4 รมต. ลาออกไม่ปรับ ครม.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/353322

4 รมต. ลาออกไม่ปรับ ครม.

การเมือง,ประยุทธ์,พรรคพลังประชารัฐ,นายกฯ,กกต,บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ,ผู้สูงอายุ

“ประยุทธ์” เคาะ 7 ธ.ค. ถก “พรรคการเมือง” ชี้ ปลดล็อกต้องร่างระเบียบให้ชัด อุบ โดดลงสนามการเมือง ขอคุยฝ่าย ก.ม. ลั่น ไม่จำเป็น ต้องเข้าพรรคเพื่อเป็น “นายกฯ” คนใน

               เมื่อวันที่ 23 พ.ย. 61 เวลา 11.30 น. ที่ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ทำเนียบรัฐบาล  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงการนัดหารือกับพรรคการเมือง เพื่อปลดล็อกให้พรรคการเมืองทำกิจกรรม ว่า

ตอนนี้กำหนดไว้แล้ว วันที่ 7 ธ.ค. นี้ ที่ สโมสรทหารบก ถนนวิภาวดีรังสิต ส่วนการพูดคุยจะชัดเจนแค่ไหนก็ต้องคุยกันก่อนว่าจะเอาอย่างไร การปลดล็อกต้องมีการร่างกฎระเบียบให้ชัดเจน แต่จะทำให้เร็วที่สุด ซึ่งรัฐบาลไม่ได้มีข้อขัดแย้งอะไร เข้าใจดี และบอกแล้วเมื่อกฎหมายต่างๆ ออกมาพร้อม เราก็จะมีการปลดล็อกบ้างอะไรบ้าง ตรงไหน ทั้งนี้ เพื่อให้บ้านเมืองปลอดภัย

ผู้สื่อข่าวถามว่า ก่อนหน้านี้ นายกฯ เคยบอกว่าสนใจงานการเมือง ตอนนี้ตัดสินใจหรือยังว่าจะเข้าทำงานการเมืองในช่องทางใด พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ยัง ตอนนี้ยังฟังไม่ครบเลย เมื่อถามว่า จะสมัครสังกัดพรรคการเมืองใดหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ยังไม่ขอตอบอะไรทั้งสิ้น ขอดูกฎหมายก่อนว่าเป็นอย่างไร ซึ่งเขียนไว้แล้ว ถ้า นายกฯ จะลงไปอยู่การเมืองจะต้องไปอยู่ตรงไหน ทำอะไรได้บ้าง ต้องไปดูตรงโน้น จะมาถามอะไรเรา ขณะเดียวกันเราก็ต้องปรึกษาฝ่ายกฎหมายว่าทำอะไรได้แค่ไหน

เมื่อถามถึงความชัดเจนในวันเลือกตั้ง นายกฯ กล่าวทันทีว่า ยังยืนยันเป็นเดือน ก.พ. ตนไปเลื่อนตรงไหนสักอันหรือยัง เมื่อถามว่า มีพรรคการเมืองร้องมาที่ คสช. หรือไม่ ให้ขยับวันเลือกตั้ง พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เห็นแต่ทางหน้าหนังสือพิมพ์ ในส่วนของ คสช. ยังไม่เห็นอะไรทั้งสิ้น ก็เป็นเรื่องของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่จะไปว่ามา ตนไม่มีส่วนในการตัดสินตรงนี้ เมื่อถามว่า นายกฯ ไม่ตัดสินใจเข้าพรรคการเมืองเพื่อที่จะเป็นคนในหรือ นายกฯ กล่าวว่า ไม่จำเป็น เมื่อถามต่อไปว่า เมื่อไหร่ นายกฯ จะเปิดเผยความในใจ พล.อ.ประยุทธ์ ส่ายหัวปฏิเสธที่จะตอบคำถามดังกล่าว

               เมื่อถามว่า รัฐมนตรีที่ไปทำงานพรรคพลังประชารัฐ ตอนนี้มีการตัดสินใจอย่างไรหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ในทางกฎหมายบอกว่าไม่เป็นไร แต่เดี๋ยวทั้ง 4 รัฐมนตรีเขาจะดูเองว่าจะออกเมื่อไหร่ ยังไงก็แล้วแต่เขา เมื่อถามว่า หาก 4 รัฐมนตรี ลาออกจากตำแหน่ง นายกฯ จะปรับคณะรัฐมนตรีหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ยังไม่ปรับ ไม่มีปรับ ไม่ปรับแล้ว จะปรับทำไม ตามกฎหมายถ้าไม่ปรับก็มีคนแทนได้

พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะมีการตรวจสอบกรณีที่รัฐบาลเพิ่มวงเงินงบประมาณในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ว่า ก็สามารถตรวจสอบได้ เพราะการที่รัฐบาลจะออกมาตรการต่างๆ เรามีกฎหมายทุกฉบับรองรับ ซึ่งฝ่ายกฎหมายได้พิจารณาอย่างรอบคอบ สามารถดูได้ทั้งจาก พ.ร.บ.การเงินการคลัง พ.ร.บ.การใช้จ่ายงบประมาณ ว่าทำได้หรือไม่ และสิ่งที่ทำมาแล้วก็ไม่ใช่เงินทั้งหมด บางโครงการก็ใช้งบประมาณผูกพันเป็นระยะ เราต้องมองเป็น 2 ด้าน ที่ผ่านมามักมองเพียงด้านเดียว คือ การช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อน แต่วันนี้เราต้องมองในกรอบมาตรการอื่นๆ ประกอบด้วย เช่น เรื่องการเกษตร ก็ต้องมีการใช้งบประมาณในส่วนของมาตรการในเรื่องของการสร้างความเข้มแข็ง การรวมกลุ่ม การลดพื้นที่ปลูก หรือแม้แต่การสนับสนุนการเปลี่ยน

“ฉะนั้นอย่ามาบอกว่ารัฐบาลนี้ทำเพื่อหาคะแนนเสียง มันไม่ใช่ ทำในส่วนนี้มีการดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่เรื่องของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ระยะที่ 2 – 3 ผมคิดว่าคงไม่มีรัฐบาลไหนสามารถที่จะดูแลคนได้ถึง 10 กว่าล้านคน มันมีหรือไม่ ก็มีแต่แก้ปัญหาทีละกลุ่มไป ขอร้องว่าอย่ามองรัฐบาลนี้ทำเพื่อการหาเสียง เดี๋ยวก็จะกลายเป็นเรื่องของความขัดแย้งต่อไปอีก มีทั้งคนที่ได้และคนที่ไม่ได้ ผมบอกแล้วว่า การที่เราจะทำบัตรสวัสดิการแห่งรัฐนั้น ไม่ได้เป็นเรื่องการแบ่งแยกชนชั้น เป็นเรื่องการดูแลรายได้ของประชาชน การทำข้อมูลบิ๊กดาต้าทั้งหมดที่ออกมาก็มีอยู่แล้ว ทั้งในส่วนของความจำเป็นขั้นพื้นฐาน รายได้ของแต่ละจังหวัดแตกต่างกันอย่างไร เป็นข้อมูลเดิมที่มีอยู่แล้ว รัฐบาลเพียงแต่เข้ามาดูข้อมูลของแต่ละพื้นที่ และรายได้ของประชาชนแต่ละกลุ่มก็ต้องมาดูว่าเราจะสนับสนุนตรงไหนได้บ้าง” นายกฯ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ในส่วนของผู้สูงอายุนั้นทุกคนก็มีพ่อแม่ผู้ปกครอง แล้วจะไม่ดูแลบุคคลเหล่านี้หรือ ปัญหาที่เราต้องดูแลผู้มีรายได้น้อยที่เป็นผู้สูงอายุเพิ่มเติม เพราะถือว่าเป็นภาระของผู้มีรายได้น้อยที่ยังลำบากอยู่ รัฐบาลจำเป็นต้องดูแลตรงนี้ ปัจจุบันเราต้องรองรับผู้สูงวัยให้อยู่ได้ในสังคม สิ่งสำคัญไม่ใช่ว่าจะให้เงินเพียงอย่างเดียว จะต้องเปิดโอกาสให้ผู้สูงอายุสามารถทำงานได้ในทุกมิติ ซึ่งขณะนี้กระทรวงแรงงานดำเนินการอยู่ ส่วนราชการสามารถนำผู้สูงอายุเหล่านี้มาทำงานได้ ถือเป็นสิ่งที่รัฐบาลปัจจุบันกำลังทำอยู่ในทุกๆ ระบบ และทั้งหมดต้องดูงบประมาณประกอบด้วย ไม่ใช่ป้อนเพียงอย่างเดียว

