ก่อนเกษียณ ต้องไม่มี…

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/life/573790

  • วันที่ 13 ธ.ค. 2561 เวลา 16:10 น.

ก่อนเกษียณ ต้องไม่มี...

เรื่อง บีเซลบับ ภาพ คลังภาพโพสต์ทูเดย์

หนี้…คำๆ นี้อย่ามีเสียดีกว่า โดยเฉพาะถ้ามีอายุเข้าสู่วัยใกล้เกษียณ ไม่บอกก็รู้ว่า เมื่อถึงวัยที่เราไม่มีรายได้เข้ามาเต็มกอบเต็มกำลังดังเก่า สิ่งที่ต้องขจัดให้เหลือศูนย์หรือใกล้ศูนย์คือหนี้สินทุกชนิด ชีวิตหลังเกษียณต้องเป็นชีวิตปลอดหนี้ สิ่งนี้ทำไม่ได้ถ้าเลยวัยเกษียณไปแล้ว ทุกคนต้องขวนขวายและทำให้สำเร็จก่อนวันนั้น(เกษียณ)จะมาถึง!

หนี้ คือการนำรายได้ในอนาคตมาใช้ในปัจจุบัน ถ้าในอนาคตอันใกล้รายได้ลดหรือหยุดลงเนื่องจากเกษียณอายุ ชีวิตหลังเกษียณย่อมเป็นปัญหาใหญ่ เพราะใช้เงินในอนาคตหมดไปกับการก่อหนี้ มาสำรวจตัวเองกันว่า ถ้าจะเกษียณวันนี้พรุ่งนี้ หนี้ประเภทไหนที่(พอจะ)พกพาไปได้บ้าง และหนี้ประเภทไหนที่ไม่ควรคบค้าสมาคมด้วยเลย

1.หนี้ระยะสั้น หรือหนี้ที่มีอายุชำระคืนไม่เกิน 1 ปี

 หนี้บัตรเครดิต หนี้ประเภทนี้มีข้อดีคือสามารถใช้แทนเงินสดในการซื้อสินค้าและบริการ แต่ต้องระวังข้อเสีย เพราะถ้าใช้แล้วไม่สามารถชำระคืน 100% ของยอดที่ใช้ไป หรือเลือกชำระขั้นต่ำ 10% เมื่อถึงกำหนดชำระคืน ดอกเบี้ยจะอยู่ในอัตรา 19-22% ซึ่งสูงมาก กรณีสินค้าบางอย่างจัดโปรโมชั่นการผ่อนชำระคืนเป็นรายงวดในอัตราดอกเบี้ย 0% เพื่อดึงดูดให้ตัดสินใจง่ายขึ้น ดังนั้น สติและวินัยทางการเงินที่ดีเท่านั้น ที่จะช่วยไม่ให้เป็นหนี้ ที่เกิดจากความต้องการที่ไม่บันยะบันยังหลังเกษียณ(หรือก่อนเกษียณก็ตาม) สินเชื่อบุคคล วงเงินฉุกเฉิน ดอกเบี้ย 1-2% ต่อเดือน ไม่รวมค่าธรรมเนียมการเบิกเงินแล้วแต่วงเงินที่อนุมัติของธนาคารและการผ่อนชำระต่องวด หนี้ประเภทนี้บอกได้เลยว่า สบายตอนใช้ หนักใจตอนคืน

จากสถานการณ์หนี้ครัวเรือนไทยในปัจจุบัน พบว่า สัดส่วนของปริมาณหนี้ต่อคนเพิ่มขึ้นจาก 7 หมื่นบาท/คนในปี 2552 เป็น 1.5 แสนบาทต่อคนในปี 2559 หนี้ต่อคนเพิ่มขึ้นมากกว่า 100% แม้เข้าสู่วัยใกล้เกษียณ ก็ยังต้องแบกภาระหนี้ต่อไป แม้ว่าหนี้ระยะสั้นนี้อาจเป็นหนี้ที่ดูแล้วเล็กน้อย แต่ภาระดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นจากความเสี่ยงการปล่อยกู้ก็ทำให้ดอกเบี้ยสูงมาก จัดเป็นหนี้ประเภทที่ไม่ควรมีอย่างยิ่ง เคลียร์ให้หมดก่อนปลดเกษียณดีที่สุด

2.หนี้ระยะยาว หรือหนี้ที่มีอายุชำระคืนมากกว่า 1 ปี

 หนี้บ้านเพื่ออยู่อาศัย ส่วนใหญ่ภาระการผ่อนจะจบพร้อมอายุเกษียณคือ 60 ปี ขยายได้ถึง 65 ปี บ้านเป็นทรัพย์สินประเภทหนึ่งที่มูลค่าจะเพิ่มขึ้นตามความเจริญของทำเลที่ซื้อ หนี้รถยนต์ เพื่อความสะดวกในการเดินทางระยะเวลาในการผ่อนชำระส่วนใหญ่จบก่อนเกษียณอายุ แต่ดอกเบี้ยไม่ลดตามเงินต้นที่ลดลง ขณะที่มูลค่าของรถยนต์ลดลงเรื่อยๆ หนี้ทั้งสองประเภททำให้เกษียณอายุได้ช้าลง เพราะยังจำเป็นต้องหารายได้มาชำระหนี้ คงไม่มีใครอยากเกษียณแล้วส่งต่อหนี้สินให้เป็นมรดกลูกหลาน แม้ที่อยู่อาศัยจะถือเป็นประเภทหนี้ที่ทำให้เรามีสินทรัพย์มากขึ้น อย่างไรก็ตาม รีบเคลียร์รีบโปะก่อนเกษียณได้จะดีไม่น้อย

3.หนี้ห่วงรัก

หนี้ประเภทนี้เป็นหนี้ที่เกิดจากความรักของพ่อแม่ที่มีต่อลูก แม้ว่าลูกจะอยู่ในวัยใดก็ตาม ตราบใดที่ลูกยังไม่ประสบความสำเร็จในการดำเนินชีวิต มีหน้าที่การงานที่มั่นคง มีครอบครัวที่อยู่ดีมีสุข หนี้ห่วงรักนี้ก็จะไม่มีทางหมดไปได้ ความกังวลและไม่สบายใจ มีผลสืบเนื่องถึงสุขภาพ การปล่อยวาง คือหนทางแห่งการปลดหนี้ประเภทนี้

เอาล่ะ! ถึงเวลาสำรวจตัวเองว่า มีหนี้อะไรอยู่บ้าง เปรียบเทียบกับอายุที่เหลือในการหารายได้ ก็จะประเมินสถานการณ์ได้เองว่า ภาระหนี้และพันธกิจปลดหนี้ก่อนเกษียณของคุณอยู่ในขั้นไหน ต้องรีบเร่งหรือวางแผนจัดการประการใด…ต้องรีบแล้ว!

แค่ขยับเท่ากับอายุยืน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/life/573789

  • วันที่ 13 ธ.ค. 2561 เวลา 15:30 น.

แค่ขยับเท่ากับอายุยืน

เรื่อง : กาญจนา ภาพ : เอเอฟพี

การออกกำลังกายเป็นสิ่งสำคัญ แต่สำหรับกิจกรรมเบาๆ อย่างการเดินขึ้นบันได กวาดใบไม้ หรือการทำงานบ้าน ก็ช่วยพัฒนาสุขภาพ บำรุงสุขภาพจิต และช่วยให้อายุยืน

ล่าสุด มีข้อแนะนำด้านสุขภาพของอเมริกา (Physical Activity Guidelines) ฉบับใหม่ แนะนำให้ประชาชนออกกำลังกายสัปดาห์ละ 75 นาที เล่นโยคะสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ร่วมไปกับการสร้างกล้ามเนื้อ พบว่ามีชาวอเมริกันเพียงร้อยละ 23 เท่านั้นที่ทำได้ และ 1 ใน 4 ของชาวอเมริกันวัยผู้ใหญ่มีพฤติกรรมนั่งอยู่กับที่มากกว่าวันละ 8 ชั่วโมง

สรุปใจความสำคัญได้ว่า “เคลื่อนไหวให้มาก นั่งให้น้อย” โดยไม่ต้องกังวลว่าการเคลื่อนไหวนั้นเป็นประเภทอะไรและต้องทำนานขนาดไหน ก็สามารถทำให้มีสุขภาพดีได้เช่นกัน ยกตัวอย่างกิจกรรมที่ไม่คิดว่าเป็นการออกกำลังกาย เช่น การวิ่งไปทำธุระ หรือการขัดห้องน้ำ เป็นต้น

การศึกษาเกี่ยวกับผู้หญิงสูงวัยที่ตีพิมพ์ในวารสารผู้สูงอายุแห่งอเมริกัน (JAGS-Journal of the American Geriatrics Society) ระบุว่า การเคลื่อนไหวร่างกายด้วยการทำงานบ้านหรือกิจกรรมในชีวิตประจำวันทุกๆ 30 นาที ช่วยลดอัตราเสี่ยงเสียชีวิตลงร้อยละ 12 เมื่อเทียบกับคนที่ไม่ชอบเคลื่อนไหวร่างกายและชอบอยู่กับที่ ทั้งยังมีการศึกษาล่าสุดปีนี้เกี่ยวกับผู้สูงอายุเพศชาย พบว่า การเคลื่อนไหวร่างกาย เช่น การเดิน และการทำสวน ช่วยลดอัตราเสี่ยงเสียชีวิตได้ร้อยละ 17

แจ๊กกี้ คร็อกฟอร์ด เทรนเนอร์สาวชาวอเมริกัน กล่าวว่า กิจกรรมในชีวิตประจำวันอย่างการยืนบนรถไฟใต้ดิน หรือเดินขณะคุยโทรศัพท์ล้วนส่งผลกระทบต่อสุขภาพ กิจกรรมเหล่านี้เรียกว่า การเผาผลาญพลังงานด้วยกิจกรรมที่ไม่ใช่การออกกำลังกาย (NEAT-Non-Exercise Activity Thermogenesis)

“เราจำเป็นที่จะต้องตระหนักถึงความแตกต่างระหว่างการออกกำลังกายที่มีแบบแผนกับการใช้ชีวิตให้แอ็กทีฟ ซึ่งมีคนจำนวนไม่น้อยที่คิดถึงแต่การออกกำลังกายในยิม จนลืมการเคลื่อนไหวในชีวิตประจำวัน” แจ๊กกี้ กล่าว

ด้าน ดร.แจ๊ก แร็กลิน ศาสตราจารย์ด้านวิทยาศาสตร์การเคลื่อนไหว (Kinesiology) มหาวิทยาลัยอินเดียน่า กล่าวว่า อุตสาหกรรมฟิตเนสมักโน้มน้าวให้คนมุ่งโฟกัสไปที่การออกกำลังกายในยิม ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่สำหรับผู้สูงวัยที่จะเดินทางออกจากบ้าน ดังนั้นทุกคนจึงต้องการสิ่งที่สะดวกสบายที่สามารถทำได้ทุกสถานที่และทุกเวลา

