“อั้ม” โพสต์ภาพอวยพรวันเกิด “ไมค์” แฟนๆ จิ้นขั้นสุด ถามจีบกันอยู่หรือเปล่า!?

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/ent/news/574560

  • วันที่ 20 ธ.ค. 2561 เวลา 17:09 น.

“อั้ม” โพสต์ภาพอวยพรวันเกิด “ไมค์” แฟนๆ จิ้นขั้นสุด ถามจีบกันอยู่หรือเปล่า!?

ฟินจิกหมอนที่สุด! “อั้ม” โพสต์ภาพอวยพร “ไมค์” พร้อมข้อความชวนคิดจากแฟนๆ

ทำเอาแฟนๆ ฟิน”กันไปสุดๆ หลังจากที่ซุปตาร์สาวตัวแม่ “อั้ม-พัชราภา ไชยเชื้อ” ได้โพสต์ภาพอวยพรวันเกิด นักร้องหนุ่มรุ่นน้อง “ไมค์-พิรัชต์ นิธิไพศาลกุล” งานนี้ทำเอาแฟนๆ ฟินกันขั้นสุดมาก

โดยสาว “อั้ม” ลงภาพคู่กับนักร้องหนุ่มรุ่น พร้อมข้อความอวยพรว่า “มีความสุขมากๆ นะคะ กลับมาเลี้ยงข้าวย้อนหลังด้วย” งานนี้ทำเอาแฟนๆ ต่างเข้ามาเมนต์กันใหญ่ อยากให้ทั้งคู่มาเล่นละครด้วยกัน พร้อมตั้งคำถามว่า สองคนนี้เขากำลังจีบกันอยู่หรือเปล่าอีกด้วย

ทายาทพันล้าน! น้องสเปซ ลูกชายคนแรกของ เชน ธนา-เจมส์ กณิการ์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/ent/news/574550

  • วันที่ 20 ธ.ค. 2561 เวลา 16:35 น.

ทายาทพันล้าน! น้องสเปซ ลูกชายคนแรกของ เชน ธนา-เจมส์ กณิการ์

เชน ธนา สุดดีใจ! ภรรยาคลอดลูกชายคนแรก น้องสเปซ น่ารักน่าเอ็นดูแถมผิวพรรณดีมาก

กลายเป็นคุณพ่อป้ายแดงเต็มตัวแล้วจ้า สำหรับหนุ่ม เชน ธนา หลังจากที่วันนี้ 20 ธ.ค. ภรรยาคนสวย เจมส์ กณิการ์ ได้คลอดลูกชายคนแรกออกมาอย่างปลอดภัยทั้งแม่และเด็กที่โรงพยาบาลบํารุงราษฎร์

งานนี้ คุณพ่อเชน ได้โพสต์ภาพครอบครัวภาพแรกลงในอินสตาแกรม โดยตั้งชื่อไว้น่ารักน่าชังว่า น้องสเปซ พร้อมกับแคปชั่นว่า…

“สเปซ (Space) 20.12.2018  3.466 Kg ขอบคุณทุกๆ คน สำหรับคำอวยพรและกำลังใจครับ”

ทำเอาเหล่าเพื่อนดาราและแฟนคลับเข้ามาคอมเมนต์แสดงความยินดีกันล้นหลาม น่ารักน่าเอ็นดูมีผิวพรรณที่ดี

ภาพข่าวจาก chaintana ,jamekani

ฮอตไปอีก! 9 หนุ่ม “สเตรย์คิดส์” คว้ารางวัล Best New Male Artist

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/ent/movie-music/574557

  • วันที่ 20 ธ.ค. 2561 เวลา 16:31 น.

ฮอตไปอีก! 9 หนุ่ม “สเตรย์คิดส์” คว้ารางวัล Best New Male Artist

9 หนุ่ม “สเตรย์คิดส์” คว้ารางวัล Best New Male Artist แฟนคลับไทยแห่จองบัตรรอเจอ “อันเวล ทัวร์ ‘ไอ แอม …’ อิน แบงคอก”

 กระแสดีไม่มีตก.. ต้องยกให้วงการเคป็อป!! เพราะยังคงขยันสร้างสีสันใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง มาเคาะประตูเข้าไปนั่งในใจแฟนคลับกันรัวๆ ล่าสุดเลยสะดุดรักเข้าอย่างจังกับไอดอลน้องใหม่กลุ่มนี้ 9 หนุ่มรุกกี้ “สเตรย์คิดส์” (Stray Kids) เด็กปั้นจากค่ายยักษ์ใหญ่ เจวายพี เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ (JYP Entertainment) แห่งประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งเพิ่งคว้ารางวัล Best New Male Artist จากงานประกาศผลรางวัลสุดยิ่งใหญ่ Mnet Asian Music Awards (MAMA) ประจำปี 2018 มาสดๆ ร้อนๆ แถมยังปลุกอุณหภูมิเดือดด้วยการแสดงอันร้อนแรงชนิดสะกดทุกสายตา จนได้รับคำชื่นชมจากแฟนเพลงทั่วทั้งเอเชีย!!

แฟนคลับชาวไทยอุ่นใจไร้กังวลได้เลย เพราะต้นปีหน้า บริษัท โฟร์ วัน วัน เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด (Four One One Entertainment Co.,Ltd.) ของบิ๊กบอส กึ้ง–เฉลิมชัย มหากิจศิริ จองตัวหนุ่มๆ กลุ่มนี้ไว้เรียบร้อยแล้วสำหรับงาน “สเตรย์คิดส์ อันเวล ทัวร์ ‘ไอ แอม …’ อิน แบงคอก” (Stray Kids UNVEIL TOUR ‘I am …’ in BANGKOK)

“สวัสดีครับ! Stray Kids ครับ (ภาษาไทย)… เมื่อไม่นานมานี้พวกเราเคยได้ไปพบกับ STAY ชาวไทยเป็นครั้งแรก รู้สึกประทับใจมากๆ เลยครับ!  พวกเราสัญญากับตัวเองว่าจะต้องกลับมาที่นี่อีกให้ได้ แล้วก็ตั้งตารอวันที่จะได้เจอกับ STAY ชาวไทยอีกครั้ง! ในที่สุดวันนั้นก็มาถึง Stray Kids จะได้ไปหา STAY ที่ประเทศไทยกันแล้วครับ!! พวกเราจะไปหาทุกคนพร้อมกับ Stray Kids UNVEIL TOUR ‘I am…’ IN BANGKOK มาเจอกันให้ได้เลยนะครับผม!! และยิ่งที่แรกที่จัด UNVEIL TOUR ‘I am…’ เป็นกรุงเทพฯ เลยยิ่งตั้งตาคอยเข้าไปใหญ่เลยครับ! ตั้งใจเตรียมโชว์เพื่อ STAY กันอย่างเต็มที่เลยล่ะครับ!… STAY~ มาอยู่ข้างๆ กันนะ มาสนุกกัน (ภาษาไทย) ขอบคุณครับ” ชมคลิปได้ที่https://youtu.be/xyoY2rAkLjY

