ความสุขของ โอปอล์ ฉลองวันเกิด 37 ปี ดินเนอร์สุดโรแมนติกริมทะเล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/ent/news/574280

  • วันที่ 18 ธ.ค. 2561 เวลา 11:10 น.

ความสุขของ โอปอล์ ฉลองวันเกิด 37 ปี ดินเนอร์สุดโรแมนติกริมทะเล

โอปอล์ ปาณิสรา ฉลองวันเกิด 37 ปีกับครอบครัวพร้อมหน้า ดื่มด่ำความโรแมนติกริมทะเล

เป็นอีกหนึ่งครอบครัวคนบันเทิงที่น่ารักและอบอุ่นจริงๆ สำหรับ  โอปอล์ ปาณิสรา กับสามี หมอโอ๊ค สมิทธิ์ ที่มักจะมีกิจกรรมพาลูกแฝด น้องอลิน น้องอลัน ไปเที่ยวสนุกสนานกันพร้อมหน้าพร้อมตา

ล่าสุด ในวันเกิดครบ 37 ปีของ โอปอล์ สามีสุดที่รัก หมอโอ๊ต จึงพาไปฉลองวันเกิดสุดโรแมนติก ทานข้าวริมทะเลดื่มด่ำแสงดาว สายลม อากาศดีๆ ยามค่ำคืน

งานนี้ สาวโอปอล์ ได้โพสต์ภาพพร้อทข้อความว่า…

“ตอนเด็กคิดตลอดว่าโตขึ้นชีวิตจะเป็นยังไง จะทำงานอะไร จะมีความสุขและเข้าใจคำว่าความสุขรึเปล่า ตอนนี้เหมือนได้คำตอบทุกอย่าง และไม่ได้ต้องการอะไรมากกว่านี้เลย”

สวยด้วยแพทย์! “จ๊ะ อาร์สยาม” เผยพัฒนาการความสวยที่มากขึ้นทุกวัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/ent/news/574212

  • วันที่ 17 ธ.ค. 2561 เวลา 18:30 น.

สวยด้วยแพทย์! “จ๊ะ อาร์สยาม” เผยพัฒนาการความสวยที่มากขึ้นทุกวัน

“จ๊ะ อาร์สยาม” เผยภาพอดีตเมื่อ 8 ปีที่แล้ว กับเคล็บลับความสวยที่มากขึ้นทุกวัน

ความสวยมาไกลมาก สำหรับนักร้องลูกทุ่งสาวชื่อดัง “จ๊ะ-นงผณี มหาดไทย” หรือ “จ๊ะ อาร์สยาม” ที่ตอนนี้เธอนั้นมีความสวยเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งเธอก็ได้ออกมาบอกถึงวิธีการที่ทำให้เธอสวยขึ้น โดยเธอก็เผยหมดเปลือกว่าที่สวยขึ้นเพราะ ทำตา สักคิ้ว ดัดฟัน และฉีดโบท็อกซ์

เจ้าตัวถึงกับโพสต์ภาพในอดีตของเมื่อ 8 ปีที่แล้วให้ได้ดูกัน พร้อมข้อความว่า “ไม่รู้ว่าจะขอบคุณโชคชะตา รึหมอศัลยกรรมดี รูปนี้เมื่อ 7-8 ปีที่ผ่านมา เป็นผู้หญิงผิว 2 สี หน้ากับคอคนละสีกันอ่ะ”

ไฟไหม้บ้านหรู “บาส-บอล บางแก้ว” แฟนสาว “บอล” สำลักควันดับ ด้านพ่อฝ่ายสาวเชื่อลูกสาวเสียชีวิตมีเงื่อนงำ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/ent/news/574218

  • วันที่ 17 ธ.ค. 2561 เวลา 17:24 น.

