หยั่งเสียงเลือกหัวหน้าพรรคพร้อมแล้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/350380

หยั่งเสียงเลือกหัวหน้าพรรคพร้อมแล้ว

การเมือง,กกตพรรค,ประชาธิปัตย์,หยั่งเสียง,เลือก,หัวหน้าพรรค,อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ,วรงค์ เดชกิจวิกรม,อลงกรณ์ พลบุตร,แอปพลิเคชัน,จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์,ชุมพล กาญจนะ

กกต.พรรค เผย หยั่งเสียงเลือกหัวหน้า ปชป. พร้อมแล้ว ‘จุรินทร์’ เปิดศูนย์บัญชาการฯ (1 พ.ย.) ใช้สิทธิ์เป็นคนแรก

               เมื่อวันที่ 31 ต.ค. 61 ที่ พรรคประชาธิปัตย์  คณะกรรมการการหยั่งเสียงเลือกหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (กกต.พรรค) แถลงข่าวถึงความพร้อมในกระบวนการการหยั่งเสียงเลือกหัวหน้าพรรค ที่จะเริ่มในวันพรุ่งนี้ (1 พ.ย.)

นายชุมพล กาญจนะ ประธาน กกต.พรรค แถลงว่า อุปกรณ์ในการหยั่งเสียง ได้เข้าสู่พื้นที่หน่วยออกเสียงครบถ้วนเกือบ 100% โดยได้มีการติดตั้งทดลองระบบเรียบร้อยแล้ว จำนวน 230 เครื่อง โดยเฉพาะที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ จะมีการติดตั้งเครื่องลงคะแนนให้สมาชิกได้ใช้สิทธิ์เลือกผู้สมัครเข้ารับการหยั่งเสียง จำนวน 25 เครื่อง โดยในวันพรุ่งนี้ (1 พ.ย.) เวลา 07.30 น. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ในฐานะรักษาการหัวหน้าพรรค จะเป็นผู้เปิดศูนย์บัญชาการการหยั่งเสียงของพรรค และจะเป็นผู้ใช้สิทธิ์เป็นคนแรก จากนั้นสมาชิกพรรคก็จะใช้สิทธิ์ไปตามลำดับจนถึงเวลา 18.00 น.

นางเจิมมาศ จึงเลิศศิริ เลขาฯ กกต.พรรค กล่าวว่า ในส่วนของแอปพลิเคชันของการหยั่งเสียงนั้น สมาชิกสามารถโหลดได้ตั้งแต่หลังเที่ยงคืนของคืนนี้ คือตั้งแต่เวลา 00.01 น. ของวันที่ 1 พ.ย. เป็นต้นไป และเมื่อโหลดแล้วก็สามารถใช้สิทธิ์ได้ทันที โดยการใช้สิทธิ์หยั่งเสียงผ่านแอปพลิเคชัน จะสิ้นสุดในช่วงเที่ยงคืนของวันที่ 3 พ.ย. ทั้งนี้ หากสมาชิกคนใดมีปัญหาในการลงคะแนนทั้งในหน่วยและในแอปพลิเคชัน ทางพรรคก็ได้จัดเตรียมเจ้าหน้าที่ที่มีความรู้ความชำนาญด้านไอทีไว้ติดต่อสอบถามและอธิบายให้สมาชิกเข้าใจได้ หรือจะโทรศัพท์สอบถามไปที่เบอร์ 02 828 1000 ซึ่งจะมีทั้งหมด 10 คู่สาย ไว้บริการตอบคำถาม และยังมีสื่อโซเชียลทางการของพรรค เอาไว้คอยอธิบายและชี้แจงกับสมาชิกผู้มีสิทธิ์ด้วย อีกทั้งในการใช้สิทธิ์หยั่งเสียงที่พรรค ก็จะมีการตั้งเครื่องลงคะแนนไว้ที่ชั้นล่าง 5 เครื่อง สำหรับอำนวยความสะดวกแก่ผู้สูงอายุอีกด้วย

นายธนา ชีรวินิจ ในฐานะ กกต.พรรค ระบุว่า เมื่อวานนี้ (30 ต.ค.) กกต.พรรค เจ้าหน้าที่ด้านไอทีของพรรค และตัวแทนผู้สมัครเข้ารับการหยั่งเสียงทั้ง 3 ราย ได้ประชุมเพื่อกำหนดมาตรการที่สำคัญ โดยหวังให้การหยั่งเสียงเป็นไปอย่างถูกต้องและยุติธรรม โดยวางมาตรการไว้ 2 – 3 ประการ เพราะเกรงว่าอาจจะมีผู้ไม่หวังดีเข้ามาดำเนินการให้การหยั่งเสียงต้องเสียไป หรือเปลี่ยนแปลงผลให้คลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง โดยหลักเกณฑ์ที่สำคัญที่กำหนดไว้คือ เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ดำเนินการหยั่งเสียงนั้น ทางเจ้าหน้าที่ไอทีจะมีการตั้งระบบที่เซิร์ฟเวอร์ เพื่อให้ทางเจ้าหน้าที่ส่งสัญญาณเตือนและตัดคะแนนเสียงที่มีความผิดปกติทันที ในกรณีที่มีการใช้สิทธิ์แบบรวดเร็วผิดปกติกว่ามาตรฐานที่เครื่องจะรองรับได้ และหากว่ามีหน่วยลงคะแนนใดมีการใช้สิทธิ์เกินกว่าที่ตั้งไว้ เช่น หากมีคนใช้สิทธิ์ในหน่วยเกินกว่า 1,000 คน ก็ให้ กกต.พรรค ใช้ดุลยพินิจว่ามีความผิดปกติหรือไม่ และจะต้องไปดำเนินการว่าจะให้คะแนนในหน่วยเลือกตั้งนั้นเป็นอย่างไร

“การที่ กกต.พรรค พยายามทำงานอย่างเต็มที่ เพราะว่าปัญหาระบบไอทีเป็นปัญหาที่แก้อีกจุดหนึ่งก็จะไปเจออีกจุดหนึ่ง แต่ท้ายที่สุดเราก็เห็นพ้องต้องกันว่า ระบบที่จะดำเนินการในวันพรุ่งนี้ และก็วันที่ 5 พฤศจิกายน เป็นระบบที่ทุกคนยอมรับได้แล้ว และศูนย์บัญชาการของ กกต.พรรค ขณะนี้มีเจ้าหน้าที่ด้านไอทีจากทุกฝ่าย ก็ได้มามอนิเตอร์ว่าจุดเลือกตั้งไหนที่มีปัญหาหรือความผิดปกติ ก็จะรายงานให้ กกต.พรรค ทราบ เพื่อให้มีการพิจารณาตัดสินว่าจะต้องดำเนินการอย่างไรต่อไป” นายธนา กล่าว