ที่ผ่านมารัฐบาลอื่นก็ทำเช่นนี้ เพียงแต่ดูแลแค่บางกลุ่มบางฝ่ายเท่านั้น รัฐบาลนี้ต้องทำทั้งมาตรการเร่งด่วน และการบรรเทาความเดือดร้อนชั่วคราว อย่างไรก็ตาม ในช่วงปีใหม่นี้จะมีมาตรการเข้ามาดูแลกลุ่มคนต่างๆ อีก โดยมอบหมายให้กระทรวงการคลังดูแลอยู่ ทั้งนี้ ผู้มีรายได้น้อยต้องคำนึงถึงกลุ่มอื่นๆ ด้วย เพราะผู้เสียภาษีมีจำนวนมาก ต้องมาดูว่ากลุ่มคนเหล่านี้ใครเดือดร้อนบ้าง ข้าราชการชั้นผู้น้อยก็เช่นกัน คนที่มีรายได้ระดับปานกลางค่อนไปทางต่ำก็ต้องดูแลด้วย ซึ่งมาตรการต่างๆ จะทยอยออกมาตามลำดับ ตามเม็ดเงินงบประมาณที่มีอยู่ วันนี้ขอบคุณทุกคนที่เข้าใจ ดูหน้าตาสื่อมวลชนแล้วเข้าใจกันมากขึ้น

ต่อมาเวลา 11.30 น. ที่ ทำเนียบรัฐบาล  พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมสภาความมั่นคงชาติ (สมช.) ครั้งที่ 3/2561 ว่า ที่ประชุมรับทราบการฝึกการบริหารวิกฤตการณ์ระดับชาติประจำปี 2561 (C-MEX 18) ที่เป็นการฝึกร่วมกันของเหล่าทัพและหน่วยงานต่างๆ ซึ่งมีคนสำเร็จไปตามเจตนารมณ์ นอกจากนี้ที่ประชุมได้พิจารณาร่าง พ.ร.บ.ข้อมูลความมั่นคงของรัฐและความลับของทางราชการ พ.ศ. …. และร่าง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการก่อการร้าย พ.ศ. …. ซึ่งมีข้อสังเกตต่างๆ เพิ่มขึ้นมากมาย ทั้งนี้ เราจะต้องทำอย่างไรก็ตามให้เกิดการตรวจสอบการถ่วงดุลในการใช้อำนาจทางกฎหมาย เพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้งในเรื่องการคุ้มครอง และเรื่องสิทธิมนุษยชนต่างๆ รวมถึงกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องที่ต้องเป็นไปตามนั้น โดยมีขั้นตอนที่ชัดเจนเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเกิดขึ้นอย่างเช่นอดีตที่ผ่าน

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า นอกจากนี้ยังมีการพูดคุยประเด็นปัญหาความมั่นคง ซึ่งวันนี้โลกกำลังจะเปลี่ยนไปสู่สังคมเทคโนโลยีและดิจิทัล ซึ่งเราจะต้องเตรียมหลายอย่างไปพร้อมกัน เพื่อให้มีความเข้มแข็งเพียงพอและได้รับความไว้วางใจจากประชาชน รวมถึงสิ่งที่จะต้องพิจารณาควบคู่กัน คือ ร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. …. ที่กำลังพิจารณาอยู่ในขณะนี้ ซึ่งทุกกฎหมายจะต้องสอดคล้องและไม่สร้างภาระให้กับประชาชน ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถปฏิบัติหน้าที่

นายกฯ กล่าวว่า ตนได้เน้นย้ำในเรื่องกระบวนการการแก้ปัญหาบรรเทาภัยพิบัติและให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวกับความมั่นคงได้ใช้โอกาสในการฝึกประจำปี เอาเรื่องเหล่านี้ไปทำความเข้าใจ ทั้งนี้ ประชาชนต้องเข้าใจว่าเราจะทำให้บ้านเมืองสุขสงบได้อย่างไร

“เพื่อไทย” แถลงจี้ กกต. ทำหน้าที่โดยสุจริต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/353316

“เพื่อไทย” แถลงจี้ กกต. ทำหน้าที่โดยสุจริต

การเมือง,เพื่อไทย,กกต,แบ่งเขต

“เพื่อไทย” แถลงจี้ กกต. ทำหน้าที่โดยสุจริต ซัด แบ่งเขตเละเทะ แนะ ถาม ปชช.

               เมื่อเวลา 10.30 น. ที่ พรรคเพื่อไทย  นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรค นายสามารถ แก้วมีชัย อดีต ส.ส. เชียงราย และคณะทำงานติดตามการร่างรัฐธรรมนูญพรรค นานวิชาญ มีนชัยนันท์ อดีต ส.ส. กทม. และนายประเสริฐ จันทรรวงทอง อดีต ส.ส. นครราชสีมา ร่วมแถลงกรณี คสช. ออกคำสั่ง ที่ 16/2561 และการแบ่งเขตของ กกต.

นายสามารถ อ่านแถงการณ์ เรื่อง ขอให้ กกต. ได้ปฏิบัติหน้าที่ของตนให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย โดยสุจริต และเป็นธรรม ตอนหนึ่งว่า ตามที่หัวหน้า คสช. ได้ออกคำสั่ง ที่ 16/2561 เปิดให้มีการยื่นข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการแบ่งเขตเลือกตั้งต่อ กกต. และ คสช. และรัฐบาลได้ โดยให้อำนาจ กกต. ที่จะเปลี่ยนแปลงการแบ่งเขตเลือกตั้งได้ โดยกรณีจำเป็นก็ไม่จำต้องดำเนินการตามกฎหมาย ระเบียบ ประกาศ หรือมติใดๆ ของ กกต. ที่ออกไว้ได้ โดยถือว่าการกระทำดังกล่าวชอบด้วยกฎหมายและชอบด้วยรัฐธรรมนูญและเป็นที่สุด พร้อมทั้งขยายเวลาในการแบ่งเขตของ กกต. ไปจนถึงวันที่ 10 ธ.ค. 2561

พรรคเห็นว่าการออกคำสั่งหัวหน้า คสช. ดังกล่าว มีนัยทางการเมือง และไม่ชอบด้วยหลักการทางกฎหมาย 4 ประการ คือ  1. คสช. ได้ออกคำสั่งดังกล่าวโดยที่มิได้มีการร้องขอจากฝ่ายใด และไม่มีเหตุผลความจำเป็นใดที่ต้องใช้มาตรา 44 ดำเนินการในเรื่องดังกล่าว จึงขอตั้งข้อสังเกตว่าการออกคำสั่งนี้มีนัยทางการเมืองแอบแฝง และถือเป็นการแทรกแซงก้าวก่ายการปฏิบัติหน้าที่ของ กกต. 2. การออกคำสั่งให้ กกต. เปลี่ยนแปลงการแบ่งเขตเลือกตั้งได้โดยไม่ต้องทำตามกฎหมาย และระเบียบที่ตนออกไปก็ได้นั้น เป็นการส่งสัญญาณให้ กกต. ทำผิดกฎหมายได้โดยไม่ต้องคำนึงถึงกฎหมาย ระเบียบ และความคิดเห็นของประชาชนจำนวนนับหมื่นของแต่ละจังหวัดที่เสนอความเห็นต่อการแบ่งเขตเลือกตั้ง และยังไปรับรองว่าการกระทำดังกล่าวของ กกต. ให้ชอบด้วยรัฐธรรมนูญและชอบด้วยกฎหมาย ถือเป็นเรื่องที่ไม่อาจยอมรับได้

