็นทางการจากธนาคารกลางอังกฤษถึงการอายัดทองคำดังกล่าวแต่อย่างใด

รายงานการเคลื่อนย้ายทองดังกล่าวมีขึ้นหลังจากที่ รัฐบาลสหรัฐเพิ่งออกประกาศจำกัดการส่งออกทองคำของเวเนซุเอลา โดยทางรัฐบาลวอชิงตันให้เหตุผลว่า รัฐบาลของนายมาดูโรกำลังปล้นประชาชนที่อดอยาก ท่ามกลางวิกฤตเงินเฟ้อ และเศรษฐกิจในประเทศอย่างหนัก โดยมาตรการการคว่ำบาตรดังกล่าวมุ่งรวมถึงสินค้าส่งออกหลักของเวเนซุเอลาทั้งน้ำมัน และทองคำ

ทั้งนี้ นายมาดูโรเคยอ้างว่า เวเนซุเอลามีแหล่งเหมืองทองขนาดใหญ่ถึง 32 แห่ง และมีโรงงานถลุงทองคำมากถึง 54 แห่ง ซึ่งส่งผลให้เวเนซุเอลา เป็นหนึ่งในประเทศที่ส่งออกทองคำมากที่สุดเป็นอันดับสองของโลก

ด้วยเหตุผลดังกล่าว รัฐบาลเวเนซุเอลา จึงพยายามหลีกการพึ่งพิ่งสถาบันการเงินของสหรัฐ และหันไปพึ่งพิงการใช้เงินสกุลหยวน และเงินสกุลอื่นๆที่ไม่ถูกจำกัดด้วยข้อกำหนดการคว่ำบาตรของสหรัฐ

สำหรับเวเนซุเอลานั้น มีทองคำสำรองอยู่ราว 164 ตัน ตามข้อมูลจาก World Gold Council’s ซึ่งในจำนวนนี้คิดเป็น 65% ของทุนสำรองทั้งหมดของประเทศ

ภาพ : Reuters

โบอิ้งออกกฎความปลอดภัยใหม่ หลังไลอ้อนแอร์ตก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/570155

  • วันที่ 08 พ.ย. 2561 เวลา 12:04 น.

โบอิ้งออกกฎความปลอดภัยใหม่ หลังไลอ้อนแอร์ตก

บริษัทโบอิ้งออกประกาศแก้ไขปัญหาเซ็นเซอร์เครื่อง 737 แม็กซ์ เชื่อเป็นสาเหตุให้ไลอ้อนแอร์ตกกลางทะเลอินโดฯ

เว็บไซต์ของบริษัทโบอิ้งได้ออกแถลงการณ์ว่า ทีมสืบสวนเหตุเครื่องบินโบอิ้งรุ่น 737 MAX เที่ยวบิน เจที 610 ตกนอกชายฝั่งอินโดนีเซียเมื่อวันที่ 29 ต.ค.ที่ผ่านมานั้น ได้ตรวจพบว่าอุปกรณ์เซ็นเซอร์ตรวจมุมปะทะ (angle of attack – AOA) ตัวใดตัวหนึ่งของเครื่องลำดังกล่าวอาจวัดข้อมูลผิดพลาด ซึ่งโบอิ้งได้ออกประกาศให้ทุกสายการบินที่ใช้งานเครื่องบินรุ่นดังกล่าวแก้ไขเซ็นเซอร์ AOA ที่ส่งสัญญาณผิดพลาดแล้ว

ขณะเดียวกันโบอิ้งยังระบุว่า บริษัทจะให้การสนับสนุนความช่วยเหลือทางเทคนิคแก่คณะกรรมการความปลอดภัยการคมนาคมแห่งชาติอินโดนีเซีย และหน่วยงานอื่นๆในการแก้ไขสอบสวนเหตุการตกดังกล่าว

ด้านสำนักบริหารการบินแห่งชาติสหรัฐ หรือ FAA ได้ระบุในแถลงการณ์เช่นกันว่า “ข้อมูลที่ผิดพลาดของเซ็นเซอร์ดังกล่าวนั้น จะส่งผลให้แพนหางระดับ (horizontal stabilizers) พยายามกดส่วนหัวของเครื่องบินให้ต่ำลงอยู่เรื่อยๆ จนยากแก่การควบคุมเครื่อง”