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การหยั่งเสียงเพื่อเลือกหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์นั้น มีผู้สมัครเข้ารับการหยั่งเสียง 3 ราย คือ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หมายเลข 1 นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หมายเลข 2 และนายอลงกรณ์ พลบุตร หมายเลข 3 โดยทาง กกต.พรรค ได้เปิดโอกาสให้สมาชิกสามารถเลือกผู้สมัครได้ 2 ช่องทาง คือ ทางแอปพลิเคชัน จะใช้สิทธิ์ได้ตั้งแต่วันที่ 1 – 3 พ.ย. และทางหน่วยเลือกตั้ง สามารถใช้สิทธิ์ได้ในวันที่ 1 พ.ย. ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ภาคเหนือ และภาคกลาง และในวันที่ 5 พ.ย. ในพื้นที่ภาคอีสานและภาคใต้ โดยทั้ง 2 วัน สามารถใช้สิทธิ์ได้ตั้งแต่เวลา 08.00 – 18.00 น. และหลังจากนั้นก็จะนำผลการหยั่งเสียงที่ได้ เป็นส่วนหนึ่งในการพิจารณาเลือกหัวหน้าพรรค ในการประชุมใหญ่วิสามัญของพรรค ครั้งที่ 2/2561 ในวันที่ 11 พ.ย. นี้ ที่ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ ต่อไป

“บิ๊กตู่” ย้ำ ประเทศเดินสู่ประชาธิปไตย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/350375

“บิ๊กตู่” ย้ำ ประเทศเดินสู่ประชาธิปไตย

การเมือง,นายกฯ,ประยุทธ์,เลือกตั้ง,หวัง,สิ่งเดิมๆ จะไม่เกิด,ประชาธิปไตย

“บิ๊กตู่” มอบโอวาท “เยาวชน” ชู “ไทย” เป็นศูนย์กลางอาเซียน ย้ำ ประเทศเดินสู่ “ประชาธิปไตย” หวัง สิ่งเดิมๆ จะไม่เกิด

               31 ต.ค. 61  เมื่อเวลา 13.30 น. ที่ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล  นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม นำคณะเยาวชนที่ชนะการประกวดด้านศิลปวัฒนธรรมในต่างประเทศ อาทิ คณะนักร้องประสานเสียงสวนพลู หุ่นละครเล็ก นาฏยบางกอก โรงเรียนสุรนารีวิทยา เข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โดยคณะนักร้องประสานเสียงสวนพลู ได้แสดงการขับร้องเสียงประสานเพลง “อโยธยาคู่ฟ้า”

จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ได้กล่าวให้โอวาทกับเยาวชนว่า ตนรู้สึกปลาบปลื้มและตื้นตันในความสามารถของทุกคนที่ได้รับรางวัลมา และรู้สึกมีความภาคภูมิใจที่ได้เกิดเป็นคนไทย ในประเทศอันเป็นที่รักยิ่งของเรา เรามีโอกาสแสดงออกให้คนภายนอกได้เห็นความเข้มแข็ง ความมีสมรรถนะ และความเก่งกล้าสามารถในทางที่ถูกที่ควรอย่างสร้างสรรค์ ตนจะขอสนับสนุนต่อไป ซึ่งต่างประเทศเขาชื่นชมยกย่องเรา เราก็ต้องชื่นชมคนของเราเอง เพื่อนำพาประเทศไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน

ทั้งนี้ ประเทศเรามีหลายอย่างที่เป็นเรื่องดี อาทิ เราเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคอาเซียน ความร่วมมือใดที่ผ่านมาถึงไทยจะอยู่ตรงกลาง เราเป็นผู้นำทางพฤตินัย เรามีศักยภาพมากมาย ทั้งธรรมชาติ อาหาร และคน สิ่งเหล่านี้บรรพบุรุษได้สร้างไว้ให้ เราก็มีหน้าที่สืบสาน ต่อยอด อย่างที่แนวพระราโชบายของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงรับสั่งไว้ ให้เราสืบสานสิ่งที่ดีงามให้ถึงลูกหลานเราในอนาคต

นอกจากนี้ การที่ได้รับรางวัลมาถือเป็นบางส่วน ซึ่งมีอีกหลายส่วนที่ยังไม่มีโอกาส ก็เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะต้องให้เกิดการพัฒนาในสิ่งเหล่านี้ให้มากขึ้น ที่อาจจัดให้มีการประกวดภายในประเทศกันให้มากยิ่งขึ้น ในแต่ละภาค แต่ละกิจกรรม เพื่อที่จะสร้างคนที่มีศักยภาพให้มากขึ้นในสังคม ในทุกกลุ่มจังหวัด เพราะเราต้องการให้ประเทศของเราเจริญเติบโตทัดเทียมกัน ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเป็นธรรม การสร้างการเรียนรู้ การเพิ่มขีดความสามารถจึงต้องกระจายไปในทุกภูมิภาคของประเทศ

               พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ไม่มีอะไรที่จะได้มาง่ายๆ และไม่มีอะไรที่ยากเกินกว่าที่คนไทยจะทำได้ สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่เราเป็นคนไทย จะเห็นว่ามีทั้งดีและไม่ดี ถ้าไม่ดีอาจจะไม่เข้าใจ หรืออาจจะทำเพื่อหวังผลอื่น เราก็ปล่อยเขาไป และคนดีต้องทำให้คนเหล่านั้นกลับคืนมาสู่สังคมใสนสิ่งที่ดี และปฏิบัติภายใต้กฎหมายเดียวกัน เพื่อจะสร้างโอกาสแห่งความเท่าเทียมให้ทุกคน เราต้องทำความเข้าใจให้สังคมรู้ว่าวันนี้เราต้องการสังคมที่สงบ และมีเสถียรภาพด้านความมั่นคง การค้า การลงทุน เศรษฐกิจถึงจะดีขึ้น ถ้าเรานั่งเฉยๆ รอการช่วยเหลือ มันก็จะไม่เกิดขึ้น เรากำลังเดินหน้าไปสู่ความเป็นประชาธิปไตยในเร็วๆ นี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าสิ่งต่างเดิมๆ จะไม่เกิดขึ้นอีก เพราะฉะนั้นอยู่ที่พวกเราเยาวชนทุกคน อย่างไรก็ตาม วันนี้ตนก็อยากจะฟังคนออกมาพูดนู่นพูดนี่ เขาพูดในสิ่งเหล่านี้หรือยัง ว่าเขาจะทำยังไงต่อไป อย่าฟังในสิ่งที่เราอยากจะฟัง หรือสิ่งที่เขาอยากจะพูด มันต้องมีเหตุมีผล มีหลักคิด