นายสามารถ กล่าวต่อว่า 3. เนื่องจากมีหัวหน้าพรรคและผู้บริหารพรรคการเมืองดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีในรัฐบาลถึงสี่คน และรัฐบาลกับ คสช. ก็อยู่องคาพยพเดียวกัน ซึ่งรองนายกรัฐมนตรีคนหนึ่งได้กล่าวยอมรับว่า รัฐบาล และ คสช. เป็นพวกเดียวกัน ดังนั้น การออกคำสั่งนี้อาจถูกมองว่าเป็นการเอื้อประโยชน์สำหรับผู้สมัครของพรรคการเมืองในซีกรัฐบาลเพื่อชิงความได้เปรียบในการเลือกตั้งได้ และ 4. กกต. เป็นองค์กรอิสระต้องมีความเป็นกลางทางการเมืองและมีความกล้าหาญ ต้องยึดกฎหมายและความเป็นธรรมเป็นหลักในการปฏิบัติหน้าที่ ไม่ควรโอนอ่อนผ่อนตามไปตามความเห็นของบุคคล หรือกลุ่มบุคคลใด โดยไม่คำนึงถึงกฎหมายและระเบียบที่ตัวเองกำหนดขึ้น และโดยไม่ฟังเสียงของประชาชนในเขตพื้นที่

การแบ่งเขตเลือกตั้งเป็นต้นธารของการเลือกตั้ง หากการแบ่งเขตเลือกตั้งเป็นไปโดยไม่สุจริตและเที่ยงธรรม ตั้งแต่ต้นเสียแล้ว ย่อมส่งผลทำให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยไม่สุจริตและเที่ยงธรรมได้ พรรค พท. จึงขอเรียกร้องและให้กำลังใจต่อ กกต. โดยขอให้การปฏิบัติหน้าที่ของ กกต. เป็นไปอย่างตรงไปตรงมา ยึดกฎหมายเป็นหลัก แม้จะได้อำนาจมาให้กระทำการที่ไม่เป็นไปตามกฎหมายได้ ก็ไม่ควรที่จะกระทำ รูปแบบการเลือกตั้งที่เปลี่ยนแปลงโดยไม่เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบ โดยไม่ฟังเสียงประชาชนนั้น ไม่ควรที่จะเกิดขึ้นโดยเด็ดขาด

นายประเสริฐ กล่าวว่า ขอยกตัวอย่าง จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นจังหวัดใหญ่ มี 14 เขตเลือกตั้ง ได้รับผลกระทบจากการแบ่งเขตเลือกตั้งหลายเขต ซึ่งก่อนหน้านี้เราได้ร้องเรียนกับ กกต. จังหวัดแล้วกว่า 10 เขต เช่น อำเภอพิมาย ซึ่งเป็นเขตใหญ่และไม่ควรถูกแบ่งออกจากกัน แต่กลับเอาอำเภอพิมายมาแบ่งออกเป็นสามเขตเลือกตั้ง แล้วเอาไปรวมกับอำเภอต่างๆ เช่น อำเภอโนนสูง อำเภอชมพู และอำเภอเฉลิมพระเกียรติ เป็นต้น และอำเภอสีคิ้วซึ่งเป็นอำเภอใหญ่ก็ถูกแบ่งออกเป็นสามเขตเลือกตั้งด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะการแบ่งไปรวมกับอำเภอเมืองที่ไม่เคยอยู่เขตเลือกตั้งเดียวกันมาก่อน ก็ถูกจับเอามารวมกัน ทั้งที่การคมนาคมต้นทางถึงปลายทางห่างกันร่วม 100 กิโลเมตร

นายวิชาญ กล่าวว่า ในส่วนพื้นที่ กทม. เราได้ทำหนังสือโต้แย้งกับทาง กกต. ไปตั้งแต่เดือนตุลาคมที่ผ่านมา เราขอยกตัวอย่างเช่น เขตสายไหม แขวงคลองถนน ถูกแบ่งเอาไปรวมกับเขตบางเขน ส่วนเขตบางเขนถูกบวกกับเขตหลักสี่ ส่วนเขตมีนบุรีเอาไปรวมกับเขตคันนายาว เท่ากับว่าเขตบางเขน สายไหม และมีนบุรี โดนแบ่งไปหมด นี่ถ้าแบ่งไปรวมกับฉะเชิงเทรา หรือสมุทรปราการได้ เขาคงทำไปแล้ว

นายชูศักดิ์ กล่าวว่า การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น รัฐธรรมนูญฉบับนี้ทำให้เขตเลือกตั้ง ลดลง 25 เขต เหลือ 350 เขต บัญชีรายชื่อ 150 คน ทั้งนี้ เราขอเสนอว่าจังหวัดใดที่ ส.ส. เท่าเดิม ไม่ควรเปลี่ยนเขตเลือกตั้ง ยกเว้นกรณีที่ ส.ส. ลดลง แต่การแบ่งเขตก็ต้องดูตามมาตรา 27 แต่การแบ่งอำเภอเป็นหลายเขต ไม่มีเหตุผล จะมีเพียงเหตุผลเดียวคือ เอื้อประโยชน์ในทางการเมือง ตั้งแต่จะเริ่มการเลือกตั้งก็มีการเอาเรื่องการแบ่งเขตมาต่อรองทางการเมือง ประมาณว่าใครอยู่กับเราก็แบ่งเขตให้ตามเดิม ใครดื้อแพ่งก็แบ่งเขตให้เสียประโยชน์มากที่สุด พรรค พท. ติดตามการแบ่งเขตมาอย่างต่อเนื่อง ฟังธงได้ว่าการแบ่งเขตถูกใช้เป็นเครื่องมือต่อรองของผู้มีอำนาจ

นายชูศักดิ์ กล่าวต่อว่า หาก กกต. จะมีการใช้เขตเลือกตั้งนอกเหนือจาก 3 รูปแบบเดิม ถามว่าคุณได้บอกประชาชนหรือยัง ได้สอบถามความเห็นประชาชนหรือไม่ ดังนั้น หากมีการใช้นอกเหนือจาก 3 รูปแบบ ควรบอกประชาชนและเปิดโอกาสให้เขาแสดงความคิดเห็น ควรเล่นแบบแฟร์เพลย์

เมื่อถามว่า หากใน 1 อำเภอ ถูกแบ่งออกเป็นหลายเขต แล้วใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียว ซึ่งเลขผู้สมัครไม่เหมือนกัน จะทำให้ประชาชนเกิดความสับสนหรือไม่ นายชูศักด์ กล่าวว่า สับสนอยู่แล้ว ดังนั้น อย่าแบ่งเขตแบบนี้ดีที่สุด หาก กกต. ทำแบบนั้นจริง ประชาชนก็คงต้องจำหมายเลขผู้สมัครให้ได้ ทั้งนี้ ภายหลังจากการแถลงพรรค พท. จะยื่นหนังสือพร้อมเอกสารทั้งหมดที่ได้แถลงในวันนี้แก่ กกต.