 

เหล่าสเตย์ (STAY ชื่อแฟนดอม, ชื่อเรียกแฟนคลับของ Stray Kids) ทั่วไทยไม่ควรพลาด ไม่ควรช้าเพราะบัตรขายดีเอาเรื่อง!! เตรียมต้อนรับการมาเยือนเมืองไทยอย่างเต็มรูปแบบ เต็มอิ่ม เต็มโชว์ ครั้งแรกของรุกกี้บอยกรุ๊ปจากเกาหลีใต้ที่มาแรงสุดนาทีนี้ “สเตรย์คิดส์” (Stray Kids) ทั้งเก้าหนุ่ม บังชาน (BANG CHAN) หัวหน้าวง, อูจิน (WOOJIN), ลีโน (LEE KNOW), ชางบิน (CHANGBIN), ฮยอนจิน (HYUNJIN), ฮัน (HAN), เฟลิกซ์ (FELIX), ซึงมิน (SEUNGMIN) และ ไอเอ็น (I.N) ในงาน “สเตรย์คิดส์ อันเวล ทัวร์ ‘ไอ แอม …’ อิน แบงคอก” (Stray Kids UNVEIL TOUR ‘I am …’ in BANGKOK) วันเสาร์ที่ 19 มกราคม 2562 เวลา 18:00 น. ณ ธันเดอร์โดม เมืองทองธานี

** เปิดจำหน่ายบัตรแล้ว ณ จุดจำหน่ายไทยทิคเก็ตเมเจอร์ ทุกสาขา และระบบออนไลน์ทางhttp://www.thaiticketmajor.com/concert/stray-kids-univeil-tour-2019-th.html บัตรราคา 2,800 / 3,800 / 4,800 / 5,500 (บัตรนั่ง) และ 5,500 บาท (บัตรยืน) ** ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์หลัก www.411ent.com ออฟฟิเชียลแฟนเพจwww.facebook.com/fouroneoneent ทวิตเตอร์ @411ent และอินสตาแกรม IG @411ent https://instagram.com/411ent

ไร้คอร์รัปชันอย่างไรเมื่อไม่กล้ายื่นบัญชีทรัพย์สิน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/354336

ไร้คอร์รัปชันอย่างไรเมื่อไม่กล้ายื่นบัญชีทรัพย์สิน

การเมือง,พรรคเพื่อไทย,คุณหญิง,สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์,ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้ง,ผู้มีอำนาจ,ไม่กล้า,ยื่นบัญชีทรัพย์สิน,โรงเรียน,กำหนดหลักสูตรของตัวเอง

“คุณหญิงสุดารัตน์” ดูโรงเรียนต้นแบบ จ.ลำปาง ชู โรงเรียนกำหนดหลักสูตรของตัวเอง ซัด “ผู้มีอำนาจ” แค่ยื่นบัญชีทรัพย์สินยังไม่กล้า

               คุณหญิง สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย มองว่า ความพยายามในการสืบทอดอำนาจเห็นได้อย่างชัดเจนจากการใช้อำนาจเงิน อำนาจรัฐ เช่น การใช้มาตรา 44 ให้อำนาจ กกต. แบ่งเขตเลือกตั้ง

พรรคเพื่อไทยทราบดีว่าจะต้องเผชิญกับการใช้อำนาจรัฐ ใช้อำนาจเงินอย่างไร ดังนั้น “ผู้มีอำนาจรัฐ จะทำอะไรเอาที่สบายใจ เอาให้เต็มที่” พรรคเพื่อไทยมีหน้าที่พิสูจน์ตัวเองกับประชาชน มองการเลือกตั้งครั้งนี้มีความแตกต่างจากทุกครั้งที่ผ่านมา เพราะเป็นการเลือกตั้งด้วยบัตรใบเดียว และการนับคะแนนด้วยระบบจัดสรรปันส่วนผสม อาจจะไม่ได้บุคคลที่ตรงตามเจตนารมณ์ของประชาชน แม้จะชนะการเลือกตั้งก็ตาม

ดังนั้น เมื่อกลไกเกิดความบิดเบือน ประชาชนจึงต้องใช้สติปัญญาในการกาบัตรอย่างมียุทธศาสตร์ ต้องคิดว่าจะเลือกใครและให้ใครเข้ามาทำงาน ซึ่งเชื่อว่าท้ายที่สุดจะเหลือคนแค่ 2 กลุ่ม คือ กลุ่มคนที่สนับสนุนการสืบทอดอำนาจ และคนที่ไม่สนับสนุนการสืบทอดอำนาจ

ประชาชนต้องใช้พละกำลังออกไปกาบัตรให้มากที่สุด โดยกาบัตรอย่างมียุทธศาสตร์ ซึ่งหากไม่สนับสนุนผู้มีอำนาจชุดปัจจุบัน หรือผู้มีอำนาจชุดปัจจุบันทำงานอยู่และไม่มีความสุข ขอให้พิจารณาและตัดสินใจในกาอย่างมียุทธศาสตร์

               คุณหญิง สุดารัตน์ ตั้งคำถามกลับฝ่ายผู้มีอำนาจ กรณีที่รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมายขอให้กรรมการองค์กรอิสระ กรรมการสภามหาวิทยาลัย รวมถึงกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ สบายใจเรื่องการแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับการยื่นบัญชีทรัพย์สิน โดยระบุว่า เจตนาที่ต้องการทำให้การเมืองเกิดความโปร่งใส ป้องกันการทุจริตคอร์รัปชันได้นั้น ที่ร่างกฎหมายไว้ตรงไหนที่ตอบโจทย์ และปฏิรูปให้ประเทศโปร่งใสได้มากขึ้น