ไฟไหม้บ้านหรู "บาส-บอล บางแก้ว" แฟนสาว “บอล” สำลักควันดับ ด้านพ่อฝ่ายสาวเชื่อลูกสาวเสียชีวิตมีเงื่อนงำ

มีเงื่อนงำ! หลังไฟไหม้บ้าน “บาส-บอล บางแก้ว” แฟนสาว “บอล” สำลักควันดับพ่อฝ่ายสาวไม่เชื่อลูกสาวสำลักควันตาย

เมื่อเช้าวันที่ 17 ธันวาคม 2561 ทางรายการเรื่องเล่าเช้านี้ ทางช่อง 3 ได้รายงานว่า เกิดเหตุไฟไหม้บ้านหรู 2 ชั้น เนื้อที่ประมาณ 300 ตารางวา ตั้งอยู่ในพื้นที่ ซอยลำลูกกา 71 อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี เมื่อเวลาประมาณ 5 ทุ่มเมื่อคืนที่ผ่านมา ได้พบว่าเป็นบ้านของอดีตนักร้อง “บาส-บอล บางแก้ว” เกิดเหตุบ้านไฟลุกไหม้ที่บริเวณชั้น 2 ของบ้าน โดยเสียหาย 4 ห้อง ต้องใช้เวลาระงับไฟประมาณ 30 นาที พบว่ามีผู้เสียชีวิต 1 ราย คือ “นางสาวสุภาณี สินอนันต์ตระกูล” หรือ “เบนซ์” อายุ 27 ปี เป็นแฟนสาวของ “นายพงษ์เพชร สินสุวรรณ” หรือ “บอล” เจ้าของบ้าน เสียชีวิตในสภาพเปลือยอยู่ในห้องน้ำ

ขณะที่ “นายบัญญัติ สินอนันต์ตระกูล” อายุ 61 ปี พ่อของผู้เสียชีวิต ได้เปิดเผยทั้งน้ำตาว่า ไม่อยากเชื่อว่าลูกสาวจะเสียชีวิตจากการสำลักควันตาย ที่ผ่านมาไม่สนับสนุนให้ลูกสาวคบกับอดีตนักร้องดัง เพราะเชื่อว่า “บอล” ไม่ได้รักลูกสาวจริง เนื่องจากมักทะเลาะและตบตีลูกสาว ล่าสุด 2-3 วันก่อนเกิดเหตุ ลูกสาวเพิ่งโทร มาบอกว่าถูกทำร้ายอีก จึงเชื่อว่าลูกอาจเสียชีวิตจากสาเหตุอื่น จึงส่งศพไปพิสูตรและรอผลชันสูตร ว่าจะเสียชีวิตเพราะเหตุใด และถ้าผลออกมาเมื่อไรจะสามารถทราบกันแน่นอนอย่างชัดเจน

อบอุ่นหัวใจ “โอปอล์” ฉลองวันเกิดอายุ 37 กับครอบครัว เรียบง่ายริมทะเล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/ent/news/574206

  • วันที่ 17 ธ.ค. 2561 เวลา 16:40 น.

อบอุ่นหัวใจ "โอปอล์" ฉลองวันเกิดอายุ 37 กับครอบครัว เรียบง่ายริมทะเล

เรียบง่ายและอบอุ่นที่สุด “โอปอล์” จัดทริปทะเลฉลองวันเกิดอายุ 37 กับครอบครัว

เป็นครอบครัวที่อบอุ่นสุดๆ สำหรับบ้านของ “โอปอล์ ปาณิสรา-หมอโอ๊ค สมิทธิ์” และลูกฝาแฝด “น้องอลิน-น้องอลัน” ที่ได้ยกครอบครัวไปเที่ยวทะเล เพื่อฉลองวันเกิดอายุครบ 37 ปี

ซึ่งแน่นอนไปทะเลทั้งคู่ก็พาลูกๆ ไปเล่นน้ำ เล่นทะเลอบอุ่นสุดๆ พร้อมหน้าพร้อมตาอย่างเรียบง่าย และดินเนอร์ด้วยกันที่สามารถรับรู้ได้ถึงความสุขที่แท้จริง

“บุ้ง สะธี” อวดท้อง 5 เดือน ในชุดชุดว่ายน้ำ ตามสไตล์สาวห้าว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/ent/news/574204

  • วันที่ 17 ธ.ค. 2561 เวลา 15:58 น.