การเคลื่อนไหวร่างกายแบบ NEAT จึงตอบโจทย์คนทุกช่วงวัย ซึ่งข้อดีของการไม่อยู่นิ่งส่งผลดีตั้งแต่สุขภาพจิต คุณภาพของการนอน และระบบความคิดสร้างสรรค์ ทว่าคนส่วนใหญ่มักหวังผลลัพธ์อื่นๆ เช่น การลดน้ำหนัก และการสร้างกล้ามเนื้อ ซึ่งเป็นผลลัพธ์ที่การเคลื่อนไหวแบบดังกล่าวอาจให้ไม่ได้

“เมื่อคุณออกกำลังกายแน่นอนว่ามันจะทำให้ความดันโลหิตลดลง และคอเลสเตอรอลลดลง แต่เมื่อคุณเคลื่อนไหวร่างกายโดยปราศจากความเครียด ไม่อิดโรย และรู้สึกกระฉับกระเฉง มันจะให้ผลลัพธ์ที่ลึกล้ำกว่าแค่ร่างกาย” ดร.แจ๊กกล่าวเพิ่มเติม

นอกจากนี้ มีการศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์ของอังกฤษ เดอะ แลนเซต ฉบับเฉพาะด้านจิตเวชศาสตร์ ระบุว่า การทำกิจกรรมที่ต้องเคลื่อนไหวร่างกายสัปดาห์ละ 2-6 ชั่วโมง เช่น การเดินเล่นท่ามกลางธรรมชาติ และการทำงานบ้าน จะช่วยบำบัดสุขภาพจิต ทำให้จิตใจแจ่มใส คลายเครียดและความกังวลลงได้

เทรนเนอร์สาว แจ๊กกี้ ยังเพิ่มเติมว่า การทำให้คนยอมรับการเคลื่อนไหวร่างกายในชีวิตประจำวันและการทำกิจกรรมแบบเบาๆ ส่งผลดีต่อร่างกายได้นั้น จะช่วยลดความรู้สึกผิดในเรื่องการเข้ายิม หากเขาหรือเธอไม่มีเวลาไปพบเทรนเนอร์ตามนัดหรือไม่ว่างเข้ายิมสักที กิจกรรมเหล่านี้จะช่วยให้รู้สึกผิดน้อยลง ซึ่งเป็นผลดีต่อสุขภาพจิตด้วย

ทิ้งท้ายกับคำพูดของ ไมเคิล ลามอนเต้ รองศาสตราจารย์คณะวิทยาการระบาดและสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยบัฟฟาโล่ ที่กล่าวถึงข้อดีของการเคลื่อนไหวร่างกายว่า อย่ากำหนดเวลา อย่าเอาจริงเอาจัง “เราต้องใช้ชีวิตเหมือนในอดีต ที่การเคลื่อนไหวร่างกายเป็นวิถีชีวิตของมนุษย์”

ปัจจุบันเทคโนโลยีทำให้มนุษย์เคลื่อนไหวตัวน้อยลง อย่างแอพพลิเคชั่นที่ไม่ต้องไปยืนเรียกแท็กซี่ หรือไม่ต้องออกไปซื้ออาหารนอกบ้าน แต่มนุษย์ควรเคลื่อนไหวร่างกายทุกครั้งที่มีโอกาส ยืนเท่าที่จะทำได้ เดินเท่าที่ทำไหว และใช้ชีวิตบนสโลแกน “เคลื่อนไหวให้มาก นั่งให้น้อย” แล้วจะมีอายุยืนยาว

อังคณา อุทัยแสงชัย บ้านนี้เพื่อทุกชีวิต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/life/573791

  • วันที่ 13 ธ.ค. 2561 เวลา 10:00 น.

อังคณา อุทัยแสงชัย บ้านนี้เพื่อทุกชีวิต

เรื่อง โยธิน อยู่จงดี ภาพ ทวีชัย ธวัชปกรณ์

“คุณพ่อมักจะบอกกับเราเสมอว่าทุกโครงการที่เราสร้างต้องทำให้เหมือนกับเราเข้าไปอยู่เอง ดังนั้นทุกอย่างจะต้องทำให้ดี ใช้ของที่ดี คิดเผื่อถึงการใช้งานในอนาคต ดังนั้นพอเรามาทำบ้านของตัวเองก็ต้องทำให้ดีคิดเผื่อถึงอนาคตวันข้างหน้าด้วยเช่นกัน” อังคณา อุทัยแสงชัย ผู้บริหารฝ่ายออกแบบสถาปัตยกรรม บริษัท ธนาแลนด์ ทายาทคนสุดท้องของตระกูล “สุวาณิชย์กุล” ผู้พัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยที่มีชื่อเสียงที่สุดเจ้าหนึ่ง

เปิดรับทุกสไตล์

“จำได้ว่าตอนเราอยู่ ป.2 คุณพ่อจะพาไปที่ไซต์งานตลอด แล้วเราก็ย้ายบ้านบ่อยเพราะว่าทุกครั้งที่เราไปทำโครงการสร้างบ้านที่ไหน เราจะต้องย้ายไปอยู่แถวนั้นด้วย เพราะคุณพ่อมีความตั้งใจในการทำบ้านเป็นอย่างมาก ทำให้เราซึมซับในเรื่องการทำงานของคุณพ่อมาโดยตลอด ประกอบกับตั้งแต่จำความได้ก็รู้ว่าเรามีความสามารถทางด้านการวาดภาพ และมีความชอบทางด้านวิทยาศาสตร์ควบคู่กันไปด้วย จึงเลือกเส้นทางสถาปัตยกรรม และกลับมาช่วยงานธุรกิจของคุณพ่อ ซึ่งสไตล์การออกแบบบ้านของเราค่อนข้างเปิดกว้างไม่ได้ยึดติดกับสไตล์ใดสไตล์หนึ่ง ขึ้นอยู่กับเทรนด์ ความต้องการของลูกค้า และวัสดุใหม่ๆ ที่เข้ามาในแต่ละยุคว่าเป็นอย่างไร

นั่นคือในส่วนของการทำงาน แต่ถามว่าในใจลึกๆ เราชอบอะไร ก็คงเป็นสไตล์ มินิมอลเพราะว่ามินิมอล ก็คือคนที่รู้ว่าสิ่งสำคัญที่ใช้งานในชีวิตเราจริงๆ คืออะไรเราก็จะใช้แค่เฉพาะนั้น ตรงนี้ทำให้เรารู้สึกว่าเป็นความชอบพื้นฐานที่ทำให้เราเปิดกว้าง รับรู้และเรียนรู้แก่นแท้ของการออกแบบสิ่งอื่นๆ ได้อีก”

บ้านหลังเก่าที่ดีกว่าเดิม

“พอเรากลับมารีโนเวตบ้านหลังนี้ซึ่งเดิมเป็นบ้านของขุนนางในสมัยรัชกาลที่ 6 รีโนเวตใหม่เมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้ว ซึ่งบางส่วนเราก็จะเห็นว่าเรายังคงของเดิมเอาไว้ โจทย์ในการออกแบบบ้านเริ่มต้นเลยว่าครั้งนี้ทำแล้วจะต้องอยู่ยาวแน่นอน ไม่ย้ายไปไหนและไม่ใช่ว่าทำแล้วมาต่อเติมภายหลัง ทุกอย่างเลยต้องคิดเผื่อเอาไว้ก่อน ที่แรกที่เราเผื่อไว้เลยก็คือที่จอดรถ

ตอนนี้ที่จอดรถอาจจะมีรถแค่ไม่กี่คันแต่เราคิดว่าเราอยู่กันไปเรื่อยๆ กลายเป็นครอบครัวใหญ่ ก็อาจจะต้องการพื้นที่ในการจอดรถเพิ่มขึ้น ก็เลยทำพื้นที่จอดรถเผื่อเอาไว้ เป็นสิ่งที่ให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก

ต่อมาก็คือในการออกแบบให้มีส่วนของพื้นที่ในการเก็บของ หลายๆ คนอาจจะลืมข้อนี้ไป เพราะเรามักจะคิดว่าต้องมีห้องรับแขก มีห้องนอนเยอะๆ ไว้ก่อน แต่สุดท้ายแล้วพอมาอยู่ใช้งานจริง ยังไงก็เลี่ยงไม่ได้ที่เราจะต้องมีสิ่งของให้เก็บ จึงต้องมีพื้นที่สำหรับเก็บของใช้เอาไว้เพื่อให้มีพื้นที่เหลือสำหรับการใช้งานอื่น

อีกอย่างหนึ่งบ้านหลังนี้จะอยู่ด้วยกัน 3 ครอบครัวคุณพ่อคุณแม่ท่านก็มองการณ์ไกล ท่านมองว่าคนจีนผู้หญิงแต่งเข้าบ้าน ถ้าบ้านที่ต้องใช้พื้นที่รวมอยู่ด้วยกันก็อาจจะมีปัญหาได้ เพราะว่าไลฟ์สไตล์ของแต่ละครอบครัวไม่เหมือนกัน อีกอย่างหนึ่งในบางเวลาลูกหลานก็อาจจะต้องการความเป็นส่วนตัว

ฉะนั้นท่านก็จะมองให้พื้นที่ดินตรงนี้อยู่ด้วยกัน 3 หลัง 3 ครอบครัว ให้ลูกหลานแต่ละครอบครัวต่างคนต่างก็มีไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตส่วนตัวของตัวเองมีทางเข้าบ้านของตัวเอง มีสัดส่วนของตัวเอง สามารถเข้าออกได้เป็นอิสระไม่ต้องรบกวนพื้นที่ส่วนกลางหรือผู้ใหญ่ในบ้าน ถ้าเป็นบ้านของคนจีนสมัยก่อนก็เวลามีแขกมาบ้านจะเดินผ่านเข้าห้องส่วนตัว ก็จะต้องเดินผ่านแขกผู้ใหญ่ไม่ค่อยมีความเป็นส่วนตัวสักเท่าไร แต่บ้านหลังนี้ก็คือจะมีห้องรับแขกข้างล่างแยกต่างหากจากทางเดินเข้าบ้านของสมาชิกในครอบครัว”

สวยงามด้วยวัสดุที่ดี

“สำหรับตัวดีไซน์ภายในส่วนใหญ่จะเป็นบิลต์อินค่อนข้างเยอะ เพราะย้อนกลับมาคือตัวเราจะชอบความเป็นมินิมอล เรียบง่าย เน้นที่เก็บของเยอะ เปิดตู้มาก็จะเห็นเป็นที่เก็บของทั้งชั้น

ส่วนความสวยงามเราก็จะลงไปที่เรื่องของการเลือกใช้วัสดุที่ดีก็จะทำให้บ้านดูสวยขึ้น ซึ่งเราก็เลือกตามความชอบเป็นหลัก แต่บางครั้งก็อาจจะมีสไตล์ที่แตกต่างกันไปบ้าง อย่างเช่นห้องน้ำ 3 ห้องแต่ละห้องก็จะไม่เหมือนกันเลย บางห้องดีไซน์สำหรับลูกก็จะดูน่ารักมีผลงานของลูกติดเอาไว้ในห้องน้ำ ส่วนห้องน้ำสำหรับรับแขกก็จะให้ดูดีหรูหราหน่อย สำหรับห้องน้ำส่วนตัวก็มีช่วงนึงชอบสไตล์ยุโรปไปเจอแพตเทิร์นที่เราชอบก็จะดึงพัฒนามาใส่ในห้องน้ำ