เพราะแม้จะมีกฎหมายแล้วยังต้องแก้ไขให้หลายๆ ตำแหน่งไม่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สิน แม้แต่คนที่มาเป็นกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งต้องดูแลงบประมาณต่อเนื่องถึง 20 ปี ไม่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สิน แต่ให้นักการเมืองเท่านั้นที่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สิน

“เป็นอะไรที่ต้องตั้งคำถามกลับว่าการดำเนินการแบบนี้จะให้เกิดความมั่นใจในอนาคตของประเทศได้อย่างไร โดยเฉพาะอนาคตที่บอกว่าประเทศจะไร้การคอร์รัปชัน เริ่มต้นแค่ด่านแรกที่จะให้แสดงความจริงใจในการแสดงบัญชีทรัพย์สิน ผู้มีอำนาจทั้งหลายก็ไม่กล้าที่จะแสดงแล้ว เป็นคำถามที่ฝากถามถึงผู้มีอำนาจเท่านั้นเอง”

ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย เปิดเผยถึงการทำงานของพรรคเพื่อไทยต่อจากนี้ว่า จะมีการทำงานใน 2 ระดับ ทั้งระดับในพื้นที่ ต้องดูแลทุกข์สุขอย่างต่อเนื่อง ส่วนระดับนโยบาย พรรคเพื่อไทย มีหลักการชัดเจนว่า “ทุกข์ของประชาชนคือทุกข์ของเรา” พยายามแก้ไขปัญหาทุกปัญหาของประชาชน และไม่ว่าการหาเสียงในครั้งใดก็จะนำนโยบายที่ได้หาเสียงมาผลักดันให้เกิดขึ้นจริง เพื่อประโยชน์ของประชาชน พรรคเพื่อไทยตั้งแต่สมัยไทยรักไทย เกิดมรสุมมาต่อเนื่อง แต่สิ่งที่ไม่เปลี่ยนแปลงคือยึดประชาชน ซึ่งเชื่อว่าประชาชนยังรอคอยเพื่อให้พรรคเพื่อไทยกลับมาแก้ไขปัญหา

เมื่อเวลา 13.00 น. (1 ธ.ค.) ที่ โรงเรียนบ้านสามขา อ.แม่ทะ จ.ลำปาง  คุณหญิง สุดารัตน์ เดินทางมาเยี่ยมชม และพบปะนักเรียน ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งโรงเรียนต้นแบบ ที่ได้นำทรัพย์สินของชุมชนอย่างเห็ดชนิดต่างๆ ที่มีอยู่ในพื้นที่มาต่อยอดและพัฒนาให้เป็นผลิตภัณฑ์ของชุมชน โดยโรงเรียนได้ส่งเสริม พัฒนาองค์ความรู้ และเปิดเป็นหลักสูตรพิเศษเข้าไว้ในการศึกษา

หลังเข้าเยี่ยมชมโรงเรียน คุณหญิง สุดารัตน์ เปิดเผยว่า ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของโลกที่รวดเร็ว ถ้าเด็กและเยาวชนสามารถปรับตัวได้ทัน จะกลายเป็นโอกาสที่สำคัญ ดังนั้น การพัฒนาการศึกษาอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ จะต้องพัฒนาคนให้เป็นวาระแห่งชาติ กระทรวงศึกษาต้องกระจายอำนาจ กระจายโอกาสลงมาสู่พื้นที่ โดยเฉพาะการเรียนการสอนจะต้องสอดคล้องกับการทำมาหากินและความต้องการของประชาชนในพื้นที่ เช่น การพัฒนาและแปรรูปผลิตภัณฑ์จากข้าวหรือเห็ด ซึ่งเกิดจากความร่วมมือระหว่างชุมชนและโรงเรียน ดังนั้น การกระจายโอกาสและให้อำนาจกับโรงเรียนสามารถกำหนดหลักสูตรของตนเองได้ ก็จะตอบสนองความต้องการของคนในพื้นที่ และสร้างรายได้จากการต่อยอดผลิตภัณฑ์

กระทรวงศึกษาจะต้องให้โรงเรียนออกแบบหลักสูตรของตนเอง สร้างให้เด็กเป็นพลเมืองของโลกยุคใหม่ อาศัยเทคโนโลยีที่เข้ามามีบทบาทเป็นเครื่องมือสำคัญในการทำมาหากิน โดยเฉพาะการค้าขายผ่านโลกออนไลน์ โรงเรียนจะต้องให้ทักษะที่สามารถนำไปต่อยอดอาชีพได้ ทั้งหมดเป็นเหตุผลที่โรงเรียนแต่ละพื้นที่จะต้องมีหลักสูตรที่แตกต่างกัน เช่น หลักสูตรที่จังหวัดลำปาง และหลักสูตรที่จังหวัดภูเก็ต ไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน ที่จังหวัดภูเก็ตอาจจะเน้นเรื่องการบริการภาคท่องเที่ยวเป็นหลัก ภาคการเกษตรเป็นรอง

ไร้คอร์รัปชันอย่างไรเมื่อไม่กล้ายื่นบัญชีทรัพย์สิน

 

ไร้คอร์รัปชันอย่างไรเมื่อไม่กล้ายื่นบัญชีทรัพย์สิน

ขณะที่จังหวัดลำปางอาจจะเน้นเรื่องเซรามิคเป็นหลัก และผลิตภัณฑ์ด้านการเกษตร เพื่อต่อยอดทรัพย์สินที่มีอยู่ในชุมชน มาเป็นอาชีพและเป็นรายได้อย่างยั่งยืน ดังนั้น การพัฒนาคนจึงเป็นเรื่องสำคัญสำหรับพรรคเพื่อไทย และจะต้องขับเคลื่อนเรื่องดังกล่าวเป็นวาระแห่งชาติ จะต้องสอนเด็กไทยให้เป็นพลเมืองของโลก หรือ Global citizen เพื่อไปคว้าโอกาสจากทรัพย์สินของโลกยุคใหม่ ซึ่งเทคโนโลยีจะเข้ามามีบทบาทสำคัญ

แบ่งเขตพิสดารกระทบประชาชนในแผนพัฒนา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/354334

แบ่งเขตพิสดารกระทบประชาชนในแผนพัฒนา

การเมือง,แบ่งเขต,เลือกตั้ง,พิสดาร,กกต,คสช,นิรโทษกรรม,พรรคพลังประชารัฐ,พรรคเพื่อไทย