“บุ้ง สะธี” อวดท้อง 5 เดือน ในชุดชุดว่ายน้ำ ตามสไตล์สาวห้าว

“บุ้ง สะธี” เผยหน้าท้องอ่อนๆ 5 เดือน ในชุดชุดว่ายน้ำ ตามสไตล์สาวห้าว

แน่นอนว่ามีสไตล์ชัดเจนและเป็นเอกลักษณ์สุดๆ สำหรับว่าที่คุณแม่ป้ายแดง “บุ้ง สะธี” ภรรยาของอดีตนักแสดงหนุ่ม “เวฟ สาริน” ที่ตอนนี้กำลังตั้งท้องลูกคนแรกได้ 5 เดือนกว่าแล้ว

ซึ่งสาว “บุ้ง” ก็ได้ออกมาเผยในชุดคลุมท้องในสไตล์ของเธอ และล่าสุดสาว “บุ้ง” ได้พาลูกในท้องไปพักผ่อนรับลมทะเล ที่หัวหิน ก็ไม่พลาดเอาชุดว่ายน้ำมาด้วย โดยชุดว่ายน้ำของเธอนั้น เป็นชุดแขนยาวกับกางเกงขาสั้น โชว์ท้องเบาๆ แต่ยังคงความเท่ตามสไตล์คุณแม่เอาไว้ แต่ก้ทำเอาแฟนคลับถึงกับเข้ามาแซวกันยกใหญ่เลยทีเดียว

“ปุ๋ย ภรณ์ทิพย์” ปลื้มปิติ! “พระองค์หญิงฯ” ประทานพระวโรกาสให้เฝ้ารับประทานเลี้ยงส่วนพระองค์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/ent/news/574199

  • วันที่ 17 ธ.ค. 2561 เวลา 14:58 น.

“ปุ๋ย ภรณ์ทิพย์” ปลื้มปิติ! "พระองค์หญิงฯ” ประทานพระวโรกาสให้เฝ้ารับประทานเลี้ยงส่วนพระองค์

“พระองค์หญิงฯ” ประทานพระวโรกาสให้ “ปุ๋ย ภรณ์ทิพย์” เฝ้ารับประทานเลี้ยงพระกระยาหารค่ำเป็นการส่วนพระองค์

ได้รับเชิญให้มาเป็นคณะกรรมการตัดสินการประกวด มิสยูนิเวิร์ส 2018 สำหรับ “ปุ๋ย-ภรณ์ทิพย์ นาคหิรัญกนก” นางสาวไทย พ.ศ. 2531 และนางงามจักรวาลคนที่ 2 ของประเทศไทย

ล่าสุด “พระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์” ประทานพระวโรกาสให้ “ปุ๋ย” เฝ้ารับประทานเลี้ยงพระกระยาหารค่ำเป็นการส่วนพระองค์ ซึ่งในการนี้ “พระองค์หญิงฯ” ยังประทานของขวัญแก่ “ปุ๋ย” อีกด้วย

“จ่านิว – พวก” ให้การสู้คดีจัดชุมนุม 10 ก.พ.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/352804

“จ่านิว – พวก” ให้การสู้คดีจัดชุมนุม 10 ก.พ.

การเมือง,สอบคำให้การ,ตรวจพยานหลักฐาน,คดีชุมนุมกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง,สิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์,จ่านิว,อานนท์ นำภา,ชลธิชา แจ้งเร็ว,สุกฤษฎ์ เพียรสุวรรณ,ณัฏฐา มหัทธนา,โบว์,กาณฑ์ พงษ์ประภาพันธ์,รังสิมันต์ โรม,ขอรวมสำนวน,RDN50,โจมตี,ประวิตร,กดดัน,คสช

อัยการขอรวมสำนวนชุมนุมราชดำเนิน “คนอยากเลือกตั้ง RDN 50” โจมตี “ประวิตร” กดดัน คสช. เลือกตั้ง พิจารณาพร้อมคดีฟ้อง “โรม รังสิมันต์”

               19 พ.ย. 61 ที่ ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก เมื่อเวลา 11.00 น. ศาลได้ประชุมคดีเพื่อสอบคำให้การและตรวจพยานหลักฐาน คดีชุมนุมกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง หมายเลขดำ อ.2893/2561 ที่พนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 5 ยื่นฟ้อง นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ ฉายา จ่านิว อายุ 25 ปี นักเคลื่อนไหวทางการเมือง จบการศึกษารัฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ , นายอานนท์ นำภา อายุ 33 ปี อาชีพ ทนายความ , น.ส.ชลธิชา แจ้งเร็ว อายุ 25 ปี , นายสุกฤษฎ์ เพียรสุวรรณ อายุ 24 ปี นักกิจกรรม อดีตนักศึกษาคณะเศรษฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ , น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา หรือ โบว์ อายุ 39 ปี วิทยากรอิสระ และนายกาณฑ์ พงษ์ประภาพันธ์ อายุ 25 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 4 วิทยาลัยนวัตกรรม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ชุด RDN50