ทั้งนี้ สำหรับมุมปะทะของเครื่องบินคือ  มุมระหว่างทิศทางทำการบินกับเส้นสมมติและทิศทางสัมพันธ์ของลม เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดแรงยกเมื่อลมปะทะที่ปีก ซึ่งจะทำให้เครื่องบินพยุงตัวในอากาศได้

ทรัมป์ สั่งปลดรมว.ยุติธรรมสหรัฐ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/570146

  • วันที่ 08 พ.ย. 2561 เวลา 11:10 น.

ทรัมป์ สั่งปลดรมว.ยุติธรรมสหรัฐ

ปธน.ทรัมป์ สั่งปลดนายเจฟฟ์ เซสชันส์ พ้นเก้าอี้รมว.ยุติธรรมสหรัฐแล้ว หลังวิจารณ์เขาแบบไม่ไว้หน้าหลายครั้ง

สื่อสหรัฐรายงานว่า นายเจฟฟ์ เซสชันส์ วัย 71 ปี ได้ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรียุติธรรมสหรัฐแล้ว ซึ่งการลาออกครั้งนี้มีขึ้นหลังจากผลการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐเพียงไม่กี่ชั่วโมง

รายงานระบุว่านายเซสชันส์ได้ขอลาออกตามที่ประธานาธิบดีทรัมป์เรียกร้อง แต่ทว่าแหล่งข่าวในรัฐบาลสหรัฐระบุว่า นายจอห์น เคลลี หัวหน้าคณะทำงานของทำเนียบขาวได้ขอให้เขาลาออกเอง

ด้านประธานาธิบดีทรัมป์ได้ทวีตข้อความ ระบุว่าเขาทราบเรื่องการลาออกของนายเซสชันส์แล้ว และได้มอบหมายให้นายแมทธิว จี วิทเกอร์ หัวหน้าสำนักงานกระทรวงยุติธรรมจะทำหน้าที่รักษาการรัฐมนตรียุติธรรม และขอขอบคุณนายเซสชันส์สำหรับการทำหน้าที่รมว.ยุติธรรม และขอให้โชคดี รวมถึงจะมีการประการชื่อบุคคลที่เหมาะสมเป็นรมว.ยุติธรรมคนต่อไป

ทั้งนี้ สำหรับนายวิทเกอร์นั้นหลายฝ่ายกำลังจับตามองการทำงานของเขาในระหว่างที่รับหน้าที่รักษาการรมว.ยุติธรรมสหรัฐกรณีการสอบสวนเหตุรัสเซียแทรกแซงเลือกตั้งและเรื่องนายโรเบิร์ต มุลเลอร์ หัวหน้าคณะสอบสวน เพราะเขามักวิจารณ์การสอบสวนและนายมุลเลอร์อยู่เสมอ

สำหรับนายเซสชันส์นั้น ตลอดที่รับตำแหน่งรมว.ยุติธรรมสหรัฐเขาได้ประกาศไม่ก้าวก่ายการทำงานของคณะสืบสวนของนายมุลเลอร์ ขณะที่หลายครั้งที่ผ่านมาปธน.ทรัมป์ได้วิจารณ์นายเซสชันส์อย่างไม่ไว้หน้าหลายครั้งเช่นกัน

เดือดกลางทำเนียบขาว นักข่าวซีเอ็นเอ็นปะทะคารมกับทรัมป์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/570134

  • วันที่ 08 พ.ย. 2561 เวลา 10:14 น.