“ชวลิต” ชี้ แบ่งเขตพิสดาร กระทบประชาชนในแผนพัฒนา ติงถ้าไม่ผิดนิรโทษกรรมตนเอง และ กกต. ทำไม

               นายชวลิต วิชยสุทธิ์ อดีต ส.ส. นครพนม และสมาชิกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขอให้ความเห็นเรื่องการแบ่งเขตเลือกตั้งอีกครั้ง แม้จะไม่เป็นประโยชน์ต่อการเปลี่ยนแปลง แต่อาจเป็นประโยชน์แก่ประชาชนทั่วไปในการตัดสินใจทางการเมือง โดยมีสาระพอสังเขป ดังนี้

1. ในฐานะที่เคยรับราชการเป็นนายอำเภอ อยู่กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย เคยทำงานสนับสนุนการเลือกตั้งทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค เห็นว่า การแบ่งเขตเลือกตั้งโดยไม่คำนึงถึงลักษณะพื้นที่ทางการปกครอง และลักษณะทางภูมิศาสตร์เป็นหลัก โดยจับเอาเฉพาะจำนวนประชากรเป็นเกณฑ์ จะเป็นการทำร้ายประชาชนให้ขาดโอกาสหรือด้อยโอกาสในการพัฒนา ตามแผนพัฒนาอำเภอและแผนพัฒนาจังหวัด ซึ่งเวลาทำประชาคม ประชาพิจารณ์โครงการพัฒนาต่างๆ จะไม่เป็นเอกภาพ จะเกิดโครงการพัฒนายิบย่อย ไม่เป็นชิ้นเป็นอัน ฯลฯ ซึ่งประสิทธิภาพในการพัฒนาอาจตามอำเภออื่นไม่ทัน หรือเป็นตัวถ่วงในระดับจังหวัดได้

ดังนั้น บางอำเภอที่ถูกแบ่งออกไปถึง 4 เขต เช่น ใน จ.นครราชสีมา หรือบางเขตเลือกตั้งที่ถูกแบ่งบิดเบี้ยวพิสดารเป็นรูปคอคอดกระ คือ จ.สุโขทัย การแบ่งเขตดังกล่าว น่าจะผิดเจตนารมณ์ของกฎหมายรัฐธรรมนูญ และกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ

ประการสำคัญที่สุด คือ การแบ่งเขตใหม่ภายหลังมีคำสั่ง คสช. ที่ 16/2561 ประชาชนไม่มีส่วนร่วมตามรัฐธรรมนูญในการให้ความเห็นต่อการแบ่งเขตตามรูปแบบที่ 4 ที่ คสช. ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ออกคำสั่ง ที่ 16/2561 ขยายเวลาการแบ่งเขตออกไป โดยรับฟังแต่เสียงผู้ร้องซึ่งเป็นเสียงส่วนน้อยเท่านั้น ส่วนเสียงส่วนใหญ่ซึ่งทำตามระเบียบ กกต. และกฎหมายรัฐธรรมนูญ กลับไม่ฟัง

ที่สำคัญ ไม่เปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าร่วมแสดงความคิดเห็น กลับไปโมเมกันเองเอาแบบที่ 4 ขึ้นมา ทั้งเป็นแบบบิดเบี้ยวพิสดารที่จะบั่นทอนการพัฒนาในเขตอำเภอที่ถูกแบ่งออกไปถึง 4 เขตเลือกตั้ง แตกย่อยออกไปอย่างไม่มีชิ้นดี นับว่าประชาชนในเขตอำเภอนั้นจะเสียโอกาสในการพัฒนาตามแผนพัฒนาอำเภอ และแผนพัฒนาจังหวัดอย่างมาก

2. ขอตั้งข้อสังเกตว่า การแบ่งเขตเลือกตั้งตามข้อ 1 ดังกล่าวข้างต้น น่าจะละเมิดกฎหมายรัฐธรรมนูญ และกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญเสียเอง ไม่เช่นนั้นจะใช้ ม.44 ออกคำสั่ง ที่ 16/2561 ทำไม ซึ่งในข้อ 1 วรรคสอง ของคำสั่งดังกล่าว ได้นิรโทษกรรมตัวเอง และ กกต. ตลอดจน จนท. ที่เกี่ยวข้อง นับเป็นข้อสังเกตที่ประชาชนวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างมาก

3. ในฐานะประชาชนคนหนึ่ง ไม่ติดใจที่ท่านนายกรัฐมนตรีกล่าวคำหยาบ คำไม่สุภาพ ออกสู่สาธารณะ เพราะโฆษกรัฐบาลได้ออกมาขอโทษประชาชนแทนท่านแล้ว

แต่ที่ติดใจ เป็นคำกล่าวของแกนนำพรรคพลังประชารัฐท่านหนึ่งที่ว่า “รัฐธรรมนูญฉบับนี้ถูกดีไซน์มา ออกแบบมาเพื่อพวกเรา” และประการสำคัญ จากการแบ่งเขตที่บิดเบี้ยวพิสดารเป็นคอคอดกระใน จ.สุโขทัย ทั้งที่จำนวนเขตเลือกตั้งเท่าเดิม อาจเกิดวลีเด็ดตามมาอีกได้ว่า “การแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่นี้ ถูกดีไซน์มา ออกแบบมาเพื่อประโยชน์ของพวกเรา” และเขตเลือกตั้งที่บิดเบี้ยวพิสดารนี้อยู่ที่ จ.สุโขทัย ครับ

ผบ.ทบ. กระชับสัมพันธ์ทางทหารไทย – สหรัฐฯ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/354331

ผบ.ทบ. กระชับสัมพันธ์ทางทหารไทย – สหรัฐฯ

การเมือง,ผบทบ,เยือน,กองทัพสหรัฐฯ,รัฐฮาวาย,กระชับสัมพันธ์,ประธานอาเซียน

ผบ.ทบ. เยือน กองทัพสหรัฐฯ กระชับสัมพันธ์ทางทหาร เสริมบทบาทไทย ประธานอาเซียนปี 62 พร้อมเยี่ยมชม กองกำลังป้องกันตนเอง

               1 ธ.ค. 61  พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก อยู่ในระหว่างการเดินทางเยือนกองทัพสหรัฐอเมริกา (รัฐฮาวาย) อย่างเป็นทางการ ตามคำเชิญของ ผู้บัญชาการกองกำลังทางบกสหรัฐอเมริกาภาคพื้นแปซิฟิก

พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ กล่าวว่า การเดินทางเยือนสหรัฐฯ ในครั้งนี้ ผู้บัญชาการทหารบก ได้มีโอกาสเข้าเยี่ยมคำนับ พร้อมหารือข้อราชการกับ พลเรือเอก Phillip S. Davidson ผู้บัญชาการกองกำลังสหรัฐฯ ภาคพื้นอินโด – แปซิฟิก และ พลเอก Robert B. Brown ผู้บัญชาการกองกำลังทางบกสหรัฐฯ ภาคพื้นแปซิฟิก (US Army Pacific Command : USARPAC) พร้อมเยี่ยมชมหน่วยงานสำคัญ อาทิ กองกำลังป้องกันตนเอง รัฐฮาวาย (Hawaii National Guard) ที่มีประสบการณ์ด้านการบรรเทาภัยพิบัติ ภูเขาไฟระเบิด พายุเฮอร์ริเคน , หน่วยบัญชาการปฏิบัติการพิเศษภาคพื้นแปซิฟิก (Special Operations Command Pacific : SOCPAC) , กองพลทหารราบที่ 25 พร้อมชมการสาธิตทางทหารของ Lightning Academy ซึ่งเป็นศูนย์ฝึกหลักสูตรทางทหารของกองทัพสหรัฐฯ และมิตรประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เป็นต้น

พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ กล่าวว่า สำหรับการเดินทางเยือนสหรัฐฯ ของผู้บัญชาการทหารบกในครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการกระชับความสัมพันธ์ทางทหารของกองทัพบกไทย – กองทัพบกสหรัฐฯ ที่มีต่อกันมาอย่างยาวนาน ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นแล้ว ยังเป็นการเสริมสร้างความร่วมมือเพื่อความมั่นคงในภูมิภาค อันจะส่งผลดีต่อบทบาทของประเทศไทยในฐานะประธานอาเซียนในปี 2562 นี้ด้วย

อย่างไรก็ตาม กองทัพบกไทย – สหรัฐฯ มีความร่วมมือต่อกันในหลายด้าน อาทิ การฝึกทางทหารในระดับหน่วย การแลกเปลี่ยนบุคลากรเข้าศึกษาในหลักสูตรต่างๆ ทั้งระดับข้าราชการทหารและนักเรียนนายร้อย การพัฒนางานบริหารทรัพยากรบุคคล การจัดทำหลักนิยมทางทหาร ความร่วมมือด้านการแพทย์ในการจัดตั้งโรงพยาบาลสนาม และงานด้านบรรเทาสาธารณภัย รวมถึงความร่วมมือในการจัดประชุมหารือในระดับผู้บริหารและผู้ปฏิบัติ เป็นต้น

​ทั้งนี้ ในปี 2562 กองทัพบกไทย และ กองทัพบกสหรัฐฯ มีกำหนดเป็นเจ้าภาพร่วมจัดการประชุม “กองทัพบก กลุ่มประเทศภาคพื้นอินโด – แปซิฟิก” ในระหว่าง 8 – 12 กันยายน 2562 ณ ประเทศไทย โดยจัดการประชุมใน 3 ระดับ คือ ผู้บัญชาการทหารบก นายทหารระดับสูงของกองทัพบก และนายทหารประทวน เพื่อแลกเปลี่ยนข่าวสาร ข้อคิดเห็น รวมถึงประสบการณ์ในงานด้านความมั่นคง

การประชุมดังกล่าว กองทัพบกสหรัฐฯ เป็นเจ้าภาพจัดขึ้นเป็นประจำทุก 2 ปี โดยมีกองทัพบกมิตรประเทศในภูมิภาคอินโด – แปซิฟิก หมุนเวียนกันเป็นเจ้าภาพร่วม

แบ่งเขต “เลือกตั้ง” ไม่กระทบ “ชทพ.”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/354264

แบ่งเขต “เลือกตั้ง” ไม่กระทบ “ชทพ.”

การเมือง,เลือกตั้ง,แบ่งเขต,กกต,ชทพ,พรรคชาติไทยพัฒนา,วราวุธ ศิลปอาชา,สส,ปลดล็อก,คสช,ประกบ

“วราวุธ” ระบุ ผลแบ่งเขตเลือกตั้งไม่กระทบ ชทพ. ลั่น ต้องได้ ส.ส. สุพรรณบุรียกจังหวัด ตั้งเป้า 20 ส.ส. เขต

               30 พ.ย. 61  นายวราวุธ ศิลปอาชา แกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) กล่าวถึงผลการแบ่งเขตเลือกตั้ง ส.ส. ตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศ ว่า พรรคชาติไทยพัฒนาไม่มีปัญหาต่อเขตเลือกตั้งที่ประกาศ

เนื่องจากไม่ว่าเขตเลือกตั้งจะออกมาเป็นลักษณะใด พรรคมีความพร้อมและเตรียมเดินหน้าสู่การเลือกตั้งเต็มที่ โดยเฉพาะพื้นที่ จ.สุพรรณบุรี ที่เป็นพื้นที่หลักของพรรค และตั้งเป้าจะได้ ส.ส. ยกจังหวัด ทั้ง 4 เขต ส่วนตัวผู้สมัครรับเลือกตั้งใน จ.สุพรรณบุรี ขณะนี้วางบุคคลที่เหมาะสมไว้เบื้องต้น แต่ต้องรอฟังความเห็นจากประชาชนในพื้นที่ และนำรายละเอียดให้ที่ประชุมคณะกรรมการสรรหาผู้สมัคร ส.ส. พิจารณาอีกครั้ง

นายวราวุธ ยังกล่าวถึงการคัดเลือกผู้สมัคร ส.ส. ในพื้นที่อื่นๆ ด้วยว่า หลังจากการแบ่งเขตของ กกต. พบว่าบางจังหวัดมีผู้สมัครที่มีเขตพื้นที่ทับซ้อน ดังนั้น พรรคจึงทำการสำรวจความเห็นของประชาชนในพื้นที่ว่าเขตเลือกตั้งใดผู้สมัครคนใดได้รับความนิยมสูงสุด และนำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการสรรหา เพื่อคัดเลือกในขั้นตอนสุดท้าย และจะประกาศผู้สมัครรับเลือกตั้งของพรรคให้ได้อย่างเร็วที่สุดภายในเดือนธันวาคม