ในความผิดฐานร่วมกันกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจาหรือวิธีอื่นใดฯ เพื่อให้เกิดความปั่นป่วนขึ้นในราชอาณาจักร ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 และร่วมกันมั่วสุมชุมนุมทางการเมืองเกินกว่า 5 คน ในที่สาธารณะ ฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 3/2558 สืบเนื่องเมื่อวันที่ 10 ก.พ. 61 ได้ร่วมกันจัดการชุมนุม หยุดยื้ออำนาจ หยุดยื้อเลือกตั้ง : หมดเวลา คสช. ถึงเวลาประชาชน กล่าวโจมตี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถ.ราชดำเนิน

โดยอัยการยื่นฟ้องคดีเมื่อวันที่ 27 ก.ย. 61 ขณะที่ศาลพิจารณาแล้วก็อนุญาตให้ประกันตัวจำเลยทั้ง 6 ราย ไปโดยไม่จำต้องใช้หลักทรัพย์วางศาล แต่กำหนดว่าหากจำเลยทำผิดเงื่อนไขสัญญาประกัน ก็ให้ปรับจำเลยคนละ 200,000 บาท

ซึ่งวันนี้จำเลยทั้งหกมาศาลตามนัด พร้อมทนายความ โดยอัยการโจทก์ ก็ได้ยื่นคำร้องขอรวมสำนวนคดีนี้ พิจารณาเป็นคดีเดียวกับคดีหมายเลขดำ อ.1197/2561 (ยื่นฟ้องนายรังสิมันต์ โรม อายุ 25 ปี นักเคลื่อนไหวทางสังคมและการเมือง และนักศึกษาคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์)

ขณะที่ศาลได้สอบคำให้การจำเลย โดยอ่านสรุปคำฟ้องโจทก์ให้จำเลยฟังว่า เมื่อวันที่ 10 ก.ย. 61 เวลากลางวันต่อเนื่องกัน จำเลยทั้งหกกับนายรังสิมันต์ โรม จำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำ ที่ 1197/2561 ของศาลนี้ กับพวกอีก 42 คน ที่แยกไปดำเนินคดียังศาลแขวงดุสิต ได้ร่วมกันมั่วสุมและชุมนุมทางการเมือง และกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือ และวิธีอื่นใด โดยจำเลยกับพวกได้ร่วมกันใช้รถยนต์ติดเครื่องขยายเสียงเวทีด้านข้างของตัวรถยนต์ได้ติดป้ายโจมตี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ซึ่งดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีในรัฐบาล แล้วจำเลยกับพวกได้ร่วมกันปราศรัยโจมตีการทำงานของ พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา ซึ่งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) โดยผลัดเปลี่ยนกันขึ้นกล่าวปราศรัย และร่วมกันปลุกระดมมวลชนปลุกปั่นให้เกิดการชุมนุมขับไล่รัฐบาลและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ รวมทั้งเรียกร้องให้มีการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ภายในสิ้นเดือน พ.ย. 2561

พร้อมกับชูนิ้วสามนิ้ว (นิ้วชี้ นิ้วกลาง และนิ้วนาง) บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย และถนนราชดำเนิน อันเป็นการแสดงเชิงสัญลักษณ์ในทางการเมืองต่อต้านรัฐบาลที่บริหารประเทศอยู่ในขณะนั้น อันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นหรือติชมโดยสุจริต เพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชนถึงขนาดที่จะก่อให้เกิดความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร และเพื่อให้ประชาชนที่พบเห็นเข้าใจว่ารัฐบาลและทหารจำกัดสิทธิเสรีภาพของประชาชน ซึ่งก่อให้เกิดภาพลักษณ์ในเชิงลบกับรัฐบาลและเป็นการยุยง ปลุกปั่น สร้างความแตกแยกระหว่างประชาชนที่เห็นต่างกับรัฐบาล ซึ่งเป็นการร่วมกันมั่วสุม หรือชุมนุมทางการเมือง ณ ที่ใด ที่มีจำนวนตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป โดยไม่ได้รับอนุญาตจากหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือผู้ได้รับมอบหมาย อันเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย

โดยจำเลยทั้งหก ยืนยันให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่าเมื่ออัยการ โจทก์ ก็ยื่นคำร้องขอรวมพิจารณาคดีระบุเหตุผลว่ามูลคดีเกี่ยวพันกัน วัน – เวลาเกิดขึ้นต่อเนื่องช่วงเดียวกัน พยานหลักฐานที่จะนำสืบก็ชุดเดียวกัน ส่วนที่ยื่นฟ้องแยกสำนวนกันครั้งแรกเนื่องจากได้ทยอยส่งตัวจำเลยให้อัยการช่วงเวลาต่างกัน ดังนั้น จึงให้นัดพร้อมคดีนี้อีกครั้งในวันที่ 14 ม.ค. 62 เวลา 09.30 น. ที่โจทก์ – จำเลยมีวันว่างตรงกันเพื่อฟังคำสั่งการขอรวมคดีพร้อมตรวจพยานหลักฐาน

และที่จำเลยบางคนขอให้ดำเนินกระบวนพิจารณาคดีลับหลังจำเลยในวันดังกล่าวเนื่องจากจำเลยติดสอบประจำภาคการศึกษานั้น ศาลเห็นว่าจำเลยก็ได้แต่งตั้งทนายความไว้แก้ต่างคดีแล้ว จึงอนุญาตให้ดำเนินกระบวนพิจารณาจำเลยบางคนได้ และกำชับให้จำเลยที่เหลือมาศาลตามนัดในวัน – เวลาโดยพร้อมเพรียงด้วย

คาดไม่ถึงนักการเมืองแก้เกมเลือกตั้ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/352792

คาดไม่ถึงนักการเมืองแก้เกมเลือกตั้ง

การเมือง,กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ,กรธ,คาดไม่ถึง,นักการเมือง,แก้เกม,แยกกันเดินรวมกันตี,เลือกตั้ง,พรรคพลังประชารัฐ

“สุพจน์” ปัดเขียนรัฐธรรมนูญเอื้อประโยชน์ พชปร. ย้ำ วางโจทย์เพื่อแก้ปัญหาเผด็จการเสียงข้างมากพรรคเดียวในสภา ไม่รู้มาก่อน รมว.คสช. จะตั้งพรรค

               รัฐสภา 19 พฤศจิกายน 2561  นายสุพจน์ ไข่มุกด์ อดีตรองประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) คนที่หนึ่ง กล่าวปฏิเสธถึงการร่างกติกาสูงสุดของประเทศ เพื่อเอื้อให้บางพรรคการเมือง ตามที่ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำพรรคพลังประชารัฐ ระบุว่า รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 ออกแบบเพื่อเอื้อให้กับพรรคพลังประชารัฐ พร้อมระบุว่า ในกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญนั้นวางโจทย์สำคัญเพื่อแก้ไขปัญหา และข้อบกพร่องที่ผ่านมา

“ผมยอมรับว่า รัฐธรรมนูญเป็นฉบับปะผุ ซ่อมแซมข้อบกพร่องที่ต้องแก้ไข ทั้งเรื่องสาธารณสุข การศึกษา แต่เรื่องการเมืองยอมรับว่าเป็นเรื่องยาก สิ่งที่ กรธ. คิดคือ ต้องทำให้เกิดการปฏิรูปการเมือง และขจัดเผด็จการในรัฐสภา ที่มีพรรคเดียวครองเสียงข้างมาก และใช้เสียงข้างมากนั้นไปในทางที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งตอนที่เขียนรัฐธรรมนูญนั้น ผมไม่ทราบมาก่อนว่าจะมีพรรคพลังประชารัฐ และมี 4 รัฐมนตรีในรัฐบาลของคณะรักษาความสงบแห่งชาติเป็นแกนนำตั้งพรรค เพราะไม่มีใครมาบอกให้รู้” นายสุพจน์ กล่าว

นายสุพจน์ กล่าวด้วยว่า ส่วนที่นักการเมืองบางพรรคอ้างว่ารัฐธรรมนูญสร้างความได้เปรียบ หรือ ทำให้บางพรรคเสียเปรียบในทางการเมืองนั้น ตนมองว่า สามารถมองได้ทั้ง 2 มุม แต่อย่าลืมว่ารัฐธรรมนูญไม่ใช่ของวิเศษ ทั้งนี้ ตนยอมรับว่ารายละเอียดที่รัฐธรรมนูญเขียนเพื่อแก้ไขปัญหา หรือต้องการปฏิรูปนั้น ปัจจุบันไม่สามารถทำให้เกิดได้จริง เพราะผู้มีอำนาจรวมถึงบริวารแวดล้อมไม่โปร่งใส อีกทั้งนิสัยคนไทยส่วนใญ่ยังขาดระเบียบวินัย ดังนั้น สิ่งที่ กรธ. พยายามออกแบบไว้ในรัฐธรรมนูญ คือ สิ่งที่พยายามทำอย่างดีที่สุดแล้ว แต่ผลลัพธ์ขึ้นอยู่การนำไปปฏิบัติด้วย