เดือดกลางทำเนียบขาว นักข่าวซีเอ็นเอ็นปะทะคารมกับทรัมป์

ทำเนียบขาวระงับบัตรสื่อของนักข่าวซีเอ็นเอ็น หลังปะทะคารมกับปธน.ทรัมป์ระหว่างแถลงข่าวผลเลือกตั้งกลางเทอม

สื่อสหรัฐรายงานว่า ในระหว่างที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังแถลงข่าวถึงผลการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐที่ทำเนียบขาวนั้น ได้เกิดเหตุการปะทะคารมระหว่าง นายจิม อาคอสตา วัย 47 ปี หัวหน้าผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบขาวของสำนักข่าวซีเอ็นเอ็น

 

 

นายอาคอสตา พยายามถามปธน.ทรัมป์เรื่องขบวนผู้เข้าเมืองจากลาตินอเมริกาที่กำลังมุ่งหน้าขึ้นมาทางพรมแดนทางใต้ของสหรัฐ โดยเขาตั้งคำถามว่า ทำไมท่านถึงบอกขบวนผู้อพยพจากอเมริกากลางเป็นการบุกรุก ปธน.ทรัมป์ตอบว่า ผมมีหน้าที่บริหารประเทศ คุณก็ทำงานให้ซีเอ็นเอ็นไป

ทรัมป์กล่าวว่า “เขาต้องการให้พวกผู้อพยพเข้ามาในสหรัฐอย่างถูกกฎหมาย ไม่ใช่อพยพเป็นคาราวานเข้ามาแบบนี้ พวกเขาต้องเข้ามาตามกระบวนการ เราต้องการแรงงาน เพราะว่าบริษัทจำนวนมากกำลังเข้ามาเปิดในสหรัฐ เราจึงต้องการแรงงานจำนวนมาก”

นอกจากนี้อาคอสตา ยังได้ตั้งคำถามถึงประเด็นการสอบสวนกรณีรัสเซียแทรกแซงการเลือกตั้งสหรัฐ และพยายามซักถามต่อไป จนส่งผลให้ประธานาธิบดีตัดบทว่าพอแล้ว แต่ทั้งคู่ก็ยังคงปะทะคารมกันต่อไป

กระทั่งเจ้าหน้าที่หญิงของทำเนียบขาวพยายามแย่งไมค์โครโฟนจากนายอาคอสตา  แต่นายอาคอสตาพยายามปัดแขนเธอออกไป ปธน.ทรัมป์จึงถอยห่างจากแท่นแถลงและให้เจ้าหน้าที่ยึดไมค์โครโฟนกลับไป นายอาคอสตาจึงยอมนั่งลง

 

หลังจากเหตุการณ์ดังกล่าวสงบลง ปธน.ทรัมป์ได้ชี้นิ้วไปที่นายอาคอสตาระบุว่า ซีเอ็นเอ็นควรละอายที่ให้เขาทำงาน เขาเป็นคนหยาบคายและแย่มาก ไม่ควรทำงานให้ซีเอ็นเอ็น

 

จิม อาคอสตา นักข่าวซีเอ็นเอ็น

ต่อมาปธน.ทรัมป์ เปิดโอกาสให้นักข่าวคนอื่นได้สัมภาษณ์ ซึ่งคนต่อมาที่ได้สัมภาษณ์ปธน.ทรัมป์คือ นายปีเตอร์ อเล็กซานเดอร์ นักข่าวจากเอ็นบีซี

โดยในช่วงแรกนั้นเขาไม่ได้ตั้งคำถามต่อปธน.ทรัมป์แต่อย่างใด แต่เขากล่าวปกป้องนายอาคอสตา ปธน.ทรัมป์จึงตอกกลับว่า เอ็นบีซีก็ไม่ใช่สื่อที่ดีเหมือนกัน ทรัมป์ระบุว่าซีเอ็นเอ็นเป็นสถานีที่รายงานแต่ข่าวปลอม และถือเป็นสื่อที่เป็นศัตรูของประชาชน และหลังจากนั้นนายอเล็กซานเดอร์ได้ถามถึงปธน.ทรัมป์ในประเด็นผู้อพยพเช่นเดียวกับที่นายอาคอสตาถามในช่วงแรก

หลังจากที่การแถลงข่าวสิ้นสุดลง นายอาคอสตาได้ทวีตข้อความระบุว่า เขาถูกเจ้าหน้าที่ของทำเนียบขาวระงับบัตรผ่านสื่อมวลชนของเขา พร้อมสั่งห้ามเข้าทำเนียบขาวอีก