“พรรคชาติไทยพัฒนาเป็นพรรคขนาดกลาง การแบ่งเขตเลือกตั้งในพื้นที่หลักๆ ไม่กระทบมากนัก ดังนั้น ตามเป้าหมายที่พรรคจะได้ ส.ส. เขต 20 ที่นั่ง เชื่อว่าจะได้ตามเป้าแน่นอน และเมื่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ประกาศปลดล็อกให้ทุกพรรคการเมืองเดินหน้าหาเสียง พรรคพร้อมเดินหน้าเต็มที่ แม้มีกระแสข่าวว่าฝ่ายความมั่นคงเตรียมแผนที่จะส่งเจ้าหน้าที่ตามประกบผู้สมัคร ส.ส. ของพรรคการเมือง เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย ซึ่งผมไม่ได้กังวล เพราะหน้าที่ของผมมีเพียงอย่างเดียวคือ เดินหน้าหาเสียงเลือกตั้ง” นายวราวุธ กล่าว

แผลเป็น กกต. แบ่งเขต “เลือกตั้ง” อัปยศ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/354259

แผลเป็น กกต. แบ่งเขต “เลือกตั้ง” อัปยศ

การเมือง,พรรคไทยรักษาชาติ,ทษช,ปรีชาพล พงษ์พานิช,จาตุรนต์ ฉายแสง,คสช,นายกฯ,บิ๊กตู่,ประยุทธ์ จันทร์โอชา,อัปยศ

“จาตุรนต์” ลั่น ภารกิจ ทษช. หยุดสืบทอดอำนาจ เป็นเรือนำพาประเทศไปสู่ประชาธิปไตย ซัด กกต. แบ่งเขต “อัปยศ” ด้าน “ปรีชาพล” ชวน ปชช. ก้าวข้ามกับดัก คสช.

               30 พ.ย. 61  ที่ พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.)  ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้าพรรค และนายจาตุรนต์ ฉายแสง ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรค ร่วมกันแถลงถึงแนวทางยุทธศาสตร์พรรค โดยนายจาตุรนต์ กล่าวว่า วันนี้โลกเปลี่ยนไปมาก แต่ประเทศไทยจมอยู่กับทศวรรษแห่งการศูนย์เปล่า มีการยึดอำนาจ มีกติกาที่ไม่เป็นประชาธิปไตย เกิดความเสียหายทั้งเศรษฐกิจและการเมือง

ขณะที่ประชาชนอยากเลือกตั้งให้มีการเปลี่ยนแปลง แต่มีความพยายามสืบทอดอำนาจของ คสช. เพื่อบริหารประเทศแบบเดิม จะทำให้ประเทศเสียหายต่อไปอีก เราต้องยับยั้งการสืบทอดอำนาจให้ได้ ไม่ให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. เป็นนายกฯ ต่อ และจะผลักดันให้ประเทศเป็นประชาธิปไตย โดยนโยบายสำคัญที่พรรคจะผลักดันเป็นอันดับแรก คือ เรื่องเศรษฐกิจปากท้อง การใช้เทคโนโลยีให้ทันกับโลกสมัยใหม่ การแก้ปัญหายาเสพติด คอร์รัปชัน และความเป็นประชาธิปไตย

นายจาตุรนต์ กล่าวว่า สมาชิกพรรค ทษช. มีความเป็นเชื้อสายมาจากพรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน และตนเองก็เคยเป็นรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย ที่มีนโยบายบริหารประเทศให้ประชาชนมีเงินในกระเป๋า เรามั่นใจว่าจะจัดทำนโยบายที่ดี นำไปสู่การปฏิบัติได้จริง เพราะมีบุคลากรทั้งคนรุ่นใหม่และผู้มีประสบการณ์ร่วมกันทำงาน รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันทำให้พรรคการเมืองใหญ่ติดปัญหา เราไม่ขอเป็นเรือลำใหญ่ จะเป็นเพียงเรือขนาดกลางๆ แต่ขอเป็นลำหน้าในการนำพาประเทศไปสู่ประชาธิปไตย เราไม่อวดอ้างจะเป็นผู้นำ แต่ขอมีส่วนร่วมทั้งหมดนี้เพื่อยับยั้ง พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ให้กลับมาเป็นนายกฯ เนื่องจากที่ผ่านมา บ้านเมืองเสียหายเพราะความไม่เป็นประชาธิปไตย

เมื่อถามถึงการประกาศเขตเลือกตั้งของ กกต. นายจาตุรนต์ กล่าวว่า การแบ่งเขตครั้งนี้ถือเป็นรอบสุดท้ายในการให้คุณให้โทษกับพรรคการเมืองก่อนการสรรหาผู้สมัครและการปลดล็อก ถือเป็นการกระทำที่น่ารังเกียจที่สุด แม้จะไม่ได้เกิดกับเขตเลือกตั้งส่วนใหญ่ แต่เมื่อไปดูดนักการเมืองมาก็ประกาศว่ารัฐธรรมนูญออกแบบมาเพื่อตัวเอง แล้วประกาศว่าจะได้ ส.ส. 150 คน ทั้งๆ ที่เป็นพรรคตั้งใหม่ ถือเป็นการแบ่งเขตที่น่าอัปยศ เพราะบางอำเภอถูกแบ่งเป็น 4 เขต ไม่คำนึงถึงความรู้สึกประชาชน เป็นการสนองความต้องการของนักการเมืองและพรรคการเมืองบางพรรค เป็นการสร้างแผลเป็นให้กับ กกต. ที่ต้องทำไปทั้งที่รู้ว่าจะเกิดความเสียหายขึ้น เป็นเครื่องหมายว่า คสช. เข้ามาแทรกแซงการจัดการเลือกตั้งของ กกต. ได้ เป็นการปักธงเริ่มต้นว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะไม่เป็นธรรมและไม่เสรี

               ร.ท.ปรีชาพล กล่าวว่า ขณะนี้มีกระบวนการที่ชัดเจนในการสืบทอดอำนาจ โดยคาดการณ์ว่าต้องการให้ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ ต่อ เราจะนิ่งเฉยอย่างนี้หรือ จึงขอเชิญชวนประชาชนร่วมกันก้าวให้พ้นกับดักและองคาพยพที่ผู้มีอำนาจวางไว้ เพื่ออนาคตของคนไทยและศักดิ์ศรีของประชาชนคืนมา ทั้งนี้ การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นภายใต้ ม.44 ก็ว่าแย่แล้ว แต่การแบ่งเขตเลือกตั้งที่ออกมา เช่น จ.สุโขทัย ที่เขตเลือกตั้งเดียวกันไม่มีถนนเชื่อมถึงกัน ประชาชนต้องเดินเท้าผ่านเส้นทางธรรมชาติ