ยัน “ลำปาง – เชียงใหม่ – ลพบุรี” อยู่เพื่อไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/353311

ยัน “ลำปาง – เชียงใหม่ – ลพบุรี” อยู่เพื่อไทย

การเมือง,พรรคเพื่อไทย,พรรคพลังประชารัฐ,พปชร,อดีต สส,ย้ายพรรค,ฟังหูไว้หู

“ชูศักดิ์” ยัน “ลำปาง – เชียงใหม่ – ลพบุรี” อยู่เพื่อไทย ส่วน “วราเทพ” ยังไม่ได้คุยกัน ชี้ เจ้าตัวขาดคุณสมบัติ

               23 พ.ย. 61  เมื่อเวลา 11.00 น. ที่ พรรคเพื่อไทย  นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรค กล่าวถึงกรณีที่มีข่าวระบุอดีต ส.ส. จ.ลำปาง เชียงใหม่ ลพบุรี และกำแพงเพชร รวมถึงตัว นายวราเทพ รัตนากร อดีต รมต.ประจำสำนักนายกฯ จะย้ายไปอยู่กับพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ว่า

คิดว่าเรื่องนี้ข่าวคงจะสับสนไปถึงวันที่ 26 พ.ย. นี้ เพราะเป็นวันสุดท้ายที่บุคคลที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งจะต้องเข้าสังกัดพรรคการเมือง หากการเลือกตั้งจะเกิดในวันที่ 24 ก.พ. 62 จริง

ทั้งนี้ ตระกูลจันทสุรินทร์ ยืนยันกับตนเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาว่า ข่าวที่ออกมานั้นไม่จริง เขายังคงอยู่พรรคเพื่อไทยในพื้นที่ลำปาง ส่วนนางทัศนีย์ บูรณุกรณ์ อดีต ส.ส. เชียงใหม่ ก็ยังอยู่กับพรรค ส่วนนายอำนวย คลังผา อดีต ส.ส. ลพบุรี ก็โทรมายืนยันว่า ยังอยู่กับพรรค ที่พอจะมีความชัดเจนอยู่บ้างคือกรณี นายเดชณัฐวิทย์ เตริยาภิรมย์ บุตรชาย นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ มาลาออกจริง และตัวท่านก็ได้ให้สัมภาษณ์ไปแล้ว

ส่วนกรณี นายวราเทพ ตนยังไม่เจอท่าน แต่ก็เรียนแบบตรงไปตรงมาว่า ท่านติดในเรื่องคุณสมบัติความเป็นสมาชิกพรรค คุณสมบัติการเป็นผู้สมัคร ส.ส. ตนจะไม่พูดมากไปกว่านี้ แต่หลายคนใน จ.กำแพงเพชร ก็บอกว่า ยังเป็นสมาชิกพรรค หากรัฐบาลนี้ต้องการปฏิรูปการเมือง อย่าให้การเลือกตั้งครั้งนี้ หรือพรรคการเมืองที่จะเกิดขึ้นครั้งนี้ กลายเป็นพรรคแบบสามัคคีธรรมในอดีต การกระทำใดๆ ที่เป็นการดึงคนภายใต้เงื่อนไขต่างๆ เช่น เงื่อนไขทางคดี ไม่น่าจะเกิดขึ้น

               เมื่อถามว่า หากพื้นที่กำแพงเพชร อดีต ส.ส. ย้ายพรรคจริง พร้อมส่งคนลงสู้ใช่หรือไม่ นายชูศักดิ์ กล่าวว่า ก็เป็นหน้าที่ของพรรคอยู่แล้ว แต่ขณะนี้จะไปหรือไม่ไปอย่างไรเราไม่ชัดเจน คงต้องฟังแบบฟังหูไว้หูก่อนในขณะนี้

ยัน "ลำปาง - เชียงใหม่ - ลพบุรี" อยู่เพื่อไทย

 

ยัน "ลำปาง - เชียงใหม่ - ลพบุรี" อยู่เพื่อไทย

 

“ตระกูลอัศวเหม” ซบ “พปชร.”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/353309

“ตระกูลอัศวเหม” ซบ “พปชร.”

การเมือง,พรรคพลังประชารัฐ,พปชร,อัศวเหม,คนปากน้ำ,อัครวัฒน์ อัศวเหม,ชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม,กรุง ศรีวิไว,ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ

“ตระกูลอัศวเหม” เผย “คนปากน้ำ” เรียกร้องซบ “พปชร.” เชื่อ ทำท้องถิ่นเข้มแข็ง คุย “เอ๋” แล้ว มีพรรคเดียวทำให้งานเดินหน้าได้ โว กวาด ส.ส. ยกจังหวัด

               เมื่อวันที่ 23 พ.ย. 61 เวลา 10.00 น. ที่ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)  กลุ่มสมุทรปราการก้าวหน้า นำโดย นายอัครวัฒน์ อัศวเหม อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ ลูกพี่ลูกน้อง นายชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม ประธานหอการค้าสมุทรปราการ นำสมาชิกในกลุ่มกว่า 10 คน สมัคร อาทิ นายวรพร อัศวเหม ประธานสภาเทศบาล ตำบลบางปู นายต่อศักดิ์ อัศวเหม อดีตรองนายกเทศมนตรี นครสมุทรปราการ และนายกรุงศรีวิไล สุทินเผือก หรือ กรุง ศรีวิไว เป็นต้น โดยมีนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐให้การต้อนรับ

นายอัครวัฒน์ กล่าวว่า วันนี้รู้สึกดีใจที่ได้นำตัวแทนนักการเมืองท้องถิ่นสมุทรปราการ เนื่องจากชุมชนและผู้นำท้องถิ่นในสมุทรปราการ ต่างเรียกร้องให้กลุ่มของเรามาร่วมงานกับพรรคพลังประชารัฐ วันนี้เราได้ทำหน้าที่ในฐานะที่เป็นตัวแทนของประชาชน เพื่อประโยชน์ของท้องถิ่น และหวังอย่างยิ่งว่า ในฐานะที่เรามาจากตัวแทนท้องถิ่นมีความเข้าใจดีว่าพรรคพลังประชารัฐจะเป็นพรรคที่เป็นผู้นำให้กับท้องถิ่นสมุทรปราการ ให้มีความเข้มแข็งมากกว่าเดิม ทั้งนี้ เราอยู่กับท้องถิ่นมาเป็นเวลากว่า 20 ปี ได้พัฒนาท้องถิ่นมาพอสมควรแล้ว พรรคนี้ก็จะทำให้ท้องถิ่นเข้มแข็งมากขึ้น

เมื่อถามว่า ในพื้นที่สมุทรปราการเสียงตอบรับจากประชาชนจะมีมากน้อยแค่ไหน นายอัครวัฒน์ กล่าวว่า วันนี้ตนมาตามความต้องการของประชาชน กลุ่มนี้นำโดยนายชนม์สวัสดิ์ ซึ่งมีการปรึกษาหารือกันแล้ว วันนี้ต้องมาอยู่กับพรรคพลังประชารัฐอย่างเดียว เพื่อให้สามารถทำงานได้อย่างคล่องตัวและเดินหน้าไปได้

เมื่อถามต่อว่า การที่กลุ่มนี้ตัดสินใจมาอยู่กับพรรคมีเงื่อนไขใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับคดีของนายชนม์สวัสดิ์หรือไม่ นายอัครวัฒน์ กล่าวว่า ไม่มีเงื่อนไขอะไรเลย เรื่องคดีความก็ไม่มี ไม่เกี่ยวกัน ยืนยันว่า เป็นความต้องการของประชาชนและผู้นำชุมชนที่อยากให้เรามา เมื่อถามว่า กระแสความนิยมของพรรคจะทำให้มั่นใจหรือไม่ 7 เขตในสมุทรปราการจะชนะการเลือกตั้งได้หรือไม่ นายอัครวัฒน์ กล่าวว่า ตนมั่นใจทุกเขต จะชนะการเลือกตั้งยกทีม

               ขณะที่ นายกรุงศรีวิไล สุทินเผือก หรือ กรุง ศรีวิไล อดีต ส.ส. สมุทรปราการ พรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า เหตุผลที่ตัดสินใจร่วมกับกลุ่มสมุทรปราการก้าวหน้า และสมัครสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ เพราะนายชมน์สวัสดิ์ไม่เคยทิ้งพื้นที่และประชาชน และมองว่าพลังประชารัฐมีความเป็นกลาง ไม่เอารัดเอาเปรียบ ให้ความยุติธรรมกับทุกพรรค ตนพอใจพรรคพลังประชารัฐพูดตรงไปตรงมา ไม่มีอะไรแอบแฝง และเชื่อว่ามีความโปร่งใสในการเลือกตั้ง ซึ่งหลายอย่างในสมุทรปราการยังไม่เข้าที่ จึงตั้งใจเข้ามาร่วมทำงานเพื่อยกระดับจังหวัดนี้ให้เท่าเทียมจังหวัดอื่น

"ตระกูลอัศวเหม" ซบ "พปชร."