อย่างไรก็ตาม อะไรก็ตามที่อยู่ในสื่อโซเชียลต่างๆ ถ้าตนไม่ดูก็อาจจะไม่ทันสมัย แต่ถ้าดูแล้วก็ต้องดูว่าจะเชื่อได้หรือไม่ จะเชื่อได้สักกี่เปอร์เซ็นต์ ไม่ใช่คล้อยตามกันไปโดยที่ไม่มีเหตุผล ไม่มีหลักคิด หลักการ ทุกคนต้องมีหลักคิดของตัวเองที่เรียกว่าภูมิต้านทาน ซึ่งได้มาจากความรู้ คุณธรรม ศีลธรรม ศาสนาทุกศาสนาสอนให้ทุกคนเป็นคนดี นั่นแหละคือภูมิคุ้มกันที่ดีของเรา ขอให้ช่วยกันทำให้บ้านเมืองสงบสุขต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังเปิดงาน พล.อ.ประยุทธ์ ได้ถ่ายภาพร่วมกับเหล่าเยาวชนที่ได้รับรางวัลและได้เดินทักทาย พร้อมทั้งให้เยาวชนแสดงกิจกรรมที่ได้รับรางวัลอีกด้วย

 

"บิ๊กตู่" ย้ำ ประเทศเดินสู่ประชาธิปไตย

 

"บิ๊กตู่" ย้ำ ประเทศเดินสู่ประชาธิปไตย

 

"บิ๊กตู่" ย้ำ ประเทศเดินสู่ประชาธิปไตย

 

"บิ๊กตู่" ย้ำ ประเทศเดินสู่ประชาธิปไตย

 

"บิ๊กตู่" ย้ำ ประเทศเดินสู่ประชาธิปไตย

 

"บิ๊กตู่" ย้ำ ประเทศเดินสู่ประชาธิปไตย

 

"บิ๊กตู่" ย้ำ ประเทศเดินสู่ประชาธิปไตย

 

"บิ๊กตู่" ย้ำ ประเทศเดินสู่ประชาธิปไตย

 

"บิ๊กตู่" ย้ำ ประเทศเดินสู่ประชาธิปไตย

 

"บิ๊กตู่" ย้ำ ประเทศเดินสู่ประชาธิปไตย

 

"บิ๊กตู่" ย้ำ ประเทศเดินสู่ประชาธิปไตย

“ดอน” ลั่น วางมือทางการเมือง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/350362

“ดอน” ลั่น วางมือทางการเมือง

การเมือง,ดอน ปรมัตถ์วินัย,ปัญหาด้านสุขภาพ,ไอมานาน,ยังไม่หาย,โล่งอก,วางมือทางการเมือง,เลือกตั้ง,ไม่ขอรับตำแหน่งใดๆ

“ดอน” โล่งหลังฟังคำตัดสินศาล ขอกลับไปทำงานด้วยสมาธิเต็มที่ ค้านดึงองค์กรต่างชาติสังเกตการณ์การเลือกตั้ง ย้ำ ไทยมีศักดิ์ศรีพอ ปชช. ดูแลเองได้

 

ที่ ศาลรัฐธรรมนูญ 31 ต.ค. 61 เวลา 15.00 น.  นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวภายหลังเข้ารับฟังคำวินิจฉัยของศาล ว่า ถือว่าเรื่องยุติแล้ว หลังจากนี้ต้องกลับไปทำงานด้วยสมาธิที่เต็มที่ เนื่องจากยังมีงานสำคัญรออยู่อีกมาก

ก่อนหน้านี้ ยอมรับว่าใช้เวลา 6 เดือน ในการเตรียมเอกสารเพื่อประกอบคำชี้แจงต่อศาล โดยเฉพาะในเดือน พ.ย. ซึ่งไทยจะเป็นประธานอาเซียน ในวันที่ 15 พ.ย. นี้ ส่วนบทบาททางการเมืองหลังจากนี้ ขอยืนยันว่า จะไม่เข้าไปอยู่ในสังกัดของพรรคการเมืองใด และไม่สมัครสมาชิกพรรคใด ในประเทศนี้ มีทรัพยากรบุคคลที่มีความรู้ความสามารถเพียงพอ พูดให้ชัด คือ หลังการเลือกตั้งจะไม่ขอรับตำแหน่งใดๆ ในทางการเมือง แต่ถ้าจะมานั่งพูดคุย ปรึกษาหารือในเรื่องการต่างประเทศซึ่งตนมีความถนัด ก็พร้อมให้ความช่วยเหลือ และยอมรับเหตุผลของการตัดสินใจมาจากปัญหาด้านสุขภาพ ไอมานาน 6 เดือนยังไม่หาย

ส่วนข้อเรียกร้องให้มีองค์กรต่างประเทศเข้ามาสังเกตการณ์การเลือกตั้งที่จะมีขึ้นนั้น นายดอน กล่าวว่า ส่วนตัวมองว่าการเลือกตั้งเป็นกิจการภายในของประเทศ แต่ละประเทศสามารถดำเนินการได้โดยไม่ต้องให้ต่างชาติเข้ามาจับตามอง โดยประชาชนแต่ละประเทศมีความสำคัญและจำเป็นมากกว่า สามารถสังเกตการณ์การเลือกตั้งของประเทศตัวเองได้ดีกว่าคนต่างชาติ นอกจากนี้การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นถือเป็นการนับหนึ่งใหม่ ดังนั้น การดูแลปกครองตัวเองที่ยังต้องให้ต่างชาติเข้ามาสังเกตการณ์จึงไม่เป็นมงคลของการเริ่มต้นใหม่ โดยที่ผ่านมาการเลือกตั้งที่ถูกต่างประเทศเข้ามาสังเกตการณ์จะเกิดกับประเทศที่มีปัญหาไม่ดี สำหรับไทยเป็นประเทศที่มีศักดิ์ศรี คงไม่อยากถูกมองว่าเป็นประเทศที่มีปัญหา