ทั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความไม่ชอบมาพากล หากคำนึงถึงประชาชนเป็นหลัก ก็ไม่ควรแบ่งเขตออกมาในลักษณะนี้ แม้กติกาจะไม่ยุติธรรมกับฝ่ายประชาธิปไตย แต่พรรค ทษช. พร้อมสู้ทุกสถานการณ์ และขณะนี้พรรคเตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้ง โดยประชุมคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครของพรรคที่จะเปิดให้สมาชิกแสดงความประสงค์ลงเลือกตั้งก่อนเสนอที่ประชุมคณะกรรมการบริหารต่อไป รวมถึงได้เตรียมการเกี่ยวกับคณะกรรมการอำนวยการการเลือกตั้งของพรรคที่จะวางบุคลากรทำหน้าที่ต่างๆ ทั้งฝ่ายกฎหมาย ฝ่ายนโยบาย ที่จะมีการแถลงกันต่อไปในภายหลัง

แผลเป็น กกต. แบ่งเขต "เลือกตั้ง" อัปยศ

 

ปชป. โวยแบ่งเขต “เลือกตั้ง” พิสดาร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/354254

ปชป. โวยแบ่งเขต “เลือกตั้ง” พิสดาร

การเมือง,ปชป,โวย,แบ่งเขต,เลือกตั้ง,พิสดาร,บัตรผี,เตือน,พรรคประชาธิปัตย์

ปชป. เตือน “เลือกตั้ง” 5 ข้อต้องระวัง ซัด กกต. แบ่งเขตพิสดาร

               เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 30 พฤศจิกายน 2561 ที่ พรรคประชาธิปัตย์  นายธนา ชีรวินิจ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และนายสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล อดีต ส.ส. สุโขทัย ร่วมกันแถลงถึงกรณีการแบ่งเขตเลือกตั้งในจังหวัดสุโขทัย ว่า เป็นไปตามแบบที่ 4 ซึ่งไม่ใช่ตามระเบียบที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) วางไว้

ทั้งที่เราได้ยื่นหนังสือให้ทบทวนแล้ว แต่ก็ไม่เป็นผล เนื่องจากมีนักการเมืองอาวุโสที่อยู่ในซีกรัฐบาลเข้าแทรกแซงพยายามผลักดันให้ใช้แบบที่ 4 โดยทำให้ประชาชนในพื้นที่สับสน และมีพรรคการเมืองที่ได้เปรียบ ประกอบกับรองเลขาธิการ กกต. ระบุว่า แบบที่ประชาชนส่งมาให้ กกต. ใหญ่แบ่งเขตเลือกตั้งได้ดีกว่า กกต. จังหวัดส่งมาเสียอีก

จึงอยากถามกลับไปยัง กกต. ว่า การแบ่งเขตไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะจะต้องพิจารณาภูมิศาสตร์และจำนวนประชากร อีกทั้งยังมีรายละเอียดแนวเส้นของการแบ่งเขต ซึ่งตนไม่รู้ว่าจะมีประชาชนคนไหนที่มีความชำนาญในการแบ่งเขตเลือกตั้งดีกว่า กกต. ถ้าบุคคลนั้นจะมีความสามารถจริง ก็อาจจะใกล้ชิดกับผู้ที่กุมอำนาจรัฐ หรือมีความสามารถในการนำข้อมูลจำนวนประชากรและพื้นที่ เพื่อดำเนินการในการแบ่งเขตได้เหนือกว่า กกต.

นอกจากนี้ นายธนาได้นำรูปภาพแผนผังการแบ่งเขตเลือกตั้งเมื่อปี 2557 ของจังหวัดสุโขทัย ที่มี 3 เขต โดยแบ่งตามภูมิศาสตร์และจำนวนประชากรใกล้เคียงกัน และเป็นที่ยอมรับของทุกคน แต่การแบ่งเขตล่าสุด เมื่อวันที่ 29 พ.ย. กกต. ได้แบ่งเขตของสุโขทัยเป็น 3 เขต ก็จริง แต่ในเขตเลือกตั้งที่ 2 อยากถามว่า มีการแบ่งเขตที่อัปลักษณ์อย่างนี้หรือไม่ เพราะลักษณะการแบ่งเขตทอดยาวขึ้นไป และมีจุดติ่งซึ่งเป็นพื้นที่รอยต่อที่ไปเชื่อมต่อและมีภูเขา หากประชาชนจะเดินทางไปเขตเลือกตั้งจะทำให้ไม่สะดวก รวมทั้งไม่สะดวกกับเจ้าหน้าที่ กกต. จะควบคุมการเลือกตั้งอย่างไร

การแบ่งเขตครั้งนี้สอดคล้องกับสิ่งที่เราเคยพูดว่า มีพรรคการเมืองบางพรรคที่ใกล้ชิดกับรัฐบาลใช้วิธีการดึงตัวนักการเมืองเข้าพรรค ด้วยการบอกว่าสามารถขีดเส้นแบ่งเขตเลือกตั้งได้ตามต้องการ เพราะฉะนั้นจากปัญหาการแบ่งเขตที่เกิดขึ้น เราจะพบว่ามีหลายสิบจังหวัดที่มีปัญหาลักษณะเดียวกับสุโขทัย ทางพรรคจึงได้ให้อดีต ส.ส. แต่ละจังหวัดได้รวบรวมรายละเอียดถึงปัญหาที่เกิดขึ้น รวมทั้งจัดทำภาพประกอบว่าการแบ่งเขตเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรบ้าง เพื่อรายงานให้พรรคทราบ เช่น จังหวัดกาญจนบุรี จังหวัดยโสธร เป็นต้น