"ตระกูลอัศวเหม" ซบ "พปชร."

 

“พ่อมดดำ” ซบ “พปชร.”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/353304

“พ่อมดดำ” ซบ “พปชร.”

การเมือง,พรรคพลังประชารัฐ,พปชร,สุชาติ ตันเจริญ,บ้านริมน้ำ,ศักดิ์ชาย ตันเจริญ,พ่อมดดำ,ยึดคืนอำนาจ,เผด็จการ,มดดำ,โอ๊ค,พานทองแท้,ทักษิณ,ประยุทธ์

“พ่อมดดำ” พาลูกชาย – เด็กในสังกัด ซบ “พปชร.” ลั่น ยึดอำนาจคืนจากเผด็จการ เปลี่ยนโหมดสู่ประชาธิปไตย ชู “ประยุทธ์” อยู่ต่อยิ่งดีใหญ่

               เมื่อวันที่ 23 พ.ย. 61 เวลา 10.40 น. ที่ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)  นายสุชาติ ตันเจริญ แกนนำกลุ่มบ้านริมน้ำ พร้อม นายศักดิ์ชาย ตันเจริญ รองประธานสภา จ.ฉะเชิงเทรา บุตรชาย นำอดีต ส.ส. ฉะเชิงเทรา และสมาชิกในกลุ่ม จ.ร้อยเอ็ด สกลนคร มหาสารคาม ยโสธร มุกดาหาร นครพนม จำนวน 40 คน มาสมัครสมาชิกพรรค พปชร.

นายสุชาติ กล่าวภายหลังสมัครสมาชิกพรรคว่า ที่มาร่วมงานกับพรรคพลังประชารัฐ เพราะถือเป็นการยึดอำนาจคืนจากเผด็จการ เพราะต้องการกลับไปสู่โหมดประชาธิปไตย หากไม่เริ่มทำพรรคการเมืองก็จะไม่มีการเลือกตั้งเสียที ในอนาคตจะใช้คำว่าเผด็จการหรือไม่เผด็จการไม่ได้ เพราะตอนนี้มีแต่ประชาธิปไตยและกำลังเข้าสู่โหมดการเลือกตั้ง และอีกเหตุผลที่มาร่วมกับพรรคนี้ เพราะการสนับสนุนนโยบายพัฒนาพื้นที่ภาคตะวันออก ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายพัฒนาเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ อีซี ของรัฐบาล รวมถึงอดีตกลุ่มสามมิตรที่เป็นสมาชิกของพรรค ที่มาร่วมทำพรรคการเมืองเพื่อให้เกิดเลือกตั้งและเข้าสู่โหมดประชาธิปไตยโดยเร็วที่สุด หลังจากนี้จะไม่มีคำว่าเผด็จการหรือหรือประชาธิปไตย เพราะจะมีแต่คำว่าประชาธิปไตยเท่านั้น เห็นว่าการมาเข้าร่วมพรรคครั้งนี้ ไม่มีการต่อรองเรื่องคดีความใดๆ เพราะตนไม่มีคดีติดตัว

“ทุกพรรคการเมืองก็มีอะไรที่ดีเป็นของตัวเอง เราเป็นพรรคใหม่ต้องเจียมตัว พยายามสร้างความน่าเชื่อถือให้กับประชาชนให้มากที่สุด เพราะอาจไม่มีชื่อเสียงเหมือนพรรคเก่าต้องพยายามสร้าง”

นายสุชาติ กล่าวว่า ที่มีข่าวว่า นายวราเทพ รัตนากร อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายก และอดีตสมาชิกกลุ่ม 16 มาเข้าร่วมกับพรรค พปชร. เชื่อว่า จะมาเข้าร่วมกับพรรค เพราะได้คุยกันแล้วใช้เป็นการดีลให้มาร่วมงาน กลุ่มของตนมีสมาชิกประมาณ 30 – 40 คน และทุกคนที่จะลงเลือกตั้งนั้นคาดหวังว่าจะชนะ ทั้งนี้ ประชาชนตอบรับกระแสของพรรค พปชร. ถือว่าดี ส่วนจะมีใครอดีตสมาชิกกลุ่ม 16 มาร่วมงานกับพรรคอีกหรือไม่นั้นตนไม่ทราบ แต่เวลานี้ถือว่าเขามาเยอะแล้วทั้ง นายสนธยา คุณปลื้ม นายกเทศบาลเมืองพัทยา นายวราเทพ ส่วนนายเนวิน ประธานสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ยูไนเต็ด เป็นเพื่อนกันอยู่แล้ว สำหรับนายทักษิณ เป็นพ่อของนายพานทองแท้

               ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรคควรเสนอชื่อบุคคลใดเป็นนายกรัฐมนตรีต่อไป นายสุชาติ กล่าวว่า แล้วแต่พรรคพิจารณา จะเป็นนายทหารก็ได้หรือใครก็แล้วแต่ต้องการเข้ามาสู่ระบอบประชาธิปไตย ถ้าเป็นทหารจะยิ่งดี และเป็นชื่อของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะยิ่งดีใหญ่ สุดท้ายแล้วประชาชนเป็นคนตัดสินใจเลือกเอง ถามว่า จะชวนนายคชาภา ตันเจริญ หรือ มดดำ มาช่วยหาเสียงหรือไม่ สุชาติ กล่าวว่า ชวนมาหลายครั้งแล้วไม่รู้ว่าระหว่างพ่อบังคับกับโอ๊ค (นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายนายทักษิณ ชินวัตรอดีต นายกรัฐมนตรี) บังคับ ดูจะเชื่อใคร และในการเลือกตั้งครั้งนี้อาจจะส่ง นายศักดิ์ชาย บุตรชาย หรือ มดเล็ก ลงสมัครรับเลือกตั้งที่ จ.ฉะเชิงเทรา โดยต้องดูสถานการณ์อีกครั้ง

เมื่อถามว่า คิดว่าพรรค พปชร. จะชนะการเลือกตั้งและได้เสียงมาเป็นอันดับหนึ่งหรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า ทุกพรรคล้วนมั่นใจว่าตัวเองจะชนะ สุดท้ายแล้วขึ้นอยู่ว่าประชาชนจะเลือกใคร

ด้าน นายศักดิ์ชาย กล่าวว่า การจะลงสมัครรับเลือกตั้งหรือไม่ต้องหารือกับนายสุชาติก่อนและเวลานี้ก็ลงพื้นที่อยู่แล้ว จึงมั่นใจว่าสู้ไหวเพราะกระแสตอบรับในพื้นที่ดี

"พ่อมดดำ" ซบ "พปชร."

 

"พ่อมดดำ" ซบ "พปชร."

 

"พ่อมดดำ" ซบ "พปชร."

 

"พ่อมดดำ" ซบ "พปชร."

 

"พ่อมดดำ" ซบ "พปชร."

 

"พ่อมดดำ" ซบ "พปชร."

 

“สุวัจน์” ตอบรับนั่งประธานที่ปรึกษา ชพน.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/353297

“สุวัจน์” ตอบรับนั่งประธานที่ปรึกษา ชพน.