“รัฐบาลปัจจุบันมาจากการรัฐประหารก็จริง แต่แตกต่างจากรัฐประหารทั่วโลก เพราะไม่มีการห้ามหรือริดรอนสิทธิ์ความเป็นอยู่ของประชาชน และไม่ได้ทำอะไรเกินเลยจนกระทบความเป็นอยู่ในวิถีชีวิตของประชาชนส่วนใหญ่ มีทูตบางประเทศมาคุยกับผม ยกมาตรา 112 มาสอบถามว่าทำไมต้องมีกฎหมายริดรอนการแสดงความเห็น ผมก็ได้ถามกลับไปว่า ประเทศของท่านไม่มีมาตรการหรือข้อบังคับเฉพาะเรื่องหรืออย่างไร ในประเทศไทยมาตรา 112 นั้นคนไทยรับรู้กันดี หากลองนับจำนวนคนที่ไม่เห็นด้วย ก็จะพบว่ามีแค่หยิบมือเดียวแล้วจะเป็นปัญหาได้อย่างไร ในเมื่อคนส่วนใหญ่ไม่ได้มองว่าเป็นปัญหา ส่วนมาตรการพิเศษต่างๆ ที่ออกมาทำเพื่อประโยชน์บ้านเมืองความสงบเรียบร้อย ข้อห้ามการชุมนุมทางการเมืองก็เพื่อให้บ้านเมืองสามารถเดินต่อไปได้ ในเรื่องความคิดความเห็นสามารถแสดงออกผ่านสื่อต่างๆ ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมาไม่ได้มีข้อห้าม” นายดอน กล่าว

"ดอน" ลั่น วางมือทางการเมือง

 

"ดอน" ลั่น วางมือทางการเมือง

 

“ชทพ.” แนะรัฐบาลถาม “กกต.” ก่อนปลดล็อก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/350359

“ชทพ.” แนะรัฐบาลถาม “กกต.” ก่อนปลดล็อก

การเมือง,เลือกตั้ง,วราวุธ ศิลปอาชา,กกต,นายกฯ,ประยุทธ์,คสช,ปลดล็อก,เรียบร้อย,สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ,ภูมิใจไทย,ชาติไทยพัฒนา

ชทพ. แนะรัฐบาลถาม กกต. ก่อนปลดล็อก หวั่นเวลาทำงานไม่พอจัดเลือกตั้งที่เรียบร้อย

               ที่ รัฐสภา 31 ตุลาคม 2561  นายวราวุธ ศิลปอาชา แกนนำกลุ่มคนรุ่นใหม่ พรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เตรียมพิจารณาปลดล็อกทางการเมือง ในช่วงปลายพฤศจิกายน หรือ ต้นเดือนธันวาคม ว่า

ในส่วนของพรรคการเมืองไม่มีปัญหา เพราะสามารถทำงานได้ทัน และคาดว่าช่วงการปลดล็อกดังกล่าวจะต้องเกิดขึ้นก่อนที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. พ.ศ. 2560 มีผลบังคับใช้ในวันที่ 12 ธันวาคม 2561 เพราะเมื่อกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าวมีผลบังคับใช้ ส่วนที่เกี่ยวข้องต้องจัดการเลือกตั้งให้ได้ตามปฏิทินที่กำหนดไว้

นายวราวุธ กล่าวด้วยว่า สำหรับพรรคการเมืองตนมองว่าไม่มีปัญหา แต่กังวลในเรื่องการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ต้องเตรียมพร้อมจัดการเลือกตั้ง รวมถึงทำหน้าที่ตรวจสอบรายละเอียดของพรรคการเมือง ทั้ง สมาชิกพรรค , จดทะเบียนจัดตั้งพรรค รวมไปถึงการประกาศเขตเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ ที่ล่าสุด กกต. ยังไม่สามารถประกาศเขตเลือกตั้งได้

“หากตามแผน เดือนพฤศจิกายน กกต. ต้องประกาศเขตเลือกตั้ง จากนั้นต้องเตรียมพร้อมเขตเลือกตั้ง นอกจากนั้นยังมีการตรวจสอบนโยบายหาเสียงที่พรรคจะใช้หาเสียง ต้องคุยกับ กกต. เพื่อให้เวลาที่เพียงพอต่อการจัดการเลือกตั้งที่เรียบร้อย” นายวราวุธ กล่าว

               นายวราวุธ ยังกล่าวถึงกรณีที่ นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ลาออกจากพรรคชาติไทยพัฒนา และย้ายสังกัดไปอยู่กับพรรคภูมิใจไทย ว่า ตนขอให้กำลังใจในการทำงานทางการเมือง อย่างไรก็ตาม นายสิริพงศ์ถือเป็นคนในครอบครัว ดังนั้น อนาคตยังถือว่าทำงานร่วมกันได้ ส่วนการย้ายพรรคดังกล่าว ตนเชื่อว่าจะไม่กระทบต่อการดูแลในพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ หรือพื้นที่ภาคอีสาน เนื่องจาก นายอนุรักษ์ จุรีมาศ รองหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา เป็นผู้ที่ดูแลพื้นที่ภาคอีสาน ดังนั้น หากมีบุคคลที่เหมาะสมจะลงสมัครรับเลือกตั้งในพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ จะพิจารณาส่งสมัคร เพราะการเลือกตั้งครั้งหน้าทุกคะแนนมีความสำคัญ

“สุรชัย สมบัติเจริญ” โฆษกพรรคพลังไทสร้างชาติ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/350051

“สุรชัย สมบัติเจริญ” โฆษกพรรคพลังไทสร้างชาติ

การเมือง,สุรชัย สมบัติเจริญ,ลงเล่นการเมือง,โดดเล่นการเมือง,โฆษกพรรค,พรรคพลังไทสร้างชาติ,กกต,ณภัคธร ชัยสงคราม,แก้ปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำ

“สุรชัย สมบัติเจริญ” ร่วมงานการเมือง จัดตั้งพรรคพลังไทสร้างชาติ ยื่นเอกสารจดจองจัดตั้งพรรคการเมือง ชูนโยบายช่วยเหลือเกษตรกร แก้ปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำ

               สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) 29 ต.ค. 61  นายณภัคธร ชัยสงคราม ว่าที่หัวหน้าพรรคพลังไทสร้างชาติ พร้อมด้วย นายสุรชัย สมบัติเจริญ ศิลปินลูกทุ่งชื่อดัง เดินทางเข้ายื่นขอจดจองจัดตั้งพรรคพลังไทสร้างชาติ ต่อสำนักงาน กกต.