ผู้สื่อข่าวถามว่า เมื่อสถานการณ์ไม่เป็นไปตามเป้าหมายของการเขียนรัฐธรรมนูญ รู้สึกเสียเวลาหรือเสียของหรือไม่ นายสุพจน์ กล่าวว่า บางอย่างดีกว่าไม่ทำอะไร ตอนนี้ตนคาดหวังว่าเมื่อการเมืองมีคนรุ่นใหม่เข้ามาทำงาน มีนักการเมืองน้ำดีเข้ามา จะทำให้การเมืองปรับเปลี่ยนมากขึ้น ส่วนที่นักการเมืองแก้เกมด้วยการแยกกันเดินรวมกันตี หลังจากระบบเลือกตั้งใช้บัตรใบเดียวนั้น ยอมรับเป็นสิ่งที่ กรธ. คาดไม่ถึง

มั่นใจไร้ “จาตุรนต์” ยังได้ ส.ส. อันดับหนึ่ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/352789

มั่นใจไร้ “จาตุรนต์” ยังได้ ส.ส. อันดับหนึ่ง

การเมือง,เพื่อไทย,ภูมิธรรม เวชยชัย,จาตุรนต์ ฉายแสง,ไทยรักษาชาติ,ทษช,พรรคเพื่อไทย

“จาตุรนต์” ไร้ขัดแย้งอำลาเพื่อไทย “ภูมิธรรม” มั่นใจยังได้ ส.ส. อันดับหนึ่ง “ชูศักดิ์” ชี้ กกต. ต้องไม่ถูกแทรกแซง

               เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ พรรคเพื่อไทย  นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกฯ และแกนนำพรรคเพื่อไทย เดินทางมาที่พรรคเพื่อไทย เพื่อเข้าพบและลา พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ หัวหน้าพรรค นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรค และนายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย หลังตัดสินใจไปเป็นสมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.)

นายจาตุรนต์ กล่าวว่า วันนี้ตนเองได้มาอำลาหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรค เพราะเคยร่วมงานกันมานาน ยืนยันการลาออกจากพรรคเพื่อไทยไม่ได้มีเรื่องขัดแย้ง หรืออึดอัดไม่สบายใจอะไร ที่ผ่านมาร่วมกันด้วยดีมาตลอด แต่วันนี้เห็นว่าสถานการณ์การเมืองปัจจุบันมีความจำเป็น และจะเป็นประโยชน์หากตนเองไปทำงานที่พรรค ทษช.

นายภูมิธรรม กล่าวว่า สาเหตุที่มีสมาชิกพรรคลาออกไปนั้น เนื่องจากรัฐธรรมนูญไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อพวกเรา เป็นธรรมดาที่สมาชิกจะต้องหาเส้นทางเพื่อมาทำงานทางการเมืองตามระบบรัฐสภา และแก้ปัญหาให้ประชาชน เข้าใจสมาชิกพรรคทุกคนที่ลาออกไป การลาออกครั้งนี้ก็ถือเป็นการจากกันด้วยดี และเชื่อว่าปัญหาในรัฐธรรมนูญยังกระทบไปยังพรรคขนาดใหญ่และพรรคขนาดกลางอื่นๆ ด้วย และสมาชิกที่ยังยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยก็จะย้ายไปพรรคที่ยึดมั่นประชาธิปไตย หรือถ้ามีแนวคิดเป็นอย่างอื่นก็จะย้ายไปตามพรรคที่อิงอุดมการณ์นั้นๆ หรือเป็นพรรคของผู้มีอำนาจ