ในบ้านหลังนี้ก็จะมีอีกห้องหนึ่งเป็นห้องสมุด เพราะเดิมทีบ้านทุกหลังที่คุณพ่ออ้อยสร้างก็จะมีห้องสมุดอยู่ด้วย ห้องสมุดเป็นห้องที่ติดกับห้องเด็กเล่น ใช้เป็นห้องทำการบ้าน การที่บ้านมีห้องสมุดก็จะทำให้เราชอบอ่านหนังสือมาตั้งแต่เด็กๆ ได้เรียนรู้สิ่งต่างๆ มากมาย เราจึงมีความหลากหลายสไตล์อยู่ในตัว”

จ่ายแพงกว่านิดแต่คือกำไรชีวิต

เห็นบ้านใหม่ๆ แบบนี้เป็นใครก็ต้องคิดว่าเพิ่งสร้าง เมื่อถามเคล็ดลับในการทำบ้านให้ดูใหม่อยู่เสมอ ผู้บริหารสาวแนะนำอย่างอารมณ์ดีว่า “ที่เห็นดูยังดูค่อนข้างใหม่มากเพราะว่าเรามีการบำรุงรักษาบ้านเป็นอย่างดี ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งซึ่งที่เราอยากจะบอกว่าการซ่อมบำรุงรักษาบ้านเป็นสิ่งสำคัญมากๆ ซึ่งเราได้มาจากคำสอนของคุณพ่อ ในสมัยที่คุณพ่อลงทุนทำโครงการสร้างคอนโดมิเนียมใหม่ๆ ท่านเคยบอกว่าทำโครงการและบ้านตัวเองแล้วก็ต้องเลือกใช้สีที่ดีที่สุดที่มีขายในท้องตลาดอยู่เวลานั้น ตึกเมื่อ 25 ปีที่แล้วในโครงการที่คุณพ่อสร้างตอนนี้ก็ยังดูสวยอยู่ ท่านบอกว่าสีจะต้องดีที่สุด การจะทาสีใหม่ต้องทำเมื่ออายุบ้านมากกว่า 10 กว่าปีขึ้นไปถึงจะทาครั้งหนึ่ง

เราควรลงทุนดีๆ ไปเลยวันนี้เงินที่เราลงทุนไปลูกค้าได้หมด เพราะว่าถ้าเกิดเราทาสีไม่ดีอีก 2-3 ปีข้างหน้าสีมีปัญหาต้องทำใหม่ การทำตึกสูงแล้วจะต้องทาสีใหม่ไม่ใช่เรื่องง่าย ค่าทาสีแพงกว่าค่าซื้อสีใหม่เสียอีกเพราะต้องใช้กระเช้าขึ้นไปทาซึ่งเป็นเรื่องที่ใหญ่มาก

นอกจากเรื่องสีแล้วที่จำได้ก็คือ อย่างถนนหมู่บ้านที่คุณพ่อสร้างเมื่อ 30 กว่าปีที่แล้วสมัยนั้นสังเกตได้เลยว่า ในแต่ละหมู่บ้านถนนเส้นใหญ่จะทำแค่ 4 เมตร แต่หมู่บ้านของคุณพ่อให้ทำ 10 เมตร เส้นเล็กก็อยู่ที่ 8 เมตร เทปูนถนนเยอะกว่าสเปก 2 เท่า ใช้เครื่องบดอัดใช้แบบเดียวกับที่ทำถนนหลวง คุณพ่อบอกว่าก็เทปูนให้ดีวันนี้จ่ายเพิ่มอีกเพียงแค่ไม่เท่าไรแต่เราได้ของดีไปเลย และใช้ได้ยาวเป็น 30 ปีไม่ต้องมาเสียเวลาดูแลซ่อมแซม

ค่าซ่อมแซมในอนาคตข้างหน้าอาจมีมูลค่าแพงกว่าที่เงินที่เราเพิ่มไปในวันนี้ แล้วลูกค้าอยู่ไป 30 ปีถนนไม่เสียอันไหนคุ้มค่ามากกว่ากัน

จึงอยากจะบอกว่าสิ่งหนึ่งที่เรามักมองข้ามไปก็คือเรื่องของความคุ้มทุนในระยะยาว ซึ่งบ้านหลังนี้ก็เป็นบ้านที่เราซื้ออยู่มานานแล้วเราจึงต้องใช้สิ่งที่ดีที่สุดเท่านั้น สีต้องดีที่สุด วัสดุต้องดีที่สุด กำแพงใช้อิฐมอญไม่ใช่อิฐมวลเบา อายุการใช้งานยาวนานกว่า เพราะเราตั้งใจแล้วว่าบ้านหลังนี้จะต้องเป็นบ้านที่ทุกคนในครอบครัวอยู่ด้วยกันอีกยาวนาน ที่จอดรถต้องพอ ที่เก็บของต้องมี เพราะของทุกชิ้นในบ้านคือเครื่องบันทึกความทรงจำของเราอย่างหนึ่ง

แต่ละชิ้นมันก็จะมีความหมายในตัวเอง ของตกแต่งบางชิ้นเอามาวางเอาไว้ ก็จะทำให้นึกถึงเรื่องราวในอดีต บางชิ้นอาจจะมีเรื่องราวที่ทำให้เรานึกถึงความทรงจำดีๆ ที่เราอยู่ด้วยกันในครอบครัว เพราะครอบครัวในบ้านหลังนี้คือสิ่งสำคัญที่สุดดังนั้นเราจะต้องทำบ้านให้ดีและคิดเผื่ออนาคตข้างหน้าไว้ให้มาก”

เจลาติน เค้ก 3 มิติ ทำง่าย ได้สตางค์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/life/573661

  • วันที่ 12 ธ.ค. 2561 เวลา 11:40 น.

เจลาติน เค้ก 3 มิติ ทำง่าย ได้สตางค์

เรื่อง วราภรณ์

ชื่นชอบงานฝีมือที่หลากหลาย แม้ แอม-อธิญา เชิญอักษร พนักงานบัญชีที่ในวัยเด็กเกรดวิชางานเย็บปักถักร้อยทำได้แค่ 2 แต่พอโตกลับชอบงานประดิษฐ์ที่ดูน่ารัก ด้วยเป็นนักบัญชี การทำงานกับตัวเลขทำให้เธอรู้สึกเครียด จึงจำเป็นต้องหางานอดิเรกทำยามว่าง เธอจึงไปเรียนรู้ทำขนมเปี๊ยะแฟนซี ถักตุ๊กตาโครเชยัดนุ่นข้างใน ทำงานเดคูพาจ

ล่าสุด เธอกำลังหลงใหลกับการทำเค็กเจลาติน 3 มิติ ที่มีลวดลายดอกไม้สวยงาม ทำทั้งขายตามออร์เดอร์ และยังรับงานสอนที่สามารถทำรายได้ในยามว่างหลังเลิกงานได้เกือบจะเท่าๆ กับงานประจำเลยทีเดียว อีกทั้งงานอดิเรกทำแล้วเกิดความสุข ลดความเครียดและได้ผ่อนคลาย

“เพิ่งรู้ตัวเองว่าช่างประดิษฐ์ ทำแล้วมีความสุข หายเครียด ได้ทำในสิ่งที่ชอบ เพราะงานบัญชีเครียดจริงๆ เมื่อรู้สึกเบื่อๆ งานออฟฟิศก็ได้ทำขนม” แอมเล่าถึงข้อดีที่ได้จากการทำงานอดิเรก ปัจจุบันแอมเป็นพนักงานบัญชีอยู่บริษัททำน้ำตาลแห่งหนึ่งที่ จ.สระบุรี ทำมา 11 ปีแล้ว เธอลองทำกิจกรรมยามว่างมาหลากหลาย แต่พอเห็นเค้กเจลาตินสีสันสวยงามเป็นรูปดอกไม้ต่างๆ เธอถึงกับหลงรักและเริ่มต้นทำเมื่อ 4 ปีก่อน เพราะเกิดความสงสัยว่าเจลาตินสวยๆ มีกรรมวิธีการทำอย่างไร จึงไปลงเรียนกับผู้รู้ ซึ่งมีค่าคอร์สเรียนค่อนข้างแพงมาก เพราะต้องใช้เครื่องมือที่ทำให้เกิดลวดลายดอกไม้ พอเธอเรียนรู้เทคนิคการทำ แอมจึงประยุกต์หันมาใช้เข็มฉีดยากับหลอดสลิงมาสร้างสรรค์ให้เกิดลวดลายสวยงามไม่แพ้กัน

“ระยะแรกแอมไปเรียนทำเค้กเจลาตินกับผู้รู้ก่อน และถามตัวเองว่าชอบและจะจริงจังกับการทำงานชิ้นนี้หรือเปล่า ได้คำตอบคือชอบ ซึ่งตอนเรียนราคาคอร์สละ 6,000 บาท พอเสียสตางค์ไปแล้วก็คิดต่อยอด คือทำขายให้เพื่อนร่วมงานก่อนในระยะแรก ได้ถอนทุนค่าเรียนคืนมาบ้าง อีกทั้งยังค้นพบเสน่ห์ของเจลาตินหรือเจลลี่ก็คือ ทำง่าย รู้สึกได้ล้างอุปกรณ์น้อยกว่าตอนทำขนมชนิดอื่น ใช้วัตถุดิบน้อย แต่ขายได้ราคาแพง แต่ต้องใช้ศิลปะบวกกับการมีกลุ่มคนทำไม่กว้าง เราจึงทำได้ในราคาที่คุ้มเหนื่อย”

แอมอธิบายถึงเค้กเจลาตินคือ ทำจากผงเจลาตินหรือผงวุ้น มีรสชาติเปรี้ยวๆ หวานๆ เหมือนกินปีโป้ เด็กถึงผู้ใหญ่กินได้ ทำไม่ยาก สมัยเธอไปเรียนกับครู ใช้หัวเข็มสำเร็จ ทำเป็นทรงวงรี กลีบบัว ตอนหลังเมื่อเธอคิดจะต่อยอดใช้อุปกรณ์ไม่สำเร็จ ซึ่งมีราคาที่ยอมเยากว่า ตอนหลังเธอหัดมาทำเองที่บ้าน ด้วยขี้เกียจเปลี่ยนหัวเข็มบ่อยๆ เธอจึงปรับเปลี่ยนใช้เข็มฉีดยาอย่างเดียว ซึ่งก็สามารถทำให้เกิดลวดลายกลีบดอกไม้หลากชนิดได้เหมือนกัน แต่ต้องอาศัยการวาดเข็มใช้ข้อมือและปลายเข็มช่วย

“ระยะแรกแอมทำรายได้หลักพันจากการเปิดสอนคนที่สนใจ เริ่มต้นทำแล้วโพสต์ลงเฟซบุ๊กส่วนตัวก่อน คนเห็นก็ชอบ บอกสวยดี ทำอย่างไร เขาสนใจอยากเรียนสอนให้หน่อย คำถามตอนนั้นช่วยจุดประกายให้แอมสอนตั้งแต่นั้น ตอนนั้นเปิดสอนอย่างเดียวยังไม่ได้ทำขาย ทำรายได้ดีทีเดียวแทบอยากจะออกจากงานประจำ (ยิ้ม) เพราะงานนี้แอมรักและชอบจริงๆ เพราะได้สร้างสรรค์งาน สนุกมากค่ะ”