การเมือง,พรรคชาติพัฒนา,ชพน,สุวัจน์ ลิปตพัลลภ,เทวัญ ลิปตพัลลภ

ที่ประชุมพรรคชาติพัฒนา มีมติเอกฉันท์ให้ นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ เป็นที่ปรึกษาด้านต่างๆ เพื่อนำพา ชพน. ไปสู่การเลือกตั้ง

คลิปที่ 1

23 พ.ย. 61  นายเทวัญ ลิปตพัลลภ หัวหน้าพรรคชาติพัฒนา (ชพน.) พร้อมกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ระบุ ที่ประชุมมีมติเอกฉันท์ให้ นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ เป็นที่ปรึกษาด้านต่างๆ เพื่อนำพาพรรคชาติพัฒนาไปสู่การเลือกตั้ง

คลิปที่ 2

ด้าน นายสุวัจน์ กล่าวตอบรับเป็นที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา พร้อมระบุ จะช่วยสนับสนุนการทำงานกรรมการบริหารชุดใหม่ ที่มีคนรุ่นใหม่เข้ามานำพรรคการเมือง

"สุวัจน์" ตอบรับนั่งประธานที่ปรึกษา ชพน.

 

"สุวัจน์" ตอบรับนั่งประธานที่ปรึกษา ชพน.

 

"สุวัจน์" ตอบรับนั่งประธานที่ปรึกษา ชพน.

 

"สุวัจน์" ตอบรับนั่งประธานที่ปรึกษา ชพน.

นายสุวัจน์ กล่าวตอบคำถามตอนหนึ่งถึงการตัดสินใจลงสนามเลือกตั้งว่า ตนยังไม่ได้คิดถึงการลงเลือกตั้ง รวมถึงการยอมรับเสนอชื่อในบัญชี นายกฯ ที่พรรคสนับสนุน เพราะที่ผ่านมา ตนไม่เคยคิดอยากเข้าไปมีตำแหน่งใด อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าการเลือกตั้งจะมีขึ้นวันที่ 24 ก.พ. 62 ตามโรดแม็พแน่นอน เพราะไม่เห็นสัญญาณของความเปลี่ยนแปลง ส่วนกรณีที่ คสช. ไม่ปลดล็อกคำสั่งห้ามทำกิจกรรมการเมืองนั้น ไม่เป็นปัญหา

ทั้งนี้ ฝากไปยัง กกต. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งประชาสัมพันธ์เพื่อให้ประชาชนเข้าใจการเลือกตั้งระบบใหม่ ที่ทุกคะแนนเสียงมีความหมาย เพื่อให้ทุกคนทราบกติกาเลือกตั้งชัดเจน และการเลือกตั้งถูกยอมรับ

“บิ๊กป้อม” ปัดโต้ “แม้ว” ทวีตเหน็บ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/353285

“บิ๊กป้อม” ปัดโต้ “แม้ว” ทวีตเหน็บ

การเมือง,บิ๊กป้อม,แม้ว,โต้,ทวีต,ทวิตเตอร์,ป้อม,ยอร์ช,โรดแม็พ,เลื่อนเลือกตั้ง,กกต

“บิ๊กป้อม” ปัดโต้ “แม้ว” ทวีตเหน็บปม “ป้อม – ยอร์ช” ซัด สื่อถามซ้ำซากเอาไปขึ้นหน้า 1 โยน กกต. ตอบปมเลื่อนเลือกตั้ง ย้ำ อัดฉีดคนจนไม่กระเทือนเศรษฐกิจประเทศ

               เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 23 พ.ย. 61 ที่ กระทรวงกลาโหม  พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้แม่น้ำ 5 สาย ตัดสินใจเลื่อนเลือกตั้งตามข้อเสนอของพรรคการเมืองขนาดเล็ก ว่า

ถ้าพรรคการเมืองขนาดเล็กทำเรื่องถึง กกต. ทาง กกต. ก็ต้องเป็นคนตัดสินใจ ส่วนที่มาโยนให้แม่น้ำ 5 สาย ให้ตัดสินนั้น ก็ยังไม่ได้ประชุมกัน จึงยังไม่ทราบว่าจะเป็นอย่างไร ดังนั้น จะมาถามหาคำตอบจากตนได้อย่างไร เมื่อถามว่า หากมีการเลื่อนเลือกตั้งจะส่งผลเสียต่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ยังไม่มีการเลื่อนการเลือกตั้ง ยืนยัน ทุกอย่างเป็นไปตามโรดแม็พ อีกทั้งงานด้านความมั่นคงในขณะนี้ก็เรียบร้อยดี

พล.อ.ประวิตร ยังกล่าวถึงกรณีที่ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความในทวิตเตอร์ ระบุว่า “ทหารที่อาสาการเมืองตรงไปตรงมา น่าชื่นชมกว่าทหารที่เข้ามาโดยการยึดอำนาจไหมครับป้อม” ว่า “โอ๊ย ไม่มี ไม่มี ไม่พูดอะไรแล้ว สื่อถามกันไปมาซ้ำซาก” เมื่อถามต่อว่า หลังจากท่านเตือนน้องไปแล้ว พล.อ.ยศนันท์ หร่ายเจริญ อดีตรองผู้บัญชาการทหารสูงสุด และสมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ มีปฏิกริยาอะไรหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า “ไม่มี ไม่มี ไม่มีอะไรแล้วใช่ไหม เรื่องพวกนี้อย่ามาถามเลย สื่อมาถามแล้วเอาข่าวฉันไปขึ้นหน้าหนึ่งตลอด” สำหรับการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในวันนี้ ไม่มีเรื่องการเมือง เพราะการเมืองต้องทำตามโรดแม็พ และไม่มีเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง เป็นการประชุมเรื่องความมั่นคง

พล.อ.ประวิตร กล่าวถึงกรณีที่มีกระแสโจมตีการที่รัฐบาลอนุมัติโครงการเงินเพิ่มเติมให้กับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ว่า ที่ผ่านมาตนพูดไปแล้ว ส่วนที่จะมีการยื่นเรื่องให้ กกต. ตรวจสอบว่าเข้าข่ายการใช้นโยบายหาเสียงหรือไม่นั้น ก็ให้ กกต. ตรวจสอบได้เลย แต่ยืนยันว่าเรื่องนี้ทำมาเป็นปีแล้ว เพราะมีคนเกี่ยวข้องเป็นจำนวนมาก ซึ่งเราต้องหาคนที่มีรายได้น้อยจริงๆ เพื่อทำให้ประชาชนมีความแข็งแกร่ง ซึ่งถามว่าไม่ดีหรือ

               ยืนยันว่าไม่ใช่เพิ่งมาทำตอนนี้ เราทำมานานแล้ว สำหรับที่นักการเมืองวิพากษ์วิจารณ์การให้เงินในลักษณะนี้ใช้จ่ายครั้งเดียวก็หมด ควรไปสร้างอาชีพจะดีกว่านั้น พล.อ.ประวิตร กล่าวยืนยันว่า ฝ่ายเศรษฐกิจได้พิจารณาแล้วว่าให้แล้วจะกระทบกระเทือนต่อเศรษฐกิจของไทยหรือไม่ แต่เรื่องนี้เป็นการดูแลประชาชนอย่างหนึ่ง เมื่อถามว่า ที่ผ่านมา คสช. เคยเปรียบเทียบนโยบายช่วยเหลือคนจนว่าควรให้เบ็ดมากกว่าให้ปลานั้น พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า “สื่อก็พูดไปเรื่อย”

“สุเทพ” แจง “ไม่เล่นการเมือง” ชัดๆ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/353067

“สุเทพ” แจง “ไม่เล่นการเมือง” ชัดๆ

การเมือง,พรรคประชาธิปัตย์,ปชป,รปช,พรรครวมพลังประชาชาติไทย,สุเทพ เทือกสุบรรณ,ไม่เล่นการเมือง,ผิดคำพูด,ไม่สมัครรับเลือกตั้ง,ไม่รับตำแหน่งทางการเมือง