นายณภัคธร กล่าวว่า ปัจจุบันตนดำรงตำแหน่งนายกสมาคมการค้าลานเทปาล์มน้ำมัน จ.สุราษฎร์ธานี และประธานสมาพันธ์ลานเทปาล์มแห่งประเทศไทย จึงรู้ปัญหาของเกษตรกรดีว่าได้รับผลกระทบอะไรบ้าง โดยเฉพาะปัจจุบันเกษตรกรประสบปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำกว่าราคาต้นทุน การจัดตั้งพรรคครั้งนี้ได้รับการผลักดันจากเกษตรกรฐานราก นโยบายของพรรคจึงเน้นในเรื่องการแก้ไขปัญหาราคาสินค้าเกษตรทุกชนิด จะต้องไม่ต่ำกว่าต้นทุนการผลิต ถนนลาดยางทุกเส้นในประเทศต้องมีส่วนผสมของยางพารา ผลักดันให้ปาล์มน้ำมันเป็นส่วนผสมในน้ำมันที่ปัจจุบันเป็น B 7 ให้เป็น B 10 และให้การผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าให้ใช้พลังงานจากปาล์มน้ำมัน รวมทั้งให้สามารถแปลงวุฒิศึกษาเป็นสินทรัพย์ ซึ่งนโยบายทั้งหมดไม่ได้เป็นนโยบายเพ้อฝัน สามารถจับต้องและทำให้เป็นจริงได้ ผู้สมัครของพรรคมีความหลากหลาย แต่ร้อยละ 50 เป็นตัวแทนจากภาคเกษตรกร โดยพรรคจะส่งผู้สมัครทั้ง 350 เขต

"สุรชัย สมบัติเจริญ" โฆษกพรรคพลังไทสร้างชาติ

 

"สุรชัย สมบัติเจริญ" โฆษกพรรคพลังไทสร้างชาติ

นายสุรชัย กล่าวว่า ตนมีความสนใจงานทางการเมืองอยู่แล้ว ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ที่ได้มาทำงานการเมือง ซึ่งถือว่าท้าทายมาก โดยได้รับการชักชวนจากหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรค เนื่องจากมีความคุ้นเคยกันมาก่อน และได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่โฆษกพรรค สำหรับพรรคพลังไทสร้างชาติ ไม่ฝักใฝ่ข้างใดข้างหนึ่ง เป็นพรรคเล็กๆ ที่อาสาเข้ามาทำงาน มีนโยบายของพรรค คือ สร้างคน สร้างงาน สร้างชาติ ด้วยความสุจริต ซึ่งส่วนตัวยังไม่ได้ตัดสินว่าจะลงเลือกตั้งหรือไม่ แต่ก็พร้อมจะทำงานทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง โดยต้องการนำประสบการณ์ในวงการเพลงเข้ามาช่วยดูแลในเรื่องปัญหาลิขสิทธิ์เพลงที่ยังไม่มีความเป็นธรรม

นายกฯ ไม่ได้ฟังเรื่องไร้สาระในโซเชียล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/350050

นายกฯ ไม่ได้ฟังเรื่องไร้สาระในโซเชียล

การเมือง,นายกฯ,ประยุทธ์,เรื่องไร้สาระ,โซเชียล,รับผิดชอบ,เต้น,โล้ชิงช้า,อาข่า

นายกฯ ร่วมเต้น – โล้ชิงช้า กับ ชาวอาข่า ชี้ อย่าสนใจเรื่องไร้สาระในโซเชียล ลั่น ไม่ทำอะไร แต่อย่าผิด ก.ม.

               29 ต.ค. 61  เมื่อเวลา 14.00 น.  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. พร้อมคณะนายกรัฐมนตรี เดินทางมาถึงบ้านเมืองรวง ได้เข้าเยี่ยมชมร้านกาแฟของชาวอาข่า โดยมีพี่น้องชาวอาข่าจำนวนมากมาให้การต้อนรับ และแสดงการเต้นประจำเผ่าอาข่าต้อนรับ นายกฯ และคณะ

ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ เองก็ได้แวะร่วมเต้นกับชาวบ้านและทักทายสอบถามถึงชุดแต่งกายประจำเผ่า พร้อมชื่นชมว่ามีความสวยงาม และยังร่วมเต้นพื้นเมืองอาข่าด้วย นอกจากนี้ยังได้ทดสอบเครื่องเล่นประจำเผ่าอาข่า คือ การโล้ชิงช้า ซึ่งได้รับเสียงชื่นชมและปรบมือจากพี่น้องชาวอาข่าที่มารอต้อนรับ ในขณะที่เสียงชาวอาข่าให้กำลังใจพร้อมกับบอกเทคนิคในการโล้ชิงช้าให้แก่ นายกฯ เมื่อลงจากชิงช้า นายกฯ มีอาการเขวเล็กน้อย ซึ่ง นายกฯ ก็ได้กล่าวว่า “ไม่เป็นไร เหมือนโดดร่ม”

จากนั้น นายกฯ ได้นั่งรถรางเยี่ยมชมหมู่บ้านต้นแบบเมืองรวง อาทิ หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงดีเด่น บ้านเพาะพันธุ์ เมล็ดพันธุ์ ในมูลนิธิของ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งถือเป็นหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบของจังหวัดเชียงราย และเป็นหมู่บ้านชุมชนท่องเที่ยวโอท็อปนวัตวิถีต้นแบบด้วย ก่อนที่จะพบปะกับพี่น้องประชาชน ซึ่งเป็นตัวแทนจาก 4 จังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 ได้แก่ เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน

นายกฯ ไม่ได้ฟังเรื่องไร้สาระในโซเชียล

               ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวบนเวทีตอนหนึ่งว่า “ยุคนี้ เป็นยุค 4.0 บางอย่างต้องใช้เทคโนโลยีหุ่นยนต์เข้ามาช่วย ท่านเองต้องปรับตัว บอกว่าสินค้าออนไลน์ส่งผลกระทบกับตัวเอง ซึ่งท่านก็ต้องไปปรับให้มีออนไลน์เพื่อเรียนรู้โลกโซเชียล อย่าไปสนับสนุน อย่าไปดู มันเสียเวลา ถ้าดูออนไลน์ให้ดูเรื่องค้าขาย อย่าสนใจเรื่องไร้สาระ ผมไม่ทำอะไรเขาหรอก ผมไม่สนใจ ไม่ได้ฟัง อย่าไปฟัง ถ้าสังคมยอมรับได้ก็ว่าไป สังคมต้องรับเอาเองว่าวันข้างหน้าจะเป็นอย่างไรต่อไป คอยดูนะ ต่างประเทศเขาเปิดอิสระเสรี แล้วลูกหลานท่านจะเป็นอย่างไรต่อไปก็ไม่รู้นะ ลูกหลานท่านมีปัญหาใช้คำพูดหยาบคาย ท่านก็รับผิดชอบกันเอาเอง ผมทำอะไรไม่ได้มากกว่านี้ ใช้กฎหมายก็มีปัญหา แต่เขาก็อยากให้ใช้กฎหมาย ปัญหาจะตามมาทีหลัง อย่าไปสนับสนุนคนเหล่านี้ ผมไม่ทำอะไรทั้งนั้น แต่ทำอะไรก็ตามอย่าให้ผิดกฎหมายก็แล้วกัน เพราะถ้าบังคับใช้กฎหมายก็หาว่าไปละเมิดสิทธิมนุษยชน แล้วถามว่ามันทำได้หรือไม่ ผิดกฎหมายแล้วหนีไปต่างประเทศได้ไหม แล้วด่าผมโครมๆๆ ผมก็ไม่ได้ไปแตะต้อง นี่ผมเริ่มโมโหแล้ว ผมไม่เคยแตะต้องอะไรซักอย่าง เอาเป็นว่าใช้ออนไลน์ในสิ่งที่เป็นประโยชน์ก็แล้วกัน”

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ผ่านมาเห็นเขียนป้ายกันไว้ว่า เป็นหมู่บ้านไม่ขายเสียง แล้วทำได้จริงหรือเปล่า จะทำหมู่บ้านให้เป็นหมู่บ้าน ไม่ซื้อเสียงด้วยได้หรือไม่ แล้วถ้าใครเข้ามาพูดจาให้ร้ายก็ให้ไล่ออกไป

หลังจากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ได้ร่วมปล่อยพันธุ์ปลาพื้นเมือง และเยี่ยมชมกิจกรรมพัฒนาของหมู่บ้านบ้านเมืองรวง และผลิตภัณฑ์สินค้าโอท็อปชุมชน โดยในช่วงท้ายนายกรัฐมนตรีสักการะพระประธานในอุโบสถวัดท่าไคร้ ก่อนไปตรวจเยี่ยมโครงการศูนย์รังสีรักษา และโครงการผลิตแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวที่โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่านายกรัฐมนตรีได้นั่งรถโตโยต้า อัลพาร์ด ทะเบียน 5 กล – 9909 เดินทางมาเยี่ยมเยียนชาวบ้านที่ จ.เชียงราย

นายกฯ ไม่ได้ฟังเรื่องไร้สาระในโซเชียล

 

“คุณหญิงหน่อย” นำธง ปชช. มี “รายได้ที่มีศักดิ์ศรี”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/350042

“คุณหญิงหน่อย” นำธง ปชช. มี “รายได้ที่มีศักดิ์ศรี”

การเมือง,เพื่อไทย,คุณหญิงหน่อย,นำธง,รายได้ที่มีศักดิ์ศรี,เลือกตั้ง,ประชาธิปไตย,สืบทอดอำนาจ,เลือกอนาคต

“คุณหญิงหน่อย” นำธง “เพื่อไทย” ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์เตรียมการเลือกตั้ง ชี้ มี 2 แนวทาง “ประชาธิปไตย – สืบทอดอำนาจ” ประชาชนต้องเลือกอนาคตของตนเอง

               นายชวลิต วิชยสุทธิ์ อดีตรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย และอดีต ส.ส. นครพนม ให้สัมภาษณ์ว่า เมื่อวันที่ 28 ต.ค. ที่ผ่านมา พรรคเพื่อไทยได้จัดให้มีการประชุมใหญ่ มีวาระสำคัญเพื่อเลือกคณะกรรมการบริหารพรรค และคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้ง โดยมีรายชื่อคณะกรรมการบริหารพรรค และคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งของพรรคเผยแพร่ต่อสื่อมวลชนไปแล้วนั้น

ประการสำคัญในวันประชุมใหญ่ มีการเปิดตัว คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ เป็นประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์เตรียมการเลือกตั้งของพรรคเพื่อไทย เพื่อร่วมกับคณะกรรมการบริหาร แกนนำพรรค และผู้มีประสบการณ์หลากหลายสาขาทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง การศึกษา การเกษตร ฯลฯ เพื่อนำนโยบายที่ดีพร้อมปฏิบัติไปแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ซึ่งกว่า 4 ปี ที่ผ่านมา ประสบกับความทุกข์เข็ญในปัญหาเศรษฐกิจ ปากท้องอย่างยิ่ง ให้หมดสิ้นไป

การต่อสู้ทางการเมืองครั้งนี้ มีความแหลมคมอย่างยิ่ง เพราะมีอยู่สองแนวทางเท่านั้นที่ประชาชนจะตัดสินใจเลือกอนาคตของตนเอง นั่นคือ แนวทางประชาธิปไตย หรือ แนวทางการสืบทอดอำนาจของรัฐบาลที่กำลังบริหารประเทศอยู่ในเวลานี้ ซึ่งถึงกับส่ง 4 รัฐมนตรี มากุมบังเหียนพรรคการเมืองพรรคหนึ่งที่จัดตั้งขึ้นใหม่เพื่อรองรับการสืบทอดอำนาจดังกล่าว

ถ้าประชาชนเห็นว่า กว่า 4 ปี ที่ผ่านมา ประชาชนมีความสุขดี กินอิ่ม นอนอุ่น เงินเพิ่มพูนเต็มกระเป๋า หนี้สินไม่มี ก็เลือกพรรคที่ตั้งขึ้นใหม่โดยมีวาระพิเศษเพื่อสืบทอดอำนาจ แต่ถ้าเห็นว่า กว่า 4 ปี ที่ผ่านมา เงินในกระเป๋าหดหาย แต่ที่เพิ่มขึ้น คือ หนี้สิน ก็เลือกพรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตย ซึ่งในโลกข่าวสารปัจจุบันประชาชนตรวจสอบได้ นับว่าการเลือกตั้งครั้งนี้มีเพียงสองแนวทางดังกล่าวให้ประชาชนตัดสินใจอนาคตของตนเอง