การสอนทำให้แอมได้เจอผู้คน ได้แลกเปลี่ยนทัศนคติกัน ส่วนงานออร์เดอร์เธอรับและทำควบคู่กันไปกับงานประจำ ซึ่งใช้เวลาหลังเลิกงาน และเสาร์อาทิตย์ อาศัยต้องคิดและวางแผนให้ดีก็จะสามารถบริหารเวลาได้ไม่ตีกับงานประจำ แอมบอกว่า การทำเค้กเจลาตินหน้าตาสวยงาม มีทั้งรูปดอกไม้ เบญจมาศ กุหลาบ มะลิ ยิบโซ คาร์เนชั่น สามารถสร้างสรรค์ขึ้นได้เพียงปลายเข็มเล็กๆ บวกกับฝีมือการทำอย่างตั้งใจเท่านั้น

“งานนี้แอมว่าเหมาะกับทุกเพศทุกวัย เด็กๆ ก็ทำได้ถือเป็นการได้ฝึกสมาธิ เด็กๆ สามารถทำลวดลายดอกเบญจมาศ บานชื่นได้เพราะเป็นดอกที่โตและไม่ซับซ้อน ดอกไม้ที่ทำยากที่สุดคือ กุหลาบเพราะกลีบเป็นรูปทรงบังคับ ฉีดผิดนิดเดียวกลีบจะดูไม่เหมือนดอกกุหลาบเลย สำหรับผู้ใหญ่มาเรียนก็ช่วยแก้เหงาไปได้มาก” และผู้ที่สนใจไม่ต้องมีพื้นฐานงานศิลปะมาก่อนก็ทำได้ มาเรียนรู้ในห้องเรียนเลย เพราะมันทำง่ายมากๆ

ใครสนใจ อยากเรียนอยากชมงานหรืออยากซื้อเข้าไปแวะเวียนได้ที่หน้าเพจ Picmeup หรือ 08-1899-5290 ไอจี neko amp ช่วงเทศกาลผู้ที่สนใจต้องสั่งก่อนล่วงหน้า 2-3 วัน เพราะมีออร์เดอร์มากมายถึงกับทำไม่ทันเลยทีเดียว

กรรภคมณฑ์ โสภาศพิรุณศักดิ์ หลงรักความเป็นไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/life/573663

  • วันที่ 12 ธ.ค. 2561 เวลา 11:40 น.

กรรภคมณฑ์ โสภาศพิรุณศักดิ์ หลงรักความเป็นไทย

เรื่อง โยธิน อยู่จงดี ภาพ อมรเทพ โชติเฉลิมพงษ์

“ผู้หญิงคนอื่นๆ อาจจะชอบกระเป๋า เสื้อผ้า รองเท้า นาฬิกา แต่ของเราคือเครื่องประดับแบบไทยและไม่ได้เป็นชุดเครื่องเพชรที่หาซื้อที่ไหนได้ง่ายๆ ทั้งหมดเราออกแบบเอง ใช้ชุดทับทิมสยาม พลอยเม็ดใหญ่บางเซตสั่งทำมายังไม่เคยใส่ออกงานก็มี แต่แค่มีไว้ครอบครองก็มีความสุขแล้ว” กรรภคมณฑ์ โสภาศพิรุณศักดิ์ คณะกรรมการบริหาร บริษัท พี.เฟรท เทรดดิ้ง เล่าด้วยรอยยิ้ม

หลงรักไพลินและทับทิมสยาม

“ตั้งแต่สมัยเด็กๆ แล้วที่เราชอบเรื่องประวัติศาสตร์ชาติไทย สมัยอยุธยาทำข้อสอบวิชาประวัติศาสตร์ไทยไม่เคยผิดสักข้อเดียว แล้วงานอดิเรกของเราที่ชอบมากที่สุดก็คือการรำไทย ตอนอยู่ต่างประเทศเราก็ทำงานตั้งแต่เด็กเสิร์ฟร้านอาหารไปจนถึงรับจ้างรำไทย เล่นดนตรีไทยตีขิม เราบอกได้เลยว่ารำไทยเป็นอาชีพที่ดี เป็นวิชาชีพที่ฝรั่งทำอย่างคนไทยเราไม่ได้ หลายคนอาจจะยังไม่ทราบว่าวิชานาฏศิลป์นั้นทำเงินให้กับประเทศไทยเราได้ และเราก็รักการรำไทยมากตอนเรียนมีงานให้ไปรำขอให้บอก ไม่มีค่าจ้างก็ไป เราเช่าชุดไทยพร้อมเครื่องประดับไปให้เลย

เรารักวัฒนธรรมไทยชอบความเป็นไทย เราชอบใส่ชุดไทยมาก โดยเฉพาะชุดไทยแบบห่มสไบแบบเก่าเราจะชอบมาก การสะสมของเราเลยเน้นไปที่เครื่องเพชรและแน่นอนว่าเกือบทุกเซตก็จะมีความเป็นไทยที่สามารถใส่ได้กับชุดไทย เป็นเครื่องเพชรแบบไทยที่มีทับทิมสยาม ใช้เครื่องทองโบราณ ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นของเก่ามรดกตกทอดกันมา โดยเฉพาะทับทิมสยาม ไพลิน และพลอยเม็ดใหญ่ซึ่งหาได้ยากแล้วในทุกวันนี้

ถามว่าแล้วของสะสมอื่นๆ อย่างเสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋าเราซื้อด้วยไหม บอกตามตรงว่าเราจะรู้สึกเฉยๆ กับของเหล่านี้ ไม่ได้เป็นคนชอบสินค้าแบรนด์เนมมากนัก แต่จะหาซื้อใช้เท่าที่จำเป็นสำหรับออกงานหรือใช้ในชีวิตทั่วไป ซึ่งจะว่าไปแล้วพวกเครื่องทอง เครื่องเพชรลายไทยแบบนี้หาโอกาสใส่ไปงานนั้นค่อนข้างยาก เราเองก็ไม่ได้มีโอกาสออกงานบ่อย จะได้ใส่ก็คือเวลาไปงานแต่งงานแบบไทย งานบวชก็ไม่ได้ใส่ แต่แม้ว่าเราจะไม่ได้ใส่ออกงานบ่อยๆ แต่เป็นความสุขที่ขอแค่ได้มีแค่นั้นจริงๆ”

ออกแบบด้วยตัวเอง

“เครื่องประดับทุกชิ้นที่เห็นอยู่ทุกเซตเราเขียนเอง เราไม่ใช่คนที่วาดภาพเก่ง แต่ถ้าวาดภาพเครื่องประดับ เราสามารถวางตำแหน่งของเพชรพลอยออกมาได้ค่อนข้างสวยงาม ช่างเห็นก็เข้าใจว่าจุดไหนต้องใส่อะไร คนรู้จักก็เคยบอกเหมือนกันว่าถ้าวาดเก่งขนาดนี้ ทำไมไม่เปิดธุรกิจจิวเวลรี่ ไปเป็นนักออกแบบจิวเวลรี่เลย

เราคิดว่าเรายังไปไม่ได้ถึงขนาดนั้น แต่อนาคตก็ไม่แน่ ต้องแล้วแต่ว่าโอกาสนั้นจะมาถึงเมื่อไหร่ เพราะตอนนี้ธุรกิจรับผลิตเครื่องสำอาง อาหารเสริมที่เราทำอยู่ก็เรียกว่าค่อนข้างที่จะเยอะอยู่แล้ว

ซึ่งเราค่อนข้างจะใส่ใจกับลูกค้ามาก เพราะเรื่องความน่าเชื่อถือเป็นเรื่องสำคัญ ลูกค้าเลือกผู้ผลิตที่มีความน่าเชื่อถือ เราเองในฐานะที่เป็นผู้ผลิต ก็ต้องการลูกค้าที่มีความน่าเชื่อถือด้วยเช่นกัน เราถึงจะทำธุรกิจด้วยกันได้ในระยะยาว ดังนั้นความน่าเชื่อถือเป็นสิ่งสำคัญมาก ดังนั้นทุกอย่างเราจะลงมือออกแบบด้วยตัวเองเพื่อให้งานออกมาดีที่สุด ไม่ใช่เฉพาะเครื่องเพชรที่เราชอบ ในงานที่ทำเราก็ลงมือทดสอบด้วยตัวเอง

ก่อนหน้านี้เรามีความฝันอยากเป็นหมอ แต่ด้วยปัญหาสุขภาพทำให้เราต้องเปลี่ยนมาเป็นเภสัชกร ซึ่งจะช่วยทำให้เราสามารถคิดค้นวิจัยตัวยารักษาโรคใหม่ๆ แม้ฝันนั้นจะยังไม่ได้เริ่มทำ แต่ในการผลิตสินค้าเครื่องสำอางเราก็เป็นคนช่วยลูกค้าคิดค้นสูตรและทดสอบด้วยตัวเอง ถ้าเราใช้ไม่ดี ลูกค้าก็ใช้ไม่ดี แบบนี้ไม่ดีทั้งลูกค้าและตัวเราเอง เราถึงให้ความสำคัญกับความน่าเชื่อถือและความจริงใจในการทำธุรกิจเป็นอย่างมาก”

คุณค่าที่หากลับมาหาซื้อได้ยาก

ดังนั้นเครื่องเพชรทุกชุดที่มีประมาณ 20 กว่าชุดเราจะออกแบบเอง อย่างสร้อยที่ใส่อยู่ที่คอ เราก็ทำเป็นสร้อยที่เป็นเลข 9 หมายถึงองค์รัชกาลที่ 9 เพราะเราภูมิใจที่เกิดมาในรัชกาลที่ 9 เลยทำออกมาไว้เป็นที่ระลึก นอกจากจะใช้เป็นสร้อยได้แล้ว ยังใช้เป็นเข็มกลัดได้อีกด้วย ซึ่งทั้งหมดนี้เราออกแบบเอง แล้วก็จ้างช่างที่รู้จักกันมานานไว้ใจได้เป็นคนทำให้

ในปีหนึ่งเราสั่งทำประมาณ 2 เซต แต่ออกแบบไว้เล่นๆ มีเยอะมากกว่านั้น รอแค่จังหวะดีๆ ที่จะทำออกมาเท่านั้นเอง บางเซตก็อาจจะมีทั้งของเก่าและของใหม่รวมกัน บางเซตเราต้องการพลอยเม็ดใหญ่ที่เป็นของเก่าหาใหม่ไม่ได้แล้วมาออกแบบทำใหม่ โดยใช้ของเก่าเอาเป็นศูนย์กลางในการออกแบบแล้วก็ประดับล้อมรอบด้วยเพชร

ใส่ไอเดียของเราเข้าไปว่าให้เครื่องเพชรของเราออกมามีหน้าตาแบบไหน พอออกมาแล้วก็จะกลายเป็นคอลเลกชั่นเครื่องเพชรแบบเดียวในโลกที่ไม่เหมือนใคร