ทั้งนี้ ยอมรับว่ารู้สึกใจหายที่มีสมาชิกลาออกไปจำนวนมาก แต่เชื่อว่าพรรคเพื่อไทยเป็นพรรคใหญ่ มีบุคลากรที่พร้อมทำหน้าที่ ถ้าได้อธิบายประชาชนเชื่อว่าเขาจะเข้าใจ จึงมั่นใจว่าพรรคเพื่อไทยจะยังคงได้รับความนิยมจากประชาชน ได้คะแนนเสียงสูงสุดเป็นอันดับ 1 จึงไม่มีความกังวลใดๆ เพราะประชาชนจะเป็นผู้ตัดสิน และยังมั่นใจว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ประชาชนอยากฝากความหวังไว้ที่นโยบายของพรรคการเมืองมากกว่าตัวบุคคล

นอกจากนายจาตุรนต์แล้วยังมีสมาชิกพรรคเพื่อไทยอีกหายคนที่ลาออก อาทิ น.ส.อนุตตมา อมรวิวัฒน์ รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย นายวุฒิพงศ์ ฉายแสง อดีต รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นางฐิติมา ฉายแสง อดีตโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี น.ส.กุสุมาลวตี ศิริโกมุท อดีต ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย

ขณะที่ นายชูศักดิ์ กล่าวถึงกรณี คสช. ออกคำสั่งฉบับที่ 16/2561 เพื่อให้ กกต. ทบทวนการแบ่งเขตใหม่ว่า เบื้องต้นทราบว่า กกต. แบ่งเขตเลือกตั้งเรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงการลงนาม แต่มีคำสั่งดังกล่าวออกมา จึงชัดเจนว่าต้องการแทรกแซงการแบ่งเขตของ กกต. ดังนั้น จึงขอให้ กกต. ยึดมั่นว่า กกต. เป็นองค์กรอิสระ ที่มีอำนาจหน้าที่ดำเนินการแบ่งเขตเลือกตั้ง ไม่ว่าจะมีคำสั่ง คสช. ออกมาหรือไม่ ก็ขอให้ใช้อำนาจของตนตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติต่อไป โดยดำเนินการแบ่งเขตเลือกตั้งไปตามปกติที่ทำไว้แล้ว แม้ คสช. จะขอให้ทบทวน แต่ก็ยังสามารถยืนยันไปเช่นเดิมได้ ไม่ต้องหวาดกลัวใดๆ

ปธ.กกต. ยัน กำหนดเลือก ส.ว. ไม่เคลื่อน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/352780

ปธ.กกต. ยัน กำหนดเลือก ส.ว. ไม่เคลื่อน

การเมือง,กกต,สว,อิทธิพร บุญประคอง

กกต. จับสลาก 413 รายชื่อ ผู้ตรวจการเลือกตั้งประจำจังหวัด ปฏิบัติหน้าที่ตรวจการเลือก ส.ว. แล้ว ปธ.กกต. ยัน กำหนดเลือก ส.ว. ไม่เคลื่อน เป็นไปตามปฏิทินเดิม

คลิปที่ 1

 

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) 19 พ.ย. 61  นายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. นายธวัชชัย เทอดเผ่าไทย นายสันทัด ศิริอนันต์ไพบูลย์ และนายปกรณ์ มหรรณพ กกต. ร่วมกันจับสลากรายชื่อผู้ตรวจการเลือกตั้งประจำจังหวัด สำหรับปฏิบัติหน้าที่ในการเลือกสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561

คลิปที่ 2

นายอิทธิพร เปิดเผยว่า การจับสลากครั้งนี้เป็นการแบ่งตามกลุ่มจังหวัด 10 กลุ่ม เพื่อให้ผู้ตรวจการเลือกตั้งที่ได้รับการจับสลากอยู่ในเขตพื้นที่ใกล้เคียงกัน โดยจะมีผู้ตรวจการเลือกตั้ง 2 คน ที่มีภูมิลำเนาอยู่ในจังหวัดนั้นๆ เป็นตัวหลัก ส่วนที่เหลืออาจจะ 3 – 5 คน จะมาจากผู้ตรวจการเลือกตั้งที่อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งทั้ง 413 รายชื่อ จะนำเข้าสู่ที่ประชุม กกต. ในวันพรุ่งนี้ (20 พ.ย.) จากนั้นเมื่อ กกต. ให้ความเห็นชอบ ก็สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้เลย โดยขณะนี้มีพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือก ส.ว. มีผลใช้บังคับแล้วตั้งแต่เมื่อวันที่ 16 พ.ย. ที่ผ่านมา การจับสลากเลือกผู้ตรวจการเลือกตั้งจึงถือเป็นขั้นตอนแรกในการเลือก ส.ว. และการกำหนดวันรับสมัครรวมถึงการเลือก ส.ว. แต่ละระดับ คาดว่าจะเป็นไปตามปฏิทิน กกต. ที่กำหนดไว้ คือ เปิดรับสมัคร 26 – 30 พ.ย. เลือกระดับอำเภอ 16 ธ.ค. เลือกระดับจังหวัด 22 ธ.ค. และเลือกระดับประเทศ 27 ธ.ค.