สำหรับพรรคเพื่อไทยมีความพร้อมทั้งบุคลากร และนโยบาย “เราพร้อม” ด้วยบุคลากรที่มีคุณภาพ ด้วยความรู้ ความสามารถ ทั้งจากผู้มีประสบการณ์ผสานกับคนรุ่นใหม่ไฟแรงที่ขออาสาเข้ามาแก้ไขปัญหาของชาติและประชาชน “เราพร้อม” ด้วยนโยบายที่ดี ที่พร้อมปฏิบัติ เป็นนโยบายที่จับต้องได้ ปฏิบัติได้จริง จนเป็นที่ยอมรับจากประชาชนมากว่า 10 ปี และมีนโยบายใหม่ๆ ให้ทันกับโลกยุคใหม่ สร้างโอกาสให้ประชาชนที่จะเลือกชีวิตที่ดีขึ้น มี “รายได้ที่มีศักดิ์ศรี” จากนี้ไป คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์เตรียมการเลือกตั้ง จะนำทีมเพื่อไทยขับเคลื่อนยุทธศาสตร์พรรคด้วยการนำนโยบายของพรรคที่ดี ที่จับต้องได้ ปฏิบัติได้จริง นำเสนอต่อประชาชนอย่างทั่วถึง ทุกภาค ทั่วประเทศต่อไป

คสช.เบรค พรรคการเมือง อย่าฉวยโอกาสทำกิจกรรมแฝงปลุกปั่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/349937

คสช.เบรค พรรคการเมือง อย่าฉวยโอกาสทำกิจกรรมแฝงปลุกปั่น

คสช

คสช.เบรค พรรคการเมือง อย่าฉวยโอกาสทำกิจกรรมแฝงปลุกปั่น

คสช.เบรค พรรคการเมือง อย่าฉวยโอกาสทำกิจกรรมแฝงปลุกปั่น สร้างความเกลียดชัง แจง ส่งเจ้าหน้าที่ประกบ ดูแลความเรียบร้อย เข้ม บังคับใช้กฎหมาย คนบิดเบือนข้อมูล

วันที่ 28 ต.ค.2561 พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช ) ชี้แจงกรณี นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ระบุ มีทหารตามประกบการจัดกิจกรรมของพรรคอนาคตใหม่ว่า ยอมรับว่ามีเจ้าหน้าที่ร่วมสังเกตการณ์พรรคการเมือง หรือ ว่าที่พรรคการเมืองออกทำกิจกรรมต่างๆเป็นไปตามแนวทางดูแลความเรียบร้อยทั่วไป. โดยเชื่อว่าหากพื้นที่ไหนมีเจ้าหน้าที่ไปสังเกตุการณ์ก็จะเป็นในลักษณะดูภาพรวมกว้างๆ ทั่วไป และมีการเก็บรายละเอียดการจัดกิจกรรม เพื่อให้สามารถไปใช้ยืนยัน กรณีกลุ่มหรือพรรคการเมืองอื่นๆ สงสัยและกังวลเกี่ยวกับการทำกิจกรรมของพรคคการเมืองคู่แข่งนั้นๆได้

” เชื่อว่าเจ้าหน้าที่ไม่ได้ไปจำกัดสิทธิต่อการดำเนินการอะไร  ถ้าการกระทำต่างๆ อยู่ในกรอบกฎหมาย  โดยหลักๆเพื่อให้การดำเนินการต่างๆ เช่น การหาสมาชิกพรรคของกลุ่มหรือบุคคลสามารถดำเนินการไปได้ด้วยความเรียบร้อย  และอยู่ในกรอบการผ่อนคลายที่กำหนดให้สามารถทำบางกิจกรรมได้ในช่วงนี้  ซึ่งในทางปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ยังคงดำเนินการอย่างระมัดระวัง  เพื่อไม่กระทบต่อกิจกรรมตามวัตถุประสงค์ของพรรคการเมืองต่างๆ ที่ดำเนินนั้นๆอยู่ในกรอบที่กฎหมายกำหนด” พ.อ.วินธัย กล่าวและว่า

     ส่วนข้อกังวลว่าจะกระทบสิทธิเสรีภาพนั้น เชื่อว่าเป็นการสร้างวาทะกรรมของคนบางกลุ่มชี้นำสังคมว่า คสช.ละเมิดสิทธิ แต่การดำเนินการดังกล่าวยืนยันว่า ไม่กระทบกับสังคมส่วนใหญ่ โดยเฉพาะในการดำเนินชีวิตทั่วไป  อย่างไรก็ตาม คสช.ยังมีความจำเป็นบังคับใช้กฎหมายให้มีประสิทธิภาพและเท่าเทียมกัน โดยเฉพาะปกป้องสิทธิคนส่วนใหญ่ เช่น การให้ข้อมูลเท็จสังคม หรือ การหมิ่นประมาท

” และช่วงนี้ยังคงไม่อยากให้มีการดำเนินการใดๆ ที่สุ่มเสี่ยง หรือใช้เวทีนี้ผิดไปจากเจตนารมย์ เช่น. การแฝงให้ข้อมูลลักษณะปลุกปั่นสร้างกระแสความเกลียดชังกัน. หรือกรณีการใช้เวทีนี้เป็นที่แสดงออกทางอารมณ์เกลียดชังกันจนกระทบภาพบรรยากาศในการเดินหน้าประเทศ. อีกทั้งมองว่าในช่วงนี้ พรรคการเมือง หรือ กลุ่มการเมืองส่วนใหญ่เข้าใจการทำงานของเจ้าหน้าที่ในการสร้างและรักษาบรรยากาศที่จะเอื้ออำนวยต่อการเตรียมการเลือกตั้ง ” พ.อ.วินธัย กล่าว

ตามโผ “วิโรจน์” นั่ง หน.พรรคเพื่อไทย “ภูมิธรรม” แม่บ้านพรรค

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/349931

ตามโผ “วิโรจน์” นั่ง หน.พรรคเพื่อไทย “ภูมิธรรม” แม่บ้านพรรค

ตามโผ “วิโรจน์” นั่ง หน.พรรคเพื่อไทย “หญิงหน่อย”คุมบังเหียน กก.ยุทธศาสตร์

 

ตามโผ “วิโรจน์” นั่ง หน.พรรคเพื่อไทย “หญิงหน่อย”คุมบังเหียน กก.ยุทธศาสตร์ “ภูมิธรรม” แม่บ้านพรรค “กิตติรัตน์” นั่งรองหน.พรรคร่วมปลอดประสพ ส่วนน.ส.ลดาวัลย์ วงศ์ศรีวงศ์ เป็นโฆษกพรรคฯ