เซตที่ชอบมากที่สุดน่าจะเป็นเซตไพลินล้อมเพชร เป็นการรวมเอาไพลินเม็ดใหญ่จากสร้อยเพชรไพลินเก่า 2 เส้นมาแกะออกแล้วทำเป็นเซตใหม่ เป็นเส้นที่ใช้เวลาทำนานและมีมูลค่าที่ค่อนข้างสูง เพราะต้องซื้อเพชรเพิ่มเข้ามาให้ล้อมรอบเม็ดไพลิน ซึ่งเซตที่ว่าเราได้แรงบันดาลใจมาจากการดูละคร เพราะเราชอบดูละครย้อนยุค โดยเฉพาะเรื่องทวิภพชอบที่สุด ทั้งอ่าน ทั้งดู และอีกอย่างหนึ่งก็คือเราชอบอ่านนิยายอิงประวัติศาสตร์ เลยมีจินตนาการการค่อนข้างเยอะ

มูลค่าของแต่ละชุดจะอยู่ประมาณ 1-2 ล้านบาท ที่แพงนั้นไม่ได้แพงแค่ค่าแรง แต่ไปแพงที่เพชรซึ่งเราต้องซื้อเพิ่มมาใส่ไว้ในตัวเครื่องประดับ เราสะสมเครื่องประดับแล้วก็คิดไว้ว่าอันนี้ก็คือมรดกที่สามารถส่งต่อให้ลูกหลานได้ เราจึงคิดทำเสียแต่วันนี้เพราะในวันข้างหน้าสิ่งของพวกนี้จะต้องมีมูลค่ามากขึ้น วันหนึ่งสุดท้ายเหมืองเพชรก็ต้องหมดไป เหมืองพลอยก็ต้องหมดไป อย่างทับทิมสยามของไทยเราก็ไม่มีอีกแล้ว เราจึงต้องสร้างเอาไว้พร้อมๆ กับการทำความดี

เราเชื่อว่าคนเราคงไม่มีใครอยู่ได้ถึง 100 ปี ไม่มีใครที่มีอายุยืนยาวสุดท้ายตายไปแล้วก็ไม่สามารถเอาทรัพย์สินใดๆ ติดตัวไปได้ แต่สิ่งหนึ่งที่จะติดตัวเราไปได้คือความดี และสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตก็คือครอบครัว บุพการีรวมทั้งผู้มีพระคุณ ถ้าวันนี้พ่อแม่ยังไม่อิ่ม ครอบครัวหรือผู้มีพระคุณยังไม่มีความสุข เราจะให้พวกเขามีความสุขก่อน

ต่อให้วันนี้เราจะลำบากจะเหนื่อยมากแค่ไหน ก็ขอให้คนที่เรารักมีความสุขและเราก็เชื่อว่าคุณความดีทั้งหมดที่เราทำมา ไม่ว่าจะเป็นความซื่อตรงต่อลูกค้า ความรักต่อครอบครัว จะเป็นสิ่งที่ติดตัวเราไปในวันที่เราจากโลกนี้ไป

กินไขมันดี ไม่ง้อไขมันทรานส์!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/life/573578

  • วันที่ 11 ธ.ค. 2561 เวลา 14:30 น.

กินไขมันดี ไม่ง้อไขมันทรานส์!

เรื่อง บีเซลบับ/ภาพ คลังภาพโพสต์ทูเดย์

อ้าว! ปีหน้า 2562 ประเทศไทยก็จะไม่มีไขมันทรานส์แล้วนะ ดีใจๆ เพราะไขมันทรานส์เป็นไขมันที่มีการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างโมเลกุลของไขมันตามธรรมชาติ โดยการเติมไฮโดรเจนลงไปในกระบวนการผลิต เมื่อร่างกายได้รับไขมันทรานส์เข้าไป ระบบย่อยของเราจะไม่สามารถย่อยไขมันชนิดนี้ได้ นานเข้าก็กลายเป็นอนุมูลอิสระที่ลอยละล่องอยู่ในร่างกาย

เมื่อไขมันทรานส์หมดไปจากระบบ คราวนี้ก็ถึงคราวผู้บริโภคอย่างเราๆ ที่จะต้องเข้มงวดกับตัวเอง เพื่อเลือกกินไขมันดีให้ถูก มีงานวิจัยด้านไขมันของ ดร.แมรี่ จี.อิก นักโภชนาการและผู้อำนวยการ The Nutritional Sciences Division of Enig Associates, Inc แมรีแลนด์ สหรัฐอเมริกา เผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับ “เกรด” ของไขมันดีๆ ที่เราต้องรู้ไว้นะ

เกรด A : ปลอดภัยแน่นอน

เกรด B : กินได้ ปลอดภัย

เกรด C : ไม่ควรบริโภคเป็นเวลานาน

1.น้ำมันมะพร้าว

น้ำมันมะพร้าวผลิตจากเนื้อมะพร้าวและจาวมะพร้าว ซึ่งมีในประเทศเขตร้อน โดยเฉพาะในประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สำหรับการผลิตเพื่อการค้านั้น มักเข้ากระบวนการที่จะทำให้น้ำมันมะพร้าวไม่บูดเสียง่าย และไม่เป็นไขที่อุณหภูมิ 24-25 องศาเซลเซียส คุณสมบัติที่ไม่บูดเสียง่ายนี่เอง ทำให้ใช้ในอุตสาหกรรมอาหารมากมาย อย่างไรก็ตาม น้ำมันมะพร้าวเป็นแหล่งของกรดไขมันที่พบในไตรกลีเซอไรด์อีกด้วย

เกรด B

2.น้ำมันมะกอก

ได้มาจากผลของมะกอกพันธุ์ Olea Europaea นับเป็นน้ำมันที่เก่าแก่ที่สุดของมนุษยชาติ ปัจจุบันปลูกและผลิตกันมากในประเทศกรีก อิตาลี โปรตุเกส และสเปน ต้นมะกอกที่สามารถให้ผลมาผลิตน้ำมันได้นั้น ต้องมีอายุ 100-500 ปี การหีบน้ำมันมะกอกครั้งแรก จะให้น้ำมันชนิด Vergin ที่มีสีเข้มและมีความเข้มข้นสูงมาก

ในเมนูสลัดและอาหารเมดิเตอร์เรเนียน มักใช้น้ำมันมะกอกเป็นส่วนผสม ยกเว้นขนมปังเพราะน้ำมันมะกอกมีรสชาติและกลิ่นรุนแรง ข้อดีอย่างหนึ่งของน้ำมันมะกอกที่แตกต่างจากน้ำมันพืชอื่นคือ ไม่เสียง่าย น้ำมันมะกอกมีกรดไขมันโอเลอิก 70% และมีกรดไขมันไลโนเลอิก 10% นอกจากนี้ยังพบสารแอนติออกซิแดนต์และแคโรนีนอยด์ในน้ำมันมะกอกชนิดเวอร์จิ้นด้วย

เกรด A

3.น้ำมันข้าวโพด

น้ำมันข้าวโพดผลิตจากข้าวโพดทั้งฝักพันธุ์ Zea mays L. ที่มีต้นกำเนิดในทวีปอเมริกากลาง ปกติน้ำมันข้าวโพดที่ผ่านการฟอกสีแล้ว จะใช้ในการทำสลัด ปรุงอาหาร หรือทำมาร์การีน (ไขมันทรานส์) น้ำมันข้าวโพดที่ใช้กันอยู่ในโลกกว่าครึ่งมาจากประเทศสหรัฐอเมริกา มีกรดไขมันไลโนเลอิก 57% ซึ่งเป็นกรดไขมันจำเป็นในกลุ่มโอเมก้า-6

เกรด C

4.น้ำมันปาล์ม

ผลิตจากผลของต้นปาล์มพันธุ์ Elaeis Guineensis ที่ให้น้ำมัน ซึ่งกินได้ ปัจจุบันประเทศที่ผลิตน้ำมันปาล์มมากที่สุด คือ มาเลเซีย อินโดนีเซีย จีนและไนจีเรีย ในน้ำมันปาล์มมีแอลฟาแคโรทีน ซึ่งเป็นสารตั้งต้นของวิตามินเอ มีแคโรทีนที่เป็นแอนติออกซิแดนต์ ทั้งโทโคฟีรอลและโทโคไตรอีนอล น้ำมันปาล์มที่ผ่านการขัดสีแล้วนิยมนำมาใช้ในกระบวนการผลิตเบเกอรี่ (Shortening) และขนมอบต่างๆ ในยุโรป ใช้ในการทำมาร์การีนในยุโรปและญี่ปุ่น อีกทั้งยังใช้ในการปรุงอาหารทอดในเอเชีย

เกรด B

5.น้ำมันถั่วลิสง

ผลิตจากถั่วเหลืองพันธุ์ Arachis hypogaea ถือกำเนิดในประเทศแอฟริกาใต้ ต่อมานำมาขยายพันธุ์ในจีน อินเดียและสหรัฐอเมริกา การนำถั่วลิสงไปทำน้ำมันจะทำให้ได้ไขมันคุณภาพไม่ดีเท่ากับการนำไปทำเนยถั่ว กรดไขมันที่ได้จากถั่วลิสงเป็นกรดไขมันโอเลอิก 46% และกรดไขมันไลโนเลอิก 31%

ส่วนใหญ่เราใช้น้ำมันถั่วในการทอด มีคุณสมบัติเป็นไขมันอิ่มตัวสายยาวมาก ฉะนั้นอาหารที่ผ่านการทอดด้วยน้ำมันชนิดนี้จึงไม่เน่าเสียง่าย น้ำมันถั่วลิสงถือเป็นน้ำมันสำหรับทอดที่มีราคาแพงที่สุดในสหรัฐอเมริกา

เกรด B

6.น้ำมันถั่วเหลือง

ผลิตจากถั่วฝักพันธุ์ Glycine แรกเริ่มนิยมปลูกในจีน ต่อมาสหรัฐอเมริกาช่วงปี 1940 นำมาผลิตเป็นน้ำมันถั่วเหลือง จนปัจจุบันกลายเป็นพืชที่ให้น้ำมันที่สำคัญที่สุดในโลก น้ำมันถั่วเหลืองมีกรดไขมันไลโนเลอิกสูง แต่ก็ก่อให้เกิดปฏิกิริยาออกซิเดชั่น

น้ำมันพืช มาร์การีน และสารเพิ่มการหดตัว (Shortening) ในสหรัฐอเมริกานั้น ส่วนใหญ่ผลิตจากน้ำมันถั่วเหลือง โดยผ่านกระบวนการเติมไฮโดรเจนลงไปบางส่วน น้ำมันถั่วเหลืองมีกรดไขมันไลโนเลอิก 53% และมีกรดไขมันโอเลอิก 23%

เกรด C

7.น้ำมันรำข้าว

ผลิตจากข้าวพันธ์ Oryza Sativa แม้ว่าจะให้สารต้านอนุมูลอิสระสูง แต่น้ำมันรำข้าวก็ยังไม่เป็นที่แพร่หลายนัก และปฏิกิริยาออกซิเดชั่น ก็ไม่ค่อยมีการเปลี่ยนแปลงในความร้อนสูง แถมยังมีกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวและกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อนสูงอีกด้วย มีกรดไขมันโอเลอิก 42% และกรดไขมันไลโนเลอิก 37%

เกรด A

บริหารหนี้ เพื่อความอยู่รอด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/life/573571

  • วันที่ 11 ธ.ค. 2561 เวลา 13:30 น.