“สุเทพ” โวย ข่าวปล่อยผิดคำพูด “ไม่เล่นการเมือง” แค่บอก “ไม่สมัครรับเลือกตั้ง – ไม่รับตำแหน่งทางการเมือง” ปม “ถาวร – วิทยา” ต้อนรับ แค่เพื่อนมีจิตเอื้อเฟื้อ

               ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 07.00 น.  นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ในฐานะประธานการรณรงค์หาสมาชิก รปช. พร้อมคณะทำงาน อาทิ นายอุทัย ยอดมณี นายสำราญ รอดเพชร นางสาวเพชรชมพู กิจบูรณะ และนายแทน เทือกสุบรรณ บุตรชายนายสุเทพ เป็นต้น ปฏิบัติการเดินคารวะแผ่นดินที่ จ.พังงา เริ่มที่บริเวณตลาดเทศบาลเมืองพังงา ท่ามกลางสายฝนโปรยปราย

ระหว่างการเดินหาสมาชิก นายสุเทพ ให้สัมภาษณ์ว่า เราต้องการจะตั้งสาขาพรรคในทุกเขตเลือกตั้ง โดยจังหวัดพังงามี 1 เขตเลือกตั้ง และการตั้งสาขาพรรคตามที่กฎหมายกำหนด คือ เราต้องมีสมาชิกเกิน 500 คน และถ้าสามารถชักชวนประชาชนชาวพังงาได้ 500 คน มาเป็นสมาชิกพรรค เราก็สามารถตั้งสาขาพรรคได้ และหลังจากนั้นก็จะให้สมาชิกในแต่ละสาขาประชุมกันเพื่อลงมติว่าจะเลือกใครลงสมัครรับเลือกตั้งในนามของ รปช.

“อยากเรียนพี่น้องประชาชนทั่วไปว่าการทำงานการเมืองเป็นหน้าที่ของคนไทยทุกคน เพราะการเมืองมีผลต่อทุกชีวิตในประเทศไทย มีผลต่อประเทศทั้งประเทศ ทุกคนก็ต้องทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด ประชาชนก็ติดตามข่าวสารการเมือง วิเคราะห์ พิจารณา แยกแยะ ยิ่งใกล้วันเลือกตั้งข่าวสารก็จะยิ่งสับสนมากขึ้น” นายสุเทพ กล่าว

นายสุเทพ กล่าวอีกว่า ในขณะนี้มีคนที่พยายามกระพือข่าวว่าตนผิดคำพูด ว่าไม่เล่นการเมืองแล้วมาเล่นอีก เพราะฉะนั้นถ้าพี่น้องประชาชนคนไหนสงสัย จะอธิบายว่า ตนได้พูดไว้ว่าจะไม่ลงสมัครรับเลือกตั้งแล้ว จะไม่รับตำแหน่งใดๆ ในทางการเมืองแล้ว ก่อนอื่นก็ยังรักษาคำพูดนั้นอยู่ในพรรครวมพลังประชาชาติไทย ไม่รับตำแหน่งใดๆ เลยในพรรค ไม่เป็นผู้บริหารพรรค ไม่เป็นหัวหน้า ที่จะเลือกตั้งกันเร็วๆ นี้ จะไม่สมัครรับเลือกตั้ง ไม่ว่าจะแบบบัญชีรายชื่อหรือเขตเลือกตั้ง และถ้าพรรคไปเป็นรัฐบาล ก็จะไม่รับตำแหน่งใดๆ ในคณะรัฐมนตรี ตนทำหน้าที่ในฐานะประชาชนคนหนึ่ง เมื่อเห็นว่าประชาชนต้องการพรรคการเมืองที่เป็นพรรคการเมืองของตัวเองจริงๆ ที่สามารถจะพึ่งพาได้ ตนมีประสบการณ์ทางการเมืองจึงมาช่วยประชาชนตั้งพรรคการเมือง ช่วยทำงานให้เขา

เมื่อถามต่อว่า ที่มาเดินในพื้นที่ภาคใต้หลายจังหวัด เสียงตอบรับเป็นอย่างไรบ้าง นายสุเทพ กล่าวว่า ทุกจังหวัดในภาคใต้ เสียงตอบรับดีมาก เกินกว่าที่คาดคิดเอาไว้ และสังเกตเห็นว่าพี่น้องชาวภาคใต้ที่ไปร่วมกันต่อสู้ตั้งแต่คราวพันธมิตรมาจนถึง กปปส. เราต้องการให้มีการปฏิรูปประเทศ แก้ไขกฎเกณฑ์กติกาความบกพร่องทั้งหลายเพื่อพาประเทศพัฒนาไปสู่อนาคต แต่ว่าเสียงบ่นเรื่องเศรษฐกิจ เป็นเรื่องที่พรรคการเมืองและนักการเมืองทุกพรรคควรจะรับฟัง

เมื่อถามว่า อดีต ส.ส. ที่เป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์บางคนไปให้การต้อนรับและถูกตั้งกรรมการสอบ นายสุเทพ กล่าวว่า เรื่องของพรรคประชาธิปัตย์ ตนคงไม่สามารถแสดงความเห็นได้ เพราะไม่ได้อยู่ในพรรคเขา อย่างไรก็ตาม รปช. ตกลงเป็นหลักการว่าเราไม่วิพากษ์วิจารณ์ใคร ส่วนกรณีที่ นายถาวร เสนเนียม อดีต ส.ส. สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ให้ตนใช้สถานที่ในบริเวณบ้านเป็นที่ตั้งค่ายพักแรม ให้ยืมสถานที่รับสมัครสมาชิกพรรค รปช. เป็นความสัมพันธ์ในฐานะเพื่อนเท่านั้นเอง ไปจังหวัดไหนถ้ามีเพื่อน เพื่อนก็จะเอื้อเฟื้อ แม้ว่าเขาจะอยู่พรรคการเมืองก็ตาม ตนไปใน จ.นครศรีธรรมราช นายวิทยา แก้วภราดัย อดีต ส.ส. นครศรีธรรมราช ก็ให้ความเอื้อเฟื้อ เป็นธรรมดา

“ถาวร – หมอวรงค์” เคลียร์ใจ “มาร์ค”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/353061

“ถาวร – หมอวรงค์” เคลียร์ใจ “มาร์ค”

การเมือง,พรรครวมพลังประชาชาติไทย,รปช,พรรคประชาธิปัตย์,ปชป,ถาวร เสนเนียม,วรงค์ เดชกิจวิกรม,อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ,นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ,เคลียร์ใจ

“ถาวร – หมอวรงค์” เคลียร์ใจ “มาร์ค” ปมเปิดบ้านให้ “สุเทพ” หาสมาชิก รปช.