วันที่ 28 ต.ค.61 – ที่ชั้น 7 พรรคเพื่อไทย ถ.เพชรบุรีตัดใหม่เมื่อเวลา 14.00 น. นายดนุพร ปุณณกันต์ รองเลขาธิการพรรค ได้แถลงผลเลือก
คณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ และคณะกรรมการสรรหาผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งของพรรค
ในการจัดประชุมวิสามัญพรรคเพื่อไทยครั้งที่ 1/2561 เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา

โดยการลงคะแนนของสมาชิกพรรค เลือกให้ พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ ซึ่งรักษาหัวหน้าพรรค ได้เป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทยคนปัจจุบัน โดยไม่มีการเสนอชื่อบุคคลอื่นเพื่อบงมติเลือกแต่อย่างใด

เช่นเดียวกับ นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาเลขาธิการพรรค ให้เป็นเลขาธิการพรรคฯ

โดยมีนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง , นายปลอดประสพ สุรัสวดี , นายเกรียง กัลป์ตินันท์ , พล.ต.ท.สมศักดิ์ จันทะพิงค์ เป็นรองหัวหน้าพรรค

ขณะที่ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ได้เป็นประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคฯ

โดยมีนายดนุพร ปุณณกันต์ รักษาการรองเลขาธิการพรรคฯ เป็นรองเลขาธิการฯ ร่วมกับ น.ส.อนุตมา อมรวิวัฒน์ ,  นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล  , นายธวัชชัย สุทธิบงกช

และมีมติเลือก น.ส.ลดาวัลย์ วงศ์ศรีวงศ์ เป็นโฆษกพรรคฯ

ขณะที่ “นายภูมิธรรม” เลขาธิการพรรคฯ กล่าวย้ำว่า พรรคเพื่อไทยจะค้นคว้าโอกาสให้พี่น้องประชาชนคนทุกคนต่อไป โดยไม่ว่าจะกระแสอย่างไรจะยุบพรรค ก็ทำลายจิตวิญญาณของความเป็นพรรคเพื่อไทยไม่ได้

หลังจากนั้นสมาชิกกว่า 300 คน และคณะกรรมการบริหารชุดใหม่พรรคเพื่อไทย พร้อมชูกำปั้นมือขวาแสดงพลังต่อสู้เชิงสัญลักษณ์

ลุ้น “หญิงหน่อย” ได้นั่ง ปธ.กก.ยุทธศาสตร์เพื่อไทย ?

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/349905

ลุ้น “หญิงหน่อย” ได้นั่ง ปธ.กก.ยุทธศาสตร์เพื่อไทย ?

ลุ้น “หญิงหน่อย” ได้นั่ง ปธ.กก.ยุทธศาสตร์เพื่อไทย ?

            อดีต ส.ส.เพื่อไทย เชื่อใครจะยุบพรรคไม่ง่าย พร้อมปักหลักสู้ ถามกลับเรื่องเคยยื่นยุบพรรคประชารัฐ ยังไม่คืบ จะยุบ พท.รังแต่สร้างความเกบียดชัง 28 ต.ค.61 – ที่พรรคเพื่อไทย ถ.เพชรบุรีตัดใหม่วันนี้(28.ย.) ได้จัดประชุมวิสามัญพรรคเพื่อไทยครั้งที่ 1/2561 เลือกคณะกรรมการบริหารพรรค และคณะกรรมการสรรหาผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งของพรรค และวาระอื่นรวม 4 วาระ ซึ่งจะเริ่มประชุม เวลา 10.00 น.

  ลุ้น "หญิงหน่อย" ได้นั่ง ปธ.กก.ยุทธศาสตร์เพื่อไทย ?

ลุ้น "หญิงหน่อย" ได้นั่ง ปธ.กก.ยุทธศาสตร์เพื่อไทย ?

       ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเวลา 08.00 น. แกนนำพรรคเพื่อไทย , อดีต ส.ส. , สมาชิกพรรค ก็ทยอยเดินทางเข้าพรรคต่อเนื่อง ขณะที่ “คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์” ให้สัมภาษณ์ก่อนเริ่มการประชุมว่า คาดว่ากระบวนการคัดเลือกหัวหน้าพรรค กรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ จะใช้เวลานานพอสมควร ส่วนที่มีกระแสข่าวตนจะได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ของพรรคนั้น ขอให้รอฟังผลการประชุมและจากการโหวตเลือกจากสมาชิกดีกว่า

            ด้าน “นายสุชาติ ลายน้ำเงิน” อดีต ส.ส.ลพบุรี และสมาชิกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกระแสข่าวพล.ต.ท.วิโรจน์ จะได้รับเลือกเป็นหัวหน้าพรรค คุณหญิงสุดารัตน์ ได้ทำหน้าที่ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ว่า พล.ต.ท.วิโรจน์ ถือเป็นผู้ใหญ่ในพรรค อยู่กับพรรคมาตลอด อดีตส.ส.ให้ความเคารพนับถือ คุณหญิงสุดารัตน์ ก็มีความรู้ความสามารถ ทำงานให้กับพี่น้องประชาชนมานาน ในวันนี้ใครเก่งด้านไหน ควรใช้ความสามัคคีมาทำงานช่วยกัน

  ส่วนเรื่องกระแสข่าวยุบพรรคเพื่อไทย ที่มีข่าวอย่างต่อเนื่อง อาจจะเกิดขึ้นในช่วง 90 วันก่อนเลือกตั้ง ทำให้สมาชิกพรรคหาสังกัดพรรคใหม่ไม่ทันนั้น การยุบพรรคไม่ได้ทำง่ายๆ ต้องใช้เวลานาน แต่ก็อยากถามผู้มีอำนาจ หากยุบไปแล้วจะได้อะไร มีแต่สมาชิกพรรค คนจะศรัทธาพรรคเดิมมากขั้น แต่จะไปเพิ่มความเกลียดชังอีกฝ่าย ข้อหาในการยุบพรรค เมื่อดูแล้ว ไม่น่าไปถึงขั้นนั้น ตนและเพื่อนสมาชิก จะปักหลักสู้กับพรรคเพื่อไทยไปตลอด ขณะเดียวกันเรื่องที่ตนขอยื่นให้ยุบพรรคพลังประชารัฐ จากวันนั้นถึงวันนี้ เรื่องยังไปไม่ถึงไหน ทั้งที่ข้อมูลหลักฐานค่อนข้างชัดเจน