บริหารหนี้ เพื่อความอยู่รอด

เรื่อง : กั๊ตจัง ภาพ : เอเอฟพี

มีใครบ้างที่ไม่เป็นหนี้ แม้กระทั่งเศรษฐียังมีหนี้ที่ต้องชดใช้ แล้วคนเดินดินอย่างเราจะไม่เป็นหนี้ได้อย่างไร เพียงแต่ว่าความแตกต่างระหว่างเศรษฐีกับคนธรรมดาอยู่ที่การบริหารหนี้ให้มีประสิทธิภาพนั่นเอง

อย่าเป็นหนี้เพราะไม่ระวัง

สิ่งที่น่ากลัวที่สุดในการเป็นหนื้คือการใช้จ่ายกู้ยืมอย่างไม่ระมัดระวัง ก่อนที่จะสร้างหนี้ขึ้นมาคุณควรประเมินศักยภาพในการหาเงินของตัวเองว่าสามารถใช้คืนได้อย่างแน่นอน ความผิดพลาดส่วนใหญ่ของคนที่เป็นหนี้เพราะขาดความรู้ในการบริหารหนี้อย่างถูกต้อง เช่น จำนวนหนี้ที่ต้องผ่อนชำระในแต่ละเดือนไม่ควรเกิน 25-30% ของรายได้ต่อเดือน หากมีเงินเดือน 3 หมื่นบาท หนี้ที่ต้องจ่ายต่อเดือนรวมทั้งหมดทั้งบ้านและรถก็ไม่ควรเกิน 7,500-9,000 บาท/เดือน จะทำให้คุณมีเงินเหลือเก็บและใช้จ่ายได้อย่างคล่องตัวไม่เกิดความเครียดมากเกินไป

เลือกเป็นหนี้ที่ให้ดอกเบี้ยต่ำที่สุด 

ก่อนเป็นหนี้สินใดๆ ควรสอบถามดอกเบี้ยที่ต้องจ่าย หากดอกเบี้ยสูงควรผ่อนให้หมดในระยะเวลาอันสั้น หากดอกเบี้ยต่ำก็สามารถยืดระยะเวลาในการผ่อนออกไปได้ แต่ทั้งนี้การเป็นหนี้สินใดๆ ก็ตามควรเลือกแบบดอกเบี้ยน้อยที่สุดและใช้เวลาสั้นที่สุด จุดที่หลายคนมักพลาดในการเป็นหนี้ก็คือการผ่อนจ่ายดอกเบี้ย 0% ทำให้เกิดความยับยั้งชั่งใจในการรูดบัตรจ่ายสินค้าหลายการและต่อเนื่องทุกเดือน ทำให้จำนวนหนี้ที่ต้องจ่ายต่อเดือนเพิ่มขึ้นจนเกินกำลังจ่าย สุดท้ายก็ต้องเข้าระบบกู้ยืมเสียดอกเบี้ยในอัตราที่สูงกว่าปกติ

หวยและเครื่องดื่มดูดเงิน

ในการสำรวจรายจ่ายของประชาชนในกลุ่มรายได้ปานกลางจนถึงรายได้น้อย แทบทุกสำนักรายงานตรงกันว่ารายจ่ายค่าเล่นหวยและรายจ่ายค่าเครื่องดื่ม อยู่ในเกณฑ์ที่สูงมากประมาณ 4,000 บาท/เดือน คิดเป็นปีละ 4.8 หมื่นบาท เรียกได้ว่าเงินจำนวนขนาดนี้ซื้อมอเตอร์ไซค์รุ่นเล็กได้คันหนึ่งเลยทีเดียว

แต่จุดที่น่ากลัวกว่านั้นคือการกู้เงินมาเล่นหวย ซึ่งเป็นความเสี่ยงสูงที่คุณจะสร้างหนี้โดยไม่มีสร้างกำไรหรือแม้กระทั่งสิ่งของที่จับต้องได้ ดังนั้นหากคุณจะเป็นหนี้ก็ควรเป็นหนี้ที่มีสิ่งของ ตัวเงิน หรือผลกำไรที่จับต้องได้แน่นอนจะดีกว่ากู้ยืมมาลงทุนในสิ่งที่เสี่ยงต่อความสูญเปล่าเช่นหวย

ไม่มีเงินแค่ไหนก็อย่าเป็นหนี้นอกระบบ

ความเสี่ยงสูงที่สุดในการเป็นหนี้ทั้งชีวิตก็คือ การใช้เงินกู้นอกระบบที่คิดดอกเบี้ยเป็นรายวัน โดยเฉพาะที่มีรายได้น้อยจะมีขีดจำกัดในการเข้าถึงแหล่งเงินกู้ของสถาบันการเงินหลัก จึงหันหน้าเข้าหาหนี้นอกระบบที่คิดดอกเบี้ยสูงกว่าธนาคารเป็น 10 เท่า คุณควรหาแหล่งเงินกู้อื่นที่กู้ยืมได้ง่ายกว่า เช่น การสมัครเข้าร่วมเป็นสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ สมาชิกกองทุนชุมชนต่างๆ ที่เปิดให้กู้ยืมเงิน จากนั้นค่อยหาเงินสร้างรายได้ที่มั่นคงพอที่ธนาคารจะให้ความสนใจออกเงินกู้ให้กับคุณในภายหลัง แต่หลักที่ดีที่สุดคือหากไม่มีเงินที่จะซื้อสินค้าได้ในเวลานั้น ก็จงใช้ความอดทนใช้เวลาเก็บเงินจนกว่าจะได้สินค้าที่ต้องการ ดีกว่าได้สินค้าเร็วแต่เป็นหนี้

ออมไว้ไม่มีหนี้

เราควรให้ความสำคัญกับระบบการออมให้มากที่สุด โดยเฉพาะช่วงวัยหนุ่มวัยสาว ที่ค่าใช้จ่ายในครอบครัวและสุขภาพยังไม่มีความจำเป็นมากนัก จะทำให้การออมมีประสิทธิภาพมากกว่า โดยผู้ออมอายุระหว่าง 20-30 ปี ควรออมสัก 10% ของเงินออม ที่เหลือควรจะนำไปลงทุน เปรียบเสมือนกับรถใหม่ ค่าสึกหรอค่าซ่อมบำรุงยังน้อย จึงควรสร้างเงินออมเพื่อการลงทุน มากกว่าเงินออมเพื่อการออมอย่างเดียว

เมื่ออายุมากขึ้น ความรับผิดชอบมากขึ้น ความไม่แน่นอนจากโรคภัยไข้เจ็บเพิ่มขึ้น ก็ต้องมีค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมบำรุง ดังนั้นการสร้างเงินออมในช่วงวัยนี้ จึงควรแบ่งครึ่ง 50:50 ระหว่างเงินออมกับเงินลงทุน เมื่อก้าวย่างเข้าวัยกลางคน ซึ่งเป็นช่วงที่มีรายได้สูงสุด ก็ควรออมมากกว่าลงทุน โดยเน้นการเก็งกำไรที่มีความเสี่ยงไม่มากนัก

เงินออมเหล่านี้คือเงินฉุกเฉินที่คุณสามารถหยิบมาใช้ได้โดยไม่ต้องง้อขอเงินจากใครให้เป็นหนี้ เพราะหนี้สินคือเงินจากอนาคตหากเราอดทนมากพอ รู้จักเก็บ รู้จักใช้ รู้จักออม เราก็จะเป็นหนี้น้อยที่สุดจนถึงไม่มีหนี้สินใดๆ เลย

ออกกำลังกายซอฟต์ๆ แต่เบิร์นขั้นเทพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/life/573452

  • วันที่ 10 ธ.ค. 2561 เวลา 15:30 น.

ออกกำลังกายซอฟต์ๆ แต่เบิร์นขั้นเทพ

เรื่อง พุสดี

รู้จักการออกกำลังกายแนวใหม่ที่ถูกใจสายซอฟต์ อย่าง “Low Impact HIIT” หรือการออกกำลังกายแบบทะลุขีดจำกัดแต่ยังรักษาข้อต่อต่างๆ ของร่างกายได้เป็นอย่างดี

ในงานเปิดตัวฟิตบิท ชาร์จ 3 นอกจากจะได้อัพเดทนวัตกรรมล่าสุดของฟิตเนสแทรคเกอร์ ที่ไม่เพียงมีฟีเจอร์ที่สามารถใช้งานร่วมกับสมาร์ทโฟนครบครัน ตอบโจทย์คนรักสุขภาพมากขึ้น มาพร้อมความสะดวกสบายด้วยอายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่ยาวนานถึง 7 วัน ภายในงานยังได้เชิญเทรนเนอร์ ญ.หญิง-พิมพิชญา รูปโสม ผู้ฝึกสอนบันจี้ เวิร์กเอาต์ (Bungee Workout) การออกกำลังกายโดยใช้แรงต้านของเส้นบันจี้เพื่อให้ผู้เล่นลอยตัวสูงจากพื้น ผสานกับออกท่าออกกำลังกายแบบต่างๆ ไปตามเสียงเพลงมาให้ความรู้เกี่ยวกับการออกกำลังแนวใหม่อย่าง “Low Impact HIIT”

เทรนเนอร์ ญ.หญิง อธิบายว่า “Low Impact HIIT” เป็นเหมือนลูกผสมของการออกกำลังกายแบบหนักสลับเบาเน้นให้ร่างกายทะลุขีดจำกัด หรือ High Intensity Interval Training-HIIT ซึ่งช่วยในเรื่องการเผาผลาญและเพิ่มสมรรถภาพร่างกายได้เป็นอย่างดี แถมหลังออกกำลังกายยังเผาผลาญต่อได้อีก เข้ากับการออกกำลังกายที่ไม่มีแรงกระทำ แรงกดรุนแรงต่อข้อต่อต่างๆ ในร่างกาย หรือ Low Impact Exercise

“จุดเด่นของการออกกำลังกายแบบ Low Impact HIIT คือ คงการเผาผลาญระดับสูง เห็นผลในการลดน้ำหนักและเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อได้อย่างรวดเร็ว ช่วยเพิ่มการทำงานกล้ามเนื้อหัวใจ ส่งผลดีต่อระบบไหลเวียนโลหิตและการส่งออกซิเจนไปส่วนต่างๆ ของร่างกายได้ดียิ่งขึ้น ช่วยเพิ่มการทำงานของกล้ามเนื้อมัดเล็กและมัดใหญ่ทั่วทั้งร่างกาย ที่สำคัญตอบโจทย์ทุกระดับสมรรถภาพร่างกาย รวมทั้งกลุ่มคนที่ออกกำลังกายเพื่อลดน้ำหนักตัวที่มีอยู่มากเกินเกณฑ์ ตลอดจนคนที่มีปัญหาเรื่องข้อเสื่อม”

เทรนเนอร์คนสวยยังเผยถึงเทคนิคการเลือกวิธีการออกกำลังกายที่ใช่ว่า ยุคนี้เป็นยุคของข้อมูลข่าวสาร เพราะฉะนั้นก่อนจะเริ่มต้นออกกำลังกายจึงควรศึกษาข้อมูลเพื่อเลือกกีฬาที่เหมาะกับสภาพร่างกายแทนที่จะตามเทรนด์ ซึ่งอาจส่งผลร้ายแรงต่อสุขภาพระยะยาว การออกกำลังกายที่เหมาะสมนั้นสามารถผสมผสานได้หลายประเภทขึ้นกับสภาพร่างกายของผู้เล่นเป็นหลัก อาทิ สมรรถภาพกล้ามเนื้อ มวลกระดูก อายุ ความสม่ำเสมอในการออกกำลังกาย อัตราการเต้นของหัวใจ และการนอนหลับพักผ่อน

“ไม่มีใครรู้ได้ว่า เราควรจะต้องออกกำลังแบบไหน เพราะไม่มีใครรู้จักร่างกายของเราได้ดีกว่าตัวเราเอง วิธีง่ายๆ คือ การหมั่นสำรวจตัวเอง หรือหาอุปกรณ์เข้ามาเป็นตัวช่วยชี้วัด เพื่อช่วยเก็บข้อมูลสุขภาพและผลักดันให้เราสนใจสุขภาพร่างกายเรามากขึ้น” เทรนเนอร์ ญ.หญิง ทิ้งท้าย

เทคนิคการสร้างแรงจูงใจเชิงรุก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/life/573451

  • วันที่ 10 ธ.ค. 2561 เวลา 12:00 น.