ขณะที่ นายสัมพันธ์ กล่าวว่า ตนรู้ข่าวมาก่อนว่าจะมีการแบ่งเขตผ่าอำเภอกงไกรลาศออกเป็น 2 ส่วน ซึ่งไม่เคยมีมาก่อน และก่อนที่ กกต. จะประกาศ ได้มีนักการเมืองใหญ่ในจังหวัดสุโขทัยบางคน ซึ่งพยายามจะตัดส่วนเพื่อให้ตนเองได้เปรียบ และหวังที่จะได้ ส.ส. ในจังหวัดทั้ง 3 เขต ทั้งๆ ที่เราได้มีหนังสือทักท้วงให้ใช้แบบเดิม ซึ่งเป็นแบบที่ 4 เหมือนกัน แต่เป็นแบบที่ 4 ที่ถูกต้อง โดยเป็นแบบที่ใช้กับการเลือกตั้ง ปี 2554 ซึ่งได้รับการเห็นชอบจากทุกพรค แต่สุดท้ายก็ออกมาแบบที่มีการเสนอเข้าไปเงียบๆ ซึ่งประชาชนในพื้นที่เรียกว่า แบบพิสดาร ซึ่งไม่เคยมีมาก่อน เพราะเส้นทางคมนาคมไม่ได้เชื่อมโยงอย่างแท้จริง

นายสัมพันธ์ กล่าวต่ออีกว่า ที่ผ่านมาพูดตลอดว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ต้องระวังใน 5 ข้อ ได้แก่ 1. พลังดูด 2. แบ่งเขตเลือกตั้ง 3. การพิมพ์บัตร 4. โกงการเลือกตั้ง ซึ่งจะบอกว่าหนักกว่าแบ่งเขตเลือกตั้ง พูดไว้เลย แม้กระทั่งในจังหวัดสุโขทัยการเรียกรวมตัว จ่ายเงินเต็มไปหมด ซึ่งต้องรีบทำเสร็จก่อน พ.ร.ป.ส.ส. จะประกาศใช้ในวันที่ 11 ธันวาคม นี้ รวมทั้งมีการให้ผู้นำหมู่บ้านเก็บบัตรประชาชนของทุกบ้านทุกหลังคาเรือน โดยอ้างว่าจะนำไปทำบัตรประชารัฐหรือบัตรคนจน ถ้าใครไม่ให้ถือว่าอยู่ฝ่ายตรงข้าม และ 5. ผู้ตรวจการเลือกตั้งที่อาจจะเอาคนของตัวเองเข้าไป

“รอบนี้ไม่ใช่พิมพ์บัตรเบอร์เดียวทั้งประเทศ แต่เป็นเบอร์ใครเบอร์มัน พิมพ์บัตรเลือกตั้งสุโขทัยมีสามเขต ลงเขตใครเขตมัน ผู้สมัครเป็นร้อย ถามว่าประชาชนจะสับสนหรือไม่ กกต. จะทำให้รัดกุมอย่างไร เพราะมีมาก่อนในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา ซึ่งมีพิมพ์บัตรปลอม บัตรผี ผมเจอมาแล้ว ปี 48 นับสองวันสองคืนไม่เสร็จ” นายสัมพันธ์ กล่าว

คนอยากเลือกตั้งมอบแคลเซียมบำรุง กกต.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/354252

คนอยากเลือกตั้งมอบแคลเซียมบำรุง กกต.

การเมือง,เลือกตั้ง,กกต,คณะกรรมการการเลือกตั้ง,FFFE,คนอยากเลือกตั้ง,คสช,ณัฏฐา มหัทธนา,มาตรา 44

กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง จี้ กกต. สอบความสัมพันธ์พรรคใกล้ชิดรัฐบาล มอบ “ไฟฉาย – แคลเซียม” บำรุงกระดูก กกต. พร้อมให้กำลังใจพรรคการเมืองไม่ร่วมวงประชุมแม่น้ำ 5 สาย

               สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)  30 พ.ย. 61  เครือข่ายประชาชนที่ต้องการการเลือกตั้งที่เสรี และเป็นธรรม และมีผลทางปฏิบัติ (FFFE) นำโดย น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา แกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ยื่นจดหมายเปิดผนึกถึง กกต. โดยเรียกร้องให้ กกต. ผลักดันให้ปลดล็อกการเมือง และยกเลิกคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่เป็นการละเมิดสิทธิ์ขั้นพื้นฐานของพลเมืองและสื่อมวลชนโดยทันที

เพื่อให้เกิดสภาพแวดล้อมในการเลือกตั้งที่มีการสื่อสารและรณรงค์ได้อย่างเสรี ที่จะนำไปสู่การตัดสินใจเลือกอย่างมีคุณภาพ พร้อมให้ กกต. ตรวจสอบความสัมพันธ์ระหว่างพรรคการเมืองกับรัฐบาล คสช. ที่ก่อให้เกิดความได้เปรียบและไม่เป็นธรรม เช่น การตั้งชื่อพรรคพ้องกับโครงการของรัฐบาล ซึ่งอาจทำให้ประชาชนเกิดความสับสนได้ รวมทั้งขอให้รัฐบาลเปลี่ยนสถานะเป็นรัฐบาลรักษาการ รวมถึง คสช. ต้องยุติการปฏิบัติหน้าที่และหยุดแทรกแซงกิจกรรมของพรรคการเมือง เพื่อให้การเลือกตั้งมีความเป็นธรรม

นอกจากนี้ ยังเรียกร้องให้หยุดการออกคำสั่งหัวหน้า คสช. ตามมาตรา 44 ในการแทรกแซงการดำเนินการของ กกต. อีกทั้งควรเชิญองค์กรระหว่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็น สหประชาชาติ สหภาพยุโรป มาร่วมสังเกตการณ์การเลือกตั้งอย่างเป็นทางการด้วย โดยข้อเรียกร้องเหล่านี้จะทำให้การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นเป็นการเลือกตั้งที่สุจริตเที่ยงธรรมและพรรคการเมืองสามารถแข่งขันกันได้อย่างเท่าเทียม

พร้อมกันนี้ เครือข่ายประชาชนฯ ยังได้มอบ ไฟฉาย และ แคลเซียม เพื่อบำรุงกระดูกสันหลังให้ กกต. ในการทำหน้าที่ที่ยากลำบากด้วย ทั้งนี้ ในวันที่ 7 ธ.ค. ซึ่งเป็นการประชุมแม่น้ำ 5 สาย ร่วมกับ พรรคการเมือง เพื่อหารือถึงการจัดการเลือกตั้งที่สโมสรทหารบก เครือข่ายประชาชนฯ จะเดินทางไปให้กำลังใจกับพรรคการเมืองที่ปฏิเสธไม่เข้าร่วมการประชุมดังกล่าว