               เมื่อวันที่ 21 พ.ย. 61  เวลา 07.30 น. ที่ พรรคประชาธิปัตย์  นายถาวร เสนเนียม อดีต ส.ส. สงขลา และ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส. พิษณุโลก ได้เข้าพบ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่ห้องทำงานชั้น 2 อาคารควง อภัยวงศ์

เพื่อชี้แจงกรณีที่นายถาวรเปิดบ้านพักที่จังหวัดสงขลาให้ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ปราศรัยและรับสมัครสมาชิกพรรค รปช. เมื่อวันที่ 14 พ.ย. ที่ผ่านมา จนเป็นเหตุให้สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ร้องเรียนผ่าน นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรค ที่ดูแลพื้นที่ภาคใต้ นำไปสู่การตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าว โดยมีนายนิพิฏฐ์ร่วมหารือในครั้งนี้ด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการหารือเกือบ 1 ชั่วโมง นายถาวร และ นพ.วรงค์ เดินลงจากอาคารด้วยสีหน้าเคร่งเครียด โดยนายถาวรโบกมือให้กับผู้สื่อข่าวในทำนองปฏิเสธ ไม่ให้สัมภาษณ์ ก่อนจะพากันเดินเข้าร้านกาแฟบริเวณที่ทำการพรรค

ทั้งนี้ นายนิพิฏฐ์ กล่าวว่า ได้มีการพูดคุยกันแล้ว แต่รายละเอียดการพูดคุยขอให้หัวหน้าพรรคเป็นผู้ให้ข่าว

ขณะที่ นพ.วรงค์ กล่าวว่า เข้าใจกันหมดแล้ว ไม่มีปัญหาอะไร และยืนยันที่จะทำงานการเมืองในสังกัดพรรคประชาธิปัตย์ต่อไป เพราะคือพรรคของเรา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่ นายถาวร และ นพ.วรงค์ เข้าพบ นายอภิสิทธิ์ มีอดีต ส.ส. กลุ่มเพื่อนหมอวรงค์รออยู่ด้านล่าง ทั้ง นายสมบัติ ยะสินธุ์ อดีต ส.ส. แม่ฮ่องสอน นายศุภชัย ศรีหล้า อดีต ส.ส. อุบลราชธานี นายชัยวุฒิ ผ่องแผ้ว อดีต ส.ส. สงขลา และนายวิชัย ล้ำสุทธิ อดีต ส.ส. ระยอง โดยนายศุภชัย กล่าวว่า การเดินทางมาพรรคครั้งนี้ไม่ได้เป็นการมาเพื่อให้กำลังใจนายถาวร แต่เป็นการมายืนยันว่าพร้อมทำงานสนับสนุนนายอภิสิทธิ์ในฐานะหัวหน้าพรรคต่อไป

โดยทั้งหมดได้พูดคุยกับ นายถาวร และ นพ.วรงค์ ที่ร้านกาแฟบริเวณที่ทำการพรรค ประมาณ 10 นาที ก่อนที่นายถาวรจะนำทีมกลุ่มเพื่อนหมอวรงค์เดินทางออกจากพรรคไปในเวลา 09.00 น.

รัฐบาลทุ่มเงินปัดหวังผลการเมือง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/353057

รัฐบาลทุ่มเงินปัดหวังผลการเมือง

การเมือง,พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์,พรรคพลังประชารัฐ,พปชร,ครม,อนุมัติ,งบประมาณ,ช่วยเหลือ,ผู้มีรายได้น้อย,บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

รัฐบาลทุ่มเกือบ 9 หมื่นล้านบาท ช่วยคนจน 14.5 ล้านคน ปัดหวังผลการเมือง เผย คิดมานาน หวังแบ่งเบาภาระ ระบุ อย่าคิดว่าพรรคไหนได้ประโยชน์ – คนจะมาเลือก

               เมื่อวันที่ 21 พ.ย. 61 ที่ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)  นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีมติที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 20 พ.ย. อนุมัติงบประมาณ 86,994 ล้านบาท เพิ่มมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ว่า

ถ้ามองในฐานะที่เป็นประชาชน หลายเรื่องเป็นเรื่องที่จำเป็น ยกตัวอย่าง ผู้สูงอายุที่ต้องมีงบฯ ลงไปดูแล เพราะสังคมไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ การที่เราดูแลผู้สูงอายุตั้งแต่วันนี้ ถือเป็นสิ่งที่ดี และชัดเจน งบฯ ที่สนับสนุนลงไปในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 1 พันบาท ค่าเช่าที่อยู่อาศัย เราเป็นคนรุ่นใหม่ แต่เราอย่าทิ้งคนที่มีพระคุณกับเรา ที่ช่วยปกป้องดูแลเลี้ยงดูพวกเรามาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน คิดว่าสังคมไทยไม่มีใครทิ้งผู้สูงอายุที่มีพระคุณ ถ้าเราไม่ดูแลผู้มีพระคุณหรือผู้สูงอายุก่อน เราคงทำอะไรลำบาก คิดว่าเป็นจุดที่เหมาะสม ควรทำ และรัฐบาลต่อไปก็น่านำไปสานต่อให้ได้

เมื่อถามว่า มีการตั้งข้อสังเกตว่ารัฐบาลทุ่มงบประมาณมากขนาดนี้ให้ผู้มีรายได้น้อยกว่า 14.5 ล้ายราย เพื่อหวังผลการเมือง นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า คิดว่าคำถามนี้เป็นสิ่งที่ทุกคนตั้งข้อสงสัย ตนเรียนว่าทุกนโยบายที่ทำขึ้นไม่ได้คิดวันนี้แล้วทำวันนี้ หรือคิดเมื่อวานแล้วทำวันนี้ ทุกอย่างมีการสอบถาม ตรวจสอบ ลงไปในพื้นที่ดูปัญหาจริงๆ ว่าปัญหาผู้มีรายได้น้อย ผู้สูงอายุคืออะไร แล้วเอามาสังเคราะห์ ประกอบกับต้องดูงบฯ มีเพียงพอหรือไม่ แล้วเท่าไหร่จะเหมาะสม เท่าเทียมกัน คิดว่ารัฐบาลไม่ได้ดูเฉพาะตรงนี้ ยังมีอีกหลายกลุ่มที่ต้องดูแล

“กระบวนการทั้งหมดต้องใช้เวลาดำเนินการ ไม่ว่าจะเป็นวิธีการตั้งโครงการต่างๆ ต้องดำเนินการมาร่วมปีกว่าจะถึงวันนี้ ตนไม่คิดว่าคิดนโยบายเมื่อวานแล้วออกวันนี้ มันเป็นไปไม่ได้ ต้องให้ความเป็นธรรมกับรัฐบาลด้วย และอีกส่วนต้องชื่นชมรัฐบาลคิดมานานจนพร้อมส่งถึงมือประชาชนได้ ต้องใช้เวลา และพอดีมาออกช่วงเวลานี้ ถือว่าเหมาะสมในช่วงเวลาที่พี่น้องประชาชนเดือดร้อน และต้องยอมรับอีกเรื่องใกล้สิ้นปี ขึ้นปีใหม่ ต้องมีรายจ่ายเพิ่มมากขึ้นทุกครอบครัว รัฐบาลจึงพยายามช่วยแบ่งเบาภาระตรงนี้ให้ประชาชน” นายพุฒิพงษ์ กล่าว

เมื่อถามว่า คิดว่าเลี่ยงไม่ได้หรือไม่ พรรคพลังประชารัฐจะถูกมองได้ประโยชน์จากนโยบายนี้ทางการเมือง เนื่องจากมีรัฐมนตรีร่วมพรรค นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า การทำโครงการต่างๆ อย่าไปมองว่าพรรคไหนได้ประโยชน์ ตนมองว่าประชาชนทุกคนได้ประโยชน์ คือ คนที่ใช้สิทธิ์ได้ประโยชน์ เพราะไม่ได้หมายความว่าการได้ประโยชน์แล้วจะไปเลือกพรรคไหน มันเป็นการช่วยเหลือประชาชนส่วนหนึ่ง สุดท้ายเขาก็ต้องมาตัดสินใจอีกที ใครคือคนที่ให้ประโยชน์และให้โอกาสกับเขา และคิดว่าในอนาคตจะให้ความมั่นใจบริหารประเทศต่อไปในทุกนโยบาย ไม่ใช่นโยบายเรื่องนี้เรื่องเดียว การนำพาไปสู่พรรคการเมือง และการเลือกตั้ง ไม่ได้หมายถึงการดูแลใน 1 – 2 เรื่อง แต่หมายถึงการดูประเทศที่มีตั้งเยอะ เชื่อว่าสุดท้ายประชาชนจะไปดูในภาพรวมการบริหารประเทศนั้น ใครควรได้บริหารประเทศต่อไป เพราะไม่ใช่การเลือกตั้งเพื่อนโยบายใดนโยบายหนึ่งเท่านั้น และในอนาคตจะมีความชัดเจนมากขึ้น