เทคนิคการสร้างแรงจูงใจเชิงรุก

เรื่อง วรธาร ภาพ เอเอฟพี

การดึงศักยภาพของบุคลากรในองค์กรออกมาใช้ให้มากที่สุดนั้นถือเป็นสิ่งสำคัญในการพัฒนาบุคลากร หลายองค์กรได้พยายามจัดสวัสดิการ ค่าจ้าง เงินจูงใจ โบนัส และสิทธิประโยชน์อีกมากมายเพื่อจูงใจให้คนดึงเอาศักยภาพออกมาใช้ให้เต็มที่ แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่ค่อยประสบความสำเร็จเท่าที่ควร เพราะสวัสดิการและผลตอบแทนที่จัดให้มักจูงใจได้เพียงช่วงแรกๆ เท่านั้น

ณรงค์วิทย์ แสนทอง วิทยากร นักเขียน และประธานที่ปรึกษา narongwits.com กล่าวว่า ศักยภาพของคนเปรียบเสมือนกับภูเขาน้ำแข็ง ส่วนที่เป็นส่วนยอดที่โผล่ขึ้นมาเหนือน้ำซึ่งมีส่วนน้อยเปรียบเสมือนศักยภาพที่คนนำออกมาใช้งานจริง ส่วนน้ำแข็งที่จมอยู่ใต้น้ำซึ่งมีขนาดใหญ่กว่านั้นคือศักยภาพของคนที่ยังซ่อนอยู่ หรือยังไม่ถูกดึงขึ้นมาใช้งาน ดังนั้น การที่จะให้คนมีแรงจูงใจในการดึงเอาศักยภาพของตัวเองออกมาใช้ให้มากที่สุดนั้น ขอแนะเทคนิคตัวอย่าง 3 ข้อ ในการนำไปปรับใช้

1.หลอกตัวเอง

หลายคนมีความมุ่งมั่นในการพัฒนาตัวเอง แต่มักไปไม่ถึงดวงดาว เพราะใจเราจะมีทั้งฝ่ายอธรรมและฝ่ายธรรมะ บางครั้งตั้งใจมากที่จะขยัน แต่ดูเหมือนจิตใจฝ่ายอธรรมจะคอยจ้องทำลายสิ่งที่เราตั้งใจอยู่เสมอ โดยหาเหตุต่างๆ มาอ้าง เช่น ตั้งใจจะตื่นเช้าเพื่อไปออกกำลังกาย ในช่วงแรกๆ จิตใจฝ่ายธรรมะอาจมีพลังแรง เพราะเราไปเห็นคนบางคนเป็นอัมพาตและหมอบอกให้ออกกำลังกายเยอะๆ เรากลัวเป็นอัมพาตเลยเริ่มออกกำลังกาย เมื่อออกไประยะหนึ่งจิตใจฝ่ายอธรรมเริ่มเกิดขึ้นแล้วบอกเราว่าวันนี้ไม่ว่างต้องไปทำธุระข้างนอก หรือวันนี้ฝนทำท่าจะตก หรือเมื่อคืนนอนดึกตื่นไม่ไหวของดออกกำลังกายหนึ่งวัน ในการทำงานก็เช่นกัน เราจำเป็นต้องสอนให้คนรู้จักการหลอกตัวเอง เพื่อหลอกให้คนดึงเอาศักยภาพออกมาใช้อย่างเต็มที่ เช่น เมื่อเจ้านายมอบหมายงานมาให้และบอกให้ทำให้เสร็จสัปดาห์หน้า เราลองหลอกตัวเองโดยการลบวันกำหนดเสร็จที่เจ้านายบอกมาออกจากใจ แล้วแทนที่ใหม่ด้วยวันที่เรากำหนดขึ้นมาเอง คืองานนี้จะต้องเสร็จภายในวันศุกร์นี้ แล้วบันทึกความทรงจำนี้ลงไปบ่อยๆ ให้ติดอยู่ในหัว ติดอยู่ในใจ และต้องเสริมเข้าไปอีกว่าถ้าไม่เสร็จภายในวันศุกร์นี้โดนเจ้านายเล่นงานแน่ๆ หรือคิดหลอกต่อไปอีกว่างานชิ้นนี้เป็นงานที่สำคัญมากเจ้านายต้องนำไปเสนอผู้ถือหุ้นบริษัท จะช้าไม่ได้ ผิดไม่ได้ ฯลฯ เราสามารถใส่เงื่อนไขต่างๆ หลอกตัวเองได้เต็มที่เพื่อให้หาทางดึงเอาศักยภาพในด้านต่างๆ ออกมาใช้ เช่น ศักยภาพในการบริหารเวลา ศักยภาพในการวางแผน ศักยภาพในการตรวจสอบความละเอียดของงาน เป็นต้น

2.แรงจูงใจภายในแบบแยกส่วน

องค์กรต่างๆ ลองเปลี่ยนวิธีการจากการจูงใจด้วยสิ่งเร้าหรือสิ่งกระตุ้นจากภายนอก มาเป็นการกระตุ้นคนโดยใช้แรงจูงใจภายในของเขาเอง จะเห็นว่าคนบางคนทำงานเพราะเงิน บางคนทำงานเพราะอยากได้เกียรติยศชื่อเสียง บางคนต้องการก้าวไปสู่ความสำเร็จในชีวิต บางคนทำงานเพราะรักงาน แต่ในความเป็นจริงเรามักจะจูงใจคนด้วยสิ่งจูงใจที่เหมือนๆ กัน เช่น ทุกคนมีโบนัส มีสวัสดิการ มีเงินจูงใจที่เหมือนๆ กัน การจูงใจคนก็ไม่แตกต่างอะไรไปกับการจูงใจของนักแสดงละครสัตว์ที่เวลาแสดงกับปลาโลมา สิงโตทะเล เขาใช้ปลาเป็นแรงจูงใจ เวลาแสดงกับลิงก็ใช้กล้วย เวลาแสดงกับช้างก็ใช้อ้อยและกล้วย ถ้าเขาแสดงกับสัตว์ชนิดไหนแล้วใช้แบงก์ห้าร้อยไปล่อ เชื่อเหลือเกินว่าคงไม่มีสัตว์ตัวใดจะออกมาแสดงด้วยแน่

3.แรงจูงใจชี้นำ

คนทำงานส่วนใหญ่ที่ไม่ค่อยมีแรงจูงใจเพราะเขายังไม่รู้เลยว่าในชีวิตนี้ตัวเองต้องการอะไร จูงเท่าไรเขาก็ไม่ไป ขออยู่ที่เดิมดีกว่า ทำงานไปเรื่อยๆ จนกว่าจะเกษียณอายุ ขอทำงานไปพอเอาตัวรอดไปวันๆ ส่วนหนึ่งเพราะเขาไม่มีเป้าหมายในชีวิต แต่อีกส่วนหนึ่ง คือ มีเป้าหมายในชีวิตว่าขออยู่แบบนี้ ไม่ต้องก้าวหน้าอะไรมาก

“ผมขอแนะนำให้แต่ละองค์กรลองสร้างแรงจูงใจชี้นำให้กับบุคคลทั้งสองกลุ่ม โดยการชี้นำเป้าหมายชีวิตของคนในองค์กรเชิงรุก เช่น การเชิญคนที่ประสบความสำเร็จในชีวิตมาถ่ายทอดประสบการณ์ให้ฟังเป็นระยะๆ เพื่อให้คนเกิดแรงจูงใจ การนำข่าวสารที่เกี่ยวกับคนที่ประสบความสำเร็จมาติดประกาศเป็นประจำ การส่งพนักงานไปดูงานนอกสถานที่เกี่ยวกับคนที่ประสบความสำเร็จในชีวิต ไม่ใช่ส่งไปดูงานเฉพาะ 5 ส ความปลอดภัย ISO ส่งไปเติมไฟในชีวิตเขาบ้าง อย่าลงทุนเฉพาะสิ่งที่องค์กรเห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อตัวเองเพียงอย่างเดียว ผมขอให้ดูศักยภาพของคนที่ได้ทุนบริษัทไปเรียนในสิ่งที่ตัวเองต้องการ เวลาเขากลับมาส่วนมากจะพกแรงจูงใจกลับมาด้วย แต่เวลาส่งพนักงานไปอบรมในหัวข้อที่บริษัทต้องการมักจะพกเพียงเอกสารประกอบการสัมมนากลับมาเท่านั้น แรงจูงใจก่อนไปอาจมีมากแต่พอกลับมาเหลือนิดเดียวเพราะเบื่อสิ่งที่บริษัทยัดเยียดให้”

สิ่งที่ผู้บริหารหรือผู้บังคับบัญชาจะบริหารคนเก่งๆ ให้ทำงานกับองค์กรได้คือการบริหารแรงจูงใจของคน โดยเฉพาะการบริหารแรงจูงใจเชิงรุกดังตัวอย่างดังที่ได้กล่าวมาแล้ว องค์กรใดหรือผู้บริหารคนใดสามารถบริหารใจของคนเก่งกว่ากัน นั่นคือผู้ชนะทั้งการแข่งขันทางธุรกิจและจิตใจ

“การสร้างแรงจูงใจเชิงรุก หมายถึง วิธีการใดๆ ก็ได้ที่สามารถดึงเอาศักยภาพของคนที่ยังมีเหลืออยู่อีกมากออกมาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อตัวพนักงานเองและต่อองค์กรมากที่สุด บางครั้งอาจต้องสร้างสถานการณ์หลอกให้เขาเกิดแรงจูงใจขึ้นมา แรงจูงใจของคนจะเกิดได้ทั้งสิ่งเร้าที่เป็นบวกและเป็นลบ เช่น บางคนขยันทำงานเพราะต้องการก้าวหน้าในตำแหน่งหน้าที่ บางคนขยันทำงานมากขึ้นเพราะกลัวตกงานเนื่องจากภาวะเศรษฐกิจไม่ดี บริษัทต่างๆ มีการลดกำลังคน และเลิกจ้างให้เห็นอยู่ทุกวัน” ณรงค์วิทย์ กล่าว

สาริศา มั่นช้อย มุ่งมั่นในเส้นทางสายดนตรี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/life/573455

  • วันที่ 10 ธ.ค. 2561 เวลา 11:40 น.

สาริศา มั่นช้อย มุ่งมั่นในเส้นทางสายดนตรี

เรื่อง  อณุสรา ทองอุไร ภาพ  อมรเทพ โชติเฉลิมพงษ์

วัยทีนสาวน้อยหน้าใสวัย 13 ปี ที่กำลังเรียนเกรด 7 ที่โรงเรียน The American bangna school of Bangkok น้องข้าวปั้น-ด.ญ.สาริศา มั่นช้อย ผู้รักการร้องเพลงและการเต้นเป็นชีวิตจิตใจ จนสามารถชนะอันดับ 1 ในการประกวดร้องเพลงของรายการ Your Star ทางช่อง 3 จากผู้เข้าประกวดทั่วประเทศทั้งหมด 1,000 คน คัดเหลือ 125 คน และคัดผู้เข้ารอบเหลือ 20 คน ซึ่งการเข้ารอบสุดท้ายต้องสัมภาษณ์พ่อแม่เพื่อดูทัศนคติที่มีต่อการประกวดของลูก และเข้ารอบสุดท้าย 4 คน และน้องข้าวปั้นก็คว้ารางวัลชนะเลิศได้ในที่สุด โดยเธอเป็นผู้ชนะเลิศการประกวดปีแรก แต่ตอนที่ในหลวง ร.9 สวรรคตเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา รายการเลยหยุดประกวด ปีหน้าจึงจะกลับมาประกวดอีกครั้ง

หลังจากได้ที่ 1 จากการประกวดในครั้งนี้ ทางผู้จัดการประกวด คือ บริษัท เวิลด์ สตาร์ อาคาเดมี่ ได้ไปจับมือกับค่ายเพลง AVEX ของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นค่ายเพลงอันดับ 2 ของโลก ที่มีศิลปินดังอย่างวงทริปเปอร์ A, X เจแปน, อีเกิร์ล แล้วก็ทำการ์ตูนญี่ปุ่นอีกด้วย

หลังจากมีการร่วมมือกันเมื่อกลางปีที่ผ่านมา ทางค่าย AVEX ก็ได้มาทำการออดิชั่นน้องข้าวปั้นและเพื่อนที่เข้าประกวดด้วยกันอีก 2 คน คัดตัวเพื่อให้ไปเรียนที่ญี่ปุ่นเป็นเวลา 10 วัน เพื่อเตรียมคัดเลือกให้ไปเป็นศิลปินฝึกหัดกับทางค่ายนี้ เพื่อวางตัวจะออกผลงานเพลงร่วมกัน โดยน้องข้าวปั้นผ่านออดิชั่นรอบแรก และทางค่ายที่ญี่ปุ่นเตรียมเรียกให้ไปออดิชั่นรอบ 2 อีก 10 วัน และจะประกาศผลสิ้นปีนี้ว่าผ่านการคัดเลือกเพื่อเป็นศิลปินในค่ายนี้หรือไม่

ถ้าผ่านก็จะได้ไปเรียนร้องเพลงและทำงานกับค่าย AVEX ที่ประเทศญี่ปุ่น และถือว่าเป็นโครงการแรกที่ค่ายนี้ร่วมมือกับประเทศไทยออกศิลปินไทยในนาม AVEX แต่ถ้าไม่ผ่านการออดิชั่นและไม่ได้ออกผลงานร่วมกับ AVEX ทางค่ายเวิลด์ สตาร์ อาคาเดมี่ ก็จะสร้างผลงานเพลงให้เอง โดยทำเป็นวงเกิร์ลกรุ๊ป เพราะไม่ต้องการสานต่อความฝันของเด็กๆ ให้เป็นความจริงขึ้นมา

แม้วัยจะเพียงแค่ 13 ปี แต่น้องข้าวปั้นก็ทุ่มเทอย่างหนัก กว่าจะมาถึง ณ จุดนี้ก็ไม่ได้ง่าย ต้องทุ่มเทเวลาและความตั้งใจอย่างหนักหน่วงเพื่อให้มายืนอยู่ตรงนี้ได้ เธอเล่าว่าชอบร้องเพลงมาตั้งแต่ 3 ขวบ พออายุ 7 ขวบ ก็ไปขอร้องคุณพ่อคุณแม่ให้ส่งไปเรียนร้องเพลงเพิ่มเติมที่สตาร์เมกเกอร์ แต่ตอนนั้นคุณแม่ยังไม่ส่งไปเรียน เพราะไม่แน่ใจว่าชอบจริงหรือเปล่า เกรงว่าเรียนไม่กี่วันเบื่อแล้วเลิกเสียดายเงินค่าเรียน

ในที่สุดคุณแม่ก็ทนรบเร้าไม่ไหว เพราะน้องข้าวปั้นตั้งใจจริงจัง จึงยอมส่งไปเรียนกับครูอ้วน-มณีนุช เสมรสุต เรียนได้เพียง 2 ปีกว่าพัฒนาการด้านการร้องเพลงของน้องดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ร้องดีไม่ผิดไม่เพี้ยน พลังเสียงดี และเริ่มไปประกวดร้องเพลงเวทีเล็กๆ บ้าง จนเมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา เพื่อนๆ ที่โรงเรียนชวนมาประกวดร้องเพลงที่ช่อง 3 ซึ่งถือว่าเป็นเวทีใหญ่ที่สุดที่ข้าวปั้นเคยประกวดมา และสามารถคว้ารางวัลชนะเลิศมาครองได้ในที่สุด

“ตอนแรกคิดว่าไม่ได้แล้ว ตอนคัดเลือกรอบ 20 คน ประกาศรายชื่อถึงคนที่ 17-18 แล้วก็ยังไม่มีชื่อ หนูถูกประกาศชื่อคนที่ 19 พอดีเลย ครูแพมที่เป็นกรรมการบอกว่าหนูเป็นม้านอกสายตา ด้วยเหตุผลว่าน้องร้องเพลงดี เสียงเพราะ แต่หนูไม่มีอินเนอร์เลย ไม่มีอารมณ์ร่วมในเพลง ไม่มีพลังทีท่ามาจากข้างใน แล้วคนที่เข้ารอบมาพร้อมกันนั้น เก่งๆ ทั้งนั้นเลย พอเข้ารอบแล้วหนูต้องไปเรียนเพิ่มเพื่อให้มีอินเนอร์มาจากภายใน”

หลังจากเรียนด้านแอ็กติ้งเพิ่มเติม พัฒนาการในการร้องเพลงเพื่อสื่อทางสีหน้า ท่าทาง แววตา ก็ดีขึ้นมาก จากเด็กหน้าจืด หน้านิ่ง หน้าเครียด เวลาร้องเพลงเพราะตั้งใจมากเกินไป ก็กลายเป็นเด็กมีอินเนอร์ขึ้นมาดูผ่อนคลาย มีความสุขในการร้องเพลงและแสดงออก

เธอเล่าว่าตอนเข้ารอบสุดท้ายเธอร้องเพลง Let it Go เพลงประกอบการ์ตูนเรื่อง Frozen คนฟังอึ้งกันทั้งสตูดิโอ แล้วน้องก็ร้องดีขึ้นเรื่อยๆ และร้องเพลงได้เกือบทุกแนว ทั้งลูกทุ่ง ลูกกรุง ป๊อป ร็อก อาร์แอนด์บี เพลงการ์ตูนญี่ปุ่น ส่วนเพลงที่เธอชอบที่สุดในตอนนี้และร้องได้ดีคือเพลง Love on top ของบียอนเซ่ เป็นเพลงเสียงสูงยาวถึง 5 นาที และเป็นเพลงยาก ทั้งยังต้องเต้นไปด้วย นับว่าเป็นเพลงที่ดูดพลังมากๆ

ทุกวันนี้น้องข้าวปั้นต้องเรียนร้องเพลงและเต้นสลับกันไปทุกวันตลอดสัปดาห์ คือหลังเลิกเรียนประจำวันตั้งแต่ 16.00-21.00 น.ของทุกวัน เธอจะต้องไปเรียนเต้นและร้องเพลงที่เวิลด์ สตาร์ อาคาเดมี่ ซึ่งน้องบอกว่าสนุก ไม่เหนื่อยเลย เพราะเป็นความสุขของเธอ ไม่รู้สึกว่าหนักหรือเครียด

“หนูอยากเป็นนักร้องจริงๆ หนูตั้งใจมาก ไม่เคยบ่นเบื่อ มีความสุขที่ได้ไปเรียนทุกวัน เรียนแบบนี้มา 2 ปีกว่าแล้ว หนูอยากเป็นนักร้องที่ทุกคนรู้จักอย่าง อารีนา แกรนเด ชาวอเมริกัน หนูฝันอยากเป็นนักร้องระดับโลก แต่ถ้าหนูไม่ได้เป็นนักร้องดังอย่างที่ตั้งใจไว้ โตขึ้นหนูจะไปเป็นครูสอนร้องเพลง คืออย่างไรก็ตามหนูจะทำงานสายดนตรีอย่างแน่นอน เพราะเป็นสิ่งที่หนูชอบที่สุด นึกไม่ออกว่าหนูจะไปทำอะไรอื่นนอกจากนี้แล้วหนูไม่ได้ทำเล่นๆ ในเส้นทางนี้” เธอกล่าวอย่างจริงจัง

เธอบอกว่าความชอบในการร้องเพลงนั้นน่าจะได้รับอิทธิพลมาจากคุณแม่ของเธอที่ชอบร้องเพลง ตอนเด็กๆ คุณแม่จะร้องเพลงกล่อมและร้องเพลงให้เธอฟังก่อนนอนเสมอ ถ้าไม่ร้องเพลงกล่อมคุณแม่ก็จะเล่านิทานให้ฟังตั้งแต่เธอยังเล็กๆ จนตอนนี้คุณแม่ก็จะเปิดเพลงให้ฟังตลอดเวลาอยู่บ้านหรืออยู่ในรถ

“คุณแม่เล่าว่าตอนหนูอยู่ในท้องคุณแม่จะร้องเพลงให้ฟังตลอด เวลาที่ลูกดิ้นๆ ในท้องเวลาร้องเพลงลูกจะหยุดดิ้นสงบลงได้ แม่เลยชอบร้องเพลงให้ลูกฟัง เพราะอยากให้ลูกอารมณ์ดีและมีความสุข แล้วเวลาที่คุณแม่เขาร้องเพลงเขาก็รู้สึกมีความสุขไปด้วย เพราะเหตุนี้หนูเลยชอบฟังเพลง ชอบร้องเพลง เพราะฟังมาตั้งแต่อยู่ในท้องแม่จนชิน” เธอเล่าอย่างมีความสุข