 

ปธ.กกต. ยัน กำหนดเลือก ส.ว. ไม่เคลื่อน

 

ปธ.กกต. ยัน กำหนดเลือก ส.ว. ไม่เคลื่อน

นายอิทธิพร กล่าวว่า การแบ่งเขตเลือกตั้งของ กกต. ไม่มีอะไรเคลื่อนไปจากที่กฎหมายกำหนด โดยในคำสั่ง คสช. ที่ 13/61 ระบุให้ กกต. แบ่งเขตเลือกตั้งให้แล้วเสร็จก่อน พ.ร.ป. ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มีผลใช้บังคับในวันที่ 11 ธ.ค. 61 เช่นเดียวกับคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 16/2561 ที่ออกมาล่าสุด แต่ยอมรับว่าการประกาศแบ่งเขตเลือกตั้งอาจจะคลาดเคลื่อนไปจากปฏิทินของ กกต. ที่กำหนดไว้ในระเบียบว่าด้วยการแบ่งเขตเลือกตั้ง ซึ่งมีสาเหตุมาจากเรื่องของสุขภาพ ที่ตนต้องไปผ่าตัดตา ยืนยันว่า กกต. ได้พิจารณาแบ่งเขตเลือกตั้งรอบแรกเสร็จตั้งแต่วันที่ 5 พ.ย. และอยู่ในระหว่างทบทวนความถูกต้องก่อนนำไปประกาศ แต่เกิดปัญหาสุขภาพของตน จึงทำให้เวลาการประกาศแบ่งเขตเลือกตั้งในราชกิจจานุเบกษาไม่เกินวันที่ 10 พ.ย. เคลื่อนออกไป ทั้งๆ ที่เราตั้งใจยึดถือปฏิบัติตามระเบียบให้ได้มากที่สุดแล้ว อย่างไรก็ตาม ระเบียบของ กกต. ก็เปิดช่องให้ขยายเวลาได้

“ขณะนี้ผมยังไม่ขอตอบคำถามเรื่องการแบ่งเขตเลือกตั้งว่าจะต้องมีการรื้อใหม่ทั้งหมดหรือไม่ รวมถึงไม่ขอตอบเรื่องแนวทางปฏิบัติของ กกต. หลังมีคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 16/61 ออกมา ทั้งเรื่องการรับการร้องเรียนที่เปิดให้ร้องเรียนได้ 3 ช่องทาง คือ ผ่าน คสช. รัฐบาล และ กกต. รวมถึงการแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ว่าจะยึดแนวทางใด เนื่องจากเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องขอหารือกับที่ประชุม กกต. เพื่อให้ได้มติร่วมกันก่อน จึงจะให้รายละเอียดได้” นายอิทธิพร กล่าว

เมื่อถามถึงกระแสข่าวเรื่องใบสั่งจากผู้มีอำนาจให้เปลี่ยนแปลงเขตเลือกตั้ง นายอิทธิพร กล่าวว่า ตนไม่คิดเช่นนั้น เพราะได้บอกแล้วว่า คำสั่งหัวหน้า คสช. ทั้งฉบับที่ 13/61และ 16/61 ล้วนกำหนดให้แบ่งเขตเลือกตั้งก่อนกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส. มีผลบังคับใช้ไม่แตกต่างกัน ซึ่ง กกต. ให้ความมั่นใจได้ว่าเมื่อเรามีหน้าที่แบ่งเขตเลือกตั้งก็จะปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย และจะต้องแบ่งให้ทันก่อนกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส. มีผลบังคับใช้ โดยยืนยันได้ว่าจะไม่แบ่งเขตตามคำร้องขอของผู้มีอำนาจ เพราะคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 16/61 ก็ยังบอกว่าการแบ่งเขตเลือกตั้งให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด